Skip to main content

Lectio Divina 2011 ตุลาคม

Page 1

LECTIO DIVINA

ไมมีพรมแดนสำหรับพระวาจา

ตุลาคม 2011

Lectio (พระเจาตรัสอะไร) บทบัญญัติเอก 34เมื่อชาวฟาริสีไดยินวาพระเยซูเจาทรงทำใหชาวสะดูสีนิ่งอึ้งไป จึงมาชุมนุมพรอมกัน 35มีคนหนึ่งเปนบัณฑิตทางกฎหมายไดทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองควา 36“พระอาจารย บทบัญญัติขอใดเปนเอกในธรรมบัญญัติ” พระเยซูเจาตรัสตอบวา 37“ทานจะตองรักองคพระผู เปนเจา พระเจาของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาของทาน 38นี่คือบทบัญญัติเอกและ 39บทบัญญัติประการที่สองก็เชนเดียวกัน คือทานตองรักเพื่อนมนุษย เปนบทบัญญัติแรก 40ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยูกับบทบัญญัติสอง เหมือนรักตนเอง ประการนี้” (มธ 22:34-40) (ทำความเขาใจกับตัวบท) V ความขัดแยงระหวางผูนำอิสราเอลกับพระเยซูเจาดำเนินตอไปหลังจากชุดคำอุปมา เปน ความขัดแยงกับบรรดาชาวฟาริสีเรื่อง “การเสียภาษีแกพระจักรพรรดิ์ซีซาร” (มธ 22:15-22) กับ บรรดาชาวสะดูสีเรื่อง “การกลับคืนชีพของผูตาย” (มธ 22:23-33) และบัณฑิตทางกฏหมาย เรื่อง “บทบัญญัติเอก” (มธ 22:34-40) V พระเยซูเจาทรงทำใหชาวฟาริสีตกหลุมพลาง ดวยการขอใหเขานำเงินที่ใชเสียภาษีมาให พระองคสักเหรียญหนึ่ง เมื่อทรงถามวา “รูปและคำจารึก(บนเหรียญ)เปนของใคร” เขาตอบวา “เปน ของพระจักรพรรดิซีซาร” พระองคจึงตรัสวา “ของของซีซาร จงคืนใหซีซาร และของของพระเจา ก็ จงคืนใหพระเจาเถิด” (มธ 22:19-21) V ชาวสะดูดีแสดงใหเห็นวา ไมเขาใจวาความตายเปลี่ยนทุกสิ่งดวยอำนาจของพระเจา อีกทั้ง ไมเขาใจพระคัมภีร เมื่อพระเจาทรงประจักษแกโมเสส ณ พุมไม พระองคตรัสกับทานวา ทรงเปน พระเจาของอับราฮัม อิสอัค และของยาโคบ ทานเหลานี้มีชีวิตและตายไปกอนโมเสส แตยังคงมีชีวิต อยูหลังความตายทางกายภาพ เนื่องจาก “พระองคมิใชพระเจาของผูตาย แตเปนพระเจาของผู เปน” (มธ 22:32) V สวนบัณฑิตทางกฏหมายยอมรับคำสอนของพระเยซูเจาเรื่องบทบัญญัติเอก ไดแก ความรัก ตอพระเจาและเพื่อนมนุษย (มธ 22:34-40) V คำสัญญาของพระเยซูเจา“จงอยาคิดวา เรามาเพื่อลบลางธรรมบัญญัติหรือคำสอนของ บรรดาประกาศก เรามิไดมาเพื่อลบลาง แตมาเพื่อปรับปรุงใหสมบูรณ” (มธ 5:17)และ “ทานอยาก ใหเขาทำกับทานอยางไร ก็จงทำกับเขาอยางนั้นเถิด นี่คือธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประ


กาศก”(มธ 7:12) เปนความจริงในประโยคสรุป“ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้น อยูกับบทบัญญัติสองประการนี้” (มธ 22:40) ในความเปนจริงบรรดาชาวฟาริสีรักธรรมบัญญัติ และใหความสำคัญตอธรรมบัญญัติทุกขอ V ไมวาเล็กหรือใหญ พระเยซูเจาเองก็ทรงมีความคิดเชนนี้ “ผูใดละเมิดธรรมบัญญัติเพียงขอเดียว แม เล็กนอยที่สุดและสอนผูอื่นใหละเมิดดวย จะไดชื่อวาเปนผูต่ำตอยที่สุดในอาณาจักรสวรรค สวนผูที่ ปฏิบัติและสอนผูอื่นใหปฏิบัติดวย จะไดชื่อวาเปนผูยิ่งใหญในอาณาจักรสวรรค” (มธ 5:19) V ณ ที่นี้ พวกเขาตองการทราบวา มีบัญญัติขอใดบาง ที่เมื่อปฏิบัติแลวเทากับปฏิบัติบัญญัติ หมดทุกขอ พระเยซูเจาทรงทราบความปรารถนาของเขา จึงตอบพวกเขาวา “ทานจะตองรักองค พระผูเปนเจา พระเจาของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาของทาน (ขอ 37) V การรักพระเจาเชนนี้หมายถึงการทำตนเปนผูครบครันดังพระบิดาเจาสวรรค (5:48) ตาม ความหมายของคำเทศนาบนภูเขา หากตองการทราบวา ในตัวเรามีความรักเชนนี้หรือไม ใหดูวา เรามีความรักตอเพื่อนมนุษยหรือเปลา? พระเยซูเจาตรัสตอไปวา “บทบัญญัติประการที่สองก็เชน เดียวกัน คือทานตองรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง” (ขอ 39) V คำวา “เพื่อนมนุษย” ตามความหมายของบทเทศนบนภูเขา หมายถึง “ศัตรู” ดวย ดังพระ วาจาที่วา “แตเรากลาวแกทานวา จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาใหผูที่เบียดเบียนทาน” (5:44) พระ เยซูเจาทรงสรุปวา “ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยูกับบทบัญญัติสอง ประการนี้” (ขอ 40) V บทบัญญัติสองขอนี้แยกกันมิได ยิ่งกวานั้น บทบัญญัติประการสองเปนตัวชี้วัดวา เราได ปฏิบัติบทบัญญัติขอแรกหรือไม V นักบุญเปาโลยืนยันวา “ถามีบทบัญญัติ”อื่นอีกก็สรุปไดในขอความนี้วา จงรักเพื่อนมนุษย เหมือนรักตนเอง ความรักไมทำความเสียหายแกเพื่อนมนุษย ความรักเปนการปฏิบัติตามธรรม บัญญัติอยางครบถวน” (รม 13:9-10) V ในจดหมายถึงชาวกาลาเทีย ทานเขียนวา “เพราะธรรมบัญญัติทั้งหมดสรุปไดเปนขอเดียว วา จงรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง” (กท 5:14) V แตคำอธิบายพระวาจาที่ดีที่สุดคือคำอธิบายของนักบุญออกัสตินที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทาน เปรียบภาระหนักกับปกนก ทานกลาววา “ปกขางหนึ่งคือ ทานจะตองรักองคพระผูเปนเจา พระเจา ของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาของทาน” แตอยายึดติดอยูกับปกขางเดียว เพราะหาก ทานยึดติดกับปกนั้นแลว ทานก็สูญเสียปกขางนั้นไปดวย V “ทานตองรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง”V “เพราะผูไมรักพี่นองที่เขาแลเห็นได ยอมไมรัก พระเจาที่เขาแลเห็นไมได” (1 ยน 4:20) เปนปกอีกขางหนึ่งที่ตองติดเขาไป ทานจึงจะบินได ทานจะ ถอนความโลภสิ่งของของโลกออกจากใจ และปลูกความรักในสมบัติสวรรคไดอยางมั่นคง V เมื่อทานวางตัวอยูบนปกสองขางนี้แลว จิตใจของทานจะถูกยกสูงขึ้น เมื่อจิตอยูสูง ก็จะดึง กายขึ้นไปดวย ทานอยาคิดวาเปนเรื่องยาก ทานสามารถคนหาขอความมากมายจากพระคัมภีร


ซึ่งสามารถนำมารำพึงได แตธรรมบัญญัติทุกขอและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยูกับ บทบัญญัติสองประการนี้ Meditatio (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้) * “ทานตองรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง” หมายความวา เพื่อนมนุษยกับตัวฉันมีคุณคา เทากัน พระตรีเอกภาพทรงประทับในตัวของผูอื่น เหมือนที่ทรงประทับในตัวฉัน ดังนั้น ความรัก ตองเปนสวนสำคัญของชีวิต * เมื่อพระวจนาตถทรงรับเอากายเปนมนุษย ทรงทำใหเกิดสัมพันธภาพอันแนนแฟน ระหวางพระเจากับมนุษย ดังนั้น ความรักตอพระเจากับความรักตอเพื่อนมนุษยจึงมิอาจแยกจาก กันได ความรักที่ฉันมีตอพระเจา เรงเราฉันใหกระทำความดี และมีเมตตาจิตตอเพื่อนพี่นองหรือ? * “เพื่อนมนุษย” หมายถึง “ศัตรู” ที่เราตองรักเชนกัน ฉันอาจไมมีศัตรู แตอาจมีบุคคลที่ฉัน รูสึกลำบากใจที่จะมีความสัมพันธกับเขา พระเยซูเจาทรงเชื้อเชิญฉันใหรักเขาดวย * ความรักตอเพื่อนมนุษย เรียกรองใหเราเปนธรรมทูต ดังพระวาจาที่วา “ทานทั้งหลาย จงไปสั่งสอนนานาชาติใหมาเปนศิษยของเรา” (มธ 28:19) Oratio (พระวาจาทำใหฉันภาวนา) ขอโทษVV “ถาผูใดพูดวา ‘ฉันรักพระเจา’ แตเกลียดชังพี่นองของตน ผูนั้นยอมเปนคนพูดเท็จ V V เพราะผูไมรักพี่นองที่เขาแลเห็นได ยอมไมรักพระเจาที่เขาแลเห็นไมได” (1 ยน V V 4:20) โปรดเมตตาลูกเทอญ ขอบคุณ > V V

“ประชาชนที่ไดฟง ตางพิศวงอยางยิ่งในคำสอนของพระองค” (มธ 22:33) ลูกขอขอบพระคุณพระองคสำหรับพระวาจาทรงชีวิตที่ประทานแกลูกในวันนี้

ขอพรพระจิตเจา V V “พระหรรษทานที่พระเจาประทานใหกับขาพเจา เพื่อใหขาพเจาเปนผูรับใชของพระ V V คริสตเยซูไปยังคนตางศาสนา โดยทำหนาที่สมณะในการประกาศขาวดีของพระเจา V V เพื่อใหคนตางศาสนาไดเปนเสมือนเครื่องบูชาที่พอพระทัย ซึ่งพระจิตเจาทรงบันดาล V V ความศักดิ์สิทธิ์ให” (รม 15:15-16) เชิญเสด็จมาเถิด พระจิตเจาขา Contemplatio (พระวาจาของพระเจาสำเร็จเปนจริง) V V “พระจิตเจาซึ่งพระเจาประทานใหเรา ไดหลั่งความรักของพระเจาลงในดวงใจของเรา V V “ (รม 5:5) V V “ทานจะตองรักองคพระผูเปนเจา พระเจาของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุด V V สติปญญาของทาน (ขอ 37) “ทานตองรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง” (ขอ V V 39)


Communicatio (งานธรรมทูต) V เมื่อป ค.ศ. 2000 โอกาสฉลองวันธรรมทูตสากล ที่ลานหนาพระวิหารนักบุญเปโตร สมเด็จ พระสันตะปาปายอหน ปอลที่สอง ทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ ทามกลางผูจาริกแสวงบุญ จำนวนมากจากทั่วทุกมุมโลก V ตอนภาคถวาย ผูแทนจากแตละทวีป เดินเปนแถวไปยังหนาพระแทน แตละคนถือถุงดิน จากทวีปของตน ดินจากอัฟริกา อเมริกา ยุโรป โอเชเนีย และดินจากเอเชีย V หนาพระแทน มีกระถางใบใหญตั้งอยู ผูแทนของแตละทวีป ไดเทดินจากถุงลงไปในกระถาง ดินไดถูกคลุกเคลาเขากัน ดินจากหาทวีปไดถูกรวมเปนดินเดียวกัน V สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงปลูกตนมะกอกลงในกระถางนั้น ขณะเดียวกัน นักขับรองไดขับ เพลงประสานเสียงอันไพเราะ ความวา “พระคริสตเจา คือสันติของเรา ทรงกระทำใหทั้งสอง ฝายเปนหนึ่งเดียว โดยทรงทำลายกำแพงที่แบงแยก คือการเปนศัตรูกัน” (อฟ 2:14) xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx > V V

>


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Lectio Divina 2011 ตุลาคม by SalesianSisters FMA - Issuu