Lectio Divina
กรกฏาคม 2011
ท้องทุ่งที่อุดมสมบูรณ์
Lectio (พระเจาตรัสอะไร) “จึงเกิดผลรอยเทาบาง หกสิบเทาบาง สามสิบเทาบาง” (มธ 13:8) 1วันเดียวกันนั้น
พระเยซูเจาเสด็จออกจากบานมาประทับที่ริมทะเลสาบ 2ประชาชนจำนวน มากมาเฝาพระองค พระองคจึงเสด็จไปประทับอยูในเรือ สวนประชาชนยืนอยูบนฝง 3พระองค ตรัสสอนเขาหลายเรื่องเปนอุปมา อุปมาเรื่องผูหวาน พระองคตรัสวา “จงฟงเถิด ชายคนหนึ่งออกไปหวานเมล็ดพืช 4ขณะที่เขากำลังหวานอยู นั้น บางเมล็ดตกอยูริมทางเดิน นกก็จิกกินจนหมด 5บางเมล็ดตกบนพื้นหินที่มีดินเล็กนอย ก็งอก ขึ้นทันทีเพราะดินไมลึก 6แตเมื่อดวงอาทิตยขึ้น ก็ถูกเผาและเหี่ยวแหงไปเพราะไมมีราก 7บาง เมล็ดตกในพงหนาม ตนหนามก็ขึ้นคลุมไว ทำใหเหี่ยวเฉาตายไป 8บางเมล็ดตกในที่ดินดี จึงเกิด ผลรอยเทาบาง หกสิบเทาบาง สามสิบเทาบาง 9ใครมีหูก็จงฟงเถิด” (มธ 13:1-9) * “ประชาชนจำนวนมาก” (ขอ 2) / มัทธิวเลาวา “พระเยซูเจาเสด็จออกจากบาน มาประทับที่ิริมมทะเลสาบ ประชาชนจำนวน มากมาเฝาพระองค” ความรูสึกของทานคงเปนความรูสึกเดียวกันกับของประชาชนเหลานั้น คือ ยินดีและมีสุข เพราะไดพบกับ “ปงที่ใหชีวิต” “พระวาจาที่ใหชีวิตนิรันดร” V จำนวน “คนมากมาย” คือมนุษยชาติที่กำลังรอคอยพระผูชวยใหรอดพน V พระเยซูเจาทรงมีคำตอบสำหรับทุกคน พระองคทรง “เปดเผยพระเจาใหมนุษยรูจัก และ ทรงเปดเผยมนุษยแกมนุษยดวยกัน” V สิ่งที่มนุษยกระหายที่จะรูไมใชเฉพาะคำสั่งสอน แตเขาอยากรูจักพระเยซูเจาผูทรงเปนพระ วาจา เปนพระเจาที่เสด็จมาประทับอยูในหมูเรา (อาง ยน 1:1.14) ทรงเปนชีวิต V การที่มนุษยไมรูเรื่องที่เปนแกนสารเชนนี้ ก็เพราะเขาไดรับประสบการณของอาดัมที่ทำให เขาเปนเชนนั้น คือไมฟงพระเจา เขาจึงมีความกระหายอยากรู แตที่สำคัญ เขาจะตองฟงอยางถูก วิธี V คำลอลวงของงูตออาดัมและเอวา นำผลเสียอยางมหาศาลมาใหมนุษย ความรูสึกผิดชอบ ชั่วดีลดลง สติปญญามืดมน จิตใจแข็งกระดาง ดังคำของประกาศกอิสยาหที่กลาววา “ทานจะฟง แลวฟงเลา แตจะไมเขาใจ ทานจะดูแลวดูเลา แตจะไมรู ใจของประชากรนี้ดาน....เขาจะไดไมกลับ มารับการรักษาใหหาย” (อสย 6:9-10) $ อุปมาเรื่องผูหวานก็เปนเรื่องเดียวกัน คือเรื่องเมล็ดที่ตกอยูริมทางเดิน หรือบนพื้นหินที่มีดิน เล็กนอย หรือในพงหนาม 1
$
อุปมาเรื่องนี้เตือนใหระมัดระวัง อีกทั้งบอกใหทราบถึงสภาพที่หดหูใจ
*$ “จงฟง-จงเขาใจ-จงกลับใจ” B ธรรมชาติของเมล็ดเหมาะกับดินดี คำเชิญให ฟง เขาใจ และกลับใจ กระตุนใหลงมือปฏิบัติ นี่คือเปาหมายของพระวาจา ซึ่งมีความหมายของชีวิตบรรจุไว “พระเจาประทานธรรมล้ำลึกเรื่อง อาณาจักรสวรรคใหทานทั้งหลายรู” (มธ 13:11) B เมล็ดพืชเปนเครื่องหมายบงบอกเรื่องสำคัญ “เมล็ดพืชคือพระวาจาของพระเจา” (ลก 8:11) พระวาจากับพระเยซูเจาเปนบุคคลเดียวกัน (อาง ยน 1:1) $ สมัชชาพระสังฆราชปค.ศ. 2008 เสนอใหทำการศึกษาดูวาควรประกาศใหพระวาจาเปนศีล ศักดิ์สิทธิ์หรือไม ดังคำสอนที่ปรากฏในธรรมประเพณีของพระศาสนจักร B พระดำรัสเตือนเรื่องVerbum Domini อางถึงเรื่องนี้เมื่อกลาวถึง “ความเปนศีลศักดิ์สิทธิ์ ของพระวาจาของพระเจา” อันที่จริง พระวาจาของพระเจาเปน “จุดเริ่มตน” (Orientale Lumen 10)ของสรรพสิ่ง เราสามารถเขาใจความหมายของศีลศักดิ์สิทธิ์ทุกประการโดยทางพระวาจาของ พระเจาเทานั้น นักเทววิทยาบางคนกลายืนยันวา “พระวาจาของพระเจาเปนศีลศักดิ์สิทธิ์” (Enzo Bianchi, Ascoltare la Parola, pp 44-45)
“พระเจาประทานธรรมล้ำลึกเรื่องอาณาจักรสวรรคใหทานทั้งหลายรู” (มธ 13:11) B พระวจนาตถ “ทรงรับธรรมชาติมนุษย และเสด็จมาประทับอยูในหมูเรา” (ยน 1:14) พระ วาจาทรงปรากฏเปนรูปรางใหเห็นเปนประจักษแกสายตา และไดยินกับหูเพราะถูกนำมาประกาศ พระวาจานี้คือพระวจนาตถที่เสด็จมารับธรรมชาติมนุษย ทรงจาริกไปบนแผนดิน ทรงสัมผัสคนเจ็บ ไขไดปวย และทรงประทานพระองคเองแกมนุษย $ พระวจนาตถเคลื่อนไปตามวิถีทางเพื่อทำใหแผนการของพระเปนเจาสำเร็จสมบูรณ ธรรม ประเพณีคริสตชนเรียกวิถีทางนี้วา Lectio Divina ซึ่งประกอบดวย 5 ขั้นตอน ไดแก Lectio, Meditatio, Oratio, Contemplatio และ Communicatio $ ขั้นตอนแรกที่เรียกวา Lectio เปนขั้นตอนของการสัมผัสกับพระวาจา อาศัยการฟง หรือ การอานเปนเบื้องตน เปนชวงขณะของการเปดเผยพระพักตรของพระเจาและความรักของพระองค ที่ทรงมีตอมนุษยชาติ ซึ่งพระเจาทรงมีพระประสงคที่จะรวมเขาเปนหนึ่งเดียวกับพระองคตลอด นิรันดร $ ชวงนี้เปนชวงของการใชปญญาหาความรูและทำความเขาใจพระคัมภีร อาศัยความชวย เหลือของพระศาสนจักรเพื่อเขาใจความหมายใหลึกซึ้งที่สุดเทาที่จะทำได เปนงานที่แตละคนกระทำ ตามเวลาและบริบททางสังคมที่ตนอยู พระวาจาของพระเจาเปนจริงใน “วันนี้” (ลก 4:21) $ ในขั้น Meditatio พระวาจาของพระเจาจะทำใหผูที่ฟงแลวปฏิบัติตามเกิดการเปลี่ยนแปลง ในชีวิต การอานพระวาจาของพระเจาอยางถูกวิธีสรางมนุษยใหมและสังคมใหมใหเกิดขึ้น $ การเสวนาระหวางพระเจากับมนุษยเกิดขึ้นในชวงตอมาที่เรียก Oratio พระเจาตรัส มนุษย ก็พูด เปนการสนทนากันสองฝาย มนุษยตองการบอกพระเจาถึงขาวดีที่เขาไดยิน แตที่สำคัญ เขา *
2
ตองการขอบคุณพระองค และมอบตนใหอยูในพระหัตถของพระองคเพื่อสามารถดำรงชีวิตใหมนี้ไป ตลอดรอดฝง $ ถึงตอนนี้มนุษยรูสึกพิศวง เพราะเชื่อวา สิ่งที่มีเขียนไวในหนังสือของประกาศกอิสยาหเปน ความจริง : “ฝนและหิมะลงมาจากทองฟา และไมกลับไปที่นั่น ถาไมไดรดแผนดิน ทำใหแผนดิน อุดม ทำใหพืชงอกขึ้น เพื่อใหผูหวานมีเมล็ดพันธุ และใหผูกินมีอาหารฉันใด ถอยคำที่ออกจากปาก ของเรา จะไมกลับมาหาเราโดยไมเกิดผล ไมทำตามที่เราปรารถนา และไมบรรลุจุดประสงคที่เราสง มาฉันนั้น” (อสย 55:9-10) B เหตุการณทำนองเดียวกันเกิดขึ้นกับพระนางมารีย พระนางรูสึกพิศวงใจเมื่อทรงตอบทูต สวรรควา “ขาพเจาเปนผูรับใชของพระเจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทาน เถิด” (ลก 1:38) Meditatio (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้) $ ฉันจะไมหยุดพูดวา พระวาจาเปนจุดเริ่มตนของทุกสิ่ง ฉันจะกลับมาเริ่มตนชีวิตของฉันจาก พระวาจาเสมอ $ ปจจัยสำคัญที่ตองมีในการเอาพระวาจาเปนจุดเริ่มตนของทุกสิ่งทุกอยางในชีวิตก็คือ การ วางแผน เวลา และความตอเนื่อง “ตามแบบอยางของบรรดานักบุญ” ดังที่สมเด็จพระสันตะปา ปาเบเนดิกตกลาวไว ผลลัพธอันเกิดจากการกระทำนั้นแตกตางตามสภาพ $ การพบกับพระเยซูเจาเปนกระแสเรียกของทุกคน สวนเปอรเซนต 30 60 100 เปนผลที่ แตกตางของความรักที่มีตอพระองค $ “ระดับชีวิตคริสตชน”จะสูง เมื่อไดรับการหลอเลี้ยงอยางชาญฉลาดและใจกวางดวยพระวาจา ของพระเจา $ การอุทิศตนเปนเครื่องบงบอกวาฉันเปนศิษยแทของพระเยซูเจา เมล็ดพืชตองการดินที่ “ชุม ชื้น” พระเจาคือเมล็ดพืช “ความสุภาพ”เทานั้น เปนดินดีที่เหมาะสำหรับรองรับเมล็ดนี้ จำเปนอยาง ยิ่งที่ตองมีความเรียบงายตามแนวทางแหงพระวรสาร Oratio (พระวาจาของพระเจาทำใหฉันสนทนากับพระองค) $ ขอโทษ& คำอุปมาเรื่องผูหวานพูดถึง “ทางเดิน” “หิน” และ “พงหนาม” ซึ่งมีความหมาย วา มนุษยสามารถทำให “พระวาจาแหงชีวิต” เปนหมันได $ ขอบคุณ & ลก 8:18 “ผูที่มีมาก จะไดรับมากขึ้น” ชีวิตของฉันทวมทนดวยพระวาจา $ ขอพรพระจิตเจา ลก 8:18.21 “จงระวังวาทานฟงพระวาจาอยางไร ......มารดาและพี่นอง ของเราคือผูที่ฟงพระวาจาของพระเจาและนำไปปฎิบัติ”
3
Contemplatio (พระวาจาของพระเจาเปนจริง) $ “ดอกไมในทองทุงไมเปลี่ยนที่เพื่อรับแสงอาทิตย พระเจาทรงเอาพระทัยใสใหมันงอกงาม ณ ที่ที่มันอยู” (คำคมจากอารามแหง Tibhirine ประเทศอัลจีเรีย) Communicatio (พระวาจาทำใหเราเจริญชีวิตดวยกัน) $ Lectio Divina เปนการเดินทางของพระเจาลงมาหาประชากรของพระองค นักบุญเยโรม ยอมรับวา พระคัมภีรเปนเครื่องมือที่พระเจาทรงใชสื่อสารกับบรรดาผูมีความเชื่อ “ทานไดแนะนำ Leta สตรีชาวโรมันผูสูงศักดิ์ถึงวิธีอบรมลูกสาวของทานวา “จงสอนลูกสาวใหอานพระคัมภีรทุก วัน.....เพื่อวา เขาจะรักหนังสือศักดิ์สิทธิ์ของพระเจามากกวาเพชรพลอยและเสื้อผา” (Verbum Domini 72) $ “พระวาจาของพระเจา โดยเฉพาะ พระวาจาที่เรานำมาศึกษาและเจริญชีวิตตามในแตละ เดือน เปนเหมือนน้ำมันเบนซินที่ราดลงบนกองไฟ $ การที่แตละคนนำพระวาจามาปฏิบัติ และแบงปนประสบการณสวนตัวที่ไดจากการเจริญ ชีวิตตามพระวาจานั้น เปนการซึมซับเอาวิธีคิด วิธีรัก และวิธีกระทำของพระเยซูเจา ผลของการ “แบงปนประสบการณ” คอนขางจะเหมือนกัน เพราะแกนของพระวาจาแตละคำคือ “ความ รัก” (Oreste Paliotti, Città Nuova). xxxxxxxxxxxxxxx
B
4