สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รัก Bless the Lord… เป็นบทเพลงหนึ่งที่ ผู้เขียนรู้สึกประทับใจ... เป็นบทเพลงที่ช่วยให้ ผู้เขียนได้หันกลับไปมองถึงช่วงวันเวลาที่ผ่านมา... และพบว่าไม่วา่ จะได้ผา่ นเหตุการณ์ใด ๆ ทัง้ ในด้านบวก และด้านลบ ล้วนแล้วแต่เป็นพระพรของพระเจ้าทั้งสิ้น Bless the Lord… ขอบคุณพระองค์ ส�ำหรับพระพร มากมายที่ได้รับ ส�ำหรับสิ่งดีงามที่พบเจอในชีวิตประจ�ำวัน ส�ำหรับทุกเหตุการณ์ที่ได้ทรงโปรดให้เกิดขึ้น... พระคัมภีร์ถือว่าสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ไม่ว่าจะเป็นสิ่ง ฝ่ายจิตวิญญาณ ฝ่ายกายหรือสิง่ ของก็ดี ล้วนแต่เป็น "พระพร" ทั้งสิ้น "การอวยพร" จึงเป็นการแสดงออกของดวงใจที่ซาบซึ้ง ในพระพร พระมหากรุณาธิคุณ ความยิ่งใหญ่ และคุณงาม ความดีตา่ งๆ รวมทัง้ ทุกสิง่ ทุกอย่างทีพ่ ระเจ้าประทานให้แก่ โลกและตัวของเรา ด้วยเหตุผล เป็น 10 เป็น 100 เป็น 1000 หรือ เป็น 10000...ประการ ขอเชิญผูอ้ า่ นทุกท่านได้รว่ มกัน ขอบพระคุณพระเจ้า และถวายพระพรแด่พระองค์... ส�ำหรับสิ่งดีงามที่ได้รับ เฉพาะอย่างยิ่ง ที่ได้รับรู้ ผ่านทางการแบ่งปันด้วยสื่อสาร ธมอ. ฉบับนี้ ทั้งในคอลัมภ์ที่เกี่ยวกับข่าวคราว รวมทั้ง บทความทีผ่ เู้ ขียนคอมลัมภ์ตา่ ง ๆ บรรจง เขียนด้วยความตัง้ ใจ ...ขอได้กลับเป็น พรและความดีงามของทุกท่าน ….Bless the Lord oh my soul….Oh my soul บก.
Bless the Lord oh my soul Oh my soul Worship His Holy name Sing like never before Oh my soul I worship Your Holy name The sun comes up It's a new day dawning It's time to sing Your song again Whatever may pass And whatever lies before me Let me be singing When the evening comes You're rich in love And You're slow to anger Your name is great And Your heart is kind For all Your goodness I will keep on singing Ten thousand reasons For my heart to find And on that day When my strength is failing The end draws near And my time has come Still my soul will Sing Your praise unending Ten thousand years… And then forevermore Forevermore… https://www.youtube.com/watch?v=zoXlMXPDLQU
ซิสเตอร์รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสท�ำหน้าที่การรับใช้อีกครั้งหนึ่ง ทว่า...ก็เป็นความรู้สึกที่ต่างจากครั้งที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ซิสเตอร์ดีใจ ส�ำหรับการพัฒนาของเราทีไ่ ด้กา้ วหน้าในการเสริมสร้างบรรยากาศของความเป็น ครอบครัวซาเลเซียน ขอขอบคุณส�ำหรับความไว้วางใจที่มีต่อกัน และอวยพรให้พวกเรา ได้รว่ มมือร่วมใจกันต่อไป เพือ่ สานต่อพระพรพิเศษแห่งจิตตารมณ์ซาเลเซียนของเราให้พฒ ั นา ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้าและของพระมารดาที่รักของเรา โอกาสครบ 140 ปี แห่งการส่งธรรมทูตชุดแรกของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ไปสู่ทวีปอเมริกา เป็นดังแรงบันดาลใจแก่เราทุกคนทีจ่ ะน�ำความรักของพระให้แผ่ขยายกว้างไกลสุดชายขอบ ซิสเตอร์ขออวยพร ให้ทุกบ้านของเรากลับเป็นโรงเรียนแห่งชีวิตและแห่งความรัก ที่ซึ่งเราทุกคนกลับเป็นพยานที่เด่นชัดในชีวิต ประจ�ำวันถึงความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเราแต่ละคน และพร้อมก้าวเดินเคียงข้างกันต่อไป เพื่อสามารถ ทอดสายตาที่เปี่ยมด้วยชีวิตและความหวังไปสู่ดวงใจของบรรดาเด็ก ๆ และเยาวชนที่รักของเรา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้ที่อยู่ชายขอบ เพื่อให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า และเพื่อความสงบสุขในบ้านของเราและในโลก ขอพระมารดามารีย์องค์อุปถัมภ์ทรงอ�ำนวยพรและเป็นพลังหนุนน�ำเราทุกๆ คนในบทบาทหน้าที่ ของการเป็นหมู่คณะผู้อบรม ทั้งในฐานะ ธมอ. เยาวชน ฆราวาสผู้ร่วมงาน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง เพื่อพร้อมใจกันส่งเสริมความรักในครอบครัว จุดเริ่มต้นแห่งชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณค่า และศักดิ์ศรี อย่างแท้จริง ด้วยรักยิ่งในพระมารดา ซิสเตอร์อักเนส นิภา ระงับพิษ
อธิการิณีเจ้าคณะแขวง คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ แห่งประเทศไทย
4
ยินดีต้อนรับ...
อธิการิณีเจ้าคณะแขวงคนใหม่ วันที่ 13 พฤษภาคม 2017 โอกาสฉลองนักบุญมารีอา โดเมนิกา มัสซาแรลโล ผูร้ ว่ มก่อตัง้ คณะ ทีบ่ า้ นศูนย์กลาง ศาลาแดง กรุงเทพฯ ซิสเตอร์จันทรา กอหะสุวรรณ อธิการิณี ได้มอบพวงมาลัยแด่ ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ โอกาส เข้ารับต�ำแหน่งอธิการิณีเจ้าคณะแขวงคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมีสมาชิกหมู่คณะใกล้เคียง พนักงาน และตัวแทน นักศึกษา ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้
พบปะผู้รับผิดชอบสื่อสารมวลชนประจ�ำปี... ซิสเตอร์นภิ า ระงับพิษ อธิการิณเี จ้าคณะแขวง ได้เป็น ประธานในพิธีเปิดการประชุม พบปะผู้รับผิดชอบสื่อมวลชน ระดั บ บ้ า นและโรงเรี ย น ระหว่างวันที่ 9-11 มิถุนายน 2017 ณ บ้านธารพระพร สามพราน โดยมีผเู้ ข้าร่วมประชุมจากหมูค่ ณะ และโรงเรียนในเครือ จ�ำนวน 16 คน
“ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิต ประกาศข่าวดีใหม่” นักเรียนคาทอลิกระดับมัธยม จ�ำนวน 145 คน จากทุกโรงเรียนในเครือซิสเตอร์คณะ ธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ร่วมฟืน้ ฟูจติ ใจ ระหว่าง วันที่ 17-18 มิถนุ ายม 2560 ณ บ้านธารพระพร อ.สามพราน ในหัวข้อ “ศิษย์พระคริสต์เจริญ ชีวิตประกาศข่าวดีใหม่” 5
ร่วมไว้อาลัย ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวง พร้อมด้วยตัวแทนสมาชิก ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ และ ร่วมแสดงความเสียใจ โอกาสพิธีปลงศพ มารีอา เสี้ยม จันทร์เด่นดวง มารดาของซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2560 ณ วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ สามพราน นครปฐม
พัฒนาศักยภาพ ธมอ. ระหว่างวันที่ 30 มิถนุ ายน ถึง 2 กรกฎาคม 2560 ฝ่ายบริหาร จัดการคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จดั การประชุม พัฒนาศักยภาพ ธมอ. ด้านการเงิน การบัญชีและเศรษฐศาสตร์ ทีบ่ า้ น ธารพระพร สามพราน นครปฐม ให้แก่เหรัญญิก ผู้จัดการและผู้ที่ เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการ จ�ำนวน 22 คน มีซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงฯ เป็นประธานการประชุม
การอบรมเชิงปฏิบัติการการผลิตสื่อ... ระหว่างวันที่ 30 มิถนุ ายน ถึง 2 กรกฎาคม 2560 ฝ่ายสือ่ สาร มวลชนคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จดั การอบรม เชิงปฏิบัติการการผลิตสื่อด้วยโปรแกรมและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ แก่บุคลากรครู นักเรียนและซิสเตอร์ของโรงเรียนในเครือ ณ บ้าน ธารพระพร สามพราน นครปฐม มีผู้เข้ารับการอบรม จ�ำนวน 60 คน โดยมีซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ อธิการิณีเจ้าคณะแขวงฯ เป็นประธาน ในพิธีเปิด และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้การอบรมอย่างจริงจัง 6
อบรมพนักงาน
โรงเรียนในเครือ...
ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฏาคม 2017 ซิสเตอร์คณะธิดา แม่พระองค์อุปถัมภ์ ฝ่ายการบริหารจัดการ ได้จัดการอบรมพนักงานโรงเรียนในเครือ ธมอ. จ�ำนวน 130 คน ที่บ้าน สเตลลา มารีส ชะอ�ำ เพชรบุรี
“ชีวิตของโมเสส” ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม
2017 ที่บ้านธารพระพร สามพราน ซิสเตอร์คณะ ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้จัดการเข้าเงียบประจ�ำปี รุ่นที่ 1 ในหัวข้อ “LECTIO DIVINA ชีวิตของโมเสส” โดยพระสั ง ฆราชประธาน ศรี ด ารุ ณ ศี ล ประมุ ข สังฆมณฑลสุราษฎร์ฯ เป็นผู้เทศน์เตือนใจ มีสมาชิก จ�ำนวน 35 คน ร่วมเข้าเงียบในครั้งนี้
ชุมนุมเยาวชนอาสาสมัคร SSYV 2017 ฝ่ายอภิบาลคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์แห่งประเทศไทย ได้จัดชุมนุมเยาวชนอาสาสมัคร SSYV 2017 ที่บ้านสเตลลา มารีส ชะอ�ำ ระหว่งวันที่ 25-27 สิงหาคม 2017 โดยมีสมาชิกจากกลุม่ เยาวชนอาสาสมัคร VIDES และ ssyv โรงเรียนในเครือ จ�ำนวน 72 เข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้
7
พัชรสมโภชและหิรัญสมโภช.. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2017 พระสังฆราชประธาน ศรีดารุณศีล ประมุขสังฆณฑลสุราษฎร์ฯ เป็นประธาน ในพิธีการเฉลิมฉลองพัชรสมโภช ของซิสเตอร์อเมเดอา กีนี และซิสเตอร์เทเรซีนา อันเดรออตตี ธรรมทูตจากประเทศ อิตาลี ธรรมทูต และหิรัญสมโภชของซิสเตอร์อักเนส ทิพวรรณ จารุวิภาค ที่บ้านธารพระพร สามพราน นครปฐม โดยการน�ำของพระวาจาที่ว่า “ข้าพเจ้าจะสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชีวิต” (สดด. 146, 2)
ซดบ. – ธมอ. รวมพลังจัดประชุมฝ่ายแพร่ธรรมระดับเชีย
ระหว่างวันที่ 13-20 สิงหาคม 2017 ที่บ้านธารพระพร สามพราน คณะซาเล เซียนและคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ รวมพลังจัดสัมมนาฝ่ายแพร่ธรรมระดับเอเชีย ในหัวข้อ “การประการศข่าวดีแรกและพันธกิจธรรมทูตซาเลเซียน” มีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประมาณ 80 คน จากกว่า15ประเทศ โดยมีผู้ใหญ่ผู้รับผิดชอบฝ่ายแพร่ธรรมระดับคณะ Sr. Alaide Deretti fma Fr. Guillermo Basañes sdb และผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ ของทั้งสองคณะ ร่วมเป็นก�ำลังใจส�ำหรับทุกคน 8
การเดินทางทีม่ คี วามหมาย ...
ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม - 1 กรกฎาคม 2017 ซิสเตอร์ รุจิรา เจริญรัตน์ และซิสเตอร์กุลธิดา แก้วอุดร ได้เข้าร่วม Progetto Gerusalemme ครัง้ ที่ 21 ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 1 กรกฎาคม 2560 ที่กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล โดยสมาชิกที่เข้าร่วมใน ครั้งนี้ จ�ำนวน 16 ท่าน จาก 11 ประเทศ ในหัวข้อ “พระวาจาของ พระองค์เป็นดังประทีปส่องทางข้าพเจ้า” โดยมีทมี วิทยากรผูเ้ ชีย่ วชาญ ด้านพระวาจา ประวัตศิ าสตร์ พระคัมภีร์ จากคณะและคุณพ่อซาเลเซียน ให้การอบรม เพื่อการสามารถหยั่งลึกในพระวาจาตามจิตตารมณ์ ซาเลเซียน นับเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่งดงามและอุดมด้วยพระพร....
9
The course in Theology ซิสเตอร์พรพิรณ ุ จันทร์เด่นดวง ได้เข้ารับ การอบรมด้านเทวศาสตร์ ที่วิทยาลัยพระหฤทัย ของพระเยซูเจ้า (Sacred Heart Theological College) ที่มาวไลน์ ชิลลอง เมกาลายา ประเทศ อินเดีย (Mawlai- Shillong, Meghalaya, INDIA) เป็นเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2016 ถึ ง 21 มิ ถุ น ายน 2017 ซึ่ ง ได้ เ สริ ม สร้ า ง ประสบการณ์มากขึ้นในด้านชีวิตพระศาสนจักร งานแพร่ธรรม และชีวิตนักบวชตามจิตตามรณ์ซาเลเซียน โอกาสนี้ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและทูลเกล้าถวายช่อดอกไม้แด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โอกาสทีพ่ ระองค์ทา่ นได้เสด็จพระราชด�ำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี เปิดนิทรรศการ “Moments of My Fond Memories in India” เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2016
10
บ้านโป่ง "เพาะรัก...เป็นพลังสร้างสัมพันธ์แห่งครอบครัว" วันที่ 6 มิถุนายน 2017 โรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง ได้ได้จัดพิธีเปิด หมูบ่ า้ นคุณธรรมขึน้ โดยในพิธมี กี ารแต่งตัง้ สภานักเรียน ภายใต้อดุ มการณ์ประจ�ำปี ทีว่ า่ "เพาะรัก...เป็นพลังสร้างสัมพันธ์ แห่งครอบครัว" พระสั ง ฆราชยอห์ น บอสโก ปั ญ ญา กฤษเจริ ญ ได้ เ ป็ น ประธานในพิ ธี บู ช า ขอบพระคุณ โอกาสฉลองวัด พระหฤทัยองค์อปุ ถัมภ์วดั น้อย ของโรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560
ฉลองพระหฤทัย องค์อุปถัมภ์ของบ้าน...
ศาลาแดง
ร่วมสมโภชแม่พระองค์อุปถัมภ์... เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ซิสเตอร์สิริกานต์ สีเผลา ซิสเตอร์ผกามาศ มาสอน พร้อมด้วยพนักงานของหมูค่ ณะศาลาแดง ร่วมฉลองสมโภชแม่พระองค์อุปถัมภ์ ณ วัดดอนบอสโก กรุงเทพ ในค�ำ่ วันเดียวกัน นักศึกษาหอพักหญิงเอาซีลอี มุ ศาลาแดง ได้ ร ่ ว มกั น ขอพรจากพระและพระมารดามารี ย ์ อ งค์ อุ ป ถั ม ภ์ ส�ำหรับปีการศึกษาใหม่ โอกาสนีค้ ณ ุ มนัสวี วงศ์ประดู่ รองประธาน สหพันธ์ศิษย์เก่า ธมอ ได้มา ให้ ก� ำ ลั ง ใจและแนะน� ำ ให้ นั ก เรี ย น-นั ก ศึ ก ษา ได้ รู ้ จั ก เกี่ ย วกั บ สมาพั น ธ์ ศิ ษ ย์ เ ก่ า คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์
11
หัวหมาก รับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ ....
หมูค่ ณะมารียน์ ริ มล หัวหมาก ได้ ร่วมพิธบี ชู าขอบพระคุณทีว่ ดั แม่พระฟาติมา ดินแดง เป็นประจ�ำทุกวันที่ 13 ของเดือน เพือ่ ร่วมในปีแห่งการรับพระคุณ การุณย์ครบบริบูรณ์ เนื่องในโอกาส 100 ปี แห่งการประจักษ์มาของแม่พระแห่งฟาติมา
วันไหว้ครู…. วั น ที่ 20 กรกฎาคม 2017 ซิสเตอร์มาร์การิตา เปเรซ อธิการิณีและซิสเตอร์กาญจนา เดชาเลิศ ได้ร่วมงานวันไหว้ครู ประจ�ำปี ทีบ่ ริษทั เอสแอนด์พี ซินดิเคท จ�ำกัด จัดขึน้ พร้อมกับคณะครู และคณะนักเรียน ในบรรยากาศแห่งความรูค้ ณ ุ
เชียงใหม่
โอกาสดีของการประกาศข่าวดี
ในปี ก ารศึ ก ษาใหม่ นี้ ซิ ส เตอร์ วิ ไ ลพร เต็ ม อรุ ณ รุ ้ ง และซิสเตอร์มลั ลิกา ด้านซอม ได้ เริ่ ม สอนวิ ช าจริ ย ศาสตร์ ที่ โรงเรียนสบเตี๊ย จอมทอง ให้แก่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา ซึง่ เป็นครัง้ แรกที่ ธมอ. ได้เข้าไปสอนจริยศาสตร์ในโรงเรียนรัฐบาล และได้รบั การต้อนรับเป็น อย่างดีจากทางโรงเรียน หมู่คณะจอมทองได้จัดกิจกรรมเปิดหมู่บ้าน ตามอุดมการณ์ อุดมการณ์ประจ�ำปี.... ประจ�ำปี 2017 ที่ว่า “เพาะรักเป็นพลัง สร้างสัมพันธ์แห่งครอบครัว” ให้แก่เยาวชนกลุ่มธิดารักษ์ และ ในช่ ว งบ่ า ยได้ จั ด กิ จ กรรมรั บ น้องใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีในระหว่างพวกเขา 12
หาดใหญ่ หมู่คณะหาดใหญ่ ได้มี ถ่ายทอดอุดมการณ์ประจ�ำปี... การจั ด กิ จ กรรมถ่ า ยทอดอุ ด มการณ์ ประจ�ำปีให้กับกลุ่มพนักงานในโรงเรียน จ�ำนวน 40 คน ในหัวข้อ “เพาะรักเป็นพลัง สร้างสัมพันธ์แห่งครอบครัว” ในวันที่ 3 มิถุนายน 2560.... โรงเรียนธิดานุเคราะห์ ได้จัดงานสังสรรค์ศิษย์เก่า เมื่อวันที่ 24 ... า ก่ เ ์ ย ษ ิ ศ ์ ค รร ส สัง มิถุนายน 2017 โดยมี ซิสเตอร์นิภา ระงับพิษ พร้อมด้วยซิสเตอร์จาก บ้ า นต่ า ง ๆ จ� ำ นวน 11 คน และศิษย์เก่าประมาณ 500 กว่า คน ร่วมงานสังสรรค์ในครั้งนี้
สามพราน ยินดีต้อนรับคณะซิสเตอร์และคณะครูจากโรงเรียนดอนบอสโก-พนมเปญ คณะผูบ้ ริหาร คณะครูและ นั ก เรี ย นโรงเรี ย นมารี ย ์ อุ ป ถั ม ภ์ ได้ต้อนรับคณะซิสเตอร์ คณะครู ระดับมัธยมจากโรงเรียนดอนบอสโก กรุ ง พนมเปญ ประเทศกั ม พู ช า (DON BOSCO HIGH SCHOOL TEUK THLA, PHNOM PENH – CAMBODIA) โอกาสมาศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ สามพราน ระหว่าง วันที่ 25-26 กรกฎาคม 2560
“ลูกแม่มารีย์ เทิดไท้องค์ราชา” วันที่ 27 กรกฎาคม 2017 โรงเรียนมารียอ์ ปุ ถัมภ์ ได้จดั พิธเี ฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 ด้วยกิจกรรม “ลูกแม่มารีย์เทิดไท้องค์ราชา” 13
มารีย์นิรมล พักผ่อนประจ�ำปี …. ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2017 หมู่คณะบ้านมารีย์นิรมล สามพราน พร้อมกับเด็กธิดารักษ์ ได้ออก เดินทางไปชะอ�ำ เพื่อพักผ่อนประจ�ำปี ที่บ้านสเตลลา มารีส ชะอ�ำ
ร่วมเฉลิมฉลอง ... ซิสเตอร์สายสมร ศิริรรัตนกูล และเยาวชนบ้าน ธิดารักษ์ ได้ร่วมการเฉลิมฉลองแม่พระภูเขาคาร์แมล ที่อาราม ราฟาอแล คาลินอฟกี (คาร์แมลไลท์ชาย) สามพราน โดยมีคุณพ่อ เปโตร สมเกียรติ บุณอันตบุตร เป็นประธานในพิธี
เซนต์เมรี่
พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร ยอห์น บอสโก
วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 คุณพ่อพรภิรมย์ บุญทรัพย์ เจ้าอาวาสอาสนวิหารพระมารดานิจจานุเคราะห์ อุดรธานี ได้เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร ยอห์น บอสโก โดยมีซิสเตอร์สายสวาท ระดมกิจ รองอธิการิณีเจ้าคณะ คณะซิสเตอร์ ศิษย์เก่า ครูและนักเรียนโรงเรียนเซนต์เมรี่ ได้ร่วมในพิธีอย่างสง่างามและศักดิ์สิทธิ์
น�้ำใจชาวเซนต์เมรี่ ... ซิสเตอร์อษุ ณีษ์ ธีระพัชรรังษี ซิสเตอร์ฉวีวรรณ เกษทองมา พร้อม ด้วยผู้แทนครู และนักเรียน โรงเรียน เซนต์เมรี่ เป็นตัวแทนไปมอบปัจจัย จากน�้ำใจของคณะครู ผู้ปกครองและ นักเรียน แก่ผู้ประสบอุทกภัย จากพายุโซนร้อน ที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 14
7
ความลับ ประการ เพื่อชีวิตที่มีความสุข เรียบเรียงจากเอกสาร “Happy, meaningful religious life today” โดย คุณพ่อ Joe Mannath พระสงฆ์ซาเลเซียน ชาวอินเดีย
คุณมีความสุขไหม? หรือจะดีกว่าถ้าจะถามว่า คุณมีความสุขได้อย่างไร? ไม่มีใครที่สามารถท�ำให้คุณได้ ไม่วา่ จะเป็นสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็ไม่เป็นเหตุผลทีแ่ ท้จริง ของความสุข เพราะจริง ๆ แล้ว ความสุข...คุณเองที่ต้อง เป็นคนสร้างมันด้วยเสาหลัก 7 ต้นต่อไปนี้ ถ้าเสาหลัก เหล่านี้แข็งแรง คุณก็จะเป็นบุคคลที่มีความสุขที่แท้จริง แม้เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นดังหวังตั้งใจ เพราะหากคุณมัว รอคอยความสุขจากผูค้ น เหตุการณ์ คุณก็คงจะไม่มที างได้ พบความสุข ...จริง ๆ นะ… มาค้นพบกับความลับ 7 ประการ ที่อยู่ข้างใน ลึกลงไป ที่พวกเราทุกคนรู้ดี!!!
โดยซิสเตอร์สายสวาท ระดมกิจ
ยิ่งรู้สึกไม่มีความสุข เธอถามตัวเองว่า เกิดอะไรขึ้น ฉันจะ ท�ำอย่างไรเกีย่ วกับเรือ่ งนี้ แล้วเธอก็สรุปง่าย ๆ ว่า ไม่วา่ จะ อย่างไร ฉันจะเติมความรักในทุกสิ่ง แล้วเธอก็เริ่มโดยการ เปลี่ยนความคิด และการกระท�ำ เธอยิ้มให้กับตัวเอง และสัมผัสถึงความสุข บอกกับตัวเองว่า ฉันมีความสุข เมือ่ เธอออกจากห้องสัมมนา เธอเจอกับทีมผูป้ ระสานงาน เธอ ก็ถามพวกเขาว่า ให้ฉันช่วยอะไรไหม ซึ่งทีมงานก็ก�ำลัง ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เธอรู้สึกมีความสุข เธอ รู้สึกว่า การเปลี่ยนความคิดและเติมความรักในทุกสิ่งนั้น มันงดงาม และน�ำพาความสุขให้แก่เธออย่างแท้จริง นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เรียบง่ายที่สุด เป็นความลับ แห่งความสุข ทีไ่ ม่ตอ้ งรอคอย แค่เพียงเอือ้ มมือออกไปด้วย ความรักเท่านั้น เราเจ็บปวดกับความสัมพันธ์มากที่สุด เราก็ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ผ่านทางความสัมพันธ์ ทั้งคู่ เป็นความทุกข์ทยี่ งิ่ ใหญ่และเป็นความยินดีทลี่ กึ ซึง้ ทีเ่ ชือ่ ม ต่อกันในความสัมพันธ์ คุณเห็นด้วยไหม? ความสุข? บ่อยครัง้ ทีป่ ระสบการณ์แห่งความสุข เชือ่ มต่อกับ ความสัมพันธ์ การอยูก่ บั บางคนทีเ่ รารัก การท�ำบางสิง่ บาง อย่างเพื่อเขา การคิดถึงบุคคลที่รักเรา การได้รับความรัก จากบางคน
1. ความรัก
หนทางทีแ่ น่นอนทีส่ ดุ ทีจ่ ะท�ำให้คณ ุ มีความสุข นั่นคือ การตัดสินใจที่จะรัก ผมมีตัวอย่างที่เรียบง่ายที่จะ เล่าให้ฟัง มีนักจิตวิทยาคนหนึ่ง เธอชื่อ จีตา เป็นทั้งผู้ให้ ค� ำ ปรึ ก ษาและนั ก จิ ต บ� ำ บั ด เธออายุ เ พี ย งสี่ สิ บ ต้ น ๆ หลังจากการท�ำงานช่วยเหลือผู้คนมากมาย แต่เธอเองได้ พบว่า ความกระตือรือร้นของเธอค่อย ๆ ลดลง นับวันเธอ 15
เมื่ อ เราต้ อ งเผชิ ญ กั บ ความ ยากล�ำบาก หากเราลองสร้างก�ำลังใจให้ ตนเอง และช่วยท�ำให้คนอืน่ มีความสุข การคิดถึงคนอืน่ ๆ ก็ช่วยให้เรามีความสุขเช่นกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรา เห็นแก่ตัว ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ ปฏิเสธความช่วยเหลือ ที่สุดเราก็จะพบว่า ตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยว ปราศจาก ความรักและความสุข จากการวิจัยได้แสดงว่า หากบุคคลที่อยู่ในความ หดหูใ่ จ ถ้าหากเขายืน่ มือออกไปช่วยเหลือคนอืน่ ความซึม เศร้า เหล่านั้นก็จะลดลง และพวกเขาจะรู้สึกถึงความสุข ถ้าหากคุณอยากมีความสุข อย่าผัดวันประกันพรุง่ เลย จงตัดสินใจวินาทีน้ี ที่จะรัก ที่จะมีความสุข ลองท�ำ อย่างน้อยสามสิ่งที่รัก โดยปราศจากความคาดหวังผล ตอบแทนใด ๆ และเมื่อสิ้นสุดวัน ให้คุณย้อนมองถึง ความรักที่คุณใส่ลงไปในแต่ละสิ่งเหล่านั้น และสัมผัสถึง ความสุขความยินดีที่ลึกซึ้ง
2. ความเชื่อ
ถ้าคุณต้องการมีความสุข จงใกล้ชดิ กับพระเจ้า หลักฐานการวิจัยที่กว้างขวาง ท�ำให้นักจิตวิทยา เชื่อมั่นว่า ผู้ที่สวดภาวนา หรือผู้ที่ปฏิบัติศาสนาของตน ด้วยความเชื่อศรัทธา พวกเขาจะมีอายุยืน มีความสุข มากกว่ า มี สุ ข ภาพดี ก ว่ า และสามารถที่ จ ะรั บ มื อ กั บ ความกดดันต่าง ๆ ในชีวิตได้เป็นอย่างดี คุณพ่อท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้น�ำฝ่ายจิตของพ่อเอง ท่า นได้ บ อกความลับแห่ง ความสงบที่น่าทึ่ง และความ เข้มแข็งภายในว่า “ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ พระเจ้าทรง 16
มีข่าวสาร ส�ำหรับ เธอ” แล้วคุณจะเห็น ว่ามันเป็นจริงเช่นนั้น ใน เวลาที่คุณผิดหวัง แทนที่จะตะโกน ด่าทอหรือท้อแท้ใจ ให้ถามตัวเองว่า “พระเจ้าต้องการบอกอะไรกับฉันผ่าน สิ่งนี้” บางคนก็มกี ารรับรูท้ ลี่ กึ ซึง้ อย่างในกรณีหนึง่ ของ บาร์บาร่า เธอจ�ำเป็นต้องรับการผ่าตัดทีส่ ำ� คัญมาก ในขณะ ที่ ตั ว เธอเองเป็ น แพทย์ เธอรู ้ ดี ถึ ง ความเสี่ ย งที่ อ าจจะ เกิดขึน้ ด้วยภาวะแทรกซ้อนของสมองและการท�ำงานของ หัวใจ เธอเขียนถึงผมเพื่อขอค�ำภาวนา “พ่อโจ กรุณา สวดให้ ดิฉันได้เรียนรู้ว่า อะไรที่เป็นความหมายแห่ง ประสบการณ์นี้ ที่ฉันต้องเผชิญ” ความเชือ่ ไม่ได้เคลือ่ นย้ายความเจ็บปวดจากชีวติ ไม่ได้ให้ค�ำตอบที่ง่ายดายกับเรา แต่ความเชื่อท�ำให้เราได้ สัมผัสถึงคุณค่า ความหวัง ต่อหน้าความสิ้นหวัง การต่อสู้ ภายในที่หนักหน่วง และยังท�ำให้เราได้เห็นความหมาย แห่งความรักเอาใจใส่จากคนที่รักเรา อีกตัวอย่างหนึ่งจาก ลอเรียน เธอเป็นคนที่ร่าเริง หัวเราะเสียงดัง แม้เธอจะรู้ว่า เธออยู่ในระยะสุดท้ายของ การเป็นมะเร็ง เธอก็เป็นครูทดี่ ที สี่ ดุ ของผมคนหนึง่ วันหนึง่ เธอได้เชิญพวกเราไปทานอาหารค�่ำที่เธอท�ำเอง ที่บ้านมี ตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่มาก ที่ก�ำลังอุ้มลูกกระต่ายไว้ใน อ้อมแขน ลอเรียนอธิบายว่า “ตอนทีฉ่ นั เอามันมา กระต่าย สองตัวนี้แค่ยืนจับมือกัน ฉันก็เลยเอาลูกกระต่ายใส่ไว้ให้ แม่กระต่ายได้อุ้มแบบนี้ เพราะมันท�ำให้ฉันรู้สึกว่า ได้อยู่ ในอ้อมพระหัตถ์ของพระเจ้า”เธอรักษาความเชือ่ ไว้ใจของ เธอและมีชวี ติ พร้อมกับหัวใจทีม่ คี วามสุขนัน้ จนกระทัง่ วัน สุดท้ายแห่งชีวิตของเธอ ชีวติ ไม่ใช่เรือ่ งง่ายส�ำหรับทุกคน ถ้าคุณต้องการที่ จะมีความสุข มีรอยยิ้มเต็มหัวใจ มีความเข้มแข็ง จงยึด สมอไว้ แล้วเรือคุณจะปลอดภัย สมอนั้น เป็นรากฐานของความรัก ความเชื่อ เป็นหนทางที่แน่นอนของความสุขแท้ในชีวิต
3. เป้าหมาย
ถ้าคุณต้องการมีความสุข จงมีชีวิตเพื่อบางสิ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งที่รอคอยที่จะมีลูก แม้ว่าได้ ทดลองยาต่าง ๆ ตามค�ำแนะน�ำแพทย์ ก็ไม่เกิดผล ท�ำให้ เธอรู้สึกว่า ชีวิตนี้ช่างว่างเปล่า แล้ววันหนึ่ง สามีและเธอ ได้ตัดสินใจรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยง หลังจากนั้น เธอมี ความสุขมากขึ้น เพราะเธอมีเป้าหมายของชีวิต เธอพร้อม ที่จะเสียสละทุกสิ่งเพื่อลูกน้อยของเธอ การเป็นพ่อแม่นั้น ท�ำให้คนส่วนใหญ่มีเป้าหมาย ที่หนักแน่น เพื่อนคนหนึ่งได้ให้โปสเตอร์กับผม มีข้อความว่า “จงยึดมั่นในความฝัน เพราะเมื่อความฝันตาย ชีวิตก็จะ แตกสลายเหมือนนกไร้ปีก” คุณมีความฝันไหม? คุณก�ำลังตามหาความฝัน แบบไหน? อะไรทีท่ ำ� ให้คณ ุ มีชวี ติ ชีวา? คุณต้องการท�ำอะไร ให้แตกต่าง? เมื่อคุณก�ำลังจะตาย คุณได้ท�ำอะไรดีไว้บ้าง? วิธงี า่ ย ๆ ทีจ่ ะเช็คความฝันของคุณ และการมีเป้า หมายก็คอื ลองถามตัวเองว่า อะไรทีท่ ำ� ให้คณ ุ ผิดหวัง หรือ ท�ำให้คุณโกรธ ถ้าคุณไม่มีความฝัน คุณก็จะไม่มีแรงจูงใจ คุณจะท้อแท้ง่าย ๆ กับปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ คุณจะมี อารมณ์เสียกับอาหารที่ไม่อร่อย หรือกับบางคนที่วิจารณ์ คุณ หรือแม้แต่เตียงของคุณก็จะท�ำให้รู้สึกว่า ไม่สะดวก สบาย แทนที่คุณจะมีแรงจูงใจมุ่งสู่เป้าหมาย สิ่งเหล่านั้น จะไม่สามารถท�ำให้คุณระคายเคืองเลย คุณจะสามารถ จัดการกับทุกสิ่งได้
คุณสามารถค้นพบกับเป้าหมายได้ ในการดูแล ครอบครัว หรือการอยู่ด้วยความผูกพันกับบางสิ่ง เช่น การให้การศึกษาอบรมเด็กยากจน หรือมีแรงจูงใจในชีวิต นักบวช การน�ำความรักของพระเจ้า โดยเฉพาะแก่ผู้ป่วย และผู้ทนทุกข์ หรือการยอมรับความทุกข์ ด้วยอุดมการณ์ แห่งความเชือ่ (ยอมตายเพือ่ ประเทศชาติ หรือเลีย้ งอาหาร แก่เด็กที่ยากไร้ หรือการเสียสละเพื่อเพื่อนร่วมงาน) การวิจัยที่ตีพิมพ์ ในเดือนมีนาคม ปี 2015 ที่ได้ แสดงว่า ผู้ที่มีจุดประสงค์ เป้าหมายในชีวิตสูง จะมีอัตรา ที่ต�่ำของโรคหัวใจและการตายที่ช้าลง คุณเจริญชีวิตอย่างไร เพื่อนิยามความเป็นตัวคุณ เอง มากกว่าจะแสดงเพียงว่า คุณมีอะไร หรือคอยห่วง กังวลว่า ใครจะคิดอะไรถึงคุณ ถ้าคุณก�ำลังจับตาอยู่กับสิ่ง ที่มีคุณค่าที่คุณเชื่อมั่นจริง ๆ และเสียสละตัวเองเพื่อที่จะ ไปให้ถึงเป้าหมาย คุณจะอยู่อย่างมีความสุขมากที่สุด เท่า ที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้ เพราะนี่คือ เป้าหมายชีวิต ไม่ใช่ แค่ความพึงพอใจ เป้าหมายนี่เอง ที่ท�ำให้เรามีความสุข อย่างมั่นคง ... อ่านต่อฉบับหน้า...
17
โดย...ยุพา ชูลีระรักษ์
“สิ่งสร้างเล็ก ๆ” ที่ยิ่งใหญ่
เราเชือ่ ว่ามนุษย์แต่ละคนมิได้เกิดมาในความบังเอิญ แต่มนุษย์ทุกคนอยู่ในแผนการนิรันดรของพระเจ้า ผู้ทรง สรรพานุภาพ ผู้ทรงความรักและความเมตตาอย่างหาที่ เปรียบมิได้ ทว่า บุคคลหนึ่งที่มีความพิเศษยิ่งกว่ามนุษย์ทั้ง กลาย คือ ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นพระมารดาขององค์ พระบุตร พระมารดาของพระผู้ไถ่แห่งมวลมนุษยชาติ ก็คือ พระนางพรหมจารีมารีย์ เหตุว่า ผู้ที่จะเป็นมารดาขององค์ พระบุตรจะต้องเป็นบุคคลทีส่ มบูรณ์แบบทีส่ ดุ จะมีแม้แต่เงา ของบาปมาแปดเปือ้ นไม่ได้เพราะพระเจ้าทรงเป็นผูศ้ กั ดิส์ ทิ ธิ์ บริสทุ ธิอ์ ย่างหาขอบเขตไม่ได้ มนุษย์ทจี่ ะมารองรับพระองค์ ก็จะต้องเป็นผู้ปฏิสนธินิรมลทินด้วยเช่นเดียวกัน วั น ที่ 8 กั น ยายน จึ ง เป็ น วั น ส� ำ คั ญ อย่ า งยิ่ ง ใน ประวัตศิ าสตร์ของมนุษยชาติและในประวัตศิ าสตร์แห่งความ รอดพ้น เหตุว่า เป็นวันระลึกถึงการที่บุคคลส�ำคัญยิ่งผู้นี้ได้ บังเกิดมา แม้อาจจะมีข้อสังเกตว่าพระนางมารีย์ได้ทรง บังเกิดในวันดังกล่าวจริงหรือไม่ มีการบันทึกใประวัตศิ าสตร์ ด้วยหลักฐานทีย่ นื ยันได้หรือไม่กต็ าม สรุปก็คอื พระนางมารีย์ ได้ทรงบังเกิดในวันที่ 8 กันยายนจริงหรือไม่ก็ไม่มีใครกล้า “ฟันธง” รับรอง 18
ส� ำ หรั บ เราคริสตชน ความเท็จ จริงของข้อมูลอาจมีความ ส� ำ คั ญ อยู ่ บ ้ า งแต่ ไ ม่ ใช่ ที่ สุ ด เพราะเราเชื่ออย่างไม่สงสัยเลยว่า พระนางมารีย์ทรงเป็น บุคคลแท้ทเี่ กิดมาจริงในประวัตศิ าสตร์ ทรงเป็นพระมารดา ของพระเยซูเจ้าจริง เช่นเดียวกับที่เราเชื่อว่าพระเยซูคริสต เจ้าทรงบังเกิดมาเป็นมนุษย์แท้และได้ทรงไถ่บาปของเรา ด้วยการสละชีวิตของพระองค์ทั้งครบ ถ้าจะเปรียบเทียบ พระนางมารีย์ก็เป็นเหมือนเรา ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ คือเป็นหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่ง ท่ า มกลางมนุ ษ ย์ ม ากมายนั บ ไม่ ถ ้ ว นที่ เ กิ ด มาในโลกนี้ พระนางทรงเป็น “สิ่งสร้างเล็กๆ” ของพระเจ้า แต่ความน่า พิศวงเกิดขึน้ ตรงทีว่ า่ สตรีนอ้ ย ๆ นีท้ บี่ ริสทุ ธิแ์ ละสุภาพทีส่ ดุ ไม่ได้เป็นเจ้าของสิง่ ใดๆ มากมายก่ายกอง ไม่ได้มอี ำ� นาจสูงสุด ในมือ ไม่เคยปรารถนาเกียรติยศ ชื่อเสียงและสิ่ง “ไร้สาระ” ทางโลกียะ เธอเจริญชีวิตอย่างสุภาพซ่อนเร้น ถวายตนเอง แด่พระเจ้าตั้งแต่ยังเยาว์ สละโอกาสที่จะเป็นมารดาของ พระผู ้ ไ ถ่ ดั ง ที่ ส ตรี ช าวยิ ว ในยุ ค นั้ น ทุ ก คนถื อ เป็ น ความ ปรารถนาสูงสุด เธอมุ่งจะถวายชีวิตแด่พระเจ้าและอุทิศตน รับใช้พระองค์แต่ผเู้ ดียว แต่กลับกลายเป็นว่า “สิง่ สร้างเล็กๆ” แห่งนาซาเร็ธ ผู้นี้แหละที่ดึงดูดสายพระเนตรของพระเจ้าให้ มองมายังเธอ ท�ำให้เธอกลายเป็น “สตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ใน ประวัตศิ าสตร์มนุษยชาติ แม้วา่ เธอจะไม่เคยใฝ่ฝนั เลยสักนิด ว่าจะได้เป็นก็ตาม
ถ้ า จะมาวิ เ คราะห์ กัน สิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับ พระนางมารีย์นั้น (การถูก เลือกเป็นมารดาของพระเจ้า) ไม่ใช่ความประสงค์ของพระนางเลยแม้แต่น้อย ตรงข้าม เป็นความขัดแย้งเสียด้วยซ�้ำ เพราะความสุภาพพระนางจึง ทรงส�ำนึกตนว่าไม่สมควรที่จะได้รับเลือกให้เป็นบุคคลที่ยิ่ง ใหญ่ขนาดนั้น แต่นั่นคือสิ่งที่พระนางคิด เข้าใจ และตั้ง เป้าหมาย ชีวติ ของตนไว้ ซึง่ พระนางคงได้ทรงคิดแล้วว่าเป็น สิง่ ทีด่ ที สี่ ดุ ส�ำหรับตนและอาจสอดคล้องกับพระประสงค์ของ พระเจ้าด้วยก็ได้ แต่พระเจ้าไม่ทรงเห็นด้วยกับแผนการของ พระนาง พระองค์ ท รงรื้ อ แผนการนั้ น และทรงท� ำ ให้ พระประสงค์ของพระองค์ทมี่ คี วามถูกต้องอย่างไม่มขี อบเขต กลับกลายเป็นแผนการของพระนางแทนที่แผนการเดิมนั้น พระเจ้าทรงท�ำเช่นนี้ได้เพราะพระองค์ทรงสรรพานุภาพ อย่างไม่มขี อบเขต ดังทีไ่ ด้ตรัสไว้ในหนังสือประกาศกอิสยาห์ ว่า “‘ความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของท่าน ทางของท่าน ก็ไม่ใช่ทางของเรา’ พระยาห์เวห์ตรัส ‘สวรรค์อยูส่ งู กว่าแผ่น ดินฉันใด ทางของเราก็อยูส่ งู กว่าทางของท่าน และความคิด ของเราก็อยูเ่ หนือความคิดของท่านฉันนัน้ ’” (อสย. 55:8-9) ดังนั้น พระนางมารีย์ผู้ได้มีโอกาสศึกษาพระคัมภีร์จึงทรง ยอมรับด้วยความเชือ่ ถึงแผนการของพระเจ้า เพราะสิง่ ทีเ่ กิด ขึน้ กับพระนางนัน้ ไม่มที างเข้าใจด้วยเหตุผลประสามนุษย์ได้ พระนางผู้ทรงเป็น “สิ่งสร้างเล็ก ๆ” จึงได้กลายเป็นผู้ที่ชน ทุกสมัยจะเรียกพระนางว่าผู้ “เป็นสุข” (เทียบ ลก. 1:48) เพราะพระนางได้ทรงทิ้ง “ตัวตน” เดิมมารับเอา “ตรรกะ” ของพระเจ้าเข้าแทนที่ พระเจ้าได้ทรงสรรเลือกผู้ “ต�ำ่ ต้อย” และ “ธรรมดา สามัญ” ในสายตาของมนุษย์ ให้เป็นผูร้ ว่ มงานทีย่ งิ่ ใหญ่ของ พระองค์ ดังทีเ่ ราเห็นได้จากประวัตขิ องอัครสาวกและนักบุญ หลายองค์ แต่เบื้องหลังทุกสิ่ง พระองค์ทรงมองเห็นภายใน จิตใจที่ยิ่งใหญ่ของบุคคลผู้นั้น เป็นจิตใจที่หลาย ๆ ครั้ง สายตามนุษย์ไม่อาจแลเห็นได้ เพราะตรรกะของพระเจ้านัน้ สมบูรณ์ครบครันอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้ ดังที่ พระองค์ได้ตรัสแก่ประกาศกซามูเอลขณะทีพ่ ระองค์ทรงให้
ท่านสรรหาผู้ที่จะมาเป็นกษัตริย์ ของชาวอิสราเอลว่า “อย่าสนใจมองแต่รปู ร่าง หน้ า ตา หรื อ ความสู ง ของเขา เพราะเราไม่ เ ลื อ กเขา พระยาห์เวห์ไม่ทรงมองอย่างมนุษย์มอง มนุษย์มองแต่รูป ร่างภายนอก แต่พระยาห์เวห์ทรงมองจิตใจ” (1 ซมอ. 16:7) จากเรื่องราวของดาวิด เราคงเดาได้ไม่ยากว่า พี่ชายของ ดาวิดทุกคนคงจะมีรปู ร่างลักษณะภายนอกดีดดู กี ว่าท่าน จึง เป็นสิ่งที่บอกชัดว่า พระเจ้าทรงมองที่จิตใจเป็นหลัก
พระนางมารียเ์ อง แม้ในทีส่ ดุ พระนางได้ตอบรับกับ ทูตสวรรค์วา่ “ข้าพเจ้าเป็นผูร้ บั ใช้ขององค์พระผูเ้ ป็นเจ้า ขอให้ เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก. 1:38) ก็ไม่ ได้หมายความว่า พระนางจะทรงให้ค�ำตอบอย่างง่ายๆ สบายๆ ไม่อดึ อัดใจ การทีพ่ ระเจ้าทรงท�ำให้พระนางต้องยอม สละแผนการชีวติ เดิมไปก็เป็นการทดสอบทีย่ งิ่ ใหญ่ถงึ คุณค่า ความนอบน้ อ มเชื่ อ ฟั ง ดั ง ที่ ห นั ง สื อ สุ ภ าษิ ต กล่ า วไว้ ว ่ า “เบ้าหลอมมีไว้ส�ำหรับเงิน เตาถลุงมีไว้ส�ำหรับทองค�ำ แต่ พระยาห์เวห์ทรงทดสอบจิตใจ” (สภษ. 17:3) และพระนาง ก็ ไ ด้ ส อบผ่ า นทุ ก การทดลองด้ ว ยใจที่ สุ ภ าพและบริ สุ ท ธิ์ ดุจทองค�ำที่ได้รับการถลุงแล้ว พระนางจึงสมควรได้รับการ ยกย่องให้เป็นสตรี “ผู้ได้รับพระพรยิ่งกว่าสตรีใด ๆ” หลั ง จากค� ำ ตอบรั บ แรกของพระมารดามารี ย ์ พระนางได้เจริญชีวิตสอดคล้องกับตรรกะของพระเจ้าอยู่ ตลอดเวลา แม้ชีวิตของพระนางจะไม่ได้รับเกียรติสูงส่งต่อ หน้าประชาชนชาวยิว พระนางยังคงเป็นสตรีสามัญคนหนึ่ง เป็นแม่ของคนที่ชื่อ “เยซู” ผู้ซึ่งได้จบชีวิตในช่วงสุดท้าย อย่ า งน่ า อั ป ยศอดสู ด ้ ว ยซ�้ ำ ความยิ่ ง ใหญของพระนาง 19
อาจไม่ได้ฉายแสงออกมาต่อหน้า ปวงมนุษย์อย่างเจิดจ้า ตรงกันข้าม คงเกือบจะ ไม่มีชาวยิวคนใดทราบถึงความยิ่งใหญ่ของพระนางหรือสิ่ง ที่พระนางทรงเป็น เพราะแม้แต่พระเยซูเจ้าเองก็ยังทรงถูก ดูถูกจากบรรดาศิษย์ว่า “จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธได้รึ” (ยน. 1:46) ฯลฯ ดังนั้น แม้ในความเป็นจริงพระนางมารีย์ จะยิ่งใหญ่สักเพียงใด ก็มีแต่พระเจ้าและพระบุตรเท่านั้นที่ ทรงทราบดีทสี่ ดุ นีก่ เ็ ป็นอีกบททดสอบหนึง่ ทีพ่ สิ จู น์คณ ุ ธรรม ความสุภาพถ่อมตนของพระนาง พระวรสารมิได้บันทึกถึง “เหตุการณ์ยิ่งใหญ่” ของพระนางมารีย์ให้เราได้อ่านเลย แม้วา่ ในเหตุการณ์ววิ าห์ทคี่ านา เราเข้าใจว่าพระนางเป็นผูท้ ี่ มีบทบาทท�ำให้พระเยซูเจ้าทรงท�ำอัศจรรย์แรกก็ตาม แต่ใน เหตุการณ์นั้น พระนางเพียงแค่ตรัสกับพระเยซูเจ้าว่า “เขา ไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว” (ยน. 2:3) และตรัสแก่บรรดาคนรับใช้ ว่า “เขาบอกให้ท่านท�ำอะไร ก็จงท�ำเถิด” (ยน. 2:5) โดย มิได้ตรัสแม้แต่คำ� เดียวแก่เจ้าภาพหรือแขกอืน่ อัศจรรย์ทเี่ กิด ขึน้ ในครัง้ นัน้ คงจะมีคนรูน้ อ้ ยมากทีเดียว นีเ่ ป็นตัวอย่างของ บางตอนในชีวิตของพระนางที่น่าจะ “โด่งดัง” แต่ก็ไม่มีใน บันทึกอีกเช่นเคยว่า พระนางได้เป็นผู้มีบทบาทส�ำคัญยิ่งต่อ หน้าประชาชนมากมาย จนท�ำให้ทุกคนยกย่องสรรเสริญ พระนาง ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบางเรื่องราวของ พระนางมารี ย ์ ที่ แ สดงให้ เ ห็ น ถึ ง ความสุ ภ าพ น่ า รั ก ของ พระนาง เท่าทีภ่ าษามนุษย์เราพอจะเข้าใจได้ดว้ ยสติปญ ั ญา อันน้อยนิด แต่ต่อพระพักตร์พระเจ้าแล้วสิ่งที่พระนางทรง เป็นและทรงกระท�ำนัน้ จะต้องท�ำให้พระองค์พอพระทัยเป็น อย่างมากและท�ำให้ดึงดูพระพรมายังพระนางมากยิ่งกว่า สตรีใด ๆ “สิ่งสร้างเล็ก ๆ” จึงได้กลายเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่” ใน สายพระเนตรของพระเจ้า แม้พระนางจะมิได้เคยใฝ่ฝันให้ เป็นเช่นนั้นก็ตาม แบบอย่างของพระนางมารียจ์ งึ สอนเราผูเ้ ป็นลูกให้ ด�ำเนินชีวติ เช่นเดียวกับพระนาง คือ ยึดถือพระประสงค์ของ พระเจ้าเป็นสรณะ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ที่เราก�ำลัง อยู่ในบรรยากาศของสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่ สวรรค์ทงั้ กายและวิญญาณ วันฉลองแม่พระบังเกิด และการ 20
ระลึกถึงแม่พระ ฟาติมาครบ 100 ปี ซึ่ ง การประจั ก ษ์ ม าของ พระนางนั้ น เชื้ อ เชิ ญ ให้ เ รา ตระหนักถึงข่าวสารของพระนางและตอบสนองด้วยการ เจริญชีวิตโดยกลับใจและใช้โทษบาป ช่วยน�ำเราให้เข้าใกล้ ชิดพระเยซูเจ้ามากยิ่งขึ้น ช่วยเปิดใจเราให้กว้างมองตนเอง และเพื่อนพี่น้องด้วย “ตรรกะของพระเจ้า” ตามแบบอย่าง ของพระมารดามารีย์มากยิ่งขึ้น ด้วยการส�ำนึกว่า ยิ่งเรา เจริญชีวิตอย่างสุภาพ น่ารัก ถ่อมตนและด้วยความเชื่อมาก เพียงใด พระเจ้าก็จะทรงท�ำให้เราเป็นผูย้ งิ่ ใหญ่ตอ่ พระพักตร์ พระองค์และต่อหน้าเพื่อนพี่น้องมากขึ้นเท่านั้น แล้วเราจะ สามารถท�ำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับพระนางมารีย์ นั่นคือ การเป็นผูร้ ว่ มไถ่บาปกับพระเยซูคริสตเจ้า เพือ่ ความรอดพ้น ของเพื่อนมนุษย์มากมาย ดั ง นั้ น การ ร ะ ลึ ก ถึ ง พ ร ะ น า ง มารี ย ์ จึ ง เป็ น โอกาส พิเศษส�ำหรับเราที่จะ ฟื้นฟูตนเอง ในฐานะ เป็นบุตรของพระนาง ที่ ร ่ ว มพั น ธกิ จ แห่ ง การน�ำความรอดพ้น ไปสู ่ ทุ ก บุ ค คลที่ เ รา พบปะ ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ร่วมพันธ กิจนี้ทุกคน เพราะ “การเป็น” และ “การอยู่” ของเราใน ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องจะต้องเป็นการอยู่ที่มีความหมายต่อ พวกเขาทุกคน ท�ำให้พวกเขาได้สมั ผัสถึงการประทับอยูแ่ ละ ความรักของพระเจ้าในส่วนลึกแห่งจิตใจของตน แต่ทั้งนี้ทั้ง นัน้ เราแต่ละคนจะต้องรูจ้ กั ด�ำเนินชีวติ เช่น “สิง่ สร้างเล็ก ๆ” ในสายพระเนตรพระเจ้าและในสายตาของเพื่อนมนุษย์ แต่ เป็น ทีม่ คี วามหมายและชิดสนิทกับพระเจ้าอย่าง ลึกซึง้ ดังเช่น “กิง่ ก้าน” ทีร่ บั น�ำ้ เลีย้ งและยึดติดกับ “ล�ำต้น” ของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างแน่นแฟ้น
โดย...ซิสเตอร์พันธ์ทิพย์ คิ้มแหน
ของคุณพ่อบอสโกและคณะซาเลเซียน ส่วนคณะธิดา แม่พระองค์อุปถัมภ์ ภายใต้การน�ำของมาเดอร์ Angela Vespa และมาเดอร์ Ersilia Canta ท่านทัง้ สองได้พยายาม ในรูปแบบใหม่ทจี่ ะกลับมาศึกษายังแหล่งก�ำเนิดของคณะ (Ritorno alle fonti) และจิตตารมณ์แรกเริ่ม (spirito delle origine) ซึ่งเป็นหลักประกันถึงการรื้อฟื้นและ การปรับเปลีย่ นทีถ่ กู ต้อง เมือ่ เราย้อนกลับมาดูผลทีเ่ กิดต่อ พระศาสนจักร เราพบว่า นักบวชแต่ละคณะได้พยายามขุด ค้นเสาะหามรดกฝ่ายจิตในคณะของตน เพือ่ ท�ำให้เป็นของ ตนจริง ๆ โดยต้องซื่อสัตย์ในการตีความเรื่องจิตตารมณ์ และเป้าประสงค์ทแี่ ท้จริงของผูต้ งั้ คณะว่าอะไรคือลักษณะ พิเศษเฉพาะของมรดกฝ่ายจิตของแต่ละคณะ ในการกลับไปยังแหล่งก�ำเนิดของคณะ (Ritorno alle fonti) จ�ำเป็นต้องกลับไปเยีย่ มเยียนแหล่งจิตตารมณ์ หลาย ๆ ครั้ ง เพื่ อ ความถู ก ต้ อ งและศึ ก ษาให้ ลึ ก ซึ้ ง ใน การรูจ้ กั ประวัตเิ รือ่ งราวของคณะ นับว่าเป็นความพยายาม ของผู้ให้การอบรมที่จะให้ผู้รับการอบรม ธมอ. สัมผัส 6. การปรับเปลีย่ นตามข้อเรียกร้องของการประชุม โดยตรงกับจดหมายของผู้ตั้งคณะ ด้วยการกระตุ้นด้วย วาจาของบรรดาผูใ้ หญ่ ด้วยจดหมายเวียน และมีสว่ นร่วม สังคายนาวาติกันที่ 2 (ปี 1960-1970) ก า ร ป ร ะ ชุ ม ฟื้นฟูคณะโดยให้ความสนใจด้านชีวิตฝ่ายจิตและแหล่ง สังคายนาวาติกันที่ 2 เป็น ก�ำเนิดของคณะ ดั ง เสี ย งสะท้ อ นให้ ค ณะ นักบวชหันกลับมาศึกษา ประวั ติ ศ าสตร์ ข องคณะ ของตน ขณะที่ บ รรดา ซาเลเซี ย นเริ่ ม ต้ น กั น ที่ กรุงตุรินพร้อมกับคุณพ่อ Pietro Stella และที่ เ มื อ งลี ย องคุ ณ พ่ อ Francis Mother Angela Vespa Mother Ersilia Canta Desramaut ซึ่งก�ำลังศึกษางานวิพากษ์เกี่ยวกับเรื่องราว ... คอลัมภ์ “วันวาน” ในฉบับนี้ ขอน�ำเสนอ ขั้ น ต อ น ใ น ก า ร เขี ย น ป ร ะ วั ติ เรื่ อ ง ร า ว ข อ ง ค ณ ะ (Storiografia)อีก 2 ขัน้ ตอน นัน่ คือ ขัน้ ตอนที่ 6. การปรับ เปลีย่ นตามข้อเรียกร้องของการประชุมสังคายนาวาติกนั ที่ 2 (ปี 1960-1970) และ 7.ช่ ว งเวลา ปัจจุบัน ส่วนขั้นตอน ที่ 1-5 ได้น�ำเสนอแล้ว ในฉลับที่ผ่านมา นั่น คื อ 1.การถ่ า ยทอด เรือ่ งราวของคณะด้วย การเล่าสืบต่อกันมา 2. เรื่องราวของคณะที่ถูกร่างไว้ (ปี 1887-1897) 3. บันทึกเหตุการณ์ของคณะซึ่งมาเดอร์ Emilia Mosca เป็นผู้เรียบเรียง (1897-1900) 4. การ บันทึกเหตุการณ์ของคณะในเชิงประวัตศิ าสตร์ (ช่วง 10 ปี แรกของศตวรรษที่ 20) 5. หนังสือรูปแบบเชิงชีวประวัติ นักบุญ
21
การใส่ใจและการไตร่ตรองเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ของคณะในคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ถูกกลัน่ ออกมาเป็นรูปธรรมในการสอนวิชาชีวติ จิตซาเลเซียน (L’insegname nto della Spiritualita’ salesiana) มี มุ ม มองที่ เ ปิ ด กว้ า งในการตี ค วามมากขึ้ น ซึ่ ง วิ ธี ก ารนี้ แตกต่างไปจากคณะซาเลเซียนชาย พวกเขาริเริ่มผ่านผู้ที่ มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ รวมทั้งการศึกษา เฉพาะเจาะจงลงไปในปี 1962 ของคุณพ่อ Francis Desramaut และคุณพ่อ Pietro Stella ในปี 1969 นอกจากนี้ บรรดาซาเลเซียนทีศ่ กึ ษาเรือ่ งราวของ คุณพ่อบอสโกและศึกษาด้านประวัติศาสตร์ ได้มีการ วางแผนและวางโครงการร่วมกัน เริ่มจากปี 1971-1972 ในการประชุมสมัชชา และเกิดผลส�ำเร็จเป็นจริงเป็นจังใน ลั ก ษณะเฉพาะ ชั ด เจน และเกิ ด ความเชี่ ย วชาญด้ า น ประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง นั่นคือ มีศูนย์การศึกษาเรื่อง ราวของคุณพ่อบอสโกในปี 1973 และมีการจัดตั้งศูนย์ ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์คณะซาเลเซียนในปี 1982 (Istituto Storico Salesiano หรือ ISS 1982)
เ นื่ อ ง จ า ก ค ณ ะ ธิ ด า แ ม ่ พ ร ะ อ ง ค ์ อุปถัมภ์มีวิธีด�ำเนินการที่ แตกต่างไปจากซาเลเซียน จึงท�ำให้ คณะค้นพบพระพรพิเศษและมีการฟื้นฟูคณะหลังจาก การประชุมสังคายนาวาติกันสิ้นสุดลง ในแนวการศึกษานีผ้ ลบุญยิง่ ใหญ่ทเี่ ราได้รบั นัน้ มา จากซิสเตอร์ Lina Dalcerri (1902-1998) ท่านเป็น อาจารย์สอนวิชาหลักการอบรม (Pedagogia) และเป็นที่ ปรึกษาด้านงานโรงเรียนของคณะเกี่ยวกับ Pedagogia e scienze religiose ที่ ก รุ ง ตุ ริ น ขอบคุ ณ ส� ำ หรั บ ความเชี่ ย วชาญ การไตร่ ต รองลงลึ ก ด้ า นชี วิ ต ฝ่ า ยจิ ต และความรักต่อคณะ ท�ำให้ท่านเขียนต�ำรามากมาย ท่าน ได้สอนหลายวิชา เช่น วิชาธรรมประเพณีซาเลเซียน (Tradizione salesiane) วิชาระบบป้องกัน (Il sistema preventivo) นอกจากนี้ท่านมีความปรารถนาที่จะกลับ มาเยี่ยมแหล่งก�ำเนิดที่แท้จริงของคณะอีกครั้งหนึ่งด้วย เอกสารต�ำราต่าง ๆ ที่ซิสเตอร์ Lina Dalcerri เขียนนัน้ ไม่สามารถน�ำมาใช้เกีย่ วกับงานด้านประวัตศิ าสตร์ ได้เลย แต่งานที่ซิสเตอร์ท�ำต่างหากที่ส่งเสริมให้บรรดา ซิสเตอร์ ธมอ ที่ศึกษา pedagogic เสาะแสวงหาการ ก้าวเดินแต่ละก้าวของคณะ
Sr. Maria Ester Posada
ต่อมาซิสเตอร์ Maria Ester Posada ก็เข้ามารับ งานสอนด้านชีวิตฝ่ายจิตของคณะต่อจากซิสเตอร์ Lina Dalcerri ท่านเป็นอาจารย์สอนเทววิทยาฝ่ายจิตของ มหาวิทยาลัยสาขาศาสตร์ดา้ นการอบรม เริม่ ตัง้ แต่ปี 1971 22
โดยรั บ งานสอน คอร์ส “Introduzione alle fonti della Spirituaita’ salesiana” ซึ่ง ศึกษาจากจดหมายฉบับต่าง ๆ และการไตร่ตรองข้อมูล เกี่ยวกับแหล่งก�ำเนิดของคณะ หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้ ทราบว่าอาศัยงานสอนสาขาวิชานี้ท�ำให้มีวิทยานิพนธ์ หลายเล่มที่ได้รับการถกเถียงในช่วงรอบ 100 ปีของคณะ (1972) มีการร่วมมือกันสืบเสาะค้นหาด้านประวัติศาสตร์ ฝ่ายจิต บรรดานักศึกษาได้พยายามสืบค้นข้อมูลจากห้อง เก็บเอกสารในที่ต่าง ๆ (Archivi) อาทิ ห้องเก็บเอกสาร ของคณะซาเลเซียน ของคณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ ของ สังฆมณฑลอัควี ของต�ำบลมอร์เนเซ และของต�ำบลนิสซา มอนแฟร์ราโต นอกจากนี้ยังมีการเทียบเคียงกับจดหมาย ของมาเดอร์มัสซาแรลโล สมุดบันทึกเหตุการณ์ของคณะ และเอกสารอื่น ๆ ที่ส�ำคัญประกอบการพิจารณาด้วย ในปีต่อมา 1974-1976 มาเดอร์ Ersilia Canta มหาอธิการณีของคณะ ได้สนับสนุนให้มกี ารตีพมิ พ์เอกสาร ต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องกับผูร้ ว่ มตัง้ คณะและหมูค่ ณะแห่งแรกที่ มอร์เนเซ ส่วนสมุดบันทึกเหตุการณ์ของคณะได้รับการ ตรวจตราอีกครัง้ และตีพมิ พ์เผยแพร่จากซิสเตอร์ Giselda Capetti เพือ่ เป็นการตอบสนองความต้องการของส่วนรวม ที่รอคอยกันมานาน ดังที่มาเดอร์ Ersilia Cantaได้กล่าว ไว้ในอารัมภบทของสมุดบันทึกเหตุการณ์เล่มแรกของคณะ
ศตวรรษ” (Il cammino dell’Istituto nel corso di un secolo) ซึ่งซิสเตอร์ Giselda Capetti เป็นผู้รวบรวม โดยแบ่งเนื้อหาประวัติศาสตร์ เป็นช่วง ๆ ผ่านใต้การน�ำพาของพระมารดามารีย์ แม่ทเี่ ป็น ที่รักและราชินีผู้ทรงอานุภาพ (หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์โอกาส ครบรอบ 100 ปีของคณะ ซึ่งระบุเหตุการณ์ต่าง ๆ ของ คณะ ในช่วง 50 ปีแรก)
ในปี 1975 ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่จดหมายของ นักบุญมาเรีย โดเมนิกา มัสซาแรลโล ซึ่งรวบรวมโดย ซิสเตอร์ Maria Ester Posada บทน�ำของเล่มจดหมายนี้ แสดงถึงบุคลิกลักษณะ ชีวติ ฝ่ายจิต และภาพถ่ายของท่าน นักบุญก็ปรากฏสอดแทรกอยู่ด้วย ในช่วงปีเหล่านี้ นับเป็นช่วงเวลาอันทรงคุณค่าที่ บรรดาสมาชิก ธมอ ได้รับการหล่อเลี้ยงให้รู้จักคณะของ ตนและการถือซื่อสัตย์ต่อพระพรพิเศษของผู้ก่อตั้งคณะ หนังสือหน้าแรก ๆ ได้บง่ บอกถึงจิตตารมณ์แรกเริม่ ทีน่ ำ� เรา กลับสูแ่ หล่งก�ำเนิดของคณะตามข้อเรียกร้องของสังคายนา วาติกันที่ 2 และความช่วยเหลือของคณะผู้ใหญ่ของเรา การน�ำพาคณะก้าวเดินมา
7. ช่วงเวลาปัจจุบัน
ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ ของคณะ คอร์สชีวิตจิตของคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ (IL Corso di Spiritualita’ dell’Istituto delle Figlie และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็ได้มีการพิมพ์ di Maria Ausiliatrice) ได้เริ่มขึ้นครั้งแรกที่กรุงตุริน ในปี หนั ง สื อ “ความเจริ ญ ก้ า วหน้ า ของคณะธมอ ในรอบ 1976 ที่แผนกการอบรมของมหาวิทยาลัยเอาซีลีอุม (La 23
facolta’ di scienze dell’ Educazione“Auxilium”) เป็นสถานที่ที่ท�ำให้พระพรพิเศษของคณะได้รับการเสริม ให้สมบูรณ์ชัดเจน และมีการศึกษาลงลึกใน 3 ด้าน นั่นคือ ด้านประวัติศาสตร์ของคณะ ด้านเทววิทยาและด้านการ อบรม ด้านประวัตศิ าสตร์นนั้ มีจดุ ประสงค์เน้นในบริบท ของประวั ติ ค วามเป็ น มาของชี วิ ต จิ ต คริ ส ตชน เฉพาะ อย่างยิง่ ในช่วงปี 1800 เพือ่ ท�ำการรูจ้ กั ภาพลักษณ์ของคุณ พ่อบอสโกและมาเดอร์มัสซาแรลโล แนวทางพื้นฐานใน การน�ำพาคณะของพวกท่าน การเจริญเติบโตของคณะ และความมั่นคงของคณะที่ยาวนานเป็นศตวรรษ ในการสอนเนือ้ หา การประชุมสัมมนา หรือการน�ำ เสนอวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยเอาซีลีอุม เป็นการน�ำ เสนอเนื้อหาการไตร่ตรองเจาะลึกบางหัวข้อที่เกี่ยวข้อง และอาจมีการตีพมิ พ์เป็นบทความมากกว่าเป็นเล่มหนังสือ ในความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งด้ า นประวั ติ ศ าสตร์ และด้านการวิพากษ์ จ�ำเป็นต้องให้เวลามากกว่า เพราะยัง มีแหล่งข้อมูลอีกมากมายที่ต้องเสาะแสวงหา เราเจาะลึก ชีวติ จิตของคณะ รูปแบบการอบรม ประสบการณ์การแพร่ ธรรม และอื่ น ๆ รวมถึ ง วิ วั ฒ นาการด้ า นการตี ค วาม 24
การสอดแทรกลง ในบริ บ ทวั ฒ นธรรม ใหม่ ๆ หรือเสียงสะท้อนทีม่ า จากสังคมในช่วงเวลานั้น ๆ ณ กาลเวลาปัจจุบัน ควบคู่กับวัฒนธรรมใหม่ ๆ ก็เป็นการกระตุน้ ให้คณะแสวงหาวิธกี ารท�ำงานทีม่ คี ณ ุ ภาพ ในการแสวงหาข้อมูลที่ถูกต้องทั้งในการค้นคว้าที่ห้องเก็บ เอกสารของคณะและในที่อื่น ๆ ส่งผลให้เราได้รับข้อมูลที่ สามารถกล่าวอ้างอิงได้และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ด้านเทววิทยาและด้านการอบรมนั้นค่อนข้าง แพร่หลาย เพราะเป็นมิตทิ สี่ ามารถผสมผสานควบคูก่ นั ไป ในมุมมองด้านการวิพากษ์ บนพืน้ ฐานของเอกสารต่างๆ ที่ น่าเชื่อถือและมีการตรวจสอบคัดกรองอย่างเป็นระบบ ในการจัดตั้ง 2 ศูนย์ นั่นคือศูนย์ศึกษาเรื่องราว ประวั ติ ศ าสตร์ ค ณะซาเลเซี ย นในปี 1982 (Istituto Storico Salesiano หรือ ISS 1982) และ สมาคมคนรัก ประวัติศาสตร์ซาเลเซียน Associazione dei cultori storia salesianaหรือที่เรียกกันว่า ACSSA 1996 รวมถึง คณะธิดาแม่พระองค์อปุ ถัมภ์กม็ วี ธิ กี ารใหม่ ๆ ในการเสาะ หาข้อมูลด้านประวัตศิ าสตร์มากขึน้ อีกทัง้ จัดพิมพ์เผยแพร่ ผลงานของบรรดาซิสเตอร์ของเราทีเ่ กีย่ วข้องกับข้อมูลของ แหล่งก�ำเนิดของคณะ ตัง้ แต่มกี ารจัดตัง้ ศูนย์ศกึ ษาเรือ่ งราวประวัตศิ าสตร์ ของคณะทั้ง 2 ศูนย์เป็นต้นมา เราไม่เคยขาดผู้ร่วมงานที่ จะสื บ สานงานนี้ ทั้ ง จากสงฆ์ ซ าเลเซี ย นและคณะธิ ด า แม่พระองค์อุปถัมภ์ ในปี 1983 ซิสเตอร์ Cecilia Romero ได้รวบรวม งานวิ พ ากษ์ พ ระวิ นั ย ของ คณะเป็นเล่มแรก ทั้ง ๆ ที่ ท่านก็เก็บรวบรวมเอกสารที่ อื่ น เกี่ ย วกั บ ความฝั น ของ คุณพ่อบอสโกด้วย ซิ ส เตอร์ Grazia Sr.Grazia Loparco Loparco อาจารย์สอนวิชา
ประวัติพระศาสนจักร (Storia della Chiesa) และวิ ช าความรู ้ เ บื้ อ งต้ น เกี่ยวกับแหล่งก�ำเนิดชีวิตฝ่ายจิต ซาเลเซียน (Introduzione alle fonti della Spiritualita’ salesiana)รับงานต่อจากซิสเตอร์ Maria Ester Posada ท่านเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของสมาคมคนรักประวัติ ศาสตร์ซาเลเซียนAssociazione dei cultori storia salesiana (ACSSA) และได้อุทิศตนทั้งในการเตรียมการ จัดสัมมนาหรือการประชุมระดับนานาชาติ ในการประชุม หรือสัมมนานี้ท่านได้ปลุกเร้า ผลักดัน ให้บรรดาธิดา แม่พระองค์อุปถัมภ์ในที่ต่าง ๆ มุ่งหาวิธีการที่จะสืบค้น ประวัตศิ าสตร์ทมี่ าของแขวงของตนตัง้ แต่ในระยะแรกเริม่ ในการพั ฒ นาการเขี ย นบั น ทึ ก เรื่ อ งราวทาง ประวัตศิ าสตร์ของคณะนัน้ เราสมาชิก ธมอ ค่อย ๆ ซึมซับ และรับรู้ถึงความจ�ำเป็นที่ต้องมีข้อมูลเอกสารที่ถูกต้อง มากขึ้ น ทั้ ง ระดั บ แขวงและระดั บ โลกส่ ง ผลให้ เ กิ ด กระบวนการด้านการอบรมที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ : * เกิดความเชีย่ วชาญและความชัดเจนในการเก็บ รวบรวม การจัดประเภท การรักษาเอกสารต่าง ๆ ในห้อง เก็บเอกสารของคณะ และของแขวง * แต่ละแขวงได้พยายามท�ำให้กลับเป็นชีวิตของ ตน ในภารกิจแพร่ธรรม ในงานด้านต่าง ๆ ของคณะ ผลมาจากคอร์ สการอบรม และการปรับปรุงงานของ บรรดาเลขานุการระดับแขวง * การส�ำนึกถึงความรับผิดชอบและหน้าที่ใน การเขียนเอกสาร บันทึกเหตุการณ์ของบ้าน การสร้าง
ความสั ม พั น ธ์ กั บ กลุ ่ ม ต่ า ง ๆ สถิ ติ และหนังสือรายชื่อสมาชิก * ความซื่อสัตย์ในการเขียนบันทึกประวัติของ บรรดาซิ ส เตอร์ ที่ ล ่ ว งลั บ เพราะเป็ น จิ ต ส� ำ นึ ก ถึ ง ประวั ติ ศ าสตร์ ข องคณะที่ ทั ก ทอลงสู ่ ชี วิ ต ของสมาชิ ก แต่ละคน จากวันนั้นจนวันนี้ เรามีประวัติของบรรดา ซิสเตอร์ผู้ล่วงลับจ�ำนวน 60 เล่มแล้ว ที่สามารถรู้จักความ เป็นบุคคลและภารกิจต่าง ๆ ของคณะในบริบทวัฒนธรรม ที่ต่างกัน * มีเอกสารของคณะจัดพิมพ์เพิม่ มากขึน้ ผ่านทาง บรรดาสมาชิก ผ่านทางภารกิจต่าง ๆ (เช่น ผลงานทางด้าน ประวัติศาสตร์ ชีวประวัตินักบุญของคณะ งานด้านการ อบรม และเอกสารฝ่ายจิตของคณะในประเทศต่าง ๆ) ในช่วงปีท้าย ๆ ที่ผ่านมานี้ ทางคณะได้จัดตีพิมพ์ เอกสารส�ำคัญ ๆ เกี่ยวกับคณะใหม่อีกครั้งหนึ่ง : • จดหมายของมาเดอร์มัสซาแรลโลที่จัดพิมพ์ มา 3 ครั้ง รวมเป็นฉบับเดียวกัน (1975 1980-1983) • งานวิพากษ์พระวินัยของคณะ โดย ซิสเตอร์ Cecilia Romero (1983) • ข้อมูล และหลักฐานพยานต่าง ๆ ในช่วง 10 ปีแรกของคณะ (1870-1881) : ตั้งแต่ การตัง้ คณะจนถึงการจากไปของผูร้ ว่ มก่อตัง้ คณะ ประวั ติ ศ าสตร์ ข องคณะจะคงด� ำ รงอยู ่ ต ่ อ ไป และผสมผสานไปในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในวัฒนธรรม และในสังคมที่คณะท�ำงานอยู่
25
สวั ส ดี ท ่ า นผู ้ อ ่ า นที่ รั ก ทุ ก ท่ า น โดย...ซิสเตอร์พรพิรุณ จันทร์เด่นดวง เนื้อหาค�ำสอนในฉบับนี้ จะขอน�ำทุกท่าน ได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับค�ำสอนครอบครัวซึ่งเปรียบเสมือนพระศาสนจักรในบ้าน ซึ่งประกอบด้วย บิดา มารดา และลูก ๆ ครอบครัวเป็นพระพรของพระ และเป็นบ่อเกิด แห่งกระแสเรียก ในโอกาสปีครอบครัว เชิญชวนเราแต่ละคนท�ำให้บ้านของเรา หมู่คณะ ของเรา เป็นครอบครัวที่เต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม มีความสุข ความรัก ความเสียสละ และมีความ เข้าอกเข้าใจกัน นี่แหละเป็นชีวิตแห่งการเป็นประจักษ์พยานแห่งที่เห็นได้
ท�ำไมมนุษย์จึงต้องได้รับความเคารพ
ชีวติ มนุษย์ตอ้ งได้รบั ความเคารพเพราะชีวติ มนุษย์ นั้นศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่แรกเริ่มนั้น ชีวิตมนุษย์เป็นฝีพระหัตถ์ การสร้ า งของพระเป็ น เจ้ า และยั ง คงอยู ่ ต ลอดไปใน ความสัมพันธ์พิเศษกับพระผู้สร้าง ผู้ทรงเป็นจุดหมาย ปลายทางเดียวของมนุษย์ไม่มผี ใู้ ดมีสทิ ธิท์ จี่ ะท�ำลายมนุษย์ ที่บริสุทธิ์ เพราะการกระท�ำเช่นนั้นมีความผิดอย่างหนัก ต่ อ ศั ก ดิ์ ศ รี ข องบุ ค คลและต่ อ ความศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ข อง พระผู ้ ส ร้ า ง “อย่ า ประหารชี วิ ต ผู ้ บ ริ สุ ท ธิ์ ห รื อ ผู้ชอบธรรม” (อพย 23:7)
ท�ำไมจึงเรียกครอบครัวคริสตชนว่าเป็น พระศาสนจักรภายในบ้าน
เราเรียกครอบครัวคริสตชนว่าเป็นพระศาสนจักร ภายในบ้าน (Domestic church) เนื่องจากครอบครัว แสดงออกและมีชีวิตธรรมชาติอยู่ร่วมกัน และสนิทสนม ของพระศาสนจักรในฐานะที่เป็นครอบครัวของพระเป็น เจ้า สมาชิกครอบครัวแต่ละคนกระท�ำตามบทบาทของตน ปฏิบัติหน้าที่สงฆ์แห่งศีลล้างบาปด้วยการมีส่วมร่วมใน การท�ำให้ครอบครัวเป็นชุมชนแห่งพระหรรษทานและ การภาวนา เป็นโรงเรียนแห่งคุณธรรมของมนุษย์และของ คริสตชน เป็นสถานที่แห่งแรกของการประกาศความเชื่อ ให้แก่ลูกๆ ของตน 26
พระบัญญัติประการที่สี่ก�ำหนดให้เราท�ำอะไร “จงนับถือบิดามารดา” [ฉธบ5:16; มก 7:10]
พระเจ้ า ทรงประสงค์ ใ ห้ เราเคารพนั บ ถื อ บิ ด า มารดาของเรา ซึ่งเราเป็นหนี้ชีวิตและผู้ซึ่งถ่ายทอดความรู้ แห่งพระเจ้าให้แก่เรา เราต้องให้เกียรติและเคารพผู้ที่ พระเจ้าทรงมอบอ�ำนาจของพระองค์แก่เขา เพือ่ ประโยชน์ ของเรา บิดามารดามีหน้าที่เบื้องต้นคือรับผิดชอบต่อการ อบรมศึกษาบุตรและเป็นผู้ประกาศความเชื่อคนแรกแก่ บุตร พวกเขามีหน้าที่รักและเคารพต่อบุตรในฐานะบุคคล และในฐานะบุตรของพระเจ้า ที่ส�ำคัญที่สุดคือด้วยการ เป็นแบบอย่างกระแสเรียกของคริสตชน คือการติดตาม พระเยซูเจ้าและรักพระองค์ “ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่า เราก็ ไ ม่ คู ่ ค วรกั บ เรา ผู ้ ที่ รั ก บุ ต รชายหญิ ง มากกว่ า เรา
รวมทั้งให้การสนับสนุนนขั้นพื้นฐาน ผู้มีอ�ำนาจ ในสังคมต้องเคารพ ป้องกันและส่ง เสริมธรรมชาติที่แท้จริงของการแต่งงานและครอบครัว ป้ อ งกั น ศี ล ธรรมของสาธารณะ สิ ท ธิ ข องบิ ด ามารดา และความเจริญก้าวหน้าของครอบครัว
ก็ไม่คู่ควรกับเรา” (มธ 10 : 37) ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้มี อ�ำนาจจะต้องถือว่าผู้ใหญ่ของตนเป็นผู้แทนของพระเจ้า บุตรมีหน้าที่ต่อบิดามารดาอย่างไร แต่ก็ไม่ต้องปฏิบัติตามถ้าค�ำสั่งนั้นขัดกับข้อเรียกร้องของ บุตรจะต้องมีความเคารพนับถือ (ความศรัทธา กฎศีลธรรม ฉันบุตร) ความกตัญญู การว่านอนสอนง่ายและการ นบนอบเชื่อฟังต่อบิดามารดาของตน การกระท�ำดังนี้มี ส่วนช่วยให้เกิดความสนิทสัมพันธ์ที่ดีในระหว่างพี่น้อง ธรรมชาติของครอบครัว บุ ต รมี ส ่ ว นในความเจริ ญ ก้ า วหน้ า ในความปรองดอง ในแผนการของพระเป็นเจ้า และความศักดิส์ ทิ ธิข์ องทุกชีวติ ในครอบครัว ในยามทีบ่ ดิ า มารดาตกอยูใ่ นสถานภาพของความทุกข์ยากล�ำบาก เจ็บป่วย ว้ า เหว่ ห รื อ ชราภาพ บุ ต รที่ เ ป็ น ผู ้ ใ หญ่ แ ล้ ว จะต้ อ งให้ ความช่วยเหลือพวกท่านทั้งในด้าน ศีลธรรมและด้านวัตถุ
บิดามารดามีหน้าที่ต่อบุตร ชายหนึ่งและหญิงหนึ่งรวมเป็นหนึ่งเดียวกันใน อย่างไร
การแต่งงาน ก่อให้เกิดเป็นครอบครัวหนึง่ พร้อมกับบรรดา บุตรของเขา พระเป็นเจ้าได้ทรงตั้งครอบครัวขึ้น และได้ ประทานโครงสร้างพืน้ ฐานให้การแต่งงานและครอบครัวมี ไว้เพื่อความดีของคู่สามีภรรยา การสืบลูกหลานและการ ให้การศึกษาอบรมบุตร สมาชิกของครอบครัวเดียวกันต้อง ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและความรับผิดชอบ เบื้องต้นในท่ามกลางพวกเขา ในพระคริสตเจ้าครอบครัว กลายเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน เพราะเป็นชุมชนแห่ง ความเชื่อ ความหวัง และความรัก ครอบครัวเป็นเซลล์เริ่ม แรกของชีวิตทางสังคมมนุษย์ และอยู่ในอันดับแรกซึ่งเป็น ทีร่ บั รูข้ องเจ้าหน้าทีฝ่ า่ ยบ้านเมือง หลักการและคุณค่าของ ครอบครัวก่อให้เกิดพื้นฐานชีวิตทางสังคม ชีวิตครอบครัว เป็นการเริ่มสูชีวิตในสังคม สังคมมีหน้าที่ค�้ำจุนให้การ แต่งงานเข้มแข็งและครอบครัวมั่นคงด้วยการให้เกียรติ
ในคุณธรรมของการเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเป็น บิดาของพระเป็นเจ้า บิดามารดามีหน้าที่เบื้องต้นต่อบุตร คือเป็นผูร้ บั ผิดชอบต่อการอบรมศึกษาและเป็นผูป้ ระกาศ ความเชือ่ คนแรกแก่บตุ ร พวกเขามีหน้าทีร่ กั และเคารพต่อ บุตรในฐานะบุคคล และในฐานะบุตรของพระเป็นเจ้า จัดหาสิ่งของตามความต้องการทั้งในด้านวัตถุและในด้าน จิตใจเท่าทีส่ ามารถ เลือกโรงเรียนทีเ่ หมาะสมให้แก่บตุ ร ให้ ความช่วยเหลือแก่พวกเขาด้วยค�ำแนะน�ำทีร่ อบคอบในการ เลือกอาชีพ และสถานภาพของชีวิต เป็นพิเศษพวกเขา มี พันธกิจในการอบรมสัง่ สอนบรรดาบุตรเรือ่ งความเชือ่ ของ คริสตัง ที่ส�ำคัญ บิดามารดาสั่งสอนบุตรของตนในเรื่อง ของความเชื่อคริสตังด้วยการเป็นแบบอย่าง การสวด ภาวนา การสอนค�ำสอนในครอบครัว และการมีสว่ นร่วม ในชีวิตของพระศาสนจักร *อ่านต่อหน้า 30...
27
28
29
ค�ำสอนของพ่อแม่ !
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านครอบครัวคนหนึ่งกล่าวว่า "ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมอบรมสั่งสอนบุตรของตน เขาจะมี โอกาสไปเยี่ยมลูกที่ในเรือนจ�ำ!" พระคัมภีร์บอกว่า "ลูกเอ๋ย จงเฝ้ารักษาบัญญัติ ของพ่อเจ้า และอย่าละทิง้ ค�ำสอนของแม่เจ้า" (สุภาษิต 6: 20 ) "ลูกเอ๋ย จงรักษาถ้อยค�ำของข้า จงสะสมบัญญัติ ของข้าไว้กับเจ้า" (7:1) สุ ภ าษิ ต กล่ า วถึ ง ความสั ม พั น ธ์ ใ นครอบครั ว ประการแรก บอกถึงฐานะของพ่อแม่ที่ต้องอบรมสั่งสอน ลู ก ๆ โดยเฉพาะในเรื่ อ งเกี่ ย วกั บ ชี วิ ต ฝ่ า ยจิ ต วิ ญ ญาณ (1:8-9) เปาโลได้บอกแก่พนี่ อ้ งชาวเอเฟซัสให้เห็นถึงความ ส�ำคัญเรื่องนี้ "ส่วนท่านทั้งหลายที่เป็นบิดา อย่ายั่วบุตร ของท่านให้เกิดโทสะ แต่จงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยการ สัง่ สอนและการเตือนสติตามหลักขององค์พระผูเ้ ป็นเจ้า" (เอเฟซัส 6:4)
30
ประการที่สอง พวกลูกจะต้องเชื่อฟังค�ำโอวาท ของผูบ้ งั เกิดเกล้า เด็กทีเ่ ฉลียวฉลาดย่อมจะเชือ่ ฟัง เคารพ รักและให้เกียรติแก่พ่อแม่ของตน (1:8, 2:1, 3;1, 10:1) บุตรทั้งหลาย จงเชื่อฟังบิดามารดาของท่านในองค์พระ ผู้เป็นเจ้า เพราะว่านี่เป็นเรื่องถูกต้อง “จงให้เกียรติบิดา มารดาของเจ้า” นีเ่ ป็นบัญญัตขิ อ้ แรกทีม่ พี ระสัญญาก�ำกับ ด้วย “เพื่อเจ้าจะไปดีมาดีและมีอายุยืนยาวบนแผ่นดิน โลก” (เอเฟซัส 6:1-3) สุภาษิต 6:21-24 ลูกพ่อ ขอให้ท�ำตามค�ำสั่งสอน ของพ่อและอย่าละเลยค�ำสั่งของแม่ มัดมันไว้กับหัวใจลูก เสมอผูกมันไว้รอบคอลูก มันจะน�ำทางลูกตอนลูกเดินจะ คอยปกป้องลูกตอนลูกนอนและจะพูดกับลูกตอนลูกตื่น เพราะค�ำสั่งสอนเป็นตะเกียงค�ำสั่งเป็นแสงสว่างและการ ตักเตือนเป็นทางสู่ชีวิตสิ่งเหล่านี้จะปกป้องลูกให้พ้นจาก ผู้หญิงชั่ว และจากค�ำพูดยั่วยวนของผู้หญิงไม่มีศีลธรรม หมายความว่าอย่างไร ที่ให้ลูก ๆ ถือรักษาค�ำสั่งสอนของ พ่อแม่
1. ที่จิตใจ - จงตรึงมันไว้ในดวงใจ ใจเป็นส่วน ส� ำ คั ญ ที่ สุ ด ในชี วิ ต ของมนุ ษ ย์ พระเยซู ค ริ ส ต์ ต รั ส ใน พระธรรมมัทธิวว่า "ทุกอย่างมันเริ่มต้นออกมาจากใจ ทั้ ง สิ้ น " คนไทยเรามี ค� ำ ว่ า ใจเกลี ย ด ใจโกรธ ใจดี ใจด�ำ ใจชื้น ใจไม้ไส้ระก�ำ ใจฝ่อ ใจสู้ ใจแป้ว ใจสิงห์ 4. ยามนอนและยามตื่น - พระธรรมค�ำสอนจะ ใจหมางเมิน ฯลฯ ช่วยตักเตือนสั่งสอน เรารู้ว่า ยามนอนหลับเป็นช่วงที่คน ขาดความระมัดระวังมากทีส่ ดุ และไม่ทราบว่าอะไรบ้างจะ ขอให้เราถือเอาค�ำสอนของพ่อแม่ ที่อยู่ในองค์ เกิดขึ้นกับชีวิตของตน แต่ถ้าใครที่เชื่อฟัง เคารพให้เกียรติ พระผู้เป็นเจ้าเสมอ! และมีความกตัญญูตอ่ พ่อแม่ "บุตรทัง้ หลาย จงเชือ่ ฟังบิดา 2. ที่คอ - ผูกมันไว้รอบคอเหมือนเครื่องประดับ มารดาของท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่านี่เป็นเรื่อง พวกสร้อยเพชรนิลจินดาอันล�ำ้ ค่า ผูห้ ญิงมักจะเลือกสร้อย ถูกต้อง “จงให้เกียรติบิดามารดาของเจ้า” นี่เป็นบัญญัติ คอทีด่ สู สี นั สวยงามและเข้ากับชุดเสือ้ิ กระโปรงของเธอเอง ข้อแรกที่มีพระสัญญาก�ำกับด้วย “เพื่อเจ้าจะไปดีมาดี เธอบางคนต้องใช้เวลานานนับชั่วเพื่อจะได้สายสร้อย และมีอายุยืนยาวบนแผ่นดินโลก” (เอเฟซัส 6:1-3) สักเส้นที่ถูกใจ 3. เมื่อเวลาเดินทาง - ค�ำสอนจะช่วยชี้น�ำว่าจะ ข้อคิด : ลูกๆที่รักทั้งหลาย หากลูก ๆ เดินไปทางไหน คนไทยเรามักจะเสาะหาพระ/รูปเคารพ ท�ำตาม 4 ประการที่พระคัมภีร์กล่าวมานี้ และเครื่องลางของขลัง เอามาวางไว้ที่คอนโซลหน้ารถ พระพรย่อมไม่หนีห่างไปจากชีวิตของลูก ๆ เพราะเชื่ อ ว่ า สิ่ ง ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ เ หล่ า จะช่ ว ยดลบั น ดาลให้ แน่นอนนะคะ แคล้วคลาดจากภัยและอุบัติเหตุ แต่พระคัมภีร์บอกว่า การเชื่อฟังค�ำสอนของพ่อแม่และความมีระเบียบวินัยจะ ช่วยให้ชีวิตรอดปลอดภัย
31
โดย...
Single Parent ...
ด ้ ว ย หั ว ใ จ เ ลี้ ย ง เ ดี่ ย ว
โดย...รัฏฏฺิการ์ สุทธิรัตนากร
ครอบครัว....เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ท�ำให้มนุษย์รู้จัก การใช้ชีวิตร่วมกันโดยมีความรักและความผูกพันเป็นพื้น ฐาน เดิมทีนั้น ครอบครัวจะต้องประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก เป็นส่วนส�ำคัญ จึงจะเรียกว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่ในปัจจุบัน หลายสิ่งเปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ค่านิยมและทัศนคติ ที่ท�ำให้ครอบครัวมี การปรับเปลี่ยนรูปแบบไปหลากหลายทาง ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว หรือ Single parent ก็เป็น หนึ่ ง ในลั ก ษณะครอบครั ว สมั ย ใหม่ จากรายงาน สถานการณ์ประชากรไทยปี 2558 (UNFPA Thailand) ที่ท� ำ การศึ ก ษาสถิติในช่ว ง พ.ศ. 2530-2556 พบว่า ครอบครั ว ในประเทศไทยมี ก ารเปลี่ ย นแปลงอย่ า ง
32
หลากหลาย ครอบครัวพ่อกับแม่เลี้ยงเดี่ยวเพิ่มจ�ำนวน จาก 9.7 แสนครัวเรือนเป็น 1.37 ล้านครัวเรือน และมีถึง 80% จากจ�ำนวนทั้งหมดที่เป็นครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยสาเหตุ ข องครอบครั ว เลี้ ย งเดี่ ย วอาจเกิ ด ได้ จ าก
การหย่าร้าง และการถึงแก่กรรม ของคู่สมรส การเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว อาจท�ำให้หลาย ๆ คนกังวลว่าพ่อหรือแม่ตัวคนเดียวจะ สามารถเลี้ยงลูกให้ดีได้อย่างไร ลูกจะมีปัญหาหรือขาด ความอบอุ่นหรือเปล่า เพราะด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องแบก รับคนเดียวทัง้ งานนอกบ้านและในบ้าน จนอาจท�ำให้เหล่า บรรดาพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวสูญเสียความเชื่อมั่นและก�ำลังใจ ต่อชีวิตครอบครัว จากประสบการณ์ ของผู้เขียนที่ได้ประสบและ ใกล้ ชิ ดกั บ ผู ้ ที่ ท�ำ หน้าที่เ ป็น พ่อแม่เ ลี้ยงเดี่ยว ก็พบว่า พวกเขามีความเข้มแข็งและกล้าหาญกว่าที่ใคร ๆ จะคาด ถึง พวกเขาไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคและความยากล�ำบาก ถึงแม้ว่าจะต้องท�ำงานหนักเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ส�ำหรับครอบครัวแล้ว พวกเขายังท�ำงานบ้านและ แบ่งเวลาส�ำหรับการดูแลลูกอีกด้วย เห็นได้ชดั เจนว่าความ เหน็ดเหนื่อยใดๆก็ไม่สามารถท�ำให้พวกเขาหยุดรักลูกได้ เลย และถึงแม้ว่าจะมีบางช่วงเวลาที่พวกเขาอาจสูญเสีย ความมัน่ ใจไปบ้าง การได้เห็นลูก ๆ มีความสุขจะเป็นก�ำลัง ใจส�ำคัญที่ท�ำให้พ่อแม่มีพลังและเรียกความมั่นใจกลับคืน มา
คุณแม่ของผู้เขียน เองเติ บ โตมาจากครอบครั ว เลี้ ย งเดี่ ย ว เนื่องจากคุณตาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายในขณะที่แม่มีอายุ เพียง 4 ขวบ คุณแม่มีพี่น้องทั้งหมด 12 คน (คุณแม่เป็น คนที่ 11) เมือ่ สูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป คุณยายจึง ต้องท�ำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องท�ำงานหนักและ ยังต้องคอยเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนลูก ๆ แน่นอนว่าการเป็น แม่เลี้ยงเดี่ยวของลูกถึง 12 คน เป็นสิ่งที่น่าเหน็ดเหนื่อย ไม่ใช่น้อย แต่คุณยายก็ไม่เคยท้อถอยต่อความยากล�ำบาก เหล่านั้น และยังท�ำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คน หนึ่งจะท�ำให้ลูกได้
และสิ่ ง ที่ ห ลาย ๆ คนอาจจะสงสั ย ว่ า ผู ้ ห ญิ ง ตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียวจะสามารถเลี้ยงลูกทั้ง 12 คนให้ดี ได้อย่างไร ค�ำตอบนัน้ คือ “การเป็นแบบอย่างทีด่ ”ี จากค�ำ บอกเล่าของแม่ คุณยายเป็นตัวอย่างทีด่ ใี นเรือ่ งความขยัน หมั่นเพียร เป็นผู้มีความมานะบากบั่นและรู้จักหน้าที่ ของตน แม้จะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงไหนครอบครัวต้องมา ก่อนเสมอ คุณยายยังเป็นแบบอย่างในการเป็นคริสตชน ที่ดี โดยในทุก ๆ วันอาทิตย์และวันฉลองส�ำคัญต่าง ๆ คุณยายจะพาลูก ๆ ไปเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่าง สม�่ำเสมอ และสิ่งที่คุณยายแสดงให้ลูกๆเห็นเสมอคือการ มีคุณธรรมและความมีน�้ำใจต่อผู้อื่น คือการแจกจ่ายสิ่งที่ ตนเองมีมากพอแล้วให้แก่ผู้อื่นที่ขาดแคลน จะเห็นได้ว่า 33
วิธกี ารเลีย้ งลูกของของคุณยายคือการแสดงเป็นแบบอย่าง ให้เห็น ไม่ใช่การอบรมด้วยค�ำพูดเพียงอย่างเดียว และอีกประสบการณ์หนึง่ จากเพือ่ นของผูเ้ ขียนเอง เขาเติบโตมาในครอบครัวคุณแม่เลีย้ งเดีย่ วเนือ่ งจากพ่อกับ แม่แยกทางกันตั้งแต่ที่เขายังเด็กมาก คุณแม่ท�ำหน้าทีเ่ ป็น หัวหน้าครอบครัว เป็นทั้งพ่อและแม่ที่คอยเลี้ยงดูลูกด้วย ความเอาใจใส่ เขาไม่เคยรูส้ กึ ว่าตัวเองขาดความอบอุน่ หรือ มีปัญหาใดๆ เขารู้ว่าแม่ต้องเหนื่อยจากการท�ำงานและยัง ต้องคอยดูแลลูกๆ เขาไม่อยากให้แม่ตอ้ งเหนือ่ ยใจและเป็น ทุกข์กับการที่ต้องเคี่ยวเข็ญเพื่อให้ลูกได้ดี เขาจึงเติบโตมา เป็นคนที่ร่าเริง เข้ากับผู้อ่ืนง่าย เขาได้รับคัดเลือกเป็น นั ก เรี ย นทุ น และมี ผ ลการเรี ย นอยู ่ ใ นระดั บ ต้ น ๆของ
34
มหาวิทยาลัยทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม การอยู่ใน ครอบครัวเลีย้ งเดีย่ วไม่ได้เป็นปัญหาเลยส�ำหรับเขา เพราะ ความรักทีแ่ ม่แสดงออกมาให้เห็นเป็นสิง่ ทีห่ ล่อเลีย้ งเขาให้ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันนี้ การเป็นครอบครัวเลีย้ งเดีย่ วอาจให้ความรูส้ กึ ทีไ่ ม่ สมบูรณ์ หากวัดกันที่บทบาทหรือจ�ำนวนสมาชิก แต่หาก วั ด กั น ที่ ค วามรั ก แล้ ว ครอบครั ว เลี้ ย งเดี่ ย วก็ ถื อ เป็ น ครอบครัวทีส่ มบูรณ์ได้เช่นกัน เพราะสมบูรณ์ดว้ ยความรัก ความเอาใจใส่ และความเข้าใจ จะไม่มใี ครต้องรูส้ กึ ว่าชีวติ ขาดตกบกพร่องเพราะสูญเสียใครไปจากชีวิต หากเรามี ความเชื่อมั่นในสิ่งที่มีอยู่และท�ำหน้าที่ในการเป็นสมาชิก ของครอบครัวให้ดีที่สุด....
ฝันถึงการศึกษาไทย 4.0 ในห้วงเวลานี้ ใครไม่พดู ถึงประเทศไทย 4.0 คงจะ ถูกกล่าวหาว่าไปอยูท่ ไี่ หนมา ช่างล้าหลังไม่ทนั สมัยเอาเสีย เลยเป็นแน่ ผู้เขียนก็อยากจะร่วมสมัยกับเขาบ้าง จึงขอ เขียนถึงการศึกษาไทยยุค 4.0 ที่ภาครัฐก�ำลังโฆษณาชวน ให้สังคมไทยวาดฝันกันอยู่ ในขณะที่หลายคนยังไม่ทราบ เลยว่าการศึกษายุค 1.0 หน้าตาเป็นอย่างไร แล้วเหตุใด จึงต้องเป็น 4.0 ก่อนอื่นเราอาจต้องท�ำความเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่ รั ฐ บาลก� ำ ลั ง ชวนเราวาดฝั น ถึ ง ที่ เรี ย กว่ า “อนาคต ประเทศไทย” นั้น กล่าวได้ว่าเป็นการชวนฝันอยู่บนฐาน ของความ “น่าจะเป็นไปได้” และหรือ “อยากให้เป็น ไปได้” ซึง่ อาจจะเรียกอีกอย่างหนึง่ ว่า “วิสยั ทัศน์” หมายถึง การมองไปในอนาคตถึงภาพทีอ่ ยากให้เป็นไปได้จริง ดังนัน้ การศึ ก ษา 4.0 หรื อ แนวทางการพั ฒ นาประเทศไทย ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ว่ามานี้ยังมิได้เป็นสิ่งที่ แน่ น อนตายตั ว หรื อ มี ห ลั ก ประกั น ใดว่ า จะสามารถท� ำ ได้จริงดังที่วาดฝันไว้ แต่ว่ายังอาจจะต้องเผื่อไว้ด้วยว่า
โดย อ.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์
เป้าหมายทีว่ าดหวังไว้อาจจะไม่ได้ดงั่ ตัง้ ใจเสียทัง้ หมด ทัง้ นี้ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทีนี้ ลองมาทบทวนกันดีทีว่า ลักษณะส�ำคัญของ การศึ ก ษาแต่ ล ะยุ ค สมั ย มี อ ะไรที่ เ ป็ น ลั ก ษณะเด่ น ๆ และเราควรต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้บรรลุ เป้าหมายการศึกษา 4.0
จากยุค 1.0 เป็นยุคที่ ครูบอกอะไร นักเรียนมีหน้า ที่ท�ำตาม เข้าข่ายความหมายว่า “ครูคือแม่พิมพ์” เมื่อ แม่พิมพ์เป็นอย่างไร พิมพ์อะไรออกมา ก็จะได้ผลผลิตเป็น 35
เช่ นนั้น ในยุคนี้เ ป็นยุคที่สอนให้ ท ่ อ งจ� ำ เชื่อฟัง และท�ำตามเป็นหลัก ถามว่ายุค 1.0 นี้ดีไหม ค�ำตอบทีผ่ า่ นมาก็คงจะบอกได้วา่ ดีในบริบทสังคมการเมือง แบบหนึง่ ทีอ่ าจจะยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่ มาก การแข่งขันไม่สงู ผูค้ นพลเมืองจ�ำนวนประชากรยังไม่ มากมายเหมือนเช่นทุกวันนี้ รัฐบาลหรือแม้กระทั่งหลาย คนก็อาจจะบอกว่าพลเมืองไม่จ�ำเป็นต้องคิดอะไรมาก เพราะสอนให้ทอ่ งกันว่า “เมืองไทยเรานี้ แสนดีหนักหนา ในน�้ำมีปลา ในนามีข้าว”
ต่อมาเมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 2.0 รูปแบบการศึกษาก็ เปลี่ยนไปตอบโจทย์อุตสาหกรรมมากขึ้น หากก็ยังเป็นยุค อุตสาหกรรมทีย่ งั คงมีฐานจากภาคเกษตรกรรมและความ อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ใน ขณะเดียวกัน เราก็ฝันอยากจะเป็น “เสือเศรษฐกิจ” อย่างไรก็ดี การศึกษาในยุคนี้ถือว่ามีการพัฒนาในระดับที่ น่าพอใจ มีการเปิดกว้างให้มีการเข้าถึงข้อมูลแหล่งต่าง ๆ มากขึ้น ระบบอินเตอร์เน็ทเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นแต่ ก็ยังจ�ำกัด (limited access) อยู่มาก อีกทั้งความไว (speed) ของอินเตอร์เน็ทก็ยงั ไม่ได้เร็วเหมือนเช่นทุกวันนี้ ผู้เขียนจ�ำได้ว่า สมัยนั้นจะเปิดอินเตอร์เน็ทแต่ละครั้งต้อง รอสัญญาณประมาณว่าเดินไปชงกาแฟมานั่งดื่มอย่าง ใจเย็นรอการเข้าถึงแต่ละเว็บ ไม่ต้องคิดถึงว่าหากจะ ดาวน์โหลด (download) เอกสารจะต้องรอนานขนาดไหน 36
ก ร ะ นั้ น ใ น ยุ ค นี้ ก็ มี โอกาสที่ ทั้ ง ผู ้ ส อนและผู ้ เรียนก็มีโอกาสจะสร้างความรู้ ร่วมกันได้บ้างผ่านการช่วยเหลือ จากระบบข้อมูลอินเตอร์เน็ท การเรียนการสอนเริม่ เปลีย่ น ไปจากการสอนให้ท่องจ�ำเป็นการส่งเสริมให้คิดมากขึ้น โดยเฉพาะการคิ ด ที่ ส อดคล้ อ งกั บ การสร้ า งมู ล ค่ า ทาง เศรษฐกิจ
ยุคปัจจุบนั เป็นยุค 3.0 ลักษณะส�ำคัญของยุคนีค้ อื เทคโนโลยีการสือ่ สารแพร่หลายมากขึน้ การเรียนการสอน ในยุคนี้เปิดให้สร้างองค์ความรู้ร่วมกันมากขึ้น หลายท่าน คงจ�ำได้วา่ มีการเปลีย่ นจากระบบครูเป็นศูนย์กลางมาเป็น เด็กเป็นศูนย์กลาง จากนั้นก็เปลี่ยนไปหลากรูปแบบมาก ขึ้น การเรียนการสอนที่อยากให้ใช้โครงงานเป็นฐานคิดก็ อยู่ในช่วงนี้ และอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่นโยบายการ ศึกษามีพลวัตรมากทีส่ ดุ ก็วา่ ได้ ทัง้ นี้ อาจเป็นเพราะในช่วง ที่มีความก้าวหน้าและความไวของสัญญาณอินเตอร์เน็ ทมากขึน้ ประกอบกับทิศทางการพัฒนาของประเทศทีเ่ น้น ไปที่อุตสาหกรรมหนักเพื่อการส่งออกมากขึ้น การศึกษา ในยุคนีก้ เ็ ร่งสร้างองค์ความรูใ้ หม่จากฐานความรูเ้ ดิม สภาพ แวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดย
เฉพาะการแข่ ง ขั น ทางการค้า ระบบการ ศึ ก ษาก็ ถู ก ชั ก จู ง หรื อ เอา เข้าจริงๆ ก็ถูกบีบบังคับอย่าง กลายๆ ให้สอดคล้องกับวิถีการผลิตในยุคบริโภคนิยม อย่างเต็มรูปมากขึ้น ผู้คนเริ่มเข้าสู่สังคมก้มหน้ามากขึ้น และสื่อก็มีอิทธิพลต่อชีวิตประจ�ำวันมากขึ้นไปด้วย ทว่าโชคร้ายที่เศรษฐกิจและการเมืองโลกที่พลิก ผันขั้นวิกฤต ตลอดจนความเสื่อมถอยของระบบการเมือง การปกครองแบบประชาธิปไตยทั่วโลกและภัยคุกคาม ใหม่ๆ ต่อมวลมนุษยชาติ ขณะที่ในสังคมไทย ความ แตกแยกทางการเมืองครัง้ ใหญ่ทนี่ ำ� มาสูก่ ารรัฐประหารยึด อ�ำนาจ “การศึกษาตกเป็นแพะรับบาปครัง้ ใหญ่อกี ครัง้ ” เมื่อรัฐบาลตลอดจนผู้คนในสังคมกล่าวหาปัญหาต่างๆ ที่ เกิ ด ขึ้ น เป็ น เพราะว่ า ระบบการศึ ก ษาไม่ มี คุ ณ ภาพ และศักยภาพในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงต้องปฏิรปู การศึกษาให้ไปสู่ยุค 4.0 ให้ได้
คลี่คลายจัดการกับปัญ หาต่างๆ อย่าง สร้างสรรค์ อีกทั้งต้องเป็นการศึกษาที่สร้างคนที่มี จิตส�ำนึกต่อสาธารณะ และคงต้องกล่าวด้วยว่าที่ผ่านมา ระบบการศึกษาไทยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคุณภาพเอาเสียเลย จนถึงขัน้ ต้อง “ปฏิรปู ” อย่างขนานใหญ่ คุณปู การของการ ศึกษาก็มอี ยูไ่ ม่นอ้ ย เพียงแต่วา่ อาจต้องพัฒนาและปรับตัว ให้มากขึน้ ตามสภาพความเปลีย่ นแปลงทีร่ วดเร็วและสลับ ซับซ้อนมากขึ้นของสังคมไทยและสังคมโลก และเอา เข้าจริงๆ การปฏิรูปการศึกษาก็เป็นค�ำที่ได้ยินมานับครั้ง ไม่ถ้วน ค�ำถามก็คือ เราได้ย้อนกลับไปดูกันบ้างไหมว่าที่ ผ่านมาเราปฏิรูปกันจนผิดที่ผิดทางหรือไม่และผลของ การบอกว่ า ปฏิ รู ป ดั ง กล่ า วท้ า ยที่ สุ ด มั น น� ำ ไปสู ่ อ ะไร? และหากจะปฎิรูปให้ดีขึ้นจริง ๆ เราแต่ละคนต้องท�ำอะไร กันบ้าง?
การศึกษาในยุค 4.0 เป็นอย่างไร และจะสามารถ ตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแตกแยกทางการ เมือง ความตกต�่ำทางเศรษฐกิจได้จริงหรือ หากเราจะ พิจารณาจากทีม่ นี กั วิชาการศึกษาคนส�ำคัญๆ เช่น ไพทูรย์ สินลารัตน์ ได้กล่าวไว้วา่ การศึกษาไทยในยุค 4.0 จะมีหน้า ตาเป็นการศึกษาที่เน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในแง่ การเรียนการสอน และเนื้อหาการสอนให้ผู้เรียนเป็นคนที่ มีความคิดวิเคราะห์และตั้งค�ำถามเชิงลึก เน้นผลผลิต และกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบระเบียบขั้นตอน ตลอดจนเน้นการมีสว่ นร่วมในการคิดวิเคราะห์เพือ่ หาทาง
ส�ำหรับค�ำถามของเราภายใต้อัตลักษณ์โรงเรียน คาทอลิก และปรัชญาการศึกษาแบบซาเลเซียน และใน ฐานะทีเ่ ป็นส่วนหนึง่ ของสังคมไทย เราจะเป็นส่วนหนึง่ ของ การสร้างฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร คงต้องกลับมาตั้งต้นที่ ว่ า เราอยากสร้ า งอนาคตแบบใดให้ ลู ก หลานของเรา และเราคิดว่าสังคมแบบใดที่จะเป็นสังคมที่ดีเพียงพอต่อ การด�ำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต ต่างๆ โดยเฉพาะทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอย่าง ที่แล้วๆ มา การจัดการเรียนการสอนแบบใดที่จะช่วย พัฒนาลูกหลานของเราให้มีทั้งความรู้ ความสามารถที่จะ 37
อยู่รอดได้ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ในอีก 20 ปีข้างหน้าไม่รู้เหมือนกันว่าห้องเรียนจะต้อง ปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบใด ปัจจุบันโรงเรียนประถมหลาย แห่งในโลกใช้สมาร์ทบอร์ดทีส่ ามารถเชือ่ มต่ออินเตอร์เน็ท ได้แล้ว นักเรียนประถมก็ส่งการบ้านก็ผ่านทางจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องจินตนาการว่าระดับอุดมศึกษาจะ ไปขนาดไหน แต่หัวใจส�ำคัญของพัฒนาหรือจะใช้ค�ำว่า “ปฏิรูป”การศึกษาในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าจะเกิดขึ้น จริงไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ของทุกฝ่ายทีเ่ กีย่ วข้อง ตัง้ แต่ระดับครอบครัวทีจ่ ะต้องช่วย กันประคับประคอง ส่งเสริม และเอาเข้าจริงก็ต้องติดตาม การท� ำ งานของภาครั ฐ ให้ ท� ำ งานส่ ง เสริ ม คุ ณ ภาพการ จั ด การศึ ก ษาอย่ า งจริ ง จั ง งบประมาณภาษี เ ป็ น ของ พลเมืองทุกคนที่ต้องช่วยกันก�ำกับติดตามและตรวจสอบ ด้วยว่าที่จะน�ำมาพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าอย่างที่ วาดฝันให้เรานั้นถูกน�ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และอยู่ใน
38
ทิ ศ ทางที่ จ ะท� ำ ให้ ฝ ั น เป็นจริงได้อย่างไร มิใช่เอา ฝันมาวาดให้เราฝันค้างดังทีผ่ า่ น มาในรอบกว่าร้อยปีกระทรวง ศึกษาธิการ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่ากว่าจะครบก�ำหนดในอีก 20 ปี ข้างหน้า ระบบการศึกษาไทยจะสามารถเดินตามความฝัน และสร้างความจริงขึน้ มาได้มากน้อยเพียงใด ทว่าเราอยูใ่ น โลกทีเ่ ปลีย่ นแปลงทุกวัน หากไม่มกี ารปรับตัว เพิม่ แนวคิด หาความรู ้ เ พื่ อ จะอยู ่ กั บ โลกที่ ก� ำ ลั ง ก้ า วล�้ ำ ไปข้ า งหน้ า ทุ ก วั น ๆ เราอาจจะไม่ ไ ด้ ก ารศึ ก ษา 4.0 แต่ อ าจจะ ย้อนกลับไปที่ 0.1 ก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี อยากจะอัญเชิญ พระราชด�ำรัสของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ หัวทรงชี้ให้เห็นว่า “เราจ�ำต้องก้าวไปข้างหน้าเสมอ เราต้องไม่ถอยหลังเป็นอันขาด แม้ว่าจะหยุดอยู่กับที่ก็ ไม่ได้ เพราะการหยุดก็เสมอด้วยการถอยหลัง”
เราคือ ครอบครัว โดย..ซิสเตอร์สุภาวรรณ โชติผล
คุณพ่อแองเจิล แฟรนัลเดซ อาร์ติเม อัคราธิการ คณะซาเลเซียน ได้กล่าวในค�ำขวัญ ปี 2017 เกี่ยวกับ ครอบครัว ว่าทุกครอบครัวในโลก แม้จะมีความหลาหลาย แต่ ก็ ป ระกอบขึ้ น ด้ ว ยบุ ค คลที่ รั ก กั น ที่ พู ด คุ ย สื่ อ สาร แบ่งปันกันและเสียสละเพื่อกันและกัน เป็นบุคคลที่ดูแล กันและปกป้องชีวิตของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว เราเติบโตในฐานะบุคคลทีด่ ำ� เนินชีวติ ในครอบครัว หายใจเข้าออกซึ่งความอบอุ่นของบ้าน ได้รับความเชื่อ
และศักดิ์ศรีจากพ่อแม่ หรือพ่อหรือแม่ ในครอบครัวเรามี ประสบการณ์แห่งความรักแรกและลิม้ รสความใกล้ชดิ แห่ง “ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน” ในครอบครัวเราเรียนรู้ที่จะ พูดขอบคุณ ขอโทษและขออนุญาต พ่อขอเชิญชวนให้ทกุ คนอ่านพระสมณสาสน์เตือน ใจของพระสั น ตะปาปาฟรั ง ซิ ส อย่ า งสงบและแจ่ ม ใส และด้วยใจที่พร้อมจะเสวนาและพบปะ เพื่อจะได้ค้นพบ สิ่งที่เอกสารนี้น�ำเสนอและถามเรา ใครที่มองด้วยสายตา ความเชื่อและมีความเป็นพระศาสนจักร จะเห็นได้ว่า Amoris Laetitia เป็นดังการรับใช้มนุษยชาติและเป็น ขุมทรัพย์แท้ด้านจิตใจและด้านอภิบาล ให้เราอ่านด้วย ความส�ำนึกแห่งการเป็น “ครอบครัวซาเลเซียน”….. พระสั น ตะปาปา ทรงเสนอมุ ม มองเทววิ ท ยา แห่งความรักในชีวิตสมรสและในครอบครัว โดยอ้างถึง ค�ำสดุดีแห่งความรัก ที่มีอยู่ในบทจดหมายของนักบุญ เปาโลถึงชาวโครินธ์ โดยเน้นประเด็นหลักบางประเด็นดังนี้ 39
“ความรักย่อมอดทน มีใจ เอื้ อ เฟื ้ อ ไม่ อิ จ ฉา ไม่ โ อ้ อ วดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตวั ความรักไม่ฉนุ เฉียว ไม่จดจ�ำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดี ในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชือ่ ทุกอย่าง หวัง ทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง”
ความอดทน ไม่ใช่ยอมรับทนทุกอย่าง ไม่
หมายถึงการปล่อยให้คนอื่นท�ำร้าย ๆ กับเรา หรือยอมให้ เขาท�ำร้ายร่างกาย หรือยอมให้เขาท�ำกับเราราววัตถุ ความ อดทนเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของพระเจ้าแห่งพันธสัญญา พระองค์ทรงอดทนผ่านทางพระเมตตา ดังนั้น ส�ำหรับเรา ความอดทนต้ อ งเป็ น ประสบการณ์ แ ห่ ง ความสงสาร และการควบคุมตนเอง เพื่อจะได้ไม่โต้ตอบด้วยความ รุนแรง ต่อหน้าความอ่อนแอของผูอ้ นื่ เพือ่ จะได้ไม่พา่ ยแพ้ ต่อความชั่ว เพื่อจะได้ไม่ท้อแท้ในการกระท�ำความดี ท่าทีแห่งการรับใช้ ให้เป็นดังความสัมพันธ์ เชิงพลวัตและสร้างสรรค์ ส�ำหรับความต้องการของผู้อื่น เป็นดังความรักความปรารถนาดี ทีม่ งุ่ ความดีของผูอ้ นื่ เป็น ความรักที่ใจกว้าง ที่ท�ำแต่ความดี เพราะความรักไม่เป็น แค่ความรู้สึก แต่เป็นพลังแห่งการท�ำความดี ชื่นชมกับความดีของผู้อื่น เพราะที่ไหนมี ความรัก ทีน่ นั่ มีความพอใจในผูอ้ นื่ ความรักแท้ชนื่ ชมความ ส�ำเร็จของผูอ้ นื่ ไม่รสู้ กึ ด้อยเพราะความส�ำเร็จของผูอ้ นื่ แต่ ชื่นชมในความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนด้วยความจริงใจ รับรู้ถึงสิทธิของผู้อื่นที่จะเป็นสุข ตรงกันข้าม ความอิจฉา เป็นความเศร้าที่เห็นความดีในผู้อื่น ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า เราไม่สนใจความสุขของผู้อื่น 40
ความจองหอง เป็นสิ่งซึ่งไม่สอดคล้องกับ ความรัก เพราะความจองหองคือ การถือว่าตนเองเหนือ กว่าผูอ้ นื่ ในขณะทีค่ วามรักไม่ยกตัวเหนือใคร มีแต่ให้ความ สนใจ สร้างเสริม เข้าใจ ดูแล ปกป้องและเอาใจใส่ผอู้ อ่ นแอ พระสันตะปาปาทรงเสริมว่า คนอวดดีเป็นคนที่ไม่ใคร อยากคบหาด้วย เพือ่ จะมีปฏิสมั พันธ์กบั ผูอ้ นื่ จะต้องมีความน่ารัก มองดู ค นอื่ น เป็ น คนน่ า รั ก ความรั ก คื อ ความน่ า รั ก ซึ่ ง ก่ อ ให้ เ กิ ด สายสั ม พั น ธ์ ใ หม่ ก่ อ ให้ เ กิ ด ความผู ก พั น สร้างเครือข่ายแห่งบูรณาการใหม่ ๆ สร้างความใกล้ชดิ ด้าน สังคม ใครรักก็รู้จักพูดให้ก�ำลังใจ ก่อให้เกิดความไว้วางใจ ให้พลัง สร้างแรงบันดาลใจ ให้การปลอบโยนและกระตุ้น ให้เกิดความกระตือรือร้น....... การตัดใจ เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของความ รัก เพื่อจะรักผู้อื่น เราต้องเริ่มจากการรักตัวเราเอง ไม่ใช่ เอาแต่หาผลประโยชน์ใส่ตน “แต่ละคนอย่าหมกมุน่ กับผล ประโยชน์แห่งตน แต่เหนืออื่นใด ต้องสนใจผลประโยชน์ ของผู้อื่นด้วย” (ฟป ๒,๔)
ให้ อ ภั ย คื อ การไม่คำ� นึงถึงความไม่ดี แต่มีท่าทีเชิงบวก ที่พยายาม เข้าใจความอ่อนแอของผูอ้ นื่ และพยายามมองหาข้อแก้ตวั ส�ำหรับความอ่อนแอนั้น ๆ ดังที่พระเยซูเจ้าทรงกระท�ำ “ข้าแต่พระบิดา โปรดทรงยกโทษพวกเขา เพราะพวกเขา ไม่รู้ว่าท�ำอะไร” (ลก ๒๓,๓๔) เพื่อให้อภัย เราต้องรู้สึกถึง ความรักไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้า...ผู้ทรงรักเราอย่างไม่มี ขอบเขต
ความรักไม่ท�ำลายภาพลักษณ์ของผู้อื่น ไม่ เก็บความรู้สึกไม่ดี ความรักพร้อมต้อนรับผู้ที่ท�ำให้เรา ไม่สบายใจ สามารถด�ำเนินชีวิตกับความไม่ครบครัน ให้ อภัยและนิ่งเงียบต่อหน้าขีดจ�ำกัดของบุคคลที่เรารัก.......
ความรักได้รบั การขับเคลือ่ นจากความไว้
วางใจ ฉันไม่จ�ำเป็นต้องควบคุมผู้อื่น ต้องก้าวตามเขาไป
ด้วยกลัวว่า เขาจะหนีไปจากอ้อมกอด ความรักปล่อยให้ เป็นอิสระ ไม่ควบคุมอะไรทัง้ สิน้ ไม่ถอื กรรมสิทธิ์ ไม่ครอบ ครอง ความรักให้พื้นที่ เพื่อให้เขาเป็นตัวของตัวเอง เปิด ความรั ก ยิ น ดี กั บ ผู ้ อื่ น ยินดีในความจริง กว้างและให้เป็นอิสระ เพราะทีไ่ หนไม่มคี วามรัก ทีน่ นั่ ไม่มี ชืน่ ชมในความดีของผูอ้ นื่ รับรูใ้ นศักดิศ์ รี กิจการดีของผูอ้ นื่ อิสรภาพ ความรั ก คื อ การให้ พร้ อ มจะรั บ ความเสี่ ย ง...เพราะ ความรักหวังในทุกสิ่ง ต้องเชื่อว่า อีกฝ่าย “พระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยความยินดี” (๒คร ๙, ๗) และ “การให้ย่อมเป็นสุขมากกว่าการรับ” (กจ ๒๐,๓๕) สามารถเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นได้ เชื่อว่าวุฒิภาวะเป็นไป ได้และศักยภาพที่แฝงอยู่สามารถงอกเงยขึ้นได้ ความรักพร้อมให้อภัย เชื่อทุกสิ่ง หวังทุก อย่ า ง อดทนเสมอไป...ซึ่ ง เน้ น ให้ เ ห็ น ถึ ง พลวั ต ของ วัฒนธรรมแห่งความรัก พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
(ค�ำขวัญอัคราธิการ 2017 ศูนย์วรรณกรรมซาเลเซียน... พระสมณสาส์น Amoris Laetitia บทที่ 5)
41
เราอยู่ในบรรยากาศของการฉลองวันแม่ เรื่องเล่าคุณธรรมฉบับ นี้ ขอน�ำเสนอเรือ่ งเล่าน่าประทับใจ 2 เรือ่ ง โดยเรือ่ งแรกเป็นเรือ่ งราวน่ารักของเด็ก น้อยที่จะไปพบเทวดาในโลกมนุษย์ และเรื่องที่สอง เป็นเรื่องราวของเด็กชายใจเทวดา ที่ ปลอบใจมารดา ให้มองทะลุมิติของความทุกข์ จนพบกับความสุขแท้ ที่ยากจะเข้าใจ โดย...ซิสเตอร์ศิริรัตน์ อนุวัฒน์ประกิต
เรื่องที่ 1 ความรักอยู่แค่เอื้อม
ณ แดนสวรรค์ เด็กน้อยคนหนึ่งก�ำลังจะได้ลงไปยังโลกมนุษย์ในอีกไม่ช้า เด็กน้อยถามพระเป็นเจ้าว่า.. "ข้าแต่พระเป็นเจ้า หนูได้ยนิ ว่า พระองค์จะส่งหนูไปยังโลกมนุษย์ในวันพรุง่ นี้ เด็กทีอ่ อ่ นแอ และไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างหนู เมื่อลงไปเกิดแล้ว หนูจะอยู่ได้ อย่างไร?" พระเป็นเจ้าตรัสด้วยน�้ำเสียงปรานีว่า "ไม่ต้องกังวล เราได้เตรียมเทวดาไว้ให้เจ้าแล้ว เทวดาองค์นี้ จะช่วยดูแลเอาใจใส่เจ้า เป็นอย่างดี เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก" "แต่ว่า หนูอยู่บนสวรรค์นี้ก็ดีแล้ว หนูได้หัวเราะและมีความ สุขอยู่แล้วนี่จ๊ะ" เด็กน้อยอิดออดต่อรองกับพระเจ้า "เทวดาบนโลกจะร้องเพลงกล่อมและยิ้มให้เจ้าด้วย เจ้าจะมี ความสุขมากกว่าอยู่บนนี้เสียอีก" พระเจ้ายืนยัน "หนูฟังภาษามนุษย์ไม่ออก แล้วหนูจะรู้เรื่องได้ยังไง?" เด็กน้อยซักถามต่อ "เทวดาจะพูดกับเจ้าด้วยถ้อยค�ำที่ไพเราะ น่าฟัง แล้วเทวดาก็จะสอนหลายสิ่งหลายอย่างให้เจ้าด้วยความรัก และอดทน" พระเจ้าเสริม "หนูยังสงสัยอยู่อีกเรื่องหนึ่ง บนโลกมีสิ่งไม่ดีกับคน ไม่ดีมากมาย หนูกลัว หนูจะท�ำยังไงดีล่ะจ๊ะ" "เทวดาของเจ้าจะปกป้องดูแลเจ้าจนสุดชีวติ เลยละ" พระเป็นเจ้าตรัสกับหนูน้อยช่างสงสัยด้วยสุรเสียงอ่อนโยน ในจังหวะนัน้ เอง บนฟ้าสวรรค์เงียบสงบลง ส่วนบน โลกก็เริ่มมีเสียงเรียกหาเด็กดังก้องขึ้นมา "หนูน้อย ได้เวลาที่เจ้าจะลืมตาดูโลกแล้ว" "แต่ ห นู ยัง ไม่รู้จักชื่อเทวดาที่ก�ำลัง รอรับหนูเลย เทวดาท่านนั้นเป็นใครหรือจ๊ะ" พระเป็นเจ้าลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน พลางตรัส ว่า เจ้าจะเรียกเทวดาของเจ้าว่า "แม่" (CR: Vitamin Story เรื่องเล่าดี ๆ บ�ำรุงจิตใจ โดย พาก ซอง ยอล) 42
เรื่องที่ 2 จดหมายถึงแม่....
จิมมี่ บุตรชายของแซลลี่ ได้เสียชีวติ ด้วยโรคมะเร็ง หลังจากที่คณะแพทย์ได้ผ่าตัดและช่วยยื้อชีวิตของเขาสุด ความสามารถ แซลลีเ่ สียใจมาก เธอได้แต่พร�ำ่ บ่นว่า "ท�ำไม ลูกของฉันต้องเป็นมะเร็งด้วย? ท�ำไมพระเป็นเจ้าไม่ทรง สนใจบ้างเลย? พระองค์อยูท่ ไี่ หน เวลาทีล่ กู ของฉันต้องการ ความช่วยเหลือจากพระองค์" ก่อนทีจ่ มิ มีจ่ ะเสียชีวติ เขาได้แสดงความปรารถนา ทีจ่ ะอุทศิ ร่างกายของตนให้กบั มหาวิทยาลัยเพือ่ การศึกษา แม้แชลลี่จะไม่เห็นด้วย แต่เธอก็ยอมจ�ำนน เมื่อจิมมี่ให้ เหตุผลว่า "แม่ครับ, ผมจะไม่ได้ใช้มนั อีกแล้วเมือ่ ผมตายไป และบางทีมันอาจจะช่วยเหลือเด็กอื่น ๆ ให้มีชีวิตยืนยาว เพื่ออยู่กับแม่ของเขา" จิมมี่เป็นคนมีจิตใจดีงาม เขามักจะ คิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ แซลลีเ่ ดินออกจากโรงพยาบาลชิลเดร็นเมอร์ซเี่ ป็น ครัง้ สุดท้าย หลังจากทีอ่ ยูม่ านานถึง 6 เดือน เธอหิว้ กระเป๋า บรรจุสงิ่ ของของจิมมีก่ ลับมาทีบ่ า้ น เธอสัมผัสถึงความว่าง เปล่า เธอจัดวางรถของเล่นและสิ่งอื่น ๆ ของจิมมี่ไว้ตรงที่ เขาเคยจัดวางเอาไว้เสมอ ๆ แล้วเธอก็ล้มลงนอนที่เตียง ของเขา ซบหน้าบนหมอน ร้องไห้ดว้ ยความเศร้าโศก ... จน
หลั บ ไป แซลลี่ ตื่ น ขึ้ น มาในราวเที่ ย งคื น และเธอพบ จดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนเตียง ในจดหมายเขียนว่า: "คุณแม่ที่รัก, ผมรู้ว่าคุณแม่ก�ำลังคิดถึงผมมาก แต่โปรดรู้ว่า ผมจะไม่ลืมคุณแม่เลย และยังคงรักคุณแม่ เสมอ..คุณแม่อย่าเศร้าโศก เพราะคิดถึงผมเลย... ที่ที่ผม อยู่ตอนนี้ดีมาก ผมได้พบกับคุณตาและคุณยาย ท่านทั้ง สองได้พาผมไปเที่ยวชมรอบ ๆ... บรรดาเทวดาบนสวรรค์ สวยงามมาก ...คุณแม่รู้มั๊ย? พระเยซูเจ้าทรงงดงามยิ่งนัก เทียบไม่ได้เลยกับที่เห็นในรูปวาด พระองค์ทรงน�ำผมไป พบกับพระบิดาด้วย ล่ะ! ..ลองทายดูซิครับคุณแม่ ว่าผม ท�ำอะไร? พระองค์ให้ผมนั่งบนตักและคุยกับพระองค์! เหมือนกับผมเป็นคนส�ำคัญที่สุด... และเมื่อผมบอก พระองค์ว่าผมอยากจะเขียนจดหมายสักฉบับมาหา คุณแม่ เพื่อบอกลาและบอกเรื่องอื่น ๆ พระองค์ทรง ส่ ง ปากกาของพระองค์ ม าให้ ผ ม พร้ อ มทั้ ง กระดาษ เพื่อให้ผมเขียนจดหมายถึงคุณแม่ ผมต้องขอขอบคุณ เทวดากาเบรียล ผู้ส่งจดหมายฉบับนี้มาให้คุณแม่ด้วย พระเป็นเจ้าทรงบอกผม ให้ผมเขียนค�ำพูดของพระองค์ ทีท่ รงตอบค�ำถามของคุณแม่ ในเรือ่ งทีส่ งสัยว่า "พระองค์ ทรงอยู่ที่ไหน เวลาที่ผมต้องการความช่วยเหลือของ พระองค์?" พระบิดาตรัสว่า "พระองค์ประทับอยู่ใกล้ ๆ กับ ผม เช่นเดียวกับเวลาที่พระเยซูเจ้า พระบุตรของพระองค์ อยู่บนกางเขน พระองค์ประทับอยู่ใกล้เด็กเล็ก ๆ ของ พระองค์ ทุกคนเสมอ" 43
อย่างไรก็ตาม คุณแม่ครับ ไม่มีใครสามารถมอง เห็นข้อความที่ผมเขียนในจดหมายนี้ได้ ยกเว้นคุณแม่ ส�ำหรับคนอื่น เขาจะเห็นแต่เพียงกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง เท่านั้น ยอดเยี่ยมเลยใช่มั๊ยครับ? ตอนนี้ ผมต้องส่งปากกาคืนพระเป็นเจ้าแล้วละ ครับ เพราะพระองค์ตอ้ งใช้เขียนชือ่ ในหนังสือแห่งชีวติ คืน นีผ้ มจะได้นงั่ ร่วมโต๊ะทานเลีย้ งอาหารมือค�ำ่ กับพระเยซูเจ้า ด้วย ผมมั่นใจว่าอาหารต้องพิเศษสุด ๆ แน่เลย โอ ผมเกือบลืมไป ผมต้องการบอกคุณแม่ว่า ผม ไม่รสู้ กึ เจ็บอีกแล้ว มะเร็งหายไปหมดแล้วครับ ผมดีใจมาก เพราะผมทนเจ็บอีกต่อไปไม่ไหว และพระเป็นเจ้าก็ไม่ สามารถทนดูผมต้องเจ็บมากอย่างนั้นได้อีกด้วย พระองค์ จึงทรงให้เทวดาแห่งพระเมตตา มารับตัวผมกลับมา เทวดา บอกกับผมว่า นี่เป็นกรณีพิเศษ! จริงมั๊ยครับ?
ลงชื่อ ด้วยความรัก จากพระบิดา, พระเยซูเจ้า และผม
44
ข้อคิด ชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่งถึง วันสุดท้ายที่มีลมหายใจ ถูกห่อหุ้มด้วยความรักของ พระเจ้าและบุคคลรอบข้างเสมอ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ ความรัก ...พระเจ้าประทานดวงใจให้ชาย-หญิงรักกัน... พวกเขาผูกพันรักใคร่ สัญญาจะรักกันจนตลอดชีวิต... ร่วมกันสร้างครอบครัว... ให้ก�ำเนิดบุตร และอบรม เอาใจใส่จนเติบใหญ่ ให้การศึกษา ให้ความรักห่วงใย และอืน่ ๆ...แม้จะลาลับจากกัน...ความรัก ความผูกพัน ยังคงอยู่เสมอ ความรั ก จึ ง เป็ น พลั ง ที่ ผ ลั ก ดั น ให้ ค นหนึ่ ง ยอมเสียสละ ทุ่มเท และท�ำทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรัก... พระเยซูเจ้าทรงเป็นแบบอย่างกับเราในความรัก เพราะ ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนกางเขนเพื่อเรา ... ให้เรา สรรเสริญ ขอบคุณพระองค์ และเลียนแบบพระองค์ใน การน�ำความรักสู่บุคคลรอบข้างด้วยความยินดี
เรื่องนี้ต้องแชร์...
ปรัชญาชีวิตจากลาเฒ่า
มี วั น หนึ่ ง มี ล าเฒ่ า ตั ว หนึ่ ง เดิ น ไม่ ทั น ระวั ง พลัดตกลงไปในบ่อร้างทีแ่ ห้งขอด ชาวนาผูเ้ ป็นเจ้าของเห็น เข้าแล้ว ก็ร้อนใจกระวนกระวายมาก เพราะว่าเจ้าลาตัวนี้ อยู่กับเขามาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ณ ตอนนั้นชาวนา ก็คดิ สารพัดวิธที จี่ ะช่วยมัน แต่ทว่า ชาวนาผูน้ กี้ ค็ ดิ จนหมด สติปัญญาที่มีอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตเจ้าลาตัวนี้ขึ้น มาจากบ่อนีไ้ ด้ ชาวนาจึงจ�ำเป็นต้องตัดสินใจสละมันทิง้ ไป ถึงแม้ว่า จะเสียใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ปลอบใจตัวเองว่า ชาวนา : เจ้าลาตัวนี้ก็แก่มากแล้ว ไม่สามารถเอา ไปใช้ ง านได้ อี ก แล้ ว ไม่ ส มควรที่ จ ะมาสิ้ น เปลื อ งแรง มากมายขนาดนี้เพื่อช่วยชีวิตมัน อีกอย่างมันแก่ขนาดนี้ แล้ว ก็ควรจะพักผ่อนซะทีได้แล้ว นอนหลับอย่างสงบอยู่ ใต้ดินนี้ จะต้องสบายกว่าการมามีชีวิตที่ล�ำบากเป็นแน่แท้ ยังไงซะ เจ้าบ่อนีก้ จ็ ะต้องถมให้เต็ม ไม่งนั้ ถ้าหากมีคนเดิน ไม่ระวังพลัดตกลงไปก็คงต้องล�ำบากแย่ ดังนั้น ชาวนาจึงขอให้เพื่อนบ้านมาช่วย โดยช่วย กันฝังกลบเจ้าลาตัวนี้ในบ่อแห่งนี้ ซึ่งจะช่วยให้มันได้ตาย เร็วขึ้น ทั้งนี้จะได้ไม่เจ็บปวดมากนัก
ทั้งชาวนาและเพื่อนบ้านต่างเริ่มขุดและเทดิน ทีละจอบ ทีละจอบลงไปในบ่อ พวกเด็ก ๆ ต่างก็วิ่งพากัน มาดูอย่างคึกคัก เมื่อลาเฒ่าได้รู้ถึงสภาวะที่ตัวเองก�ำลัง เผชิญอยู่ ก็เริ่มเสียใจมาก มันร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ท�ำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันเศร้าใจหายขึ้นมาทันที แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นนั่นคือ ลาเฒ่าเงียบเสียงไป ชัว่ ขณะหนึง่ ชาวนาชะโงกหัวไปดูทกี่ น้ บ่ออย่างประหลาด ใจ ก็ปรากฎภาพต่อหน้าต่อตาเขาที่ท�ำให้เขาตกตะลึงอึ้งกิ มกี่ เมื่อดินที่อยู่ในจอบได้เทหล่นลงไปบนหลังของลาเฒ่า ตัวนี้ มันก็สะบัดดินให้หล่นไปอยู่ข้างตัวมัน แล้วลาเฒ่าตัว นี้ก็กลับขึ้นมายืนบนดินที่ถมได้อย่างสง่างาม ผู้คนต่างพา กันดีอกดีใจ รีบเร่งความเร็วในการถมดินในมากขึ้น เรื่อง ราวก็เป็นแบบนี้ ลาเฒ่าสะบัดดินที่พวกชาวนาตักเทใส่ตัว มันให้ไปอยูก่ น้ บ่อ แล้วก็ขนึ้ มายืนบนดินทีถ่ มแล้ว เวลาผ่าน ไปไม่นาน ลาเฒ่าก็ขึ้นมายืนยังปากบ่อได้อย่างภาคภูมิใจ แล้วก็วิ่งอย่างมีความสุข ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของ ชาวบ้าน ในช่วงการเดินทางของชีวิตคนเรา ในบางครั้งก็ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องตกไปอยู่ใ นสภาพของ "บ่อ ร้าง" และก็จะมี "ดินทราย" หลากหลายรูปแบบ มาเทราดบน ตัวเรา ถ้าหากไม่อยากถูก "ดินทราย" ฝังกลบ ก็จะต้อง สะบัดให้หลุดจาก "ดินทราย" แล้วก็จะยืนบนพื้นได้อย่าง สมศักดิ์ศรี
45
“นิทานแห่งความสุข” http://www.oknation.net/blog/print.php?id=656160
แรงบันดาลใจของคนหลายคน บ่อยครั้งที่เกิด จากเรื่องเล่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ใกล้ตัว “นิทานแห่งความสุข” รายการสั้น ๆ 5 นาที จันทร์-ศุกร์ 16.55-17.00 น. ทาง TPBS หลายครั้งก็ท�ำให้ ผู้ชมรู้สึกเป็นสุขตามชื่อรายการ
46
การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่เม็กซิโก ซิตี้ เมื่อปี 1968 ในการแข่งขันวิ่งมาราธอน ขณะทีน่ กั วิง่ ทีเ่ ข้าร่วมแข่งขันเข้าถึงเส้นชัยได้เกือบ ทั้งหมด และได้เจ้าของเหรียญทอง เงิน และทองแดง เรียบร้อยแล้ว ผู้ชมที่อัดแน่นอยู่ในสนาม ก�ำลังเตรียมจะ เดินทางกลับ เพราะเวลาก็เย็นย�่ำทุกที เมื่อความมืดมา เยือน และแล้วก็มีนักวิ่งชาวแทนซาเนีย ชื่อ จอห์น สตีเฟ่น อาห์ควารี วิง่ ลากขาข้างขวาทีม่ อี าการบาดเจ็บและ มีผ้าพันแผลกับรอยเลือดซึมอยู่ โขยกเขยกเข้ามาในสนาม ดูตามเวลาแล้ว เขาวิง่ ตามหลังผูช้ นะถึงชัว่ โมงครึง่ แต่เขาก็พยายามที่จะวิ่ง ที่อาจจะเรียกว่า เดินด้วยความ ล�ำบากเข้าสู่เส้นชัยมากกว่า อาห์ควารีท�ำส�ำเร็จ ท่ามกลางเสียงปรบมือของ ผู้ชมก้องสเตเดี้ยม จะว่าไปแล้ว เป็นเสียงปรบมือและโห่ ร้องแสดงความยินดีกับ อาห์ควารี มากกว่าที่ผู้ชนะได้รับ ไปก่อนหน้าเสียอีก เมื่อผู้บันทึกภาพ (ยนตร์) ในขณะนั้นเข้าไปถาม เขาว่า “ท�ำไมคุณต้องใช้พยายามถึงขนาดนั้น?” อาห์ควารี ตอบกลับมาทั้งที่ยังเหน็ดเหนื่อย และ เจ็บปวดที่ขาว่า ... “คุณไม่เข้าใจหรอก ประเทศของผมไม่ได้ส่งผม เดินทางไกลมากว่า 5,000 ไมล์ เพื่อมาร่วมแข่งขันแค่นั้น พวกเขาส่งผมมาเพื่อแข่งขันให้จบ”
ดนตรีบ�ำบัด โดย...อภิรดี โกศัยกานนทน์
"ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาน เป็นคนชอบกล เพลงขับกล่อมให้คนไข้และประชาชนได้รับฟัง เพื่อผ่อน นัก" บทประพันธ์นอ้ี ยูใ่ นเรือ่ ง "เวนิสวาณิช" พระราชนิพนธ์ คลายอาการเจ็บป่วย หรือลดความเครียดจากการรอคอย แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ เพื่อรับบริการต่าง ๆ ในโรงพยาบาล 6 จาก "The Merchant of Venice" ของ William Shakespeare ดนตรีมิใช่มีเพื่อน�ำความสุข ความสุนทรีย์ใน อารมณ์มาสูผ่ เู้ ล่นและผูฟ้ งั หรือท�ำให้เกิดความเพลิดเพลิน ไพเราะเสนาะหูเท่านั้น ดนตรียังให้อะไรมากกว่าที่คิด หลายท่านคงได้ยินค�ำว่า “ดนตรีบ�ำบัด” มาแล้ว
ดนตรี บ� ำ บั ด (music therapy) คื อ การใช้ กิจกรรมทางดนตรี ไม่วา่ จะเป็นการฟังหรือเล่นดนตรี การ ร้องเพลง แต่งเพลง เพื่อบ�ำบัดความเจ็บป่วย ฟื้นฟูสภาพ ร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญา ดนตรีบ�ำบัดมักใช้ในโรง พยาบาล ศูนย์ฟน้ื ฟูสมรรถภาพ โรงเรียน สถานเลีย้ งดู หรือ แม้กระทั่งในที่พักอาศัย ผู้อ่านคงเคยไปโรงพยาบาลบาง แห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งมีผู้ไปรับการรักษา เป็นจ�ำนวนมาก จะมีวงดนตรีของกลุ่มอาสาสมัคร ไปร้อง
มีคำ� กล่าวว่า ดนตรีเป็น "mind medicine" ดนตรี ใช้ เ ป็ น เครื่ อ งมื อ ในการรั ก ษามานานหลายศตวรรษ ธรรมชาติของดนตรีทไี่ ร้พรมแดน มีได้หลากหลายรูปแบบ ท� ำ ให้ เข้ า กั บ คนได้ อ ย่ า งไม่ จ� ำ กั ด เพศ วั ย เชื้ อ ชาติ และศาสนา ดนตรีช่วยในการรักษาปัญหาทางร่างกาย และจิตใจ ไม่ว่าท่านจะฟังดนตรีประเภทใด ลูกทุ่ง ลูกกรุง หรือดนตรีคลาสสิก (classical music) ดนตรีกระตุน้ สมอง เกือบทุกส่วน เช่น ส่วน auditory (การได้ยิน), motor cortex (เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของแขน ขา ใบหน้า) limbic system (อารมณ์ จิตใจ การตระหนักรู้ ความเข้าใจ และความจ�ำ)
47
จากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยก่อนเข้ารับการผ่าตัด เมือ่ ได้ฟงั ดนตรี จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ระดั บ ของ cortisol ซึ่ ง เป็ น ฮอร์ โ มนที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ความเครียดลดลง มากกว่าการใช้ยา การเรียนเปียโนควบคู่ ไปกับการท�ำกายภาพบ�ำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือด สมองทีม่ อี าการอัมพาตทีแ่ ขนซีกซ้าย หรือซีกขวาเพียงซีก เดียว สามารถเคลื่อนไหวร่างกายชนิดที่ต้องอาศัยทักษะ อย่างละเอียด ได้ดีกว่าและมากกว่าผู้ที่ท�ำกายภาพบ�ำบัด เพียงอย่างเดียว อย่างมีนยั ส�ำคัญ ผลการวิจยั ยังพบด้วยว่า การฟังดนตรี ช่วยลดอาการปวดแบบเรื้อรังได้ถึงร้อยละ 21 และลดภาวะซึมเศร้าได้ถึงร้อยละ 25 นอกจากนี้ ยังช่วยให้อารมณ์สงบ และช่วยบ�ำบัดอาการนอนไม่หลับ ดนตรีบ�ำบัดช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับ บุคลิกภาพ เช่น ช่วยเพิม่ ความมัน่ ใจและการกล้าแสดงออก เด็กที่มีปัญหาด้านการพูด อาจใช้ดนตรีกระตุ้นให้เด็ก สามารถพูดและฟังได้ดีขึ้น ช่วยเด็กให้เรียนรู้ในการฝึก ควบคุมอารมณ์ของตนเอง ช่วยให้เกิดจินตนาการ และการ ฝึกคิดวิเคราะห์ พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว การท�ำงาน สอดประสานกันของอวัยวะส่วนต่าง ๆ เช่น ตาและมือ และ ยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ การฝึกหัดเล่นดนตรีอย่างสม�่ำเสมอ ช่วยให้เกิดระเบียบ วินยั เกิดความความมานะพยายามและความอดทน ซึง่ จะ น�ำไปสู่ผลส�ำเร็จ คือ สามารถเล่นดนตรีที่ต้องการได้ แม้ว่าการใช้ดนตรีบ�ำบัด ส่วนใหญ่จะให้ผลลัพธ์ ที่ดี แต่ไม่ควรใช้ดนตรีบ�ำบัดเพียงอย่างเดียว ในการรักษา ในรายที่มีอาการค่อนข้างรุนแรง การรักษารูปแบบอื่น ๆ 48
เช่น การใช้ยา การท�ำกายภาพบ�ำบัด หรือจิตบ�ำบัด ก็มีความ ส�ำคัญเช่นเดียวกัน การใช้ ดนตรีบ�ำบัดจะให้ผลดีมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความ ชอบดนตรี และสภาวะทางร่างกายและจิตใจของแต่ละ บุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกัน ท�ำให้การตอบสนองต่อการ ใช้ดนตรีบ�ำบัดแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น การใช้นักดนตรี บ�ำบัด (music therapist) ที่ผ่านการศึกษาด้านดนตรี บ�ำบัด จึงมีความส�ำคัญ นักดนตรีบำ� บัดจะต้องพิจารณาถึง ความชอบทางดนตรี ประสบการณ์ทางดนตรี สภาวะ แวดล้อม และสภาพทางร่างกายและจิตใจของผู้รับการ บ�ำบัด ประกอบการรักษา เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่าง แท้จริงและยั่งยืน ดนตรีมไิ ด้มปี ระโยชน์ตอ่ ผูท้ มี่ ปี ญ ั หาหรือมีโรคภัย ทางร่างกายและจิตใจเท่านั้น คนปกติอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ สามารถใช้ดนตรีเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ ผ่อนคลาย ความเครียดจากการท�ำงานหรือการด�ำเนินชีวิตในแต่ละ วัน เลือกดนตรีที่ต้องด้วยรสนิยมของท่าน ซึ่งปัจจุบัน สามารถหาฟังได้งา่ ย ๆ ตามวิทยุหรือทีวี ใน website ของ You Tube ก็มีดนตรีที่ช่วยผ่อนคลาย (relaxing music) ดนตรีที่ช่วยในการท�ำสมาธิ (meditation music) หรือ ดนตรีทชี่ ว่ ยให้หลับ (sleeping music) ให้เลือกตามความ ชอบใจอยู่มากมาย เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว “ฟังดนตรี เถิด ชื่นใจ” ที่มา รองศาสตราจารย์ ดร. จิรภรณ์ อังวิทยาธร ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โดย ...เก็บเบี้ยรายทาง...
"พระสัมผัส...เราทุกคน..." ....ชีวิตเรามนุษย์แต่ละคน ถูกสร้างมาเพื่อให้มี ความสั ม พั น ธ์ ต ่ อ กั น ระหว่ า งมนุ ษ ย์ ด ้ ว ยกั น ในสั ง คม และระหว่างมนุษย์กับองค์พระเจ้า พระผู้สร้างเรามา ใน ความสัมพันธ์นี้ มิใช่ทางร่างกายภายนอกเท่านั้น แต่ด้วย หัวใจ และจิตวิญญาณที่มีความสัมพันธ์สามารถสัมผัสได้ ทั้งในสภาพชีวิตตามธรรมชาติและเหนือธรรมชาติ ทั้งที่ เข้าใจได้และเข้าใจไม่ได้ เป็นความสัมพันธ์ที่อยู่เหนือ เหตุผล และการทดลอง แต่เป็นการมอบและทุม่ เททัง้ ชีวติ เพื่อจะได้มาซึ่งความหมายแห่งชีวิต ที่ท�ำให้บุคคลหนึ่ง "ต้องตัดสินใจเลือก" วิถีทางด�ำเนินชีวิตที่เหมาะสม และมี คุ ณ ค่ า ส� ำ หรั บ ชี วิ ต ของตนเอง โดยประสบการณ์ จ าก สัมพันธภาพที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์ทุกคน และประทาน พระพรแห่งคุณค่า ที่มีอยู่ในแต่ละบุคคลเป็นพิเศษ โดย เฉพาะแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และนี่คือที่มาของความ หมายแห่ง "กระแสเรียก" ที่พระทรงสัมผัสเราแต่ละคน ชีวิตและกระแสเรียก จึงเป็นเรื่องเดียวกัน นั่นคือ เป็นพระพรและของประทานที่เราทุกคนได้รับจากองค์
พระเจ้า เป็นพระองค์ทปี่ ระทาน หรือตรัสเรียกเราแต่ละคน ด้วยความรักแบบอิสระ และเราก็ตอบด้วยน�้ำใจอิสระที่ เต็มใจ และมอบชีวติ ของเราด้วยการปฏิบตั ติ นให้สอดคล้อง กับอุดมการณ์รูปแบบวิถีชีวิต ที่เราได้เลือกตัดสินใจแล้ว อย่ า งชั ด เจน เพราะส� ำ นึ ก ถึ ง ความรั ก ความกตั ญ ญู และวางใจในองค์พระเจ้าพระผู้ทรงรักเรา ผู้ประทานชีวิต และสิ่งดี ๆ มีคุณค่าให้กับเราเสมอมา กระแสเรียก จึงเป็นการด�ำเนินชีวิตที่อุทิศตน ทุ่มเท และรับใช้กันและกันตามพระพรที่เราได้รับ ในการ ตัดสินใจเลือกด้วยความเต็มใจ และยินดีเปีย่ มด้วยสันติสขุ ในจิตใจ ไม่วา่ เราจะมีวถิ ชี วี ติ และรูปแบบชีวติ ทีแ่ ตกต่างกัน แต่ก็เป็นกระแสเรียกซึ่งมีคุณค่า โดยเฉพาะตามบทบาท หน้าที่และฐานะของเรา ซึ่งเป็นของประทานจากพระ มิใช่สงวนไว้เฉพาะเป็นของเราเท่านัน้ แต่เป็นพระพรทีพ่ ระ ประทานให้แก่เราเพือ่ เป็นคุณประโยชน์ และการสร้างสรรค์ ส่งเสริมชีวิตของกันและกัน ดังนั้น ทั้งพระสงฆ์ นักบวช ฆราวาสแพร่ธรรม ชีวติ ในครอบครัว บรรดาเด็ก ๆ เยาวชน
49
ในงานอาชีพ หรืออาสาสมัครอุทศิ ตนในลักษณะต่าง ๆ กัน ล้วนเป็นกระแสเรียก ซึ่งเป็นคุณค่าและการรับใช้ส่งเสริม ชีวิตของกันและกันได้อย่างแท้จริง มนุษย์โดยทั่วไป มีความต้องการทั้งของตนเอง และจากผู ้ อื่ น นั่ นคือ ต้องการความมั่นคง ปลอดภัย ต้องการความสุข ความส�ำเร็จและการยอมรับ เพื่อชีวิตที่ มีความหมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ดังนั้นก็มีความพยายามที่จะได้มาด้วยความสามารถ และ การพัฒนาตนเอง และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายแห่งความ ส�ำเร็จสมความตัง้ ใจในชีวติ ของตนเอง แต่หากว่าความเป็น บุคคลทัง้ ครบนี้ จะต้องไม่ลมื ถึงความสัมพันธ์กบั ผูอ้ นื่ รูจ้ กั ยอมรับขอบเขตจ�ำกัดของตนเอง เพราะเรามนุษย์มิใช่มี เพียงร่างกายภายนอกเท่านัน้ แต่มคี วามรูส้ กึ มีจติ วิญญาณ ที่สามารถสัมผัส และให้คุณค่าแก่กันและกันได้ คุณค่า และความหมายของชีวิต จึงมิใช่เพียงแต่ความส�ำเร็จเพื่อ ตอบสนองความต้องการของตัวเรา แต่ต้องเป็นตัวเราที่ให้ คุณค่าของตนเองในความต้องการของสังคมและของกัน และกัน ตามแบบอย่างขององค์พระเยซูคริสตเจ้าที่มอบ คุณค่าแห่งชีวิตของพระองค์ เพื่อให้มนุษย์ทุกคนมีสันติได้ พบความรอด และปลอดภัย ชีวติ จึงมีความหมาย เพราะเราได้ทำ� อย่างมีความ หมาย รู้คุณค่าในความเป็นตัวเราเอง เพื่อความดีของส่วน รวม เพือ่ เสริมสร้างความสมบูรณ์ของชีวติ ในขอบเขตจ�ำกัด ของเราแต่ละคน และในสภาพสังคมที่จะสามารถพัฒนา
50
ก้าวหน้า และส่งเสริมกัน และกัน ดังนั้นความหมาย ของบุคคลที่มีกระแสเรียก จึงมิใช่เพียงชีวิตของการเป็น พระสงฆ์ นักบวชผู้ที่ถวายตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงรูป แบบของการด�ำเนินชีวิตดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ความ หมายของกระแสเรียก ที่ส�ำคัญอยู่ตรงที่ "พระสัมผัสชีวิต เรา" เชื้อเชิญหรือท้าทายเรา และเราก็ตัดสินใจตอบรับ ความเต็มใจที่จะยินดีทุ่มเท และพร้อมที่จะ ช่วยเหลือรับ ใช้กันและกันตามบทบาท หน้าที่ของตนเองอย่างอิสระ และมีสันติสุขในจิตใจ …http://prawacha.orgfree.com สื่อสาร ธมอ. ฉบับนี้ ขอร่วมขอบพระคุณพระเจ้า และร่วมแสดงความยินดีกับสมาชิกคณะธิดาแม่พระองค์ อุปถัมภ์ในประเทศไทย โอกาสฉลองการปฏิญาณตนเป็น นักบวช ครบ 25 ปี และ 60 ปี .... ขอบคุณซิสเตอร์ทั้ง 4 ท่าน ที่ได้ตอบรับการเรียกของพระเจ้าและกระท�ำให้พระ ประสงค์ของพระเจ้าได้สำ� เร็จไป ในการประกอบภารกิจอยู่ ท่ามกลางเยาวชนผู้ยากจนในทุกรูปแบบ...
5151
52
53
54
55