สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน... “ถอดบทเรียน” ค�ำคุน้ ชินทีม่ คี วามทันสมัย จาก เหตุการณ์การค้นหาช่วยเหลือนักฟุตบอลกับโค้ชทีม “หมูปา ่ อะคาเดมี” ทีต่ ดิ ค้างในถ�ำ้ หลวง ขุนน�ำ้ นางนอน อ.แม่ ส าย จ.เชี ย งราย และประสบความส� ำ เร็ จ ท่ า มกลางความโล่ ง ใจและปี ติ ยิ น ดี ข องคนไทย และคนทั่วโลกที่พยายามเอาใจช่วย และภาวนาให้ ภารกิจน�ำ 13 ชีวิตกลับบ้านบรรลุเป้าหมาย… หากเราจะประยุกต์ใช้ ค�ำว่า “ถอดบทเรียน” มาใช้กบั ชีวติ ของเราบ้าง ก็คงจะเป็นเรือ่ งทีด่ ไี ม่นอ้ ยเลย มีเหตุการณ์หนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ ในช่วงเวลา เร่งด่วนของการเปลี่ยนคาบเรียนวันหนึ่ง...มีนักเรียน ชัน้ ป.1 เดินลงบันได จับมือเป็นแนวหน้ากระดาน...
คงด้วยความคิดที่ว่า เดินจับมือกันจะได้ไม่ตกบันได ท�ำให้คนอืน่ เดินขึ้นลงไม่ได้ พี่ชั้น ม.5 คนหนึ่งที่ก�ำลังรีบเร่งไปเรียน อีกที่หนึ่ง คงอดรนทนไม่ไหว ก็พูดว่า “ขึ้นลงชิดขวา” ซ�้ำ 2-3 ครั้ง ...แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม.. จากเหตุการณ์นี้ ผู้เขียน คิดอะไร...จะถอดบทเรียน...ไม่ให้สูญเปล่าได้อย่างไร?... “ชีวิตของเราถูกร้อยเรียงด้วยเรื่องราวมากมายทั้งด้วย เรื่องเล็ก ๆ และเรื่องใหญ่โต ทั้งในวันธรรมดา และในวันไม่ ธรรมดา ทัง้ ในวันทีม่ สี ขุ และในวันทีไ่ ม่สขุ ในวันทีม่ หี วังและใน วันที่หมดหวัง...ฯลฯ” สือ่ สาร ธมอ. ฉบับนี้ ก็เช่นเดียวกัน ได้พยายามเก็บร้อยเรียง เรือ่ งราวมากมายมาแบ่งปันให้กบั ท่านผูอ้ า่ น ในรูปแบบของข่าว บทความ และเรือ่ งสัน้ ต่าง ๆ ในหลากหลายแง่มมุ ทีค่ อลัมภ์นสิ ต์ ทุกคนได้กลัน่ กรองจากหัวใจและประสบการณ์ชวี ติ เป็นเรือ่ งราว ที่น�ำความสุข ความยินดี ความหวัง ความภาคภูมิใจ และเป็น เรือ่ งราวทีเ่ ราทุกคนปรารถนาให้ทกุ ท่าน ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึง่ กับเราในการสานต่อเรือ่ งราวแห่งความดีงามนีต้ อ่ ไป... เก็บเรือ่ งราว และ “ถอดบทเรียน” พร้อมกับเรา... ขอพระมารดามารีย์องค์อุปถัมภ์ทรงอวยพรทุกท่านเสมอ บ.ก.
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
4
เรามาพบกั น อี ก ครั้ ง หลั ง จากเหตุ ก ารณ์ วิ ก ฤติ และภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่า 13 ชีวิตทุกคนคงได้รับบทเรียน บทสอนที่ดีกันถ้วนหน้า จากเหตุการณ์นั้นที่คิดว่าเป็น อุปสรรค เป็นภัยพิบตั ิ กลับเป็นโอกาสทีท่ ำ� ให้สงั คมโลก รู ้ จั ก เมื อ งไทยในทางที่ ดี ม ากขึ้ น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการได้ประสบพบเห็นและสัมผัส กั บ ความร่ ว มมื อ ด้ ว ยน�้ ำ ใจดี ข อง ชนชาวไทยและต่างชาติมากมาย องค์กร ต่าง ๆ อาสาสมัครทั้งไทยและต่างประเทศที่ ทุ่มเทท�ำงานอย่างเต็มที่จนบรรลุผลน่ามหัศจรรย์ นี่คือพลังแห่งความรักเมตตาและสามัคคี ที่ชาวไทย และชาวโลกผู ้ มี หั ว ใจงดงามพร้ อ มใจกั น มอบให้ อย่างไร้พรมแดน ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ต้องช่วยทีมฟุตบอล หมูป่าอะคาเดมี และโค้ช รวม 13 ชีวิตรอดชีวิตให้ได้ เป็น “Mission Possible"เป็นบทเรียนที่ยอดเยี่ยม ถ้าเราแต่ละคนจะน�ำบทเรียนนี้ไป ไตร่ตรองและท�ำให้เกิดประสบการณ์จริง ในชีวติ ประจ�ำวันของเรา โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในเรื่องของการเป็นผู้น�ำ เรื่องการเสียสละของ ทุกฝ่าย แม้แต่ชาวนาผู้มีน�้ำใจประเสริฐ ชีวิต 13 ชีวิต มีความเข้มแข็งอยู่ในถ�้ำได้นานถึง 10 วัน เพราะพวกเขามีโค้ชที่มีจิตใจสงบ รักเด็ก ๆ สามารถ สั่งสอนเด็ก ๆ ให้มีสติ มีความหวัง และมีระเบียบวินัย สอนให้ รู้จักการเสียสละโดยที่ไม่ต้องพูด จนสามารถอยู่รอดได้ถึงวันที่ ออกจากถ�้ำครั้งนี้... สามารถช่วยให้สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงผ่านไป อย่างปลอดภัย ความเป็ น น�้ ำ หนึ่ ง ใจเดี ย วกั น ของสั ง คมไทย ถื อ เป็ น อี ก ปรากฏการณ์อันน่าชื่นชมที่แสดงให้เห็นถึงน�้ำใจของคนไทยที่ไม่เคย ขาดหาย ทุก ๆ คนทีม่ สี ว่ นช่วยภารกิจกูภ้ ยั ครัง้ นีเ้ ป็นฮีโร่จริง ๆ เพราะ ความเสียสละของพวกเขาโดยไม่สนใจกับค�ำวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ
ผู้ปกครองที่หล่อหลอมบุตรหลานของตนให้เข้มแข็ง อดทน ฝึกฝนจิตให้สงบ รู้จักเสียสละ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ท่านคือบุคคลที่รักคุณค่าของชีวิตอย่างแท้จริง เพราะในยามจ�ำเป็นเราก็ สามารถอุทิศให้ได้กระทั่งชีวิต แม้เราจะมีความแตกต่างก็สามารถร่วมมือประสานใจกันจนบรรลุ ประสิทธิผล เพราะเรารู้จักฟังกันด้วยใจอ่อนโยน อ่อนน้อมเชื่อฟัง ไม่คิดเอาแต่ใจตนฝ่ายเดียว ขอให้ ทุกท่านได้รับส่วนที่ดี ๆ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า วิกฤติคราวนี้ คือ ตัวอย่างของค�ำกล่าวที่ว่า “We are the world โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน” ที่ชัดเจนที่สุด ขอขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริงส�ำหรับความร่วมมือในการจัดงาน “ร�ำลึกถึงด้วยใจกตัญญูรู้คุณ” โอกาส ครบรอบ 75 ปี 60 ปี และ 50 ปี ของบรรดาซิสเตอร์ที่เรารู้จัก เราปรารถนาขอบพระคุณพระเจ้าพร้อมกัน และขอ ทุกท่านโปรดระลึกถึงคณะซิสเตอร์ในค�ำภาวนาของพวกท่านต่อไป เพื่อเราจะสามารถกลับเป็นอนุสาวรีย์ทรงชีวิต แห่งการขอบคุณพระเจ้าส�ำหรับภารกิจเพือ่ บรรดาเยาวชนซึง่ พระองค์ทรงมอบฝากไว้กบั พวกเรา ให้ทกุ สิง่ ส�ำเร็จไปตาม ประสงค์ของพระองค์ตามจิตตารมณ์แรกเริ่มของนักบุญยอห์น บอสโก และนักบุญมารีอา โดเมนิกา มัสซาแรลโล ผู้ก่อตั้งคณะของเรา ในโอกาสเตรียมเฉลิมฉลอง 350 ปี แห่งมิสซังสยาม เชิญเราร่วมใจกันขอบพระคุณพระเจ้าส�ำหรับพระพรมากมาย และให้เราแต่ละคนที่เป็นศิษย์ติดตามพระคริสต์ ร่วมกันด�ำเนินชีวิตประกาศข่าวดีใหม่ โดยการเป็นประจักษ์พยานชีวิต ของเราในแต่ละวันท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาสัมผัสใกล้ชิดกับชีวิตของเราแต่ละคน ขอพระมารดามารีย์องค์อุปถัมภ์ สตรีแห่งการรับใช้ ประทานพระพรและแรงบันดาลใจ เป็นพละก�ำลังส�ำหรับ ทุก ๆ คนในการกระท�ำแต่ความดีงามดังเช่นพระนางในชีวิตประจ�ำวัน ขอพระพรของพระเจ้า “องค์ความรักและสันติสุข” จงสถิตอยู่กับทุกท่านเสมอไป ด้วยความรักยิ่งในพระมารดา ซิสเตอร์อักเนส นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวง คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์แห่งประเทศไทย
5
Progetto Formazione per i formatoriPhoto
ระหว่าง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ - 31พฤษภาคม 2018 ซิสเตอร์กุลธิดา แก้วอุดร ได้เข้าร่วมโครงการอบรมผู้อบรม (Progetto Formazione per i formatori) ที่มหาวิทยาลัยซาเลเซียน กรุงโรม อิตาลี ซึ่งจัดโดยคณะซาเลเซียน มีผู้เข้าร่วมอบรมจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วม 60 ท่าน จาก 30 ประเทศ 26 คณะนักบวช...
ประชุมฝ่ายบริหารจัดการ... 6
ฝ่ายบริหารจัดการคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จัดการ ประชุมสมาชิกทีท่ ำ� หน้าทีอ่ ธิการิณี เหรัญญิก ผูอ้ ำ� นวยการ ผูจ้ ดั การและผูท้ เี่ กีย่ วข้อง ในการจัดการบริหารงานด้านการเงินและโรงเรียนตามหัวข้อต่าง ๆ จ�ำนวน 25 คน ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2018 ที่บ้านธารพระพร สามพราน ...
ประชุมพบปะผู้รับผิดชอบสื่อฯ โรงเรียนในเครือ ธมอ. วันที่ 15 - 17 มิถุนายน 2018 ทีบ่ า้ นธารพระพร สามพราน ฝ่ายสื่อสารมวลชนคณะธิดาแม่พระ องค์ อุ ป ถั ม ภ์ แ ห่ ง ประเทศไทย ได้ จั ด การประชุ ม พบปะผู ้ รั บ ผิ ด ชอบสื่ อ ฯ โรงเรียนในเครือ ธมอ. โดยมีซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะฯ เป็นประธาน มีผู้ เข้ า ร่ วมประชุ ม จากโรงเรี ย นในเครื อ จ� ำ นวน 25 คน โอกาสนี้ ใ นวั น ที่ 16 มิ ถุ น ายน 2018 บาทหลวงอนุชา ไชยเดช เลขาธิการสื่อมวลชน คาทอลิ ก ประเทศไทยและประธานซิ ก นิ ส เอเชี ย ได้ ใ ห้ ก ารอบรมหั ว ข้ อ “เยาวชน...กั บ สื่ อ ฯ” และ“สื่อศึกษา”
"Youth Bible Camp" ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2018 แผนกคริสตศาสนธรรม คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ จัดชุมนุมนักเรียนคาทอลิกระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในเครือ ธมอ.หัวข้อ "พระวรสารตามค�ำเล่า ของนักบุญมาร์โก” ร่วมกับแผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงาน อภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ณ บ้านธารพระพร สามพราน มี นั ก เรี ย น ผู ้ ฝ ึ ก หั ด ครู และซิ ส เตอร์ รวมจ�ำนวนทั้งสิ้น 194 คน
7
โปสตูลันต์ใหม่ Congratulations!
เมือ่ วันที่ 24 กรกฎาคม 2018 ซิสเตอร์นภิ า ระงับพิษ อธิการิณี เจ้าคณะแขวง และซิสเตอร์กรรณภรณ์ โสทน พร้อมด้วยมารดา และญาติพี่น้องของนางสาวฐนชา โสทน ร่วมแสดงความยินดีโอกาส รับเหรียญโปสตูลันต์ พร้อมกับเพื่อน ๆ จ�ำนวน 10 คน โดยจัดขึ้นที่ บ้านมารีย์นิรมลทิน กาลุบัง ประเทศฟิลิปปินส์
8
“เยเรมีย์...เสียงเชิงพยากรณ์ในนคร” ซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ได้จดั เข้าเงียบประจ�ำปีรนุ่ ที่ 2 ให้กบั สมาชิกจ�ำนวน 32 คน ณ บ้านธารพระพร สามพราน ในหัวข้อ “เยเรมีย์...เสียงเชิงพยากรณ์ในนคร” ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2018 โดยพระสังฆราชโยแซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล ประมุขสังฆมณฑลสุราษฎธานี เป็นผู้เทศน์แบ่งปันแบบ Lectio Divina
“งานรวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ซิสเตอร์อุดม ศรีดารุณศิลป์ และซิสเตอร์พรพิรณ ุ จันทร์เด่นดวง ร่วม “งานรวมพลัง ทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561” เพื่อน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมกันบ�ำเพ็ญ ความดีถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ร่วมประชุม SIGNIS ASIA ASSEMBLY 2018 ระหว่างวันที่ 12 – 18 สิงหาคม 2018 ซิสเตอร์ยพุ ดี จารุวภิ าค และซิสเตอร์วริ นิ ทิพย์ อิ น ทรแย้ ม เข้ า ร่ ว มประชุ ม Signis Asia A s s e m b l y 2 0 1 8 ที่ อ า ค า ร มู ล นิ ธิ เซนต์คาเบียร์ลแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “ข่าวเท็จและการสื่อข่าวเพื่อสันติภาพ” โดย ประเทศไทยเป็ นเจ้าภาพ ด�ำเนินการโดย บาทหลวงอนุ ช า ไชยเดช ประธานซิ ก นิ ส เอเชีย และเลขาธิการสื่อมวลชนคาทอลิก ประเทศไทย มีพระสังฆราช พระสงฆ์ ซิสเตอร์ ฆราวาสชายหญิงและทีมผูท้ ำ� งานรวม จ�ำนวน 50 คน จาก 14 ประเทศ เข้าร่วม
9
สุวรรณสมโภชและพัชรสมโภช วั น ที่ 4 สิ ง หาคม 2018 พระสั ง ฆราชยอห์ น บอสโก ปั ญ ญา กฤษเจริญ ประมุขสังฆณฑลราชบุรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ โอกาสฉลอง 50 ปี แห่ ง ชี วิ ต ผู ้ รั บ เจิ ม ของซิ ส เตอร์ เ ทเรซา จั น ทรา กอหะสุวรรณ และซิสเตอร์แอลดา บารัตติโน ธรรมทูตจากประเทศอิตาลี ฉลอง 60 ปี แห่งชีวิตผู้รับเจิมของซิสเตอร์อากาทา บุญมี จิตอุทัศน์ และฉลอง 75 ปี แห่งชีวิตผู้รับเจิมของซิสเตอร์เอสเตรีนา ปรันโด ธรรมทูตจากประเทศ อิตาลี ณ บ้านธารพระพร สามพราน พร้อมด้วยพระสังฆราช ฟิลิป บรรจง ไชยรา ประมุขสังฆมณฑลอุบลราชธานี พระสงฆ์จากคณะและสังฆณฑล ต่าง ๆ มากกว่า 40 องค์
10
รือ้ ฟื้นค�ำปฏิญาณตนของซิสเตอร์ผู้เยาว์ ธมอ.
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2018 ซิสเตอร์มัลลิกา ด้านซอม ซิสเตอร์ปัจจนีย์ ไทยล�ำภู และซิสเตอร์โยธิกา บุญธาตุ พร้อมกับซิสเตอร์ผู้เยาว์จากแขวงอัฟริกาตะวันตก (AFO) และแขวงมาดากัสการ์ (MDG) รวมจ�ำนวน 6 คน ได้รื้อฟื้นค�ำปฏิญาณตนเป็นผู้รับเจิมในคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ โดยมี Don Pier Fausto FRISOLI, SDB เป็น ประธานในพิธี และ Sr.Chiara Cazzuola รองอัคราธิการิณีคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ เป็นผู้รับค�ำปฏิญาณ ณ วัดน้อยบ้านมาเดอร์อันเจลา เวสปา กรุงโรม ประเทศอิตาลี
ร่วมแสดงความอาลัย... ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวง พร้อมกับซิสเตอร์ จ�ำนวน 7 คน ตัวแทนสมาชิก ธมอ. เดินทางไปร่วมพิธีฝังศพคุณแม่มารีอา สี ดวงมาลา มารดาของซิสเตอร์บานเย็นและซิสเตอร์มาลี ดวงมาลา ถึงแก่กรรม ด้วยโรคชรา สิริอายุ 101 ปี โดยมีพระสังฆราชยอแซฟ บรรจง ไชยรา เป็นประธานในพิธี ที่วัดนักบุญยอแซฟ เซซ่ง ยโสธร
“ยกระดับการรับใช้ด้วยใจกว้างและยินดี...” ฝ่ายอบรมคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จัด อบรมแก่สมาชิกทีท่ ำ� หน้าทีเ่ หรัญญิกและผูช้ ว่ ยเหรัญญิก จ�ำนวน 13 คน ในหัวข้อ “ยกระดับการรับใช้ด้วยใจกว้างและยินดี” เมื่อวันที่ 11 – 13 สิงหาคม 2018 ณ บ้านสเตลลา มารีส ชะอ�ำ จ.เพชรบุรี โดยมี ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะฯ เป็นประธานในการอบรม
11
หัวหมาก
สมโภช แม่พระองค์อุปถัมภ์
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2018 หมู่คณะมารีย์นิรมล หัวหมาก พร้อมด้วยนักศึกษา ร่วมกันเฉลิมฉลองพระมารดา มารีย์องค์อุปถัมภ์ และขอพรโอกาสการเปิดปีการศึกษา ด้วยการร่วมวจนพิธีกรรมในวัดน้อยอย่างศรัทธาและด้วยดวงใจที่ รู้คุณต่อพระนาง ทั้งได้ร่วมเฉลิมฉลองวันสมโภชของพระนางที่วัดแม่พระองค์องค์อุปถัมภ์ กรุงเทพกรีฑา
ร่วมพิธีไหว้ครู S&P
วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ซิสเตอร์อากาทา บุญมี จิตอุทศั น์ และซิสเตอร์ผกามาศ มาสอน ร่วมพิธี ไหว้ครูประจ�ำปีการศึกษา 2561 ณ ศูนย์การเรียน S&P ในบรรยากาศของความรักและความกตัญญูที่บรรดา ลูกศิษย์มีต่อคุณครูผู้สอนและบรรดาพี่เลี้ยงทุกคน
ศาลาแดง พิธโี ปรดศีลก�ำลังแก่เยาวชนต่างชาติ 12
โอกาสสมโภชพระวรกายและพระโลหิ ต พระคริสตเจ้า พระคาร์ดนิ ลั ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระอัครสังฆราชสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และประธานสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทย ได้ให้ เกี ย รติ ม าเป็ น ประธานในพิ ธี โ ปรดศี ล ก� ำ ลั ง แก่ เ ด็ ก ชาวอิ ต าเลี ย นจ� ำ นวน 6 คน ซึ่ ง มี ถิ่ น พ� ำ นั ก อยู ่ ใ น กรุงเทพฯ ณ วัดน้อยแม่พระองค์อุปถัมภ์ ศาลาแดง เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2018
..ดุจดังสายน�้ำ...
ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2018 ซิสเตอร์นภิ า ระงับพิษ อธิการิณเี จ้าคณะแขวงฯ ได้ เ ยี่ ย มหมู ่ ค ณะเอาซี ลี อุ ม ศาลาแดง อย่างเป็นทางการในบรรยากาศแห่งความ ชื่ น ชมยิ น ดี แ ละความไว้ ว างใจ...การอยู ่ ของท่ า นท่ า มกลางเราเปรี ย บดั ง สายน�้ ำ แห่งพระพร...ของพระเจ้าอย่างแท้จริง
สามพราน
มอร์เนเซ...ดินแดนแห่งความทรงจ�ำ
วันที่ 15 พฤษภาคม 2018 หมู่คณะมารีย์อุปถัมภ์ สามพราน เฉลิมฉลองนักบุญมาเรีย โดเมนิกา มัสซาแรลโล ผู้ร่วมก่อตั้งคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ โดยมีคุณพ่อบุญเลิศ ปณีตัธยาศัย อธิการบ้านเณรซาเลเซียน สามพราน เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ ...
มารีย์อุปถัมภ์ กับวันสื่อศึกษา…
เชียงใหม่
โรงเรี ย นมารี ย ์ อุ ป ถั ม ภ์ สามพราน จั ด วั น สือ่ ศึกษา ในหัวข้อทีว่ า่ “เราคนรุน่ ใหม่ ใส่ใจก้าว พร้อม ปรับเปลี่ยน ใช้สื่อเป็น Gen-MU” (Generation Marie Upatham) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2018 โดยมีซสิ เตอร์กลุ ธิดา แก้วอุดร ผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียน เป็นประธานในพิธีเปิด
เปิดกิจกรรมอุดมการณ์ประจ�ำปี...
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2018 หมู่คณะเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดหมู่บ้าน ตามอุดมการณ์ประจ�ำปีที่ว่า “กล้าคิด กล้าท�ำ กล้าน�ำ ด้วยใจยินดี” โดยมีซสิ เตอร์ อเดไลเด ซู แ ปร์ ติโ น อธิ ก าริ ณี เป็ นประธานในพิ ธี โดยจัดกิจกรรมแบ่งออกเป็นฐานต่าง ๆ ในบรรยากาศ ที่สนุกสนานและเปี่ยมด้วยข้อคิด...
ยินดีต้อนรับท่าน...
ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน 2018 หมู่คณะเชียงใหม่และเยาวชนธิดารักษ์ได้ร่วมกันต้อนรับซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวง โอกาสการเยี่ยมบ้านประจ�ำปี ในบรรยากาศแห่งความสุขและความยินดี ...
13
มารีย์นิรมล- สามพราน วันนี้ที่รอคอย...
หมู ่ ค ณะมารี ย ์ นิ ร มล สามพราน พร้อมด้วยเยาวชน ธิ ด ารั ก ษ์ ร่ ว มกั น ต้ อ นรั บ ซิสเตอร์เนาวรัตน์ ธีระพัชรรังษี อธิการิณีคนใหม่ โอกาสการเข้าประจ�ำหมู่คณะอย่างเป็นทางการ ในบรรยากาศของ ความสุขยินดี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2018
ร่วมภารกิจแห่งรัก…
ซิ ส เตอร์ พั น ธ์ ทิ พ ย์ คิ้ ม แหน และเยาวชนผู ้ ส นใจ ด้านกระแสเรียก จ�ำนวน 4 คน คือนางสาวสุชาดา สถิตพงษ์เดช นางสาววชิรภรณ์ รักสกุลสุขเกษม นางสาวอุบลวรรณ สมงาม และนางสาวภั ค จิ ร า สิ ท ธิ ลิ ขิ ต กุ ล ร่ ว มภารกิ จ แห่ ง รั ก และรับใช้ด้วยใจยินดี โดยการร่วมจัดกิจกรรมศูนย์เยาวชน ทุกวันอาทิตย์ ณ ศูนย์เยาวชนดอนบอสโก สามพราน
หาดใหญ่ "ปันรักให้น้อง" 2018... 14
โรงเรียนธิดานุเคราะห์ หาดใหญ่ น�ำนักเรียนโปรแกรม SME รุ่น 1 จัดท�ำกิจกรรม จิตอาสา "ปันรักให้นอ้ ง" ณ โรงเรียนวัดวาส ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2561 โอกาสนี้ นักเรียนเป็นผู้คิดโครงการและด�ำเนินการ ร่วมกันจัดหาทุนเพือ่ จัดกิจกรรมในครัง้ นีด้ ว้ ยตนเอง
TIME TO IMPROVE !
หมู่คณะหาดใหญ่ขานรับโครงการฝ่ายอบรมอย่างแข็งขัน! “ยกระดับคุณภาพการอบรมตนเอง” โดยเมือ่ วันที่ 19 กรกฎาคม 2018 วันหมูค่ ณะ สมาชิกได้ศกึ ษา ไตร่ตรองธรรมนูญ และแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเอกลักษณ์ของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ การต่อจิ๊กซอว์โลโก้ของคณะ สร้างความ ตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึง่ ของคณะและภารกิจในการสืบสานเอกลักษณ์ทซี่ อื่ สัตย์มนั่ คงต่อไป ปิดท้ายด้วยการเฉลิมฉลอง!!!
เซนต์เมรี่
“ท�ำดีเพื่อพัฒนาตน”
ซิสเตอร์ยุพดี จารุวิภาค พร้อมคณะครูและศิษย์เก่า โรงเรียน เซนต์เมรี่ ได้นำ� นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 และอาสาสมัคร SSYV เข้าร่วมโครงการ “ท�ำดีเพือ่ พัฒนาตน” เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ที่ วั ด โพธิ ส มภรณ์ หมากแข้ ง อุ ด รธานี โดยร่ ว มแรงร่ ว มใจกั น ท� ำ ความสะอาดบริ เ วณ โดยรอบอย่างแข็งขัน...
วันภาษาไทยแห่งชาติ
วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ซิสเตอร์ นุจรินทร์ บุดดา ผู้รับผิดชอบแผนกอนุบาล โรงเรียนเซนต์เมรี่ อุดรธานี ได้จัดกิจกรรม วันภาษาไทยแห่งชาติให้กับนักเรียนระดับ อนุบาล โดยมีซิสเตอร์อานาโรซา ซิโวรี เป็น ประธานในการเปิดกิจกรรม
วิสุทธิวงศ์ พักผ่อนด้วยกันแบบครอบครัว...
15
เมือ่ วันที่ 28 กรกฎาคม 2018 หมูค่ ณะวิสทุ ธิวงศ์ ยิน ดี ต ้ อนรั บ การมาเยี่ยมของหมู่คณะเซนต์เ มรี่ ในบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเองแบบครอบครัว นั บ เป็ น ช่ ว งเวลาของ “วั น หมู ่ ค ณะ” ที่ ง ดงาม และประเสริ ฐ ยิ่ ง นอกจากนี้ แ ขกผู ้ ม าเยื อ นยั ง ได้ มี โ อกาสไปเยี่ ย มเยี ย นชาวบ้ า นในละแวกนั้ น ด้วยหัวใจของนักแพร่ธรรม...
ธารน�้ำใจสู่พี่น้อง สปป.ลาว
โรงเรียนวิสุทธิวงศ์ ได้ร่วมเป็นจิตหนึ่ง ใจเดี ย วกั น ส่ ง ของบริ จ าคให้ กั บ พี่ น ้ อ ง เพื่อนบ้าน สปป.ลาว ที่ประสบภัยเหตุจาก เขื่อนกักน�้ำแตก เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2018
บ้านโป่ง
“...ร่วมมือร่วมใจ คนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลบ้านโป่ง”
ซิสเตอร์ศริ ริ ตั น์ อนุวฒ ั น์ประกิจ ผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียนนารีวฒ ุ ิ บ้านโป่ง ตัวแทนคณะครูและนักเรียนได้มอบเงินบริจาค สมทบทุน “โครงการชาวบ้านโป่ง ร่วมมือร่วมใจ คนละก้าวเพือ่ โรงพยาบาลบ้านโป่ง ” แด่นายประยงค์ จันทเต็ง นายอ�ำเภอ บ้านโป่ง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561
แสดงความยินดี...
เมือ่ วันที่ 9 สิงหาคม 2561 สมาชิกหมูค่ ณะพระหฤทัย บ้านโป่ง พนักงาน นักเรียนกลุม่ เลารา และนักเรียนประจ�ำ ได้ ร่วมแสดงความยินดีโอกาสฉลองการปฏิญาณตนเป็นนักบวชในคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ครบ 50 ปี ของซิสเตอร์เทเรซา จันทรา กอหะสุวรรณ ในบรรยากาศแห่งความรู้คุณและความชื่นชมยินดี
16
lโดยซิสเตอร์สายสวาท
โฟ
ระดมกิจ
่ายอ ...ฝ กสั บรม
แผนป้องกันมาใช้ในหมู่คณะ
นักการศึกษาท่านหนึ่งกล่าวว่า “วิธีการป้องกัน” นั้น ถ้าจะ พิจารณากันให้ลึกซึ้งแล้ว ก็คือวิธีบ�ำเพ็ญชีวิตฝ่ายจิตอย่างหนึ่งนั่นเอง การกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า จะละเลยด้านการศึกษาอบรม ซึ่ ง สอดแทรกอยู ่ ใ นวิ ธี ก ารป้ อ งกั น นี้ แม้ ว ่ า จะไม่ ไ ด้ ก ล่ า วไว้ เ ป็ น ลายลักษณ์อกั ษรก็ตาม ดังนัน้ วิธปี อ้ งกัน ก่อนทีจ่ ะเป็นวิธใี ห้การศึกษา อบรมผู้อื่นตามภารกิจหน้าที่ของคณะ จะต้องเป็นวิธีบ�ำเพ็ญชีวิต ฝ่ายจิตที่เราแต่ละคนและหมู่คณะจะต้องน�ำไปปฏิบัติ วิธีการของคุณพ่อบอสโก ประกอบด้วยลักษณะ 3 ประการคือ 1. เหนือธรรมชาติ ( ศาสนา ) 2. ด้านสติปัญญา ( เหตุผล ) 3. ความรู้สึกด้านจิตใจ ( ความรัก ) เราจะเริ่ ม ด้ า นสติ ป ั ญ ญาก่ อ น แล้ ว จึ ง จะพู ด ถึ ง ความรู ้ สึ ก ด้านจิตใจและจะสรุปด้วยลักษณะเหนือธรรมชาติ เพราะหากปราศจาก ลักษณะนี้แล้ว เหตุผลและความรักย่อมขาดแรงกระตุ้นและแรงจูงใจ การติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างบุคคลในชีวิตหมู่คณะนั้น การใช้ เหตุผลเป็นสิ่งจ�ำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหมู่คณะ กลุ่ม หรือ บุคคลหนึ่งต้องวางแผน ถ่ายทอดความคิดเห็น อธิบาย ให้เหตุผล ชักชวน ประเมินผล
สรุปก็คอื เมือ่ หมูค่ ณะต้องการทีจ่ ะสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน นั่นเอง การสนทนา (Dialogo) แลกเปลี่ ย น ความคิดเห็นกัน ควรมีลักษณะอย่างไร บุญราศีพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ได้กล่าว ถึ ง เรื่ อ งนี้ ใ นสมณสารฉบั บ แรกของพระองค์
17
18
“ECCLESIAM SUAM” (ข้อ 47) พระองค์ ได้ตรัสว่า การสนทนาวิสาสะ “...เป็น ศิลปะในการสร้างความสัมพันธ์ฝ่ายจิต เป็นการ เชื้ อ เชิ ญ มนุ ษ ย์ ใ ห้ ฝ ึ ก หั ด สมรรถภาพที่ สู ง ส่ ง ของตน เป็ น สภาพการณ์ ที่ มี คุ ณ ค่ า อย่ า งหนี่ ง ของกิ จ กรรม และวั ฒ นธรรมของมนุ ษ ย์ ” แล้ ว พระองค์ ต รั ส ต่ อ ไปว่ า ในการสนทนาวิสาสะนี้เรียกร้อง o ความชั ด เจน คื อ ความเข้ า อกเข้ า ใจกั น และจริงใจต่อกัน o ความสุภาพอ่อนโยน คือไม่บังคับ โดยใช้อ�ำนาจ ด้วยอาการก้าวร้าว ด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง แต่ใช้พลังโน้มน้าว ชักจูงจิตใจโดยอาศัยการแถลง ความจริงแสดงความรัก เสนอแนะด้วยการให้ ตัวอย่าง o ความไว้วางใจ ได้แก่การสร้างบรรยากาศ ที่ไม่ ก่อให้เกิดพฤติกรรมต่อต้าน ให้โอกาสในการ รับฟังผูอ้ นื่ สนับสนุนให้หมูค่ ณะยอมรับความจริง ที่พบนั้นด้วยใจรัก o ความรอบคอบแบบนั ก อบรม โดยอาศั ย คุณสมบัตินี้ สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะสามารถ ใช้สติปัญญาควบคู่กับความรัก ค�ำนึงถึงสภาพ จิตใจและความรูส้ กึ อ่อนไหวของสมาชิกแต่ละคน รู้จักปรับปรุงดัดแปลงวิธีพูดของตน เพื่อสามารถ ท�ำตนให้เข้ากับกลุ่มหรือกับแต่ละบุคคล รักษา จิตใจและร่างกายให้คงดุลยภาพ มีความแจ่มใส รอบคอบและสงบอย่างสม�่ำเสมอ มีผู้กล่าวว่า คุณพ่อบอสโก ได้ท�ำให้การสนทนา แลกเปลี่ ย นความคิ ด เห็ น กั น นี้ ก ลั บ เป็ น การเพ่ ง พิ ศ องค์ พ ระผู ้ เ ป็ น เจ้ า และเป็ น การมั ธ ยั ส ถ์ ต น (mistica e ascetica) เพราะว่า ในการแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า องค์ ค วามรั ก พร้อม ๆ กัน ย่อมท�ำให้ความสั ม พั นธ์ กั น ในหมูค่ ณะ สัมฤทธิผ์ ลอย่างแท้จริง เพราะการสนทนาวิสาสะกัน ในหมู่คณะอย่างมีเหตุผล ย่อมน�ำไปสู่การปฏิเสธตนเอง เพื่อจะได้ลุถึงการรับฟังผู้อื่น โดยปราศจากอคติ การหมด ความอดกลั้น ความโกรธแค้น สรุปก็คือ การใช้เหตุผลในการสนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกัน เป็นสิง่ ส�ำคัญทีส่ ดุ ให้มกี ารสนทนาปราศรัย
กั น โดยมี ร ะเบี ย บวิ ธี เ หนื อ ธรรมชาติ ความจริ ง แล้ ว การสนทนาวิสาสะ มีแหล่งก�ำเนิดจากเหนือธรรมชาติ
ในความคิดของพ่อบอสโก “ความรัก” มีบทบาท ส�ำคัญในการริเริ่มและส่งเสริมการสนทนาด้วยเหตุผล และความเชื่อ การแสดง “ความรัก” (amorevolezza) แสดงออก ได้หลายทางคือ 1. ความรัก รักแท้แสดงออกด้วยกิจการและเป็น ความรักเหนือธรรมชาติ ซึง่ แพร่ขยายไปยังทุกคนในหมูค่ ณะ ในหมู่คณะเป็นที่ที่มีการติดต่อสัมพันธ์กัน ระหว่างบุคคล อย่างแท้จริง เป็นบ่อเกิดแห่งดุลยภาพทางอารมณ์ ซึง่ จ�ำเป็น ในทุก ๆ ระดับ ในบรรยากาศแห่งนี้ - แต่ละคนสามารถพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ของตน - ชื่นชมกับผู้ที่มีความยินดี เป็นทุกข์กับผู้ที่อยู่ใน ความทุกข์ - หมูค่ ณะดังกล่าวย่อมประกอบไปด้วยสามัญส�ำนึก การมีอารมณ์เบิกบาน แจ่มใส เป็นพื้นฐาน รักที่ไม่หวังผลตอบแทน นักจิตวิทยากล่าวกันว่า ความรักที่ไม่หวังตอบแทนนี้คือ การสร้างคนให้เป็นคน ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการบรรลุวุฒิภาวะ ไม่หวัง ผลตอบแทนยังหมายความว่า มุ่งหาความดีในผู้อื่นโดยไม่ ค� ำ นึ ง ถึ ง ความพอใจส่ ว นตั ว สามารถช่ ว ยผู ้ อื่ น ให้ รู ้ จั ก วิพากษ์วิจารณ์ตนเองอย่างถูกต้อง 2. ความสนใจ การแสดงออกของความรั ก อี ก ประการหนึ่งคือ ความสนใจ มีตาที่มองเห็นผู้อื่น แม้ว่าจะ ไม่มีความรักตามธรรมชาติต่อผู้นั้น แม้ว่าความแตกต่างกัน ระหว่ า งทั ศ นคติ แ ละอุ ป นิ สั ย จะท� ำ ให้ รู ้ สึ ก เหมื อ นเป็ น คนแปลกหน้ า ต่ อ กั นหรื อ อยู ่ ห ่ า งไกลกั น แต่ ค วามสนใจ ของเราจะต้องถึงตัวผู้นั้นเสมอ
เราจะต้ อ งวุ ่ น วายด้ ว ย คุณพ่อบอสโกไม่ได้ตั้งคณะที่ ประกอบด้ ว ยผู ้ ถู ก กดขี่ เ พราะ การงานหรือคนเศร้าสร้อย เพราะ การไม่เข้าใจกัน โดยธรรมชาติท่านเป็น คนประเภทเลือดร้อน รุนแรง เจ้าอารมณ์แต่ ท่านเอาชนะและกลับเป็นคนสงบ ราบคาบ แจ่มใส ศาสนา เป็นลักษณะประการที่ 3 ของวิธี ป้องกันแบบซาเลเซียน เป็นลักษณะเหนือธรรมชาติ โดยมี อ งค์ ประกอบที่ ช ่ วยเสริ ม สร้ า ง 3 ประการคื อ ภาวนาในความเชื่อ พระวาจาของพระเจ้า ศีลศักดิ์สิทธิ์ บรรดาลูก ๆ ของคุณพ่อบอสโกกล่าวว่า เมือ่ คิดถึงการด�ำเนิน ชีวิต ตัวอย่างและค�ำสั่งสอนที่ท่านให้กับเรา เราก็ยิ่งรู้สึก เคารพนับถือและเข้าใจความหมายของความศักดิ์สิทธิ์มาก ยิ่งขึ้น สามารถพูดได้ว่าชีวิตของท่านทั้งหมดเป็นขององค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่มอร์เนเซทุกคนสูดอากาศแห่งความเชื่อที่มี ชี วิ ต ชี ว าอั น ได้ แ ก่ การมอง การตี ค วาม การยอมรั บ การแก้ ป ั ญ หาต่ า ง ๆ ในความเชื่ อ แต่ แ น่ น อนต้ อ งมี การพิ จ ารณาไตร่ ต รอง มี ส ามั ญ ส� ำ นึ ก และเหตุ ผ ลด้ ว ย มอร์เนเซ พระศาสนจักรน้อย ๆ ดั้งเดิมของเราคือ สวรรค์ ซึ่ ง ไม่ ใ ช่ เ ป็ น ผลเนื่ อ งมาจากความอบอุ ่ น แบบครอบครั ว เท่านัน้ แต่โดยเฉพาะอย่างยิง่ จากการเจริญชีวติ ในความเชือ่ และหมู ่ ค ณะล่ ะ หมู ่ ค ณะเป็ น การเจริ ญ ชี วิ ต ใน ความเชื่อร่วมกัน ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นหนึ่งเดียวกัน มีการพึ่งพาอาศัยกันในการพบปะ ในการภาวนาส่วนตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการภาวนาของหมู่คณะ
่ายอ ...ฝ กสั
บรม
ในหมูค่ ณะ สมาชิกแต่ละคนจะต้องเป็นจุดศูนย์กลาง แห่ ง ความสนใจของกั น และกั น แน่ น อนที่ สุ ด การให้ ความสนใจแบบนี้ ย่ อ มท� ำ ให้ ม องเห็ น ข้ อ บกพร่ อ ง ของเพื่อนสมาชิกได้อย่างง่ายดาย แต่ต้องเห็นเพื่อนสมาชิก ของเราเป็นบุตรและเจ้าสาวขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่ พระองค์ทรงรักก่อนเลือกและเรียก ความสนใจเป็นการริเริม่ ก่อนเข้าหาผู้ที่ไม่อยากเข้าหา 3. การต้อนรับและรับฟัง การแสดงออกถึงความรัก อีกแบบหนึ่งคือ การต้อนรับและการรับฟัง ซึ่งหมายถึงการ ปลดเปลื้องตนเองจากความกังวลต่าง ๆ จากความสนใจที่ ก�ำลังอยู่เฉพาะหน้า เพื่อสนใจปัญหาของผู้อื่นด้วยการ ต้อนรับและรับฟังอย่างสงบ ไม่ตึงเครียด แต่เป็นกันเอง 4. ความพร้อมที่จะรับใช้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่ ว มมื อ กั น จากการต้ อ นรั บ และรั บ ฟั ง นี่ เ องท� ำ ให้ เ กิ ด ความพร้อมที่จริงใจและกว้างขวาง อันน�ำไปสู่การช่วยเหลือ จากการแลกเปลีย่ นความคิดเห็น ข้อตกลงและประสบการณ์ ไปสู่การร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกและผู้ใหญ่ด้วยความจริงใจ อย่างเต็มที่และเกิดผล 5. การมองโลกในแง่ดี แม้ว่าสภาพสังคมปัจจุบันจะ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่ต้องเศร้าเสียใจ เพราะพระเยซูเจ้ายังคงเหมือนเดิมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวานนี้ หรือวันนี้ พระองค์เป็นบุคคลในสมัยของเรา เจริญชีวิตอยู่ เคียงข้างเราและในเรา ไม่ว่าสถานการณ์ บุคคลและสิ่ง แวดล้อมจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่ต้องหมดความสงบใจหรือ สู ญ เสี ย การมองโลกในแง่ ดี คุ ณ พ่ อ บอสโกต่ อ ต้ า นคนที ่ มองโลกในแง่รา้ ย คนทีช่ อบท้อแท้ซงึ่ มักจะเป็นผูท้ ำ� ลายเสมอ เพราะขาดความกล้าหาญและสติปัญญาในการเสริมสร้าง ท่านเจริญชีวิตถ่ายทอดวิธีการมองโลกในแง่ดีเสมอ 6. ความร่าเริงยินดีแบบคริสตชนและแบบซาเลเซียน ในที่สุด ความรักก็คือ ความยินดีแบบคริสตชนและแบบ ซาเลเซี ย น แม้ ใ นความทุ ก ข์ ย ากล� ำ บาก นั ก บุ ญ เปาโล เปี ่ ย มด้ ว ยความร่ า เริ ง ยิ น ดี ท ่ า มกลางความทุ ก ข์ ร ้ อ น ความร่ า เริ ง เบิ ก บานเป็ น ผลเนื่ อ งมาจากวิ ธี บ� ำ เพ็ ญ ชี วิ ต ฝ่ายจิตแบบซาเลเซียน ความร่าเริงจึงกลายเป็นองค์ประกอบ ส�ำคัญของจิตตารมณ์ครอบครัว และเป็นเงื่อนไขที่จ�ำเป็น เพื่อเสนอแบบอย่างแห่งความศักดิ์สิทธิ์แก่เยาวชน คุณพ่อบอสโกขอร้องให้เราท�ำงานมาก ๆ แต่ใน ความสงบและในความเบิกบาน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็น ความชัว่ ทุกอย่างทีม่ อี ยูใ่ นโลก แต่ไม่เคยวุน่ วายใจ แล้วท�ำไม
โฟ
ค�ำภาวนาเสริมสร้างหมู่คณะ การประทับอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า สร้างความ สามารถในการอยู่ร่วมกันฉันพี่น้องกับคนอื่น ๆ จิตตารมณ์
19
แห่งการภาวนาที่ลึกซึ้งจะกลับกลายเป็นพลังที่จะท�ำให้ ทุ ก คนเห็ น องค์ พ ระผู ้ เ ป็ น เจ้ า ที่ ป ระทั บ อยู ่ ใ นเรา คื อ การแบ่งปันด้วยความกระตือรือร้นและมีความเป็นหนึ่ง ในชีวิตหมู่คณะ การพบปะกับองค์พระผู้เป็นเจ้าเปิดทางแห่งการ พบปะกับเพื่อนสมาชิก ในท�ำนองเดียวกันประสบการณ์แท้ ของชีวติ หมูค่ ณะเป็นเครือ่ งช่วยให้เกิดประสบการณ์สว่ นตัว กับองค์พระผู้เป็นเจ้าและท�ำให้เกิดพลังไปในตัว
20
สรุป วิธีการป้องกัน คือ การได้พบปะกับคนอื่น ๆ เหตุผล = พบปะกับผู้อื่นเพื่อถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรัก = พบปะกับผู้อื่นเพื่อให้ ศาสนา = พบปะกับผู้อื่นในความเชือ่ สิ่ ง ที่ ใ ห้ แ ก่ ห มู ่ ค ณะโดยอาศั ย วิ ธี ก ารป้ อ งกั น คื อ ความเป็นหนึ่งเดียวในหมู่คณะ (จิตตารมณ์แบบครอบครัว) ความเป็ น หนึ่ ง เดี ย วในการบ� ำ เพ็ ญ ชี วิ ต ฝ่ า ยจิ ต (จิตตารมณ์แห่งความเชื่อ ค�ำภาวนา จิตตารมณ์ซาเลเซียน) ความเป็นหนึ่งเดียวในการแพร่ธรรม (การร่วมมือกัน ระหว่างสมาชิกในหมู่คณะ) แต่ความเป็นหนึ่งคือ ความรัก และความรั ก คื อ องค์ พ ระผู ้ เ ป็ น เจ้ า ดั ง นั้ น เคล็ ด ลั บ แห่งผลส�ำเร็จของวิธีการป้องกันจึงได้แก่ การช่วยสมาชิกให้ ด�ำเนินชีวิต และประกอบกิจการเหมือนคุณพ่อบอสโก คือ ไม่ใช่พร้อมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและเพื่อพระองค์เท่านั้น แต่อยู่ในพระองค์เอง
lโดยซิสเตอร์ศรีอุทัย
โสทน
โฟ ม ่ธรร พร ่ายแ ...ฝ กสั
มิติงานธรรมทูต ธมอ. ท่ามกลางเยาวชน กับ 350 ปี มิสซังสยาม...
พระพรพิ เ ศษและพั น ธกิ จ ของคณะธิ ด าแม่ พ ระ องค์ อุ ป ถั ม ภ์ ที่ ไ ด้ ถู ก คิ ด ค้ น ขึ้ น มาจากหั ว ใจของนั ก บุ ญ ผู้ตั้งคณะ กล่าวคือการเป็นเครื่องหมายแห่งความรักที่ทรง ด�ำริขึ้นก่อนของพระเจ้าและความเอื้ออาทรฉันมารดาของ พระมารดามารียอ์ งค์อปุ ถัมภ์ เพือ่ บรรดาเด็กและเยาวชนหญิง ชัน้ สามัญชน โดยเฉพาะอย่างยิง่ ผูท้ ยี่ ากจนกว่า อาศัยภารกิจ การศึกษาอบรมและการส่งเสริมคุณภาพชีวติ ทัง้ ในประเทศ ทีน่ บั ถือคริสตศาสนาแล้ว และในสถานทีร่ อคอยการประกาศ ข่าวดีของพระคริสตเจ้า... ซึ่งเป็นมิติงานธรรมทูตที่เด่นชัด อย่างยิ่งในการประกอบภารกิจท่ามกลางพวกเขา หากจะกล่าวถึงมิติงานธรรมทูต ซึ่งปรากฏอยู่ใน ประวัติศาสตร์ของคณะแล้วตั้งแต่แรกเริ่ม (ธ 75) สืบสาน จิตตารมณ์และภารกิจของคุณพ่อบอสโก (ธ 3) โดยมีคติพจน์
“ขอแต่วิญญาณ สิ่งอื่นไม่ต้องการ” เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นหัวใจแห่งภารกิจการอบรม (ธ 6) ซึ่ง “ก�ำเนิดจาก การริเริ่มของพระบิดาเจ้าเพื่อกอบกู้มนุษยชาติ” (ธ 63) ในความสัมพันธ์เป็นหนึง่ เดียวและร่วมกิจการประกาศข่าวดี ของพระศาสนจักรท้องถิ่น (ธ 64) ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้รับเรียกให้เป็นประจักษ์ พยานท่ามกลางประชากรของพระเจ้า...โดยประกาศข่าวดี แห่งพระวรสาร โดยเฉพาะอย่างยิง่ แก่เยาวชนและพร้อมกับ เยาวชน (ธ 173) และนี่คือภารกิจงานธรรมทูตที่มีชีวิต เป็นเดิมพันของคุณพ่อบอสโก ดังค�ำปฏิญญาของท่านที่ว่า “พ่ อ ได้ สั ญ ญากั บ พระเจ้ า ว่ า จะใช้ ชี วิ ต ทั้ ง หมดจวบจน ลมหายใจสุดท้ายเพื่อเยาวชนที่ยากจนของพ่อ” (ธ 76)
“เยาวชน” เป็นดังแก้วตาดวงใจของคุณพ่อบอสโก และ“เยาวชน”ก็เป็นบุคคลส�ำคัญยิ่งส�ำหรับลูก ๆ ของท่าน เช่นเดียวกัน ดังนัน้ ในมิตงิ านธรรมทูต “เยาวชน” คือผูท้ เี่ รา จะก้าวเข้าไปหา พวกเขาคือ“ผู้เปิดขอบฟ้าใหม่เพื่อให้เรา
21
22
ออกไปประกาศข่ า วดี ทั้งอบรมพวกเขาให้เป็นผู้น�ำและมี วิจารณญาณที่รอบคอบมากยิ่งขึ้นท่ามกลาง การเปลีย่ นแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็วทีส่ ง่ ผลกระทบต่อ ศาสนา เราต้องให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีสว่ นร่วมมากทีส่ ดุ ในชีวิตของพระศาสนจักร เสริมชีวิตชีวาแก่กลุ่มงานรับใช้ ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ให้พวกเขาได้สมั ผัสและมีสว่ นริเริม่ งานธรรมทูตในสังฆมณฑลหรือในสถานที่อื่น ๆ ซึ่งนับเป็น ความงดงามที่จะช่วยให้บรรดาเยาวชนบรรลุวุฒิภาวะทาง ความเชื่อ พร้อมเป็น “ผู้จาริกประกาศความเชื่ อ ” มี ความชื่ น ชมยิ น ดี ที่ จ ะน� ำ พระเยซู เ จ้ า ไปตามท้ อ งถนน ตามสี่แยกและในทุกมุมโลก…เราจึงต้องให้ความส�ำคัญกับ การพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างบูรณาการและต่อเนื่อง” (เทียบ กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในประเทศไทย ค.ศ.2015 ข้อ 21) และนี่เป็นดังหนึ่งหนทางที่เราจะ“เปิดมุมมองใหม่ พร้ อ มกั บ เยาวชน ในการเป็ น ธรรมทู ต แห่ ง ความหวั ง และความยินดี” ตามค�ำเชือ้ เชิญของสมัชชาสามัญครัง้ ที่ 23 ของคณะธิ ด าแม่ พ ระองค์ อุ ป ถั ม ภ์ ในการอยู ่ ท ่ า มกลาง พวกเขา ก้าวเดินไปพร้อมกับพวกเขา เพื่อเข้าใจมากขึ้นถึง ความเป็นของพวกเขา จ�ำเป็นที่เราจะต้องเปิดใจของเรา มองไปยังพวกเขา.. ต้อนรับพวกเขา โดยน้อมรับค�ำสอนขององค์สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ที่ได้ตรัสไว้ในสารวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล 2018 ถึงเยาวชน ในหัวข้อ “พร้อมกับเยาวชน ใหเราประกาศขา วดี
สูปวงชน” (Together with young people, let us bring the Gospel to all) มาใคร่ครวญและไตร่ตรอง พระองค์ ตรัสว่า “เยาวชนที่รัก ปจจุบันนี้ ทุกอยางสามารถเชื่อมโยง กันไดห มด แมจ ะอยูป ลายสุดของแผน ดินโลก โลกแหงดิจติ ลั และโซเชยี ล เน็ ต เวิ ร ค แพร ห ลายไปทั่ ว ทุ ก หั ว ระแหง และมีใหใชได้ทั่วไป ทําใหแผนดินในโลกไรพรมแดนยน ระยะทาง และลดความแตกตาง ทุกอยางดูเหมือนเห็น ไดใกลและรวดเร็วทันใจ กระนั้นก็ดี มันก็ยังขาดของขวัญ อั น จริ ง ใจแห ง ชี วิ ต ทั้ ง ๆ ที่ เ ราสามารถติ ด ต อ กั บ ผู ค น นับไมถวน แตเราไมเคยพูดคุยแบงปนชีวิตที่แทจริงของเรา การมี ส ว นร ว มและแบ ง ป น กั น ในพั น ธกิ จ ไปจนสุ ด ปลาย แผนดินนั้น เรียกรองการมอบตนเองเพื่อกระแสเรียกที่ พระเจาทรงใหเรามาอยูในโลกนี้ กระแสเรียกที่พระองค ทรงเลือกไวที่จะมอบใหเรา (เทียบ ลก 9:23-25) พอกลาพูด ไดวา สําหรับเยาวชน ชายหรือหญิงผูห นึง่ ทีป่ รารถนาทีจ่ ะติดตาม พระคริสตเจา สิ่งสําคัญที่สุดคือการแสวงหา การคนพบ
โฟ ม ่ธรร พร ่ายแ ...ฝ กสั
และความพากเพียรอดทนตอกระแสเรียกของตน…” (ข้อที่ 6) นอกจากนี้ องค์สมเด็จพระสันตะปาฟรังซิส ยังได้ตรัสถึงหน้าทีข่ องเยาวชนทีพ่ วกเขาต้องตระหนัก และเราเองในฐานะผูอ้ บรมก็ตอ้ งตระหนักด้วยเช่นกัน “...โดยทางศีลลางบาปพวกทานไดกลายเปน สมาชิกของพระศาสนจักร เราไดร บั พันธกิจใหน าํ ขา วดี ไปใหกับทุกคน พวกทานอยูในจุดเริ่มตนของชีวิตเพื่อ เติบโต ในพระหรรษทานแหงความเชื่อที่เราไดรับ ผานทางศีลศักดิ์สิทธิ์ตาง ๆ ของพระศาสนจักร จะ ผลักดันเราเขา ไปในกระแสแหงการเปนประจักษพยาน ที่ สื บ ต อ มารุ น แล ว รุ ่ น เล า ช ว ยให ป รี ช าญาณ และประสบการณของผูส งู อายุกุ ลายเปนประจักษพยาน และเปนกําลังใจใหกับผูที่กําลังมุงสูอนาคตดวยความ สดใหม และความกระตื อ รื อ ร น ของเยาวชน จะทํ า ให พ วกเขากลายเป น แหล ง สนั บ สนุ น และความหวังของกลุมผูที่เปนไมใกลฝงแลว โดยการ ผสมผสานกั น ระหว า งผู มี ช ว งชี วิ ต ที่ แ ตกต า งกั น นี้ พันธกิจของพระศาสนจักรก็จะสามารถเชื่อมโยงจาก คนรุน หนึง่ ไปยังคนรุน ตอ ๆ ไปไดอ ยา งตอ เนือ่ ง ความเชือ่ ในพระเจ า ของเรา และความรั ก ต อ เพื่ อ นพี่ น อ ง เป น แหล ง ของความเป น หนึ่ ง เดี ย วกั น อย า งลึ ก ซึ้ ง การถายทอดความเชื่อนี้ เปนหัวใจของพันธกิจของ
พระศาสนจักรเกิดขึ้น ดวยการแพรกระจายเชื้อแหง ความรัก และดวยเชื้อแหงความรักนี้ ก็กลายเปนความ ชืน่ ชมยินดี และความกระตือรือรน ทีช่ ว ยเติมเต็มและทําใหช วี ติ มีความหมายแบบใหม การเผยแผความเชื่อ “ดวยการดึงดูด ความสนใจ”เรียกรอ งใหห วั ใจเปดออกและขยายออก ดว ยความรัก เป น ไปไม ไ ด ห รอกที่ จ ะกํ า หนดขอบเขตของความรั ก เพราะ ความรั ก แข็ ง แรงเหมื อ นความตาย (เที ย บ พซม 8:6) การแพรก ระจายเชือ้ แหง ความรักนีจ้ ะกอ ใหเ กิดการพบปะ การเปน ประจักษพยาน และการประกาศ อีกทัง้ ยังกอใหเกิดการแบง ปนกัน ดว ยความรักและความเมตตากับทุกคนทีอ่ ยห ู า งไกลจากความเชือ่ ผู เ ฉยชาต อ ความเชื่ อ และบางที ผู ที่ เ ป น แม ก ระทั่ ง เป น ศั ต รู และตอตานความเชื่อ…” (ข้อ 5) จากพระด�ำรัสของพระสันตะปาปาฟรังซิสนี้ ช่วยเราให้ ตระหนักมากขึ้นถึงหน้าที่ของการเป็นประจักษ์พยานชีวิตแห่ง ความเชือ่ ทีล่ กึ ซึง้ และเปีย่ มด้วยความกระตือรือร้น ทัง้ จะช่วยเราให้ สามารถเป็นเพื่อนร่วมทางของบรรดาเยาวชนได้อย่างแท้จริง ในขณะที่ พ ระศาสนจั ก รประเทศไทยเตรี ย มฉลอง 350 ปี แห่งการสถาปนามิสซังสยาม เป็นโอกาสอันงดงามทีเ่ ราจะร่วมกัน ขอบพระคุณพระเจ้าผูป้ ระทานพระพรแห่งความรอดพ้น และ“เปิด มุมมองใหม่ พร้อมกับเยาวชนในการเป็นธรรมทูตแห่งความหวัง และความยินดี” ตามที่สมัชชาของคณะได้ปลุกใจเราให้มีความ กระตือรือร้นแบบธรรมทูตดังสมัยแรกเริม่ ทีม่ อร์เนเซ เพือ่ เราทุกคน จะเป็น “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวติ ประกาศข่าวดีใหม่” อย่างแท้จริง
23
ชีวิตจิตของพระนางมารีย์
พระพักตร์ของ...สตรี แห่ง
“ความสุขแท้จริง” l
24 “ผูม้ ใี จยากจนย่อมเป็นสุข”พระเยซูเจ้าทรงปรารถนา ที่จะเริ่มบทเทศนาแรกของพระองค์ในรูปแบบของบทกวี (มธ 5-7) ทรงร่วมยินดีกบั ผูท้ ี่ “จะได้เข้าสูอ่ าณาจักรสวรรค์” ขับร้องสรรเสริญความงดงามและความยินดีแห่งการเป็นบุตร ของพระเจ้า นับเป็นเวลาแห่งการชี้แนะ ที่พระองค์ทรงอธิบายถึง ลักษณะของสานุศิษย์ในอุดมคติที่ทรงมีอยู่ในพระทัยของ พระองค์ ทรงแสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะเฉพาะที่พระองค์ ทรงปรารถนาเห็นในบรรดาคริสตชน ทว่าคริสตชนดังที ่ พระคริสตเจ้าทรงคาดหวังนัน้ จะเป็นเช่นใดเล่า หากไม่ใช่เป็น “...ภาพลักษณ์ของพระคริสตเจ้า” (โรม 8:29) มีความงามอื่นใด ทีผ่ ตู้ ดิ ตามพระคริสตเจ้าจะสามารถโอ้อวดได้ ถ้าไม่ใช่การท�ำ
โดย Maria Ko Ha Fong fma Piccolina-Hung ถอดความ เก็บเบี้ยรายทาง... เรียบเรียง
ตนให้ละม้ายคล้ายกับพระองค์ พระคริสตเจ้าทรงเผยพระ พักตร์ของพระองค์เองผ่านทางโฉมหน้าของบรรดาสานุศษิ ย์ ของพระองค์ “ค� ำ สอนพระศาสนจั ก รคาทอลิ ก ” ได้ ร ะบุ ถึ ง “ความสุขแท้จริง 8 ประการ” ไว้อย่างชัดเจนดังนี้ ความสุ ข แท้ จ ริ ง นั้ น วาดภาพพระพั ก ตร์ ข อง พระเยซู ค ริ ส ตเจ้ า และบรรยายถึ ง ความรั ก ของพระองค์ ความสุขแท้จริงนัน้ แสดงถึงกระแสเรียกของสัตบุรษุ ทีส่ มั พันธ์ กั บ พระสิ ริ แ ห่ ง พระมหาทรมานและการกลั บ เป็ น ขึ้ น มา ของพระองค์ ให้ความกระจ่างในกิจการและทัศนคติที่มี ลักษณะพิเศษของชีวติ คริสตชน เป็นค�ำมัน่ สัญญาทีด่ เู หมือน ขัดแย้งกันในตัวเอง แต่ในการเบียดเบียนนั้นก็ก่อให้เกิด ความหวั ง ความสุ ข แท้ จ ริ ง นั้ น ป่ า วประกาศค� ำ อวยพร และรางวัล ซึ่งบรรดาสาวกได้ลิ้มรสแล้ว แม้ไม่ชัดแจ้งแต่ก็ มั่นคง เป็นการเบิกฤกษ์ในชีวิตของพระนางพรหมจารีมารีย์ และบรรดานักบุญทั้งหลาย (ข้อ 1717) ดังนั้น ใน“ความสุขแท้จริง”นั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึง ภาพลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ของพระพักตร์พระคริสตเจ้า กับโฉมหน้าบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ แม้จะต่างเวลา ต่างเชื้อชาติ ต่างวิถีชีวิต และต่างรูปแบบของความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดนี้ได้ สะท้ อ นถึ ง ความงดงามอั น เดี ย วกั น ในบรรดาโฉมหน้ า ทั้งหลายนี้ ความงดงามของพระนางมารีย์ผู้ซึ่งมีพระพักตร์ ที่ใกล้เคียงและคล้ายคลึงพระบุตรของพระองค์เป็นพิเศษ พระนางมารียเ์ ป็นผูท้ เี่ หมาะสมอย่างยิง่ กับสถานะของ "ผู้ที่ได้รับพระพร" บุคคลแรกที่ได้ประกาศว่าพระนางมารีย์ เป็นผูไ้ ด้รบั พระพรคือนางเอลิซาเบธ "เธอได้รบั พระพรยิง่ กว่า หญิงใด ๆ .... เธอเป็นสุขทีเ่ ชือ่ ว่า พระวาจาทีพ่ ระเจ้าตรัสแก่ เธอไว้จะเป็นจริง” (ลก 1: 42-45) การประกาศครัง้ ทีส่ องนัน้ ออกมาจากปากของหญิงคนหนึง่ ทีห่ ลังจากได้ฟงั พระเยซูเจ้า ตรัสสอน “สตรีผู้หนึ่งร้องขึ้นในหมู่ประชาชนว่า หญิงที่ให้ ก�ำเนิดและให้นมเลีย้ งท่านช่างเป็นสุขจริงหนอ” (ลก 11: 27)
การอ้างอิงนี้ แม้จะกล่าวเป็นนัยถึงพระนางมารีย์ ก็ตาม ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงถือโอกาสนี้ยกย่องพระมารดาของ พระองค์ ค�ำตอบของพระองค์ที่ว่า "เป็นบุญของผู้ที่ฟัง พระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตาม" พระองค์ให้ความ ส�ำคัญกับความสุขทีแ่ ท้จริงและลึกซึง้ ทีส่ ดุ ของพระนางมารีย์ ซึง่ ท่าทีในการฟังและการไตร่ตรองของพระนางนัน้ เรียบง่าย และสม�่ำเสมอ ให้เรามาดูกันว่าพระพักตร์ของพระนางมารีย์ปรากฏ ใน“ความสุขแท้จริง”ที่พระเยซูได้ทรงเทศน์สอนบนภูเขา อย่างไรบ้าง? - ผูม้ ใี จยากจน ย่อมเป็นสุข ในบทเพลง “มักญีฟกี ตั ” พระนางมารีย์ผู้รับใช้ที่ต�่ำต้อยผู้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระท�ำ สิง่ มหัศจรรย์ พระองค์ได้กำ� หนดคุณลักษณะเฉพาะของ“ผูม้ ใี จ ยากจน” ไว้ทกุ ครัง้ ตามพระด�ำริของพระเจ้า «พระนางมารีย์ เป็นผู้ที่อยู่เหนือ “ผู้ต�่ำต้อย” และ “ผู้ยากจนทั้งหลายของ พระเจ้า” ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะได้รับความรอดพ้น» (Lumen Gentium 55) ความว่างเปล่าในตัวเอง การเปิดกว้าง และความ พร้ อ มเสมอของพระนาง ท� ำ ให้ พ ระนางเต็ ม เปี ่ ย มด้ ว ย “พระหรรษทาน” และสมควรทีจ่ ะ “ได้รบั พระพรในทุกยุค ทุกสมัย” - ผูเ้ ป็นทุกข์โศกเศร้า ย่อมเป็นสุข พระนางมารีย์ มารดาผูเ้ จ็บปวดและทรมาน ได้ลมิ้ รสความเจ็บปวดจากดาบ ที่ทิ่มแทงดวงหทัยของพระนางจนกระทั่งถึงเชิงกางเขน ทรงได้รบั ความทุกข์ทรมานอย่างมากพร้อมกับพระบุตรของ พระนาง พระนางทรงล่วงรูถ้ งึ ธรรมล�ำ้ ลึกแห่งการสิน้ พระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระบุตร พระนางเป็น ผู้ปลอบโยนและเป็นผู้ปลอบโยนของผู้ที่อยู่ในความทุกข์ ทรมานทั้งหลาย - ผู้มีใจอ่อนโยน ย่อมเป็นสุข ผู ้ ที่ อ ยู ่ เ คี ย งข้ า ง พระเยซูเจ้าคือ ผู้ที่มี “ใจสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน” (มธ 11: 29) พระนางมารีย์เองปรากฏในพระวรสาร เป็นดัง มารดาทีอ่ อ่ นโยน ใจดี รอบคอบ ละเอียดอ่อน เราได้ประกาศ เรื่องนี้เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วผ่านทางบท “วันทา พระราชินี” ว่า “ข้าแต่พระแม่ผู้เมตตากรุณา พระแม่ ผู้โอบอ้อมอารี มารีย์พรหมจารีผู้มีพระทัยอ่อนโยน” - ผูห้ วิ กระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข พระนาง มารียไ์ ด้ทรงด�ำเนินชีวติ อย่างเข้มข้นจริงจังเสมอในการท�ำให้ แผนการของพระเจ้ า ที่ มี ต ่ อ พระนางและต่ อ โลกทั้ ง มวล โดยผ่านทางพระนางส�ำเร็จไป แม้ว่าบ่อยครั้งไม่สามารถ
เข้ า ใจแผนการนี้ ไ ด้ พระนางได้ด�ำเนินชีวิตใน “การจาริกแห่งความเชือ่ ” ด้วย ความปรารถนาที่จะปฏิบัติตามพ ระประสงค์ของพระเจ้าให้ดียิ่งขึ้น - ผู ้ มี ใ จเมตตา ย่ อ มเป็ น สุ ข การตระหนักว่าพระนางมารีย์เป็นมารดา แห่งความเมตตา คือความเชื่อดั้งเดิมที่ยังคง ด�ำเนิน ต่อไปในพระศาสนจักร ดังที่ Dante ได้ กล่าวสรุปเรื่องสวรรค์ ผ่านทางบทภาวนาของ นักบุญเบอร์นาร์ดแด่พระนางมารีย์ว่า “ในพระนาง คื อ ความเมตตา ในพระนางคื อ ความชื่ น ชมยิ น ดี ในพระนางคือความงามสง่า และความดีทงั้ หลายทัง้ มวล ที่สิ่งสร้างมีอยู่ในพระนาง” - ผูม้ ใี จบริสทุ ธิ์ ย่อมเป็นสุข พระนางมารีย์ทรงเป็น ผู ้ ที่ บ ริ สุ ท ธิ์ ที่ สุ ด ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ แ ละปราศจากมลทิ น บาป ในพระนางความงามและความบริ สุ ท ธิ์ แ รกเริ่ ม ของ มนุษยชาติถูกน�ำกลับมา พระนางมารีย์ได้แสดงให้เห็นถึง ศักดิ์ศรีและกระแสเรียกของมนุษย์ในโครงการแรกเริ่มของ พระเจ้าเมื่อครั้งสร้างโลก สิ่งซึ่งอาดัมและเอวาควรต้อง กระท� ำ ให้ ส� ำ เร็ จ นั้ น บั ด นี้ เ ปล่ ง แสงสว่ า งสุ ก ใสบริ สุ ท ธิ ์ ในพระนาง - ผูส้ ร้างสันติ ย่อมเป็นสุข พระนางมารีย์ทรงเป็น คนกลางและราชินีแห่งสันติภาพ เอกสารสังคายนาวาติกัน ที่ ส อง ได้ ม อบฝาก "การภาวนาวิ ง วอน” ต่ อ พระนาง เพือ่ ให้ “ทุกครอบครัวของชนชาติทงั้ หลาย... ด�ำรงอยูใ่ นสันติ และความปรองดอง เพื่ อ จะได้ มี ค วามสุ ข เป็ น อั น หนึ่ ง อันเดียวกันในหมู่ประชากรของพระเจ้า" (Lumen Gentium 69) - ผู้ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข พระนางมารีย์ด�ำเนินชีวิตแห่งบุญลาภของผู้ที่ ถู ก ข่ ม เหง โดยรั บ ความทุ ก ข์ ท รมานแสนสาหั ส ร่ ว มกั บ พระเยซู เ จ้ า และทรงถวายเป็ น เครื่ อ งบู ช าแด่ พ ระบิ ด า พระนางทรงเป็ น ราชิ นี แ ห่ ง มรณสั ก ขี เป็ น พละก� ำ ลั ง และความช่วยเหลือของผูท้ ที่ นทุกข์กบั พระบุตรของพระนาง ทีส่ ดุ พระนางมารียเ์ องทรงมีความรูส้ กึ ถึงการเป็น “ผูม้ ี ความสุ ข แท้ ” ที่ เ ปี ่ ย มด้ ว ยความยิ น ดี แ ละความรั ก พระนางได้ ขั บ ร้ อ งสรรเสริ ญ พระเจ้ า ในบทเพลง “มักญีฟกี ตั ” ว่า “ตัง้ แต่นไี้ ปชนทุกสมัยจะกล่าวว่า ข้าพเจ้า เป็นสุข” (ลก 1:48)
25
ส วั ส ดี พี่ น ้ อ ง ที่ รั ก ท่ า มกลางการเปลี่ ย นแปลงทาง สังคมอย่างรวดเร็วที่ส่งผลกระทบต่อศาสนา กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักร เรียกร้องให้ คริสตชนฆราวาสได้รับการอบรมด้านความเชื่อ ทั้งในด้าน ความรู้ การด�ำเนินชีวิต และการปฏิบัติพันธกิจเพื่อประกาศ ความดี ให้มีความรู้ มีทักษะด้านพระคัมภีร์ ด้านค�ำสอน และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิต และการสร้างประสบการณ์ แห่งการพบกับพระเยซูเจ้า โดยให้ความส�ำคัญกับการพัฒนา เด็กและเยาวชนอย่างบูรณาการและต่อเนื่อง อาศัยความ ร่วมมืออย่างใกล้ชดิ ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน ฯลฯ (กฤษฎีกา สมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย คริสตศักราช 2015 ข้อ 21) เราจึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษใน การสร้างประสบการณ์แห่งความเชื่อทั้งในระดับส่วนตัว และระดับหมูค่ ณะ โดยเปิดโอกาสให้ความไว้วางใจและมัน่ ใจ ในศั ก ยภาพเยาวชนที่ จ ะเป็ น ผู ้ ป ระกาศข่ า วดี แ ก่ เ พื่ อ น และเชิญชวนทุกคนเข้ามามีส่วนในชีวิตของพระศาสนจักร ยกระดับความเชือ่ สูว่ ฒ ุ ภิ าวะแห่งการเป็นประจักษ์พยานด้วย ชีวติ ตามแบบอย่างของพระอาจารย์เจ้าด้วยการรักผูอ้ นื่ ก่อน
26
ดังนั้นเพื่อยกระดับความเชื่อของเราในการเรียนรู้จัก พระเยซู เ จ้ า เข้ า ใจถึ ง ความรั ก ของพระองค์ ผ ่ า นทาง พระคัมภีร์ และตอบรับความรักด้วยความเชื่อที่เข้มแข็งใน การเป็น “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่” แก่ เพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างเรา ระเบียงค�ำสอนฉบับนี้จึงขอ น� ำ ท่ า นสู ่ ก ารทบทวนเพื่ อ ท� ำ ความรู ้ จั ก กั บ ค� ำ สอน พระศาสนจักรคาทอลิก (Catechism of the Catholic Church) นักบุญพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ได้ทรง รั บ รองหนั ง สื อ ค� ำ สอนพระศาสนจั ก รคาทอลิ ก เล่ ม นี้ ใ น พระสมณสมัยของพระองค์ และได้ประทานหนังสือค�ำสอน พระศาสนจักรคาทอลิกแก่สตั บุรษุ คาทอลิก และทุกคนทัว่ โลก ในวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ.1992 เพื่อจะได้เป็นค�ำสอนที ่ ก่อให้เกิดความเชื่อคาทอลิกที่มีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง ค�ำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก แบ่งออกเป็นสี่ภาค มีทั้งหมด 2865 ข้อ ภาคทีห่ นึง่ การประกาศยืนยันความเชือ่ (ข้อ 1-1065) ภาคทีส่ อง การเฉลิมฉลองธรรมล�ำ้ ลึกของพระคริสตเจ้า (ข้อ 1066-1690) ภาคที่สาม ชีวิตในพระคริสตเจ้า (ข้อ 1691-2557) ภาคที่สี่ การภาวนาของคริสตชน (ข้อ 2558-2865)
ต่อมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 16 ทรง ประกาศรั บ รองและจั ด พิ ม พ์ ห นั ง สื อ ประมวลค� ำ สอน พระศาสนจักรคาทอลิก เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 2005 (Comprendium Catedhism of the Catholic Church) (ฉบับ ค.ศ. 1992) จาก 2865 ข้อ เป็น 598 ข้อ เพื่อช่วยให้ น่าสนใจอ่านให้ครบสมบูรณ์มากขึ้น เป็นลักษณะถาม-ตอบ เพื่อให้ค้นพบความจริงแห่งความเชื่อและช่วยจดจ�ำง่ายขึ้น บรรจุ ป ั จ จั ย ที่ ส� ำ คั ญ และที่ เ ป็ น รากฐานความเชื่ อ ของ พระศาสนจักรแบบสั้นแต่จุใจความ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตาม ความปรารถนาของผู้ทรงด�ำรงต�ำแหน่งก่อนพระองค์ท่าน ซึ่งเปิดโอกาสให้บรรดาทั้งผู้ที่เชื่อและผู้ท่ีไม่เชื่อ ได้มองเห็น ภาพรวมร่วมกันในความเชื่อคาทอลิก และเพื่อให้เกิดการ ตื่นตัวใหม่ในสหัสวรรษที่สามนี้ ในการรื้อฟื้นหน้าที่การ ประกาศพระวรสาร และท�ำให้การศึกษาเรือ่ งความเชือ่ กลับมี ความส�ำคัญและจ�ำเป็นขึน้ อีกครัง้ ไม่วา่ เขาจะอายุเท่าไรหรือ สั ญ ชาติ ใ ดก็ ต าม แต่ ล ะบุ ค คลสามารถที่ ไ ด้ รั บ รู ้ อี ก ครั้ ง และตักตวงความรู้และเข้าใจมากยิ่งขึ้น เป็นหนึ่งเดียวกัน และความเป็นจริงแห่งพระพรอันประเสริฐทีพ่ ระเจ้าประทาน แก่ ม นุ ษ ยชาติ คื อ พระบุ ต รแต่ เ พี ย งพระองค์ เ ดี ย วของ พระองค์ พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเป็น “หนทาง ความจริง
และชีวิต” (ยน 14:6) จากค�ำถามข้อ 11 ว่า ท�ำไม ต้องถ่ายทอดการเผยแสดงของ พระผู้เป็นเจ้าและด้วยวิธีใด ค� ำ ตอบ พระผู ้ เ ป็ น เจ้ า ทรงมี พระประสงค์ให้มนุษย์ทุกคนได้รับความ รอดพ้นและเข้าถึงการรู้ความจริงอันสมบูรณ์ (1ทธ 2:4) คือพระเยซูคริสตเจ้า เพราะเหตุน ี้ จึ ง จ� ำ เป็ น ต้ อ งมี ก ารประกาศถึ ง พระคริ ส ตเจ้ า แก่มนุษย์ทกุ คนตามพระบัญชาของพระองค์วา่ “ท่าน ทั้งหลายจงไปสัง่ สอนนานาชาติ” (มธ 28:19 ) การนี ้ เป็นจริงขึ้นมาพร้ อ มกั บ ธรรมประเพณี ข องอั ค รสาวก คือการถ่ายทอดสารของพระคริสตเจ้านับตั้งแต่แรกเริ่ม ของคริสตศาสนา โดยผ่านทางการเทศน์สอน การเป็น ประจักษ์พยาน การสถาปนา คารวกิจ งานเขียนที่ได้รับ การดลใจ บรรดาสาวกถ่ายทอดทุกสิ่งที่พวกท่านได้รับจาก พระคริสตเจ้า ธรรมประเพณีของอัครสาวกพบได้ด้วยสองวิธีคือ โดยการถ่ายทอดพระวาจาของพระเป็นเจ้าอย่างมีชีวิตชีวา และโดยทางพระคัมภีร์ บรรดาสาวกได้มอบความเชื่อนี้ แก่ พ ระศาสนจั ก รทั้ ง ครบ อาศั ย ส� ำ นึ ก เหนื อ ธรรมชาติ ในความเชือ่ ประชากรของพระเจ้า โดยอาศัยความช่วยเหลือ จากพระจิ ต และการชี้ น� ำ จากอ� ำ นาจค� ำ สั่ ง สอนของ พระศาสนจักร อ�ำนาจของการอธิบายมรดกแห่งความเชือ่ ได้ มอบไว้แก่อ�ำนาจการสั่งสอนของพระศาสนจักรแต่เพียง ผู้เดียวเท่านั้น คือมอบหมายแก่ผู้สืบต�ำแหน่งของนักบุญ เปโตร พระสังฆราชแห่งกรุงโรม และบรรดาพระสังฆราช ในความเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ท่าน พระคัมภีร์ ธรรมประเพณี และอ�ำนาจการสั่งสอน ของพระศาสนจักร สัมพันธ์เป็นหนึง่ เดียวกันอย่างแนบแน่น ไม่สามารถแยกจากกันได้ พระคัมภีรส์ อนความจริง เพราะพระผูเ้ ป็นเจ้าทรงเป็น ผู้นิพนธ์ พระจิตเจ้าทรงดลใจผู้แต่งที่เป็นมนุษย์ ให้พวกเขา เขียนสิง่ ทีพ่ ระองค์ทรงปรารถนาจะสอนเรา พระคัมภีรจ์ งึ ได้ รั บ การดลใจ และการสอนความจริ ง ซึ่ ง จ� ำ เป็ น ส� ำ หรั บ ความรอดพ้นของเราโดยปราศจากความผิดพลาด พระคัมภีร์ จะต้ อ งถู ก อ่ า นและตี ค วามด้ ว ยความช่ ว ยเหลื อ จาก พระจิ ต เจ้ า และภายใต้ ก ารชี้ น� ำ ของอ� ำ นาจการสอน ของพระศาสนจักรตามบรรทัดฐาน 3 เกณฑ์ คือ 1. ต้องอ่าน
27
ด้ ว ยความตั้ ง ใจต่ อ เนื้ อ หา และเอกภาพของพระคั ม ภี ร ์ ทั้ ง เล่ ม 2. ต้องอ่านตามธรรมประเพณีอันทรงชีวิตของ พระศาสนจักร 3. ต้องอ่านด้วยความใส่ใจในอุปมานแห่ง ความเชื่อ สารบบในพระคั ม ภี ร ์ คื อ รายการหนั ง สื อ ทั้ ง ครบ ของพระคัมภีร์ เป็นธรรมประเพณีที่สืบมาจากอัครสาวกที่ พระศาสนจักรยอมรับนั้น ประกอบด้วยข้อเขียน 46 เล่ม ในพั น ธสั ญ ญาเดิ ม (Old Testament) และ 27 เล่ ม ใน พันธสัญญาใหม่ (New Testament) พระคัมภีร์ค�้ำจุน และเป็นพลังแห่งชีวติ ของพระศาสนจักร เป็นพละก�ำลังแห่ง ความเชื่อ เป็นอาหารและท่อธารแก่ชีวิตฝ่ายจิต ส�ำหรับ บรรดาบุตรของพระศาสนจักร เป็นวิญญาณของเทววิทยา และศาสนบริ ก ารด้ า นการเทศน์ ส อน บทเพลงสดุ ดี กล่าวไว้ว่า “พระวาจาของพระองค์เป็นโคมส่องสว่างทาง ของข้ า พเจ้ า เป็ น แสงสว่ า งส่ อ งทางเดิ น ให้ ข ้ า พเจ้ า " สดด (109:105) พระศาสนจักรเตือนให้มกี ารอ่านพระคัมภีร์
28
บ่อย ๆ เพราะ “การไม่รู้จักพระคัมภีร์ ก็เป็นการไม่รู้จัก พระคริสตเจ้า” (นักบุญเยโรม) ในโอกาสเตรียมฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม พวกเรา ส�ำนึกในบุญคุณที่บรรดาธรรมทูตที่มาในประเทศไทยได้ หว่านเมล็ดพันธุแ์ ห่งความเชือ่ ลงในแผ่นดินทองของเรา บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราแต่ละคนจะได้เป็นธรรมทูตเช่นเดียวกับ ท่านเหล่านั้นในการสานต่อความเชื่อและเป็นต้นในการ ประกาศข่ า วดี แ บบใหม่ ที่ พ ระศาสนจั ก รได้ เ ชิ ญ ชวน เราแต่ละคน ในการหันกลับไปยังรากเหง้าแห่งความเชื่อ และที่สุดเราจะเอาอะไรไปประกาศไม่ได้นอกจากพระวาจา ของพระองค์ที่ทรงคุณค่าต่อชีวิต เชิญชวนเราหันกลับมา ศึกษาพระคัมภีร ์ ค�ำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกอย่างจริงจัง เพื่อเราจะได้เป็นพยานด้วยชีวิตในการประกาศข่าวดีใหม่ ทุกวัน ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน
l
โดยรัฏฏิการ์ สุทธิรัตนากร
บทเรียนชีวิต...จากภารกิจถ�้ำหลวง
ในทุกวิกฤต.....ย่อมมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ เราประสบปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เราอาจจะมีช่วงเวลา ที่รู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง หากเรามองภาพในมุมลบ อะไร ๆ ก็ดเู ลวร้ายไปซะหมด แต่ในทางกลับกัน หากเราท�ำใจยอมรับ ในสิ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น กล้ า เผชิ ญ หน้ า กั บ ปั ญ หา ปรั บ มุ ม มอง และทัศนคติให้เป็นพลัง เชื่อว่าเราอาจมองเห็นหนทาง และประโยชน์หลายอย่างซ่อนอยู่ในอุปสรรคนั้น ๆ เพราะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นประสบการณ์และบทเรียนของชีวิต ในวันข้างหน้า
เมื่อไม่นานมานี้มีเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นที่สนใจของสื่อ ทัง้ ในประเทศและต่างประเทศทัว่ โลก เชือ่ ว่าเราทุกคนยังจ�ำ ได้ดีนั่นคือ เหตุการณ์เด็กนักเรียน และโค้ชรวม 13 ชีวิตติด อยู่ในถ�้ำหลวง เหตุการณ์นั้นสะท้อนให้เราเห็นโอกาสแบบ
ไหนกัน? ดูเป็นแค่เหตุการณ์ทเี่ ด็ก ๆ เหล่านัน้ ต้องถูกว่ากล่าว ตักเตือนเพียงอย่างเดียวหรือไม่? หากว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์โดยตรง จะแค่รบั รูร้ บั ฟังข่าวสารแล้วปล่อยผ่าน ไปเฉย ๆ ได้จริงหรือ? ย้อนรอยจากเหตุการณ์นักฟุตบอลเด็กอายุ 11-16 ปี ทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนพร้อมโค้ช ติดอยู่ในถ�้ำหลวงขุนน�ำ้ นางนอนมานานกว่า 2 สัปดาห์ ตัง้ แต่วนั ที่ 23 มิถนุ ายน 2561 และเริม่ คลีค่ ลายลงเมือ่ ทีมกูภ้ ยั สามารถพาเด็กชุดหนึง่ ออกนอกถ�ำ้ ได้สำ� เร็จ ซึง่ ภารกิจสุดโหดนีไ้ ด้รบั ความร่วมมือกัน ของเจ้าหน้าทีท่ กุ ฝ่าย ทัง้ ในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้ เวลานานร่ ว ม 17 วั น จึ ง สามารถน� ำ สมาชิ ก ที ม หมู ป ่ า ทั้ง13 คน ออกจากถ�้ำได้ส�ำเร็จ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็น เรื่องร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กและครอบครัวผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อ มองในภาพรวมเราก็เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ท�ำให้เกิดเรื่องดี มากมายที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยของเรา
29
วางแผนอย่างบูรณาการ ใช้ฐานแห่งบทเรียนทีม่ เี ป็น ทางต่อยอด
นอกจากการท�ำงานอย่างบูรณาการแล้ว ประเทศไทย ควรมีการวางแผนเชิงนโยบายในอนาคตให้มากขึ้น การ วางแผนและก�ำหนดนโยบายตลอดจนแนวทางการด�ำเนินงาน ในอนาคต ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะคาดคะเนหรือพยากรณ์ เหตุ ก ารณ์ อ ย่ า งใดอย่ า งหนึ่ ง ที่ อ าจจะเกิ ด ขึ้ น ในอนาคต ต้องอิงพื้นฐานข้อมูลและข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัย รวมถึง องค์ความรู้ที่มีอยู่และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อใช้ใน บทเรียนถ�ำ้ หลวง สะท้อนวิธคิ ดิ ของไทยในการรับมือ การศึกษาความเป็นไปได้ทงั้ ทีพ่ งึ ประสงค์และไม่พงึ ประสงค์ กับภัยพิบัติ เพื่อที่จะสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ นับว่าเป็นข่าวดีที่ทั้ง 13 ชีวิตนั้นรอดปลอดภัย แม้ว่า สามารถเกิดขึน้ ได้ ไม่ใช่รอให้เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึน้ ก่อน จะต้องประสบภัยในถ�้ำยาวนานกว่า 10 วัน ทว่าเหตุการณ์ ครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนต่อการจัดการ ซึ่งใน ถึงเวลาแล้ว ที่ไทยควรบรรจุการป้องกันตัวจากภัย อนาคตจะต้องมีมาตรการปรับปรุงต่อไป นั่นก็คือ มีความ ต่าง ๆ ในแบบเรียน ไม่ พ ร้ อ มในการรั บ มื อ กั บ เหตุ ก ารณ์ ไ ม่ ค าดคิ ด ของ ท้ายที่สุด การที่เด็กๆ และโค้ชทั้ง 13 ชีวิต ได้เลือกที่ ประเทศไทย รวมทั้งได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือต่าง ๆ ที่ จะเข้าไปในถ�้ำหลวง ซึ่งเป็นถ�้ำที่มีความลึก มีความซับซ้อน ยังไม่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีของหน่วยงาน และเข้าไปในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนัก สามารถก่อให้เกิด ต่าง ๆ ก่อนการเกิดเหตุ น�ำ้ ท่วมในถ�ำ้ ได้ตลอดเวลา จนกลายเป็นผูป้ ระสบภัยหลาย ๆ คน
ใต้เสียงชื่นชม ใต้ทีมเวิร์ก คือโอกาสแห่งการเรียนรู้
30
จริงอยู่ที่ว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 13 ชีวิตใน ครัง้ นีอ้ าจจะไม่ประสบความส�ำเร็จ หากไม่มคี วามร่วมมือใน การกู้ภัยช่วยเหลือกันเป็นทีมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นักวิชาการหลายแขนง ทหาร ต�ำรวจ และจิตอาสา ทั้งหลาย อีกทั้งยังต้องขอชื่นชมท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงรายที่มีความสามารถในการบริหารงานและบัญชาการ ได้อย่างดีเยีย่ ม แต่วา่ การท�ำงานกันเป็นทีมนัน้ ไม่ควรเริม่ หลัง จากภัยพิบัติได้เกิดแล้ว ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้อง ท�ำงานร่วมกันอยู่ตลอดเวลา ต้องมีการแบ่งปันข้อมูลที่ เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลทางด้านแผนที่ ข้อมูลจากผู้ที่มีความ เชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องถ�้ำ หรือข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในสถานที่ต่าง ๆ ให้กันและกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่าง ๆ ได้ อย่างเต็มที่ และสามารถติดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว ทีส่ ดุ เมือ่ เกิดภัยพิบตั ิ ไม่ใช่เพียงการรอผูม้ อี ำ� นาจมาตัดสินใจ ให้เพียงฝ่ายเดียว เพราะอาจจะล่าช้าไม่ทันการณ์
อาจจะมุง่ ไปโทษว่าเด็กนัน้ ดือ้ หรือท�ำไปด้วยความคึกคะนอง แต่อย่างไรก็ดี การกระท�ำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ ตระหนักรู้ต่อความเสี่ยง และความเปราะบางของตนเอง เราจะโทษว่าเด็กนัน้ ดือ้ เสียทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะจากทีต่ ดิ ตาม ข่าวผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่เองก็ยังไม่เข้าใจถึงลักษณะ ทางกายภาพ ภูมปิ ระเทศ บรรยากาศ ระบบนิเวศ และความ เสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ของตัวเอง ท�ำไมถึงไม่มีการกันไม่ให้คนเข้าไปในถ�้ำในช่วงฤดูฝน และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นก็คือมีข่าวออกมาหลาย ๆ พื้นที่ ทัว่ ประเทศว่า ได้ทำ� การปิดถ�ำ้ หลังจากเกิดเหตุการณ์นที้ ำ� ให้
จากวิกฤตการณ์ที่ เกิดขึ้นกับทีมหมูป่าที่ ถ�้ำหลวง ได้ให้โอกาสอะไร กับเราบ้าง?
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องใน เหตุการณ์โดยตรง แต่เชื่อว่าใครหลาย ๆ คน ก็ได้เฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยัง เป็นก�ำลังใจและเอาใจช่วยทีมหมูป่าและทีมกู้ภัย อย่างต่อเนื่องจนภารกิจของหน่วยงานต่าง ๆ ส�ำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี ...... และนี่นับเป็นหนึ่งโอกาสที่เราได้มี ส่วนร่วมในก�ำลังใจเหล่านั้น โดยเชื่อว่าพลังในความ หวังดีของเราได้ส่งไปถึงทุก ๆ คน อีกทั้งเรายังได้รับโอกาส ในการพัฒนาความรู้ของตน โดยหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ต่างก็มีนักวิชาการและผู้มีความรู้ด้านต่าง ๆ ออกมาให้ ความรูเ้ กีย่ วกับการรับมือ เมือ่ ต้องเผชิญกับการติดภายในถ�ำ ้ อีกทั้งบทวิเคราะห์ต่าง ๆ ที่ช้ีให้เห็นถึงจุดอ่อนที่สังคมไทย ยังคงต้องการการพัฒนา ท�ำให้วิกฤตครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น เป็ น โอกาสแห่ ง ความก้ า วหน้ า ของระบบการจั ด การที่ ดี และการวิทยาการต่าง ๆ ทีจ่ ะเข้ามาช่วยแก้ปญ ั หาในอนาคต นอกจากนี้ เรายังได้รบั โอกาสทีจ่ ะเข้าใจผูค้ นมากขึน้ ว่าผูค้ น นั้นมีความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก เราได้มีโอกาสเข้าใจ ในอาชี พ ทุ ก อาชี พ ที่ ต ่ า งก็ มี ค วามส� ำ คั ญ ต่ อ สั ง คม และต่อประเทศชาติ ในยามที่เกิดปัญหา ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น จะส�ำเร็จลุล่วงไปได้ก็ด้วยความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย
ชวนสงสัยว่าหากไม่เกิดเหตุการณ์ดังที่เกิดกับทั้ง 13 ชีวิต หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องกับถ�ำ้ ต่าง ๆ ทัว่ ประเทศก็จะยังคงไม่ให้ ความสนใจต่อความเสีย่ งทีส่ ามารถเกิดขึน้ ได้ เรือ่ งนีเ้ ป็นเรือ่ ง ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นั่นก็เพราะว่าคนในพื้นที่ควรจะเป็น ผู้ที่มีความรู้มากที่สุดเกี่ยวกับพื้นที่ของตนเอง และควรมี ความสามารถในการจัดการกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมไปถึงการ ลดความเสี่ยงภัย ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่การป้องกันตัวเองจากภัยต่าง ๆ ในพื้นที่ของตัวเอง เช่น การหลีกเลี่ยงการเข้าถ�้ำหรือน�้ำตก ในช่วงฤดูฝน หรือวิธีง่าย ๆ อย่างการว่ายน�้ำ หรือการ พายเรือในพืน้ ทีท่ อี่ ยูต่ ดิ แม่นำ �้ คลอง และทะเล ควรจะถูกน�ำ ไปบรรจุอยู่ในแบบเรียนของไทยเช่นเดียวกับการที่ประเทศ ญี่ปุ่นสอนวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
มาถึงตอนนีค้ ณ ุ เชือ่ หรือยังว่า ในทุกวิกฤต...... มีโอกาสเสมอ
(ที่มา : ดร.ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี The Standard)
31
Genova e Don Bosco
By Alberto Rinaldini
l
เจโนวา เมืองท่าแห่งการส่งบรรดาธรรมทูต
32
โดยซิสเตอร์พันธ์ทิพย์ คิ้มแหน ถอดความ...
ต่อจากฉบับที่แล้ว
กับพระสงฆ์ชาวเจโนวามากมาย เช่น คุณพ่อมอนเตบรูโน (Montebruno) ซึ่งท่านเคารพให้เกียรติและมีมิตรภาพที่ดี ต่อกัน ท่านเป็นผู้ก่อตั้ง l’Opera Artigianelli เหมือน คุณพ่อบอสโกที่กรุงตุรินเกิดความช่วยเหลือระหว่างกัน คุณพ่อมอนเตบรูโน ปรารถนาที่จะก่อตั้งกิจการของตน พร้อมกับคุณพ่อบอสโก แต่หลังจากที่อยู่ วัลดอกโกเพียง
จากเมื อ งท่ า เจโนวา ตั้ ง แต่ ป ี 1875 จนถึ ง หลั ง สงครามโลกครั้ ง ที่ 2 ในแต่ ล ะปี จ ะมี ก ารส่ ง ธรรมทู ต ซาเลเซียนออกไป ในช่วงปี 1950 ก็ยังมีการส่งธรรมทูตมิได้ ขาดจากซัมเปียเอร์ดาเรนา (Sampierdarena) ไปอเมริกา ในช่วงปีแรก คุณพ่อบอสโกจะเป็นผู้ส่งธรรมทูตด้วยตนเอง เสมอ นอกจากนี้ ซัมเปียเอร์ดาเรนายังเป็นเส้นทางผ่าน ส� ำ หรั บ คุ ณ พ่ อ บอสโก เมื่ อ ท่ า นต้ อ งเดิ น ทางไปกรุ ง โรม หรือประเทศฝรั่งเศส และประเทศสเปนอีกด้วย เครือข่ายบุคคลที่รายล้อมคุณพ่อบอสโก คุณพ่อบอสโกเป็นชาวเจโนวาที่มีเครือข่ายกับผู้คน มากมายในเมื อ งนี้ บุ ค คลที่ ใ กล้ ชิ ด ท่ า นบุ ค คลแรกคื อ พระสั ง ฆราชคาร์ ซ าซ (Charzaz) บุ ค คลต่ อ มาคื อ พระสังฆราชมายาสโก (Magnasco) จากปี 1857 ท่านพบปะ 15 วัน ท่านก็ได้มอบภารกิจที่ท่านปรารถนานั้นแก่คุณพ่อ บอสโก บุคคลต่อมาคือ คุณพ่อฟราสซีเนตติ (Frassinetti) นั ก เทววิ ท ยาด้ า นศี ล ธรรม ผู ้ ช ่ ว ยคนส� ำ คั ญ ในการเขี ย น นิตยสาร Le Lettere Cattoliche ซึ่งท่านเขียนถึง 5 ฉบับ ต่อมาท่านได้มีโอกาสรู้จัก le Conferenze genovesi ของ นักบุญวินเซนต์เดอปอล ซึ่งภายหลังได้มีการเสนอให้ก่อตั้ง เปิดภารกิจทีเ่ จโนวา นอกจากนีค้ รอบครัวผูด้ แี ห่งชาวเจโนวา หลายครอบครัว ได้เชิญคุณพ่อไปที่บ้านและได้ให้ความ ช่วยเหลือด้านการเงินส�ำหรับบ้านที่ซัมเปียเอร์ดาเรนา ในปี 1887 ท่านต้องออกเดินทางไกล เศรษฐีนีผู้หนึ่งแห่งเจโนวา
คุณนายเซสตรี (Signora Sestri) ได้ถามท่านว่า “คุณพ่อคะ ช่วยบอกดิฉันหน่อยว่า ดิฉันต้องท�ำสิ่งใดเพื่อได้รับชีวิต นิรันดร” คุณพ่อบอสโกตอบว่า “เพื่อเอาวิญญาณรอดพ้น คุณนายจะต้องกลับเป็นคนยากจนเหมือนโยบ” การมาพักชัว่ คราวของคุณพ่อบอสโกถีข่ นึ้ และยาวขึน้ ตามปกติทา่ นหยุดพัก 5-6 วันติดต่อกัน แต่ทนี่ ที่ า่ นพัก 169 วัน ในชีวติ ของท่าน ซัมเปียเอร์ดาเรนาอยูใ่ นหัวใจและในความคิด ของท่าน เฉพาะอย่างยิง่ บ้านพักสงฆ์นกั บุญ วินเซนต์เดอปอล วัดทีน่ เี่ ปิดให้ประชาชนทัว่ ไป ท่านได้ซอื้ และปรับปรุงซ่อมแซม จากพระสังฆราชในปี 1884 และต่อมาถูกท�ำลายจากระเบิด ในปี 1943 (สงครามโลกครัง้ ที่ 2) และได้รบั การบูรณะอีกครัง้ ในปี 1955 ใช้เวลาในการซ่อมแซมเหมือนวัดของนักบุญ ยอห์ น บอสโก และนั ก บุ ญ กาเอตาโน นี่ เ ป็ น พระญาณ เอื้ออาทรของพระเจ้าในดวงใจของชาวเจโนวา
ถูกคุมขังจากอ�ำนาจแห่ง ความรักซึง่ หล่อเลีย้ งความคิด ค�ำพูด การกระท�ำ แต่ไม่สามารถ บรรยายออกมาเป็นค�ำพูดได้ แม้แต่ ความสุขจากห้วงหัวใจของพ่อ พ่อรูส้ กึ ว่า พ่ อ ถู ก รั ก ในรู ป แบบที่ ไ ม่ เ คยมี ม าก่ อ น ความรักของคุณพ่อบอสโกได้ห่อหุ้มเราทุกคน เป็นบรรยากาศของความปลาบปลื้มใจที่ไม่ปน ความปวดร้าว ความเศร้า และความหลอกลวง” จิตตารมณ์ครอบครัวนั้น คุณพ่ออัลเบราได้ปลูกฝังที ่ ซัมเปียเอร์ดาเรนา และที่นี่บ้านพักสงฆ์ได้เติบโตขึ้น อย่ า งซื่ อ สั ต ย์ เ หมื อ นศู น ย์ เ ยาวชนที่ ก รุ ง ตุ ริ น คุ ณ พ่ อ อัลเบราได้จัดตั้งในความเรียบง่ายตามแบบฉบับของคุณพ่อ บอสโกส�ำหรับทุกคน ท่านได้ให้ตวั อย่างด้านการอุทศิ ตนทั้งครบ เพื่อคนอื่น อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งคุณพ่อโดเมนิกโก คอนปา (Domenico Canpa) สงฆ์ซาเลเซียนได้เทศน์ ในโอกาส แต่ ง ตั้ ง พระคาร์ ดิ นัล กาเอตาโน อลิ ม อนดา (Gaetano Alimonda) ธรรมทูตส�ำหรับสมาคมกรรมกรคาทอลิกเป็น นักบุญว่า “พวกเธอซาเลเซียน พวกเธอโชคดีมากที่มีไข่มุก เม็ดงามแห่งการเป็นพระสงฆ์”… …อ่านต่อฉบับหน้า...
33
คุณพ่อเปาโล อัลเบรา : ดอนบอสโกน้อยแห่งเจโนวา (ผู้สืบต�ำแหน่งคนที่ 2 ต่อจากคุณพ่อบอสโก) อีกเหตุผลหนึ่ง ที่กล่าวว่า ซัมเปียเอร์ดาเรนา เป็น วัลดอกโกแห่งที่ 2 นั่นคือ คุณพ่อเปาโลอัลเบรา อธิการคนแรกตัง้ แต่ปี 1871 ถึง 1881 ได้รับการขนานนามว่า “ดอนบอสโกส�ำหรับชาวเจโนวา” คุณพ่อมีความคล้ายคลึงอย่างลึกซึ้งในจิตตารมณ์ของผู้ตั้ง คณะ ในปี 1920 ท่านจ�ำได้ว่า “เป็นเวลา 5 ปีที่พ่อได้อยู่กับ คุณพ่อบอสโก (1858-1863) ดูเหมือนจะสูดอากาศเดียวกับ วิญญาณของท่าน เพราะสามารถกล่าวว่า เราเยาวชนเจริญ ชีวติ ทัง้ ครบด้วยชีวติ ของคุณพ่อเปน็ บรรยากาศของคุณธรรม ขัน้ สูงทีเ่ ราได้รบั มา และปรับเปลีย่ นเราด้วยหัวใจ พ่อรูส้ กึ ว่า
ษา ึ ก ศ ร า ก ... ม อ ค ท อ ะด สาร
โรงเรียนคาทอลิก พื้นที่ฝึกทักษะทางวัฒนธรรม l
34
ช่ ว งสองสั ป ดาห์ แ รกของการเปิ ด ภาคการศึ ก ษา 1/2561 มีขา่ วส�ำคัญทีเ่ กิดขึน้ ในโรงเรียนอนุบาลปัตตานี (วัด นพวงศาราม) ซึ่ ง เป็ น โรงเรี ย นในสั ง กั ด ส� ำ นั ก งานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ตั้งอยู่ในเขตวัด นพวงศาราม อ.เมือง จ.ปัตตานี นั่นคือ การเรียกร้องขอคลุม ฮิญาบในโรงเรียนของผูป้ กครองและนักเรียนมุสลิม และการ ต่ อ ต้ า นการคลุ ม ฮิ ญ าบจากอี ก ฝั ่ ง หนึ่ ง ที่ เ ป็ น พุ ท ธ คื อ ผู้ปกครองและศิษย์เก่าของโรงเรียน และครูชาวพุทธที่ ประท้วงด้วยการลาหยุด ไม่ท�ำการเรียนการสอน เหตุการณ์ บานปลายไปมากพอควรจวบจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมก็ยัง ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่าย ปัญหาที่ตามมาคือ เด็ก ๆ ไม่มี ความสุขในการมาโรงเรียน ครูไม่สนุกในการสอน บรรยากาศ แห่งการเรียนรู้หมดไป ความมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจของ ทั้ ง เด็ ก ครู ผู ้ ป กครองหายไปกลายเป็ น พื้ น ที่ แ ห่ ง ความ หวาดระแวงไม่ไว้วางใจ และท้ายทีส่ ดุ ...ไม่อยากจะอยูร่ ว่ มกัน! เหตุใดโรงเรียนซึ่งควรเป็นพื้นที่ส�ำหรับการเรียนรู ้ ร่วมกันของเด็กทุกคนอย่างไม่ควรจะเลือกเชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรมใด ๆ จึงกลายเป็นพืน้ ทีท่ ไี่ ม่เอือ้ อ�ำนวยให้เกิด การเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างเช่นที่ก�ำลังในโรงเรียนอนุบาล ปั ต ตานี และก่ อ นหน้ า นี้ ก็ เ กิ ด ขึ้ น ในโรงเรี ย นมั ธ ยม วัดหนองจอก หลายคนอาจไม่เคยลงไปในพืน้ ทีส่ ามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ของไทย ความพิเศษทางสังคมของพื้นที่นี้คือ มีคน 1
พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์1
กลุม่ ใหญ่ทปี่ ฏิบตั ติ นตามวิถวี ฒ ั นธรรมศาสนาอิสลาม สือ่ สาร ด้วยภาษามลายูถนิ่ เป็นหลัก และมีผคู้ นอีกจ�ำนวนไม่มากนัก ที่เป็นชาวไทยพุทธ ชาวจีน และอาจจะมีคนอื่น ๆ ด�ำรงอยู่ ร่วมสังคมบ้าง แต่ก็กล่าวได้ว่า เป็นพื้นที่ทางสังคมพหุ วัฒนธรรมแห่งหนึง่ หากแต่อตั ลักษณ์ทโี่ ดดเด่นของชาวมลายู มุสลิมชัดเจนยิ่งกว่า และนอกจากนี้ พื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยงั เป็นพืน้ ทีท่ มี่ คี วามพิเศษอีกประการหนึง่ “เป็นพืน้ ที่ ซึง่ อาจเกิดความรุนแรงได้งา่ ย” ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2551, น.8) เพราะความต่างในอัตลักษณ์ทางศาสนา ชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมมักถูกใช้เป็นข้ออ้างก่อความรุนแรงหลายครัง้ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นมา ค�ำถามที่ส�ำคัญคือ ในพื้ น ที่ ช ายแดนใต้ มี เ ด็ ก จ� ำ นวนมากทั้ ง ลู ก หลานคนจี น คนไทย คนที่นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกส์ เด็ก ๆ จะอยู่ร่วมกันอย่างไรหากพื้นที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด คือ โรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ท�ำสงครามวัฒนธรรมไปแล้ว อั น ที่ จ ริ ง โรงเรี ย นเป็ น เพี ย งพื้ น ที่ จ� ำ ลองการอยู ่ ร่วมกันในสังคมที่ใหญ่กว่านั้น และคงจะเป็นที่น่าเสียดาย ยิ่งหากโรงเรียนไม่สามารถท�ำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ เด็ก ๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อพวกเขาก้าวออกจาก โรงเรียนกลับไปใช้ชีวิตที่บ้าน หรือในพื้นที่อื่น ๆ ของสังคม จะสามารถเข้าใจกันได้อย่างไร ไม่แน่ใจว่าเสียงบ่นว่าจากเจ้าของร้านอาหารชาวไทย เชื้อสายจีน และชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธว่า “เดี๋ยวนี้คน
อาจารย์ประจ�ำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา และบรรณาธิการบริหารวารสารสิทธิและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล n.padtheera@gmail.com
มุสลิมไม่เข้าร้านคนไทย เขาเข้าแต่ร้านมุสลิมด้วยกัน” (แหม่ม, 29 พฤศจิกายน 2557; กุ่ย, สัมภาษณ์ 25 ธันวาคม 2553; ต่อ, สัมภาษณ์ 9 ธันวาคม 2552) พวกเขากล่าวว่าที่ ร้านไม่ได้ขายหมูซึ่งพวกเขารู้และเข้าใจว่าเป็นอาหารต้อง ห้ามของศาสนาอิสลาม จะมาจากการที่สังคมและโรงเรียน ไม่ได้ทำ� หน้าทีเ่ ป็นสนามฝึกฝนทักษะทางวัฒนธรรมเพือ่ การ อยู่ร่วมกันหรือไม่ และที่น่ากังวลมากกว่าคือ ความไม่เข้าใจ เหล่านั้นส่งต่อมายังเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นผู้ที่ต้องด�ำรงอยู่ ร่วมกันต่อไปในอนาคต ดังนัน้ การส่งเสริมการเรียนรูแ้ ละฝึก ทั ก ษะวั ฒ นธรรมจึ ง ส� ำ คั ญ และเป็ น แนวทางหนึ่ ง ในการ เหนี่ยวน�ำผู้คนต่างวัฒนธรรมความเชื่อหากแต่อยู่ร่วมสังคม เดี ย วกั น กลั บ มาเรี ย นรู ้ แ ละท� ำ ความเข้ า ใจในวั ฒ นธรรม ของกันและกันเพื่อจะใช้ชีวิตร่วมกันด้วยดี นักวิชาการ Schoenmeakers (2012) ชี้ให้เห็นว่า “วัฒนธรรม” มี “พลังอ�ำนาจ” และสองสิ่งนี้ก็ไม่อาจแยก จากกันด้วยเป็นส�ำคัญและจ�ำเป็นส�ำหรับต่อการด�ำเนินชีวิต ร่ ว มกั น ของผู ้ ค นในสั ง คมที่ มี ค วามแตกต่ า งหลากหลาย โดยเฉพาะในพืน้ ทีท่ มี่ คี วามละเอียดอ่อนไหว และง่ายต่อการ ฉวยใช้ความต่างเพื่อก่อความรุนแรงใส่กันเช่นในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2552) แสดงความ เชื่อมั่นในพลังทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะหากผู้คนในสังคมมี “ความสามารถ หรือ ทักษะทางวัฒนธรรม” ก็อาจจะพัฒนา ไปสู่การสร้างความเข้าใจกันระหว่างผู้คนต่างวัฒนธรรม และอาจถึงขั้นที่สามารถ “เอาใจเขามาใส่ใจเราได้” ซึ่งจะ กลายเป็ น พลั ง ที่ น� ำ สู ่ ก ารลดทอนความรุ น แรงถึ ง ตาย (deadly conflict) ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้อนกลับมาพิจารณาพื้นที่ของโรงเรียนคาทอลิกใน ชายแดนใต้ ช่วงปี พ.ศ. 2554 – 2556 ผู้เขียนมีโอกาส ได้ เ ข้ า ไปเป็ น ครู อ าสาสมั ค รในโรงเรี ย นตลอดปี 2554 และอีกสองปีหลังก็ยังวนเวียนไปบ้าง สิ่งที่น่าประทับใจคือ โรงเรียนคาทอลิก 3 แห่ง ในสามจังหวัดชายแดนใต้กล่าวคือ 1 แห่งใน จ.ปัตตานี และอีก 2 แห่งในจังหวัดยะลา ท�ำหน้าที่ ส�ำคัญมากต่อการอยู่ร่วมกันของเด็ก ๆ ต่างวัฒนธรรมคือ เป็นพื้นที่ส่งเสริมและฝึกหัดให้เด็ก ครู และผู้ปกครองได้เข้า มาเรียนรู้เพื่อที่จะเข้าใจในวิถีความแตกต่างทางวัฒนธรรม
เพื่ อ จะอยู ่ ร ่ ว มกั น อย่ า ง เข้าใจและเป็นมิตรต่อกัน ทัง้ สามโรงเรียนท�ำอย่างไร เพื่ อ จะส่ ง เสริ ม ความเข้ า ใจในพหุ วัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่ แตกต่างกัน สิ่งแรกที่ผู้เขียนสัมผัสและเป็น ส่วนหนึ่งของการสอนผ่านวิชา คริสต์ศาสนา หากแต่เป็นวิชาคริสต์ศาสนาที่น�ำเอาหลักธรรม สากล เช่น ความกตัญญู ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่เลือกว่าจะเป็นคริสต์หรือไม่เป็น แต่มองว่า ความรักเป็นสิ่งสากลและเราควรรักทุกคนโดยไม่เลือก ปฏิบัติ ประการต่อมาที่ผู้เขียนประทับใจ คือ ในโรงเรียนมี นั ก เรี ย นมุ ส ลิ ม เข้ า มาเรี ย นร่ ว มด้ ว ย ผู ้ บ ริ ห ารโรงเรี ย น ตระหนักดีว่า ข้อจ�ำกัดของมุสลิมคือไม่สามารถรับประทาน อาหารที่ท�ำจาก “หมู” ได้ และที่จริงก็มีอาหารอื่น ๆ อีกที่ รับประทานไม่ได้ แต่ในเมือ่ โรงเรียนมีเด็กต่างวัฒนธรรมเรียน ร่วมกันด้วย การจะเอาใจเฉพาะนักเรียนมุสลิมก็ไม่อาจจะ ท�ำได้เช่นกัน ดังนั้น โรงเรียนจึงตัดสินใจเปลี่ยนรายการ อาหารทั้งหมดที่มีส่วนผสมในอาหารเป็นเนื้อหมูออกจาก โรงเรียน ทั้งนี้ หากพิจารณาในหลักการทางศาสนาเพียง ผิวเผินอาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว อย่างไรก็ดี ในหลักการ ของศาสนาอิสลามเองก็มีข้อยกเว้น กรณีที่ไม่มีอาหารอื่นใด จะรับประทานเพือ่ ด�ำรงชีวติ การกินเนือ้ หมูกท็ ำ� ได้ และหลัก ปฏิ บั ติ ที่ พึ ง กระท� ำ ในการอยู ่ ร ่ ว มกั บ คนกลุ ่ ม ใหญ่ คื อ หลักมารยาทที่มุสลิมจะยึดถือเป็นพิเศษ และจะพยายามไม่ ท�ำตัวให้เป็นที่ขัดต่อมารยาททางสังคมซึ่งเป็นวิถีที่ศาสดา ของศาสนาอิสลามได้ปฏิบัติยามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเป็น ดังนี้ ผูป้ กครองมุสลิมก็คลายความกังวลลงไปพอควร ในขณะ ทีโ่ รงเรียนรับครูมสุ ลิมเข้ามาสอนในโรงเรียนด้วย ในโรงเรียน ทีป่ ตั ตานี ผูบ้ ริหารอนุญาตให้ครูมสุ ลิมทีเ่ คร่งครัดสามารถน�ำ อาหารมาปรุงรับประทานร่วมกันในโรงเรียนได้ เป็นต้น แรก ๆ ก็มีนักเรียนที่ไม่เข้าใจและบ่นว่าท�ำไมไม่ได้กินหมู เหมือนเคย แต่เมื่อครูและผู้ปกครองช่วยกันอธิบาย เพื่อน ช่วยกันตอบค�ำถาม มีการค้นคว้าเพิ่มเติม เด็ก ๆ ก็เข้าใจ
35
ษา ึ ก ศ ร า ก ... ม อ ค ท อ ะด และเลิกล้อเลียนกันว่า สาร
“แขกไม่กนิ หมู” แต่เป็นความใส่ใจ ต่อกัน เมือ่ ออกไปทัศนศึกษาข้างนอก เมือ่ เด็ก ๆ ทีม่ ใิ ช่มสุ ลิมจะไปซือ้ อาหารก็จะบอกเพือ่ นมุสลิมว่า “อันนัน้ กินได้ อันนี้กินไม่ได้เพราะมันเป็นหมู” อย่างนี้เป็นต้น นับเป็นความงดงามที่ผู้เขียนได้สัมผัส ส�ำหรับการเรียนรูว้ ฒ ั นธรรมของพุทธศาสนาซึง่ เป็นวิถี วัฒนธรรมหลักของคนในชาติ โรงเรียนคาทอลิกเองก็สง่ เสริม ให้นกั เรียนพุทธได้มโี อกาสปฏิบตั ติ ามหลักธรรมค�ำสอนของ พุทธศาสนา ยิง่ กว่านัน้ โรงเรียนก็จดั ให้นกั เรียนอืน่ ๆ ได้เรียนรู้ ด้วยเช่นกัน กิจกรรมหนึ่งที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมขณะที่เป็นครู อาสาสมัครสอน คือ กิจกรรมถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และถวายเทียนพรรษา ซึ่งโรงเรียนได้จัดให้นักเรียนที่สมัคร ใจไปร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่นับถือศาสนาใดก็ตาม
36
กิจกรรมเช่นนี้ท�ำให้นักเรียนคริสต์เองได้เข้าใจความส�ำคัญ ของการเข้าพรรษาว่ามีความหมายอย่างไร และเวลาชาวพุทธ ไปวัดจะท�ำอะไร อย่างไรบ้าง เมื่อกลับมาจากการเข้าร่วม กิจกรรม ครูก็จะน�ำนักเรียนถอดบทเรียนเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน งานวิจัยด้านสันติภาพจ�ำนวนหนึ่งชี้ให้เห็นว่ายิ่งเรา สามารถสอนเด็ก ๆ ให้เรียนรู้ทักษะวัฒนธรรมเมื่อพวกเขา ยังเล็กอยู่ได้เท่าไร โอกาสที่เด็ก ๆ เหล่านั้นจะเติบโตขึ้นมา พร้อมทักษะวัฒนธรรมที่จ�ำเป็นส�ำหรับการอยู่ร่วมกันใน สังคมทีร่ อบกายเต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายได้มาก ขึ้นเท่านั้น และหากโรงเรียนคาทอลิกจะเน้นย�้ำอัตลักษณ์ ให้โดดเด่นยิง่ ขึน้ ในการท�ำหน้าทีเ่ ป็นสถานทีส่ ำ� หรับฝึกปฏิบตั ิ ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคนอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ผู้เขียน ยังคาดหวังจะเห็นการท�ำหน้าที่เป็นสถานที่ฝึกหัดทักษะ วัฒนธรรมอย่างเข้มแข็งในทุก ๆ โรงเรียนด้วยเช่นกัน
ซิสเตอร์เอมีเลีย โมสกา (Emilia Mosca) เกิดที่ อีเวเรอา (Iverea) เมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1852 มาถึงมอร์เนเซ (Mornese) ปี 1872 เสียชีวติ ที่ อาลาซีโอ (Alassio) วันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1900 ความเดิมตอนที่แล้ว... ...ได้ ก ล่ า วถึ ง ซิ ส เตอร์ เ อมี เ ลี ย โมสกา เป็ น ศิ ษ ย์ ผู ้ ซื่ อ สั ต ย์ จ นถึ ง วาระสุ ด ท้ า ยของมาเดอร์ มั ส ซาแรลโล “เธออยู่ข้างเตียงของท่านเสมอ เพื่อเก็บรวบรวมทุกค�ำพูด และทุกตัวอย่าง.... เธอผู้เข้มแข็งและเคยเป็นนายเหนือ ตนเองเสมอกลั บ ร้ อ งไห้ ค ร�่ ำ ครวญด้ ว ยความทุ ก ข์ ร ะทม “ฉั น จะท� ำ อย่ า งไร ถ้ า มาเดอร์ เ สี ย ชี วิ ต ” จนซิ ส เตอร์ มักดาเลนา โมราโนต้องช่วยเตือนสติและท�ำให้เธอได้คิด บนเตียงแห่งความตายมาเดอร์มัสซาแรลโลได้ก�ำชับเธอว่า “จงใส่ใจ ให้พวกเธอรักซึ่งกันและกัน” …
ในห้องเล็กแห่งดวงใจ...
ซิสเตอร์เอมีลีอา โมสกา ได้มีบทบาทส�ำคัญในคณะ หลังมรณภาพของมาเดอร์มัสซาแรลโล เธออยู่เคียงข้าง มาเดอร์คาทารีนา ดาเกโร ผู้มีอายุน้อยกว่าเธอ และไม่ม ี ความรู้เหมือนเธอเป็นถึงเวลา 19 ปี ในฐานะผูร้ บั ผิดชอบด้านการศึกษา เธอได้รบั มอบหมาย งานด้านการอบรม เธอได้ท�ำงานที่หนักและยากล�ำบากนี้
37 เป็นเวลา 30 ปี ต้องเสียสละมิใช่น้อยเพื่อให้โรงเรียนที่ นิสซา มอนเฟราโต ได้รับการรับรอง เราปรารถนาอยากศึกษาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิต ภายในของเธอ ที่ซึ่งพระหรรษทานได้ท�ำงานอย่างลึกลับใน ประสบการณ์ของมนุษย์ และท�ำให้เหตุการณ์ตา่ ง ๆ ของชีวติ ประจ�ำวัน กลับเป็นหนทางแห่งความศักดิ์สิทธิ์ “...จงไปและอยู่ในห้องภายในของเธอ และห้องภายในนั้น จะสอนเธอทุกสิ่ง” (Abba Mose) “พระจิตแห่งความจริงจะน�ำท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล” (ยน 16,13) ห้องภายในคือมโนธรรม คือหัวใจ คือค�ำภาวนา คือ ความลึกซึ้งแห่งความเป็นทั้งหมดของเรา เป็นที่ซึ่งพระเจ้า
ป ร ะ ทั บ อ ยู ่ และทรงน� ำ ผู ้ ที่ แ สวงหา พระองค์ด้วยจิตและความจริง “อาศัยพระหรรษทานของพระเจ้า ฉันต้องการ ส�ำรวมตนภายในอย่างครบบริบูรณ์” เธอผู้ซึ่งมีความพร้อม ความเชี่ยวชาญและมีบุคลิก เข้มแข็ง กลับเลือกหนทางแห่งการสละตน การถ่อมตน เมื่ อ เพื่ อ นสมาชิ ก สั ง เกตเห็ น การเลื อ กของเธอและถาม เกีย่ วกับเรือ่ งนี้ เธอตอบว่า “ดิฉนั ได้เรียนรูส้ งิ่ นีท้ ม่ี อร์เนเซ” ทีม่ อร์เนเซเธอได้เรียนรูค้ วามส�ำคัญของการเจริญชีวติ ภายใน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชีวิตความเชื่อซึ่งเป็น กิจการของพระเจ้าดังที่พระเยซูเจ้าตรัสในพระวรสาร (ทบ. ยอห์น 6, 29) เธอรับเอาความคิดของคุณพ่อบอสโกที่ว่า ตรึงน�ำ้ ใจของตนไว้กบั ไม้กางเขน และฝังไว้ในใจเหมือนตะปู ทีฝ่ งั เข้าไปในเนือ้ ไม้กางเขน และขณะทีท่ ำ� งานด้านโรงเรียน ด้วยเกียรติและความเชี่ยวชาญ จิตใจของเธออยู่เฉพาะ พระพักตร์พระเจ้าเพื่อถวายเครื่องบูชา “ท�ำหน้าที่ของตน ในขณะทีห่ น้าทีน่ นั้ ท�ำให้เราต้องหยาดเลือดจากหัวใจเป็น คุณธรรมยิ่งใหญ่ซึ่งไม่มีการตอบแทนใดของมนุษย์จะ เหมาะสมกับการเสียสละนี้”
38
จากค�ำพูดนีข้ องเธอ เราสามารถอ่านอีกด้านหนึง่ ของ ก้าวเดินฝ่ายจิตของเธอ เป็นเวลาหลายปีที่เธอเป็นบุคคลที่มี ความรูแ้ ละมีความพร้อมมากทีส่ ดุ ในคณะทีม่ อร์เนเซเธอพบ กับกลุ่มสตรีที่มีคุณธรรมขั้นสูงแต่แทบจะไม่มีความรู้เลย “ตรึงน�้ำใจของตนที่กางเขน” หมายถึงการต่อสู้กับตนเอง ต่อสู้กับการมีวิสัยทัศน์ วิธีมองสิ่งต่าง ๆ ของเธอซึ่งอาจไม่ เป็นที่เข้าใจและไม่มีใครสนับสนุนเห็นด้วย นั่นหมายถึง การต้องอยู่ในเวลาแห่งความเงียบและโดดเดี่ยว ซิ ส เตอร์ เ อมี เ ลี ย ได้ เ จริ ญ ชี วิ ต แห่ ง ความนบนอบ ในความเชื่อ (เทียบ โรม 1, 5) ซึ่งไม่ใช่เป็นการตอบรับครั้ง เดียวตลอดไป แต่เป็น“การต่อสู้กับการประจญในทางโลกที่ จะไม่นบนอบ ไม่ขึ้นกับใคร ต่อสู้กับความทะนงตนแบบ มนุษย์ ผู้เจริญชีวิตตามเนื้อหนังดังที่นักบุญเปาโลกล่าวถึง บุคคลเหล่านี้มีเหตุผลมากมายเสมอที่จะขัดสู้กับความเชื่อ” อ่านต่อฉบับหน้า...
l
โดยซิสเตอร์ศิริรัตน์ อนุวัฒน์ประกิจ
ข้าวสาร 3 ถุง เราอยู่ในบรรยากาศของการฉลองวันแม่ เรื่องเล่า คุณธรรมฉบับนี้ จึงขอน�ำเสนอเรือ่ งราวเกีย่ วกับความรักของ แม่ผู้สุดประเสริฐที่ยอมล�ำบาก เพื่อให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียน เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ซึ่งเล่ากันต่อ ๆ มาว่า มีครอบครัวยากจนมากอยูค่ รอบครัวหนึง่ ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก เมื่อลูกเรียนในระดับประถม ผู้เป็นพ่อได้เสียชีวิต แม่มีความรักลูก ไม่ยอมมีครอบครัวใหม่ กัดฟันเลี้ยงลูกด้วย ความรักแม้จะยากล�ำบาก
ในยุคนั้นไฟฟ้ายังมาไม่ถึงหมู่บ้าน…ทุก ๆ คืนภายใต้ แสงตะเกียง ลูกชายจะนั่งท่องอ่านหนังสือ เขาเป็นเด็กหัวดี และขยันเรียนมาก ส่วนเป็นแม่ก็จะนั่งเย็บปักถักร้อยอยู่ ข้าง ๆ ทุกฝีเข็มของแม่ จะค่อย ๆ เย็บเอาความรักของแม่... ฝังลึกเข้าไปในเสื้อผ้าของลูก ด้วยผลการเรียนที่ดีเยี่ยม ความประพฤติที่เรียบร้อย เด็กคนนี้ได้รับเกียรติบัตรเรียนดี ประพฤติดีอย่างต่อเนื่อง ทุกปี จนฝาบ้านไม่มีที่จะแขวน …ลูกเติบโตขึ้นทุกวัน แม่เฝ้า มองดูลกู ด้วยความชืน่ ชม ลูกสอบเข้าโรงเรียนมัธยมแนวหน้า ของมณฑล แต่แม่ก็เริ่มป่วยด้วยโรคไขข้ออักเสบ อาการโรค ก็หนักหนาขึ้นทุกวัน เริ่มท�ำนาไม่ไหว ความเป็นอยู่ในบ้าน เริ่มมีปัญหา โรงเรียนมัธยมในยุคนัน้ … ทุกๆ เดือน นักเรียนทุกคน ต้องน�ำข้าวสาร 15 กิโลกรัมมอบให้โรงเรียน เพื่อเป็นค่า เล่าเรียนและค่าอาหาร ลูกรูว้ า่ สุขภาพแม่ไม่ดี การน�ำข้าวสาร มามอบให้โรงเรียน คงไม่มีความเป็นไปได้ จึงบอกกับแม่ว่า "ลูกไม่ขอเรียนต่อ จะได้ช่วยแม่ท�ำนา" .. แม่ลูบหัวลูก.. "ลูกมีนำ�้ ใจ แค่นแี้ ม่กป็ ลืม้ แล้ว แต่หนังสือต้องเรียน วางใจเถอะ ไปมอบตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวแม่จะส่งข้าวสารตามไป"
แต่ ลู ก ชายไม่ ย อม ยื น ยั น จะ ไม่ไปเรียน แม่โกรธมากจึงเอื้อมมือตบ หน้าลูกชายไปหนึ่งฉาดใหญ่ และนั่นคือ.. การท�ำโทษครัง้ แรกและครัง้ เดียวในชีวติ ...ทีส่ ดุ ลูกชายอ�ำลาแม่ เดินทางออกจากบ้านเพื่อเป็น นักเรียนประจ�ำ.. แม่มองดูการจากไปของลูกด้วย ความครุ่นคิด
หลังจากนัน้ ไม่นาน แม่กา้ วเดินด้วยความยากล�ำบาก แบกถุงข้าวสารไปมอบให้โรงอาหารที่โรงเรียน พ่อครัวรับ ถุงข้าวสารแล้วเปิดดู แล้วบ่นว่า.. "ท�ำไมถึงคิดจะเอาเปรียบ โรงเรียนด้วยวิธีนี้ ดูสิ.. ข้าวเก่าข้าวใหม่เม็ดใหญ่เม็ดเล็ก ปนกันวุ่นไปหมด เห็นที่นี่เป็นถังขยะหรือไง?" แม่ได้แต่ละอายใจ ขอโทษพ่อครัว แล้วแม่ก็ได้ควัก ถุงผ้าเล็ก ๆ ออกมาถุงหนึ่ง.. "คุณพ่อครัวค่ะ นี่เป็นเงินห้า เหรียญ รบกวนฝากให้ลกู ชายดิฉนั ให้เป็นค่าใช้จา่ ยของเขา" พ่อครัวรับถุงที่หนักหน่วงไว้ในมือ รู้ว่า.. ข้างในถุงคงมีแต่ เศษเหรียญเล็ก ๆ เลยกล่าวแบบหยอกล้อว่า.."สงสัยเธอคง มีอาชีพขายไข่ต้มข้างถนนเป็นแน่" เดือนถัดมา แม่กแ็ บกถุงข้าวสารมาส่งมอบเหมือนเดิม พอเปิดดู สภาพข้าวสารแย่เหมือนเดิน พ่อครัวเริ่มบ่น.. "ข้ า วสารแบบนี้ ไ ม่ ไ หวหน่ า หุ ง แล้ ว สุ ก บ้ า งไม่ สุ ก บ้ า ง คราวหน้าถ้ามาแบบนี้ เราไม่รับไว้นะ!" เดือนที่สาม สภาพข้าวสารก็แย่เหมือนเดิม พ่อครัว โกรธจัด เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่.. "คุณแม่ครับ ท�ำไมดื้ออย่างนี้ เอาคืนไปเลย แบกมายังไงก็ให้แบกกลับไปแบบนั้น" แม่คง คาดการณ์ไว้แล้วว่า เหตุการณ์จะเลวร้ายเช่นนี้ เธอจึงรีบคุกเข่า ลงทรุดกับพื้น น�้ำตาเริ่มไหล.. "ท่านค่ะ ดิฉันขอสารภาพค่ะ ข้าวสารเหล่านี้เป็นข้าวสารที่ดิฉันไปขอทานเขามา"
39
ธรรม ุ ณ ค ่ า ล เ ื่ ง เรอ . . . ม คอ ท อ พ่ อ ครั ว ตกใจ! ท�ำไมต้องเป็นเขาคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนี้ ที่แปลกยิ่งกว่านั้น ด สาระ จุกอก พูดอะไรไม่ออก ..เธอถลก คือ.. มีถุงข้าวสารสามถุงวางอยู่บนโต๊ะกลางเวที!!!
40
ขากางเกงขึ้นมา ขาของเธอบวมเป่ง แข็งทื่อ "ฉันเป็นโรคไขข้ออักเสบระยะรุนแรง เดินยังเดินแทบไม่ ไหว จะเอาปัญญาที่ไหนไปท�ำนา ลูกชายฉันรู้ดี แกไม่ยอม มาเรียน แต่เป็นฉันที่แข็งใจตบสั่งสอนไล่เขามาเรียนให้ได้" เธอพูดต่อ.. "ฉันกลัวเพื่อนบ้านในหมู่บ้านรู้ว่าฉันต้องไปเป็น ขอทาน เพราะถ้ารู้ไปถึงหูลูกชาย จะเป็นการท�ำร้ายจิตใจ เขา ทุก ๆ เช้าก่อนฟ้าสาง ฉันต้องรีบถือถุงเปล่าออกจาก หมู่บ้าน เพื่อไปขอทานยังหมู่บ้านอื่น จนดึกจนดื่นถึงกล้า กลับบ้าน เพราะกลัวเจอเพื่อนบ้าน นี่คือ.. สาเหตุของ ข้าวสารปะปนกันสารพัดชนิด!?!” พ่อครัวรับฟังด้วยความเศร้าใจ พร้อมน�้ำตา พยุงเธอ ขึ้นมา.. "ผมจะไปรายงานให้อาจารย์ใหญ่ทราบ จะขอให้ โรงเรียนบริจาคเงินช่วยเหลือให้เธอ" เธอรีบปฏิเสธ.. "ไม่ได้ ค่ะ! ไม่ได้! หากลูกรู้ว่าแม่เป็นขอทานเพราะเขา คงจะ เป็นการท�ำร้ายจิตใจลูกเกินไป และต้องกระทบผลการเรียน ลูกแน่.. ขอขอบพระคุณในความหวังดี แค่กรุณาช่วยรับ ข้าวสารไว้ก็เป็นพระคุณแล้ว" แล้วเธอก็จากไปด้วยก้าวเดิน อันยากล�ำบาก!?! ในที่สุด อาจารย์ใหญ่ก็ทราบเรื่อง แต่อาจารย์ใหญ่ เก็ บ ความลั บ ไว้ ! ?! .. โรงเรี ย นได้ ม อบทุ น การศึ ก ษา ให้นักเรียนคนนี้ ในฐานะเรียนดีแต่ยากจน!?! หลั ง จากนั้ น สามปี … ด้ ว ยผลสอบ 627 คะแนน นักเรียนคนนี้สามารถสอบติดมหาวิทยาลัยชิงหัว ปักกิ่ง อันเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศจีน
ในวันฉลองพิธจี บการศึกษา.. ลูกชายเป็นนักเรียนคน เดียวที่ถูกจัดให้นั่งบนเวที!?! ลูกชายเริ่มสงสัย.. ถ้าในฐานะ นักเรียนดีเด่น ก็ยังมีเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่ดีเด่นเช่นกัน
พ่อครัวเป็นคนขึ้นเวที แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของ คนคนหนึ่ง ยอมไปขอทานเพื่อส่งลูกเรียน เรื่องราวถูกเล่า อย่างละเอียดทุกขั้นตอน ข้างล่างเวทีต่างฟังด้วยความ เงียบกริบ ซาบซึง้ พอพ่อครัวเล่าเรือ่ งจบ อาจารย์ใหญ่ขนึ้ พูด ต่อด้วยความตืน้ ตัน เขาชีไ้ ปทีถ่ งุ ข้าวสารสามถุง.. "และนีค่ อื .. ‘ข้ า วสารสามถุ ง ’ ที่ ค นเป็ น แม่ ห ามาให้ ลู ก เรี ย น นี่ คื อ ‘ข้าวสารทีม่ เี งินเท่าไหร่กห็ าซือ้ ไม่ได้บนโลกใบนี!้ ?!’ ขอเรียน เชิญคุณแม่ที่ยิ่งใหญ่ผู้นี้ขึ้นเวที" ลูกชายมองไปรอบข้างด้วยความสงสัย แล้วสิ่งที่เขา เห็นคือ.. พ่อครัวประคองคุณแม่เดินขึ้นเวทีมาอย่างช้า ๆ เราคงไม่รหู้ รอกว่าคนเป็นลูกจะรูส้ กึ อย่างไรในตอนนัน้ ? แน่ใจว่าความหวัน่ ไหวคงไม่นอ้ ยว่าพายุลกู ใหญ่ในท้องทะเล ที่ บ ้ า คลั่ ง …และแล้ ว ฉากที่ ย่ิ ง ใหญ่ ที่ สุ ด ในโลกมนุ ษ ย์ ก ็ เกิดขึ้น.. แม่ลูกสบตากัน สายตาของแม่เต็มไปด้วยความ อบอุ่น นิ่มนวล ผมหงอกกระจายอยู่เต็มหน้าผาก ลูกชายโผ เข้ากอด ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น.. "แม่ครับ.. แม่!?!... "
ข้อคิด
ข้ า วสารสามถุ ง ในเรื่ อ งนี้ . . เป ็ น สั ญ ลั ก ษณ์ ห นึ่ ง ของ ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ๆ ที่กว้างใหญ่ไพศาลดั่งเวหา ทีห่ นักแน่นมั่นคงดั่งภูผา คงไม่ใช่พ่อแม่ทุกคน ที่ต้องล�ำบาก ล�ำบนเหมือน แม่คนนี้ เพียงเพื่อค�้ำจุนลูกให้มีเส้นทางที่ดีในชีวิต แต่ความรักของพ่อแม่ทุกคนที่มีต่อลูก ๆ ย่อมมีความคล้ายคลึง เฉกเช่นเดียวกัน บุญคุณของพ่อแม่.. คือ ผู้ที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรา เป็นรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาใด ๆ มาเปรียบเทียบใด ลูกหลานทัง้ หลาย.. ความกตัญญูรคู้ ณ ุ รอกันไม่ได้ ท่านรัก เราตัง้ แต่วนั ทีเ่ ราลืมตาดูโลก เราคงไม่ตอ้ งรอถึงวันทีท่ า่ นหลับตา ลาโลก แล้วค่อยมาส�ำนึกถึงบุญคุณท่าน รีบท�ำความดี ตอบแทน พระคุณของท่านในวันนี้ ท�ำดีต่อท่านให้มากที่สุด ก่อนที่จะไม่มี โอกาสให้ตอบแทนพระคุณของท่าน ...(Cr "ขจรศักดิ์")
l
โดยคุณอภิรดี โกศัยกานนท์
ความเครียดและวิธีแก้ความเครียด
คอร์ตซิ อลจะไปกระตุน้ ระดับน�ำ้ ตาล ในเลือดให้สูงขึ้นหรือลดต�่ำลงอย่างผิด ปกติ และท�ำให้เกิดอาการช็อกได้ หรือใน บางรายที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายท�ำงาน ได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดเป็นอาการของโรคหอบ หืด โรคภูมิแพ้ต่าง ๆ โรคผิวหนัง อาจมีอาการ ผมร่ ว งและมี อั ต ราเสี่ ย งต่ อ การเกิ ด โรคมะเร็ ง ได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับคนปกติ
คุณเคยนอนไม่หลับเพราะคิดมากหรือกังวลใจบ้าง หรือเปล่า? เคยรู้สึกเหนื่อยหน่ายจนไม่อยากท�ำอะไรบ้างไหม? เคยมีอาการปวดหรือเกร็งกล้ามเนือ้ บริเวณท้ายทอย หลัง หรือไหล่ ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงท�ำอะไรเลย? ถ้าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาคุณมีอาการเหล่านี้... แสดงว่าคุณก�ำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะความเครียดใน ระยะเริ่มแรกแล้ว ความเครียดเป็นภาวะของอารมณ์หรือความรู้สึกที่ เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ และท�ำให้รู้สึก ถูกกดดัน ไม่สบายใจ วุ่นวายใจ กลัว วิตกกังวล ตลอดจนถูก บีบคัน้ เมือ่ บุคคลรับรูห้ รือประเมินว่า ปัญหาเหล่านัน้ เป็นสิง่ ที่คุกคามจิตใจ หรืออาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จะ ส่งผลให้สภาวะสมดุลของร่างกายและจิตใจเสียไป
2. ด้านจิตใจและอารมณ์ จิตใจของบุคคลที่เครียดจะเต็มไปด้วยการหมกมุ่น ครุ ่ น คิ ด ไม่ ส นใจสิ่ ง รอบตั ว ใจลอย ขาดสมาธิ ความ ระมัดระวังในการท�ำงานเสียไป เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ ง่าย จิตใจขุน่ มัว โมโหโกรธง่าย สูญเสียความเชือ่ มัน่ ในความ สามารถที่จะจัดการกับชีวิตของตนเอง เศร้าซึม คับข้องใจ วิตกกังวล ขาดความภูมิใจในตนเอง ในบางรายที่ตกอยู่ใน ภาวะเครียดอย่างยาวนานมาก อาจก่อให้เกิดอาการทางจิต จนกลายเป็นโรคจิตโรคประสาทได้
3. ด้านพฤติกรรม
บุคคลทีเ่ ครียดมาก ๆ บางรายจะมีอาการเบือ่ อาหาร หรือบางรายอาจจะรูส้ กึ ว่าตัวเองหิวอยูต่ ลอดเวลา และท�ำให้ มีการบริโภคอาหารมากกว่าปกติ มีอาการนอนหลับยากหรือ นอนไม่หลับหลายคืนติดต่อกัน ประสิทธิภาพในการท�ำงาน น้อยลง เริ่มปลีกตัวจากสังคม และเผชิญกับความเครียด อย่างโดดเดี่ยว การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีบางอย่าง ความเครียดท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดบ้าง? ในสมองท�ำให้บคุ คลมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึน้ ความอดทน ผลจากปฏิกิริยาตอบสนองที่มีต่อความเครียด ท�ำให้ เริ่ ม ต�่ ำ ลง พร้ อ มที่ จ ะเป็ น ศั ต รู กั บ ผู ้ อื่ น ได้ ง ่ า ย หรื อ หาก เกิดการเปลีย่ นแปลงในตัวบุคคลนัน้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน บางรายที่เครียดมากอาจเกิดอาการหลงผิดและตัดสินใจ ได้แก่ แบบชั่ววูบน�ำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด
1. ด้านร่างกาย
ภาวะเครี ย ดที่ เ กิ ด ขึ้ น จะกระตุ ้ น ระบบประสาท อัตโนมัติ ท�ำให้เกิดอาการทางกายหลายอย่างแตกต่างกันไป ในแต่ ล ะบุ ค คล ตั้ ง แต่ ป วดศี ร ษะ ปวดหลั ง อ่ อ นเพลี ย หากบุคคลนัน้ ต้องเผชิญกับความเครียดทีร่ นุ แรงมาก ๆ อาจ ส่งผลให้บุคคลเสียชีวิตได้ คนที่มีโรคเบาหวาน เป็นโรค ประจ�ำตัวอยูแ่ ล้ว หากเกิดความเครียดอย่างรุนแรง ฮอร์โมน
สารพัดวิธีในการจัดการกับความเครียด
การผ่อนคลายทางร่างกาย เช่น การหายใจลึก ๆ การ ออกก�ำลังกาย การนวด การพักผ่อน การรับประทานอาหาร การอาบน�้ำอุ่น การลดความตึงเครียดทางจิตใจ เช่น การ สร้างอารมณ์ขนั การคิดในทางบวก การดูภาพยนตร์ การฟัง เพลง การหัวเราะ การหายใจลึก ๆ การท�ำสมาธิ การใช้
41
ิ จต ี ว ช พ า ภ สขุ . . . ม คอ ท อ เทคนิคความเงียบ ด ะ ร า ส เพื่อหยุดความคิดของตัวเอง
42
3. การท�ำสมาธิเบื้องต้น
เลื อ กสถานที่ ที่ เ งี ย บสงบ ไม่ มี ใ ครรบกวน เช่ น ในเรือ่ งทีท่ ำ� ให้เครียด เทคนิคการผ่อนคลาย ห้องนอน ห้องท�ำงานทีไ่ ม่มคี นพลุกพล่าน หรือมุมสงบในบ้าน ความเครียดส่วนใหญ่ จึงเน้นการผ่อนคลายกล้ามเนือ้ อย่ า คิ ด ฟุ ้ ง ซ่ า นเรื่ อ งอื่ น เมื่ อ จิ ต ใจแน่ ว แน่ จ ะช่ ว ยขจั ด และการท�ำจิตใจให้สงบเป็นหลัก ซึ่งวิธีที่จะน�ำเสนอในที่นี้ ความเครียด ความวิตกกังวล ความเศร้าหมอง เกิดปัญญาที่ จะคิดแก้ไขปัญหาและเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวติ ได้อย่าง จะเป็นวิธีง่าย ๆ สามารถท�ำได้ด้วยตัวเอง มีสติ มีเหตุมีผล และยังช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นด้วย 1. การฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่ควรฝึกมี 10 กลุ่มด้วยกัน คือ 1. แขนขวา 2. แขนซ้าย 3. หน้าผาก 4. ตา แก้ม และจมูก 5. ขากรรไกร ริมฝีปาก และลิ้น 6. คอ 7. อก หลัง และไหล่ 8. หน้าท้อง และก้น 9. ขาขวา การปรับตัวเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต 10. ขาซ้าย - หาผู ้ ที่ ส ามารถให้ ค� ำ ปรึ ก ษาได้ อาจเป็ น เพื่ อ น ครอบครัว คนใกล้ชิด ผู้ให้ค�ำปรึกษา (Counselor) หรือ จิตแพทย์ - หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาไปสักระยะหนึ่ง - พยายามไม่คาดหวังในสิ่งต่าง ๆ มากจนเกินไป - หลีกเลี่ยงการเกิดอารมณ์รุนแรง - ออกก�ำลังกายทุกวัน - เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ - ปรับปรุงเรื่องมนุษยสัมพันธ์
2. การฝึกการหายใจ
ฝึ ก การหายใจโดยใช้ ก ล้ า มเนื้ อ กระบั ง ลมบริ เ วณ หน้าท้อง แทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนือ้ หน้าอก เมือ่ หายใจ เข้า หน้าท้องจะพองออก และเมื่อหายใจออก หน้าท้องจะ ยุบลง ซึ่งจะรู้ได้โดยเอามือวางไว้ที่หน้าท้อง หายใจเข้าลึก ๆ และช้า ๆ กลัน้ ไว้ชวั่ ครูแ่ ล้วจึงหายใจออก ลองฝึกเป็นประจ�ำ ทุกวัน จนสามารถท�ำได้โดยอัตโนมัติ การหายใจแบบนี้จะ ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ท�ำให้สมองแจ่มใส ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงเหงาหาวนอน พร้อมเสมอ ส�ำหรับภารกิจต่าง ๆ ในแต่ละวัน
ขั้นตอน สู่การควบคุมความเครียด - คิดในแง่ดี - มีปัญหาเล่าสู่กันฟัง - สร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว - รักษาสุขภาพกายและจิตใจให้แข็งแกร่ง - ฝึกเทคนิคคลายเครียดด้วยวิธีการต่าง ๆ - วางแผนการบริหารจัดการเวลา - จัดการสิ่งที่จัดการได้ก่อน - เลือกสิ่งที่เป็นไปได้จริง - ตัดสินใจอย่างฉลาด
l
โดย...ซิสเตอร์สุภาวรรณ โชตผิล ถอดความ...
ความบากบั่นในความดี
และการเป็นพยานด้วยชีวิต... ข้ารับใช้ฯ คณะซาเลเซียน...
ประเทศบราซิล เป็นหนึ่งเดียวในรหัสธรรม ลู ก แกะพระเจ้ า ร่ ว มกั บ พระศาสนจั ก ร และชนเผ่าพื้นเมือง วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ได้มกี ารเฉลิมฉลอง ครบรอบ 42 ปี แห่งการเป็นมรณสักขีของคุณพ่อโรดอลโฟ ลุงเคนเบียน คณะซาเลเซียน และซิมัว โบโรโร ซึ่งคุณพ่อ จิลดาซิโอ เมนเดส จากเมืองกัมปูรี แกรนด์ แขวงบราซิล เขียนว่า“ในปีนี้ เหตุการณ์นี้ได้รับการเข้าสู่กระบวนการ แต่งตั้งเป็นบุญราศีของข้ารับใช้ฯ สองท่าน นับเป็นทาง แห่งพระพรของพระจิตเจ้าที่มีความหมายมากเป็นพิเศษ ส�ำหรับแขวงของเราและส�ำหรับพระศาสนจักร” ประจักษ์พยานของคุณพ่อคุณพ่อโรดอลโฟ ลุงเคนเบียน และซิ มั ว โบโรโร จะถู ก น� ำ มากล่ า วถึ ง มากขึ้ น ในปี นี้ ซึ่งครั้งแรกได้กระท�ำในโอกาสวันครบรอบปีที่ 125 ของการ เริ่มงานธรรมทูตซาเลเซียนในเมือง มาโต กรอสโซ ซึ่งจะมี การเฉลิมฉลองโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนและสิ้นสุด ในเดือนมกราคมปี 2019 : ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงระยะนี ้ นั บ เป็ น การส่ ง เสริ ม ความศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ทั้ ง สิ้ น และกลับเป็น
ส่วนหนึ่งของการเตรี ย มสมั ช ชาพระสั ง ฆราช ในระดั บ ภู มิ ภ าคที่ จ ะมี ขึ้ น ในช่ ว งเดื อ นตุ ล าคม ปี 2019 อันเป็นพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส เป้าหมายของสมัชชานีค้ อื “การระบุแนวทาง ใหม่ในการประกาศพระวรสารให้กับประชากรของ พระเจ้าในพื้นที่เขตอเมซอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่ ชนเผ่าพื้นเมือง” รูปแบบครูคำ� สอนชนเผ่าของซิมวั กลับเป็นแบบอย่าง ที่ทรงคุณค่า เป็นพิเศษในเรื่องที่เกี่ยวกับปีของฆราวาสที่ได้ รับการสนับสนุนจากการสัมมนาของพระสังฆราชชาวบราซิล ให้เห็นถึงรูปแบบของคริสตชน “ผูซ้ งึ่ สามารถท�ำให้กระแสเรียก ของตนหยั่งรากในพระวรสาร มีประสบการณ์แห่งข่าวดีที่ ผสมผสานลงในวัฒนธรรมของเขา เป็นพยานแห่งความเชื่อ ในพระเยซูคริสตเจ้า และแบ่งปันความยินดีแห่งพระวรสาร ให้กับผู้คนและในงานแพร่ธรรม” และที่สุด รูปแบบของมรณสักขีสองท่านนี้ นับเป็น พยานทีเ่ ด่นชัดส�ำหรับน�ำสูห่ วั ข้อการอบรมอภิบาลต่อไปทีว่ า่ “ซาเลเซียนควรมีลักษณะใดส�ำหรับเยาวชนในปัจจุบัน?” คุณพ่อเมนเดสได้เขียนถึง "คุณพ่อโรดอลโฟและซิมวั " ไว้วา่ “พวกเขาได้เป็นพยานแห่งความเชือ่ ถึงการกลับคืนชีพ อาศัยการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันด้วยการรับใช้ ปฏิสัมพันธ์ ฉันพี่น้องในการติดต่อกับชาวบ้าน ในการท�ำงาน ในการ เทศน์สอนถึงพระวาจาและในงานค�ำสอน การสวดภาวนา ประจ�ำวัน ในความรักศรัทธาต่อพระมารดา ในความยินดี และการด�ำเนินชีวิตแห่งการเผยแผ่ข่าวดีตามแบบชนเผ่า พืน้ เมือง ในการเฉลิมฉลองครบ 42 ปี แห่งการเป็นมรณสักขี ของคุณพ่อโรดอลโฟและซิมัว โบโรโรนี้ ท�ำให้เรามีเหตุผล มากมายที่ จ ะโมทนาคุ ณ พระเจ้ า ส� ำ หรั บ พระพรแห่ ง ความศักดิ์สิทธิ์ในพระศาสนจักรและในคณะซาเลเซียน News from the Salesian World, 13 July 2018
43
l
โดยซิสเตอร์กาญจนา เดชาเลิศ
ตามกระแส...
44
มี พ ระสงฆ์ท ่านหนึ่งได้ก ล่าวกับฉันว่า “ชี วิต ของเรา ก็เหมือนกับการเดินทาง เป็นการเดินทางจากเปลือกนอกสู่ แก่นสาระ จากความผิวเผินสู่ความเป็นแก่นแท้ เพราะนั่นคือ การเติบโตที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการบรรลุวุฒิภาวะของบุคคลที่ จะค่อย ๆ สมบูรณ์มากขึ้น ๆ เมื่อเราไม่หยุดที่จะก้าวเดิน เส้นชัยก็อยู่ไม่ไกล” เป็นทัศนคติท่ีน่าคิดมากจริง ๆ เพราะนั่น คือความหมายแห่งการมีชีวิตอยู่ แม้ว่าแต่ละคนมีความเป็น เอกลักษณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ คุณค่าทีช่ วี ติ หนึง่ จะมอบให้กบั ตนเองได้ภมู ใิ จกับการทีไ่ ด้เกิดมา ได้เต็มที่กับเอกลักษณ์ของตนเองที่ซ่อนอยู่ภายใน รอคอยการ หล่อเลี้ยง เอาใจใส่ให้เติบโตขึ้น พร้อมที่จะมอบคุณค่านั้นให้กับ ผู้คน และสังคมรอบข้าง ในยุคสมัยของเรานี้ เราทราบดีว่ามี ความเปลี่ ย นแปลงอยู ่ แ ทบจะตลอดเวลา ความจริ ง สิ่ ง ที่ เปลีย่ นแปลงตลอดเวลานัน่ คือ ความคิดของเราเอง ทีค่ อยจดจ่อ และเฝ้ามองกับสิง่ ทีเ่ คลือ่ นไหว คอยตามกระแสต่าง ๆ ...มีความ อยากจะรูอ้ ยากจะเห็นเรือ่ งนัน้ เรือ่ งนี้ รับข้อมูลจากการเผยแพร่ สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คน สิ่งต่าง ๆ ที่คอยสร้างกระแสอยู่ ตลอดเวลา สิง่ เหล่านีม้ มี าทุกยุคทุกสมัย เป็นกระแสทีช่ กั น�ำผูค้ น ให้คล้อยตาม ให้คิดตาม ให้วิจารณ์ตามกันไป ตามความคิด ของตน ซึ่ ง เราก็ ไ ด้ สั ม ผั ส ชั ด เจนมากขึ้ น ในทุ ก วั น นี้ ค� ำ ว่ า
ตามความคิดของเรา ซึง่ ในกระบวนการที่รวดเร็ว นั้น เราสามารถที่จะหยุด หยุด ที่ความคิด หยุดที่การตีความไปใน ทางลบ เมื่อเราสามารถที่จะหยุดคิด พิจารณาก่อน ไตร่ตรองก่อน ชีวิตของเรา ก็จะเป็นการก้าวเดินจากความรูส้ กึ ทีฉ่ าบฉวย ไปสูค่ วามหนักแน่นมัน่ คง ก้าวเดินจากความผิวเผิน สูแ่ ก่นสาระ ก้าวออกจากการเป็นทาสสูอ่ สิ รภาพที่ บุคคลหนึ่งพึงมี เมื่อเราสามารถที่จะหยุดการตาม กระแส หลุดพ้นจากการพัดพา เราก็อยูเ่ หนือกระแสนัน้ กระแสแห่ ง อารมณ์ ค วามรู ้ สึ ก ที่ เ ป็ น เปลื อ กนอกก็ ไ ม่ สามารถที่จะท�ำอะไรเราได้ ไม่มีผลกระทบต่อชีวิตของเรา เพราะเรามีความหนักแน่นมัน่ คงพอ เรารูว้ า่ อะไรส�ำคัญกว่า อะไรที่ดีกว่า เราสามารถที่จะเลือกยืนหยัด และยืนอยู ่ บนหนทางแห่งการก้าวเดินสู่แก่นสาระ มากกว่าที่จะให้ กระแสของโลกนี้พัดพาเราไป ขณะเดียวกัน จะท�ำให้เรา สามารถที่จะหยุดและฟัง กระแสที่มาจากเบื้องบน ที่น�ำเรา สู่ความสูงส่ง สมบูรณ์ มั่นคง มีสันติ และความสุขที่แท้จริง แล้วชีวิตที่มีคุณค่าก็จะแผ่รัศมีแห่งความชื่นชมยินดีใน ชีวิตเปี่ยมล้นด้วยความหมาย และคู่ควรกับการได้เกิดมา จารึ ก พระฉายาลั ก ษณ์ ข องพระเจ้ า บนโลกใบนี้ ในช่วงเวลาของเรานี้…
ท เดิน นัก าง
โลกาภิวัตน์ที่เราเคยพูดกันมากในสมัยหนึ่ง ปัจจุบันนี้ก ็ เป็นเรื่องที่ไม่ต้องพูดแล้ว เพราะปรากฏให้เห็นโลกใบใหญ่ ถูกย่อลง และความสามารถในการรับรูข้ อ้ มูลจากทัว่ โลกนัน้ ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ง่ายนิดเดียว อยู่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทุกอย่าง ดูเหมือนง่ายดาย รวดเร็ว ทันใจ ซึ่งมันน่าจะเป็น สิง่ ทีด่ งี าม แต่แล้วในความเป็นจริง เหรียญย่อมมีอยูส่ องด้าน เสมอ สิง่ ทีเ่ ป็นประโยชน์เมือ่ น�ำมาใช้มากจนเกินไปก็อาจเกิด โทษได้ ต่อหน้าสถานการณ์เหล่านี้ท่ีเราต่างตระหนัก ต่าง มองเห็นความเคลื่อนไหวของมัน เราต้องท�ำอย่างไรต่อหน้า กระแสที่พัดผ่าน ที่คอยดึงเราไปตามกระแสที่เกิดขึ้นในยุค ของเรานี้ สิ่งแรก เราคงต้องหันกลับมาที่ใจของเราเอง ให้ สามารถทีจ่ ะเลือก สามารถทีจ่ ะมองอย่างมีสติ มีใจทีน่ งิ่ แต่... สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากใจไม่เคยได้รับการฝึกฝน ไม่ เคยตระหนักรู้ว่าตนเองก�ำลังเดินอยู่บนหนทางใด ก�ำลังก้าว หรื อ ถอยหลั ง มี ห ลายคนที่ บ อกว่ า การควบคุ ม อารมณ์ ของตนเองนัน้ ยากมาก ซึง่ ในความจริงก็ไม่ใช่สงิ่ ทีง่ า่ ยส�ำหรับ ทุกคน มันไม่ใช่สิ่งที่ควรท�ำ แต่มันคือ หน้าที่ของความเป็น มนุษย์(ทีแ่ ปลว่าผูม้ ใี จสูง) การควบคุมตนเองนัน้ ถือเป็นหน้าที่ ของแต่ละคน เป็นภารกิจหลักในชีวติ ประจ�ำวัน ทีไ่ ม่เพียงจะ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม หรือผู้คนที่อยู่รอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นการขัดเกลา และการก้าวเดินไปข้างหน้า เป็นการ ก้ า วออกจากอารมณ์ ค วามรู ้ สึ ก ที่ ม าจากสิ่ ง เร้ า ภายนอก แปรความหมายที่สมองของเราก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก
45
ธมอ. ชีวิตผู้รับเจิม... กับความสัตย์ซื่อ ยาวนาน... 50 ปี 60 ปี และ 75 ปี l
46
ทุกครั้งที่ได้รับข่าวหรือไปร่วมพิธีโอกาสครบรอบ ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็น 25 ปี 50 ปี 60 ปี หรือ 75 ปี ของการ บวชเป็นพระสงฆ์ หรือนักบวช หรือการครบรอบในชีวิต แต่งงานก็ตาม… มักจะเกิดความรู้สึกชื่นชม ความปิติสุข อิ่มเอมใจ และมักจะคิดในใจเสมอว่า “สุดยอดจริง ๆ !” ในปัจจุบันนี้ ชีวิตแห่งความซื่อสัตย์ในสิ่งหรือในทาง ทีต่ นเลือก ไม่ได้เป็นสิง่ ทีง่ า่ ยนักทีจ่ ะคงรักษาและมัน่ คงจนถึง ที่สุด ... บ่อยครั้งที่เราได้ยินข่าวในโลกโซเชียลที่พูดถึงการ แยกทางหรือการบอกเลิกกันของนักร้อง นักแสดง ทั้ง ๆ ที่ ส�ำหรับบางคนระยะเวลาของการเป็นแฟนหรือมีชีวิตคู่ของ พวกเขาก็ไม่ใช่น้อยเลย...แต่เป็นเพราะเหตุใด จึงเกิดการ แยกทางเกิดขึ้น...แน่นอนว่าแต่ละคนมีเหตุผล... หันกลับไปมองชีวิตของผู้ที่ได้ตัดสินใจเลือกที่จะเป็น พระสงฆ์ นักบวชทัง้ ชายและหญิง ผูอ้ ทุ ศิ ตนประกอบภารกิจ ที่พระเจ้าได้ทรงมอบฝากไว้ ให้ส�ำเร็จตามพระประสงค์ของ พระองค์ โดยมีพันธกิจที่แตกต่างกันนั้น ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ ตัดสินใจเลือกที่จะเป็นพระสงฆ์และนักบวชแล้วจะเดินทาง จนถึงที่สุดอีกนั่นแหละ... ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความรู้สึก ชื่นชม ความปิติสุข ความอิ่มเอมใจ และการยกนิ้วโป้ง “สุดยอดจริง ๆ!” ที่ให้กับทุกคนที่เดินทางถึงครบรอบปี โอกาสดังกล่าวข้างต้น เป็นความรูส้ กึ ทีก่ อ่ ให้เกิดก�ำลังใจ ทีจ่ ะ ก้าวไปข้างหน้าให้ถงึ ทีส่ ดุ เช่นกัน...ขอบคุณส�ำหรับความสัตย์ซอื่ อันยาวนาน...ของพวกท่าน ที่ท�ำให้ใจเราเปล่งประกาย... พร้อมกับความส�ำนึกทีว่ า่ “การเรียกของพระองคไ์ ม่เคยล้าสมัย... และหมดวันเวลา...ความรักของพระองคส์ ตั ยซ์ อื่ นิรนั ดรก์ าล”
โดย...เก็บเบี้ยรายทาง...
ความซือ่ สัตย์มนั่ คง ได้รบั การนิยามว่าเป็นความมัน่ คง หรื อ ความครบถ้ ว นทางศี ล ธรรมและเกี่ ย วข้ อ งกั บ การ ปราศจากซึ่งต�ำหนิและข้อบกพร่องในสายพระเนตรของ พระเจ้า อย่างไรก็ตาม ความซือ่ สัตย์มนั่ คงมิได้หมายถึงความ สมบูรณ์ในด้านค�ำพูดและการกระท�ำของมนุษย์ไม่สมบูรณ์ ผู้ซึ่งไม่อาจเป็นไปได้ที่จะบรรลุถึงมาตรฐานของพระเจ้า อย่างครบถ้วน แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ความซื่อสัตย์มั่นคง ของมนุษย์บ่งนัยถึงความเลื่อมใสจากหัวใจอย่างหมดสิ้น หรืออย่างครบถ้วนต่อองค์พระเจ้า รวมถึงต่อพระประสงค์ ของพระองค์ ความศรัทธาและเชื่อมั่นในพระองค์เช่นนี ้ จะชี้ น� ำ หรื อ น� ำ ทางบรรดาคนซื่ อ ตรงในทุ ก สภาพการณ์ และทุกเวลา.. (เทียบ https://wol.jw.org/th/wol/d/r113/lpsi/2002368)
ชี วิต ของซิ ส เตอร์ เ อสเตรี นา ปรั นโด อายุ 97 ปี ธรรมทูตชาวอิตาเลียน ที่ได้เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 75 ของ ชีวิตผู้รับเจิม ชีวิตของซิสเตอร์อากาทา บุญมี จิตอุทัศน์ อายุ 80 ปี ได้เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 60 ของชีวิตผู้รับเจิม ซิสเตอร์เทเรซา จันทรา กอหะสุวรรณ อายุ 74 ปี และซิสเตอร์ แอลดา บารัตติโน อายุ 70 ปี ธรรมทูตจากประเทศอิตาลี ที่ เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 50 ของชีวิตผู้รับเจิม ในคณะธิดา แม่พระองค์อุปถัมภ์ ...ขวบปีที่ยาวนานแห่งความรักสัตย์ซื่อ ของท่ า นเหล่ า นั้ น จะเป็ น ดั ง แสงสว่ า งที่ ท อดยาวนาน ตราบนิรันดร์...บนเส้นทางเดียวกัน...ท่ามกลางเยาวชน....
สเต
ซิ
์เอส อร
ีน เตร ันโด า ปร
บ้านเกิด ลอสโซ อเตสตีโน ปาโดวา ประเทศอิตาลี บิดา-มารดา อเลสซันโดร ปรันโด (Alessandro Prando)
เอาเรเลีย วิเซนติน (Aurelia Visentin) การปฏิญาณตนครั้งแรก 6 สิงหาคม 1943 โคเนลีอาโน เวเนโต ประเทศอิตาลี การปฏิญาณตนตลอดชีพ 5 สิงหาคม 1949 ตุริน ประเทศอิตาลี การเป็นธรรมทูต 21 พฤศจิกายน 1949 ประเทศไทย การศึกษา 1943 ประกาศนียบัตรการสอนศาสนา จากสถาบัน Vittorio เมืองเวเนโต อิตาลี 1946 ประกาศนียบัตรวิชาชีพพยาบาล จากสถาบัน Ospedale Mauriziano อิตาลี
ความเป็นมาของกระแสเรียก
ซิสเตอร์ได้ยนิ เสียงเรียกของพระเจ้าในช่วงเวลาทีไ่ ด้มโี อกาสไปร่วมกิจกรรมศูนย์เยาวชน ของซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์(ธมอ.) ซิสเตอร์รู้สึกประทับใจมากที่เห็นบรรดา ซิสเตอร์มีสุข ความยินดีและกระตือรือร้นในการต้อนรับ สอนค�ำสอนและการเล่นกับพวกเรา เยาวชน นับตัง้ แต่เวลานัน้ ซิสเตอร์กม็ คี วามปรารถนาว่า สักวันหนึง่ จะเป็นเหมือนบรรดาซิสเตอร์ เหล่านั้นให้จงได้ ซิสเตอร์ได้ภาวนาวอนขอพระเจ้าโปรดให้ซิสเตอร์ได้บรรลุถึงความฝันนี้
47
ส อ ์ เ ร อ ส ิซ เต
โด น ั ร ป า เตรีน
หน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย
48
1943-1948 ครูสอนที่โรงเรียนอนุบาล เมืองวัลดาโย (Valdagno) 1948-1949 ศึกษาหลักสูตรวิชาชีพพยาบาล และประจ�ำหมู่คณะมัสซาแรลโล กรุงตุริน 1949-1951 พยาบาลประจ�ำหมู่คณะ ผู้ดูแลผู้ฝึกหัดของคณะซิสเตอร์ผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมล ของพระแม่มารีย์ ที่บางนกแขวก สมุทรสงคราม 1951-1952 ผู้ดูแลผู้ฝึกหัดของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ที่บ้านโป่ง ราชบุรี 1952-1956 นวกจาริณีของคณะผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ ที่บางนกแขวก สมุทรสงคราม 1956-1960 อธิการิณีหมู่คณะ ที่บ้านโป่ง ราชบุรี 1960-1970 อธิการิณีหมู่คณะศูนย์กลางแขวง ที่ศาลาแดง กรุงเทพฯ 1970-1972 รองอธิการิณีเจ้าคณะแขวง ศาลาแดง กรุงเทพฯ 1972-1985 นวกจาริณีและอธิการิณี ที่นวกสถานมารีย์นิรมล หัวหมาก กรุงเทพฯ 1983-1985 เลขานุการแขวงและนวกจาริณี ที่นวกสถานมารีย์นิรมล หัวหมาก กรุงเทพฯ 1985-1991 อธิการิณีเจ้าคณะแขวง ศาลาแดง กรุงเทพฯ 1991-1992 พักฟื้น 1992-1993 รับผิดชอบดูแลกลุ่มเยาวชนผู้สนใจ และท�ำหน้าที่สมาชิกที่ปรึกษา หมู่คณะเซนต์เมรี่ อุดรธานี 1993-1998 รองอธิการิณีและดูแลผู้ป่วย ที่หมู่คณะบ้านโป่ง ราชบุรี 1998-2003 รองอธิการิณีและดูแลผู้ป่วย ที่หมู่คณะมารีย์อุปถัมภ์ สามพราน นครปฐม 2003-2013 ท�ำหน้าที่พยาบาลระดับแขวง และรองอธิการิณี ที่หมู่คณะศาลาแดง กรุงเทพฯ 2013-2015 เกษียณ พักประจ�ำที่หมู่คณะศาลาแดง กรุงเทพฯ 2015-2016 เกษียณ พักประจ�ำที่หมู่คณะมารีย์อุปถัมภ์ สามพราน นครปฐม 2016-ปัจจุบัน เกษียณ พักประจ�ำที่หมู่คณะศาลาแดง กรุงเทพฯ
สเต
ซิ
์เอส อร
ีน เตร ันโด า ปร
อะไรคือเคล็ดลับที่ท�ำให้ซิสเตอร์ซื่อสัตย์ ต่อกระแสเรียกธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้จนถึงทุกวันนี้ ?
ความเชือ่ มัน่ ทีว่ า่ พระเจ้าทรงเรียกซิสเตอร์และจากการมี ข้อตั้งใจในชีวิตประจ�ำวันที่สอดคล้องกับการเรียกของพระองค์ อย่างสม�่ำเสมอ
พระวาจาประจ�ำใจ...
“พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์” (สดด 27, 8)
สิ่งที่อยากจะบอก...
ซิสเตอร์มีความยินดีมากและขอบคุณพระองค์ที่ได้เลือกซิสเตอร์ให้เป็น ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์และเป็นธรรมทูตในประเทศไทย
49
เกิดวันที่ 16 มีนาคม 1938 (2481) บ้านเกิด 38 หมู่ 1 บ้านปราโมทย์ อ�ำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม สัตบุรุษ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก บิดา - มารดา นายว้อก จิตอุทัศน์ - นางเปาลา จิตอุทัศน์ (เพ่งพินิจ) ปฎิญาณตนครั้งแรก 14 พฤษภาคม 1955 (2501) บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 50 ปฎิญาณตนตลอดชีพ 14 พฤษภาคม 1664 (2507) บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี การศึกษา ศึกษาศาตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง กรุงเทพฯ เอกอังกฤษ โทจิตวิทยา ความเป็นมาของกระแสเรียก
การได้อยูพ่ ร้อมหน้ากันได้รบั การอบรมดูแลอย่างใกล้ชดิ จากเตีย่ และแม่ทสี่ อนเรือ่ งความเชือ่ ความศรัทธาต่อพระเจ้า การสวดภาวนาค�่ำพร้อมกันในครอบครัว และตลอดการสวดสายประค�ำในเดือนตุลาคมของครอบครัว แม้จะรู้สึกยืดยาว ส�ำหรับเด็ก ๆ แต่ก็เป็นการบ่มเพาะกระแสเรียกให้เติบโตขึ้น และภายหลังได้คลุกคลีใกล้ชิดกับคณะซิสเตอร์มากขึ้นท�ำให้ อยากเป็นซิสเตอร์บ้าง อีกประการหนึ่งก็คือคิดถึงสวรรค์กลัวตกนรก และอยากเป็นนักบุญ พอเข้าฝึกหัดตัวและเรียนด้วย จึงพยายามฝึกฝนตนให้เป็นคนมี “นิสัยดี” ด้วยความสุภาพอ่อนโยน ไม่ฉุนเฉียวง่าย และอุทิศและรักทุกคนโดยยึดนักบุญ ฟรังซิส เดอ ซาลส์ เป็นแบบอย่าง นั่นคือ “น�้ำผึ้งหยดเดียว จับแมลงวันได้มากกว่าน�้ำส้มคั้นทั้งไห” ฉันคิดอยู่เสมอว่า การเป็นซิสเตอร์นั้นต้องเป็นคนดี ตายแล้วต้องไปสวรรค์แน่นอน และเมื่อซิสเตอร์ผู้ดูแลระหว่าง การฝึกหัด ฝึกนิสัยที่ดีนั้น พูดกับพวกเราบ่อย ๆ ว่า “กว่าจะเป็นซิสเตอร์ได้ ต้องถลกหนังถึงเจ็ดชั้นทีเดียว...” โอ้โฮ! ฟังแล้ว หวาดเสียวพิลึก แต่เพราะความอยากเป็นซิสเตอร์ อยากเป็นนักบุญจึงต้องพยายามกล�้ำกลืน และที่สุด...ฉันก็ได้เป็นสมาชิก คนหนึ่งของซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ซิสเตอร์ซาเลเซียนของคุณพ่อบอสโก บิดาที่รักและมาเดอร์มาเรีย มัสซาแรลโล มารดาผู้เป็นแบบอย่างชีวิตตามจิตตารมณ์ของพ่อบอสโก แม้ในชีวิตนักบวช อาจมีอะไรลุ่ม ๆ ดอน ๆ บ้าง แต่ ชีวิตก็ผ่านไปได้ ด้วยพระภูษาของพระมารดาองค์อุปถัมภ์คอยปกป้องและดูแล พระมารดาผู้ที่พ่อบอสโก ปรารถนาให้ ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ทุกคน เป็นดังอนุสาวรีย์แห่งความกตัญญูรู้คุณของท่านที่มีต่อพระแม่ตลอดไป
สเต
ซิ
อ์ าก อร าทา
พ.ศ. 2501-2504 พ.ศ. 2504-2507 พ.ศ. 2507-2526 พ.ศ. 2526-2535 พ.ศ. 2535-2536 พ.ศ. 2536-2541 พ.ศ. 2541-2549 พ.ศ. 2549-2552 พ.ศ. 2552-2553 พ.ศ. 2553-2554 พ.ศ. 2554-2556 พ.ศ. 2556-2558 พ.ศ. 2558- 2559 พ.ศ. 2559-2561 พ.ศ. 2561-ปัจจุบัน
ครูสอน ที่โรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง และศึกษาต่อ ครูสอน ที่โรงเรียนเซนต์เมรี่ อุดรธานี ครูใหญ่และที่ปรึกษาระดับโรงเรียน ที่โรงเรียนเซนต์เมรี่ อุดรธานี ที่ปรึกษาระดับโรงเรียน ที่โรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง ครูใหญ่ ที่โรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง ท�ำงานแปล ที่บ้านศูนย์กลางของคณะ ศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ครูสอน ครูใหญ่ และรองอธิการิณีหมู่คณะ ที่โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาเลย เลย อธิการิณีหมู่คณะ ที่บ้านหัวหมาก กรุงเทพฯ รองอธิการิณีหมู่คณะ ที่โรงเรียนเซนต์เมรี่ อุดรธานี ดูแลบ้านธารพระพร สามพราน นครปฐม ผู้ดูแลเด็ก-เยาวชน บ้านมารีรักษ์ อุบลราชธานี รองอธิการิณีหมู่คณะ ที่บ้านมารีย์รักษ์ อุบลราชธานี ผู้ช่วยพยาบาลผู้สูงอายุ ที่หมู่คณะบ้านโป่ง ราชบุรี รองอธิการิณีหมู่คณะบึงกาฬ ช่วยงานทั่วไปของหมู่คณะ ที่บ้านหัวหมาก กรุงเทพฯ
ั น์ อทุ ศ ี จิต บญุ ม
หน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย
51
าทา ก า ์ อ ร อ ต เ ซสิ
น์ ั ศ ุ ท อ ิ ต จ ุ มี บญ
สิ่งที่ช่วยให้มั่นคงในกระแสเรียกจนถึงปัจจุบันคือ
52
- ความเชื่อความศรัทธาภักดี ความไว้วางใจและความรักที่มีต่อพระเจ้าที่ได้รับการถ่ายทอดจากครอบครัว ซึ่งได้ รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก การไปวัดวันอาทิตย์ วันฉลองพร้อมกันด้วยการเตรียมจิตใจและการแต่งกายให้เหมาะสม การสวดภาวนาพร้อมกันทุกเย็นและการสวดสายประค�ำถวายเกียรติแด่พระมารดามารีย์ช่วยให้จิตใจหนักแน่นในชีวิต คริสตชนในการสวดภาวนาตลอดเวลา โดยเฉพาะภาวนาสั้น และค�ำภาวนาที่มาจากใจ - โลกและทุกสิ่งเป็นสิ่งสร้างที่สวยงามของพระผู้เป็นเจ้า และมนุษย์ก็เป็นฝีพระหัตถ์ชิ้นเอกที่พระองค์ทรงสร้าง ตามพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ทดี่ อ้ ยกว่าเทวาหน่อยเดียว ฉันจึงพยายามพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะด้านจิตใจให้เหมาะสม กับพระองค์ เพื่อสมที่จะไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ เพราะสวรรค์คือบ้านแท้ ไม่ต้องการไปนรก จึงคิดที่จะรับใช้พระองค์ใน คณะนักบวชด้วยการอยู่กับบุคคลรอบข้างอย่างมีความสุขและให้เขามีความสุขด้วย มองโลกและทุกสิ่งในแง่ดี คิดดี พูดดี ท�ำดี เหมือนพระเยซูเจ้า ทรงคิดทรงพูดและทรงมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน พูดง่าย ๆ ก็คือ “เป็นคนมีนิสัยดี” นั่นเอง - พระเจ้าทรงสอนว่า ให้รักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง จึงท�ำทุกอย่างด้วยความรัก - สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ หล่อเลี้ยงชีวิตให้มีมานะอดทน มั่นคงต่อกระแสเรียก รักรับใช้และซื่อสัตย์ต่อพระองค์ในชีวิต นักบวช รักคณะ รักผู้ตั้งคณะ และรักสมาชิกทุกคนแม้ในความบกพร่องของกันและกัน
พระวาจาประทับใจ “รักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” สิ่งที่อยากบอก...
ขอขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับความรักมั่นคงของพระองค์ที่ด�ำรงอยู่เป็นนิจแม้วันเวลาจะเปลี่ยนไป ชีวิตจะแปรผัน ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ความรักของพระองค์ไม่แปรเปลี่ยน ยามต้องการความช่วยเหลือ พระพรของพระองค์ก็มา ทันที ขอบคุณพระองค์ที่ทรงเรียก และเลือกให้มารับใช้พระองค์ในชีวิตนักบวช ท่ามกลางเยาวชนในคณะธิดาแม่พระ องค์อุปถัมภ์ถึง 60 ปี ขอบคุณพระองค์ที่ให้เกิดมาในครอบครัวคริสตชนที่มีความศรัทธา และมีความเชื่ออย่างลึกซึ้ง ขอบคุณพระองค์ส�ำหรับพ่อแม่และพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่ส่งเสริมด้านการด�ำเนินชีวิตนักบวช ขอบคุณพระองค์ ส�ำหรับผู้ใหญ่ทุก ๆ ท่าน ที่ชี้แนะแนวทางการด�ำเนินชีวิตที่เหมาะสมตามจิตตารมณ์ซาเลเซียนของคุณพ่อบอสโก และขอขอบพระคุณพระองค์ส�ำหรับสมาชิกทุก ๆ คน ที่คอยอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะในยามสุขหรือมีปัญหา ทั้งคอยสนใจดูแล ยามต้องการความช่วยเหลือ
บ้านเกิด บิดา-มารดา สัตบุรุษ
เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เปโตร เซ่งเฮี้ยง – มาเรีย เซาะเอ็ง วัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร (วัดบางเชือกหนัง) กรุงเทพฯ การปฏิญาณตนครั้งแรก 5 สิงหาคม 1968 ที่คาซาโนวา ประเทศอิตาลี การปฏิญาณตนตลอดชีพ 5 สิงหาคม 1974 ที่หัวหมาก กรุงเทพฯ การศึกษา 2506 มัธยมศึกษาตอนปลาย สมุทรปราการ 2517 ประกาศนียบัตรวิชาชีพครู ระดับประถมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 2531 ประกาศนียบัตรหลักสูตรนักอบรม กรุงโรม ประเทศอิตาลี พระวาจาประจ�ำใจ... “ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ข้างเรา ใครจะสู้เราได้" (รม 8, 31)
53
อ ซสิ เต
ะสวุ รรณ ห อ ก า ทร ั น จ า ซ ร์เทเร
ความเป็นมาของกระแสเรียก
54
โอกาสโมทนาคุณพระ ในวันฉลองรอบครบ 50 ปี ของการปฏิญาณตนในชีวิตนักบวชนั้น ดิฉันเข้าใจ และมั่นใจว่า 1. วันนี้มาถึงได้นั้น ไม่ใช่เพราะฉันท�ำได้ 2. การโมทนาคุณพระทีท่ ำ� ฉลองยิง่ ใหญ่นี้ ไม่ใช่เป็น การขอบคุณครั้งเดียวครั้งแรก ดิฉันจะแบ่งปันความกระจ่างถึงข้อ 1 และ ข้อ 2 ตามจดหมาย ของนักบุญเปาโลถึงชาวโรมในบทที่ 8 ตอน ช่วงท้ายมีความว่า บทเพลงการสรรเสริญพระเจ้า ถ้าพระอยูก่ บั เราแล้ว ใครทีจ่ ะสูเ้ ราได้” และอื่น ๆ ขอเชิญชวนท่านอ่าน พระวาจาตอนนี้ ซึ่งพระวาจาตอนนี้ เป็ น ดั ง ท่ า ที แ ละเป็ น ชี วิ ต ประจ� ำ วั น ของบุ ค คลที่ พ ระได้ ใ ห้ ดิ ฉั น เกิดท่ามกลางพวกเขา และเติบโตมาในสายเลือดแห่งความเชื่อต่อ พระเจ้า รวมทั้งญาติพี่น้องและไออุ่นแห่งความเชื่อนี้ ยังคงสัมผัสได้ จนถึงทุกวันนี่้ ทุกครั้งที่มีโอกาสพบปะสนทนา ก็มักจะได้ยิน ประโยคค�ำพูดทีม่ าจากใจทีเ่ ชือ่ ถึงพระอยูบ่ อ่ ย ๆ จากครอบครัว เข้าสู่คณะก็ได้สัมผัสกับผู้ใหญ่ที่ให้การอบรมในขั้นตอน เบื้องต้น พยานชีวิตแห่งความเชื่อของพวกท่าน รวมทั้ง สมาชิกในคณะ ทุกบุคคลที่กล่าวนี้ ดิฉันได้ขอบคุณ ทุกวันด้วยใจรู้คุณ
หน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย
2511-2512 รับการอบรมชีวิตนักบวชผู้เยาว์ ที่สถาบัน Istituto Pedagogico กรุงตุริน ประเทศอิตาลี 2512-2519 ครูผู้สอนและผู้ดูแลนักเรียนประจ�ำ ที่โรงเรียนเซนต์เมรี่ อุดรธานี 2519-2522 ครูผู้สอนและผู้ดูแลนักเรียนประจ�ำ ที่ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอด พญาไท กรุงเทพฯ 2522-2527 เหรัญญิกหมู่คณะเซนต์เมรี่ อุดรธานี 2527-2528 อธิการิณีหมู่คณะเซนต์เมรี่ อุดรธานี 2528-2531 อธิการิณีหมู่คณะมารีย์อุปถัมภ์ สามพราน นครปฐม และเป็นสมาชิกคณะที่ปรึกษาแขวง 2531-2534 อธิการิณีหมู่คณะบ้านโป่ง ราชบุรี และรองอธิการิณีเจ้าคณะแขวง ระหว่าง ปี 2532-2534 2534-2540 อธิการิณีเจ้าคณะแขวง บ้านศูนย์กลาง ศาลาแดง กรุงเทพฯ 2540-2541 เหรัญญิกหมู่คณะหาดใหญ่ สงขลา 2541-2542 เหรัญญิกหมู่คณะอุบลราชธานี 2542-2545 อธิการิณีหมู่คณะวิสุทธิวงศ์ โพนสูง อุดรธานี 2545-2551 อธิการิณีหมู่คณะอุบลราชธานี 2551-2554 เหรัญญิกหมู่คณะบ้านโป่ง ราชบุรี 2554-2558 อธิการิณีหมู่คณะอุบลราชธานี 2558-2561 อธิการิณีหมู่คณะศาลาแดง กรุงเทพฯ 2561- ปัจจุบัน ดูแลผู้สูงอายุที่หมู่คณะบ้านโป่ง ราชบุรี
อะไรคือเคล็ดลับที่ท�ำให้ซิสเตอร์ซื่อสัตย์ต่อกระแสเรียก ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้จนถึงทุกวันนี้ ? แบบอย่างของบรรพบุรุษและญาติพี่น้องทั้งในอดีต และปัจจุบันที่ด�ำเนินชีวิตในความเชื่ออย่างเด่นชัดอันเป็น พระพรที่ต้องสนองด้วยรู้คุณ
รรณ หะสวุ า กอ นั ทร ซา จ เ์ ทเร อร สเต
ซิ
55
56
บ้านเกิด กัทตีนารา แวร์เชลลี อิตาลี บิดา-มารดา โทมัส บารัตติโน – มาเรีย อัจโจ การปฏิญาณตนครั้งแรก 5 สิงหาคม 1968 เปสซีโอเน ประเทศอิตาลี การปฏิญาณตนตลอดชีพ 5 สิงหาคม 1974 ที่อาริญาโน ประเทศอิตาลี การเป็นธรรมทูต 4 กันยายน 1974 ประเทศไทย การศึกษา 1962 1968 1970 1976 1999
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่สถาบัน Istituto S.Cuore เมืองแวร์เชลลี ประกาศนียบัตรการสอนศาสนา ที่สถาบัน Ufficio Catechistico กรุงตุริน ประกาศนียบัตรศึกษาศาสตร์ ที่สถาบัน Scuola Madre Mazzarello กรุงตุริน ผ่านการสอบเทียบภาษาไทยและรับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู จากกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ ประกาศนียบัตรเกี่ยวกับการศึกษาจิตตารมณ์ ที่สถาบัน Facoltà “Auxilium” กรุงโรม อิตาลี
สเต
ซิ
ดา ์แอล อร
ติโน
ซิสเตอร์ได้มโี อกาสรูจ้ กั กับคณะซิสเตอร์ธดิ าแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ โดยการ ไปร่วมกิจกรรมศูนย์เยาวชน และฝึกหัดตัดเย็บเสื้อผ้าที่บ้านของคณะซิสเตอร์ ซิสเตอร์รู้สึกประทับใจที่บรรดาซิสเตอร์ต้อนรับพวกเรา สอนและเล่นกับพวกเรา อย่างทุ่มเทและกระตือรือร้น ความปรารถนาที่จะเป็นเหมือนซิสเตอร์ในการช่วยเหลือ เด็ก ๆ เมื่อเวลาโตขึ้นจึงได้บังเกิดในใจของซิสเตอร์ ถึงแม้นในขณะนั้น ซิสเตอร์อายุจะยัง น้อย แต่พอ่ แม่กอ็ นุญาตให้ซสิ เตอร์เข้าคณะ แม้จะต้องรอเวลาอีกหลายปีเพือ่ ให้อายุถงึ เกณฑ์ ในการบรรลุความฝันของซิสเตอร์ พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานพระหรรษทานแก่ซิสเตอร์ให้มาถึง เป้าหมายและมีความสุขมากในเวลานั้น ทั้งในขณะนี้ด้วย ซิสเตอร์ไม่มีค�ำพูดใดที่จะแสดงออกถึง ความกตัญญูรคู้ ณ ุ ต่อพระเจ้าส�ำหรับพระคุณนี้ และซิสเตอร์ภาวนาขอให้พระองค์ยงั คงประทานพระคุณ ให้ซิสเตอร์เสมอ เพื่อจะสามารถสัตย์ซื่อต่อพระองค์ตลอดไป
ั บารต
ความเป็นมาของกระแสเรียก...
พระวาจาประจ�ำใจ... “เรามาเพื่อให้แกะมีชีวิตและมีชีวิตอย่างสมบูรณ์..” (ยน 10, 10) หน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย 1968-1969 1969-1970 1970-1972 1972-1974 1974-1976 1976-1977 1977-1991 1991-1997 1997-1999 1999-2008 2008-2011 2011-2014 2014-2015 2015-2016 2016-ปัจจุบัน
นักศึกษา ที่บ้านมาเรีย มัสซาแรลโล กรุงตุริน ประเทศอิตาลี รับการอบรมซิสเตอร์ผู้เยาว์ ที่บ้านศูนย์กลาง กรุงโรม ประเทศอิตลี แม่ครัวและผู้ดูแลในหมู่คณะที่ Ghasri (เกาะมอลต้า) ดูแลห้องอาหารที่บ้านศูนย์กลางคณะ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ศึกษาภาษาไทยและประจ�ำทีห่ มูค่ ณะทีบ่ า้ นศูนย์กลางแขวงไทย ศาลาแดง กรุงเทพฯ ผู้ดูแลนักเรียนประจ�ำ ที่โรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง ราชบุรี ผู้ดูแลนวกเณรี ที่นวกสถานหัวหมาก กรุงเทพฯ อธิการิณีหมู่คณะ ที่บ้านชัยพร บึงกาฬ (จ.หนองคาย ในสมัยนั้น) รับการอบรมหลักสูตร “จิตตารมณ์” ที่ “Casa M.Ersilia Canta” กรุงโรม อธิการิณี-นวกจารย์ ที่นวกสถานมารีย์นิรมล สามพราน และเป็นสมาชิก คณะที่ปรึกษาแขวง อธิการิณีหมู่คณะ ที่บ้านมารีรักษ์ อุบลราชธานี เลขานุการระดับแขวง ประจ�ำส�ำหนักงานแขวง ศาลาแดง กรุงเทพฯ รองอธิการิณีแขวงและเลขานุการระดับแขวง สมัยที่ 2 เลขานุการระดับแขวง และสมาชิกคณะที่ปรึกษาแขวง เลขานุการระดับแขวง และสมาชิกคณะที่ปรึกษาแขวง และหน้าที่อื่น ๆ
57
ติโน ต ั ร า บ า ด ล อ ์แ ร อ ต ซสิ เ
อะไรคือเคล็ดลับที่ท�ำให้ซิสเตอร์ซื่อสัตย์ ต่อกระแสเรียกธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้ จนถึงทุกวันนี้ ?
ซิสเตอร์เชื่อมั่นว่าเคล็ดลับนั้นคือความดีและความ เมตตาของพระเจ้าผู้ซึ่งเริ่มต้นกิจการของพระองค์ในตัว ของซิ ส เตอร์ และมุ ่ ง มั่ น ที่ จ ะท� ำ ให้ กิ จ การนั้ น บรรลุ ต าม พระประสงค์ของพระองค์
58
ค�ำขอบคุณ...
วันนี้เป็นวันที่มีความส�ำคัญกับซิสเตอร์เป็นอย่างมาก และอยาก จะเชือ้ เชิญทุกคนขอบคุณพระองค์พร้อมกับซิสเตอร์ ส�ำหรับพระคุณ อันยิ่งใหญ่แห่งกระแสเรียกและมาเป็นธรรมทูตในประเทศไทย ซิสเตอร์ปรารถนามากที่จะมีเยาวชนมากมายที่มีความยินดี เช่ น เดี ย วกั น กั บ ซิ ส เตอร์ ที่ มี ในวั น นี้ จ ะขอพระคุ ณ นี้ จ าก แม่พระในโอกาสนีเ้ ป็นพิเศษ เพือ่ ว่าในอนาคต เยาวชนสมัย ของเรานี้จะมีผู้ดูแล ที่เอาใจใส่เขาแบบที่ซิสเตอร์ได้มี ในชีวิต และขอถือโอกาสนี้ขอบคุณพวกท่านเหล่านี้ ที่ได้ดูแลซิสเตอร์ด้วย..
เคยสงสัยไหมว่าอะไรคือความดีหรือเลวในโลกที่วกวน สิง่ ใดขาวหรือด�ำนับวันยิง่ ดูสบั สน เหตุผลซับซ้อนขึน้ ทุกที เคยไหมที่ท้อ เฝ้าแต่รอไม่มีใครเห็นความตั้งใจที่มี อย่าปล่อยให้ใจมืดมน จนเบื่อหน่ายความดี จนเผลอเดินทางผิดไป ... ไม่ว่าโลกเป็นอย่างไร ให้เชื่อมั่นไว้เถิดข้างในใจของเธอ จงรักษาความดีไว้ ย่อมชนะทุกความชั่วร้ายที่เข้ามาเสมอ เปลี่ยนโลกเราเสียที ต้องเชื่อในความดีเสมอ วันและเวลาคงตอบกลับมาด้วยความจริง ให้ยิ่งนับวันยิ่งเชื่อ ใครที่เป็นคนดี ยิ่งมีแต่ความสุขเหลือ ยิ่งท�ำความดียิ่งสุขใจ ไม่ว่าโลกเป็นอย่างไร ให้เชื่อมั่นไว้เถิดข้างในใจของเธอ จงรักษาความดีไว้ ย่อมชนะทุกความชั่วร้ายที่เข้ามาเสมอ เปลี่ยนโลกเราเสียที เปลี่ยนมันด้วยมือเธอ ด้วยพลังที่เธอมี พลังแห่งความดีของเธอ ท�ำเลยไม่ต้องรอใครมาบอกให้ท�ำ และไม่ต้องเทียบกับใคร ให้มันเป็นเรื่องที่รู้อยู่ในใจ ไม่ว่าโลกเป็นอย่างไร ให้เชื่อมั่นไว้เถิดข้างในใจของเธอ จงรักษาความดีไว้ ย่อมชนะทุกความชั่วร้ายที่เข้ามาเสมอ เปลี่ยนโลกเราเสียที เปลี่ยนมันด้วยมือเธอ ด้วยพลังที่เธอมี พลังแห่งความดี...ของเธอ... https://www.youtube.com/watch?v=1ZYYJl9Yg5I