สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงเวลาแห่งความยินดี เปี่ยมไปด้วยพระพร ของการกลับคืนพระชนมชีพขององค์พระเยซูเจ้า เป็นเหตุการณ์ อันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่าของชีวิต แม้นจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ�้ำแล้วซ�้ำเล่า...ปีแล้วปีเล่า ทว่า...ภายใต้ฟ้าผืนดินนี้ ไม่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้นซ�้ำกันเลย กล่าวกันว่า “ลมของพระจิตนั้นใหม่เสมอ” จึง ดลบันดาลให้ชีวิตทุกชีวิตเปี่ยมด้วยความหวัง ภาคภูมิใจใน “คุณค่าของการคงอยู่...” และเป็นการคงอยู่ใน ความแตกต่าง... ดังเรื่องราวของ "แม่ไก่สอนลูก" ถึง "คุณค่าของการคงอยู่" ดังนี้ ลูกไก่ถามแม่ไก่ว่า.." แม่..วันนี้ไม่ออกไข่ได้ไหม พาหนูออกไปเที่ยวเล่น " แม่ไก่พูดว่า " ไม่ได้หรอก แม่ต้องท�ำงาน " "ทว่า แม่ออกไข่ไปเยอะแล้วน่ะ " ลูกไก่พูด... แม่ไก่พดู อย่างมีความหมายลึกซึง้ ว่า..."หนึง่ วันไข่หนึง่ ฟอง มีดอีโต้หา่ งไกลตัว เด็กเอ๋ย ลูกต้องจ�ำไว้วา่ .... การคงอยู่ก็เพื่อสร้างคุณค่า ถูกก�ำจัดก็เพราะหมดคุณค่า คุณค่าที่ผ่าน ๆ มา ไม่ได้การันตีฐานะในอนาคต ฉะนั้นแล้ว ต้องพยายามขันแข็งทุก ๆ วัน " หากเธอเป็นนกอินทรีย์ ไม่มีใครปรบมือ เธอก็ต้องโผบิน... หากเธอเป็นต้นหญ้า ไม่มีใครรัก เธอก็ต้องเจริญเติบโต... หากเธอเป็นดอกไม้ในป่าลึก ไม่มีใครชื่นชม เธอก็ต้องผลิบานให้กลิ่นหอม... หากเธอเป็นผู้ประกอบการ ไม่มีใครกระตุ้น เธอก็ต้องท�ำให้ส�ำเร็จตามเป้าหมาย ท�ำการสิ่งใด ไม่จ�ำเป็นต้องให้ ทุกคนเข้าใจ ทว่า เธอต้องท�ำสุดแรงกายแรงใจ... เป็นคน..ไม่จ�ำเป็นต้องให้ทุกคนชื่นชอบ ทว่า เธอต้องใจกว้าง ตรงไปตรงมา... การยื น หยั ด ยึ ด มั่ น ในความใฝฝั น ย่ อ มมี ว าระที่ โ ดดเดี่ ย ว ลั ง เล เป็ น เพราะมี ผู ้ อื่ น สงสั ย และหั ว เราะเย้ ย หยั น ต่อให้เป็นเช่นนี้ แล้วเป็นไรไป แม้นบาดแผลทั่วตัว ก็ต้องอยู่อย่างมีสีสันสวยงาม อารมณ์แย่เพียงใด ก็อย่าแสดงไว้บนใบหน้า เพราะว่าไม่มีใครอยากดูอยากมอง วันเวลาที่ยากจน ก็อย่าพูดจนติดปาก เพราะไม่มีใครอยู่ดีดีให้เงินเธอ โดยไร้สาเหตุ... ท�ำงานเหน็ดเหนื่อย ก็อย่าบ่นต�ำหนิ เพราะไม่มีใครช่วยคุณท�ำโดยฟรี ๆ ชีวิตแม้นยากล�ำบาก ก็อย่าสูญสิ้นความเชื่อมั่น เพราะวันที่สดใสสวยงาม อาจจะเป็นวันพรุ่งนี้ นิสัยย�่ำแย่เพียงใด ก็ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ เพราะว่าตัวเองก็ต้องแก่ในวันข้างหน้า... ผู้ที่เคยช่วยเหลือเธอ อย่าได้ลืมเขา อย่าไปท�ำร้ายผู้ที่เคยรักเธอ อย่าไปโกหกหลอกลวงผู้ที่ไว้วางใจเธอ กาลเวลาใช่วา่ จะสามารถพิสจู น์ทกุ สิง่ ทุกอย่างทว่า ต้องสามารถท�ำให้เธอ มองทะลุปรุโปร่งเรือ่ งราวมากมาย... และท้ายสุดนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้พบกับ “คุณค่าของการคงอยู่” ในสาร ธมอ. ฉบับนี้ ซึ่งได้ ร้อยเรียง เรื่องราวมากมายของความสุข ความยินดี และความความดีงามทั้งหลายที่ได้เกิดขึ้น…โดยน�ำเสนอผ่านทาง คอลัมภ์ประจ�ำต่าง ๆ ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกท่าน
บ.ก.
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน สื่อสารธมอ.ฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายที่ ซิสเตอร์จะกล่าวทักทายกับผู้อ่านทุกท่าน ซิสเตอร์ ขอถือโอกาสนี้ “ขอบคุณจากใจจริง” ส�ำหรับก�ำลังใจ ความร่วมมือและการร่วมงานในภารกิจต่าง ๆ ของคณะ รวมทั้ง ค�ำภาวนาทีท่ กุ ท่านมอบให้ซสิ เตอร์ตลอดระยะเวลา 6 ปี (ค.ศ. 20112017) ที่ผ่านมาของการด�ำรงต�ำแหน่งอธิการิณีเจ้าคณะแขวงคณะ ธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์แห่งประเทศไทย ซิสเตอร์จะระลึกถึงทุกท่าน ในค�ำภาวนาเสมอ พร้อมกันนีซ้ สิ เตอร์ขอมอบบทภาวนานี้ แด่ทกุ ท่าน
“พระเจ้าข้า ลูกขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้อง...” ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้มีร่าง “สูง”ท�ำให้ลูกสามารถเห็นเขาได้แต่ไกล ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้มีร่าง “เล็ก” เขาท�ำให้ลูกคิดถึงเวลาพระองค์พบกับศักเคียส ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้มีร่างกาย “สมบูรณ์” เขาท�ำให้ลูกเข้าใจว่าพระองค์ทรงมีพระทัยดีสักเพียงใด ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้มีผิว “คล�้ำ” เขาท�ำให้ลูกคิดถึงวิหคด�ำเดินดงในพงไพร ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้มีผิว “ขาว” เขาสะท้อนแสงนวลของดวงจันทร์ ขอบคุณพระองค์สำ� หรับเพือ่ นพีน่ อ้ งที่ “คล่องแคล่วปราดเปรียว” เขาท�ำให้ลกู คิดถึงประกายระยิบระยับของดวงดาว ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “พูดน้อย” เขาท�ำให้ลูกสัมผัสกับความเงียบแห่งถ�้ำเบ็ธเลเฮม ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้ “รอบรู้หลายสิ่งหลายอย่าง” เขาท�ำให้ลูกเป็นผู้สุภาพถ่อมตนมากกว่า ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู้ “ด้อยความสามารถ” เพื่อลูกจะสามารถยื่นมือช่วยเหลือเขา ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “ท�ำงาน” เขาช่วยงานลูกมากทีเดียว ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “มอบรอยยิ้มแก่ลูก” เขาเป็นภาพสะท้อนถึงพระองค์ ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “เพิกเฉยต่อลูก” เขาให้โอกาสลูกอยู่กับพระองค์ในสวนมะกอก ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “เป็นคนดี” ซึ่งเป็นการเชิญชวนลูกให้เป็นคนดีขึ้น ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “อธิษฐานภาวนา” เขาช่วยเหลือลูกโดยที่ลูกไม่สังเกตเห็น ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องที่ “ยากจน” เขาท�ำให้ลูกเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับเพื่อนพี่น้องผู“้ ทนทุกข์ทรมาน” เขาท�ำให้ลูกได้ร่วมการไถ่กู้พร้อมกับพระองค์ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับท่านเพื่อปกป้องคุ้มครอง ทรงอยู่ข้างหน้าท่านเพื่อน�ำทาง ทรงอยู่ข้างหลัง เพือ่ เฝ้าพิทกั ษ์ ทรงอยูเ่ หนือท่านเพือ่ ประทานพระพรแด่ทา่ นและครอบครัว ให้ประสบความสุขสันติ ความเจริญรุง่ เรือง และความสมหวังในพระพรนานัปการ ด้วยรักในพระมารดามารีย์ ซิสเตอร์มารีอา ตอวิเชียร
4
5
ความงดงามหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ด้วยเลนส์กล้อง เป็นดังเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหลและติดตาม...ที่จะเข้าถึงความหมายที่แท้จริง ขอเชิญผู้อ่านทุกท่านติดตามไปพร้อม ๆ กับเรา.. กับภาพเหตุการณ์ทั่วทั้งระดับแขวง และระดับบ้าน...
เพาะรัก...พลังแห่งเมล็ดพันธุ์ที่งดงาม ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2017 ซิสเตอร์คณะ ธิ ด าแม่ พ ระองค์ อุ ป ถั ม ภ์ แ ห่ ง ประเทศไทย ได้ จั ด ชุ ม นุ ม ผู ้ น� ำ เยาวชนซาเลเซียนไทย (STAR 2017) ประจ�ำปี ทีบ่ า้ นธารพระพร สามพราน ในหัวข้อ “เพาะรัก...พลังแห่งเมล็ดพันธุ์ที่งดงาม” มีซิสเตอร์ ครู และเยาวชนจากสถาบันในเครือ ธมอ. เข้าร่วม ชุมนุมประมาณ 135 คน โดยมีอุดมการณ์ใหม่ประจ�ำปี 2017 ที่ว่า “เพาะรักเป็นพลังสร้างสัมพันธ์แห่งครอบครัว”
ศิษย์เก่า...ธมอ. พบปะ...สังสรรค์
6
วันที่ 21 มกราคม 2017 คณะกรรมการ ศิษย์เก่าซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้จัด ประชุมพบประสังสรรค์ประจ�ำปี 2017 ที่หอพัก หญิงเอาซีลีอุม ศาลาแดง มีพี่ ๆ ศิษย์เก่าและคณะ ซิสเตอร์จากสถาบันในเครือคณะธิดาแม่พระองค์ อุปถัมภ์มาร่วมงานประมาณ 80 คน
FMA…แสวงบุญเวียดนาม… ระหว่างวันที่ 12-17 กุมภาพันธ์ 2017 สมาชิก ธมอ. ไทย กลุ่มผู้ประสานงานแขวง พร้อมด้วย สมาชิกผูส้ นใจ จ�ำนวน 21 ท่าน ได้จาริกแสวงบุญ ไปยังวัดต่าง ๆ ทีม่ ชี อื่ เสียงในประเทศเวียดนาม โดยการน�ำของคุณพ่อพล เนตรธรรม สงฆ์คณะ พระมหาไถ่ เป็นผูน้ ำ� การจาริกแสวงบุญในครัง้ นี้
. คณะซาเลเซียน ในวันที่มีความหมาย..
ตัวแทนซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ร่วม แสดงความขอบคุณแด่คณ ุ พ่อประเสริฐ สมงาม และร่วมแสดง ความยินดีกับคุณพ่อเทพรัตน์ ปิติสันต์ โอกาสเข้ารับต�ำแหน่ง คุณพ่อเจ้าคณะซาเลเซียนแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ และแสดงความยินดีกบั คุณพ่อแฟรงค์ เด ลอเรนซี โอกาสฉลอง ครบ 50 ปี แห่งการเป็นพระสงฆ์ เมือ่ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2017 ณ วัดดอน บอสโก กรุงเทพฯ
7
Progetto Mornese per Animatrice-Formatrice 2017 ซิ ส เตอร์ ว รรณี ฉั ต รสุ ภ างค์ ซิ ส เตอร์ ศิ ริ รั ต น์ อนุวฒ ั น์ประกิจ และซิสเตอร์ทพิ วรรณ จารุวภิ าค ได้เข้ารับ การอบรม Progetto Mornese per AnimatriceFormatrice 2017 ที่ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ -18 มีนาคม 2017 ร่วมกับสมาชิกจากประเทศ ต่าง ๆ รวมทั้งหมด 14 คน
อ. ธม อ รื เค ใน น ย รี งเ โร … rt ta S ss la C ฝ่ายสื่อสารมวลชนคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ แห่งประเทศไทย ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการระบบ ชั้นเรียนออนไลน์ ClassStart.org ให้แก่โรงเรียนในเครือ ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2017 ณ บ้านธารพระพร สามพราน ซึ่งได้มีผู้เข้าร่วม ประชุมทั้งหมด 57 คนจากสถาบันในเครือฯ
8
Incontro Uffici Sviluppo... ระหว่างวันที่ 1-8 เมษายน 2017 ตัวแทนซิสเตอร์คณะ ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CIAO) จ�ำนวน 16 คน จาก 8 แขวงเข้าร่วมการประชุมการอบรมการ พบปะเพื่อการพัฒนา (Incontro Uffici Sviluppo) ที่บ้าน ธารพระพร สามพราน โดยมีซิสเตอร์วิลมา ตัลโลเน มาเดอร์ ผูร้ บั ผิดชอบด้านการบริหารจัดการระดับคณะจากศูนย์กลาง เป็น ประธานในการประชุมอบรมครั้งนี้ พร้อมด้วยซิสเตอร์คริสตินา คาเมียและคุณกวีโด บาร์เบรา วิทยากรให้การอบรม
ซิสเตอร์วิลลมาพบปะ ธมอ. ไทย ซิ ส เตอร์ วิ ล ลา ตั ล โลเน ผู ้ รั บ ผิ ด ชอบด้ า นการบริ ห ารจั ด การคณะ ธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ได้พบปะแบ่งปันข้อคิดด้านการบริหารจัดการและการถือ ศีลบนความยากจนแก่สมาชิกธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ในแขวงไทย จ�ำนวน 48 คน ที่บ้านธารพระพร สามพราน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2017
9
ประชุมประเมินผล-วางแผนประจ�ำปี
วันที่ 20- 22 เมษายน 2017 คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ได้จัดให้มีการประเมินผลและวางแผนโครงการประจ�ำปี 2017 ณ บ้านธารพระพร สามพราน โดยมีซสิ เตอร์อนั นา มารีอา ตอวิเชียร อธิการิณเี จ้าคณะแขวงเป็นประธานในการด�ำเนินงาน มีสมาชิกจาก บ้านต่าง ๆ เข้าร่วมจ�ำนวน 53 คน โอกาสนีิ้บาทหลวงบรรจง สันติสุขนิรันดร์ ซดบ. เป็นวิทยากรให้การอบรม
วันแห่งการขอบคุณซึ่งกันและกัน…
ซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้ ร ่ ว มกั น ฉลองวั น แห่ ง การขอบคุ ณ ระดั บ แขวง ณ บ้ า น ธารพระพร สามพราน เมือ่ วันที่ 23 เมษายน 2017 เพือ่ เป็นการ ขอบคุณผู้ใหญ่และขอบคุณซึ่งกันและกัน โอกาสนี้คุณพ่อ เทพรัตน์ ปิติสันต์ คุณพ่อเจ้าคณะซาเลเซียนแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ และตัวแทนจากหมู่คณะ และนั ก เรี ย น ได้ ร ่ ว มกั น แสดงการขอบคุ ณ ด้ ว ยการมอบ ช่อดอกไม้ ของขวัญ และการแสดงชุดต่าง ๆ แด่คณะผู้ใหญ่
10
ยร ชี ิ เ อว ต า ี อ าร ์ ม อร เต ส ซิ .. ่ . แด ุ ณ ค อบ รข กา วันแหง่
ในวันแห่งการขอบคุณระดับแขวง ตัวแทนจากคณะ ครู นักเรียน อาสาสมัคร SSYV ศิษย์เก่า ซาเลเซียนผูร้ ว่ มงาน และผูป้ กครอง ได้พร้อมใจกันขอบคุณซิสเตอร์อนั นา มารีอา ตอวิเชียร อธิการิณีเจ้าคณะ ซึ่งครบวาระแห่งการด�ำรง ต�ำแหน่งในปีนี้ ด้วยใจรู้คุณ ...ขอบคุณท่านส�ำหรับชีวิต และภารกิจตลอด 6 ปีทที่ า่ นได้ทมุ่ เทเพือ่ แขวงไทยของเรา…
งับพิษ วันแห่งการต้อนรับ...ซิสเตอร์นิภา ระ นอกจากนี้ ในวันเดียวกันนั้นเอง ตัวแทนจากคณะครู คณะนักเรียน อาสาสมัคร SSYV ศิษย์เก่าซาเลเซียน ผู้ร่วมงานและผู้ปกครอง ได้พร้อมใจกันให้การต้อนรับแด่ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงคนใหม่ ขอพระเจ้าโปรดประทานพระพรแด่ท่าน...โปรดอวยพรท่าน พิทักษ์คุ้มครองท่าน และสถิตอยู่เหนือท่านด้วยพระคุณ แห่งพระจิตในทุกก้าวเดิน...
11
ธิดานุเคราะห์
แรลลี่วิชาการ...แด่พ่อหลวง
ร่วมบริจาคผู้ประสบอุทกภัย...
โรงเรียนธิดานุเคาะห์ หาดใหญ่ ได้จัดกิจกรรมแรลลี่ วิชาการแด่พ่อหลวงขึ้น โดยมีโครงการต่าง ๆ มากมายเพื่อ ให้นกั เรียนได้เรียนรูแ้ ละได้ตระหนักถึงพระคุณค�ำสอนของ พ่อหลวงไปใช้ในชีวติ ตามค�ำสอนพระองค์ทา่ น เมือ่ วันที่ 26 มกราคม 2560
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ร่วมสนับสนุน บรรเทา ทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย ด้วยการบริจาคสิ่งของแก่ผู้ประสบ อุทกภัย ณ เทศบาลต�ำบลเชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน
นารีวุฒิ
ชุมนุมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ครั้งที่ 23
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2017 ซิสเตอร์สุรนารี วิเจียรและคุณครูคาทอลิกโรงเรียนนารีวุฒิ เข้าร่วมชุมนุมครูคาทอลิก สังฆมณฑลราชบุรี ครั้งที่ 23 ในหัวข้อ “พระเยซูเจ้า: อาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9: ครูของแผ่นดิน” ณ โรงเรียนธีรศาสตร์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 12
นารีวุฒิ
ปัจฉิมนิเทศและอ�ำลา ม.6 รุ่นที่ 64
โรงเรียนนารีวุฒิ ได้จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ และอ�ำลา ม.6 รุ่นที่ 64 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2017 ซึ่งเป็นการอบรม ให้นกั เรียนเตรียมเข้าสูร่ วั้ มหาวิทยาลัย ทัง้ อยูใ่ นสังคมได้เป็นอย่างดี ซึง่ กิจกรรมอ�ำลานีเ้ ป็นกิจกรรมหนึง่ เพือ่ ให้นกั เรียนเกิด ความรัก กตัญญู ต่อคณะซิสเตอร์ คุณครู และให้รุ่นน้องได้รู้จักแสดงความรักต่อรุ่นพี่ ยินดีกับความส�ำเร็จของพวกเขา
มารีย์อุปถัมภ์
ธารน�้ำใจ...สู่ผู้ประสบอุทกภัย
คณะผูบ้ ริหาร ครู นักเรียน อาสาสมัคร ผูป้ กครอง และสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ ร่วมกับ บ้านซาเลเซียน สามพราน ได้บริจาคเสือ้ ผ้า ชุดทีน่ อน เครือ่ งครัว เครือ่ งใช้ประจ�ำวัน และลงพืน้ ทีช่ ว่ ยเหลือ ผู้ประสบภัยน�้ำท่วม ณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 14 มกราคม และวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2017
พิธีบูชาชอบพระคุณ...ถวายเป็นพระราชกุศล
วันที่ 20 มกราคม 2560 โอกาสครบวาระ 100 วันแห่งการ สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง นักเรียนโรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ และนักเรียนจากศูนย์ตาบอดหญิง สามพรานได้ร่วมกันถวาย ความจงรักภักดี ด้วยการน้อมร�ำลึกถึงพระองค์ท่าน ผ่านทางพิธี บูชาขอบพระคุณโดยมีบาทหลวงบุญเลิศ ปณีตัธยาศัย ซดบ. เป็น ประธานในพิธี 13
บ้านมารีย์นิรมลทิน สามพราน
100 ปี แห่งการมรณภาพ..
“ถึงฝั่งแล้ว”
คณะซิสเตอร์ คุณครู และเด็ก ๆ ธิดารักษ์ ร่วมชื่นชม ยินดีกับนางสาวนิศาชล พลสิทธิ์ ที่ได้ส�ำเร็จการศึกษาระดับ มัธยมปีที่ 6 โอกาสนี้ด้วยความรักรู้คุณ เขาก็ได้ขอบคุณ คณะซิสเตอร์ที่ให้การต้อนรับในบ้านหลังนี้ด้วยความอบอุ่น ให้การอบรม ค�ำแนะน�ำ โดยมีคุณครูอยู่เคียงข้างช่วยเหลือ ดังนั้น น้อง ๆ ธิดารักษ์จึงจัดกิจกรรม “อ�ำลาพี่” ซึ่งได้ส�ำเร็จ การศึกษา เมื่อเย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2017
โอกาสครบ 100 ปีแห่งมรณภาพของซิสเตอร์เทเรซา เจดดา และซิสเตอร์อนั เจลา กัสซูโร ธรรมทูตแห่งปาตาโกเนีย เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2514 หมู่คณะมารีย์นิรมลทิน ได้ถวาย ค� ำ ภาวนาพร้ อ ม ๆ กั น ต่ อ หน้ า ศี ล มหาสนิ ท เพื่ อ แขวง อาร์เจนตินา เมกซิโก นิการากัว และอุรกุ วัย ทีซ่ สิ เตอร์เทเรซา เจดดา และซิสเตอร์กัสซูโร เจริญชีวิตอยู่ในระยะนั้น จะได้ ก้าวเดินต่อไปด้วยความกล้าหาญ ก้าวเดินต่อไปเยีย่ งธรรมทูต ที่เปี่ยมด้วยความหวังและความยินดีเช่นเดียวกับธรรมทูต ทั้งสอง
มารีย์นิรมลทิน หัวหมาก ร่วมงานสังสรรค์...
ซิสเตอร์นิตยา เยาวสังข์ ตัวแทนหมู่คณะได้ ไปร่วมงานสังสรรค์ประจ�ำปีของสมาพันธ์ศิษย์เก่า ระดับประเทศ ที่ศาลาแดง เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2017 โดยมี ผู ้ ม าร่ ว มงานทั้ ง บรรดาซิ ส เตอร์ และตั ว แทนศิ ษ ย์ เ ก่ า จากทุ ก สถาบั น ประมาณ 50 คน ในบรรยากาศแบบครอบครัว 14
มารีย์นิรมลทิน หัวหมาก
ยินดีต้อนรับ...
หมูค่ ณะมีความยินดีตอ้ นรับ ฯพณฯ สมณทูต ปอล ชาง อิน นัม ทีไ่ ด้แวะมาเยีย่ ม และแจกอัง่ เปาด้วยความเป็นกันเอง เยี่ยงบิดาของท่าน ก่อนเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณที่วัดเกาหลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2017
หอพักหญิงเอาซีลีอุม ศาลาแดง รับศีลมหาสนิทครั้งแรก...
เมือ่ วันที่ 4 ธันวาคม 2559 ทีว่ ดั น้อยบ้านศาลาแดง ได้มีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของเด็ก 5 คน จากกลุ่ม คริสตชนอิตาเลียน โดยมีซิสเตอร์แอลด้า บารัตติโน เป็น ผู้สอนค�ำสอน
อ�ำลานักเรียนรุ่นพี่ ม.6
นักเรียนหอพักเอาซีลีอุม ชั้น ม.4-5 ได้ร่วมกิจกรรม อ�ำลานักเรียนรุ่นพี่ ม.6 โอกาสจบปีการศึกษา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 โดยเล่าความประทับใจที่ได้พบในการเจริญชีวิตที่หอพักแห่งนี้ นอกจากนี้ยังได้จุดเทียนและมอบดอกไม้เป็น การขอบคุณ หลังจากนั้นนักเรียนชั้น ม.6 เข้าวัดเพื่อขอบคุณอ�ำลาแม่พระ พร้อมทั้งขอพรส�ำหรับการศึกษาในระดับที่สูง ขึ้นไป 15
เซนต์เมรี่
การจัดกิจกรรมหมู่บ้านใหม่พัฒนา..
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2017 คณะซาเลเซียนผู้ร่วมงาน บ้ า นเซนต์ เ มรี่ ร่ ว มกั บ สมาชิ ก กลุ ่ ม ผู ้ ร ่ ว มงานบ้ า นดอน บอสโก พร้อมด้วยซิสเตอร์อุดม ศรีดารุณศิลป์ จิตตาธิการ ได้จดั กิจกรรมส�ำหรับเด็กยากจนทีห่ มูบ่ า้ นใหม่พฒ ั นา ต�ำบล หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี โอกาสคริสต์มาส ปีใหม่ และวันเด็ก
ร่วมฉลอง 125 ปี ...
ซิสเตอร์ทองอยู่ กิจสกุล ซิสเตอร์พรพิมล อ่อนไถล ซิสเตอร์จินตนา อิ่มรุ่งเรือง ซิสเตอร์บานเย็น ดวงมาลา ได้ เดินทางไปร่วมฉลอง 125 ปี วันนักบุญยอแซฟ บ้านเซซ่ง เมือ่ วันที่ 11 มีนาคม 2017 พร้อมกันนี้ได้เข้าเยี่ยมคุณแม่ของ ซิสเตอร์บานเย็น และซิสเตอร์มาลี ดวงมาลา ซึ่งเป็นสัตบุรุษ วัดนักบุญยอแซฟ แห่งนี้ด้วย
มหาไถ่ศึกษา บึงกาฬ
นักเรียนดีเด่น
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษา บึงกาฬ ได้จัดฉลองคุณพ่อบอสโก กิจกรรมวันเด็ก และมอบรางวัล แก่นักเรียนดีเด่นในด้านการเรียน ความประพฤติ และด้านพระธรรมค�ำสอน พร้อมกับการเลียนแบบคุณธรรมของคุณพ่อ บอสโก มีการจัดกิจกรรมวันเด็กให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความสามารถ และมีช่วงเวลาส�ำหรับการมอบรางวัลให้แก่นักเรียน ที่เรียนดี มีความประพฤติดี และด้านการเรียนค�ำสอนดีเด่น 16
มหาไถ่ศึกษา บึงกาฬ
กลุ่มนักเรียนจิตอาสา ออกเยี่ยมหมู่บ้าน
ซิสเตอร์วิภา ปิ่นนพเกล้า และครูบุญพร้อม แพงดวง น�ำกลุ่มนักเรียนจิตอาสาออกเยี่ยมพี่น้องที่หมู่บ้านชัยพร ห้วยเซือม อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีการน�ำสิ่งของและปัจจัยที่เป็นน�้ำพักน�้ำแรงจากการเก็บสะสม ของเด็ก ๆ ไปเยี่ยมบ้านผู้อาวุโสและผู้เจ็บป่วย
จอมทอง เชียงใหม่
พักผ่อนประจ�ำปี...
เมือ่ วันที่ 16 มกราคม 2017 เยาวชนธิดารักษ์ จอมทอง เชียงใหม่ พร้อมกับผูร้ ว่ มงานพักผ่อนประจ�ำปีรปู แบบทัศนศึกษา บูรณาการความรู้ ทักษะอาชีพต่าง ๆ ความสวยงามของธรรมชาติและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโอกาสได้รู้จักพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงเปลี่ยนพื้นที่ที่แห้งแล้งของห้วยฮ่องไคร้กลับกลายเป็นป่าชุ่มชื้น เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างน่าอัศจรรย์ และยังส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรได้อย่างดียอดเยี่ยม ประสบการณ์นี้ท�ำให้เราซาบซึ้งใน พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของเราเป็นอย่างยิ่ง
วีรสตรีในฐานะบุตร…
เมือ่ วันที่ 22 มกราคม 2017 เยาวชนธิดารักษ์ จอมทอง เชียงใหม่ได้ท�ำการฉลองบุญราศีเลารา วีกุญญา โดยแสดง ละครชีวประวัติของเลารา บ่งบอกถึงการเป็นวีรสตรีในฐานะ บุตรที่ได้มอบชีวิตของตนเพื่อการกลับใจของมารดา 17
“จงออกเดินทาง”
ฝ่ายอภิบาลขอใช้พนื้ ทีน่ เี้ พือ่ แบ่งปันจดหมายของ พระสั น ตะปาปาฟรั ง ซิ ส ถึ ง เยาวชนในโอกาสน� ำ เสนอ ร่างเอกสารส�ำหรับการประชุมซีโนดสมัยสามัญครั้งที่ 15 ซึ่งมีใจความส�ำคัญ ดังนี้
เยาวชนที่รัก
พ่ อ มี ค วามยิ น ดี ที่ จ ะประกาศแก่ พ วกเธอว่ า ในเดื อ นตุ ล าคม 2018 จะมี ก ารประชุ ม ซี โ นดของ พระสังฆราชในหัวข้อ “เยาวชน ความเชือ่ และการแสวงหา กระแสเรียก” พ่อหวังว่าพวกเธอจะเป็นศูนย์กลางของ ความสนใจ เพราะว่าพ่อมีพวกเธออยู่ในหัวใจ ในวันนี้ได้มี การน�ำเสนอร่างเอกสาร ซึง่ พ่อฝากกับพวกเธอไว้ให้เป็นดัง “เข็มทิศ” ในการประชุมครั้งนี้ พ่อนึกถึงค�ำพูดซึ่งพระเจ้าได้ตรัสกับอับราฮัมว่า “จงออกจากแผ่นดินของท่าน จากญาติพี่น้อง จากบ้าน บิดา ไปยังแผ่นดินที่เราจะชี้ให้ท่าน” (ปฐก 12:1) ปัจจุบัน ค�ำพูดนี้มอบให้กับพวกเธอ เป็นค�ำพูดของพ่อคนหนึ่ง ซึ่งเชิญชวนให้ “ออกเดินทาง” เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก แต่ น� ำ ความส� ำ เร็ จ ที่ แ น่ น อน การพบปะกั บ พระองค์ ผู้ทรงร่วมเดินทาง พ่อเชิญชวนพวกเธอให้ฟังเสียงของ พระเจ้า ซึ่งดังก้องในหัวใจของเธอผ่านทางลมปราณของ พระจิตเจ้า
18
โดยซิสเตอร์กาญจนา เดชาเลิศ
เมือ่ พระเจ้าตรัสกับอับราฮัมว่า “จงออกเดินทาง” พระองค์หมายความว่าอะไร แน่นอนว่าไม่ใช่การหลบหนี จากญาติพี่น้องของเขาหรือจากโลก นี่คือการเชื้อเชิญ อย่างเข้มข้น คือกระแสเรียก เพื่อว่าเขาจะออกเดินทาง และมุง่ ไปสูแ่ ผ่นดินใหม่ แล้วอะไรคือแผ่นดินใหม่สำ� หรับเรา ในวันนี้ ถ้าไม่ใช่สังคมที่มีความยุติธรรมและภราดรภาพ มากขึน้ ซึง่ พวกเธอปรารถนามันในส่วนลึก และพวกเธอเอง ต้องการสร้างสิ่งนี้ไปจนสุดชายขอบของโลก แต่ทุกวันนี้ น่าเสียดายที่ การ “ออกเดินทาง” มีความหมายอื่นด้วย เช่น การใช้พลังในทางที่ผิด ความ อยุติธรรม และสงคราม เยาวชนหลายคนตกอยู่ภายใต้ การขู่กรรโชกของความรุนแรงและถูกบังคับให้หนีจาก บ้านเกิดเมืองนอน เสียงร้องของพวกเขาขึ้นไปถึงพระเจ้า ดังเช่นเสียงร้องของชาวอิสราเอลที่เป็นทาสจากการกดขี่ ของกษัตริย์ฟาโรห์ (อ้าง อพย 2:23) พ่อปรารถนาให้พวกเธอระลึกถึงค�ำพูด ซึง่ วันหนึง่ พระเยซู เ จ้ า ตรั ส กั บ บรราศิ ษ ย์ ที่ ถ ามพระองค์ ว ่ า “พระอาจารย์ พระองค์พักอยู่ที่ไหน” พระองค์ตรัสตอบ ว่า “มาดูซิ” (ยน 1:38-39) พระเยซูเจ้าทรงมองมาหาเธอ เช่นกัน และเชือ้ เชิญให้เดินทางไปกับพระองค์ เยาวชนทีร่ กั พวกเธอเคยพบกับสายตานี้ไหม พวกเธอเคยได้ยินเสียงนี้
หรือไม่ พวกเธอได้ยินเสียงเรียกร้องให้ออกเดินทางไหม พ่อแน่ใจว่า แม้จะมีความวุ่นวายและความสับสนอยู่ทุกที่ ในโลก การเรียกนีย้ งั คงดังต่อเนือ่ งในวิญญาณของเธอเพือ่ น�ำไปสู่ความยินดีอย่างเต็มเปี่ยม สิ่งนี้เป็นไปได้อาศัย การร่วมเดินทางของผู้น�ำที่เชี่ยวชาญ พวกเธอจะรู้จัก หนทางในการแสวงหาเพื่อค้นพบโครงการของพระเจ้า ส�ำหรับชีวิตของพวกเธอ เช่นเดียวกับเมื่อเส้นทางของ พวกเธอไม่แน่นอนและล้มเหลว พระเจ้าผู้ทรงพระเมตตา อย่างเหลือล้นจะฉุดมือให้เธอลุกขึ้นอีกครั้ง ที่ ก รุ ง คราครู ฟ ในการเริ่ ม ต้ น วั น สุ ด ท้ า ยของ การชุมนุมเยาวชนโลก พ่อได้ถามพวกเธอหลายครั้งว่า “สิ่งต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม” และพวกเธอก็ ร้องตะโกนอย่างกึงก้องว่า “แน่นอน” เสียงตะโกนนั้น เกิ ด จากหั ว ใจหนุ ่ ม สาวของพวกเธอ ซึ่ ง ไม่ อ าจทนกั บ ความอยุติธรรมและไม่สามารถก้มหัวให้กับวัฒนธรรม แห่ ง การเปลี่ ย นแปลงอย่ า งกะทั น หั น หรื อ ปล่ อ ยให้ โลกาภิวัฒน์แห่งความเฉยเมยครอบครอง จงฟังเสียงร้อง ซึ่ ง ออกมาจากภายในพวกเธอ แม้ เ มื่ อ พวกเธอรู ้ สึ ก ขาดประสบการณ์เพราะวัยเด็กของเธอเหมือนประกาศก เยเรมีย์ พระเจ้าก็ยังทรงผลักดันเธอให้ออกไปสู่สถานที่ ที่พระองค์จะส่งเธอไป “อย่ากลัวเลย ... เพราะเราอยู่กับ ท่านเพื่อปกป้องท่าน” (ยรม 1:8) โลกที่ ดี ก ว่ า เกิ ด ขึ้ น ได้ เ พราะพวกเธอ เพราะ ความต้องการการเปลี่ยนแปลงและความใจกว้างของ พวกเธอ อย่ากลัวทีจ่ ะฟังพระจิตเจ้าทีแ่ นะน�ำหนทางทีก่ ล้า หาญ อย่าลังเลเมื่อมโนธรรมเรียกร้องพวกเธอให้ติดตาม พระอาจารย์ พระศาสนจักรเองปรารถนาที่จะรับฟังเสียง ของพวกเธอ ความรู้สึกของพวกเธอ และความเชื่อของ พวกเธอ แม้กระทัง่ ความสงสัยและการวิจารณ์ของพวกเธอ จงท�ำให้เสียงร้องของเธอได้ยิน ท�ำให้ดังก้องในหมู่คณะ และให้ไปถึงบรรดาผูอ้ ภิบาล นักบุญเบเนดิกส์เตือนฤาษีให้
ปรึกษาผูน้ อ้ ยก่อนการตัดสินใจส�ำคัญ เพราะว่า “บ่อยครัง้ เป็นบรรดาผูเ้ ล็กน้อยนีแ้ หละทีพ่ ระเจ้าทรงเปิดเผยหนทาง ที่ดีที่สุด” (ธรรมนูญของนักบุญเบเนดิกส์ III, 3) ดังนั้น อาศัยการเดินทางของการประชุมซีโนด ครัง้ นี้ พ่อและพีน่ อ้ งพระสังฆราชต้องการกลับเป็น “ผูร้ ว่ ม งานแห่งความยินดีของพวกเธอ” (2คร 1:24) พ่อฝาก พวกเธอไว้กับพระนางมารีย์แห่งนาซาเร็ธ หญิงสาวดังเช่น พวกเธอที่ พ ระเจ้ า ทรงหั น สายตาแห่ ง ความรั ก มายั ง พระนาง เพื่อว่าพระนางจะจับมือพวกเธอไว้ และน�ำ พวกเธอไปสูค่ วามยินดีแห่งการ “ตอบรับ” อย่างเต็มเปีย่ ม และด้วยใจกว้าง (อ้าง ลก 1:38) ด้วยความรักของพ่อ ฟรังซิส ณ กรุงวาติกัน 13 มกราคม 2017 ข้อคิดจากองค์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส คงได้เตือนและปลุกใจของเราให้ลุกร้อนด้วยความรักงาน อภิบาล พร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเยาวชน ด้วยก้าวแรกที่ เข้าใกล้ชิดกับพวกเขา แบ่งปันชีวิตและแบบอย่างที่ดี เพื่อพระอาณาจักรแห่งความรักเมตตาขององค์พระเจ้า จะแผ่ไปสุดปลายแผ่นดิน
19
ซิสเตอร์อันเจลา วัลเลเซ...ธรรมทูตผู้ยิ่งใหญ่ โดยซิสเตอร์ศรีวิไลวรรณ คิ้มแหน
โอกาสเทศกาลแห่งความสุข ความยินดี แห่งการกลับคืนพระชนมชีพขององค์พระคริสตเจ้า และการเตรียม การเตรียมฉลอง “การส่งธรรมทูตอย่างยิ่งใหญ่” ฝ่ายแพร่ธรรมขอน�ำเสนอรูปแบบของชีวิตอันน่าทึ่งของซิสเตอร์ ธรรมทูต ผู้หนึ่ง ซึ่งได้สละบ้านเกิดเมืองนอน ความสะดวกสบาย ความเคยชิน และออกเดินทางสู่ดินแดนแห่ง ความฝั น ของคุ ณ พ่ อ บอสโก ผ่ า นทางจดหมายของซิ ส เตอร์ อไลอี เ ด เดเลตตี ที่ ป รึ ก ษาฝ่ า ยแพร่ ธ รรม ของซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ โรม 14 เมษายน 2017 ซิสเตอร์ที่รัก เมื่อซิสเตอร์ได้รับจดหมายฉบับนี้ เราทุกคนร่วมเป็น จิตหนึ่งใจเดียวกันเพื่อเฉลิมฉลองรหัสธรรมปาสกาด้วยกัน รหัสธรรมที่ ประกอบด้วยความทุกข์ทรมาน การเสียสละ ความตายแต่เต็มด้วยความหมาย เพราะที่สุดแล้ว ค�ำตอบสุดท้าย คือ ชีวิต พระเยซูเจ้าอุทิศชีวิตด้วยใจอิสระ เพราะความรัก และเพราะความรักพระองค์เสด็จกลับเป็นขึ้นมาเพื่อบอกกับ เราว่า แผนการของพระบิดาเจ้า คือชีวิตและชีวิตที่สมบูรณ์ส�ำหรับทุกคน วัน นี้ ขณะทีเ่ ราก�ำลังเตรียมเฉลิมฉลอง “การส่งธรรมทูตอย่างยิง่ ใหญ่” นี้ เราขอ เชื้อเชิญซิสเตอร์ไปที่ประเทศชีลีเพื่อพบกับซิสเตอร์อันเจลา วัลเลเซ ซิสเตอร์อันเจลาเกิดที่ลู มอนแฟร์ราโต เมื่อวันที่ 8 มกราคม 1845 ในครอบครัวชาวนา เมือ่ ซิสเตอร์มอี ายุ 21 ปี ท่านเข้ารับการอบรมทีม่ อร์เนเซ และได้ปฏิญาณตนครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 1876 ท่านเป็นธรรมทูต 20
ชุดแรกที่เดินทางไปอเมริกา ท่านเป็นสตรีที่เข้มแข็ง เปี่ยม ด้วยความเชื่อที่มั่นคงและเป็นอัครสาวกที่มีจิตใจร้อนรน ท่านเริม่ เป็นอธิการทีม่ องเตวิเดโอ วิลลาคอลลอน(อูรกุ วัย) ต่อจากนั้น ท่านเป็นอธิการที่อาเจนตินาและชีลี ท่านเป็น ธรรมทูตที่ ปาตาโกเนีย Terra del Fuoco ท่านสิ้นชีวิตที่ นิสซา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 1914 ...ด้วยความรัก ซิสเตอร์อันเจลาออกเดินทางสู่ ดินแดนแห่งความฝันของคุณพ่อบอสโก เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1877 ...ด้วยความรัก ท่านออกเดินทางข้ามน�้ำข้าม ทะเล เพือ่ โอบกอดประชาชนและวัฒนาธรรมของพวกเขา แม้วา่ จะยังไม่รจู้ กั ท่านเรียนรูภ้ าษาใหม่ และพัฒนาตนเอง เพื่อติดต่อกับผู้คนด้วยดวงใจ ด้วยท่าทาง และด้วยสายตา ...ด้ ว ยความรั ก ท่ า นเผชิ ญ หน้ า กั บ อุ ป สรรค์ ต่าง ๆ ด้วยใจสงบราบคาบ ไม่ว่าจะเป็นความหนาวเหน็บ พายุที่ปัมปาส งานที่ต�่ำต้อยและหนักหน่วง ความหิว อันตรายที่เกิดจากการเดินทาง การเมาคลื่น พายุที่โหม กระหน�่ำอย่างบ้าคลั่ง จนเกือบจะจมน�้ำตาย การเดินทาง ทีแ่ สนไกล ความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าและชาวอาณานิคม ไฟไหม้ซึ่งท�ำลายภารกิจที่ Candelaria... ...ด้วยความรัก ซิสเตอร์เป็นตัวของตัวเองเสมอ ท่านมัน่ ใจโดยไม่ลงั เลสงสัยเลยว่าท่านจะได้รบั ความค�ำ้ จุน
จากความรักของพระบิดา และมีน�้ำใจที่มั่นคงในความรัก ต่อพระองค์เหนือสิ่งอื่นใดในโลก ...ด้วยความรัก ซิสเตอร์สามารถบังคับตนเอง และพร้อมที่จะรับใช้ ท่านอ่อนโยนและน่ารักกับทุกคน มี ค วามเข้ า ใจและมองเห็ น ความต้ อ งการของพวกเขา ท่านพร้อมให้ความรักและความหวังแก่ทุกคน ...ด้ ว ยความรั ก ซิ ส เตอร์ เ ลื อ กท� ำ งานที่ ห นั ก และยากล�ำบากส�ำหรับตนเอง...ท่านต้อนรับทุกคน สนใจ ทุกสิ่ง และใกล้ชิดด้วยดวงใจรักของมารดา ท่านอุทิศ ตนเองเป็นของขวัญแก่ทุกคน ...ด้วยความรัก ซิสเตอร์ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย ท่านอุทิศตนทั้งครบเพื่อภารกิจการแพร่ธรรม เพื่อคน ยากจน เพื่อผู้น้อย ต�่ำต้อย และเพื่อผู้ที่ไม่มีใครสนใจ ...ด้วยความรัก ซิสเตอร์อันเจลาเป็น “Good Mother” เป็ น มารดาของ “ชาวเผ่ า อิ น เดี ย นแดง” เป็นมารดาของ “คนผิวขาว” ...ด้วยความรัก ซิสเตอร์เจริญชีวิตเป็นพยาน แห่งความรักของพระเจ้า และส�ำหรับเรา เราได้ท�ำอะไร เพือ่ ความรักในรอบ 140 ปี ของการส่งธรรมทูตรุน่ แรกบ้าง ด้วยความรักและระลึกถึงในค�ำภาวนา ซิสเตอร์อไลอีเด เดเลตตี ที่ปรึกษาฝ่ายแพร่ธรรม
21
ักษ์
ูลีระร ช า พ ุ โดย...ย
“พระนางมารีย์ทรงน�ำเราไปหาพระเยซูเจ้าเสมอ” พระสั น ตะปาปาฟรั ง ซิ ส ได้ ท รงมี พ ระด� ำ รั ส ถึ ง พระนางพรหมจารีมารียใ์ นหลาย ๆ โอกาส “คิดถึง... แม่” ในฉบับนี้จึงขอหยิบยกเอาค�ำสอนของพระสันตะปาปา ฟรังซิสในโอกาสที่พระองค์ท่านทรงกล่าวถึงแม่พระว่า “พระนางมารีย์ทรงน�ำเราไปหาพระเยซูเจ้าเสมอ” เป็น พระด�ำรัสทีพ่ ระองค์ทา่ นได้ตรัสเมือ่ ทรงอยูต่ อ่ หน้าพระรูป แม่พระแห่งฟาติมาในปี ค.ศ. 2013 ณ จตุรสั แห่งมหาวิหาร น.เปโตร กรุงโรม ในบริบทที่พระองค์ท่านทรงร�ำพึงถึง ความทุกข์ทั้งเจ็ดประการในชีวิตของพระนางมารีย์ ตั้งแต่ การท�ำนายของซีเมโอนจนถึงการฝังพระศพของพระเยซู เจ้าในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ โดยเริ่มจากค�ำถามที่ว่า “ความ เชื่อของพระนางมารีย์นั้นเป็นอย่างไรกัน?”
22
ในฐานะที่ เ ป็ น นั ก บวชคื อ ผู ้ ซึ่ ง อยู ่ ใ กล้ ชิ ด กั บ พระเจ้ า ยิ่งกว่าบุคคลอื่น เพราะเป็นผู้ที่ได้เลือกพระเจ้าให้เป็น ศูนย์กลางของชีวิตและพันธกิจของตน จึงควรไตร่ตรอง บ่อย ๆ ถึงชีวิตแห่ง “ความเชื่อ” ของตนแม้ว่าปีแห่ง ความเชื่อจะผ่านไปแล้วก็ตาม แต่ชีวิตแห่งความเชื่อของ เราก็ไม่มีวันจะผ่านพ้นไป ตรงกันข้าม ต้องเป็นประเด็น ที่ ศิ ษ ย์ ข องพระเยซู เจ้ า ทุ ก คนต้ อ งเอาใจใส่ ใ ห้ อ ยู ่ ใ น บรรยากาศที่สดชื่นและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพราะนี่คือ เหตุแห่งแรงจูงใจส�ำหรับทุกความเป็นอยู่ของเรา พระสันตะปาปาได้ตรัสถึงความเชือ่ ของแม่พระใน สามประเด็นคือ 1) พระนางมารีย์คือผู้แก้ปมแห่งบาป 2) ความเชื่อของพระนางมารีย์ท�ำให้พระเยซูเจ้าทรงรับเอา กายเป็นมนุษย์ และ 3) ความเชือ่ ของพระนางมารียเ์ ป็นดัง่ หนทาง ดังที่พระองค์จะทรงอธิบายต่อไป
1) พระนางมารีย์คือผู้แก้ปมแห่งบาป
ค�ำยืนยันนี้มีความหมายว่าอย่างไร?... บรรดา ปิ ต าจารย์ แ ห่ ง สั ง คายนาวาติ กั น ที่ ส องต่ า งย้ อ นไปยั ง ค�ำกล่าวของ น.อีเรเนโอที่ว่า “ปมแห่งความไม่เชื่อฟังของ เอวาได้พบค�ำตอบแล้วที่ความเชื่อฟังของพระนางมารีย์ สิ่งที่เอวาได้ผูกไว้ด้วยความไม่เชื่อนั้น พระนางพรหมจารี มารี ย ์ ไ ด้ ท รงแก้ อ อกแล้ ว ด้ ว ยความเชื่ อ ของพระนาง” (Adversus Haereses III, 22, 4) “ปม” แห่งความไม่นบนอบก็คอื “ปม” แห่งความ ไม่เชื่อ เมื่อเด็กคนหนึ่งไม่เชื่อฟังแม่หรือพ่อ บางครั้งเราก็ คิดว่าเด็กคนนี้ต้องมี “ปม” สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กคนหนึ่ง กระท�ำด้วยความรู้ตัว เฉพาะอย่างยิ่งหากมีการพูดปดปน อยู่ด้วยแล้ว ย่อมหมายความว่าเด็กคนนั้นไม่มีความไว้
วางใจในพ่อหรือแม่ของตน เราทราบ ดีว่าหากสิ่งนี้เกิดขึ้นซ�้ำแล้วซ�้ำเล่ากับเด็กๆ ก็ จ� ำ เป็ น ต้ อ งช� ำ ระความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งเด็ ก และบิ ด า มารดาให้ปมนี้หายไปด้วยการขอและการให้อภัย เพื่อจะ ได้สร้างความสัมพันธ์ที่อยู่บนพื้นฐานของความกลมกลืน และความไว้วางใจขึน้ เสียใหม่ สิง่ คล้าย ๆ กันนีก้ เ็ กิดขึน้ ใน ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้าด้วยเช่นกัน เมื่อเรา ไม่ ย อมฟั ง เสี ย งของพระองค์ ไม่ ติ ด ตามพระประสงค์ ของพระองค์ กระท�ำบางสิ่งบางอย่างที่แสดงถึงการขาด ความไว้วางใจในพระองค์... สิง่ นีค้ อื บาป... เป็นดังการสร้าง “ปม” ในส่วนลึกแห่งจิตใจของเรา และปมนี้จะถอนราก แห่งความสุขสันติและความเบิกบานไปจากเรา เป็นสิ่ง น่าอันตรายมากเพราะจากปมเล็กๆ มากมายสามารถกลาย เป็นปมใหญ่ที่ยุ่งเหยิงจนยากที่จะแก้ออกได้ ซึ่งจะน�ำพา ความทุกข์มาสู่เรามากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ แต่เราทราบดีว่า ส�ำหรับพระทัยเมตตาอารีของ พระเจ้านั้น ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ แม้กระทั่งปมที่ยุ่งเหยิง ที่สุดก็ยังสามารถคลายออกได้ด้วยพระหรรษทานของ พระองค์ และด้วยค�ำว่า “ค่ะ” พระนางมารีย์ได้เปิดประตู ของพระเจ้าเพือ่ คลายปมแห่งความไม่นบนอบในอดีต เป็น พระมารดาเองผู ้ ท รงน� ำ เราไปหาพระเจ้ า ด้ ว ยความ พากเพียรและความละเอียดอ่อน เพื่อพระองค์จะทรง แก้ปมในวิญญาณของเราด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบิดาเจ้า เราแต่ละคนไม่วา่ ใครก็ตามย่อมมีปมนีอ้ ยู่ เรา จึงควรถามตนเองจากส่วนลึกในใจว่า ในชีวิตของฉันมีปม อะไรอยูบ่ า้ ง? บางคนอาจบอกว่า “พระบิดาเจ้าข้า ปมของ ลูกนัน้ แก้ไม่ได้” นีเ่ ป็นความคิดทีผ่ ดิ มหันต์ ทุกปมในใจ ใน มโนธรรมล้วนแต่แก้ไขได้ ให้เราวอนขอพระนางมารีย์ทาง ช่ ว ยให้ เรามี ค วามไว้ ว างใจในพระเมตตาของพระเจ้ า เพื่อจะแก้ปมนั้น เพื่อเปลี่ยนแปลง... พระนางผู้ทรงเป็น สตรี แ ห่ ง ความเชื่ อ จะกล่ า วแก่ เราด้ ว ยความมั่ น ใจว่ า “จงก้าวหน้าต่อไป จงไปหาองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ ทรงเข้าใจเธอ” ดังนี้ พระมารดาจะทรงจูงมือเราไปยังอ้อม พระหัตถ์ของพระบิดาเจ้าผู้ทรงพระเมตตากรุณา
23
2) ความเชือ่ ของพระนางมารียท์ ำ� ให้พระเยซูเจ้า ทรงรับเอากายเป็นมนุษย์
สั ง คายนาวาติ กั น ที่ ส องกล่ า วอี ก ว่ า “ด้ ว ย ความเชื่อและความนอบน้อม พระนางมารีย์ทรงให้ ก�ำเนิดพระบุตรของพระบิดาเจ้าในโลกนี้ โดยไม่ตอ้ งรูจ้ กั บุรษุ คนใด แต่ดว้ ยฤทธิอ์ ำ� นาจของพระจิตเจ้า” (LG 63) นี่คือประเด็นที่บรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักรได้ ตอกย�้ำเป็นอย่างมาก กล่าวคือ พระนางมารีย์ได้ทรง ปฏิสนธิองค์พระเยซูเจ้าในความเชื่อก่อน จากนั้นองค์ พระบุตรจึงได้ทรงรับเอากายเป็นมนุษย์ด้วยค�ำว่า “ค่ะ” ที่พระนางทรงตอบแก่ทูตสวรรค์ นี่หมายความว่าพระเจ้า ไม่ทรงปรารถนาจะมาเกิดเป็นมนุษย์โดยมองข้ามอิสรภาพ ของมนุษย์ พระองค์จึงทรงให้ทุกอย่างเป็นไปภายใต้การ ยินยอมของพระนางมารีย์ แต่สงิ่ ทีไ่ ด้เกิดขึน้ ในพระนางมารียอ์ ย่างแบบพิเศษ ในระดับฝ่ายจิตนั้นก็ได้เกิดขึ้นในเราด้วย เมื่อเรายอมรับ พระวาจาของพระเจ้าด้วยดวงใจที่ดีและจริงใจและน�ำมา ปฏิบตั จิ ริงในชีวติ เป็นเสมือนดัง่ ว่าพระเจ้าทรงรับเอากาย ในตัวเรา ทรงเข้ามาพ�ำพักอยู่ในเรา เพราะพระองค์ทรง พ�ำนักอยู่กับผู้ที่รักและปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์ ไม่ใช่สิ่งง่ายที่จะเข้าใจเรื่องนี้ แต่ก็ง่ายที่จะรู้สึกในจิตใจ
24
เราอาจคิดว่า การรับเอากายของ พระเยซูเจ้านั้นเป็นเพียงเรื่อง ในอดีตที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรานัก การเชือ่ ในพระเยซูเจ้าหมายถึงการมอบถวายเนือ้ หนังของ เราแด่พระองค์ ด้วยความสุภาพถ่อมตนและกล้าหาญของ พระนางมารีย์ เพือ่ ว่าพระองค์จะยังคงประทับอยูท่ า่ มกลาง มวลมนุษย์ต่อไป ซึ่งหมายถึงการมอบถวายมือของเราแด่ พระองค์เพื่อสัมผัสบรรดาคนต�่ำต้อยและขัดสน ถวายเท้า ของเราเพื่อเดินไปพบปะกับบรรดาพี่น้อง ถวายแขนของ เราเพื่อโอบอุ้มบรรดาผู้ที่อ่อนแอและท�ำงานในสวนของ พระเจ้า ถวายความคิดของเราเพื่อวางแผนและด�ำเนิน โครงการต่าง ๆ ภายใต้แนวทางแห่งพระวรสาร เฉพาะ อย่างยิ่ง มอบถวายดวงใจของเราเพื่อจะรักและตัดสินใจ ตามพระประสงค์ของพระเจ้า ทุกสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ อาศัยพระหรรษทานขององค์พระจิตเจ้า และดังนี้ เราก็จะ เป็นเครือ่ งมือของพระเจ้าเพือ่ ให้พระเยซูเจ้าทรงปฏิบตั งิ าน ของพระองค์ผ่านทางเรา
3) ความเชือ่ ของพระนางมารียเ์ ป็นดัง่ หนทาง
พระนางมารียไ์ ด้ทรงก้าวเดินจาริกไปในความเชือ่ (LG 58) ดังนี้ พระนางจึงทรงล่วงหน้าเราไปในหนทาง แห่งการจาริก ทรงเป็นเพื่อนร่วมทางและผู้คอยค�้ำจุนเรา ความเชื่อของพระนางมารีย์นั้นเป็นการก้าวเดิน ไปในความหมายใด? ในความหมายทีว่ า่ พระนางได้ตดิ ตาม พระบุตรของพระนางไปจนตลอดชีวิต พระเยซูเจ้าทรง เป็นหนทาง การเติบโตในความเชือ่ การก้าวเดินสูก่ ารจาริก ฝ่ายจิตก็คอื ความเชือ่ ซึง่ ไม่ใช่สงิ่ อืน่ ใดนอกจากการติดตาม พระเยซูเจ้า การฟังพระองค์ การปล่อยให้พระวาจาของ พระองค์ทรงน�ำทาง มองดูว่าพระองค์ทรงปฏิบัติอย่างไร และก้าวเท้าของเราตามรอยพระบาทของพระองค์ มีความ รู้สึกและท่าทีเดียวกันกับพระองค์ แต่ความรู้สึกและท่าที ของพระเยซูเจ้าเป็นแบบไหนกัน? เป็นความสุภาพถ่อมตน มีเมตตา อยู่ใ กล้ชิด แต่ก็ยืนหยัดมั่นคงต่อต้านความ
หน้าไหว้หลังหลอก การตีสองหน้า การยึดพระเท็จเทียม หนทางของพระเยซู เจ้ า คื อ ทางแห่ ง ความรั ก ที่ ซื่ อ สั ต ย์ จนถึงที่สุด จนกระทั่งยอมสละชีวิต เป็นทางแห่งกางเขน ด้ ว ยเหตุ นี้ ก ารก้ า วเดิ น สู ่ ค วามเชื่ อ จึ ง ต้ อ งผ่ า นกางเขน พระนางมารีย์ได้เข้าใจสิ่งนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ตั้งแต่เมื่อเฮโรด ต้องการจะฆ่าพระเยซูเจ้าเมื่อพระองค์เพิ่งทรงบังเกิดมา และต่ อ มากางเขนนี้ ก็ มี ค วามลึ ก ซึ้ ง มากยิ่ ง ขึ้ น อี ก เมื่ อ พระเยซู เจ้ า ทรงถู ก ปฏิ เ สธ พระนางมารี ย ์ ท รงอยู ่ กั บ พระเยซูเจ้าเสมอ พระนางติดตามพระองค์ไปท่ามกลาง ประชาชน ทรงได้ยินเสียงพูดคุย ทรงรับรู้ถึงความเกลียด ชังของผู้ที่ไม่รักพระเจ้า พระนางเองได้ทรงแบกกางเขนนี้ ท�ำให้ความเชื่อของพระนางต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจ และการดูถูกเหยียดหยาม เมื่อ “เวลา” ของพระเยซูเจ้า มาถึง อันเป็นเวลาแห่งพระมหาทรมาน ความเชื่อของ พระนางก็กลายเป็นแสงริบหรีใ่ นยามค�ำ่ คืน พระนางมารีย์ ได้ตื่นเฝ้าในคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ แสงริบหรี่นั้นแม้จะเล็ก แต่ก็ชัดเจนและถูกจุดอยู่ตลอดจนถึงยามรุ่งอรุณของการ กลับคืนพระชนมชีพ และเมื่อมีเสียงร้องบอกว่าพระคูหา ว่างเปล่าแล้ว จิตใจของพระนางก็โลดเต้นยินดีด้วยความ เชื่อ พระนางจึงทรงเป็นพระมารดาแห่งความชื่นชมยินดี ทรงเป็นผูส้ อนเราให้กา้ วเดินไปบนเส้นทางแห่งความชืน่ ชม ยินดีและเจริญชีวิตด้วยความชื่นชมยินดีนี้! การพบปะ ระหว่างพระมารดาและพระบุตรจะเป็นความสุขยิ่งใหญ่ สักปานใด เป็นการพบปะอันเกิดจากการก้าวเดินไปใน หนทางแห่งความเชือ่ ของพระนางมารียแ์ ละพระศาสนจักร ทัง้ ครบ แล้วความเชือ่ ของเราเล่าเป็นอย่างไร? เรายังจุดให้ ลุกโชนอยู่เช่นเดียวกับพระนางมารีย์ในเวลาแห่งความ ยากล�ำบากของชีวิตหรือในเวลามืดมนได้หรือไม่? ฉันได้ รู้สึกถึงความยินดีแห่งความเชื่อบ้างหรือไม่?
จากที่กล่าวมานี้ พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรง สะท้อนให้เราเห็นอีกครั้งหนึ่งถึงความจ�ำเป็นของการมอง ดูชีวิตของพระนางมารีย์และชีวิตของเรา ให้มีการเทียบ เคียงอยูเ่ ป็นประจ�ำ เพือ่ ชีวติ ของเราจะได้กา้ วเดินตามรอย พระบาทของแม่พระ เจริญชีวิตด้วยความเชื่อ เป็นดัง “ต้นไม้” ที่มีกิ่งก้านสาขาแผ่ขยายไปจนนกในอากาศ มาท�ำรังได้ (เทียบ มธ. 13:31-32) ไม่ใช่ตน้ ไม้ทแี่ คระแกร็น ไร้ ผ ล เพราะโลกยุ ค ปั จ จุ บั น ต้ อ งการผู ้ ที่ แ กร่ ง กล้ า ใน ความเชื่อ สู้เพื่อยืนยันถึงพระอาณาจักรพระเจ้า ความรัก และความรอดพ้นของพระองค์ส�ำหรับมนุษย์ทั้งปวง
25
วันวาน... โดย...ซิสเตอร์พันธ์ทิพย์ คิ้มแหน
คอลัมภ์ “วันวาน” จากฉบับที่แล้ว ได้เสนอขั้นตอน (cronologico) โครงการนี้ได้ด�ำเนินการส�ำเร็จหลัง จากการตั้งคณะแล้วเป็นเวลานานถึง 50 ปี (1922) การเขียนประวัติเรื่องราวของคณะ (Storiografia) ที่ได้ กล่าวไปแล้วถึง 3 ขัน้ ตอน นัน่ คือ 1. การถ่ายทอดเรือ่ งราว • การตีพิมพ์ประวัติของคุณพ่อบอสโกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความตั้งใจของคุณพ่อ Lemoyne คุณพ่อ ของคณะด้วยการเล่าสืบต่อกันมา 2. เรื่องราวของคณะที่ Amadei และคุณพ่อ Ceria ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ถูกร่างไว้ (ปี 1887-1897) 3.บันทึกเหตุการณ์ของคณะ รวมทัง้ ทีเ่ กีย่ วข้องกับคณะของเราส�ำหรับเราธิดาแม่ ซึ่งมาเดอร์ Emilia Mosca เป็นผู้เรียบเรียง (1897-1900) พระองค์อปุ ถัมภ์นคี่ อื การเริม่ ประวัตศิ าสตร์ของคณะ และในฉบับนี้ ขอน�ำเสนอขัน้ ตอนต่อไปในการเขียนประวัติ ทีม่ กี ารตีพมิ พ์เป็นครัง้ แรกโดยมีการสอดแทรกเกร็ด เรื่องราวของคณะ (Storiografia) ชีวิตของคุณพ่อบอสโกด้วย
4. การบันทึกเหตุการณ์ของคณะในเชิงประวัตศิ าสตร์ เหตุการณ์ตา่ ง ๆ เหล่านี้ กลับเป็นส่วนประกอบทีเ่ ติม พลังแห่งความส�ำนึกยิ่งใหญ่ในการเขียนประวัติศาสตร์ ใน (ช่วง 10 ปีแรกของศตวรรษที่ 20)
การรวบรวมหลักฐาน พยานรู้เห็น เพื่อจัดพิมพ์รูปเล่มที่มี การบันทึกเหตุการณ์ของคณะเริ่มในต้นปี 1900 เนื้อหาค่อนข้างสมบูรณ์และซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นการเริ่มเข้าในอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยมีเหตุการณ์ทาง ด้ า นประวั ติ ศ าสตร์ ที่ เ กิ ด ขึ้ น มากมายในคณะธิ ด า แม่พระองค์อุปถัมภ์ นั่นคือ • การปกครองคณะด้ ว ยตนเองโดยไม่ ขึ้ น กั บ คณะ การด�ำเนินการเรื่องบันทึกเหตุการณ์ของคณะ ซาเลเซียน (ปี 1906) พร้อมกับการตั้งแขวงต่าง ๆ (1913-1942) และการรวบรวมคู่มือกฎระเบียบต่างๆ (1908) การ ในการร่างบันทึกเหตุการณ์ของคณะเล่มนี้ ถูกน�ำมา ริเริ่มนี้มีการรวบรวมเครื่องมือเอกสารต่าง ๆ จาก ใช้ภายใต้หัวข้อ “Notizie cronologiche” ซึ่งเป็นผล พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ข องคณะหลั ง ถู ก แยกออกจากคณะ มาจากการรวบรวมที่ค่อนข้างสมบูรณ์เป็นระยะเวลานาน ซาเลเซียน กว่า 10 ปี • กระบวนการการแต่งตั้งคุณพ่อบอสโกและมาเดอร์ ในภาพความทรงจ�ำเดิม มัสซาแรลโลเป็นนักบุญ (1911) มีการเรียกร้องให้ ที่ ถู ก เ ก็ บ รั ก ษ า ไ ว ้ ใ น ค้นหาแหล่งข้อมูลทีถ่ กู ต้องและพยานต่าง ๆ เพือ่ น�ำ พิพิธภัณฑ์ เป็นความทรงจ�ำ มาเขียนชีวประวัตขิ องพวกท่านและเล่าเรือ่ งราวการ ถึ ง ค ว า ม ป ร า ร ถ น า ข อ ง ก่อตั้งของทั้งสองคณะ Madre Caterina Daghero • ในปี 1913 มีการเลือกตั้งเลขานุการระดับคณะผู้ที่ (ผู้สืบต�ำแหน่งมหาอธิการิณี ได้รับเลือกคือ Madre Clelia Genghini หลังจากที่ คนแรกต่อจากมาเดอร์มสั ซาได้รับเลือกท่านเข้าใจทันทีว่าคณะจ�ำเป็นต้องเริ่ม แรลโล) และคณะที่ปรึกษา จัดการท�ำการบันทึกความทรงจ�ำ (le memorie) ของท่านที่อยากให้มีบันทึก MadreCaterinaDaghero ของคณะและเรียบเรียงบันทึกเหตุการณ์ตามล�ำดับ เ ห ตุ ก า ร ณ ์ ข อ ง ค ณ ะ ที่ เรียบง่ายแต่ครบ 26
ส ม บู ร ณ ์ ใ น เนื้ อ หานี้ ร ะบุ ถึ ง กฎ เกณฑ์บางอย่างที่จะใช้ใน การรวบรวมข้ อ มู ล และมี เป้าหมายการจัดท�ำที่ชัดเจน “จงให้คุณค่าแก่ผลงานเขียนทุกชิ้นที่คิดว่าน่าจะมี ความเป็นไปได้ หรือการเล่าปากต่อปากจากที่ต่าง ๆ ที่ยัง คลุมเครือ เนื้อหาไม่สมบูรณ์ และบางเอกสารอ่านไม่ออก ข้อมูลเหล่านี้ทีละเล็กละน้อยก็จะสามารถจัดน�ำเสนอ และสอดแทรกเป็นเรื่องราวที่พิเศษ สามารถแสดงให้เห็น เด่นชัดถึงความเรียบง่าย ความเข้มข้นในคุณธรรมเด่น ๆ ในช่วงระยะแรกเริ่มของคณะ นอกจากนี้อาจพบข้อมูล เกี่ยวกับที่อยู่ แหล่งที่พัก รวมถึงภาพลักษณ์ที่เด่นชัดของ คุณพ่อบอสโกและมาเดอร์มัสซาแรลโลอีกด้วย” Madre Clelia Genghini ได้ท�ำให้การบันทึกนี้ สมบูรณ์ขึ้น เป็นผลงานการเขียนร่างบันทึกเหตุการณ์ของ คณะในช่วงระยะแรกเริ่มอย่างไม่มีที่ติจนถึงวันนี้ เอกสาร ทีป่ รากฏนัน้ ถูกรือ้ ค้นขึน้ มาและได้รบั การแก้ไขในช่วงเวลา แรกเริม่ ของคณะโดยเริม่ จากชีวติ ช่วงแรกของคุณพ่อบอสโก เป็นการชี้ให้เห็นการเตรียมการระยะยาว ความหมาย หลั ก เทววิ ท ยาที่ แ อบซ่ อ นอยู ่ ใ นประวั ติ ศ าสตร์ เ ล่ ม นี้ ดังหัวข้อในบทแรกว่า “พระเป็นเจ้าทรงเตรียมผู้ตั้งคณะ ของเรา” (1828-1862) ผู้เขียนบันทึกเหตุการณ์ของคณะได้ให้ข้อสังเกตว่า เป็นพระญาณเอื้ออาทรของพระเป็นเจ้าที่ได้ให้หัวใจแก่ คุณพ่อบอสโกในการอบรมเยาวชนหญิง สิง่ เหล่านีเ้ ป็นการ พัฒนาด้านประวัติศาสตร์ ตามความเป็นจริงแล้วถ้าเรา พิจารณาจากบุคคลซึง่ เป็นผูห้ ว่านเมล็ดพันธุ์ หรือ ผูท้ อผ้า เขาได้ใช้เส้นด้ายที่แตกต่างออกไป ซึ่งทั้งหมดเป็นดังฝี พระหัตถ์ของผู้ทรงพระปรีชา บันทึกเหตุการณ์ของคณะ มิใช่เป็นเพียงแต่การบันทึกกิจการพิเศษต่าง ๆ เท่านัน้ แต่ เป็นบันทึกเหตุการณ์ที่ตั้งใจจะรวบรวมกิจการที่เห็นเด่น ชัดและท�ำให้กลับเป็นจิตตารมณ์ของคณะ *ช่วงเวลาที่เขียนบันทึกนี้ เขียนขึ้นตั้งแต่ชีวิตในวัย เยาว์ของคุณพ่อบอสโก (1828) จนถึงเวลาที่ท่านเสียชีวิต (1888)
*งานร่าง (La stesura) เป็นจริงขึ้นมา ในระหว่างปี 1922 และ ปี 1942 โดย Madre Clelia Genghini ได้มอบส�ำเนา 3 เล่ม ไว้ในพิพธิ ภัณฑ์ของคณะซาเลเซียนในเดือนกันยายน 1942 โดยเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้จบลงปี 1879 *เหล่าผู้เขียนบันทึกเหตุการณ์ฉบับร่าง เราอยู่ต่อหน้างานที่ต้องช่วยกันท�ำให้สมบูรณ์ ใน บันทึกเหตุการณ์เล่มแรกนั้น Madre Clelia มีซิสเตอร์ Maddalena Moretti เป็นผู้ช่วยงาน ซิสเตอร์ท่านนี้เป็น อาจารย์สอนด้านหลักการอบรม (pedagogia) ที่ นิสซา มอนแฟร์ราโต จนถึงปี 1924 แต่ สิ่ ง ที่ อ าจเป็ น ไปได้ คื อ อาจมีผู้ร่วมงานมากกว่า 1 คนที่ช่วยกันสืบค้นหาข้อมูล จากแหล่ ง ข้ อ มู ล ต่ า ง ๆ ดังตัวอย่างเช่น ในปี 1948 ซิสเตอร์ Francesca Gamba ซึง่ เข้ามาทีบ่ า้ นนิสซาในวันที่ Madre Clelia Genghini 1 กันยายน 1884 ก่อนที่ ท่านจะเสียชีวิต ท่านได้กล่าวถึงความเสียใจของท่านที่ ไม่สามารถอ่านทบทวนและท�ำให้ “บันทึกความทรงจ�ำ ในปีแรก ๆ ของคณะ” เป็นที่เรียบร้อยได้ อาจเป็นไปได้ทมี่ ผี ชู้ ว่ ยกันเรียบเรียงเนือ้ หามีดว้ ยกัน หลายคน เมื่อ Madre Clelia เสียชีวิตนั้น (31 ตุลาคม 1956) บันทึกเหตุการณ์ของคณะด�ำเนินการพิมพ์ไปแล้ว ถึง 3 เล่ม รวมถึงบางส่วนของความภาคภูมิใจ และการ บรรยายถึงภารกิจของคณะ จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 1884 เนื้อหาข้อมูลนี้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและได้ด�ำเนิน การต่อ ในเล่มที่ 4 และเล่มที่ 5 โดยซิสเตอร์ Giselda Capetti บันทึกเหตุการณ์ของคณะถือว่าเป็นงานในระยะยาว ที่ ใช้ ค วามพากเพี ย ร เน้ น ความถู ก ต้ อ ง และใช้ บุ ค คล จ�ำนวนมาก คงจะมากเกินไปด้วยซ�้ำถ้าการร่างบันทึก เหตุการณ์ได้ใช้เวลาห่างกันหลายปีและน�ำเสนอในจุดที่ 27
เราอาจละเลยไป และบางจุดคงจะ การวางรากฐาน ไม่งา่ ยเลยทีจ่ ะเติมเต็มเนือ้ หาให้สมบูรณ์ครบถ้วนได้ เอกลักษณ์พระพรพิเศษ ของคณะ *ความส�ำคัญของการบันทึกเรื่องราวแห่งความทรงจ�ำ บันทึกเหตุการณ์ของคณะเป็นความสัมพันธ์เฉพาะ *แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ของชีวิตความเป็นอยู่ของเรา เป็นวิวัฒนาการแห่งการ ในบันทึกเหตุการณ์นี้ บ่อเกิดแรกเริม่ ได้ขยายวงกว้าง ก้าวเดิน และเป็นชีวิตฝ่ายจิตของเรา เนื้อหาที่พบเป็น ออกไปและการให้คุณค่าก็ต่างกันออกไปด้วย บ่อย ๆ การไตร่ตรองถึงความทรงจ�ำของชีวิตของคณะในระยะ ตัวเอกสารนี้บางทีก็มีความซับซ้อนในด้านประวัติศาสตร์ แรกเริ่ ม อย่ า งเป็ น ทางการ สมาชิ ก คณะธิ ด าแม่ พ ระ ซึ่งรูปแบบการเล่าไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่ระบุไว้ตามตัว องค์อุปถัมภ์ได้ตั้งกระทู้ถาม Madre Clelia และคุณพ่อ อักษรของการเขียน เราจะต้องมีความชัดเจนเมื่อศึกษา Maccono ซึ่งได้ท�ำงานเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเวลานั้น แหล่งข้อมูลทีม่ าจากการเล่าและทีร่ ะบุไว้ตามตัวอักษรของ พวกท่ า นได้ เ ล่ า ถึ ง ภารกิ จ ยิ่ ง ใหญ่ นี้ ด ้ ว ยประสบการณ์ การเขียน บรรดาซิสเตอร์ ฆราวาส และพระสงฆ์ทยี่ งั มีชวี ติ ของตน รวมถึงหมูค่ ณะทีพ่ วกท่านสังกัดอยูใ่ นขณะนัน้ ด้วย อยู่ในสมัยแรกเริ่ม ที่ มอร์เนเซนั้นเล่าเรื่องราวต่าง ๆ พวกท่านสามารถจดจ�ำสมาชิกได้เป็นรายบุคคล สามารถ มากมาย แต่ทดี่ จู ะมีความหมายมากกว่านัน่ คือการเล่าของ พูดได้ถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น รวมถึง “ความทรงจ�ำ” ซิสเตอร์ Rosalia Pestarino, ซิสเตอร์ Enrichetta ของหมู่คณะ ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความเข้าใจพระพร Sorbone และ คนอื่น ๆ ; คุณพ่อ Giuseppe Pestarino พิเศษของคณะและความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์ (พี่ ช ายของซิ ส เตอร์ Rosalia Pestarino) คุ ณ พ่ อ สิ่งที่แตกต่างออกไปจากประวัติศาสตร์ตามที่เข้าใจ Giuseppe Campi (พระสงฆ์ซาเลเซียน, พยานคนส�ำคัญ เป็นเหมือนการสร้างเรื่องในอดีตขึ้นมาโดยผ่านทางแหล่ง ของบรรดาซิสเตอร์กลุ่มแรก) บ่อยครั้งผู้เขียนได้รวม ข้อมูลต่าง ๆ การบันทึกเรื่องราวแห่งความทรงจ�ำ เป็นดัง ผลของการปฏิ สั ม พั น ธ์ ข องสมาชิ ก เพี ย งกลุ ่ ม หนึ่ ง ที่ ไตร่ตรองสายสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งถึงเรื่องราวของพวกเขา ในอดีตและท�ำให้ปรากฎเห็นเด่นชัด “ความทรงจ�ำ”ของ พวกเขานี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะจดจ�ำได้ทั้งหมด แต่เป็นการ ให้ความหมายกับชีวิตกลุ่มในอดีตที่พวกเขาประสบ ที่ดู เหมือนยังคงเป็นเหมือนปัจจุบนั ยังคล่องตัวและยังอยูร่ ว่ ม กับเขา “ความทรงจ�ำ” ถ้าเราพิจารณาถึงเรื่องสถานที่ ก็เป็นดังการสรุปภาพประสบการณ์ในอดีต เป็นความจ�ำ รายละเอียดที่ค้นพบจากแหล่งข้อมูลนั้นเข้าไปกับการ อย่างมั่นใจถึงเอกลักษณ์นั้น ๆ บรรดาธิ ด าแม่ พ ระองค์ อุ ป ถั ม ภ์ ที่ มี ส ่ ว นช่ ว ยร่ า ง ไตร่ตรองของตน จึงท�ำให้เนือ้ หาทีเ่ ขียนเป็นตัวอักษรถูกใช้ บันทึกเหตุการณ์ของคณะเล่มนี้ บางทีอาจมีความส�ำนึก ไปในการเล่าถึงการกระท�ำ และความเคารพต่อสมัยที่เพิ่งจบไปน้อยลง แต่พวกท่าน Madre Clelia ท่ า นได้ ใ ส่ ใจในข้ อ มู ล ที่ คุ ณ พ่ อ ได้ ท�ำ ให้ ก ารเป็ น ส่ว นหนึ่ง ของคณะนั้นเด่นชัดมากขึ้น Maccono คุณพ่อ Lemoyne และคุณพ่อ Amedia รวมถึงความต่อเนื่องกับอดีตที่พวกเขาเคยด�ำรงชีวติ และ 28
บันทึก เพราะในปี เหล่ า นั้ น พวกท่ า นได้ ร่วมมือกันเขียนชีวประวัติ ของมาเดอร์ มั ส ซาแรลโล และชีวประวัติของคุณพ่อบอสโก แหล่ ง ข้ อ มู ล ที่ ต ่ า งกั น แต่ เ ป็ น ข้ อ มู ล ที่ แ ท้ จ ริ ง และวางใจได้ คือ เอกสารทางการของคณะ (เช่น บันทึก รายงานการประชุ ม ของการก่ อ ตั้ ง คณะ) การรั บ รอง เอกสารการตั้งคณะ เอกสารการรับรองของสังฆมณฑล เอกสารการเปิดบ้าน จดหมาย พระวินยั ฉบับแรกของคณะ การบันทึกเหตุการณ์เล่มนี้ เรายังใส่ใจถึงบรรณานุกรม ที่เราค้นพบอีกด้วย: ชีวประวัติของมาเดอร์มัสซาแรลโล ที่เขียนโดยคุณพ่อ Lemoyne ภาพถ่ายจริงของมาเดอร์ มัสซาแรลโล (1906 Fracesiaและ 1913 Maccono) ชีวประวัติของคุณพ่อบอสโก จดหมายของคุณพ่อบอสโก นิตยสาร Bollettino Salesiano (มีการอ้างอิงประมาณ 80 ครั้ง)
ภาพถ่ายจริงของมาเดอร์มัสซาแรลโล
ตัวอย่างจดหมายของคุณพ่อบอสโก
*คุณประโยชน์และข้อจ�ำกัด งานนี้ส�ำเร็จเป็นรูปเล่มได้โดยอาศัย เลขานุการของคณะและผู้ร่วมงานจ�ำนวนมากที่ให้ความ ส�ำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของคณะ โดยมีความตั้งใจ ร่ ว มกั น ในการพยายามค้ น คว้ า หาเอกสารในวงกว้ า ง ผลงานชิ้นนี้จะต้องเป็นจุดอ้างอิงเพื่อที่จะรู้จักต้นก�ำเนิด ของคณะ เป้าหมายหลักก็เพื่อการสั่งสอนซึ่งสูงกว่าการ บันทึกเหตุการณ์ จุดหมายของการเขียนบันทึกเหตุการณ์ ก็เพื่อรวบรวมความทรงจ�ำต่าง ๆ ของความสัมพันธ์กับ ผู้ก่อตั้งคณะในช่วงระยะเวลาแรกเริ่ม โดยเชื่อมโยงถึง เครื่องหมายที่มองเห็นได้ของพระญาณเอื้อ อาทรของ พระเป็ น เจ้ า และการช่ ว ยเหลื อ ของพระมารดามารี ย ์ องค์อปุ ถัมภ์ ความตัง้ ใจของการเขียนมิใช่เพียงเพือ่ ผูกเรือ่ ง ราวในอดีตขึ้นมาแต่เพื่อให้จิตตารมณ์ของคณะนั้นยังคง มีชีวิตชีวา เพื่อที่จะเข้าใจบันทึกเหตุการณ์ของคณะตามตัว อักษร จ�ำเป็นทีผ่ อู้ า่ นจะต้องเข้าไปอยูใ่ นบริบท วางตนเอง ให้ ส อดคล้ อ งกั บ ทั ศ นคติ ข องผู ้ เขี ย นที่ ใช้ ห ลั ก การใน การตี ค วามอย่ า งเหมาะสม จ� ำ เป็ น ที่ จ ะต้ อ งแยกแยะ ระหว่างชีวติ และการพัฒนาของหมูค่ ณะแรกของคณะธิดา แม่พระองค์อุปถัมถ์ และเล่าเรื่องราวของพวกเขา นี่เป็น กระบวนการทีค่ ล้ายคลึงกับการเขียนชีวประวัตขิ องบรรดา นักบุญ จ�ำเป็นทีจ่ ะต้องแยกแยะระหว่างความศักดิส์ ทิ ธิใ์ น ตนเอง ความศักดิ์สิทธิ์เพื่อตนเอง และความคิดที่จะเป็น ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ในบันทึกเหตุการณ์ของคณะ เราจะพบแนวโน้มของ การเขียนเชิงชีวประวัตินักบุญและเชิงการฉลอง จากการ เล่าเรื่องซึ่งมีความตั้งใจให้เป็นเพียงเอกสารข้อมูลเท่าที่ สามารถ แต่กลับมองเห็นด้านเทววิทยามากกว่า บันทึก เหตุการณ์จงึ เป็นดังหนังสือชีวติ จิตของการกระท�ำซึง่ ตอบ สนองต่อเอกลักษณ์ฝ่ายจิตและหลักการอบรม โดยทั่วไปแล้ว การเขียนบันทึกเหตุการณ์ของคณะ ในครึ่งแรกของปี 1900 ลักษณะการเขียนส่วนใหญ่อยู่ ในรูปแบบการเขียนชีวประวัตินักบุญและค่อนข้างไปใน การเล่าเรื่องราวของผู้ตั้งคณะ ของบรรดาผู้ใหญ่ในคณะที่ 29
ปรึกษา และซิสเตอร์บางคนทีด่ ำ� เนิน ชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ในปี 19211922 เป็นปีที่เริ่มมีการตีพิมพ์ข่าวต่าง ๆ (Notizario) ของคณะ เพื่อถ่ายทอดข่าวสารและเชื่อมสายสัมพันธ์ กับทุก ๆ หมู่คณะ ในความเป็นจริงของช่วงเวลานัน้ (1890-1900) เป็น ช่วงด�ำเนินการแต่งตั้งมาเดอร์มัสซาแรลโลเป็นนักบุญ และการเลื่อนขั้นความศักดิ์สิทธิ์ของสมาชิกผู้ศักดิ์สิทธิ์ใน คณะ เช่น มาเดอร์มักดาเลนา โมราโน เลารา วีกุญญา ซิสเตอร์เทเรซา วัลเซ่ เป็นต้น กระบวนการแต่งตั้งนี้เป็น รูปแบบใหม่ของการเขียนชีวประวัติที่มั่งคั่งด้วยพยาน จ�ำนวนมากมาย นอกจากนี้ แม้ ว ่ า บทบรรณาธิ ก ารของผู ้ เขี ย น ชีวประวัตขิ องคุณพ่อบอสโก ยังไม่ถงึ ระดับเชิงประวัตศิ าสตร์ และเชิงวิทยาศาสตร์กต็ าม แต่กย็ งั รวมถึงความพยายามที่ จะจั ด เรี ย งข่ า วสารที่ เ ล่ า ต่ อ กั น มาและแหล่ ง ข้ อ มู ล ที่ ถูกบันทึกไว้ของคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ผูท้ เี่ ขียนเรือ่ ง ราวของคุณพ่อบอสโกจ�ำเป็นต้องใส่ใจประวัติศาสตร์ของ คณะฝ่ายหญิงด้วย เพราะในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 คณะ ยังขึ้นอยู่กับผู้ตั้งคณะคนเดียวกันคือคุณพ่อบอสโก คุณพ่อ Lemoyne ซึ่งเป็นอธิการทั้งที่บ้านมอร์เนเซ (1872) และที่บ้านนิสซา มอนแฟร์ราโต จนถึงปี 1883 ท่านรู้จักคณะตั้งแต่แรกเริ่มและการพัฒนาคณะเรื่อยมา ท่านช่วยให้ผลงานของท่านเป็นที่น่าเชื่อถือถึง“พยานที่ ซื่อสัตย์และผู้น่ายกย่องที่มั่นใจได้” ในการตีความของ Morand Wirth ท�ำให้เรารู้ว่าน อกเหนือจากการเล่าเรื่อง “เรียงล�ำดับเหตุการณ์และจัด ระบบ”ของกิจการซาเลเซียนซึง่ คุณพ่อ Eugenio Ceria ที่ จัดพิมพ์เผยแพร่ในปี 1941 และปี 1951 จ�ำนวน 4 เล่ม แล้วนั้น ยังมีเรื่องราวของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ที่ สอดแทรกอยูซ่ งึ่ เป็นเอกสารชุดแรกทัง้ ของคณะซาเลเซียน และคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์บรรจุรวมอยู่ด้วย คุ ณ พ่ อ Ferdinando Macconoซิ ส เตอร์ Giuseppina Mainetti ซิสเตอร์ Giselda Capetti 30
และอีกหลายคนได้ ตีพิมพ์หนังสือชีวประวัติ ของผู้ตั้งคณะ โดยตั้งใจมอบ ให้เป็นตัวอย่างแก่บรรดาซิสเตอร์ ในการด�ำรงชีวิต เราทราบดีถึงความมุ่งหมายของการเขียนบันทึก เหตุการณ์ของคณะ มิใช่เพือ่ บรรยายความเป็นจริงอย่างที่ มันต้องเป็นและต้องเคร่งครัดในทุกเรื่อง Paul Wynants นักค้นคว้าวิจัยประวัติศาสตร์คณะ นักบวชหญิงที่ให้การอบรม (ประเทศเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และหมู ่ บ ้ า นBassi) กล่ า วว่ า การบั น ทึ ก เหตุ ก ารณ์ คื อ ผลผลิตของการสั่งสอนอบรม สามารถกลับเป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่อยากจะรู้จักความเป็นจริงของคณะอย่างน้อยใน 2 ระดับ นัน่ คือเหตุการณ์ทเี่ กิดขึน้ แล้วและตีพมิ พ์เผยแพร่ ออกไปหรือไม่ก็ไม่สามารถรับรู้ได้หรือสูญหายไปเลย ใน คณะของเราก็เช่นกันที่บังเอิญเกิดขึ้นแล้ว ดังกรณีของ ชี ว ประวั ติ ข อง Madre Emilia Mosca ซึ่ ง ซิ ส เตอร์ Giuseppina Mainetti เป็ น ผู ้ เขี ย น และชี ว ประวั ติ ของมาเดอร์มัสซาแรลโลซึ่งคุณพ่อ Lemoyne บรรจุ เนือ้ หาประวัตสิ ำ� คัญของบุคคล 2 คนคือคุณพ่อ Domenico Pestarino (จิตตาธิการคนแรกของคณะธิดาแม่พระองค์ อุปถัมภ์) และ ซิสเตอร์ Felicita Mazzarello (น้องสาว ของมาเดอร์มสั ซาแรลโล) ซึง่ ประวัตขิ องบุคคลทัง้ สองหาย สาบสูญไปเมือ่ มีการปรับปรุงเล่มบันทึกเหตุการณ์เล่มแรก นอกจากนี้ ชีวประวัติของนักบุญท่านอื่น ๆ ก็จัดว่า เป็นแหล่งข้อมูลทางประวัตศิ าสตร์ดว้ ย แม้วา่ เราเลือกบาง ข้อมูล หรือข้ามบางตอน สิ่งเหล่านี้ก็แสดงออกถึงความรู้สึก ทัศนคติ ของ ผู้รวบรวม เป็นแบบอย่างการปฏิบัติให้กับผู้อ่าน เป็นรูป แบบชีวิตของการเป็นนักบวช การเจริญชีวิตในหมู่คณะที่ สัมพันธ์กับช่วงเวลานั้น ๆ Paul Wynants ยังได้สรุป อีกว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้สามารถปรากฏให้เห็นแบบเกินเลย และรกรุงรัง เราก็จะมองดูเฉพาะสิ่งที่สวยงามเท่านั้น
วิธีการสอนค�ำสอนของคุณพ่อบอสโก Metodo Catechistico di Don Bosco
โดย...ซิสเตอร์ขวัญเรือน โอนากุล ของท่านคือการเปิด Oratory ศูนย์เยาวชนวันหยุด โดยมี จุดประสงค์หลักคือ การให้การศึกษาอบรมด้านศาสนาให้แก่ บรรดาเยาวชน ท่านพูดบ่อย ๆ ว่าหลายสิ่งที่ไม่สู้ดีงามทาง ด้านศาสนาเกิดขึ้นก็เพราะขาดการอบรมทางด้านศาสนา ท่านมีความคิดที่สูงส่งเสมอเกี่ยวกับการสอนค�ำสอน ท่าน เชิดชูการสอนค�ำสอน ตีพมิ พ์โฆษณา และพยายามพัฒนาให้ ดีขึ้นในทุกวิถีทาง ตั้งโรงเรียนสอนค�ำสอนอย่างไม่เห็นแก่ เหน็ดเหนื่อย ส่งเสริมสนับสนุนให้มีโปรแกรม สื่อ วัสดุ อุปกรณ์การเรียนการสอนเพิม่ เติมขึน้ เรือ่ ย ๆ (จดหมายเวียน การทีค่ ณ ุ พ่อบอสโกเป็นครูคำ� สอน และเป็นครูคำ� สอน เกี่ยวกับค�ำสอน) ผู้ยิ่งใหญ่นั้น คงไม่มีใครกังขา ผูส้ บื ต�ำแหน่งคนทีส่ ขี่ องท่านกล่าวว่า “คุณพ่อบอสโก เป็นครูค�ำสอนโดยก�ำเนิด ตั้งแต่อายุได้เพียงห้าขวบ ท่านก็ แสดงให้เห็นว่า ส�ำหรับท่านแล้วภารกิจการสอนค�ำสอนเป็น สิ่ ง ที่ ง ดงามและมี ค ่ า กว่ า หมด พระเจ้ า ทรงอวยพรท่ า น ประทานพระพรความสามารถต่าง ๆ จนถือได้ว่า ท่านเป็น ครูคำ� สอนตัวอย่าง ทรงประทานให้ทา่ นมีความกระตือรือร้น แสวงหาความรอดพ้ น ของวิ ญ ญาณ มี ค วามใสสะอาด และชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความจ�ำดีเป็นเลิศ มีสติปัญญาเฉียบ แหลม รู้จักท�ำตัวเป็นที่น่ารักใคร่ มีความสามารถอันน่าทึ่ง ในการท�ำให้สิ่งที่ท่านเสนอเป็นที่ดึงดูดน่าสนใจ มีความ ชัดเจน รู้จักใช้ค�ำที่เข้าใจได้ง่าย เชี่ยวชาญในการจับความ มีหลายคนถกเถียงกันว่า คุณพ่อบอสโกได้ให้แนวทาง รูส้ กึ และจินตนาการของเยาวชน ท่านรูจ้ กั สรรหาการเปรียบ วิธีการสอนค�ำสอนแก่ซาเลเซียน ลูก ๆ ของท่านจริงหรือ? เทียบ อุปมา ยกตัวอย่างเพื่อช่วยให้เข้าใจ และสิ่งที่ท่าน เพื่อจะตอบว่าใช่หรือไม่ใช่นั้น เราคงต้องมาดูกันก่อนว่า เรา ประสบความส�ำเร็จมากกว่าหมดคือ การดึงดูด อบรมปัน้ แต่ง หมายถึงอะไรเมื่อเราพูดถึง Metodo แนวทาง วิธีการสอน โดยมีพนื้ ฐานบนหลักปรัชญา ทีใ่ ช้หลักการของเหตุผล น�ำพาเยาวชนสู่ความศักดิ์สิทธิ์” ไม่ว่าเมื่อเป็นเด็ก นักเรียน สามเณร ที่ Murialdo ที่ เป็นเครื่องมือในการให้ความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส�ำหรับ Chieri ที่ Castelnuovo ในทุกแห่ง ไม่ว่าที่ไหนท่านเป็นผู้ Metodo แนวทาง วิธีการสอนของคุณพ่อบอสโก เรา ุ พ่อบอสโกให้ไว้สำ� หรับ สอนค�ำสอนเสมอ เมือ่ เป็นพระสงฆ์แล้ว พระเจ้าทรงเรียกให้ ต้องการหมายถึง วิธกี ารต่าง ๆ ทีค่ ณ ท่านก่อตัง้ ครอบครัวนักบวชขึน้ สองคณะ ท่านเริม่ ภารกิจ ของ การสอนค�ำสอน ท่านด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร ความห่วงกังวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 31
ในแง่นี้เราจึงพูดได้ว่า Metodo แนวทาง วิธีการสอนของคุณพ่อบอสโกนั้นค่อนข้างชัดเจน แม้ว่างาน มากมายมหาศาลที่ คุ ณ พ่ อ ท� ำ เป็ น อุ ป สรรคท� ำ ให้ ท ่ า น สามารถที่จะเขียนเป็นหนังสือได้เพียงเล่มเดียว แต่เรา สามารถค้นพบ Metodo แนวทาง วิธีการสอนของท่านได้ จากงานเขียนอื่น ๆ ของท่าน เพื่อจะได้มาซึ่ง Metodo แนวทาง วิธีการสอนที่ครบสมบูรณ์ของท่าน เรามีเพียงหนังสือสามเล่มซึ่งเป็นเอกสารส�ำคัญเกี่ยว กับระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่คุณพ่อบอสโกให้ไว้กับลูก ๆ ของ ท่าน ซึ่งเพียงพอที่จะเป็น Metodo catechistico แนวทาง วิธีการสอนค�ำสอนได้ แม้ว่าคุณพ่อ บอสโกจะกล่าวถึงการ สอนวิชาอื่น ๆ แต่ระเบียบปฏิบัติก็สามารถน�ำมาใช้กับวิชา ค�ำสอนได้ ท่านได้เขียนถึงอธิการบ้านที่ลานโซ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1875 ว่า “วิชาค�ำสอนซึ่งมีการสอนน้อยมาก ในระดับชั้น มัธยม แต่เป็นวิชาที่ส�ำคัญกว่าหมด” คุณพ่อบอสโกได้ให้แนวปฏิบตั ดิ า้ นการสอนค�ำสอนไว้ ดังต่อไปนี้
สอนค�ำสอน เป็น ภารกิจยิ่งใหญ่ เพื่อความ รอดพ้นของวิญญาณที่ได้ รับการไถ่กู้จากพระเยซูคริสตเจ้า ด้วยการชี้หนทางแห่ง ความรอดพ้นนิรนั ดร...ช่วยพวกเขาให้กลับเป็นศาสนิกชน ที่ดีและพลเมืองที่ซื่อสัตย์ 2. ถ้าเป็นไปได้ครูคำ� สอนควรเป็นพระสงฆ์หรือสามเณร แต่ ก็ ใ ห้ มี ฆ ราวาสที่ ค วามประพฤติ ดี เข้ า ช่ ว ยสอนด้ ว ย เนือ่ งจากมีชนั้ เรียนจ�ำนวนมาก อย่างไรก็ตามส�ำหรับเด็ก โต ควรมีพระสงฆ์เป็นผู้สอน 3. กรณีที่จ�ำนวนครูผู้สอนค�ำสอนมีไม่เพียงพอ ให้ผู้อ�ำนวย การตกลงกับอธิการ เลือกเด็กโตที่มีความรู้ด้านค�ำสอน และมีความประพฤติดีงาม เข้าช่วยสอนค�ำสอนในชั้น ที่ขาดผู้สอน 4. ผู ้ ส อนค� ำ สอนที่ เ ป็ น นั ก อบรม ผู ้ อ บรมเป็ น บุ ค คลที่ อุทศิ ตนเพือ่ ความดีของศิษย์ เขาต้องพร้อมเสมอทีเ่ ผชิญ กับอุปสรรคปัญหา ความยากล�ำบากทุกประการ เพือ่ จะ น�ำศิษย์ให้ลุถึงจุดหมายทั้งทางด้านสังคมและศีลธรรม ผู้สอนค�ำสอน เป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ต้องปฏิบัติสิ่งที่ คุ ณ พ่ อ บอสโกบอกกั บ ธรรมทู ต แรก ๆ ของท่ า น “จงเอาใจใส่ดูแลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เจ็บป่วย เด็ก ๆ คนชราและผูย้ ากไร้ แล้วพวกเธอจะเป็นทีโ่ ปรดปรานทัง้ ของพระเจ้าและมนุษย์” 5. งานของผู้สอนค�ำสอนคือ การสอนค�ำสอน การเฝ้าดูแล การเอาใจใส่ชมรมทางศาสนาที่ได้รับมอบหมายจาก อธิการ (ระเบียบการ ข้อ 399). 6. คุณพ่อบอสโก กล่าวแก่บรรดาครูผู้สอนว่า ครูต้องมี ความยุติธรรม ตักเตือนเด็ก แต่ต้องจ�ำไว้ว่าต้องกระท�ำ ด้วยความรักเมตตา พากเพียรมาก ๆ กับเด็ก เมือ่ อยูน่ อก เวลาเรียน เขาต้องปฏิบัติตนแสดงความรักต่อเด็ก ๆ ทุกคนเท่าเสมอกันไม่วา่ จะเรียนชัน้ ไหน มิใช่เลือกปฏิบตั ิ กับบางคนเท่านั้น (M. B. IX, 840). 7. เคล็ดลับของความส�ำเร็จ ทุก ๆ เช้าให้ฝากความห่วง I. ผู้สอนค�ำสอน Catechisti กังวลต่าง ๆ ไว้กับพระเจ้า เช่น การแก้บาป กิจการ 1. บุคคลกลุ่มหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ในศูนย์เยาวชนก็คือผู้ โรงเรียน การสอนค�ำสอน การให้ข้อคิด สอนค�ำสอน เพราะจุดประสงค์หลักของศูนย์เยาวชนก็ คือ การให้ความรู้ด้านศาสนาให้แก่บรรดาเยาวชน การ 8. ท่านถามอธิการคนหนึง่ ว่า “เธอสวดภาวนาส�ำหรับเด็ก ๆ ลูกศิษย์ของเธอบ้างไหม?... อยากให้พ่อแนะไหมว่า 32
รางวั ล ประเภทใด 6. ผู้ใหญ่ไม่ควรเสียอารมณ์ ง่าย ๆ ควรสงบ ราบคาบ ไตร่ตรอง รูจ้ กั จะท� ำ ให้ เ ด็ ก ๆ ดี ใ จ คอยเวลา ก่อนที่จะให้ความส�ำคัญกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด มากกว่าหมด ก็คือบอกเด็ก ที่ เรี ย นดี ประพฤติ ดี ว ่ า “พ่ อ 7. ปฏิบัติกับเด็ก ๆ เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อพระเยซูเจ้าเอง ปฏิบัตติ ่อพวกเขาด้วยความรักแล้วพวกเขาจะรักเรา ให้ ภูมิใจในตัวเธอมาก จะบอกให้พ่อแม่ของเธอว่าลูกของ เกียรติพวกเขาแล้วพวกเขาจะให้เกียรติเรา จ�ำเป็นต้อง ท่านเก่งแค่ไหน” แล้วเธอจะเห็นค�ำพูดเช่นนีจ้ ะก่อให้เกิด ให้พวกเขาสมัครใจยอมรับว่าเราเป็นผูใ้ หญ่ หากเราดูถกู ผลดีเพียงไร พวกเขาเพราะถือว่าตนเป็นผูใ้ หญ่ เราเองท�ำตัวให้เป็นที่ น่าหัวเราะเยาะ 8. รักษาชื่อเสียงของเด็ก ๆ อย่าท�ำให้เขาต้องอับอายต่อ หน้าคนอื่น ๆ ด้วยท่าทีหรือค�ำพูดที่ดูถูกเขา 9. ไม่ควรซักถามเกีย่ วกับเรือ่ งของมโนธรรม เรือ่ งทีเ่ ขาไป แก้บาปหรือไม่ เขาไปรับศีลมหาสนิทไหม การตักเตือน ในชั้นเรียนของครูผู้สอนเกี่ยวกับการไปรับศีลยิ่งท�ำให้ พวกเขาไม่ไปรับศีลศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น 10. อย่าต�ำหนิตเิ ตียนเด็กโดยไม่มหี ลักฐาน อย่าเชือ่ ทันทีที่ มีคนมาบอก อย่าจัดการอะไรทันที ควรไตร่ตรองให้ดี II. หน้าที่โดยทั่วไป ก่อน เมื่อมีคนมาบอกอะไรให้รับฟังไว้ แต่ก็ฟังอีกฝ่าย 1. รู้จักเยาวชน เยาวชนแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน ด้วยก่อนที่จะตัดสิน แบ่งได้งา่ ย ๆ ดังนี้ เด็กทีม่ นี สิ ยั ดีมาก ธรรมดา ยาก นิสยั ไม่ดี เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องศึกษาหาวิธีที่จะอบรม 11. หากจ�ำเป็นผู้สอนก็ตักเตือนแก้ไขได้ แต่ต้องให้อภัย ง่าย ๆ ถ้าเป็นไปได้อย่าลงโทษเด็ก แต่ ล ะนิ สั ย ท� ำ ดี กั บ ทุ ก คนโดยที่ ไ ม่ ป ล่ อ ยให้ แ ต่ ล ะ 12. ไม่ควรยกย่องเด็กคนใดเป็นพิเศษ อย่าชมลักษณะทาง ประเภทสร้างความเสียหายแก่กัน กายของใคร ค�ำสรรเสริญท�ำลายความเป็นธรรมชาติ 2. ท�ำตัวให้เด็ก ๆ รู้จักคุ้นเคย ด้วยการอยู่กับพวกเขา 13. อย่าพูดกับเด็กหรือกับบุคคลในบ้านเกีย่ วกับสิง่ ทีเ่ กิดขึน้ ทุกเวลาที่เป็นไปได้ ที่โรงเรียน เด็กชั้นหนึ่งต้องมีความคิดที่ดีถึงอีกชั้นหนึ่ง 3. ครองใจเด็ก ๆ คุณพ่อบอสโกเขียนถึง คุณพ่อ Bertello อย่าหาผลประโยชน์จากเด็ก เป็นสิ่งที่น่าหัวเราะมากที่ ว่า “จงถือว่าเณรนักศึกษาปรัชญาทุกคนเป็นน้องของเธอ เณรคนหนึ่งไปเล่าอะไรต่ออะไรให้เด็กฟัง เด็กจะไม่มี รั ก เมตตาพวกเขา นี่ แ หละเป็ น กุ ญ แจไขหั ว ใจของ ความเคารพเขาอีกต่อไป ผูอ้ บรมต้องแก้ตา่ ง และปกป้อง พวกเขา” ท่านบอกกับผู้ดูแลคนหนึ่งว่า “ถ้าเด็กรู้สึกว่า ผู้อบรมด้วยกัน ไม่แสวงหาความนิยมชมชอบใส่ตน ถูกรัก เขาจะรักตอบ” 4. เรี ย นรู ้ ที่จ ะท� ำ ตั ว ให้ เ ด็ ก ๆ รั กมากกว่ าที่ จ ะท� ำ ให้ 14. ครูผู้สอนควรหลีกเลี่ยงการสนใจเด็กคนใดคนหนึ่งเป็น พิเศษ ดังหนีโรคติดต่อ และตระหนักว่านีเ่ ป็นความเสีย่ ง เขากลัว ความรักและความอ่อนโยนเป็นลักษณะของ เกี่ยวกับการท�ำงานด้านการอบรม ท่าน 5. เป็นหน้าที่ของผู้สอนค�ำสอนที่จะครองใจเด็ก ๆ ดังที่ 15. ครูผู้สอนไม่ควรปฏิบัติอะไรพิเศษแม้กับเด็กที่ดีที่สุด แต่ ให้ปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเสมอกัน คุณพ่อบอสโกได้ท�ำ เมื่อท่านสอนค�ำสอนในโรงเรียน หลายแห่งของตุริน ค�ำพูดของท่านดึงดูดใจ มารยาทที่ 16. ในตอนหนึ่งของโอวาทสุดท้ายประจ�ำปี 1875 คุณพ่อ บอสโกได้ย�้ำเตือนว่า “ขอให้ระมัดระวังมิตรภาพพิเศษ น่ารักใคร่ จริงใจและเรียบง่าย ท�ำให้ท่านได้ใจของ ต้องรักเด็กทุกคนหรือไม่ก็ไม่รักใครเลย” บรรดาศิษย์ ทุกครั้งที่ท่านปรากฏตัวในโรงเรียน เด็ก ๆ จะยินดีเหมือนในวันฉลอง 33
นักบุญโยเซฟ บิดาผู้แสนดี โดย...ซิสเตอร์กาญจา เดชาเลิศ
เมื่อเอ่ยนาม “นักบุญโยเซฟ” แต่ละคนคงมีความ รู ้ สึ ก ที่ แ ต ก ต ่ า ง กั น ไ ป ขึ้ น กั บ ค ว า ม เชื่ อ ศ รั ท ธ า และประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับท่านนักบุญ ผู้ที่มีความ ศรั ท ธาต่ อ ท่ า นนั ก บุ ญ โยเซฟเป็ น พิ เ ศษด้ ว ยความรั ก เยีย่ งลูกทีม่ ตี อ่ พ่อ พูดคุยสนทนากับท่านอย่างสม�ำ่ เสมอนัน้ ไม่เคยมีใครที่รู้สึกว่าถูกท่านทอดทิ้ง ทุกคนพูดเป็นเสียง เดียวกันว่า ท่านคอยดูแล ปกป้องคุม้ ครอง ช่วยเหลือตลอด ทุกช่วงเวลาของชีวิต ทุกค�ำวอนขอได้รับค�ำตอบเสมอ โดยเฉพาะในเวลาที่ยากล�ำบาก ไม่ต่างจากประสบการณ์ ทีซ่ สิ เตอร์ทา่ นหนึง่ ได้แบ่งปันด้วยความซาบซึง้ และรูค้ ณ ุ ต่อ ท่านนักบุญ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับซิสเตอร์ลักขณา เยาวสังข์ ธรรมทูตชาวไทยทีไ่ ด้กา้ วออกไปยังดินแดนทีไ่ ม่รจู้ กั แต่ด้วยความเชื่อไว้ใจในพระเจ้าท่านได้ตอบรับต่อค�ำเชิญ ของพระองค์ผ่านทางผู้ใหญ่ที่ได้เลือกท่านให้ไปประกาศ 34
ข่าวดีแก่ประชากรของพระองค์ที่ก�ำลังรอคอยพระพรของ พระเจ้าด้วยความกระหายดุจแผ่นดินที่แห้งผาก เฝ้ารอ สายฝนโปรยปรายให้ความชุ่มฉ�่ำและชีวิตใหม่อีกครั้งแก่ ผืนแผ่นดิน ณ ที่นั่นคือ ประเทศกัมพูชาซึ่งซิสเตอร์ได้แบ่ง ปันด้วยความยินดี และภาคภูมิใจว่าท่านไปพร้อมกับ นักบุญโยเซฟ เรื่องราวที่ดูเหมือนราบรื่นเรียบง่าย แต่แฝง เบื้องหลังที่เต็มด้วยการผจญภัยที่เปรียบเสมือนการเดิน ทางฝ่ายจิตทีไ่ ด้รบั การอยูเ่ คียงข้างจากบุรษุ ผูช้ อบธรรมผูน้ ี้ ซึง่ เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากท่านนักบุญโยเซฟ การตอบ รับต่อภารกิจส�ำคัญ และยิง่ ใหญ่นจี้ งึ มีเรือ่ งราวทีป่ ระทับอยู่ ในทุกหน้าแห่งความทรงจ�ำของบุคคลหนึ่งไม่รู้เลือน.... “เป็นธรรมทูตทีก่ มั พูชาเหรอ ก็คงจะดีนะ แต่...รอให้ คุณพ่อไปสวรรค์ก่อนก็แล้วกัน” เป็นความคิดในใจที่เกิด ขึ้นเมื่อได้รับทราบว่าคณะจะเปิดกิจการใหม่ที่ประเทศ กัมพูชา และต้องการธรรมทูตไปบุกเบิกที่นั่น แต่ขณะนั้น คุณพ่อของซิสเตอร์ลักขณาก�ำลังป่วยหนัก ท่านจึงไม่อาจ ตัดสินใจได้ แต่แล้ว...เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์คุณพ่อของซิสเตอร์ได้สิ้นลม หายใจไปก่อนทีซ่ สิ เตอร์จะเดินทางกลับถึงบ้าน เมือ่ ทราบ ข่าวการสูญเสียครัง้ นี้ พร้อมกับความเสียใจทีไ่ ม่อาจอยูก่ บั คุณพ่อในช่วงสุดท้ายนั้น ความรู้สึกโกรธพระก็เข้ามาในใจ “ท�ำไม แค่คิดแค่นี้ต้องให้คุณพ่อจากไปเร็วอย่างนี้?” “ธรรมทูตที่กัมพูชาเหรอ ไม่ไปแล้ว... ไม่เด็ดขาด” ความ ไม่สงบในใจก่อตัวขึ้นทุกวัน เป็นเหมือนสงครามที่ขัดสู้กัน อยูภ่ ายใน วันแล้ววันเล่า ผ่านไปจนหนึง่ เดือนเต็มหลังจาก นัน้ ผูใ้ หญ่ได้เรียกซิสเตอร์ไปพบและพูดว่า “มีสมาชิก 7 คน ที่เขียนมาสมัครไปเป็นธรรมทูตที่ประเทศกัมพูชา แม้ว่า ซิสเตอร์จะไม่ได้สมัคร แต่...คณะผู้ใหญ่ก็ได้ลงมติเลือก ซิสเตอร์ ซิสเตอร์จะว่าอย่างไรคะ?” ความรูส้ กึ ตอนนัน้ ยาก
ที่จะอธิบายได้ ท�ำไม พระองค์ ยั ง ทรงเลื อ ก ฉัน... ความสับสนคุกรุ่นใน จิตใจ แต่ด้วยความเชื่อว่าเป็น พระประสงค์ ข องพระเจ้ า แน่ แ ท้ จึ ง ได้ ต อบรั บ ไปว่ า “ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ดิฉันก็จะไปค่ะ” หลัง จากการตอบรับทีเ่ ปรียบดังสายฟ้าฟาดกลางใจ...ในวินาที นั้นเองกลับท�ำให้มรสุมที่ปั่นป่วนในใจสงบลงโดยสิ้นเชิง ประหนึง่ ว่าไม่เคยเกิดขึน้ มาก่อน แล้วก็เป็นเช่นนัน้ เสมอมา ซิสเตอร์ได้ยนื ยันว่าการตอบรับทีจ่ ะเป็นธรรมทูตในครัง้ นัน้ ดูเหมือนอยู่ท่ามกลางความมืดมน แต่พระเจ้าได้เป็น แสงสว่างและท�ำให้ซสิ เตอร์มคี วามสุขเสมอ แม้ในแต่ละวัน จะมีอุปสรรค ปัญหาต่าง ๆ ที่มีเยี่ยมเยือนอยู่มิได้ขาด แต่ พระพรของพระก็ท่วมท้นอย่างต่อเนื่องจนมิอาจเทียบกัน ได้
ก้าวแรกที่เหยียบลงบนผืนแผ่นดินธรรมทูต ในใจก็ ภาวนาว่า “ขอพระเจ้าทรงอวยพรภารกิจของพระองค์ที่ นี่ ขอท่านนักบุญโยเซฟช่วยเหลือในทุกสิ่งที่จ�ำเป็นด้วย เทอญ” ส�ำหรับซิสเตอร์แล้วนักบุญโยเซฟ คือ พ่อ ซิสเตอร์ พูดกับท่านทุกวัน เหมือนท่านมีชีวิตอยู่ทุกขณะ ท่าน นักบุญเข้าใจความต้องการที่จ�ำเป็นของบ้านนี้ สถานที่นี้ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งเป็นธรรมดาของการ เปิดภารกิจใหม่ในประเทศที่ยากจน บางวันถึงกับไม่มี อาหารทีจ่ ะทาน แต่ทกุ ๆ ครัง้ ทีอ่ ยูใ่ นความต้องการซิสเตอร์ จะบอกให้เด็ก ๆ สวดวอนขอท่านนักบุญโยเซฟ ซึง่ ก็ไม่เคย
มีวันใดที่พวกเขาต้องอดเลย พระพรของ พระเจ้ามาทันเวลาเสมอ มีหลายเหตุการณ์ทยี่ นื ยันว่า นักบุญโยเซฟ เป็นบิดาที่แสนดีที่ไม่เคยนิ่งดูดายเมื่อ ลูก ๆ ของท่านเดือดร้อน แม้ท่านจะท�ำงานเงียบ ๆ แต่ ไม่เคยหยุดทีจ่ ะช่วยเหลือผูท้ เี่ ข้ามาขอพึง่ ท่านเลยแม้แต่ ครั้งเดียว อั ศ จรรย์ ที่ ไ ด้ รั บ นั้ น แทบจะพู ด ได้ ว ่ า เป็ น กิ จ วั ต ร ประจ�ำวัน ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ เมื่อมีความไว้วางใจใน พระเจ้า ปาฏิหาริย์ก็อยู่ตรงหน้า... เหตุการณ์ที่ซิสเตอร์ได้ แบ่งปันนั้นมีมากมายหากจะบันทึกทั้งหมดก็คงต้องแยก เล่มเขียน จึงขออนุญาตเล่าเพียงบางเรือ่ งเท่านัน้ ...ในครัง้ นัน้ ทีม่ เี หตุการณ์แผ่นดินไหวทีป่ ระเทศญีป่ นุ่ ได้รบั ความเสียหาย อย่างมาก ซิสเตอร์จึงได้เล่าให้กับบรรดาเด็ก ๆ ที่เขมรฟัง และเชิญชวนให้รว่ มเป็นจิตหนึง่ ใจเดียวกับพวกผูท้ กี่ ำ� ลังอยู่ ในความยากล�ำบาก เด็ก ๆ จึงได้รว่ มบริจาคเงินเล็กน้อยที่ มีอยู่เพื่อสมทบไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ประเทศญี่ปุ่น น�้ ำ ใจที่ ดี ง ามได้ ถู ก ปลู ก ฝั ง ในใจของบรรดาเด็ ก ๆ และเยาวชน แต่ จ� ำ นวนเงิ น ที่ ร วบรวมก็ ยั ง น้ อ ยอยู ่ ดี ซิสเตอร์จงึ ได้ตดั สินใจน�ำเงินทีต่ อ้ งใช้จา่ ยในบ้านสมทบทุน ด้วย จนได้จ�ำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากแต่ก็แสดงถึงความรัก ห่วงใยที่มีต่อเพื่อนพี่น้องที่เดือดร้อน ในใจก็นึกว่าพระเจ้า ทรงมีพระทัยกว้างขวางกว่าเรามากมาย หลังจากที่ได้ส่ง เงินบริจาคไปไม่นานนัก ขณะทีซ่ สิ เตอร์กำ� ลังนัง่ ดูบญ ั ชีราย ชือ่ ผูม้ พี ระคุณ และคุยกับท่านนักบุญโยเซฟเหมือนเช่นเคย ว่า ปีนี้ยังไม่มีใครมาท�ำบุญเลยนะคะ... ขณะที่มองยังชื่อ ของผู้มีพระคุณคนหนึ่ง เสียงกริ่งหน้าบ้าน ก็ดังขึ้น หลัง จากได้ทกั ทายต้อนรับแขกทีม่ าเยีย่ มก็ทำ� ให้ตอ้ งประหลาด ใจระคนด้วยความยินดีเพราะชาวอิตาเลียนผู้นี้ ก็คือ ผู้มี พระคุณทีส่ นับสนุนกิจการของคณะมาโดยตลอด และเป็น คนที่ซิสเตอร์ก�ำลังมองดูรายชื่อเขานั่นเอง ซิสเตอร์จึงได้ เล่าให้เขาฟังว่าก�ำลังคิดถึงพวกเขาอยู่พอดีซึ่งท�ำให้เขาเอง ต้องประหลาดใจเช่นกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาคิดจะมา เยี่ยมชมกิจการที่นี่ หลังจากได้เยี่ยมชมบ้าน และกิจการ เพือ่ เด็ก ๆ เยาวชน เขาจึงได้มอบเงินบริจาคให้กบั ซิสเตอร์ 35
เป็นจ�ำนวนเงินถึง 8 เท่าของเงินทีไ่ ด้ บริจาคสบทบไปยังประเทศญีป่ นุ่ นีก่ เ็ ป็นเหตุการณ์ หนึ่งที่แสดงถึงความช่วยเหลือที่ท่านนักบุญโยเซฟคอย จัดการดูแลให้ เมื่อเรามีความเชื่อ และมีใจกว้างต่อเพื่อน พีน่ อ้ ง พระเจ้าก็จะไม่ทอดทิง้ เราเช่นกัน อีกเหตุการณ์หนึง่ ไม่นานมานี้ เนื่องจากคณะก�ำลังจะท�ำการเปิดบ้านใหม่ที่ ประเทศพม่า ซิสเตอร์จึงได้ท�ำโครงการขอทุนจากองค์กร หนึ่งพร้อมกับภาวนาให้นักบุญโยเซฟช่วยด�ำเนินการให้ เรียบร้อย แต่ค�ำตอบก็ยังไม่มาสักที เงินที่ขอไปก็เป็น จ� ำ นวนพอสมควร และหากไม่ ไ ด้ ต อบรั บ มาในช่ ว งนี้ การเริม่ ต้นภารกิจใหม่คงต้องชะงักลง ซิสเตอร์เริม่ กังวลใจ และบ่นกับท่านนักบุญว่าเมือ่ ไหร่จะได้คำ� ตอบสักที ขอท่าน ช่วยให้เขาตอบกลับมาเร็ว ๆ จะได้ทันเวลากับการด�ำเนิน งานก่อสร้าง... ไม่ทนั ทีบ่ ทสนทนาจะจบลง ซิสเตอร์กไ็ ด้รบั
36
โทรศั พ ท์ จ ากต่ า ง ประเทศ แค่เห็นเบอร์ โทรก็แน่ใจว่าต้องเป็นค�ำตอบ รับจากองค์กรที่ได้ขอทุนไปแน่ ๆ แล้วก็เป็นเช่นนัน้ จริง ทางเจ้าหน้าทีไ่ ด้แจ้งว่าจ�ำนวนเงินที่ ขอมานัน้ ตรงกับเงินทีอ่ งค์กรเหลืออยูพ่ อดีกอ่ นทีจ่ ะท�ำการ ปิดงบประมาณประจ�ำปีในเดือนหน้านี้ คณะกรรมการจึง เห็นชอบทีจ่ ะมอบให้กบั โครงการของซิสเตอร์ เป็นค�ำตอบ ที่น�ำความยินดีพร้อมกับความปลื้มปิติและรู้คุณในความ ช่วยเหลือของท่านนักบุญโยเซฟที่มีให้เสมอมา ซิสเตอร์ บอกว่าแทบจะอุ้มรูปปั้นท่านนักบุญและกระโดดด้วย ความยินดี ...ส�ำหรับผู้มีความเชื่อ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวัน ในทุกรูปแบบจริง ๆ ขอบคุณท่านนักบุญโยเซฟ บิดาที่ แสนดี
Family ค�ำว่า “ครอบครัว”ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณ ฑิ ต ยสถานนั้ น หมายถึ ง สถาบั น พื้ น ฐานของสั ง คมที่ ประกอบด้วยสามีภรรยาและหมายความรวมถึงลูกด้วย อย่ า งไรก็ ต าม ความหมายข้ า งต้ น นี้ เ ป็ น เพี ย งวลี ที่ นักวิชาการด้านภาษาได้ให้ความหมายและบัญญัติไว้เป็น ลายลักษณ์อักษร แล้วเราล่ะ ให้ความหมายที่แท้จริงของ ค�ำว่า “ครอบครัว” ว่าอย่างไร? คนทุกคนมีจดุ เริม่ ต้นของชีวติ ครอบครัวไม่เหมือนกัน บางคนเริ่มมาจากความรัก แต่บางคนก็เริ่มมาจากการ ถู ก ทอดทิ้ ง แต่ ใ นที่ สุ ด ก็ ไ ด้ ม าอยู ่ ร ่ ว มกั น และเกิ ด เป็ น ครอบครัวขึน้ ในยุคสมัยใหม่ทสี่ งั คมโลกเปิดกว้างและผูค้ น เปิดใจกันมากขึ้น ท�ำให้การเป็นครอบครัวไม่มีความจ�ำกัด เรื่องเพศ อายุ หรือศาสนา เมื่อเราใช้ชีวิตบนพื้นฐานของ การเคารพสิทธิและความเข้าใจเพือ่ นมนุษย์ ดังทีพ่ ระเยซูเจ้า ทรงตรัสสอนไว้ว่า “จงรักเพื่อนมนุษย์ เหมือนรักตนเอง” ดังนั้นการจะรักผู้อื่นให้เหมือนรักครอบครัวของตน
โดย...รัฏฏิการ์ สุทธิรัตนากร
จึงไม่ใช่เรือ่ งผิดแปลกแต่อย่างใด หากความรักนัน้ ก่อให้เกิด ประโยชน์สุขต่อเพื่อนมนุษย์ เมือ่ กล่าวถึงสภาพครอบครัวปัจจุบนั แน่นอนว่าเป็น
ครอบครั ว ที่ อ ยู ่ ใ นยุ ค ของดิ จิ ทั ล และเทคโนโลยี โดยมี Social Media ต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตเป็น อย่างมาก แต่นนั่ ก็นบั เป็นเรือ่ งทีด่ เี พราะการติดต่อสือ่ สาร ระหว่างสมาชิกในครอบครัวกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย เสมื อ นเราสามารถย่ อ โลกไว้ ใ ห้ อ ยู ่ แ ค่ เ พี ย งปลายนิ้ ว
37
ความเอาใจใส่ ความห่วงใยและการดูแล เพราะเทคโนโลยี ท�ำได้แค่เพียงให้ความรู้ ความบันเทิงและความสะดวกสบาย แต่สิ่งที่ให้ไม่ได้นั่นคือ ความรักและความเข้าใจ ดังนั้น ครอบครัวจึงถือเป็นสิง่ พิเศษในชีวติ ทีค่ นคนหนึง่ สามารถมี ได้ เพราะส�ำหรับบางคน ค�ำว่าครอบครัวก็ไม่ได้ประกอบ ด้วยพ่อแม่ลูกอย่างที่พจนานุกรมให้ความหมายไว้ แต่ ครอบครัวอาจจะประกอบด้วยใครก็ได้ทมี่ าอยูร่ ว่ มกันด้วย แต่อย่างไรก็ดคี รอบครัวในปัจจุบนั โดยส่วนใหญ่อยูก่ นั แบบ ความรักและความเชือ่ และส�ำหรับบางคน ค�ำว่าครอบครัว ครอบครัวเดี่ยว ที่มีเพียง พ่อ แม่ และลูกซึ่งแตกต่างจาก อาจมีความหมายว่า ทั้งหมดของชีวิต... ครอบครัวสมัยก่อนที่มักจะอยู่กันแบบครอบครัวขยายซึ่ง มีปู่ ย่า ตาและยายอยู่ร่วมด้วยโดยความเปลี่ยนแปลงนี้ สืบเนื่องมาจากวิถีชีวิต เศรษฐกิจและสังคมของโลกสมัย ใหม่ทำ� ให้สมาชิกในครอบครัวต่างต้องดิน้ รนท�ำมาหาเลีย้ ง ชีพ ใช้ชวี ติ อย่างเร่งรีบ ท�ำงานหนักเพือ่ หารายได้มาเป็นค่า ใช้จ่ายภายในบ้านจึงอาจท�ำให้ขาดความใกล้ชิดและการ ดูแลเอาใจใส่ระหว่างสามีภรรยาและลูกได้พบเจอและพูด คุยกันน้อยลง แต่คยุ ผ่านข้อความบนหน้าจอและตัวอักษร มากขึ้น อาจจะเรียกได้ว่าเราก�ำลังอยู่ในยุคของสังคมก้ม หน้า และมีเทคโนโลยีเป็นเพือ่ นสนิท ทีแ่ ม้แต่ขณะทานข้าว เย็นร่วมกับครอบครัว เราก็แทบจะไม่สามารถละสายตา ออกจากหน้าจอโทรศัพท์ได้เลย ซึง่ อันทีจ่ ริงแล้ว เทคโนโลยี ไม่ได้ผิดอะไรเพียงแต่เราก�ำลังจัดล�ำดับความส�ำคัญผิดไป แล้ ว ต้ อ งท� ำ อย่ า งไรถึ ง จะเป็ น ครอบครั ว ที่ มี ความสุขในยุคใหม่? เท่านั้น ส�ำหรับคนรุ่นใหม่ สิ่งที่ต้องการจากครอบครัวก็คือ แท้จริงแล้วองค์ประกอบทีท่ ำ� ให้ครอบครัวมีความสุข ในสมัยใหม่ก็ไม่ได้แตกต่างจากสมัยก่อนเลย เราเพียงแค่ น�ำของเดิมมาปรับใช้ และเพิม่ แนวคิดใหม่เข้าไปเพือ่ ให้ทนั ยุคสมัย โดยองค์ประกอบหลักของครอบครัว ได้แก่ ความรัก แน่นอนว่าจุดเริม่ ต้นของครอบครัวคือความ รัก แต่ความรักนั้นต้องมั่นคงและบริสุทธิ์ นั่นหมายถึงรัก โดยไม่มีข้อแม้และไม่หวังผลตอบแทน
38
ความเข้าใจ การรับฟังเพือ่ ยอมรับความแตกต่างและ สร้างความเท่าเทียมไม่วา่ จะเป็นเด็กหรือผูใ้ หญ่ เปิดโอกาส ให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็น ความซื่อสัตย์ คือการมอบความรักและจริงใจเดียว ที่มีให้กับครอบครัว ไม่เอนเอียงและโกหกต่อกัน ความอดทนอดกลั้นต่ออารมณ์และโทสะที่เกิดขึ้น เพราะแน่นอนว่าคนเราเมื่ออยู่ร่วมกันก็ต้องมีการกระทบ กระทั่ง ดังนั้นควรใช้เหตุผลน�ำอารมณ์เสมอ การให้อภัย ไม่ถือโทษโกรธกัน กล่าวขอโทษเมื่อ ท�ำผิดและหาหนทางแก้ไข ปรับตัวเข้าหากัน
ความเชือ่ ใจ เชือ่ มัน่ ในความรักและความสามารถของ สมาชิกในครอบครัว ซึ่งจะน�ำพาไปสู่สงบสุข ทั้งนี้สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้นจะเป็นแค่เพียงค�ำพูด ลอยๆ หรือเป็นทฤษฎีทถี่ กู เขียนไว้และไร้ซงึ่ ประโยชน์หาก ขาดการน�ำไปใช้ เพราะอย่าลืมว่า “Actions speak louder than words” “การกระท�ำส�ำคัญกว่าค�ำพูด”
............นักเดินทาง..........
39
จุดเล็กๆ ในห้องเรียนพลเมือง
ที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมทางสังคม ในห้ อ งเรี ย นซึ่ ง ส่ ว นใหญ่ เ ป็ น นั ก ศึ ก ษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ แต่มาเรียนวิชาทางสังคมศาสตร์เป็นวิชา เลือกเสรีผู้เขียนถามว่า “นักศึกษาคะ เวลาที่คุณเดินผ่าน ผู้หญิงชรากับเด็กนั่งขอทานริมทางเท้า หรือบนสะพาน ลอยคนข้าม คุณคิดอย่างไร และจะท�ำอย่างไร ด้วยเหตุผล ใด” ค�ำตอบมีมากมายสามารถแยกเป็นกลุ่มได้ดังนี้ กลุม่ 1 ตอบว่า “ให้เงิน... สงสารเขา ให้ไปเถอะเราได้บญ ุ ” กลุ่ม 2 ตอบว่า “รีบเดินผ่านไปเลย ยิ่งถ้ามือเท้าดี ๆ ท�ำไม ไม่ไปท�ำงาน หรือครอบครัวเขาท�ำไมไม่เลี้ยงดู มันไม่ใช่ หน้าทีข่ องพวกเรา ปูย่ า่ ตายายของพวกเราพ่อแม่ของเราก็ ยังเลี้ยงดูเลย อีกอย่างพวกเราก็ยังต้องขอเงินพ่อแม่มา เรียนอยูเ่ ลย” กลุม่ 3 ตอบว่า “ดูกอ่ นว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทยก็อาจจะให้เงิน สงสารเด็ก สงสารคนแก่ เขาคงจนจริง ๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ท�ำไมครอบครัว หรือลูก ๆ เขาไม่มาดูแล” แต่ก็มีบางคนที่แย้งว่า “บางทีอาจเป็น พวกลักพาเด็ก หรือพวกทีเ่ ป็นมิจฉาชีพ เดีย๋ วนีม้ เี ยอะมาก เป็นแก๊งค์” ส่วนอีกกลุ่มเปรยว่า “คงเป็นกรรมของเขา ชาติก่อนเขาคงท�ำกรรมไว้มาก ชาตินี้ลูกหลานเลยไม่ดูแล แต่ถ้าตอนนั้นมีเงินก็คงจะให้เขาไปสักหน่อย ไม่มาก” แต่ทนี่ า่ สนใจคือ ค�ำตอบของนักศึกษาส่วนน้อยใน ห้องเรียนที่ไม่ได้ตอบค�ำถามแต่ตั้งค�ำถามเชิงวิพากษ์ว่า “ท�ำไมพวกเขาถึงมาขอทาน เด็กเป็นลูกหลานเขาหรือ เปล่า ท�ำไมลูก ๆ ของเขาถึงไม่เลี้ยงดู” นักศึกษาบางคนก็ลงั เลไม่แน่ใจ: แต่วา่ ถ้าไม่ให้เงิน จะบอกว่าพวกเราเป็นคนไม่ดี ใจร้าย ไม่มเี มตตาหรือเปล่า นักศึกษาอีกคนแย้งว่า : มันผิดด้วยหรือ ถ้าเราจะ ไม่ให้เงินเขา ไม่ใช่เราไม่สงสารเขา ไม่ใช่วา่ เราไม่มจี ติ อาสา จะช่วยเขา แต่พวกเราคิดว่าต้องหาก่อนว่า เขาก�ำลังท�ำมา หากินกับความเมตตาสงสารของเราหรือไม่ 40
พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์
อีกคนรีบเสริมว่า: ท�ำไมพวกเขาถึงต้องขอทาน รัฐบาลท�ำอะไร ท�ำไมไม่ดูแลประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ ดีเพียงพออย่างน้อยก็ขั้นต�่ำสุดในฐานะที่เป็นพลเมืองล่ะ หมายความว่า มีบ้านที่อยู่อาศัย มีอาชีพที่เลี้ยงตัวได้เพียง พอ ไม่ตอ้ งมาเป็นขอทาน หรือไม่ตอ้ งมาลงทะเบียนคนจน มันดูแย่มากเลย เหมือนตีตรา ตอกย�ำ้ ให้จนดักดานตลอด ชาติเลยนะ คนสุดท้ายตั้งค�ำถามว่า: เราต้องให้ทานเขาไปอีก นานเท่าไร? มันเป็นธรรมกับเราหรือเปล่าหากเราจะต้อง เป็นคนให้รำ�่ ไป และมันเป็นธรรมส�ำหรับเขาไหม หากว่า
เขาท�ำงานมาทัง้ ชีวติ แต่ไม่มีสวัสดิการอะไร เป็นหลักประกันเลยว่าแก่ ตัวมาจะมีชวี ติ ทีด่ มี คี วามสุขได้ บ้างก่อนตาย หรือว่า “เรา” หรือ “ใคร” ควรช่วยเขาก่อน เช่น อาจจะเข้าไปถามว่าเขาเป็นใคร ท�ำไมมาขอทาน แล้ว ก็อาจจะโพสเฟสบุค๊ ตามหาลูกหลาน หรือญาติเขา หรือไม่ ก็เรียกเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์มาช่วยก่อน แล้วก็น่าจะ ต้องให้รฐั ช่วยเขาให้พงึ่ ตัวเองให้ได้ ผมว่าสวัสดิการคนชรา น่าจะให้เขาเพียงพอที่จะอยู่ได้อย่างดี ไม่ใช่มานั่งขอทาน แบบนี้” ที่ จริ งความคิด ของเด็กกลุ่มน้อยๆ ส�ำคัญ มาก เพราะเป็นการตั้งค�ำถามที่หากน�ำไปครุ่นคิดวิเคราะห์ สืบเสาะหาสาเหตุ และมองอย่างรอบด้าน อาจจะพบวิถี ทางทีน่ ำ� ไปสูก่ ารเปลีย่ นแปลงระดับโครงสร้างของสังคมที เดียว ทว่าห้องเรียนนี้ผู้เขียนไม่ได้ให้นักศึกษาออกไป ท�ำงานในการขับเคลื่อนต่อ เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ เป็นปีสดุ ท้ายทีจ่ ะต้องท�ำโครงการ (project) ส่งซึง่ เป็นงาน หนักก่อนจะส�ำเร็จการศึกษา จึงได้แต่ชวนพวกเขาคิดหา ทางออกว่ า หากท� ำ ได้ จ ะท� ำ อย่ า งไรเพื่ อ แก้ ไขปั ญ หา ดังกล่าวอย่างยั่งยืนที่สุด แม้วา่ ค�ำถามซึง่ ไม่ได้คำ� ตอบส�ำเร็จรูปจากนักศึกษา แต่การตั้งข้อสังเกตของนักศึกษาส่วนน้อยเหล่านั้นแสดง ให้เห็นว่าพวกเขามีความใส่ใจต่อความเป็นไปของสังคมไม่ น้อยทีเดียว โดยเฉพาะค�ำถามของคนสุดท้ายนัน้ ส�ำคัญมาก ต่อระบบการศึกษาไทยที่พยายามยัดเยียดให้เด็กมุ่งไปสู่ ความเป็นเลิศทางคะแนนสอบ และปัจจุบันก็เร่งสร้าง พลเมืองเด็กหันไปสู่ทิศทางที่สามารถสร้างรายได้สูง ๆ ตอบโจทย์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลักจนหลงลืมที่จะมอง ดูสังคม และเฉพาะอย่างยิ่ง “ความเป็นธรรมทางสังคม” ลองหันไปดูรอบ ๆ ตัวอย่างพินจิ พิเคราะห์กจ็ ะพบ ว่า สังคมปัจจุบันมีแต่ความ “อยุติธรรม” ทางสังคมเต็ม ไปหมด ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการเร่งรัดพัฒนาโดยเอา วัตถุนิยมเป็นตัวตั้ง เอาฐานะทางเศรษฐกิจทางสังคมเป็น
ตัวตัง้ เราจึงเห็นการแก่งแย่งแข่งขันชิง ดีเด่นกัน ใครมือยาวสาวได้สาวเอา ระบบนี้ที่ ดึ ง เอาคนหนุ ่ ม สาวออกจากครอบครั ว ที่ เ คยอยู ่ พ ร้ อ ม หน้าตา ทิ้งคนชราไว้เลี้ยงหลานซึ่งไม่เป็นธรรมต่อคนชรา อย่างยิง่ ทีท่ ำ� งานหนักมาทัง้ ชีวติ แล้ว ยังต้องมาเลีย้ งเด็กซึง่ เป็นวัยที่พละก�ำลังสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งกว่านั้น หลายคนยิ่งท�ำยิ่งจนและสู้ทนกับทุนใหญ่โอกาสเยอะไม่ ไหว ก็ถูกผลักให้ตกเหวแห่งความด้อย ความจนซ�้ำซาก จนยากจะปีนขึ้นมาที่ปากหลุมได้ ด้วยพืน้ ทีจ่ ำ� กัด ผูเ้ ขียนขอตัดเข้าประเด็นทีต่ อ้ งการจะชีใ้ ห้ เห็น กล่าวคือ หากจะเปรียบเทียบค�ำตอบและค�ำถามของ นักศึกษาข้างต้นต่อแนวคิดเรื่องพลเมือง 3 ระดับของนัก วิชาการชื่อก้องโลก Westheimer & Kahne (2004) ซึ่ง ได้รบั การกล่าวถึงในแวดวงการศึกษาเพือ่ สร้างพลเมืองใน สังคมประชาธิปไตยโดยได้จดั แบ่งคุณลักษณะของพลเมือง ไว้ 3 แบบ และเป็นคุณสมบัติของพลเมืองที่น่าจะตอบ โจทย์สงั คมทีน่ า่ อยูไ่ ด้ไม่นอ้ ยทีเดียว โดยเฉพาะพลเมืองใน ระดับที่ 3 คือ “พลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรม” เพือ่ ขยายความให้เกิดความเข้าใจมากขึน้ พลเมือง ในแบบที่ 1 คือพลเมืองที่มีความรับผิดชอบซึ่งมักจะ รับผิดชอบต่อชุมชนทีต่ นอยู่ เป็นคนทีป่ ฏิบตั ติ ามกฎหมาย โดยไม่ตงั้ ค�ำถามว่ากฎหมายนัน้ มีทมี่ าอย่างไร ถูกต้องชอบ ธรรมหรือไม่ รูแ้ ต่วา่ ต้องท�ำตามกฎหมาย แต่กเ็ ป็นพลเมือง ที่มีจิตอาสาเห็นปัญหาของสังคมก็จะเข้าร่วมโดยไม่ตั้งข้อ สงสัย ส�ำหรับพลเมืองแบบที่ 2 คือ พลเมืองแบบมีส่วน ร่วม พลเมืองที่อยู่ในระดับนี้จะมีจิตส�ำนึกและมีความ กระตือรือล้นมากขึ้นมาอีกหน่อย และปรารถนาจะเข้ามา มีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหาทางสังคม ทว่าก็ในลักษณะ เป็นผู้มีส่วนร่วมในเชิงตั้งรับ (passive) ส่วนพลเมืองแบบที่ 3 คือ พลเมืองที่มุ่งเน้นความ เป็นธรรมในสังคม ซึง่ เป็นพลเมืองทีต่ ระหนักรูว้ า่ เพียงมีจติ อาสาอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สังคมที่ดีกว่า แต่พลเมืองแบบนี้จะให้ความส�ำคัญกับ การเข้าไปมีสว่ นร่วมตัง้ ค�ำถามกับโครงสร้างความไม่เป็นธรรม 41
ที่มา: http://thaiciviceducation.org/index.php/resource/publications/17-citizenship-education/203-kind-of-citizenjoel-westheimer. [15 march 2017].
ต่าง ๆ ในเชิงรุก (Active) เพื่อจะน�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ที่เป็นธรรมต่อสังคมมากขึ้น พลเมืองแบบนี้จะตั้งค�ำถาม เชิงวิพากษ์ เช่น ค�ำถามลักษณะที่นักศึกษาส่วนน้อยถาม ซึ่งหากค�ำถามของพวกเขาได้รับการเปิดโอกาสให้น�ำไปสู่ การขบคิดและปฏิบตั กิ ารจริง เป็นต้น ไปค้นหาว่าอะไรเป็น สาเหตุให้หญิงชราต้องมาขอทาน ลูก ๆ ของนางไปไหน หมดเหตุใดจึงไม่มาดูแลบุรพการี และท�ำไมหญิงชราที่ น่าจะผ่านการใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว สังคม ประเทศชาติมานานแล้วจึงไม่มสี วัสดิการในยามเกษียณที่ ดีเพียงพอที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ได้อย่างสงบสุขตาม สมควร ท�ำไมเด็กวัยที่ควรได้อยู่ในบ้านที่ปลอดภัยยาม ค�่ำคืนได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือในเวลากลางวันเช่นเดียว
42
กับนักศึกษาที่มาเรียน และให้พวกเขาได้น�ำเสนอแนวทาง ในการน�ำไปแก้ปญ ั หาจริง ผูเ้ ขียนเชือ่ เหลือเกินว่า พลังของ พลเมืองกลุม่ น้อย ๆ ทีม่ องเห็นความไม่เป็นธรรมทางสังคม กล้ า คิ ด ตั้ ง ค� ำ ถามเช่ น นี้ น ่ า จะน� ำ พาสั ง คมไปสู ่ ก าร เปลี่ยนแปลงในทางที่ดแี ละมีความยุติธรรมทางสังคมมาก ขึ้นได้ เอาเข้ า จริ ง ประวั ติ ศ าสตร์ ก ารเปลี่ ย นแปลง ครัง้ ใหญ่ ๆ ของสังคมโลกทีผ่ า่ นมาเริม่ ต้นจากการทีค่ นกลุม่ เล็ก ๆ จ�ำนวนน้อย ๆ ที่กล้าคิด กล้าตั้งค�ำถาม และกล้า ลงมือท�ำทัง้ สิน้ โดยเฉพาะในฐานะพลเมืองทีห่ มายถึง พละ ก�ำลังแห่งเมือง
Famiglia Salesiana…per essere testimoni di Dio!
ครอบครัวซาเลเซียน เป็นพยานถึงพระเจ้า
โดย ซิสเตอร์สุภาวรรณ โชติผล
โรม อิตาลี บ้านศูนย์กลางคณะซาเลเซียนมีการจัดวันเข้าเงียบ ของกลุ่มครอบครัวซาเลเซียน ครั้งที่ 35 ในปีนี้ใช้หัวข้อที่ น�ำมาจากค�ำขวัญของคุณพ่ออัคราธิการปี 2017 คือ “เรา คือครอบครัว แต่ละบ้านเป็นดังสถานอบรมชีวิตและ ความรัก” มีสมาชิกเข้าร่วมจาก 5 ทวีป จาก 31 กลุ่มที่ เป็นสมาชิกในครอบครัวซาเลเซียนในปัจจุบนั จากวันที่ 19 มกราคม 2017 มีสมาชิกมาจาก 21 กลุ่มจากทั่วโลก ซิสเตอร์หลุยซา มิรันดา ที่ปรึกษาครอบครัวซาเลเซียน ระดับศูนย์กลางคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ เข้าร่วมการ ประชุมนี้พร้อมด้วยทีมงานของท่าน สมาชิกธิดาแม่พระ องค์อุปถัมภ์ที่สังกัดในหมู่คณะที่ขึ้นกับมาเดอร์เจเนรัล
โนวิสจากกลุม่ นานาชาติทโี่ รม และสมาชิกธิดาแม่พระองค์ อุปถัมภ์จากแขวงต่าง ๆ ในโลก มาเดอร์อวี อง แรงกว๊อท มาเดอร์เจเนรัลได้มาร่วมด้วย และให้โอวาทในช่วงเย็น พร้อมทัง้ ได้พบปะกับสมาชิกคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ คุณพ่อแองเจิล แฟร์นนั เดส อาร์ตเิ ม คุณพ่ออัคราธิการ คณะซาเลเซียน ได้กล่าวทักทายตอนเริ่มการประชุม ท่าน กล่าวว่า “พวกเราที่มาจาก 21 กลุ่มของครอบครัว ซาเลเซียนที่มาอยู่ร่วมกันในวันเหล่านี้ นับเป็นช่วงที่ดี มาก พ่ อ อยากจะหลั ก พื้ น ฐานประการหนึ่ ง คื อ ครอบครัวซาเลเซียนของพวกเรานี้ ได้ถือก�ำเนิดขึ้น ก็เพื่อเป็นพยานถึงพระเจ้า” คุณพ่อเอวเซบีโอ มูนอส ผู้รับผิดชอบครอบครัวซาเลเซียนระดับศูนย์กลางคณะ
43
ซาเลเซียนได้กล่าวขอบคุณผู้มาเข้า ร่วมประชุมทุกคน พร้อมทัง้ เชือ้ เชิญให้ได้ใช้ชว่ งเวลา ในวันเข้าเงียบเหล่านี้เป็นการหล่อเลี้ยงชีวิตจิตซาเลเซียน ให้กับตนเองอย่างจริงจัง ท่านกล่าวว่า “ในการพบปะกัน ครัง้ นี้ พวกเธอได้นำ� ประสบการณ์ฝา่ ยจิตมาทีโ่ รม เมือ่ กลับ ไปในที่ที่ของพวกเธอ ขอให้มีการยกระดับและปรับเป็น ประสบการณ์แห่งความรักฉันพีน่ อ้ งทีง่ ดงามมากยิง่ ขึน้ อีก ในช่วงแรกของการอบรม คุณพ่อโจส บาร์โทเลเม คุ ณ พ่ อ ซาเลเซี ย น ได้ ใ ห้ ไ ตร่ ต รองถึ ง ประสบการณ์ ครอบครัวของพระเยซูเจ้าทีน่ าซาแรธ ท่านได้อธิบายถึงนัก พระคัมภีร์ซาเลเซียนท่านหนึ่ง “พระเจ้าทรงปรารถนาที่ จะเป็นเหมือนเราเพื่อช่วยเราให้รอด ทรงมีพระประสงค์ที่ จะเกิดมาในครอบครัวหนึง่ ... ทรงมีพระประสงค์ทจี่ ะเป็น หนึง่ ในพวกเรา ทรงเจริญพระชนม์ชพี เหมือนกับคนหนึง่ ในครอบครัว ซึ่งได้รับการเอาใจใส่ด้วยชีวิตและความ รัก ในสถานที่เดียวกันซึ่งมนุษย์คนหนึ่งได้ถือก�ำเนิด และเติบโตมาเช่นกัน” ในช่วงท้ายของวันแรก คุณพ่ออัคราธิการได้ให้ขอ้ คิด ในโอวาทช่ วงเย็ นอย่างชัด เจนว่า “สมาชิกครอบครัว ซาเลเซียนที่รัก พวกเราไม่ได้เพียงแต่ได้ถือก�ำเนิดกลุ่ม มาเพือ่ งานเมตตาจิตเท่านัน้ แต่เรามีกลุม่ มาเพือ่ เป็นพยาน ถึงพระเจ้า นี่เป็นเอกลักษณ์พื้นฐานของเรา ...ในโลกที่ถูก ทดลองไม่ให้พดู ถึงพระเจ้า จึงนับเป็นความรับผิดชอบใหญ่ หลวงของเราครอบครัวซาเลเซียน ทีจ่ ะต้องเป็นพยานด้วย ชีวิตของพวกเรา ถึงพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” ในเช้าวันที่ 20 มกราคม ได้มีการน�ำเสนอค�ำขวัญ ปี 2017 โดยคุณพ่อแองเจิล อัคราธิการคณะซาเลเซียน “เราเป็นครอบครัว! ต่อหน้าสถานการณ์ของครอบครัว ในปัจจุบนั ครอบครัวซาเลเซียนต้องตอบรับและก้าวเดิน ไปด้วยกัน สร้างกระบวนการของหมู่คณะผู้อภิบาล อบรม” คุณพ่อฟาบิโอ อัตตาด ทีป่ รึกษาฝ่ายอภิบาลเยาวชน ระดับศูนย์กลาง ได้น�ำเสนอหัวข้อ “อภิบาลเยาวชน ซาเลเซียนและครอบครัวซาเลเซียน มรดกและแนวทางสู่ 44
อนาคต” ท่านสรุปว่า “ปั ญ หาที่ เ ร่ ง ด่ ว นใน ป ั จ จุ บั น ข อ ง ก า ร แ พ ร ่ พระวารสารใหม่ เรียกร้องเรือ่ งการ อภิบาลครอบครัว”จากนั้น มีพิธีบูชาขอบพระคุณปิด การอบรม โดยมีคณ ุ พ่ออัครา ธิการเป็นประธาน เทศน์โดย คุณพ่อฟรังซิส เชเรดา คุณพ่อรองอัคราธิการ ช่วงบ่ายมี นักจิตวิทยา คุณวีจีเนีย คาจิจัลจากประเทศสเปน ได้ บรรยายในหัวข้อ “การเป็นเพื่อนร่วมทางครอบครัวด้วย กุญแจแห่งการรับฟังและการวินิจฉัย” มีการไตร่ตรองถึง หั ว ข้ อ “ความรั ก ความยิ น ดี ” ซึ่ ง เป็ น การตอกย�้ำว่า “การแต่งงานของแต่ละคู่สมรส เป็นประวัติศาสตร์ แห่ง ความรอด ที่จะต้องมีการเอาใจใส่ดูแลรักษา ปกป้อง และอบรม เพือ่ จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคความล�ำบากของ ครอบครัวในปัจจุบนั ทีม่ กี ารปกป้องกันมากเกินไป การไม่มี เวลาให้แก่กันและกัน พลังของครอบครัวเองที่จะสามารถ รักและสอนให้รัก ซาลโว อดาโม ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่ดีมาก คือ เขากับภรรยามีบ้านพักส�ำหรับเด็ก เยาวชน ที่ไม่มีที่อยู่ อาศัย หลังจากพบปะกลุ่มต่าง ๆ แล้ว มาเดอร์อีวอง แรงกว๊อท มาเดอร์เจเนรัลได้ให้โอวาทว่า “ครอบครัว ซาเลเซียน เป็นพลังของประกาศกให้กบั โลกในยุคปัจจุบนั เราต้องมีความส�ำนึกถึงความจริงประการนี้ คุณพ่อบอสโก เข้ า ใจดี ว ่ า เราไม่ ส ามารถให้ ก ารอบรมโดยปราศจาก บรรยากาศแบบครอบครัว และซึ่งอยู่ในบรรยากาศที่มี ความรักความอบอุน่ มีอสิ รภาพ ความไว้วางใจ ความยินดี ความหวัง ในรูปแบบของการเอื้อให้เยาวชนได้อบรม ตนเองด้วยการเจริญชีวิตในครอบครัว” ในวันเสาร์ที่ 21 เริ่มโดยคุณพ่ออันเดร บอสโซโล คณะซาเลเซียน ท่านได้อ้างถึงพระสมณลิขิตเตือนใจของ พระสันตะปาปาฟรังซิส “ความปิติยินดีแห่งความรัก” (AMORRIS LAETITIA) ที่กล่าวว่า “ พระศาสนจักรให้ ความสนใจเป็ น พิ เ ศษกั บ สภาพความจริ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น ใน ครอบครัวทีก่ ำ� ลังอยูใ่ นขัน้ วิกฤติ เป็นสถาบันทีอ่ ยูใ่ นสังคม
ของเรา เป็นต้น ในโลกฝั ่ ง ตะวั น ตก และที่ ส� ำ คั ญ คื อ ต้ อ งมี ความส� ำ นึ ก ว่ า ครอบครั ว มี ความรั บ ผิ ด ชอบใหญ่ ที่ จ ะต้ อ งให้ ก ารเอาใจใส่ แ ละ ถ่ายทอดชีวิตด้านความเชื่อ” ในช่ ว งที่ ส องของภาคเช้ า ได้ มี ก ารแบ่ ง ปั น ประสบการณ์ของกลุ่มที่ท�ำงานเกี่ยวกับด้านครอบครัว มี กลุ่มหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “Hogares Don Bosco” ได้เล่า ประสบการณ์ของพวกเขาที่ท�ำงานเกี่ยวกับครอบครัว มาถึง 50 ในประเทศสเปน ในฐานะที่เป็นซาเลเซียนผู้ร่วม งานของสโลวาเกีย พวกเขาได้จดั ให้คสู่ มรสให้มกี ารด�ำเนิน ชีวติ แบบสบาย ๆ ตามจิตตารมณ์ซาเลเซียน และพยายาม ที่จะมีการก้าวเดินที่จริงจรังเพื่อน�ำสู่การเติบโตทั้งด้าน มนุษย์ ด้านชีวิตคริสตชน และชีวิตครอบครัว ช่วงเช้าปิด ท้ายด้วยการนมัสการศีลมหาสนิท และมีการระลึกถึง คุณพ่อโทมัส ธรรมทูตชาวอินเดีย ที่ถูกลักพาตัวที่เยเมน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2016 ที่ผ่านมา ในช่วงบ่ายได้มีการ
แบ่งกลุ่มเพื่อไตร่ตรองถึงการ ด� ำ เนิ น ชี วิ ต ตามสโลแกนที่ ว ่ า “เราคื อ ครอบครัว” .... ในวันที่ 22 คุณพ่ออัคราธิการได้ให้โอวาทปิดการ ประชุม ด้วยการกล่าวขอบคุณทุกคนส�ำหรับการแบ่งปัน เกี่ยวกับงานด้านครอบครัว ท่านได้ให้ข้อสรุปที่เป็นดัง ข้อเสนอแนะในปี 2017 นี้คือ “การผนวกทุกสิ่งให้มาอยู่ ในทิ ศ ทางเดี ย วกั น ” และท่ า นยั ง ได้ น� ำ พระด� ำ รั ส ของ พระสันตะปาปาฟรังซิสในโอกาสที่พระองค์ท่านตรัสแก่ คณะซาเลเซียนที่วัลดอกโก กรุงตุริน เมื่อปี 2015 ว่า “พวกเธอทีเ่ คยอบรมพ่อด้วยการใช้ความรัก อย่าให้วธิ กี าร อบรมเช่นนี้สูญหายไป” และพระองค์ยังทรงยืนยันต่อไป ว่าภารกิจการอบรมต้องเริ่มจากความรัก ที่เป็นผลมาจาก การต้อนรับกันและกัน การน�ำไปสู่การเปิดประตูต้อนรับ กัน เป็นต้น ในบ้านของเรา และยิ่งกว่านั้นคือ การเปิด ประตูแห่งดวงใจของเรา และที่สุดขอให้พวกเรามีความ ส�ำนึกว่า เราทุกคนได้รับเชิญให้เป็นดังธรรมทูตซาเลเซียน ที่อยู่ท่ามกลางครอบครัวทั้งหลายในโลก”
จาก ข่าวประจ�ำวันของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2017
45
พ่อแม่รังแกฉัน โดย...ซิสเตอร์ศิริรัตน์ อนุวัมฒน์ประกิต
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ชัยจึงคิดว่า การให้เงินต�ำรวจเมื่อท�ำผิดกฎจราจร ส� ำ หรั บ เรื่ อ งเล่ า คุ ณ ธรรมฉบั บ นี้ ขอน� ำ เสนอ เป็นสิ่งธรรมดา เพราะพ่อของเขาบอกว่า ไม่เป็นไร ใคร ๆ เรื่องราวของพ่อแม่ที่รักลูก ปรารถนาให้ลูกของตนมี ก็ท�ำกันและเวลาเป็นสิ่งส�ำคัญมากกว่าการท�ำผิดเสียอีก เมื่อชัยอายุ 8 ขวบ ความสุข แม้ว่าความรักจะเป็นสิ่งสวยงาม แต่ความรัก ป้าของเขาพาไปซื้อของที่ ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม หากมากเกินไปก็อาจน�ำสู่ ห้ า งสรรพสิ น ค้ า เป็ น เงิ น ความหายนะได้ ดังเรื่องเล่าต่อไปนี้ 75 บาท เมื่อป้าไปช�ำระ เงิน ยืน่ ธนบัตรร้อยบาทให้ พนักงาน ได้รับเงินทอน 55 บาท เพราะลูกค้ามาก และพนั ก งานเข้ า ใจว่ า ธนบัตร 50 บาท คือธนบัตร 20 บาท ป้ารับเงินทอน และใส่กระเป๋าทันที ชัยเกิดความสับสนได้แต่มองหน้าป้า เหมือนอยากจะถามให้คลายข้อสงสัย แต่แทนทีป่ า้ จะบอก ว่า พนักงานว่าทอนเงินผิด ป้ากลับพูดกับชัยว่า ไม่เป็นไรหลาน…ความผิดของเขาเอง ใครใครเขา เรื่องพ่อแม่รังแกฉัน ท�ำกันทั้งนั้นแหละ? ครอบครั ว หนึ่ ง มี ลู ก ชายที่ สุ ด แสนน่ า รั ก คนหนึ่ ง เมื่อชัยอายุ 9 ขวบ ครูให้การบ้านปลูกต้นหอมแดง ลูกชายคนนี้ชื่อ “น้องชัย” น้องชัยเป็นขวัญใจของคุณพ่อ ในกระบะ 2 สัปดาห์ แล้วน�ำไปส่งทีโ่ รงเรียน ชัยได้บอกแม่ คุณแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา เมื่อน้องชัยต้องการสิ่ง ให้ช่วยซื้อหัวหอมแดงให้ แต่แม่ลืม เมื่อครบก�ำหนดวันส่ง ใด ทุกคนพร้อมที่จะหาให้ น้องชัยเองก็รักทุกคน พร้อมที่ แม่ให้พ่อไปซือ้ ต้นหอมแดงทีต่ ลาด และฝังลงในกระบะให้ จะเชื่อฟังและท�ำตามโดยไม่มีเงื่อนไข ถ้าดูเผิน ๆ ก็เหมือน ชัยน�ำไปส่งครู ชัยอยากจะบอกพ่อกับแม่ว่า ครูสั่งให้ปลูก ว่า เป็นครอบครัวที่มีความสุข น่าอิจฉา เอง แต่พ่อกับแม่กลับพูดกับชัยว่า เมื่อเด็กชายชัยอายุ 6 ขวบ ขณะที่นั่งรถไปกับพ่อ ไม่เป็นไรลูก…ครูไม่รหู้ รอก มีสง่ ก็ดแี ล้ว ใครใครเขา ถูกต�ำรวจจับเพราะขับรถเร็วเกินก�ำหนด พ่อแอบยื่นเงิน ท�ำกันทั้งนั้นแหละ? 500 บาทให้ต�ำรวจ และได้รับอนุญาตปล่อยตัวไป พ่อหัน เมือ่ ชัยอายุ 12 ขวบ ชัยท�ำแว่นตาอันใหม่ของลุงแตก มาพูดกับลูกชายว่า แว่นตานีม้ รี าคาแพงมาก ชัยรูส้ กึ เสียใจทีต่ นเองซุม่ ซามเป็น ไม่เป็นไรลูก… เงินแค่นี้ซื้อเวลา ใครใครเขาท�ำกัน เหตุให้แว่นตาของลุงแตก แต่ลุงบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวลุง ทั้งนั้นแหละ? จัดการเอง โดยลุงจึงน�ำใบเสร็จไปอ้างกับบริษัทเครดิตที่ 46
ลุงใช้บริการอยู่ ว่าแว่นตา ถู ก ขโมย บริ ษั ท จึ ง ไห้ เ งิ น ชดใช้มา 15,000 บาท เต็มราคา ที่ซื้อมา ลุงพูดกับชัยอย่างภาคภูมิใจว่า ไม่เป็นไรหรอกหลาน…สิทธ์ของเรา ใครใครเขาก็ ท�ำกันทั้งนั้นแหละ? เมื่อชัยอายุ 15 ปี ได้เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน ชัยอยากได้รับชัยชนะมากและหมั่นฝึกซ้อมทุกวัน แต่ ครูฝึกได้สอนชัยให้รู้ว่า จะกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามให้ บาดเจ็บโดยไม่ผิดอย่างไร เพราะถือว่าอยู่ในเกม ชัยรู้สึก ไม่สบายใจแต่ครูฝึกบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก…ได้เปรียบไว้กอ่ นเป็นดี ใครใครเขา ท�ำกันทั้งนั้นแหละ? เมื่อชัยอายุ 16 ปี ได้ไปท�ำงานระหว่างปิดเทอมที่ แผนกซูปเปอร์มาร์เก็ต ของห้างสรรพสินค้าทีม่ ชี อื่ แห่งหนึง่ หัวหน้าแผนกให้ชัยจัดกระเช้าผลไม้ โดยแนะน�ำให้น�ำ สินค้าที่หมดอายุหรือผลไม้ที่ไม่สวยจวนจะเน่าอยู่แล้ว ไว้ทกี่ น้ ตะกร้า แล้วคัดผลสวย ใบโตสีสด จัดวางอยูส่ ว่ นบน เพื่อให้ผู้ซื้อคิดว่ากระเช้าผลไม้/หรือกระเช้าของขวัญ มีสินค้าดี ชัยรู้สึกไม่สบายใจ แต่หัวหน้าแผนกสอนว่า ไม่เป็นไรหรอก …ผู้ซื้อไม่ได้ใช้เองแต่ น�ำไปฝากคนอื่น ใคร ใครเขาท�ำกันทั้งนั้น แหละ? เมือ่ ชัยอายุ 18 ปี ได้สมัครสอบเพือ่ เข้าขอรับทุนของ มหาวิทยาลัย ปรากฏผลทราบเป็นการภายในว่า ชัยสอบ ได้อันดับรอง ไม่มีสิทธิ์ได้รับทุน เมื่อพ่อของชัยรู้จึงไปพูด กับกรรมการพิจารณาให้ทนุ ซึง่ เป็นเพือ่ นเรียนรุน่ เดียวกัน ในที่สุดชัยก็ได้รับทุน พ่อพูดกับชัยว่า ไม่ เ ป็ นไรลู ก…เป็น โอกาสของเรา ใครใครถ้ามี โอกาส เขาท�ำกันทั้งนั้นแหละ?
เมื่อชัยอายุ 19 ปี เพื่อนเอาข้อสอบปลายปีที่ ขโมยมาขายกับชัยเป็นเงิน 1,500 บาท ชัยลังเลใจ แต่ทสี่ ดุ ได้ตัดสินใจซื้อข้อสอบดังกล่าว เพราะเพื่อนพูดว่า ไม่เป็นไรหรอก ชั ย …เกรดมี ผ ลกั บ อนาคตนะ ใครใคร เข า ท� ำ กั น ทั้ ง นั้ น แหละ? ชัยเติบโตขึ้นมา ในบรรยากาศครอบครัวและสังคม ทีเ่ ห็นว่า คอร์รบั ชัน่ เป็นเรือ่ งธรรมดา ใคร ๆ ก็ทำ� กันทัง้ นัน้ เมื่ อ ชั ย อายุ 24 ปี เขาถู ก จั บ ข้ อ หายั ก ยอกเงิ น บริ ษั ท 700,000 บาท และต้องติดคุก พ่อกับแม่ไปเยีย่ มและตัดพ้อ ต่อว่า ท�ำไมลูกท�ำอย่างนีก้ บั พ่อแม่ ทีบ่ า้ นเราไม่ได้สอนให้ ลูกเป็นคนขี้โกงเลยนะ? แต่แท้ที่จริงแล้ว พ่อแม่และบรรดาคนรอบข้างชัย ไม่เคยรู้เลยว่า เขานั่นแหละที่สอนให้ชัยเป็นคนโกงโดย ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่กลายเป็น “พ่อแม่รังแกฉัน” เสียเอง ความรักทีถ่ กู ต้อง ไม่ใช่การตามใจในทุกสิง่ หรือสอน ให้เอาเปรียบคนอื่น นักบุญเปาโลสอนเราว่า ความรักแท้ ย่อมอดทนนาน เสียสละ ไม่ยินดีในสิ่งผิด แต่ชื่นชมในสิ่ง ที่ถูกต้องดีงาม ความรักไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบ คาย ความรักแท้คือการอภัยในความผิดของคนอื่น และมี ความหวังอยูเ่ สมอ ขอให้พระวาจาของพระได้เป็นแนวทาง แก่เราในการอบรมลูกหลานให้เติบโตเป็นคนดีอย่างยั่งยืน และเราจะมีความสุขอย่างแท้จริง
47
แตงโม...ผลไม้คลายร้อน โดย...อภิรดี โกศัยกานนทน์
เมือ่ เข้าสูเ่ ดือนเมษายน ประเทศไทยเริม่ เข้าสูช่ ว่ งฤดูรอ้ นอย่างเต็มตัว ตามทฤษฏีแผนไทยกล่าวว่า ความร้อนจากธรรมชาติภายนอกจะส่งผลต่อ ธาตุ ไ ฟภายในร่ า งกาย เป็ น เหตุ ใ ห้ ธ าตุ ไ ฟก� ำ เริ บ เกิ ด อาการตั ว ร้ อ น ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย คอแห้ง กระหายน�ำ้ ร้อนใน ท้องผูก ปัสสาวะ น้อย ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยรสขม เย็น รสเปรี้ยวและรสจืด เช่น ผักหวาน มะระ ต�ำลึง ผลไม้ที่เหมาะกับฤดูนี้ เช่น ส้ม สับปะรด และอีกหนึ่งชนิดที่ขาดไม่ได้ส�ำหรับช่วงหน้าร้อน นั่นคือ “แตงโม” ผลไม้ลูกโต เนื้อแดง รสหวานฉ�่ำ ยิ่งเป็นแตงโมแช่เย็นแล้ว ยิ่งคลายร้อนได้ดีนักเชียว
สรรพคุณแผนไทย
คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อแตงโมสุก 100 กรัม ให้พลังงาน 6 กิโลแคลอรี่ แตงโมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วย วิตามินเอโดยพบในรูปของเบต้าแคโรทีน และพบวิตามิน อื่นๆ เช่น วิตามินบี1 บี2 บี3 และวิตามินซีด้วย มีงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาร citrulline กรด อะมิ โ นที่ พ บในน�้ ำ แตงโม โดยพบว่ า สาร citrulline
- ราก แก้บิด แก้ท้องร่วง แก้ร้อนในกระหายน�้ำ - เปลือก แก้ปวดฟัน แก้ร้อนในกระหายน�้ำ ขับปัสสาวะ - ผล แก้ร้อนใน บ�ำรุงก�ำลัง ขับปัสสาวะ แก้กระหายน�้ำ แก้อ่อนเพลีย - เมล็ด ขับพยาธิ 48
สามารถใช้เป็นสารตั้งต้นในการสร้างอาร์จีนิน (arginine) กรดอะมิโนที่จ�ำเป็นส�ำหรับร่างกาย อาร์จีนินท�ำหน้าที่ เกี่ยวข้องกับการหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งกระตุ้นการสร้าง และซ่อมแซมเนือ้ เยือ่ ส่วนต่างๆ ท�ำให้รา่ งกายเจริญเติบโต และควบคุมระบบการท�ำงานของร่างกายให้เป็นปกติ สาร citrulline จากน�้ำแตงโมตามธรรมชาติโดยไม่ผ่าน ความร้ อ น จะถู ก ดู ด ซึ ม ในล� ำ ไส้ เ ล็ ก ของร่ า งกายได้ ดี มีรายงานวิจัยพบว่าเมื่อให้อาสาสมัครรับประทานแตงโม วันละ 1,560 กรัม ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ จะช่วยเพิม่ ปริมาณ อาร์จีนินในเลือดได้ถึง 22 % และเมื่อให้นักกีฬาดื่มน�้ำ แตงโม 500 มิลลิลิตร เทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับเครื่อง ดื่มน�้ำผลไม้รวม ก่อนการออกก�ำลังกาย 1 ชั่วโมง พบว่า น�ำ้ แตงโมทัง้ 2 ชนิด จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจขณะ ฟื้นตัวและลดอาการปวดกล้ามเนื้อของนักกีฬาภายหลัง จากออกก�ำลังได้ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนใน กล้ามเนื้อของอาสาสมัครที่รับประทานอาหารโปรตีนต�่ำ โดยไม่ มี ผ ลกระทบต่ อ ระบบหมุ น เวี ย นของโปรตี น ใน ร่างกาย ซึ่งประโยชน์จากสาร citrulline นี้ ท�ำให้แตงโม ถูกน�ำไปพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเพื่อช่วยเสริมโปรตีนให้แก่ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารจ�ำพวกโปรตีน รวมถึงน�ำไปผลิตเป็นเครื่องดื่มช่วยในการฟื้นก�ำลังใน นักกีฬาได้อีกด้วยนอกจากนี้แตงโมยังมีฤทธิ์ทาง
เภสัชวิทยาที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์ต้าน หลอดเลือดแข็งตัว ต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมัน และลด น�้ำตาลในเลือดอีกด้วย หากบ่ายนี้ยังไม่รู้จะคลายร้อนด้วยเมนูอะไร ขอ แนะน�ำเป็นน�ำ้ แตงโมสักแก้ว หรือแตงโมเย็น ๆ สักชิน้ นะคะ
ที่มา : ส�ำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
49
...เก็บเบี้ยรายทาง...
มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้แนะน�ำ การสร้างนิสัยแห่งความสุข 20 ประการ ปี 2016 ไว้ดังนี้ .. 1. Be Grateful ..ส�ำนึกบุญคุณคนที่ดีต่อเรา 2. Choose Your Friends Wisely ..เลือกเพื่อนอย่างชาญฉลาด 3. Cultivate Compassion .. ให้ความเห็นอกเห็นใจ แก่คนอื่น 4. Keep Learning ..หมั่นเรียนรู้ 5. Become a Problem Solver ..เป็นผู้แก้ปัญหาได้ 6. Do What You Love ..ท�ำในสิ่งที่คุณรัก 7. Live in the Present..อยู่กับปัจจุบัน 8. Laugh often ..หัวเราะบ่อยๆ 9. Practice Forgiveness..ฝึกการให้อภัย 10. Say Thanks often ..กล่าวขอบคุณเสมอ 11. Create Deeper Connections ..สร้างความสัมพันธ์ลึกล�้ำ 12. Keep Your Agreement... ..รักษาสัญญา ค�ำพูด 13. Meditate..ท�ำสมาธิ 14. Focus on What You're Doing..ตั้งมั่นในสิ่งที่ก�ำลังท�ำ 15. Be Optimistic..มองโลกในแง่ดี 16. Love Unconditionally..รักอย่างไม่มีเงื่อนไข 17. Don't Give up ..อย่ายอมแพ้ (การแบ่งปันจาก ไลน์) 50
ร.9 ในหลวงใน
ดวงใจ ตลอดกาล... เรื่องเล่าจากในวัง ... ที่ท�ำให้เราคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ เรื่อง...ให้ท�ำตามหน้าที่
เช้าวันหนึ่งช่วงต้นปี พ.ศ.2518 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงงดพระราชกิจวันนัน้ แล้วบรรทม มีไข้สงู อยูท่ พี่ ระต�ำหนักภูพงิ คราชนิเวศน์ ผลจากห้องแล็บออกมา ว่ า ทรงมี ก ารปอดบวมจากการติ ด เชื้ อ ไมโครพลาสมา ซึ่งท�ำให้ทรงมีพระอาการคล้ายกันกับโรคไข้รากสาดใหญ่ ในระหว่างที่ทรงพระประชวรหนักคราวนั้น สมเด็จ ย่ า ได้ เ สด็ จ มาทรงช่ ว ยดู แ ลด้ ว ย เมื่ อ เสด็ จ มาถึ ง ห้ อ ง พระบรรทมพระเจ้าอยู่หัว สื่งแรกที่สมเด็จย่าทรงท�ำคือ ทรงเปิดหน้าต่างทุกบานออกทันที เพือ่ ให้ได้อากาศบริสทุ ธิ์ เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ก็รับสั่งให้ ทุกคนท�ำงานตามหน้าที่ของตนต่อไป เพราะทรงไม่เห็น เหตุผลใด ๆ เลย ทีใ่ คร ๆ จะต้องหยุดท�ำงานประจ�ำเพราะ 51
พระองค์ท่านทรงประชวร ทรงมีพระราชกระแสว่า... "เคยบอกไว้ว่างานประจ�ำต้องท�ำอยู่แล้ว ถึงไม่บอก ให้ทำ� ก็ตอ้ งท�ำ ไม่ตอ้ งให้สงั่ ซ�ำ้ อีก จะประชวรหรือไม่กต็ อ้ ง เรื่องที่ ...รูปที่มีทุกบ้าน ท�ำตามนโยบายที่สั่งไว้แต่ต้น"
เรื่องที่...บาเจาะ
เมื่ อ ครั้ ง ที่ เจ้ า ฟ้ า ชายแอนดรู ว ์ ดยุ ค ออฟยอร์ ก แห่งอังกฤษ เสด็จฯ เยือนประเทศไทย ในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๒ เพื่อร่วมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ในการนี้ ได้เสด็จเยี่ยม เด็กก�ำพร้าและเด็กทีต่ ดิ เชือ้ เอดส์ ทีศ่ นู ย์สง่ เสริมการพัฒนา บุคคล (ศูนย์เมอร์ซี) ตลอดเวลาที่พระองค์ประทับตามห้องเรียนต่าง ๆ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่มีอยู่ทุกห้อง และในห้องนักเรียนอนุบาล คุณครูกำ� ลังให้เด็ก ๆ วาดภาพพระเจ้าอยูห่ วั ถวายพระพร ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ หนูนอ้ ยคนหนึง่ วาดรูปเด็กพนมมือไหว้ในหลวง และ เขียนค�ำว่า "ทรงพระเจริญ หนูรักพ่อหลวง" เจ้ า ชายแอนดรู ว ์ ต รั ส ถามบาทหลวงโจเซฟ เอช ไบเออร์ ถึ ง ความหมายของภาพดั ง กล่ า ว บาทหลวง กราบทูลว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเสมือนพ่อ ของคนไทยทั้ ง ประเทศ คนไทยมี ค วามจงรั ก ภั ก ดี ต ่ อ พระองค์มาก ไม่ใช่แต่ในโรงเรียนเท่านั้น บ้านเรือนของ พสกนิกรต่างก็ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ ท่านกันทุกบ้าน
ครัง้ หนึง่ เมือ่ นายเด็นนิส เกรย์ ผูท้ เี่ ขียนรายงานลงใน นิตยสาร “สวัสดี” ของ “การบินไทย” ได้กราบทูลถาม ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า..."ใต้ฝ่าพระบาท คิดว่าวันที่ทรงมี ความสุขที่สุดคือวันไหน ?" พระองค์ ท รงมี พ ระราชกระแสที่ รั บ สั่ ง ตอบว่ า ... "บาเจาะ" ท�ำเอาทุกคนงุนงง เพราะไม่เคยได้ยินค�ำนี้มาก่อน "บาเจาะ" นั้นเป็นอ�ำเภออยู่ทางปักษ์ใต้ แสนจะ กันดาร พื้นที่มีลักษณะเป็นปลักตม ทุกปีน�้ำจะท่วมอย่าง น่ า กลั ว ท� ำ ให้ ไร่ น าเสี ย หายหมด พระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยูห่ วั ได้เสด็จไปแถวนัน้ เป็นครัง้ แรก เมือ่ ต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และทรงชี้แนะให้ขุดคลองเพื่อระบายน�้ำออกสู่ ทะเล พอถึงเดือนธันวาคม คลองก็เสร็จเรียบร้อย ในเดือนมกราคม ๒๕๑๗ ขณะที่ก�ำลังประทับอยู่ที่ เชียงใหม่ วันหนึ่ง อธิบดีกรมชลประทานซึ่งเคยตามเสด็จ ลงไปทางใต้ด้วยได้กระหืดกระหอบเข้ามาเฝ้า ทั้ง ๆ ที่ตัว ก�ำลังเปียกฝน เขาตะโกนด้วยความดีใจว่า "ได้ผลแล้ว! ได้ผลแล้ว!" รับสั่งถามว่า "ได้ผลอะไร?" อธิบดีกรมชลประทานกราบทูลว่า "บาเจาะพะย่ะค่ะ! ได้ผลดีมาก... ชาวบ้านก�ำลังดีใจกันยกใหญ่" 52
คิดถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙
https://th-th.facebook.com/คิดถึงในหลวงรัชกาลที่-9
ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2017 ซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ทัว่ โลก ได้เตรียมฉลอง “วันกตัญญู” ระดับ โลก ในบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความยินดี ในหัวข้อ “ในหมู่คณะผู้อบรมที่มีหัวใจ ศูนย์เยาวชน (Cuore oratoriano) เรา จะน� ำ ความยิ น ดี แ ห่ ง พระวรสารไปสู ่ เยาวชนด้วยใจกล้าหาญ” เป็นวันฉลองซึง่ มี ต ้ น ก� ำ เนิ ด ในบรรยากาศครอบครั ว ที่ วัลดอกโกและมอร์เนเซ การฉลองนี้เป็น ประสบการณ์ซาเลเซียนอันเรียบง่ายที่ได้ ปลุกใจบรรดาเยาวชนและซาเลเซียนรุ่น แรก ๆ ของวัลดอกโก รวมทัง้ บรรดาเยาวชน หญิงและสมาชิก รุน่ แรก ๆ ที่มอร์เนเซด้วย นับแต่นั้นมาการเฉลิมฉลองความกตัญญู อันน�ำความสุขยินดีนี้ก็ได้ถูกสานต่อกันมา 53
ในคณะทุกยุคสมัยตราบจน วันนี้ บนเส้นทาง แห่งความสุขยินดีที่ต่อเนื่อง กันมา ในวันนี้เราจึงแสดงความขอบคุณของเราต่อพระ บิดาเจ้าส�ำหรับพระพรมากมายเหลือคณาที่ประทานแก่ เรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พระองค์โปรดประทานท่าน อัคราธิการิณี สมาชิก ธมอ. แต่ละคน และหมูค่ ณะทัว่ โลก ให้เรา สมาชิกต่างแสดงความกตัญญูต่อท่านอัคราธิการิณี ผู้เป็นสายสัมพันธ์แห่งความรักและศูนย์กลางแห่งความ เป็ น หนึ่ ง ของคณะ ด้ ว ยการขอบคุ ณ ท่ า นส� ำ หรั บ ชี วิ ต ทั้ ง หมดที่ ม อบอุ ทิ ศ ให้ โ ดยปราศจากเงื่ อ นไข ขอบคุ ณ ส�ำหรับชีวติ และกระแสเรียกของสมาชิกแต่ละคน ขอบคุณ ส� ำ หรั บ เยาวชนชายหญิ ง บรรดาฆราวาส ผู ้ ป กครอง สมาชิกในครอบครัวซาเลเซียน ที่ได้แบ่งปันภารกิจการ อบรมกับเรา ปีนี้สมาชิกจะขอบคุณกันด้วยสีสัน เสียง ดนตรี อันเป็นสัญลักษณ์ของทวีปอัฟริกา มาเดอร์คัสซูโล ได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่า การเฉลิม ฉลองวั น กตั ญ ญู ร ะดั บ โลกในปี นี้ จ ะกระท� ำ ที่ เ มื อ ง ก๊อตโตโน (เบนิน) Cotonou (Benin) แขวงอัฟริกา ตะวันตก “พระชนนีพระเจ้า” วันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2017 หัวข้อดังกล่าวท้าทายเราในฐานะ ธมอ. ผู้อบรม ผู ้ รั บ ผิ ด ชอบภารกิ จ ของหมู ่ ค ณะอาศั ย ความสั ม พั น ธ์ ระหว่างบุคคลในรูปแบบของครอบครัวอันเป็นลักษณะ เฉพาะของเราซาเลเซียน ท�ำให้เรากลับไปถามตนเองว่า เราจะตอบสนองความจ� ำ เป็ น ที่ จ ะท� ำ การประกาศ พระวรสารแบบใหม่ ซึ่งส�ำหรับเราคือการอบรมเยาวชน ทั้งครบโดยเฉพาะเยาวชนที่ยากจนกว่านั้นได้อย่างไร หัวข้อวันฉลองกตัญญูที่เสนอมาเชิญชวนสมาชิกให้ มั่นใจมากขึ้นว่า สภาพความเป็นจริงเป็นพื้นที่ของการ พบปะกับพระเจ้า ตระหนักว่าไม่ใช่การวางแผนที่จะช่วย ให้เราฟืน้ ฟู แต่เป็นการมองสภาพความเป็นจริงด้วยสายตา ของพระเจ้าต่างหาก (Cf Francesco, Lettera enciclica Lumen fidei n. 4.) สิ่งที่ตัวแทนเยาวชนบอกในระหว่างสมัชชาสามัญ ครั้งที่ 23 ก็คือ สิ่งจ�ำเป็นเพื่อประกาศพระคริสตเจ้าก็คือ การประกาศด้วยชีวิต เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงหวังจะเห็น 54
สายตาที่ แ สดง ความรั ก และความไว้ วางใจจากเรา พวกเขาขอให้ เรารูจ้ กั รับฟังและต้อนรับพวกเขา อยู่กับพวกเขา รักสิ่งที่พวกเขาชอบ เรียนรู้จักภาษาของ พวกเขาเพื่ อ จะได้ เข้ า ใจพวกเขามากขึ้ น เหนื อ อื่ น ใด พวกเขาขอให้เราเต็มไปด้วยพระจิตเจ้าและแบ่งปันข่าวดี แห่งความรอดพ้นด้วยชีวิตของเรา หัวข้อดังกล่าวสรุปเป็นสโลแกนว่า เราประกาศ พระคริสตเจ้า องค์ความยินดีด้วยสุดใจ โดยมีโลโก้ซึ่ง ประกอบด้วย หัวใจใหญ่สีแดง ที่ก�ำลังเต้น ภายในหัวใจมี สีสันสดใส มีกลอง มีกระท่อมหลายหลัง และหนึ่งในนั้นมี กางเขนข้างบน ท้องฟ้ามีดวงตะวันก�ำลังเริม่ ทอแสงรุง่ อรุณ เส้นทางมีหญ้าเขียวชอุ่มที่น�ำไปสู่กางเขน
สมาชิกแขวง AFO ได้มอบกุญแจเพื่ออ่านหัวข้อของ การฉลองกตัญญูระดับโลก ดังนี้ ด้วยการมีหัวใจศูนย์เยาวชน : หัวใจใหญ่สีแดงที่ ก�ำลังเต้น หมายถึง ความยินดีในการก้าวเดินติดตาม พระคริสตเจ้าต่อไปเพื่อความรอดพ้นของเยาวชน หัวใจที่ พร้อมจะก้าวเดินออกไปหาพวกเขาเฉกเช่นกับผูก้ อ่ ตัง้ คณะ ของเราด้ ว ยความรั ก อภิ บ าล ซึ่ ง ต้ อ งเป็ น คุ ณ ลั ก ษณะ และคุณสมบัติของการอยู่แบบซาเลเซียน ไม่ว่าในกิจการ หรือภารกิจใด แสดงถึงความใกล้ชิด ความใจดี ความ พากเพียร ความใส่ใจ การรับฟัง จิตตารมณ์ครอบครัว ในหมูค่ ณะผูอ้ บรม : กระท่อมหลายหลัง หนึง่ ในนัน ้ มีกางเขนข้างบน หมายถึงหมูค่ ณะทีเ่ ราต้องอบรมด้วยการ
มี หั ว ใ จ ศู น ย์ เ ยาวชน อั น เป็นลักษณะเฉพาะของ ผู้ตั้งคณะของเรา กระท่อม เหล่านี้ต่างกัน หลังหนึ่งนั้นมี กางเขนข้างบนเพื่อบ่งบอกถึงการอยู่ของเรา ในฐานะเป็น ธมอ. เราอยูท่ า่ มกลางผูร้ ว่ มงานกับเราซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ของ หมูค่ ณะผูอ้ บรม ในโลโก้ กระท่อมทีม่ กี างเขนถูกวางอยูเ่ ด่น ชัด เพือ่ บอกถึงความรับผิดชอบในการเป็นประจักษ์พยาน การปลุ ก เร้ า สร้ า งแรงบัน ดาลใจ ความส�ำคัญของการ อภิบาลอันเป็นลักษณะเฉพาะในกระแสเรียกของเรา ใน ขณะเดียวกันกระท่อมของเราตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ กระท่อมหลังอื่น ๆ เพื่อจะสะท้อนถึงความเป็นครอบครัว ใหญ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นที่รู้จักและยอมรับใน สังคมอัฟริกา กระท่อมหลายหลังเหล่านั้นที่เรียงรายสับ หว่างกันเพื่อบอกถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความร่วมมือ ร่วมใจในภารกิจอบรม น�ำไปให้เยาวชนด้วยใจกล้าหาญ : ท้องฟ้าสลัวมิใช่ รอเวลาพลบค�่ำ แต่เป็นท้องฟ้าที่ก�ำลังเบิกอรุณ เบื้องหลัง กระท่อม สีของท้องฟ้าผสมกลมกลืนกับสีแดงของหัวใจที่ มีดวงตะวันสว่างสดใสดูเด่นเป็นสง่า บอกถึงความรักอัน กล้าหาญแบบซาเลเซียน ด้วยการมีหัวใจศูนย์เยาวชน เป็นหัวใจที่เต้นด้วยความเอาใจใส่ต่อเยาวชนเหมือนผู้ก่อ ตัง้ คณะของเรา เป็นหัวใจทีเ่ ปิดน้อมรับการกระท�ำขององค์ พระจิตเจ้าในที่ซึ่งพระองค์ทรงส่งเราไป หัวใจที่ล้อมรอบ
ด้วยสุภาษิตอันงดงามของอัฟริกาที่ว่า “ที่ใดมีความรัก ที่นั่นไม่มีกลางคืน” ความยินดีแห่งพระวรสาร : กลองและเส้นทาง ปกคลุมด้วยหญ้าเขียวชอุ่มที่ น�ำสู่กางเขน กลองที่เอียง ไปทางเส้นทางมีหญ้าเขียวปกคลุม บอกถึงความมุง่ มัน่ ของ เราที่จะหว่านความยินดีแห่งพระวรสารในดวงใจของ เยาวชน ความมุง่ มัน่ นีจ้ ะมีความหมายหากได้รบั การค�ำ้ จุน จากประสบการณ์จริงในหมู่คณะ ผู้ที่ได้พบกับพระเจ้า และติดตามพระองค์อย่างซื่อสัตย์ ย่อมเป็นผู้น�ำสารแห่ง ความยินดี กลองเป็นสัญลักษณ์ของความยินดี ความสุขใน กระแสเรียกของเรา เรายืนยันสิ่งนี้ด้วยชีวิตและท�ำให้ เยาวชนสามารถสัมผัสถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าผ่าน ทางชีวิตของเรา เส้นทางปกคลุมด้วยหญ้าเขียวชอุม่ เพราะเราเชือ่ ว่า เมล็ดที่เราหว่านจะผลิออกและเกิดผล แม้ว่าบางครั้ง ดูเหมือนว่าหัวใจของกลุม่ เป้าหมายของเราจะแข็งกระด้าง ทว่า วัตถุประสงค์ของเราก็คือ ช่วยเยาวชนให้พบกับ พระคริสตเจ้าผู้ซึ่งเราพักพิงอยู่และพิศเพ่งพระพักตร์ พระองค์ เพราะเหตุนเี้ ส้นทางนัน้ จึงน�ำไปสูก่ างเขนทีอ่ ยูบ่ น กระท่อมหมู่คณะของเรา ...อยากจะขอบคุ ณ ลมที่ พั ด ผ่ า นให้ กิ่ ง ใบไม้ ไ ด้ เอนไหว...พริ้วไปตามทางของมัน ...อยากจะขอบคุณที่แผ่นฟ้า...ที่ยังคงให้นกได้อาศัย... โผบินทุกวัน ...อยากจะขอบคุณที่วันนี้...ตื่นขึ้นมาได้พบดวงตะวัน... ที่ท�ำให้มีวันใหม่...อยากจะขอบคุณเมื่อวานนี้ ...สิ่งดีดียังมีให้จดจ�ำ...ทุกลมหายใจ…ขอบคุณท่านด้วย ใจรู้คุณ...
55