Skip to main content

Magketing Vol.52

Page 1

HOW TO SURVIVE IN COVID-19 CRISIS

++

marketing case study BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE SEPTEMBER 2563

VOL.6 ISSUE 52

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

HOW TO SURVIVE IN COVID-19 CRISIS

++

SHUTTERSTOCK

it's FREE

52 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

29

31

17 20 29 31 34

BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

เปิดตัวโครงการใหม่ Garena Academy มุ่งขับเคลื่อนวงการDigital Content มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เทคโนโลยีดิจิทัลและโลกออนไลน์เป็นปัจจัยที่ 5 ที่จ�ำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่ว โลก โดยประชากรราว 60% ของโลกได้เข้ามาอยู่บนโลกออนไลน์แล้ว ดังนั้น การสร้าง ’Digital Nation’ ให้สอดรับกับ ‘Digitalization’ ที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความ ส�ำคัญ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ความก้าวหน้าของเศรษฐกิจและสังคมทิ้งใครไว้ข้างหลัง Sea เล็ง เห็นว่าเราต้องมุ่งท�ำให้ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเท่า เทียมขึ้น และท�ำให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการ ท�ำธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้น Sea ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ 1.) Digital Economy Acceleration และ 2.) Digital Workforce and People Readiness Development” เศรษฐกิจดิจิทัลจะกลายเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวของ ประเทศไทย โดยรายงาน Google and Temasek e-Conomy SEA (2019) ยังได้ ระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ดังนั้น Sea จึงมุ่งใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มและบริการที่มีในการยกระดับขีดความสามารถ ของอุตสาหกรรมหลักที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ตัวอย่างอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ที่ Sea น�ำ Digital Platform และ Digital Services เข้าไปพัฒนา เช่น 1.) ภาคการเกษตร เช่น การร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ จัดหลักสูตรอบรมยกระดับเกษตรกรไทยเป็นผู้ค้าออนไลน์ โดยตั้งเป้าอบรมเกษตรกร 1,000 รายตลอดปี 2563 2.) ภาคธุรกิจ SMEs เช่น โปรแกรมช่วยเหลือผู้ขายรายใหม่ที่ขาดประสบการณ์ทาง ด้านอีคอมเมิร์ซ ให้สามารถขยายช่องทางการขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมให้ความรู้ แนะน�ำทักษะพื้นฐาน และการสนับสนุนด้านเงินทุนที่จ�ำเป็นในการ ท�ำธุรกิจออนไลน์ และการร่วมมือกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใน โครงการ ‘Shopee Seller Support Package’ เพื่อช่วยเหลือ SMEs และผู้ขายที่ ธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ให้คงศักยภาพในการแข่งขันและ สามารถด�ำเนินธุรกิจได้ 3.) ภาคการท่องเที่ยว เช่น การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่ม นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กว่า 30 ล้านคน เพื่อพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัล และพัฒนา คนในตลาดที่ Sea เข้าไปด�ำเนินธุรกิจให้สามารถก้าวทันเทคโนโลยีเพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตได้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ จึงจัดท�ำโครงการที่หลากหลาย ภายใต้ “ยุทธศาสตร์ 10 in 10 initiative” เพื่อพัฒนาคนดิจิทัลผ่าน 2 แนวทางหลัก 1.) พัฒนาทักษะดิจิทัลส�ำหรับการประกอบอาชีพยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับศักยภาพและ ทักษะเฉพาะด้านที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน อาทิ • โครงการพัฒนาทักษะด้าน Coding & Data Analytic

• โครงการพัฒนาทักษะด้านการตลาดและการจัดการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อติดอาวุธทักษะให้ผู้ประกอบการชาวไทยพร้อม ต่อยอดธุรกิจออนไลน์ รวมถึงโปรแกรมการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง • โครงการพัฒนาทักษะการพัฒนาเกมและการบริหารจัดการธุรกิจเกมและอีสปอร์ต 2.) พัฒนาทักษะดิจิทัล ความรู้ ความเข้าใจ ที่จ�ำเป็นส�ำหรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล โดยกระจายความรู้และการเข้าถึงทักษะดิจิทัลอย่างทั่วถึงสู่ประชากรในทุกอาชีพ ทุก พื้นที่ และทุกวัย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ดิจิทัลอย่างเหมาะสมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น • ด้าน People Training • ด้าน Knowledge Hub • ด้าน Enabling Education in Everyday Life กฤตย์ พัฒนเตชะ, Director, Head of Garena Online (Thailand) Co., Ltd. เผยว่า “นับตั้งแต่เปิดแพลตฟอร์มเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ www. GarenaAcademy.com ได้รับความสนใจสูง โดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 100,000 คน และมีคนรุ่นใหม่เข้าไปท�ำแบบทดสอบ Career Assessment เพื่อค้นหาอาชีพ ในวงการเกมและอีสปอร์ตที่เหมาะกับตัวเองเป็นจ�ำนวนราว 10,000 คน ซึ่งยังคง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเราได้ CareerVisa ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินอาชีพมา ช่วยออกแบบแบบทดสอบค้นหาอาชีพที่เหมาะสม การีนาหวังว่าข้อมูลและอินไซต์ใน อุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตจากการีนา จะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ส�ำหรับคน รุ่นใหม่ โรงเรียน และอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศ”

MAGKETING l 12


PODIUM

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จัดทัพอสังหาฯครบวงจร ครอบคลุมที่อยู่อาศัย อุตฯ พาณิชยฯ รายแรกในไทย ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Group CEO) กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด หรือ “FPL” ประกาศแต่งตั้ง นายธนพล ศิริธนชัย ขึ้นด�ำรง ต�ำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” มีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 และ ต�ำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมหรือ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล” โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” ซึ่ง เป็นผู้น�ำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศไทย จะ เป็นฟันเฟืองส�ำคัญที่สร้างการเติบโตให้แก่กลุ่มฯ อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ภายใต้ แบรนด์ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” พร้อมเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ทางธุรกิจอย่างไร้ขีดจ�ำกัด ผ่านเครือข่ายธุรกิจระดับนานาชาติของกลุ่ม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมีแนวทางการด�ำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการ“ เป็นเจ้าของ ผู้พัฒนา และผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ได้เล็งเห็นถึง ศักยภาพในการเติบโตของ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” เสมอมา เพื่อให้ องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายในยุค Next Normal จึงได้แต่งตั้งคณะผู้บริหารชุดใหม่ให้ มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อรับหน้าที่ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความส�ำเร็จ โดย จะชูจุดเด่นด้วยการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ หรือ Real Estate as A Service ที่ น�ำความเข้าใจลูกค้ามาพัฒนาต่อยอด ให้เกิดประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่ดี ที่สุด ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ผมมีความ รู้สึกยินดี และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าภายใต้การบริหารของคุณธนพล ศิริธนชัย คุณแสน ผิน สุขี คุณโสภณ ราชรักษา และคณะผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ จะร่วมผลัก ดันการด�ำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย และสนับสนุนให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคงและ แข็งแกร่งสู่ความยั่งยืนต่อไป ด้วยการเป็นผู้น�ำด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย” ปณต กล่าว โอกาสนี้ ยังได้แต่งตั้งคณะผู้บริหารอีก 4 ต�ำแหน่งโดยทั้งหมดจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 แสนผิน สุขี ด�ำรงต�ำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่ อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “เฟรเซ อร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม” โดยจะมีบทบาทส�ำคัญในการก�ำหนดยุทธศาสตร์ แต่งตั้ง โสภณ ราชรักษา ด�ำรงต�ำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล” เพื่อสร้างการเติบโต และรักษาสถานะผู้น�ำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมยุคใหม่ เพื่อ ตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละราย

พร้อมกันนี้ยังได้แต่งตั้ง สมบูรณ์ วศินชัชวาล ให้ด�ำรงต�ำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารด้านการเงิน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) โดยจะรับหน้าที่ในการบริหารและวางกลยุทธ์ด้านการเงิน และ ศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรา นาถ สิงหรา ณ อยุธยา ด�ำรงต�ำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยีและ ดิจิทัล บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) จะรับหน้าที่ใน การก�ำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนของเทรนด์ในปัจจุบัน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่จด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีชื่อย่อหลักทรัพย์ “FPT” และ เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จากการเข้าซื้อกิจการของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “GOLD” ท�ำให้ ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นผู้น�ำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ครบวงจรรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย ที่มีแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมประเภทที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และ อุตสาหกรรม นอกจากนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกอง ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกร รมเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT ซึ่งปัจจุบันเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมและ โลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ หรือ GVREIT เพื่อการ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชยกรรม ทั้งนี้ FPT, FTREIT และ GVREIT เป็น บริษัทและกองทรัสต์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

MAGKETING l 13


PODIUM

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย วางกลยุทธ์ลดความยุ่งยากในชีวิตประจ�ำวันของผู้ใช้

Gojek

Gojek (โกเจ็ก) แพลตฟอร์มเทคโนโลยีชั้นน�ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่น�ำเสนอ หลากหลายบริการและการช�ำระเงินแบบออนดีมานด์ ได้แถลงเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Gojek อย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ววันนี้ โดยนับตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผู้ใช้บริการในประเทศไทยสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของ Gojek ได้แก่ บริการส่งอาหาร (GoFood - โกฟู้ด) บริการเรียกรถจักรยานยนต์ (GoRide - โก ไรด์) บริการรับส่งพัสดุ (GoSend - โกเซนด์) และบริการอีวอลเล็ตหรือกระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ (GoPay - โกเพย์) ผ่านแอพ Gojek ที่พร้อมให้ดาวน์โหลดส�ำหรับ ทั้ง iOS และ Android มาในดีไซน์และอินเตอร์เฟซใหม่ที่ดูดีขึ้น รวมถึงมีการอัป เกรดฟีเจอร์หลากหลาย เพื่อเข้ามาช่วยลดข้อจ�ำกัดในชีวิตประจ�ำวัน ช่วยยกระดับ ประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ และความปลอดภัยในการใช้งาน การรีแบรนด์ครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้า GET (เก็ท) ได้ประกาศการรวมแอพพลิ เคชั่นและแบรนด์ไว้ภายใต้ Gojek ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืน และเร่งสร้างนวัตกรรมส�ำหรับผู้ใช้บริการใน ประเทศไทย ขณะเดียวกัน GoViet (โกเวียต) ซึ่งเป็นกิจการของ Gojek ในเวียดนาม ได้เปิดภายใต้แบรนด์ Gojek ไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดีจากผู้ใช้ เควิน อลูวี และ อันเดร โซลิสต์โย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ของ Gojek กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นก้าวส�ำคัญส�ำหรับบริษัท และยังเป็นการตอกย�้ำพันธสัญญาของเราที่มีต่อ ประเทศไทยในระยะยาว ต้องขอขอบคุณทีมงานของเราในไทย น�ำโดยภิญญา ที่ท�ำงาน กันได้อย่างยอดเยี่ยม และพร้อมจะน�ำพาทุกคนก้าวสู่การเดินทางบทใหม่ในครั้งนี้ เรา ทั้งสองคนขอขอบคุณผู้ใช้บริการ พาร์ทเนอร์ และผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในประเทศไทย ที่ได้สนับสนุนเรามาตลอด เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตมหาศาลและการพัฒนาที่จะ เกิดขึ้นในประเทศไทย เราภาคภูมิใจและตื่นเต้นที่จะได้น�ำประสบการณ์ของ Gojek มา สู่ผู้ใช้บริการเดิมของ GET และผู้ใช้กลุ่มใหม่ในประเทศไทย” ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ ใช้บริการ พาร์ทเนอร์คนขับ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหารของเรา คือหัวใจส�ำคัญของ ก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นในครั้งนี้ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแบรนด์ แต่คือการน�ำซู เปอร์แอพใหม่ถึง 3 ตัว ด้วยกันเข้ามาสู่ประเทศไทย ทั้งแอพ Gojek ส�ำหรับผู้ใช้บริการ แอพ GoPartner ส�ำหรับคนขับ และแอพ GoBiz ส�ำหรับร้านอาหาร ซึ่งแต่ละแอพ พัฒนาด้วยเทคโนโลยีล�้ำระดับโลก ที่จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาและน�ำเสนอบริการ ใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมถึงเอื้อให้เราสามารถปรับเปลี่ยนสิ่ง ต่างๆ ให้ลงตัวและเข้ากับความต้องการและความจ�ำเป็นของผู้ใช้ชาวไทยได้ดียิ่งขึ้น ฟีเจอร์เด่นบางส่วนของแอพ Gojek ได้แก่ อินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานได้ง่าย ราบรื่น ไม่ สะดุด ฟีเจอร์ ‘Dish Likes and Favorites’ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถกดไลก์และ บันทึกอาหารจานโปรดไว้เพื่อการสั่งซื้อในอนาคต ‘Consumer-to-Consumer Chat’ เป็นฟีเจอร์การส่งข้อความพูดคุยในแอพ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชตและแชร์ร้านค้าหรือ อาหารจานโปรดกับเพื่อน ๆ ได้ รวมถึงฟีเจอร์ ‘Invite Friends’ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิด ให้ผู้ใช้สามารถแนะน�ำแอพ Gojek ให้กับเพื่อน ๆ ได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ Gojek พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ ‘GoFood Pickup’ (โกฟู้ด พิกอัพ) ที่ช่วย ให้ผู้ใช้งานสามารถออเดอร์อาหารล่วงหน้า และไปรับอาหารที่สั่งด้วยตัวเองได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิว ทั้งนี้ บริการ GoFood Pickup ยังอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ โดยมีร้านอาหารในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เข้าร่วมแล้วกว่า 500 แห่ง นอกจากนั้น ผู้ ใช้บริการสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Gojek ได้แล้ววันนี้ จากทุกประเทศที่ Gojek ด�ำเนิน การ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย พาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านอาหารของ Gojek ยังจะได้สัมผัสประสบการณ์ ใหม่ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยแอพ GoPartner แอพส�ำหรับคนขับ Gojek ที่มาพร้อมกับระบบ การสมัครเป็นคนขับใหม่ที่สะดวกและง่ายดายกว่าเดิมในแอพเดียว นอกจากนั้น คน ขับ Gojek จะสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดกับอินเทอร์เฟซใหม่ นอกจากนี้ แอพ GoBiz แอพส�ำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ต่างๆ อาทิ ‘Chat Head Notifications’ แจ้งเตือนออเดอร์ใหม่ให้ร้านอาหารทราบแม้ในขณะ ที่ปิดแอพอยู่ ศูนย์บริการร้านอาหารที่ปรับปรุงใหม่ ฟีเจอร์ ‘Partner Badge’ และ ‘Super Partner Badge’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกหาร้านอาหารพาร์ทเนอร์ที่ รับประกันว่าให้บริการที่มีคุณภาพได้ง่ายและสะดวกกว่า Gojek เกิดจากความตั้งใจในการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาและลดความยุ่งยากในชีวิต ประจ�ำวัน โดยเป็นตัวกลางในการเชื่อมผู้บริโภคเข้ากับผู้ให้บริการและผู้จ�ำหน่ายสินค้า ต่าง ๆ ในตลาด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 ในประเทศอินโดนีเซีย

MAGKETING l 14


PODIUM

หัวเว่ยเผยกลยุทธ์ในงาน Connect 2020 ผสาน 5 ขอบข่ายเทคโนโลยีส�ำคัญมุ่งสู่ความเป็นเลิศ หัวเว่ยจัดงานประชุมสุดยอดประจ�ำปี “Huawei Connect 2020” ณ มหานคร เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถือเป็นงานส�ำคัญที่หัวเว่ยจัดขึ้นเป็นประจ�ำทุกปีให้แก่ อุตสาหกรรมไอซีทีในระดับโลก และยังเป็นแพลตฟอร์มที่เผยกลยุทธ์ส�ำคัญของหัวเว่ ยอีกด้วย ในปี 2020 ซึ่งเทคโนโลยี 5G เริ่มมการใช้งานในทั่วโลก และเกิดการผสานรวมระหว่าง การเชื่อมต่อ, เทคโนโลยี Cloud, AI, การประมวลผลคอมพิวเตอร์ และแอปพลิเคชัน ซึ่งก่อให้เกิดโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมไอซีทีอย่างมหาศาล Huawei Connect ในปี นี้จึงมุ่งที่เรื่อง “สร้างคุณค่าใหม่ผสานการท�ำงานระหว่าง 5 ขอบข่ายส�ำคัญในแวดวง เทคโนโลยี” หัวเว่ยมุ่งที่น�ำเทคโนโลยีไอซีทีไปใช้ในทุกภาคอุตสาหกรรมและน�ำเสนอโซลูชัน ส�ำหรับใช้งานในสถานการณ์เฉพาะควบคู่ไปกับพาร์ทเนอร์ เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจ ต่างๆ สามารถเติบโตทางธุรกิจและช่วยให้รัฐบาลสามารถด�ำเนินตามนโยบายในการ สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศ รวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาลด้วยเช่นกัน กัว ผิง ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย ได้กล่าวเปิดงาน ในหัวข้อ “สร้างคุณค่าใหม่ จากการผสานการท�ำงานระหว่าง 5 ขอบข่ายส�ำคัญใน แวดวงเทคโนโลยี” ว่า “ในขณะที่องค์กรและรัฐบาลก�ำลังก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มากขึ้น เราจะเห็นศักยภาพการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมไอซีทีมากขึ้นอย่างเห็นได้ ชัด และเรา ตั้งเป้าที่จะเปิดฉากเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ ของเรา” กัว ผิง ยังยกตัวอย่างถึงต้นแบบในการสร้างองค์กรอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะของหัวเว่ย โดยการผสานรวมเทคโนโลยีไอซีทีเข้ากับองค์ความรู้ของ ภาคอุตสาหกรรม และสร้างโซลูชันส�ำหรับสถานการณ์การใช้งานเฉพาะ สร้างมูลค่า ให้แก่รัฐบาลหรือองค์กรที่มีระบบธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งในขั้นถัดไป หัวเว่ยจะร่วมมือกับ พาร์ทเนอร์ในการน�ำเทคโนโลยีไอซีทีมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ธุรกิจ องค์กรเกิดการเติบโต และช่วยให้รัฐบาลสามารถด�ำเนินกลยุทธ์กระตุ้นอุตสาหกรรม ภายในประเทศได้ส�ำเร็จ สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการ บริหารงานของรัฐบาลไปพร้อมกัน ทั้งนี้ หัวเว่ยจะเดินหน้าลงทุนในขอบข่ายของธุรกิจหลักๆ ดังต่อไปนี้ ในขอบข่ายด้านโครงข่าย หัวเว่ยเสนอแนวคิดด้วยการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ซึ่งมีเป้าหมาย ที่จะน�ำเสนอโครงข่ายอัตโนมัติที่มีการผสมผสานหลายระบบเข้าไว้ด้วยกัน (hyperautomated network) เพื่อให้เข้าถึงโครงข่ายความเร็วสูงที่ครอบคลุมทุกหนแห่ง (ubiquitous gigabit) มอบประสบการณ์การใช้งานได้ตามเป้าหมายที่ก�ำหนด รวม ถึงท�ำให้สามารถยกระดับเทคโนโลยีอัจฉริยะในระบบธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งของภาครัฐ และเอกชน

ในขอบข่ายด้านเทคโนโลยีการประมวลผลคอมพิวเตอร์ หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ ประสิทธิภาพการประมวลผลที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า แยกซอฟต์แวร์ออกจาก ฮาร์ดแวร์เพื่อปรับเทคโนโลยีประมวลผลให้ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่ง รวมถึงหน่วยประมวลผลแบบ x86 และคุนเผิง (Kunpeng) ในขอบข่ายด้านบริการ Cloud หัวเว่ยได้ให้บริการครอบคลุมกว่า 23 ภูมิภาคทั่วโลก ดึงดูดนักพัฒนากว่า 1.5 ล้านคน ในขอบข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หัวเว่ยมุ่งที่จะผสานเทคโนโลยี AI ให้เข้าไปอยู่ใน ระบบธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในภาครัฐและเอกชนได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้องค์ความรู้และข้อมูล ในการสร้างศักยภาพหลักของระบบ AI เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ การประมวลผลคอมพิวเตอร์ Cloud และ AI คล้ายกับการมา ถึงของไฟฟ้าเมื่อร้อยปีก่อน ในขณะที่แอปพลิเคชันในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เหมือน กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและเครื่องมือในโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้า นั้นนั่นเอง หัวเว่ยเชื่อว่าการท�ำงานผสานกันระหว่าง 5 ขอบข่ายส�ำคัญในแวดวงเทคโนโลยีจะไม่ เพียงน�ำมาซึ่งโอกาสมาให้แก่หัวเว่ยเท่านั้น แต่สิ่งที่ส�ำคัญยิ่งกว่าคือน�ำมาซึ่งโอกาสอีก มากมายให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมไอซีที

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

UNSPLASH

พฤติกรรมคนไทย มีผลต่อการยับยั้งและระบาดโควิด-19 เรื่อง : สกสว.

ผศ.ดร. ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำ�นวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยรายงานการวิจัยต่อ สำ�นักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว) ว่า งานวิจัยพบว่าคนไทยตื่นตัวเฝ้าระวัง รับรู้ข่าวสาร และเข้าใจ มาตรการต่าง ๆ ของรัฐชัดเจน ส่วนใหญ่พร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อแนะนำ�ของฝ่ายสาธารณสุข แต่มีข้อจำ�กัดหลายข้อซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรม ครัวเรือนประจำ�วัน หรือเป็นพฤติกรรมทางสังคมทำ�ให้มาตรการเหล่านั้นได้ผลน้อย หากรัฐต้องการความร่วมมือมากขึ้น ก็ต้องปรับช่อง ทางการใช้สื่อ ปรับเนื้อหาการสื่อสารให้เหมาะสม ตรงกับพฤติกรรมประจำ�วัน ให้มากขึ้น ความร่วมมือป้องกันการแพร่ระบาดก็จะมากขึ้น ตามไปด้วย

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

ผศ.ดร. ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อ�ำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยรายงานการวิจัยต่อส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว) ว่า จากการติดตามและเฝ้าระวังเรื่องการรับ รู้และผลการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐในสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ซึ่งมีข่าว ว่าประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการรัฐและปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำแตกต่างกัน และบางกลุ่มก็คัดค้าน ผศ.ดร. ธานี จึงตั้งประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมคนไทย ช่วงนี้ว่าจะมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาด ที่ฝ่ายสาธารณสุขเผยแพร่หรือไม่ และจะมีการตอบสนองอย่างไร ในงานวิจัยครั้งนี้ แบ่งการศึกษาคนไทยออกเป็น 4 กลุ่มคือ ผู้อยู่อาศัยในเขตเมือง (คนในเขตเมือง) ผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองแต่รายได้น้อย (คนจนเมือง) ผู้อยู่อาศัยนอกเขต เมืองในต่างจังหวัด (คนชนบท) และผู้อยู่อาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คนชายแดน ใต้) โดยศึกษาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจ�ำวันของตนเองและการท�ำกิจกรรมร่วม กัน ศึกษาในช่วงเดือน มีนาคม 2563 ผ่านเครือข่ายวิจัยของกลุ่มสถาบันวิจัยระบบ สุขภาพสาธารณสุข และเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั่วประเทศ จากงานวิจัยพบว่าคนไทยทั่วประเทศติดตาม รับรู้ ข้อมูลข่าวสารและมาตรการป้อ งกันฯ จากฝ่ายสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด มีทัศนคคิต่อข้อมูลเหล่านั้นดี และยินดีปฏิบัติ ตามค�ำแนะน�ำของรัฐ เช่น การไม่มีกิจกรรมร่วมกันหรือไม่สังสรรค์ร่วมกัน (สูงถึง 90%) การไม่สัมผัสมือ (92%) และการล้างมือก่อนกินข้าวทุกครั้ง (80%) หรือการอยู่ บ้าน (90%) นั่นหมายถึงคนไทยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อมาตรการของรัฐดี ยินดีร่วม มือปฏิบัติตามข้อแนะน�ำอย่างพร้อมเพรียง อย่างไรก็ตาม สภาพการใช้ชีวิตและท�ำ กิจกรรมประจ�ำวันที่แตกต่างกันระหว่างคนเขตเมือง คนจนเขตเมือง คนชนบทและ คนเขตชายแดนภาคใต้ จึงท�ำให้มาตรการที่ฝ่ายสาธารณสุขแนะน�ำให้งดเว้นหลายข้อ ได้รับความร่วมมือไม่มากนัก เช่น การเข้าไปในพื้นที่แออัด การเข้าพื้นที่ตลาด หรือการ ใช้รถสาธารณะของคนจนเขตเมือง ยังสูงถึง 35% และ 22% และคนเขตชายแดนใต้ ยังใช้พื้นที่ร่วมกันท�ำกิจกรรมทางศาสนาสูงถึง 20% สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประชาชนดื้อรั้น หรือไม่เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐ งานวิจัยพบอีกว่า 89% ของกิจกรรมร่วมกัน หรือสังสรรค์กันของคนเหล่านี้ เกิดขึ้นภายในบ้านหรือครัว เรือน ข้อแนะน�ำบางข้อ เช่น การไม่ใช้มือจับหน้า ไม่สัมผัสหน้า การล้างมือก่อนกินข้าว ล้างมือหลังจากเข้าห้องน�้ำ จึงเป็นข้อน�ำที่ปฏิบัติได้ยาก เพราะครอบครัวจะเคยชิน กับกินข้าวร่วมกันอันเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจ�ำวันของคนไทยเหล่านั้น หรือ มาตรการเรื่องการเว้นระยะห่าง ผลตอบรับจากคนกลุ่มนี้ก็จะไม่ดี เพราะสัดส่วนของ จ�ำนวนคนต่อการใช้พื้นที่ ค่อนข้างหนาแน่น เป็นครัวเรือนที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบ้าน หรือในห้องเดียวกันหลายคน และด้วยสภาพทางเศรษฐกิจ ห้องก็อาจไม่กว้างมากพอที่ จะเว้นระยะห่าง มาตรการนี้จึงได้รับความร่วมมือน้อยกว่าคนในเมือง ถ้ารัฐจะหยุด ยั้งการแพร่ระบาดให้ส�ำเร็จ จะต้องเพิ่มระดับการควบคุมจากระดับบุคคลต่อบุคคล เสริมด้วยระดับบุคคลในครัวเรือนต่อบุคคลภายนอกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่านับแต่มีการระบาดของโรค COVID-19 นี้ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางจนประชาชนรับมือไม่ทัน แต่เมื่อภาครัฐและฝ่ายสาธารณสุขเสนอ แนวทางปฏิบัติและออกมาตรการหลายๆ อย่างเพื่อหยุดยั้งต้นเหตุของการระบาดนี้ ประชาชนก็ตอบรับและตอบสนองได้ดี งานวิจัยพบว่า สื่อที่ทรงพลังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนในระดับประเทศ

ที่ดีมากคือ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะโทรทัศน์มีผลต่อการรับรู้และการ ติดตามข่าวสารของประชาชนสูงมาก มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชน ทั่วประเทศ ส่วนสื่อบุคคล เช่น บุคลากรสาธารณสุข ได้แก่ อสส. อสม. / เพื่อน / ญาติ / ครอบครัว และสื่อชุมชน เช่น หอกระจายข่าว มีผลต่อการรับรู้ เฝ้าระวังติดตาม ข่าวสารและทัศนคติต่อข่าวสารของประชาชนในเขตชนบทมากกว่าเขตเมือง แม้ ประชาชนตื่นตัวเพื่อติดตามข่าวสารมาก และมีความเข้าใจเรื่องข้อมูลดีก็ตาม แต่ก็ เฉพาะในประเด็นที่เผยแพร่เท่านั้น จากการสอบถามเรื่องการรับรู้จ�ำนวนผู้ป่วย และ ข้อมูลการระบาดของ COVID-19 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารในภาพรวม แต่ไม่อาจระบุในระดับจังหวัดได้อย่างแม่นย�ำนัก เช่น จ�ำนวนผู้เสียชีวิตหรือจ�ำนวนผู้ ติดเชื้อในจังหวัด เป็นต้น ภาพในใจของประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่รับรู้เกี่ยวกับความสูญ เสีย ความเสียหายภาพใหญ่ๆ หรือเป็นภาพรวม เช่น เศรษฐกิจแย่ พัง จบช้า ขณะเดียวกันในงานวิจัยยังพบอีกว่า ครัวเรือนของคนในเขตเมืองซึ่งมีฐานรายได้สูง และมีสัดส่วนความหนาแน่นของการอยู่อาศัยต่อพื้นที่ห้องน้อยกว่าคนจนเมืองหรือ คนชนบท หรือคนชายแดนใต้ และขณะที่คนจนเมือง หรือคนชนบท และคนจังหวัด ชายแดนใต้มักมีกิจกรรมที่จ�ำเป็นต้องใช้พื้นที่ร่วมกันมากกว่าและจ�ำเป็นกว่าคนเขต เมือง สังเกตุจากพื้นที่ของห้องนอน ห้องน�้ำและโอกาสที่ต้องท�ำกิจกรรมการท�ำร่วม กันในพื้นที่แออัดก็บ่อยกว่า เช่น ตลาดสด บริการรถสาธารณะ ศาสนาสถาน เป็นต้น จึงปฏิบัติไม่ได้ หรือปฏิบัติไม่เข้มงวด เหมือนไม่ให้ความร่วมมือต่อข้อแนะน�ำของฝ่าย สาธารณสุข เช่น การหลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่แออัด การล้างมือ การใช้หน้ากาก หรือการไม่ ใช้มือจับใบหน้า งานวิจัยยังพบอีกว่า ประเด็นของข่าวสารในช่วงเวลาที่ผ่านมา ท�ำให้คนจนเมือง คน ชนบท คนชายแดนใต้ ตระหนักถึงการระบาดว่าแม้จะรวดเร็ว รุนแรงแต่ก็เป็นสิ่ง ไกลจากตัว การไม่รู้จ�ำนวนผู้ป่วยและการสูญเสียในระดับจังหวัดมากเท่าที่ควรจะ รู้ มีผลให้การตื่นตัวลดลง ดังนั้น อาจเป็นเหตุผลที่ท�ำให้แรงจูงใจที่จะให้ความร่วมมือ กับมาตรการของรัฐและฝ่ายสาธารณสุขต�่ำกว่าที่คาด หรือได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างไรก็ตาม พบว่ากลไกการสื่อสารในระดับชุมชนครัวเรือนไทยนี้ สื่อบุคคล เช่น อสม. อสส. เพื่อน ญาติมิตร และสื่อชุมชน เช่น หอกระจายข่าว ยังมีอิทธิพลต่อการรับ รู้และทัศนคติของคนเหล่านี้อยู่ โดยเฉพาะในถานการณ์ COVID-19 นี้ พ่อ แม่ และผู้ มีความรู้ในครัวเรือนที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด มีอิทธิพลต่อการรับรู้ข่าวสาร และ การให้ความร่วมมือต่อมาตรการของรัฐและฝ่ายสาธารณสุขมาก งานวิจัยนี้จึงเสนอให้รัฐปรับเพิ่มช่องทางการสื่อสารในระดับจังหวัดให้มากขึ้น ปรับ ข้อมูลให้มีประเด็นและรายละเอียดของพื้นที่-จังหวัดมากขึ้น และเพื่อให้ครอบครัวหรือ ชุมชนตื่นตัวมากขึ้นและยอมรับกับมาตรการป้องกันของฝ่ายสาธารณสุขมากขึ้นกว่า นี้ อาจต้องปรับใช้สื่อ เช่น สื่อบุคคล หอกระจายข่าว อสส. อสม. ให้สอดรับกับวิธีการ และประเด็นข้อมูลในระดับจังหวัดใกล้ชิดขึ้น ก็จะท�ำให้ประชาชนตระหนักถึงอันตราย ที่ใกล้ตัวมากขึ้น และมีผลต่อการจูงใจให้ประชาชนร่วมมือกับมาตรการต่างๆ ของรัฐ และฝ่ายสาธารณสุข มากขึ้น ที่มาข้อมูล : งานวิจัยเผยแพร่ Behavioral Insights ของครัวเรือนไทยภาย ใต้สถานการณ์ COVID-19 เป็นงานวิจัย โดย ผศ. ดร. ธานี ชัยวัฒน์ และ คณะ โดยการสนับสนุนร่วมกันระหว่าง คณะเศรษฐศาสตร์ สถาบันวิจัยระบบ สาธารณสุข และส�ำนักงานคณะกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เผยแพร่ เมื่อวันที่12 เมษายน พ.ศ.2563

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

UNSPLASH

ผลส�ำรวจ การสั่งอาหาร-เครื่องดื่มผ่านแอปฯ ศูนย์ส�ำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ด�ำเนินโครงการส�ำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการสั่งอาหาร หรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชัน โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดกรุงเทพมหานคร จ�ำนวนทั้งสิ้น 1,117 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 21 - 24 มกราคม 2563 กลุ่มตัวอย่างในการส�ำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางส�ำเร็จรูปของ Taro Yamane ก�ำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และ ความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจ�ำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์ส�ำรวจความคิด เห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ในปี 2562 การเติบโตของยอดการสั่งอาหารหรือเครื่อง ดื่มผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มมากขึ้นมีจ�ำนวนผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น จากการคาดการณ์ว่าใน ปี 2563 จะมีการใช้บริการการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชันมากกว่า 20 ล้านครั้ง โดยการส�ำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิ เคชัน มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

อันดับที่สองคือ 301 – 500 บาท ร้อยละ 25.4 อันดับที่สามคือน้อยกว่า 100 บาท ร้อยละ 19.2 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการใช้แอปพลิเคชันในการจัดส่งอาหารหรือเครื่องดื่มประเภท อาหารไทย / อาหารอีสาน เป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 37.2 อันดับที่สองคือ อาหารฝรั่ง / ฟาสต์ฟู๊ด ร้อยละ 23.7 อันดับที่สามคือ กาแฟ / ชานมไข่มุก ร้อยละ 12.8 อันดับที่ สี่คือ อาหารญี่ปุ่น / ซูชิ ร้อยละ 10.8 อันดับที่ห้าคือ ของหวาน เค้ก เบเกอรี่ ร้อยละ 10.7 และมีการช�ำระค่าสินค้าในการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชันโดย เก็บ เงินปลายทาง / เงินสด เป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 46.3 อันดับที่สองคือ โอนเงิน/หักบัญชี ธนาคาร ร้อยละ 20.3 อันดับที่สามคือ ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ร้อยละ 17.9

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้เหตุผลการเลือกใช้แอปพลิเคชันในการจัดส่งอาหารหรือเครื่อง ดื่ม อันดับหนึ่งคือ มีโปรโมชั่นลดราคาอาหาร ร้อยละ 22.3 อันดับที่สองคือ แอปพลิเค ชันใช้งานง่าย ร้อยละ 18.1 อันดับที่สามคือ ความสะดวกสบาย ร้อยละ 12.7 อันดับ ที่สี่คือ มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ ร้อยละ 12.4 อันดับที่ห้าคือ ลดเวลาในการเดินทาง ร้อยละ 10.0

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เคยใช้บริการการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชัน อันดับหนึ่งคือ แกร็บฟู๊ด (Grab Food) ร้อยละ 36.2 อันดับที่สองคือ เก็ท (GET) ร้อยละ 24.6 อันดับที่สามคือ ฟู๊ดแพนด้า (FoodPanda) ร้อยละ 19.1 อันดับที่สี่คือ ไลน์แมน (Line Man) ร้อยละ 15.1 อันดับที่ห้าคือ แซ็ปเดลิเวอรี่ (ZabDelivery) ร้อย ละ 4.7 การช�ำระค่าสินค้า การสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชัน อันดับหนึ่งคือเก็บ เงินปลายทาง / เงินสด ร้อยละ 46.3 อันดับที่สองคือ โอนเงิน/หักบัญชีธนาคาร ร้อย ละ 20.3 อันดับที่สามคือ ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ร้อยละ 17.9 อันดับที่สี่คือ PROMPT PAY (พร้อมเพย์) ร้อยละ 8.1 อันดับที่ห้าคือ Line Pay ร้อยละ 7.0

ในหนึ่งเดือนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการใช้บริการการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอป พลิเคชัน 3 – 4 ครั้ง เป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 29.2 อันดับที่สองคือ 1 – 2 ครั้ง ร้อย ละ 22.3 อันดับที่สามคือ 5 – 6 ครั้ง ร้อยละ 20.8 และมีการใช้จ่ายต่อครั้งในเลือกสั่ง อาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชัน 101 – 300 บาท เป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 33.8

พบปัญหาที่พบในการใช้งานแอปพลิเคชันในการจัดส่งอาหารหรือเครื่องดื่ม อันดับหนึ่ง คือ การจัดส่งไม่ตรงเวลา ร้อยละ 25.7 อันดับที่สองคือ แอปลิเคชันใช้งานยาก ร้อย ละ 22.0 อันดับที่สามคือ ราคาอาหารไม่ตรงตามที่ระบุ ร้อยละ 16.3 อันดับที่สี่คือ พนักงานไม่สุภาพ ร้อยละ 15.9 อันดับที่ห้าคือ ค่าจัดส่งราคาแพง ร้อยละ 14.2

MAGKETING l 19


CASE STUDY

HOW TO SURVIVE IN COVID-19 CRISIS

++

MAGKETING VOL.52

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

ทิศทางธุรกิจหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคงที่ขึ้น จึงเป็น ช่วงของการ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” พบว่าผู้ประกอบการหลาย รายต่างหันมาท�ำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อน�ำข้อมูลที่ได้มาแปลงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ในยุค New Normal ให้สอดรับกับความต้องการใหม่ๆ หลายอย่างก็ เป็นการเสริม หรือเพิ่มเติมเข้ามา แต่บางอย่างก็กลายเป็นรูปแบบการ ปรับเปลี่ยนช่องทางการขายหรือการให้บริการครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบ การต้องพบเจอ และต้องก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ได้

MAGKETING l 21


CASE STUDY

ริ โ ภคที63่ เ ปลี่ ย นไปในปี พฤติกพฤติ รรมผู้บกริโรรมผู ภคที่เปลี่ย้ บนไปในปี

ตะวันออกกลาง โดย 60% และ 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาหันมา ชอปปิงผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้นตามล�ำดับ

63

PwC เผยผลส�ำรวจพบพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดหลัง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบส่วนใหญ่หันมาชอปปิงออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงใส่ใจสุขภาพและส่งเสริมพฤติกรรมที่สร้าง ความยั่งยืนในสังคมมากขึ้น ขณะที่มากกว่า 40% ของผู้บริโภคต้องการให้ธุรกิจแสดง ความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และด�ำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ มากกว่าเดิม แนะบริษัทค้าปลีกและธุรกิจที่ต้องพบปะกับลูกค้าคิดค้นวิธีใหม่ ๆ ในโลก ยุคนิวนอร์มอล ด้านผู้บริโภคไทยหันมาชอปปิงออนไลน์และช�ำระเงินผ่านระบบอีเพย์ เมนต์มากขึ้น แต่ธุรกิจต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ดี เพื่อสร้างความไว้ วางใจให้กับผู้บริโภค วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิด เผยถึงผลส�ำรวจมุมมองผู้บริโภคทั่วโลก(Global Consumer Insights Survey) ของ PwC ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ที่ตามมาน�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานในการที่ผู้บริโภคท�ำงาน บริโภค สื่อสาร และดูแลสุขภาพของตนเอง ทั้งนี้ ผลส�ำรวจมุมมองผู้บริโภคทั่วโลก ฉบับนี้ PwC ได้ท�ำการศึกษาติดต่อกันเป็นครั้งที่ 11 โดยแบ่งการส�ำรวจออกเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ ก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด19 ก่อนที่จะน�ำผลมาเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม โดยผลส�ำรวจมุ่งเน้นไปที่การศึกษา พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง รวมทั้งการเร่งตัวขึ้น ของการน�ำดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจ�ำวันของผู้บริโภคหลังการแพร่ระบาดกระทบกับวิถี การใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ซึ่งในปัจจุบัน มีประชากรจ�ำนวนกว่าหลายพันล้านคนทั่วโลก ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองโดยเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการบริโภคของโลกยุคใหม่ ขณะที่เมือง ส�ำคัญต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย

มิลเลนเนียล-ผู้บริโภคที่มีบุตรให้ความส�ำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีอย่างชัดเจน 59% ของ กลุ่มมิลเลนเนียล และ 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีบุตร ต่างให้ความส�ำคัญกับ ความเป็นอยู่ที่ดีของตนมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งนี้พบว่า ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญกับการ ดูแลตนเองเพิ่มขึ้น โดย 51% ของผู้บริโภคในเมืองเห็นด้วย หรือเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า พวกเขาให้ความส�ำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาพทางกาย และการรับประทานอาหารที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากโควิด-19 นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งเข้าร่วมการส�ำรวจหลังจากการแพร่ระบาด ยังมองเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง และการดูแลสุขภาพว่า มีความส�ำคัญต่อ คุณภาพชีวิตพอ ๆ กับการมีงานท�ำ โดย 49% และ 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามมี ความเห็นดังกล่าวตามล�ำดับ เปรียบเทียบกับการมีงานท�ำที่ 45% ผู้บริโภคและความยั่งยืน ผลส�ำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการหันมาใส่ใจเรื่องของความยั่งยืนและความรู้สึกถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้บริโภค ในฐานะพลเมืองของสังคมอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง เช่น ในผลส�ำรวจที่จัดท�ำขึ้นก่อนเกิดการแพร่ระบาด 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่ว โลกบอกว่า พวกเขาหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกทุกครั้งที่ท�ำได้ ขณะที่ 43% ต้องการให้ ธุรกิจแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของตน และ 41% ต้องการ ให้ธุรกิจค้าปลีกจ�ำกัดการใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ส�ำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่าย สิ่ง ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ เมื่อถามผู้บริโภคว่า ใครควรมีหน้าที่รับผิดชอบในการ ส่งเสริมพฤติกรรมที่สร้างความยั่งยืนในสังคมมากที่สุด 20% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่า “ตัวฉันเอง ในฐานะผู้บริโภค” ขณะที่ 15% ตอบว่าเป็นหน้าที่ของ “ผู้ผลิต” ทั้งนี้ เมื่อถามผู้บริโภคเกี่ยวกับความเต็มใจในการแลกเปลี่ยนข้อมูล 49% กล่าวว่า พวกเขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลของพวกเขา หากข้อมูลดังกล่าวจะช่วยปรับปรุง ความเป็นอยู่ในเมืองให้ดีขึ้นได้

การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ ส่งผลกระทบต่อการด�ำเนินชีวิตของผู้บริโภคในทุก ๆ มิติ รวมถึงวิธีที่พวกเขาจับจ่าย ใช้ของช�ำและของใช้ที่จ�ำเป็นด้วย โดยพบว่า แม้การซื้อสินค้าที่ร้านขายของช�ำยังคง เป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้ แต่รายงานระบุว่า มากกว่า 1 ใน 3 (35%) ของผู้ บริโภคที่ถูกส�ำรวจ หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อหาอาหาร ขณะที่ 86% ของผู้ ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในเวลานี้มีแผนที่จะใช้ช่องทางนี้เพื่อซื้อสินค้าต่อไป หลังมาตรการ เว้นระยะห่างทางสังคมจะถูกยกเลิกไปในที่สุด

“ในขณะที่แนวโน้มหลาย ๆ อย่างมีการพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้ว การวิจัยของเรา แสดงให้เห็นว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้ยิ่งส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาต้องการความโปร่งใส ความยั่งยืน รวมถึงความสะดวกสบายมากขึ้น ฉะนั้นบริษัทที่จะได้รับประโยชน์มาก ที่สุดคือ บริษัทที่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค มีการลงทุนในสร้าง ประสบการณ์ที่ดีในการจับจ่ายสินค้าของลูกค้าแบบไร้รอยต่อ และค�ำนึงถึงสุขภาพและ ความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก” สตีฟ บาร์ หัวหน้าสายงานตลาดผู้บริโภคทั่วโลก PwC สหรัฐอเมริกา กล่าว

ส�ำหรับสินประเภทค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารนั้น ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส การซื้อสินค้าที่ร้านค้ายังเป็นตัวเลือกหลักเมื่อเปรียบเทียบกับช่องทางออนไลน์ โดย 47% ของผู้บริโภคกล่าวว่า พวกเขาจับจ่ายสินค้าที่ร้านค้าเป็นประจ�ำทุกวันหรือทุก สัปดาห์เปรียบเทียบกับการชอปปิงออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ (30%) คอมพิวเตอร์ (28%) และผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ (15%) แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา การชอปปิงออนไลน์ส�ำหรับรายการที่ไม่ใช่อาหารได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่าง มาก (ผ่านโทรศัพท์มือถือ 45%, คอมพิวเตอร์ 41% และ แท็บเล็ต 33%) ซึ่งแนวโน้ม ของการชอปปิงออนไลน์ที่เติบโตนี้ เห็นได้เด่นชัดในสาธารณรัฐประชาชนจีน และ

นอกจากนี้ ออซ ออซเทิร์ก หัวหน้าสายงานที่ปรึกษาตลาดผู้บริโภคทั่วโลก PwC สห ราชอาณาจักร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 11 ปีของการส�ำรวจผู้บริโภคทั่วโลก เราไม่ เคยได้ข้อมูลที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนว่า ความโปร่งใส ความยั่งยืน และจิตส�ำนึกทาง สังคมเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด ฉะนั้นในช่วงเวลาที่ส�ำคัญแบบนี้ บริษัทและ ธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ ยิ่งจ�ำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับลูกค้าให้ได้” วิไลพร กล่าวเสริมว่า “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ท�ำผู้บริโภคไทยปรับตัวไปสู่ ดิจิทัลมากขึ้นภายในเวลาชั่วพริบตา โดยในช่วงล็อกดาวน์คนหันมาชอปปิงออนไลน์กัน

MAGKETING l 22


CASE STUDY

FREEPIK

เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งคาดว่า ยอดขายของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในช่วงเวลานี้จะเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว และผลักดันให้ปีนี้มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยน่าจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ส�ำหรับ สินค้าที่ผู้บริโภคหันมาชอปปิงออนไลน์เพิ่มมากมีตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ อย่าง หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ อาหารออร์แกนิก รวมไปถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและความเป็น อยู่มากขึ้น” “นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยยังปรับตัวไปสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น โดยหันมาใช้บริการอี เพย์เมนต์เพราะนอกจากจะได้รับความสะดวกสบายในการชอปปิงออนไลน์แล้ว ยัง เป็นการช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเงินสดซึ่งอาจเป็นแหล่งของเชื้อโรค ซึ่งตอนนี้ห้าง สรรพสินค้า และ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่กลับมาเปิดด�ำเนินการอีกครั้งก็หันมาเพิ่มช่อง ทางการช�ำระด้วยผ่านดิจิทัลเพย์เมนต์กัน ฉะนั้น ธุรกิจที่หันมามุ่งเน้นท�ำตลาดผ่านช่อง ทางออนไลน์จะต้องมีระบบป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และภัยไซเบอร์ใน ด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้บริโภค” วิไลพร กล่าวสรุป CASECASE 1 สินค้าสุSTUDY ขภาพมาแรง #1

สิ น ค้ า สุ ข ภาพมาแรง

วรานนท์ พลายวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท เอ็น. ดับเบิลยู. ไฟน์เนสท์ โพรดักส์ จ�ำกัด หรือ LAB Society ช้อปรวมสินค้าสุขภาพและความงาม (Life And Beauty) คุณภาพระดับมาตรฐานสากล กล่าวว่า หลังจากที่สถานการณ์ การระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ธุรกิจค้าปลีกต่างๆ แม้ว่าจะเริ่มกลับมาทรงตัว

แต่การเติบโตก็ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี จึงจะ สามารถกลับมาพลิกฟื้นได้ แต่ในขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเปลี่ยนแปลง พบว่าต่างหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่ยังคงต้องการความสะดวกสบาย และมีการใช้ ชีวิตรูปแบบนิว นอร์มอล “จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตนอกบ้านลดลง หันมาใช้บริการดี ลิเวอรีแทน และเลือกใช้สินค้าและบริการที่เน้นความเป็นสุขภาพมากขึ้น จึงนับเป็น โอกาสทางธุรกิจของ LAB Society ผู้น�ำแห่งศูนย์รวมสินค้าคุณภาพทั้งไทย และต่าง ประเทศ ในประเภทสินค้าดูแลสุขภาพและความงามในชีวิตประจ�ำวัน สินค้าธรรมชาติ และสินค้าออร์แกนิค ที่จะสามารถดึงก�ำลังซื้อให้กลับมาเป็นบวกได้อย่างรวดเร็ว พร้อม ขยายฐานลูกค้าได้กว้างมากขึ้น โดยข้อได้เปรียบของ LAB Society นอกจากจะมีสาขา และหน้าร้านส�ำหรับให้บริการลูกค้าแล้ว ยังมีการให้บริการลูกค้าส�ำหรับช้อปสินค้า ผ่านทางออนไลน์ พร้อมบริการจัดส่งสินค้าส่งตรงถึงหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีการน�ำกล ยุทธ์ไอดอลมาร์เก็ตติ้งมาใช้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดึง 2 พระเอกหนุ่มดัง “จิมมี่ - กานต์ กฤษณะพันธ์” และ “ทอมมี่ - สิทธิโชค เผือกพูลผล” มาร่วมกิจกรรมเพื่อดันยอดขาย เพิ่ม” วรานนท์ กล่าว ณิชพน แซ่ตั้ง ประธานกรรมการบริหารร่วม บริษัท เอ็น. ดับเบิลยู. ไฟน์เนสท์ โพ รดักส์ จ�ำกัด กล่าว มั่นใจสินค้าในช้อปของ LAB Society จะสามารถตอบโจทย์ทุก ความต้องการของไลฟ์ไสตล์สังคมยุคนิวนอร์มอลได้ โดย LAB Society จะมีสินค้า ทั้งหมดกว่า 2,000 รายการ แบ่งออกเป็น 14 หมวด ได้แก่ ผิวหน้า, ผิวกาย, เส้นผม, มือและเท้า, ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก, ผลิตภัณฑ์ส�ำหรับผู้ชาย, ผลิตภัณฑ์ส�ำหรับผู้หญิง, อุปกรณ์เสริมความงาม, วิตามินและอาหารเสริม, เครื่องส�ำอาง, ผลิตภัณฑ์ส�ำหรับเด็ก,

MAGKETING l 23


CASE STUDY

อาหารและขนม, เครื่องดื่ม เป็นต้น โดยสินค้าที่ขายดีและเป็นที่นิยมในตอนนี้คือส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าหมวดดูแลผิวหน้า ผิวกาย เช่น สมิทธิ์โทเทิ่ลซันสกรีน ครีมกันแดดสูตรปราศจากสารเคมี เอสพีเอฟ 50+พีเอ+++ ปกป้องผิวจากแสงแดด อ่อนโยน ไม่มีสารเคมี ไม่อุดตัน และไม่ก่อให้ เกิดสิว, Herbitia Lutein ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บ�ำรุงดวงตา ฟื้นฟูอาการตาล้า ตา แห้ง แสบตา บรรเทาอาการเบาหวานขึ้นตา วุ้นในตาเสื่อม, มิวสกิน ซูเพอร์เลทิฟ ฟิ นิชชิ่ง ลูซ พาวเดอร์ โกลว์ แป้งฝุ่นเนื้อเนียนละเอียด เทคโนโลยี “YOUTH AURA EFFECT” และทรีฮัท เชีย ชูการ์ สครับ โมรอคแคน โรส สครับดูแลผิว เป็นต้น ซึ่ง สินค้าทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้ที่ LAB Society ทุกสาขา ทั้งสาขาซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์ ชั้น 2, สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น 2, สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 1, สาขาเดอะมอลล์ บางแค ชั้น 1 นอกจากนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคม LAB Society ยังได้จัดกิจกรรม Let's Bake Love with JimmyTommy พาลูกค้าเข้าครัวเรียนท�ำขนมร่วมกับ 2 พระเอกหนุ่มจากซี รีส์เรื่อง Why R U The Series “จิมมี่ - กานต์ กฤษณะพันธ์” และ “ทอมมี่ - สิทธิ โชค เผือกพูลผล” โดยหากใครที่อยากร่วมสนุกกิจกรรมในครั้งนี้ เพียงซื้อสินค้าจา กช้อป LAB Society ในราคา 800 บาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิลงทะเบียน Lucky Draw 1 สิทธิ และยังรับฟรีของที่ระลึก Sticker Jimmy Tommy สุดเอ็กคลูซีฟ ที่มีแค่ LAB Society เท่านั้น ซึ่งมีให้เลือกสะสมทั้งหมด 3 เซ็ท ทั้งนี้ก�ำหนดผู้โชคดีที่สามารถเข้า ร่วมกิจกรรมเพียง 20 ท่าน โดยมาจาก Top Spender 4 ท่าน และ Lucky Draw 16 ท่าน CASECASE 2 เครื่องกรองน� ้ำแตะนิ#2 วไฮ STUDY

เครื่ อ งกรองน�้ ำ แตะนิ ว ไฮ

เอกรัตน์ แจ้งอยู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เธียรสุรัตน์ จ�ำกัด(มหาชน) หรือ TSR เปิดเผยว่า ภาพรวมการด�ำเนินธุรกิจช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังคงมีทิศทาง ที่ดีและสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจาก ผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) เนื่องจากในช่วง ไตรมาส 2/2563 พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงโดยหันมาให้ความส�ำคัญใน การดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องกรองน�้ำ โดยเฉพาะ ในส่วนของการจ�ำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ยอดขายท�ำสถิติสูงสุด ขณะเดียวกันมีทีม Direct Sales ขายเครื่องกรองน�้ำ SAFE บริการถึงบ้าน ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้า ลูกค้าสามารถเลือกการผ่อนช�ำระภายใต้โปรแกรมผ่อนสบาย ท�ำให้ได้รับความสนใจ มากขึ้นด้วย "ครึ่งปีแรกธุรกิจยังมีทิศทางที่ดี แม้จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 แต่เมื่อคลายล็อคดาวน์ เริ่มกลับมาดีขึ้นทันที ยอดขายออนไลน์สามารถท�ำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภค ใส่ใจสุขภาพท�ำให้ความต้องการใช้เครื่องกรองน�้ำดื่มที่มีคุณภาพเติบโตได้ดี รวมทั้ง บริษัทฯ มีทีมขายตรงคอยให้ค�ำแนะน�ำ และสามารถผ่อนช�ำระ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวได้อีกด้วย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSR มั่นใจว่าในปีนี้รายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วาง ไว้ระดับ 10% เนื่องจาก เตรียมจะเพิ่มจ�ำนวนทีมขายอีก 30 ทีม จากปัจจุบันอยู่ที่

ประมาณ 250 ทีม รวมทั้งจะขยายสาขาเพิ่มอีก 8 แห่ง ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ขณะ เดียวกันก็เพิ่มสินค้าใหม่ที่มีราคาย่อมเยา เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค เช่น เครื่องกรองน�้ำแบรนด์ SAFE รุ่น RO2 และเครื่องกรองน�้ำแบรนด์ SURE รุ่น Bright เพื่อเป็นการขยายตลาดเจาะไปที่ลูกค้าที่ฐานกว้างขึ้น นอกจากนี้ การที่บริษัทร่วมทุน คือ บริษัท อัลไพน์ วอเตอร์ จ�ำกัด ที่ กลุ่ม TSR ถือ หุ้นในสัดส่วน 55% ก็เตรียมน�ำชุดเครื่องท�ำน�้ำแข็งมาจ�ำหน่ายและให้เช่า คาดว่าน่า จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการผลิตน�้ำแข็งที่มีความ สะอาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ร้านค้าไม่ต้องกังวลเรื่องน�้ำแข็งขาด Stock ประหยัดเวลา รวมถึงมีบริการหลังการขายที่ดี และราคาเหมาะสม โดยจะมีบริษัทย่อย TSRL เป็นผู้สนับสนุนในการปล่อยสินเชื่อ กลุ่มเป้าหมายลูกค้าหลัก คือ ร้านอาหาร โรงแรม ส�ำนักงาน หรือ ครัวเรือน เป็นต้น CASECASE 3 เพิ่มไลน์STUDY สินค้าเพื่อสุข#3 ภาพ เพิ่ ม ไลน์ สิ น ค้ า เพื่ อ สุ ข ภาพ ชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า จากการแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ท�ำให้ผู้บริโภคเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบ ชีวิตวิถีใหม่หรือ New Normal ที่ใส่ใจดูแลตนเองมากขึ้น เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด -19 โดยที่ผ่านมา ดั๊บเบิ้ล เอ ได้มอบแอลกอฮอล์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในโรง พยาบาลกว่า 50 แห่ง หน่วยงานราชการ ชุมชน ร้านค้า และลูกค้าในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงแรกของการแพร่ระบาด ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ ให้ความส�ำคัญและห่วงใย มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดั๊บเบิ้ล เอ ได้แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสุขอนามัย ภายใต้ ชื่อ “Double A Care” เพื่อยืนเคียงข้างและขอเป็นส่วนหนึ่งในความห่วงใยสังคม และร่วมส่งเสริมความปลอดภัยแก่คนไทย “Double A Care” น�ำร่องเปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 75% สามารถใช้ท�ำความสะอาดมือโดยไม่ต้องล้างออกหรือใช้ท�ำความสะอาดอุปกรณ์ ต่างๆ ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย กลิ่น Blue Sea หอมสดชื่นละมุน ผ่อน คลาย ปลอดภัยต่อการใช้ง่าย เหมาะส�ำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว เนื่องจาก เป็นแอลกอฮอล์ธรรมชาติผลิตจากมันส�ำปะหลัง ระดับเดียวกับที่ใช้ในวงการแพทย์ และเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade) และมีเลขที่จดแจ้งจากส�ำนักงานคณะ กรรมการอาหารและยา ส�ำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแอลกอฮอล์มี 3 ขนาดคือ ผลิตภัณฑ์ แอลกอฮอล์แบบขวดสเปรย์ส�ำหรับพกพาขนาด 60 มิลลิลิตร แบบแกลลอนขนาด 1,000 มิลลิลิตร และผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ ขนาด 450 มิลลิลิตร รวมทั้งจะมีสิน ค้าใหม่ๆ ในกลุ่ม Double A Care ทยอยเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่องในอนาคต เช่น สบู่เหลวล้างมือ โฟมล้างมือ น�้ำยาถูพื้น น�้ำยาฆ่าเชื้อดับกลิ่น เป็นต้น สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ Double A Care ได้แล้วผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ ดั๊บเบิ้ล เอ เดลิเวอรี่ delivery.doubleapaper.com และเตรียมพบกับ Double A Care ในทุกช่องทางทั่วประเทศ ทั้งร้านค้าพันธมิตรของดั๊บเบิ้ล เอ ร้านเครื่องเขียน ร้านถ่ายเอกสาร โมเดิร์นเทรด และ ช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ เพื่อส่งมอบความห่วงใย ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยให้คนไทยมีสุขอนามัยที่ดี ปัจจุบัน ดั๊บเบิ้ล เอ ด�ำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษเป็นธุรกิจหลัก มีตลาด

MAGKETING l 24


CASE STUDY

ส่งออกกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งในทวีปเอเชีย สหรัฐอเมริกา ทวีป ยุโรปและทวีปแอฟริกา และเมื่อกลางปีนี้ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กระดาษกล่องและ บรรจุภัณฑ์ รวมทั้งมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซ “Double A Delivery” ที่จ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดของดั๊บเบิ้ล เอ ไปยังลูกค้าโดยตรง ผ่านช่องทาง 1759 ดั๊บเบิ้ล เอ ฮอต ไลน์, เว็บไซต์ delivery.doubleapaper.com และ Line Official Account “@ DoubleAdelivery” ซึ่งขณะนี้มีสินค้าแล้วมากกว่า 500 รายการ ทั้งกลุ่มสมุด เครื่อง เขียนและอุปกรณ์ส�ำนักงาน กระเป๋าผ้า สินค้าเพื่อผู้ค้าขายออนไลน์ สินค้าไลฟ์สไตล์ และล่าสุดสินค้ากลุ่ม Double A Care CASECASE 4 สินค้าสุSTUDY ขอนามัยความต้ #4องการสู สิ น ค้ง า สุ ข อนามั ย ความต้ อ งการสู ง สนมชนม์ จินานนท์ รองผู้อ�ำนวยการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าบริโภค บริษัท สยามแม็คโคร จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากโควิดระบาด ผู้คนพากันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และ มีความกังวลเรื่องสุขภาพ หาทางป้องกันตัวเองและครอบครัว ให้ห่างไกลโรค ท�ำให้ เกิดรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ที่ส่งผลให้การปรับโฉมร้านขายยาที่มีในสาขาแม็คโคร มีความพิเศษมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการจัดวางสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ ที่เปลี่ยนไป ซึ่งแม็คโครได้จัดโซนสินค้าสุขอนามัยจ�ำเป็นส�ำหรับการต่อสู้โควิด-19 และก�ำลังเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าแม็คโคร ที่เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ธุรกิจโฮเรก้า องค์กรต่างๆ ลูกค้าทั่วไป ซึ่งมีความเป็นจ�ำเป็นต้องใช้สินค้า อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ “เราออกแบบร้านขายยาโฉมใหม่ให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย ให้ความส�ำคัญ กับเภสัชกรประจ�ำร้าน และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และเวชภัณฑ์ทั่วไป ที่มี จ�ำนวนมากกว่า 1,600 รายการ ซึ่งเรามองว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 อัตราการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่หันมาใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงลูกค้า กลุ่มโชห่วย โฮเรก้า ที่ต้องการสินค้าป้องกันสุขอนามัย ฆ่าเชื้อโรค ไปใช้มากขึ้นตาม มาตรการรักษาระยะห่างที่ยังคงเข้มงวดในทุกพื้นที่”

CASECASE 5 ซื้อสินค้STUDY าที่มีราคาคุ้ม#5 ค่า

ซื้ อ สิ น ค้ า ที่ มี ร าคาคุ ้ ม ค่ า

กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้น�ำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่ง บ้านครบวงจร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่เกิดขึ้น ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และ ท�ำให้ วิถีชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยจากการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ส่วนใหญ่พบว่ามีการจับจ่ายใช้สอยด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ จึงปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และก�ำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นที่สังเกตว่ามุ่งเน้นการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่มีความคุ้มค่า โดยพิจารณาจากราคาที่เหมาะสมเป็นล�ำดับแรก และยังต้องมีคุณภาพสมเหตุสมผล ดีไซน์และฟังก์ชันตอบสนองตรงกับความต้องการ ด้วยปัจจัยดังกล่าวบวกกับการวิเคราะห์ความต้องการผู้บริโภค บริษัทฯ จึงปรับรูปแบบ การจัดกิจกรรมการตลาดในรูปแบบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่ให้อิสระแก่ลูกค้าในการเลือก ช้อปโปรโมชั่นที่หลากหลายได้อย่างอิสระ ในเกือบทุกรายการสินค้าของแต่ละกลุ่ม จากเดิมที่เป็นการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าแบบ By Item เพียงบางรุ่น ก็ปรับการน�ำ เสนอโปรโมชั่นในรูปแบบการลดราคาทั้ง Category เช่น การน�ำโซฟา ที่นอน ของใช้ ในบ้าน และของตกแต่งบ้าน หลากรุ่นเกือบทั้งร้านในราคาพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสในการ เลือกซื้อสินค้ารุ่นที่ชอบ โดยไม่มีข้อจ�ำกัด เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจในช่วงปลายปีที่ผู้ บริโภคส่วนใหญ่จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ และสินค้าเพื่อการตกแต่งบ้างเพิ่มขึ้น บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นใหญ่ “INDEX SHOPPING FEST” Buy More Save More #รีบหาช้อป ช้าหมด!! มหกรรมสินค้าในราคาพิเศษเพื่อคนรักบ้าน ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน – 7 ตุลาคม 2563 รวม 14 วัน ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยมีสินค้าให้เลือกครบครัน อาทิ เฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนอน โซฟา ชุดโต๊ะอาหาร เฟอร์นิเจอร์ส�ำนักงาน ของใช้และของตกแต่งบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

ที่ผ่านมา แม็คโคร พบว่า สินค้าที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ประกอบด้วย หน้ากาก อนามัย, ถุงมือ, ผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาดมือและร่างกาย, และยาสามัญประจ�ำบ้าน ซึ่งร้านขายยา เพื่อสุขภาพและความงามรูปแบบใหม่ ได้มีการเพิ่มสินค้าในหลาย กลุ่ม เพื่อสร้างความหลากหลายทั้ง กลุ่มสินค้าเพื่อส่งเสริมเรื่องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น (Wellness) เช่น วิตามิน อาหารเสริม เวชส�ำอาง, กลุ่มสินค้าเพื่อวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) เช่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยแบบครบถ้วนทั้งการท�ำความสะอาด และการ ป้องกัน, กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาที่แนะน�ำโดยเภสัชกร ส�ำหรับโรคทั่วไป และ โรคเรื้อรัง, ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิว Skincare และ Personal care โดยแม็คโครน�ำเสนอสินค้า ในรูปแบบแพ็คส�ำหรับผู้ประกอบการโชห่วย เพื่อน�ำไปขายต่อ สินค้าขนาดใหญ่ส�ำหรับ การใช้งานในองค์กร และ กลุ่มโฮเรก้า รวมถึงสินค้าขนาดปกติส�ำหรับลูกค้าทั่วไป

ไฮไลต์ของแคมเปญนี้ ได้แก่ โปรโมชั่น โซฟา L-Shape ลดทั้งร้าน 15% จากราคา Joy Price, สินค้า Hot Items เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ ของตกแต่งบ้านราคาสุดพิเศษในรอบ ปี ลดราคาสูงสุดถึง 50%, ซื้อมาก ถูกกว่า! Buy More Save More อาทิ รับส่วนลด 10% ช้อปชุดห้องนอน 2ชิ้น และ รับส่วนลด 15% เมื่อช้อป 3 ชิ้น รวมถึง ของตกแต่ง บ้าน ซื้อ 2 แถม 1 เช่น กล่องอเนกประสงค์ ไม้ประดิษฐ์ติดผนัง ฯลฯ และสินค้าซื้อ เป็นคู่ถูกกว่า อาทิ โคมไฟตั้งพื้น ชั้นวางของในห้องน�้ำ ตะกร้าวางของ 3 ชั้น ม่าน กันแสง ทั้งหน้าต่าง ประตู ฯลฯ และพิเศษกับโซฟาผ้าปรับนอนระบบไฟฟ้าแบบ 3 ที่ นั่ง ราคาพิเศษเพียง 12,900 บาท จากปกติ 39,900 บาท นอกจากนี้ได้เตรียมเซ็ต สินค้าลดเยอะ อาทิ ชั้นวางของรุ่นไวร์เน็ท 3 - 4 ชั้น ราคาเพียง 699 บาท จากปกติ ราคา 1,590 บาท และ 990 บาท จากปกติ 1,990 บาท

สนมชนม์ กล่าวอีกว่า “ปัจจุบันมีร้านขายยาตั้งอยู่ในสาขาของแม็คโคร 22 สาขา โดย วางแผนทยอยปรับโฉมร้านขายยาให้เป็นรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่า สนใจ กระตุ้นก�ำลังซื้อในลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งน่าจะท�ำให้ยอดขายมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกันได้จัดโปรโมชั่น ช้อปสินค้าราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 99 บาท อาทิ กล่อง รองเท้าฝาหน้า พรมปูพื้น ฯลฯ โปรโมชั่นสิทธิ์แลกซื้อสุดคุ้ม ได้แก่ 1) ช้อปเฟอร์นิเจอร์ อิตัลสมาร์ท ตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์แลกซื้อ QLED TV ในราคาลดสูงสุด ถึง 50% 2) ช้อป Smart TV UHD TV แลกซื้อ ตู้วางทีวี และตู้โชว์ ลดสูงสุด 30 % 3) สินค้าจัดหนัก คัดเฟอร์นิเจอร์ตัวโชว์สภาพดีลดราคาพิเศษสูงสุด 70% พร้อมโปรโมชั่น

MAGKETING l 25


CASE STUDY

สมัครฟรีสมาชิก Joy Card รับ 500 คะแนนสะสม ส่วนลูกค้าที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ไทยพาณิชย์รับสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม แบ่งจ่าย 0% สูงสุด 6 เดือน พร้อมรับคะแนน สะสมสูงสุด x5 เท่า แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 15% พร้อมรับสิทธิ์ แลก ลด รับ เพิ่ม จากบัตรเครดิตชั้นน�ำอื่นๆ ที่ร่วมรายการ สอบถามเพิ่มเติม โทร.1379 หรือช้อ ปออนไลน์ที่ www.indexlivingmall.com

ส่วนยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายเฉลี่ยของวันปกติในปีนี้ คาดว่าปัจจัยมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาที่ มองหาความสะดวกสบายภายในบ้านของตัวเองและใช้ประโยชน์จากการจัดส่งสินค้า ถึงหน้าบ้านเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing และปัจจัยอย่าง แบรนด์สินค้าใหญ่ ๆ ดัง ๆ ที่มีการลดราคากว่า 90% เป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคยอม ควักเงินเพื่อจับจ่ายซื้อของแม้เศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็ตาม

CASECASE 6 พฤติกรรมผู ้บริโภคหั#6 นสู่ออนไลน์ STUDY พฤติ ก รรมผู ้ ซื้ อ หั น สู ่ อ อนไลน์

“จากความส�ำเร็จของแคมเปญแรกนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมองหาสินค้าที่คุ้มค่า คุ้มราคา มีการรับประกันคุณภาพการันตีของแท้ 100% มีบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่ Call & Shop, Chat & Shop ที่ LINE Official Account หรือ LINE ของสาขา (LINE Store), Facebook Live, Click & Collect, E-ordering หรือช้อปผ่านเว็บไซต์ได้ ทุกที่ทุกเวลา 24 ชั่วโมง Free Delivery และรับ/คืนสินค้าได้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ มากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าของเราตอบรับการใช้ส่วนลดจากใบเสร็จ หน้าร้าน ไปใช้ลดต่อที่หน้าเว็บไซต์ รวมถึงการสั่งซื้อด้วยบริการ Click & Collect (บริการคลิกสั่งซื้อหน้าเว็บ แล้วไปรับที่หน้าร้าน) เพื่อรับคูปองส่วนลดเพิ่มคูณสอง เป็น อย่างดี” นิโคโล กล่าว

หลังการจัดแคมเปญ Central Retail 9.9 Double Mega Sale (เซ็นทรัล รีเทล 9 เดือน 9 ดับเบิ้ล เมกา เซลล์) #ลดไม่เลือกหน้า ที่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน) (CRC) ซุ่มวางกลยุทธ์รีเทลพลิกวิกฤตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้ จ่ายในประเทศ ขนสินค้าลดถล่มทลายสูงสุด 90% ช่วงระหว่างวันที่ 1-13 กันยายน 2563 แบบไม่เลือกหน้า ทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ ดันยอดขายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน ในช่วงเวลาแคมเปญขึ้น 70% เมื่อเทียบกับยอดเฉลี่ยในวันปกติของปีนี้ และมียอดสั่ง ซื้อผ่านบริการ Click & Collect เพิ่มขึ้นถึง 109% ส่วนยอดขายออนไลน์เฉพาะวันที่ 9 กันยายนวันเดียว เพิ่มขึ้นถึง 285% เมื่อเทียบกับ วันเดียวกันปีที่แล้ว สินค้าตกแต่งบ้าน อิเล็กทรอนิกส์ แก็ดเจ็ต และบิวตี้ท�ำยอดขาย สูงสุด ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคตอบสนองกับกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นสร้างประสบการณ์ ใหม่ ๆ และสร้างความตื่นเต้น หั่นราคาเฉพาะเจาะจงวัน ท�ำให้ต้องตั้งหน้าตั้งตารอโปร โมชั่นพิเศษ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่สามารถเข้าถึงสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ จะเลยเวลาห้างเปิดแล้วหรือไม่ได้อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครก็ตาม นิโคโล กาลันเต้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน) เผยว่า “จากจุดประสงค์หลักของแคมเปญ Central Retail Double Mega Sale #ลดไม่เลือกหน้า ที่เซ็นทรัล รีเทล ได้วางเอาไว้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ กลับมาฟื้นฟู และช่วยให้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้เลือกช้อปสินค้าคุณภาพส�ำหรับทุก คนในครอบครัว ในราคาสุดคุ้มค่า ถือว่าประสบความส�ำเร็จเป็นอย่างมาก เราได้รับ การตอบรับที่น่าพึงพอใจจากลูกค้าอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ด้วยยอดขายออนไลน์ที่เพิ่ม ขึ้นถึง 285% เมื่อเทียบกับวันที่ 9 กันยายน ปีที่แล้ว เพราะนี่คือการรวมตัวที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดของร้านค้าในอาณาจักรเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงพันธมิตรในเครือ ด้วยสินค้ากว่า 1,000,000 รายการ จากมากกว่า 1,000 ร้านทั่วประเทศ ทั้งหน้าร้าน และหน้าเว็บ เน้นการเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ลูกค้าได้คุ้มค่าแบบดับเบิ้ลตลอด แคมเปญ” ข้อมูลที่น่าสนใจส�ำหรับ Central Retail 9.9 Double Mega Sale #ลดไม่เลือกหน้า เผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ในการช้อปตลอดวัน ยาวไปจนถึงช่วง ค�่ำและหลังห้างปิดบริการ มีการน�ำสินค้าใส่ตะกร้าเพื่อรอวันดีเดย์ที่สามารถซื้อสินค้า ในราคาโปรโมชั่นและแลกคูปองส่วนลด สินค้าตกแต่งบ้าน อิเล็กทรอนิกส์ แก็ดเจ็ต และบิวตี้ เป็นหมวดหมู่สินค้าที่สร้างยอดขายสูงสุดของเซ็นทรัล รีเทล โดยนักช้อปส่วน ใหญ่เป็นผู้หญิง และ 56% ของลูกค้าที่มีการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออมนิแชเน ลอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด อีกทั้งเฉพาะวันที่ 9 กันยายนวันเดียว มียอดขายเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน

แคมเปญ Central Retail Double Mega Sale ประกอบไปด้วยโปรโมชั่นในแต่ละ เดือน โดยเริ่มจาก 9.9 ต่อด้วย 10.10, 11.11, และ12.12 เน้นลดจัดหนักแบบดับเบิ้ล ๆ โดยมีร้านค้าในอาณาจักรเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล, โรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ซีเอ็มจี (สาขาที่ร่วมรายการ), ไท วัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์ และบีทูเอส นอกจากนี้ยังเสริมแกร่งความคุ้มค่าด้วยการผนึก ก�ำลังกับพาร์ทเนอร์ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล น�ำโดยศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต, และเซ็นทรัลวิลเลจ), เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, เซ็นทารา, The 1, บัตรเครดิตเซ็นทรัล The 1 และดอลฟิน วอลเล็ท CASECASE 7 ออนไลน์STUDY B2B เติบโต#7

ออนไลน์ B2B เติ บโต

ออฟฟิศเมท ผู้น�ำตลาดสินค้า B2B รายใหญ่ล�ำดับต้นของไทย เผยเทรนด์พฤติกรรม ของลูกค้ากลุ่ม B2B ที่เพิ่มการช้อปออนไลน์ ท�ำให้ตลาดออนไลน์ B2B เติบโตในช่วง โควิด-19 พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้ผลิต ผู้จัดจ�ำหน่ายหลัก และเจ้าของแบรนด์สินค้า B2B ให้ร่วมเติบโตไปด้วยกันกับ OfficeMate’s Online B2B Marketplace ให้ผู้ ประกอบการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าธุรกิจกว่า 500,000 รายได้ทันที เพิ่มโอกาสติดปีกธุรกิจสู่ มิติใหม่แห่งการขายอย่างไร้ขีดจ�ำกัด จิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท เผยเทรนด์พฤติกรรม ผู้บริโภคกลุ่มลูกค้า B2B ในยุค #NewNormal ที่มีผลให้ลูกค้าดังกล่าวปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้า B2B โดยการช้อปผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดย เฉพาะลูกค้า SME และองค์กรธุรกิจ ที่เดิมเคยช้อปผ่านหน้าร้านออฟฟิศเมท แต่ เมื่อร้านปิดชั่วคราว ก็เริ่มหันมาเลือกช้อปผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นอย่างก้าว กระโดด ท�ำให้ในช่วงเดือนมี.ค. - พ.ค. 2563 มีลูกค้า B2B เข้ามาใช้บริการผ่านหน้า เว็บไซต์ officemate.co.th พุ่งทะยานกว่า 6.3 ล้านครั้ง (เติบโต >100% เมื่อเทียบ กับปี 2562), คิดเป็นจ�ำนวนผู้ใช้กว่า 3.7 ล้านคน (เติบโต >120%) และมีการเข้าชม

MAGKETING l 26


CASE STUDY

สินค้ารวมกว่า 21.6 ล้านหน้า (เติบโต >330%) โดยกลุ่มสินค้า WorkAnywhere , Hygienic&Cleaning และ PersonalSafetySupply ได้รับความนิยมในการค้นหา สินค้าเป็นสามอันดับต้น ตอบรับยุค New Normal กลุ่มสินค้าขายดี : ได่แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ อุปกรณ์และ น�้ำยาฆ่าเชื้อท�ำความสะอาด เป็นต้น กลุ่มสินค้ามาแรง : ได้แก่สินค้าหมวดต่างๆ เช่น หมวด Healthcare เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เครื่องวัดอุณหภูมิ กระดาษ ช�ำระ หมวด Safety Supply & PPE Supply for Factory (อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล) หมวด Electronic & IT หมวดเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะและเก้าอี้ท�ำงาน หมวดบรรจุภัณฑ์อาหาร (Food Packaging) ในวิกฤติยังมีโอกาส ส�ำหรับผู้ประกอบการที่พร้อมปรับตัวสู่ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) ออฟฟิศเมทจึงเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จัดจ�ำหน่ายหลัก และเจ้าของแบรนด์ สินค้า B2B คุณภาพสูง ได้มาเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่น�ำเสนอขายสินค้า และบริการต่างๆ บน OfficeMate’s Online B2B Marketplace ศูนย์รวมสินค้าเพื่อ ธุรกิจแบบ One-Stop Solutions ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าที่ธุรกิจต้องการ ไม่ว่าจะ เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ธุรกิจเฉพาะทาง เช่น สินค้าโรงงานและอุตสาหกรรม (Factory & Industrial), สินค้าธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง (HORECA), สินค้า ส�ำหรับสถานพยาบาลและสุขภาพ (Healthcare & Medical Care), สินค้านวัตกรรม (Innovative Business Equipment), สินค้าส�ำหรับสถาบันการศึกษาและนันทนาการ (School & Entertainment) และอื่นๆ อีกมากมาย โดยปัจจุบันมีสินค้าจากผู้ประกอบการและแบรนด์ชั้นน�ำเข้าร่วมด้วย อาทิเช่น กลุ่ม เซ็นทรัล ได้แก่ ไทวัสดุ บีทูเอส เพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต และแบรนด์ชั้นน�ำของไทย และสากลอีกมากมาย อาทิเช่น HP, Lenovo, Xiaomi, iRobot, SEVENFIVE และ เจนบรรเจิด เป็นต้น ติดปีกธุรกิจสู่มิติใหม่แห่งการขายไร้ขีดจ�ำกัดไปกับ OfficeMate’s Online B2B Marketplace 1. เข้าถึงลูกค้าธุรกิจกว่า 500,000 รายได้ทันที ผ่านช่องทางการขายที่เหนือกว่าแค่ ออนไลน์ ได้แก่ officemate.co.th, OfficeMate Mobile App, Contact Center 1281 และพนักงานขาย พร้อมโอกาสในการร่วมแคมเปญการตลาดเพื่อผลักดันยอด ขายไปกับออฟฟิศเมท

สินค้าแทนเจ้าของสินค้า CASECASE 8 VirtualSTUDY Event

#8 VIRTUALlEVENT

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้ บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจนน�ำมาสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดยเฉพาะในโลกการ เงินที่ก�ำลังพาสังคมไทยก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จึงร่วมกับ แอร์เพย์ จัดงาน Special Talk & Concert : Cashless Society ชีวิตวิถีใหม่ ใช้จ่ายไร้เงินสด ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา เวลา 18.30 น.- 20.30 น. ผ่านแอพพลิเคชั่น ZOOM เอ็กซ์คลูซีฟส�ำหรับลูกค้า 500 คนแรกเท่านั้น ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ที่คร�่ำหวอดในวงการ 3 ท่าน ได้แก่ ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อ�ำนวยการ บริษัท Sea (ประเทศไทย), สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้า หน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จ�ำกัด (มหาชน) พร้อม ด้วยหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรไอที และผู้ผลิตสื่อเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ #beartai มาร่วมพูดคุย ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตออนไลน์เต็มรูปแบบครั้งแรกของ“บอยพีซเมคเกอร์” ที่ทุกคนจะได้สัมผัสกับระบบภาพ และเสียงอันสมบูรณ์เหมือนอยู่ ท่ามกลางคอนเสิร์ตเสมือนจริง

STUDY CASECASE 9 ไมซ์ New Normal #9

ไมซ์ แ บบ NEW NORMAL

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและ นิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทีเส็บด�ำเนินการแผน ฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด 19 โดยมุ่งให้ความรู้และน�ำเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลมาปรับใช้ในการท�ำธุรกิจ ไมซ์ให้สอดรับกับกระแสโลกยุค New Normal ผ่าน 2 โครงการหลัก คือ 1.โครงการ Virtual Meeting Space (VMS) การส่งเสริมการจัดประชุมและงานแสดงสินค้า ออนไลน์ รวมถึงคอร์สฝึกอบรมออนไลน์ (E-learning) และ 2.โครงการพัฒนาศูนย์ ข้อมูลและนวัตกรรมไมซ์ (MICE Intelligence Center) ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

2. ายได้ในทุกสถานการณ์ แบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและการลงทุนเพิ่มด้วย ตนเอง เพราะออฟฟิศเมทมีระบบออนไลน์ให้พร้อมใช้งาน ไม่มีค่าแรกเข้า และไม่มีค่า ลงจ�ำหน่ายสินค้า

“ทีเส็บเล็งเห็นว่าที่ผ่านมาจากการเปิดตัวโครงการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ เทคโนโลยีในการจัดงานไมซ์ ประกอบกับแนวโน้มของโลกหลังสถานการณ์โควิด 19 ตลอดจนสถานการณ์ภายในประเทศที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้โลกก�ำลังจะเปลี่ยนผ่าน สู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์ น�ำเทคโนโลยีใหม่ๆ มา ใช้พัฒนาธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ และนับเป็นก้าวส�ำคัญยิ่งต่อการ พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้ยืนหยัดต่อเนื่องอยู่ได้ในอนาคต”

3. ขายสะดวกแบบไม่สะดุด โดยมีออฟฟิศเมทเคียงข้าง มี Seller Center System ให้จัดการการขายได้ง่าย ตั้งแต่รับออเดอร์ไปจนส่งสินค้าถึงมือลูกค้าและรับช�ำระเงิน และมี Customer Support Center คอยดูแลตอบค�ำถามและให้บริการลูกค้าที่สนใจ

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 หลังจากเปิดตัวโครงการ Virtual Meeting Space (VMS) ทีเส็บให้การสนับสนุนใน 3 รูปแบบ คือ การประชุมสัมมนาเสมือนจริงผ่าน ระบบออนไลน์ (Webinar) การจัดแสดงสินค้าผ่านระบบออนไลน์ (Offline to

MAGKETING l 27


CASE STUDY

Online - O2O) โดยสนับสนุนการจัดหาและบริหารจัดการแพลทฟอร์มออนไลน์ ส�ำหรับผู้จัดงานแสดงสินค้า และการสนับสนุนคอร์สฝึกอบรมออนไลน์ (E-learning) ส�ำหรับผู้ประกอบการไมซ์ ปัจจุบัน มีงานประชุมและงานแสดงสินค้าออนไลน์ที่ขอรับการสนับสนุน 40 งาน โดย ด�ำเนินการแล้ว 5 งาน ได้แก่ Thailand Toy Expo วันที่ 28-31 พฤษภาคม 2563, งาน Maximizing MICE: Winning the Thai & International MICE Business in a Post COVID-19 World วันที่ 4 มิถุนายน 2563, งานสัมมนาออนไลน์ Post COVID-19 ชีวิตวิถีใหม่กับการจัดระเบียบและขับเคลื่อนสร้างความพร้อมกรุงเทพและ เมืองหลักเพื่อการจัดงาน วันที่ 11 มิถุนายน 2563, งานสัมมนาออนไลน์ MICE Clinic หัวข้อ การจัดประชุมแบบ Virtual Meeting อย่างมีประสิทธิภาพและการประชุม ปลอดภัยไร้โควิด-19 วันที่ 12 มิถุนายน 2563 และงาน ASEANTA Webinar 2020 “New Normal in Tourism & Creating travel bubble” วันที่ 25 มิถุนายน 2563 โดยมียอดผู้เข้าชมกว่า 80,000 ราย การสนับสนุนคอร์สฝึกอบรมออนไลน์ (E-learning) ส�ำหรับผู้ประกอบการไมซ์ในการ พัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อต่อยอดในการท�ำงาน ผ่านแพลตฟอร์ม YourNextU จาก สถาบัน Southeast Asia Center หรือ SEAC ที่มุ่งเน้นการบริหารโครงการ การเพิ่ม ทักษะระหว่างบุคคล การเพิ่มทักษะความเป็นผู้ประกอบการ การจัดการ การสื่อสาร และการใช้ดิจิทัล มีผู้ประกอบการไมซ์ได้รับการสนับสนุนและขอใช้สิทธิ์การเข้าอบรม ออนไลน์ครบตามจ�ำนวนแล้วถึง 250 ราย โดยสนับสนุนการอบรมเป็นระยะเวลาต่อ เนื่อง 8 เดือน ตั้งแต่พฤษภาคม – ธันวาคม 2563 นี้ ด้านเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลและนวัตกรรมไมซ์ (MICE Intelligence Center) ให้ข้อมูลและ น�ำเสนอเนื้อหาบทความอุตสาหกรรมไมซ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 ในทุกระยะของการแพร่ระบาดกับผู้ประกอบการไมซ์ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อีกทั้งมีการรวบรวมความเคลื่อนไหวด้านนโยบาย การสนับสนุน และแผนงานที่ เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมไมซ์ของต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน มาเก๊า และกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ อาทิ ICCA, UFI, SITE, Destination International, PCMA, GBTA, PATA, UNWTO เพื่อให้ผู้ประกอบการไมซ์มีแนวทาง ปรับเปลี่ยนและรับมือกับสถานการณ์ได้ โดยน�ำเสนอเป็นรายไตรมาส อีกทั้งจัดท�ำ MICE Outlook น�ำเสนอบทความสั้นรายสัปดาห์เพื่ออัปเดตความ เคลื่อนไหวของเทรนด์ไมซ์ทั่วโลก รวมถึงการจัดท�ำเนื้อหารูปแบบ Intelligence Talks ซึ่งเป็นคลิปวีดีโอให้ความรู้และถอดบทเรียนการท�ำงานของผู้น�ำในแวดวงอุตสาหกร รมไมซ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไมซ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้า ถึงข้อมูลความรู้ และสามารถน�ำไปประยุกต์ใช้กับการท�ำงานได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งใน ช่วงมีนาคมจนถึงปัจจุบัน มีจ�ำนวนผู้เข้าศึกษาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ทั้งกว่า 100,000 ราย จิรุตถ์ กล่าวต่อไปว่า ทิศทางการด�ำเนินงานด้านการพัฒนาศูนย์ข้อมูลและนวัตกรรม ไมซ์ ในครึ่งปีหลังเมื่อมีการผ่อนปรนการจัดงานเต็มรูปแบบ จะยังคงสานต่อโครงการ จัดประชุมและงานแสดงสินค้าออนไลน์ให้เป็นเครื่องมือทางเลือกส�ำหรับผู้ประกอ

บการไมซ์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมุ่งเดินหน้าส่งเสริมการน�ำเทคโนโลยีมาใช้ ผสมผสานในการจัดงานจริง โดยเริ่มจากการจัดงานไมซ์ในประเทศ อาทิ การใช้ เทคโนโลยีตรวจวัดความหนาแน่นของผู้เข้าร่วมงานในพื้นที่ต่าง ๆ ในงานประชุมหรือ งานแสดงสินค้า หรือ การส่งเสริมการใช้แอพพลิเคชั่นในการจัดงาน ตั้งแต่ก่อนการ จัดงาน ระหว่างงานและหลังงาน เช่น การใช้แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือการลง ทะเบียนและการนัดหมายเจรจาธุรกิจล่วงหน้า เพื่อใช้เวลาในการเข้าร่วมงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ กระชับและรวดเร็วขึ้น พร้อมกันนี้ ยังคงสานต่อโครงการ Thai MICE Connect หรือเว็บไซต์เครือข่ายพัฒนา ธุรกิจของผู้ประกอบการไมซ์ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวเปิดให้ผู้ประกอบการโรงแรม สถาน ที่จัดงาน และผู้จัดงาน สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกและให้ข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจ และบริการบนเว็บไซต์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีสถานประกอบการสมัครเป็น สมาชิกทั่วประเทศแล้วกว่า 7,600 ราย “แม้ว่ารัฐบาลจะผ่อนปรนการจัดงานและกิจกรรมไมซ์ในประเทศ ทั้งการประชุม สัมมนา งานแสดงสินค้า การจัดงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ ให้ด�ำเนินการจัดงาน ในรูปแบบปกติได้แล้ว แต่ทุกภาคส่วนยังคงต้องร่วมกันด�ำเนินการภายใต้มาตรการการ จัดงานอย่างปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งสถานประกอบการ ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วม งาน ซึ่งรูปแบบการจัดงานจะมีแนวโน้มการพัฒนาไปในลักษณะการจัดงานแบบไฮบริด (Hybrid) มากขึ้น นั่นคือ การผสมผสานระหว่างการจัดงานในรูปแบบปกติ และเพิ่ม ช่องทางออนไลน์ให้ผู้สนใจร่วมชมงานได้ เพื่อลดความหนาแน่นของผู้เข้าร่วมงาน” จิ รุตถ์ กล่าวทิ้งท้าย CASECASE 10 สนใจซืSTUDY ้อบ้านแนวราบมากขึ ้น #10 สนใจซื ้ อ บ้ า นแนวราบมากขึ้ น สุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหาร สินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จ�ำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการ ด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อที่ อยู่อาศัยหลังการระบาดโควิด-19 เราพบว่ากลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นในการสร้างครอบครัว ให้ความสนใจในการเลือกซื้อบ้านแนวราบมากขึ้น ตลอดจนให้ความส�ำคัญเรื่องฟังก์ชั่น และการดีไซน์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัย ตอบโจทย์การอยู่ อาศัยวิถีใหม่ (New Normal) ที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบนี้ เป็นตลาดที่รองรับกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) โดยที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดกลุ่มนี้ปกติจะมีการซื้อ ขายเพื่อเก็งก�ำไรน้อยมาก จึงไม่ใช่กลุ่มหลักที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤตต่างๆ "อีกทั้งในปีนี้เป็นปีที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ออกแคมเปญสนับสนุน การขาย และสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ซื้อมากกว่าปกติ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต�่ำเป็น ประวัติการณ์ จึงน่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้กลุ่ม Real Demand ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องมีการวางแผน พิจารณาการพัฒนาโครงการให้ดี เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของตลาดอย่าง เหมาะสม ให้ซัพพลายและดีมานด์มีความสมดุลกัน” สุวรรณี กล่าว

MAGKETING l 28


FACTOR

MAGKETING l 29


FACTOR

MAGKETING l 30


DIGITAL LIFE

PEXELS

อีเบย์

หนุนธุรกิจไทยสู่ออนไลน์ต่างประเทศ

เรื่อง : อีเบย์

-แคมเปญ “อีเบย์ โกลบอล 24/7” (eBay Global 24/7) มุ่งส่งเสริมให้เจ้าของธุรกิจไทยเปิดร้านบน eBay.com ได้สะดวกและ รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยทุนสนับสนุนการใช้โปรแกรมสำ�เร็จรูปในการเปิดร้านบน eBay พร้อมมอบสิทธิประโยชน์พิเศษอื่น ๆ รวมมูลค่าสูงสุด กว่า 52,000 บาท -ตลาดค้าปลีกส่งออกข้ามประเทศยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีสินค้าไทยหลายประเภทที่ขายดีมากขึ้น -ในยุคโควิด-19 โดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม และเครื่องประดับสตรี

MAGKETING l 31


DIGITAL LIFE

MAGKETING l 32


DIGITAL LIFE

MAGKETING l 33


RESEARCH

PIXABAY

ส�ำรวจ ความต้องการก�ำลังคนใน 12 อุตฯ หลังโควิด-19 เรื่อง : สอวช.

สอวช. เผยผลสำ�รวจความต้องการกำ�ลังคนหลังโควิด-19 ใน 12 อุตฯ ยุทธศาสตร์ของประเทศ ระยะเวลา 5 ปี พบมี ความต้องการกำ�ลังคนเรียนจบระดับอุดมศึกษา เกือบ 180,000 ตำ�แหน่ง

MAGKETING l 34


RESEARCH

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

HAIER ไฮเออร์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องซักผ้ารุ่น Self-Cleaning HWM130-1702DS และ HWM140-1702DS ซึ่งเป็น 2 ซีรี่ย์ใหม่ล่าสุด ที่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีด้านการท�ำความสะอาดถังซักทั้งด้านในและด้านนอกได้ในตัวเองด้วยระบบ Smart ball แก้ปัญหาเรื่องถังซักสกปรกและท�ำความสะอาดได้ยาก ช่วยลดปัญหาเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.9% ในทุกครั้งที่ ซัก นอกจากนั้นยังมีระบบ Pillow Drum ดีไซน์รูปหมอนภายในตัวถังที่ช่วยขจัดคราบได้หมดจดแต่ยังช่วยถนอมผ้า ลดการ เสียดสีระหว่างผ้าและตัวถังซัก Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

BAY ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) มอบทุนการศึกษาจ�ำนวน 15 ทุน แก่เยาวชนในความดูแลของสถานสงเคราะห์ เด็กชายบ้านมหาเมฆ ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี เนื่องในโอกาส “วันเยาวชนแห่งชาติ” ประจ�ำปี 2563 เพื่อ สนับสนุนเยาวชนให้มีโอกาสได้รับการศึกษาจนส�ำเร็จระดับชั้นอุดมศึกษา ทั้งนี้ กรุงศรีได้ด�ำเนินการมอบทุนการศึกษาดัง กล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 35 ปี โดยมีเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาจ�ำนวนทั้งสิ้น 525 คน การมอบทุนในครั้งนี้จัดขึ้น ณ อาคาร ส�ำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถนนพระราม 3 Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

HONDA ฮอนด้าเปิดตัวบริการรับนัดหมายลูกค้า “Online Service Booking” เพิ่มความสะดวกสบาย เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์แบบ New Normal โดยลูกค้าสามารถนัดหมายเพื่อจองคิวล่วงหน้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ฮอนด้า servicebooking.honda.co.th หรือ LINE Honda Thailand Official Account (@Honda-Thailand) เพื่อเข้ารับ บริการจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั้ง 229 แห่งทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 15 กันยายน 2563 เป็นต้นไป Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

SERDA บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปซือดะ บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปขวัญใจ ชาวอิสลาม จัดงาน “ซือดะ...เทศกาลอาหารอร่อย (SERDA FOOD FESTIVAL 2020)” เทศกาลอาหารมุสลิมในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ครั้งยิ่งใหญ่ประจ�ำปี 2563 งานเดียวที่รวบรวมอาหาร HALAL ไว้มากที่สุดในหลากหลายรูปแบบกว่า 100 เมนู และของใช้หลากหลาย เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ณ มูลนิธิเพื่อ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย รามค�ำแหง ซ.2 (กรุงเทพฯ) Strategy

:: การจัดกิจกรรมด้านอาหาร

(Food Event Marketing)

MAGKETING l 37


MOVEMENT

POWER BUY เพาเวอร์บาย (Power Buy) จัดแคมเปญ Magic 9 (เมจิกไนน์) มอบส่วนลดให้กับลูกค้าทั้งที่ร้านเพาเวอร์บายและผ่าน ช่องทางออนไลน์ ให้ความสะดวกในการช้อปทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการช้อปที่ร้านที่มีสินค้าให้เลือกมากกว่าที่เห็น กว่า 20,000 รายการ หรือจะสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ รับสินค้าที่ร้านได้ใน 1 ชั่วโมง พร้อมบริการจัดส่งและติดตั้งฟรี และ บริการหลังการขายจากทีมช่าง โดย มอบคูปองส่วนลด 1,000 บาท ทุกการใช้จ่ายที่พาวเวอร์บาย 1,000 บาท จ�ำกัดสูงสุด 9 ใบต่อ 1 ใบเสร็จ รวมมูลค่าส่วนลดสูงสุด 9,000 บาท Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

WACOAL วาโก้และมาม่าจัดโปรโมชัน My own MAMA cup by WACOAL โดยลูกค้าซื้อบราวาโก้ 1 ชิ้นขึ้นไปต่อใบเสร็จ จะได้รับ ฟรี My own MAMA cup by WACOAL รสต้มย�ำกุ้ง จ�ำนวน 1 คัพ มูลค่า 99 บาท โดยสงวนสิทธิ์ 1 คัพต่อ 1 ใบเสร็จซึ่ง ความพิเศษของมาม่าคัพนี้อยู่ที่การพริ้นต์ภาพตัวเองหรือภาพที่ประทับใจลงบนมาม่าคัพ ท�ำให้ได้มาม่าคัพที่ไม่ซ�้ำใคร และ มีเพียงชิ้นเดียวในโลก โดยโปรโมชันนี้จะมอบให้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อบราวาโก้ระหว่างวันที่ 15 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2563 เท่านั้น (หรือจนกว่าของแถมจะหมด) ณ วาโกช็อป ทุกสาขา Strategy

:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

(Cooperative Promotion)

HONDA ฮอนด้า มอบรายได้จากงานวิ่งการกุศล “Honda RUN We Share Wheelchair 2020” รวมมูลค่า 1 ล้านบาท สมทบทุน จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลวังน้อย และโรงพยาบาลอุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

BANPU บริษัท บ้านปู จ�ำกัด (มหาชน) จับมือ ChangeFusion องค์กรไม่แสวงหาก�ำไรภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กิจกรรม “UpImpact by Banpu Champions for Change” เวิร์คช็อปเติมทักษะรอบด้านจาก กูรูและผู้มีประสบการณ์ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมสามารถน�ำไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ ด�ำเนินธุรกิจให้อยู่ รอดอย่างยั่งยืน และสร้างประโยชน์เชิงสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมทั้งจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ต่อเนื่องรวม 4 ครั้ง ส�ำหรับ SE ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก และประชาชนทั่วไป Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 38


MOVEMENT

QUICK ควิกแสบเป็นสปอนเซอร์หลักในการจัดการแข่งขัน DotA2 มินิลีก “Quick DotA2 Thailand League 2020 – Season II” หลังพบว่ากีฬา eSports เป็นกีฬาที่ก�ำลังได้รับความสนใจ โดยเปิดรับสมัครรอบคัดเลือกออนไลน์จากผู้เล่น DotA2 ทั่ว ประเทศ จนกระทั่งเหลือ 4 ทีมสุดท้าย ที่เข้ามาร่วมกับทีม รวมเป็น 8 ทีม เพื่อแข่งขันกันในรูปแบบลีกทีมเหย้า-เยือน กิน ระยะเวลาการแข่งขันทั้งหมด 3 เดือน รวม 56 แมตช์ แล้วคัดเหลือเพียง 4 ทีมที่มีคะแนนในการแข่งขันสูงที่สุด ที่จะผ่าน เข้าสู่รอบ Final มาแข่งขันในรูปแบบ Double elimination เพื่อหาแชมป์เปี้ยนประจ�ำซีซั่น Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

LINE LINE ประเทศไทย โดย Rabbit LINE Pay ผู้ให้บริการช�ำระเงินออนไลน์ในประเทศไทย จับมือ TravelGo.com เว็บไซต์ผู้ ให้บริการจองตั๋วโดยสารและที่พักออนไลน์ทั่วโลกจากประเทศจีน เปิดบริการ TravelGo บนแพลตฟอร์ม LINE โดยให้ผู้ใช้ งานสามารถจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศจากสายการบินพันธมิตรกว่า 10 สายการบิน และรถโดยสารภายในประเทศ จากผู้ให้บริการรถโดยสารกว่า 50 ราย เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้ LINE กว่า 46 ล้านคนได้เข้าถึงบริการด้านการเดินทาง สะดวกสบายตั้งแต่การค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงการจองและช�ำระเงินผ่าน Rabbit LINE Pay Strategy

:: การตลาดเชื่อมตรง

(Online Marketing)

MUJI มูจิ ประเทศไทย ปรับราคาสินค้าให้เข้าถึงง่าย หวังผลักดันให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงสินค้า มูจิ (MUJI) ได้มากขึ้น บนราคา สมเหตุสมผลจับต้องได้ ควบคู่กับคุณภาพที่ดี โดยในปี 2562 ได้ปรับราคาสินค้า 119 รายการ ล่าสุดเดินหน้าปรับราคา สินค้ารวมกว่า 604 รายการในกลุ่มเสื้อผ้าและกลุ่มของเครื่องใช้ในบ้านเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และจะปรับราคาสินค้า เฟอร์นิเจอร์ 55 รายการในเดือนกันยายน 2563 Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

WAIWAI เส้นหมี่อบแห้งไวไว ร่วมสนับสนุน “โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการ ศึกษาภาคบังคับ” จัดโดย ส�ำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยความร่วมมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ฯ มูลค่ากว่า 60,000 บาท เพื่อน�ำไปมอบให้นักเรียนจ�ำนวน 428 คนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

MAGKETING l 39


+ +

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

“แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Magketing Vol.52 by MAGKETING - Issuu