2
"พวงมาลัย"
...สัญลักษณ์แห่งการฉลองการขอบคุณ...
สโลแกน… “...ร้อยเรียงชีวิต หลอมรวมดวงจิต ลิขิตค�ำขอบคุณ...” หัวข้อ…
"...เฉกเช่นมาลัยรวมใจเป็นหนึ่งในความหลากหลาย ร้อยเรียงถวายชีวิตและภารกิจด้วยความหวังและยินดี”
เนื้อหา... ในช่วงวันเวลาแห่งพระพรนี้ ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ได้รับเสียงเรียก ให้จบั มือกัน และก้าวเดินไปพร้อมกับเยาวชน บนเส้นทางแห่งความรักเมตตาของพระเจ้า กลับกลายเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือน�ำความหวังและความสุขยินดีแก่ปวงชน
3
สัญลักษณ์... ดวงตะวัน... ผู้สัตย์ซื่อ ฉายส่องมั่นคง
คืนชีวิตใหม่ให้ผืนแผ่นดินในทุกยามเช้า ด้วยท่วงท�ำนองเรียบง่าย สวยงาม สงบเงียบ ไร้เสียงรบกวน ดวงตะวันมิเคยกักขังปิดกั้นตนเอง แต่ฉายส่องนุ่มนวลบนใบหน้าของทุกผู้คน... อ้อมแขนตะวันโอบกอดทุกคน ด้วยความรักที่สงบเงียบมั่นคง ไม่แบ่งแยก ดวงตะวันฉายส่องแสงแห่งพระผู้สร้าง พระบิดาของผืนแผ่นดิน... แสงแห่งความรักอบอุ่น...เมตตา...เพียรทน และให้อภัย ทรงเป็นแสงทองแห่งวันใหม่ ส�ำหรับปวงประชา... น�ำพาให้ก้าวเดินในความหวังและความสุขยินดี
ดวงดาว... แม้ค�่ำคืนจะมืดมิด และรัตติกาลจะไร้เงาจันทร์
เธอยังคงอยู่คู่ฟ้าในความเงียบสงบ เฝ้าชี้ทาง แก่ผู้ก้าวเดิน น�ำพาเขาจนถึงปลายทาง... และแม้เมื่อวันเวลาหมดลง ดวงดาวก็มิได้ลาจาก เพียงถอยฉากเข้าสู่อ้อมแขนแห่งดวงตะวัน รอวันเวลาที่จะมอบความหวังให้ค�่ำคืนอีกครั้ง... เธอ...มารดาของผืนแผ่นดิน ส่องแสงอันอบอุ่นนุ่มนวล ด้วยท่วงท�ำนองที่เรียบง่าย และอ่อนโยน ”เธอคือ “ดาวประจ�ำรุ่ง ที่ไม่เคยหลับไหลมิเคยทอดทิ้งพื้นแผ่นดินให้ว่างร้างความรัก
ท้องทุ่ง...ผืนดินที่กว้างไกล และอุดมศักยภาพแห่งชีวิต
เฝ้ารอคอยสายฝนจากเบื้องบน รอวันเวลาแห่งการพลีตนในฤดูกาลไถหว่าน กางแขนโอบรับแสงตะวัน เพื่อเมล็ดพันธุ์ที่อ่อนแอจะงอกเงย... และต้นข้าวที่เปราะบาง จะเติบโตเข้มแข็งจนกว่าจะสุกงอม พร้อมมอบชีวิตเพื่อเลี้ยงดูผู้คน และเมื่อถึงวันนั้น ทั้งผู้หว่านและเมล็ดพันธุ์ จะส่งยิ้ม และสวมกอด ที่ได้ส่งมอบชีวิต ความสุข และความหวัง ให้แก่ปวงชนผู้หิวโหย
4
มาลัย...ดอกไม้หลายสีสันและสายพันธุ์
ถูกร้อยเรียง อย่างลงตัว และงดงาม บนเส้นเชือกเส้นเล็กที่ด้อยค่า ...ร้องขานบทเพลงแห่งความรัก ที่มีความเรียบง่ายเป็นท่วงท�ำนอง มีความหลากหลายเป็นลีลา และมีความกลมกลืนเป็นเนื้อร้อง มาลัยน้อย...จึงเป็นเธอและฉัน ที่ร้อยเรียงและหลอมรวมชีวิตและจิตวิญญาณ เพื่อขับขานบทเพลงแห่งความรักรู้คุณ จนกว่าจะถึงวันนั้นที่จะโบกมือลาวันเวลา และผืนแผ่นดิน
การเฉลิมฉลองวันกตัญญูเป็นโอกาสเพื่อการเจริญชีวิตไปพร้อมกัน ตามสภาพการณ์ ความเป็นจริง ณ ปัจจุบันเพื่อทบทวนประสบการณ์กระแสเรียกซาเลเซียนของเรา เพื่อ ขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงประทานความรักเมตตาและทรงโปรยปรายพระพร นานามาให้ไม่ขาดสายและเพื่อแสดงออกถึงการร่วมเป็นจิตหนึ่งใจเดียวกัน ขอบคุณท่านอัคราธิการิณี มาเดอร์อีวอง แรงกว๊อท ผู้เป็น “สายสัมพันธ์แห่ง ความเป็นหนึ่งเดียวและศูนย์กลางแห่งเอกภาพ” ในคณะของเรา
5
เพื่อการด�ำเนินงานเตรียมฉลองอย่างมีความหมายและเหมาะสม ขอเสนอให้แต่ละแขวงไตร่ตรองและท�ำก้าวเดินจริงจังตามแนวทางต่อไปนี้ 1. รูปด้านในของโลโก้สว่ นทีเ่ ป็นท้องทุง่ เปรียบเสมือนชีวติ และสนามงานแพร่ธรรมของเรา จะน�ำเราสูก่ าร ค�ำนึงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราก�ำลังด�ำเนินชีวิตอยู่ อันได้แก่ หลังสมัชชาสามัญครั้งที่ 23 การรับมอบพระธรรมนูญใหม่อีกครั้ง ปีศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา 2. อาศัยแสงสว่างจากเอกสารรายงานการประชุมสมัชชาสามัญครั้งที่ 23 จดหมายเวียนหลังสมัชชาของ ท่านอัคราธิการิณีและสมณโองการ “พระพักตร์แห่งเมตตาธรรม”แต่ละคนและแต่ละแขวงจะพิจาณาดู ว่าอะไรคือสิ่งที่ส่งเสริมความหวังและความสุขยินดีในชีวิตและภารกิจของแขวงตน 3. แต่ละคนและแต่ละแขวงจะก้าวเดินไปอย่างไร ในรูปแบบที่แน่นอนมั่นคง เพื่อให้ท้องทุ่งของตนบังเกิด ผลอันเป็นเครื่องหมายแสดงออกถึงความรักรู้คุณต่อพระเจ้าและต่อท่านอัคราธิการิณี 4. ขอให้แต่ละแขวงจัดส่งแป้งสาลี 5 กรัมไปที่แขวงไทย ภายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2016 เพื่อเป็น เครือ่ งหมายบ่งบอกถึงก้าวเดินในการปลุกความหวังและความสุขยินดีให้งอกงามยิง่ ขึน้ ในหมูค่ ณะผูอ้ บรม ของตน แป้งสาลีดงั กล่าวจะถูกน�ำมาหลอมรวมกันเป็น “แผ่นศีลและ/หรือขนมปัง”เพือ่ เป็นสัญญาลักษณ์ น�ำถวายในระหว่างพิธีบูชาขอบพระคุณ บ่งบอกถึงความเป็นหนึ่งและความสนิทสัมพันธ์ของหมู่คณะ ผู้อบรมของ ธมอ.ทั่วโลก ล้อมรอบท่านอัคราธิการิณีในวันฉลองกตัญญู