พฤศจิกายน 2011
Lectio Divina
อารยธรรมแห่งรัก
Lectio (พระเจาตรัสอะไร) 31“เมื่อบุตรแหงมนุษยจะเสด็จมาในพระสิริรุงโรจนพรอมกับบรรดาทูตสวรรคทั้งหลาย 32บรรดาประชาชาติจะมาชุมนุมกันเฉพาะพระ พระองคจะประทับเหนือพระบัลลังกอันรุงโรจน พักตร พระองคจะทรงแยกเขาออกเปนสองพวก ดังคนเลี้ยงแกะแยกแกะออกจากแพะ 33ใหแกะ อยูเบื้องขวา สวนแพะอยูเบื้องซาย 34แลวพระมหากษัตริยจะตรัสแกผูที่อยูเบื้องขวาวา ‘เชิญมา เถิด ทานทั้งหลายที่ไดรับพระพรจากพระบิดาของเรา เชิญมารับอาณาจักรเปนมรดกที่เตรียมไวให ทานแลวตั้งแตสรางโลก 35เพราะวา เมื่อเราหิว ทานใหเรากิน เรากระหาย ทานใหเราดื่ม เราเปน แขกแปลกหนา ทานก็ตอนรับ 36เราไมมีเสื้อผา ทานก็ใหเสื้อผาแกเรา เราเจ็บปวย ทานก็มาเยี่ยม เราอยูในคุก ทานก็มาหา’ 37“บรรดาผูชอบธรรมจะทูลถามวา ‘พระเจาขา เมื่อไรเลาขาพเจาทั้งหลายเห็นพระองค ทรงหิว แลวถวายพระกระยาหาร หรือทรงกระหาย แลวถวายใหทรงดื่ม 38เมื่อใดเลาขาพเจาทั้ง หลายเห็นพระองคทรงเปนแขกแปลกหนา แลวตอนรับ หรือทรงไมมีเสื้อผา แลวถวายให 39เมื่อใด 40พระมหากษัตริยจะ เลาขาพเจาทั้งหลายเห็นพระองคประชวรหรือทรงอยูในคุกแลวไปเยี่ยม’ ตรัสตอบวา ‘เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ทานทำสิ่งใดตอพี่นองผูต่ำตอยที่สุดของเรา คนหนึ่ง ทานก็ทำสิ่งนั้นตอเรา’ 41“แลวพระองคจะตรัสกับพวกที่อยูเบื้องซายวา ‘ทานทั้งหลายที่ถูกสาปแชง จงไปใหพน ลงไปในไฟนิรันดรที่ไดเตรียมไวใหปศาจและพรรคพวกของมัน 42เพราะวา เมื่อเราหิว ทานไมให อะไรเรากิน เรากระหาย ทานไมใหอะไรเราดื่ม 43เราเปนแขกแปลกหนา ทานก็ไมตอนรับ เราไมมี เสื้อผา ทานก็ไมใหเสื้อผา เราเจ็บปวยและอยูในคุก ทานก็ไมมาเยี่ยม’ 44พวกนั้นจะทูลถามวา ‘พระเจาขา เมื่อไรเลาที่ขาพเจาทั้งหลายเห็นพระองคทรงหิว ทรงกระหาย ทรงเปนแขกแปลกหนา หรือไมมีเสื้อผา เจ็บปวย หรืออยูในคุก และไมไดชวยเหลือ’ 45พระองคจะตรัสตอบวา ‘เราบอก ความจริงแกทานทั้งหลายวา ทานไมไดทำสิ่งใดตอผูต่ำตอยของเราคนหนึ่งทานก็ไมไดทำสิ่งนั้นตอ เรา’ 46แลวพวกนี้ก็จะไปรับโทษนิรันดร สวนผูชอบธรรมจะไปรับชีวิตนิรันดร” (มธ 25:31-46)
ทำความเขาใจตัวบท C ในมัทธิวบทที่ 25 มีเรื่องเลาอยู 3 เรื่อง คือ อุปมาเรื่องหญิงสาวสิบคน (ขอ 1-13) อุปมา เรื่องเงินตะลันต (14-30) และ การพิพากษาครั้งสุดทาย (ขอ 31-46) เพื่อบอกวา ตองทำอะไร ใน “เวลานี้” เพื่อรับมือกับ “เวลานั้น” 1
X ในเรื่องหญิงสาวสิบคน ให “นำน้ำมันใสขวดไปพรอมกับตะเกียง” (ขอ 4) ในเรื่องเงินตะลันต ใหทำ “กำไรสองเทา” จากเงินที่ไดรับ สวนในเรื่องการพิพากษาครั้งสุดทาย “ตองรักพระเจาในพี่ นองผูต่ำตอยที่สุด” X เรื่องสุดทาย เปนฉากการพิพากษา มีการแบงชนออกเปนสองกลุม ใหอยูซายหรือขวาของ กษัตริย พระองคตรัสกับกลุมหนึ่งวา“เชิญมาเถิด ทานทั้งหลายที่ไดรับพระพร” สวนอีกกลุม พระองคตรัส “ทานทั้งหลายที่ถูกสาปแชง จงไปใหพน” เหตุผล? “เพราะวา ทานให” หรือ “ทานไม ให” X ทั้งผูถูกเชิญ และ ผูถูกไล ถามคำถามเดียวกัน “เมื่อไรเลาขาพเจาทั้งหลายเห็นพระองค?” คำตอบคือ “ทานทำสิ่งใดตอพี่นองผูต่ำตอยที่สุดของเราคนหนึ่ง ทานก็ทำสิ่งนั้นตอเรา” X สิ่งที่กษัตริยจะพิพากษาเรา “เวลานั้น” เปนเรื่องเดียวกับที่เราทำ “เวลานี้” อันที่จริงเปนเรา เองที่พิพากษาพระองค ตอนรับหรือไมตอนรับพระองค พระองคเพียงบอกใหทราบถึงสิ่งที่เราทำกับ พระองคเทานั้น พระองคเพียงอานสิ่งที่เราเขียนดวยมือของเราเอง X พระองคทรงบอกกลาวลวงหนา ใหเราเปดตามองสิ่งที่ตนกำลังกระทำอยูใน “เวลานี้” บท สรุปทางเทววิทยาของมัทธิวก็คือ เราจะถูกพิพากษาตามการกระทำที่เราทำกับผูอื่น (7:12) ผูอื่น นั้นคือพระเจาเอง ดังนั้น บัญญัติประการแรกกับบัญญัติประการสองจึงมีน้ำหนักเทากัน (22:39) พระองคทรงกระทำตนเปนเพื่อนพี่นองของเรา และประทับอยูกับเราเสมอ (28:20) ทรงเรียก พระองคเองวา “บุตรแหงมนุษย” (24:30) ทรงเปรียบพระองคกับโยนาห (12:39s)พระองคคือผูถูก ตรึงกางเขน ที่มีใบหนาของคนยากจนทุกคนบนผืนแผนดิน X สาระของตัวบทก็คือ มนุษยทุกคนจะถูกพิพากษาตามความรักที่มีตอพี่นองผูต่ำตอยที่สุด เพราะพระองคทรงถือวา กระทำตอพระองคเอง X ตัวบทนี้ถูกเขียนขึ้นสำหรับผูอานที่เปนคริสตชน เขาจะไดรับพร หรือ การสาปแชง ขึ้นอยู กับความรักที่เขามีตอเพื่อนพี่นองผูยากไร X เมื่อเรารักเพื่อนพี่นอง เทากับรักพระเจาเอง “เรารูวา เรารักบรรดาบุตรของพระเจา เมื่อเรา รักพระเจาและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค” (1 ยน 5:2) X “เมื่อบุตรแหงมนุษยจะเสด็จมา” (ขอ 31) ณ ที่นี้ไมพูดถึงการรอคอย แตพูดถึงจุดจบของ ประวัติศาสตร ไมใชเปนเพียงคำอุปมา แตเปนการพยากรณถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น หลังจากที่มนุษยทุก ชาติไดฟงการประกาศเรื่องพระอาณาจักรแลว X พระเยซูเจาตรัสถึงพระองคเองวาทรงเปน “บุตรแหงมนุษย” มิใชผูรับทรมาน (17:12.22; 20:18-19) แตทรงเปน“บุตรแหงมนุษย”ที่เสด็จกลับมาในพระสิริรุงโรจน หลังจากที่ไดรับอำนาจ อาชญาสิทธิ์ และทรงประทับนั่งบนบัลลังก ทรงเปน“บุตรแหงมนุษย”ที่เปน“กษัตริย”และ“ผู พิพากษา” (ดนล 7:9.13-14) X “บรรดาประชาชาติจะมาชุมนุมกันเฉพาะพระพักตร” (ขอ 32) พระองคทรงประทับอยูบน บัลลังก และเริ่มการพิพากษา 2
X ในโลกนี้ แกะอยูปะปนกับแพะ คนดีปะปนอยูกับคนไมดี แต“เวลาสิ้นโลก” เปนเวลาของการ แบงแยก(13:39-40.49)ระหวางชนสองพวก X ผูพิพากษาทรงใชวิธีของคนเลี้ยงแกะ (25:32ข-33)คือจัดแกะ ซึ่งหมายถึง “ผูที่ไดรับพระพร” “ผูชอบธรรม” ใหอยูดานขวา สวนแพะ คือ ผูที่ “ถูกสาปแชง” ใหอยูดานซาย X “ทานทั้งหลายที่ไดรับพระพรจากพระบิดาของเรา” (ขอ 34)ทำใหคิดถึงความเปนพี่นองกัน ครอบครัวของพระเจารวมตัวกันในบานของพระบิดาตลอดไป ในอาณาจักรที่เตรียมไวใหแลวตั้งแต สรางโลก นี่แสดงวา อาณาจักรนี้ไดถูกเตรียมการไวแลวตั้งแตนิรันดร และพระเจาไดทรงเรียกเรา เขาสูชีวิตนิรันดร มีความสนิทสัมพันธเปนหนึ่งเดียวกับพระองค ซึ่งการเรียกนี้มิไดคำนึงถึงความ เหมาะสม หรือ บุญบารมีของเราแตประการใด (16:27) แตเปน “มรดก”ที่ทรงเตรียมไวใหQ Meditatio (พระวาจาของพระเจาบอกอะไรแกฉัน) Q
ผูไดรับพระพรไดทำอะไร จึงไดรับมรดก? เขาทำกิจเมตตา 6 อยาง คือ “เมื่อเราหิว ทานใหเรากิน เรากระหาย ทานใหเราดื่ม เราเปนแขกแปลกหนา ทานก็ตอนรับ เราไมมีเสื้อผา ทานก็ใหเสื้อผาแกเรา เราเจ็บปวย ทานก็มาเยี่ยม เราอยูในคุก ทานก็มาหา”(ขอ 35และ36) กิจการ 6 อยางนี้เปนเหตุผลของการรับพระพร หรือ การสาปแชง แตกิจการเหลานี้ เกี่ยวของกับเพื่อนมนุษยและพระเจา ดวยการกระทำหรือไมทำสิ่งเหลานี้ เขารวมทุกข รวมสุข และ แบงปนความรัก ความดี ความเมตตา กับผูที่มีความตองการมากกวา บัดนี้เขาเองก็ไดรับตาม สัญญาของพระเจา คือ “จะไดรับพระเมตตา” (5:7) มรดกคือของประทานแหงความเมตตา แสดงใหเห็นพระทัยดีอันไมมีขอบเขตของพระเจา การ “รับใช” ผูยากไร เทากับรับใชพระเยซูเจาเอง ‘ทานทำสิ่งใดตอพี่นองผูต่ำตอยที่สุด ของเราคนหนึ่ง ทานก็ทำสิ่งนั้นตอเรา’ “พี่นองผูต่ำตอยที่สุด” หมายถึงทุกคนที่ประสบความทุกขยาก เชนเดียวกับคำวา “บรรดา ประชาชาติ” ก็หมายถึงชนทุกชาติบนโลกนี้ เขาเหลานี้ แมไมเปนสมาชิกของพระศาสนจักรอยาง เปนทางการ แตเขาก็เปนประชากรของพระเจาได โดยทางกิจเมตตา ใครก็ตามที่ทำกิจการนี้ เขา รับใชพระเจา และจะไดรับรางวัลตอบแทน X ในวันพิพากษาครั้งสุดทาย หลายคนจะแปลกใจ ที่เห็นผูคนมากมายเขาสูอาณาจักรนิรันดร เพราะไดทำความดี มีเมตตากรุณา
3
X เราคริสตชนมีโอกาสอานพระวาจาของพระเยซูเจาอยางสม่ำเสมอ เราเดินในประวัติศาสตร โดยรูอยางชัดเจนวา ตองทำสิ่งใดเพื่อเอาตัวรอด เราทราบดีวา เรารอดไดดวยการทำกิจเมตตา ปราณี X เรามิไดเดินในความมืด เราเปน “บุตรแหงความสวาง” เปน “บุตรแหงทิวากาล” (1 ธส 5:5) เราเปนเชนนี้ไดก็ตอเมื่อ เราปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซูเจา X การเปนผูไดรับพระพร หรือ การเปนผูถูกสาปแชง ขึ้นอยูกับเราเอง เราพูดไมไดวาไมรู ถา ในวาระสุดทาย เราอยากไดยินพระองคตรัสกับเราวา “เชิญมาเถิด ทานทั้งหลายที่ไดรับพระพร จากพระบิดาของเรา เชิญมารับอาณาจักรเปนมรดกที่เตรียมไวใหทานแลวตั้งแตสรางโลก” (25:33) เราก็ตองเจริญชีวิตดวยความสมัครสมานสามัคคีกับมนุษยทุกคน เราจึงจะไดรับ “มรดก”ที่อยูเหนือ บุญกุศลที่เราไดสรางไว X นักบุญยอหนคริสโตสตอมกลาววา “หากคนชั่วตองรับโทษตามความยุติธรรม คนดีก็ไดรับ รางวัลเพราะพระเมตตาของพระเจา เพราะวา ถึงแมเราจะไดกระทำกิจการดีมากมาย แตก็เปน เพราะพระหรรษทานอันเปยมลนที่แลกเปลี่ยนการชวยเหลือเล็กนอยแกคนจน กับอาณาจักรสวรรค อันมหึมาและพระสิริรุงโรจนตลอดนิรันดร” X ใหเราทำความดีและหวังโดยไมสงสัยเลยวา พระเจาจะทรงประทานความยินดีนิรันดรที่มาก กวาบุญกุศลทุกประการที่เรากระทำ Oratio (พระวาจาของพระเจาทำใหฉันภาวนา) X ขอโทษC X “ความมั่งคั่งทำใหเสียคน คนหยิ่งยโสจะไมมีความสงบ เขาอาปาก กวางเหมือนแดนผูตาย ไมรูจักอิ่มเหมือนความตาย เขาดึงนานาชาติมาหาตน รวบรวมชนทุกชาติ มาเปนของตน” (ฮบก. 2:5) C ‘พระเจาขา เมื่อไรเลาที่ขาพเจาทั้งหลายเห็นพระองคทรงหิว ทรงกระหาย ทรงเปนแขก แปลกหนา หรือไมมีเสื้อผา เจ็บปวย หรืออยูในคุก และไมไดชวยเหลือ’ พระองคจะตรัสตอบวา ‘เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ทานไมไดทำสิ่งใดตอผูต่ำตอยของเราคนหนึ่งทานก็ไมไดทำ สิ่งนั้นตอเรา’ (มธ 25:44-45) X ขอบคุณX “เชิญมาเถิด ทานทั้งหลายที่ไดรับพระพรจากพระบิดาของเรา เชิญมารับ อาณาจักรเปนมรดกที่เตรียมไวใหทานแลวตั้งแตสรางโลก” (มธ 25:34) X ขอพรพระจิตเจาX “ถาภารกิจที่ทำใหตาย ซึ่งจารึกเปนตัวอักษรบนแผนศิลา ไดมีความ สวางรุงโรจนจนกระทั่งชาวอิสราเอลมองดูใบหนาของโมเสสไมได เพราะใบหนานั้นมีแสงสวาง รุงโรจนแมเพียงชั่วขณะ ภารกิจของพระจิตเจาจะมิความสวางรุงโรจนยิ่งกวานั้นอีกหรือ ถา ภารกิจที่นำไปสูการตัดสินลงโทษยังมีความสวางรุงโรจนแลว ภารกิจที่ใหความชอบธรรมก็ยิ่งจะ สวางรุงโรจนมากกวานั้น” (2 คร 3:7-9) 4
Contemplatio (พระวาจาของพระเจาสำเร็จสมบูรณ) X วัันหนึ่ง ขณะที่อับราฮัมกำลังนั่งอยูที่ประตูกระโจมใตตนโอคแหงมัมเร เขาเห็นชายสามคน ยืนอยูใกลตน จึงวิ่งจากประตูกระโจมไปตอนรับ.........อับราฮัมรีบเขาไปในกระโจมของนางซา ราห และบอกใหไปเอาแปงละเอียดมานวดและทำขนมปงสำหรับแขกสามคน.........แลวอับราฮัมวิ่ง ไปที่ฝูงสัตว นำลูกโคอวนพีตัวหนึ่งใหผูรับใชฆา และรีบปรุงเปนอาหาร เขาเอานมขนเปรี้ยว น้ำนมสดและเนื้อลูกโคที่เตรียมแลว มาวางตอหนาคนทั้งสาม และยืนอยูใตตนไมคอยรับใช ขณะที่ คนทั้งสามกำลังกินอาหาร X เขากุลีกุจอตอนรับแขกทั้งสาม โดยไมทราบวา เขากำลังใหการตอนรับองคพระตรี เอกภาพ Communictatio (จากพระวาจาสูอารยธรรมแหงรัก) X คำสารภาพของเปาโล “9ขาพเจาเคยคิดวา ขาพเจาตองทำทุกอยางเพื่อขัดขวางนามของ 10ขาพเจาทำเชนนี้ที่กรุงเยรูซาเล็ม ขาพเจาไดรับมอบอำนาจจากบรรดา เยซู ชาวนาซาเร็ธ หัวหนาสมณะใหจับกุมคริสตชนหลายคนจองจำไวในคุก เมื่อเขาถูกพิพากษาประหารชีวิต ขาพเจา ก็ลงคะแนนใหประหารเขาดวย 11ขาพเจาเขาไปในศาลาธรรมตาง ๆ หลายครั้ง ทรมานเขา บังคับ เขาใหกลาวดูหมิ่นพระเจา ขาพเจาโกรธแคนบรรดาคริสตชนมาก จึงเบียดเบียนเขาในเมืองตาง ๆ นอกประเทศอีกดวย 12วันหนึ่ง ขาพเจาไดรับมอบอำนาจและภารกิจจากบรรดาหัวหนาสมณะ จึงเดินทางไปยัง เมืองดามัสกัสเพื่อจุดประสงคเดียวกันนี้ 13ขาแตพระราชา ขณะที่ขาพเจากำลังเดินทาง เวลา ประมาณเที่ยงวัน ขาพเจาเห็นแสงสวางจากทองฟา สวางจายิ่งกวาดวงอาทิตย สองแสงรอบตัว ขาพเจาและเพื่อนรวมทาง 14เราทุกคนลมลงที่พื้น ขาพเจาไดยินเสียงพูดเปนภาษาฮีบรูวา “เซาโล เซาโล เจาเบียดเบียนเราทำไม เจาจะตองเจ็บตัวเหมือนวัวถีบปฏัก” 15ขาพเจาจึงถามวา “ขาแตพระเจา พระองคคือใคร” องคพระผูเปนเจาตรัสวา “เราคือเยซู ที่เจากำลังเบียดเบียน” (กจ 26:9-15) !
!
!
!
!
!
xxxxxxxxxxxxxxxx
5