Skip to main content

พันธกิจ ธมอ. ไทย & วัฒนธรรมไทย

Page 1

1


2

ประเทศไทยดินแดนที่มีความหลากหลาย ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมอันอ่อนช้อยงดงาม และประณีตบรรจง มีเทศกาลงานประเพณีที่เป็น สีสัน ผู้คนด�ำรงอยู่ร่วมกันฉันญาติมิตร โดยมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นทีย่ ดึ เหนีย่ วผูค้ นไว้เป็น “ไทย” ร่วมกัน เดิมประเทศไทยมีชื่อว่า “สยาม” ได้เปลี่ยน ชื่อมาเป็น “ประเทศไทย” อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. 2482 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น นายกรัฐมนตรี ผูค้ นส่วนใหญ่มอี ปุ นิสยั โอบอ้อมอารี มีมิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส ใส่ใจต่อแขกผู้มาเยือน ท�ำให้เป็นที่ประทับใจของชาวต่างชาติ จนได้รับ ขนานนามว่า “สยามเมืองยิ้ม”


3 ลักษณะทางภูมศิ าสตร์

ประเทศไทย มีรูปร่างเหมือนขวาน

โบราณ หรือกระบวยตักน�้ำ หรือช่อดอกไม้ หรือม้าน�้ำ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีนและ มลายู ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี พื้นที่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร มี ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก และ อันดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทย มีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย “ภาคเหนือ” เป็นพื้นที่ภูเขาสูงสลับซับซ้อน จุดสูงสุด

ในประเทศไทย คือ ดอยอินทนนท์ที่สูง 2,565 เมตร เหนือระดับน�้ำทะเลปานกลาง รวมทั้งยังปกคลุมด้วยป่าไม้ อันเป็นต้นน�ำ้ ทีส่ ำ� คัญของประเทศ “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ส่วนใหญ่จะเป็นพืน้ ทีข่ องทีร่ าบสูงโคราช มีสภาพ ของดินค่อนข้างแห้งแล้งและไม่คอ่ ยเอือ้ ต่อการเพาะปลูก “ภาคกลาง” เป็นทีร่ าบลุม่ แม่นำ�้ ทีม่ คี วามอุดมสมบูรณ์ ที่สุดในประเทศ ถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ส�ำคัญแห่งหนึ่งของโลก “ภาคใต้” ขนาบด้วยทะเลทั้งสองด้าน เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและการปลูกสวนยางพารา “ภาคตะวันตก” มีลักษณะเป็นหุบเขาและ แนวเทือกเขา ซึ่งพาดตัวมาจากทางตะวันตกของภาคเหนือ


4 ภูมิอากาศ

ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นของโลก ภูมิอากาศเป็นแบบเขตร้อน มี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน (พฤษภาคม ตุลาคม) ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) และฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม)

ประชากรศาสตร์

ประเทศไทย มีประชากรทั้งหมดประมาณ 66 ล้านคน คิดเป็นอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน แบ่งเป็น ประชากรหญิงร้อยละ 51 และชายร้อยละ 49 เป็นผูท้ มี่ สี ญ ั ชาติไทยร้อยละ 95 และผูท้ ไี่ ม่มสี ญ ั ชาติไทย อีกร้อยละ 5 ประเทศไทยถือว่ามีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ประกอบด้วยไทยสยาม ประมาณร้อยละ 75 ชาวไทยเชื้อสายจีนร้อยละ 14 ส่วนที่เหลือเป็นไทยเชื้อสายผสมกับประเทศเพื่อนบ้านและไทยเชื้อสายชาวเขา เผ่าต่าง ๆ เช่น ชาวกะเหรีย่ ง ลีซอ ชาวม้ง ส่วย เป็นต้น แต่ละชาติพนั ธุม์ อี สิ ระในการแสดงออกตามวิถวี ฒ ั นธรรม ของตน

ไทยเชื้อสายลาว

ไทยเชื้อสายมอญ

ไทยเชื้อสายเขมร

ชาวไทยเชื้อสายจีน


5

การปกครอง ประเทศไทยมีระบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย มีกฎหมายสูงสุด คือ รัฐธรรมนูญ โดยมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระมหากษัตริย์เพียงองค์เดียวในโลกที่ครองราชย์ยาวนานที่สดุ

ศาสนา

พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจ�ำ ชาติของไทย ประชากรไทยมีเสรีภาพ ในการนับถือศาสนา มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็ น พุ ท ธมามกะและทรงเป็ น อุปถัมภกของทุกศาสนา ศาสนาที่มีผู้ นับถือมากทีส่ ดุ คือ ศาสนาพุทธ (ประมาณ ร้ อ ยละ 93.4) รองลงมาคื อ ศาสนา อิ ส ลาม (ประมาณร้ อ ยละ 5.2) และ ศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนา ซิกข์ และศาสนาฮินดู (รวมประมาณ ร้อยละ 1.4)


6 ภาษา ประเทศไทยมี “ภาษาไทย” เป็นภาษาราชการและเป็นภาษา หลักที่ใช้ติดต่อสื่อสาร โดยใช้อักษรไทยที่มีรูปแบบมาตรฐานในการ เขียน ซึ่ง “พ่อขุนรามค�ำแหงมหาราช” แห่งอาณาจักรสุโขทัย ทรง ประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ. 1826 นอกเหนือจากภาษาไทยกลางแล้ว ภาษาไทยส�ำเนียงอื่นก็มีใช้สื่อสารกันในแต่ละภูมิภาค ภาษาอังกฤษมีสอนในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ในอดีต ผู้ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว ยังมี จ�ำนวนน้อย ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองและในครอบครัวมีการศึกษาดี เท่านั้น แต่ปัจจุบันคนไทยมีพัฒนาการในการสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษมากขึ้น

การศึกษา การจัดการศึกษาของประเทศไทยมีววิ ฒ ั นาการมาตัง้ แต่สมัยโบราณ เป็นการศึกษาแบบสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีที่มีมาแต่เดิม ด้วยการขวนขวายหาความรู้จากผู้รู้ในชุมชน โดยมีบ้าน วังและวัด เป็นศูนย์กลางของการ ศึกษา บ้านเป็นสถานทีอ่ บรมกล่อมเกลาจิตใจและถ่ายทอดอาชีพแก่ลกู ๆ วังเป็นสถานทีร่ วมเอานักปราชญ์สาขา ต่าง ๆ โดยเฉพาะงานช่างศิลปหัตถกรรม ส่วนวัดเป็นสถานทีป่ ระกอบพิธกี รรมทางศาสนาและอบรมสัง่ สอนธรรมะ

เมื่อเริ่มมีการติดต่อกับชาติทางตะวันตก รูปแบบการศึกษาก็เริ่มพัฒนาเปลี่ยนไป การศึกษาคาทอลิก แห่งแรกได้รบั การยอมรับอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2208 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระราชทานพระบรม ราชานุญาตให้จัดตั้งวิทยาลัยแห่งแรกในกรุงศรีอยุธยา และโปรดเกล้าฯ ให้นักเรียนชายชาวไทย 10 คน เป็น นักเรียนรุ่นแรกศึกษาเรียนรู้วิทยาการของชาวยุโรป


7 การศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นการศึกษาที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวคือภาครัฐจะ เข้ามาดูแลและเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการศึกษา ตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา กฎหมายก�ำหนดให้รัฐบาลจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบให้เปล่าแก่ประชาชนเป็นเวลา 12 ปี ส่วนการศึกษาภาค บังคับก�ำหนดไว้ 9 ปี (ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3)

ลักษณะสังคม

ประเทศไทยเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน วัฒนธรรมไทย ได้รับอิทธิพลหลักจากวัฒนธรรมอินเดีย จีน และขอม โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ ผสมรวมกับศาสนาฮินดู สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณีทางพุทธศาสนา ซึ่งมีบทบาทส�ำคัญ ในการด�ำเนินชีวิตของคนไทย นับตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งตาย

สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักทางเศรษฐกิจไทยมาแต่ดั้งเดิม เป็นต้นด้านการปลูกข้าว ซึ่งน�ำรายได้จ�ำนวนมากให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ลักษณะของสังคมเกษตรได้หล่อหลอมชีวิตจิตใจ ของคนไทยให้รักอิสระ อยู่อย่างเรียบง่าย มีจิตใจอ่อนโยนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เกื้อกูลกันและกัน แม้วิถีชีวิตในปัจจุบัน จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ก็ยังมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันอยู่มาก


8 สังคมไทยเป็นสังคมที่เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ เนื่องจากประเทศไทยมีการปกครองในระบอบกษัตริย์มาตั้งแต่โบราณ ทรงมีฐานะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ยึดถือหลัก ทศพิธราชธรรม ในการปกครองประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ทรงเป็นมิ่งขวัญ และศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของคนในชาติ

ศิลปะกรรม เอกลักษณ์ทางศิลปกรรมของชนชาติไทยมีความละเอียดประณีตบรรจง เป็นศิลปะแบบอุดมคติที่สร้างสรรค์สุนทรี ยะเฉพาะ ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีคุณค่าทางจิตใจและอารมณ์เป็นส�ำคัญ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ วิจิตรศิลป์ (หรือประณีตศิลป์) และประยุกต์ศิลป์ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ดนตรีและนาฏศิลป์ หัตถศิลป์ มัณฑนศิลป์ ฯลฯ


9 สถาปัตยกรรมไทย สถาปัตยกรรมไทยมีให้เห็นอยูใ่ นรูปแบบของ โบสถ์ วัด ปราสาทราชวัง และบ้านเรือน เดิมคนไทยนิยมสร้าง ที่อยู่อาศัยติดกับแม่น�้ำ เป็นแบบ “บ้านทรงไทย” เหมาะ กับภูมิอากาศของประเทศ หลังคามีลักษณะทรงสูงและ ยกพื้ น ให้ ใ ต้ ถุ น โล่ ง เพื่ อ ระบายอากาศ แต่ ใ นปั จ จุ บั น เรือนไทยได้รับความนิยมน้อยลง เนื่องจากอิทธิพลจาก สถาปัตยกรรมแบบใหม่ ๆ กระนั้นก็ดีเรือนไทยบางส่วนได้ รับการอนุรักษ์และพัฒนาให้สมบูรณ์ สวยงาม เพื่อให้ชน รุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้

ประติมากรรมไทย

ประติมากรรมไทย หมายถึง ผลงานศิลปะที่แสดงออกโดยกรรมวิธีการปั้น การแกะสลัก การหล่อ


10 ประณีตศิลป์ ประณีตศิลป์ คือ การประดิดประดอยท�ำด้วยมือด้วยความตั้งอกตั้งใจอย่างยิ่ง ตั้งใจถ่ายทอดชีวิตจิตใจลงไปในเนื้องาน ผลงานที่ออกมาจึงงดงามอ่อนช้อย ประณีตศิลป์ของไทยคือศิลปะชั้นสูง ที่ล้วนแล้วแต่มีก�ำเนิดมาจากราชส�ำนัก และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่น เครื่องทอง การแกะสลักผักผลไม้ การร้อยมาลัย

การร้อยมาลัย การร้อยมาลัยเป็นการร้อยเรียงดอกไม้ ใบไม้นานาชนิด เข้าด้วยกัน นับเป็นมรดกตกทอดทางศิลปวัฒนธรรมที่มี บ่อเกิดมาจากราชส�ำนักตั้งแต่โบราณกาลเช่นเดียวกับการ แกะสลักผัก ผลไม้ การร้อยมาลัยมีวิวัฒนาการก้าวหน้า เรื่อยมา

และกระจายไปสู่สามัญชน ในการร้อยมาลัยนั้น นิยมใช้ ดอกไม้ต่าง ๆ ที่ตามโบราณเชื่อว่ามีความหมายที่สร้างแรง บันดาลใจ ดอกไม้แต่ละชนิดทีน่ ยิ มน�ำมาร้อยเป็นพวงมาลัย มีความหมายดังนี้

ดอกพุด หมายถึง การพบแต่สิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่บริสุทธิ์

ดอกมะลิหอม หมายถึง ความร่มเย็นเป็นสุข กุหลาบแดง หมายถึง ความรักที่สดชื่น ดอกรัก หมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคง ดาวเรือง หมายถึง การพบแต่ความเจริญ กล้วยไม้ หมายถึง การท�ำทุกสิ่งได้ราบรื่น บานไม่รู้โรย หมายถึง ความรักที่ไม่รู้โรย


11 พวงมาลัย

พวงมาลัยเป็นสิง่ เคียงคูว่ ถิ ชี วี ติ คนไทย ทีเ่ ปีย่ มไปด้วย คุณค่าและคุณประโยชน์ สมควรแก่การอนุรักษ์และ เผยแพร่ให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง การประดิษฐ์พวงมาลัยรูปแบบต่าง ๆ ล้วนสวยงาม ประณีต ซึ่งแสดงออกถึงความเป็นชนชาติท่ีมีจิตใจงดงาม ละเอี ย ดอ่ อ น เสริ ม สร้ า งคุ ณ ค่ า ทางจิ ต ใจ เช่ น ความ เพลิดเพลิน การฝึกสมาธิในการท�ำงาน ท�ำให้มีจิตใจ เยือกเย็น สุขุม และภาคภูมิใจในผลส�ำเร็จของงาน พวงมาลัยบ่งบอกความหลากหลายที่หลอมรวมกัน เป็นความงดงามแห่งวัฒนธรรม ความงดงามแห่งชีวิตของ ผู้คน ที่ล้วนแต่จะต้องผ่านระยะเวลายาวนานแห่งการ บ่มเพาะและเจริญเติบโต อาศัยความใส่ใจและให้คุณค่า ความแตกต่างทีห่ ลากหลายทางความคิดและการด�ำรงชีวติ เปรียบได้กับการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน อันเป็น รากฐานส�ำคัญของมิตรภาพ พวงมาลัย ถูกน�ำมาใช้ในหลายโอกาส ที่นิยมกันมากคือใช้ถวายแด่พระเจ้า พระมหากษัตริย์ ใช้ในการต้อนรับ การอ�ำลา การแสดงความยินดี การขอบคุณ เป็นต้น


12 ดนตรีและนาฏศิลป์ เครื่องดนตรีไทย มีลักษณะเฉพาะของตน ใช้วัสดุใน ท้องถิน่ มาสรรค์สร้างขึน้ แล้วจึงค่อยวิวฒ ั นาการต่อไป แบ่งออก ได้เป็น เครือ่ งดีด เครือ่ งสี เครือ่ งตี เครือ่ งเป่า และน�ำมาบรรเลง ให้เป็นท�ำนองเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแบบไทย นาฏศิลป์ไทย เป็นศิลปะการแสดงประกอบดนตรีของ ไทย เช่น ฟ้อน ร�ำ ระบ�ำ โขน แต่ละท้องถิ่นจะมีชื่อเรียก และมีลีลาท่าการแสดงที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้มาจากความ แตกต่างของลักษณะภูมปิ ระเทศ ภูมอิ ากาศของแต่ละท้องถิน่ ความเชื่อ ศาสนา ภาษา นิสัยใจคอของผู้คน และชีวิต ความเป็นอยู่ของแต่ละภูมิภาค

การแต่งกาย ชุดประจ�ำชาติไทย มีหลากหลายแบบ ล้วนแต่ สวยงาม มี ก ารพั ฒ นาไปตามยุ ค สมั ย และตามรั ช กาล การปกครองของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ ปัจจุบัน การแต่งกายจะเป็นไปตามสมัยนิยม นอกจากการประกอบ พิธีกรรมหรือเข้าพิธีส�ำคัญต่าง ๆ จึงจะมีการแต่งชุดที่เป็น ธรรมเนียมนิยม


13

เทศกาลงานประเพณี

เทศกาลงานประเพณีประเทศไทยมั่งคั่งด้วยเทศกาลและประเพณีต่าง ๆ มากมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละภาค ของประเทศ เทศกาลส�ำคัญที่เด่นมาก ๆ และท�ำกันทั่วประเทศ ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์และประเพณีลอยกระทง

ประเพณีสงกรานต์ ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือปฏิบัติ มาแต่โบราณ ช่วงวันสงกรานต์จึงเป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา กิจกรรมทีท่ ำ� ในวันสงกรานต์คอื การท�ำบุญตักบาตร การร�ำลึก และกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ การรดน�้ำขอพร จากญาติผู้ใหญ่ การเล่นสาดน�้ำเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง ร่วมกัน สร้างความรู้สึกผูกพันกลมเกลียวต่อบุคคลในสังคม

ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีโบราณที่ส�ำคัญของชาวไทย ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค�่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งมักจะ ตกราวเดือนพฤศจิกายน ประเพณีนี้ก�ำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ การขอขมาและระลึกถึงคุณพระแม่คงคา ที่ได้อ�ำนวยประโยชน์ต่าง ๆ แก่มนุษย์ บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น�้ำนัมทามหานที


14

อาหาร อาหารไทย มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วย รสชาติทอี่ ร่อยและมีคณ ุ ค่าทางโภชนาการ ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย รสชาติ อาหารไทยเป็ น การผสมผสานของ ค ว า ม ห ว า น ค ว า ม ข ม ค ว า ม เ ผ็ ด ความเปรีย้ ว และความเค็ม การปรุงอาหาร ไทยมีส่วนประกอบและความหลากหลาย ของรสชาติตามแต่ละภูมิภาค อาหารที่ ขึ้ น ชื่ อ ของคนไทย คื อ น�้ำพริกปลาทู ต้มย�ำกุ้ง ผัดไทย ส้มต�ำ และแกงมัสมั่น

ขนมไทย มีเอกลักษณ์ดา้ นศิลปวัฒนธรรมไทย คือ ความละเอียดอ่อน ประณีตในการเลือกสรรวัตถุดบิ วิธกี ารท�ำทีพ่ ถิ พี ถิ นั รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน


15

การเริ่มต้นงานธรรมทูตในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏแน่นอน คาดว่าเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2054 เมื่อ อัลฟองโซ อัลบูเกิร์ก อุปราชชาวโปรตุเกส ประจ�ำประเทศอินเดียได้ส่งคณะทูต เข้ามาเฝ้าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระมหากษัตริย์ไทยและอาจมี พระสงฆ์โปรตุเกสติดตาม คณะทูตมาด้วย

ปี พ.ศ. 2110 ธรรมทูตคณะโดมินกิ นั ชาวโปรตุเกส เดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยา หลายปีต่อมา ธรรมทูตคณะ ฟรังซิสกันและคณะเยสุอิต ก็ได้เริ่มเข้ามาเป็นล�ำดับ ใน ระยะแรกงานธรรมทูตยังถูกปิดกั้นเป็นอย่างมาก บรรดา ธรรมทูตจึงมุ่งดูแลกลุ่มคนชาติเดียวกัน กระทั่งในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ. 2199–พ.ศ. 2231 ประเทศไทยได้ มี ก ารเจริ ญ สัมพันธไมตรีทางการทูตกับฝรั่งเศส 4 ครั้ง ในรัชสมัย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2205 ธรรมทูตคณะมิสชังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ได้เดินทาง มาถึง การสืบทอดพระพรแห่งความเชื่อจึงเริ่มต้นเป็นรูป เป็นร่างในแผ่นดินไทย บรรดาบาทหลวงเข้ามาท�ำงาน เผยแผ่ข่าวดีและมีบทบาททางสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะ อย่ า งยิ่ ง ได้ ก ่ อ ตั้ ง โรงพยาบาล โรงเรี ย นส� ำ หรั บ อบรม สามเณรที่จะบวชเป็นพระสงฆ์พื้นเมือง และจัดตั้งคณะ ภคินีรักกางเขนขึ้นด้วย


16

วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2474 ในรัชสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 คุณพ่อฟิลิป รีนัลดี อัคราธิการคณะซาเลเซียน และมาเดอร์ หลุยส์ซา วาสเกตตี อัคราธิการิณี ได้ส่งธรรมทูตชุดแรกจ�ำนวน 5 ท่าน เดินทางจากท่าเรือเวนิส ประเทศอิตาลี ไปประเทศไทย และมีธรรมทูต จากมุมไบ ประเทศอินเดีย ร่วมสมทบอีก ๑ ท่าน คือ ซิสเตอร์มาเรีย อาวีโอ จึงรวมเป็น 6 ท่าน ธรรมทูตทุกท่านเดินทางมาถึงประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี วันต่อมาบรรดาธรรมทูตได้เดินทางมุ่งไปยังบ้านพักแห่งแรกที่ บางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งคุณพ่อกาเยตาโน ปาซอตตี สงฆ์ ซาเลเซียน ได้จดั เตรียมไว้ให้ ท่านเคยเป็นธรรมทูตทีป่ ระเทศจีนและเป็น ผู้น�ำคณะธรรมทูตซาเลเซียนชุดแรกเข้ามาในประเทศสยาม เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2470 แม้ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและประสบการณ์ที่แตกต่างกันจะเป็นอุปสรรคอย่างมาก แต่ ธรรมทูตทุกท่านไม่รอช้าที่จะเริ่มเรียนภาษา และเริ่มลงมือท�ำงานทันทีด้วยความมานะอดทน ขยัน ขันแข็งในหมู่ครอบครัวคริสตชนและคนต่างศาสนา ธรรมทูตชุดแรก ๆ ได้เริ่มกิจการที่เป็นภารกิจส�ำคัญส�ำหรับแขวงไทย เช่น งานอภิบาลที่วัด และโรงเรียน ซึ่งโดดเด่นมากในเรื่องการสอนค�ำสอน กิจการคาทอลิกที่ท�ำกับกลุ่มเยาวชนและกลุ่ม แม่บ้าน ศูนย์รักษาพยาบาล การดูแลเด็กก�ำพร้า เด็กประจ�ำ ศูนย์เยาวชนการเยี่ยมครอบครัวคริสตชน รวมทั้งการดูแลงานครัวและซักรีดของสมาชิกซาเลเซียนด้วย ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ซิสเตอร์บางท่านก็เริ่มเข้าไปมีบทบาท ร่ ว มการบริ ห ารงานโรงเรี ย นแผนกประชาชนจั ด ตั้ ง ชื่ อ “โรงเรี ย น ประชาบาลบางนกแขวก” แผนกหญิงและดูแลศูนย์พฒ ั นาเด็กเล็กอีกแห่ง หนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร แม้ว่าต้องประสบกับความ ยากล�ำบากเป็นอย่างมาก ทัง้ ด้านการเดินทางและการบริหารงานโรงเรียน แต่พระเจ้าก็ทรงโปรดให้มีคุณครูคาทอลิกคนหนึ่งเป็นผู้ช่วยที่ส�ำคัญ ซึ่งภายหลังคุณครูผู้นี้ได้กลับเป็น ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์คนแรกของแขวงไทย คือซิสเตอร์เมรี่ เงียบ ประทุม


17 ในช่วงสามปีแรกที่ธรรมทูตเดินทางมาถึงไทย สมาชิกได้ขึ้นตรงกับผู้ใหญ่ที่กรุงตูริน ประเทศอิตาลี ด้วยเหตุผล หลายประการ จึงมีประกาศจากศูนย์กลางของคณะ ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2477 ให้สมาชิกธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ที่ประเทศไทย รวมเข้ากับแขวงส�ำรอง “นักบุญโทมัส อัครสาวก” ที่มัทราส ประเทศอินเดีย ธมอ. ท�ำงานในกิจการของซาเลเซียนจนถึงปี พ.ศ. 2480 ขณะที่เริ่มปลีกตัวออกมาช่วยงานโรงเรียนเซนต์โยเซฟ บ้านโป่ง ด้านงานครัว และงานซักรีดของคณะซาเลเซียน คณะก็ได้เริ่มก่อสร้างโรงเรียนนารีวุฒิ บ้านโป่ง เพื่อด�ำเนิน ภารกิจเป็นเอกเทศ พร้อมกับค่อย ๆ ถอนตัวจากกิจการทัง้ หลายทีก่ ำ� ลังท�ำอยูท่ บี่ างนกแขวก เนือ่ งจากตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2480 พระสังฆราชกาเยตาโน ปาซอตตี ได้เริ่มด�ำเนินการก่อตั้งคณะนักบวชหญิงพื้นเมืองคือ คณะผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของ พระแม่มารีย์ และท่านต้องการใช้สถานที่เพื่อเป็นบ้านอบรมและประกอบกิจการส�ำหรับคณะใหม่ที่ก�ำลังเจริญขึ้น

ในปี พ.ศ. 2482 สมาชิกธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์เกือบทุกคนได้ย้ายไปประจ�ำที่บ้านโป่ง ยกเว้น ซิสเตอร์อันโต เนียตตา โมเรลลาโต และซิสเตอร์หลุยจีนา ดิจอร์โจ ซึ่งพระสังฆราชกาเยตาโน ปาซอตตี ได้ขอให้ช่วยงานอบรมโดยท�ำ หน้าที่นวกจาริณี และเป็นผู้ใหญ่ของคณะที่ก�ำลังก่อตั้ง และให้ซิสเตอร์อีกท่านหนึ่งรับผิดชอบงานโรงเรียนเพื่อจะได้ ค่อย ๆ ถ่ายทอดภารกิจด้านการศึกษาแก่ซสิ เตอร์คณะใหม่ตอ่ ไป ในท่ามกลางความยากจนระคนกับความทุกข์ยากล�ำบาก หมูค่ ณะพระหฤทัยทีบ่ า้ นโป่ง ได้เริม่ ต้นภารกิจด้วยความไว้วางใจในพระญาณเอือ้ อาทร โดยได้รบั ความช่วยเหลือจากผูใ้ หญ่ ที่ประเทศอินเดีย เพื่อการก่อสร้างโรงเรียนแห่งแรกของคณะ คือ โรงเรียนนารีวุฒิ ความยากล�ำบากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อเริ่มมีการเบียดเบียนศาสนาช่วงก่อนการขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียน และช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กระนั้นก็ตาม ท่ามกลางความทุกข์ยากนานา ได้น�ำมาซึ่งพระพรและพระเมตตาของพระ เมื่อสงครามโลกยุติลง เริ่มมีกระแสเรียก ชาวพื้นเมืองมากยิ่งขึ้น กิจการของคณะในประเทศไทยค่อย ๆ แผ่กระจายออกไป ปัจจุบันมีสมาชิกจ�ำนวน 85 คน มีหมู่คณะ 10 แห่ง


18


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
พันธกิจ ธมอ. ไทย & วัฒนธรรมไทย by SalesianSisters FMA - Issuu