REOPEN THAILAND ++
marketing case study
61 I S S U E
BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE JUNE 2564
VOL.8 ISSUE 61
THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE
REOPEN THAILAND ++
UNSPLASH
PEXELS
it's FREE
Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate
AnnaNita
SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK
01
HOMEROOM
EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร
ภาวนา อรัญญิก
EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ
บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี
> ศิลปกรรม
cymk@bangkok
ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา
วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์
บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com
CONTENTS
INFORMATION
17
8 12
FLASH PODIUM
ANALYSIS
20
26
29
17 20 26 29 32
BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH
DATABASE
37 38 39
MOVEMENT
>> FOOD & IT
MOVEMENT
>> HOME & FINANCE
MOVEMENT
>> ETC.
FLASH
โอกิลวี่
PR Awards Asia 2021 ระดับ Gold
ไวไว
โอกิลวี่ ประเทศไทย เขย่าวงการสื่อสารไทยอีกครั้ง พาแคมเปญหุ้นโออาร์ “Together for the Greater Growth” หุ้นมหาชนสุดร้อนแรงแห่งปี ไปคว้ารางวัล PR Awards Asia 2021 ระดับ GOLD ในประเภท Financial Communications โดยเป็น แคมเปญหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รางวัลระดับสูงสุดในปีนี้อีกด้วย
โอ๊ดวู๊ด
“MID YEAR SALE” ที่ โอ๊ควู๊ดฯ ศรีราชา
วาโก้
บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่และเส้นหมี่กึ่ง ส�ำเร็จรูป ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ไวไวและควิกแสบ" มอบผลิตภัณฑ์พร้อมส่งก�ำลัง ใจแก่ทีมแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ ไวไวห่วงใย...ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 เพื่อส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์น�ำไปใช้ ประโยชน์ในสถานพยาบาล
กรุงศรี
โอ๊ควู๊ด โฮเทล แอนด์ เรสซิเด้นท์ ศรีราชา จัดโปรสุดว้าว! “MID YEAR SALE” ส่ง 2 ดีลกับห้องพัก One Bedroom Premium Seaview ส�ำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 1,990 บาท / คืน (Net) จากราคาปกติ 3,800 บาท และ ห้องพัก Two Bedroom Deluxe ส�ำหรับ 4 ท่าน ในราคาเพียง 4,990 บาท / คืน (Net) จากราคาปกติ 7,000 บาท พร้อมอิ่ม อร่อย กับอาหารเช้าแบบไม่อั้น สามารถพักผ่อนได้ทุกวันตั้งแต่วัน นี้ – 30 มิถุนายนศกนี้
วาโก้ชวนช้อปสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์
สนับสนุนการลงทะเบียนรับวัคซีนป้องกัน โควิค19-
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) มอบเครื่องคอมพิวเตอร์จ�ำนวน 120 เครื่อง แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ประโยชน์ในการลงทะเบียนรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็น ผู้แทนรับมอบ การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับ ภาครัฐ รวมถึงการระดมทรัพยากรที่จ�ำเป็น เพื่อช่วยเหลือภาคสังคมและประชาชนใน สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อย่างเร่งด่วน
โฮมโปร
สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ครั้งที่ 25” หนึ่งปีมีหนึ่งครั้งที่จะได้ช้อปวาโก้กับโปรโมชัน“ ยิ่งใหญ่กลางปี ลดสูงสุดถึง 80% นอกจากเซฟเงินในกระเป๋าแล้วยังได้ “Save My Nature” เพราะวาโก้เข้าใจไม่ว่าสาวสไตล์ไหนทั้งสาวหวาน สาวแซ่บ จะเรียบร้อย หรือตลก ทุกคนล้วนมีธรรมชาติในการใช้จ่ายอย่างประหยัดและคุ้มค่ารับมือวิกฤต เศรษฐกิจยุคโควิด-19 โดยไฮไลท์ส�ำคัญไม่ควรพลาดกับคอลเลกชันใหม่ปี 2021 Wacoal Natural Fit
มุ่งส่งก�ำลังใจ สู้ภัยโควิด19-
HomePro “MIDYEAR SALE
งาน HomePro MIDYEAR SALE ลดใหญ่ จัดหนัก ช้อปคุ้ม ครึ่งปี ครึ่งราคา ตั้งแต่ วันที่ 25 มิถุนายน 64 - 30 มิถุนายน 64 กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม SUPER DEAL ลด หนักๆ สินค้าร่วมรายการ ลดสูงสุด 50% กดปุ๊บ รับเลย คูปองส่วนลด สูงสุด 2,500 บาท ผ่าน Line @HomePro คุ้มเน้นๆ รับเพิ่มคูปองท้ายใบเสร็จ 500 บาท เมื่อช้อป 10,000 บาทขึ้นไป รับคืนคุ้มๆ เครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 100,000 บาท เมื่อช้อปผ่าน บัตรเครดิต SCB
MAGKETING l 8
FLASH
MAGKETING l 9
FLASH
The 1
The 1 ติด 1 ใน 3 ผู้บริหารแห่งปีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
The 1 ผู้น�ำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่ม เซ็นทรัล ติด 1 ใน 3 บริษัทสุดท้ายที่เข้ารอบรางวัล Adobe Experience Maker Awards 2021 นับเป็นปีแรกที่บริษัทไทยได้รับเกียรติจากเวทีดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นเป็น ประจ�ำทุกปีเพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรชั้นน�ำทั่วโลกที่มีความโดดเด่นด้าน Digital Transformation และ Customer Experience
วอลล์
วอลล์พร้อมมอบไอศกรีม 1,000,000 แท่ง
เปิดตัว “เดอะ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี”
ประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 27
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย บริษัทในเครือ ขับเคลื่อนโครงการ “ปลูกจิตส�ำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ประจ�ำปี 2564” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 27 ชวน ประกวดภาพถ่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ หวังสร้างแรงบันดาลใจพร้อมปลูกจิตส�ำนึกเยาวชน คนรุ่นใหม่และคนไทยทั้งประเทศอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ให้คงอยู่คู่กันเพื่อรักษา สมดุลธรรมชาติ
ยูนิไทย
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จ�ำกัด ตอกย�้ำต�ำแหน่งผู้บุกเบิกและผู้น�ำเซก เมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย เปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ใหม่ ครั้งแรกใน โลก ยนตรกรรมซิตี้คาร์แฮทช์แบ็กฟูลไฮบริด มาพร้อมจุดเด่นเทคโนโลยี Full Hybrid อันทรงพลัง กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) พร้อมด้วย )เอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR
มอบเครื่องอัลตราซาวด์ช่วยทีมแพทย์ รพ.ชลบุรี
บริษัท บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จ�ำกัด (มหาชน) (CCP) มอบเครื่องตรวจ อวัยวะภายใน (เครื่องอัลตราซาวด์ขนาดพกพา) ให้แก่ โรงพยาบาลชลบุรี จ�ำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 250,000 บาท เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ด้านการดูแลรักษาผู้ ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ณ โรง พยาบาลชลบุรี จ.ชลบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้
ซีพี
ไอศกรีมวอลล์ แบรนด์ไอศกรีมที่อยู่คู่ประเทศไทยมากว่า 30 ปี อยากร่วมคืนรอยยิ้ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยให้กลับมาสดใสและสวยงามอีกครั้ง ปักหมุดที่ศูนย์ ให้บริการวัคซีนนอกโรงพยาบาลทั่วกรุงเทพฯ มอบไอศกรีม 1,000,000 แท่ง เพื่อร่วม เป็นส่วนหนึ่งของทุกความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ในทุกวัน
ฮอนด้า
CCP
มอบสิ่งของจ�ำเป็นร่วมสู้ภัย COVID19-
ยูนิไทย ชิปยาร์ด ในฐานะองค์กรที่ดูแลชุมชนใกล้เคียงมาโดยตลอด ได้เล็งเห็นถึงภาระ อันยิ่งใหญ่ของหน่วยงานทางการแพทย์และโรงพยาบาล จึงได้มอบสิ่งของจ�ำเป็นให้กับ โรงพยาบาลบางละมุง จ.ชลบุรี คือน�้ำดื่มจ�ำนวน 2,856 ขวด หมวกคลุมผมทางการ แพทย์จ�ำนวน 500 ชิ้น และหน้ากากอนามัยจ�ำนวน 2,500 ชิ้น เพื่อสนับสนุนการ ท�ำงานของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลบางละมุง ในการสู้ภัยโควิด-19 ในครั้ง นี้ไปด้วยกัน
MAGKETING l 10
FLASH
MAGKETING l 11
PODIUM
ไรมอน แลนด์ จัดอีเว้นท์ออนไลน์ ส่งเสริมการขายและชมห้องชุดผ่านเน็ต ไรมอน แลนด์ รุกหนักจัดกิจกรรม Live Streaming “The Ultimate Luxury Deals” กับประสบการณ์ชมห้องตัวอย่างผ่านระบบออนไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อม ข้อเสนอสุดพิเศษจากคอนโดมิเนียมระดับ Ultimate Luxury 2 โครงการ 2 ท�ำเล ศักยภาพใจกลางเมือง The Estelle Phrom Phong และ TAIT Sathorn 12 รับ ส่วนลดสูงสุด 5 ล้านบาท* ในราคาเริ่มต้น 8.88 ล้านบาท* วันที่ 27 มิ.ย. 64 เริ่ม 14.00 น. เป็นต้นไป เพียงวันเดียวเท่านั้น! มนาเทศ อันนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด และการขาย บริษัท ไร มอน แลนด์ จ�ำกัด (มหาชน) (RML) ผู้น�ำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ของ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาถือได้ว่าไรมอน แลนด์ เป็นเจ้าแรกๆ ในการริเริ่มท�ำ กิจกรรมใหม่ๆหลากหลายกิจกรรม รวมถึงการ Live Streaming ในยุค New Normal ไม่ว่าจะเป็นการท�ำเทรนนิ่งออนไลน์ให้กับผู้ที่สนใจหารายได้เสริมจากการเป็นตัวแทน การขายโครงการของบริษัทฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตลอด จนการจัดงาน Blogger Day Live Streaming รวมไปถึงการน�ำเสนอประสบการณ์ การขาย และการเข้าชมห้องตัวอย่างแบบ New Normal ผ่านทาง Raimon Land iConnect แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถเข้าไปชมห้องตัวอย่างเสมือนจริงได้ การนัดหมายพูดคุยกับฝ่ายขายผ่าน VDO Call ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีสามารถปิดการ ขายจากลูกค้าชาวต่างชาติได้ จากกระแสการตอบรับที่ดีของการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และความส�ำเร็จของ แคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ “ยูนิตพิเศษ” เพื่อกระตุ้นยอดขายไตรมาส 2/64 นั้น บริษัทฯ เดินหน้ารุกตลาด จัดโปรโมชั่น และกิจกรรมอย่างต่อเนื่องกับ “The Ultimate Luxury Deals” กิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านทาง Live Streaming แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อพบประสบการณ์ชมห้องตัวอย่างกับโครงการระดับ Ultimate Luxury ท�ำเลใจกลางเมือง ได้แก่ The Estelle Phrom Phong (ดิ เอส เทลล์ พร้อมพงษ์) และ TAIT Sathorn 12 (เทตต์ สาทร ทเวลฟ์) กับดีลที่สุด โดย ได้พิธีกรหนุ่มชื่อดัง มากความสามารถ “แบม-ปีติภัทร คูตระกูล” มาเป็นผู้ด�ำเนิน รายการในวันนั้น ส�ำหรับโครงการ The Estelle Phrom Phong คอนโดมิเนียม High-rise ระดับลักชัว รี่หนึ่งเดียวบนท�ำเลศักยภาพใจกลางเมืองย่านพร้อมพงษ์ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับ TOKYO TATEMONO บริษัทชั้นน�ำจากประเทศญี่ปุ่น บนสุขุมวิท 26 ท่ามกลางสังคม คุณภาพ (Exclusive Community) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างแท้จริง ด้วย Lifestyle Hub ระดับเวิลด์คลาสอย่าง The EM District, ทองหล่อ-เอกมัย, โรงแรม ระดับ 5 ดาว, ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์, โรงเรียนนานาชาติ, โรงพบาบาล รวมไป ถึงการเดินทางที่สะดวกสบายทั้ง BTS และจุดขึ้นลงทางด่วน พร้อมสิ่งอ�ำนวยความ สะดวกครบครัน อาทิ คอนเซียร์จ เซอร์วิส (Concierge Services) ไว้คอยบริการ ตลอด 24 ชั่วโมง, ฟิตเนสล�้ำสมัยจาก Techno Gym ตอบรับ Digital Lifestyle, Supercar Parking, ห้องพักรับรองแขกผู้มาเยี่ยมเยือน (Dedicated Guest Room),
สระน�้ำลอยตัว (Flotation Pool) เพื่อความผ่อนคลายตามแรงบันดาลใจจากทะเล Dead Sea, ออนเซ็น, ห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว, ห้องประชุม, สระว่ายน�้ำระบบน�้ำกรอง และลิฟท์ส่วนตัว ส�ำหรับยูนิตพิเศษ เป็นต้น ส่วนโครงการ TAIT Sathorn 12 คอนโดมิเนียม High-rise ระดับลักชัวรี่ ภายใต้ แนวคิด ‘Live the Best of Sathorn Life’ ตั้งอยู่สาทรซอย 12 ท�ำเลใจกลาง CBD (Central Business District) รายล้อมด้วยแหล่งแฮงท์เอาท์ (Hang Out) ไลฟ์สไตล์ คนเมืองยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์, คาเฟ่สุดชิค, Roof Top Bar & Restaurant, โรงแรมระดับ 5 ดาว พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้ BTS สถานีเซ็นหลุยส์ เพียง 2 นาที และจุดขึ้นลงทางด่วน โดดเด่นด้วยดีไซน์ Iconic Slope ท�ำให้มีห้องชุดสุดพิเศษ วิวสวนลอยฟ้าที่ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งห้องนอน, ห้องครัว, ห้องท�ำงาน, ห้องรับรองแขก พร้อมพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าเล่นระดับ และ สิ่ง อ�ำนวยสะดวกครบครันบนพื้นที่ 6 ชั้น กว่า 2,000 ตร.ม. อาทิ แอมฟิเธียเตอร์ เลานจ์ (Amphitheater Lounge), ห้องออกก�ำลังกายอเนกประสงค์ พร้อมห้องสตูดิโอ โดย เครื่องออกก�ำลังกายล�้ำสมัยจากเทคโนยิม (Techno Gym) ที่มาพร้อมระบบ Virtual Trainer ผ่านหน้าจอ เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ค�ำแนะน�ำขณะออกก�ำลังกาย, เลานจ์ชมพระอาทิตย์ตกดิน, ห้องอ่านหนังสือวิวสวน, ห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว และสวน ลอยฟ้า, สระว่ายน�้ำลอยฟ้าแบบปรับอุณหภูมิ พร้อมระบบกรองน�้ำปราศจากคลอรีน รวมไปถึงสระเด็ก และจากุชชี่, ห้องอบไอน�้ำแยกชายและหญิง และอื่นๆอีกมากมาย
MAGKETING l 12
PODIUM
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จัอโครงการซีเอสอาร์ ช่วยทั้งร้านอาหาร , เจ้าหน้าที่และชุมชนจากพิษโควิด-19 บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จ�ำกัด (มหาชน) เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้พันธ กิจ “We Promise” น�ำพลังตอกย�้ำพลังแห่งความเป็นเพื่อนที่เคียงข้างคนไทยไม่เคย ห่าง จับมือกับ บริษัท วันเดอร์ฟู้ด โฮลดิ้ง จ�ำกัดจัดตั้ง โครงการ “Food Friendship” เพื่อเป็นตัวกลางระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์ โควิด-19 ให้ส่งเมนูอาหารและอาหารแช่แข็งโดยเน้นที่เมนูซึ่งรังสรรค์ด้วยวัตถุดิบ สมุนไพรที่มีผลในการป้องกันรักษาสุขภาพ เข้ามายังโครงการ โดยโครงการจะน�ำไปส่ง ต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลสนามต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านทางมูลนิผ่านทางมูลนิธิและโรงพยาบาลต่างๆทั่ว ประเทศ โดยเริ่มส่งมอบอาหารตั้งแต่ 31 พ.ค เป็นต้นไป ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ สานต่อความมุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้าง สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยตามพันธกิจ “We Promise” เดินหน้าท�ำกิจกรรมเพื่อสังคม อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์อันยากล�ำบากของวิกฤติโควิด-19 ที่ด�ำเนินมาอย่าง ต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารใน ธุรกิจร้านอาหาร” “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ในฐานะผู้จัดจ�ำหน่ายแก๊สหุงต้ม (LPG) แบรนด์เวิลด์แก๊ส จึง อยากเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบ กับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโควิด-19 และกลุ่มที่ได้รับผลก ระทบจากวิกฤติในครั้งนี้ นี่จึงเป็นที่มาให้เราจัดตั้งโครงการ “Food Friendship” ขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนหลากหลายองค์กร เพื่อคัดเลือก เมนูอาหารแช่แข็งที่รังสรรค์ขึ้นด้วยวัตถุดิบสมุนไพรที่มีผลในการป้องกันรักษาสุขภาพ เพื่อน�ำไปส่งมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึง ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้” ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบและร่วม ยืนเคียงข้างและสร้างรอยยิ้มให้กับบุคลาการทางการแพทย์แล้ว โครงการนี้ยังมีส่วน ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรไทยและคุณสมบัติในการป้องกัน โรคของสมุนไพรเหล่านี้ พร้อมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยทาง เศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ ทางโครงการ “Food Friendship” ได้ร่วมมือกับบริษัท วันเดอร์ฟู้ด โฮลดิ้ง จ�ำกัด ภายใต้แบรนด์ผัดไทยไฟทะลุ มิชลินบิบกูร์มองต์ 3 ปีซ้อน เพื่อท�ำการคัดสรร เมนูอาหารและเมนูอาหารแช่แข็งที่สามารถเก็บแช่แข็งได้เป็นเวลามากกว่า 6 เดือน ได้แก่ เมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว ข้าวหน้าหมูตุ๋นไข่ยางมะตูมพริกส้มดอง ข้าวไก่ ผัดพริกขิงไข่ดาวพริกน�้ำปลา ข้าวหน้าหมูย่างน�้ำผึ้งไข่ยางมะตูม ข้าวหน้าไก่ไข่ดาวพริก สวน ข้าวพะแนงไข่ยางมะตูม ข้าวไก่ตุ๋นไข่ยางมะตูม ข้าวแกงกะหรี่ไก่ไข่ยางมะตูมผัก ดอง และผัดไทยไฟทะลุ
มีประโยชน์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จากนั้นจะน�ำไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาล และ มูลนิธิต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี รายการเรื่องเล่าเช้านี้ มอบให้แก่ชุมชน ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ปทุมธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ทางโครงการ “Food Friendship” ได้เริ่มด�ำเนินการส่งมอบเมนูอาหารแช่แข็ง ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ตั้งแต่วันที่ 31พ.ค 64 โดยส่งมอบให้กับ โรงพยาบาล รามาธิบดี ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชฑัณฑ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลวชิร พยาบาล และ โรงพยาบาลสิรินธร โดยจะด�ำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน มิถุนายน 2564
โดยเป็นอาหารแห้งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและเป็นเมนูที่รังสรรค์ด้วยสมุนไพรไทยที่
MAGKETING l 13
PODIUM
โนเกียวางจ�ำหน่ายฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ หวังยกระดับมาตรฐานรองรับ 4จี ทันเทคโนโลยี ภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล เปิดเผยว่า ถึง แม้ว่าการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากช่วง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่เร่งให้เกิดพฤติกรรมผู้บริโภคใช้ สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น ทั้งในการช�ำระเงินด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเป็นการลดความ เสี่ยงในการสัมผัสถูกเชื้อโรค ใช้สมัครและรับสิทธิจากมาตรการเยียวยาต่าง ๆ รวมไป ถึงการลงทะเบียนฉีดวัคซีน เป็นต้น แต่กลับพบว่ายังมีผู้ใช้งานจ�ำนวนไม่น้อย ที่ยังคง ต้องการและมองหาโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนคุณภาพดี ทนทาน เพื่อการใช้งานพื้นฐาน ไม่ ว่าจะเป็นการโทรออก รับสาย อ่านข้อความ SMS ใช้เพื่อความเพลิดเพลินตามไลฟ์ สไตล์ที่แตกต่าง เช่น ฟังวิทยุหรือฟังเพลง เล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ หรือถ่ายรูป ล่าสุด เอชเอ็มดี โกลบอล จึงได้ประกาศเปิดตัวโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนใหม่ จ�ำนวน 2 รุ่น คือ Nokia 105 4G และ Nokia 110 4G พร้อมกันทั่วโลก ซึ่งเป็นรุ่นที่สามารถตอบ สนองความต้องการตลาดฟีเจอร์โฟนในประเทศไทยเช่นกัน “ในประเทศไทยมีตลาดกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีความต้องการและมองหาฟีเจอร์ โฟน สะท้อนได้ชัดจากตัวเลขสัดส่วนการจ�ำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน เทียบกับฟีเจอร์โฟนของ Nokia ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันที่มีสัดส่วน ประมาณ 90 : 10 ซึ่งการขายโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนที่พัฒนาตามเทคโนโลยีของโทรคมนาคมที่ให้ คุณภาพการใช้งานหลักโดยเฉพาะเสียงรับสายและโทรออกที่ชัดบนเครือข่ายโทรศัพท์ 4G หรือเครือข่ายใหม่ ๆ ในอนาคตเป็นอุปสรรคส�ำคัญของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ประกอบกับ หนึ่งในกลยุทธ์ด้านการตลาดของ Nokia คือการเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือที่ผู้ใช้งาน ทุกกลุ่ม ชื่นชอบ ไว้ใจ และสามารถเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ใช้งานได้นาน โดยกลุ่มเป้า หมายตลาดฟีเจอร์โฟนในประเทศไทยเป็นกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ มีประชากรอายุ 60 ปี มากกว่า 20% ของจ�ำนวนประชากร โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหาโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถใช้งานง่าย ตัวอักษรมองเห็น ชัดเจน สามารถฟังวิทยุ แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานได้นาน และกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่มอง หาโทรศัพท์มือถือ ที่ทนทาน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ไว้ส�ำหรับ โทรเข้า-โทรออก เพื่อการท�ำงานโดยเฉพาะ” ภราดร อธิบาย ฟลอเรียน ไซชี (Florian Seiche) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HMD Global ล่าสุดได้ ประกาศเปิดตัวโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนใหม่จ�ำนวน 2 รุ่น คือ Nokia 105 4G และ Nokia 110 4G พร้อมกันทั่วโลก ซึ่งเป็นฟีเจอร์โฟนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยการเชื่อมต่อ 4Gกับคุณภาพเสียงรับสายโทรออกระดับ VoLTE HD ให้ผู้ใช้งาน ที่ชื่นชอบฟีเจอร์โฟนได้ “Love it รักเลย” กับเสียงที่คมชัด พร้อมเมนูรูปแบบใหม่ที่ มีฟังก์ชั่นซูมดูเมนู ให้มีตัวอักษรใหญ่อ่านง่ายขึ้น และสามารถฟังวิทยุ FM ได้สะดวก ขึ้น เพียงกดปุ่มสปีกเกอร์โฟน (Speakerphone) โดยไม่ต้องใส่หูฟัง “Trust it ไว้ใจ ได้” ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานตามแบบฉบับของNokia “Keep it ทนทาน” นอร์ดิกซ์ดีไซน์ การประกอบที่ประณีต และวัสดุที่ทนทาน พร้อมทั้งสามารถใช้งาน ได้ต่อเนื่องในโหมดสแตนบายได้สูงสุดถึง 18 วัน พร้อมฟังก์ชั่น Readout2 ช่วยอ่าน ข้อความให้ออกมาเป็นเสียง Nokia 105 4G และ Nokia 110 4G ใหม่ มีดีไซน์ใหม่ที่ เพรียวบางมีสไตล์ ทั้งยังผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพตามสไตล์สแกนดิเนเวียน ทนทาน ใช้ งานได้นาน
Nokia 105 4G ใหม่ เป็นฟีเจอร์โฟน ที่มาพร้อมกับคุณภาพเสียงในระดับ VoLTE HD บนการเชื่อมต่อ 4G เสียงคมชัดราวกับอยู่ในที่เดียวกัน ไม่ต้องตะโกนเพื่อให้ปลาย ทางได้ยินเหมือนรุ่นก่อน ๆ ใช้งานง่ายกับฟังก์ชั่นซูมเมนู ช่วยให้ไอคอนและตัวอักษรมี ขนาดใหญ่ขึ้นใช้งานหน้าจอได้ง่ายขึ้น พร้อมฟังก์ชั่น Readout2 ช่วยอ่านข้อความให้ ออกมาเป็นเสียง เชื่อถือได้กับแบตเตอรี่ 1,020mAh จาก Nokia ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ ที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย ด้วยขนาดที่เล็กท�ำให้สามารถพกใส่ กระเป๋าได้ มีสีฟ้า สีแดง และสีด�ำ ให้เลือกเป็นเจ้าของ ในราคาเพียง 990 บาท Nokia 110 4G ใหม่ ฟีเจอร์โฟนใหม่จาก Nokia พร้อมคุณสมบัติทุกประการที่ Nokia 105 4G ใหม่ มี และนอกจากคุณภาพเสียงในระดับ VoLTE HD บนการเชื่อมต่อ 4G แล้ว Nokia 110 4G ใหม่ ยังมีกล้องหลัง QVGA (0.08MP) ส�ำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการ ฟังก์ชั่นถ่ายภาพ พร้อม MP3 player และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลตามมาตรฐาน 128 + 48MB4 พร้อมสนับสนุนMicroSD การ์ดให้สามารถเพิ่มหน่วยความจ�ำได้สูงถึง 32GB เป็นฟีเจอร์โฟน 4G ที่พร้อมส�ำหรับอนาคต ผสมผสานคุณภาพที่เป็นแก่นของโทรศัพท์ Nokia ขึ้นชื่อด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยวและมีสไตล์ มีให้เลือก 3 สี คือ เหลือง ฟ้า และด�ำ ในราคาเพียง 1,090 บาท นอกจากนี้ ทั้ง Nokia 105 4G และ Nokia 110 4G ใหม่ ยังมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่น คือ สามารถฟังวิทยุ FM ได้สะดวกขึ้น แบบไม่ต้องใส่หูฟัง เพียงกดปุ่มสปีกเกอร์โฟน (Speakerphone) ก็สามารถฟังวิทยุ FM ได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นใช้งานเป็น ไฟฉาย และแอปฯ เกม แอปฯ ค�ำศัพท์ภาษาอังกฤษกับ Oxford เป็นต้น
MAGKETING l 14
PODIUM
เนสกาแฟ ทุ่มเปิดแคมเปญ-พรีเซ็นเตอร์ ดึง ณเดชน์-ญาญ่า ตอกย�้ำจุดขายส�ำคัญ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เดินหน้าลุยตลาดกาแฟปรุงส�ำเร็จ ทุ่มงบ 700 ล้านบาท ส่งแคมเปญการตลาด “สิ่งดีๆ มีมากกว่าที่เห็น” ซึ่งเป็นแคมเปญยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี พร้อมเปิดตัว ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ คู่รักซุปตาร์นั่งแท่นพ รีเซนเตอร์ ชวนฟินกาแฟซองรสชาติเหมือนกาแฟสด กับคอนเซ็ปต์ใหม่ “กลมกล่อม หอม ครบ จบในซอง” พร้อมประเดิมกิจกรรมเฟสแรกสร้างกระแส #กาแฟสดณเดชน์ ญาญ่า มัดใจคอกาแฟและคนอยู่บ้านทั่วประเทศ ปัจจุบัน เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูเป็นผู้น�ำตลาดกาแฟปรุงส�ำเร็จที่มีมูลค่า 14,900 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 55% ทั้งนี้ ตลาดกาแฟส�ำเร็จรูปยังมีโอกาสเติบโต อีกมาก เนื่องจากอัตราการบริโภคกาแฟในบ้านมีการเติบโตที่ดี เกิดจากปัจจัยหลัก ที่ผู้บริโภคอยู่บ้านมากขึ้น และกาแฟปรุงส�ำเร็จเป็นทางเลือกที่ดี ตอบโจทย์คอกาแฟ ในด้านความคุ้มค่า ความสะดวก ชงง่าย และอร่อย ไม่ต้องออกไปดื่มกาแฟนอกบ้าน (ที่มาข้อมูลจาก ดัชนีค้าปลีกนีลเส็น) ศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟส�ำเร็จรูปและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด เปิดเผยว่า “เราจับเทรนด์ความนิยมการดื่มกาแฟในบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น มาสร้างสรรค์เป็นแคมเปญการตลาดของเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรูในปีนี้ เพื่อ สร้างความคึกคักให้กับตลาดในครึ่งปีหลัง เรายินดีมากกับการร่วมงานกันครั้งแรก ของแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งของไทย กับคุณณเดชน์และคุณญาญ่า ซึ่งเป็นนักแสดง ขวัญใจมหาชน เนสกาแฟเป็นเจ้าแรก ๆ ในตลาดที่น�ำเอาเรื่องราวความผูกพันดี ๆ ที่ มีมากกว่าที่เห็นของทั้งคู่มาสร้างเป็นแคมเปญใหญ่ ซึ่งเราคาดว่าจะสามารถขยายฐาน ลูกค้าไปสู่คอกาแฟสดและผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ พร้อมกระตุ้นการดื่มกาแฟในบ้าน” ส�ำหรับกิจกรรมการตลาดเฟสแรก เนสกาแฟได้จัดท�ำภาพยนตร์โฆษณาชุด “กลมกล่อม หอม ครบ” ความยาว 30 และ 15 วินาที น�ำเสนอเรื่องราวความรู้ใจกัน ของคนสองคน ที่เป็นคอกาแฟเหมือนกัน ก็จะรู้ว่ากาแฟไหนดี และจะเลือกแต่สิ่งที่ ดีที่สุดให้กันและกันเท่านั้น อย่างณเดชน์ที่รู้ใจญาญ่าและเลือกชงเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ในทุกเช้า มอบกลิ่นหอมของกาแฟแท้ ๆ และรสชาติกลมกล่อมจากเมล็ด กาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าคั่วบดละเอียดทั้ง 2 สายพันธุ์ โดยได้เริ่มออนแอร์ทาง สถานีโทรทัศน์และสื่อดิจิทัลชั้นน�ำทั่วประเทศ พร้อมทั้งช่องทางเฟซบุ๊กและยูทูบของ เนสกาแฟ https://www.youtube.com/watch?v=zDQDXEAOPJE ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนนี้เป็นต้นมา นอกจากนี้ ยังมีสื่อโฆษณานอกบ้านสุดครีเอท ชูความหอมของผลิตภัณฑ์พร้อม
ข้อความโดนใจ ไม่ว่าจะเป็น “ซองนี้จะหอมไปถึงไหน” “พหอมโยธิน” “รัชดมภิเษก” หรือ “สูดขุมวิท” “มาภูเก็ต หาดก็เด็ด เนสกาแฟก็หอม” เป็นต้น ซึ่งมีการเปิด ตัวพร้อมกันในเดือนนี้ในกรุงเทพฯ และในจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ เช่น ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ อุบลฯ หาดใหญ่ ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช ศรีประภาทิ้งท้ายว่า “จากกิจกรรมในเฟสแรก เราตั้งเป้าที่จะเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศ และสร้างกระแส #กาแฟสดณเดชน์ญาญ่า ไปทั่วประเทศ พร้อม ทั้งตอกหมุดการเป็นผู้น�ำในตลาดกาแฟปรุงส�ำเร็จอย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้ เรายัง เตรียมกิจกรรมการตลาดที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับคอกาแฟในเร็ว ๆ นี้” คอกาแฟสามารถดื่มด�่ำกับความกลมกล่อม หอม ครบ จบในซอง กับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ใน 4 รสชาติได้แก่ ริช อโรมา เอสเปรสโซ โรสต์ สูตรน�้ำตาลน้อย สูตรไม่มี น�้ำตาลทราย มีจ�ำหน่ายในร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์ ของเนสท์เล่ ลาซาด้า https://bit.ly/3rhWOQO และช้อปปี้ https://bit.ly/39cxkyl
MAGKETING l 15
PODIUM
MAGKETING l 16
BEHAVIOR
MAGKETING l 17
BEHAVIOR
ศูนย์ให้ค�ำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ผศ. ดร. สุทธิกร กิ่งเเก้ว หัวหน้าโครงการวิจัย ได้เผย ผลส�ำรวจความคิดเห็น (โพลล์) ของคนไทยที่มีต่อนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ได้ ส่งเสริมและผลักดันให้การน�ำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอป พลิเคชัน หรือบริการ “เรียกรถผ่านแอป” สามารถด�ำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยได้ส�ำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ จากกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้นจ�ำนวน 3,914 คน ครอบคลุมทั้งประชาชนทั่วไป คนขับรถยนต์ส่วนบุคคลที่ให้บริการเรียกรถผ่านแอป รวมถึงคนขับแท็กซี่ โดยผลการส�ำรวจระบุว่า 92.3% ของกลุ่มตัวอย่าง ทั้งประชาชนทั่วไปและคนขับรถยนต์ที่ให้บริการผ่านแอป ต่างเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้มีการน�ำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ให้บริการรับส่งผู้โดยสาร สาธารณะผ่านแอปพลิเคชันอย่างถูกกฎหมาย ขณะที่มีเพียง 7.7% เท่านั้นที่ไม่เห็น ด้วย กลุ่มตัวอย่างยังได้ระบุว่า การส่งเสริมให้บริการดังกล่าวถูกกฎหมายจะเป็น ประโยชน์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 78.1% เห็นว่าบริการดังกล่าวช่วยอ�ำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค เนื่องจาก ใช้งานง่าย มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง
บริการดังกล่าว 64.3% ของกลุ่มตัวอย่างไม่เห็นด้วยกับก�ำหนดโควต้า โดย 69.4% ของกลุ่มคนขับที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า การจ�ำกัดจ�ำนวนรถหรือ คนขับนั้นเป็นการปิดกั้นโอกาสการท�ำมาหากินหรือการหารายได้เสริมของคนไทย ขณะที่ 22.1% มองว่าการมีโควต้าอาจน�ำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การซื้อ ขายใบอนุญาต หรือการระบบมาเฟียเหมือนการซื้อขายเสื้อวินมอเตอไซค์ เป็นต้น ในขณะที่กลุ่มประชาชนทั่วไปมองประเด็นการซื้อขายใบอนุญาตหรือระบบ มาเฟียว่าเป็นปัญหาหลักสูงถึง 40.5% นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อปัญหาเรื่องจ�ำนวนรถที่อาจไม่เพียงกับความ ต้องการถึง 23.6% ส่วนกลุ่มผู้ที่เห็นด้วยกับการก�ำหนดโควต้านั้น 74.4% บอกว่าต้องการจ�ำกัด จ�ำนวนผู้ที่จะเข้ามาท�ำอาชีพนี้ไม่ให้มีมากจนเกินไป ขณะที่ 11.2% ต้องการสงวนอาชีพนี้ให้กับคนขับแท็กซี่แบบดั้งเดิมเท่านั้น
77.7% เห็นว่าช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการเดินทาง เพราะ มีข้อมูลคนขับและทะเบียนรถเป็นหลักฐาน มีเทคโนโลยีติดตามการเดินทาง
ส�ำหรับประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อก�ำหนดหรือเงื่อนไขของการน�ำรถยนต์ส่วน บุคคลมาให้บริการ พบว่า
71.8% บอกว่าบริการดังกล่าวมีความโปร่งใส เนื่องจากมีการแจ้งราคาค่า บริการให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้า
97.1% คาดหวังว่ารถยนต์ที่จะให้บริการดังกล่าวต้องแสดงราคาผ่านแอปพลิเค ชันให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าก่อนใช้บริการ
71% มองว่าบริการดังกล่าวเป็นช่องทางในการสร้างอาชีพเสริมให้คนไทย โดย เฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด
80% ของประชาชนทั่วไปเห็นด้วยกับการติดป้ายหรือสัญลักษณ์ที่ตัวรถเพื่อ แสดงว่าเป็นรถให้บริการทางเลือก ขณะที่กลุ่มคนขับรถที่ให้บริการผ่านแอปกว่า 65% กลับไม่เห็นด้วย
69% เห็นว่าบริการดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้น�ำสินทรัพย์ที่มีอยู่ (เช่น รถยนต์) มา ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 66.8% เชื่อว่าจะลดปัญหาคนขับรถปฏิเสธผู้โดยสาร
แท็กซี่
ในด้านความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลในการผลักดันการออกกฎหมายดังกล่าว ปีนี้
ในประเด็นด้านอายุของรถยนต์ที่จะน�ำมาให้บริการ
ประชาชนทั่วไปกว่า 83% อยากให้บริการเรียกรถผ่านแอปถูกกฎหมายภายใน
โดย 44.8% ของคนกลุ่มนี้อยากเห็นกฎหมายดังกล่าวถูกประกาศใช้อย่างเป็น ทางการภายในไตรมาสแรก ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของกลุ่มคนขับรถยนต์ที่ให้ บริการเรียกรถผ่านเเอป อย่างไรก็ดี มีคนขับจ�ำนวนถึงเกือบ 30% ที่ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถผลัก ดันกฎหมายนี้ได้ส�ำเร็จ ต่อประเด็นที่ภาครัฐอาจจะมีการจ�ำกัดจ�ำนวนรถยนต์หรือจ�ำนวนคนขับที่จะมาให้
75.1% ระบุว่าต้องการให้ภาครัฐอนุญาตให้มีอายุได้ถึง 12 ปีเช่นเดียวกับรถ
นอกจากนี้ 55.6% เห็นด้วยกับการจ�ำกัดให้น�ำรถยนต์มาจดทะเบียนเพื่อให้ บริการได้เพียง 1 คันต่อคนเท่านั้น ขณะที่ 44.4% ไม่เห็นด้วย นอกจากประชาชนทั่วไปและคนขับรถยนต์ที่ให้บริการเรียกรถผ่านแอปแล้ว ศูนย์ให้ค�ำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ท�ำการส�ำรวจความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดัง กล่าวในกลุ่มคนขับแท็กซี่จ�ำนวน 2,436 คนด้วย โดยพบว่า
MAGKETING l 18
BEHAVIOR
มากกว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนขับแท็กซี่ (56.3%) เห็นด้วยกับการส่ง เสริมให้น�ำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน อย่างถูกกฎหมาย ขณะที่ 43.7% ยังคงไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่คนขับแท็กซี่มีความกังวล มากที่สุด คือ ต้นทุนการประกอบอาชีพซึ่งปัจจุบันคนขับรถแท็กซี่มีต้นทุนในการให้ บริการที่สูงกว่าคนขับรถยนต์ส่วนบุคคล (62.6%) รวมถึงข้อก�ำหนดในการให้บริการ ของคนขับแท็กซี่ซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่า (53.6%) ในด้านความคาดหวังที่มีต่อภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือคนขับแท็กซี่เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันนั้น 39.3% ต้องการให้ช่วยลดต้นทุนจากภาระที่ไม่จ�ำเป็น เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ ต่างๆ เเละค่าบริการรายเดือนของระบบเเท็กซี่ที่ภาครัฐก�ำหนดไว้ รวมทั้งช่วยควบคุม ราคาเชื้อเพลิง อาทิ น�้ำมัน หรือก๊าซ NGV, LPG เป็นต้น 33.5% คาดหวังให้มีการปรับราคามิเตอร์ให้สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน และสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน 20.3% อยากให้ปรับลดหรือผ่อนผันข้อก�ำหนดต่างๆ ของรถแท็กซี่ เช่น การ
ขยายอายุรถ การอนุญาตให้ใช้รถต�่ำกว่า 1600 ซีซี ได้ เป็นต้น ขณะที่มีเพียง 4% เท่านั้นที่อยากให้มีการก�ำหนดโควต้าของผู้ที่จะน�ำรถยนต์ ส่วนบุคคลมาให้บริการเรียกรถผ่านแอป นอกจากนี้ ผศ. ดร. สุทธิกร กิ่งเเก้ว ยังได้แสดงความคิดเห็นที่มีต่อ ร่างกฎกระทรวงว่า ด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนแบบบริการทางเลือก ซึ่งประกาศ โดยกรมการขนส่งทางบก ว่า “นับเป็นเรื่องที่ดีที่ภาครัฐจะท�ำให้การเรียกรถส่วนบุคคล ผ่านเเอปถูกกฎหมาย ซึ่งกฎหมายนี้นับว่าเป็นกฎหมายเเรกที่รัฐจะออกมารับรองรูปเเบ บการให้บริการของธุรกิจดิจิทัลบนพื้นฐานเศรษฐกิจเเบ่งปัน (Sharing Economy) ซึ่ง ถือเป็นก้าวส�ำคัญของภาคเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ทั้งยังช่วยตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ด้านความสะดวก ความปลอดภัย ความโปร่งใสในการแสดงราคา ซึ่งสะท้อนผ่านความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป" "อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเด็นที่น่าเป็นห่วงในกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องโควต้า ซึ่งถือเป็นเรื่องล้าหลังที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับใคร เเม้เเต่คนขับเเท็กซี่เเบบดั้ง เดิมเองก็ไม่ได้ต้องการให้รัฐใช้การก�ำหนดโควต้าเพื่อช่วยในการเเข่งขันกับกลุ่มรถส่วน บุคคลที่ให้บริการผ่านเเอป หากเเต่คนขับเเท็กซี่เหล่านั้นกลับต้องการให้ภาครัฐช่วยใน การลดต้นทุนและแก้ไขกฎระเบียบที่เข้มงวดโดยไม่จ�ำเป็น รวมทั้งเพิ่มรายได้จากการ ปรับอัตราการคิดค่าบริการของมิเตอร์ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน”
MAGKETING l 19
CASE STUDY
REOPEN THAILAND ++ MAGKETING VOL.61
MAGKETING l 20
CASE STUDY
iNTROdUCTION เรื่อง : ปรัชญ์ พันแสงระวี
หลังรัฐบาลส่งสัญญาณ "เปิดประเทศ" ภายใน 120 วัน นับจากวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป เพื่อรับนักท่องเที่ยวกลับมาสู่ภาค ธุรกิจการและท่องเที่ยวรวมถึงส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ภายใต้เงื่อนไขการ ระดมฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประชาชน และการทดลอง โมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) ผ่านไปด้วยดี เพื่อ ให้เครื่องยนต์ภาคธุรกิจกลับมาเริ่มเดินเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่าง เต็มก�ำลังอีกครั้ง
MAGKETING l 21
CASE STUDY
วิจัยกรุงศรีประเมินว่าหากฉีดวัคซีนได้ตามคาดจะช่วยลดจ�ำนวนผู้ติดเชื้อลงต�่ำกว่า 100 ได้ภายในกลางเดือนสิงหาคม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีประกาศเป้า หมายจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน โดยนับจากวันแรก (1 กรกฎาคม) ที่เริ่มโครงการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นต้นแบบในการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส จาก ประเทศที่มีความเสี่ยงต�่ำและปานกลาง ส่วนการเดินหน้าแผนการฉีดวัคซีนจะสามารถ ฉีดให้ประชาชนได้โดยเฉลี่ยประมาณเดือนละกว่า 10 ล้านโดส หากวัคซีนส่งมาเพียง พอในแต่ละเดือน ประมาณต้นเดือนตุลาคมจะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก แล้วอย่างน้อยจ�ำนวน 50 ล้านคน และล่าสุดได้มีการลงนามสัญญาจองหรือสัญญาซื้อ วัคซีนรวมทั้งสิ้น 105.5 ล้านโดส (เดิมตั้งเป้า 100 ล้านโดส เปิดประเทศต้นปี 2565)
2) ความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน
จากแบบจ�ำลองสถานการณ์การระบาด COVID-19 ที่ประเมินโดยวิจัยกรุงศรี (ข้อมูล จ�ำนวนผู้ติดเชื้อถึง ณ วันที่ 12 มิถุนายน) พบว่าในกรณีฐาน การระบาดในกลุ่ม คลัสเตอร์ใหม่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (เส้นสีส้ม) จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะยังคงสูง กว่า 2,000 รายจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม จากแผนการปูพรมฉีดวัคซีนทั่ว ประเทศที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน หากมีการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 250,000-270,000 โดสต่อวัน (เทียบกับค่าเฉลี่ยปัจจุบันที่ 247,212 รายต่อวัน ในช่วงระหว่างวันที่ 7-20 มิถุนายน) จะท�ำให้ประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนได้ทั้งสิ้น 55 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้
ด้านภาคท่องเที่ยว แม้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเริ่มด�ำเนินการได้ต้นเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ คาดว่าจ�ำนวนนักท่องเที่ยวอาจยังมาไม่มากนักในไตรมาส 3 การประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 8 มิถุนายน 2564 เห็นชอบในหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่าง ชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต�่ำและปานกลางของ จังหวัดภูเก็ต (Phuket Sandbox) ตามข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะมีก�ำหนดด�ำเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้ โดยมีก�ำหนดแผนการ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดนั้นเป็นเวลา 14 วัน (ปรับจากเดิม 7 วัน) ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการทบทวนในรายละเอียด และน�ำเสนอให้ค.ร.ม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
ภายใต้แผนการฉีดวัคซีนดังกล่าว วิจัยกรุงศรีประเมินว่าจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอาจ ทยอยลดลงหลังเดือนกรกฎาคม และมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ในระดับต�่ำกว่า 100 ราย ต่อวันได้ในราวกลางเดือนสิงหาคม (จากเดิมคาดปลายเดือนสิงหาคม) การฉีดวัคซีน ที่เร่งขึ้นกว่าหลายเดือนก่อน ช่วยลดความเสี่ยงด้านขาลงต่อเศรษฐกิจ แต่วิจัยกรุงศรี ยังคงคาดการณ์ GDP ปีนี้เติบโตที่ 2% เนื่องจากหลายปัจจัยยังมีความไม่แน่นอน โดย เฉพาะสถานการณ์การระบาดทั่วโลก ความเพียงพอและการกระจายวัคซีน รวมทั้ง ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนที่อาจไม่เป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ไว้ วัคซีนหนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทย วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยว่า ความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมร่วงลงต่อเนื่อง คาด ความคืบหน้าจากการฉีดวัคซีนจะช่วยหนุนการฟื้นตัว โดยดัชนีการความเชื่อมั่นผู้ บริโภคเดือนพฤษภาคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับต�่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 44.7 จาก 46.0 เดือนเมษายน เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สู่ระดับต�่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่ 82.3 จาก 84.3 เดือน เมษายน สาเหตุหลักจากการระบาดของ COVID-19 ระลอกสาม กอปรกับในเดือน พฤษภาคมมีจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ในระดับสูง และพบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ ใหม่ๆ ในกลุ่มแรงงานก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม แม้สถานการณ์การระบาดยังไม่บรรเทาลงในปัจจุบัน แต่คาดว่าในระยะข้างหน้าอาจมี ปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ความเชื่อมั่นกลับมาฟื้นตัวได้บ้าง ได้แก่ 1) การปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน แม้ปริมาณวัคซีน อาจจะยังมีจ�ำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่การฉีดวัคซีนสามารถ ด�ำเนินการได้เป็นวงกว้าง ล่าสุด 7 วัน (วันที่ 7-13 มิถุนายน) อัตราการฉีดวัคซีนเฉลี่ย อยู่ที่ 2.8 แสนโดสต่อวัน
3) มาตรการรัฐเพื่อเพิ่มก�ำลังซื้อแก่ประชาชนวงเงิน 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเริ่ม ด�ำเนินการในช่วงครึ่งปีหลัง และการคาดหวังมาตรการเพิ่มเติมจากพ.ร.ก.กู้เงินฉบับ ใหม่ที่อาจใช้เงินราว 1 แสนล้านบาท 4) ธปท.ขยายเวลาพักช�ำระหนี้ออกไปเป็นถึงสิ้นปีนี้ (เดิมสิ้นสุดเดือนมิถุนายน) แก่ ธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาดระลอกใหม่ รวมถึงมาตรการ สนับสนุนให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ระหว่างสถาบันการเงินกับลูกหนี้
แนวทางการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ล่าสุด ทางการก�ำหนด 10 จังหวัดพื้นที่น�ำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และกรุงเทพมหานคร จากข้อมูล ในปี 2562 พบว่าทั้ง 10 จังหวัดข้างต้น สามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่าง ชาติรวมกันสูงเกือบ 95% ของรายได้ทั้งหมดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ การเริ่มโครงการภูเก็ตแชนด์บ็อกซ์เป็นต้นแบบ ก่อนจะทยอยเปิดเพิ่ม เติมในพื้นที่น�ำร่องอื่นๆ ซึ่งทางการประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้า มาประมาณ 129,000 คน ในช่วงไตรมาส 3/2564 ทั้งนี้ การที่แต่ละพื้นที่น�ำร่องจะ สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จะต้องมีการจัดสรรวัคซีนให้แต่ละพื้นที่ครบ ตามจ�ำนวนที่ขอไว้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ อย่างไรก็ตาม วิจัยกรุงศรีประเมินว่าแม้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกต์จะสามารถด�ำเนิน การได้แต่จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาอาจยังมีไม่มากนัก โดยคาด ว่าในช่วงไตรมาส 3 จะมีประมาณครึ่งหนึ่งจากเป้าของทางการ เนื่องจากนักท่องเที่ยว อาจยังกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดในไทย รวมถึงตลาดนักท่องเที่ยวส�ำคัญ ยังเผชิญกับการระบาดที่มีจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงอยู่ อาทิ อินเดีย และมาเลเซีย นอกจากนี้ เงื่อนไขและข้อก�ำหนดทั้งจากประเทศต้นทางและปลายทางที่อาจเป็นข้อ จ�ำกัดส�ำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ สายการบินเตรียมพร้อม สัญญาณที่ดีจากรัฐบาลหลังจากที่เริ่มมีมาตรการผ่อนคลายให้หลายธุรกิจได้กลับมา ด�ำเนินกิจการได้ตามปกติ ธุรกิจสายการบินก็เป็นอีกหนึ่งกิจการที่เตรียมความพร้อม อย่างเต็มที่ พร้อมกลับมาให้บริการนักท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยเฉพาะการเดินทางท่อง เที่ยวภายในประเทศ และโครงการภูเก็ตเเซนด์บ็อกซ์ ที่จะเป็นก้าวเเรกในการเปิดรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้มาตรฐานสุขอนามัยที่ก�ำหนด
MAGKETING l 22
CASE STUDY
พร้อมน�ำร่องตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและต่างประเทศที่ได้รับการฉีด วัคซีนแล้วสามารถเดินทางเข้าภูเก็ตได้ ตามมาตรการที่รัฐบาลก�ำหนด ก่อนมีแผน ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น เชียงใหม่ กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน การเตรียมความพร้อมของสายการบินจึง จ�ำเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นด่านเเรก ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่จะน�ำผู้โดยสาร เดินทางเข้ามา โดยเฉพาะเรื่องการฉีด วัคซีน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทาง อย่างปลอดภัยครอบคลุมทั้งผู้ปฏิบัติงาน และผู้โดยสาร ภายในเดือนมิถุนายน 2564 นี้ พนักงาน ของแอร์เอเชียทั้งหมด จะได้รับการฉีด วัคซีนครบเเล้วมากกว่า 80% โดยเฉพาะ พนักงานที่ให้บริการผู้โดยสาร อย่าง พนักงานภาคพื้น พนักงานต้อนรับบน เครื่องบิน นักบิน พนักงานลานจอดเเละ อุปกรณ์ เมื่อรวมกับแผนบ�ำรุงรักษาเครื่อง บินที่เราให้ความส�ำคัญมาตลอดจากทีม วิศวกรเเละช่างอากาศยาน มั่นใจว่าแอร์ เอเชียพร้อมที่จะเพิ่มเที่ยวบินให้สอดรับ กับความต้องการเดินทางที่จะเกิดขึ้นทันที ด้วยโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นการเดินทางที่ ดึงดูดใจ รอเพียงการอนุญาตให้เดินทาง อย่างเต็มที่จากภาครัฐทุกคนจะมั่นใจได้ ว่าเมื่อเลือกเดินทางกับเเอร์เอเชียจะได้รับ บริการที่มั่นใจมากที่สุด
แอร์เอเชียพร้อมอย่างเต็มที่ในการตอบรับมาตรการดังกล่าว ทั้งด้านบุคลากร เครื่องบิน และการบริการต่างๆ ให้สอดรับกับ มาตรการเปิดการท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าเป็นส่วนส�ำคัญในการช่วยกันกระตุ้นการเดินทางให้กลับมาฟื้นตัวได้เร็วที่สุด เพื่อผลดีต่อผู้ ประกอบการเเละเศรษฐกิจท่องเที่ยวในภาพรวม กฤษ พัฒนสาร ผู้อ�ำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นเลขานุการสมาคมสายการบินประเทศไทย กล่าว ว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะเป็นตัวที่สามารถเดินหน้าได้ก่อน โดยเฉพาะการเปิดรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่
MAGKETING l 23
“เมื่อคนให้บริการปลอดภัย ผู้เดินทาง ได้รับวัคซีน จุดหมายปลายทางการท่อง เที่ยวก็มีการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จะก่อให้ เกิดการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยส�ำหรับทุกคน ซึ่งนอกจากผู้ให้บริการที่พร้อมแล้ว คาด ว่านักท่องเที่ยวที่อั้นไว้ ก็เตรียมเดินทาง กันอย่างเต็มที่ไม่ต่างกัน” กฤษกล่าว จับตาการปรับประมาณการเศรษฐกิจ วิจัยกรุงศรีคาดกนง.จะตรึงดอกเบี้ย นโยบายไว้ต่อเนื่องในปีนี้และปีถัดไป การประชุมคณะกรรมการนโยบายการ
CASE STUDY
ความต่อเนื่อง โดยกนง.มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต�่ำ สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2564 และปี 2565 แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจโลก ส�ำหรับภาวะเศรษฐกิจโลก วิจัยกรุงศรีคาดว่าเฟดประกาศแผนปรับลด QE ในไตรมาสที่ 4 ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงมาตรการผ่อนคลาย ทางการเงินต่อไป ขณะที่การค้าปลีกของจีนอาจมีบทบาทหนุนการฟื้น ตัวได้มากขึ้น เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าเดิมเป็นปี 2566 คาดเตรียมหารือแผน QE Tapering ในระยะอันใกล้นี้ เฟดมีมติคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายและการเข้าซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE อย่างไร ก็ตาม จากรายงาน Dot-plot กรรมการเฟดส่วนใหญ่ประเมินว่าจะปรับ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2566 (จากเดิมคาดว่าจะคงดอกเบี้ยในปีดังกล่าว) ขณะเดียวกันเฟดยังปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราขยายตัวของ GDP ปีนี้สู่ ระดับ 7.0% (จาก 6.5%) รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ระดับ 3.4% (จาก 2.4%) มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจ ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม โดยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 16.3% YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ส่วนอัตราการใช้ก�ำลังการผลิต พุ่งแตะระดับ 75.2% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 FREEPIK
เงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นรอบที่มีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจ ปี 2564 โดยครั้งล่าสุดธปท.คาดการณ์ GDP บนสมมติฐานการจัดหาและการฉีดวัคซีนเพื่อสร้าง ภูมิคุ้มกันหมู่ โดยกรณีจัดหาวัคซีนและฉีดได้ที่ 100 ล้านโดส (สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในไตรมาส 1/2565) GDP ปีนี้จะขยายตัวที่ 2.0% และกรณีมีการฉีดวัคซีนได้ที่ 64.6 ล้านโดส (ไตรมาส 3/2565) GDP จะขยายตัวเหลือเพียง 1.5% วิจัยกรุงศรีประเมินว่า จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่สม�่ำเสมอ ทางการจึงมีแนว โน้มมุ่งเน้นการผ่อนคลายทางการเงินแบบเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อช่วยภาคส่วนที่ได้รับผลก ระทบโดยตรง ล่าสุดธปท.ขยายเวลามาตรการพักช�ำระหนี้เพื่อช่วยเหลือ SMEs และสนับสนุนการ ปรับโครงสร้างหนี้ รวมทั้งรัฐบาลก�ำลังหารือกับธปท.เพื่อหาแนวทางช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของ ประชาชน ทั้งนี้ เมื่อมองไปข้างหน้า เศรษฐกิจหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมทั้งไทยอาจฟื้น ตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศส�ำคัญ เช่น เกาหลีใต้ อาจ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้า อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต่างประเทศจึง ยังไม่ใช่ปัจจัยส�ำคัญที่มีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย เนื่องจากความรวดเร็วในการ ฟื้นตัวมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และกว่าที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในวงกว้างอาจใช้ เวลานาน เนื่องจากมีการพึ่งพาภาคท่องเที่ยวและสาขาที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงคาดว่า ประเทศไทยยังจ�ำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้มี
MAGKETING l 24
แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่ม ขึ้นมากกว่าคาด หนุนให้เฟดส่งสัญญาณว่าจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นโยบายเร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันกรรมการเฟดได้เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับ แผนการหารือเรื่องการปรับลดวงเงินการซื้อสินทรัพย์ (QE Tapering) และมีแนวโน้มที่จะส่งสัญญาณ QE Tapering ในไตรมาส 3 หรือราวช่วง การประชุมธนาคารกลางทั่วโลกที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นอาจประกาศ Tapering ในไตรมาสที่ 4 ก่อนด�ำเนินการจริง ในไตรมาสแรกของปีหน้า ธนาคารกลางญี่ปุ่นขยายมาตรการช่วยเหลือ SMEs ขณะที่การส่งออก และการเร่งฉีดวัคซีนจะช่วยผลักดันการฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง ธนาคาร กลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการ QE รวม ทั้งมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield curve control) ต่อไป ในการประชุมครั้งนี้ยังได้ขยายระยะเวลาของมาตรการ สินเชื่อแก่ธุรกิจ SMEs ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนออกไปอีก 6 เดือนถึง เดือนมีนาคมปีหน้า หลังจากการแพร่ระบาดรอบที่ 4 มีผลเชิงลบต่อการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกเหนือจากมาตรการของ BOJ แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีแผนช่วยเหลือ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบในวงเงินสูงสุด 1 แสนเยนเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งนี้สถานการณ์แพร่ระบาดได้เริ่มคลี่คลาย โดย จ�ำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันลดสู่ระดับ 1,554 ราย ขณะที่รัฐบาลผ่อน คลายมาตรการเข้มงวดในพื้นที่กรุงโตเกียวและอีก 6 จังหวัดสู่ภาวะกึ่ง ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนถึง 11 กรกฎาคม คาดว่าในครึ่งปีหลัง
CASE STUDY
เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นจากแรงหนุนของมาตรการข้างต้น รวมทั้งปัจจัยบวกจาก (i) การขยายตัวของการส่งออกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยในเดือนพฤษภาคม เติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และ (ii) ความคืบหน้าในการเร่งฉีดวัคซีน ล่าสุดมีผู้ได้รับ วัคซีนอย่างน้อย 1 โดสคิดเป็น 15.9% ของประชากร และอาจจะบรรลุเป้าหมายสร้าง ภูมิคุ้มกันหมู่ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ รัฐบาลจีนระบายโลหะส�ำรองเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ขณะที่การปรับตัวดีขึ้น ของยอดค้าปลีกอาจช่วยหนุนเศรษฐกิจในระยะต่อไป ในเดือนพฤษภาคมยอดค้าปลีก เติบโต 12.4% YoY ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 8.8% ขณะที่อัตราการ ว่างงานแตะระดับ 5.0% ต�่ำสุดในรอบ 2 ปี ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนขยายตัวต่อเนื่อง หากเทียบรายเดือนเพื่อขจัดผลกระ ทบจากฐานต�่ำ จะพบว่ายอดค้าปลีกเร่งตัวขึ้น 0.8% MoM sa ตามการฟื้นตัวของการ บริโภคภาคครัวเรือนในเมือง (สัดส่วน 86.6%) ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเติบโต 0.5% ทรงตัวจากเดือนก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะ สินค้าโภคภัณฑ์ ทางการจีนจึงได้ระบายสต็อกโลหะจากคลังส�ำรอง ซึ่งจะช่วยบรรเทา ปัญหาดังกล่าวที่กดดันการผลิตภาคอุตสาหกรรม คาดว่าข้อจ�ำกัดทางด้านอุปทานจะ คลี่คลายลง ขณะที่แรงซื้อจากต่างประเทศซึ่งเร่งขึ้นชั่วคราวหลังจากการเปิดกิจกรรม ทางเศรษฐกิจอาจแผ่วลงในระยะต่อไป ทั้งนี้การบริโภคภาคครัวเรือนรวมถึงปัจจัยบวก จากตลาดแรงงานจะมีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจจีน อย่างไรก็ดี แม้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คาดธนาคารกลาง
สหรัฐฯ เตรียมหารือแผน มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE tapering) ธนาคารโลก คาดเศรษฐกิจโลกเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 80 ปี แม้ยังเผชิญกับความไม่แน่นอน หลายประการ โดยในปี 2564 GDP โลกอาจขยายตัว 5.6% สูงกว่าประมาณการเดิม ซึ่งคาดไว้ที่ 4.1% (เดือนมกราคม 2564) ด้วยแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ของสหรัฐฯและจีน พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศแกนหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ 6.8% (เดิม 3.5%) ยูโรโซน 4.2% (3.6%) ญี่ปุ่น 2.9% (2.5%) และจีน 8.5% (7.9%) เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นแต่การฟื้นตัวยังไม่เท่าเทียมกันโดยเฉพาะกลุ่ม ประเทศก�ำลังพัฒนาจ�ำนวนมากยังมีความล่าช้าในการกระจายวัคซีน และมีความไม่ แน่นอนที่อาจกดดันการฟื้นตัว ได้แก่ 1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในบางประเทศอาจไม่เพียงพอที่จะรับมือการระบาด รอบใหม่ 2) แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อของโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีนี้ และอาจส่งผลให้ ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น 3) การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสบางตัวสามารถต้านภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอาจท�ำให้ยัง คงมีการระบาด การฟื้นตัวจึงล่าช้าออกไป ธุรกิจที่เปราะบางอาจเผชิญปัญหาการล้ม ละลาย และกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของบางประเทศได้
MAGKETING l 25
FACTOR
PEXELS
กรุงศรี ชี้ส่งออกเติบโตดีช่วยประคองเศรษฐกิจ เรื่อง : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำ�กัด (มหาชน) มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในรอบสัปดาห์นี้ว่า การระบาดระลอกที่สาม ของ COVID-19 ฉุดการใช้จ่ายในประเทศเดือนเมษายนให้อ่อนแอลง แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวโดยมีแรงหนุนจากภาค ส่งออก
MAGKETING l 26
FACTOR
วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในรอบ สัปดาห์นี้ว่า การระบาดระลอกที่สามของ COVID-19 ฉุดการใช้จ่ายในประเทศเดือน เมษายนให้อ่อนแอลง แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวโดยมีแรงหนุนจากภาค ส่งออก โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือนเมษายนกลับมาหดตัวจากเดือนก่อน (-4.3% MoM sa) ตามการลดลงในทุกหมวดการใช้จ่าย เนื่องจากการระบาดรอบใหม่ ของ COVID-19 และมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น กระทบต่อกิจกรรม ทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นลดลง แม้มาตรการภาครัฐจะช่วยพยุงก�ำลังซื้อภาคครัว เรือนได้บ้าง
ขึ้นของราคาน�้ำมันในตลาดโลก ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสด และพลังงาน) เดือนพฤษภาคมสะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอลง โดยลดลงอยู่ที่ -0.11% MoM จากเดือนเมษายนที่ +0.14%
ส่วนดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงจากเดือนก่อนเช่นกัน (-3.1%) ตามการลดลง ในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์สอดคล้องกับความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ปรับลดลงในทุก หมวด ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ในระดับต�่ำ มาก จากมาตรการจ�ำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังมีอยู่ และการท่องเที่ยวใน ประเทศยังถูกกดดันจากสถานการณ์การระบาดรอบใหม่
ส�ำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อผลของฐานต�่ำในปีก่อนหมดลง คาดว่าอัตรา เงินเฟ้อจะลดลงอย่างชัดเจน แต่คาดว่าจะไม่ติดลบหรือต�่ำมากเท่าช่วงต้นปี เนื่องจาก การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศจากความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน ผนวกกับได้แรง หนุนจากมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้จะอยู่ที่ 1.1%
อย่างไรก็ตาม มูลค่าภาคส่งออกยังขยายตัวดีต่อเนื่อง (19.1% YoY) และเมื่อหักการ ส่งออกทองค�ำ มูลค่าส่งออกจะยิ่งเติบโตสูงถึง 37.0% อานิสงส์จากการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าท�ำให้การส่งออกปรับดีขึ้นในหลายหมวดสินค้า และช่วยพยุง ให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากจาก การระบาดระลอกสามของ COVID-19 ที่กระจายเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศและมี จ�ำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเกินแสนคน ส่งผลให้การใช้จ่ายในประเทศมีแนวโน้มอ่อนแอลง อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจอาจไม่รุนแรงเท่ากับการระบาดรอบแรก เนื่องจากภาคส่งออกในปีนี้ยังมีทิศทางขยายตัวดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการ ค้าโลก โดยล่าสุดสัญญาณภาคการผลิตของโลกเดือนพฤษภาคมปรับดีขึ้นต่อเนื่องสู่ ระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่ข้อมูลสินค้าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรกของไทย (คิดเป็นสัดส่วน 64.5% ของ มูลค่าส่งออกรวม) มีสินค้า 14 รายการ (สัดส่วน 42.3%) ที่มีมูลค่าส่งออกในเดือน ล่าสุดอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเกิดการระบาด (ไตรมาส 4/2562) อาทิ ผลิตภัณฑ์ ยาง ยางพารา ผลิตภัณฑ์เคมี เม็ดพลาสติก เช่นเดียวกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาคส่งออกมีการปรับดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการ ระบาด อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ การส่งออกและการผลิต อุตสาหกรรมที่ปรับดีขึ้นกระจายในหลายสาขานับเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจในปีนี้ มาตรการลดค่าครองชีพช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคม คาดครึ่งปีหลังมีแนวโน้มทยอยชะลอตัวลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 2.44% YoY ชะลอลงจาก 3.41% ในเดือนเมษายน ผลจากมาตรการภาครัฐในการ ปรับลดค่าน�้ำประปา ค่าไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี รวมทั้งการลดลงของราคาในกลุ่มอาหารสด เนื่องจากการแพร่ระบาดเป็นวง กว้างของ COVID-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้มีการปิดตลาดและสถานประกอบการหลาย แห่ง ท�ำให้ก�ำลังซื้อและปริมาณการบริโภคชะลอตัว ขณะที่ราคาน�้ำมันเชื้อเพลิงยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (+36.49%) ตามการสูง
ปัจจัยชั่วคราวจากผลของฐานที่ต�่ำในปีก่อน รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น หนุน ให้อัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนและพฤษภาคมค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม ผลของมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดค่าครองชีพชั่วคราว (เดือนพฤษภาคมมิถุนายน) ช่วยท�ำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปค่อยๆ ทยอยลดลง
ในส่วนของเศรษฐกิจโลก คาดเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นจากปัจจัยหนุนในการกระจาย วัคซีนโดยจีนและสหรัฐฯยังมีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ส่วนเฟดจะยังไม่ปรับมาตรการ QE ในปีนี้ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้ปรับเพิ่มตัวเลข คาดการณ์การเติบโตของ GDP โลก แม้ความเร็วในการฟื้นตัวยังมีความแตกต่างกันใน แต่ละประเทศ โดยล่าสุดปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP โลกในปี 2564 และปี 2565 เป็น ขยายตัว 5.8% และ 4.4% (เดิมคาด 5.6% และ 4.0% ตามล�ำดับ) จากความคืบหน้า ในการฉีดวัคซีนซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจทยอยกลับมาเปิดด�ำเนินการอีกครั้ง รวมถึงความ ต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐในประเทศหลักโดยเฉพาะสหรัฐฯที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันยังปรับเพิ่มประมาณการ GDP สหรัฐฯ ยูโร โซน และจีนที่ 6.9% 4.3% และ 8.5 ตามล�ำดับ ส่วนญี่ปุ่นนั้นคาดว่าขยายตัวที่ 2.6% แม้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากแรงส่งในภาคการผลิต การค้า รวมถึงการ เริ่มกลับมาใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ได้แก่ (i) ความรวดเร็วในการกระจายวัคซีนที่ต่างกันในหลายประเทศ ขณะที่ยังมีความเสี่ยง จากการระบาดระลอกใหม่รวมทั้งการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส (ii) การฟื้นตัวยังไม่เท่าเทียมกันโดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาภาคท่องเที่ยวอาจปรับ ตัวช้ากว่า (iii) แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อจากปัจจัยชั่วคราวทั้งฐานต�่ำในปีก่อนและ ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมี ผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นและอาจกระทบต้นทุนทางการเงิน (iv) การฟื้นตัวของภาคการผลิตที่ถูกจ�ำกัดโดยปัญหาการชะงักงันและสภาพคอขวดใน ห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่กดดันการเติบโตให้ต�่ำกว่าศักยภาพ และ ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวโดยภาพรวมของโลก ตลาดแรงงานสหรัฐฯทยอยปรับตัวดีขึ้นและเริ่มมีข้อเรียกร้องให้หารือการปรับลด QE คาดเฟดยังคงแผนการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE ตลอดปีนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัด
MAGKETING l 27
FACTOR
รอบ 14 เดือน ล่าสุดจ�ำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิ สวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวัน ที่ 29 พฤษภาคมปรับตัวลงสู่ 3.85 แสนราย ต�่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดเมื่อเดือน มีนาคม 2563 เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นตามการทยอยเปิด ด�ำเนินกิจกรรมการผลิต ทั้งนี้ประธานสาขา เฟดบางท่านเรียกร้องให้เฟดเริ่มหารือเกี่ยวกับ แผนการลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ ผ่อนคลายทางการเงิน (QE Tapering) ว่าจะ ด�ำเนินการอย่างไรและเมื่อใด วิจัยกรุงศรีมองว่าเฟดจะยังคงดอกเบี้ยนโยบาย ในระดับต�่ำต่อไป รวมทั้งจะยังไม่ปรับแผนการ เข้าซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE ตลอดปี นี้ เนื่องจากจ�ำนวนผู้ว่างงานยังมากกว่าในช่วง ก่อนการแพร่ระบาดที่มีจ�ำนวน 5.7 ล้านคน และมีอัตราการว่างงานเพียง 3.5% ส่วนการ หารือเกี่ยวกับการปรับลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ ตามมาตรการผ่อนคลายทางการเงินนั้นคาด ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2564 ล่าสุด เฟดได้เริ่มทยอยลดการถือครองตราสารหนี้ เอกชนแล้ว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังมีสัญญาณที่ดี โดยคาดว่าจะกระจายไปยังฐานที่กว้างขึ้น ดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคการผลิตและบริการ เดือนพฤษภาคมของส�ำนักงานสถิติแห่งชาติจีน แตะระดับ 54.2 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนซึ่ง อยู่ที่ 53.8 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีฯ นอกภาคการผลิตที่แตะระดับ 55.2 สูงสุดใน รอบ 2 เดือน แม้ว่าดัชนีฯภาคการผลิตปรับตัว ลงสู่ระดับ 51.0 ต�่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ซื้อรวมภาคการผลิตและบริการเดือนพฤษภาคมแตะระดับ 68.7 สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดท�ำข้อมูลในปี 2552 ด้านการจ้าง งานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 9.78 แสนต�ำแหน่ง สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 5.59 แสนต�ำแหน่ง สูงกว่า 2.78 แสนต�ำแหน่งในเดือนก่อน ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.8% ต�่ำสุดใน
MAGKETING l 28
เศรษฐกิจจีนยังคงฟื้นตัวต่อไปสะท้อนจากดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมฯที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 15 (ค่าดัชนี > 50) แม้ดัชนีฯภาคการ ผลิตจะปรับตัวลงเนื่องจากปัจจัยชั่วคราวจาก การขาดแคลนวัตถุดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีฯนอกภาคการผลิตฟื้นตัว ตามการเพิ่มขึ้นของค�ำสั่งซื้อใหม่ การปรับตัวดี ขึ้นของภาคเศรษฐกิจที่นอกเหนือจากด้านการ ผลิตบ่งชี้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะ ต่อไปมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้น
DIGITAL LIFE
UNSPLASH
ผลวิจัย การใช้งาน 5จี ในไทยและเอเชีย เรื่อง : Opensignal
ประสบการณ์การใช้งาน 5G บนโทรศัพท์มือถือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้งาน 5G ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาเครือข่าย 5G ของผู้ให้บริการต่าง ๆ จากมุมมองของผู้ใช้ Opensignal พบว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) มีคุณภาพ ประสบการณ์การใช้งาน 5G สูงสุดเท่าที่เคยเห็นมา อย่างไรก็ตามในแต่ละตลาดยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเปิด ใช้ 5G และประเภทของคลื่นความถี่ไร้สายที่ผู้ให้บริการเปิดใช้กับเครือข่าย 5G
MAGKETING l 29
DIGITAL LIFE
และการใช้บริการมือถือในย่านความถี่นี้อาจ ท�ำให้เกิดการรบกวนได้ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการใช้เครือข่าย 5G เพื่อ พัฒนาประสบการณ์ในการใช้แอปพลิเคชัน ในโทรศัพท์มือถือ เมื่อเราเปรียบเทียบวิดีโอที่ เปิดใช้งานด้วยเครือข่าย 5G รวมถึงการเล่น เกมแบบมัลติเพลเยอร์และประสบการณ์ที่ได้ รับผ่านแอปสื่อสารด้วยเสียงยอดนิยมต่าง ๆ ท�ำให้เห็นถึงผลลัพธ์ด้านความเร็วที่แตกต่าง กันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับสอง ด้านประสบการณ์เกม 5G ตามหลังประเทศ ชั้นน�ำด้านเกมอย่างเกาหลีใต้มาติด ๆ ส่วน ประเทศไทยนั้นขยับขึ้นจากเดิม 4 อันดับ ใน ด้านประสบการณ์วิดีโอ 5G ซึ่งสูงกว่าอันดับ ด้านความเร็วในการดาวน์โหลด 5G เช่นเดียว กับ ฮ่องกง ที่ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ตรง กันข้ามกับประเทศญี่ปุ่นที่ประสบการณ์ 5G ยัง พัฒนาได้ไม่เต็มที่็ท�ำให้ตกอันดับลง นอกจากนี้ Opensignal ยังพบว่าทุกประเทศ ในเอเชียแปซิฟิกได้รับประสบการณ์วิดีโอ 5G อยู่ในระดับยอดเยี่ยม (75 ขึ้นไป) ส่วนในด้าน ประสบการณ์เกม 5G ในสองประเทศเกาหลีใต้ และสิงคโปร์ได้รับคะแนนในระดับยอดเยี่ยม อีกทั้งผู้ใช้ในอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง ประเทศไทย และออสเตรเลีย ยังได้รับ ประสบการณ์เกม 5G อยู่ในระดับดี (75<85)
ประสบการณ์การใช้งาน 5G บนโทรศัพท์มือถือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้งาน 5G ของผู้ใช้สมา ร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นและการพัฒนาเครือข่าย 5G ของผู้ให้บริการต่าง ๆ จากมุมมองของผู้ใช้ Opensignal พบว่าภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก (APAC) มีคุณภาพประสบการณ์การใช้งาน 5G สูงสุดเท่าที่เคยเห็นมา อย่างไรก็ตามในแต่ละตลาดยังมีความแตกต่าง กันอย่างมาก โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเปิดใช้ 5G และประเภทของคลื่นความถี่ไร้สายที่ผู้ให้บริการเปิดใช้กับเครือข่าย 5G จากการวิเคราะห์ล่าสุดของ Opensignal ประเทศเกาหลีใต้และไต้หวันนับเป็นคู่แข่งที่สูสีในด้านประสบการณ์การใช้งาน 5G โดยเกาหลีใต้มีความเร็วในการดาวน์โหลด 5G เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 380.5 Mbps ส่วนไต้หวันพบว่ามีความเร็วในการดาวน์โหลด 5G ที่จุดสูงสุด (847.3 Mbps) และความเร็วในการอัปโหลด 5G เฉลี่ย (51.8 Mbps) แซงหน้าเกาหลีใต้เล็กน้อย ส�ำหรับประเทศสิงคโปร์นั้นมีความเร็วในการดาวน์โหลด 5G อยู่ในระดับกลางของกลุ่มเอเชียแปซิฟิกเนื่องจากการเพิ่งเริ่มให้ บริการ 5G ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจส�ำหรับประเทศสิงคโปร์เพราะผู้ให้บริการมีคลื่นความถี่ 5G ย่านกลาง ที่จ�ำกัดมากกว่าผู้ให้บริการในประเทศอื่น ๆ ทั้งยังมีปัญหาด้านการน�ำคลื่นความถี่หลากหลายมาใช้ร่วมกันที่เป็นความท้าทาย หลักของประเทศ ซึ่งเกิดจากประเทศเพื่อนบ้านใช้คลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHZ ในการให้บริการทีวีดาวเทียมแบบยิงตรงถึงบ้าน
MAGKETING l 30
ความแตกต่างระหว่างการวัดค่าทั้งสองนี้ ท�ำให้เห็นได้ถึงความส�ำคัญของการปรับใช้ 5G เวอร์ชันใหม่รวมถึงการเข้าถึงเครือข่ายในแบบ สแตนด์อโลน (SA) ที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุง ประสบการณ์เวลาแฝง (Latency) และการ ตอบสนองในด้านประสบการณ์มือถือ ความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลด 5G ในทุก ประเทศของเอเชียแปซิฟิกมีความเร็วขึ้นมาก อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยี เครือข่าย 4G โดยต่างกันอย่างน่าประหลาด ใจถึง 10.4 เท่าในประเทศฟิลิปปินส์และ ไต้หวัน และ 2.9 เท่าในประเทศสิงคโปร์ และนี่ยังเป็นการเปรียบเทียบกันระหว่าง
DIGITAL LIFE
Opensignal ในเกาหลีใต้ใช้เวลาเชื่อมต่อ 5G ในเวลาแทบเท่ากันกับชาวฮ่องกงในเชิงสถิติ และยังสามารถพบเจอสัญญาณ 5G ในสัดส่วน ที่ไม่ห่างกันมากนักโดยคิดเป็นคะแนนด้านการ เข้าถึง 5G ที่ 5.8 จาก 10 คะแนนเทียบกับ ฮ่องกงที่ 6.2 คะแนน คะแนนด้านความพร้อมใช้งาน 5G และการ เข้าถึง 5G ที่ยังต�่ำของประเทศญี่ปุ่นนั้นท�ำให้ เห็นถึงความเชื่อมโยงในด้านความไม่เสถียร ของประสบการณ์การใช้งาน 5G ในประเทศ ญี่ปุ่นเองและยังเป็นตัวช่วยอธิบายถึงคะแนน ประสบการณ์วิดีโอ 5G ประสบการณ์เกม 5G และประสบการณ์แอปสื่อสารด้วยเสียง 5G ใน ประเทศญี่ปุ่นได้อีกด้วย ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายของญี่ปุ่น 3 ค่าย ได้เปิดให้บริการ 5G ในช่วงกลางปี 2563 และ รายที่ 4 เปิดให้บริการในช่วงปลายปีเดียวกัน นั้น ท�ำให้ความครอบคลุมของสัญญาณยังไม่ กว้างขวางนัก อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการในประเทศญี่ปุ่น ทุกรายต่างให้ความส�ำคัญกับการขยายพื้นที่ สัญญาณ 5G ในช่วง 18 เดือนนี้โดยเริ่มตั้งแต่ ไตรมาสแรกของปี 2564 (คลิกดูเพิ่มเติมที่ au/KDDI, NTT DoCoMo, SoftBank และ Rakuten) แต่ยังเร็วเกินไปที่จะเห็นผลลัพธ์ของ การพัฒนา
เวอร์ชั่นแรกของเทคโนโลยี 5G กับเวอร์ชันล่าสุดของเทคโนโลยี 4G ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวเครือข่าย 4G ครั้งแรกในปี 2552/53 ในอีก 10 ปีข้างหน้า 5G จะพัฒนาขึ้นพร้อมทิ้งห่างช่องว่างในด้าน ประสบการณ์ 5G บนมือถือกับเครือข่ายเวอร์ชันก่อน ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้ให้บริการเครือข่ายปรับใช้ เทคโนโลยี mmWave 5G ให้กว้างขึ้นในภูมิภาค เราได้เห็นการปรับปรุงขึ้นพอประมาณส�ำหรับประสบการณ์วิดีโอ 5G โดยมี 4 ประเทศที่มีประสบการณ์วิดีโอ 5G ดีขึ้นกว่า ประสบการณ์วิดีโอ 4G มากกว่า 10% ส่วนอีก 2 ประเทศมีการปรับปรุงพัฒนามากกว่า 5% ทั้งในด้านประสบการณ์ความเร็ว ในการดาวน์โหลดและอัปโหลดวิดีโอแบบ 5G โดยผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศฟิลิปปินส์ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น เป็นอย่างมาก Opensignal เปรียบเทียบเครือข่าย 5G โดยใช้การวัดค่าสองแบบคือ สัดส่วนของเวลาที่ผู้ใช้เชื่อมต่อกับการให้บริการ 5G (ความพร้อมใช้งาน 5G) และสัดส่วนของสถานที่ที่ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อ 5G (การเข้าถึง 5G) ผลลัพธ์ออก มาไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักที่ผู้ชนะอันดับหนึ่งในตารางของประสบการณ์ทั้งสองด้านเป็นของฮ่องกง และยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ของ
MAGKETING l 31
นอกจากนี้ทั้งฟิลิปปินส์และออสเตรเลียยังมี ผลคะแนนด้านประสบการณ์เป็นที่น่าพอใจ ด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ใหญ่กว่า ผู้ใช้งาน 5G ของ Opensignal ในตลาดทั้งสองแห่ง นั้นใช้เวลาในการเชื่อมต่อ 5G คิดเป็น 10% และได้รับประสบการณ์ 5G เกือบหนึ่งในสาม ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมมีคะแนนการเข้า ถึง 5G ที่ 3.0 และ 2.9 ตามล�ำดับ ผู้ให้บริการประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชีย แปซิฟิกก็มีการเปิดให้ใช้งาน 5G เช่นเดียวกัน รวมทั้งประเทศนิวซีแลนด์และอินโดนีเซีย Opensignal จะวิเคราะห์เกี่ยวกับความ ก้าวหน้าของ 5G ในทุก ๆ ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงตลาดอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 5G เชิง ลึกในอนาคต
RESEARCH
FREEPIK
วิจัยชี้ คนไทยยังอยากมีบ้านแม้เผชิญโควิด-19 เรื่อง : ดีดีพร็อพเพอร์ตี้
ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยภาพรวมทิศทางตลาด อสังหาริมทรัพย์ในรอบ 1 ปีหลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย ที่การเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยหยุดชะงักในช่วง แรกแต่ก็ยังมีแนวโน้มโต สะท้อนจากความต้องการของผู้บริโภคที่แม้จะได้รับผลกระทบทางการเงินจากวิกฤติครั้งนี้ แต่ยังมองหาที่ อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ ชี้ยังเป็นโอกาสทองของนักลงทุนและผู้ซื้อที่มีความพร้อม หวังต่อยอดการลงทุนในระยะยาว คาดการแข่งขันใน ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายหลังระดมฉีดวัคซีนครอบคลุมทั่วประเทศ
MAGKETING l 32
RESEARCH
เห็นได้ชัดคือผู้บริโภคหันมาพิจารณา เลือกซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก และแถบชานเมืองเพิ่มมาก ขึ้น โดยเฉพาะท�ำเลแนวรถไฟฟ้าสาย ใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้หรือมีแผนเปิดใช้ บริการในอนาคตอันใกล้ ประกอบกับ ผู้บริโภคต้อง Work From Home ท�ำให้คนส่วนใหญ่ไม่ต้องกระจุกตัว อยู่ใกล้แหล่งงานย่านใจกลางเมือง อย่างไรก็ตามแม้ดัชนีอุปทานใน กรุงเทพฯ จะเพิ่มขึ้นถึง 19% ในรอบ ปีที่ผ่านมาสวนทางกับอัตราดูดซับ ที่น้อยลง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับ ปกติเมื่อพิจารณาตามสถานการณ์ การแพร่ระบาดฯ ที่มีความไม่แน่นอน สูง ผู้บริโภคยังมีความกังวลใจในการ ใช้จ่าย จึงพยายามรักษาเสถียรภาพ ทางการเงินไว้ จากผลส�ำรวจภาคสนาม เรื่อง "วัคซีน เข็มแรก ความต้องการถ้วนหน้า" ของ ส�ำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 87.9% ต้องการให้คนไทยทุกคนได้รับวัคซีน เข็มแรกก่อน ตามมาด้วยต้องการ ให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน กระจายวัคซีนครอบคลุมคนที่ต้องการ ทุกพื้นที่เร่งด่วนที่สุด 86.8% จะเห็น ได้ว่าแผนการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม ข้อมูลจากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Index ฉบับล่าสุด เผยดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 190 จุด จาก 197 จุด หรือ ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน ถือเป็นดัชนีราคาที่ต�่ำที่สุดในรอบ 15 ไตรมาส (นับตั้งแต่ ไตรมาสที่ 2 ปี 2560) โดยมีการปรับตัวลดลงถึง 7% ในรอบปีที่ผ่านมา ในขณะที่ดัชนี อุปทานในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 399 จุด จาก 363 จุด หรือเพิ่มขึ้นถึง 10% จาก ไตรมาสก่อน และเพิ่มถึง 19% ในรอบปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด และผู้บริโภคที่มีสินค้าอยู่ในมือเริ่มน�ำสินค้าออก ขาย แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดฯ รอบล่าสุด ท�ำให้อัตราการดูดซับไม่เป็นไปตามที่คาด การณ์ จ�ำนวนที่อยู่อาศัยในตลาดจึงแปรผันตามสถานการณ์ปัจจุบัน กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจ�ำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “ตลอดหนึ่งปีของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทยส่งผลให้ภาพรวม เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวจากการชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่ความต้องการซื้อและ เช่าในตลาดอสังหาฯ ยังมีอยู่ไม่น้อย เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ โดย ในปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการระบาดฯ รอบแรกในปีที่แล้ว ที่ตอนนั้นทุกภาคส่วนล้วนไม่มีประสบการณ์ในการรับมือวิกฤติแบบนี้มาก่อน เทรนด์ที่
ยังคงเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ที่คนไทยต้องการ เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการ ใช้จ่าย เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่มองว่ากุญแจส�ำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตอน นี้คือแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวได้ คาดการณ์ว่าเมื่อมีการฉีดวัคซีนครอบคลุมทั่วประเทศและรัฐบาลสามารถควบคุม สถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ได้แล้ว ผู้พัฒนาอสังหาฯ ก็พร้อมจะกลับมาเปิดตัว โครงการใหม่เพื่อกระตุ้นก�ำลังซื้อผู้บริโภค และเชื่อว่าตลาดอสังหาฯ จะกลับมาคึกคัก อีกครั้งในไตรมาสสุดท้ายของปี” รายงาน DDproperty Thailand Property Market Index ฉบับล่าสุด เผยภาพรวม ตลาดอสังหาฯ ทั่วไทย หลังต้องเผชิญวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (เปรียบเทียบระหว่างเดือนเมษายน 2563 และเดือนเมษายน 2564) ความต้องการที่อยู่อาศัยยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคจะชะลอการใช้จ่าย เมืองหลวงยังไม่สิ้นมนต์ขลัง ความต้องการซื้อ-เช่าโตกว่าเท่าตัว ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ในรอบ 1 ปีตั้งแต่เกิดการล็อกดาวน์มาจนถึงการ
MAGKETING l 33
RESEARCH
และวิกฤติโควิด-19 ที่มีอย่างต่อเนื่อง จึงท�ำให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ศึกษาอยู่ในย่านดังกล่าวหันมาเช่า ที่อยู่อาศัยแทนการตัดสินใจซื้ออสัง หาฯ ที่มีราคาสูง เพราะสถานการณ์ ปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน การ ส�ำรองเงินสดไว้จึงเป็นสิ่งจ�ำเป็น ที่สุด ในขณะที่ท�ำเลอื่น ๆ ที่มีความ ต้องการเช่าสูงไม่แพ้กัน ได้แก่ เขต บางคอแหลม (+188%) เขตบึงกุ่ม (+185%) จตุจักร (+159%) และเขต บางซื่อ (+150%) ตลาดเช่าโตต่อเนื่อง ครองใจคน หาบ้านในจังหวัดปริมณฑล ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาด อสังหาฯ ในจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาครในช่วงหนึ่งปีที่ผ่าน มานั้น เทรนด์การเช่าที่อยู่อาศัยได้ รับความนิยมอย่างสูง โดยบางพื้นที่มี การเติบโตกว่าความสนใจซื้อมากกว่า เท่าตัว อย่างไรก็ดี ปัจจัยส�ำคัญที่ ผลักดันให้ความสนใจซื้อและเช่าที่ อยู่อาศัยในจังหวัดปริมณฑลมีการ เติบโตเป็นบวกในรอบปีที่ผ่านมา คือ เทรนด์การ Work From Home ที่ หลายองค์กรใช้ในช่วงที่มีสถานการณ์ แพร่ระบาดฯ ระลอกล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นจ�ำนวน มาก ส่งผลให้ความต้องการเช่าและซื้อเติบโตกว่าเท่าตัว โดย “เขตยานนาวา” เป็น ท�ำเลมาแรงที่สุดในกรุงเทพฯ ได้รับความสนใจซื้อเพิ่มขึ้นในรอบปีสูงสุดถึง 215% ซึ่ง มีปัจจัยสนับสนุนจากการที่เป็นท�ำเลที่อยู่ใจกลางเมือง ครอบคลุมแนวถนนพระราม 3 ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตทั้งจากการที่เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ และมีโครงการพัฒนาของทั้ง ภาครัฐและเอกชนอยู่อย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อที่มีความพร้อมสามารถซื้อเก็บไว้ในช่วงนี้เพื่อ น�ำไปท�ำก�ำไรในอนาคตเมื่อเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ตามมาด้วยเขตธนบุรีเพิ่มขึ้น 137% มีนบุรีเพิ่มขึ้น 132% จอมทองเพิ่มขึ้น 114% และบางแคเพิ่มขึ้น 113% ซึ่งล้วนเป็น ท�ำเลที่ไม่ได้อยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (CBD) สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภค หันมาเลือกซื้อที่อยู่อาศัยแถบพื้นที่รอบนอกมากขึ้น โดยเลือกพิจารณาความคุ้มค่าของ ราคากับขนาดที่อยู่อาศัยที่จะได้รับ เนื่องจากยังเป็นท�ำเลที่สามารถเดินทางสะดวกด้วย รถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ส่วนท�ำเลยอดนิยมของผู้เช่าในรอบปีที่มีการแพร่ระบาดฯ นั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ย่าน ใจกลางเมืองเป็นหลักและมีอัตราเติบโตไม่แพ้กัน โดย “เขตปทุมวัน” ได้รับความสนใจ เช่าเพิ่มขึ้นในรอบปีสูงสุดถึง 193% เนื่องจากผลกระทบของสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว
แพร่ระบาดฯ และคาดว่าหลายองค์กรจะยังคง Work From Home ต่อเนื่องแม้ สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ส่งผลให้คนท�ำงานไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาในการเดินทาง มาท�ำงานใจกลางเมือง จึงมีการย้ายกลับไปอาศัยที่ภูมิล�ำเนาเดิมหรือหันไปเลือกซื้อ/ เช่าอสังหาฯ ในจังหวัดปริมณฑลที่มีราคาย่อมเยากว่า ท�ำเลมาแรงที่ได้รับความสนใจเช่ามากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ได้แก่ อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพิ่มขึ้นถึง 151% ด้านอ�ำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพิ่มขึ้น 168% ส่วนท�ำเลยอดนิยมของผู้เช่าในจังหวัดสมุทรปราการจะอยู่ในอ�ำเภอเมือง โดย เพิ่มสูงถึง 216% ในขณะที่อ�ำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครถือเป็นท�ำเลที่น่า จับตามอง เนื่องจากได้รับความสนใจเช่าเพิ่มสูงถึง 650% เติบโตสูงที่สุดเมื่อเปรียบ เทียบกับ 4 จังหวัดปริมณฑลอื่น ๆ ท�ำเลที่ได้รับความสนใจซื้อมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ได้แก่ อ�ำเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี เพิ่มขึ้นถึง 73% ด้านจังหวัดปทุมธานีนั้นพื้นที่อ�ำเภอคลองหลวงมีผู้สนใจซื้อ เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 74% ส่วนอ�ำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการมีความสนใจ ซื้อเพิ่มขึ้นถึง 74% เช่นกัน และอ�ำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ยังคงมาแรง
MAGKETING l 34
RESEARCH
ครองความนิยมสูงสุด มีความสนใจซื้อเพิ่มขึ้นถึง 88% โอกาสทองเลือกเป็นเจ้าของอสังหาฯ หัวเมืองท่องเที่ยว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ที่หนักหน่วงท�ำให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการปิด ประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งผลกระทบ โดยตรงต่อธุรกิจท่องเที่ยวที่ขาดรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ แน่นอน ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ซ�้ำ ร้ายการเกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ในหลายหัวเมืองท่องเที่ยวส่งผลให้ความสนใจเช่าลด ลง แต่ในวิกฤติยังมีโอกาสเมื่อดัชนีราคาอสังหาฯ ที่ปรับตัวลดลงช่วยผลักดันให้ความ สนใจซื้อเติบโตสูงขึ้นในจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง และ ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากผู้บริโภคและนักลงทุนมองเห็นโอกาสในการเป็นเจ้าของอ สังหาฯ ในท�ำเลเหล่านี้ซึ่งถือว่ามีศักยภาพที่จะเติบโตได้ในอนาคต มีเพียงพัทยาที่มี ทิศทางการเติบโตต่างจากจังหวัดท่องเที่ยวอื่น โดยมีความสนใจเช่าที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 106% มากกว่าความสนใจซื้อที่เพิ่มขึ้นเพียง 70% เมื่อพิจารณาจากความสนใจซื้อที่เพิ่มขึ้นในรอบ 1 ปีที่มีการแพร่ระบาดฯ พบว่า
อ�ำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 128% อ�ำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพิ่มขึ้น 164% อ�ำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีความสนใจซื้อเพิ่มขึ้นถึง 174% ในขณะที่ อ�ำเภอหัวหินยังเป็นท�ำเลที่ดึงดูดความสนใจซื้อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มากที่สุด ถึง 96% ด้านความสนใจเช่าแม้จะเติบโตน้อยกว่าซื้อ แต่ถือว่ายังมีทิศทางเติบโตเป็นบวก ทั้งหมด โดยอําเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความสนใจเช่าเพิ่มขึ้น 74% อ�ำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพิ่มขึ้น 17% อ�ำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพิ่มขึ้น 60% และอ�ำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มขึ้น 48% “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อทุกคน ทุกธุรกิจทั่วประเทศท�ำให้เกิดภาวะชะงัก งันไปตาม ๆ กัน อย่างไรก็ตามมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมาเพื่อบรรเทาความเดือด ร้อนให้กับทุกภาคส่วนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และส�ำคัญที่สุดคือด้านสาธารณสุข ก็ส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อผู้บริโภคในด้านความมั่นใจ แม้ว่าภาพรวมจะยังไม่มีกลไกใดที่ สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังด�ำเนิน ต่อไปได้ แม้ว่าอาจมีการสะดุดหรือล้มลุกคลุกคลานในบางจังหวะ แต่ทุกคนยังมีความ หวังที่จะเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้ก้าวต่อไป” กมลภัทร กล่าวสรุป
MAGKETING l 35
MOVEMENT
MAGKETING l 36
MOVEMENT
IKEA อิเกีย จัดมหกรรม IKEA SALE ช้อปเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยอดนิยม มีให้เลือกกว่า 500 รายการ* ในราคาสบาย กระเป๋า ช้อปจุใจราคาเดียวกันทั้งที่สโตร์และออนไลน์ สิทธิเศษส�ำหรับสมาชิก IKEA FAMILY ลดเพิ่มอีก 10% ส�ำหรับ สินค้าลดราคา ตั้งแต่วันที่ 1 - 11 กรกฎาคม 2564 ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ อิเกีย ภูเก็ต และออนไลน์ ดูรายละเอียด สินค้าลดราคาพิเศษ ได้ที่ IKEA.co.th/Sale Strategy
:: การจัดงานส่งเสริมการขาย
(Sales Promotion activity)
AIRASIA แอร์เอเชียจัดฝูงบินเตรียมพร้อม ต้อนรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เริ่มต้นเส้นทางเข้า/ออกภูเก็ต ขานรับ นโยบายภูเก็ตเเซนบ็อกซ์ บินคุ้ม 299 บาท จองด่วนเพียง 3 วัน 23-25 มิถุนายน 2564 ส�ำหรับการเดินทางตั้งเเต่ 1 กรกฎาคม - 30 พฤศจิกายน 2564 พร้อมชูจุดเเข็งความมั่นใจพร้อมให้บริการ พนักงานฉีดวัคซีนครบสองเข็มเเล้ว เชื่อมั่น บรรยากาศท่องเที่ยวภายในประเทศดีขึ้น จากมาตรการภาครัฐที่ผ่อนคลายเเละแผนการกระจายฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั่วประเทศ Strategy
:: การลดราคาเพื่อการส่งเสริมการขาย
(Cent-off promotion)
WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่และเส้นหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไวไวและควิกแสบ” เป็นผู้แทนเข้ามอบผลิตภัณฑ์ ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กิจกรรมเพื่อส่งมอบให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และใช้ประโยชน์ในสถานพยาบาล ภายใต้โครงการไวไวห่วงใย...ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
UNITHAI ยูนิไทย โลจิสติคส์ และ ยูนิไทย คลังสินค้า ได้บริจาคกล่องและลังกระดาษให้โลตัส สาขาบางปะกง เพื่อน�ำไปรีไซเคิลผลิต เป็นเตียงสนาม ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 และบุคลากรทางการแพทย์ โดยทางบริษัทฯ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การผลิตเตียงสนามสู้ภัยโควิด-19 ตามพันธกิจหลักของกลุ่มบริษัทยูนิไทย คือ “การพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปไปกับการพัฒนาความเจริญด้านชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า ชุมชน และผู้มี ส่วนได้ ส่วนเสีย” Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
MAGKETING l 37
MOVEMENT
ELECTROLUX อีเลคโทรลักซ์ ขอเชิญชวนน้อง ๆ อายุ 15 - 20 ปี ทั่วประเทศ ร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับบ้านในอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านแคมเปญ “Better Living in 2030” ออกแบบวิธีการที่จะตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตประจ�ำวันในอนาคต อีก 10 ปีข้างหน้า เพียงตอบค�ำถาม 5 ข้อ อธิบายถึง ความคิดและความฝันของคุณ ผ่านบทความ รูปถ่าย คลิปวีดิโอ หรือ สื่ออะไรก็ได้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะเป็นตัวแทนประเทศ ร่วมท�ำกิจกรรมกับทีมอีเลคโทรลักซ์ เพื่อสร้างแนวทางการใช้ชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในปี 2030 (พ.ศ. 2573) และอนาคตที่ยั่งยืน Strategy
:: การจัดประกวด
(Contests)
BEAUTY บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จ�ำกัด (มหาชน) ผู้จัดจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Beauty Buffet ร่วมใจฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยมอบ “เซนทิโอ แฮนด์ แซนิไทเซอร์ เจล” ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เจลในการท�ำความสะอาดมือและช่วยลดการสะสม ของเชื้อแบคทีเรียมูลค่ารวมกว่า 7 แสนบาท ให้กับโรงพยาบาล หน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ภาคส่วนต่างๆ ประกอบ ด้วย 1. โรงพยาบาลลาดกระบัง 2. โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช3.โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี 4. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ 5. หน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด19 ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม และของใช้จ�ำเป็นเพื่อช่วยเหลือสังคมและ สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อเร็วๆนี้ Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
IKEA อิเกีย ประเทศไทย ยกระดับบริการ เปิด “IKEA for Business” ให้บริการวางแผนตกแต่งและออกแบบภายในส�ำหรับธุรกิจ ที่มองหาแรงบันดาลใจและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยในการออกแบบและปรับแต่งสถานที่ ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน ของแต่ละธุรกิจ ทั้งทางด้านพื้นที่ ฟังก์ชั่นการท�ำงาน และงบประมาณ มอบความสะดวกสบายและช่วยให้ลูกค้าสามารถเริ่ม ต้นธุรกิจในฝันได้อย่างง่ายดาย ด้วยบริการครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนตกแต่งภายใน การจัดส่งสินค้า การประกอบ และ การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น Strategy
:: การพัฒนาบริการใหม่
(New Service Development)
WAIWAI บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารไทยจ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว น�ำทีมเปิด โครงการไวไวคิดส์ ฟุตบอล คลินิก โครงการจัดฝึกสอนทักษะกีฬาฟุตบอลขั้นพื้นฐานให้ถูกต้องและถูกวิธี ให้แก่ เยาวชนในจังหวัดพิษณุโลก อายุ 7 - 14 ปี ทั้งชายและหญิง รวมเวลา 54 วัน 108 ชั่วโมง เพื่อมุ่งให้เยาวชนน�ำทักษะมาพัฒนาต่อยอดไปสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา ด้านฟุตบอลในอนาคต โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เมื่อ เร็วๆ นี้ Strategy
:: การจัดกิจกรรมกีฬา
(Sport Event Marketing)
MAGKETING l 38
MOVEMENT
TRUEMONEY ทรูมันนี่ ผู้น�ำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ จับมือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) มอบฟรี! ประกันภัยแพ้ วัคซีนโควิด-19 แก่ผู้ใช้ทรูมันนี่วอลเล็ท จ�ำนวน 500,000 สิทธิ์* วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท กรณีภาวะโคม่าที่ได้ รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเพิ่มเติมพิเศษเงินปลอบขวัญ 10,000 บาท กรณี ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 60 วัน นับจากวันที่ ฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ผู้รับสิทธิ์ต้องได้รับการฉีดวัคซีนภายในวันที่ 31 ธันวาคม ศกนี้ Strategy
:: ลูกค้าสัมพันธ์
(CRM : Customer Relationship Management)
LIPO บริษัท โอสถสภา จ�ำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายเครื่องดื่มบ�ำรุงก�ำลังลิโพ แนะน�ำผลิตภัณฑ์ใหม่ ลิโพ-ไฟน์ น�้ำตาล 0% กลิ่นมิกซ์เบอร์รี ครั้งแรกของเครื่องดื่มบ�ำรุงก�ำลังส�ำหรับผู้หญิง ที่มีน�้ำตาล 0% พร้อมส่วนผสมของทอรีนคุณภาพ ญี่ปุ่น 1,000 มิลลิกรัม ที่ช่วยลดความเครียดและช่วยขจัดความเมื่อยล้าในกล้ามเนื้อ ลิโพ-ไฟน์ ยังช่วยเติมความสดชื่นและ กระฉับกระเฉง ทั้งยังปราศจากน�้ำตาล หอมหวานด้วยกลิ่นมิกซ์เบอร์รี อร่อยและสดชื่น ดื่มง่ายได้ทุกวัน Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
GOJEK Gojek (โกเจ็ก) แพลตฟอร์มชั้นน�ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่น�ำเสนอหลากหลายบริการแบบออนดีมานด์ จัดแคมเปญ ลดกระหน�่ำสูงสุดกลางปีมาพร้อมดีลเด็ดให้เลือกสั่งได้ตามใจกับโปร Gojek Mid Year Sale โปรสั่งให้หายคลั่ง ดีลปังกลาง ปี ขนเมนูอาหารสุดฮิตลดสูงสุด 50% และดีล 1 แถม 1 จากแบรนด์ดังมากมายที่เข้าร่วมแคมเปญ อาทิ พิซซ่าฮัท (Pizza Hut), ทาโก้ เบลล์ (Taco Bell),พอล (Paul), เชสเตอร์ (Chester’s), อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s), มิสเตอร์ โดนัท (Mister Donut) และยาโยอิ (Yayoi) พร้อมแจกคูปองส่วนลดค่าอาหาร 50 บาทส�ำหรับหลากหลายแบรนด์ดัง และคูปอง ค่าจัดส่งฟรีให้เข้าไปเก็บได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ - 4 ก.ค. 64 Strategy
:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
(Cooperative Promotion)
BEAUTY บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จ�ำกัด (มหาชน) ผู้จัดจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Beauty Buffet ออกสินค้าใหม่ BEAUTY BUFFET ACNE CLEAR ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์หลัก เจลล้างหน้า โทนเนอร์ เจลแต้มสิวออกแบบมาเพื่อ รักษาสิวทุกประเภท ด้วยส่วนผสมทั้ง 6 อย่าง ได้แก่ LHA, PHA, HYALURON, VITAMIN B3, TRI X CLEAR และ Nordihydroguaiaretic acid แก้ปัญหาสิวแบบองค์รวม ช่วยลดเลือนจุดด่างด�ำ ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ท�ำให้ผิวกลับ มาแข็งแรง เนียนนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น ถือเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างผิวที่ได้มากกว่าแค่การรักษาสิว และยังช่วยดูแลให้ผิว มีสุขภาพดีขึ้น Strategy
:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
(New Product Development)
MAGKETING l 39
+ +
หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน
“แมกเก็ตติ้ง
(MAGKETING)”
แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย
พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่