Skip to main content

lectio divina มกราคม 2011

Page 1

LECTIO DIVINA

มกราคม 2011

พระเยซูเจาทรงสิ้นพระชนมและกลับคืนพระชนมชีพก็เพื่อเอกภาพ LECTIO (พระเจาตรัสอะไร) “42 คนเหล า นั ้ น ประชุ ม กั น อย า งสม่ ำ เสมอเพื ่ อ ฟ ง คำสั ่ ง สอนของบรรดาอั ค รสาวก ดำเนินชีวิตรวมกันฉันพี่นอง รวม ”พิธีบิขนมปง” และอธิษฐานภาวนา 43พระเจาทรงบันดาลให บรรดาอัครสาวกทำปาฏิหาริยและเครื่องหมายอัศจรรยเปนจำนวนมาก ทุกคนจึงมีความยำเกรง 44ผูมีความเชื่อทุกคนดำเนินชีวิตรวมกันและมีทุกสิ่งเปนของสวนรวม 45เขาขายที่ดินและ ทรัพยสินอื่น ๆ แบงเงินใหทุกคนตามความตองการ 46ทุก ๆ วัน เขาพรอมใจกันไปที่พระวิหารและไปตามบานเพื่อทำพิธีบิขนมปง รวมกิน อาหารดวยความยินดีและเขาใจกัน สรรเสริญพระเจา และไดรับความนิยมจากประชาชนทุกคน 47องคพระผูเปนเจาทรงทำใหจำนวนผูที่ไดรับความรอดพนเพิ่มขึ้นทุกวัน” (กจ 2:42) *T โฉมหนาแทจริงของพระศาสนจักร หัวขอการภาวนาเพื่อเอกภาพของคริสตชนประจำป ค.ศ. 2011 ไดถูกมอบหมายใหคณะ กรรมการเตรียมงานซึ่งประกอบดวยคริสตชนนิกายตางๆ ที่ประจำอยู ณ กรุงเยรูซาเล็มเปนผูคิด และจัดเตรียม คณะกรรมการชุดนี้ไดรวมกันไตรตรองชีวิตของชุมชนกลุมแรกที่หนังสือกิจการของ อัครสาวกกลาวถึง เปนชุมชนที่สังคายานาวาติกันที่สองนำมาเปนตนแบบของพระศาสนจักร ที่เกิด จากการรวมตัวของผูติดตามพระคริสตเจา บรรดาคริสตชนกลุมแรกสัมผัสไดถึงความเปนหมูคณะที่เขมขนของตน เขาเหลา นั้น“ประชุมกันอยางสม่ำเสมอเพื่อฟงคำสั่งสอนของบรรดาอัครสาวก ดำเนินชีวิตรวมกันฉันพี่ นอง” (ขอ 42) หนังสือกิจการของอัครสาวกยังฉายใหเราเห็นอีกภาพหนึ่ง คือ “กลุมผูมีความเชื่อดำเนิน ชีวิตเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไมคิดวาสิ่งที่ตนมีเปนกรรมสิทธิ์ของตน แตทุกสิ่งเปนของสวนรวม” (กจ 4:32) พระศาสนจักรแหงเยรูซาเล็มประกาศการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาดวยความ ยินดี ถึงแมจะตองประสบกับการทรมานซึ่งเปนกางเขนหนักสำหรับพวกเขาก็ตาม การกลับคืนชีพ ของพระเยซูเจาเปนความหวังและพลังที่ทำใหเขายืนหยัดในการเปนพยานถึงพระองค ประวัติศาสตรของเยรูซาเล็มก็คือประวัติศาสตรของชนทุกยุคทุกสมัย * ภาพที่ไดรับการซอมแซมจากพระจิตเจา มนุษยชาติถูกแบงแยกอันเปนผลของการแข็งขอของอาดัม มีหลายเหตุการณเปนขอพิสูจน ถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ความวุนวายที่เกิดขึ้นตอนสรางหอบาเบล ประชาชนเหลานั้นไม 1


สามารถอยูและทำงานรวมกันได แตการแบงแยกนี้ไดรับการเยียวยารักษาดวยภาษาเดียวกันที่พระ เยซูเจาตรัสและทรงปฏิบัติ ภาษานั้นคือภาษารักที่ทุกคนเขาใจ บทภาวนาที่พระเยซูเจาทรงสวดกอนการสิ้นพระชนมของพระองค มีวัตถุประสงคเพื่อความ เปนเอกภาพของบรรดาผูที่เชื่อในพระองค และการเจริญชีวิตเปนประจักษพยานถึงสิ่งที่พระองค ตรัสไว คือ 35ถาทานมีความรักตอกัน ทุกคนจะรูวา ทานเปนศิษยของเรา” (ยน 13:35) ความแตกแยกเกิดขึ้นเนื่องจากขาดพระวาจาที่พระเยซูเจาทรงนำมามอบใหแกทุกคน พระ วาจานี้จะเปนเสมือนการขับรองประสานเสียง ที่กลมกลืนกันอยางไพเราะ แมเสียงจะแตกตางกัน ก็ตาม ชุมชนศิษยพระคริสตพูดถึงการเรียกของพระเจา ใหมนุษยชาติเจริญชีวิต โดยคำนึงถึง ประวัติศาสตรแหงความรอดพน และรับรูแรงจูงใจแทจริง ที่ทำใหพระวจนาตถเสด็จลงมารับสภาพ มนุษย พระสังคายานาวาติกันที่สอง และการประชุมสมัชชาพระสังฆราชป ค.ศ. 2008 เชิญเราให กลับสูพระวาจาดวยวิธีการแบบ lectio divina อีกครั้ง ในทำนองเดียวกัน ความสนิทสัมพันธเปนหนึ่งเดียวจะเกิดขึ้นได ก็ตอเมื่อพระวาจานี้ไดรับ การยอมรับตามความหมายแทจริง และ “กลับกลายเปนสิ่งที่รับเขาไป” คริสตชนกลุมแรกชุมนุมกันฟงพระวาจาและฉลองศีลมหาสนิทเปนสำคัญ * เสนทางภาคบังคับ พระเยซูเจาทรงเปนโฉมหนาของมนุษยชาติใหม ทุกคนตองทำตนเหมือนพระองค ดวย เหตุนี้ พระศาสนจักรแหงเยรูซาเล็มจึงรำลึกถึงคำของนักบุญเปาโลที่เตือนสมาชิกของชุมชนของ ทานใหเจริญชีวิตคืนดีกัน ซึ่งหมายความวา ทำตนเปนบุคคลที่ไดรับการชวยใหรอดพนและเปน หนึ่งเดียวกับพระเจา การคืนดีตองเปนวิถีชีวิตชนิดที่ปน“shalom”(สันติสุข)ของพระเจาที่ทรง ประทานแกโลก และเปนจิตวิญญาณของแตละชุมชน การเจริญชีวิตในฐานะผูไดรับการคืนดี เริ่มตนที่การภาวนา สิ่งนี้เปนความเรงดวนและเปน ที่มาของชื่อสัปดาหแหงการภาวนาเพื่อเอกภาพประจำป(ระหวางวันที่ 18-25 มกราคม) เอกภาพ มิไดหมายถึง การกระทำเหมือนกันหรือแบบเดียวกัน(unity is not uniformity) แตเปนวิถีชีวิตคริสต ชนแท ที่เปรียบเสมือนการรองเพลงประสานเสียง ภายใตการกำกับดูแลขององคพระจิตเจา นักรอง แตละคนมีเสียงที่แตกตาง แตก็สามารถรวมรองเพลงดวยกันไดอยางไพเราะ คริสตชนทุกยุคทุก สมัยตองคนหาคุณคาที่ทำใหบรรดาคริสตชนยุคแรกเปนหนึ่งเดียวกันใหพบ ซึ่งไดแกความซื่อสัตย ตอพระวาจาและศีลมหาสนิท อันเปนองคประกอบสำคัญของชีวิตและการเติบโต พระวาจาของพระ เยซูเจาที่วา “เพื่อใหทุกคนเปนหนึ่งเดียวกัน” ตองดังกองอยูในโสตประสาทตลอดเวลา พวกแรกที่ไดรับประโยชนคือผูที่ลงมือภาวนา ครอบครัว ชุมชนนักบวช ชุมชนวัดสามารถ พบตนเองไดอีกครั้งตามแนวทางที่พระวรสารกำหนดไว ชวงเวลาแปดวัน...หรือหนึ่งเดือนเปนเวลา ของพระเจาที่ยืนยันวาความเรงดวนนี้จะตองมั่นคงและถาวร 2


MEDITATIO (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้) * การภาวนาเริ่มเปลี่ยนตัวฉัน สันติสุขเกิดขึ้นภายในใจ การภาวนาเปนกาวแรกสูเอกภาพ ทุกคนสามารถทำได * การเปนพยานของฉันสะทอนชีวิตการเปนพยานของคริสตชนยุคแรก มองเห็นไดและ เปนการนอบนอมเชื่อฟงตอคำภาวนาของพระเยซูเจาที่ทรงขอใหทุกคนเปนหนึ่งเดียวกัน (อาง ยน 17:21) * ฉันมองรอบตัวเอง เห็นครอบครัว ชุมชน กลุม แมกระทั่งตลาด ขาพเจาเรียนรูวาตองเปน อยางไร การภาวนาตองนำสูการกระทำที่เปนรูปธรรม เรามิอาจขัดขวางกิจการของพระจิตเจา ได การขัดขวางกิจการเพื่อเอกภาพ เปนการกระทำที่นาเศรา ทำใหทุกอยางกลับกลายเปนเรื่อง หลอกลวง ORATIO (พระวาจาทำใหฉันภาวนา) ขอโทษP “อุปสรรคยิ่งใหญตอเอกภาพก็คือความเปนปจเจกนิยมของเรา อันหมายถึง การยึดมั่นถือมั่นทางความคิด มุมมองและรสนิยม ความเห็นแกตัวเปนกำแพงกักขังตัวเราใหอยู อยางโดดเดี่ยวและตัดคนที่แตกตางจากเราออกไป คริสตชนยุคแรกถือวา เอกภาพทางความคิดและจิตใจ เกิดและแสดงออกมาในการชวย เหลือเกื้อกูลที่เปนรูปธรรม ในการแบงปนทรัพยสินของตนกับพี่นองชายหญิงที่ตองการความชวย เหลือ เนื่องจากเปนเอกภาพแท เขาจึงไมยอมใหชุมชนของเขามีคนที่มีอยางเหลือเฟอ ในขณะที่ สมาชิกบางคนขาดแคลนแมกระทั่งสิ่งจำเปนสำหรับการดำรงชีวิต ผูที่ปรารถนาเจริญชีวิตเปนหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจา แตแตกแยกกับพี่นอง ทำงานเพื่อผล ประโยชนของตนเองฝายเดียว ใชชีวิตแบบตัวใครตัวมัน ตัดสินคนอื่น หรือบางทีถึงกับตัดเขาออก จากพวกของตน การเจริญชีวิตแบบนี้ไมมีความหมายอะไร จำเปนตองกลับใจหาพระเจาเสีย ใหม พระองคปรารถนารวมเราเขาเปนหนึ่งเดียวกันกับพระองค” (เคียราลูบิค) ขอบคุณP ภาวนาคือสรรเสริญพระเจาพระตรีเอกภาพ ผูทรงเปนหนึ่ง เปนแมแบบแหง เอกภาพของมนุษย การภาวนาทำใหเกิดความหวังขึ้นในโลก การอยูรวมกันอยางสันติของบรรดา ประชาชาติและความผาสุขในโลก ขอพรพระจิตเจาT เมื่อสองพันปที่แลว ศิษยรุนแรกของพระเยซูเจา รวมตัวกันที่กรุง เยรูซาเล็ม พวกเขาไดรับพระจิตเจาและเปนหนึ่งเดียวกันดั่งพระกายของพระคริสตเจา ถึงแมจะมี อุปสรรคมากมายทั้งภายนอกและภายใน พวกเขาก็ยังคงซื่อสัตยตอพระองค พระจิตเจาทรงเปน พลังในการตอสูเพื่อเอกภาพ และนำทางพวกเขาไปสูนครเยรูซาเล็มสวรรคเปนการลวงหนา “พระจิตเจาที่ถูกประทานใหกับทุกคนที่รับพระวาจาของพระเยซูเจาทางศีลลางบาป ทำใหผูมีความเชื่อทุกคนเปนหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพและเพื่อน 3


มนุษย โดยไมคำนึงถึงเชื้อชาติ วัฒนธรรมและชนชั้นทางสังคม เพราะพระองคทรงเปนพระ จิตแหงความรักและเอกภาพ” (เคียรา ลูบิค) CONTEMPLATIO (พระวาจาของพระเจาสำเร็จสมบูรณ) เราเปนรางกายของพระคริสตเจา ที่กระจัดกระจายอยูและพระองคทรงรวบรวมใหกลับเปน หนึ่งเดียวกัน (อาง ยน 11:52) “ เพื่อใหการเสวนาบังเกิดผล จำเปนตองรูคำสอนของพระวรสารอยางถองแท ซึ่งมิใชจารีต หรือศีลธรรม ทั้งมิใชเทววิทยาหรือวัฒนธรรม แตเปนความสัมพันธระหวางบุคคล ‘พระบิดา-พระ บุตร-พระจิต-พี่นอง’ ซึ่งเปนไปไดอาศัยการสิ้นพระชนมและการกลับคืนชีพของพระเยซูเจา” (Mons. P. Rossano).

COMMUNICATIO (พระวาจาทรงทำใหมนุษยชาติเปนหนึ่งเดียวกัน) พระศาสนจักรเปนธรรมทูต แตพระศาสนจักรแหงนครเยรูซาเล็มเชิญเราใหสังเกตวา กิจการ ธรรมทูตที่ยิ่งใหญอยูใน“การรวมตัวภายใน” กอน“ออกไปภายนอก” พระคัมภีรตั้งขอสังเกตวา บรรดาคริสตชนกลุมแรก “ประชุมกันอยางสม่ำเสมอเพื่อฟงคำสั่งสอนของบรรดาอัครสาวก ดำเนินชีวิตรวมกันฉันพี่นอง รวม ”พิธีบิขนมปง” ดังนั้น จุดเริ่มตนคือเอกภาพ “ในปรากฏการณที่เกิดขึ้นในวันเปนเตกอสเต ตามที่ลุูกาบรรยายไวในหนังสือกิจการของ อัครสาวกบทที่ 2 มีการเคลื่อนจากภายในสูภายนอก เหตุการณนี้เปนเสมือนคำอธิบายพระวาจา ของพระเยซูเจาที่วา จากความรักนี้ ทุกคนจะรูวาทานเปนศิษยของเรา” พระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ใชคำ”เสวนา”เปนกุญแจ คำนี้ปรากฏบอยในพระสมณสาสนและ พระโอวาทในโอกาสตางๆ พระสังฆราช Piero Rossano พูดถึงคำ homo religiosus (ผูมีศรัทธา) ซึ่งทานถือวาเปนพื้น ฐานของการเสวนา ทานกลาววาการเสวนาเปนการ “คนพบ homo religiosus (ผูมีศรัทธา)ในใต หลา ในทุกวัฒนธรรม ทุกประสบการณ เขาแสวงหา ตองการรูเพื่อประโยชนในการเจริญชีวิต เขา แสวงหาพระผูสูงสุด ที่เขาพึ่งพิงได”...เอกภาพเริ่มตนจากจุดนี้ สัปดาหภาวนาเพื่อสันติภาพเปนชวงเวลาของการฝกมองเหตุการณนาเศราอันเนื่องมาจาก การแตกแยก และเทียบเคียงกับอุดมการณพระวรสารที่เกี่ยวของกับเอกภาพ อีกทั้งยังเปนเวลานำ เสนอแผนการอบรมที่ควรเปนแนวทางที่แนนอนของการเติบโตของคริสตชน เปนเวลาสอนใหรูจัก ทำใหการดำเนินชีวิตเปนการอุทิศตนเพื่อความเปนเอกภาพอยูเสมอ xxxxxxxxxxxxxxxx

4


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook