RESTAURANT
AFTER COVID-19 ++ marketing case study
BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE AUGUST 2563
VOL.6 ISSUE 51
THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE
RESTAURANT
AFTER COVID-19 ++
UNSPLASH
it's FREE
51 I S S U E
Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate
AnnaNita
SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK
01
HOMEROOM
EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร
ภาวนา อรัญญิก
EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ
บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี
> ศิลปกรรม
cymk@bangkok
ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา
วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์
บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com
CONTENTS
INFORMATION
17
8 12
FLASH PODIUM
ANALYSIS
20
32
34
17 20 30 32 34
BEHAVIOR CASE STUDY FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH
DATABASE
37 38 39
MOVEMENT
>> FOOD & IT
MOVEMENT
>> HOME & FINANCE
MOVEMENT
>> ETC.
FLASH
สตาร์มาร์ค
“สตาร์มาร์ค” บุกตลาดตกแต่งภายในครบวงจร
ไมโล
บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จ�ำกัด ผู้น�ำด้านการออกแบบชุดครัว และ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งระดับคุณภาพเพื่อที่พักอาศัยครบวงจร ร่วมกันเปิดตัวชุดครัว คอลเลคชั่นใหม่ Curva(เคอร์ว่า) มนต์เสน่ห์แห่งความโค้งมน สะกดทุกสายตาไปกับ ความเรียบโก้ และชุดตู้เสื้อผ้าและตู้โชว์ Alberto(อัลเบอร์โต้) ชุดตู้โครงอลูมิเนียม ฝังไฟ LED ที่สามารถออกแบบจัดวางได้แบบอเนกประสงค์ ในงานบ้านและสวน Midyear 2020
อมาโด้
อมาโด้ส่งผลิตภัฑณ์ใหม่ตีตลาดพร้อมบุก Mass Market
อมาโด้เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปลายปี 64 เปิดเกมรุก ตลาดหลัก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อมาโด้ อิมมู จับตลาดเพื่อสุขภาพพร้อมตีตลาด Mass จับเทรนด์ดูแลแลสุขภาพเชิงป้องกัน น�ำร่องส่งผลิตภัณฑ์ไซส์เล็ก คอลลิจิ คอล ลาเจน วางขาย 7-11 ชิมลางตลาด Mass ผลตอบรับดีมียอดขายใน 3 เดือนแรกกว่า 100,000 ซอง เป็นเงินกว่า 5,000,000 บาท เล็งวางขายเพิ่มอีก 1 รายการ
ไวไว
“เส้นหมี่อบแห้งไวไว” จัด CSR สานฝัน ปันสุข ปีที่ 11
บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ เส้นหมี่อบ แห้งไวไว จัดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างก�ำลังใจและมอบความสุขแก่น้องๆ ที่บ้านแห่งนี้ โดยร่วม กันท�ำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปี โดย บ้านโฮมฮัก หรือ มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อ เด็กและเยาวชน จ.ยโสธร ได้มอบโรงเรือนส�ำหรับเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ อาทิ ไก่ไข่ ,โรง เลี้ยง ห่าน รวมไปถึงโรงเลี้ยงนกกระทา พร้อมกันนี้เรายังมอบพันธุ์สัตว์ต่างๆ
ไมโล ฟุตซอล 2020 เปิดฤดูกาลใหม่
เครื่องดื่มไมโลเปิดทัวร์นาเม้นต์ “ไมโล ฟุตซอล 2020 พลังทักษะ สร้างทีมแกร่ง” ปีที่ 11 พลิกโฉมการแข่งขันฤดูกาลใหม่ ครั้งแรกในประเทศไทย เปิดสนามให้เด็กไทยอายุ 7-12 ปี ทั่วประเทศแข่งขันทักษะฟุตซอลกับ 5 ทักษะพื้นฐานสานพลังทีมแกร่ง เลี้ยง ส่ง เดาะ โหม่ง ยิง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษารวมกว่า 660,000 บาท
เฮเฟเล่
“เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล” หนึ่งเดียวจาก เฮเฟเล่
เฮเฟเล่วางจ�ำหน่าย“เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล” บาริสต้าขนาดพกพาด้วย ประสิทธิภาพการรังสรรค์กาแฟอย่างง่ายเพียง 2 ขั้นตอน ด้วยแคปซูลผงกาแฟผสม ผสานกับน�้ำร้อนในปริมาตรพอเหมาะ เป็นอันเสร็จสิ้น สามารถเลือกระดับน�้ำที่ ต้องการได้เอง ทั้งแบบ 40 มล. ส�ำหรับความเข้มแบบเอสเพรสโซ่ช็อต และแบบ 80 มล. ส�ำหรับความนุ่มแบบพอดี ตัวเครื่องถูกออกแบบให้จุน�้ำได้ถึง 0.67 ลิตร เพื่อความ ต่อเนื่องในการรังสรรค์กาแฟ 10 แก้ว
โตโยต้า
TOYOTA Dream Car Art Contest 2020
โตโยต้า เผยผลรางวัลการประกวด “TOYOTA Dream Car Art Contest 2020” ชิง ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ภายใต้ หัวข้อ “รถยนต์ในฝัน” เติมเต็มแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก และเยาวชน เพื่อสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ เผยก้าวต่อไป เตรียมผลักดัน ประชาชนสู่เวทีสากล ผู้ชนะเลิศการ ประกวดระดับประเทศ มีโอกาสส่งผลงานเข้าร่วมประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest ณ ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ 2564
MAGKETING l 8
FLASH
MAGKETING l 9
FLASH
สวทช
จัดเวทีน�ำเสนอผลงาน ARI ต้นแบบนวัตกรรม
PPS
ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) , เขตอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) เปิดงานมอบทุนพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม เชิงพาณิชย์ และเวทีน�ำเสนอผลงาน AI Innovation Jumpstart Batch2 BKK : Demo Day ภายใต้ “โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ ระบบอัจฉริยะ (ARI Skill Development Project)” จ�ำนวน 20 ผลงาน เพื่อน�ำ เสนอผลงานที่พร้อมต่อยอดและลงทุน รวมถึงรองรับ ARIPOLIS ในเขตพื้นที่ EECi
NIA
บรรยายพิเศษคลาส CCIO รุ่น 3
ปตท.สผ
ดร. พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส “PPS” ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ รศ.ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ รองอธิการบดี อาวุโสฝ่ายบริหารวิชาการ และรักษาการแทนคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นความร่วมมือระหว่างภาคการ ศึกษาและภาคธุรกิจ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดงานวิจัยทาง วิศวกรรมเพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคม
แอร์เอเชีย
ส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดคลาสหลักสูตร “ผู้ บริหารเมืองนวัตกรรม” รุ่นที่ 3 คึกคักภายใต้มาตรฐาน New Normal ผู้บริหารทั้ง ภาครัฐ-เอกชนเข้าร่วมคับคั่ง พร้อมเสริมอาวุธต่อยอดธุรกิจรับมือการเปลี่ยนแปลงโลก อนาคต โดยมีวิทยากรแถวหน้าร่วมเปิดมุมมอง แชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นแนวทาง พัฒนาสู่เมืองนวัตกรรมอย่างสมบูรณ์
มอบเงินสนับสนุนแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
BIG Loyalty เปิดตัว BIG Deals
BIG Loyalty เปิดตัว BIG Deals ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด น�ำเสนอทางเลือกที่มากขึ้นให้กับ สมาชิก ในการใช้ BIG Points แลกคูปองส่วนลดเพื่อน�ำไปใช้ซื้อสินค้าในแฟลตฟอร์ม ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกัน เช่น Lazada Shopee Starbucks Joox และ VIU โดยสามารถแลกได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น BIG Loyalty เวอร์ชั่นปรับปรุง ล่าสุด
ฮอนด้า
บริษัท ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) มอบเงิน 1,000,000 บาท สนับสนุนโครงการ “ชีลด์พลัส สเปรย์หน้ากากผ้า กรองฝุ่น กันไวรัส” แก่ ศ.ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อน�ำไปพัฒนานวัตกรรมส เปรย์พ่นหน้ากากผ้า เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นและไวรัส ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ
ลงนามความร่วมมือสร้างงานวิจัย
ไฮไลต์ “ซีอาร์-วี ใหม่”
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จ�ำกัด ร่วมจัดแสดงรถยนต์ในงานมหกรรม ยานยนต์เพื่อขายวิถีใหม่ (Big Motor Sale 2020) น�ำโดยยนตรกรรมที่พร้อมตอบ โจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ทั้งกลุ่มรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี น�ำโดยรุ่นไฮไลต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบ พาโนรามา และฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และกลุ่มรถยนต์ซีดาน น�ำโดย ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่
MAGKETING l 10
FLASH
MAGKETING l 11
PODIUM
สตาร์มาร์คโหมตลาดครึ่งปีหลัง 63 เปิดตัวดีไซน์ชุดครัวใหม่ พร้อมโปรฯกระตุ้นยอดขาย ณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จ�ำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันบริษัทฯ มีบริการ STARMARK INTERIOR ให้ค�ำแนะน�ำ และบริการแต่งบ้านเพื่อให้บ้านหรือที่พักอาศัย แบบ PERSONALIZE INTERIOR SOLUTION ที่มุ่งเน้นให้แต่งบ้านที่มีดีไซน์โดดเด่น มีความเป็นตัวของตัวเอง สามารถ บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบรับเรื่องพื้นที่ที่มีจ�ำกัด ตลอดจนไลฟ์สไตล์การ ใช้ชีวิตที่ลงตัว ทางดีไซน์เนอร์จะออกแบบในแต่ละห้องให้แมทช์กัน มีสไตล์และฟังก์ชั่ นการใช้งานที่เหมาะสม ให้ลูกค้าแต่งบ้านทั้งห้องนอน ห้องครัว คอนโดหรือแต่งทั้ง หลังสตาร์มาร์คให้ครบจบได้ในที่เดียว สตาร์มาร์คเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์การแต่งบ้านเพื่อที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง มีการ ออกสินค้าเพื่อให้แมทช์ทั้งสไตล์และไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น อาทิ ครัวนอกบ้าน... สไตล์ลอฟท์ชุดครัวซีรีย์ใหม่ “ESTERNO” (เอสเทอโน่) ที่เหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่มัก ต่อเติมหลังบ้าน และคนยุคใหม่ที่นิยมการปาร์ตี้แบบเอาท์ดอร์ ออกแบบด้วยตัวครัว โครงเหล็กท�ำสี Power Coat ขนาดกะทัดรัด ติดตั้งและเคลื่อนย้ายง่าย พร้อมพ่นกัน สนิม กันปลวก และกันน�้ำ ช่วงครึ่งปีหลัง 2563 บริษัทฯ ได้ร่วมออกงาน บ้านและสวน Midyear 2020 ณ ไบเทค บางนา โดยมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ อาทิ ชุดครัวคอลเลคชั่นใหม่ Curva (เคอร์ว่า) ชุด ครัวทรงโค้งดีไซน์ระดับ Signature Design by STARMARK มนต์เสน่ห์แห่งความโค้ง มน สะกดทุกสายตาไปกับความเรียบโก้ ยกระดับสไตล์การแต่งบ้านให้ Elegance ต่อย อดจากชุดครัว รุ่น Ellipse (อิลิปต์) ซึ่งเป็นชุดครัวสไตล์โมเดิร์นมินิมอลที่ได้รับรางวัล Demark และ Gmark รางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยมจากกรมส่งเสริมการส่งออกและประเทศ ญี่ปุ่น รูปแบบของชุดครัวเป็นแบบแถวตรงและไอส์แลนด์ หน้าบานแบบไม่มีมือจับ สี ครีมพ่นด้าน มีอุปกรณ์จัดเก็บภายในทั้งตะแกรงตู้สูง ราวกั้นส่วนถาดเก็บช้อนไม้โอ๊ค พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด อีกทั้งยังมีไฟ LED ที่ท�ำให้ชุดครัวดูมีมิติมากขึ้น และยังมี ปลั๊กไฟแบบฝังในเฟอร์นิเจอร์ (Pull out) ที่ท�ำให้การท�ำครัวสะดวกมากขึ้น เคาน์เตอร์ ท้อปครัวและผนังกันเปื้อนหินควอทซ์ ที่ทนความร้อนและปกป้องรอยขีดข่วน ซึ่งชุด ครัวสามารถปรับ layout ได้ตามพื้นที่บ้านลูกค้าร่วมถึงการเลือกฟังก์ชั่นตามการใช้ งานของลูกค้าและสีพ่นแบบเงาหรือด้านให้แมทช์กับการแต่งบ้านของลูกค้า ชุดตู้เสื้อผ้าและตู้โชว์ Alberto (อัลเบอร์โต้) ชุดตู้โครงอลูมิเนียมฝังไฟ LED ที่สามารถ ออกแบบจัดวางได้แบบอเนกประสงค์ สามารถใช้เป็น ตู้เสื้อผ้า ตู้วางกระเป๋า ตู้โชว์ หรือ แม้กระทั่ง partition กั้นส่วน โดยแผ่นข้างและหน้าบานตู้เป็นกระจกนิรภัย เลือก ปรับแผ่นหลังไม้ทั้งแบบที่เป็นไม้หรือกระจก เพื่อมุมมองที่แตกต่าง ออกแบบได้สูงถึง 3 เมตร เหมาะส�ำหรับบ้านที่ต้องการความโปร่ง โล่งสบายตา Fit-in Package แพ็คเก็จแต่งคอนโด ราคาเริ่มต้น ตร.ม ละ.6,500 บาทสตาร์มาร์ค ได้ออกสินค้าใหม่เป็นแพ็คเก็จการตกแต่งคอนโด ที่เหมาะส�ำหรับผู้ลงทุนใช้เช่าหรืออยู่ เอง โดยแพ็คเก็จจะมีดีไซเนอร์จัดเซตเฟอร์นิเจอร์ Fit-built ทั้งตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่อง แป้ง เตียง ผนังตกแต่ง เซตทีวี โซฟา ในธีมเดียวกัน โดยให้ผู้บริโภคมีความสะดวกใน การแต่งบ้านมากยิ่งขึ้น
และ Wall Decoration ผนังตกแต่งส�ำเร็จรูป มีทั้งดีไซน์ โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ โม เดิร์นลอฟท์ คอมเทมโพรารี่ คลาสสิกและวินเทจ สามารถเนรมิตภาพรวมการแต่งบ้าน ให้ดูโดดเด่นได้ โดยใช้ตกแต่ง matching ให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในบ้างจุดของบ้าน อาทิ เช่น ห้องรับแขก ผนังหัวเตียง หรือทางเข้าคอนโด” ณัฐปภัสร์ กล่าวต่อไปว่า “ในงาน บ้านและสวน Midyear 2020 ในครั้งนี้ บริษัทฯ มี สินค้าราคาพิเศษ พร้อมรับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดถึง 120,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และCash back สูงสุด 32,500 บาท เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ อีก ทั้งในงานยังมีโปรโมชั่นที่ใช้คะแนนจากบัตรเครดิตเพื่อรับเครดิตเงินคืนถึง 12% จาก ยอดซื้อและของสมนาคุณอีกมากมาย โดยตั้งเป้ายอดขายในงานนี้ 10 ล้านบาท” “ส�ำหรับกลยุทธ์ในการท�ำตลาดครึ่งปีหลัง 63 บริษัทฯ ยังคงเน้นกลยุทธ์หลักๆ ในการ ออกสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ ทุกกลุ่มสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ชุดครัว ชุดห้องแต่งตัว เพื่อ เป็น Solution การแต่งบ้านให้กับลูกค้า การหาพันธมิตรเพิ่มเพื่อจัดหาสินค้าให้ตรง กับความต้องการลูกค้ามากยิ่งขึ้น และสตาร์มาร์คมุ่งเน้นในการให้บริการลูกค้าจาก ทีมดีไซเนอร์มืออาชีพ ซึ่งสตาร์มาร์คได้หล่อหลอมจากประสบการณ์และความช�ำนาญ พร้อมทั้งยังขยายโชว์รูมเพิ่มเติม จากปีที่ผ่านมาได้เข้าไปร่วมกับบุญถาวร ทั้งในโซน เฟอร์นิเจอร์ครัว และDesign Village พุทธมณฑล ส�ำหรับ สตาร์มาร์ค อินทีเรีย โดย เปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 สาขา คือ บุญถาวรรัชดาฯ และเกษตร-นวมินทร์ และยัง มีสาขาของโฮมโปร รังสิต-คลอง4 ที่เปิดเพิ่มอีกในเดือนตุลาคม นี้ โดยขนทัพสินค้า พร้อมโปรโมชั่นเด็ดๆ ให้ผู้บริโภคได้ช้อปกันอย่างคุ้มค่าอีกด้วย” ณัฐปภัสร์ กล่าวปิด ท้าย
MAGKETING l 12
PODIUM
ช.การช่าง พลิกฟื้นท�ำก�ำไร มั่นใจครึ่งปีหลัง Backlog ทะลุแสนล้าน สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จ�ำกัด (มหาชน) หรือ CK แจ้งผลประกอบการงวด 3 เดือน ไตรมาส 2/2563 บริษัทมีก�ำไรสุทธิ 63.7 ล้าน บาท รายได้ก่อสร้าง 3,971 ล้านบาท รายได้รวม 4,450 ล้านบาท อัตราก�ำไรขั้นต้น % (Gross profit margin) 9 สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กล่าวว่า CK มั่นใจผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านพ้นจุดต�่ำสุด ในไตรมาส 1/2563 เนื่องจากบริษัทในกลุ่มได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และน�้ำแล้ง มาแล้ว และคาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 เป็นต้นไปจะกลับเข้าสู่สภาวะปรกติอีกครั้ง โดยผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2563 ก�ำไรสุทธิ 63.7 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น ถึง 156% เมื่อเทียบกับไตรมาส1/2563 อัตราก�ำไรขั้นต้น 9 % รายได้ก่อสร้าง 3,971 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 26% โดยมีสาเหตุมาจาก โครงการ ก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า พลังน�้ำไซยะบุรี ได้ส่งมอบงานแล้วในปี 2562 และหลายโครงการอยู่ในช่วงปลาย โครงการ ในขณะที่โครงการใหม่ เช่น โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนองวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 4 และโครงการอาคารศูนย์ บูรณาการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อยู่ในระยะ เริ่มต้นโครงการ ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการด�ำเนินงานเป็นไป ตามเป้าหมายทุกโครงการ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 บริษัทเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อรองรับกับ การเปิดประกวดราคาโครงการต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเริ่มประมูลตามแผนอีกครั้ง หลังจากวิกฤตโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ซึ่งมั่นใจว่า ภายในครึ่งปีหลังจะต้องได้มูลค่า งานในมือ (Backlog) ใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม มูลค่ากว่า 120,000 ล้าน บาท ก�ำหนดยื่นซองในวันที่ 23 กันยายน 2563 ซึ่ง CK ร่วมกับ BEM เข้าประมูล โดย มีจุดแข็งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน และการบริหารเดินรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและยกระดับที่มีมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังมีโครงการขนาดใหญ่อีกหลายโครงการที่ภาครัฐบาลจะทยอย เปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงด้านใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 77,000 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่ที่ผ่าน EIA แล้ว จ�ำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท ส�ำหรับโครงการในต่างประเทศ ขณะนี้ CKP อยู่ ระหว่างเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน�้ำแห่งใหม่ในลาว มูลค่าใกล้เคียงกับโครงการ ไซยะบุรี มั่นใจว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายใน ปีนี้ ซึ่งโครงการเหล่านี้มีจะช่วยเสริม มูลค่างานในมือ (Backlog) ขึ้นมาอย่างต�่ำ 150,000-200,000 ล้านบาทในปีนี้ จาก ปัจจุบันที่อยู่ราว 30,000 ล้านบาท ส�ำหรับผลประกอบการของบริษัทในกลุ่ม นางสาวสุภามาส กล่าวเสริมว่า “BEM นั้น ผลประกอบการในไตรมาส 3 ดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากการผ่อนคลาย ล็อกดาวน์ท�ำให้ปริมาณรถและปริมาณผู้โดยสารปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมาปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนกลับมาอยู่ที่ร้อยละ 92 ปริมาณผู้โดยสาร
รถไฟฟ้า MRT กลับมาอยู่ที่ร้อยละ 80 บริษัทคาดว่าหลังจากมีการผ่อนคลายมากขึ้น และสถานศึกษาต่างๆ กลับมาเปิดการเรียนการสอนได้เต็มรูปแบบเหมือนเดิม ปริมาณ รถที่ใช้ทางด่วนและปริมาณผู้โดยสารจะกลับมาเป็นปกติ TTW ผลประกอบการก็ยังอยู่ ในเกณฑ์ที่ดี จ่ายปันผลได้สม�่ำเสมอ ส�ำหรับ CKP ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 โรง ไฟฟ้าทุกแห่งมีแนวโน้มที่จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าเป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ เพราะ ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นมา มีปริมาณน�้ำไหลเข้าอ่างเก็บน�้ำของโรงไฟฟ้าน�้ำงึม 2 และ ไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเพิ่มขึ้นตามล�ำดับ ทั้งนี้ จะมีแนวโน้มที่ปริมาณน�้ำจะสูงกว่า ”ค่าเฉลี่ยของปริมาณน�้ำของปีปกติอีกด้วย
MAGKETING l 13
PODIUM
AWC ประกาศผลประกอบการไตรมาส
2 วางนโยบายรับการฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวในประเทศ
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอส เสท เวิรด์ คอร์ป จ�ำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์จากทางภาครัฐในช่วงปลาย มี.ค. ถึงปลายพ.ค. ส่งผลให้บริษัทประกาศปิดด�ำเนินการโรงแรมเกือบทั้งหมด และ อสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้าต่างๆ ชั่วคราว ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่บริษัทได้ รับผลกระทบหนักที่สุด อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ การเติบโตระยะยาว รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการประสิทธิภาพค่าใช้จ่ายและออก มาตรการต่างๆ เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้เช่า ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ AWC ยังคงได้ รับประโยชน์จากกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและสมดุลเชิงธุรกิจ (Balanced and Diversified Portfolio) ด้วยกลุ่มธุรกิจอาคารส�ำนักงานที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งนี้ หลังจากภาครัฐได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ในปลายเดือนพ.ค. โรงแรมภายใต้ AWC บางส่วน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้าต่างๆ ได้กลับมาเปิดด�ำเนินการอีกครั้ง โดยมีผู้บริโภคภายในประเทศกลับมาใช้บริการอย่าง ต่อเนื่อง ท�ำให้รายได้ของบริษัทในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม บริษัท มีผลขาดทุนสุทธิของไตรมาส 2/2563 ที่ 877 ล้านบาท ถึงแม้ว่าจะได้รับประโยชน์ จากรายได้ในช่วงเดือนมิ.ย. ที่อยู่ช่วงฟื้นตัวของก�ำลังซื้อภายในประเทศ และรายได้ที่ มั่นคงจากกลุ่มอาคารส�ำนักงาน” ด้วยความพร้อมในด้านความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และมาตรการดูแลพนักงาน และ โครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถกลับมาเปิดด�ำเนินการโครงการ ต่างๆ ได้ทันทีหลังภาครัฐได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ในช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เช่น กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) โรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา ซึ่งเป็นโรงแรมแรกที่เปิดด�ำเนินการได้หลังการผ่อนปรน ระยะที่ 2 ท�ำให้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์(1) สูงถึงร้อยละ 98 และในภาพรวมอัตราเข้าพักเฉลี่ยยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ AWC ยัง ได้จัดสรรโปรแกรม Bangkok Holidays Lifestyle, Gift of Happiness ด้วยข้อเสนอ พิเศษ ด้วยห้องพักจากโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮ เทล และโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ เพื่อเป็นการกระตุ้นความต้องการ ของนักท่องเที่ยวในประเทศ และช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจากทั้ง 2 โรงแรมในช่วง วันหยุดสุดสัปดาห์(1) สูงถึงร้อยละ 70 ในขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail) ได้มีการฟื้นตัวของจ�ำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการ โครงการ (Traffic) อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการลาซาล อเวนิว ที่มี จ�ำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการคิดเป็น 93% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา “ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและสมดุลเชิงธุรกิจ (Balanced and Diversified Portfolio) ของ AWC กลุ่มธุรกิจอาคารส�ำนักงาน (Office) ยังคงสร้าง กระแสเงินสดที่มั่นคงและต่อเนื่อง โดยมีก�ำไรจากการด�ำเนินงานเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อคดาวน์
ของร้านค้าเช่าในอาคารส�ำนักงาน” อีกทั้ง AWC ยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด (Cost Control & Efficiency Initiatives) ซึ่งรวมถึงการด�ำเนินการบริหารจัดการ สภาพคล่องของทุกส่วนงานของบริษัท (Cash Pooling) ท�ำให้ค่าใช้จ่ายในการด�ำเนิน งานรวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 761 ล้านบาทลดลง 56.8% จาก 1,761 ล้านบาท เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน AWC ยังได้น�ำความโดดเด่นของพอร์ทโฟลิโอที่หลากหลายทั้งในด้านกลุ่มธุรกิจ และที่ ตั้งโครงการมาใช้ในการตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบ New Normal ให้กับกลุ่มลูกค้าต่างๆ อย่างครบวงจร ด้วยบริการรูปแบบใหม่ “AWC INFINITE LIFESTYLE” ที่เปิดโอกาส ให้ลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ทั้งการท�ำงาน และพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยแพคเกจที่ก�ำหนดระยะเวลาได้ตามที่ต้องการ “AWC ยังคงเชื่อมั่นในธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย อีกทั้งความแข็งแกร่งที่เป็นที่ ยอมรับจากทั่วโลกด้านมาตรฐานสุขอนามัย ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ อย่างรวดเร็ว และยังสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่นักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพ (Wellness) และนักท่องเที่ยวกลุ่มพ�ำนักระยะยาว (Long Stay) AWC จึงมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผน พัฒนาโครงการคุณภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะ ยาว เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับบริษัท พนักงาน ลูกค้า นักลงทุน ชุมชนและผู้มีส่วน เกี่ยวข้องสู่เป้าหมายการเป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ก้าวหน้าและเติบโตต่อเนื่อง อย่างยั่งยืน” วัลลภากล่าว
MAGKETING l 14
PODIUM
พลิกโฉมท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเวสต์เกต ยกระดับสู่ไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ต พลิกโฉมใหม่ครั้งใหญ่ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเวสต์เกต ยกระดับการช้อปปิ้งสู่ไลฟ์สไตล์ พรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาต้นแบบของปี 2020 ครบครัน สมบูรณ์แบบที่สุดใน ประเทศไทย พร้อมส่ง 6 โซนสินค้าใหม่ หวังเป็นแม็กแน็ตดึงดูดครอบคลุมทุกกลุ่ม ลูกค้าเป้าหมาย รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และสอดรับตามแผนพัฒนาและ ขยายกลุ่มลูกค้าโซนตะวันตกของศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต เพื่อเป็นศูนย์ กลางการช้อปปิ้งและความเจริญของกรุงเทพฯ ตะวันตกอย่างแท้จริง สุจิตา เพ็งอุ่น - Chief Operating Officer บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จ�ำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า“การพลิกโฉมใหม่หมดจดให้กับ ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเวสต์ เกต เป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเราต้องการ ยกระดับการช้อปปิ้งในรูปแบบไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้ลูกค้าได้รับ ประสบการณ์ใหม่ๆ สนุกกับการใช้เวลาในการช้อปปิ้งได้มากขึ้น โดยท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเวสต์เกต จะเป็นไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ต ต้นแบบในปี 2020 ที่ครบครัน ด้วยสินค้า – บริการสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย พร้อมเติมเต็มด้วย 6 โซนสินค้า ใหม่ซึ่งเป็นแม็กแน็ตส�ำคัญที่จะดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งการพลิกโฉมสาขา ใหม่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวและก�ำลังซื้อของลูกค้าในโซน กรุงเทพฯตะวันตก สอดรับกับแผนขยายลูกค้าในพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม8 จังหวัด ตั้งแต่กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, อยุธยา, นครปฐม, สุพรรณบุรี ขยายไปถึงราชบุรี และกาญจนบุรี ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซาเวสต์เกตที่เป็นเดสติเนชั่นอันดับหนึ่ง ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันตก ส�ำหรับท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเวสต์เกต รูปแบบใหม่ ครบครันด้วยสินค้าจากทั่วทุกมุม โลกกว่า 40,000 รายการ พร้อม 6 โซนใหม่แม็กเน็ตส�ำคัญ ได้แก่ Baker’s Oven ร้าน เบเกอรี่แบบ Shop in Shop โทนสีขาวสะอาดตาสไตล์โมเดิร์นพร้อมที่นั่งให้ลูกค้าได้ เพลินเพลินกับเบเกอรี่ อบ สดใหม่ สไตล์เอเชี่ยนและยุโรป และเครื่องดื่มจาก Coffee ARIGATO, Healthiful โซนจ�ำหน่ายสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพครบวงจรภายใต้ ความร่วมมือกับ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลตอบโจทย์คนรักสุขภาพทุก ความต้องการ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เช่นผู้แพ้อาหาร ไม่ว่าจะเป็น gluten-free, dairy-free, Egg-free, Nut-free ซึ่งจะมีป้ายบอกชัดเจน, World of Snacks อร่อยกับสแน็คสุดฮิตทั่วโลกจาก 100 แบรนด์ , LOOKS โซนบิวตี้ไลฟ์สไตล์ ของกลุ่มสินค้าความงาม และ Personal careจากแบรนด์ชั้นน�ำทั่วโลกพร้อมไฮไลท์3 Day lookและมุมแนะน�ำสินค้า Best seller, at Taste โซนนั่งรับประทานอาหารปรุง สดใหม่โดยเชฟมืออาชีพกว่า 100 เมนู ราคาเริ่มต้น 49 บาท และสามารถเลือกอาหาร สดภายในร้านเช่น เนื้อ ซีฟู้ด ให้เชฟปรุงเมนูพิเศษมีค่าบริการปรุงอาหารเริ่มต้นเมนูละ 69 บาท, PETSTER ที่นี่ที่แรกกับโซนจ�ำหน่ายสินค้าเพื่อคนรักสัตว์สุนัข แมว นก หนู กระต่าย ปลา ครบครันในที่เดียวกับสินค้า2,000 รายการ พิเศษกับ อาหารกลุ่มพรีเมี่ยมแบรนด์ดัง อาทิ เช่น โรยัลเคนิน , ฮิลล์ ไซแอนท์ไดเอท, โปรแพลน สินค้ากลุ่ม Natural& Grain free อาหารสัตว์น�ำเข้าที่มีวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติและ ไม่มีส่วนผสมของธัญพืช เช่น ข้าวโพด, ปราศจากสารปรุงแต่งสังเคราะห์ เป็นทางเลือก ใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงรวมไปถึงอุปกรณ์เสริมส�ำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็น
ของเล่น , เสื้อผ้า , ที่นอน , กระเป๋า ,ห้องน�้ำ คอนโดแมว และอื่นๆอีกมากมาย เรียก ได้ว่าครบจบทุกความต้องการ นอกจาก 6 โซนไฮไลท์แล้ว ยังมี ตลาดจริงใจ Farmers’ Market ภายใต้คอนเซปต์ “สุขใจ ภูมิใจ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”ตลาดผัก ผลไม้ และอาหารจากเกษตรกรในจังหวัด นนทบุรี และอีก 10 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 28 ร้านค้า,โซนอาหารสด ผัก ผลไม้ , เนื้อ ซีฟู้ด, สลัดบาร์ ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคหลังสถานการณ์ โควิด-19 ที่ยังคงนิยมซื้ออาหารสดน�ำไปปรุงเอง, Baby Zone โซนส�ำหรับคุณพ่อคุณ แม่, Fashion Zone สินค้าแฟชั่นทั้งชุดล�ำลอง ชุดกีฬา ที่ทันสมัย Promotion Zone ถือเป็น Red Carpet ของร้าน เพราะจะรวบรวมสินค้าโปรโมชั่นมากมายมาไว้ในจุด เดียว ,มัทสึโมโตะคิโยชิ ร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น,ร้าน ขายยา, ร้านต�ำรับไทย พร้อมบริการจุดรับฝากรถเข็นช้อปปิ้งแบบใช้รหัส,บริการส่ง สินค้าที่รถส่วนตัวหรือแท็กซี่(Carry out service)และเพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้กับ ลูกค้าเป็นทางเลือกในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังมีเครื่องช�ำระค่าสินค้าด้วยตัวเอง (Self Checkout) ซึ่งรับช�ำระทั้งเงินสดและบัตรเครดิต ด้านบริการพิเศษเพื่อความสะดวกสบาย สามารถช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ได้แก่ www.tops.co.th เลือกจัดส่งแบบ Home& Delivery หรือ Drive thru รับสินค้า ที่สาขา, บริการPhone & Deliveryโทรสั่งสินค้าตรงกับสาขาได้ที่0-2194-2934-39 หรือ บริการ Chat & Shop ,สั่งสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่น Grab เลือกบริการ GrabFood และ GrabMart เพื่อสั่งสินค้าส่งตรงถึงบ้าน
MAGKETING l 15
PODIUM
MAGKETING l 16
BEHAVIOR
MAGKETING l 17
BEHAVIOR
วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิด เผยถึงผลส�ำรวจมุมมองผู้บริโภคทั่วโลก(Global Consumer Insights Survey) ของ PwC ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ที่ตามมาน�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานในการที่ผู้บริโภคท�ำงาน บริโภค สื่อสาร และดูแลสุขภาพของตนเอง ทั้งนี้ ผลส�ำรวจมุมมองผู้บริโภคทั่วโลก ฉบับนี้ PwC ได้ท�ำการศึกษาติดต่อกันเป็นครั้งที่ 11 โดยแบ่งการส�ำรวจออกเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ ก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด19 ก่อนที่จะน�ำผลมาเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม โดยผลส�ำรวจมุ่งเน้นไปที่การศึกษา พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง รวมทั้งการเร่งตัวขึ้น ของการน�ำดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจ�ำวันของผู้บริโภคหลังการแพร่ระบาดกระทบกับวิถี การใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ซึ่งในปัจจุบัน มีประชากรจ�ำนวนกว่าหลายพันล้านคนทั่วโลก ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองโดยเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการบริโภคของโลกยุคใหม่ ขณะที่เมือง ส�ำคัญต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย
ความเห็นดังกล่าวตามล�ำดับ เปรียบเทียบกับการมีงานท�ำที่ 45% ผู้บริโภคและความยั่งยืน ผลส�ำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการหันมาใส่ใจเรื่องของความยั่งยืนและความรู้สึกถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้บริโภค ในฐานะพลเมืองของสังคมอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง เช่น ในผลส�ำรวจที่จัดท�ำขึ้นก่อนเกิดการแพร่ระบาด 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่ว โลกบอกว่า พวกเขาหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกทุกครั้งที่ท�ำได้ ขณะที่ 43% ต้องการให้ ธุรกิจแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของตน และ 41% ต้องการ ให้ธุรกิจค้าปลีกจ�ำกัดการใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ส�ำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่าย สิ่ง ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ เมื่อถามผู้บริโภคว่า ใครควรมีหน้าที่รับผิดชอบในการ ส่งเสริมพฤติกรรมที่สร้างความยั่งยืนในสังคมมากที่สุด 20% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่า “ตัวฉันเอง ในฐานะผู้บริโภค” ขณะที่ 15% ตอบว่าเป็นหน้าที่ของ “ผู้ผลิต” ทั้งนี้ เมื่อถามผู้บริโภคเกี่ยวกับความเต็มใจในการแลกเปลี่ยนข้อมูล 49% กล่าวว่า พวกเขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลของพวกเขา หากข้อมูลดังกล่าวจะช่วยปรับปรุง ความเป็นอยู่ในเมืองให้ดีขึ้นได้
การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ ส่งผลกระทบต่อการด�ำเนินชีวิตของผู้บริโภคในทุก ๆ มิติ รวมถึงวิธีที่พวกเขาจับจ่าย ใช้ของช�ำและของใช้ที่จ�ำเป็นด้วย โดยพบว่า แม้การซื้อสินค้าที่ร้านขายของช�ำยังคง เป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้ แต่รายงานระบุว่า มากกว่า 1 ใน 3 (35%) ของผู้ บริโภคที่ถูกส�ำรวจ หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อหาอาหาร ขณะที่ 86% ของผู้ ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในเวลานี้มีแผนที่จะใช้ช่องทางนี้เพื่อซื้อสินค้าต่อไป หลังมาตรการ เว้นระยะห่างทางสังคมจะถูกยกเลิกไปในที่สุด
“ในขณะที่แนวโน้มหลาย ๆ อย่างมีการพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้ว การวิจัยของเรา แสดงให้เห็นว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้ยิ่งส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาต้องการความโปร่งใส ความยั่งยืน รวมถึงความสะดวกสบายมากขึ้น ฉะนั้นบริษัทที่จะได้รับประโยชน์มาก ที่สุดคือ บริษัทที่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค มีการลงทุนในสร้าง ประสบการณ์ที่ดีในการจับจ่ายสินค้าของลูกค้าแบบไร้รอยต่อ และค�ำนึงถึงสุขภาพและ ความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก” สตีฟ บาร์ หัวหน้าสายงานตลาดผู้บริโภคทั่วโลก PwC สหรัฐอเมริกา กล่าว
ส�ำหรับสินประเภทค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารนั้น ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส การซื้อสินค้าที่ร้านค้ายังเป็นตัวเลือกหลักเมื่อเปรียบเทียบกับช่องทางออนไลน์ โดย 47% ของผู้บริโภคกล่าวว่า พวกเขาจับจ่ายสินค้าที่ร้านค้าเป็นประจ�ำทุกวันหรือทุก สัปดาห์เปรียบเทียบกับการชอปปิงออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ (30%) คอมพิวเตอร์ (28%) และผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ (15%) แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา การชอปปิงออนไลน์ส�ำหรับรายการที่ไม่ใช่อาหารได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่าง มาก (ผ่านโทรศัพท์มือถือ 45%, คอมพิวเตอร์ 41% และ แท็บเล็ต 33%) ซึ่งแนวโน้ม ของการชอปปิงออนไลน์ที่เติบโตนี้ เห็นได้เด่นชัดในสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ตะวันออกกลาง โดย 60% และ 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาหันมา ชอปปิงผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้นตามล�ำดับ
นอกจากนี้ นาย ออซ ออซเทิร์ก หัวหน้าสายงานที่ปรึกษาตลาดผู้บริโภคทั่วโลก PwC สหราชอาณาจักร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 11 ปีของการส�ำรวจผู้บริโภคทั่วโลก เรา ไม่เคยได้ข้อมูลที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนว่า ความโปร่งใส ความยั่งยืน และจิตส�ำนึกทาง สังคมเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด ฉะนั้นในช่วงเวลาที่ส�ำคัญแบบนี้ บริษัทและ ธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ ยิ่งจ�ำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับลูกค้าให้ได้”
มิลเลนเนียล-ผู้บริโภคที่มีบุตรให้ความส�ำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีอย่างชัดเจน 59% ของ กลุ่มมิลเลนเนียล และ 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีบุตร ต่างให้ความส�ำคัญกับ ความเป็นอยู่ที่ดีของตนมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งนี้พบว่า ผู้บริโภคให้ความส�ำคัญกับการ ดูแลตนเองเพิ่มขึ้น โดย 51% ของผู้บริโภคในเมืองเห็นด้วย หรือเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า พวกเขาให้ความส�ำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาพทางกาย และการรับประทานอาหารที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากโควิด-19 นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งเข้าร่วมการส�ำรวจหลังจากการแพร่ระบาด ยังมองเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง และการดูแลสุขภาพว่า มีความส�ำคัญต่อ คุณภาพชีวิตพอ ๆ กับการมีงานท�ำ โดย 49% และ 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามมี
วิไลพร กล่าวเสริมว่า “ไวรัสโควิด-19 ท�ำผู้บริโภคไทยปรับตัวไปสู่ดิจิทัลมากขึ้นภายใน เวลาชั่วพริบตา โดยในช่วงล็อกดาวน์คนหันมาชอปปิงออนไลน์กันเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งคาด ว่า ยอดขายของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในช่วงเวลานี้จะเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว และผลักดันให้ปีนี้ มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยน่าจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ส�ำหรับสินค้าที่ผู้บริโภค หันมาชอปปิงออนไลน์เพิ่มมากมีตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ อย่าง หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ อาหารออร์แกนิก รวมไปถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะการแพร่ ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและความเป็นอยู่มากขึ้น” “นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยยังปรับตัวไปสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น โดยหันมาใช้บริการอี เพย์เมนต์เพราะนอกจากจะได้รับความสะดวกสบายในการชอปปิงออนไลน์แล้ว ยัง เป็นการช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเงินสดซึ่งอาจเป็นแหล่งของเชื้อโรค ซึ่งตอนนี้ห้าง สรรพสินค้า และ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่กลับมาเปิดด�ำเนินการอีกครั้งก็หันมาเพิ่มช่อง ทางการช�ำระด้วยผ่านดิจิทัลเพย์เมนต์กัน ฉะนั้น ธุรกิจที่หันมามุ่งเน้นท�ำตลาดผ่านช่อง ทางออนไลน์จะต้องมีระบบป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และภัยไซเบอร์ใน ด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้บริโภค” วิไลพร กล่าวสรุป
MAGKETING l 18
BEHAVIOR
MAGKETING l 19
CASE STUDY
RESTAURANT AFTER COVID-19
++
MAGKETING VOL.51
MAGKETING l 20
CASE STUDY
iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร
การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาพร้อมกับพฤติกรรม New Normal กลายเป็นช่วงเวลายากล�ำบากของ “ธุรกิจร้านอาหาร” ทั่ว โลก รวมทั้งในไทย ที่ต้องปิดหน้าร้านชั่วคราว อันเป็นผลมาจากการ แพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อภาครัฐจ�ำเป็นต้องประกาศมาตรการ Lockdown บางกลุ่มธุรกิจ และร้านอาหารให้บริการได้เฉพาะ Delivery กับ Takeaway เท่านั้น งดให้บริการส่วน Dine-in ขณะที่ร้านอาหารรายเล็กๆที่ไม่มีแพลตฟอร์มดิลิเวอรี่ที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอได้เริ่มปรับตัวด้วยการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่จากแอพพลิ เคชั่นสั่งอาหารแทน ส่งผลให้ปัจจุบัน Food Aggregator จะมีบทบาท มากขึ้นในธุรกิจร้านอาหารเมืองไทย เพราะความได้เปรียบของการเป็น แพลตฟอร์มรวบรวมร้านอาหารมากมายเข้ามารวมอยู่บนแพลตฟอร์ม เดียว บวกกับฐานผู้ใช้งานจ�ำนวนมาก ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงยังต้องเจอโจทย์ทางการตลาดที่ท้าทายต่อ ไปบนวิถีของความเปลี่ยนแปลงใหม่ แม้ว่ารัฐบาลได้มีมาตรการคลาย ล็อกดาวน์กิจกรรมภายในประเทศให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตาม ปกติแล้วก็ตาม ท�ำให้เศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง แต่ก็ยังคง มาตรการบางประการเพื่อควบคุมไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง บนวิถีของ “ความปกติใหม่” หรือ New Normal
MAGKETING l 21
CASE STUDY
กิ จ ร้ า นอาหารหดตั ว 9.7%-10.6% ธุรกิจธุร้ารนอาหารหดตั วราว 9.7%-10.6% จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ดีขึ้น ท�ำให้ภาครัฐมีนโยบายผ่อนปรนให้ ภาคธุรกิจบางส่วนสามารถกลับมาเปิดท�ำการได้ และหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรน เป็นกลุ่มแรก ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2563 คือร้านอาหารที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้ การทยอยให้เปิดท�ำการ แม้จะท�ำให้ธุรกิจร้านอาหารที่เน้นการนั่งทานในร้าน มี โอกาสกลับมาสร้างรายได้ แต่ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะการ ที่ผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อโควิด-19 คงท�ำให้บรรยากาศของธุรกิจร้านอาหารยังไม่ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับปัจจัยกดดันด้านเศรษฐกิจและก�ำลังซื้อที่อ่อนแอ ยิ่ง ท�ำให้ธุรกิจร้านอาหารหลังโควิด-19 มีความท้าทายสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ธุรกิจ ร้านอาหารปี 2563 น่าจะมีมูลค่าเหลือเพียง 3.85-3.89 แสนล้านบาท หดตัวราว 9.7%-10.6% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยการประเมินนี้ อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ไม่เกิดการระบาดซ�้ำในช่วงที่เหลือของปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หลังโควิด-19 ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกประเภทจะ ต้องเร่งปรับตัวสู่บรรทัดฐานใหม่ทางธุรกิจ (New Normal) ที่สอดรับไปกับพฤติกรรม ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยร้านอาหารเต็มรูปแบบ ร้านอาหารที่มีบริการจ�ำกัดที่อยู่ใน ห้างฯ และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงสวนอาหาร จะเป็นกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันด้านผล การด�ำเนินงานในปี 2563 มากกว่ากลุ่มที่เหลือ เนื่องจากโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่ม อาจมีข้อจ�ำกัดภายใต้ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท�ำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ต้อง 1. กระจาย ช่องทางการสร้างรายได้ ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในช่องทางอื่น 2.ปรับกระบวนการ และรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและสถานการณ์ที่เปลี่ยน ไป ขณะเดียวกัน ร้านอาหารทั่วไป ร้านอาหารริมทาง และรถเข็นต่างๆ น่าจะได้เปรียบ ด้านความคล่องตัวมากกว่า ควรปรับตัวโดยการ 1. ยกระดับมาตรฐานความสะอาด ของร้านอาหาร เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค 2. เพิ่มความระมัดระวังในการบริหาร จัดการวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง และลดความหลากหลายของเมนู ขณะที่บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จ�ำกัด หรือซีอาร์จี (CRG) ประเมินว่าตลาด ร้านอาหารมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีนี้จะอยู่ในภาวะทรงตัว หรือชะลอ การเติบโตอยู่ที่ซิงเกิลดิจิต ไม่เติบโตสูงอย่างปีที่ผ่าน ๆ มา อย่างไรก็ตาม หลังจาก ที่ทางการได้คลายล็อกให้เปิดบริการได้ ธุรกิจร้านอาหารก็ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในแง่ ของยอดขาย และปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็หันไปให้ความส�ำคัญกับออนไลน์ หรือดีลิเวอรี่มากขึ้น และมีการแข่งขันที่รุนแรง ยกเครื“ยกเครื ่อง มาตรฐานร้ ่ อ ง”านอาหาร มาตรฐานร้ า นอาหาร บทความจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า จาก สถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น รัฐทยอยปลดล็อก ให้หลายกิจการกลับมาด�ำเนินธุรกิจได้ หนึ่งในนั้นคือ “ธุรกิจร้านอาหาร” โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการต้องท�ำตามมาตรการ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ ศบค.ก�ำหนด ซึ่งมาตรการหลายข้อไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของธุรกิจร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา รัฐยังไม่สามารถ
บังคับใช้กฎหมายได้อย่างทั่วถึง ขณะที่ผู้ประกอบการขาดแรงจูงใจที่จะท�ำตาม เนื่องจากกฎหมายหลายข้อเป็นอุปสรรค ก่อภาระต้นทุน นอกจากนี้ยังมีปัญหาความ ล้าหลังของกฎหมายที่ไม่ครอบคลุมร้านอาหาร รูปแบบใหม่ๆ ในโอกาสที่ประเด็น มาตรฐาน ความปลอดภัยของร้านอาหารก�ำลังถูกให้ ความส�ำคัญ จากหลายฝ่าย ผู้เขียนจึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบร้านอาหารที่ยัง คงเป็นปัญหาใน 3 เรื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัยของธุรกิจร้านอาหาร ของประเทศไทย และสร้างความมั่นใจ แก่ผู้บริโภคในระยะยาว 1.กฎระเบียบไม่เอื้อและไม่จูงใจให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ ก�ำหนดให้เจ้าของร้านอาหารต้องขอใบอนุญาต ก่อนเปิด กิจการ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสุขลักษณะ ทั้งด้านสถานที่ อาหาร วิธีการประกอบ อาหาร ไปจนถึงแนวปฏิบัติของบุคลากรภายในร้าน แต่ปัจจุบัน ร้านอาหารจ�ำนวนมาก ไม่สามารถปฏิบัติตาม ด้วยเงื่อนไขกฎหมายที่ไม่เอื้อ ในทางปฏิบัติและยังเป็นการเพิ่ม ต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ล่าสุด กฎกระทรวงเรื่องสุขลักษณะของสถานที่จ�ำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ก�ำหนดให้ เจ้าของกิจการและพนักงานในร้าน “ทุกคน” ต้องมี “บัตรประจ�ำตัวผู้สัมผัสอาหาร” ผ่านการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัย แต่การจัดฝึกอบรมโดยหน่วย งานราชการส่วนท้องถิ่นยังไม่เพียงพอ และแม้จะมีภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองจาก กรมอนามัยให้สามารถจัดฝึกอบรมได้ แต่ก็มีเพียง 16 หน่วยงานเท่านั้น ไม่ครอบคลุม ร้านอาหารที่มีมากกว่า 1 แสนรายกระจายอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ รูปแบบการฝึกอบรมก็ไม่เอื้อต่อผู้เข้าร่วม คือต้องอยู่ในรูปแบบห้องเรียน ซึ่งอาจท�ำให้ผู้เข้าร่วมต้องหยุดงานและเสียรายได้จึงไม่จูงใจให้ผู้ประกอบการและ ลูกจ้างปฏิบัติตาม ดังนั้น ภาครัฐควรเปิดช่องให้มีการจัดฝึกอบรมรูปแบบออนไลน์และมีวิธีการทดสอบ ความรู้ให้เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการและลูกจ้าง ซึ่งจะช่วยจูงใจให้พวกเขาปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่ายขึ้น 2.การก�ำกับดูแลร้านอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กระจายอ�ำนาจให้ อปท.ท�ำหน้าที่ก�ำกับดูแล ธุรกิจร้านอาหาร ตั้งแต่การออกใบอนุญาตและการตรวจสอบมาตรฐานของร้าน อย่าง น้อยปีละครั้ง แต่ด้วยข้อจ�ำกัดด้านก�ำลังคน ท�ำให้ไม่สามารถตรวจสอบร้านอาหารได้ อย่างทั่วถึงและขาดการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาดังกล่าว ภาครัฐควรน�ำกลไกการตรวจสอบรับรองมาตรฐานโดยหน่วยงาน อิสระ (third party) เข้ามาช่วยเหลือ โดยจะต้องได้รับการรับรองจากกรมอนามัย โดย ผู้เขียนเสนอให้กรมอนามัย พัฒนาระบบตรวจสอบออนไลน์เพื่อให้ผู้บริโภคร่วมตรวจ สอบ ให้คะแนนและรายงานปัญหาร้านอาหารในลักษณะของ Post-audit เพื่อกระตุ้น ให้ผู้ประกอบการต้องรักษามาตรฐาน และช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถเข้าตรวจ สอบร้านที่มีปัญหาได้อย่างตรงจุด
MAGKETING l 22
CASE STUDY
FREEPIK
3.กฎระเบียบล้าหลัง ท�ำให้เกิดช่องว่างในการก�ำกับดูแล ทุกวันนี้ธุรกิจร้านอาหารรูปแบบใหม่เกิดขึ้นจ�ำนวนมาก เช่น ฟู้ดทรัค และร้านอาหาร ที่ไม่มีหน้าร้าน (home kitchen) ที่เป็นการจ�ำหน่ายอาหารผ่านสื่อกลาง อย่าง food delivery platform ซึ่งได้รับความนิยม อย่างมากในช่วงโควิด-19 อย่างไรก็ตาม กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขที่บังคับใช้ปัจจุบันกลับไม่ครอบคลุม ร้านอาหารรูปแบบดังกล่าว เนื่องจากนิยามร้านอาหาร และการก�ำหนดมาตรฐาน สุขลักษณะยังอิงตามร้านอาหารรูปแบบเก่า ที่แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ “สถานที่ จ�ำหน่ายอาหาร” จ�ำพวกร้านอาหาร ทั่วไป และ “สถานที่จ�ำหน่ายสินค้าในที่หรือทาง สาธารณะ” เช่น ร้านอาหารหาบเร่แผงลอย หรือสตรีทฟู้ด การก�ำกับดูแลที่ไม่ครอบคลุมร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ ท�ำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ บริโภค โดยเฉพาะร้านอาหารประเภท home kitchen ที่ยากจะรู้ถึงแหล่งที่มาและ กระบวนการผลิตว่าถูกสุขอนามัยหรือไม่ ดังกรณี “ขนมจีบมรณะ” ที่พบการปนเปื้อน ของเชื้อแบคทีเรีย “Salmonella” ท�ำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ มีผู้บริโภคท้องเสีย รุนแรงเกือบ 20 ราย เสียชีวิตอีก 1 ราย เมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จากบทเรียนดังกล่าว ภาครัฐควรเร่งหาแนวทางการก�ำกับดูแลร้านอาหารรูปแบบ ใหม่ๆ โดยการเพิ่มนิยามและก�ำหนดมาตรฐานสุขลักษณะให้เหมาะสมกับร้านอาหาร แต่ละประเภท เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและสร้างแนวทางปฏิบัติที่ ชัดเจนให้แก่เจ้าของร้านอาหาร
นอกจากนี้ ในระหว่างการพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย ภาครัฐควรขอความร่วมมือจาก platform ร้านอาหาร ในการตรวจสอบร้านอาหารที่จะเข้าสู่ระบบ เพื่อคัดเลือกร้านที่ สามารถตรวจสอบไปยังแหล่งที่ตั้ง และสามารถตรวจมาตรฐานสุขลักษณะได้ โดยสรุป การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ท�ำให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และ ภาครัฐให้ความส�ำคัญกับการออกมาตรการด้านความปลอดภัยร้านอาหาร ภาครัฐ ควรใช้โอกาสนี้พิจารณาปรับปรุง กฎระเบียบเดิมที่ยังเป็นอุปสรรคแก่ร้านอาหารทั้ง 3 เรื่องนี้ควบคู่ ไปด้วย เพื่ออ�ำนวยความสะดวกและจูงใจให้เจ้าของร้านอาหารปฏิบัติ ตามมาตรฐานสุขลักษณะ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการและอยู่ในระบบก�ำกับดูแล ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้การก�ำกับดูแลมาตรการป้องกันโรคช่วงโควิด-19 เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ และช่วยยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพของธุรกิจร้านอาหารใน ระยะยาว
ว ของร้ า นอาหาร การปรัการปรั บตัวของร้บาตั นอาหาร ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับ ความท้าทายครั้งใหม่ หลายร้านต้องปรับตัวเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าและ ฝ่าวิกฤติธุรกิจครั้งนี้ไปให้ได้ นี่คือรูปแบบการปรับตัวของร้านอาหารให้พร้อมกับ new normal ในยุคโควิด 19 Delivery รูปแบบแรกคือ การให้บริการส่งถึงบ้านหรือดิลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชันผู้ให้บริการอย่าง
MAGKETING l 23
CASE STUDY
Grab, LINE MAN, food panda, GET เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางแรกที่เกือบทุก ร้านเลือกใช้ เพราะเป็นวิธีที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคโควิด 19 ได้ ตรงจุดที่สุด ซึ่งในบางแอปพลิเคชันมีการจัดโปรโมชันร่วมกับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดค่าอาหาร ส่วนลดค่าจัดส่งส�ำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงกับร้านอาหาร หรือการจัดชุดเมนูในราคาพิเศษอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ร้านอาหารแนว fine-dining อย่างร้านโบ.ลาน ที่ได้ปรับรูปแบบธุรกิจมา ให้บริการดิลิเวอรีเช่นกัน โดยทางร้านท�ำการจัดส่งเองและก�ำหนดเวลาเป็นรอบ ๆ เพื่อ รักษาคุณภาพของอาหารและมาตรฐานของร้าน รวมไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโอมา กาเสะ (omakase) อย่างร้าน Sushi Ichizu และร้าน Sushi Masato ที่มีบริการจัด ส่งซูชิเป็นค�ำ ๆ โดยยังคงเอกลักษณ์ในแบบฉบับโอมากาเสะไว้เหมือนเวลาที่ลูกค้าไป รับประทานที่ร้าน Physical Distancing เมื่อประเทศไทยมีมาตรการคลายล็อกที่อนุญาตให้ร้านอาหารสามารถเปิดให้ลูกค้า มานั่งรับประทานในร้านได้ หลายร้านจึงได้พร้อมใจกันปรับรูปแบบการให้บริการ ตามแนวทางการเว้นระยะห่างทางกายภาพ (physical distancing) เช่น การจ�ำกัด จ�ำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในแต่ละรอบ การตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนใช้ บริการ และการท�ำความสะอาดฆ่าเชื้อหลังลูกค้าเข้าใช้บริการ โดยร้านปิ้งย่างชื่อดัง อย่าง บาร์บีคิว พลาซ่า ก็ได้เพิ่มความน่าเอ็นดูด้วยการน�ำหุ่นบาบีก้อน (มาสคอตของ ร้าน) มานั่งรับประทานอาหารเป็นเพื่อนลูกค้าเพื่อช่วยเว้นระยะห่างของลูกค้านั่นเอง นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าร้านอาหารหลายร้านได้ประดิษฐ์คิดค้นฉากกั้นระหว่างลูกค้า ที่นั่งรับประทานอาหารเพื่อช่วยป้องกันการแพร่เชื้อและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า อย่างเช่น ร้านบุฟเฟต์นานาชาติชื่อดังอย่าง Copper และร้านบุฟเฟต์ชาบูยอดนิยม อย่าง Penguin Eat Shabu ก็ได้ปรับตัวตามแนวทางดังกล่าวเช่นกัน Home Cooking ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อไม่สามารถท�ำงานประจ�ำได้เหมือนเคยหรือต้องว่างงานจากผลกระ ทบของการระบาด หลายคนได้หันมาท�ำอาหารที่บ้าน (home cooking) กันมากขึ้น และหาอาชีพเสริมด้วยการน�ำมาขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย ท�ำให้เกิดธุรกิจการขายรูป แบบใหม่และเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นรูปแบบใหม่ในยุค new normal กับการปรับตัวของ ร้านอาหารไทยให้อยู่รอดในสถานการณ์ที่โลกยังคงเผชิญกับวิกฤติโควิด 19 ในมุมของ ลูกค้าเองก็ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องออกมาพบปะ ผู้คน มารับประทานอาหารที่ร้านหรือท�ำกิจกรรมนอกบ้าน การปฏิบัติตามแนวทางของ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเป็นสิ่งที่ต้องท�ำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย ของโรค รวมถึงลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับตนเองและผู้อื่น
“ทางรอด” ทางรอดธุ รกิจร้านอาหารธุ ร กิ จ ร้ า นอาหาร จูลี่ ฮอฟแมน, หัวหน้ากลยุทธ์ด้านการตลาดและการท่องเที่ยว, อะโดบี ระบุว่า การ แพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เปลี่ยนวิถีของการด�ำเนินธุรกิจการท่องเที่ยว การ
บริการ และร้านอาหาร อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “การปรับตัว” (Resilience) ได้ถูก พิสูจน์แล้วว่าเป็นกุญแจส�ำคัญส�ำหรับธุรกิจในเวลานี้ มีความท้าทายมากมายที่อุตสาหกรรมก�ำลังเผชิญในการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อปรับปรุง ธุรกิจในภาวะชะงักงัน และเมื่อการล็อคดาวน์เริ่มคลายตัว มีวิธีที่แบรนด์จะได้รับความ ไว้วางใจจากลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่ดีจากการคิดนอกกรอบ และกระบวนการคิด อย่างสร้างสรรค์เพื่อช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัว บทความนี้จะพูดถึงการปรับตัวของธุรกิจเพื่อ ให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้า ท�ำความเข้าใจกับลูกค้าได้ดีขึ้น รวมถึงท�ำการสื่อสารเชิงรุกใน ภาวะที่การล็อคดาวน์เริ่มคลายตัว ความเปลี่ยนแปลงครั้งส�ำคัญ เพียงชั่วข้ามคืนร้านอาหารต้องเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเป็น Digital Self-Service จากรายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 จาก Yelp เผยว่า “บริการเดลิเว อรี่ได้รับความนิยมมากขึ้นถึง 300%” ช่วงล็อคดาวน์ร้านอาหารเปลี่ยนการให้บริการเป็นเดลิเวอรี่ 100% เช่นเดียวกับอีโค ซิสเต็มอื่นๆ เช่น ระบบการจัดส่งของก็เปิดและสนับสนุนร้านอาหารด้วยการให้ส่วนลด ค่าคอมมิชชั่น ให้ข้อเสนอต่างๆกับลูกค้า การเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลทั้งหมดมีความจ�ำเป็น อย่างมาก และได้เป็นแนวโน้มใหม่ของธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบัน เมื่อร้านอาหารส่วนใหญ่ก้าวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ความต้องการโซลูชั่นที่เชื่อมต่อ กับลูกค้าก็มีเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่สั่งอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ และ ต้องการ engage “ทุกขั้นตอน” ของการสั่งอาหารจากแพลตฟอร์มนั้น ปัจจุบัน เจ้าของร้านอาหาร และพนักงานหน้าร้าน ควรพิจารณาว่าจะจัดการ Customer Journey นี้อย่างไรต่อไปในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ร้านอาหารจ�ำเป็นต้องมี “การปรับตัวทางธุรกิจ” (business resilience) อะโดบีขอ แนะน�ำ 3 กลยุทธ์ในการฟื้นฟูดังนี้ : 1.รู้จักลูกค้าของคุณให้มากขึ้น ส�ำหรับร้านอาหาร แน่นอนว่ามีลูกค้าที่ยินดีรับประทานอาหารนอกบ้านทันทีที่ที่การ ล็อคดาวน์ได้รับการการผ่อนปรน ควรหาลูกค้าที่ชอบ Dining Out จากฐานข้อมูลของ คุณแล้ววางล�ำดับพวกเขาไว้เป็นอันดับต้นๆของ Engagement List พวกเขาจะเป็น ลูกค้าคนส�ำคัญที่ท�ำให้ธุรกิจของคุณฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ลูกค้าเหล่านั้นก็มีโอกาสในการ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ด้วยเช่นกัน 2.ปรับใช้ Digital Self-Service กับธุรกิจ ส�ำหรับธุรกิจร้านอาหาร Digital Self-service ถือเป็นรูปแบบใหม่ที่ยืดหยุ่น Food Delivery Partner มีความจ�ำเป็นกับธุรกิจร้านอาหารมากในเวลานี้ และการปรับตัวจะ ไม่ได้ขึ้นเพียงแค่ในกระบวนการด�ำเนินงานเท่านั้น ยังเกิดขึ้นกับทรัพยากรดิจิทัลด้วย เช่นกัน ธุรกิจร้านอาหารสามารถเปลี่ยนจากแบบดั้งเดิมสู่ดิจิทัลได้โดย : -แจ้งลูกค้าว่าคุณเปิดธุรกิจแล้วแต่เป็นรูปแบบใหม่
MAGKETING l 24
CASE STUDY
-แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมถึงวิธีที่สามารถจัดส่งอาหารแบบลดการสัมผัส และสามารถ เว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย -ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Digital Journey นี้ พนักงานของคุณ ปฏิบัติงาน สื่อสาร และ ใช้ดิจิทัลได้อย่างราบรื่นในทุกขั้นตอน -ให้ความส�ำคัญเกี่ยวกับการจัดเตรียมอาหาร และการจัดส่งอาหารที่ปลอดภัย การสื่อสารเชิงรุก เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อาจท�ำให้บางคนกลายเป็นคนที่จับจ้องในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกิน ไป หรือท�ำให้บางคนอาจเสียการควบคุมตัวเอง หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่แบรนด์ใช้ใน การสนับสนุนลูกค้า คือการสร้างความไว้วางใจโดยการเป็น “ที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้” (Trusted Advisor) ส�ำหรับในในธุรกิจท่องเที่ยวนั่นหมายถึง การสื่อสารที่รวดเร็ว แม่นย�ำ และทันเวลาในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีนักเดินทางที่ต้องการยกเลิก การเดินทาง แบรนด์ควรเข้าใจ เห็นใจในสถานการณ์ และช่วยเหลือพวกเขาอย่าง “จริงใจ” ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ผลการส�ำรวจจาก Crisp พบว่า ผู้ บริโภค 9 ใน 10 คน มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้ากับแบรนด์ที่จัดการวิกฤตได้ดี ส�ำหรับธุรกิจร้านอาหาร การกลับมาเปิดอีกครั้งอาจท�ำให้การบริการลูกค้าล่าช้า ดัง นั้นการสื่อสาร เช่น การขอโทษลูกค้าล่วงหน้าที่ทางร้านอาจยังให้การบริการลูกค้าที่ไม่ สมบูรณ์ หรือเกิดความล่าช้าในการให้บริการ เช่น พนักงานเสิร์ฟอาหารไม่ทันเวลาที่ ก�ำหนด เนื่องจากความท้าทายต่างๆ เช่น พนักงานยังกลับมาท�ำงานไม่ครบ ซัพพลาย เออร์ที่ยังมีข้อจ�ำกัดในการขนส่ง ฯลฯ การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและจริงใจจะช่วย บริหารความพอใจของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใดๆ การสื่อสารเชิงรุกเฉพาะ บุคคลมีความส�ำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในสถานการณ์ของผู้ประกอบการ CASECASE 1 ซีอาร์จีSTUDY
#1 เครื อ ซี อ าร์ จี
บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จ�ำกัด หรือซีอาร์จี (CRG) ผู้บริหารร้านเปปเปอร์ ลันช์, ชาบูตง, ไทยเทอเรส, โยชิโนยะ, โอโตยะ, มิสเตอร์โดนัท,เคเอฟซี ฯลฯ ระบุว่า การลงทุนในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีจากนี้ จะเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ลดการน�ำ เข้าจากต่างประเทศ รวมถึงการหาพาร์ตเนอร์ในการท�ำธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจดี ลิเวอรี่ ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวคลาวด์ คิทเช่น สาขาแรกที่นาคนิวาส มีแผนที่จะขยาย เป็น 10 สาขาภายในปีนี้ และครบ 50 สาขาในปี 2565 โดยจะมีการเพิ่มแบรนด์ร้าน อาหารให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งแบรนด์ในเครือซีอาร์จีและสตรีตฟู้ดชื่อดัง เพื่อ สร้างความหลากหลายและแตกต่างจากผู้เล่นอื่นในตลาด CASECASE 2 Penguin Eat Shabu#2 STUDY
PENGUIN EAT SHABUn
ร้าน Penguin Eat Shabu เปิดให้บริการแล้วกว่า 5 ปี หลังจากที่เกิด COVID-19 ปัจจุบันมีร้านที่กลับมาเปิดให้บริการรวมทั้งหมด 7 สาขา โดยในช่วงที่รัฐบาลและ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศปิดศูนย์การค้าเพื่อควบคุมโรคระบาด ทางร้านต้อง ปรับตัวมาพัฒนาเมนูรองรับบริการเดลิเวอรี่ อาทิ ข้าวราดกระเพาวากิว, ชุดชาบูพร้อม
ปรุง ฯลฯ และเข้าร่วมกับแอปพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรี่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยท�ำ มาก่อน โดยเลือกให้บริการเดลิเวอรี่แบบ Pre-Order (สั่งซื้อล่วงหน้าและจัดส่งวันรุ่ง ขึ้น) ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า อย่างไรก็ตามในระยะแรกทางร้านทดลองจัดส่งอาหารเอง ปรากฏว่าเกิดความล่าช้าอยู่ บ้าง จึงตัดสินใจเป็นบิสซิเนส พาร์ทเนอร์กับ FoodStory ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่ นบริหารจัดการร้านอาหาร และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ JWD ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อให้บริการจัดส่งอาหารแก่ลูกค้าที่ สั่งซื้อแบบ Pre-Order และจัดส่งโดยรถควบอุณหภูมิ หลังจากผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ให้ลูกค้านั่งทานอาหารที่ร้านได้ พบว่าสาขาที่ อยู่นอกห้างสรรพสินค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนสาขาในห้างสรรพสินค้ามียอด ขายที่ดีขึ้นแต่ไม่เท่ากับช่วงก่อนเกิด COVID-19 โดยสังเกตว่าลูกค้าปรับพฤติกรรมไม่ มาเป็นกลุ่มใหญ่ เน้นความสะอาด อย่างไรก็ตามทางร้านยังคงมุ่งเน้นให้บริการเดลิเว อรี่ต่อไปเพื่อเป็นรายได้หลักอีกช่องทางหนึ่งที่จะกระจายความเสี่ยง โดยมีแผนพัฒนา เมนูใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากเมนูชาบูเดลิเวอรี่ และร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากขึ้น CASECASE 3 โออิชิ
STUDY #3 เครื อโออิ ชิ
เริ่มตั้งแต่สถานการณ์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ต่อเนื่องมาจนการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ล้วนเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการทานอาหารนอก บ้านน้อยลงกว่าแต่ก่อน ด้วยเหตุนี้ บริการจัดส่งอาหาร หรือฟู้ด เดลิเวอรี่ จึงตอบโจทย์ และถูกน�ำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแก้เกมในสถานการณ์ที่คนไม่ออกนอกบ้านเช่นนี้ ส�ำหรับโออิชิพร้อมอ�ำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มที่ ด้วยบริการจัด ส่งอาหารถึงบ้าน ผ่านแพลตฟอร์มของตนเอง ได้แก่ “โออิชิ เดลิเวอรี่” อาทิ เบนโตะ (หรือข้าวกล่องญี่ปุ่น) ซูชิ มากิ ฯลฯ อาหารส�ำเร็จรูปพร้อมทาน “โออิชิ อีทโตะ” และ เครื่องดื่ม “โออิชิ กรีนที” รวมถึงยังมีฟีเจอร์พิเศษ คือ “Click & Collect” ให้ลูกค้าสามารถท�ำการสั่งซื้ออาหาร ล่วงหน้าทางออนไลน์และเลือก “รับสินค้าที่สาขา” พร้อมระบุวันที่ เวลา และสาขา ของร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ได้ตามความสะดวกและความต้องการ โดยไม่มีค่าบริการ เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสั่งอาหารแบบออนดีมานด์ บนแอปพลิเคชันชั้นน�ำ 3 รายใหญ่ ได้แก่ ฟู้ดแพนด้า (foodpanda) แกร็บฟู้ด (GrabFood) และไลน์แมน (LINE MAN) พร้อมให้บริการอาหารญี่ปุ่นอร่อยหลาก หลาย มีให้เลือกตั้งแต่เมนูราเมน อาทิ ทงคตสึ ชาชู ราเมน, มิโซะ แซลมอน ราเมน, โชยุ คาคุนิ ราเมน ฯลฯ จากร้าน “โออิชิ ราเมน” เมนูดงบุริ (หรือข้าวหน้าต่าง ๆ) อาทิ ข้าวหน้าล้นหมูสไปซี่ไข่ออนเซ็น, ข้าวหน้าล้นเบคอนย่าง, ข้าวหน้าล้นหมูย่าง มิโซะ ฯลฯ จากร้าน “คาคาชิ” ไปจนถึงเมนูชุดชาบู-ชาบู ครบครันทั้งเนื้อหมู เนื้อ วัว และซีฟู้ด จากร้าน “ชาบูชิ” ซึ่งสามารถสั่งผ่านแอปฯ ฟู้ดแพนด้า แกร็บฟู้ด และ ไลน์แมน ได้อีกด้วย
MAGKETING l 25
CASE STUDY
เดือนสิงหาคม 2563 โออิชิพัฒนาต่อยอดรูปแบบการให้บริการ และสร้างสรรค์โมเดล ธุรกิจใหม่ คลาวด์ คิทเช่น ภายใต้ชื่อ “โออิชิ คิทเช่น” (OISHI KITCHEN) ขึ้น เพื่อเป็น ฮับหรือครัวกลาง – ศูนย์กลางการปรุงประกอบอาหารสะอาด ปลอดภัย ส�ำหรับร้าน อาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ (โออิชิ บุฟเฟต์, โออิชิ ราเมน, คาคาชิ, และ โออิชิ เดลิเว อรี่) และเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่น และอาหารเพื่อสุขภาพ โดย เน้นท�ำการขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง แอปพลิเคชัน ฟู้ด เดลิเวอรี่ เป็นหลัก ซึ่งผู้ บริโภคสามารถเลือกสั่งเมนูอาหารจากร้านต่าง ๆ ได้มากกว่า 1 ร้าน แบบรวมออเดอร์ ได้ด้วยการสั่งเพียงครั้งเดียว “โออิชิ คิทเช่น” (OISHI KITCHEN) เปิดสาขาแรกบนย่านถนนพระราม 4 ณ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 (ในพื้นที่ครัวของ โออิชิ บุฟเฟต์) ซึ่งถือว่าเป็นท�ำเลยุทธศาสตร์ ที่รายล้อมไปด้วยอาคารส�ำนักงานส�ำคัญ ๆ สถานศึกษา และที่อยู่อาศัย พร้อมตั้งเป้า ขยายพื้นที่ให้บริการและสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นในเขตกรุงเทพฯ และแหล่งชุมชน เพิ่มเติมอีก 5 – 10 สาขา ภายในปี 2564 CASECASE 4 บาร์บีคSTUDY ิวพลาซ่า
#4 บาร์ บี คิ ว พลาซ่ า
จากการประกาศปิดกรุงเทพฯ ชั่วคราว ปิดห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ท�ำให้ร้าน อาหารต่างๆ ต้องเปลีย่นรูปแบบเป็นการจัดส่งเดลิเวอรี่ และซื้อกลับบ้านเท่านั้น ฟู้ด แพชชั่น จึงปรับตัวครั้งใหญ่ ปรับพื้นที่ครัวบางส่วนของส�ำนักงานใหญ่ เป็นครัวกลาง เฉพาะกิจส�ำหรับการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ใน 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ บาร์บีคิว พลาซ่า (Bar B Q Plaza), ฌานา (Charna), สเปซ คิว (Space Q) และโภชา (Pocha) มีการปรับเมนูเป็นอาหารที่ทานแบบสะดวกรวม 14 เมนู ในราคาเริ่มต้น 75 บาท พร้อมจัดส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ผ่าน ช่องทางการสั่งอาหารตรงผ่าน Inbox ของ Facebook Page ของแบรนด์ที่เข้าร่วมทั้ง 4 แบรนด์ หรือเบอร์ตรง ถัดมาในเดือนพฤษภาคม 2563 บาร์บีคิว พลาซ่า ได้จัดแคมเปญ “กระทะก้อนให้ยืม” ฟรี ส่งตรงถึงหน้าบ้าน เมื่อสั่งชุดก้อนเที่ยวทะเล หรือ ก้อนอิ่มเต็มพุง ซึ่งจะรับออเดอร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. ทาง LINE Gon and the gang เท่านั้น ส�ำหรับรายละเอียด คือ ต้องวางเงินประกันค่ากระทะและเตา 2,000 บาท (ผ่านบัตร เครดิต หรือบัตรเดบิต) ค่าประกันเป็นการกันวงเงินเท่านั้น และจะได้รับคืนเข้าวงเงิน บัตรเครดิต ในวันคืนกระทะและเตา โดยจะมีทีมงานไปรับกระทะคืนถึงหน้าบ้าน เริ่มทดลองให้บริการ จ�ำกัด 20 ชุดต่อวัน และมีค่าจัดส่ง 60 บาท เฉพาะพื้นที่ กทม. ได้แก่ เขตหลักสี่,เขตดอนเมือง, เขตบางเขน, เขตบางซื่อ และนนทบุรี อ�ำเภอ ปากเกร็ด, อ�ำเภอเมือง เดือนมิถุนายน 2563 หลังจากที่รัฐประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 บาร์บีคิว พลาซ่า ได้น�ำ “ก้อนกล้าหาญ” หรือ บาร์บีกอนในรูปแบบกล่องกระดาษพับ มาวาง เป็นสัญลักษณ์ของ Social Distancing ในร้าน ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็น อย่างดีและเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโลกโซเชียล จนน�ำมาสู่การเปิดจ�ำหน่ายก้อนกล้า
หาญผ่าน LIVE บน Facebook Fanpage Bar B Q Plaza และสามารถสร้างยอด จ�ำหน่ายได้ถึง 1,000 ตัว โดยภายหลังมีการโพสต์ภาพการน�ำก้อนกล้าหาญไปเป็นส่วน หนึ่งของการท�ำกิจกรรมเพื่อสร้างสีสันความสนุกสนานต่างๆ ในชีวิตประจ�ำวัน อย่าง แพร่หลายบนโลกโซเชียล ต่อยอดการใช้ก้อนกล้าหาญในการสร้างความสุขให้ลูกค้าได้ ในทุกๆ ที่ แม้ในช่วงสถานการณ์โควิท-19 บาร์บีคิว พลาซ่า จึงจัดแคมเปญต่อยอดมอบสิทธิพิเศษส�ำหรับลูกค้าที่รับประทาน อาหารที่ร้านบาร์บีคิว พลาซ่า หรือใช้บริการซื้ออาหารกลับบ้าน (Take Home) ทุก สาขา ทั่วประเทศ สามารถอุ้ม “ก้อนกล้าหาญ” (มูลค่า 249 บาท) ที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะ อาหารกลับบ้านได้ทันที เฉพาะในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ เท่านั้น แจก 1 ตัว/ 1 โต๊ะ / 1 ใบ เสร็จ รวมแจกทั้งสิ้น 3,167 ตัว ทั่วประเทศ เฉพาะในวันที่จัดกิจกรรมดังกล่าว CASECASE 5 ไมเนอร์STUDY
#5 เครื อ ไมเนอร์ ฟู ้ ด
กลุ่มไมเนอร์ ฟู้ด เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยแบรนด์ ร้านอาหารที่เป็นที่รู้จักได้แก่ The Pizza Company, Swensen’s, Sizzler, The Coffee Club, Dairy Queen, Burger King และ Bonchon รวมมากกว่า 2,200 ร้านใน 26 ประเทศ บริษัทมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนองค์กรให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาค อุตสาหกรรมร้านอาหารและท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกอยู่เสมอ ด้วยการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการ ปรับการด�ำเนินงานเพื่อให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร หรือเดลิเวอรี่ และบริการซื้อกลับบ้านมีการเติบโตขึ้น ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ในขณะที่บริการนั่งร้านหยุดชะงักชั่วคราว เมื่อคลายล็อกดาวน์ ร้านอาหารของไมเนอร์ ฟู้ด ในประเทศไทยก็กลับมาเปิดให้บริการ 95% ของสาขาร้านอาหารทั้งหมด 1,490 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งนับตั้งแต่กลับมาเปิด สาขายอดขายของแบรนด์ส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเป็นล�ำดับ และบางแบรนด์แสดงแนว โน้มของยอดขายที่สูงกว่าระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 ด้วยซ�้ำ โดยได้วางแผนการตลาดในช่วงครึ่งหลังปี 2563 ต้องการยกระดับบริการเดลิเวอรี่ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งอาหารออนไลน์ ซึ่งการมีแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิ เวอรี่เป็นของตัวเอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างฐานข้อมูลลูกค้าให้กับองค์กรได้อีก ด้วย โดยไมเนอร์ ฟู้ด ถือเป็นรายแรกๆ ของธุรกิจร้านอาหารในไทย ที่น�ำการส่งอาหาร แบบ Delivery มาให้บริการแก่คนไทยเมื่อตั้งแต่ปี 2532 ถือเป็นเรื่องใหม่ส�ำหรับคน ไทย จึงต้องอาศัยการสร้างพฤติกรรมผู้บริโภคจนคนไทยคุ้นเคยกับการสั่ง Delivery โดยเฉพาะอาหารประเภทพิซซ่า ที่ท�ำให้ “The Pizza Company” แข็งแกร่งในตลาด Delivery และมีข้อมูลว่าพื้นที่ไหน ความหนาแน่นของประชากรเป็นอย่างไร พื้นที่ไหน Consumer Profile เป็นอย่างไร ซึงมีผลต่อการต่อยอดทางธุรกิจ กลยุทธ์ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 และเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
MAGKETING l 26
CASE STUDY
ประกอบด้วย 6 กลยุทธ์คือ 1.ยกระดับบริการ Delivery เพื่อความแข็งแกร่งในฐานะบริษัทที่มีบริการการส่งอาหาร แบบเดลิเวอรี่เป็นรายแรก ๆ ในประเทศไทย และยังเป็นผู้น�ำมาตลอดเกือบ 30 ปี ไมเนอร์ ฟู้ดจะรักษาต�ำแหน่งผู้น�ำนี้ด้วยการเร่งมือเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กรโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งอาหารออนไลน์ ตามวิถีชีวิต New Normal ที่ผู้บริโภคหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เพื่ออ�ำนวย ความสะดวกผู้บริโภคให้สามารถสั่งอาหารได้หลากหลายภายในออเดอร์เดียว ยกเว้น Bonchon ที่ไม่ใช่กลยุทธ์หลักเพราะแบรนด์ Bonchon ถูกวางต�ำแหน่งทางการตลาด ให้เป็น Casual Dining Restaurant 2.สร้างโมเดลร้านรูปแบบคีออส เพื่อให้บริการ Grab & Go ที่สามารถสร้างรายได้ อีกทาง นอกเหนือจากร้านแบบ Dine-in และ Delivery และเป็นการตอบโจทย์ชีวิต เร่งรีบของคนในเมือง โดยจะตั้งร้านอยู่ใกล้กับความสะดวกของผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ สถานที่ท�ำงาน รถไฟฟ้า ฯลฯ แบรนด์ในเครือที่ท�ำโมเดลนี้แล้ว คือ Sizzler to go, The Coffee Club และ Swensen’s เดิมเน้นเปิดร้านในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่หลังจากนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการเปิดสาขา ร้าน ขนาดเล็ก คีออสก์ และแกร็บแอนด์โก โดยจะเน้นไปเปิดทั้งในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า และอาคารส�ำนักงานต่าง ๆ และย่านมหาวิทยาลัย 3.พัฒนา “Cloud Kitchen” รองรับการเติบโตของ Food Delivery โดยเฉพาะ ซึ่ง “Cloud Kitchen” หรือโมเดลครัวกลางรูปแบบใหม่ให้บริการที่สะดวก ใกล้บ้าน จะ เลือกเปิดในพื้นที่นอกรัศมีการให้บริการของสาขาร้าน จึงไม่สามารถจัดส่งได้ภายใน
ระยะเวลาที่ก�ำหนด แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ลูกค้าที่สั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ได้รับอาหาร รวดเร็วขึ้น สดร้อนเหมือนมีเชฟมาปรุงให้ที่บ้าน ด้วยที่ตั้งครัวกลางใกล้บ้านในระยะ 3 กิโลเมตรโดยรอบ อีกทั้งสามารถสั่งอาหารได้หลายแบรนด์ ภายในออเดอร์เดียว ท�ำให้ ลูกค้าได้รับอาหารที่สั่งเร็วขึ้น รักษาคุณภาพร้านได้ดีขึ้น 4.พัฒนา “เมนูใหม่” และ “แคมเปญการตลาดใหม่” ผ่านการน�ำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว มาพัฒนาทางด้านนวัตกรรมให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีความสร้างสรรค์ ดึงดูดลูกค้าได้ดี 5.ท�ำ “Brand Revitalization” หรือการท�ำให้แบรนด์ดูทันสมัย มีชีวิตชีวาเข้ากับการ เปลี่ยนแปลงของยุคสมัย 6.ขยายฐานธุรกิจไปต่างประเทศ นอกจากนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยกับความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและ พนักงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ไมเนอร์ ฟู้ดจึงได้ตั้งโปรเจกต์ “Business Beyond COVID” ด้วยอบรมพนักงานด้านการให้บริการที่สะอาดอย่างเข้มข้นขึ้น โดย ให้ค�ำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นหลัก ผ่านแคมเปญรักษาความปลอดภัย ของอาหาร ได้แก่ “Zero Touch Delivery” “Safety Seal” และ “Easy Pick Up” ของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี หรือการจ่ายไร้เงินสดเมื่อสั่งอาหารในร้านเบอร์เกอร์ คิง นอกจากนั้น ธุรกิจในเครือมีการใช้เครื่องท�ำความสะอาด และน�้ำยาท�ำความสะอาด จากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย อีโค่แล็บ (ECOLAB) กับไดเวอร์ซี (Diversey) ซึ่งต่าง เป็นเครื่องมือท�ำความสะอาดคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในธุรกิจบริการ อาหาร การแปรรูปอาหาร โรงแรมและงานดูแลสุขภาพ
MAGKETING l 27
FACTOR
FREEPIK
แนวโน้ม เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง เรื่อง : ซิตี้แบงก์
ธนาคารซิตี้แบงก์ เผยแนวโน้มเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังของปี 2563 คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 63 จะหดตัวติดลบ 3.5% และจะฟื้นตัวกลับมาเป็นบวก 5.5% ในปี 64
MAGKETING l 28
FACTOR
ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เผยผลการวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 2563 คาด การณ์เศรษฐกิจโลกติดลบ 3.5% ก่อนที่ตลาดโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 5.5% ใน ปี 2564
เศรษฐกิจทั่วโลกจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากมาตรการคลายล็อคดาวน์ของ หลายประเทศและการที่สามารถเริ่มควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ และโดยเฉพาะ หากมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคได้ส�ำเร็จ
ขณะที่ระดับอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.8% โดยได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะ เป็น ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ความไม่แน่นอนด้านภูมิศาสตร์การเมือง รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนตลอด ปีที่ผ่านมา
โดยจีดีพีของสหรัฐอเมริกาในปีนี้คาดว่าจะหดตัว 3.3% แต่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวก ของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอีกครั้ง จากอัตราการว่างงานที่ลดลง รวมถึงยอดค้าปลีก ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ออก มาตรการผ่อนคลายทางการเงินและคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับ 0% - 0.25% รวม ทั้งรัฐบาลสหรัฐมีแผนอัดฉีดเงินมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระตุ้น ระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ในขณะที่ภาพรวมตลาดการลงทุนยังคงประสบความท้าทายสูง อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ ซิตี้ยังคงมีมุมมองบวกต่อหุ้นวัฎจักรที่คาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่อง แนะนักลงทุนให้ น�้ำหนักในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สุขภาพและเทคโนโลยีดิจิทัลไลเซ ชั่น รวมถึงพันธบัตรสหรัฐอเมริกา สกุลเงินเยน และการลงทุนในทองค�ำ เนื่องจากเป็น สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความเสี่ยงต�่ำ ซึ่งจะสามารถช่วยเสริมความ มั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุน พร้อมแนะให้เฝ้าติดตามประเด็นส�ำคัญของสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อ รักษาผลประโยชน์ในระยะยาวลดความเสี่ยงจากการลงทุนท่ามกลางสภาวะผันผวน ทั้งนี้ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ได้จัดงานทางออนไลน์ “2020 Mid-Year Annual Outlook” แถลงข้อมูลทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนครึ่งหลังปี 2563 เมื่อ เร็ว ๆ นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย หรือ www. citibank.co.th บุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า นักวิเคราะห์ซิตี้คาดการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ติดลบ 3.5% ก่อนที่ตลาดโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 5.5% ในปี 2564 ในขณะที่ระดับอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.8% และเพิ่มขึ้นเป็น 2.4% ในปี 2564 จากปัจจัย แนวโน้มความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ความไม่แน่นอนด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่ยังคงตึงเครียด สงครามการค้าระหว่าง สหรัฐฯ - จีน รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ผันผวนตลอดปีที่ผ่านมา ในขณะที่เศรษฐกิจระดับภูมิภาคคาดว่ากลุ่มตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวลงเล็กน้อย -1.5% และคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวขึ้น 6.4% ในปี 2564 ในทางกลับกันด้านตลาดพัฒนาแล้ว มีแนวโน้มการเติบโตชะลอตัว -5% ในปีนี้จากผลกระทบของโควิด-19 ตลอดจนความ ขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้การลงทุนมีความความท้าทายสูง ถึงแม้ว่าตลาดทุนทั่วโลกกลับตัวบวก 40.6% จากจุดต�่ำสุดในเดือนมีนาคม แต่ก็ยังติดลบ 4% เมื่อเทียบกับต้นปี (ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 - วันที่ 23 มิถุนายน 2563) บุญนิเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติม นักวิเคราะห์ซิตี้คาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีนี้อาจท�ำให้ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยอย่างหนัก แต่ระบบ
ส่วนยุโรปคาดว่าจีดีพีจะลดลง 6.7% สืบเนื่องมาจากการมาตรการข้อจ�ำกัดต่าง ๆ ที่ ออกมา โดยแนวโน้มการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังอาจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี กว่าจีดีพีจะกลับไปสู่ระดับเดิมเทียบเท่าช่วงไตรมาส 4 ปี 62 ท�ำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินและมีมติคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต�่ำกว่า 0% ต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการซื้อพันธบัตรฉุกเฉิน เป็นวงเงินสูงถึง 7.5 แสนล้านยูโร ตลอดจนคณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเสนองบ ประมาณการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งมีวงเงินสูงถึง 1.1 ล้านล้านยูโร ส�ำหรับช่วง 7 ปีข้าง หน้า เพื่อช่วยเหลือและปกป้องเศรษฐกิจของยุโรปที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ในขณะที่คาดการณ์เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียในปีนี้จะโต 0.5% โดยเฉพาะประเทศ จีนที่อาจโตแตะ 2.4% เนื่องจากความต้องการภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเห็น ได้จากประเทศจีนที่แม้เป็นประเทศแรกที่เผชิญหน้ากับไวรัส แต่ก็เริ่มเห็นการกลับมา ท�ำกิจกรรมในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามล�ำดับ โดยไตรมาส 1 น่าจะเป็นจุดต�่ำสุดของการ ชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ พบว่าช่วงไตรมาส 2 ส่วนใหญ่ยังคงเห็นการถดถอยอยู่ก่อน ที่จะมีการค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมามีการฟื้นตัวใหม่ อีกครั้ง แนวโน้มจะเป็นการฟื้นตัวแบบไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ด้านน�้ำมันยังคงเป็นที่น่าจับตา โดยน�้ำมันดิบยังมีอุปสงค์สวนทางกับอุปทานจึงคาดว่า จะส่งผลให้ราคาน�้ำมันดิบเบรนท์และน�้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 42 และ 38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบารร์เรลตามล�ำดับ ส่วนทองค�ำยังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 -1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อ ออนซ์ และมีแนวโน้มว่ามูลค่าเฉลี่ยจะขยับขึ้นในระดับประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ในปี 2564 ส่วนค่าเงินต้องจับตาเป็นพิเศษเพราะยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ ในปีนี้คาดยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในระยะกลางถึงระยะยาวจากปัจจัยการ ขยายงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพื่อตอบสนองสภาพคล่องต่อสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ส่วนกรอบความเคลื่อนไหวเงินบาทไทยคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 31.0 – 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
MAGKETING l 29
FACTOR
SHUTTERSTOCK
มาตรการ แบงก์ชาติช่วยลูกค้าภาคธุรกิจแบบเบ็ดเสร็จ สมาคมธนาคารไทย สนับสนุนโครงการ “DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง” ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยทุกสถาบันการเงินร่วมแก้ไขปัญหาด้านหนี้สินของ ลูกค้าอย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จในคราวเดียวกัน ลูกค้าเพียงติดต่อกับสถาบันการ เงินที่มีวงเงินกู้สูงสุดหรือสถาบันการเงินที่มีวงเงินกู้รายอื่น โดยสถาบันการเงินจะ ประสานงาน เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ลูกค้าธุรกิจที่มีวงเงินสิน เชื่อ 50-500 ล้านบาท สามารถติดต่อเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุง ไทย กล่าวว่า โครงการ DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง เป็นโครงการที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยร่วมกับสถาบันการเงินต่างๆ บูรณาการความช่วยเหลือต่อเนื่องจาก มาตรการช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับลูกค้าภาคธุรกิจที่มีเจ้าหนี้ สถาบันการเงินหลายราย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านหนี้สินของลูกค้าอย่างรวดเร็ว และเบ็ดเสร็จในครั้งเดียวกัน โดยลูกค้าเพียงติดต่อกับสถาบันการเงินที่มีวงเงินกู้เพียง แห่งเดียว หรือสถาบันการเงินที่มีวงเงินกู้แนะน�ำลูกค้าให้เข้าร่วมโครงการ โดยสถาบัน การเงินจะประสานงานกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาผลกระทบตามความ หนักเบาของลูกค้าแต่ละราย โดยมีแนวทางในการช่วยเหลือลูกค้าภาคธุรกิจใน 3 มิติ คือ การบูรณาการความช่วยเหลือร่วมกันจากทุกสถาบันการเงิน ลูกค้าสามารถแก้ไข
ปัญหาภาระหนี้ได้อย่างรวดเร็ว และเบ็ดเสร็จในคราวเดียว ลดความซ�้ำซ้อนในการเรื่อง การติดต่อ การจัดส่งเอกสาร และการเจรจาแก้ไขปัญหา โดยได้ข้อยุติร่วมกันจากทุก สถาบันการเงิน ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม ลูกค้าธุรกิจแต่ละรายมีปัจจัยการด�ำเนินธุรกิจ และข้อจ�ำกัดที่แตกต่างกัน สถาบันการเงินทุกแห่งสามารถร่วมกันพิจารณาและ วิเคราะห์ถึง Root Cause ของลูกค้าและหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมกับลูกค้า รายนั้นๆ ที่ส�ำคัญคือ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อท�ำให้ธุรกิจอยู่รอดและฟื้นตัวได้ อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการช่วยเหลือที่หลากหลาย เช่น ปรับลดการผ่อนช�ำระ ยืดระยะเวลาผ่อนช�ำระหนี้ หาผู้ร่วมทุน ตลอดจนเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้า ซึ่งหลัก การช่วยเหลือจะเป็นไปตามความสามารถและบริบทของลูกค้าแต่ละราย โอกาสทางการเงินและทางธุรกิจ ในกรณีที่ลูกค้ามีศักยภาพและแผนธุรกิจที่ชัดเจน โครงการนี้เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ ได้รับสิน เชื่อเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงิน ผยง ศรีวณิช กล่าวในตอนท้ายว่า ภาคการธนาคารตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่มี ความไม่แน่นอนสูง และเข้าใจถึงความจ�ำเป็นรีบด่วนในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง และหลายระยะ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการช่วยเหลือลูกหนี้ภายใต้โครงการ “DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทย มั่นคง” ที่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน จะสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ทันท่วงที โดยสถาบันการ เงินจะมีการหารือเพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายต่อไป
MAGKETING l 30
hat Pay
DIGITAL LIFE
FREEPIK
โควิด-19 กระตุ้นตลาดออนไลน์เติบโต แอ็กเซสเทรด (ACCESSTRADE) ผู้ให้บริการระบบการตลาดออนไลน์แอฟฟิลิเอ ตมาร์เก็ตติ้ง ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่แรกในประเทศไทย โดย บริษัท อินเตอร์สเปซ (ประเทศไทย) จ�ำกัด เผยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท�ำให้พฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาใช้เวลาบนออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ มี อัตราการเติบโตที่ดี
เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการใช้เวลาบนออนไลน์มากขึ้น" โดยพบว่ากลุ่มสินค้าที่เป็นที่นิยมในช่วงที่คนไทยอยู่บ้าน ได้แก่ สินค้าประเภท FMCG ของสดและของแห้ง สินค้าแม่และเด็ก , สินค้าส�ำนักงานส�ำหรับช่วงที่มีการ Work From Home , สินค้า Entertainment และ ไอที รวมถึงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เป็นต้น
ภัทรวุฒิ กุลจันทร์ ผู้บริหารระดับสูงสุด บริษัท อินเตอร์สเปซ (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า “จากข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า การใช้จ่าย ผ่านสื่อดิจิทัล มีมูลค่าสูงถึง 22,000 ล้านบาท ในปี 2020 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 13%"
ในส่วนของ แอ็กเซสเทรด (ACCESSTRADE) เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการตลาด ออนไลน์ แอฟฟิลิเอตมาร์เก็ตติ้ง (Affiliate Marketing) ในรูปแบบของการตลาด Performance Marketing ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ ให้กับ Partner (ตัวแทนขายออนไลน์) และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับ Advertiser (ร้านค้าใน ระบบ)
โดยคาดว่าแพลตฟอร์มที่จะมีการเติบโตค่อนข้างมากในปี 2020 ได้แก่ อินสตาแกรม (Instagram) 24% ทวิตเตอร์ (Twitter) 28% และระบบส่งข้อความทันที (Instant Messaging) 71% ส่วนเฟซบุ๊ค (Facebook) ยูทูป (YouTube) ครีเอทีฟ (creative) และ ดิสเพลย์ (display) คิดเป็นสัดส่วนเงินลงทุนร้อยละ 61 ของเงินลงทุนในโฆษณา ทั้งหมดในปี 2019 อีกทั้งจากสถานการณ์ของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น และ หันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเม็ดเงินโฆษณาไหลไป ในแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ท�ำให้ในปี 2020 นี้ คาดว่าจะมีการลงทุนใน Performance Marketing มากขึ้นเช่นกัน "ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ ธุรกิจ หรือแทบทุกอาชีพ ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นว่าการตลาดออนไลน์ และเม็ดเงินโฆษณา สื่อดิจิทัล ยังมีแนวโน้มของอัตราการเติบโตที่ดี เห็นได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่
ทั้งยังอ�ำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าที่สนใจเพิ่มช่องทางการตลาด และขายสินค้า บนออนไลน์ ท�ำให้ Partner และ Advertiser สามารถสร้างรายได้ และท�ำยอดขายได้ อย่างทวีคูณ ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 “ทั้งนี้ แอ็กเซสเทรด (ACCESSTRADE) ได้ตั้งเป้าหมายในการดัน Market Share ของเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล จาก 2% ของปี 2019 เพิ่มขึ้นเป็น 10% ในปี 2025 พร้อมเดินหน้าผลักดันและพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้ลูกค้า (Advertiser) และพาร์ทเนอร์ (Partner) ในระบบของแอ็กเซสเทรด (ACCESSTRADE) สามารถท�ำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับฐานลูกค้า ที่จะหัน มาท�ำการตลาดออนไลน์ Affiliate Marketing กับ ACCESSTRADE (แอ็กเซสเทรด) เพิ่มมากขึ้นในอนาคต” ภัทรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
MAGKETING l 31
RESEARCH
SHUTTERSTOCK
วิจัยระบุ ธุรกิจครอบครัวควรเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล เรื่อง : ไพรซ์วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส
PwC เผยผลสำ�รวจผู้นำ�ธุรกิจครอบครัวไทยปี 62 พบการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลเป็นความท้าทายอันดับที่ 1 ภายใต้แรง กดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หลังการระบาดของโควิด-19 ฉุดกำ�ลังซื้อ เตือนธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก บริหาร ต้นทุนให้ดี เพื่อลดความเสี่ยงจากการต้องปิดกิจการ รวมทั้งแนะผู้นำ�รุ่นใหม่เดินหน้าเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัลและยกระดับ ทักษะให้กับบุคลากร เพื่อสร้างทางรอดให้กับธุรกิจในระยะยาว
MAGKETING l 32
RESEARCH
นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย หัวหน้าสายงาน Clients and Markets หัวหน้ากลุ่มลูกค้า ธุรกิจครอบครัว และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท PwC ประเทศไทย เปิด เผยว่า ปัจจุบันธุรกิจครอบครัวไทยก�ำลังเผชิญกับความท้าทายจากการที่เศรษฐกิจไทย เข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้สร้างความน่าเป็นห่วงให้กับหลายฝ่าย และมอง ว่า มีความเป็นไปได้ที่ทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกจะยังคงอยู่ในสภาวะเช่นนี้ไป อีกพักใหญ่ เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายด้าน โดยในส่วนของไทย ปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความล่าช้าในการเบิก จ่ายงบประมาณ รวมทั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงัน ของห่วงโซ่อุปทานและการผลิตในบางกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงการบริโภคภายใน ประเทศที่ลดลงตามก�ำลังซื้อที่หดตัวจากการขาดรายได้จากแรงงานในภาคการขนส่ง และท่องเที่ยว เกษตรกรที่มีรายได้ลดลงจากปัญหาภัยแล้ง และกลุ่มผู้ใช้แรงงานในภา คอุตสาหรรมที่ได้รับผลกระทบจากการที่โรงงานหรือภาคการผลิตทยอยปิดตัวชั่วคราว และถาวร ซึ่งทั้งหมดถือเป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตอยู่ในเวลานี้ ทั้งนี้ นิพันธ์ ประเมินว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ครอบครัว ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อย หรือ เอสเอ็มอี รวมไปถึงบริษัทขนาดเล็ก ที่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่สูง โดยมองว่า หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือนนี้ อาจ เห็นธุรกิจขนาดเล็กเริ่มปิดกิจการ อย่างไรก็ดี ในระหว่างนี้ธุรกิจครอบครัวและเอสเอ็ มอีขนาดเล็ก จะต้องตั้งรับกับสถานการณ์ให้ดี โดยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จ�ำเป็นเพื่อประคับ ประคองธุรกิจให้รอดพ้นจากความเสี่ยงที่ก�ำลังเผชิญ “เศรษฐกิจไทยปีนี้ได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะเราเจอทั้งปัญหาภัยแล้ง และ การระบาดของโควิด-19 ที่ท�ำให้ก�ำลังซื้อหดตัวมากขึ้น ซึ่งน่าเป็นห่วงว่า การระบาด ของไวรัสนี้ อาจจะเป็นชนวนที่ท�ำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ได้ จึงต้องติดตาม ว่า สถานการณ์จะกินเวลานานแค่ไหน จึงจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ ซึ่งหากยืด เยื้อ เรามองว่า น่าจะเห็นธุรกิจครอบครัว หรือบริษัทขนาดเล็กล้มหายไปจากระบบ พอสมควร” “แต่ในมุมกลับกัน นี่เป็นโอกาสส�ำหรับธุรกิจครอบครัวที่มีความพร้อมด้านเงินทุนใน การซื้อกิจการ หรือหาพาร์ทเนอร์เพื่อเป็นพันธมิตร เพราะน่าจะได้ของดี ราคาไม่แพง และต้นทุนทางการเงินไม่สูงนัก เนื่องจากอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาลง” นาย นิพันธ์ กล่าว เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล ความท้าทายของผู้น�ำรุ่นใหม่ยุคนี้ นิพันธ์ กล่าวต่อว่า ความท้าทายอันดับที่ 1 ของธุรกิจครอบครัวในสายตาผู้น�ำรุ่น ใหม่ในปีนี้ คือ การเข้ามาของดิจิทัลที่จะส่งผลกระทบต่อการด�ำเนินธุรกิจ (Digital disruption) ในอนาคต ทั้งนี้ รายงานผลส�ำรวจ NextGen Survey 2019 ฉบับประเทศไทย ของ PwC ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของรายงานผลส�ำรวจ Global NextGen Survey 2019 ได้ถูกจัดท�ำขึ้นเป็น ครั้งแรก ผ่านการส�ำรวจความคิดเห็นผู้น�ำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ทั่วโลกจ�ำนวนกว่า 950 ราย รวมทั้งผู้น�ำธุรกิจครอบครัวไทยจ�ำนวน 31 ราย รายงานระบุว่า การเปลี่ยนองค์กรไปสู่ดิจิทัล (Digitalisation) ถือเป็นกลยุทธ์ส�ำคัญ ภายใต้การบริหารของผู้น�ำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ เพื่อพลิกโฉมให้กิจการสามารถก้าว
ทันกระแสการเปลี่ยนแปลง และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดย 83% ของ ผู้น�ำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ระบุว่า การมีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัลเป็น สิ่งที่พวกเขาจะให้ความส�ำคัญมากที่สุด รองลงมาคือ การดึงดูดและรักษาพนักงานที่มี ความสามารถ และการเสริมสร้างทักษะให้กับพนักงานที่ 62% เท่ากัน นอกจากนี้ 79% ของผู้น�ำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ของไทยยังกล่าวด้วยว่า การเปลี่ยน องค์กรไปสู่ดิจิทัลจะช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจครอบครัว และ ช่วยให้กิจการสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ดิจิทัลไม่ใช่ เรื่องใหม่ส�ำหรับธุรกิจในยุคนี้ แต่วิธีการที่จะท�ำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และประสบความความส�ำเร็จต่างหากคือ ความท้าทายใหม่ที่ธุรกิจครอบครัวของไทย หลายรายยังค้นหาหนทางไม่พบ “ผลส�ำรวจของเราชี้ว่า ผู้บริหารรุ่นใหม่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนผ่านองค์กรของตน ไปสู่ดิจิทัลอย่างจริงจัง เพราะส่วนใหญ่เติบโตมากับเทคโนโลยีและมีความคุ้นเคยกับ การใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ ธุรกิจ ครอบครัวต้องจัดล�ำดับความส�ำคัญของการด�ำเนินธุรกิจ รวมทั้งหาสมดุลระหว่างการ ขยายการเติบโตของกิจการและจัดการกับความท้าทายเพื่อน�ำพาธุรกิจให้สามารถฝ่า วิกฤติต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่นด้วย” นิพันธ์ กล่าว ยกระดับทักษะผู้น�ำและแรงงาน เริ่มวันนี้ไม่ต้องลงทุน อย่างไรก็ดี ผลจากการส�ำรวจยังได้เปิดเผยถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันขององค์กรด้วยการยกระดับทักษะ (Upskilling) ให้กับตัวผู้น�ำ รุ่นใหม่และพนักงาน โดย 83% ของผู้น�ำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ของไทย เชื่อว่า การ ยกระดับทักษะจะช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจครอบครัวได้ ซึ่ง ถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าผู้น�ำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ในเอเชียแปซิฟิก (62%) และทั่ว โลก (61%) แม้สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแบบนี้อาจจะไม่เอื้ออ�ำนวยต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล รวมไปถึงการยกระดับทักษะขององค์กรหลายแห่ง แต่นาย นิพันธ์มองว่า ผลลัพธ์ของ การนิ่งเฉย จะยิ่งส่งผลเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล เพราะในที่สุด ทุกองค์กรไม่เฉพาะ ธุรกิจครอบครัว จ�ำเป็นที่จะให้ความส�ำคัญกับเรื่องนี้เพราะเป็นผลดีกับองค์กรในระยะ ยาว ซึ่งผลส�ำรวจพบว่า องค์กรที่เริ่มน�ำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานส่วนต่าง ๆ จะ สามารถบริหารจัดการเรื่องต้นทุนได้ดีกว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานได้มากขึ้นอีกด้วย นิพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การยกระดับทักษะแรงงานเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ และเป็นเรื่องที่ ท�ำได้หลายวิธี โดยผู้น�ำรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่ง พนักงาน สามารถอัพสกิลตัวเองได้ผ่าน การเรียนรู้จากเว็บไซต์ แอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือหลักสูตรการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้อง กับทักษะที่จ�ำเป็นในอนาคตต่าง ๆ โดยในปัจจุบัน มีคอร์สทางด้านดิจิทัลออนไลน์ที่ บางมหาวิทยาลัยเปิดสอนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และอยากให้ผู้น�ำรุ่นใหม่และผู้น�ำธุรกิจ ตระหนักเสมอว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะเลวร้ายแค่ไหน แต่เราไม่สามารถหยุด ที่จะพัฒนาตัวเองและองค์กรได้ เพราะการยกระดับทักษะเป็นหน้าที่และความรับผิด ชอบของเราทุกคนเพื่อให้อยู่รอดและแข่งขันได้ในโลกท�ำงานยุคดิจิทัล”
MAGKETING l 33
RESEARCH
UNSPLASH
คาดการณ์ ตลาดอสังหาฯฟื้นตัวครึ่งหลังปี 2563 เรื่อง : ลุมพีนี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น
LPN Wisdom คาดตลาดอสังหาฯ เติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ผลจากการผ่อนคลายมาตรการ Lock Down และกลยุทธ์ด้านราคาของผู้ประกอบการ กระตุ้นกำ�ลังซื้อในตลาด ส่งผลให้รายได้รวมของผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ 36 บริษัทในไตรมาส 2 ของปี 2563 เติบโต 4.36% เทียบกับระยะเดียวกันของปี 2562
MAGKETING l 34
RESEARCH
LPN Wisdom คาดตลาดอสังหาฯ เติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ผล จากการผ่อนคลายมาตรการ Lock Down และกลยุทธ์ด้านราคาของผู้ประกอบการ กระตุ้นก�ำลังซื้อในตลาด ส่งผลให้รายได้รวมของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 36 บริษัทในไตรมาส 2 ของปี 2563 เติบโต 4.36% เทียบกับระยะเดียวกันของปี 2562 ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพีนี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จ�ำกัด (LPN Wisdom) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จ�ำกัด(มหาชน) (LPN) กล่าวว่า ตลาด อสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มฟื้นตัวช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่มีการผ่อน คลายมาตรการ Lock Down อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ก�ำลังซื้อในตลาดค่อยๆ ดีขึ้น ท�ำให้ยอดขายและการรับรู้รายได้ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีการปรับตัวสูง ขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2563 จากการรวบรวมของ LPN Wisdom พบว่า รายได้รวมของผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไตรมาส 2 ของปี 2563 มีรายได้รวม 72,822.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.39% เทียบกับระยะเดียวกันของ ปี 2562 เป็นผลจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาด การปรับลดราคาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ กับก�ำลังซื้อที่มีอยู่ในตลาด ในขณะที่ภาพรวมของก�ำไรสุทธิของทั้ง 36 บริษัทมีแนว โน้มลดลง โดยในไตรมาส 2 ของปี 2563 มีก�ำไรสุทธิรวม 4,191.53 ล้านบาท ลดลง 54.34% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2562 ขณะที่รายได้รวมในครึ่งแรกของปี 2563 ของทั้ง 36 บริษัท มีรายได้รวม 143,202.37 ล้านบาท ลดลง 19.27% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2562 ก�ำไรสุทธิในช่วง ครึ่งแรกของปี 2563 อยู่ที่ 10,714.80 ล้านบาท ลดลง 55.11% เมื่อเทียบกับระยะ เดียวกันของปี 2562 การปรับตัวลดลงของรายได้และก�ำไรของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงครึ่ง แรกของปี 2563 สอดคล้องกับทิศ-ทางการปรับตัวของเศรษฐกิจที่มีการเติบโตลดลง 6.9% ในครึ่งแรกของปี 2563 โดยปรับตัวลดลงต�่ำสุดในไตรมาส 2 ของปี 2563 ที่ 12.2% ตามรายงานของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “ไตรมาส 2 ของปี 2563 เป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ท�ำให้คาดการณ์ว่าก�ำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในตลาดน่าจะลดลง ผลจากมาตรการ Lock Down ท�ำให้ผู้ประกอบการปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์ทางการ ตลาดเพื่อกระตุ้นก�ำลังซื้อ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคและนักลงทุนในตลาด ท�ำให้มีก�ำลังซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะ นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยและก�ำลังซื้อที่มีอยู่ในตลาด โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่อระดับราคาสินค้ามีการปรับตัวลงมาในระดับราคาที่ผู้ซื้อสามารถรับได้ (Affordable Price)” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว จากผลการศึกษาของ LPN Wisdom พบว่า อาคารชุดที่มีระดับราคาไม่เกิน 3 ล้าน บาท ในท�ำเลใกล้แนวรถไฟฟ้า หรือท�ำเลที่เดินทางได้สะดวก โดยเฉพาะ ท�ำเล คลองสาน-วงเวียนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน�้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ได้รับการตอบรับ ที่ดีจากตลาดมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 30-50% ของมูลค่าโครงการที่เปิดขาย ขณะที่ ทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดที่ระดับราคา 2-5 ล้านบาท ในท�ำเลที่เดินทางสะดวกใกล้แนว รถไฟฟ้า ถนน และรถขนส่งสาธารณะ อย่างท�ำเลอ่อนนุช-พัฒนาการ มียอดขายเฉลี่ย
15-18% ของมูลค่าโครงการที่เปิดขาย ขณะที่บ้านเดี่ยวระดับราคา 6-20 ล้านบาท เป็นระดับราคาที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดโดยมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 10-13% ของ มูลค่าโครงการที่เปิดขายในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ในครึ่งแรกของปี 2563 ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า มีอัตราการ เติบโตเฉลี่ย 4.2% ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่ง แรกของปี 2563 ในขณะที่แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจาก ที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ท�ำให้ผู้ประกอบการทยอยเปิด ตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี 2563 โดยประมาณว่าจะมีการ เปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 5 เดือนหลังของปี 2563 ประมาณ 31,000 – 41,000 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 174,000 – 189,000 เพิ่มขึ้น 20-34% เมื่อเทียบกับ 7 เดือนแรกของปี 2563 ที่มีจ�ำนวนโครงการที่เปิด ใหม่ 33,741 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่า 140,640 ล้านบาท เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2563 พบว่ามีจ�ำนวนโครงการที่เป็นตัวใหม่ 5,400หน่วย เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับ เดือนมิถุนายน 2563 โดยมีมูลค่า 19,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับเดือน มิถุนายน 2563 LPN Wisdom ประมาณว่าจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ในปี 2563 ประมาณ 65,000 – 75,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 315,000 – 330,000 ล้านบาท หรือมีการปรับตัวลดลง 25-30% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจ�ำนวนเปิดตัวโครงการใหม่ 110,000 หน่วย มูลค่า 440,000 ล้านบาท แนวราบมาแรง “แนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ผู้ประกอบการส่วน ใหญ่จะให้ความส�ำคัญกับที่อยู่อาศัยในแนวราบมากขึ้น โดยยังคงชะลอแผนการเปิด ตัวคอนโดมิเนียม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อในตลาดและเป็นการบริหาร กระแสเงินสดของบริษัท” ประพันธ์ศักดิ์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยังคงมีแคมเปญทางการตลาดเพื่อลด จ�ำนวนสินค้าคงเหลือที่มีอยู่โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม จากรายงานผลการ ด�ำเนินครึ่งแรกของปี 2563 พบว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้ง 36 แห่ง มีสินค้าคงเหลือและโครงการที่อยู่ ระหว่างการพัฒนา มูลค่ารวม 601,441.55 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของสินค้าคงเหลือและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งตลาด ซึ่งต้องใช้เวลาในการ ขายประมาณ 36-50 เดือน “ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมที่เหลือขายอยู่ในตลาด ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2563 เท่ากับ 90,561 หน่วย เป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ 17,645 หน่วย ซึ่งต้องใช้เวลาในการขาย 50 เดือน และ 10 เดือนตามล�ำดับ ท�ำให้ผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ยังคงชะลอการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วง ครึ่งหลังของปี 2563 ในขณะที่มีที่อยู่อาศัยในแนวราบที่สร้างเสร็จพร้อมขายจ�ำนวน 12,994 หน่วยอยู่ในตลาด ซึ่งใช้เวลาในการขายประมาณ 6 เดือน ท�ำให้การเปิดตัว โครงการใหม่ในครึ่งปีหลังเป็นโครงการในแนวราบมากกว่าที่จะเป็นคอนโดมิเนียม” ประพันธ์ศักดิ์ กล่าว
MAGKETING l 35
MOVEMENT
MAGKETING l 36
MOVEMENT
TACO BELL “ทาโก้ เบลล์” (Taco Bell) เชนร้านอาหารกึ่งเม็กซิกันสไตล์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ฉลองเปิดร้านทาโก้ เบลล์ แห่งใหม่ ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ หรือมาบุญครอง เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อแบบ Delivery ผ่านบริการ ของ GET, GRAB และ foodpanda ท�ำให้ทาโก้ เบลล์ มียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบัน ร้านทาโก้ เบลล์ เปิดให้ บริการแล้วทั้งหมด 7 สาขา Strategy
:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย
(Place)
TRUE MONEY ทรูมันนี่ ผู้น�ำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นน�ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือกับ Thunes บริษัทรับช�ำระเงินข้ามพรมแดนระดับโลก ขยายบริการรับโอนเงินจากทั่วโลก โดยความร่วมมือดังกล่าวท�ำให้ผู้ ใช้ทรูมันนี่สามารถโอนเงินได้จากทุกที่ในโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกของ Thunes ซึ่งให้บริการกว่า 60 สกุลเงิน ใน 100 ประเทศทั่วโลก Strategy
:: การพัฒนาบริการใหม่
(New Service Development)
KRUNGSRI ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและ MUFG Bank ร่วมกับสถาบันการเงินและธุรกิจในเครือ MUFG รวมทั้งธนาคารพันธมิตรในเอเชีย ได้มอบเงินช่วยเหลือจ�ำนวน 116 ล้านบาท แก่นักศึกษาชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ก�ำลังศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นให้ สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากล�ำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
AIRASIA แอร์เอเชียขยายฐานปฏิบัติการสู่ “สุวรรณภูมิ” ประเดิม 4 เส้นทางบินใหม่ภายในประเทศ บินตรงไปกลับจากสุวรรณภูมิ สู่ เชียงใหม่ 5 เที่ยวบินต่อวัน ภูเก็ต 3 เที่ยวบินต่อวัน กระบี่ 2 เที่ยวบินต่อวัน และ สุราษฎร์ธานี 2 เที่ยวบินต่อวัน เสริมทัพ ฐานปฏิบัติการบินดอนเมือง (DMK) ที่ยังคงเปิดให้บริการครบทุกเส้นทางบินภายในประเทศเหมือนเดิม Strategy
:: การพัฒนาช่องทางจัดจำ�หน่าย
(Place)
MAGKETING l 37
MOVEMENT
GET GET (เก็ท) จัดโปรโมชั่น “GET Farewell Party” ร่วมกับร้านอาหารคาวหวาน อาทิ บาสกิ้นร็อบบิ้นส์ (Baskin Robbins) ดร็อป บาย โด (Drop by Dough) อาซาอิ สตอรี่ (Acai Story) คาเฟ่ ดอยตุง (Café DoiTung) จีราฟุ ซูชิ แอนด์ เบียร์บาร์ (Jirafu Sushi & Beer Bar) และอีกกว่า 150 ร้านดัง มาลดราคาสูงสุด 50% ทั้งลด ทั้งแถม พร้อมแจกคูปองเพียบ จะรับ ค่าส่งฟรีหรือส่วนลดค่าอาหารก็มีทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม - 15 กันยายน 2563 Strategy
:: การส่งเสริมการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
(Cooperative Promotion)
WAIWAI บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไวไว” น�ำทีมมอบ ผลิตภัณฑ์ ให้แก่ สมาคมศรัทธาคุณธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมพร้อมส�ำหรับการจัด “งานบุญประเพณี ทิ้งกระจาดไทยทาน ประจ�ำปี 2563” มีก�ำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับ รวมทั้งผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19 Strategy
:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)
QUICK บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป “ควิกแสบ” ให้การสนับสนุนพร้อม มอบรางวัลให้แก่นักกีฬา E-Sports ที่ได้รับรางวัลในการแข่งขัน ควิกแสบ โดต้า2 ไทยแลนด์ลีก ซีซั่น 2 (Quickzabb DotA2 Thailand League SSII 2020) สงครามลีกการแข่งขันเกม DotA2 (โดต้า2) รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 160,000 บาท Strategy
:: การเป็นผู้สนับสนุนด้านเกมออนไลน์
(Online Game Sponsorship Marketing)
IKEA อิเกียและเกรฮาวด์ได้สร้างสรรค์คอลเล็คชั่น “SAMMANKOPPLA/ซัมมันคอปล่า” โดยเชื่อมโยง 3 ความคิดหลักในการ ออกแบบ ประการแรก คือ ความเป็นอยู่แบบไทยยุคใหม่ที่ ประการที่สอง คือ การใช้ชีวิตอย่างประหยัด พอเพียง ยั่งยืน และประการสุดท้าย คือ การน�ำสไตล์ของเกรฮาวด์ ที่เป็นแบรนด์ Casual Street Style ผลลัพธ์ที่ได้คือ คอลเล็คชั่น เฟอร์นิเจอร์ที่กับการใช้ชีวิตในพื้นที่ขนาดเล็กเท่านั้น และตอบสนองต่อกระแสความคิดใหม่ในการใช้ชีวิตแบบรักษ์โลกอีก ด้วย Strategy
:: กลยุทธ์ความร่วมมือ
(Collaboration)
MAGKETING l 38
MOVEMENT
HOMEPRO โฮมโปรจัดแคมเปญ “8:8 SUPER DEAL” มหกรรมลดราคาสินค้าและของตกแต่งบ้านแบรนด์ดังมากมายที่ร่วมรายการ ลดเพิ่มสูงสุดถึง 20% พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย ทั้งในสาขาและช้อปออนไลน์ ที่ www.homepro.co.th พร้อมเลือก บริการแวะรับสินค้าในสาขาใกล้บ้าน ผ่านบริการ CLICK & COLLECT หรือเลือกส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน Strategy
:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา
WACOAL วาโก้จัดแคมเปญวันแม่ 12 สิงหาคม 2563 เมื่อซื้อสินค้า Wacoal Gold จ�ำนวน 2 ชิ้น รับส่วนลดทันที 20% วันที่ 12 สิงหาคม 2563 วันเดียวเท่านั้น หรือซื้อสินค้าวาโก้ทุกรุ่นตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป (สุทธิ) ต่อใบเสร็จ รับสิทธิ์แลกซื้อชุดนอน ลด 50% รุ่นที่ร่วมรายการ จ�ำนวน 1 ชุด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 - 31 สิงหาคม 2563 ณ วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์ วาโก้ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ Strategy
:: การส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาล
(Seasonal Program)
KRUNGSRI ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน ร่วมกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จ�ำกัด (มหาชน) จัดโครงการ KRUNGSRI IMAX Video Contest 2020 ภายใต้แนวคิด “ดูหนังวิถีใหม่ ไร้เงินสด ที่กรุงศรีไอแมกซ์ ความห่วง ไม่เคยห่าง” เชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป อายุไม่เกิน 30 ปี จัดท�ำคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 1 นาที เข้าร่วมประกวดชิงเงินและรางวัลรวม มูลค่ากว่า 200,000 บาท Strategy
:: การจัดประกวด
(Contests)
CP กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มทรู จัดการประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามี คุณ’ ปีที่ 26 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ ถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมเงินรางวัลกว่า 600,000 บาท Strategy
:: การจัดประกวด
(Contests)
MAGKETING l 39
+ +
หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน
“แมกเก็ตติ้ง
(MAGKETING)”
แมกเก็ตติ้ง (MAGKETING) นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) รายเดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย
พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่