Skip to main content

สื่อสาร ธมอ. ปีที่ 36 ฉบับที่ 33

Page 1

สวัสดีคะ่ ท่าน ผูอ้ า่ นทีร่ กั พบกันอีกครัง้ ในสือ่ สาร ธมอ. ฉบับสุดท้ายของปี 2017… เมือ่ ประมาณกลางปีทผี่ า่ นมา ผูเ้ ขียนได้ซอื้ สมาร์ทโฟน ยีห่ อ้ Huawei…ซึง่ ณ ช่วงเวลานัน้ เป็นสมาร์ทโฟนทีไ่ ด้รบั การ ยอมรับอย่างมากยี่ห้อหนึ่ง ถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด รวมถึงนวัตกรรมอันแตกต่างในด้านต่าง ๆ มากมาย... สิ่งที่ผู้เขียน ประทับใจในการประชาสัมพันธ์ของบริษทั ผูผ้ ลิต ตอนหนึง่ ทีว่ า่ “...ตระหนักถึงความฝันของทุกคน” โดยใช้เพลงประกอบ โฆษณา “Dream it possible…” ท่ามกลางสภาพสังคมที่ “ทุกอย่าง” เปลีย่ นแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึง่ ไม่มากก็นอ้ ยส่งผลกระทบต่อชีวติ ต่อความเป็น บุคคล ต่อครอบครัว ต่อองค์กร ต่อหน่วยงาน ต่อความสัมพันธ์ระดับต่าง ๆ ...และต่อความฝันของเราแต่ละคนด้วย... ผู้เขียนเชื่อแน่ว่า...ทุกคนมีความฝัน และฝันนั้น คือพลังหนึ่งที่ช่วยผู้คนให้ขับเคลื่อนและก้าวไปข้างหน้าได้ใน ทุกสถานการณ์... ก่อนสิน้ ปี 2017 เริม่ ปี 2018 ... สือ่ สาร ธมอ. ฉบับนี้ ขอเป็นสือ่ หนึง่ ทีส่ ง่ ต่อความรัก ความปรารถนาดี และค�ำอวยพร ผ่านทางเนื้อหาจากบทเพลง “Dream it Possible…” โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเพลงนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้อีก หลายคนได้มงุ่ มัน่ ก้าวหน้าเรือ่ ยไป ทัง้ จะเป็นประโยชน์และให้แง่คดิ ในการหันกลับไปมองอดีต...เริม่ ต้นในปัจจุบนั และเป็น พลังแห่งความหวังในอนาคต... สร้างและสานต่อฝันทีแ่ ต่ละคนมีให้กลับเป็นจริงและบรรลุเป้าหมายตามทีต่ งั้ ใจไว้ ขอให้สอื่ สาร ธมอ. เป็นสือ่ หนึง่ ทีม่ คี ณ ุ ค่าต่อจิตใจของท่าน สืบสาน เล่าต่อ เรือ่ งราวแห่งความดีและความจริงเสมอไป… ...“เมือ่ ฝันของเธอเป็นจริง จะไม่มใี ครหยุดเธอได้ คว้าโอกาสนัน้ เอาไว้ ไล่ตามดวงตะวัน ค้นหาความงดงาม เราจะ เปล่งประกายในความมืดมิด เปลีย่ นเศษฝุน่ ให้กลายเป็นทองค�ำ และเราจะฝันให้เป็นจริง…” ตลอดเทศกาลคริสต์มาส... ปีใหม่ 2017 และตลอดทุกวัน ขอให้ทกุ ท่านเปีย่ มด้วยพรทีป่ รารถนา ทัง้ ความสุข ความยินดี พระพรแห่งสุขภาพ ความสุขกายสบายใจ…. บก...

I will run, I will climb, I will soar I’m undefeated Jumping out of my skin, pull the chord Yeah I’d believe it The past, is everything we were, don’t make us who we are.. So I’ll dream, until I make it real, and all I see is stars It’s not until you fall that you fly

I will chase, I will reach, I will fly Until I’m breaking, until I’m breaking Out of my cage, like a bird in the night I know I’m changing, I know I’m changing In, into something big, better than before And if it takes, takes a thousand lives Then it’s worth fighting for It’s not until you fall that you fly

When your dreams come alive you’re unstoppable... Take the shot, chase the sun, find the beautiful We will glow in the dark turning dust to gold And we’ll dream it possible

When your dreams come alive you’re unstoppable Take the shot, chase the sun, find the beautiful We will glow in the dark turning dust to gold And we’ll dream it possible…Possible…

From the bottom to the top We’re sparking wild fire’s Never quit and never stop The rest of our lives From the bottom to the top We’re sparking wild fire’s Never quit and never stop It’s not until you fall that you fly When your dreams come alive you’re unstoppable Take the shot, chase the sun, find the beautiful We will glow in the dark turning dust to gold And we’ll dream it possible We’ll dream it possible....


สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน นาฬิกาแม้จะมีคุณสมบัติหลักอยู่เพียงแค่การบอกเวลา แต่หากเป็นคุณสมบัตทิ สี่ ำ� คัญยิง่ เพราะเวลานัน้ มีความส�ำคัญกับ ชีวติ มนุษย์ เวลาช่างเดินไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน ดังทีก่ ล่าวกันว่า “เวลาผ่านไปเร็วเหมือนติดปีกบิน” “เผลอประเดี๋ยวเดียว...เวลาก็ผ่านไปอีกปีหนึ่งแล้ว” เวลานี้ก็เป็นเวลาที่เราจะพบกันอีกครั้งในสื่อสาร ธมอ. วันคริสตมาสใกล้มาบรรจบรอบปี และรอรับปีใหม่ที่จะ มาถึง เราทุกคนคงต้องขอบพระคุณพระเจ้าส�ำหรับเวลาอีกปีหนึ่งที่ก�ำลังจะผ่านไป ขอบพระคุณส�ำหรับพระพรมากมายที่เข้ามาโอบอุ้มชีวิตของเรา ไม่ว่าในยามทุกข์หรือยามสุข เพราะเป็นพระพร ที่พระเจ้าประทานแก่เราผู้ที่พระองค์ทรงรัก และด้วยพระพรแห่งความทุกข์-สุขนี้เองพระองค์ทรงประสงค์ให้เราได้พัฒนา ตนและพร้อมที่จะด�ำเนินชีวิตด้วยความสุขในที่ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ส�ำหรับเราด้วยพระทัยดี ก่อนที่ปีนี้จะจบลง ให้เราขอบคุณพระเจ้าพร้อมกันด้วยชีวิตของเราโดยปฏิบัติความดีสักหนึ่งอย่างที่หัวใจของเราเรียกร้องให้ยินดีเสียสละ ด้วยความรักจนถึงที่สุด ดุจดังหัวใจที่กล้าแกร่งของนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ที่จุดประกายความคิด อย่างสร้างสรรค์ดว้ ยโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพือ่ 11 โรงพยาบาล ทัว่ ประเทศ” โดยให้ความรักเป็นค่านิยมทีส่ ำ� คัญทีส่ ดุ และให้ค่านิยมที่ดีเป็นกลยุทธ์ชี้น�ำเพื่อมอบความสุขให้กับผู้คนอีกมากมายที่เขาไม่ได้รับเหมือนเรา พวกเขายังอยู่ใน ความทุกข์ยากจากภัยต่าง ๆ หรือบางทีจากการเป็นผู้อยู่ชายขอบที่ยังไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือในความจ�ำเป็นต่าง ๆ เราจะ เป็นบุคคลนัน้ ทีม่ หี วั ใจตืน่ เฝ้า ดังพระวาจาของพระเยซูเจ้าทีต่ รัสเตือนใจเราว่า “จงระวัง จงตืน่ เฝ้าเถิด เพราะท่านทัง้ หลาย ไม่รู้ว่าวันเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไร” (มก 13,33) เฝ้าระวังในการท�ำหน้าที่ประจ�ำวันที่พระเจ้าทรงมอบหมายแก่เราให้ ส�ำเร็จอย่างเหมาะสมด้วยใจรัก และรู้จักแบ่งปันความรักนี้แก่ทุก ๆ คนที่อยู่รอบข้างเรา ใส่ใจต่อเพื่อนพี่น้องที่อยู่ใน ความทุกข์ยาก เพื่อให้ทุกคนเปี่ยมด้วยความสุขเพราะชีวิตของ “ฉัน” ท�ำให้ทุกคนมีความสุข ขอพระพรมากมายของพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพรแห่งวันเวลาของชีวิตน�ำความสุขแท้จริงแก่ทุกท่าน ... เมื่อเรามองนาฬิกาบอกเวลา เราควรจะเห็นคุณค่าของเวลาและคิดว่าเราโชคดีที่มีชีวิตรอดมาอีกหนึ่งวัน แล้วในแต่ละวัน แต่ละเวลาอันมีค่านั้น ... เราพึงตระหนักถึงคุณค่าของวันเวลาและชีวิต ...ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ... มีประสิทธิภาพ มากที่สุด ... ท�ำสิ่งที่ดีมีคุณค่าแก่ชีวิตมากที่สุด ... ขอพระมารดามารีย์โปรดให้ทุกคนมีความสุข สมหวังในเทศกาลแห่งการมอบความรักให้แก่กันและกันจากใจจริง ขอให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆ ในเทศกาลพระคริสสมภพและตลอดปีใหม่ 2561 / 2018 ค่ะ ด้วยความรักยิ่งในพระมารดา ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงแห่งประเทศไทย 4


“ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้ ค�ำมั่นสัญญาโดยประการต่าง ๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพรและไมตรีจิตนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบ มาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติ และต่างบ�ำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของ ชาติ คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้ส�ำเร็จ ประโยชน์ส่วนรวม คือ ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย ขออ�ำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีแต่ความสุข ความเจริญตลอดไป” (พระราชด�ำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556...)

5


ตลอดระยะเวลา 365 วัน ที่ผ่านมานับเป็นปีที่มี การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากมาย หลังจากการเสด็จ สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นที่รักยิ่งของปวงชน ชาวไทย โดยแต่ละคนต่างแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อม ร�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ … โรงเรียนในเครือ ธมอ. ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่ง ความจงรั ก ภั ก ดี แ ละน้ อ มร� ำ ลึ ก ในพระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ เป็นล้นพ้นอันหาทีส่ ดุ มิได้นี้ ด้วยการเพียรท�ำดีทกุ วัน...ตลอดไป “ตามค�ำพ่อสอน...” ลูกขอก้าวตามดั่งค�ำสอนพอเพียง เพียงพอ แต่ความรักที่มีให้พ่อ จะไม่มีวันพอเพียง

ระดับน�้ำเจ้าพระยา คงสูงกว่าตอนพ่อนั่งมอง เมื่อรวมน�้ำตาอันเนืองนองของปวงไทยที่ไหลหลากมา อิจฉาสวรรค์ได้พ่อนั้นกลับคืนฟากฟ้า พ่อได้พักจริง ๆ สักครา หลับตาห่างไกลกังวล อีกกี่เช้าที่คนไทย ยังร้องไห้ด้วยเรื่องเดียวกัน ความโศกเศร้าทอดเงายาวนาน เหมือนจะไม่มีวันผ่านพ้น ต่างชาติแปลกใจ แต่คนไทยซึ้งในเหตุผล แผ่นดินนี้มีเพียงหนี่งคน ที่อื่นบนโลกไม่มี

6


พระราชา ที่ย�่ำอยู่กลางป่าเขา คล้องกล้องถ่ายรูปอันเก่า ในมือพ่อถือแผนที่ สี่พันโครงการพ่อท�ำมานานกว่าเจ็ดสิบปี หากยังอยู่วันนี้ พ่อคงยังท�ำงานต่อ แบบอย่างของทุกความดี ที่จะอยู่กับลูกเรื่อยไป เมื่อได้เห็นภาพพ่อคราใด ย�้ำเตือนใจให้ลูกไม่ท้อ ลูกขอก้าวตามดั่งค�ำสอนพอเพียง เพียงพอ แต่ความรักที่มีให้พ่อ จะไม่มีวันพอเพียง พระราชา ที่ย�่ำอยู่กลางป่าเขา คล้องกล้องถ่ายรูปอันเก่า ในมือพ่อถือแผนที่ สี่พันโครงการพ่อท�ำมานานกว่าเจ็ดสิบปี หากยังอยู่วันนี้ พ่อคงยังท�ำงานต่อ แบบอย่างของทุกความดี ที่จะอยู่กับลูกเรื่อยไป เมื่อได้เห็นภาพพ่อคราใด ย�้ำเตือนใจให้ลูกไม่ท้อ ลูกขอก้าวตามดั่งค�ำสอนพอเพียง เพียงพอ แต่ความรักที่มีให้พ่อ จะไม่มีวันพอเพียง ลูกขอก้าวตามดั่งค�ำสอนพอเพียง เพียงพอ แต่ความรักที่มีให้พ่อ จะไม่มีวันพอเพียง.... (...อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/11914)

7


ประชุมฝ่ายการศึกษา ธมอ. ไทย

วันที่ 13-14 กันยายน 2017 ฝ่ายการศึกษาคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จัดการประชุม ผูท้ ำ� งานด้านโรงเรียนในเครือธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ โดยมีซสิ เตอร์นภิ า ระงับพิษ อธิการิณเี จ้าคณะแขวง เป็นประธาน มีผู้เข้าร่วมจ�ำนวน 28 คน ที่บ้านธารพระพร สามพราน

โรงเรียนในเครือ ธมอ. จัดอบรมครูใหม่ ฝ่ายการศึกษาซิสเตอร์ คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ แห่งประเทศไทย ได้จัดการ อบรมครู ใ หม่ ( 1-3 ปี ) โรงเรียนในเครือ ระหว่างวัน ที่ 15-17 กันยายน 2017 ที่บ้านธารพระพร สามพราน มีผู้เข้าร่วมจ�ำนวน 78 คน โดยมีซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิด กล่าวให้ข้อคิดที่เข้มข้นในแนวความคิดการอบรมแบบซาเลเซียน...

ศึกษาดูงานที่ประเทศตุรกี ... ซิสเตอร์ศิริรัตน์ อนุวัฒน์ประกิจ ซิสเตอร์ศรีสุดา สุทธิรัตนากร ซิสเตอร์อุษณีษ์ ธีระพัชรรังษี ซิสเตอร์กุลธิดา แก้วอุดร ซิสเตอร์ดาริณี หมัน้ ทรัพย์ และซิสเตอร์ สุภาวรรณ โชติผล ร่วมกับพระสงฆ์ นักบวช และฆราวาสที่ท�ำงาน ด้านการศึกษา จากโรงเรียนต่าง ๆ ในเครือคาทอลิก จ�ำนวน 68 คน เดินทางไปทัศนศึกษาดูงาน ณ ประเทศตุรกี ระหว่าง วันที่ 27 กันยายน - 4 ตุลาคม 2560 โดยมีบริษทั ผลิตปัญญา เป็นผู้สนับสนุนการศึกษาดูงานในครั้งนี้ 8


ธมอ. เข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจ�ำปีรุ่นที่ 2

เมื่อวันที่ 5-12 ตุลาคม 017 คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ได้จัดการเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจประจ�ำปีรุ่นที่ 2 ที่บ้านธารพระพร สามพราน โดยคุณพ่อศักดิ์ชัย ตรีว่าอุดม ซดบ. เป็นผู้เทศน์ มีสมาชิก จ�ำนวน 36 คน เข้าร่วมฟื้นฟู จิตใจในครั้งนี…้

ร่วมชุมนุมเยาวชนผู้น�ำระดับชาติ ครั้งที่ 34 ซิสเตอร์กาญจนา เดชาเลิศ ผู้รับผิดชอบฝ่าย อภิบาลระดับแขวง ในนามของตัวแทนองค์กรนักบวช หญิงได้น�ำเยาวชนจ�ำนวน 18 คน ไปร่วมค่ายเยาวชน ผู้น�ำระดับชาติครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 18-22 ตุลาคม 2017 ณ โรงเรียนดรุณาราชบุรี พร้อมด้วยซิสเตอร์ยพุ ดี จารุวิภาค และซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง ซึ่งใน ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 295 คนจากทุกสังฆมณฑล และองค์กรต่าง ๆ ในหัวข้อ “รับใช้ด้วยใจยินดี”

สมัชชาจิตตาธิการและที่ปรึกษาคณะซาเลเซียนผู้ร่วมงานแขวงไทย วั น ที่ 21-22 ตุ ล าคม 2017 ที่ บ ้ า น ธารพระพร สามพราน ได้มีการจัดประชุม สมัชชาจิตตาธิการและที่ปรึกษาระดับบ้าน ของคณะซาเลเซียนผู้ร่วมงานแขวงไทยโดยมี คุณพ่อสุพจน์ ริ้วงาม ผู้ประสานงานระดับ แขวง ซิสเตอร์สุภาวรรณ โชติผล ผู้ประสาน งานระดับแขวงคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ และคุณพรสวัสดิ์ เลิศวิทยาวิวัฒน์ ผู้ประสาน งานระดั บ แขวงคณะซาเลเซี ย นผู ้ ร ่ ว มงาน พร้อมด้วยจิตตาธิการและสมาชิกทีป่ รึกษาจาก แต่ละบ้านรวม 40 ท่าน เข้าร่วม 9


ธมอ. ประชุมประเมินผลระยะ 3 ปี..

ระหว่ า งวั น ที่ 24-26 ตุ ล าคม 2017 ซิ ส เตอร์ ค ณะธิ ด าแม่ พ ระองค์ อุ ป ถั ม ภ์ แ ห่ ง ประเทศไทย ได้ จั ด การ ประชุมประเมินผลระยะ 3 ปี ระดับแขวง ตามหัวขัอสมัชชาสามัญของคณะ “จงเปิดมุมมองใหม่ พร้อมกับเยาวชน ในการเป็นธรรมทูตแห่งความหวังและความยินดี” โดยมีซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงฯ เป็นประธาน การประชุม มีตัวแทนสมาชิกจากหมู่คณะต่าง ๆ เข้าประชุมจ�ำนวน 35 คน

ร่วมเฉลิมฉลอง 25 ปี ...ธมอ. ในประเทศกัมพูชา

ระหว่ า งวั น ที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ซิสเตอร์ นิ ภ า ระงั บ พิ ษ อธิ ก าริ ณี เจ้ า คณะธิ ด าแม่ พ ระองค์ อุปถัมภ์ พร้อมด้วยตัวแทน สมาชิก ร่วมแสดงความยินดี และเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี แห่งการท�ำงานของซิสเตอร์ซาเลเซียนที่ประเทศกัมพูชา โดยในเริ่มแรกซิสเตอร์ ซาเลเซียนแขวงไทยได้เป็นผู้บุกเบิกการเริ่มกิจการที่กรุงพนมเปญ และอยู่ในการปกครองของแขวงไทย

ฝ่ายอบรมจัดอบรมฟื้นฟูจิตใจ...

ระหว่างวันที่ 11-14 พฤศจิกายน 2017 ฝ่ายอบรมคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จัดการอบรม ให้แก่สมาชิก กลุ่มต่าง ๆ จ�ำนวน 3 กลุ่ม โดยมีซิสเตอร์มาเรีย ฟิซิเคลลา ธมอ. ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอบรมระดับคณะได้มาให้ การอบรมในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อเป็นการฟื้นฟูและเสริมก�ำลังให้แก่สมาชิกในการก้าวเดินต่อไปตามจิตตารมณ์ของคณะ ตามบทบาทหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพมีความหมายต่อยุคปัจจุบันท่ามกลางเยาวชน 10


“ค่ายมิตรมารีย์” 2017

ซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ในแขวงไทย ได้ จัดค่ายกระแสเรียก “ค่ายมิตรมารีย์” ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2017 ที่บ้านสเตลลา มารีส ชะอ�ำ ในหัวข้อ “… Come and See…” โดยมีเด็กและเยาวชนหญิง จากทัว่ ทุกภาคของประเทศไทย รวมทัง้ จากโรงเรียนในเครือ ธมอ. เข้าร่วมจ�ำนวน 109 คน

ธมอ. ร่วมจัดงานวันกระแสเรียกสากล

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2017 ซิสเตอร์ วิรินทิพย์ อินทรแย้ม ซิสเตอร์โยธิกา บุญธุาต และทิพาวรรณ ตั ว แทนสมาชิ ก ธมอ. ร่ ว มจั ด งานกระแสเรี ย กสากล ณ โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน ซึง่ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ เป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยมีนกั เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5-6 ทุ ก เขตวั ด ของอั ค รสั ง ฆมณฑล ทั้ ง หญิ ง และชายเข้ า ร่ ว ม มากกว่า 300 คน

21st ASPAC ASIA-PACIFIC …

24-26 พฤศจิกายน 2017 ซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง ซิสเตอร์อันนา กราสซี และซิสเตอร์ศรีวิไลวรรณ คิ้มแหนเข้าร่วมการสัมมนา 21st ASPAC ASIA-PACIFIC CONGRESS ON FAITH, LIFE AND FAMILY ที่บ้านผู้หว่าน สามพราน จ�ำนวนผู้เข้าร่วมการสัมมนาจาก 20 ประเทศ 200 กว่าคน 11


ศึกษาดูงานค�ำสอน...

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2017 ซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง ได้ไปศึกษาดูงานด้านค�ำสอนในหัวข้อ “RCIA ค�ำสอนผูใหญ่” ทีส่ าธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2017 พร้อมกับบรรดาพระสงฆ์ นักบวช ครูค�ำสอน จ�ำนวน 44 คน โดยมีพระคุณเจ้าฟรังซิส เซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นผู้จัดในครั้งนี้

45 ปี แห่งการเริ่มภารกิจ...

วันที่ 8 ธันวาคม 2017 บ้านมารียน์ ริ มลทิน หัวหมาก ได้จดั งานเฉลิมฉลอง 45 ปี แห่งการเริม่ ภารกิจของบ้าน โดยมีคณ ุ พ่อแฟรงค์ เดโลเลซี ซดบ. เป็นประธาน ในพิธีบูชาขอบพระคุณ ท่ามกลางบรรยากาศของความรักรู้คุณต่อพระเจ้า และผู้ให้การอบรม ของบรรดาซิสเตอร์ที่ได้รับการอบรมจากบ้านแห่งนี้จ�ำนวน มากกว่า 40 คน...

12


อบรมวัยผู้ใหญ่ตอนกลาง...

ฝ่ายอบรมคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ได้จัดการอบรมสมาชิก ในช่วงวัย ผู้ใหญ่ตอนกลาง จ�ำนวน 30 คน ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2017 ตามพระวาจาที่ว่า “ผู้ด�ำรงอยู่ในเราและเราอยู่ในเขา ก็ย่อม เกิดผลมาก” (ยน.15, 5) ณ บ้านสเตลลา มารีส โดยในวันที่ 9 ธันวาคม ซิ ส เตอร์ มั ก ดาเลนา สุ ภ าพร ดาวดี คณะเซนต์ ป อล เดอ ชาร์ ต เป็นวิทยากรให้การอบรม

บุคลากรครูโรงเรียนในเครือฯ ร่วมพัฒนาโครงการฝ่ายสื่อฯ…

ระหว่างวันที่ 8-11 ธันวาคม 2017 ฝ่ายสื่อสารมวลชนระดับแขวง ได้จัดการพบปะประชุมบุคลากรครูโรงเรียนใน เครือ ธมอ. ผู้มีความสามารถในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้สื่อเทคโนโลยี และการเขียนโปรแกรม จ�ำนวน 13 คน เพื่ อ ร่ ว มกั น พั ฒ นากิ จ กรรมในโครงการอบรมสร้ า งเครื อ ข่ า ยฆราวาสผู ้ ร ่ ว มงานด้ า นเทคนิ ค และโปรแกรม ใหม่ ๆ เพื่อการอบรม-อภิบาล... 13


หาดใหญ่

พิธีเชิดชูเกียรติ รางวัลพระราชทาน...

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2017 โรงเรียนธิดานุเคราะห์ หาดใหญ่ จัดพิธเี ชิดชูเกียรติรางวัลพระราชทาน เพือ่ แสดงความยินดีกบั เด็กหญิง ณิชวดี กาญจนโฆษิต ทีไ่ ด้รบั รางวัลพระราชทานนี้ โดยมีคณ ุ วิรชั จันทร์เกิด นายกสมาคมการศึกษาเอกชน เป็นประธานในพิธี

วันสันติภาพ…

โรงเรียนธิดานุเคราะห์ หาดใหญ่ และสมาคมสร้าง คุณค่าในประเทศไทย ร่วมมือกันจัดนิทรรศการวันสันติภาพ สากล เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2017 ในหัวข้อ "รักษ์สรรพสิง่ เพื่อโลกปราศจากอาวุธนิวเคลียร์"

บ้านโป่ง

...๙ ล้านดวงใจ ท�ำดีเพื่อพ่อ

วันที่ 20 ตุลาคม 2017 โรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง ได้ ร ่ ว มในโครงการ ๙ ล้ า นดวงใจ ท� ำ ดี เ พื่ อ พ่ อ สวดธัมมจักกัปปวัตตน สูตร เพื่อถวายเป็นพระ ราชกุ ศ ลแด่ พ ระบรม สมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช

กีฬาสีประจ�ำปี...

โรงเรียนนารีวุฒิ ได้จัดกีฬาสีประจ�ำปี การศึกษา 2560 ขึน้ เมือ่ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2017 เพื่อพัฒนานักเรียนทางด้านกีฬา ให้ นักเรียนรู้จักการออกก�ำลังกาย ดูแลสุขภาพ ตนเอง ฝึ ก ให้ นั ก เรี ย นรู ้ จั ด ท� ำ งานเป็ น ที ม อดทนกับสภาวะต่าง ๆ 14


หัวหมาก หอพักติดดาว…

ซิสเตอร์มาร์การิตา เปเรส อธิการิณีหมู่คณะมารีย์นิรมล พร้อมด้วยซิสเตอร์ผกามาศ มาสอน ได้เข้ารับรางวัลหอพักติดดาว ของมหาวิ ท ยาลั ย รามค� ำ แหง ร่ ว มกั บ ส� ำ นั ก งานเขตบางกะปิ ส�ำนักงานเขตประเวศ สถานีต�ำรวจนครบาลหัวหมากและสถานี ต�ำรวจนครอุดมสุข เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2017

รวมรักให้เป็นหนึ่ง…

เมื่ อ วั น ที่ 7 ธั น วาคม 2017 หมู่คณะมารีย์นิรมล หัวหมาก ร่วมกับ นักศึกษาหอพัก ศิษย์เก่า และพนักงาน ได้ พ ร้ อ มใจกั น ขอบพระคุ ณ พระเจ้ า และขอบคุ ณ บรรดาผู ้ มี พ ระคุ ณ ใน ทุกระดับ โดยได้แสดงออกถึงการขอบคุณนี้แด่ซสิ เตอร์มาร์การีตา เปเรซ ผูเ้ ป็นดังตัวแทนของพระมารดา ด้วยการภาวนา และการแสดงต่าง ๆ

สามพราน

ไม่สิ้นเสียงสายประค�ำ...

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2017 หมู่คณะมารีย์ อุ ป ถั ม ภ์ สามพราน ได้ ร ่ ว มการสวดสายประค� ำ สรรเสริญพระมารดา โอกาสการสวดสายประค�ำ ตามบ้าน ในเดือนแห่งแม่พระสายประค�ำ ที่บ้าน ธารพระพร สามพราน ในบรรยากาศที่เปี่ยมด้วย ความรักและความศรัทธาต่อพระมารดา

วันคนยากจนสากล...

ซิสเตอร์รุจิรา เจริญรัตน์ ซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง ตัวแทนนักเรียน และพนักงานขับรถ ได้ น� ำ ปั จ จั ย ไปแจกคนยากจนในชุ ม ชนบ้ า นไร่ ศรีเสถียร ตามที่ค�ำเชื้อเชิญของพระสันตะปาปา ฟรังซิส ที่ได้ประกาศให้วันที่ 19 พฤศจิกายน 2017 เป็นวันสากลเพือ่ คนจนครัง้ แรก วันที่ 19 พฤศจิกายน 2017

15


เชียงใหม่

ใต้แสงตะวันนี้ มีอุ่นไอรัก…

หมู ่ ค ณะนั ก บุ ญ ยอแซฟ เชี ย งใหม่ และเยาวชน ธิดารักษ์ ได้ตอ้ นรับมาเดอร์นภิ า ระงับพิษ อธิการิณเี จ้าคณะ โอกาสการเยี่ยมบ้านประจ�ำปี เมื่อวันที่ ทุกคนต่างสัมผัสถึง ความรักใจดีดุจมารดาของท่าน ...

ร่วมแรงร่วมใจ… เพาะรักเป็นพลัง...

ระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2017 หมู่คณะ นักบุญยอแซฟ เชียงใหม่ และเยาวชนกลุ่มธิดารักษ์ ร่ ว มแรงร่ ว มใจกั น เกี่ ย วข้ า วด้ ว ยความขยั น ขั น แข็ ง โดยมีบรรดาผูป้ กครองมาช่วยตีขา้ ว ในบรรยากาศของ ครอบครัว ...

ศาลาแดง

ชีวิตท่าน...ทุ่มเทเพื่อแขวงไทย..

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2017 โอกาสระลึกถึงแม่พระ ถวายองค์ในพระวิหาร หมูค่ ณะศาลาแดง ได้รว่ มกันขอบคุณ พระเป็นพิเศษส�ำหรับชีวิตแห่งการเป็นธรรมฑูตแพร่ธรรม ของซิสเตอร์เอสเตรีนา ปรันโด โอกาสครบรอบ 68 ปี ที่ได้ ทุ่มเทชีวิตเพื่อภารกิจในแขวงไทย หมู่คณะพร้อมกับน้อง ๆ ผู้ร่วมงานได้ร้องเพลงส่งความสุขแด่ท่านด้วยใจกตัญญู ส�ำหรับความดีมากมายที่ได้กระท�ำตลอดชีวิตของท่าน 16

มาเดอร์พบปะนักเรียนหอพัก...

ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะฯ ได้ มีโอกาสพบปะกับนักเรียนของหอพัก เป็นครั้งแรกใน รอบปี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2017 ท่านได้ให้ก�ำลัง ใจแก่นักเรียนทุกคนให้ขยันมีมานะในการศึกษาเล่า เรียน ในเวลาเดียวกันก็ไม่ลมื ทีจ่ ะรูจ้ กั เพือ่ น ๆ รอบข้าง ด้วย เพราะเราต้องอยู่พึ่งพากันในสังคม


เซนต์แมรี่

เล่นกีฬาด้วยร่าเริง…

โรงเรียนเซนต์เมรี่ อุดรธานี ได้จัดกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ประจ�ำปีการศึกษา 2560 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 โดยมีนายอิทธิพล ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครอุดรธานี พร้อมด้วยคุณภมรา ตรีวัฒนสุวรรณ และคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างสง่างาม

พักผ่อนประจ�ำปี....

นั ก เรี ย นประจ� ำ โรงเรี ย น เซนต์เมรี่ อุดรฯ ร่วมกันพักผ่อน ประจ�ำปี ระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2017 ที่ Dream World และแวะเที่ ย วพั ก ผ่ อ นตาม รายทาง โดยการน�ำของซิสเตอร์อุดมศรีดารุณศิลป์ คณะซิสเตอร์และครูผู้ดูแล

วิสุทธิวงศ์

ขอบคุณ...ตัวแทนของพระมารดา

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2017 หมู่คณะวิสุทธิวงศ์ โพนสูง ร่วมกันท�ำฉลองวันกตัญญู ขอบคุณซิสเตอร์ลับ สมจันทร์ อธิการิณี ผู้เป็นตัวแทนของพระมารดาท่ามกลางเรา เป็นโอกาสแห่งการขอบคุณ และใช้เวลาอยู่ร่วมกันในรูปแบบของ วันฉลองตามประเพณีซาเลเซียน 17


วิสุทธิวงศ์

เยี่ยมเยียน...

มาเดอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงฯ ได้เยี่ยมหมู่คณะวิสุทธิวงศ์ อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2017 ในบรรยากาศแห่งความยินดี

มารีย์นิรมล สามพราน

ฉลองสรรเสริญพระมารดา...

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคาม 2017 หมู่คณะและเยาวชน กลุ่มธิดารักษ์ สามพราน ได้ร่วมฉลองสรรเสริญพระมารดา มารียน์ ริ มล พร้อมกับสมาชิกในครอบครัวซาเลเซียน ละแวก ใกล้เคียง ที่บ้านซาเลเซียน โดยร่วมภาวนาท�ำวัตรเย็น และแสดงละคร “สวนดอกไม้ของพระมารดา” 18

ต้อนรับท่านด้วยความยินดี...

ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2017 หมู่คณะ ครู และเยาวชนธิ ด ารั ก ษ์ ได้ ร ่ ว มกั น ต้ อ นรั บ ซิ ส เตอร์ นิ ภ า ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวง ที่ได้มาเยี่ยมหมู่คณะ อย่างเป็นทางการ โอกาสนี้ หลังการเยี่ยมเยียนเสร็จสิ้นลง ได้ร่วมกันขอบคุณท่านด้วยบทเพลงและรายการแสดงที่ ออกมาจากใจที่รักและรู้คุณ...


7

ความลับ ประการ เพื่อชีวิตที่มีความสุข ต่อจากฉบับที่แล้ว...

เรียบเรียงจากเอกสาร “Happy, meaningful religious life today” โดย คุณพ่อ Joe Mannath พระสงฆ์ซาเลเซียน ชาวอินเดีย

โดย...ซิสเตอร์สายสวาท ระดมกิจ

ฉบับทีแ่ ล้ว ในช่วงท้ายได้กล่าวถึงเป้าหมาย....เพราะ ..ต้องการมีความสุขหรือ? จงรู้คุณ… เป้าหมายนีเ้ อง ทีท่ ำ� ให้เรามีความสุขอย่างมัน่ คง ในฉบับนี้ ขณะที่พวกเราก�ำลังจะเริ่มอาหารเย็น แคทเธอรีน จะกล่าวถึงอีก 3 ท่าที ที่ท�ำให้ชีวิตของเรามีความสุข .... ผูเ้ ป็นแม่ของครอบครัวนี้ เธอได้พูดกับลูกชายว่า “ทอมมี่ วันนีใ้ ห้ลกู เริม่ ก่อน” ทอมมีจ่ งึ ตอบว่า “ผมมีความสุขในวัน นี้เพราะผมได้เจอเพื่อนๆ ที่ดี” หลังจากนั้น แต่ละคนก็ได้ 4. ความรู้คุณ แบ่งปันในส่วนของตัวเอง นี่คือสิ่งที่พวกเขาท�ำทุกเย็น ขณะมื้ออาหาร แคทเธอรีนได้สอนให้ครอบครัวของเธอ ปฏิบัติสิ่งที่ ชาญฉลาดและงดงามมาก ที่จะจบวันด้วย ค�ำขอบคุณในสิ่งที่ได้รับแต่ละวัน ความกตัญ ญูรู้คุณ เป็นหนทางที่ง่ายและเป็นที่ ยอมรับมากที่สุด เพื่อที่จะมีความสุข เดี๋ยวนี้ ขณะที่คุณ อ่านหน้านี้ คุณก็สามารถที่จะแสดงความรู้คุณ ในสายตา ที่ ยั ง มองเห็ น และสุ ข ภาพที่ ดี ขอบคุ ณ ส� ำ หรั บ ชี วิ ต ครอบครัว เพือ่ น อิสรภาพ ส�ำหรับพระพรมากมายทีไ่ ด้รบั ประจ�ำวัน หรือขอบคุณที่คุณสามารถท�ำลายอารมณ์ไม่ พึงประสงค์ที่ท�ำให้คุณปวดหัว

19


อี ก ครอบครั ว หนึ่ ง ที่ มี ค วามสุ ข ผมได้ เรียนรู้จากแม่ของพวกเขาที่นับพระพรแต่ละวันเสมอ ครั้งหนึ่งเธอได้ไปแสวงบุญที่วัดแม่พระที่ Vailanganni เมื่อกลับมา ผมจึงถามว่าเธอได้ไปสวดขออะไร ผมนึกว่า เธออาจจะต้องขอเพื่อสามีที่ป่วยอยู่และลูก ๆ ทั้ง 6 ของ เธอ แต่ค�ำตอบที่เธอให้กับผมมันเป็นบทเรียนที่มีปรีชา ญาณมาก เธอตอบว่า “ฉัน มีห ลายสิ่ง มากมายที่ต้อง ขอบคุณพระเจ้า จนไม่มีเวลาขออะไรอย่างอื่น” สมมติว่าคุณตกรถ คุณจะท�ำยังไง โกรธ ตะโกนด่า หรือ คิดว่า “ขอบคุณพระเจ้า ที่ฉันยังมีแรงพอที่จะเดิน” หรือ “นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าเศร้าอะไร มันมีทางเลือกอื่น ๆ อีกมากมาย” เราแต่ละคนมีถุงใบหนึ่ง ชีวิตไม่ใช่ว่าจะรื่นรมย์ไป ซะหมด หรือยากล�ำบากตลอดเวลา บางคนที่ถือถุงที่มีทั้ง ประสบการณ์ แ ห่ ง ความพึ ง พอใจ ความยากล� ำ บาก ความพยายาม ความสนุกและความทุกข์ระทม ศิลปะแห่ง ความสุข คือ การมีสติ รู้จักสังเกตสิ่งดี ๆ เช่น สุขภาพ ครอบครั ว ผู ้ ค นที่ เรารั ก ความปลอดภั ย พรสวรรค์ อิสรภาพ โอกาส มีความกตัญญูรู้คุณต่อพระเจ้าและผู้คน เพื่อที่จะรู้ว่าเรามีศักยภาพที่จะจัดการสิ่งที่หนักหน่วงได้ บุ ค คลที่ มี ค วามสุ ข ที่ สุ ด ไม่ ใช่ ค นที่ มี ชี วิ ต แบบง่ า ย ๆ พวกเขาคือบุคคลที่เรียนรู้ที่จะนับพระพรที่มาถึงพวกเขา และไม่เสียพลังไปกับการมองในแง่ลบ นั ก จิ ต วิ ท ยาและศิ ล ปิ น ชาวออสเตรี ย คนหนึ่ ง ชื่อ David Sendahl-Rast เขากลับเป็นพระภิกษุสงฆ์ เขา เขียนและพูดถึงความสุข ทุกคืนก่อนเข้านอน เขาจะเขียน สิ่งที่ยังไม่ได้ขอบคุณพระเจ้า เขาท�ำเช่นนี้เป็นปี ๆ และยัง ท�ำเรื่อยมาถึงปัจจุบัน เป็นประสบการณ์ที่งดงามมาก เขาพบว่ามีบางสิง่ ใหม่ทกุ วัน คิดว่า “มีบางสิง่ ใหม่ทกุ คืนที่ ยั ง ไม่ ไ ด้ ข อบคุ ณ พระเจ้ า ” ให้ เ ราทดลองที่ จ ะท� ำ เช่นเดียวกัน แล้วเราจะพบว่า ความสุขวิ่งมาหาเรา

20

5. การให้อภัย

ถ้าคุณต้องการมีความสุข จงเรียนรู้ที่จะให้อภัย เมื่อเราให้อภัย เราก�ำจัดยาพิษออกไป เราก�ำจัดสิ่ง ที่เป็นอุปสรรคต่อความสุขของเราเอง แนวโน้มที่จะเก็บ ความแค้น ความเกลียดชัง พยาบาทที่เกาะกุมหัวใจเราใน ความขมขืน่ เราอาจจะบอกว่า “แต่ฉนั มีเหตุผลทีจ่ ะโกรธ” หรือ “ถ้าคุณรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น คุณจะเข้าใจว่าท�ำไมฉันถึง เกลียดเขาขนาดนี้” เราอาจจะพูดถูกด้วยเหตุด้วยผล แต่เราก็ท�ำลายตัวเราเอง ความเคียดแค้นและความขมขื่น ฝั ง ลึ ก เข้ า ไปในจิ ต วิ ญ ญาณของเราท� ำ ให้ สั น ติ สุ ข และความสุขหายไป เพือ่ นสงฆ์คนหนึง่ ของผม เป็นคนทีส่ งบและมีความ สุข เขาแบ่งปันความลับให้กับผม ตอนที่เขาฉลองครบ 50 ปีแห่งชีวิตสงฆ์ที่เต็มด้วยความสุข ด้วยความจริงใจ ชั ด เจน ครั้ ง หนึ่ ง ที่ เขาเคยถู ก วิ พ ากษ์ วิ จ ารณ์ อ ย่ า งไม่ เป็นธรรมและถูกสอบสวนด้วย ผมทึ่งในการรับมือกับสิ่ง เหล่ า นี้ ด ้ ว ยความสงบของเขา ค� ำ ตอบของเขาลึ ก ซึ้ ง และเรียบง่าย “เมื่อมีบางคนพูดไม่ดีถึงผม ผมจะสวดเป็น พิเศษให้คนนั้น” เหตุผลของการไม่มีความสุขมักเกิดจากการที่เรา จดจ�ำ ถ้าผมจบวันด้วยการเลือกที่อยู่กับความเจ็บปวดที่ ได้รับ และลืมความดีงามต่าง ๆ ทั้งหมดที่ผ่านไป ผมก็จะ จมอยู่ในความน่าสมเพช ความจริงมันไม่ใช่ผลของความ เจ็บปวด แต่มนั เป็นผลของความโง่ของผมเองทีย่ อมจมอยู่ ในประสบการณ์แง่ลบ ลืมความดีงามทีไ่ ด้รบั ความจ�ำของ


เราเป็นเหตุผลหลักของ อารมณ์ที่ดีหรือไม่ดี สิ่งนี้ ท�ำให้เราอยู่ในแดนบวกหรือไม่ ก็อยู่อย่างขมขื่น จึงไม่น่าสงสัยเลยที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ความคิดที่ไม่ระวังตัวของเราอาจเป็นอันตรายต่อเรา มากกว่าศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของเรา” ครั้งหนึ่ง ผมเข้าใจว่าพระเจ้าใช้ทั้งความพึงพอใจ และไม่พงึ พอใจเพือ่ ทีจ่ ะอบรมผมจากผูค้ นทีอ่ ยูร่ อบ ๆ ผม พวกเขาไม่จ�ำเป็นต้องปฏิบัติต่อผมอย่างที่ผมชอบ ผมไม่ รอที่จะให้พวกเขามาเข้าใจ ผมเห็นแผนการของพระเจ้า ส� ำ หรั บ ชี วิ ต ของผม วิ ธี ก ารมองชี วิ ต ทั้ ง หมดของผมก็ เปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่ามันเปลี่ยนแปลงไปชั่ว ข้ามคืน แต่ผมพบมุมมองใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลกภายใน ของผมและท�ำให้มันสว่างไสวขึ้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “การโกรธก็เหมือนกับการ ถือถ่านหินที่ไหม้อยู่ในมือของคุณและคาดว่าคนอื่นจะถูก ไฟไหม้” นักจิตวิทยาท่านหนึ่งพูดติดตลกแต่แฝงด้วยข้อคิด ว่า “อย่าให้ศัตรูของคุณมีที่พักฟรีในหัวของคุณ” คุณ และผมจะไม่เชิญความซาดิสท์หรือความรุนแรงมาอาศัย อยู ่ ใ นบ้ า นของเราใช่ ไ หม ไม่ ม ากก็ น ้ อ ยเราเชิ ญ มาฟรี และยังสนุกสนานกับความเกลียดชัง ปฏิเสธที่จะปล่อย ความเจ็บปวดออกไป พวกเราให้ทพี่ กั ฟรีกบั ประสบการณ์ และความทรงจ�ำที่ท�ำความเสียหายให้กับเรามากที่สุด แบบนี้เป็นการกระท�ำที่ชาญฉลาดแล้วหรือ?

6. ความเรียบง่าย

อย่าสับสนระหว่าง “ความจ�ำเป็น” และ “ความต้องการ” “เราจะให้อะไรกับคนที่เขามีทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว” ลูกชายของทิมถาม แล้วเราทุกคนก็หัวเราะ ในวัดของเรา ทิมเป็นคนหนึ่งที่มีความสุข เขาเป็นคนที่มีความนับถือใน ตนเองสูง เขารักษาความเรียบง่ายในชีวิตแม้ในช่วงเวลาที่ ยากล�ำบาก ทุกคนรู้จักเขาดี ทิมตอบลูกของเขาว่า “มันไม่ใช่วา่ ผมมีทกุ สิง่ แต่ผม เรียนรูท้ จี่ ะแยกแยะว่าอะไรคือสิง่ ทีผ่ มต้องการหรือจ�ำเป็น สิ่งนี้ท�ำให้ผมมีความสุข” เขาได้ผ่านประสบการณ์ที่หนัก เรื่องหนึ่งที่ผมรู้คือ เมื่อเขาอายุ 7 ขวบเขาได้สัญญากับพ่อ ของเขาทีก่ ำ� ลังจะตายว่าจะดูแลแม่ และยายทีเ่ ป็นอัมพาต พร้อมกับน้อง ๆ ทุกคน ทิมเขาได้รักษาสัญญานั้นอย่างดี อีกเรือ่ งทีผ่ มได้ดวู ดี โิ อการสัมภาษณ์ Mrs Sudha Murthy of Bangalore ที่เธอสามารถมีชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือยได้ สบาย ๆ แต่เธอกลับไม่ชอบการช้อปปิ้ง จับจ่ายใช้สอย เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เธอไม่ต้องการอะไรที่ไม่จ�ำเป็น และยืนยันว่าชีวิตของเธอมีความสุขมากทีเดียว เมื่อพระเยซูเจ้าเทศน์สอนเรื่องบุญลาภ พระองค์ ทรงตรัสว่า “เป็นบุญของผู้มีใจยากจน” มันอาจจะฟังดูไร้ สาระส� ำ หรั บ หลายคน พระสงฆ์ ค นหนึ่ ง พู ด กั บ ผมว่ า “อัตราการฆ่าตัวตายที่สูงที่สุดในเมืองของเราอยู่ในพื้นที่ ร�่ำรวยที่สุด” ผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่าวัตถุสิ่งของต่าง ๆ ไม่ดี ไม่ใช่แบบนั้น เมื่อเราจ�ำเป็นต้องใช้มัน เช่น อาหาร เสื้อผ้า บ้าน ยา หนังสือ และการเดินทางที่มีความหมาย สิ่งที่ผม ก�ำลังพูดหมายถึงว่ามันจะไม่มจี ดุ สิน้ สุดกับสิง่ ทีเ่ ราต้องการ จะมี “สิ่งที่ดี” มากมายที่อาจจะถ่วงเราหรือครอบง�ำชีวิต ของเรา เราตระหนักเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะมี ความสุขกับดอกกุหลาบทีส่ วยงาม ดอกกุหลาบก็ไม่จำ� เป็น ต้องอยูใ่ นสวนบ้านคุณจริงไหม หรือเพือ่ ทีจ่ ะสนุกกับดนตรี คุณก็ไม่จ�ำเป็นต้องไปร้องเพลงบนเวที

21


พระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งใน ชี วิ ต ของผมคื อ การได้ พ บและรู ้ จั ก ผู ้ ค นที่ ดี มีความสุข มีความรัก ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ที่มี ความสุขกับชีวติ มีแรงบันดาลใจ ควรค่าแก่การเลียนแบบ ผมพบว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่ฉลาด ไม่โลภมาก พวกเขา สนุกกับการแบ่งปันแทนทีจ่ ะหวงแหนไว้ให้ตนเอง พวกเขา รวยมากพอ จนไม่รสู้ กึ ต้องมีเครือ่ งประดับทีซ่ อื้ ได้ดว้ ยเงิน ดูเหมือนจะไม่มีที่ว่างภายในใจของเขาที่เต็มด้วยสิ่งของ ต่าง ๆ ถ้าคุณมีค่ามากพอ คุณจะไม่ต้องการสิ่งที่จะพิสูจน์ ว่าคุณมีมูลค่าบางสิ่งบางอย่าง

7. สนุกกับชีวิตประจ�ำวัน

ดังนัน้ เริม่ เลย กั บ ความสนุ ก สนาน พร้อมผู้คนรอบ ๆ ตัวฉัน พูดคุย ด้วยบทสนทนาที่ ข�ำขัน ที่มีความหมาย เดินทางไปพบกับผู้คนกับสถานที่ ต่าง ๆ โทรศัพท์ และใช้อินเตอร์เน็ต เหมือนกับป้าคนหนึ่ง ที่พูดกับผมเกี่ยวกับการมีใจรู้คุณว่า “เราต้องไม่ชื่นชม เพียงแค่น�้ำ หรือกาแฟเท่านั้น แต่ในการที่มือของคุณ สามารถยื่นออกมายกแก้วดื่มด้วย” เพื่อนผมอีกคนหนึ่งที่ เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ได้พูดว่า “ตอนที่ผมมีความสุข มากที่สุดของวัน คือตอนที่ผ มอุ้มลูกน้อยในอ้อ มแขน ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขาที่แก้มของผม นี่แหละ เป็นตอนที่มีความสุขมากที่สุดในวันของผม” ไม่มีอะไรพิเศษเลย การอุ้มลูกน้อยของชายคนหนึ่ง ขณะที่ ลู ก หลั บ พวกเราก็ ส ามารถที่ จ ะมี ค วามสุ ข ใน เหตุการณ์ธรรมดาๆ แบบนี้ เราสามารถที่จะเรียนรู้ที่จะมีสติ มีความสุขกับชีวิต ประจ�ำวัน ท�ำให้เป็นประสบการณ์ตามแบบของวันนั้นๆ เราไม่จ�ำเป็นต้องรอความสุข กับการเดินทางไกล กับ การรอคอยเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เพื่อจะมีความสุขที่ลึกซึ้ง เราสามารถเรี ย นรู ้ ที่ จ ะมี ค วามสุ ข ได้ ใ นขณะนี้ ความสุขก็คอื สิง่ ทีเ่ ราสนุกกับมันตอนนี้ ไม่ตอ้ งรอรุง้ กินน�ำ้ หรืออะไรในอนาคตที่มันห่างไกลเลย สรุ ป แล้ ว เสาทั้ ง 7 นี้ เ ป็ น หลั ก แห่ ง ความสุ ข คุณต้องการมีความสุขจริง ๆ ไหม? คุณพร้อมที่จะเริ่ม ก้าวแรกเพื่อความสุขหรือยัง? มันอาจจะง่ายที่จะบ่น ผั ด วั น ประกั น พรุ ่ ง มากกว่ า ที่ จ ะใช้ ชี วิ ต ของคุ ณ ด้ ว ย ความรับผิดชอบ และมองหาสิ่งที่คุณจ�ำเป็นต้องท�ำเพื่อ มีความสุข กลายเป็นบุคคลที่อยู่ในแดนบวก คุณต้องเลือกที่จะรับผิดชอบชีวิตของคุณ หรือ คุณจะรอให้ความสุขของคุณอยู่ในมือของคนอื่นหรือ สิ่งอื่น?

และท� ำ มั น เดี๋ ย วนี้ ไม่ ต ้ อ งรอที่ จ ะมี ค วามสุ ข เดี๋ยวนี้คือเวลาแห่งความสุข ฉันมีสุขภาพที่ดี มีอิสระ ไม่เจ็บไม่ปวด ฉันสามารถ หายใจ เดิน กินอาหารได้ตามปกติ ฉันเปิดตาและอ่าน สิ่งเหล่านี้ได้ ฉันสามารถที่จะมีความสุขกับอากาศที่สดชื่น แสงแดด และอาบน�ำ้ มันคงจะเป็นสิง่ ทีโ่ ง่เขลามากหากว่า รอไปชื่นชมกับสิ่งเหล่านี้ในตอนที่ท�ำมันไม่ได้ซะแล้ว 22

มัวรออะไรอยู่ล่ะ? จงเริ่มมันเดี๋ยวนี้!


ก ารประกาศข่าวดีของพระคริสตเจ้า ของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ในแขวงไทย

โดย...ซิสเตอร์ศรีอุทัย โสทน

ด้ ว ยปณิ ธ านด� ำ เนิ น ตามรอยเท้ า นั ก บุ ญ ยอห์ น บอสโก และนักบุญมาเรีย โดเมนิกา มัสซาแรลโล นักบุญ ผู้ก่อตั้งคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ แขวงไทยจึงได้ก่อตั้ง “มูลนิธิธิดารักษ์เพื่อเด็กด้อยโอกาส” ขึ้น โอกาสครบ 75 ปี ในปี 2006 ทีค่ ณะได้เข้ามาเริม่ งานประกาศข่าวดีแก่ปวง ชนชาวสยามเป็นการสืบสานพระพรพิเศษตามเจตนารมณ์ ของคุณพ่อบอสโกและมาเดอร์มัสซาแรลโล ผู้มอบอุทิศ ชี วิ ต ทั้ ง หมดเพื่ อ เด็ ก และเยาวชนยากจนที่ ด ้ อ ยโอกาส ความตระหนักในการมอบหมาย “เรามอบฝากพวกเขา ไว้ให้เธอดูแล” คณะธิดาแม่พระ องค์อปุ ถัมภ์จงึ ได้ตอบรับ เสียงเรียกร้องของภารกิจการอบรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน หมู ่ เ ด็ ก และเยาวชนที่ ย ากจนมากกว่ า หรื อ ประสบ ความล�ำบากขัดสน และอยูใ่ นครอบครัวทีม่ สี ภาพภาวะเสีย่ ง

ในปี ค.ศ. 2003 มีการประสานงานกับองค์กรและหน่วย งานสังคมสงเคราะห์ แขวงได้อปุ การะด้านการศึกษาอบรม และการฝึกฝนอาชีพ พร้อมทั้งจัดที่พักอาศัย โดยมอบ หมายหน้าทีร่ บั ผิดชอบแก่หมูค่ ณะมารียอ์ ปุ ถัมภ์ สามพราน ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 แขวงได้ด�ำเนินการก่อสร้าง “บ้านธิดารักษ์” เพื่อรองรับเด็กกลุ่มเป้าหมายนี้ ด้วยการ สนับสนุนของคณะศิษย์เก่า คณะครู นักเรียนของโรงเรียน ในเครือธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ และเมตตาจิตของบรรดา ผู้มีพระคุณ จนแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006 โดยมอบภารกิจนี้ในความรับผิดชอบของหมู่คณะ “มารีย์ นิรมล” สามพราน เพื่อดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเผยแสดงความรักของพระเจ้า ที่พวกเขาสัมผัสได้ถึงพระทัยเมตตากรุณาของพระองค์ และเป็นการประกาศข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้าที่ สัมผัสหัวใจของพวกเขาแต่ละคน ท�ำให้พวกเขาภาคภูมิใจ ในการเป็นลูกของพระองค์อย่างสมศักดิศ์ รี เป็นศาสนิกชนที่ ดี และเป็นพลเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริต สามารถพึ่งพาตนเอง ได้ในอนาคต ด�ำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจและมี ความสุข เนื่องด้วยภารกิจอภิบาลของคณะที่ท้าทายงาน 23


เผยแผ่ข่าวดี ท�ำให้แขวงเกิดแรงบันดาลใจในการริเริ่ม ภารกิจของคณะในภาคเหนือในหมู่ชนเผ่าชาวไทยภูเขา โดยบุกป่าฝ่าดงไปเยีย่ มเยียนครอบครัวต่าง ๆ บนดอยด้วย ใจร้อนรนของธรรมทูตที่มุ่งแสวงหาวิญญาณ จากเด็ก ชนเผ่าที่ไม่เคยรู้จักพระเจ้า ได้รับการประกาศข่าวดีแห่ง พระวรสาร ได้เรียนค�ำสอน กลับใจและรับศีลล้างบาป กลับเป็นบุตรของพระเจ้า

ในปี ค.ศ. 2008 ผู้ใหญ่ของคณะได้จัดหาสถานที่ ก่อตัง้ สาขาของมูลนิธธิ ดิ ารักษ์เพือ่ เด็กด้อยโอกาส ทีอ่ ำ� เภอ จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพือ่ เอือ้ อ�ำนวยต่อการพักอาศัย ของเยาวชนเหล่านีซ้ งึ่ ลงมาศึกษาเล่าเรียนในเมือง ปัจจุบนั มีจ�ำนวนประมาณ 100 คน เมื่อย้อนเวลากลับไปประมาณ 50 ปี คณะได้ร่วม ภารกิจการศึกษาอบรมที่โรงเรียนสอนคนตาบอด พญาไท

24

กรุงเทพ ซิสเตอร์หลาย ท่ า นโดยเฉพาะบรรดา ธรรมทูตผู้บุกเบิก ได้หว่าน พระวาจา สอนค�ำสอน อยู่เคียงข้างพวกเขาด้วยความรัก เอาใจใส่ดูแล อุทิศชีวิตเพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง ท�ำให้ พวกเขาเปิ ด ใจรั บ การเผยแผ่ ข ่ า วดี แ ห่ ง พระวรสาร และสั ม ผั ส ได้ ว ่ า พระเจ้ า ทรงรั ก และมี พ ระทั ย ดี ที่ สุ ด พวกเขาสมัครใจรับศีลล้างบาป ได้รับพระพรแห่งการเป็น บุตรพระเจ้าเป็นจ�ำนวนมาก

ต่อมาในปี ค.ศ.1982 คณะซิสเตอร์ได้ร่วมภารกิจที่ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอด สามพราน เป็นโอกาสที่เรา สามารถประกาศข่าวดีแก่พวกเขาได้เช่นกัน โดยให้การ อบรมพร�่ำสอนเพื่อการด�ำรงชีวิตในสังคมได้ โดยไม่เป็น ภาระแก่ใคร พวกเขายังมีจิตกตัญญูต่อคณะซิสเตอร์ ทุกปีกลุ่ม ศิ ษ ย์ เ ก่ า จะพร้ อ มใจกั น มาร่ ว มพิ ธี บู ช าขอบพระคุ ณ และภาวนาอุทศิ แด่ซสิ เตอร์ผลู้ ว่ งลับไปแล้ว พร้อมทัง้ แสดง ความกตัญญูรคู้ ณ ุ ต่อคณะซิสเตอร์ทยี่ นิ ดีมอบอุทศิ ตนเป็น ประจักษ์พยานรักของพระคริสตเจ้าท่ามกลางผูด้ อ้ ยโอกาส ในปัจจุบัน ทุ ก ภารกิ จ กลั บ เป็ น การประกาศความรั ก ของ พระเจ้า มีเยาวชนหลายคนขอเรียนค�ำสอน ได้รับพระพร แห่งความเชื่อ ขอรับศีลล้างบาป ด�ำเนินชีวิตเป็นตัวอย่าง ดีในสังคมที่เขาอาศัยอยู่ กลับเป็นธรรมทูตประกาศข่าวดี ท่ามกลางเพื่อน ๆ


ไฟแห่ ง การประกาศ ข่าวดีในตัวของข้าพเจ้า ได้ลกุ ร้อนขึน้ จนกระทัง่ ความ รักของพระคริสตเจ้าผลักดันให้ออกไปประกาศข่าวดีอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ “หากข้าพเจ้าไม่ประกาศข่าวดี ข้าพเจ้า ย่อมได้รับความวิบัติ” (1 คร 9:16)

หากจะย้อนมองกลับไป ภารกิจดังกล่าวข้างต้น กลั บ เป็ น ความจริ ง ได้ ก็ เ พราะได้ รั บ เมล็ ด พั น ธุ ์ แ ห่ ง การประกาศข่าวดี ผ่านทางบรรดาซิสเตอร์ธรรมทูตผู้กล้า หาญ เสี ย สละและมานะพากเพี ย ร ตลอดระยะเวลา ยาวนานถึง 140 ปี (1877-2017) จากมอร์เนเซ ประเทศ อิตาลี สู่ทวีปอเมริกาใต้ ประเทศอุรุกวัย ข้ามทะเล มหาสมุทรอันกว้างไกล ไปยังดินแดนไกลโพ้นไม่เป็นทีร่ จู้ กั โดยนักบุญยอห์น บอสโก ได้ก่อตั้งคณะธิดาแม่พระองค์ อุปถัมภ์ ในปี 1872 อีก 5 ปีต่อมา ในปี 1877 ได้ส่งธรรม ทูตไปยังประเทศอุรุกวัย จากวันนั้น ถึงวันนี้ คณะธิดา แม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ประกอบกิจการให้การศึกษาอบรมแก่ เด็กและเยาวชนที่ยากจนในทุกรูปแบบ ได้ท�ำงานใน 5 ทวีป จ�ำนวน 94 ประเทศ เยาวชนจ�ำนวนมากมายในโลก

วันที่ 14 พฤศจิกายน 1931 ต้นไม้แห่ง พระพรได้แผ่กิ่งก้านมาจนถึงประเทศสยาม ซิสเตอร์ ธรรมทูต 6 ท่าน ซึ่งได้แก่ซิสเตอร์มาเรีย บัลโด ซิสเตอร์ กราเซียลา อามาตี ซิสเตอร์ หลุยจีนา เด จอร์โจ ซิสเตอร์ จูเลีย เลาตอน ซิสเตอร์อันตนเนียตา โมเรลลาโต ซิสเตอร์ มาเรีย อาวีโอ ซึง่ เป็นผูน้ ำ� ธรรมทูตกลุม่ นี้ ซิสเตอร์ธรรมทูต รุ่นแรกได้เข้ามาหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งข่าวดี วางรากฐานที่ มั่นคงแก่ชีวิตการติดตามพระคริสตเจ้าแก่สมาชิกธิดา แม่ พ ระองค์ อุ ป ถั ม ภ์ มอบความหวั ง และความยิ น ดี ตามอุ ด มการณ์ “ขอแต่ วิ ญ ญาณ สิ่ ง อื่ น ไม่ ต ้ อ งการ” ท่ามกลางเด็กและเยาวชนไทย ถึง 86 ปี

พวกเราขอขอบคุ ณ บรรดาซิ ส เตอร์ ธ รรมทู ต ด้วยใจรู้คุณ ที่ได้ตัดสินใจ ละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน บุคคลอันเป็นที่รัก และความสะดวกสบายในชีวิตของ ท่ า น เพื่ อ ติ ด ตามเสี ย งของพระเจ้ า ที่ เรี ย กและส่ ง พวกเขาไปยังดินแดนห่างไกลที่ไม่เคยรู้จัก ได้ฝ่าฟัน อุ ป สรรคความยากล� ำ บากมากมาย จนคณะธิ ด า แม่ พ ระองค์ อุ ป ถั ม ภ์ ใ นประเทศไทยได้ เ ติ บ โตขึ้ น และยังคงด�ำเนินต่อไปตราบจนวันนี้....

25


โดย Ko Ha Fong, Maria, fma ซิสเตอร์ระพีพรรณ เจริญรัตน์ ถอดความ คัดตอนมาจาก นิตยสาร "Da mihi animas" ของซิ ส เตอร์ ธิ ด าแม่ พ ระ องค์อปุ ถัมภ์ ปี 1992, 3 หน้า 118-121, La Vergine Del Magnificat, Benedetta Fra Le Donne

พรหมจารีแห่งมักญฟีกัต สตรีผู้ ได้รับพรมากกว่าสตรีใด ๆ

สมั ช ชาสามั ญ ครั้ ง ที่ 19 ของคณะธิ ด าแม่ พ ระ องค์ อุ ป ถั ม ภ์ ไ ด้ จุ ด ประกายความส� ำ นึ ก ใหม่ เ กี่ ย วกั บ ค ว า ม เ ป ็ น ส ต รี แ ล ะ จิ ต ต า ร ม ณ ์ แ ห ่ ง มั ก ญี ฟ ี กั ต นัน่ หมายความว่า เมือ่ สตรีคนหนึง่ ตระหนักถึงกระแสเรียก ที่แท้ของเธอ เธอจะสังเกตว่าตนมีความคล้ายพระนาง มารีย์ เธอจะรู้สึกถึงความต้องการที่จะสรรเสริญพระเจ้า เพราะถูกกระตุน้ จากความรูส้ กึ แบบเดียวกับแม่พระให้รอ้ ง บทมักญีฟีกัต สตรีทุกคนที่เจริญตามเอกลักษณ์ของตน อย่างแท้จริงและด้วยความใจกว้าง ไม่ชา้ ก็เร็ว ไม่ดว้ ยวิธใี ด ก็วิธีหนึ่งจะพบว่าบทมักญีฟีกัตกลับเป็นเพลงของตน แม้แต่นักบุญลูกาก็น�ำเสนอบทมักญีฟีกัตเป็นดัง เสียงสะท้อนของการร้องเชิงประกาศกของนางเอลีซาเบธ ว่า “ท่านคือผู้มีบุญกว่าหญิงใด ๆ และพระบุตรในครรภ์ ของท่านได้รับพระพรยิ่งนัก” มารีย์ พระมารดาพระเจ้าผู้ทรงรับเอากายเป็น มนุษย์ ได้เปลีย่ นแปลงการเป็นสตรีภายใต้เครือ่ งหมายแห่ง การอวยพร และบทมักญีฟีกัตของเธอ บทเพลงที่แห่ง ความยินดีทั้งส�ำหรับพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ เป็นบทเพลงที่มีโทนเสียงและความงดงามของสตรีที่ไม่ อาจสับสนกับโทนเสียงอื่น 26

เสียงขับร้องของสตรีในพันธสัญญาเดิม

(Un coro femminile nell’Antico Testamento) เมื่อเราท่องไปในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น ก็ไม่ยากทีจ่ ะพบว่าประเพณีของพระคัมภีร์ รักทีจ่ ะให้สตรี เป็นผู้ขับสรรเสริญและขอบพระคุณ สตรีมีความไวกว่าใน การสังเกตรอยพระบาทของพระเจ้าบนเส้นทางเดินของ มนุษย์ สตรีใส่ใจมากกว่าทีจ่ ะรูถ้ งึ สัมผัสของสายลมอ่อน ๆ ของพระจิตเจ้าที่น�ำความสดชื่นมาสู่ทุกสิ่ง สตรีพร้อม มากกว่าที่จะโลดเต้นด้วยความยินดี พร้อมมากกว่าจะ น้อมรับอัศจรรย์ของพระเจ้า สตรีรู้จักกราบนมัสการ เมือ่ อยูต่ อ่ หน้าธรรมล�ำ้ ลึกทีไ่ ม่อาจเข้าใจ ให้ความส�ำคัญกับ ความน่าพิศวงมากกว่าการขุดค้นสาเหตุ ให้ความส�ำคัญกับ ประจักษ์พยานมากกว่าการสอบสวน ให้ความส�ำคัญกับ การแสดงออกมากกว่าการสาธิต เธอพยายามที่จะเข้าใจ และชื่นชมกับค�ำอธิบายที่ได้รับ ในบรรดาสตรีท่ีได้รับบทบาทในการขับเพลงแห่ง ความยินดี คนแรกก็คือ เดโบรา ได้รับว่าเป็น “ผู้วินิจฉัย”


“ผู้ท�ำนาย” (วนฉ. 4, 4) และเป็น “มารดาของ อิ ส ราแอล” (วนฉ.5, 7) บทเพลงของเธอ สรรเสริญพระพลานุภาพของพระเจ้า แห่งอิสราแอลและชัยชนะของพระองค์เหนือเหล่าศัตรู (วนฉ.5, 2-31) เป็ น บทท� ำ นายที่ เ ก่ า แก่ บ ทหนึ่ ง ใน พระคัมภีร์ มีเรียม พีส่ าวของโมเสสก็เป็นอีกบุคคลหนึง่ ทีส่ ำ� คัญ หลังที่ข้ามทะเลแดงอย่างอัศจรรย์แล้ว มีเรียม ประกาศก หญิง พี่สาวของอาโรน ได้ตีกลองร�ำมะนา บรรดาสตรีก็ ตี ก ลองร� ำ มะนาเดิ น ตาม พร้ อ มกั บ เริ ง ระบ� ำ มี เรี ย ม ก่ อ บทเพลงให้ เขาร้ อ งรั บ ว่ า “จงร้ อ งเพลงถวายพระ ยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงชัยชนะอย่างยิง่ ใหญ่ พระองค์ ทรงโยนม้าและผู้ขับขี่ลงทะเล”(อพย.15, 20-21) นางอันนาผู้ไม่มีบุตรเพราะเป็นหมัน ได้รับพระพร จากพระเจ้า นางน�ำซามูแอลบุตรน้อยกลับมาถวายแด่ พระองค์ในพระวิหารที่ชีโล นางขับเพลงสรรเสริญว่า “ดวงใจข้าพเจ้าชื่นชมในพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้ามีก�ำลังขึ้น เดชะพระยาห์เวห์... พระองค์ทรงหักคันธนูของผู้มีก�ำลัง แต่ประทานก�ำลังแก้ผู้ที่ซวนเซ...พระองค์ทรงพยุงคน ยากจนให้ ลุ ก ขึ้ น จากฝุ ่ น ดิ น ทรงยกคนขั ด สนขึ้ น จาก กองขยะ...” (1ซมอ.2, 1-10) แม้แต่นางยูดธิ ซึง่ มีชอื่ ทีม่ คี วามหมายว่า “หญิงชาว ยิว” เป็นผู้แทนชะตากรรมของชาวยิวตามพระประสงค์ ของพระเจ้า ประชากรก�ำลังอยูใ่ นอันตราย แต่พระเจ้าทรง ใช้มือที่อ่อนแอของหญิงคนหนึ่งน�ำชัยชนะมาให้ ยูดิธ ขับเพลงสรรเสริญพระเจ้าว่า “จงขับร้องเพลงสรรเสริญ พระเจ้าด้วยร�ำมะนา จงขับร้องถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยเสียงฉาบ จงขับร้องเพลงสดุดปี ระสานเพลงสรรเสริญ พระองค์ จงเทิดเกียรติและเรียกขานพระนามพระองค์ เพราะพระองค์คอื พระเจ้าผูท้ รงพิชติ สงคราม...ข้าพเจ้าจะ ร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงยิ่งใหญ่ ทรงรุ่งโรจน์ ทรงอานุภาพน่าพิศวง ไม่มีใครชนะพระองค์ได้” (ยดธ. 16,1-13)

สตรีใหม่ร้องเพลงบทใหม่

(Una donna nuova canta un canto nuovo) กลุม่ สตรีนกั ขับในพันธสัญญาเดิมเป็นดังพืน้ หลังให้ กับบทมักญีฟีกัต มารีย์แห่งนาซาแรธขับขานบทเพลงต่อ จากบรรดาสตรี ผู ้ ยิ่ ง ใหญ่ ใ นพระคั ม ภี ร ์ แต่ ค วามยิ น ดี ความตื้นตัน และความพิศวงที่มารีย์มีนั้นมากกว่าพวกเขา เพราะเธอได้ รั บ ประจั ก ษ์ พ ยานและได้ เจริ ญ ชี วิ ต ใน ความใหม่ทสี่ งู สุด ความน่าพิศวงของพระเจ้ายิง่ ใหญ่กว่าที่ บรรดาสตรีเหล่านัน้ ได้ขบั ร้องสรรเสริญ สตรีแห่งมักญีฟกี ตั ได้รับพระพรกว่าสตรีใด ๆ “เป็ น พระพรที่ เ ป็ น ลั ก ษณะเฉพาะของสตรี ” (ศักดิ์ศรีและกระแสเรียกของสตรี, ข้อ 5) มารีย์ปรากฏมา ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดเพื่อรับการอวยพร เพราะ เหตุนี้พระนางจึงถวายพระพรแด่พระเจ้า พระนางเป็นผู้มี บทบาทเอกในการเป็นตัวแทนมนุษยชาติในการถวาย สรรเสริญพระเจ้า และอาจารย์ผมู้ ปี รีชาทีส่ อนวิธสี รรเสริญ พระเจ้าในแบบที่งดงามที่สุด...(อ่านต่อหน้า 30...) 27


28


เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2017 สมาชิกธิดาแม่พระ องค์อุปถัมภ์ทั่วประเทศไทย ร่วมกันเฉลิมฉลองขอบพระคุณ พระเจ้าด้วยใจที่รู้คุณส�ำหรับพระคุณแห่งความรัก พระพรแห่ง ความเมตตาและโอกาสอันงดงามที่เมล็ดพันธุ์แห่งการประกาศ ข่าวดีได้มาถึงประเทศไทย ผ่านทางบรรดาซิสเตอร์ธรรมทูต ผูก้ ล้าหาญ เสียสละและมานะพากเพียร รุน่ แล้วรุน่ เล่า ตลอดระยะ เวลายาวนานถึง 140 ปี และ 86 ปี จากการส่งธรรมทูตรุน่ แรก เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1875 จากมอร์เนเซ สู่มอนเตอวีโอ อุรุกวัยและการมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1931 ของธรรมทูต 6 ท่าน ด้วยการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ การภาวนา และการแสดงย้อนรอยในรูปแบบต่าง ๆ ...

29


ต่อจากหน้า 27 ...

มาให้อยู่ร่วมกับ ความมหัศจรรย์ อยู่กับธรรมล�้ำลึก ลิ้มรส ความงามของความรัก ความตระหนักใหม่ถึงความเป็นสตรีเรียกร้องให้ ค้นพบกระแสเรียกนี้ของตน จิตตารมณ์ของมักญีฟีกัต น�ำเราไปอยู่ต่อหน้าภาพของสตรีมีครรภ์สองคนที่พยุงกัน และกัน เป็นแรงบันดาลใจให้เราในการออกแรงเพื่อเจริญ สตรีสองคนในความเป็นหนึ่งเพื่ออนาคตของชีวิต (Due donne in solidarietà per un futuro di vita) ชีวติ เยีย่ งสตรีทเี่ ต็มไปด้วยความตระหนักในเอกลักษณ์ของ บริ บ ทของบทมั ก ญี ฟ ี กั ต ของพระนางมารี ย ์ มี ตน ในประสบการณ์ของการสื่อสารและความเป็นหนึ่ง ความหมายมาก เพราะเป็นการพบกันระหว่างสตรีสองคน เดียวเพื่อวัฒนธรรมแห่งชีวิต กระบวนให้ก�ำเนิดชีวิตนั้น เป็นการพบระหว่างพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ เอลีซาแบธและมารีย์ สตรีสองคนที่มีอนาคตของ ชี วิ ต ใหม่ อ ยู ่ ใ นครรภ์ ข องตน สตรี ส องคนเก็ บ รั ก ษา ธรรม ล�้ำลึกอันยิ่งใหญ่ไว้ในกายตน เป็นอัศจรรย์อัน น่าพิศวง ความยินดีอันไม่อาจเก็บไว้ได้ ความตระหนักว่า ตนทั้งสองเป็นที่เลือกสรรพิเศษของพระเจ้ารวมทั้งสองให้ ยิง่ สนิทกัน ภารกิจร่วมกันในการร่วมมือกับพระเจ้าเพือ่ ท�ำ โครงการอั น ยิ่ ง ใหญ่ ท� ำ ให้ เ ธอทั้ ง สองกระตื อ รื อ ร้ น และท� ำ ให้ เ ธอทั้ ง สองระเบิ ด ออกมาในบทสรรเสริ ญ ประสบการณ์ของการเป็นแม่อย่างอัศจรรย์ท�ำให้เธอ ทั้งสองเป็นจิตหนึ่งใจเดียวกัน Tagore พูดประโยคหนึ่งที่งดงามมาก “เด็กแต่ละ คนเกิดมา เป็นเครือ่ งหมายบ่งบอกว่าพระเจ้ายังไม่ทรงเบือ่ มนุษย์” ท�ำนองเดียวกันอาจพูดได้ว่า สตรีทุกคนในฐานะ ทีเ่ ป็นให้กำ� เนิดชีวติ เธอเป็นรอยยิม้ ของพระเจ้า เป็นความ อ่อนโยนที่พระเจ้าแสดงต่อมนุษยชาติ สตรีมีบทบาทใน โครงการของพระเจ้าในความที่เป็นการจัดการกับความ แปลกใหม่ เป็นครรโภทรของอนาคต พื้นดินส�ำหรับการ เสด็จมาของพระเจ้า ท้องทุ่งแห่งการพิสูจน์ความรักของ พระเจ้า เมื่อชี้ไปที่สตรีพระเจ้าสามารถกล่าวซ�้ำกับทั่ว แผ่ น ดิ น ดั ง ที่ ท รงเคยตรั ส ผ่ า นประกาศกอิ ส ยาห์ ว ่ า เชื่ อ งช้ า ต้ อ งมี ค วามพากเพี ย รแต่ ช ่ า งงดงาม สร้ า ง ความเป็นหนึ่ง และท�ำให้เกิดความปรารถนาอยากจะร้อง เพลงสรรเสริญพระเจ้า (อสย. 43, 19) สตรีถูกเรียกให้รับไว้เก็บรักษา ให้และท�ำให้ชีวิต เติบโต ก่อให้เกิดความแปลกใหม่และความหวัง ถูกเรียก 30


ลักษณะเฉพาะเชิง ประกาศกของสตรีที่ ปรากฏในบทมักญีฟีกัต

(La caratteristica profetica della donna espressa nel Magnificat) ในสมณสาส์ น “ศั ก ดิ์ ศ รี แ ละกระแสเรี ย กของ สตรี ” (Mulieris dignitatem) ของพระสั น ตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 เห็นว่าพระนางมารีย์ “เป็นการแสดงออก ทีส่ งู สุดของลักษณะเฉพาะเชิงประกาศกของสตรี” (ข้อ 29) หน้ า ที่ ห ลั ก ของประกาศกก็ คื อ การให้ ก� ำ เนิ ด ชี วิ ต และปลุกชีวิต แบ่งปันความรัก ความห่วงใย พร้อมเข้า ช่วยเหลือ ความรักอันทรงพลังของพระเจ้าเพือ่ มนุษยชาติ ในการรับเอาความความรักของพระเจ้า ประกาศกร่วมส่วน วิสัยทัศน์ของพระเจ้าเกี่ยวกับโลก ตีความประวัติศาสตร์ ของมนุษย์โดยใช้กุญแจแห่งความรักอันช่วยให้รอดของ พระเจ้ า และเห็ น การประทั บ อยู ่ ข องพระองค์ แ ม้ ใ น เครื่องหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ และซ่อนเร้นที่สุด บทเพลงของบรรดาสตรี ใ นพั น ธสั ญ ญาเดิ ม มี ลักษณะของการท�ำนายอยู่แล้ว สตรีเหล่านั้นเฉลิมฉลอง ชั ย ชนะ ความรอด การเปลี่ ย นแปลงชะตากรรมของ ประชากรที่พระเจ้าทรงกระท�ำ บทเพลงเป็นที่รวมของ พวกเขาปลุ ก ชี วิ ต ก่ อ ให้ เ กิ ด ความหวั ง ความไว้ ใ จ และความกล้าหาญ สิง่ เหล่านีม้ จี ดุ สูงสุดในบทเพลงของแม่พระ สตรีแห่ง ความครบครัน ในบทมักญีฟีกัตจึงเป็นที่รวมของ “สิ่งยิ่ง ใหญ่”ทีพ่ ระเจ้าทรงท�ำเพือ่ เผยพระองค์เป็นผู้ “ศักดิส์ ทิ ธิ”์ “เมตตากรุณา” “ทรงสรรพานุภาพ” “พระผู้ไถ่กู้” มีการ แสดงตรรกะเฉพาะของพระเจ้านั่นความรักพิเศษที่ทรงมี ต่อคนยากจน มีขอบฟ้าแห่งอนาคต เป็นอนาคตที่ได้รับ ประกั น จากความซื่ อ สั ต ย์ ข องพระเจ้ า ผู ้ ท รงระลึ ก ถึ ง พระสัญญาของพระองค์ พระสัญญาทีต่ งั้ อยูบ่ นพระเมตตา กรุณาของพระองค์ที่แผ่ไปถึงทุกยุคทุกสมัย ในบทเพลงนี้ ที่ขับร้องโดยสตรีผู้ยังอายุน้อยด้วยสายตาของประกาศก มี “บทสรรเสริ ญ ที่ ท รงพลั ง และให้ ชี วิ ต ใหม่ ที่ ไ ม่ เ คย ถูกประกาศมาก่อนเลย” (Paolo VI, Omelia a Bonaria, 24-4-1970)

บทเพลงของเหล่าสตรีที่ยังขับขานมักญีฟีกัต

(Un coro femminile che prolunga il Magnificat) นักบุญเกรโกรีกล่าวว่า “พระคัมภีร์จะเติบโตอาศัย การอ่าน” สิ่งนี้เกิดขึ้นกับบทมักญีฟีกัตด้วย ค�ำพูดในบท มักญีฟกี ตั ไม่ได้เก่าไปตามการใช้งานและกาลเวลา แต่กลับ เติบโตขึน้ ในความมัง่ คัง่ ในความสดชืน่ ในความมีชวี ติ ชีวา เปล่งประกายท�ำให้หัวใจเต้นแรง และติดอยู่บนริมฝีปาก ของคริสตชนทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะส�ำหรับเราธมอ. หมูค่ ณะของเราต้องเป็น สถานที่ ที่ พิ เ ศษที่ จ ะสะท้ อ นบทเพลงมั ก ญี ฟ ี กั ต ใน พระศาสนจักร (cf. Cost. 62) เสียงของมารีย์ที่ปรากฎอยู่ ในเสียงของบรรดาสตรีช าวอิส ราแอล ปรารถนาที่จะ ต่อเนื่องต่อไปในเสียงขับขานของ ธมอ. ทุกวันน้พระนางมารีย์ยังพูดกับลูก ๆ ของพระนาง ด้วยค�ำของผูป้ ระพันธ์บทสดุดี “จงสรรเสริญพระเจ้าพร้อม กับข้าพเจ้า ให้เราสรรเสริญพระนามพระองค์ดว้ ยกัน” (Sal 34, 4) ค�ำเชิญของพระแม่ได้ถูกแปลในภาคปฏิบัติส�ำหรับ เรา ธมอ. ทุกวันนีใ้ นการรายงานของอัคราธิการิณี เมือ่ ท่าน น�ำเสนอแนวทางของคณะในช่วงหลังสมัชชา มาเดอร์ได้ มอบแม่พระเป็นดัง “ไอคอนทีเ่ ป็นแรงบันดาลใจในช่วงหก ปีน”ี้ ท่านเขียนว่า “สตรีผเู้ ยาว์แห่งนาซาแรธ ผูไ้ ด้รบั เลือก ให้เป็นมารดาพระเจ้า เชือ้ เชิญเราให้ตระหนักถึงความมัง่ คัง่ ของความเป็นสตรีของเรา และตระหนักถึงการถูกเรียกให้ ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชีวิต ดังนี้เราก็จะกลับบทเพลงแห่ง การสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจ้า ดั ง นี้ เราจึ ง สามารถเป็ น มั ก ญี ฟ ี กั ต ทรงชี วิ ต เป็นสตรีทไี่ ด้รบั พระพรจากพระเจ้า และถวายสรรเสริญ พระเจ้าในพระมารดาสตรีผู้ได้รับพระพรกว่าสตรีใด ๆ

31


ปีพิธีกรรม (Liturgical Year)

โดย...ซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน เราอยู่ในช่วงระยะเวลาที่จะใกล้จะจบปี 2017 /2560 และก�ำลังจะเริ่มเข้าสู่ปีใหม่ ใน 1 ปี เรามี 12 เดือน 52 สัปดาห์ 365 วัน 8760 ชั่วโมง 526600 นาที 31536000 วินาที เราไม่สามารถจะด�ำรงชีวิต อยู่ได้ หากปราศจากพระเมตตาของพระ ทุกนาที ทุกลมหายใจ ล้วนเป็นพระพรจากพระเจ้าที่มอบให้กับเราแต่ละคน ระเบียงค�ำสอนฉบับนีจ้ งึ ขอเชิญทุกท่านได้ตดิ ตามเนือ้ หาเกีย่ วกับปีของพระศาสนจักรคาทอลิก เพือ่ ว่า เราจะได้สามารถ เข้าใจและติดตามพิธีกรรมในช่วงต่าง ๆ ได้อย่างเข้าใจ และมีความชัดเจนมากขึ้น จึงขอน�ำเนื้อหาจากเว็ปไซด์ค�ำสอน คาทอลิกกรุงเทพ มาให้ท่านได้อ่านและเรียนรู้เพิ่มมากขึน้

ปีของพระศาสนจักร คืออะไร

ปีพิธีกรรม หรือ ปีของพระศาสนจักร คือ การท�ำตาม ธรรมล�้ำลึกในชีวิตของพระคริสตเจ้า นับตั้งแต่การบังเกิด เป็นมนุษย์ จนถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองในพระสิริ รุ ่ ง โรจน์ ปี พิ ธี ก รรมเริ่ ม จากเทศกาลเตรี ย มรั บ เสด็ จ (ADVENT) เวลาแห่งการรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า และมี จุดสูงสุดแรกในเทศกาลพระคริสตสมภพ และจุดที่สองซึ่ง สูงสุดและยิง่ ใหญ่กว่า คือ การเฉลิมฉลองความทุกข์ทรมาน ในการไถ่กู้ การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ ของพระคริสตเจ้าในวันปัสกา เทศกาลปัสกาสิ้นสุดในวัน สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จมา ในพระศาสนจักร ตลอดปี พิธกี รรม มีการคัน่ ด้วยวันฉลองพระนางมารีย์ และบรรดา นักบุญ ซึ่งพระศาสนจักรสรรเสริญพระหรรษทานของ พระเจ้าผูท้ รงน�ำมนุษยชาติไปสูค่ วามรอดพ้น (CCC 11681173, 1194-1195) “ปีใหม่ของพระศาสนจักรเริ่มต้น จากวันอาทิตย์แรกในเทศกาลเตรียมรับเสด็จ และมาถึง จุดสูงสุดในวันปัสกา” 32

ปฏิทินพิธีกรรม (The Liturgical Calendar) ภายในช่วงเวลาของวัน สัปดาห์ และปี การต่อเนื่องของวันฉลอง และวันฉลองนักบุญ ท�ำให้เราใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น


แม้ว่าคนโบราณ ไม่ เ ข้ า ใจเกี่ ย วกั บ การ โคจรของดวงดาวและดาว เคราะห์อย่างถูกต้อง และเชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล พวกเขาก็คุ้นเคยกับการ หมุนเวียนเปลีย่ นฤดูกาล การแบ่งปีเป็น 12 เดือน และการ สังเกต ความใกล้ชดิ ของดาวเคราะห์ทเี่ ชือ่ มโยงกับเทพเจ้า ในนิยายโบราณ เมื่ออาณาจักรโรมันทิ้งระบบเก่าเกี่ยวกับ การนับวันตามวิธีของ Kalends,Nones และ Ides ใช้ชื่อ ของเทพเหล่านี้มาเป็นชื่อของวันทั้ง 7 ตามชาวอียิปต์ กล่าวคือ วันอาทิตย์เป็นวันของสุริยเทพ (solis dies, ใน ภาษาเยอรมัน Sonntag) วันจันทร์ คือ วันแห่งพระจันทร์ (ภาษาฝรั่งเศส lundi) วันอังคารคือวันแห่งพระอังคาร (Mars ภาษาฝรั่งเศส mardi) ที่ในภาษาอังกฤษใช้ Norse เหมือนเทพ Tiw ซึ่งเป็นเทพแห่งสงคราม วันพุธ คือ วั น แห่ ง เทพเมอร์ คิ ว รี่ (Mercury ในภาษาฝรั่ ง เศส mercredi) ภาษาอังกฤษใช้ค�ำ Woden วันพฤหัสบดี คือ วันแห่งเทพจูปีเตอร์ (Jupiter ภาษาฝรั่งเศส Jeudi) แทน เทพ Thor ซึ่งเป็นเทพแห่งฟ้าร้อง วันศุกร์คือวันของเทพ วีนสั (Venus ภาษาฝรัง่ เศส vendredi)แทนด้วย เทพี Frig และวันเสาร์ เป็นวันของเทพแซทเทิรน์ (Saturn) มีการนับ ชั่วโมงตามวันสุริยคติ ที่แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 3 ชั่วโมง พระคัมภีร์เข้าใจเรื่องจักรภพส่วนที่เกี่ยวกับศาสนา ที่เป็นพหุเทวนิยม (นับถือเทพเจ้าหลายองค์) ตามหนังสือ ปฐมกาล ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่ใช่สงิ่ อืน่ ใดนอกจาก เครื่องมือที่แบ่งแยกแสงสว่างออกจากความมืด ดวงดาว และดาวเคราะห์ เ ป็ น กองทั พ ขององค์ พ ระผู ้ เ ป็ น เจ้ า (Sabaoth) ที่พวกเขาไม่ได้บูชา ตามลักษณะนี้ หกวันแรก ของสัปดาห์ เกี่ยวข้องกับขั้นตอนที่ต่อเนื่องของการสร้าง และวันที่ 7 เป็นวันที่พระเจ้าทรง พักผ่อน นี่เป็นเหตุที่ ชาวยิวถือว่าวันของ Saturn เป็นวันสับบาโต (จากภาษา ฮีบรู shabbath “การพักผ่อน” ค�ำกรีกต่างออกไปเป็น sambati dies, ดังนัน้ ภาษาฝรัง่ เศสใช้ samedi และภาษา เยอรมันใช้ Samstag)

คริสตชนเรียกวันแรกของสัปดาห์วา่ วันอาทิตย์ คือ “วันของพระเจ้า” (ค�ำละตินใช้ dies dominicus, ภาษาฝรั่งเศส ใช้ dimanche) เพื่อถวาย เกียรติแด่การกลับคืนชีพ เราลองพิจารณาเครื่องหมาย โบราณ เช่ น ดวงอาทิ ต ย์ ส ่ อ งแสง ซึ่ ง เกิ ด ขึ้ น ทุ ก เช้ า เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของพระคริสต์ผู้ทรงกลับคืนชีพ ค� ำ อุ ป มานี้ ไ ด้ รั บ มาจากพั น ธสั ญ ญาเดิ ม (มลค.3.20) พระนางพรหมจารีมารีย์ ไม่เหมือนพระบุตรที่ทรงเป็น “องค์ความสว่างจากองค์ความสว่าง” (Credo บทข้าพเจ้า เชือ่ ) พระนางสะท้อนความสว่าง พระนางมีบทบาทในการ เป็นบุคคลกลาง ที่มีเครื่องหมายเป็นดวงจันทร์ ศิลปิน หลายคนในทุกยุคต่างๆ วาดภาพพระนางโดยให้พระนาง ประทับยืนบนดวงจันทร์เสี้ยว จากการถักทอที่ละเมียด ละไมของการล�ำดับของความเชือ่ และสัญลักษณ์ และวิธที ี่ วัดเวลา ที่สุด พิธีกรรมคาทอลิกมี 3 วงจร วงจรประจ�ำ วัน วงจรประจ�ำสัปดาห์ และวงจรประจ�ำปี วงจร พิธีกรรมประจ�ำวัน คือ “การท�ำวัตร” เพื่อสวดภาวนา ร้องเพลงสดุดี และบทอ่านที่ท�ำให้เวลาศักดิ์สิทธิ์ไป นั่น คือ การสวดท�ำวัตรเช้า (lauds) ท�ำวัตรเทีย่ ง (noontide office) ท� ำ วั ต รเย็ น (Vesper) และท� ำ วั ต รค�่ ำ (Compline) ก่อนไปนอน “หนังสือท�ำวัตร” ได้รับ ตัวอย่าง ที่วิเศษสุดมาจากสมัยกลาง เป็นการรวบรวมบท ภาวนา ที่ อ นุ ญ าตให้ ฆ ราวาสติ ด ตามจารี ต พิ ธี ไ ด้ มี บ ท ท� ำ วั ต รเช้ า (Matins) ส� ำ หรั บ ฤาษี แ ละนั ก บวชหญิ ง และ “ท�ำวัตรน้อย” ที่ได้รับมาจากธรรมเนียมของชาวยิว ที่แบ่งเวลาระหว่างวัน ซึ่งใช้ในสมัยโบราณคือ “ท�ำวัตร สาย” ราว ๆ 10 โมง (lierce) ท�ำวัตรเที่ยง ราว ๆ บ่าย โมง (sext) และท�ำวัตรบ่าย ราวบ่าย 3 โมง (nones) วงจรประจ�ำสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ (ลก. 24. 1) ทีเ่ ป็นบ่อเกิดและเป็นจุดสุดยอด ดังนัน้ มิสซาวันอาทิตย์จงึ มีความส�ำคัญส�ำหรับชาวคาทอลิก จากวันจันทร์ถงึ วันเสาร์ แต่ละวันมีวันฉลองตามพิธีกรรมจากวันที่สองถึงวันที่เจ็ด (วันฉลอง feria ในภาษาลาติน) “วันฉลองของแต่ละวัน เป็นวันศักดิส์ ทิ ธิ์ สารบทนักบุญตามพิธกี รรม ได้รบั อิทธิพล 33


ม า

จากสมั ย ไปเซนไทนระหว่ า ง ความพยายามที่จะลบล้างชื่อเก่าของคณะ ทางศาสนา ในวันระหว่างสัปดาห์) เมือ่ พระเยซูสนิ้ พระชนม์ วั น ที่ ส� ำ นึ ก บาป และอดอาหาร ซึ่ ง เป็ น อั ป โชคตาม ไสยศาสตร์ที่นิยมกัน วงจรประจ�ำปี ซับซ้อนมากขึน้ เพราะเป็นการฉลอง ในช่ ว งต่ า งๆ ทางพิ ธี ก รรมซึ่ ง ต่ า งกั น ไปตามเทศกาล และการฉลองของนักบุญ ที่มีการอุทิศตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่มีการฉลองธรรมล�้ำลึกแห่งการรับเอาธรรมชาติมนุษย์ และการไถ่กู้ แสดงว่ามีความส�ำคัญเท่าสังคายนาวาติกนั ที่ 2 มั่ น ใจกั บ การถื อ เรื่ อ งนี้ ส� ำ คั ญ มากเป็ น ประการแรก การสมโภชตามเวลาระหว่างปี มี 2 วงจร คือ วันคริสตสมภพ กับวันปัสกา เป็นวันฉลองทีใ่ ห้เราส�ำรวจธรรมล�ำ้ ลึกทัง้ หมด ของการไถ่กู้ของพระคริสต์ วันสมโภช 2 วันด้วยการเตรี ยมตัว เป็นวันฉลองที่ให้เราส�ำรวจธรรมล�้ำลึกทั้งหมดของ การไถ่ กู ้ ข องพระคริ ส ตเจ้ า เทศกาลเตรี ย มรั บ เสด็ จ พระคริ ส ตเจ้ า และเทศกาลมหาพรตมี ก ารเน้ น การฉลองวั น ที่ พ ระเยซู ป ระสู ติ แ ละวั น สมโภชปั ส กา การฉลองทั้ง 2 วันด�ำเนินไปพร้อมทั้งมีตรีวาร 3 วันก่อน วันฉลองปัสกา ยังคงด�ำเนินไปพร้อมกัน เทศกาลคริสตสมภพ (Cristmastide) และเทศกาลปัสกา (Eastertide) และจบ ลงด้วยวันฉลองนักบุญยอห์น บัปติสท์ ผ่านไป และวัน สมโภชพระจิ ต เจ้ า วั น ที่ เ หลื อ ของปี ป ระกอบด้ ว ย 34 สัปดาห์ที่เรียกว่าเทศกาลธรรมดา (Ordinary Time)

34

ดั ง นั้ น ในการ เรียงล�ำดับเวลาจะมีวัน ฉลองของเทศกาลพร้อมทั้ง ค�ำอธิบายความหมาย ดังนี้ 1. เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า (ADVENT มาจากค�ำละติน Adventus แปลว่า “การมา”) วงจร พิธีกรรมเริ่มจากเวลาเตรียมฉลองคริสมาส เริ่มตั้งแต่วัน อาทิตย์ สี่สัปดาห์ก่อนสมโภชพระคริสตสมภพ (วันที่ 25 ธันวาคม) ส�ำหรับเรา การเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เป็นการรอคอยด้วยความชื่นชมยินดี (โดยเฉพาะ อาทิตย์ ที่ 3 ซึ่งเรียกว่า อาทิตย์ Gaudete แปลว่า ชื่นชมยินดี) มีการเสด็จมา 3 ประการ คือ การเสด็จมาประสูติอัน ต�่ำต้อยของพระเยซูในคอกเลี้ยงสัตว์ที่เมืองเบธเลเฮม พระองค์ยังเป็นพระหรรษทานที่เสด็จมายังเราในปัจจุบัน เมื่อเราร่วมฉลองพิธีกรรมของพระองค์ และการเสด็จ กลับมาของพระคริสต์ในพระสิริรุ่งโรจน์ในวันสุดท้าย อาทิตย์แรกของเทศกาลนี้เน้นเหตุการณ์ที่สาม ขณะที่ สัปดาห์สดุ ท้ายก่อนวันพระคริสตสมภพเน้นสองเหตุการณ์ แรก 2. วันสมโภชพระคริสตสมภพ (Christmas หรือ Noel จากค�ำละติน natalis dies แปลว่า วันเกิด) เก้าเดือน หลั ง จากวั น ที่ ทู ต สวรรค์ ม าแจ้ ง สาร (Annunciation ตรงกับวันที่ 25 มีนาคม) วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลอง การประสูตขิ องพระของพระคริสตเจ้าและพระธรรมล�ำ้ ลึก ของการรับเอาธรรมชาติมนุษย์ซึ่งเป็นพื้นฐานสัญลักษณ์ ทั้งหมดของคริสตศาสนา วันพระคริสตสมภพยังเน้นการ ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ที่มีนักบุญโยเซฟ พระนางมารีย์ และพระเยซู และทุกครอบครัว เป็นการฉลองชีวติ ทีม่ าจาก พระเจ้าก่อนที่เราจะกลับไปหาพระองค์ วันสมโภชพระคริสตสมภพ ตรงกับวันฉลองของคน ต่างศาสนาที่เรียกว่า Natalis Invictus (“การเกิดของ สุรยิ เทพผูป้ ราบศัตรูพา่ ย”) ในฤดูหนาวขณะทีด่ วงอาทิตย์


โคจรสู่ท้องฟ้าทางทิศเหนือ ในวันนั้นดวงอาทิตย์เริ่มโผล่ จากขอบท้องฟ้า เหมือน พระกุมารเยซูที่เจริญเติบโตขึ้น ท�ำนองเดียวกันในฤดูรอ้ น วันทีด่ วงอาทิตย์อยูไ่ กลทีส่ ดุ จาก เส้นศูนย์สูตรของโลก วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันสมโภช นักบุญยอห์น บัปติส ผู้มาล่วงหน้าเพื่อกล่าวถึงพระเยซูว่า “พระองค์จะต้องยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง” (ยน.3.30)

เป็นที่นิยม บัณฑิตทั้ง 3 ได้มานมัสการกษัตริย์ที่เที่ยงแท้ และถวายทองค�ำ ก�ำยาน และมดยอบ การมาของบัณฑิต เป็ น เหตุ ก ารณ์ น� ำ ของ “การเปิ ด เผย” ในวั น สมโภช พระคริสตเจ้าแสดงองค์ สองเหตุการณ์คือการที่พระเยซู รับพิธีล้างจากนักบุญยอห์น บัปติสท์ ที่แม่น�้ำจอร์แดน (วันฉลองนี้ท�ำให้เหตุการณ์ศักดิ์สิทธิ์ในวันอาทิตย์หลังวัน สมโภชพระคริ ส ตเจ้ า แสดงองค์ ซึ่ ง รวมอยู ่ ใ นเทศกาล คริสตสมภพ) และงานสมรสทีห่ มูบ่ า้ นคานาทีพ่ ระเยซูทรง 3. พระคริสต์แสดงองค์ (Epiphany) มาจากภาษา พระชนม์ชีพอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก… กรีก epi- phainein แปลว่า “แสดง หรือ เปิดเผย”) (ต่อฉบับหน้า...) พวกนิกายตะวันออก จัดฉลองการประสูติของพระเยซู และการเปิ ด เผยว่ า พระองค์ ท รงเป็ น พระเมสสิ ย าห์ และพระผู้ไถ่ วันที่ 6 มกราคม เป็นวันฉลองแสงสว่าง เที่ยงแท้ ของดาวที่ปรากฏแก่บรรดาโหราจารย์ และน�ำ พวกเขามาหาพระเยซู (มธ.2.1-12) วันฉลองโหราจารย์

35


We are not like the prodigal son, are we?

เราไม่ ได้เป็นเหมือนอย่างลูกล้างผลาญ...ใช่ ไหม? โดย...รัฏฏิการ์ สุทธิรัตนากร

ค�ำถามนี้อาจท�ำให้ผู้อ่านตีความไปได้หลายแบบว่า จะล้างผลาญแบบไหนหรืออย่างไรแน่ แต่ก่อนอื่นเรามา ท�ำความรู้จักกับที่มาของ “ลูกกล้างผลาญ” กันก่อน ซึ่ง ทุกท่านคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของลูกล้างผลาญมาแล้ว หลายครั้ ง แน่ น อน! เพราะเรื่องนี้ มาจากพระคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาใหม่ (ลูกา 15: 11-32) และเพื่อเป็นการ ทบทวนความจ�ำของทุกท่าน ผูเ้ ขียนจึงขอหยิบยกเนือ้ เรือ่ ง มาให้อ่าน ดังนี้ พระองค์ยังตรัสอีกว่า ‘ชายผู้หนึ่งมีบุตรสองคน บุตรคนเล็กพูดกับบิดาว่า “พ่อครับ โปรดให้ทรัพย์สมบัติ ส่วนที่เป็นมรดกแก่ลูกเถิด" บิดาก็แบ่งทรัพย์สมบัติให้แก่ ลูกทั้งสองคน ต่อมาไม่นาน บุตรคนเล็กรวบรวมทุกสิ่งที่มี แล้วเดินทางไปยังประเทศห่างไกล ทีน่ นั่ เขาประพฤติเสเพล ผลาญเงินทองจนหมดสิ้น ‘เมื่อเขาหมดตัว ก็เกิดกันดาร อาหารอย่างหนักทั่วแถบนั้น และเขาเริ่มขัดสน จึงไป รับจ้างอยู่กับชาวเมืองคนหนึ่ง คนนั้นใช้เขาไปเลี้ยงหมูใน ทุง่ นา เขาอยากกินฝักถัว่ ทีห่ มูกนิ เพือ่ ระงับความหิว แต่ไม่มี ใครให้ เขาจึงรู้ส�ำนึกและคิดว่า "คนรับใช้ของพ่อฉันมี อาหารกินอุดมสมบูรณ์ ส่วนฉันอยู่ที่นี่ หิวจะตายอยู่แล้ว

36

ฉันจะกลับไปหาพ่อ พูดกับพ่อว่า "พ่อครับ ลูกท�ำบาปผิด ต่อสวรรค์และต่อพ่อ ลูกไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่อ อีก โปรดนับว่าลูกเป็นผู้รับใช้คนหนึ่งของพ่อเถิด" เขาก็ กลับไปหาบิดา ‘ขณะทีเ่ ขายังอยูไ่ กล บิดามองเห็นเขา รูส้ กึ สงสาร จึงวิ่งไปสวมกอดและจูบเขา บุตรจึงพูดกับบิดาว่า "พ่อครับ ลูกท�ำบาปผิดต่อสวรรค์และต่อพ่อ ลูกไม่สมควร ได้ ชื่ อ ว่ า เป็ น ลู ก ของพ่ อ อี ก " แต่ บิ ด าพู ด กั บ ผู ้ รั บ ใช้ ว ่ า "เร็วเข้า จงไปน�ำเสือ้ สวยทีส่ ดุ มาสวมให้ลกู เรา น�ำแหวนมา สวมนิว้ น�ำรองเท้ามาใส่ให้ จงน�ำลูกวัวทีข่ นุ อ้วนแล้วไปฆ่า แล้วกินเลี้ยงฉลองกันเถิด เพราะลูกของเราผู้นี้ตายไปแล้ว กลับมีชีวิตอีก หายไปแล้ว ได้พบกันอีก" แล้วการฉลองก็ เริ่มขึ้น ‘ส่วนบุตรคนโตอยู่ในทุ่งนา เมื่อกลับมาใกล้บ้าน ได้ยินเสียงดนตรีและการร้องร�ำ จึงเรียกผู้รับใช้คนหนึ่ง มาถามว่าเกิดอะไรขึน้ ผูร้ บั ใช้บอกเขาว่า "น้องชายของท่าน กลับมาแล้ว บิดาสัง่ ให้ฆา่ ลูกวัวทีข่ นุ อ้วนแล้ว เพราะเขาได้ ลูกกลับคืนมาอย่างปลอดภัย" บุตรคนโตรูส้ กึ โกรธ ไม่ยอม เข้าไปในบ้าน บิดาจึงออกมาขอร้องให้เข้าไป แต่เขาตอบ บิดาว่า "ลูกรับใช้พอ่ มานานหลายปีแล้ว ไม่เคยฝ่าฝืนค�ำสัง่ ของพ่อเลย พ่อก็ไม่เคยให้ลกู แพะแม้แต่ตวั เดียวแก่ลกู เพือ่


เลี้ ย งฉลองกั บ เพื่ อ น ๆ แต่ พ อลู ก ค น นี้ ข อ ง พ ่ อ ก ลั บ ม า เขาคบหญิ ง เสเพล ผลาญ ทรัพย์สมบัติของพ่อจนหมด พ่อยังฆ่าลูกวัวที่ขุนอ้วนแล้ว ให้เขาด้วย" ‘บิดาพูดว่า "ลูกเอ๋ย ลูกอยู่กับพ่อเสมอมา ทุกสิ่งที่พ่อมีก็เป็นของลูก แต่จ�ำเป็นต้องเลี้ยงฉลองและ ชื่นชมยินดี เพราะน้องชายคนนี้ของลูกตายไปแล้ว กลับมี ชีวิตอีก หายไปแล้ว ได้พบกันอีก"' เรื่องนี้จบลงที่ลูกชายผู้ล้างผลาญได้บทเรียนจาก สิ่งที่กระท�ำลงไป และได้กลับบ้านไปหาพ่อของเขา โดย ผู้เป็นพ่อก็ได้ให้ความเมตตาและให้อภัยเขาเสมอมา... ซึง่ อุปมาเรือ่ ง “ลูกล้างผลาญ” นีม้ จี ดุ ประสงค์ตอ้ งการสอน เรื่องพระกรุณาของพระเจ้าและการให้อภัย โดยมุ่งเน้นใน แง่มุมของการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ และผู้เขียนมองว่านี่เป็นข้อคิดในทางคริสตศานาที่ มองจากมุมของ“บุพการี” เป็นหลัก....และถ้าหากมองใน มุมของ “ลูก” ดูบ้างล่ะ เราได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้.....? มาถึงตอนนี้ขอให้ผู้อ่านได้นึกย้อนไปที่ค�ำถามเริ่ม ต้นที่ว่า “เราเป็นเหมือนอย่างลูกล้างผลาญนี้หรือไม่?” ลูกล้างผลาญจะนึกถึง และกลับไปหาพ่อ ก็ต่อเมื่อ เขาขาดแคลนทรัพย์สมบัติ ลูกล้างผลาญจะนึกถึง และกลับไปหาพ่อ ก็ต่อเมื่อ เขาล�ำบากขัดสน หมดหนทาง ลูกล้างผลาญจะนึกถึง และกลับไปหาพ่อ ก็ต่อเมื่อ เขามีความทุกข์ร้อนใจและเกิดเป็นค�ำถามที่ว่า • ถ้าหากเราสบายดี มีทรัพย์สมบัติมากมาย เราจะ ยังคงนึกถึงพ่อแม่ และกลับไปหาท่านหรือไม่? • ถ้าหากเราสบายดี ไม่ได้มีเรื่องทุกข์ร้อน กังวลใจ เราจะยังคงนึกถึงพ่อแม่ และกลับไปหาท่านหรือไม่? • ถ้าหากเราสบายดี มีความสุขเต็มเปี่ยม เราจะยัง คงนึกถึงท่านเป็นคนแรกใช่ไหม? แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อลูกล้างผลาญได้กระท�ำผิด ไปแล้ว เขาก็สามารถส�ำนึกผิดและกลับตัวเป็นคนใหม่ได้ โดยได้รับโอกาสจากพ่อผู้ให้อภัยเสมอมา

ถึงตอนนี้ผู้อ่านคงจะได้ข้อคิดจากเรื่องนี้แล้วไม่ว่า จะในแง่มุมไหนก็ตาม... ส่วนตัวผู้เขียนนั้นขอฝากข้อคิดที่ ได้จาก “ลูกล้างผลาญ” ให้กับผู้อ่านทุกท่าน ดังนี้ “ไม่ผิดที่เราจะคิดถึงและกลับไปหาพ่อแม่เมื่อมี ความทุกข์ เพราะท่านเป็นที่พึ่งทางใจที่ดีที่สุดส�ำหรับลูก เพียงแต่อย่ารอจนถึงวันนัน้ แต่ให้คดิ ถึงและกลับไปหาพ่อ แม่ในวันที่เรามีความสุขด้วย”

37


การศึกษาเพื่อสันติภาพ :

บทเรียนจากค่ายกักกันของนาซีเยอรมันถึงประเทศไทย โดย...พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ 1

กลางเดื อ นตุ ล าคมเป็ น ต้ น มา กรณี นั ก เรี ย น เตรียมทหาร “เมย” ถูกลงโทษจนถึงขั้นเสียชีวิตภายใน สถานศึกษา และภายหลังจากเสียชีวิตแล้วอวัยวะหลาย ส่ ว นของเขาถู ก เอาออกไปโดยไม่ ไ ด้ ข ออนุ ญ าต คณะ ผู้บริหารซึ่งมีอ�ำนาจหน้าที่ และควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็เป็นแพทย์ซึ่งควรจะมีจริยธรรมในวิชาชีพ สูงด้วยตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า “มีสิทธิ (อ�ำนาจ) ที่จะเอา อวัยวะผูต้ ายออกไปได้โดยไม่จำ� เป็นต้องแจ้งญาติ” เพราะ “เอาไปใช้ เ พื่ อประโยชน์ทางการศึกษา (ความรู้) แก่ นักศึกษาแพทย์ของกองทัพ”!!! เหตุการณ์ข้างต้นเป็นที่ถกเถียงแลกเปลี่ยนความ เห็ น กั น อย่ า งกว้ า งขวางในสั ง คมไทยและหลากหลาย แนวคิด แต่ที่ส�ำคัญคือฝ่ายผู้มีอ�ำนาจและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการศึกษาของกองทัพไทยที่แสดงความคิดเห็น ไว้อย่างน่าตระหนกไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านการศึกษา มาจากระบบการศึกษาเดียวกันกับนักเรียนเตรียมทหาร ท่านนัน้ ไม่วา่ จะเป็นการกล่าวว่า “ผมเองก็เคยถูกซ่อมแต่ ไม่ตาย” ท�ำให้เห็นว่า สังคมไทยผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมอง ความรุนแรงในสถานศึกษาเพือ่ พัฒนาคุณภาพของพลเมือง เป็นเรือ่ งปกติทรี่ บั ได้และยอมให้ปฏิบตั สิ บื ต่อกันไปได้ดว้ ย ทีก่ ล่าวเช่นนี้ เพราะหลังจากนัน้ ก็มผี คู้ นจ�ำนวนหนึง่ ทีอ่ อก มาแสดงความคิ ด เห็ น เข้ า ข้ า งการฝึ ก ของโรงเรี ย น และกองทั พ ทั้ ง ยั ง ปกป้ อ งวิ ธี ก ารฝึ ก นั้ น ด้ ว ยว่ า เป็ น วัฒนธรรมของกองทัพ “หากลูกใครไม่เข้มแข็งพอก็อย่าให้ มาเรียน” และข้อความต่าง ๆ นานาในเชิงเห็นด้วยกับวิธี การฝึกของกองทัพที่น�ำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 1

คงจะไม่เกินไปนักทีจ่ ะชวนหันกลับมาช่วยกันคิดว่า สถาบั น การศึ ก ษาคื อ แหล่ ง ผลิ ต สร้ า งพลเมื อ งที่ มี “ความรู้” และ “ความรู้ คือ อ�ำนาจ” แต่คงต้องถาม ด้วยว่า “เราก�ำลังผลิตสร้างพลเมืองที่มีความรู้และใช้ อ�ำนาจแบบใด” ย้อนให้เห็นภาพอีกสักนิดว่า โรงเรียนเตรียมทหาร เป็นสถาบันการศึกษาประเภทหนึ่งที่ฝึกฝนและสร้างคน และคนเหล่านั้นเป็นพลเมืองของประเทศไทย ไม่ว่า อย่างไรเมื่อเขาหรือเธอจะส�ำเร็จการศึกษากลับเข้ามา ท�ำงานหน้าทีใ่ นกองทัพใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นส่วนเสีย้ วหนึง่ ของการพัฒนาประเทศชาติด้วยกันทั้งสิ้น หากแต่ต้องตั้ง ข้อสังเกตเบื้องต้นด้วยว่า วินัย ความเข้มแข็ง ความเป็น ระเบียบ ความรักชาติ และการปกป้องประเทศชาติล้วน เป็นสิ่งที่สถาบันการศึกษาทั่วไปภายใต้รัฐไทยต่างก็รับ เอาไปเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนกล่อมเกลาพลเมืองเด็ก และเยาวชนในทุกแห่งเช่นกัน แม้ว่าจะเคร่งครัดน้อยกว่า ในสถาบันการศึกษาของกองทัพ ทว่าค�ำถามมีวา่ สิง่ เหล่า นั้นจ�ำเป็นต้องสร้างขึ้นจากการใช้ความรุนแรงเท่านั้น หรือ เราอับจนหนทางกระทั่งไม่มีวิธีที่จะฝึกฝนให้การ ศึกษาแก่เด็กและเยาวชนด้วยวิธที สี่ มเหตุสมผลมากกว่า ที่เป็นอยู่แล้วหรืออย่างไร นักเรียนเตรียมทหาร “เมย” คงมิใช่เยาวชนที่ เกียจคร้าน ไม่เอาไหน ไม่รักชาติ ตรงข้าม “เมย” น่าจะ เป็นพลเมืองที่มีศักยภาพพอควร และจะเป็นก�ำลังในการ พัฒนาชาติบ้านเมืองได้ในอนาคต ที่ส�ำคัญพลเมืองเด็กใน

อาจารย์ประจ�ำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิชาการพี่เลี้ยงโครงการโรงเรียนสร้างพลเมืองประชาธิปไตย ส�ำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

38


อีก 20 ปี ข้างหน้า มี สั ด ส่ ว นน้ อ ยกว่ า พลเมื อ งสู ง อายุ ที่ วั น นี้ ก� ำ ลั ง ชื่ น ชมกั บ การใช้ ค วาม

รุนแรงสารพัดรูปแบบ กล่าวให้ถึงที่สุด การศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองที่จะ ออกไปพัฒนาชาติบ้านเมือง ไม่ว่าจะผ่านการปฏิบัติงาน ในกองทัพ หรือ การปฏิบัติงานในสายอาชีพอื่น ๆ ก็ตาม ควรจะเป็นการศึกษาที่สร้างให้พลเมืองเด็กและเยาวชน มุ ่ ง มั่ น ในทางที่ ใ ช้ สั น ติ วั ฒ นธรรม หรื อ ควรจะใช้ ความรุนแรงในการฝึกฝนต่อไป ขอยกตัวอย่างการศึกษาจากกรณีความรุนแรงทีส่ ดุ โต่งที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่เป็นผลมาจากการ ศึกษาทีก่ ล่อมเกลาให้เด็กและเยาวชนตลอดจนผูค้ นทัว่ ไป คุน้ ชินกับการใช้ความรุนแรงและมองคนไม่เห็นเป็นคนของ ระบอบนาซีเยอรมันซึ่งผู้เขียนได้รับโอกาสไปศึกษาเรียนรู้ จากทุนสนับสนุนของมูลนิธิ ฟรีดริช เอแบร์ (Friedrich Ebert Stiftung) ประเทศเยอรมันและเดินทางไปกับ เครื อ ข่ า ยการศึ ก ษาเพื่ อ สร้ า งพลเมื อ งในระบอบ ประชาธิปไตย (Thai Civic Education) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2560 เพื่อชวนผู้อ่านและสังคม ไทยขบคิ ด กั น ให้ ถ ้ ว นถี่ ภ ายใต้ ค� ำ ถามที่ ว ่ า สั ง คมไทย ต้ อ งการพลเมื อ งที่ จ ะไปสร้ า งชาติ บ ้ า นเมื อ งต่ อ ใน แนวทางไหน พลเมืองที่รักสันติหรือฝักใฝ่ความรุนแรง? ในสมัยที่ระบบนาซียังเรืองอ�ำนาจ นอกจากการ สร้างสื่อเพื่อกล่อมเกลาให้พลเมืองเชื่อว่าเชื้อชาติเยอรมัน สายเลื อ ดเยอรมั น นั้ น ยิ่ ง ใหญ่ เ กรี ย งไกรกว่ า ใครแล้ ว อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ยังใช้ระบบการศึกษาเป็นเครือ่ งมือในการ ปลูกฝังให้เด็ก ๆ เชื่องและเชื่อว่าระบบนาซีเยอรมันนั้นดี ที่สุด ถูกต้องที่สุดและเด็ก ๆ ควรจะเชื่อฟังและท�ำตัวเป็น พลเมืองทีด่ ขี องระบบนีด้ ว้ ยการปฏิบตั ติ นตามระเบียบวินยั ที่เคร่งครัด การสวมเครื่องแบบและการติดตราสวัสดิกะ เหมือนทหารนาซี และช่วยกันสอดส่องดูด้วยว่ามีชาวยิว และคนอืน่ ๆ ทีม่ ใิ ช่เยอรมัน ฮิตเลอร์ปรับเปลีย่ นระบบการ

ศึ ก ษาอย่ า งรวดเร็ ว และเป็ น หลักสูตรการศึกษาที่สอนให้ “ตระหนักถึงเชื้อ ชาติ” ตั้งแต่ในระดับเด็กเล็ก ๆ มีการวางหลักสูตรเรื่อง ชีววิทยาควบคู่กับการศึกษาทางด้านการเมืองซึ่งเป็นวิชา ภาคบังคับ เด็กเล็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเชื้อชาติที่ “มี คุณค่า” กับ “ด้อยคุณค่า” โดยได้เรียนรูเ้ กีย่ วกับพันธุกรรม กับเชือ้ ร้ายทางกรรมพันธุ์ “พวกเขามีใช้วธิ กี ารประเมินโดย ดูส่วนหัวพร้อมกับมีการบันทึกเทปเอาไว้ มีการตรวจสอบ สีของดวงตากับลวดลายเส้นผมเมื่อเทียบกับเชื้ออารยัน หรือนอร์ดกิ และโครงสร้างแผนผังครอบครัวไปจนถึงองค์ ประกอบทางด้านชีววิทยา ไม่ได้เน้นเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องบรรพบุรุษ เช่นกันพวกเขาก็ได้อธิบายถึงปมด้อยเชื้อ ชาติของยิวด้วย”

ภาพการเรียนการสอนเรื่องการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ ในปี ค.ศ.1935 ที่มา: http://spartacus- educational.com/GEReducation.htm

ในขณะที่ Louis L. Snyder (1998) ได้วิเคราะห์ ไว้ว่า “แนวคิดพื้นฐานในระบบการศึกษามีอยู่ 2 ประการ ด้วยกันในความคิดของฮิตเลอร์ คือ ประการแรกจะต้อง ท�ำการบ่มเพาะให้เด็กเยาวชนรับรูถ้ งึ ความเป็นเชือ้ ชาติเข้า ที่รากหัวใจกับสมอง ประการที่สอง คือ เยาวชนจะต้อง พร้อมที่จะท�ำการสู้รบในสงคราม โดยท�ำการศึกษาเกี่ยว กับชัยชนะหรือความตาย เป้าหมายการศึกษาก็คอื จะต้อง ปลูกฝังจิตส�ำนึกพลเมืองให้รู้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของ ประเทศและปลู ก ฝั ง ความคลั่ ง ไคล้ ใ นเรื่ อ งความเป็ น ชาตินิยม” 39


เหน็บขนาดอุณหภูมิ ติดลบ 25-40 องศาได้

ภาพฮิตเลอร์ จับมือทักทายกับกองก�ำลังเยาวชนนาซี

ที่มา: https://www.express.co.uk/news/world/469496/ Grim-fate-of-Nazi-child-soldiers-rounded-up-from-schoolrevealed-in-new-book

ที่มา: http://www.master-of-education.org/10-disturbingpieces-of-nazi-education-propaganda/

ผลที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ของนาซีเยอรมันถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่โลกพึง เรียนรู้และน�ำมาทบทวนกันบ่อย ๆ ว่า พลเมืองที่ผ่านจาก ระบบนาซีเยอรมันได้กระท�ำต่อมนุษยชาติด้วยกันอย่าง โหดร้ายทารุณและไร้มนุษยธรรมปานใด เด็ก ๆ ที่บริสุทธิ์ และไร้เดียงสาถูกกล่อมเกลาให้เป็นอาชญากรสงครามฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ กองรองเท้าเด็กเล็ก ๆ ที่เป็นเด็ก จากชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่มิใช่ชาวเยอรมันเป็นภาพที่ยังติดตา ผูเ้ ขียน ความรูส้ กึ โศกสลดยังคงติดตรึงอยูท่ กุ วันนี้ แวบแรก ที่ผู้เขียนเห็นรองเท้าคู่เล็กๆ กองเป็นภูเขา น�้ำตาก็ไหลริน นึกถึงว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นเขามีความผิดใดกัน พวกเขาเกิด มายังไม่ทันจะได้รู้จักความสวยงามของโลก เด็ก ๆ หลาย คนถูกพรากจากมือพ่อแม่และถูกยิงที่กระดูกท้ายต่อหน้า พ่อแม่ หลายคนถูกน�ำไปทดสอบทางการแพทย์ หลายคน ถูกน�ำไปใช้แรงงานอย่างหนักในโรงงานด้วยสภาพที่ไม่มี อาหารเพียงพอ เครื่องนุ่งห่มไม่สามารถคุ้มกันความหนาว 40

ค�ำถามส�ำคัญในทีน่ คี้ อื เราจะมีสว่ นช่วยกันให้การ ศึกษาเป็นเครื่องมือในการสร้างพลเมืองในสังคมที่จะ เคารพกันและกัน ไม่ใช้ความรุนแรงห�้ำหั่น ไม่ปลูกฝังให้ เด็กๆ และเยาวชนของเราเติบโตไปเป็นพลเมืองของ ประเทศชาติที่ฝักใฝ่แนวทางสร้างสันติภาพได้อย่างไร มาเรีย มอนเตสเซอรี่ (Maira Montessory, 18701952) นักวิชาการด้านการศึกษาระดับโลก เธอมีชีวิต ร่วมสมัยและทันได้เห็นผลร้ายจากการศึกษาที่สร้างคนให้ ไม่เหลือความเป็นคน สร้างคนให้ฆ่าคนด้วยกันได้อย่าง เลื อ ดเย็ น เธอพยายามที่ จ ะเสนอว่ า การศึ ก ษาเพื่ อ สันติภาพ (Peace Education) เท่านั้นที่จะสร้างพลเมือง ให้เป็นคน เป็นมนุษย์ เป็นผู้สร้างสรรค์สันติภาพ ด้วยวิธี การที่ไม่ใช้ความรุนแรง และยังต้องป้องกันมิให้เด็ก และเยาวชนคุ้นเคยกับความรุนแรง มอนเตสเซอรี่ เน้น ย�้ำว่า “นักการศึกษาทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันสร้าง การศึกษาทีม่ งุ่ ไปสูส่ นั ติภาพ” ทว่าผูเ้ ขียนเห็นว่า เราทุกคน ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ครู สื่อมวลชน หรือใคร ก็ตามต่างก็มีความสามารถที่จะเป็นนักการศึกษาได้ ด้วยกันทั้งสิ้น หากว่าเราปรารถนาจะเห็นและอยู่ใน สังคมที่สงบสุขร่วมกัน


การส่งธรรมทูตของพระเยซูเจ้า...ในดวงใจของมาเรีย มัสซาแรลโล Il Mandato Missionario Di Ges Nel Cuore Di Maria D. Mazzarello โดย ซิสเตอร์มาเรีย เอสเธอร์ โปซาดา ธมอ. ถอดความ ซ.ระพีพรรณ เจริญรัตน์

ที่มาเดอร์เขียนถึง ฯพณฯ กัลเยโร ตามความคิดเห็นของ ดิฉนั ในจดหมายเหล่านีส้ ะท้อนถึงความปรารถนาทีแ่ ท้จริง ของมาเรีย มัสซาแรลโลที่จะเป็นธรรมทูตสู่นานาชาติ Ad Gentes เป็นความปรารถนาภายในที่คงอยู่ตลอดชีวิต ของเธอ ปรากฏอยู่ในภารกิจการเป็นมารดาและผู้ร่วมตั้ง คณะซึง่ เป็นคณะนักบวชเพือ่ การอบรมและการแพร่ธรรม เมื่อดิฉันได้รับค�ำเชิญจาก sr. Alaíde Deretti ของท่าน สมาชิกทีป่ รึกษากลางของคณะฝ่ายแพร่ธรรม ให้ชว่ ยเขียน บทความในหัวข้อ “การส่งธรรมทูตของพระเยซูเจ้าใน ดวงใจของมาเรีย มัสซาแรลโล” ดิฉันมีสองความรู้สึกซึ่ง ดูจะขัดแย้งกันเอง ดีใจที่ได้กลับมาใส่ใจกับหัวข้อการ แพร่ธรรม Ad Gentes ทีด่ ฉิ นั ได้เจริญชีวติ อย่างเข้มข้นเมือ่ ยังเป็นซิสเตอร์ผู้เยาว์ ขณะเดียวกันรู้สึกก็รู้สึกว่าตนได้ทิ้ง เรือ่ งนีม้ านานด้วยเหตุผลต่าง ๆ การเรียนบ้าง การสอนบ้าง อีกทั้งเป็นหัวข้อที่เป็นปัจจุบันและส�ำคัญมาก แต่ก็มีการ พูดถึงน้อยมากในจิตตารมณ์ของมาเดอร์ มัสซาแรลโล ผู้ร่วมตั้งคณะของเรา ดิ ฉั น อยากให้ ค� ำ ตอบที่ ถู ก ต้ อ งแม้ เ พี ย งสั้ น ๆ 1. การส่งธรรมทูตของพระเยซูเจ้าในดวงใจของมาเรีย เกีย่ วกับว่า สิง่ ทีม่ าเรีย มัสาแรลโล เข้าใจเกีย่ วกับกระแสเรียก มัสซาแรลโล ของเธอในการเป็นธรรมทูตในหัวใจของพระศาสนจักร มีขอ้ บรรดาผู ้ เชี่ ย วชาญพระคั ม ภี ร ์ ม องว่ า การเรี ย ก จ�ำกัดบ้างเกีย่ วกับหัวข้อ เพราะไม่ขอ้ มูลด้านประวัตศิ าสตร์ สานุศิษย์แต่ละคนของพระเยซูเจ้า (เทียบ มก. 1, 16-20) เทวศาสตร์ ศาสตร์เกี่ยวกับธรรมทูตที่สมบูรณ์ เป็นต้นแบบของกระแสเรียก-ภารกิจของคริสตชนทุกคน ดิฉนั จึงขอจ�ำกัดทีจ่ ะพิจารณาเพียงจดหมายหกฉบับ ส�ำหรับสานุศิษย์สิบสองคน (มก. 3, 13-16) เช่นเดียวกัน 41


กั บ การเสนออั น สร้ า งสรรค์ ข องหมู ่ ค ณะ แพร่ธรรม การส่งธรรมทูตศิษย์สิบสองคนของพระเยซูเจ้า ก่อนทีจ่ ะทรงเสด็จขึน้ สวรรค์ (มธ.16, 14-20) เป็นแสดงออก ถึ ง กระแสเรี ย กสากลและภารกิ จ ประกาศข่ า วดี แ ห่ ง ความรอดพ้นแก่มนุษย์ทุกคน แม้ในความแตกต่างของบุคคลและบริบทประวัตศิ าสตร์ ทุก “การเรียกของพระเยซูเจ้า” เป็นกระแสเรียก-ธรรมทูต ที่สัมผัสส่วนลึกของบุคคลเสมอกล่าวคือ “หัวใจ” ของเขา ในเหตุการณ์และวิธีการที่แตกต่างกัน ถ้าเราจะถามว่ามาเรีย มัสซาแรลโลเข้าใจอะไร เมือ่ เธอเป็นเด็กถึงการเรียกของพระเยซูเจ้าสูช่ วี ติ คริสตชน และเมื่อโตขึ้นเป็นเยาวชนเธอเข้าใจอะไรเกี่ยวกับชีวิต ผู้รับเจิม และเมื่อท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วท่านเข้าใจอะไร เกี่ยวกับการเรียกให้เป็นธรรมทูตสู่นานาชาติ เกี่ยวกับการอบรมด้านการแพร่ธรรมและธรรมทูต ของธิดาแม่พระนิรมลทิน ได้รบั อิทธิพลไม่เพียงจากคุณพ่อ เปสตารีโนและฟราสซิเนตตี แต่ได้รับจากบรรดาพระสงฆ์ ธรรมทูต “ad gentes” ที่มาเทศน์อบรมที่มอร์เนเซด้วย การเทศน์สอนของพวกท่านได้ท�ำความดีแก่จิตใจของ ชาวมอร์เนเซและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มธิดาแม่พระ นิรมลทิน

2. จดหมายถึงคุณพ่อกัลเยโร จดหมายทั้งหกฉบับอยู่ในบริบทธรรมทูต เพราะ เวลานัน้ คุณพ่ออยูอ่ าร์เจนตีนาแล้ว โครงสร้างของจดหมาย ทั้งหกฉบับเป็นดังนี้ o ทั ก ทายด้ ว ยความรั ก พู ด ถึ ง ความห่ า งไกล ความยากล� ำ บากของภารกิ จ ความรู ้ คุ ณ และถวายการภาวนา o ส่งข่าวคราวเกีย่ วกับหมูค่ ณะทีม่ อร์เนเซ สมาชิก

42

ปั จ จุ บั น และ ก ร ะ แ ส เ รี ย ก พูดถึงบรรดา ซิสเตอร์ที่ปรารถนาจะไปเป็นธรรมทูตด้วย o ข่าวส่วนตัวของมาเดอร์ ความปรารถนา ของท่านที่จะไปเป็นธรรมทูตด้วย จดหมายฉบับสุดท้าย (ฉบับที่ 15) เป็นการขอ ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับสถานการณ์บางอย่าง และบุคคลบาง คนเวลานี้เราจะพิจารณา 3 จุดเป็นพิเศษ ความเข้าใจ ของมาเรีย มัสซาแรลโล เกีย่ วกับแดนธรรมทูต ความเอาใจ ใส่ของเธอในการเตรียมธรรมทูตทีจ่ ะส่งไป ความปรารถนา ของเธอที่จะไปเป็นธรรมทูต แดนธรรมธรรมทูต มาเรีย มัสซาแรลโลมิได้พูดถึง ประเทศอาร์เจนตีนา หรือสถานที่ใดที่หนึ่งที่ซาเลเซียน ท�ำภารกิจอยู่ เธอมีวิสัยทัศน์กว้างที่มองภาพรวม เธอพูด ถึงแดนธรรมทูตโดยใช้ทั้งจิตนาการและความเป็นจริง ดินแดนทีแ่ สนไกล จนเกือบไปไม่ถงึ แต่กด็ งึ ดูดใจ (จดหมาย 4.1, 2) เธอฝันถึง “บ้านหลังใหญ่” เพื่อที่จะรองรับ “ซิสเตอร์ทุกคนที่อยากไปเป็นธรรมทูตรวมทั้งนักเรียน ประจ�ำด้วย” เธอรูว้ า่ “ต้องเรียนภาษาสเปน” เพราะเหตุนี้ จึ ง ขอให้ ส ่ ง หนั ง สื อ มาให้ เ พื่ อ จะได้ เรี ย น (4, 4, 12) ในจดหมายฉบับที่ 5 เธอมีขอบฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าอีก “ชโยแด่พระเยซู ในอิตาลี อเมริกาและทั่วทั้งโลก” การเตรียมบุคลากร ในจดหมายถึงคุณพ่อกัลเยโร ปรากฎให้ เ ห็ น การเลื อ กบุ ค คลที่ จ ะไปเป็ น ธรรมทู ต ใน อเมริกา การเตรียมกระแสเรียก เตรียมฝ่ายจิต และภาษา แม้ ว ่ า ตั ว เธอเอง จะถื อ ว่ า ตนเองไม่ มี ค วามสามารถ และเสนอตัวท�ำงานบ้าน (ทั้งที่เธอสามารถที่จะพี่ ผู้อบรม และมารดา ครู ส อนค� ำ สอนผู ้ ป รี ช าของเด็ ก เยาวชน และผู้ใหญ่ในดินแดนอเมริกาอันห่างไกลนั้น) ในจดหมายฉบับที่ 15 ท่านพูดถึงซิสเตอร์จเู ซปปีนา วิร์จิเนีย ซิสเตอร์ผู้เยาว์ที่ก�ำลังเตรียมตัวเป็นธรรมทูต ภารกิ จ ของท่ า นจึ ง เป็ น การเตรี ย มลู ก ๆ ที่ พ ระเจ้ า และแม่พระองค์อุปถัมภ์มอบฝากไว้กับท่านในด้านต่าง ๆ ด้ า นความเป็ น มนุ ษ ย์ ด้ า นชี วิ ต จิ ต และงานแพร่ ธ รรม จากจดหมายสัมผัสได้ถึงความใส่ใจเยี่ยงมารดาและการ


อบรมของท่าน ค ว า ม ป ร า ร ถ น า และการเรียกสูก่ ารเป็นธรรม ทูตที่แท้จริง “พอส่งข่าวคราว เกี่ยวกับบ้านแล้ว ดิฉันจะเขียนรายชื่อของผู้ปรารถนาไป อเมริกาโดยเร็วมาให้คณ ุ พ่อ ดิฉนั เองก็ปรารถนาไปด้วยเช่น กัน...ถ้าจะเขียนรายชือ่ ผูส้ มัครอีก เห็นจะเขียนไม่จบแน่ ๆ ขอคุณพ่อเตรียมที่ไว้และมารับพวกเราด้วย เพราะถ้าจะ ให้ไปเองก็ไม่สามารถไปได้ และอาจจะกลับเป็นอาหารอัน โอชะของปลาในท้องทะเลอย่างไม่ต้องสงสัย” และหลังที่ เซนต์ชื่อแล้วมาเดอร์ยังด้พยายามเขียนด้วยภาษาเสปน ความว่า “ทุกคนปรารถนาจะมาอยู่กับคุณพ่อที่บูเอนอส ไอเรส” (จดหมาย 5,14) ความปรารถนาทีจ่ ะเป็นธรรมทูตของมาเดอร์ปรากฎ ให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ “...หากคุ ณ พ่ อ มาเห็ น จ� ำ นวนสมาชิ ก ของเรา เพิ่มมากขึ้นเพียงใดล่ะก็ โปสตุลันต์ 30 คน โนวิส 10 คน ซิสเตอร์ 36 คน และนักเรียนประจ�ำอีก 30 คน คุณพ่อ มาเลือกไปได้จำ� นวนเยอะเลยค่ะ เกือบทุกคนปรารถนาจะ ไปเป็นธรรมทูตกันทั้งนั้นเลยค่ะ...” ในจดหมายฉบั บ ที่ 6, 11 มาเดอร์ พู ด ด้ ว ย ความจริงจังและชัดเจนว่า “ดิฉนั มีอะไรบางอย่างทีจ่ ะบอก คุณพ่อ คือขอให้คุณพ่อเตรียมที่ ๆ อเมริกาไว้ให้ดิฉันหนึ่ง ที่ เตรียมจริง ๆ นะคะ ดิฉันท�ำอะไรไม่ค่อยเป็น...ดิฉันจะ ท�ำทุกอย่างตามความสามารถ ขอเพียงให้ดฉิ นั ได้ไปอยูด่ ว้ ย เท่านั้น” “ถ้าขณะนีค้ ณ ุ พ่อยังกลับมาไม่ได้ อย่างน้อยคุณพ่อ ก็ควรเรียกพวกเราไปช่วยคุณพ่อโดยเร็วก็แล้วกัน มีหลาย คนในพวกเราทีป่ รารถนาจะไป แต่คนทีพ่ ร้อมจริง ๆ มี 7 คน มีรายชื่อดังนี้ ซิสเตอร์มักดาเลนา มาร์ตีนี...และซิสเตอร์ มาเรีย มัสซาแรลโล คือตัวดิฉันเอง” (จดหมาย 9, 3) ในจดหมายฉบับที่ 9, 2 ส่งข่าว เกี่ยวกับฉลองคริสต์มาสที่มอร์เนเซ

ให้ ค� ำ มั่ น ว่ า สวดภาวนาส� ำ หรั บ คุ ณ พ่ อ และธรรมทูต บอกว่าหมูค่ ณะมีความยินดีทไี่ ด้เฝ้าพระ กุมารเยซูตลอดวันคริสต์มาส ท่านถามค�ำถามทีด่ ไู ม่ฉลาด เท่าไรแต่ก็น่าสนใจเพราะเผยถึงความเป็นห่วงของท่านที่ หากไปแดนธรรมทูต จะต้องละทิง้ ธรรมประเพณี คริสตมา สอันเป็นที่รักที่เคยปฏิบัติในต�ำบลของท่าน ท่านถามว่าที่ อเมริ ก ามี รู ป พระกุ ม ารหรื อ ไม่ อย่ า งไรก็ ต ามความ ปรารถนาทีไ่ ปเป็นธรรมทูตนัน้ ย่อม มาก่อนธรรมประเพณี อันเป็นที่รักของมอร์เนเซ ในจดหมายฉบับที่ 9, 4 พูดถึงคุณพ่อกอสตามาญา จิตตาธิการของบ้านที่มักจะบอกว่า บรรดาซิสเตอร์ท่ี ปรารถนาจะไปเป็นธรรมทูตนั้นอายุน้อยเกินไป ส่วนตัว ท่านเองถือว่าตนเองแก่แล้ว (เวลานัน้ ท่านอายุ 39 ปี) “เพือ่ ท�ำให้เราตกใจ คุณพ่อจิตตาธิการบอกเราว่าที่อเมริกามี มนุษย์กินคนด้วย แต่ดิฉันไม่กลัว เพราะดิฉันผอมแห้งมัน คงไม่กินแน่...คุณพ่อรีบเรียกเราไปท�ำงานกับคุณพ่อเร็ว ๆ ซิคะ” ตอนท้ายของข้อ 4 นี้ ส�ำหรับผู้เขียนแล้วถือเป็นข้อ สรุ ป ของความปรารถนา-การเรี ย กที่ มี อ ยู ่ ใ นจดหมาย ทุกฉบับของท่าน “พวกเราจะดีใจสักเพียงไร ถ้าพระเจ้าจะ ประพระคุณให้ไปเป็นธรรมทูตที่อเมริกา หากเราสามารถ ช่วยวิญญาณให้รอดได้แม้สักดวงเดียว ก็ถือว่าเป็นบุญ ยิ่งใหญ่มหาศาลทีเดียว” จดหมายของมาเรีย มัสซาแรลโลเผยถึงความคิด และหัวใจของท่าน ความโปร่งใสและความจริงช่วยแยกแยะ ระหว่างความปรารถนาผิวเผินหรือความปรารถนาทีจ่ ริงจัง ทีจ่ ะออกเดินทางไปแดนธรรมทูต และการเรียกแท้และลึก ซึง้ ให้เป็นธรรมทูต แม้วา่ ในขณะนัน้ ท่านจะเป็นผูใ้ หญ่ของ คณะที่เพิ่งตั้งใหม่ มาเรีย มัสซ่าแรลโล เข้าใจความแตกต่างระหว่าง การเรียกของคุณพ่อกัลเยโรและการเรียกของพระเจ้าทีม่ า จากการส่งออกไปของพระเยซูเจ้า ท่านถือว่าเป็นพระพร และมีจุดประสงค์เดียวคือช่วยวิญญาณให้รอดพ้น ผู้เขียนมั่นใจว่ากระแสเรียกแห่งการถูกส่งไปเป็น ธรรมทูตของมาเดอร์ ผูร้ ว่ มก่อตัง้ คณะนัน้ ได้ประสบความ ส�ำเร็จแล้วในส่วนลึกแห่งจิตใจของท่าน ...

43


"คุณค่าที่ซ่อนอยู่" โดย..ซิสเตอร์ศิริรัตน์ อนุวัฒน์ประกิจ

เรื่องเล่าคุณธรรมฉบับนี้ น�ำมาจาก นุสนธิ์บุคส์ เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบัน ที่บางที มักจะมองบุคคลหรือสิ่งต่างๆ ที่เปลือกนอก และมีแนวโน้มที่จะตัดสินว่า สิ่งนั้น สิ่งนี้ มีค่าหรือไม่ตามที่สายตาตัวเอง มองเห็น จนบางทีลืมมองถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งบ่อยครั้งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่มองเห็นภายนอก เวลาผ่ า นไปเนิ น นาน แต่ ก็ ยั ง ไรวี่ แววคนสนใจ เจ้าของร้านจึงได้ประกาศเป็นรอบที่ 3 ว่า "ไวโอลินเก่าตัว นี้ ราคา 100 บาทขาดตัว ลูกค้าท่านใดสนใจ เดินตรงเข้า มาเลยครับ" ชายชราคนหนึง่ เดินมาหยุดหน้าร้าน จากนัน้ ก็หยิบ ไวโอลินขึ้นมาดู เขาใช้ผ้าที่อยู่ในมือของเขาบรรจงเช็ดลง ไปทีไ่ วโอลินเครือ่ งนัน้ ด้วยความถนุถนอม ครูต่ อ่ มาไวโอลิน ในตลาดขายของเก่าแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านชายได้ ตัวนัน้ ก็มสี สี นั มันวาว สะอาดสะอ้านและดูดขี นึ้ มาในทันที หยิบไวโอลินเก่าๆ ตัวหนึง่ ขึน้ มาประกาศขาย "ไวโอลินเก่า ชายชราท� ำ การปรั บ สายของไวโอลิ น แต่ ล ะเส้ น ด้ ว ย ตัวนี้ ราคา 1,000 บาท ขาดตัว ลูกค้าท่านใดสนใจ ความตั้ ง ใจ จากนั้ น ก็ น� ำ มั น ทาบขึ้ น ที่ ค างของตั ว เอง แล้วบรรจงสีไวโอลินนั้น เดินตรงเข้ามาเลยครับ" ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา และหยิบไวโอลินทั้งเก่า ทั้งโทรมตัวนั้นขึ้นมาดู เขาลองสีดู ปรากฏว่าเสียงของมัน น่าเกลียดและบาดหูมาก เขาจึงตัดสินใจวางมันลงไว้ทเี่ ดิม เมื่อผ่านเวลาไปได้ครึ่งชั่วโมง เจ้าของร้านก็ได้ประกาศ ขึ้นอีกครั้งว่า "ไวโอลินเก่าตัวนี้ ราคา 500 บาท ขาดตัว ลูกค้าท่านใดสนใจเดินตรงเข้ามาเลยครับ" เสี ย งของไวโอลิ น กั ง วานก้ อ งจนเจ้ า ของร้ า น ประหลาดใจ "คุณท�ำได้ยังไง?" เขาเอ่ยถามชายชรา "ทุกสิ่งในโลกใบนี้ล ้วนมีคุณค่าในตัวของมันเอง อยูท่ วี่ า่ ใครจะเห็นคุณค่าของมันก็เท่านัน้ เอง" ชายชราตอบ "คุณลุงช่วยสีไวโอลินนี้ให้ผมอีกครั้งได้ไหมครับ" ชายชราพยักหน้าจากนัน้ ก็สไี วโอลินให้ผคู้ นทีเ่ ดินเลือกซือ้ ของเก่าในตลาดฟัง 44


"ผมให้ราคาหนึ่งพันบาทตามที่คุณประกาศตอนแรก" ลูกค้าชายคนหนึ่งเสนอขึ้น "ผมให้ราคาสองพันบาทมากกว่าที่คุณประกาศตอนแรก" ลูกค้าชายคนที่สองเอ่ยขึ้น "ฉันให้ราคาสามพันบาท สามีของฉันต้องชอบมันแน่ ๆ" ลูกค้าสาวคนหนึ่งเสนอ จนสุดท้าย ราคาไวโอลินตัวนี้ถูกขายในราคา 5,999 บาท จากราคาเดิมที่ 100 บาท

ชาวยิวมีทัศนะเช่นนี้ว่า... คนทุกคนเปรียบเสมือนไวโอลิน อารมณ์ของเรา แต่ละคนเสมือนสายไวโอลิน หากเราสามารถปรับอารมณ์ ของเราให้ดี เราก็จะมีคณ ุ ค่าเปล่งประกายทีไ่ ม่มใี ครสามาร รถมาดูแคลนได้ เปรียบเสมือนเส้นเสียงไวโอลิน ที่มีเสียง ไพเราะ ไวโอลินเก่าตัวหนึ่ง เมื่อมันอยู่ในมือของนักเล่นที่ มีชื่อเสียง มันกลายเป็นไวโอลินที่ทรงคุณค่าและมีราคา กลับกัน หากมันอยู่ในร้านขายของเก่า มันก็ไม่ต่างอะไร จากไวโอลินเก่า ๆ ธรรมดาตัวหนึ่งที่หาราคาค่างวดอะไร ไม่ได้

ม้าตัวหนึ่ง เมื่อมันอยู่กับชาวไร่ คุณค่าของมันก็คือ พาหนะที่ช่วยขนย้ายพืชผล แต่หากมันอยู่กับแม่ทัพ มันก็ กลายเป็นม้าศึกคู่ใจแม่ทัพ คุณค่าของมันก็คือม้านักรบ ของที่มีคุณค่า ต้องอยู่กับคนที่เห็นคุณค่า เช่นนี้จึง ก่อเกิดคุณค่าอันมหาศาล ชีวิตเราแต่ละคนมีคุณค่า ศักยภาพ พรสวรรค์ และสิ่งดีงามมากมายซ่อนอยู่ คงจะถึงเวลาแล้วที่เราจะ พัฒนาคุณค่าเหล่านัน้ เพือ่ น�ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่าง สร้างสรรค์ทั้งต่อตัวเราเองและสังคมโดยรวม

45


ความสุขที่สร้างได้… นักธุกิจคนหนึ่ง มีทรัพย์สินและสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ อยู่มาก อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้นั่งทบทวนสิ่งที่ควรได้ใช้สอย จากชีวิตที่เหลืออยู่ของตัวเอง กลับพบว่า แท้จริงแล้วชีวิต ไม่ได้ตอ้ งการวัตถุมาปรนเปรอมากมายแต่อย่างใด แต่ใจที่ สงบต่างหาก คือสิ่งที่ชีวิตใฝ่หา เมื่อไตร่ตรองถึงความต้องการของชีวิตจนพบค�ำ ตอบแล้ว เขาจึงลาออกจากบริษทั ทีเ่ คยครอบครองมานาน โดยเขาเลื อ กที่ จ ะไปสร้ า งบ้ า นหนึ่ ง หลั ง ที่ พ ออยู ่ ไ ด้ กั บ ครอบครัว ในที่ที่เห็นว่ามีความสงบ และสามารถที่จะอยู่ กับผู้อื่นได้อย่างผาสุก ครั้ น มาอยู ่ ที่ บ ้ า นหลั ง ใหม่ และเห็ น ว่ า ตั ว เองมี ความชอบในการท�ำและซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเริ่ม น�ำเฟอร์นเิ จอร์ของตัวเองทีผ่ พุ งั ออกมาซ่อมแซม ทุกครัง้ ที่ ได้ ท� ำ ในสิ่ ง ที่ ตั ว เองถนั ด และชอบใจ เขาก็ สั ม ผั ส ได้ ถึ ง ความสุขที่เกิดขึ้นในใจของตน เมือ่ ซ่อมแซมสิง่ ทีม่ อี ยูใ่ นบ้านเป็นประจ�ำ จนชาวบ้าน ที่อยู่ในหมู่บ้านเห็นว่าเขามีความช�ำนาญในด้านนี้จริง ๆ ก็ มีชาวบ้านน�ำเฟอร์นิเจอร์มาให้เขาซ่อมแซมให้ โดยที่เขาก็ ยินดีที่จะซ่อมให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน 46

แม้ชาวบ้านจะให้ ค่าตอบแทน หรือเขาทน ต่อการรบเร้าไม่ได้ แต่ชาย ผู้มีความสุขกับการแบ่งปัน ก็เลือกที่จะรับค่าตอบแทน เพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ผู้ที่น�ำเฟอร์นิเจอร์มาซ่อมรู้สึก เสียน�้ำใจ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเป็นที่รักของคนในชุมชนยิ่งนัก ยิง่ นานวันเข้า ชายผูเ้ ลือกทีจ่ ะใช้ชวี ติ อย่างเรียบง่าย ก็มีงานเพิ่มมากขึ้นจากการซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ ที่ชาวบ้าน น�ำมาให้แก้ไข ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากการท�ำงานในครั้งนี้ก็ คือ แทนที่เขาจะรู้สึกทุกข์เหมือนเมื่อครั้งที่ท�ำงานบริษัท กลับมีความสุขในสิง่ ทีก่ ำ� ลังท�ำ แม้คา่ ตอบแทนจะเป็นเพียง แค่น�้ำใจเพียงเล็กน้อยก็ตาม ด้วยความทีห่ มัน่ ช่วยเหลือผูอ้ นื่ เป็นประจ�ำ และด้วย ความที่มีคนสนับสนุนให้เขาเปิดร้านจ�ำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ชายผูม้ คี วามสุขกับการแบ่งปันจึงปรึกษากับภรรยา จึงเป็น เหตุให้เขาได้ตัดสินใจเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์ในที่สุด แต่ การเปิดกิจการในครัง้ นีเ้ ขามีขอ้ แม้อยูว่ า่ ต้องมีความสุขใจ เป็นที่ตั้ง โดยมีการแบ่งปันระหว่างเขาและลูกค้าเป็นหลัก สิง่ หนึง่ ทีช่ า่ งเฟอร์นเิ จอร์ได้คน้ พบจากการท�ำงานก็ คือความสุขของเขา ไม่ใช่อยู่ที่การท�ำเฟอร์นิเจอร์แล้วขาย ได้ราคาเท่าไหร่ แต่กลับสนใจว่า คนทีม่ าหานัน้ ต้องการใน สิ่งที่เขาท�ำจริง ๆ หรือไม่ แม้บางคนอาจจะไม่มีเงินทองมากมายที่จะมาซื้อ ของจากเขา แต่เมื่อเห็นว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะขาย ชายผู้มีความสุขกับการเป็นผู้ให้ ก็ยินดีที่จะมอบสิ่งนั้น แก่คนที่ต้องการโดยไม่มีเกี่ยงงอน เขาได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้ว ความสุขของคนเราอยู่ ที่การรู้จักท�ำใจให้รักในสิ่งที่ท�ำ และอยู่ที่การได้ท�ำในสิ่งที่ ตัวเองรักตลอดถึงการรู้จักท�ำใจให้อยู่กับความพอดีของ ชีวติ ให้ได้ แล้วจะมีความสุขทุกขณะ แม้จะเป็นคนทีไ่ ม่คอ่ ย มีวัตถุมากมายไว้ในครอบครอง http://www.nithantube.com


ให้อภัย?? ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง.... บริกรสาวคนหนึ่งไม่ทันระวังท�ำน�้ำซุปในจานหกใส่ กระเป๋าลูกค้าที่วางอยู่บนเก้าอี้ ลูกค้าหงุดหงิดจนเกือบจะลุกขึ้นมาอาละวาด .... แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มลูกสาวที่มากับคุณแม่เจ้าของ กระเป๋าก็ลุกขึ้นแล้วเดิน ตรงไปหาพนักงานเสิร์ฟคนนั้น พร้อมตบบ่าของเธอแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร" พนักงานตกใจหน้าตาตื่นบอกว่าจะรีบไปหาผ้ามา เช็ดท�ำความสะอาดให้เดี๋ยวนี้.... ลูกสาวตอบว่า "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเอากลับบ้านซัก ให้สะอาดก็โอเคแล้ว ไปท�ำงานต่อเถอะ ไม่เป็นไรจริง ๆ" ลูกสาวพูดด้วยน�ำ้ เสียงทีอ่ อ่ นโยนเหมือนคนทีท่ ำ� ผิด นั้นคือเธอเอง แม่จ้องลูกสาวแทบจะอดกลั้นความโกรธ เอาไว้ไม่ไหว..... คืนวันนั้นเอง พอกลับถึงโรงแรม ... เธอและลูกสาว นอนลงบนเตี ย ง ลู ก สาวของเธอถึ ง ได้ เ ล่ า ให้ ฟ ั ง ว่ า .... ตอนเรียนอยูล่ อนดอนเป็นเวลา 3 ปีนนั้ ทีพ่ อ่ และแม่ไม่ยอม ให้ลูกกลับบ้านตอนซัมเมอร์ เพราะอยากจะให้ลองใช้ชีวิต ด้ ว ยตั ว เอง ให้ ล องหางานท� ำ และเที่ ย วเล่ น ระหว่ า ง ปิดเทอม... ลูกสาวของเขา เป็นคนร่าเริงชอบเที่ยวเล่น ไม่เคย ท�ำงานบ้านเลย แต่พอต้องมาอยู่อังกฤษเธอเลือกที่จะรับ จ๊อบเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อหาเงินค่าขนม... วันแรกที่ท�ำงานก็โชคร้ายซะแล้ว..!! เธอถูกแบ่ง หน้าที่ให้ไปล้างแก้วไวน์ แก้วไวน์ของที่ร้านเป็นแก้วไวน์ อย่างดีใสและบาง แค่ใช้แรงเยอะนิดหน่อยก็เหมือนจะแตก คามือยังงันอย่างงั้น

ลูกสาวล้างแก้วอย่างระมัดระวังจนเสร็จ แค่เธอ เผลอหันตัวไปนิดเดียวชนเข้าทีแ่ ก้วใบหนึง่ เท่านัน้ แหละ... แก้วทั้งหมดก็แตกเต็มพื้น "แม่รู้มั้ย ตอนนั้นความรู้สึกของหนูมันเหมือนตก นรกทั้งเป็นเลย..." ลูกสาวเล่าต่อว่า....เจ้าของร้านก็เดินเข้ามาพูดกับ เธอว่า "เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?" แล้วก็รีบบอกให้พนักงาน คนอื่นๆ มาช่วยกันเก็บเศษแก้วที่พื้นให้สะอาด อีกครัง้ หนึง่ ตอนลูกสาวก�ำลังเทเหล้า เธอไม่ทนั ระวัง เทไวน์ไปเลอะกระโปรงสีครีมของลูกค้าเข้า ตอนแรกเธอคิดว่า จะต้องโดนลูกค้าเอาเรือ่ งจนออก จากงานแน่ ๆ ไม่คดิ เลยว่าลูกค้าจะบอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก คราบเหล้าเอง ซักไม่ยาก" แล้วก็ลุกขึ้นมาตบบ่าลูกสาว และเดินไปห้องน�้ำ "แม่คะ หนูเคยได้รบั การให้อภัยจากการกระท�ำทีห่ นู ไม่ได้ตั้งใจมาหลายต่อหลายครั้ง หนูอยากให้แม่คิดว่า พนักงานคนนัน้ ก็เหมือนลูกสาวของแม่ ให้อภัยเขาเถอะนะ คะ" คนเราก็มีโอกาสท�ำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ..แต่สิ่งที่ ทุกคนอยากได้นั้น บางครั้งก็แค่เพียงโอกาส และการให้ อภัย..!!! อ่านเรื่องนี้แล้ว สอนใจเราให้กว้าง คิดถึงใจของ ผู้อื่นมากขึ้น และก�ำหนดสติให้ไม่ใจร้อน อย่าเอาแต่ใจ ตนเอง ก่อนคิดถึงใจของผู้อื่น..!!!! Cr. FB Ramet Tanawangsri

47


สุดยอด 15 อาหาร ล้างพิษในร่างกาย

โดย...อภิรดี โกศัยกานนท์

เมื่อพูดถึงการล้างพิษในร่างกาย อาหาร จัดได้ว่าเป็นยาที่ดีที่สุด คุณจะแปลกใจว่า ในอาหารโปรดหลายชนิดนั้น ช่วยล้างพิษในร่างกายคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นตับ ล�ำไส้ ไต หรือผิวพรรณ ทั้งยังช่วยป้องกันการก่อตัวของสารพิษได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังปกป้องสารพิษจากมลภาวะรอบตัว การเสพติดอาหาร ควันบุหรี่ รวมไปถึงสารพิษชนิดอื่น ๆ ด้วยการ รับประทานอาหาร ผลไม้อร่อย ๆ ผักสด ถั่ว และน�้ำมันชนิดต่าง ๆ ดังนี้

1. แอปเปิ้ล

เพราะในแอปเปิล้ อุดมไปด้วยเพคติน ซึง่ เป็นเส้นใย อาหารชนิดทีส่ ามารถดักจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนัก ในร่างกายได้ ช่วยก�ำจัดสารพิษแล้วขับออกมาทางล�ำไส้ ถ้าจะให้ดีควรเลือกทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิก

2. อะโวคาโด

เรามักจะคิดว่า อะโวคาโดเป็นอาหารคลีน แต่ความ จริงแล้ว อะโวคาโดนี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่ทรงพลัง ทั้ ง ยั ง มี ค อเลสเตอรอลต�่ ำ และช่ ว ยขยายหลอดเลื อ ด และช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้ามาท�ำลายหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารอาหารทีม่ ชี อ่ื ว่า กลูตา้ ไธโอน ช่วยต้านสารก่อมะเร็งได้อย่างน้อยถึง 30 ชนิดด้วยกัน อีก ทั้งยังช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่าง ๆ ได้

4. บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่จัดเป็นอาหารเพื่อการบ�ำบัดที่ทรงพลัง อีกชนิดก็ว่าได้ เพราะในบลูเบอร์รี่นั้น มีแอสไพรินตาม ธรรมชาติ ที่ช่วยลดผลกระทบจากเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และลดความเจ็บปวดลงได้ นอกจากนี้ บลูเบอร์รี่ยังท�ำ 3. บีทรูท (ผักกาดแดง) ในหัวบีทรูทนั้น มีสารประกอบตามธรรมชาติ ที่มี หน้าที่เป็นยาปฏิชีวนะ ด้วยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียใน เอกลักษณ์ช่วยในการฟอกเลือด และจัดเป็นพืชที่ช่วยใน ทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งยังมี คุณสมบัติในการต้านไวรัสและป้องกันสารพิษเข้าสู่สมอง การล้างพิษตับได้อย่างดีเยี่ยม ได้ด้วย

48


8. เมล็ดลินิน

เมล็ดลินิน อุดมไปด้วยกรดไขมันส�ำคัญ ๆ โดย เฉพาะอย่ า งยิ่ ง กรดไขมั น โอเมก้ า 3 ทั้ ง เมล็ ด ลิ นิ น และน�้ำมันเมล็ดลินิน ต่างก็ส�ำคัญต่อการท�ำความสะอาด ระบบต่าง ๆ ตลอดทั้งร่างกายได้

5. กะหล�่ำปลี

ในกะหล�ำ่ ปลีมสี ารต้านมะเร็งอยูห่ ลายชนิด และยัง มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกจ�ำนวนมาก ช่วยให้ตับท�ำลาย ฮอร์ โ มนส่ ว นเกิ น ออกไป อี ก ทั้ ง ในกะหล�่ ำ ปลี ยั ง ช่ ว ย ท�ำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดสารพิษจาก ควันบุหรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับได้

6. ขึ้นฉ่าย

ทัง้ ขึน้ ฉ่ายและเมล็ดขึน้ ฉ่าย ต่างก็ชว่ ยดีทอ๊ กซ์เลือด ได้อย่างดีเยีย่ ม มีสารต้านมะเร็งอยูห่ ลายชนิด ช่วยล้างพิษ เซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย ในเมล็ดขึ้นฉ่ายนั้น มีสาร ต้านการอักเสบอีกกว่า 20 ชนิด จึงช่วยกรองสารพิษที่พบ ในควันบุหรี่ออกไปได้

7. แครนเบอร์รี่

ช่วยล้างพิษร่างกายจากแบคทีเรียที่เป็นอันตราย และไวรัสที่อาจตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ เพราะใน แครนเบอร์รี่นั้น มีสารที่เป็นทั้งยาปฏิชีวนะและต่อต้าน ไวรัสตามธรรมชาติอยู่มาก

9. กระเทียม

ทานกระเทียมช่วยล้างแบคทีเรียทีเ่ ป็นพิษออกไปได้ รวมไปถึงพยาธิในล�ำไส้และไวรัสต่าง ๆ ภายในร่างกาย โดย เฉพาะอย่างยิ่ง ที่อยู่ในเลือดและล�ำไส้ กระเทียมช่วย ล้างพิษที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และยังช่วยต่อต้าน มะเร็ง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยล้างพิษ จากสารอันตรายภายในร่างกาย นอกจากนี้ กระเทียมยัง เป็นผูช้ ว่ ยส�ำคัญในการท�ำความสะอาดทางเดินหายใจ ด้วย การขั บ สารพิ ษ ออกจากปอดและไซนั ส เพื่ อ ให้ ไ ด้ รั บ ประโยชน์มากทีส่ ดุ ควรเลือกทานเป็นกระเทียมสด เพราะ ในกระเทียมผงนั้นไม่มีคุณสมบัติดี ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

10. เกรปฟรุต (ผลไม้ตระกูลส้ม)

ทานเกรปฟรุตในมื้อเช้า จะท�ำให้ร่างกายได้รับ ประโยชน์จากเส้นใยเพคติน ที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล ดังนัน้ จึงช่วยท�ำความสะอาดเลือดได้ เพคตินยังช่วยดักจับ โลหะหนั ก และน� ำ พาออกไปจากร่ า งกาย นอกจากนี้ เกรปฟรุ ต ยั ง มี ส ารที่ ช ่ ว ยต้ า นไวรั ส จึ ง ขจั ด ไวรั ส ที่ ท� ำ อั น ตรายออกไปได้ เกรปฟรุ ต จั ด เป็ น ผลไม้ ล ้ า งพิ ษ ที่ ยอดเยี่ยมส�ำหรับล�ำไส้และตับเลยทีเดียว

49


14. สาหร่ายทะเล

11. ผักคะน้า

ผักคะน้า มีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมลู อิสระ ทีช่ ว่ ยล้างสารพิษออก ไปจากร่างกายได้ ทั้งยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วย ท�ำความสะอาดทางเดินอาหาร คล้าย ๆ กับกระหล�่ำปลี นั่นเอง คะน้ายังท�ำให้สารที่พบในควันบุหรี่มีความเป็น กลาง และยังช่วยล้างพิษตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นพืชที่มักจะถูกละเลยในโลกตะวันตก จากการ ศึกษาที่มหาวิทยาลัย McGill ในมอนทรีออล พบว่า สาหร่ายทะเล ช่วยดักจับสารกัมมันตรังสีในร่างกายได้ อีก ทั้ ง ยั ง ดั ก จั บ โลหะหนั ก แล้ ว ขจั ด ออกไปจากร่ า งกาย นอกจากนี้ ในสาหร่ายทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกเป็น จ�ำนวนมากด้วย

15. ผักวอเตอร์เครส (สลัดน�้ำ)

ถ้ายังไม่เคยทานผักวอเตอร์เครส อาจลองชิมด้วย การน�ำไปท�ำแซนวิชดูได้ ผักชนิดนีเ้ พิม่ เอนไซม์ทชี่ ว่ ยในการ ล้างพิษและเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกายด้วย จากการ ศึกษาในศูนย์วิจัยอาหาร Norwich ในประเทศอังกฤษ พบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่ที่ทานวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวัน จะขจัดสารก่อมะเร็งผ่านออกมาทางปัสสาวะได้มากกว่า ระดับปกติที่เคยขับออกมาจากร่างกาย

12. พืชตระกูลถั่ว

เพิม่ ถัว่ ทีป่ รุงสุกแล้วลงไปในอาหารมือ้ ต่อไปของคุณ มั น เต็ ม ไปด้ ว ยเส้ น ใยอาหารช่ ว ยลดคอเลสเตอรอล ท�ำความสะอาดล�ำไส้และรักษาระดับน�้ำตาลในเลือด พืช ตระกูลถั่วยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วยนะ

13. เลมอน

จัดเป็นสารล้างพิษตับชั้นเยี่ยม ในเลมอนประกอบ การกินผักและผลไม้ทหี่ ลากหลาย จัดเป็นตัวช่วย ไปด้วย วิตามินซีสูงมาก ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการ ทีด่ เี ยีย่ มในการล้างเอาสารพิษทีเ่ ป็นอันตรายออกไปจาก ใช้ เพื่อน�ำไปผลิตสารที่มีชื่อว่า กลูต้าไธโอน บีบน�้ำเลมอน ร่างกาย อีกทั้งยังอร่อย ถูกปาก รสชาติดี อีกด้วย สั ก ลู ก ผสมกั บ น�้ ำ สะอาดแล้ ว ดื่ ม ทุ ก วั น เป็ น ประจ� ำ ช่วยล้างพิษในร่างกายได้ ที่มา Health-TH.com

50


โดย..เก็บเบี้ยรายทาง

วิธีการ ขอบคุณทุกสิ่ง…

คนบางคนมีสัมผัสในเรื่องความกตัญญู ความรัก และความซาบซึ้งในสิ่งต่าง ๆ มากกว่าคนอื่น คนที่ ฝึ ก ตั ว เองให้ ข อบคุ ณ ทุ ก สิ่ ง นั้ น โดยรวมมี ค วามสุ ข มากกว่าคนที่ไม่ซาบซึ้งในอะไรเลย

วิธีการ 1 ขอบคุณทุกสิ่งในระยะยาว

1. เขียนบันทึกขอบคุณ การเตือนตัวเองว่าต้อง ขอบคุณอะไรและการบันทึกความรู้สึกขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันช่วยสร้างนิสยั ขอบคุณทุกสิง่ ให้เกิดขึน้ ในตัวคุณ ไม่วา่ ตอนนีช้ วี ติ จะล�ำบากแค่ไหน เราทุกคนต่างมีบางอย่าง ที่ ต ้ อ งขอบคุ ณ เสมอ บางอย่ า งที่ ส ะท้ อ นแสงแห่ ง ความกตัญญู การค้นหาสิ่งที่เราต้องขอบคุณในแต่ละช่วง เวลาจะช่วยให้คุณรับมือกับด้านอื่น ๆ ของชีวิตได้ดีขึ้น ต่าง ๆ ในแต่ละวันช่วยสร้างนิสัยขอบคุณทุกสิ่งให้เกิดขึ้น ในตัวคุณ ไม่ว่าตอนนี้ชีวิตจะล�ำบากแค่ไหน เราทุกคน ต่างมีบางอย่างทีต่ อ้ งขอบคุณเสมอ บางอย่างทีส่ ะท้อนแสง แห่ ง ความกตั ญ ญู การค้ น หาสิ่ ง ที่ เราต้ อ งขอบคุ ณ ใน แต่ละช่วงเวลาจะช่วยให้คุณรับมือกับด้านอื่น ๆ ของชีวิต ได้ดีขึ้น • เขียนสิ่งที่คุณขอบคุณวันละ 3–5 อย่าง อาจจะ เป็นเรื่องธรรมดาๆ อย่าง "ดวงอาทิตย์ส่องแสง" หรือเรื่อง ใหญ่ๆ อย่าง "แฟนขอฉันแต่งงาน" • ใช้เวลาเล็กน้อยในแต่ละวันนึกว่า สิ่งที่คุณรู้สึก ขอบคุณมากที่สุดในวันนั้นคืออะไร ไม่แน่ว่าคุณอาจจะมี เรื่องให้เขียนขอบคุณมากกว่า 5 อย่างก็ได้

• เวลาที่ชีวิตเจอเรื่องแย่ๆ การกลับไปดูสิ่งที่คุณ เขียนขอบคุณไว้กอ่ นหน้าจะมีประโยชน์กบั คุณมาก ถ้ามัน เป็นช่วงเวลาทีย่ ากล�ำบากมากจริง ๆ หาสิง่ เล็ก ๆ ทีค่ ณ ุ จะ รู้สึกขอบคุณได้ เช่น ถ้าคุณป่วยเป็นโรคระยะสุดท้าย การขอบคุณที่ตัวเองเป็นโรคคงท�ำได้ยากมาก แต่คุณก็ยัง สามารถขอบคุณสิ่งอื่น ๆ ได้ เช่น มีคนเอาอาหารเย็น มาให้ มีเตียงอุน่ ๆ มีแมวมาพันแข้งพันขา สิง่ เล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ช่วยให้คุณอดทนกับจิตใจที่บอบช�้ำกับเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต(อาการป่วย) ได้มากขึ้น 2. มองมุมกลับ ปรับมุมมอง คนทีข่ อบคุณทุกสิง่ ใน ชีวิตไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายไปกว่าคุณ จริง ๆ แล้วคนที่ ซาบซึ้งบุญคุณของสิ่งต่าง ๆ มากที่สุดหลายคนเป็นคนที่ เคยมีเรือ่ งเลวร้ายอย่างไม่นา่ เชือ่ เกิดขึน้ ในชีวติ ของพวกเขา แต่พวกเขาเข้าใจว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์ แต่อยู่ที่ วิธมี องสถานการณ์ของเราต่างหากทีท่ ำ� ให้สถานการณ์มนั ง่ายหรือยากขึ้น • ใช้ ค� ำ ให้ ถู ก ต้ อ ง การใช้ ค� ำ ที่ มี ค วามหมายลบ และการตราหน้าสิ่งต่าง ๆ ท�ำให้สถานการณ์ยากล�ำบาก กว่าเดิมและท�ำให้คุณซาบซึ้งใจยากกว่าเดิมด้วย เช่น การตราหน้าอาการป่วยว่า "โรคเลวร้ายของฉัน" จะท�ำให้

51


สถานการณ์แย่กว่าการพูดแค่ว่า "โรคที่ ฉั น เป็ น " เพราะการพู ด ว่ า "โรคที่ ฉั น เป็ น " นั้ น นอกจากจะเน้นว่าโรคไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคุณแล้ว คุณยัง ท�ำให้ค�ำพูดเป็นค�ำกลาง ๆ มากกว่าจะฟังดูลบด้วย • การวิจารณ์ตัวเองและผู้อื่นท�ำให้คุณขอบคุณสิ่ง ต่าง ๆ จากใจจริงได้น้อยลง เมื่อไหร่ก็ตามที่ก�ำลังวิจารณ์ ตัวเองหรือคนอื่นในแง่ลบ ให้หยุดและเปลี่ยนมุมมองใหม่ เช่น แทนที่คุณจะคิดว่า "ฉันโง่เลขจริง ๆ" ก็ให้พูดว่า "ฉันท�ำโจทย์เลขข้อนี้ไม่ได้" วิธีนี้คือการตั้งกรอบมุมมอง ใหม่ ท�ำให้คณ ุ เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยูท่ ตี่ วั คุณ แต่ปญ ั หาคือ ความไม่เข้าใจระหว่างคุณกับโจทย์เลขข้อนี้ และเป็นสิ่งที่ คุณสามารถเอาชนะได้

3. ฝึกเจริญจิตภาวนา การมีสติอยู่กับปัจจุบันจะ ท�ำให้สมองของคุณไม่วิ่งไปข้างหน้าและกังวล ไม่วางแผน อนาคตและไม่ติดอยู่กับอดีต การฝึกเจริญภาวนาเป็นการ ฝึกขอบคุณทุกสิง่ อย่างหนึง่ เพราะคุณก�ำลัง แทรกซึมตัวเอง เข้าไปในปัจจุบัน ตระหนักรู้และขอบคุณความส�ำคัญของ "ปัจจุบัน" • ฝึกเจริญสติภาวนาขณะกินข้าว หมายความว่า ไม่อ่านหนังสือ ดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์ แต่ให้จดจ่ออยู่กับ อาหารที่คุณก�ำลังตักเข้าปาก มันร้อนไหม มันเย็นไหม รสสัมผัสเป็นอย่างไร กลิ่นแบบไหน มันหวาน เปรี้ยว หรือ เค็ม • เจริญสติภาวนาขณะเดินเล่นหรือแค่นั่งอยู่ข้าง นอก สังเกตสีท้องฟ้าและรูปทรงของก้อนเมฆ สังเกตสี และรูปทรงของต้นไม้และพืชพันธุ์ ใช้จมูกสูดกลิ่นต่าง ๆ ฟังเสียงลมพัดต้นไม้ เสียงเด็ก ๆ ก�ำลังเล่น เสียงรถยนต์

52

ขณะที่แล่นผ่านคุณไป • การฝึกเจริญ สติ ภ าวนาคื อ การอยู ่ กั บ ช่ ว ง เวลาที่ เ ป็ น ปัจจุบนั และมองเห็นความเป็นไปของสิง่ ต่าง ๆ เป็นวิธหี นึง่ ที่ ช ่ ว ยบรรเทาอาการป่ ว ยทางจิ ต เช่ น ภาวะซึ ม เศร้ า หรือกังวล เพราะอาการเหล่านี้มักเกิดจากความกลัว อนาคตและความกังวลเรื่องในอดีต

4. นั่งสมาธิ การนั่งสมาธิเป็นอีกวิธีที่ช่วยรับมือกับ ปัญหาสุขภาพจิตและความไม่สบายใจทั่วไปในชีวิตได้ อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกขอบคุณ และส�ำนึกบุญคุณสิ่งต่างๆ มากขึ้นด้วย • หาที่เงียบ ๆ นั่งสมาธิวันละ 15 นาที นั่งสบาย ๆ และเริม่ หายใจเข้าออกลึกๆ หน้าท้องจะบวมขึน้ เมือ่ หายใจ เข้าและแฟบลงเมื่อหายใจออก ก�ำหนดจิตไว้ที่ลมหายใจ ถ้ามีความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นมาเรียกร้องความสนใจจากเรา ให้มองความคิดนั้นและปล่อยผ่านไป พอรู้ตัวว่าใจลอย ไม่อยู่ในสมาธิ ก็ก�ำหนดจิตที่ลมหายใจอีกครั้ง • การก�ำหนดจ�ำนวนครั้งหายใจช่วยได้มากกว่า การก�ำหนดเวลาเพราะจะได้ไม่ต้องเหลือบมองนาฬิกาอยู่ เรื่อย ๆ บอกตัวเองว่า "ฉันจะนั่งสมาธิหายใจเข้าออก 50 ครั้ง" ถ้านับไปนับมาแล้วลืมก็ไม่เป็นไร! เพราะถ้าลืม นับก็อาจจะแปลว่าควรหยุดก่อน 5. สร้างวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ การขอบคุณทุกสิ่ง นัน้ เป็นวิธที ดี่ ที ชี่ ว่ ยให้คณ ุ มีสขุ ภาพดีและช่วยรักษาสุขภาพ ดีให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ คุณควรใช้ความรู้สึกขอบคุณ


กระตุน้ การสร้างวิถชี วี ติ ทีด่ ตี อ่ สุขภาพด้วยการนอนหลับให้ เพียงพอ ดื่มน�้ำ และกินอาหารที่ท�ำให้คุณแข็งแรง • การนอนถื อ เป็ น ส่ ว นประกอบหลั ก ของการมี สุขภาพทีด่ ี การทีเ่ รายังรูส้ กึ ขอบคุณสิง่ ต่าง ๆ ได้แม้ชวี ติ ใน ช่ ว งนั้ น จะมี แ ต่ เรื่ อ งให้ กั ง วลจนนอนไม่ ห ลั บ เป็ น สิ่ ง ที่ น่าชื่นชมก็จริง แต่ในทางกลับกันการนอนหลับพักผ่อน อย่ า งเพี ย งพอก็ ช ่ ว ยให้ คุ ณ สร้ า งความรู ้ สึ ก ขอบคุ ณ สิ่ ง ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น พยายามเข้านอนก่อน 5 ทุ่มและปิด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ไอแพด) 30 นาทีก่อนถึงเวลาเข้านอน • ดืม่ น�ำ้ ให้เพียงพอ เพราะน�ำ้ ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ใน ร่างกายท�ำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ น�้ำจึงเป็นส่วน ประกอบส�ำคัญทีท่ ำ� ให้ทกุ อย่างท�ำงานได้ไม่สะดุด พยายาม ดื่มน�้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว • ออกก�ำลังกาย การออกก�ำลังกาย (โดยเฉพาะแบบ คาร์ดิโอ) จะหลั่งสารความสุขอย่างเอนดอร์ฟินส์ที่ช่วย ควบคุมอารมณ์และท�ำให้คณ ุ รูส้ กึ ดีขนึ้ พยายามออกก�ำลัง กายอย่างน้อยวันละ 30 นาที อาจจะเป็นการออกก�ำลัง กายง่าย ๆ อย่างการวิง่ เปิดเพลงเต้นสัก 30 นาที หรือเล่น โยคะ

อาหารที่กินเข้าไปในร่างกายต้องเป็นอาหารที่ช่วย ให้ร่างกายท�ำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข กินผักผลไม้ (ยิง่ สีเข้มยิง่ อุดมไปด้วยสารอาหาร) อย่างคะน้า พริกชี้ฟ้าแดง และกล้วย คาร์โบไฮเดรตดีอย่างข้าวกล้อง ธัญพืช ข้าวโอ๊ต โปรตีนจากปลาแซลมอน ถัว่ เนือ้ ไม่ตดิ มัน และไข่ หลีกเลี่ยงน�้ำตาลและเกลือให้มากที่สุดเท่าที่จะ ท�ำได้ พยายามกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์กับคุณมาก ที่สุด สลับกับอาหารตามใจปากบ้างเป็นครั้งคราว อ้างอิงจาก ...https://th.wikihow.com/ (อ่านต่อฉบับหน้า... วิธีการที่ 2- ขอบคุณสิ่งต่าง ๆ บางช่วงขณะ ...)

53


ก้าวเดินสู่การพบปะ โดย..ซิสเตอร์กาญจนา เดชาเลิศ

บางครั้งการนั่งอยู่เงียบ ๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และจ�ำเป็นที่สุดในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง บางเวลาเราจะ สัมผัสได้ในส่วนลึกว่า ความต้องการที่แท้จริงในชีวิตของ เรานัน้ ไม่ได้อยูใ่ นสิง่ ภายนอกสักเท่าไหร่ ...เกิดมาหนึง่ ชีวติ ต้องมีอะไรบ้าง ต้องท�ำอะไรบ้าง... เย็นวันนี้ก็เหมือนทุกวัน หลังจากท�ำงานที่โรงเรียน เสร็จเรียบร้อย เก็บของกลับบ้าน เด็ก ๆ ในโรงเรียนแทบ จะไม่เหลือแล้ว ขณะทีเ่ ดินกลับนัน้ มองเห็นรถเก๋งคันสีขาว แลดูใหม่ พร้อมแม่ลกู ทีย่ นื คุยกันเก็บข้าวของขึน้ รถเตรียม กลับบ้าน แล้วสายตาของฉันก็ไปสะดุดกับสายตาของ เด็กน้อยคนหนึง่ อายุประมาณ 5 ขวบทีก่ ำ� ลังเกาะเสาแป้น บาสเกตบอล มองสองแม่ลูกนั้นด้วยแววตาที่เต็มด้วย ค�ำถาม ท่ามกลางความเงียบและสนามทีโ่ ล่งไร้ผคู้ น ฉันไม่ อาจเดินผ่านเด็กน้อยไปโดยไม่ท�ำอะไรเลย แล้วเท้าก็พา ก้าวไปหาและถามว่า “ยังไม่กลับบ้านเหรอคะ ใครจะมา รับหนู” “ไม่รู้” เด็กน้อยตอบด้วยสีหน้ากังวลไม่สบตา “ปกติใครมารับ” “ไม่รู้” ค�ำตอบที่ไม่เปลี่ยนแปลงท�ำให้ ฉันเข้าใจว่าค�ำถามของฉันอาจจะเป็นปัญหาของเขาตอนนี้ “หนูหิวไหม” ทันทีเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองฉัน “กินขนม ไหม” เขาพยักหน้าแทนค�ำตอบ “งั้นตามครูมา” ในใจฉัน ก็นึกต่อว่าผู้ปกครองที่ลืมมารับลูกจนป่านนี้ และเป็น เด็กเล็กอีกด้วย หลังจากกินขนมเสร็จก็ยังไม่มีวี่แววที่ใคร จะมารับ “บ้านหนูอยู่ไหน ไกลไหม เดี๋ยวครูไปส่ง” เด็ก น้อยมองหน้า “ไม่ไกลครับ กลับเองได้” แล้วก็ลุกขึ้นเดิน จากไป ฉันมองตามหลังเด็กน้อยทีเ่ ดินด้วยความว่องไวเข้า หมู่บ้านไป มันท�ำให้ฉันคิดถึงเบื้องหลังชีวิตของเขาคงต้อง มีเรื่องราวอีกมากมาย...

54

เพียงไม่กี่เดือนที่ฉันย้ายมาท�ำงานในโรงเรียนที่ ห่างไกลจากตัวเมือง ฉันได้เรียนรูว้ ถิ ชี วี ติ ของผูค้ น ชาวบ้าน เด็ก ๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน รวมถึงสภาพ ปัญหาทีเ่ คยชินกันอยู่ ...ความยากจน ยาเสพติด ครอบครัว แตกแยก เวียนวนเป็นวัฏจักร... ฉันถามตัวเองว่า “ฉันจะ ช่วยอะไรได้บ้าง ต่อหน้าสถานการณ์เหล่านี้” พวกเขาไม่ ได้เลือก เกิดเอง ในความล�ำบากยากเข็ญเพียงใด ชีวติ ก็ยงั ต้องด�ำเนินต่อไป แต่ละคนมีเป้าหมายของตัวเอง แต่ละคน พยายามทีจ่ ะอยูใ่ ห้รอดในแบบของตนเอง จนกลับเป็นการ โปรแกรมชีวิตของตัวเอง สร้างแนวคิด สร้างความฝันที่ แตกต่าง ในยุคปัจเจกนิยม และโดยเฉพาะการแสดงความ คิ ด เห็ น ผ่ า นคี ย ์ บ อร์ ด ในโลกดิ จิ ต อลที่ ไ ด้ ก ลายเป็ น วัฒนธรรมใหม่ทั่วโลก ได้มีอิทธิพลมากต่อแนวความคิด ของคนยุคนี้ แต่สงิ่ หนึง่ ทีฉ่ นั คิดว่าขาดไม่ได้เพือ่ เราจะไม่นงิ่ เฉยกับผู้คนรอบข้าง คือ การก้าวเดินออกไปเพื่อพบปะ เพื่ อ แสดงความจริ ง ใจ เห็ น ใจ แสดงความเข้ า ใจกั บ เพือ่ นพีน่ อ้ งทีอ่ ยูร่ อบตัวเรา เราไม่อาจแก้ปญ ั หาทีด่ เู หมือน ผูกมัดเป็นปมแน่นจนยากจะแก้ไข ท�ำให้อยากจะยอมแพ้ และไม่ท�ำอะไรเลย ความจริงแล้ว เราไม่ได้มีหน้าที่แก้ปม ปัญหาเหล่านั้น แต่สิ่งที่เราสามารถท�ำได้แม้จะเล็กน้อย ที่สุด เราก็ควรจะท�ำ ด้วยความจริงใจ แค่ก้าวออกมาจาก ชีวิตของตนเอง เพื่อมีสายตาที่จะมองผู้อื่นด้วยความรัก เมตตา และท�ำในสิ่งที่สามารถท�ำได้ ...ชีวิตของเราต้องมี ความหมาย...#ก้าวคนละก้าว


55


56


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
สื่อสาร ธมอ. ปีที่ 36 ฉบับที่ 33 by SalesianSisters FMA - Issuu