Skip to main content

lectio divina กุมภาพันธ์ 2011

Page 1

LECTIO DIVINA

กุมภาพันธ 2011

LECTIO (พระวาจาของพระเจาตรัสอะไร) พระเยซูเจาทรงเริ่มประกาศเทศนาวา “จงกลับใจเถิด เพราะอาณาจักรสวรรคอยูใกลแลว” (มธ 4:17) พระเยซูเจาเสด็จกลับแควนกาลิลี 12เมื่อพระเยซูเจาทรงทราบวายอหนถูกจองจำ จึงเสด็จไปยังแควนกาลิลี 13ทรงออกจาก เมืองนาซาเร็ธ มาประทับอยูที่เมืองคาเปอรนาอุม บนฝงทะเลสาบ ในดินแดนเผาเศบูลุนและนัฟทา ลี 14ทั้งนี้ เพื่อใหพระดำรัสที่ตรัสไวทางประกาศกอิสยาห เปนความจริงวา 15ดินแดนเศบูลุนและนัฟทาลี เสนทางไปสูทะเล ฟากโนนของแมน้ำจอรแดน แควนกาลิลีแหงบรรดาประชาชาติ 16ประชาชนที่จมอยูในความมืด ไดเห็นความสวางยิ่งใหญ ผูที่อาศัยอยูในดินแดนและในเงาแหงความตาย แสงไดสองขึ้นมาเหนือพวกเขาแลว 17นับแตนั้นมา พระเยซูเจาทรงเริ่มประกาศเทศนาวา “จงกลับใจเถิด เพราะ อาณาจักรสวรรคอยูใกลแลว” ทรงเรียกศิษยชุดแรกสี่คน 18ขณะที่ทรงดำเนินไปตามชายฝงทะเลสาบกาลิลี พระองคทอดพระเนตรเห็นพี่นองสองคน คือซีโมนที่เรียกวาเปโตรกับอันดรูวนองชายกำลังทอดแห เขาเปนชาวประมง 19พระองคตรัสสั่งวา “จงตามเรามาเถิด เราจะทำใหทานเปนชาวประมงหามนุษย” 20เปโตรกับอันดรูวก็ทิ้งแหไว แลว ตามพระองคไปทันที 21เมื่อทรงดำเนินไปจากที่นั่น พระองคทอดพระเนตรเห็นพี่นองอีกสองคนคือ ยากอบบุตร ของเศเบดีและยอหนนองชายกำลังซอมแหอยูในเรือกับเศเบดีผูบิดา พระองคทรงเรียกเขา 22ทันใดนั้น เขาก็ทิ้งเรือและบิดา แลวตามพระองคไป พระเยซูเจาทรงประกาศขาวดี และทรงรักษาผูเจ็บปวย 23พระองคเสด็จไปทั่วแควนกาลิลี ทรงสั่งสอนในศาลาธรรม ทรงประกาศขาวดีเรื่องพระ อาณาจักร ทรงรักษาโรคและความเจ็บไขทุกชนิดของประชาชน (มธ 4:12-23) 1


* “ประชาชนที่จมอยูในความมืด” เกิดเหตุการณที่ทำใหแผนการสรางขององคพระผูเปนเจาไมเปนไปตามที่ทรงตั้งพระทัยไว เปนปญหาที่มนุษยแกไมได นั่นคือ ความชั่ว สิ่งนี้คืออะไร? มาจากไหน? จะปองกันไดอยางไร? พระคัมภีรกลาวถึงงู ตัวการที่ทำใหมนุษยชาติตองสูญเสียสวรรค ณ แผนดินภายในพริบตา ที่สำคัญกวานั้น คือทำใหมนุษยมิอาจอยูรวมกับพระเจาได ตั้งแตบัดนั้นเปนตนมา กาอินก็ยังคงเปนกาอินตอไป บุคคลเชนเขามีความเหี้ยมโหดกับพี่ นองของตน อุดมการณชีวิตกลับเปนเรื่องรองเมื่อเทียบกับผลประโยชนเฉพาะหนาแมไมคงทน ถาวร พระวรสารโดยนักบุญมัตธิว (มธ 4:12-23)พูดถึง “เงาแหงความตาย”และ“ความมืด” ซึ่งเปน ประสบการณชีวิตอันทุกขยากบนแผนดิน เปนชีวิตที่แฝงไวดวยความเศรา แมกระทั่งนรกก็ยัง แทรกเขามาในความคิด กลับเปนอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากรางวัลหลังความตาย ในสภาพเชนนี้ แสงสวางจากพระวาจาสองขึ้นมาจากความมืดและเงาแหงความตาย มนุษย มิไดถูกปลอยใหจมอยูในความสิ้นหวังอีกตอไป เหมือนมีสองคนสองเวลา คือมนุษยเกากับเวลาแหง ความมืด อีกฝายหนึ่งมีมนุษยผูทรงกลับคืนพระชนมชีพกับเวลาแหงความรอดพน การพิพากษาลงโทษไมมีความนากลัวอีกตอไป ความหวังไดถูกประกาศออกมา วันนี้เปน ของพระเจาและมนุษยใหม * ไดเห็นความสวางยิ่งใหญ “แสงสวางไดสองขึ้นมา” เปนคำสัญญาที่ถูกบันทึกไวในพันธสัญญาเดิม เมื่อพระเจาตรัสวา “ในอดีต พระองคทรงทำใหแผนดินเศบูลุนและแผนดินนัฟทาลีตกต่ำ แตในอนาคตจะทรงบันดาลให หนทางจากทะเลเมดิเตอรเรเนียนถึงแมน้ำจอรแดน ซึ่งเปนดินแดนของชนตางชาติมีความ รุงเรือง” (อสย 8:23) เปน “ขาวดี” ที่ถูกประกาศในพันธสัญญาใหม ใหความมั่นใจกับคนเหลานี้วา ถึงแมในอดีต พวกเขาตกอยูในความมืด แตพวกเขาก็เปน “บุตรขององคพระผูเปนเจา เปนบุตร ในองคพระบุตร” “ทุกคนที่มีพระจิตของพระเจาเปนผูนำ ยอมเปนบุตรของพระเจา” (รม 8:14) “พระวาจาของพระเจาทรงเปดเผยธรรมชาติของการเปนบุตรและสัมพันธภาพของชีวิตของ เรา โดยทางพระหรรษทานเราจึงถูกเรียกใหทำตนเปนเหมือนพระคริสตเจา พระบุตรของพระบิดา เจา และไดรับการเปลี่ยนแปลงในพระองค” (Verbum Domini 22) จุดเริ่มตนของการประกาศเรื่อง พระอาณาจักรก็คือขาวดี “พระวาจานี้เปนหัวใจของบทเพลงซึ่งนักบุญเปาโลรองสรรเสริญความงามของชีวิตคริสตชน สรรเสริญความใหมและเสรีภาพ สรรเสริญผลของศีลลางบาปและความเชื่อในพระเยซูเจาซึ่งยึดเรา ไวใหติดกับพระองคอยางแนนหนา และโดยทางพระองคในชีวิตแหงพระตรีเอกภาพ ดวยการกลับ เปนบุคคลเดียวกับพระคริสตเจา เรารวมสวนในองคพระจิตเจาและผลของพระองคทุกประการ ผล ประการแรกคือการเปนบุตรของพระเจา” (เคียรา ลูบิค)

2


* “จงกลับใจเถิด” อาณาจักรสวรรคอยูใกลแลว การเรียกเปโตร อันดรูว ยากอบและยอหน เปนเครื่องหมายสำหรับทุกคน เปนการเรียกให หันหนาเขาหาพระเยซูเจา เพื่อฟงคำสั่งสอนของพระองค และกลับเปนเหมือนพระองค “จงตามเรามาเถิด”..............”ทรงเรียกเขา”........”เสด็จไปทั่ว.....ทรงสั่งสอน.....ทรงประกาศ ขาวดี” ลวนเปนคำที่หมายถึงการประกาศขาวดี เปนพระวาจาที่กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง พระ วาจาเทานั้นมีสิทธิ์ปลุกเราใหเกิดการปฏิวัติ พลังของพระวาจาไมมีขีดจำกัด ทำใหเกิด “การกลับใจ” ซึ่งโอริเจนอธิบายวาหมายถึง การอุทิศตนใหกับพระวาจา เปนการทำ lectio divina เปนการเรียก ใหหันหนาเขาหาพระเยซูเจา เพื่อเลือกและเจริญชีวิตเชนพระองค “เราขอเชิญพี่นองคริสตชนทุกคนใหพบปะกับพระคริสตเจาเปนการสวนตัวและพรอมกัน เปนหมูคณะอีกครั้ง พระองคทรงเปนพระวาจาทรงชีวิตที่แลเห็นได ใหเปนผูประกาศขาวดีของ พระองค เพื่อพระพรแหงชีวิตพระ ความสนิทสัมพันธเปนหนึ่งเดียวกันจะขยายวงกวางออกไปทั่ว โลก การมีสวนรวมในชีวิตของพระเจา ผูทรงเปนพระตรีเอกภาพแหงความรัก เปนปติสุข เปน พระพรและพันธกิจสำคัญของพระศาสนจักรที่ตองสื่อความยินดีอันเกิดจากการพบปะกับพระบุคคล ของพระคริสตเจาผูทรงเปนพระวาจาของพระเจาที่ประทับอยูในหมูเรา ออกไปภายนอก” (Verbum Domini 2) พระเยซูเจา ผูทรงเปนมนุษยใหม ทรงทำใหเกิดมนุษยชาติใหม MEDITATIO (พระวาจาของพระเจาตรัสกับฉัน) พระศาสนจักรนำตัวบทจาก มัต 4:12-23 มารำพึงในเทศกาลธรรมดา ชวงระหวางคริสตมาสกับปสกา แสวงสวางเจิดจาเผยใหขาพเจาเห็นศักดิ์ศรีของขาพเจา เห็นอิสรภาพ และการที่ พระเจาทรงโปรดใหมีธรรมชาติของพระองค พระวรสารหลอหลอมขาพเจาใหมีวิสัยทัศนถูกตองเกี่ยวกับโลกและชีวิต ในการกลับใจ ขาพเจากลับเปนพระวาจาและมีความสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไดอยาง แทจริง “พระวาจานี้บอกเราใหทราบถึงสิ่งที่ตองทำในชีวิตการเปนคริสตชนของเรา ในชีวิตนี้ พระ จิตของพระเยซูเจาทรงประทานพลังชีวิต ความระแวดระวังที่นักบุญเปาโลสรุปไวดวยคำวา “ความ ตึงเครียดระหวางเนื้อหนังกับจิต” ซึ่งเนื้อหนังหมายถึงมนุษยทั้งครบ(ทั้งกายและวิญญาณ) อัน หมายถึงองคประกอบอันเปราะบาง ความเห็นแกตัวที่ตอสูกับกฏแหงความรักตลอดเวลา เปนความ รักที่พระเจาทรงประทานแกจิตใจของเรา อันที่จริง ผูที่มีพระจิตเจาทรงนำ ตองเผชิญกับการสูรบ ทางความเชื่อทุกวัน เพื่อสามารถเอาชนะความโนมเอียงในทางชั่วทุกประการ และสามารถเจริญ ชีวิตตามความเชื่อที่ไดสัญญาไวในเวลารับศีลลางบาป” (เคียรา ลูบิค) ORATIO (พระวาจาของพระเจาทำใหขาพเจาภาวนา) ขอโทษQ Verbum Domini 26 “ พระวาจาของพระเจาเปดเผยใหทราบถึงการที่มนุษย มีอิสระที่จะเลี่ยงการเสวนากับพระเจาเกี่ยวกับพันธสัญญา พระองคทรงเปนผูสรางเรามา อันที่จริง 3


พระวาจาของพระเจาเปดเผยใหเราทราบถึงบาปที่พำนักอยูในใจของมนุษยดวย บอยครั้งเราพบคำ อธิบายเรื่องบาปทั้งในพันธสัญญาเกาและพันธสัญญาใหม วาเปนการไมฟงพระวาจาของพระเจา หรือเปนการผิดตอพันธสัญญา ซึ่งเปนเหมือนการปดตัวตอองคพระผูเปนเจาผูทรงเรียกใหมามี ความสนิทสัมพันธกับพระองค นั่นก็คือ พระคัมภีรแสดงใหเห็นวาบาปของมนุษย แทจริงแลวก็คือ การไมนอบนอมเชื่อฟงกับ“การไมฟง” นั่นเอง การนอบนอมเชื่อฟงของพระเยซูเจาจนกระทั่งยอม สิ้นพระชนมชีพบนกางเขนทำลายบาปนี้จนถึงราก” ขอบคุณ Verbum Domini 123 “การประกาศพระวาจาสรางความสนิทสัมพันธและกอให เกิดความปติยินดีอยางลึกซึ้ง ความยินดีนี้พุงขึ้นมาจากจิตใจของชีวิตพระตรีเอกภาพ ซึ่งสื่อมาถึง เราทางพระบุตร เปนความยินดีที่เปนพระพรเหนือคำบรรยายใดๆ ที่โลกมิอาจสรรหาใหได การ ฉลองนั้นสามารถจัดการได แตความปติยินดีจัดสรรขึ้นมาไมได ความยินดีเปนผลของพระจิตเจา ที่ อนุญาตใหเราเขาในพระวาจาและทำใหพระวาจาของพระเจาเขาในเรา โดยนำผลเพื่อชีวิตนิรันดร” ขอพรพระจิตเจา Verbum Domini 123 “ยิ่งเรารูจักมอบตนใหกับพระวาจา เราก็ยิ่งพบวา ธรรมล้ำลึกของพระจิตเจายังกระทำกิจการของพระองคอยูในพระศาสนจักรทุกวันนี้ พระจิตของ พระเจายังทรงประทานพระพรของพระองคลงมาเหนือพระศาสนจักร เพื่อพาเราไปสูความจริงทุก ขอ พระองคทรงเผยใหเราเขาใจความหมายของพระคัมภีรและทำใหเราเปนผูประกาศที่นาเชื่อถือ ของพระวาจาแหงความรอด” CONTEMPLATIO (พระวาจาของพระเจาสำเร็จสมบูรณ) พระวาจาของพระเจาเปนคำตอบของทุกสิ่ง เปนพระเจาพระองคเองที่ลงมาพบปะกับเรา โดยทางพระวาจา เราไดรับการเผยแผพระวรสารอีกครั้ง จำเปนตองใหพระวาจาแหงชีวิตเขา ครอบครองตัวเราจนถึงจุดที่วาเราไมเปนอะไรอื่นนอกจากพระวาจา ไมใช เปาโล เอลีโอ กวีโด อีก ตอไป แตทุกคนเปนพระวาจาของพระเจา จำเปนตองประกาศพระวาจาใหกับตนเองจนกระทั่ง เราไมเปนอื่นนอกจากพระวรสาร เทานั้น ดังนั้น หากเราเจริญชีวิตตามพระวาจาที่วา จงรักพระเจาของทานดวยสิ้นสุดจิตใจ....เมื่อมี คนถามทานวา เปาโล คุณกำลังทำอะไรอยู? อยาตอบวา กำลังเรียน แตตอบวา ฉันกำลังรัก หรือ เมื่อคุณกำลังรับประทานอาหารเชาอยู มีคนถามทานวา เปาโล กำลังรับประทานอาหารหรือ? คุณก็ ตอบวา ฉันกำลังรัก เปนตน “อาณาจักรสวรรคใกลเขามาแลวจริงๆ “ COMMUNICATIO (พระวาจาเปลี่ยนคนใหเปนคนใหม) a a a a นักบุญมัตธิว นักบุญมัตธิวเปนคนบาปที่ไดรับการชวยใหรอดพน พระวรสารของทานสอนใหรูจักมองสิ่ง สรางทั้งมวลในกรอบของประวัติศาสตรแหงความรอดพน ซึ่งเปนแผนการณอันนาพิศวงของ พระเจาที่ทรงมีพระประสงคใหมนุษยมีสวนรวมในชีวิตขององคพระผูเปนเจา การเปนคนบาปทำให 4


ความเมตตาขององคความรักขยายวงกวางออกไป พระองคทรงประทานใหอยางเปยมลน โดยไม คำนึงถึงความเหมาะสมของมนุษย มัตธิวกำลังนั่งอยูที่ดานภาษี พระเยซูเจากำลังดำเนินจากไป ทรงเห็นเขาจึงตรัสสั่งเขา“จง ตามเรามาเถิด” พระวาจาเพียงคำเดียวเปลี่ยนชีวิตเขาในชั่วพริบตา ถาจะพูดวามัตธิวมีบุญกุศล ก็คือการที่เขามิไดตอตานพระองคแมแตนอย “เขาลุกขึ้นตามพระองคไป” เปนการเหมะสมแลวที่ มัตธิวตอบการเรียกของพระองคเชนนั้น แตเราก็ทราบวา น้ำใจนี้ก็เปนพระพรจากเบื้องบนเชนกัน ที่บาน คนเรียกเขาวา เลวี แตเมื่อเลาถึงเรื่องนี้ในพระวรสาร ทานเรียกตัวทานเองวา มัตธิว เหมือนชื่อที่อยูในบัญชีรายชื่อของบรรดาอัครสาวก ทานไมปดบังตนเอง สวนมาระโกและลูกาใชชื่อ เลวี อาจจะเปนมารยาทหรือตองการรักษาความเปนสวนตัวผูนิพนธพระวรสารก็ได พระวรสารโดยนักบุญมัตธิวถูกเขียนเปนภาษากรีกที่สละสลวย แสดงใหเห็นวา ผูนิพนธเปน บุคคลมีความรู เปนนักคิด ทุกอยางมุงไปยังประวัติศาสตรแหงความรอด อาจารยผูทำการปฏิวัติชีวิตของทาน ไดทำใหชีวิตของทานเต็มเปยม หนังสือทั้งเลมมีเนื้อหา หลักอยูที่องคพระผูชวยใหรอดพน ผูทรงสิ้นพระชนมและกลับคืนพระชนมชีพเพื่อมนุษยชาติทั้ง มวล มัตธิวพูดถึงการประกาศพระวาจาไวอยางละเอียด ทานสรุปทุกอยางไวใน“บทเทศนบน ภูเขา” ในความคิดของทาน การแสวงหาพระเจาคือการพบกับพระองค ดังที่ไดเกิดกับตัวทานเอง เปนมนุษยชาติที่พบ อันที่จริง พระเยซูเจาทรงใหกำเนิดพระศาสนจักรและทรงประทับอยูกับพระ ศาสนจักรนั้น พระองคทรงสั่งใหไปสั่งสอนนานาชาติใหมาเปนศิษยของพระองค มัตธิวไดรับการเรียกเปนอัครสาวก ทานกลับเปนอาจารย หรือจะพูดใหถูกตองกวาก็คือ ทานเปนหนึ่งเดียวกับพระอาจารยเจา และนำผูฟงใหกลับเปนหนึ่งเดียวกับพระองคเชนกัน xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

5


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
lectio divina กุมภาพันธ์ 2011 by SalesianSisters FMA - Issuu