Lectio Divina
สวรรคอยูในอก
พฤษภาคม 2011
LECTIO (พระเจาตรัสอะไร) 15ถาทานทั้งหลายรักเรา ทานจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา 16และเราจะวอนขอพระบิดา แลวพระองคจะประทานผูชวยเหลืออีกองคหนึ่งใหทาน เพื่อจะอยูกับทานตลอดไป 17คือพระจิตแหงความจริง ซึ่งโลกรับไวไมได เพราะมองพระองคไมเห็น และไมรูจักพระองค แตทานทั้งหลายรูจักพระองค เพราะพระองคทรงดำรงอยูกับทาน และอยูในทาน 18เราจะไมทิ้งทานทั้งหลายใหเปนกำพรา เราจะกลับมาหาทาน 19ในไมชา โลกจะไมเห็นเรา แตทานทั้งหลายจะเห็นเรา เพราะเรามีชีวิต และทานก็จะมีชีวิตดวย 20ในวันนั้น ทานจะรูวา เราอยูในพระบิดาของเรา ทานอยูในเรา และเราอยูในทาน 21ผูที่มีบทบัญญัติของเรา และปฏิบัติตาม ผูนั้นรักเรา และผูที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแกเขา’ (ยน 14:15-21) * “ความรักมาจากพระเจา” ในคำปราศรัยอำลาระหวางการรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดทาย พระเยซูเจาทรงเปดเผยให บรรดาศิษยทราบเกี่ยวกับความจริงเรื่องพระตรีเอกภาพ พระองคตรัสวา “ความรักอยูที่วา พระเจาทรงรักเรา และทรงสงพระบุตรของพระองคมาเพื่อ ชดเชยบาปของเรา มิใชอยูที่เรารักพระเจา.......เรารูวาเราดำรงอยูในพระองค และพระองคทรง ดำรงอยูในเรา เพราะพระองคประทานพระพรของพระจิตเจาใหเรานั่นเอง........เรารูและเชื่อใน ความรักที่พระเจาทรงมีตอเรา พระเจาทรงเปนความรัก ผูใดดำรงอยูในความรัก ยอมดำรงอยู ในพระเจา และพระเจายอมทรงดำรงอยูในเขา” (1 ยน 4:10.13.16) 1
ความรักของพระเจานั้นยิ่งใหญ สามารถรวมเราเขาเปนหนึ่งเดียวกัน หลอมเขาดวยกัน พำนักอยูในเรา ดังวาจาของนักบุญเปาโลที่วา “ทานทั้งหลายไมรูหรือวา ทานเปนพระวิหารของ พระเจา และพระจิตของพระเจาทรงพำนักอยู่ในทาน” (1คร 3:16) “เราคือพระวิหารของพระเจา ผูทรงชีวิต พระองคตรัสไวเชนนี้วา ‘เราจะพำนักอยูและจะดำเนินไปกับพวกเขา เราจะเปนพระเจา ของเขา และเขาจะเปนประชากรของเรา’” (2 คร 6:16) ยอหนทำใหเราเขาใจวา พระจิตเจาเขามารับบทบาทแทนพระเยซูเจา นักบุญเทเรซาแหงพระกุมารเยซูอธิบายความหมายของการรับศีลมหาสนิทใหเซลินพี่สาว ของเธอฟงวา “พระเยซูเจามิไดประทับอยูในจิตวิญญาณของเราลำพังพระองคเดียว อีกสองพระ บุคคลในพระตรีเอกภาพก็เขามาครอบครองดวงใจของเราดวย ในขณะที่พระเยซูเจากำลังเสด็จขึ้น ไปหา“พระบิดาของเราและพระบิดาของพวกทาน” พระองคทรงสัญญาดวยความออนโยนอีกครั้งวา “ผูใดดำรงอยูในความรัก...พระเจายอมทรงดำรงอยูในเขา” * “ผูใดรักเรา” พระบัญญัติประการแรกนั้นปรากฏชัดเจนคือ“ทานจะตองรักองคพระผูเปนเจา พระเจา ของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาของทาน” (มธ 22:37) เนื่องจากความรักเปนของ “พระเจา” เราจึงใชกำลังความสามารถของมนุษยเพียงอยางเดียว เพื่อรักยอมไมได ผูที่ทำใหความรักเกิดขึ้นคือองคพระจิตเจา พระองคทรงยกธรรมชาติของมนุษย ขึ้นเหนือประสบการณของเนื้อหนัง อันที่จริงพระจิตเจาทรงเปนความรักของพระบิดาและพระบุตร นั่นเอง ความรักของพระตรีเอกภาพ เปนของประทานที่พระองคทรงประทานใหเปลา สิ่งนี้เกี่ยวของ กับมนุษย สามารถทำใหจิตวิญญาณ“เปยมลน”และ”เรารอนดวยไฟ” ความรักนี้ใหความหมายแก ชีวิตและทำใหมนุษยแลเห็นแผนการที่พระเจาทรงมีพระประสงคใหปฏิบัติ * ศักดิ์ศรีและกิจการของมนุษย นักบุญออกัสตินเสาะหาพระเจาทั่วทุกแหงหน ในที่สุด ทานพบวาพระองคทรงประทับอยูใน ตัวทานเอง (เทียบ Confessioni,X,27) เพื่อพูดกับพระบิดาเจา ไมจำเปนตองขึ้นไปบนสวรรค หรือตะโกนดวยเสียงดัง ไมตองใชปก บินไปหาพระองค เพียงเขาอยูภายในตัวตนแหงความเปนจริงและพิศเพงพระองคก็พูดกับพระองค ได การที่พระเจาทรงเขาพำนักในตัวมนุษย แสดงวา สิ่งที่พระองคทรงสรางมานั้นยิ่งใหญ ดู เหมือนพระองคมิไดประทับอยูบนแผนดิน แตพระองคก็ทรงเปนเจาของของแผนดิน ทรงเปนนาย ของทุกคน ทรงเปน “ความดีสูงสุด” ของเขา (สดด 15:2) * MEDITATIO (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้) 2
- ความนาพิศวงอยูในการที่พระบิดา พระบุตร และพระจิตทรงใหความสำคัญกับมนุษยคน หนึ่งที่เปนสิ่งสรางของพระองค ธรรมล้ำลึกที่ดูเหมือนอยูหางไกลมากที่สุดและยากที่จะเขาถึง กลับ อยูใกลและสัมผัสไดงายที่สุด มนุษยสามารถเขาใกลสิ่งที่อยู“ตั้งแตแรกเริ่ม” อันหมายถึงสิ่งที่อยูกอน ทุกสิ่ง ไดอยางสนิทสนม วิญญาณของเด็กทารกเปนพระวิหารของพระตรีเอกภาพ ถึงแมตัวเด็กเอง ไมทราบ และไมมีใครสังเกตก็ตาม” (Inos Biffi, Sapere il mistero, 445) - “บรรดาปตาจารยสอนวา เราสามารถเขาถึงพระตรีเอกภาพและไดรับพระพรผานทางพระ ศาสนจักร นักบุญอัมโบรสไดทุมเทกำลังกายใจอภิบาล และเทศนสอนเรื่องพระตรีเอกภาพ ทาน กลาววา ‘จงลุกขึ้นและเขาหาพระศาสนจักร ในนั้นพระบิดาทรงพำนักอยู พระบุตรทรงพำนักอยู และพระจิตก็ทรงพำนักอยู พระตรีเอกภาพทรงทำใหพระศาสนจักรมีความชุมฉ่ำ ประชากรของ พระเปนเจาเปนพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระตรีเอกภาพ ที่ประทับแหงความศักดิ์สิทธิ์ พระ ศาสนจักรเปนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นักบุญออกัสตินกลาววา ‘พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ของพระเปนเจาเปนพระวิหารของพระเปน เจา องคพระตรีเอกภาพ’ นักบุญเยโรมกลาววา ‘ธรรมล้ำลึกของพระตรีเอกภาพหมายถึงน้ำพุสามสายของพระ ศาสนจักร’” (id) - สิ่งที่ถูกเปดเผยทางพระวาจาของพระเปนเจามิใชวิทยาการของมนุษย แตเปนพระปรีชา ญาณของพระเจา เปนสิ่งสูงสุดและใกลมนุษยชาติมากที่สุด เปนการเปดเผยของพระเปนเจาองค ความรัก ORATIO (พระวาจาทำใหฉันภาวนา) ขอโทษL ขอ 24 “ผูที่ไมรักเรา ก็ไมปฏิบัติตามวาจาของเรา วาจาที่ทานไดยินนี้ ไมใช วาจาของเรา แตเปนของพระบิดา ผูทรงสงเรามา” ขอบคุณ] พระเยซูเจาทรงประทานพระจิตเจา พรอมกับพระองค ฉันไดรับ ‘ของ ประทาน’ และ ‘ผล’ของของประทานนั้น ขอพรพระจิตเจาL ยน 14:16 “เราจะวอนขอพระบิดา แลวพระองคจะประทานผูชวย เหลืออีกองคหนึ่งใหทาน” พระจิตเจาทรงเปนความรักของพระบิดาและพระบุตร ความไพบูลยของ พระองคในเรา ทำใหรักพระเปนเจา CONTEMPLATIO (พระวาจาสำเร็จสมบูรณ) “ ทุกครั้งที่มีพิธีบูชาขอบพระคุณ พระเปนเจาเสด็จลงมาประทับอยูในแผนปง มิใชเพื่ออยู เฉยๆในผอบทองคำ แตเพื่อประทับอยูในสวรรคอีกแหงหนึ่งที่พระองคทรงรักมากกวาสวรรคแหง แรก สวรรคแหงที่สองนี้คือวิญญาณของเรา ที่พระองคทรงสรางตามพระฉายาของพระองค เปน วิหารแหงการนมัสการพระตรีเอกภาพ” (น.เทเรซาแหงลีซีเออ) 3
“เปนความจำเปนอยางยิ่งที่พระองคตองเปลี่ยนตัวขาพเจาใหกลับเปนพระองค การฝกฝนที่ ขาพเจาตองกระทำอยูเสมอก็คือ ฝกเขาสูตัวตนภายใน และหาพระผูที่ทรงประทับอยูที่นั่น เปนความจำเปนอยางยิ่งที่ตองเจริญชีวิตเหนือธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงรับรูวาพระเจาทรง ประทับอยูในหวงลึกของตัวเอง จากนั้น เราจึงสามารถออกไปพรอมกับพระองคหาสิ่งอื่น การเจริญชีวิตกับพระองคอยางสม่ำเสมอ เรียกรองการมัธยัสถตน เพราะการเปนหนึ่งเดียว กับพระองคอยางตอเนื่องเรียกรองใหสละทุกสิ่งทุกอยาง ดังนั้น กิจการในชีวิตประจำวัน แมแสนจะ ธรรมดา ก็มิใดเปนอุปสรรคตอการเปนหนึ่งเดียวกับพระองค เพราะเรามิไดมีชีวิตอยูเพื่อสิ่งเหลานี้ วิญญาณที่มีชีวิตเหนือธรรมชาติ ไมยึดติดกับ ‘สิ่งที่ไมจีรังยั่งยืน’ แตมุงหาพระเจาเทานั้น ดิฉันไดพบสวรรคบนแผนดิน ดิฉันทำทุกสิ่งทุกอยางพรอมกับพระองคและเดินสูความปติ ยินดีที่ไมมีวันสูญสิ้น ดิฉันพบวาทุกสิ่งลวนสวยงาม ไมวาจะเปนการเก็บกวาด การทำงาน หรือการ ภาวนาก็ตาม” (B. Elisabetta della Trinita’) COMMUNICATIO (พระวาจาทำใหมนุษยกลายเปนสวรรคของพระเจา) “พระศาสนจักรอยูที่ใด พระจิตของพระเจาก็อยูที่นั่น พระจิตของพระเจาอยูที่ใด พระ ศาสนจักรก็อยูที่นั่น พรอมกับพระพรทุกประการ” (น.อิเรเนอัส) “พระเจาทรงพำนักอยูอยางแทจริง ในวิญญาณทุกดวง แมของคนบาปหนาที่สุด พระองคทรงสถาปนาความสัมพันธระหวางสิ่งสรางกับพระผูสรางใหเปนหนึ่งเดียวกัน ดวย พลังแหงความสัมพันธนี้ พระองคทรงรักษาผูที่พระองคทรงครอบครองใหคงอยูตอไป หาก ปราศจากพลังนี้ สิ่งสรางทุกชนิดจะสูญสิ้นความเปนอยูและกลับสูความวางเปลา” (S. Giovanni della Croce: Salita del M. Carmelo).
ในชีวประวัติของนักบุญเอลีซาเบธแหงพระตรีเอกภาพ มีบันทึกเรื่องราวตางๆ ที่เกี่ยวของกับ เธอไวอยางนาสนใจ * เมื่อทราบวาหลานสาวคนแรกเกิดมา เธอเขียนถึงนองสาวของเธอวา “ชวยแจงวันลางบาป ของหลานใหทราบดวย เพราะพี่อยากอยูกับหลานในที่ลางบาป ในขณะที่พระตรีเอกภาพผูศักดิ์สิทธิ์ เสด็จลงมายังวิญญาณของหนูนอย” * เมื่อไดรับภาพถายของหลานครั้งแรก เธอขียนว่า “จิตวิญญาณของดิฉันเปยมลนดวยความ เคารพ เมื่ออยูตอหนาวิหารนอยของพระตรีเอกภาพ ดิฉันมองเห็นวิญญาณของเธอเปนประกายดุจ คริสตัล ที่สะทอนองคพระเจาออกมา หากดิฉันอยูใกล จะเขาไปคุกเขานมัสการผูที่พำนักอยูในตัว ของเด็กนอยผูนี้” * เมื่อไดขาววานองจะพาหลานมาเยี่ยมที่อารามคารแมล เธอเขียนไววา “เขาจะนำขาพเจาไป พบกับแสงแรกของดวงอาทิตยยามรุงอรุณ ฉันรูสึกมีความปติยินดีที่จะไดนมัสการพระตรีเอกภาพผู ศักดิ์สิทธิ์ในวิญญาณดวงเล็กดวงนี้ ที่กลับกลายเปนพระวิหารของพระเจาอาศัยศีลลางบาป ชางเปน ธรรมล้ำลึกที่นาพิศวงจริงๆ
4
* หลังจากที่ญาติพาหลานกลับบาน เธอบันทึกไววา “ดิฉันทำใหคุณแมอธิการตองหัวเราะ เมื่อ ดิฉันบอกทานวา หลานสาวของดิฉันทำหนาที่เปน‘ผูนมัสการพระเจา’ เพราะเธอเปน “ที่ประทับ”ของ พระองค” xxxxxxxxxxxxx
5