Skip to main content

Magketing Vol.65

Page 1

CONSUMER BEHAVIOR AFTER

THE COVID-19 ++ marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE OCTOBER 2564

VOL.8 ISSUE 65

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

CONSUMER BEHAVIOR AFTER

THE COVID-19 ++

FREEPIK

it's FREE

65 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

30

32

17 18 24 33 35

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

บ้านปู

เพาเวอร์กรีน ปีที่ 16

กรุงศรี

บริษัท บ้านปู จ�ำกัด (มหาชน) ผู้น�ำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดค่ายเยาวชน วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Power Green Camp) ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ ออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้หัวข้อ “ECO Living & Learning – เปลี่ยนปรับสู่กรีน ไลฟ์สไตล์ ตอบรับ New Normal” โดยคัดเลือกเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอน )ปลายไม่จ�ำกัดสาขาวิชา (เป็นครั้งแรก

เพอร์ฟอร์แมนซ์

Performance Motors XPO

แอร์เอเชีย

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด มหาชน) รับมอบประกาศนียบัตร ESG100 จาก สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัท กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการด�ำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธร รมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลัก ทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2564 จ�ำนวนทั้งสิ้น 824 หลักทรัพย์จดทะเบียน

ปตท.สฝ

พอล ชาน อิน เชง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จ�ำกัด ผู้จ�ำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ภายใต้กลุ่มบริษัท ไซม์ ดาร์บี้ มอเตอร์ส ร่วมเปิดแคมเปญ “Performance Motors XPO” กับความ หลากหลายข้อเสนอ และโปรโมชั่นครั้งใหญ่พร้อมกัน 5 จุดรอบกรุงเทพฯ แฟชั่นไอส์ แลนด์, เซ็นทรัล เวสต์เกต และโชว์รูมทั้ง 3 สาขา รามอินทรา จรัญสนิทวงศ์ ดอนเมือง ตลอดเดือนตุลาคมนี้

World Travel Awards 2021 ครั้งที่ 28

Communitas Award 2021

บริษัท ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับรางวัล Communitas Award 2021 จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในหมวดองค์กรที่เป็นเลิศใน ด้านการรับผิดชอบต่อสังคม สาขาจริยธรรมและความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม จาก การด�ำเนินโครงการศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปู เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และส่ง เสริมการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา

จีเอสเค

แอร์เอเชียได้รับรางวัลสายการบินราคาประหยัดชั้นน�ำของเอเชียต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน และรางวัลชนะเลิศพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินราคาประหยัด เป็นปีที่ 6 ในงาน World Travel Awards 2021 (WTA) ซึ่งถือเป็นรางวัลที่ส�ำคัญของ ธุรกิจสายการบินและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อแสดงถึงความเป็นเลิศในภาคส่วน ส�ำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวและการบริการ

กรุงศรีติดอันดับหุ้นยั่งยืน ESG100 เป็นปีที่ 6

“Telehealth Together” คลินิกออนไลน์ เพื่อสุขภาพดี

เครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์ น (ประเทศไทย) จ�ำกัด หรือ จีเอสเค และ กลุ่มทรู ผนึกก�ำลังเปิดโครงการ “Telehealth Together” คลินิกออนไลน์ เพื่อสุขภาพดี ร่วมพัฒนาระบบการแพทย์ ทางไกล หรือ Telemedicine ผ่านแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพอัจฉริยะ “ทรู เฮลท์” เพื่อ เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

ฮอนด้า

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

SMART

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย และกลุ่มบริษัท ฮอนด้าในประเทศไทย สานต่อการมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นให้สังคมไทยยามเกิด สาธารณภัย ผสานตัวแทนผู้จ�ำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าใน 6 จังหวัด ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี นครสวรรค์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา ที่ ประสบอุทกภัยน�้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนได้รับความเสียหายใน ระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม 2564

ทีทีบี

สมทบกองทุนมูลนิธิโรงพยาบาลต�ำรวจ

ไฮบรารี่

SMART เผยแนวโน้มไตรมาส 3/64 สดใส รับผลกระทบล็อคดาวน์ระยะสั้น ก�ำลังซื้อ ภาคเอกชนส่งสัญญานดี หลังมีมาตรการผ่อนปรน ผู้ประกอบการเร่งก่อสร้างตามแผน เดินหน้าออกสินค้าบล็อคมวลเบาขนาดพิเศษ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และบล็อค มวลเบาตกแต่ง ดันยอดขายโค้งสุดท้ายเพิ่ม

Traveloka

ทีทีบีไดรฟ์ (ttb DRIVE) มอบเงินบริจาคจ�ำนวน 200,000 บาท ที่ได้จากการจัด กิจกรรม #ไดรฟ์ไปด้วยกัน เพื่อสนับสนุนแคมเปญขับฟรี 90 วัน ให้แก่มูลนิธิโรง พยาบาลต�ำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อร่วมสมทบกองทุนจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ และกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการรักษาผู้ ป่วยโรคโควิด-19 ของโรงพยาบาลต�ำรวจ โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.สรวุฒิ เหล่า รัตนวรพงษ์ รองนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลต�ำรวจ เป็นผู้รับมอบ

33 ห้องสมุดประชาชน เปิดให้อ่าน อีบุ๊ก ฟรี

Welcome to Thailand Again

Traveloka เที่ยว & ไลฟ์สไตล์ในแอปเดียว จัดแคมเปญ ‘Welcome to Thailand Again’ มอบส่วนลดพิเศษส�ำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบสูงสุด 10% ให้ได้เดินทางส�ำรวจความสวยงามของประเทศไทยอีกครั้ง โดยแคมเปญนี้สอดคล้องกับ แผนการเปิดเมืองภายใต้โครงการ “แซนด์บ็อกซ์” และกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่อง และตอกย�้ำการเดินทางที่ปลอดภัยมั่นใจได้

กรุงศรี

ห้องสมุดประชาชนยุคใหม่ปรับตัวสู่ระบบดิจิตอล – ออนไลน์อย่างแท้จริง ลดอุปสรรค การอ่าน แก้ปัญหาคนไม่เข้าห้องสมุด สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้แบบไร้ข้อจ�ำกัด ล่าสุด 33 ห้องสมุดประชาชน เปิดให้บริการอ่านอีบุ๊ก ฟรี กว่า 1,000 หัวหนังสือ ผ่านแอป พลิเคชัน ไฮบรารี่ ระบบห้องสมุดออนไลน์องค์กรที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย หวังช่วย คลายเครียดประชาชนช่วงน�้ำท่วม – วิกฤตโควิด พร้อมช่วยเสริมเด็กเรียนออนไลน์ คาดดึงดูดผู้ร่วมใช้งานห้องสมุดเพิ่มได้กว่า 20,000 คน

SMART เผยแนวโน้ม Q64/3

กรุงศรีคว้า 4 รางวัล

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) ได้รับ 4 รางวัลจาก Asian Banking & Finance (ABF) Retail & Wholesale Banking Awards 2021 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจ�ำ ทุกปี โดยกรุงศรีได้รับรางวัลทั้งในด้านการตลาดและแบรนด์ การสร้างโอกาสในการ เข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) และการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนา นวัตกรรมทางการเงินเพื่อลูกค้าธุรกิจ

MAGKETING l 10


FLASH

special

offer BOOKETING

BOOKETING

marketing l online pocketbook

BOOKSTORE

สั่งซื้อออนไลน์ ได้หลากหลายช่องทาง

www.ookbee.com www.ais.co.th/bookstore

www.naiin.com

MAGKETING l 11

www.mebmarket.com www.theonebook.com www.ebooks.in.th www.se-ed.com


PODIUM

โฮมโปรโชว์รายได้สวนกระแสโควิด-19 รายได้-ก�ำไร เพิ่มขึ้น นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ผู้น�ำธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ครบวงจร เปิดเผยถึงผลการด�ำเนินงานของบริษัท ในช่วง 9 เดือนแรก 2564 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 46,563.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 839.25 ล้านบาท หรือ 1.84% และมีผลก�ำไรสุทธิเท่ากับ 3,665.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.76 ล้านบาท หรือ 1.54 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้า และรายได้จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจ�ำนวน 44,376.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 942.83 ล้านบาท หรือ 2.17% แม้จะมีการปิดสาขาชั่วคราวในไตรมาส 3 ของปี 2564 เป็นผลจากทั้งการเพิ่ม ประสิทธิภาพช่องทาง Omni Channel และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ทั้งบน ช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ เช่น Homepro Super Expo และส่วนหนึ่งเป็นผลมา จากการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าที่ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการใช้ชีวิตใน บ้านมากขึ้น เช่น พฤติกรรมท�ำงานที่บ้าน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากค่าเช่า จ�ำนวน 844.03 ล้านบาท ลดลง 237.91 ล้านบาท หรือ 21.99% เป็นผลจากการที่บริษัทฯ ยังคงมีการปรับลดหรือยกเว้นค่า เช่าให้แก่ผู้เช่า ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ ตามค�ำ สั่งของรัฐบาลได้ก�ำหนดให้สามารถเปิดธุรกิจในศูนย์การค้า ได้เพียงบางประเภท ซึ่ง สามารถเปิดได้น้อยกว่าช่วงเวลาปิดศูนย์การค้าในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ รายได้ร้าน ค้าเช่าจากศูนย์การค้าลดลง รวมถึง ไม่มีรายได้ค่าเช่าจากพื้นที่เช่าที่มาจากการจัด งาน Homepro Expo เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ที่มีการจัดกิจกรรม HomePro Expo

บริษัทฯ มองการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม Work From Home เป็นโอกาสที่จะได้เพิ่ม สัดส่วนสินค้าใหม่ๆ ให้ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงเป็นโอกาสใน การขยายฐานลูกค้า และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านทาง แพลตฟอร์มต่างๆ ของบริษัทฯ ทางช่องทาง Home Pro Application และ Home Service Application นอกเหนือจากทางเว็บไซต์

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังมีรายได้อื่นอีก จ�ำนวน 1,342.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.33 ล้านบาท หรือ 11.12% โดยเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าในสาขา เพิ่มขึ้น และมีก�ำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจ�ำนวน 11,257.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 345.45 ล้านบาท หรือ 3.17% โดยอัตรา ก�ำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 25.12% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 25.37% เป็นผลจาก การเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนจัดซื้อสินค้า ควบคุมต้นทุน และเพิ่มสัดส่วนการขาย สินค้าของกลุ่มสินค้าที่มีอัตราก�ำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มสินค้าส�ำหรับ การท�ำงานที่บ้าน และกลุ่มสินค้าท�ำความสะอาด ถึงแม้ว่าในไตรมาสที่ 3 จะได้รับ ผลกระทบท�ำให้อัตราก�ำไรขั้นต�่ำลดลงก็ตาม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการด�ำเนินการสาขาที่มีค�ำสั่งปิด ด้วยการปรับใช้ระบบ Order Fulfillment เพื่อสื่อสารกับฝ่ายคลังสินค้าในแต่ละสาขา โดยระบบจะเชื่อม โยงการส่งสินค้ากับการสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งท�ำให้ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความรวดเร็วใน การจัดส่งสินค้า สนับสนุนการจัดส่งภายในวันและจัดส่งในวันถัดไป ทั้งยังให้พนักงาน ในสาขาปรับการให้บริการเป็นแบบ Shop4You เพื่ออ�ำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ในการสั่งซื้อสินค้าตลอดจนจบกระบวนการ นอกจากนี้สาขายังสามารถจัดเตรียม สินค้าส�ำหรับลูกค้าที่สะดวกเข้ามารับสินค้าด้วยตัวเองที่สาขาเป็นบริการ Click And Collect ดังนั้นบริษัทฯ จึงสามารถใช้พื้นที่ในสาขา และทรัพยากรบุคคลได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น

นายคุณวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ พัฒนาช่องทาง Omni Channel มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ�ำหน่ายสินค้า และการให้บริการต่างๆ เช่น Click and Collect (สั่งซื้อสินค้าออนไลน์และมารับที่สาขา) Same Day Delivery (จัดส่งสินค้าภายในวันที่มีการสั่งซื้อ) และ social media platform “Shop4You” (ผู้ช่วยเสมือนในการเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเองที่สาขา) ท�ำให้บริษัทฯ พร้อมรับมือการ เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

นายคุณวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีโฮมโปร 86 สาขา โฮมโปรเอส 8 สาขา เมกาโฮม 14 สาขา และโฮมโปรในประเทศมาเลเซียอีก 7 สาขา ทั้งนี้ยังได้รับ การจัดอันดับเครดิตองค์กร ของบริษัทฯ อยู่ในระดับมั่นคงและแข็งแรงใน ระดับ AA- จากการจัดอันดับของ TRIS Rating อีกด้วย

MAGKETING l 12


PODIUM

เนสท์เล่ประกาศโรดแมป สู่เป้าหมายเน็ทซีโร่ในปี 2050 นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า เนสท์เล่ ประเทศไทยได้ก�ำหนดแผนงานด้านความยั่งยืนใน 4 ด้านหลัก ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการด�ำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต เพื่อผลักดันเป้าหมาย ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 ให้ส�ำเร็จลุล่วง อันได้แก่ 1. บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก (Sustainable Packaging) เนสท์เล่ ประเทศไทยมุ่งมั่นในการ สอดคล้องกับเป้าหมายของเนสท์เล่ระดับโลกในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สามารถน�ำ ไปรีไซเคิลได้ 100% และลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2025 ซึ่งใน ปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ของเนสท์เล่ในไทยกว่า 90% สามารถน�ำไปรีไซเคิลได้ เนสท์เล่ ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น หลอดกระดาษโค้งงอได้ที่น�ำ มาใช้เป็นครั้งแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ UHT ซึ่งทดแทนการใช้หลอดพลาสติกกว่า 500 ล้านหลอดในปี 2021 บรรจุภัณฑ์แบบ Monostructure ที่ผลิตจากพลาสติกประเภท เดียวกัน และสามารถน�ำไปรีไซเคิลได้เป็นครั้งแรกของโลก บรรจุภัณฑ์ภายนอกแบบ กระดาษ ซองไอศกรีมแบบกระดาษโดยไม่มีการเคลือบพลาสติกครั้งแรกในธุรกิจ ไอศกรีมในประเทศไทย และ กาแฟกระป๋องอะลูมิเนียม 100% ซึ่งสามารถรีไซเคิลได้ นอกจากนี้ ยังลดปริมาณการใช้พลาสติกผลิตใหม่ในการผลิตขวดน�้ำดื่ม และพลาสติก หุ้มแพคอีกด้วย ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บริษัทสามารถลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ได้ถึง 470 ตันภายในปี 2021 2. การดูแลและจัดการทรัพยากรน�้ำอย่างยั่งยืน (Water Stewardship) เนสท์เล่มุ่ง ดูแลและจัดการทรัพยากรน�้ำอย่างยั่งยืนทั้งในโรงงานและชุมชนรอบข้าง ด้วยการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้น�้ำในกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาได้ลดการใช้น�้ำ ในโรงงานได้ 4.8% ต่อค่าเฉลี่ยของการผลิตผลิตภัณฑ์ 1 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2018 โรงงานผลิตน�้ำดื่มของเนสท์เล่ 2 แห่ง คือโรงงานอยุธยา และสุราษฎร์ธานี ยังเป็น รายเดียวในประเทศไทยที่ได้การรับรองมาตรฐานการดูแลและจัดการทรัพยากรน�้ำ อย่างยั่งยืนระดับสากลจาก Alliance for Water Stewardship (AWS) ซึ่งเป็นกรอบ การท�ำงานระดับโลกในการจัดการทรัพยากรน�้ำอย่างยั่งยืน และรับรองบริษัทที่มีการ ด�ำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่ออนุรักษ์แหล่งน�้ำที่ใช้ร่วมกันและมีการร่วมมือกับ ชุมชน 3. การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน (Sustainable Sourcing) การจัดหาวัตถุดิบอย่าง ยั่งยืนคือสิ่งที่เนสท์เล่ ประเทศไทยให้ความส�ำคัญเสมอมา เพื่อช่วยปกป้องและฟื้นฟูสิ่ง แวดล้อม พร้อมกับส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ความเชี่ยวชาญและให้การสนับสนุนให้ มีผลผลิตอย่างยั่งยืน โดยในประเทศไทย เนสท์เล่ได้ใช้น�้ำนมวัวและเมล็ดกาแฟโรบัสต้า ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน 100% โครงการหลักที่เนสกาแฟได้จัดท�ำคือโครงการ “Nescafé Plan” ที่ได้กระจายต้นกล้า กาแฟสายพันธุ์ที่ดีให้กับชาวสวนกาแฟ ตลอดจนถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติ

ที่ดีด้านการเกษตรในการปลูกกาแฟ ส่งเสริมการปลูกพืชร่วม เพื่อเพิ่มความหลาก หลายทางชีวภาพและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน เพื่อให้เกษตรกรได้ รับผลตอบแทนจากผลิตผลในระยะยาว โดยในแต่ละปี เนสท์เล่ได้จัดการอบรมให้กับ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,000 คน และกระจายต้นกล้ากาแฟให้เกษตรกรในท้อง ถิ่นรวมกว่า 3.5 ล้านต้นนับตั้งแต่ปี 2006 รวมถึงสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,500 คนให้ผ่านเกณฑ์การท�ำสวนกาแฟตามมาตรฐานสากล 4C (Common Code for Coffee Community) 4. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Reduction) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกในกระบวนการผลิตและการขนส่งสินค้า เนสท์เล่ ประเทศไทยได้น�ำร่องใช้รถ พลังงานไฟฟ้าในการขนส่งผลิตภัณฑ์คิทแคทแบบควบคุมอุณหภูมิ รถสามล้อไฟฟ้าขาย ไอศกรีมเนสท์เล่ รวมถึงตั้งเป้าเปลี่ยน 41% ของกลุ่มรถยนต์ผู้บริหารให้เป็นรถยนต์ ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลงภายในปี 2022 นอกจากนี้ บริษัทยังริเริ่มใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ในโรงงานและกระบวนการผลิต เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายในการใช้พลังงาน หมุนเวียน 100% ภายในปี 2025 “จากการด�ำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมตามแผนงานด้านความยั่งยืนทั้ง 4 ด้าน เรา มั่นใจว่าเนสท์เล่ ประเทศไทย จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2025 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งในปี 2030 และบรรลุเป้า หมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ได้ในปี 2050 โดยมุ่งยกระดับการ ด�ำเนินธุรกิจที่มากกว่า “การไม่ท�ำร้ายโลก” สู่ “การดูแลและฟื้นฟู” เพื่อสร้างการ เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และส่งผลดีต่อระบบอาหารในวงกว้าง”

MAGKETING l 13


PODIUM

รพ.มะเร็งชีวามิตราพร้อมเปิด หลังผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ บริษัทในกลุ่ม MODERN เผย โรงพยาบาลมะเร็งชีวา มิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมรับผู้ป่วยในประเทศจากจังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร หลังผ่อนคลาย มาตรการคุมโควิด ชูจุดเด่นบริการ และเทคโนโลยีทันสมัย โดยบุคลากรผู้ช�ำนาญการ สถานที่ให้บริการสะอาดปลอดภัย มีมาตรฐานระดับสากล ด้วยแนวทางการรักษา ควบคู่แผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก กัญชาทางการแพทย์ แพทย์แผนจีนและแพทย์ แผนไทย โดยเน้นการรักษาแบบยึดผู้ป่วย เป็นศูนย์กลาง นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ MODERN เปิดเผยว่า ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโค วิด-19 เริ่มคลี่คลาย ประชาชนในประเทศได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ รัฐบาลทยอยผ่อนคลายมาตการคุมโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางข้ามจังหวัดเป็นไป ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ทางโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทาง โรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ธุรกิจในเครือโมเดอร์นฟอร์ม เฮลท์ แอนด์แคร์ ซึ่งมีจุดเด่นในด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเทียบเท่า โรงพยาบาล ขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งใน ด้านบุคลากรผู้ช�ำนาญการ เทคโนโลยี การรักษาที่ทันสมัยมาตรฐานระดับสากล การ รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กับการรักษา แผนทางเลือกควบคู่กัน ส�ำหรับการ ให้บริการรองรับผู้ป่วยในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดใกล้เคียง อาทิ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร อ�ำนาจเจริญ สุรินทร์ มหาสารคาม มุกดาหาร นครพนม รวมไปถึงผู้ป่วยจาก กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ที่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้ สะดวก ประกอบกับธุรกิจด้านการแพทย์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต เนื่องจาก คนส่วนใหญ่หันมาให้ความส�ำคัญกับการดูแลใส่ใจสุขภาพ เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะหลัง จากผ่านวิกฤตเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรามีสัดส่วนผู้ ป่วยในจังหวัดมาใช้บริการ 79.30% และเป็นผู้ป่วยจากนอกพื้นที่ ทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติ 20.70% โดยคาดการณ์ว่าหลังการผ่อนคลายมาตรการคุมโควิดในประเทศ จะมีสัดส่วนผู้ป่วยจากนอกพื้นที่มาใช้บริการจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% นายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้อ�ำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา กล่าว เสริมว่า รพ. ชีวามิตรา ได้เตรียมความพร้อมส�ำหรับการให้บริการผู้ป่วยในประเทศ ครบทุกด้านอย่างเต็มก�ำลัง ประกอบด้วยมีการเตรียมความพร้อมของแพทย์ผู้ช�ำนาญ การ (Medical Specialists) เพื่อให้บริการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยบุคลากร ทั้งหมดของโรงพยาบาลได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 100% เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ด้วย ระบบเวชทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Record) การนัดหมายผู้ป่วย อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว ไม่ต้องคอยนาน มีบริการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยการตรวจ แบบ Genetic Test คัดกรองความเสี่ยงยีนส์มะเร็ง เพื่อประเมินความเสี่ยงและวาง แนวทางในการดูแลสุขภาพ การตรวจ Liquid Biopsy นวัตกรรมตรวจวิเคราะห์มะเร็ง จากเลือด เป็นทางเลือกส�ำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจ�ำกัด ในการตัดชิ้นเนื้อ เพื่อตรวจหามะเร็ง หรือผู้ป่วยที่กลับมาเป็นมะเร็งซ�้ำอย่างเต็มความสามารถ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตราใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย อาทิ เครื่องฉายรังสีเร่ง

อนุภาค ลดระยะเวลาการฉายรังสีให้สั้นลง โดยใช้เวลาเพียง 3-5 นาที CT Simulator ช่วยวางแผนและจ�ำลอง การรักษาทางรังสีรักษาได้แม่นย�ำ ลดผลกระทบต่ออวัยวะ ข้างเคียงด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีการรักษามะเร็งด้วยความร้อน โดย การเพิ่มอุณหภูมิไปเฉพาะก้อนมะเร็ง เพื่อให้มะเร็งแบ่งตัวช้าลง และการบ�ำบัดใน รูปแบบของเคมีบ�ำบัด ภูมิคุ้มกันบ�ำบัด และยาพุ่งเป้า ทั้งยังมีการรักษาแบบแผน ทางเลือก ประกอบด้วย กัญชาทางการแพทย์ (Medical Cannabis) แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine) แพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) โภชนาการและโภชนบ�ำบัด (Nutrition and Diet Therapy) และยังมีบริการ Telemedicine เพื่อบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่าน VDO Call ส�ำหรับผู้ป่วย และญาติ ให้สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยลด ภาระการเดินทางกรณีที่ไม่จ�ำเป็น โดยการดูแลและวางแผนการรักษาทุกขั้นตอนของ รพ. ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสหสาขาวิชาชีพอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวทางการ รักษาที่ "ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง" มุ่งให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งในด้านร่างกายและ จิตใจ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และรพ.ยังเป็นคู่สัญญาบริษัทประกันชั้นน�ำ รองรับสิทธิ ข้าราชการ และธนาคารเพื่อการเกษตรแสะสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่ออ�ำนวย การรักษาให้แก่ผู้ป่วยอีกด้วย “ในด้านมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ รพ. ยังคงเป็น ไปอย่างรัดกุม มีการ Swab ก่อนล่วงหน้าไม่เกิน 72 ชั่วโมงและมีผลตรวจเป็นลบ งด เยี่ยม และจ�ำกัดผู้ดูแลประจ�ำ 1 คน ต่อ 1 ราย บุคลากรทางการแพทย์ยึดหลัก D-MH-T-T เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์สม�่ำเสมอ“ นาย แพทย์ธนุตม์กล่าวทิ้งท้าย

MAGKETING l 14


PODIUM

กรุงศรีเผยผลก�ำไร 9 เดือนแรก ดันสินเชื่อพาณิชย์โตต่อเนื่อง หนุนฟื้นเศรษฐกิจ กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลประกอบ การ 9 เดือนแรกของปี 2564 ก�ำไรสุทธิจ�ำนวน 27,409 ล้านบาท ดันสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 4.4% และ 4.2% ตามล�ำดับ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ผ่านหลายมาตรการเชิงรุก ในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่ส�ำคัญส�ำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564: • ก�ำไรสุทธิจากการด�ำเนินธุรกิจปกติลดลง 2.2% หรือจ�ำนวน 431 ล้านบาท จาก ช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2563 โดยส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ซึ่งเป็น ผลมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อหลายครั้งเพื่อบรรเทาภาระหนี้ของ ลูกค้า และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ย ของสินเชื่อเพื่อลูกหนี้รายย่อย • เมื่อรวมก�ำไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นใน บริษัท เงินติดล้อ จ�ำกัด (มหาชน) ในไตรมาสที่สองปี 2564 ส่งผลให้ธนาคารมีก�ำไรสุทธิอยู่ที่จ�ำนวน 27,409 ล้านบาท ส�ำหรับช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2564 เป็นการเพิ่มขึ้น 39.5% จากช่วงเก้า เดือนแรกของปี 2563 • เงินให้สินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 1.2% หรือจ�ำนวน 21,294 ล้านบาทจากสิ้นเดือน ธันวาคมปี 2563 ซึ่งเกิดจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของสินเชื่อ SME และสินเชื่อ เพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 4.4% และ 4.2% ตามล�ำดับ สะท้อนความมุ่งมั่น และทุ่มเท ของกรุงศรีในการช่วยเหลือลูกค้าผ่านหลายมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบ

• อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 42.1% ในไตรมาสสามปี 2564 จาก 43.0% ในไตรมาสสองปี 2564 โดยเกิดจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของ ธนาคารท่ามกลางปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อ และอยู่ที่ 43.0% ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2564 เมื่อเทียบกับ 41.2% ในช่วงเดียวกันของปี 2563

• เงินรับฝาก ลดลง 2.8% หรือจ�ำนวน 51,564 ล้านบาทจากสิ้นเดือนธันวาคมปี 2563 โดยส่วนใหญ่เกิดจากการบริหารจัดการสภาพคล่องเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนเงินรับฝาก ออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถาม

• อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 2.27% ณ สิ้นเดือน กันยายนปี 2564

• ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.23% เทียบกับ 3.63% ในช่วงเก้า เดือนแรกของปี 2563 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ หลายครั้ง และการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเพื่อลูกหนี้รายย่อย • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส�ำคัญจ�ำนวน 12,104 ล้านบาท หรือ 50.5% จากช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2563 โดยปัจจัยหลักมาจากการบันทึกก�ำไรจาก เงินลงทุนจากการขายหุ้นเงินติดล้อ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนข้างต้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากการ ด�ำเนินธุรกิจปกติเพิ่มขึ้นจ�ำนวน 1,377 ล้านบาท หรือ 5.7% จากช่วงเก้าเดือนแรก ของปี 2563

• อัตราส่วนเงินส�ำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ธนาคารยังคงรักษาระดับการตั้ง เงินส�ำรองอย่างรอบคอบระมัดระวัง เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นจากการแพร่ ระบาดของ COVID-19 จึงท�ำให้อัตราส่วนเงินส�ำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวสูง ขึ้นมาอยู่ที่ 177.5% ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2564 • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.46% จาก 17.92% ณ สิ้นเดือนธันวาคมปี 2563 นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเติบโตของสินเชื่อเพื่อธุรกิจสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของกรุงศรีในการสนับสนุนลูกค้าผ่านหลายมาตรการเพื่อ บรรเทาผลกระทบ อาทิ การสนับสนุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต�่ำ สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูธุรกิจ และการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของ ภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืน”

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

UNSPLASH PIXABAY

โพลล์ชี้

ช้อปปิ้งช่วยลดความเครียด

เรื่อง : สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย)

- ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มกลับสู่สภาวะการใช้จ่ายปกติ รายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นเหตุเพราะ “ช้อปปิ้งลดความเครียด” - กลุม ่ ผู้บริโภคผู้หญิงมีแนวโน้มจับจ่าย หรืออยากซื้อสินค้าเพื่อความสุขมากขึ้น

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อทุก คน ซึ่งไม่ใช่กระทบแค่ด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพจิตและ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนจ�ำนวนมาก หลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกที่ 4 เราพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ส่วนใหญ่ยังคงเฝ้าระวังต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกอบกับราย ได้ที่ไม่มั่นคงในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ท�ำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการใช้จ่ายหลังวิกฤติโควิด-19 ท�ำให้สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ร่วมมือกับ บริษัท ส ไปซี่ เอช จ�ำกัด ลงพื้นที่ส�ำรวจและการคาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยประจ�ำ เดือนตุลาคม 2564 พบว่า ถึงแม้ความสุขคนไทยต�่ำสุดในรอบปี อยู่ที่ร้อยละ 59 โดย ลดลงร้อยละ 4 จากเดือนสิงหาคม แต่ความต้องการใช้จ่ายกลับดีดสูงสุดที่ร้อยละ 58 โดยปัจจัยหลักยังคงเป็นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริม ความงาม เพื่อลดความเครียดจากการท�ำงานในช่วงที่ต้องอยู่บ้าน และหาสินค้าเพื่อ การปรับตัวและด�ำเนินชีวิตให้มีความสุขในยุคโควิด อาทิ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน เครื่องนอน นางสาวชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อ�ำนวยการฝ่ายธุรกิจ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในการส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยรอบนี้พบ ว่า ประเด็นที่คนไทยติดตามมากที่สุด ยังหนีไม่พ้นปัญหาและสถานการณ์ของโควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งนับเป็นประเด็นที่ส�ำคัญและส่งผลต่อความสุขของคนไทยในระยะยาว รวมไปถึงประเด็นที่คนไทยให้ความสนใจไม่แพ้กันคือ มาตรการเยียวยาของทางภาครัฐ ก็ดี แนวโน้มของสถานการณ์ล็อคดาวน์ที่ดูจะคลี่คลายไปบ้างก็ดี รวมถึงประเด็นร้อนแรงอย่างเรื่องวัคซีนยี่ห้อต่าง ๆ ที่จะน�ำเข้ามายังประเทศไทย อีก ทั้งเรื่องความต้องการของชุดตรวจ ATK ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของคนไทย ที่ยัง ต้องเฝ้าระวังตัวจากโควิด-19 โดยผลส�ำรวจเราพบว่ามีข้อบ่งชี้ส�ำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรม การใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ 2 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1. นักการตลาดเตรียมสร้างโอกาสทองจากการ “ช้อปเอาคืน” / Be ready for upcoming ‘Revenge shopping’ จากความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งออนไลน์ และสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 (COVID-19) ในประเทศไทย เป็นแรงผลักดัน ให้ผู้บริโภคหันมาช้อปปิ้งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจ Online Shopping ยังเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการดึงดูดลูกค้าด้วย โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ทั้งรูปแบบฟรีค่าจัดส่ง หรือโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เพื่อเพิ่มยอดขายในออนไลน์ แต่ก็มี ผู้บริโภคบางส่วนที่ยังต้องการอยากจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและ คลายความตึงเครียด เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคได้ออกมา “ช้อปเอาคืน” เพื่อ ชดเชยความรู้สึกที่อึดอัด และคลายความตึงเครียดผ่านการซื้อสินค้านอกบ้านร่วมกับ คนในครอบครัว 2. ผู้หญิงอย่าหยุดสวย “คืนความสุขให้ผู้หญิง” ด้วยการช้อปปิ้ง / Refresh the happiness of women จากสถานการณ์โควิด-19 ท�ำให้กลุ่มผู้บริโภคเพศหญิงต้อง แบกภาระที่หนักหน่วง ทั้งการท�ำงาน เลี้ยงลูกน้อย หรือแม้แต่การดูแลงานบ้าน แต่ยัง คงมีความต้องการใช้จ่ายเพื่อหาความสุขให้ตัวเองเพิ่มมากขึ้น เห็นได้ว่ากลุ่มผู้บริโภค เพศหญิงมีแนวโน้มความต้องการซื้อสินค้าประเภทสกินแคร์และเครื่องส�ำอางที่เพิ่มสูง ขึ้นติดอันดับ 1 ใน 5 สินค้าต้องการมากที่สุด เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกจากบ้าน แต่

คนกลุ่มนี้ก็ยังอยากให้ตัวเองดูสวยอยู่ตลอดเวลา และมีอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่น่าจับตา คือความต้องการใช้จ่ายในสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และ เครื่องเสียง เพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะสินค้าเหล่านี้สามารถกระตุ้นรายจ่ายและเติมเต็ม ความสุขให้ผู้หญิงได้เป็นอย่างดี ทางด้าน นางสาวชุลิกา สายศิลา ผู้จัดการด้านงานวางแผนกลยุทธ์ บริษัท สไปซี่ เอช จ�ำกัด กล่าวว่า จากผลส�ำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในรอบนี้ หากจ�ำแนกเป็นช่วง อายุ 20-29 ปี ผู้บริโภคในกลุ่มนี้จะเน้นการหาความสุขให้กับตัวเอง ด้วยการใช้จ่าย

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

สินค้าเพื่อดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มสกินแคร์และเครื่องส�ำอาง ยังคงเป็นสินค้ายอดนิยมและมาแรงอย่างมาก ในส่วนสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งของจ�ำเป็น ซึ่งสามารถน�ำมาใช้ร่วมกับ งานที่ตัวเองท�ำและสร้างความสุขให้กับตัวเองได้อีกด้วย ส่วนผู้บริโภคในกลุ่ม 40-49 ปี ยังคงมีการใช้จ่ายเพื่อดูแลครอบครัวเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเทอมบุตร-หลาน การซื้อนมให้ลูก การดูแลพ่อแม่สูงวัย เป็นต้น แต่ยังคงใช้จ่ายแบบไม่ประมาทรัดเข็มขัดรายจ่ายมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงและการออมเงิน รองรับกับความไม่แน่นอนทางสภาพเศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบัน หากแบ่งสัดส่วนตามภูมิภาคพบว่า ภาคอีสานยังมีความต้องการใช้จ่ายสูงสุด หลังจากภาครัฐประกาศล็อกดาวน์ท�ำให้ผู้คน ต่างกลับภูมิล�ำเนาและวางแผนอยู่แบบระยะยาว เกิดการซื้อสินค้าที่จ�ำเป็นในการใช้ ชีวิต หลังจากเจอพิษโควิดและต้องกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ในภาคกลางนั้นส่วนใหญ่หมดไปกลับสินค้าที่มีความจ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต เช่น เครื่องนอน และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการท�ำงานและสร้างความสุขส่วนตัว ส่วนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล พบว่าสถานะทางการเงินมีแนวโน้มดีขึ้น และมีการ จับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อลดความตึงเครียด โดยข้อมูลจากผลส�ำรวจช่วงตุลาคม 2564 พบว่า 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คนไทยใช้จ่ายมาก ที่สุดในช่วงสถานการณ์ล็อกดาวน์ เป็นกลุ่มสินค้าที่จ�ำเป็นในใช้ชีวิตประจ�ำวัน ซึ่งได้แก่ อาหาร 31% สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน 14% สมาร์ทโฟนและโทรศัพท์มือถือ 10% อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต 7% เครื่องส�ำอางและสกินแคร์ 5% นางสาวณัฐชมนต์ นพอนันต์โภคิน ผู้จัดการด้านงานวางแผนกลยุทธ์ บริษัท สไป ซี่ เอช จ�ำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “การคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคใน ประเทศไทยประจ�ำเดือนตุลาคม 2564” ความยืดเยื้อของสถานการณ์โควิด หรือที่ เรียกว่า Long Covid ส่งผลให้พฤติกรรมของคนไทยให้ความสนใจกับข่าวสารบ้าน เมืองมากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 48 โดยเฉพาะข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับโควิด มาตรการ เยียวยาของภาครัฐ หรือแม้แต่จ�ำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ในแต่ละวัน รองลงมาหนีไม่พ้นในเรื่องการเมือง การเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบ และการชุมนุมต่าง ๆ ถึงร้อยละ 24 โดยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นถึง 16% มาเป็นอันดับ 2 และยังติดตาม ประเด็นร้อนรอบโลก และความเป็นไปในต่างประเทศอย่างตาลีบันบุกยึดประเทศ อัฟกานิสถาน ร้อยละ 3 ตามมาด้วยข่าวคดีผู้ก�ำกับโจ้ เศรษฐกิจ และภัยธรรมชาติ เป็นที่น่าสนใจว่าใน สถานการณ์โควิด-19 อันตึงเครียดและไม่แน่นอนนั้น ยังมีหัวข้อใหม่ ๆ ในผลวิจัยนี้คือ เรื่อง Popcat เกมส์ และกีฬา ซึ่งหากมองในภาพรวมแล้วแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยัง คงต้องการด้านความบันเทิง เพื่อผ่อนคลายและหาความสุขตามสภาพแวดล้อมของ ตนเอง

ผลส�ำรวจครั้งล่าสุดในเดือนตุลาคมนี้ ทางสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้ท�ำการส�ำรวจทางออนไลน์ “การคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของ ผู้บริโภคในประเทศไทย” เมื่อวันที่ 17-26 สิงหาคม 2564 โดยจัดท�ำทุกๆ 2 เดือนร่วม กับบริษัทในเครือ เพื่อมุ่งเน้นการคาดการณ์แนวโน้มของผู้บริโภคชาวไทยในอนาคต โดยผู้ร่วมตอบแบบสอบถามประกอบไปด้วยเพศชายและเพศหญิงจ�ำนวน 1,200 คน อายุระหว่าง 20-59 ปี จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ

MAGKETING l 19


CASE STUDY

CONSUMER BEHAVIOR AFTER

THE COVID-19

++

MAGKETING VOL.65

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : ปรัชญ์ พันแสงระวี

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่องมาเป็นปีที่สอง ส่งผลให้ พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการใช้จ่ายของผู้บริโภคต้องเปลี่ยนแปลง ไปหลายอย่าง และรวดเร็ว โดยมีปัจจัยด้านความปลอดภัยและความ รวดเร็วเป็นสองปัจจัยหลักที่เข้ามากระตุ้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ ก้าวเข้ามาในชีวิตประจ�ำวันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

MAGKETING l 21


CASE STUDY

5 Foresight of New Consumer ผศ. ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัย มหิดล กล่าวว่า ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เราเห็นกระแสของ Digital Disruption เข้า มามีบทบาทต่อการเปลี่ยนรูปแบบการท�ำงานและการใช้ชีวิตอยู่แล้ว แต่ว่าอิทธิพลอาจ ยังมีไม่มากนักต่อคนเจเนอเรชันต่างๆ ยกเว้นคนยุคใหม่ที่ถือเป็น Digital Citizens เติบโตมากับโลกดิจิทัลอยู่แล้ว แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีนี้นับเป็นตัวเร่งขับเคลื่อนให้ดิจิทัล เข้ามาอยู่ในชีวิตผู้คนทุกวัยรวดเร็วอย่างมาก ทั้งส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้คนให้มี ความกังวลด้านสุขภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจบางส่วน เช่น กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว การบริการ และสายสาธารณสุข เหล่านี้ท�ำให้เกิด New Consumer หรือผู้บริโภคมีพฤติกรรมใหม่ ที่เกิดจากการ เรียนรู้ด้านดิจิทัลมากขึ้นด้วยการบีบรัดของสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีพฤติกรรมผสม ผสานระหว่างโลกออฟไลน์กับออนไลน์ ชอบทั้งท�ำกิจกรรมนอกบ้าน และยินดีที่จะท�ำ กิจกรรมอยู่ที่บ้าน จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้คาดการณ์ภาพของพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไป โดย แนะหลักการ “Foresight” 5 ข้อต่อภาคธุรกิจ ดังนี้ 1. การซื้อสินค้า/บริการแบบสบายไร้ความยุ่งยาก (Frictionless shopping) เมื่อ ผู้บริโภคมีความเคยชินกับการสั่งอาหาร สั่งซื้อสินค้าผ่านมือถือ และเริ่มมองว่าไม่มี เหตุผลที่จะต้องเสียเวลารอต่อคิว หรือวนรถหาที่จอดรถในห้างฯ แล้ว ชีวิตต้องง่ายทุก อย่างจบได้ที่ปลายนิ้วผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องท�ำให้ร้านค้าตนเอง ง่ายต่อการเข้าถึงและสั่งซื้อมีบริการ สั่งง่าย ส่งง่าย มีจุด Drive-thru หรือเดลิเวอรี่ มี ช่องทางการสั่งซื้อ เช่น E-Commerce หรือ Social Commerce ให้ลูกค้าค้นเจอง่าย และสั่งจองได้ไม่ยุ่งยาก 2. การตลาดที่สร้างยิ้มผู้บริโภค (Entertaining Life) ผู้คนส่วนใหญ่ยังต้องการ ความบันเทิงในชีวิต เห็นได้จากอินฟลูเอนเซอร์ที่เน้นความสนุกสนานข�ำขัน จะมีผู้ ติดตามมากมายหลายล้านคนหรือ ads ที่ตลกก็สร้างการจดจ�ำได้ดีกว่าโฆษณาทั่ว ๆ ไป ดังนั้นธุรกิจ/แบรนด์ต้องรู้จักหยิบความขบขันและความสนุกมาใส่ในการสื่อสาร สินค้า หรือจัดกิจกรรมไลฟ์สดให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม มากกว่าการเน้นพูดถึงแต่คุณภาพ ของสินค้าเช่นเดิม 3.รู้จักและรู้ใจลูกค้าด้วยข้อมูล (Data-driven consumer) ผู้บริโภคมีความคาด หวังจากธุรกิจ/แบรนด์สูงขึ้นว่าต้องรู้ใจ รู้ความต้องการ เพราะในโลกดิจิทัล แบรนด์ สามารถเก็บข้อมูลและรู้จักลูกค้ามาก ยกตัวอย่าง แอปพลิเคชัน Amazon, Netflix มี การน�ำข้อมูลของลูกค้ามาท�ำ Recommendation ที่แสดงข้อมูลแนะน�ำให้สอดคล้อง กับความสนใจของลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นแบรนด์ต่างๆ จึงถูกคาดหวังว่าจะสามารถใช้ ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้านั้นเช่นเดียวกัน 4. ข้อมูลจากผู้ใช้จริงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ (Community Dependent) การเน้นสื่อสารจากแบรนด์โดยตรงอาจไม่เพียงพอและเน้นใช้สร้างการรับรู้เท่านั้น ลูกค้าในปัจจุบันจะตัดสินใจซื้อโดยพิจารณาข้อมูลจากการรีวิวของผู้ใช้จริง หรือถ้า

เป็น KOLs ก็ต้องมีความจริงใจมีความน่าเชื่อถือจริงๆ 5. สร้างความเชื่อใจที่จริงจัง (Brands We Trust) ท่ามกลางตัวเลือกสินค้าหรือบริการที่มีมากมาย แบรนด์ต้องสร้าง ความเชื่อถือไว้วางใจให้ผู้บริโภคเชื่อมั่น ตอบโจทย์มาตรฐานชีวิตที่สูงขึ้น เน้นความ ปลอดภัยสุขอนามัยและดีต่อผู้บริโภคและสังคมอย่างจริงจัง เกิดเป็นจุดเน้นที่ส�ำคัญต่อ การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่มีเป้าหมายหรือ Purpose ที่ชัดเจนในอนาคตต่อไป ผศ. ดร.บุญยิ่ง กล่าว การปรับตัว นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จ�ำกัด (LPN Wisdom หรือ LWS) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาในการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จ�ำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวถึงผลงานวิจัยของทีมวิจัยงานบริการ (Service Development Centre: SDC) เกี่ยวกับการพัฒนางานบริการ ว่า หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสาย พันธ์ใหม่ 2019 (COVID-19) พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความต้องการด้านงานบริการที่ต้องมีความรวดเร็ว มีความคุ้ม ค่า พร้อมให้บริการทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมงใน 7 วัน รวมทั้งความสะดวกสบาย ในการรับบริการ ท�ำให้ผู้ให้บริการต้องปรับตัวโดยน�ำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดเก็บ ข้อมูลและวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า (Data Analytic) เพื่อน�ำมาพัฒนางาน บริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและอนาคต จากผลการส�ำรวจของ ทีม SDC จากกลุ่มตัวอย่างของผู้พักอาศัยในชุมชนภายใต้การ บริหารของ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จ�ำกัด (LPP) บริษัทในเครือ ของ LPN พบว่า พฤติกรรมของผู้พักอาศัยในชุมชนให้ความส�ำคัญกับช่องทางออนไลน์ ในการติดต่อสื่อสาร/รับข่าวสาร และพบพฤติกรรมการใช้ช่องทางออนไลน์อื่นๆ ในการ ท�ำกิจกรรมซื้อ-ขายสินค้า เช่น สั่งซื้อสินค้าออนไลน์กว่า 90% ใช้บริการสั่งซื้ออาหาร กว่า 80% ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ ส�ำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ We Are Social ร่วมกับ Hootsuite ที่ระบุว่า ในยุค 5.0 ประเทศไทยมี จ�ำนวนผู้ใช้งาน Internet ในปี 2021 มากกว่า 46 ล้านคน (เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปี 2009) ของประชากรทั้งประเทศที่ 66 ล้านคน พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยให้ความส�ำคัญกับเทคโนโลยี การเข้า ถึงข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าและบริการ เป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท�ำให้ ผู้ประกอบการในธุรกิจบริการต้องมีการปรับตัว พัฒนางานบริการให้สอดคล้องกับ พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยค�ำนึงถึง 4 องค์ประกอบหลัก คือ ความรวดเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค : การที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ ชีวิตท�ำให้การเข้าถึงข้อมูลของสินค้าและบริการเป็นไปอย่างรวดเร็ว และการตัดสินใจ ซื้อสินค้าและบริการสามารถท�ำได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ท�ำให้ผู้ขายสินค้าและบริการ จ�ำเป็นต้องมีความรวดเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค ทั้งในด้านคุณภาพสินค้าและบริการ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารให้เข้ามามีส่วนช่วยให้สามารถส่งต่อข้อมูลของผู้ประกอบ การไปสู่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เป็นปัจจัยเร่งในการตัดสินใจให้กับลูกค้า รวมถึง

MAGKETING l 22


CASE STUDY

การพัฒนางานบริการให้มีความสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงง่าย ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการในหลายธุรกิจได้มีการพัฒนาช่องทางการสื่อสารและงาน บริการผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง และมีอัตราเร่งในการเข้าถึงผู้ ต้องการใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว เช่น บริการด้านสาธารณสุขผ่านระบบ Telehealth ซึ่งให้บริการปรึกษาด้านสุขภาพโดยแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพผ่านช่องทาง ออนไลน์ การให้บริการเบิก ถอน โอน เงิน ช�ำระราคาสินค้าและบริการผ่าน application ต่างๆ ของสถาบันการเงิน การรับช�ำระค่าบริการส่วนกลางของอาคารชุดพักอาศัย ผ่าน application หรือ QR Code การใช้เทคโนโลยี Beacon ส่งสัญญาณบลูทูธไปยัง สมาร์ตโฟนของผู้ใช้บริการที่อยู่ในรัศมีที่สัญญาณส่งถึง หากสมาร์ตโฟนเปิดช่อง รับสัญญาณบลูทูธเอาไว้ก็จะมีการแจ้งเตือนทางสมาร์ตโฟน และท�ำการรับข้อมูล (Information) ที่มีประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการได้ทันที เช่น การส่งคูปองส่วนลด โปรโม ชั่นบริการที่ลูกค้าก�ำลังสนใจโดยที่ลูกค้ายังไม่ได้ร้องขอ การแจ้งเตือนข้อมูลให้ผู้ใช้ได้ ทันที ท�ำให้ผู้ใช้ได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น การใช้ในระบบบัตรคิว ในการจัดล�ำดับการให้บริการงานต้อนรับที่ต้องบริการลูกค้า จ�ำนวนมาก เช่นการเข้าคิวส่ง-รับพัสดุ การใช้ในการเข้ารหัสหรือปลดล็อกรหัสการใช้ งานอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ตัวปลดล็อกจักรยานด้วยแอปพลิเคชัน เมื่อเจ้าของเดินเข้าไป ใกล้ในระยะที่อุปกรณ์ตรวจจับได้ก็สามารถใช้มือถือสั่งปลดล็อกได้ หรือแม้กระทั่งการ

ใช้เป็นอุปกรณ์ส�ำหรับการติดตามดูแลเด็กเล็กได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้ส่งสัญญาณแจ้ง เตือนไปยังผู้ปกครองเมื่อเด็ก ๆ ออกห่างหรืออยู่นอกสายตา สร้างความคุ้มค่าในงานบริการ : การพัฒนางานบริการที่ให้ความคุ้มค่าในการ ใช้งานส�ำหรับผู้บริโภค โดยการออกแบบงานบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ บริการด้วยระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ลดการรอคอยในการรับบริการ ด้วยการออกแบบให้มีระบบการจองคิวเพื่อเข้าใช้บริการ เลือกแพ็คเกจการใช้บริการได้ ตามความต้องการ สะดวกและถูกรวมไว้ ณ ที่เดียว ง่ายต่อการสั่งสินค้า และที่ส�ำคัญ ประหยัดค่าขนส่ง การปรับขนาดสินค้าให้เหมาะกับการขนส่ง กระจายจุดเข้าถึงสินค้า อย่างธุรกิจ คลาวด์คิดเช่น งานบริการบริหารจัดการเพื่อการ อยู่อาศัย ยังน�ำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของเจ้าของห้องชุด เช่น Smart Lighting Control ระบบควบคุมการท�ำงานของไฟฟ้าส่วนกลาง ช่วยประหยัดไฟฟ้า บันทึก ข้อมูลการเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศได้ บริการเหล่านี้จะถูกเลือกเป็นอันดับ ต้นๆ ระบบฐานข้อมูลทั้งการจัดการและการประมวลผลข้อมูล จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความส�ำคัญที่ผู้ให้บริการไม่อาจมองข้ามได้ ที่จะสามารถเสนอ สิทธิพิเศษต่างๆ ได้ง่ายและตรงใจผู้ใช้บริการ การน�ำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI (Artificial Intelligence) และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออุปกรณ์อัตโนมัติ IOT (Internet of Thing) มาใช้ในหลายประเภทงานบริการ บริการขนส่ง บริการจองคิว บริการจ�ำหน่าย สินค้าออนไลน์ สินค้าประเภทอาหารพร้อมรับประทานล้วนใช้เทคโนโลยี เนื่องจาก

MAGKETING l 23


CASE STUDY

เวลายังคงเป็นสิ่งที่มีค่า และเทคโนโลยีช่วยให้เราใช้มันได้อย่างคุ้มค่า และเข้าถึงสิ่งที่ เราต้องการได้เร็วขึ้น ทุกที่ ทุกเวลา (24hr. x 7days) : การเข้าถึงเทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้ ชีวิตที่เปลี่ยนไป ท�ำให้การตอบสนองต่อผู้ใช้บริการที่รวดเร็ว รวมไปถึงระบบของงาน บริการที่มีประสิทธิภาพ ในแบบ Real Time เป็นสิ่งส�ำคัญ พฤติกรรมของผู้บริโภคใน ปัจจุบันไม่ชอบการรอคอย จึงท�ำให้การตอบกลับที่รวดเร็วในแบบ Real Time เป็น หนึ่งในหัวใจส�ำคัญของงานบริการในปัจจุบันที่ผ่านหน้าจอสัมผัส การน�ำ ระบบ AI : Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถ ในการท�ำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ เช่น วิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจ ในการแก้ไขปัญหาได้ ส่งผลให้เกิดความรวดเร็วในการให้บริการ อย่างเช่น การติดต่อ มายัง Call Center ของผู้ใช้บริการ จะมีระบบ AI คอยให้บริการเบื้องต้น หากเกิน ขอบเขตในสิ่งที่ท�ำได้จะถูกโอนไปยังพนักงานโดยตรง แน่นอนว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ ต้องการที่จะติดต่อกับพนักงานโดยตรง แต่ดีกว่าได้รับการปฏิเสธให้ติดต่อใหม่อีกครั้ง ดังนั้น จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่ผู้ประกอบการ จะน�ำมาพัฒนาและปรับใช้กับธุรกิจ การให้บริการ นอกจากนั้นยังมีการใช้หุ่นยนต์ท�ำความสะอาดสระว่ายน�้ำ เก็บใบไม้และ เศษผงบริเวณก้นสระได้ สามารถขจัดสิ่งสกปรก ตะไคร่ และแบคทีเรียด้วยชุดกรอง แบบ มีตัวแปลงไฟฟ้าจากไฟปกติเป็นแบบโวลต์ต�่ำ ท�ำให้สามารถท�ำความสะอาดขณะ มีการใช้สระว่ายน�้ำได้ จากตัวอย่างที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า สามารถให้บริการได้ 24 ชม. อีกทั้งลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบธุรกิจงานบริการ อย่างอัตราก�ำลังของพนักงานได้ ในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพงานบริการที่ลูกค้าได้รับ พัฒนางานบริการเพื่อสร้างลูกค้าในอนาคต: การพัฒนางานบริการนอกจากพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันแล้ว ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยีในการ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้บริโภค (Data Analytic) ท�ำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะน�ำ ไปพัฒนางานบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอนาคตได้ เช่น การใช้ เทคโนโลยี VR : Virtual Reality เป็นการจ�ำลองสถานที่ขึ้นมาเป็นโลกเสมือนจริง โดยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการมองเห็น โดยผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับสถานที่หรือสิ่ง แวดล้อมที่จ�ำลองขึ้นมาได้ผ่านอุปกรณ์ เป็นการสร้างประสบการณ์ที่สนุกมากขึ้นใน การซื้อสินค้าและบริการ ในวงการอสังหาริมทรัพย์มีการน�ำมาใช้ ส�ำหรับลูกค้าชมโครงการบ้าน และคอนโด โครงการใหม่ ซึ่งให้ความสมจริงได้มากกว่าการดู แบบโมเดลจ�ำลองอีกทั้งไม่ต้องไปยัง สถานที่จริงอีกด้วย บางครั้งลูกค้าไม่ทราบความต้องการของตัวเอง การน�ำข้อมูลมา วิเคราะห์และน�ำเสนอบริการใหม่ๆ ให้กับลูกค้าโดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมของลูกค้า เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ และเป็นการตอบโจทย์ความ ต้องการของลูกค้าในอนาคต “สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เพิ่มอัตราเร่งในการน�ำเทคโนโลยีเข้า มาใช้ เป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะพัฒนางานบริการที่ตอบโจทย์กับพฤติกรรม ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล น�ำมาวิเคราะห์พฤติกรรมและ ความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างงานบริการที่สามารถตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตได้ อย่างสะดวกสบาย รวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งาน และมีความเฉพาะตัว (Unique) สร้าง ความรู้สึกพิเศษ (Exclusive) ให้กับผู้รับบริการแบบเฉพาะตัว (Privacy) ในแบบที่

เรียกว่า Smart Service” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว พฤติกรรมการซื้อ ข้อมูลจาก The 1 Insight ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามระดับเพรสทีจ (Prestige Beauty) วิเคราะห์เจาะแนวโน้มการใช้จ่ายพร้อมชี้ช่องทางเติบโตทางการตลาดของ สินค้ากลุ่ม Prestige Beauty หลังโควิด-19 ยัน 4 เทรนด์หลัก สกินแคร์เติบโตน�้ำหอมขายดีเกินคาดการณ์-ใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น-ยอดขายออนไลน์โตทะยาน แนะธุรกิจเข้าใจอินไซต์ 4 กลุ่มพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Prestige Beauty ผลักดัน กลยุทธ์ Personalized Marketing เข้าถึงผู้บริโภคแต่ละกลุ่มอย่างตรงใจและรู้ใจ อย่างแท้จริง นางสาวหรรษา วงศ์สิริพิทักษ์ Head of Marketing – The 1 กล่าว “นอกจาก บทบาทในฐานะ Your Everyday Lifestyle App ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้กับ สมาชิก The 1 แล้ว The 1 ยังมีความพร้อมที่จะเชื่อมโยงแบรนด์สู่ผู้บริโภคได้อย่าง ตรงจุดตรงใจ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้าน DataTech เข้ากับ Personalized Marketing ซึ่งมีความส�ำคัญอย่างมากในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างที่เห็นได้ชัดเมื่อเกิดวิกฤตโควิด 19 ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน The 1 Insight จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้แบรนด์รู้ทันไลฟ์ สไตล์ผู้บริโภคสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างตรงจุด ซึ่ง Prestige Beauty ถือเป็นหนึ่งกลุ่ม สินค้าที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยส�ำคัญและแบรนด์ไม่อาจมองข้าม” The 1 Insight น�ำเสนอเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคโควิด-19 ต่อกลุ่มสินค้า ประเภท Beauty ซึ่งมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่การถูกจ�ำกัดและลดการเดินทาง พบปะผู้คนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เริ่มด้วย 4 เทรนด์พฤติกรรมหลัก ได้แก่ ใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์มากขึ้นและแต่งหน้าน้อยลง ซึ่งเกิดจากการที่ผู้คนอยู่ บ้านมากขึ้นและใส่หน้ากากอนามัยเสมอเมื่อออกนอกบ้าน ยืนยันด้วยตัวเลขยอดขาย สกินแคร์ที่เติบโตถึง 11% ในขณะที่ยอดขายในกลุ่มเมกอัพตกลง 17% พร้อมแนะอีกหนึ่งโอกาสที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ผลิตภัณฑ์กลุ่มน�้ำหอมที่เติบโต สวนทางตลาดอย่างมีนัยยะส�ำคัญและขัดกับความเข้าใจด้านพฤติกรรมโดยทั่วไป คือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เมื่อต้องออกนอกบ้านและพบปะผู้คน เพราะในยุคโควิดหลังปี 2019 เป็นต้นมา ยอดขายน�้ำหอมกลับโตถึง 12% โดยเหตุผลส่วนหนึ่งมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลก อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า น�้ำหอมได้กลายเป็น Affordable Luxury ที่ช่วยบ�ำบัดจิตใจ ให้กับผู้บริโภคในช่วงสภาวะนี้นั่นเอง The 1 Insight ยังพบว่า ยอดการใช้จ่ายต่อบุคคลในกลุ่ม Prestige Beauty เพิ่ม ขึ้น +5% สวนทางกับเศรษฐกิจภาพรวม สืบเนื่องจากการที่ไม่สามารถเดินทางข้าม ประเทศได้ท�ำให้ให้ผู้บริโภคหันมาใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น เป็นโอกาสที่ช่วยสร้างยอด ขายในประเทศให้กับแบรนด์สินค้า Beauty ต่างๆ ในส่วนของการซื้อขายผ่านช่องทาง ออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 122% โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลรายบุคคลแล้ว พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ใช้จ่ายในช่องทาง ออนไลน์ ยังคงซื้อผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยซื้อจากทางหน้าร้าน โดยพฤติกรรมการเปลี่ยน ช่องทางการซื้อสินค้า Beauty นั้น สอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคทั้ง ในและต่างประเทศ เห็นพ้องต้องกันว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวและยั่งยืน

MAGKETING l 24


CASE STUDY

(Sustainable Growth) ดังนั้นกลยุทธ์แบบ Omni-Channel จึงเป็นสิ่งที่แบรนด์ควร ให้ความส�ำคัญในการเตรียมพร้อมและลงทุนในแง่เทคโนโลยีอย่างยิ่งเพื่อให้ไม่เสีย โอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น E-Commerce Application และ Website, Social Commerce รวมถึง New Sales Channels อย่าง Chat & Shop, Call & Shop และ Personal Shopper ส�ำหรับการเข้าถึงผู้บริโภคในยุค New Normal อย่างแท้จริง นอกจากความเข้าใจเท รนด์ภาพรวมแล้ว การเข้าใจลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้งท�ำให้แบรนด์สามารถมองเห็น โอกาสได้ชัดเจนขึ้นเช่นกัน The 1 Insight ได้ท�ำการศึกษาข้อมูลเชิงลึกและน�ำเสนอ การแบ่งกลุ่มพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Prestige Beauty เป็น 4 กลุ่มส�ำคัญ ได้แก่ 1) Ritualist กลุ่มผู้มีก�ำลังซื้อและความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) สูง 2) Trialist กลุ่มคนรักผลิตภัณฑ์ความงามที่ชอบลองแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เสมอ 3) Skin Concern กลุ่มคนรักสกินแคร์ที่เน้นการดูแลผิวพรรณอย่างจริงจังมากกว่าการ แต่งเติม ชอบหาข้อมูลส่วนผสมและใช้ในการเลือกลองสกินแคร์อย่างหลากหลายตาม ความต้องการของผิว และ 4) Cover-Up กลุ่มคนที่ชอบและสนุกสนานกับการแต่ง หน้า แต่งเติมเสริมความงามด้วยเครื่องส�ำอางและอุปกรณ์รูปแบบต่างๆ โดยอาจจะไม่ ได้ให้ความส�ำคัญกับการดูแลผิวพรรณมากนัก การเข้าใจและสามารถระบุได้ว่าลูกค้าของแบรนด์อยู่ในกลุ่มใด ส่งผลดีอย่างยิ่งต่อ การท�ำการตลาดแบบPersonalized Marketing เพราะจะท�ำให้เข้าใจความต้องการ

ของลูกค้าอย่างแท้จริงในระดับแต่ละบุคคลและเลือกวิธีในการปฏิบัติต่อลูกค้าแต่ละ คน หรือแต่ละกลุ่มได้ชัดเจนและแม่นย�ำยิ่งขึ้น อาทิ หากลูกค้าของแบรนด์อยู่ในกลุ่ม Ritualist แบรนด์ควรที่จะให้ความส�ำคัญในการรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ ด้วยการจัดกิจกรรม เอ็กซ์คลูซีฟที่ช่วยรักษาความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว พร้อมคอยแนะน�ำผลิตภัณฑ์ กลุ่มใกล้เคียงกับที่ลูกค้าเคยใช้อยู่แล้วให้อยู่เสมอ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ (Extended & New product line) ส�ำหรับกลุ่ม Trialist ที่ชอบลองสินค้าตามกระแส แบรนด์ควรที่จะมุ่งเน้นเรื่องการ สร้าง visibility ให้สินค้าได้ปรากฏในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะ เป็นสื่อ, เพจหรืออินฟลูเอนเซอร์ พร้อมน�ำเสนอโปรโมชั่นเพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ได้ในทันที ส่วนกลุ่ม Skin Concern แบรนด์ควรสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและพร้อมให้ข้อมูล เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยผู้บริโภคไม่ต้องร้องขอ ตั้งแต่วิธีการผลิต แหล่งที่มาของส่วน ผสม ไปจนถึงผลการวิจัยต่างๆ เพื่อสร้างกรอบอ้างอิง (frame of reference) และ น�ำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด สุดท้ายส�ำหรับ Cover-Up กลุ่มคนรักการแต่งหน้าโดย พื้นฐานมักจะไม่ขาดการช้อปผลิตภัณฑ์เมกอัพที่ออกมาใหม่อยู่เสมอ แต่หากแบรนด์ ต้องการสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอีก แบรนด์สามารถเริ่มให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สกินแคร์ ที่เกี่ยวข้องและช่วยเสริมประสิทธิภาพของการแต่งหน้า พร้อมน�ำเสนอสินค้าใกล้เคียง (Sub-categories / Cross Categories) อาทิ น�้ำหอมหรืออุปกรณ์เสริมในการแต่ง หน้าแต่ละขั้นตอน

MAGKETING l 25


FACTOR

FREEPIK

วิจัยชี้ เศรษฐกิจสิ้นปียังคงต�่ำกว่าก่อนเกิดโควิด 6 % เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

วิจัยกรุงศรีรายงานว่า แม้มีการเปิดประเทศต้นเดือนพฤศจิกายนเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่ต้องกักตัว และผ่อนคลาย มาตรการควบคุม แต่คาดว่าระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมภายในสิ้นปีนี้ยังคงต�่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตการระบาดราว 6%

MAGKETING l 26


FACTOR

การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม มีข้อสรุปส�ำคัญ ดังนี้ i) เตรียมพิจารณาแนวทางการเปิดประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าวันที่ 1 พฤศจิกายน จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต�่ำ เดินทางเข้าไทยโดย ไม่ต้องกักตัว ไม่จ�ำกัดพื้นที่ หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่ก�ำหนด

กลับมาอยู่ที่ 94.9% และ 92.3% ของระดับก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 ตามล�ำดับ ขณะที่กิจกรรมท่องเที่ยวจะอยู่เพียงแค่ 57.9% ของระดับก่อนวิกฤต COVID-19 เท่านั้น และเมื่อค�ำนวณดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมแล้วพบว่า ณ สิ้นปีนี้ จะมี ค่าอยู่ที่ 94.4% ของระดับก่อนเกิดวิกฤต COVID-19

ii) ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ปรับลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00 น ถึง 3.00 น (เดิม 22.00 น ถึง 4.00 น) และปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (แดงเข้ม) เหลือ 23 จังหวัด (เดิม 29 จังหวัด) ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด (แดง) ล่าสุดมี 30 จังหวัด (เดิม 37 จังหวัด) พื้นที่ควบคุม (ส้ม) 24 จังหวัด (เดิม 11 จังหวัด) iii) ผ่อนคลายกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ การจัดงาน การประชุม โดยขยายจ�ำนวนผู้เข้าร่วม กิจกรรมตามแต่ละระดับพื้นที่ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดเพิ่มเติมแม้คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาด�ำเนินการมากขึ้นและช่วยลดความเสียหายทาง เศรษฐกิจลงได้บ้าง แต่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นของจ�ำนวนผู้ติดเชื้อ รายวัน การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในช่วงที่เหลือของปีจึงยังจ�ำเป็นต้องท�ำด้วย ความระมัดระวังไปพร้อมกับการเสริมด้วยมาตรการอื่นๆ อาทิ การสื่อสารที่ชัดเจน การสวมหน้ากาก การใช้ระบบติดตามผู้ป่วย และการเร่งฉีดวัคซีน ในส่วนของมาตรการเปิดประเทศที่จะเริ่มขึ้นในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เบื้องต้นทาง การระบุประเทศที่มีความเสี่ยงต�่ำ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี จีน และ สิงคโปร์ เป็นต้น โดยจะเปิดรับเข้าสู่ประเทศแบบไม่ต้องกักตัว ภายใต้เกณฑ์ข้อก�ำหนด ไว้ อาทิ ฉีดวัคซีนครบโดส มีการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางและเมื่อถึงไทย อย่างไร ก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการหรือนโยบายของประเทศ ต้นทางเป็นส�ำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวหลักจากจีนที่นับว่ามีสัดส่วนสูงเกือบ 28% ของภาค ท่องเที่ยวไทย ทั้งในด้านจ�ำนวนและการสร้างรายได้แก่ประเทศ ซึ่งปัจจุบันทางการ จีนยังคงมีมาตรการคุมเข้มการเดินทางระหว่างประเทศโดยไม่อนุญาตให้เดินทางท่อง เที่ยวต่างประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงการ เดินทางมาไทยเนื่องจากเป็นพื้นที่การระบาดยังมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น มาตรการหรือ นโยบายของประเทศต้นทางจึงอาจเป็นข้อจ�ำกัดต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในระยะอันใกล้นี้ วิจัยกรุงศรีประเมินแม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดเพิ่มเติม และ มีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว แต่คาดว่ากิจกรรมทาง เศรษฐกิจโดยรวมภายในสิ้นปีนี้จะยังอยู่ในระดับต�่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 อยู่ประมาณ 6% โดยค�ำนวณจากการใช้ข้อมูลความถี่เร็ว ได้แก่ ความเข้มงวดของ มาตรการ (measures of stringency) ความเข้มงวดของมาตรการที่เกิดขึ้นจริง (Implied stringency) เครื่องชี้เร็วด้านการเดินทาง (Google Mobility Index) และ ความนิยมในการค้นหา (Google search trends) เพื่อสะท้อนถึงกิจกรรมทาง เศรษฐกิจและการคาดการณ์ทิศทางของการค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ กิจกรรมท่องเที่ยว พบว่าภายในสิ้นปีนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการค้าปลีกจะ

MAGKETING l 27


FACTOR

PEXELS

วิเคราะห์ ภาคส่งออกคือแรงหนุนการฟื้นเศรษฐกิจ เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

วิจัยกรุงศรีคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีจะเติบโต 13.5% โดยมูลค่าส่งออกในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 22.0 พันล้านดอลลาร์ ขยาย ตัว 8.9% YoY แม้ชะลอลงเหลือเลขหลักเดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน แต่หากหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน�้ำมัน ทองคำ� และ อาวุธ มูลค่าส่งออกเดือนนี้ยังเติบโตดีที่ 19.4%

MAGKETING l 28


FACTOR

วิจัยกรุงศรีคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีจะเติบโต 13.5% โดยมูลค่าส่งออกในเดือน สิงหาคมอยู่ที่ 22.0 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว 8.9% YoY แม้ชะลอลงเหลือเลขหลัก เดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน แต่หากหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน�้ำมัน ทองค�ำ และ อาวุธ มูลค่าส่งออกเดือนนี้ยังเติบโตดีที่ 19.4% ทั้งนี้ จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในระดับ สูงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวดในช่วงเดือนสิงหาคม กระทบต่ออุปทานแรงงาน การขนส่ง และภาคการผลิต โดยสินค้าส่งออกส�ำคัญส่วนใหญ่เติบโตชะลอลง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า (+6.3%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+6.5%) อิเล็กทรอนิกส์ (+12.7%) อาหารแปรรูป (+16.6%) ยาน พาหนะและอุปกรณ์ (+23.5%) อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกบางรายการยังคงเติบโต แข็งแกร่งกว่า 40% น�ำโดยวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เกษตร เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ พลาสติก ด้านตลาดส่งออก ตลาดหลักทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเติบโตชะลอ ลง ขณะที่ตลาด CLMV กลับมาหดตัว โดยเฉพาะเมียนมาร์ (-6.3% จากความวุ่นวาย ทางการเมือง) และเวียดนาม (-17.2% จากการระบาดของ COVID-19) อย่างไรก็ตาม ตลาดจีน อาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ยังคงเติบโตดี

ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีเคยเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการ ระบาดวงเงินราว 7 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 6 มาตรการ ได้แก่ การให้เงินส�ำหรับ ผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่ต้องกักตัว (16 พันล้านบาท) การรักษาระดับการจ้างงาน (285 พัน ล้านบาท) การให้เงินช่วยเหลือโดยตรงส�ำหรับภาคธุรกิจ (20 พันล้านบาท) การลดค่า ใช้จ่ายส�ำหรับภาคครัวเรือน (200 พันล้านบาท) การลดค่าใช้จ่ายส�ำหรับภาคธุรกิจ (43 พันล้านบาท) และการให้เงินช่วยเหลือโดยตรงส�ำหรับภาคครัวเรือน (132 พันล้าน บาท) โดยคาดว่าการใช้มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ของไทยประคองตัวอยู่ที่ 3.25% จากช่วงก่อนวิกฤต COVID-19 อยู่ที่ 3.53%

แม้ส่งออกเดือนล่าสุดเติบโตชะลอลงเหลือเลขหลักเดียว แต่มูลค่าส่งออกที่ระดับ 22.0 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกเดือนสิงหาคมในรอบ 5 ปี ที่ 21.0 พันล้านดอลลาร์ โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้วิจัยกรุงศรีคาดว่าการส่งออกของไทยจะ ค่อยๆ เติบโตดีขึ้น เนื่องจากภาวะชะงักงันของภาคการผลิตและการขาดแคลนแรงงาน บรรเทาลง หลังจ�ำนวนผู้ติดเชื้อและอัตราการเสียชีวิตจากโรค COVID-19 เริ่มลดลง นอกจากนี้ การส่งออกยังมีปัจจัยหนุนจากการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และ สถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายลงในหลายประเทศรวมถึงอาเซียน อีกทั้งการอ่อนค่า ของเงินบาท อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของส่งออกไทยอาจจะไม่สูงมากดังเช่นใน ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งเคยเติบโตถึง 20-40% เนื่องจากการลดลงของผลบวกจาก ปัจจัยชั่วคราวทั้งการเร่งกลับมาใช้จ่ายของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและฐานที่ต�่ำในปี ก่อน โดยรวมแล้ววิจัยกรุงศรีจึงยังคงคาดการณ์อัตราการขยายตัวของมูลค่าส่งออกใน ปี 2564 ที่ 13.5% จากขยายตัว 15.2% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (บนฐานข้อมูล กระทรวงพาณิชย์) ทางการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% ของ GDP เปิดทางกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเติม การประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 กันยายน เห็นชอบตามมติของคณะ กรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐในการขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP จากเดิมก�ำหนด 60% เพิ่มเป็น 70% เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง เนื่องจากใน ปีงบประมาณ 2565 รัฐบาลยังจ�ำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินที่เหลืออยู่จาก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท (ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท) เพื่อเยียวยาและสนับสนุน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งจะท�ำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยสูงกว่า 60% ของ GDP เทียบกับ ณ สิ้นปีงบฯ 2564 (เดือนกันยายน) คาดว่าจะอยู่ที่ 58.96% วิจัยกรุงศรีประเมินการขยายเพดานหนี้สาธารณะไปที่ระดับ 70% ถือเป็นระดับที่ โครงสร้างของประเทศยังรองรับได้ และยังเป็นระดับที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประ เทศอื่นๆ ที่อยู่ในอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน อาทิ อินเดีย และมาเลเซีย การขยาย เพดานหนี้สาธารณะจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้แก่การด�ำเนินมาตรการของภาครัฐซึ่ง ถือว่ามีบทบาทส�ำคัญต่อเนื่องในการช่วยสร้างรายได้ที่ลดลงมากและเพื่อให้เศรษฐกิจ ฟื้นโดยเร็ว

MAGKETING l 29


DIGITAL LIFE

FREEPIK

ส�ำรวจ จริงหรือไม่ ลูกค้าออนไลน์ชอบร้านตอบแชทเร็ว เรื่อง : บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำ�กัด และ บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำ�กัด (มหาชน)

การสำ�รวจ เรื่อง ความคิดเห็นในการซื้อของออนไลน์ (2564) สนับสนุนโดย Live Agent บริการตอบคำ�ถามทุกร้านค้าออนไลน์โดย บุคลากรมืออาชีพ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำ�กัด และ บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำ�กัด (มหาชน) เปิดตอบแบบสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ (เว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย) ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 16 พฤษภาคม 2564

MAGKETING l 30


DIGITAL LIFE

บนช่องทางออนไลน์ หลายธุรกิจที่ก�ำลังเติบโตอาจรู้สึกท่วมท้นกับแชทที่หลั่งไหลเข้า มาอย่างไม่ขาดสาย หากเลือกไม่ได้ว่าจะจ้างแอดมินซึ่งเป็นคนจริง ๆ มาตอบค�ำถาม หรือใช้โปรแกรมแชทบอทเข้าช่วยเหลือ ลองดูค�ำตอบที่คุณก�ำลังตามหากับผลการ ส�ำรวจของเราได้ที่นี่ การส�ำรวจ เรื่อง ความคิดเห็นในการซื้อของออนไลน์ (2564) สนับสนุนโดย Live Agent บริการตอบค�ำถามทุกร้านค้าออนไลน์โดยบุคลากรมืออาชีพ ภายใต้ความร่วม มือระหว่าง บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จ�ำกัด และ บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จ�ำกัด (มหาชน) เปิดตอบแบบสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ (เว็บไซต์และโซเชียลมี เดีย) ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 16 พฤษภาคม 2564 มีผู้ให้ความสนใจให้ความคิด เห็นจ�ำนวน 1,650 คน และมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ แพลตฟอร์ม E-Marketplace และ C-Commerce ยังคงมาแรง ผลการส�ำรวจระบุ ช่องทางออนไลน์ที่คนไทยนิยมซื้อของมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งคือ Shopee รองลงมาเป็น Facebook Page สองแพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมตีคู่กันมา อย่างสูสี ส่วน Lazada ตามมาเป็นอันดับที่สาม โดยกลุ่มคนอายุน้อย (18-34 ปี) จะ นิยมชอปปิงผ่าน Shopee มากกว่า ในทางกลับกัน กลุ่มคนอายุมาก (35 ปีขึ้นไป) จะ ชอบชอปปิงผ่าน Facebook Page ซึ่งสามารถแชทพูดคุยสอบถามรายละเอียดได้ อย่างสะดวก

FREEPIK

เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ โดยภาษาที่ใช้ ความเข้าใจในสินค้าหรือบริการ และ การดูแลเอาใจใส่ เป็นสามล�ำดับแรกที่มีผลต่อความพึงพอใจต่อการแชทสูงสุด เรียง ตามล�ำดับจากมากไปน้อย จากข้างต้น “แชทบอท” หรือโปรแกรมตอบค�ำถาม (84.80% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ค�ำนิยาม) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเน้นแก้ปัญหาด้านการตอบแชทช้า หรือการตอบแชท นอกเวลาท�ำการ อาจไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ หากไม่ ได้พัฒนาระบบ Deep Learning AI ที่ช่วยให้แชทบอทเรียนรู้และจดจ�ำการสนทนาที่ เป็นธรรมชาติและมีส่วนร่วม

ด้านระดับการศึกษาและการซื้อของออนไลน์ ผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงสุดต�่ำกว่า ปริญญาตรี (ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช.) จะชอบซื้อของออนไลน์ผ่าน Shopee มากที่สุด แต่ส�ำหรับกลุ่มผู้ที่มีการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรี อนุปริญญา และปวส. ขึ้นไป จะซื้อของออนไลน์ผ่าน Facebook Page มากเป็นอันดับหนึ่ง

ท้ายที่สุดแล้ว การตอบแชทด้วยคนจริง ๆ ที่ช�ำนาญด้านลูกค้าสัมพันธ์มีแนวโน้มที่จะ สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

และเมื่อพิจารณาด้านอาชีพและความนิยมในการซื้อของออนไลน์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ตอบแบบสอบถาม จะพบว่ากลุ่ม นักเรียน นิสิต/นักศึกษา เป็นกลุ่มเดียวที่ นิยมซื้อของออนไลน์ผ่าน Shopee มากที่สุด ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพอื่น ๆ ไม่ว่าจะ เป็น ข้าราชการ ผู้บริหารและพนักงานเอกชน พ่อบ้านแม่บ้าน รับจ้าง ตลอดจนอาชีพ อิสระต่างนิยมซื้อของออนไลน์ผ่าน Facebook Page มากที่สุด รองลงมาจึงเป็น e-marketplace อย่าง Shopee และ Lazada ตามล�ำดับ

เมื่อมองลึกลงไปในเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนตอบแชทและแชทบอท ผู้ซื้อสินค้าหรือ บริการออนไลน์พึงพอใจในความรวดเร็วของแชทบอทมากกว่าคนตอบแชท อย่างไร ก็ตาม นี่เป็นปัจจัยเดียวที่แชทบอทสามารถเอาชนะคนตอบแชทได้ เพราะคนตอบแช ทสามารถสร้างความพึงพอใจในหมู่ผู้บริโภคในแง่ของ ความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง ของข้อมูล ความเข้าใจของข้อมูลระหว่างแชท ความมั่นใจในการให้บริการ และการ แก้ปัญหา ได้มากถึง 80%-90% ต่อแชทบอทที่สามารถตอบสนองเพื่อให้เกิดความพึง พอใจได้เพียง 10%-20% เท่านั้น

จริงหรือไม่? ตอบแชทเร็วส�ำคัญต่อการขาย การซื้อของออนไลน์จ�ำเป็นต้องมีการแชทตอบโต้กันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในหลาย ๆ เหตุการณ์ โดยผู้ซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์มักแชทเพื่อ แจ้งที่อยู่การจัดส่งสินค้า สูงสุดเป็นอันดับที่หนึ่ง รองลงมาคือ ด�ำเนินการช�ำระเงิน สอบถามข้อมูลสินค้า/บริการ สอบถามรายละเอียด อื่น ๆ สอบถามราคา สอบถามความคืบหน้าการขนส่ง แจ้งปัญหาการใช้สินค้า/บริการ และร้องเรียนปัญหา ตามล�ำดับ หลายคนคาดว่า การตอบแชทได้อย่างรวดเร็วทันใจมีผลต่อการขายและความพึงพอใจ ของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ผลส�ำรวจบอกว่า ความรวดเร็วของการตอบแชท มีผลต่อ ความพึงพอใจของผู้ซื้อสินค้าหรือบริการน้อยที่สุด

คนตอบแชท vs แชทบอท อะไรโดนใจผู้บริโภคออนไลน์มากกว่ากัน

นอกจากนี้ยังพบว่า คนชอปปิงออนไลน์ส่วนใหญ่กว่า 69.54% ทราบตั้งแต่ประโยค แรกที่ร้านตอบกลับว่าก�ำลังแชทพูดคุยกับแชทบอทอยู่ 21.77% ทราบหลังจากที่พูด คุยไปได้สักพัก ส่วนคน 8.69% ไม่สามารถแยกได้เลยว่าก�ำลังแชทสนทนาอยู่กับแช ทบอทหรือคนตอบแชท ซึ่งความตระหนักรู้นี้มีผลต่อระดับความพึงพอใจของผู้บริโภค ผลการส�ำรวจชี้ให้เห็นข้อได้เปรียบของคนตอบแชทที่มีมากกว่าแชทบอท จึงขอแนะน�ำ ให้ธุรกิจเลือกใช้แอดมินซึ่งเป็นคนจริง ๆ (ที่ตอบแชทไว) เหนือการใช้โปรแกรม แชทบอท หรือหากมีงบประมาณมาก อาจใช้ทั้งคนตอบแชทและแชทบอทควบคู่กัน เพื่อสร้างความพึงพอใช้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือบริการสูงสุด โดยเน้นตอบค�ำถามด้วยคนจริง ๆ ในช่วงเวลาท�ำการหรือช่วงที่มีการสอบถามเข้ามา มาก และใช้แชทบอทในช่วงเวลาอื่น

MAGKETING l 31


RESEARCH

PEXELS

เจาะลึก เอไอและปชก.สูงวัยส่งผลต่อตลาดแรงงาน เรื่อง : สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) จัดสัมมนา งานวิจัย “Sasin Research Seminar Series” เป็นประจำ�ทุกๆ สองสัปดาห์ เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการจัดสัมมนาใน หัวข้อ “A Deeper Look into the Impact of Disruption: The Interaction Effects of Automation and Population Aging on Labor Market”

MAGKETING l 32


RESEARCH

(Sasin School of Management) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนางานวิจัย “Sasin Research Seminar Series” เป็นประจ�ำทุกๆ สองสัปดาห์ เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการจัดสัมมนาในหัวข้อ “A Deeper Look into the Impact of Disruption: The Interaction Effects of Automation and Population Aging on Labor Market” โดยมี ผศ. ดร.ปิยะ ชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ อาจารย์ประจ�ำสาขาวิชาการเงิน และ ผศ. ดร.สบิณฑ์ ศรีวรรณ บูรณ์ อาจารย์ประจ�ำสาขาวิชาการปฏิบัติการและเทคโนโลยี สถาบันบัณฑิตฯ ศศิ นทร์ เป็นผู้บรรยาย ซึ่งเนื้อหาของการสัมมนา กล่าวถึง การประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Disruption ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา ของ Exponential technologies เช่น ระบบอัตโนมัติ (และ AI) บล็อคเชน พลังงาน แห่งอนาคต และเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented and virtual reality) และการ เพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย (Aging Population) ซึ่งมักจะควบคู่ไปกับการลดลงอย่าง รวดเร็วของสัดส่วนและจ�ำนวนแรงงานในประเทศ ที่องค์กรต่างๆ เช่น UN และหน่วย

ความรวดเร็วของร่างกายและสมองจะมีผลิตภาพลดลง อย่างไรก็ตามงานที่เน้นการ ใช้ cognitive abilities (ความสามารถในการรู้คิด) และความเข้าใจและการแสดงออก นั้นกลับมีผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการประยุกต์ใช้ระบบ อัตโนมัติและการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยมีความเกี่ยวพันกัน

งานในประเทศต่างๆ ได้คาดการณ์ไว้ โดยทั้งสองเป็น Disruption ที่ส�ำคัญมากและจะ ส่งผลกระทบต่อโลกในอนาคตอย่างแน่นอน แต่สองสิ่งนี้มักไม่ได้ถูกน�ำมาศึกษาร่วม กัน โดยงานวิจัยของอาจารย์ทั้งสองศึกษาว่า ระบบอัตโนมัติจะมาแทนที่แรงงานมนุษย์ หรือไม่ สัดส่วนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นจะก่อท�ำให้เกิดปัญหาขาดแคลนทักษะหรือไม่ และสองสิ่งนี้จะมีความเกี่ยวพันกันอย่างไรเพื่อการเข้าใจผลกระทบต่อตลาดแรงงานที่ ชัดเจนมากขึ้น

ผลที่ได้จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทั้งระบบอัตโนมัติและการเพิ่มขึ้นของประชากรสูง วัยได้เปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงมากขึ้นใน อนาคต การประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติสามารถเป็นปัจจัยส�ำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และลดผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานในยุคสังคมสูงวัยได้ นอกจากนี้ในบาง อาชีพการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติสามารถเพิ่มการจ้างงานได้เพราะท�ำให้แรงงานที่ มีทักษะที่จ�ำเป็นมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน แต่กระนั้น ก็ตามทุกการเปลี่ยนแปลงไม่ได้มีแต่ผลในด้านบวกต่อทุกคน สิ่งที่ส�ำคัญคือผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนมีหน้าที่ในการดูแล “ทุกคน” ให้สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่า เทียม โดยไม่ใช้การเปลี่ยนแปลงเป็นข้ออ้างในการ “เอาเปรียบ” และทิ้งบางคนไว้ข้าง หลังเพียงเพื่อให้ตนเองได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลง อย่างไม่เท่าเทียมสามารถเป็นต้นเหตุของการขาดดุลยภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ จะกัดกร่อนความสมานฉันท์ทางสังคม และส่งผลร้ายต่อทุกคนรวมทั้งผู้ที่เคยได้รับ ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงในท้ายที่สุด

มีข้อมูลจากลักษณะของงานที่แสดงว่า งานบางประเภท เช่น งานป้อนข้อมูลและ งาน telemarketers มีแนวโน้มที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามงาน ที่ต้องใช้ทักษะระดับสูงด้านการรับรู้และการจัดการ ความคิดสร้างสรรค์ หรือเชาวน์ ปัญญาทางสังคม มักจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้น ของอายุแรงงานก็สามารถส่งผลกระทบต่อแนวโน้มของงานที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบ อัตโนมัติได้เช่นกัน เช่นงานบางประเภทที่ใช้ความสามารถทางกายภาพ ความจ�ำ และ

งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยแรกที่ศึกษาผลกระทบและความเกี่ยวพันของการประยุกต์ใช้ ระบบอัตโนมัติและการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยต่อตลาดแรงงานในตลาดแรงงาน สหรัฐ ซึ่ง ผศ. ดร. ปิยะชาติ ได้ยกตัวอย่างผลการศึกษาที่น่าสนใจ เช่น แม้ว่าโดย เฉลี่ยการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติจะมีผลกระทบด้านลบต่อการจ้างงาน แต่หากน�ำ ปัจจัยในด้านการเพิ่มขึ้นของแรงงานสูงวัยเข้าไป จะพบว่ามีหลายอาชีพที่การประยุกต์ ใช้ระบบอัตโนมัติจะมีผลบวกต่อการจ้างงาน สะท้อนให้เห็นถึงความส�ำคัญของการ ประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติในการลดปัญหาการขาดแคลนทักษะจากการเพิ่มขึ้นของ ประชากรสูงวัย

MAGKETING l 33


RESEARCH

PIXABAY

ส�ำรวจ ตลาดคอนโดฯรีเซลในวิกฤติโควิด-19 เรื่อง : ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย

คอนโดมิเนียมรีเซลล์ถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดราคาตลาดคอนโดฯ ได้ดีในแต่ละช่วงเวลาและสถานการณ์ โดยมีปัจจัยประกอบที่ แตกต่างกันออกไปเช่น ทำ�เลที่ตั้ง สภาพโครงการ แบรนด์จากผู้พัฒนาโครงการ ไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย การบริหารนิติบุคคล หรือการได้รับผลตอบแทนจากราคาค่าเช่า ซึ่งเมื่อคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่จะเกิดสภาพการซื้อ-ขายที่แท้จริงจาก อุปสงค์และอุปทานในตลาดบริเวณนั้น ทำ�ให้ราคาขายแต่ละโครงการสะท้อนออกมา ตามความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย

MAGKETING l 34


RESEARCH

นายณัฎฐา คหาปนะ รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าส�ำนักงานไนท์แฟรงค์ ภูเก็ต บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จ�ำกัด กล่าวว่า คอนโดมิเนียมรีเซลล์ถือเป็นหนึ่ง ในดัชนีชี้วัดราคาตลาดคอนโดฯ ได้ดีในแต่ละช่วงเวลาและสถานการณ์ โดยมีปัจจัย ประกอบที่แตกต่างกันออกไปเช่น ท�ำเลที่ตั้ง สภาพโครงการ แบรนด์จากผู้พัฒนา โครงการ ไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย การบริหารนิติบุคคล หรือการได้รับผลตอบแทนจาก ราคาค่าเช่า ซึ่งเมื่อคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่จะเกิดสภาพการซื้อ-ขายที่แท้จริง จากอุปสงค์และอุปทานในตลาดบริเวณนั้น ท�ำให้ราคาขายแต่ละโครงการสะท้อนออก มา ตามความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย จากการส�ำรวจกลุ่มตัวอย่างคอนโดฯ รีเซลใกล้สถานีรถไฟฟ้าในระยะทางไม่เกิน 300 เมตร ที่มีอายุโครงการไม่เกิน 3 ปี และขายได้แล้วเกินกว่าร้อยละ 50 ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ.2564 พบว่าคอนโดจ�ำนวนหนึ่ง มีราคาเสนอขายในตลาดรีเซลสูงกว่าราคาซื้อ ตรงจากผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่อยู่ในท�ำเลรถไฟฟ้าสายสีน�้ำเงิน อย่างบริเวณสถานี รัชดาภิเษก ราคารีเซล เสนอขายอยู่ที่ 162,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัพไซด์ที่ร้อยละ 22 สถานีบางพลัด คอนโดฯ รีเซล มีราคาเสนอขายที่ตารางเมตรละ 87,000-120,000 บาท มีอัพไซด์ที่ร้อยละ 10-22 สถานีสามย่าน แม้จะเป็นโครงการคอนโดฯ แบบ Leasehold ก็มีอัพไซด์เช่นเดียวกัน โดยมีราคารีเซลเสนอขายอยู่ที่ 149,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัพไซด์ที่ ร้อยละ 8 สถานีจรัญฯ 13 มีราคารีเซลเสนอขายที่ 130,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัพไซด์ที่ร้อย ละ 19 เป็นต้น ส่วนรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น สายสีเขียวตอนปลาย สถานีปู่เจ้าสมิงพราย มีราคารีเซล เสนอขายที่ 90,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัพไซด์ที่ร้อยละ 14 สายสีเหลือง สถานี ทิพวัล มีราคารีเซลเสนอขายที่ 111,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัพไซด์ที่ร้อยละ 16 สาเหตุหลักเกิดจากราคาพรีเซลล์โครงการในท�ำเลเหล่านี้ยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบ กับท�ำเลสายสีเขียวย่านสุขุมวิท และห้องส่วนหนึ่งเกิดจากการท�ำโปรโมชั่นเร่งระบาย สต๊อกเพื่อรักษากระแสเงินสดของผู้ประกอบการในช่วงวิกฤติโควิด-19 ท�ำให้ตลาดรี เซลมีช่วงอัพไซด์ราคาอยู่พอสมควร

PIXABAY

เกิดการแพร่ระบาด ส่วนในแง่จ�ำนวนหน่วยการโอน ยังอยู่ในช่วงก�ำลังฟื้นตัวแต่ได้ผ่าน จุดต�่ำสุดไปแล้วคือช่วงไตรมาส 2 ปี พ.ศ.2563 การฟื้นตัวของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ นี้แสดงให้เห็นว่าตลาดคอนโดฯ รีเซล ระดับกลาง-บน มีแนวโน้มการฟื้นตัวเป็นบวก ขณะที่คอนโดฯ รีเซลระดับราคาย่อมเยานั้นฟื้นตัวได้ช้ากว่า เนื่องจากก�ำลังซื้อที่ อ่อนแอประกอบกับธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อ ด้วยตัวเลข NPL และ SML ที่ยังอยู่ในระดับสูงแม้ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นก็ตาม ตลาดคอนโดฯ มีสมดุลมากขึ้น ปี พ.ศ.2563-มิ.ย.2564 พบ 23 โครงการเปิดใหม่ ที่ขายได้ดี มียอดพรีเซลล์สูงกว่าร้อยละ 80 ในอดีตช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลาดคอนโดฯ นั้นอยู่ในช่วงขาขึ้น สังเกตได้จากจ�ำนวนอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 56,000 หน่วย ต่อปี ขณะที่อุปสงค์ เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 52,000 หน่วยต่อปี เมื่อการเร่งตัวของอุปทานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท�ำให้เกิดอุปทานส่วนเกินที่ต้องใช้ระยะเวลาในการขายยาวนานขึ้น และเป็นที่กังวลว่า ตลาดคอนโดฯ มีความเสี่ยงที่จะโอเว่อร์ซัพพลาย

ประกอบกับห้องที่ถูกน�ำมารีเซลจ�ำนวนหนึ่งมักจะมีต�ำแหน่งในโครงการที่ค่อนข้างดี มี จุดขายกว่าห้องท�ำเลอื่นในโครงการเดียวกันเนื่องจากลูกค้าที่ซื้อในช่วงแรกมักมีโอกาส ในการเลือกต�ำแหน่งที่ดีก่อน เป็นต้น ส�ำหรับคอนโดฯ ระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ราคา ตารางเมตรละ 3 แสนบาท ขึ้นไป จะสังเกตได้ว่ามีอัพไซด์ค่อนข้างจ�ำกัด

จากนั้นในปี พ.ศ.2563 การเปิดโครงการใหม่ชะลอตัวลงมากเพราะสถานการณ์การ แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่น่ากังวล ท�ำให้การเปิดคอนโดฯ ใหม่ลดลงร้อยละ 60 เหลือประมาณ 22,000 หน่วย จากในอดีตที่มีค่าเฉลี่ยการเปิดโครงการใหม่ประมาณ ปีละ 56,000 หน่วย

อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ซื้อระดับนี้ค่อนข้างเป็น Niche Market ที่มีรสนิยมสูง ซึ่งหากมี สินค้าและบริการที่เสริฟความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้ เชื่อมั่นว่ายังเป็นตลาดที่มีความ ต้องการ เพราะคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมีฐานะมั่งคั่ง ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะ วิกฤติโควิด-19

ขณะที่อุปสงค์ค่อนข้างทรงตัวหรือลดลงไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเกิดจากการท�ำโปรโมชั่นข องผู้ประกอบการที่ลดราคาอย่างมีนัยส�ำคัญ ท�ำให้จ�ำนวนอุปสงค์อยู่ในระดับ 50,000 หน่วยต่อปี ท�ำให้ปัจจุบัน ครึ่งแรกปี พ.ศ.2564 ตลาดคอนโดฯ เกิดความสมดุลมากขึ้น ระหว่างอุปสงค์และอุปทาน

การโอนกรรมสิทธิ์ คอนโดฯ รีเซล ไตรมาส 2 ปี พ.ศ.2564 ฟื้นตัวเทียบเท่าก่อนวิกฤติ ในแง่มูลค่าการโอนจากข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล ประเภทบุคคลธรรมดาในช่วงปี พ.ศ.2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 มีมูลค่า การโอนอยู่ที่ 11,136-12,210 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ.2563 มูลค่า การโอนได้ลดลงเหลือเพียง 7,576 ล้านบาท จากนั้นได้ทยอยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาถึง ไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ.2564 อยู่ที่ 11,359 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับในช่วงก่อน

ซึ่งจากการส�ำรวจโดยฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทยพบว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 เป็นต้น มา ที่สามารถท�ำยอดพรีเซลล์ได้สูงเกินกว่าร้อยละ 80 จ�ำนวน 6,316 หน่วย จาก 23 โครงการ จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าอุปสงค์ในตลาดคอนโดฯ เริ่มมีความเชื่อมั่นสูง ขึ้นและมีความพร้อมที่จะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งเมื่อการฉีดวัคซีนทั่วถึงและสามารถ ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้เป็นที่น่าพอใจ

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

AIRASIA airasia Super App (แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอพ) ฉลองครบรอบ 1 ปี การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวและ ไลฟ์สไตล์ จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษภายใต้แคมเปญ airasia Super App Day มหกรรมลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคทั้ง สินค้าและการบริการ ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งอาหาร หรือบริการท่องเที่ยวครบวงจร ในราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท* พร้อมโปรโม ชั่นโรงแรมและแพ็กเกจสุดคุ้มต่าง ๆ อีกมากมาย เท่านั้น เริ่มจองได้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 Strategy

:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย

(Cent-off promotion)

JD CENTRAL เจดี เซ็นทรัล (JD CENTRAL) ผู้น�ำทางด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย จับมือร่วมกับสมาคม ผู้จัดพิมพ์และผู้จ�ำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งหนังสือออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่ง ปี ภายในงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 26” เพื่อให้นักอ่านและผู้ที่สนใจ สามารถเพลิดเพลินไปกับการเลือก ซื้อหนังสือได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถรับคูปองส่วนลดสุดพิเศษบนแพลตฟอร์มของเจดี เซ็นทรัล ได้แบบจุใจ ตั้งแต่วันที่ 23-31 ตุลาคม 2564 Strategy

:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

(Cooperative Promotion)

HOMEPRO โฮมโปร กระตุ้นก�ำลังซื้อหลังคลายล็อคดาวน์ จัด “HomePro SUPER EXPO” แรงส์ห้ามพลาด มหกรรมลดราคาสินค้า เรื่องบ้านแบรนด์ดังครั้งใหญ่ในรอบปี สะดวกสบายช้อปได้ทุกช่องทาง กับสินค้า Super Deal / Super Brand ลดสุดคุ้ม สูงสุด 80% กับแบรนด์ดังลดกระหน�่ำผ่านช่องทาง LIVE สด บน Facebook และ LINE Official ของโฮมโปร ที่ โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ และ ช้อปออนไลน์ได้ที่ www.homepro.co.th ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 64 – 25 ตุลาคม 64 Strategy

:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย

(Cent-off promotion)

KRUNGSRI กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน)) เปิดตัวนวัตกรรมบริการโอนเงินต่างประเทศส�ำหรับลูกค้านิติบุคคล ผ่าน ดิจิทัลแพลตฟอร์ม Krungsri Biz Online (KBOL) ท�ำรายการได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องมาสาขาตอบโจทย์ช่วงโค วิด-19 ไม่ต้องยื่นเอกสารประกอบ โอนแล้วปลายทางได้รับเงินทันที เช่น สหราชอาณาจักร หรือ สิงคโปร์ และ ไวกว่าเดิม ใน สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเกือบทุกประเทศในยุโรป ตรวจสอบสถานะการท�ำรายการด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ได้ บนแพลตฟอร์ม เพิ่มความคล่องตัวให้ผู้ประกอบการในการท�ำธุรกรรมต่างประเทศ ตอกย�้ำการเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อ ลูกค้าธุรกิจ Strategy

:: การพัฒนาบริการใหม่

(New Service Development)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

GOODYEAR บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) เปิดตัวยางตระกูลแอชชัวแรนซ์ของกู๊ดเยียร์ ด้วยยางแอสชัวแรนซ์ แมกซ์ การ์ด เอสยูวี (Assurance MaxGuard SUV) อย่างเป็นทางการ ยางแอสชัวแรนซ์ แมกซ์การ์ด เอสยูวี ให้การปกป้องแบบ ทูอินวัน (2-in-1) ทั้งในด้านประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน การเบรก และความทนทาน Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่าย ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไวไว” เดินสาย สนับสนุนการสร้างบุญกุศลมอบผลิตภัณฑ์บะหมี่เจกึ่งส�ำเร็จรูป “ไวไว” ให้แก่ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (เล่งเน่ย ยี่ 2) เพื่อใช้ในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจ�ำปี 2564 ณ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (เล่งเน่ยยี่ 2) Strategy

:: การจัดกิจกรรมช่วงเทศกาล

(Seasonal Event Marketing)

AIRASIA แอร์เอเชียร่วมกับเครือโรงพยาบาลพญาไท เครือโรงพยาบาลเปาโล และเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เพิ่มช่องทางจัด จ�ำหน่ายแพ็กเกจตรวจคัดกรองโควิด-19 ทั้งแบบ RT-PCR ราคาเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท (รู้ผลภายใน 72 ชั่วโมง) และ แบบ Antigen Test ราคาเริ่มต้นเพียง 490 บาท (รู้ผลภายใน 1 ชั่วโมง) ซื้อสะดวกผ่าน www.airasia.com หรือ airasia super app ตั้งเเต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564 เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองจากโรงพยาบาลชั้นน�ำ พร้อมรับเอกสารประกอบการเดินทาง ในราคาพิเศษและได้มาตรฐาน Strategy

:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

(Cooperative Promotion)

HOMEPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ส่งมอบสุขภัณฑ์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ของใช้ที่จ�ำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นางดรุณี นิธิทวีกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อน�ำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยต่อไป ณ กระทรวงแรงงาน Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

AIRASIA แอร์เอเชียจัดโปรโมชั่นเส้นทางบินตรงจากสุวรรณภูมิ สู่เชียงใหม่ น่าน ภูเก็ต นครศรีธรรมราช เชียงราย เเละกระบี่ ราคา รวมเที่ยวเดียว ส�ำหรับสมาชิก BIG เริ่มต้นที่ 400 บาท จองด่วนตั้งเเต่ 21-31 ตุลาคม 2564 เดินทางตั้งเเต่ 1 พฤศจิกายน 2564-26 มีนาคม 2565 เลื่อนวันเดินทางได้ ไม่จ�ำกัดครั้ง ท�ำเองได้ทันที ฟรีค่าธรรมเนียม ตามเงื่อนไขที่ก�ำหนด

Strategy

:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย

(Cent-off promotion)

MERCEDES-BENZ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งโปรแรงกระตุ้นยอดขายต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 กับแคมเปญ “Mercedes-Benz Limitless Offers” มอบข้อเสนอที่พลาดไม่ได้ส�ำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ส�ำหรับรถยนต์คอมแพ็คทุกรุ่น ได้แก่ รุ่น A-Class, GLA และ GLB รวมทั้งรุ่น CLS 220 d และ Mercedes-AMG GLC 43 Coupé รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 3 ปี เมื่อท�ำสัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่า ทางการเงิน Strategy

:: แถมสินค้า

(Premiums & Gifts)

SUPERSPORT ซูเปอร์สปอร์ตจัดแคมเปญ Celebrate Our Heroes ข้อเสนอพิเศษ ทั้งการช็อปหน้าร้านและออนไลน์ ทาง www. supersports.co.th อาทิ ชุดและอุปกรณ์กีฬาหลากหลายชนิด เริ่มต้นที่ 299 บาท , ช็อปชิ้นที่ 2 เพียง 24 บาท , ลดเพิ่ม ทันที 240 บาทเมื่อช็อปครบ 2,000 บาท , ใช้คะแนนเดอะวันเพียง 24 คะแนนแลกเป็นส่วนลด 100 บาท , สิทธิพิเศษ ส�ำหรับฮีโร่บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยายาล กับส่วนลดไปเลย 40% เมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ Crocs และ Skechers และยังลดเพิ่มอีก 24% เมื่อช็อปผ่านบัตรเครดิต KTC Strategy

:: การจัดงานส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion activity)

IKEA อิเกีย ประเทศไทย เปิด 2 บริการใหม่ เซอร์คิวลาร์ ช็อป และศูนย์รีไซเคิล ตอบโจทย์การเดินทางสู่พันธกิจการพัฒนาที่ ยั่งยืนในปี 2030 (Circular Business by 2030) พร้อมกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าอิเกียสู่เป้าหมาย Zero Waste สร้างความยั่งยืนและโลกที่ดียิ่งขึ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ในอนาคต เริ่มต้นง่ายๆ กับเซอร์คิวลาร์ ช็อป บริการรับซื้อ-ขายเฟอร์นิเจ อร์อิเกีย และศูนย์รีไซเคิล เปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้กลายเป็นคะแนน IKEA Family ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่ยั่งยืน เพิ่มมูลค่าให้กับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิล ที่ อิเกีย บางใหญ่ Strategy

::

Green Marketing

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol.65 by MAGKETING - Issuu