Skip to main content

Magketing Vol45

Page 1

NEW GAMES++ THE GREEN MISSION marketing case study

BEYOND STRATEGY & CONSUMER LIFESTYLE FEBRUARY 2563

VOL.6 ISSUE 45

THAILAND'S FIRST FREE E-MARKETING MAGAZINE

NEW GAMES++ THE GREEN MISSION

PEXELS

it's FREE

45 I S S U E


Fresh - Baked Dairy The Europeans baking kitchen Enjoy a cup of warm chocolate

AnnaNita

SUKH UMVI T So i 1 1 n ear NA NA BTS Sky trai n SUKH UMVIT R d. BKK


01

HOMEROOM

EDITORIAL บรรณาธิการบริหาร

ภาวนา อรัญญิก

EDITORIAL STAFF > หัวหน้ากองบรรณาธิการ > กองบรรณาธิการ

บัณฑิต โชคสิทธิกร กัลชนา ทิชากร ปรัชญ์ พันแสงระวี

> ศิลปกรรม

cymk@bangkok

ADVERTISING STAFF > ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา > กองโฆษณา

วิโรจน์ ธนวัฒน์วาทิน สุนิสา อดุลย์วิทย์

บจ.มาร์เก็ตอินโฟ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 3769/46 เจริญราษฎร์ บางโคล่ บางคอแหลม กทม. 10120 tel.062-4836903 email>>magketing.editor@gmail.com


CONTENTS

INFORMATION

17

8 12

FLASH PODIUM

ANALYSIS

20

28

32

17 20 27 28 32

BEHAVIOR BIG ISSUE FACTOR DIGITAL LIFE RESEARCH

DATABASE

37 38 39

MOVEMENT

>> FOOD & IT

MOVEMENT

>> HOME & FINANCE

MOVEMENT

>> ETC.


FLASH

ควิกแสบ

ควิกแสบ เปิดตัวร้าน ควิกเทอเรส (Quick Terrace)

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จ�ำกัด ผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป “ไวไว” ร่วมเปิดร้าน ควิกเทอเรส (Quick Terrace) ร้าน บะหมี่สไตล์ฟิวชั่นรูปแบบใหม่ สาขาที่ 3 ปั๊ม ปตท. อ้อมน้อย ภายใต้สโลแกน “ อร่อยเร็ว แปลกใหม่ ง่ายส�ำหรับคุณ ” มุ่งเน้นความเป็นเอกลักษณ์ของ ร้านควิกเทอเรสด้านรสชาติของอาหารและความหลากหลาย

ฟู้ดสตาร์

งาน Food Star Strategic Partners Conference

บริษัท ฟู้ดสตาร์ จ�ำกัด ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์น�้ำผลไม้พร้อมดื่ม ภาย ใต้แบรนด์ “ดีโด้” และ “มิกกุ” จัดงานใหญ่ประจ�ำปี Food Star Strategic Partners Conference ภายใต้แนวคิด "Go Together Grow Together 2020" ผนึกพันธมิตรธุรกิจร่วมวงพูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิด แนวทาง เป้า หมาย และทิศทางการท�ำงานร่วมกันกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความ พร้อมในการเดินหน้าสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

โอกิลวี่

Customer Experience & Consulting

เถ้าแก่น้อย

เถ้าแก่น้อยได้ปรับพอร์ตกลุ่มสินค้าใหม่พร้อมสร้างตลาด “Super Snacks” รายแรกของประเทศไทย เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจ สุขภาพ โดยภายใต้กลุ่มสินค้า “ซูเปอร์แสน็ค” ของเถ้าแก่น้อย จะมีสินค้า หลัก 3 segments ดังนี้ Premium Snack คัดสรรวัตถุดิบมาจากธรรมชาติ จริง Plant Base Snack สาหร่ายในรูปแบบต่างๆ Protein Snack สินค้าปลา แผ่น ปลาม้วนปรุงรส

สกสว

สกสว. หนุนวิจัยยกระดับการเลี้ยงปลานิลเพิ่มมูลค่าหมื่น

ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ลงพื้นที่ต�ำบลหนองปลาไหล อ�ำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ติดตามความ ก้าวหน้าโครงการ “การประยุกต์ใช้นวัตกรรม In-Pond Raceway System (IPRS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลา นิลในประเทศไทย” ณ ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ปลานิลและปลาทับทิม มานิตย์ฟาร์ม

ไอ.ซี.ซี

โอกิลวี่ ประเทศไทย รุกธุรกิจ “การสร้างประสบการณ์ลูกค้าและที่ปรึกษาทาง ธุรกิจ” (Customer Experience & Consulting) ติดอาวุธให้ธุรกิจสร้างการ เติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมหาศาล ดึงตัว สตีเว่น แลดด์ นั่งแท่นผู้อ�ำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาทางธุรกิจ การจัดการ และบริหารเทคโนโลยี ดูแลการวางกลยุทธ์การใช้ดาต้า เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพลิก โฉมแบรนด์และธุรกิจให้ประสบความส�ำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ฉีกกรอบความเป็นสาหร่าย บุกตลาดคนรักสุขภาพ

“Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์)”

บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัว ‘Collagee 5’ (คอลลาจีไฟว์) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกรดพรีเมียม ที่ผสานคุณค่าจาก 9 ส่วนผสมพลัง ธรรมชาติ ตอบสนองทุกความกังวลใจด้านสุขภาพผู้สูงวัย เพื่อให้ใช้ชีวิตได้ อย่างแฮปปี้ ดูแลครบทั้ง 5 ผลลัพธ์ความต้องการ กระดูก เส้นเอ็น และข้อต่อ สายตา ผิวพรรณ ผมและเล็บ เจาะตลาดกลุ่มวัยซีเนียร์ให้สูงวัยอย่างสตรอง

MAGKETING l 8


FLASH

MAGKETING l 9


FLASH

กรุงศรี

“กรุงศรี ประกันไวรัสโคโรนา” (COVID19-)

จีเอชแอล

ธ.กรุงศรีอยุธยาและทิพยประกันภัย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “กรุงศรี ประกันไวรัส โคโรนา” (COVID-19) (Krungsri Coronavirus Insurance) ด้วย 4 แผน ประกันที่ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการ ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 150 บาทต่อปี โดยรับประกันตั้งแต่อายุ 1 – 99 ปี รวมถึงให้ ความคุ้มครองเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ

เวิลด์แก๊ส

สนับสนุนมหกรรมอาหารแห่งปี

วาโก้

บริษัท จีเอชแอล ซิสเต็ม เบอร์ฮาด มีบริษัท จีเอชแอล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทรูมันนี่ โดยบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จ�ำกัด ผู้น�ำบริษัทฟินเทคในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่น�ำเสนอนวัตกรรมการช�ำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และบริการทางการเงินอันหลากหลาย จับมือขยายการรับช�ำระเงินด้วยทรูมัน นี่ วอลเล็ท ผ่านเครื่องอีดีซี ระบบ Android รุ่นใหม่ของ จีเอชแอล

พีพีเอส

บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จ�ำกัด (มหาชน) ผู้จัดจ�ำหน่ายแก๊สหุงต้มแบรนด์ “เวิลด์แก๊ส” สนับสนุนการจัดงาน “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ พรีเซ้นทส์ ครัวคุณ ต๋อยเอ็กซ์โป ซีซั่น 5” รวบรวมเมนูดังจากทั่วฟ้าเมืองไทย และสร้างปรากฎ การณ์มหกรรมอาหารอร่อย ที่คนทั้งประเทศรอคอยมากที่สุดไว้ในแห่งเดียว พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษในการซื้อผลิตภัณฑ์แก๊สกระป๋องรุ่น Ucan จาก เวิลด์แก๊สในราคาสุดคุ้มภายในงาน

“บริจาคบราเก่า”

PPS เดินหน้าลงทุนโครงการแหลมยามู จ.ภูเก็ต

PPS เดินหน้าลงทุนโครงการแหลมยามู จ.ภูเก็ต ถือหุ้นสัดส่วน 53% เฟสแรก ลงทุนวิลล่า 8 ยูนิต ระยะเวลา 4 ปี คาดรายได้เฉลี่ยปีละ 100-200 ล้าน บาท เงินลงทุนจากการออกหุ้นกู้ 200 ล้านบาท กระแสตอบรับดี เผยพื้นที่ จ. ภูเก็ต มีศักยภาพนักลงทุนให้ความสนใจ ขณะที่ความเชี่ยวชาญ - คุณภาพ งานก่อสร้าง ได้เปรียบคู่แข่ง มั่นใจรายได้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

วอลโว่

บริษัท ไทยวาโก้ จ�ำกัด (มหาชน) เปิดรับบริจาคบราเก่าโดยคัดแยกส่วนหนึ่งที่ ยังคงสภาพดีใช้งานได้ น�ำไปมอบให้กับสตรีในบ้านพักฉุกเฉิน ที่เหลือก็จะน�ำไป ท�ำลายในเตาเผาระบบปิดความร้อนสูง 1,800 องศาเซลเซียส นอกจากจะใช้ เป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินในการผลิตปูนซีเมนต์แล้วการก�ำจัดบราเก่าเสื่อม สภาพด้วยวิธีนี้ยังไม่ก่อให้เกิดขี้เถ้า มลพิษฝุ่นจิ๋ว PM 2.5

ขยายช่องทางการรับช�ำระผ่าน QR

Volvo Driving Experience

วอลโว่ จัดกิจกรรม “Volvo Driving Experience” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Protect What Matters, Drive Your Desire” ครั้งแรกกับการทดสอบ สมรรถนะรถยนต์วอลโว่ โมเดลใหม่ทุกรุ่น ในสนามแข่งรถ ฉลองยอดขาย รถยนต์รุ่นใหม่เติบโตสูงสุด 63% ในรอบ 22 ปีที่ผ่านมา หลังจากการเปิดตัว ยนตรกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The All-New Volvo S60” สุดยอดสปอร์ตซี ดานระดับพรีเมียมจากประเทศสวีเดน

MAGKETING l 10


FLASH

MAGKETING l 11


PODIUM

เนสกาแฟจับมือนาดาวบางกอก รุกคอนเทนต์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงส�ำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จ�ำกัด เปิดเผย ว่า “เทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสนใจบริโภคกาแฟปรุงส�ำเร็จโดยเนสกาแฟมียอด ขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงส�ำเร็จเติบโต 1.5% ในปีที่ผ่านมา สูงกว่าตลาดกาแฟ ปรุงส�ำเร็จโดยรวมที่มีการเติบโตเพียง 0.7% และมีมูลค่ากว่า 16,341 ล้านบาท เห็น ได้จากการหันดื่มกาแฟปรุงส�ำเร็จนอกบ้านมากขึ้น จนถึงกระแสชาไข่มุกฟีเวอร์ ท�ำให้ เนสกาแฟมองเห็นโอกาสในการท�ำตลาดด้วยการขยายฐานไปสู่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่ นิยมดื่มกาแฟในหลากหลายโอกาสมากขึ้น ไม่จ�ำกัดเฉพาะช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาไพ รม์ไทม์ของกาแฟ แต่รวมไปถึงการดื่มกาแฟหลังอาหารกลางวัน ดื่มกาแฟในช่วงบ่าย และเย็น หรือเวลาที่ต้องการความสดชื่นตื่นตัว เช่น ช่วงอ่านหนังสือสอบ” “จากการศึกษาอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ พบว่า ผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหาความแปลกใหม่ และตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่การดื่มกาแฟที่ต้องการรสชาติที่ทั้งอร่อย แปลก ใหม่ ไม่ซ�้ำซากจ�ำเจ จึงน�ำไปสู่การพัฒนา “เนสกาแฟ ลาเต้” กลุ่มกาแฟปรุงส�ำเร็จใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฉีกกรอบกาแฟเดิมๆ เติมรสชาติที่คาดไม่ถึง” เพื่อตอบโจทย์คนรุ่น ใหม่อย่างลงตัว โดยเราได้จัดสรรงบประมาณในการเปิดตัวกว่า 50 ล้านบาท” เนสกาแฟ ลาเต้ ให้มากกว่ารสชาติของกาแฟธรรมดาแต่แฝงไว้ด้วยรสชาติแปลกใหม่ ที่คาดไม่ถึงในทุกสัมผัส ด้วยการผสานเอกลักษณ์ความหอมเข้มของกาแฟโรบัสต้าใน สไตล์เนสกาแฟ เข้ากับความละมุนของรสชาติแปลกใหม่โดนใจผู้บริโภค 2 รสชาติ คือ หอมนุ่มละมุนลงตัว มิลค์ทีเอสเปรสโซ ผสานกาแฟโรบัสต้ากับแบล็คที ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น ชาที่มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมที่สุดในตระกูลชา เพื่อรสชาติหอมกลมกล่อมเข้ากัน ได้ดีกับกาแฟโรบัสต้า และ หอมเข้มกลมกล่อม คาราเมลบิสกิต ผสานกาแฟโรบัสต้า กับกลิ่นหอมกลมกล่อมของคาราเมลบิสกิต เพื่อรสชาติเข้มข้นลงตัว ทั้งนี้ เพื่อให้ เนสกาแฟ ลาเต้ ครองใจคอกาแฟคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง นาริฐา กล่าว เสริมว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เนสกาแฟ ซึ่งเป็นแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่มีจุดแข็งในการปรุงกาแฟให้ถูกใจคอกาแฟ จับมือกับนาดาว บางกอก ผู้ผลิตคอน เทนต์รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นในการสร้างศิลปินและคอนเทนต์ที่หลากหลายจนโดนใจกลุ่ม คนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมมือกันสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดร่วมกันอย่างครบวงจร เน้น สร้าง Sharing Experience กับคอกาแฟรุ่นใหม่อย่างรู้ใจ ตั้งแต่การจับคู่แบรนด์แอม บาสเดอร์อย่าง เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต สอง นักแสดงหนุ่มขวัญใจวัยรุ่นที่มีคาแร็กเตอร์ตรงกับผลิตภัณฑ์มาเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ กาแฟธรรมดาเป็นรสชาติที่แปลกใหม่คาดไม่ถึง อุ่นเครื่องด้วยการปล่อยซิงเกิ้ล ดี๊ดี (Unexpected) ที่มาพร้อมจังหวะสนุกๆ ให้โยกเบาๆ ไปกับท่าเต้นน่ารักๆ ชวนให้เต้น ตาม แถมในเนื้อเพลงยังสอดแทรกถึงประสบการณ์คาดไม่ถึงที่คอกาแฟจะได้สัมผัส เมื่อดื่มเนสกาแฟ ลาเต้ใหม่ไว้อย่างแยบยล” “เราไม่ได้แค่มองหาแบรนด์แอมบาสเดอร์ขวัญใจวัยรุ่น แต่เราท�ำงานร่วมกับนาดาว บางกอกในแคมเปญเปิดตัว “เนสกาแฟ ลาเต้” อย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การแต่งเพลง เลือกสรรแนวเพลง และเนื้อเพลง ตลอดจนการวางแผนการตลาดเพื่อโปรโมทเพลง และมิวสิควิดีโอ ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ รวมทั้งภาพยนตร์โฆษณา”

ด้านทรงยศ สุขมากอนันต์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นาดาว บางกอก จ�ำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับเนสกาแฟ จัดท�ำแคมเปญนี้ขึ้นมาร่วม กัน โดยการท�ำคอนเทนท์ที่น�ำเสนอประสบการณ์แบบคาดไม่ถึง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้า หมายวัยรุ่น ซึ่งทางเนสกาแฟเปิดโอกาสให้เราได้แชร์ไอเดีย ให้อิสระในการสร้างสรรค์ ผลงานตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ท�ำให้เรารู้สึกประทับใจมาก ในส่วนของคอนเซ็ปต์ คาด ไม่ถึง มาจากความแปลกใหม่ของ “เนสกาแฟลาเต้” ที่ท�ำให้เราสนุกกับการคิดงาน จน ในที่สุดก็มาลงตัวที่ความคาดไม่ถึงที่ได้ถูกน�ำเสนออยู่ในทุกชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นเพลง มิวสิควิดีโอ และภาพยนตร์โฆษณา” เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เนสกาแฟ ลาเต้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริม การตลาด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมชงชิมสินค้าตัวอย่างในรูปแบบใหม่ไม่เหมือนใคร ด้วย การเติมคอฟฟี่เจลลี่เข้าไป เพื่อสร้างรสสัมผัสที่แตกต่างจากกาแฟแก้วเดิมๆ โดยจะ โรดโชว์ไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต และมหาวิทยาลัยต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมน่า รักๆ มาเอาใจคอโซเชียล ทั้งเปิดให้ดาวน์โหลดฟิลเตอร์มาสคอตสุดกวนที่เห็นในสื่อ ภาพยนตร์โฆษณามาเพิ่มสีสันให้รูปถ่ายบนอินสตราแกรม รวมทั้ง GIF สติ๊กเกอร์จาก เนสกาแฟ ลาเต้ ตลอดจนกิจกรรมดี๊ดี แดนซ์ ชาเลนจ์ นาริฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราหวังว่า การเปิดตัวเนสกาแฟ ลาเต้ในครั้งนี้ จะท�ำให้แบ รนด์เนสกาแฟครองใจคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ พอร์ตโฟลิโอกาแฟปรุงส�ำเร็จของเนสกาแฟ ให้สามารถตอบโจทย์คอกาแฟครบทุกเจน และตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำตลาดกาแฟปรุงส�ำเร็จในไทย”

MAGKETING l 12


PODIUM

คริสตัลครองแชร์ 20.4 % ครองผู้น�ำตลาดน�้ำดื่มบรรจุขวด ปรางณี ไชยพิเดช ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข จ�ำกัด (มหาชน) กล่าว ว่า “ปีที่ผ่านมา คริสตัลสื่อสารโดยเน้นถึงคุณภาพที่ไว้วางใจได้ตั้งแต่ต้นทาง “พิถีพิถัน ทุกขั้นตอนก่อนถึงมือคุณ” จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการไม่ยอมอ่อนข้อกับคุณภาพ ของน�้ำดื่มคริสตัลตั้งแต่กระบวนการผลิต รวมถึงความมุ่งมั่นในการด�ำเนินธุรกิจที่ยึด หลักค�ำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปีที่ผ่านมา ที่ตอบโจทย์อินไซต์และสร้างความ เชื่อมั่นในคุณภาพ ท�ำให้น�้ำดื่มคริสตัลขึ้นแท่นเป็นผู้น�ำครองอันดับหนึ่งในตลาดน�้ำดื่ม ประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดล่าสุดเดือนธันวาคม 2562 ที่ 20.4%” “ภาพรวมของตลาดน�้ำดื่มรวมในปี 2562 มีมูลค่ารวม 35,776 ล้านบาท โดยมีคริสตัล เป็นผู้น�ำตลาดน�้ำดื่มด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดเฉลี่ยตลอดทั้งปี 19.1% และมีแนว โน้มการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเดินหน้ารักษาความเป็นผู้น�ำต่อเนื่องใน ปี 2563 ด้วยแผนเตรียมรองรับหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการบริโภคน�้ำดื่มสูงสุด ในรอบปี จากก�ำลังการผลิตที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั้ง 15 โรงงานทั่วประเทศ พร้อม ระบบการขนส่งของเสริมสุขและบริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจที่มีประสิทธิภาพ ส่งน�้ำ ดื่มคริสตัลที่สะอาด ใหม่ ตรงถึงผู้บริโภคทุกภูมิภาค โดยตั้งเป้าการเติบโตของปีนี้ไว้ มากกว่า 10%” “ส�ำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2563 คริสตัลจะต่อยอด ความส�ำเร็จด้วยแคมเปญการสื่อสารภายใต้แนวคิด “Crystal Moment ช่วงเวลา คุณภาพ น�้ำดื่มต้องคุณภาพ” ซึ่งยังคงตอบโจทย์เรื่องคุณภาพ แต่เชื่อมโยงเข้ากับการ ใช้ชีวิตควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้น เพราะการเลือกน�้ำดื่มคือการเลือก คุณภาพ เป็นคุณภาพชีวิตอย่างหนึ่งที่คุณเลือกได้ พร้อมกันนี้ ยังตอบโจทย์คุณภาพ ชีวิตในด้านอื่นๆ ผ่านแนวคิด Crystal CARE ที่แสดงถึงความห่วงใยและใส่ใจในทุก กิจกรรมการด�ำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะธุรกิจจะยั่งยืนได้ สังคมและสิ่งแวดล้อมต้องยั่งยืนด้วย” แคมเปญการสื่อสาร “Crystal Moment ช่วงเวลาคุณภาพ น�้ำดื่มต้องคุณภาพ” ตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำตลาดที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพและเลือกดื่ม พร้อมเพิ่มระดับ การสื่อสารของแบรนด์ในเชิงไลฟ์สไตล์มากขึ้นเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลาย ซึ่ง คริสตัลพร้อมอยู่เคียงคู่ในชีวิตประจ�ำวันของผู้บริโภค ทั้งช่วงเวลาของมื้ออร่อย ช่วง เวลาท�ำงาน ช่วงเวลาแห่งความสุข ช่วงเวลาการดูแลสุขภาพ และช่วงเวลาคุณภาพ ที่ส�ำคัญในชีวิตอื่นๆ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ช่วงเวลาคุณภาพ น�้ำดื่มต้อง คุณภาพ” ที่ได้ “นาย ณภัทร” แบรนด์แอมบาสเดอร์น�้ำดื่มคริสตัล มาถ่ายทอดความ ประทับใจในแต่ละช่วงเวลาคุณภาพผ่านเรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเจอมากมาย รวมทั้ง ครั้งแรกในการสร้างสรรค์ฉลากบรรจุภัณฑ์ลิมิเต็ด เอดิชั่น 3 แบบ เพื่อสร้างสีสันในช่วง ซัมเมอร์ ออกแบบลวดลายโดยศิลปิน 2 เจเนอเรชัน “ครูโต” ม.ล.จิราธร จิรประวัติ และหลานชาย คุณจิระ จิรประวัติ ณ อยุธยา ศิลปินและนักออกแบบเจ้าของชิ้นงาน ศิลปะสไตล์ป๊อบอาร์ตสุดสร้างสรรค์ เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาคุณภาพในชีวิตประจ�ำวันของ ทุกผู้คน ที่ไม่ว่าจะอยู่ในโมเมนต์หรือความรู้สึกและสถานการณ์ใด น�้ำดื่มคุณภาพ คริสตัลก็พร้อมเติมเต็มและอยู่เคียงข้างเสมอ

“คริสตัล ยังส่งเสริมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและส่งเสริมให้มีการจัดการ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว ผ่านกิจกรรม “คริสตัลรีฟันด์ความสุข” ด้วยการจับมือกับ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ติดตั้งเครื่อง RVM (Reverse Funding Machine) ชวนคนรุ่นใหม่น�ำขวดเปล่าน�้ำดื่มคริสตัลมาสะสม เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษภายใน ศูนย์การค้าฯ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำอย่างยั่งยืน ของคริสตัลตามแนวคิด “Crystal CARE” ที่ด�ำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ใส่ใจ ในทุกขั้นตอนและทุกกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบ การ ผลิต การน�ำส่งถึงมือผู้บริโภค รวมถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคเพื่อลด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอบสนองความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาค ส่วน ถือเป็นการต่อยอดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยเบฟเวอเรจ ที่เป็นการ รวมพลังของบริษัทในเครือฯ ซึ่งรวมถึงเสริมสุข ส่งผลให้ไทยเบฟเวอเรจ ได้รับการ ประเมินให้เป็นผู้น�ำด้านความยั่งยืนในอันดับที่สูงที่สุดของโลกต่อเนื่อง 2 ปีซ้อนของ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ Indices DJSI)” นางปรางณีกล่าวทิ้งท้าย ส�ำหรับแนวคิด “Crystal CARE” ประกอบด้วย Consumers, Customers and Community “ผู้บริโภค ลูกค้า ชุมชน” คือบุคคล ส�ำคัญ , Authenticity “ความเชื่อถือได้ของแบรนด์” เป็นผลจากความมุ่งมั่นในการ ด�ำเนินงานที่มีมาตรฐานและมีคุณภาพสูง , Responsibility “ความรับผิดชอบต่อ สังคม” , Environment “สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ”

MAGKETING l 13


PODIUM

Zilingo มอบรางวัลให้กับคู่ค้า

หวังยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่น Zilingo ตอกย�้ำความเป็นผู้น�ำในอุตสาหกรรมแฟชั่น มอบรางวัล Best Performance Award ประจ�ำปี 2562 ให้กับผู้ค้ารายส�ำคัญที่ท�ำผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยม อาทิ แบรนด์เสื้อผ้า MSS Stylist, สินค้ารองเท้าหนังแบรนด์ Somsri และ ยีนส์แบรนด์ Gladi Hom พร้อมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความส�ำเร็จในปีที่ผ่านมา และเสริมสร้าง ความสัมพันธ์อันดีระหว่าง Zilingo และผู้ค้าส่งบนแพลตฟอร์ม B2B ชู 3 กลยุทธ์เพิ่ม ยอดขายร้านค้ารายย่อยพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ 1. น�ำเทคโนโลยีเข้า มาช่วยสร้างแต้มต่อในการแข่งขันและลดต้นทุน 2. สร้างความเชื่อมั่นด้วยการให้ค�ำ แนะน�ำที่ครบวงจร และ3. สร้างชื่อเสียงและการยอมรับให้กับร้านค้า Aadi Vaidya, Chief Operation Officer (COO) ของ Zilingo กล่าวถึงวิธีการที่ Zilingo ส่งเสริมความส�ำเร็จของธุรกิจ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับให้กับ ร้านค้าบนแพลตฟอร์มของเราว่า “ความช่วยเหลืออันดับแรกที่ Zilingo มอบให้กับผู้ ค้ารายเล็กคือ การน�ำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอ�ำนวยความสะดวกและสร้างแต้มต่อในการ แข่งขัน เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าในวงการธุรกิจแฟชั่นนั้น ผู้ค้ารายใหญ่มีความได้เปรียบ มากกว่าทั้งในด้านการจัดหาวัสดุ และการเข้าถึงเงินทุนที่มากกว่า เนื่องจากมีขนาด และก�ำลังซื้อที่มากกว่า ดังนั้น Zilingo จึงใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างความโปร่งใสและความมีประสิทธิภาพ ให้กับซัพพลายเชน ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็สามารถสร้าง คุณค่าให้กับผู้บริโภคได้โดยน�ำเทคโนโลยีมาใช้ เราสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึง วัสดุคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า เข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงบริการทางการตลาด ซึ่งปกติ แล้วจะเข้าถึงยากและมีราคาสูง เช่น การท�ำแคตตาล็อก การผลิตคอนเทนต์ และอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ในราคาที่สมเหตุสมผล สรุปได้ว่าทาง Zilingo ได้น�ำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อมี ความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสามารถยืนยันถึงการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ เมื่อสร้างมูลค่าให้กับผู้บริโภค การสร้างความเชื่อมั่นนั้นต้องท�ำทั้งสองทาง ในฐานะที่ Zilingo ได้รับความไว้วางใจ จากคู่ค้ามากมาย เราจึงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะตอบแทนความไว้วางใจด้วยการสร้างความ เชื่อมั่นให้กับผู้ค้าของเรา และท�ำงานร่วมกับร้านค้าต่างๆ เพื่อให้สร้างยอดขายได้อย่าง งดงามบนแพลตฟอร์มของเรา สิ่งที่เราท�ำคือ การพบปะกับผู้ค้าของเราเป็นประจ�ำ เรา ไม่ได้แค่ให้ค�ำแนะน�ำในเชิงการท�ำธุรกิจ อย่างเช่นการอัปโหลดสินค้าบนเว็ปไซต์และ ขายให้ได้เท่านั้น เรายังให้ค�ำแนะน�ำในแง่อื่นๆ เช่น สินค้าที่ร้านค้าควรจัดหา หรือ ดีไซน์ที่ควรท�ำเนื่องจากมันอยู่ในกระแสตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ร้านค้าได้อย่างมาก ในแง่ของการสร้างชื่อเสียงและการยอมรับให้กับร้านค้า Zilingo ได้จัดงานมอบ รางวัล เพื่อให้ร้านค้าและพันธมิตรตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ส�ำคัญมาก เนื่องจากร้านค้ารายเล็กเองก็เป็นองค์ประกอบที่ส�ำคัญมากในการเสริมสร้างเศรษฐกิจ ภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ค้าของเราได้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนความ ส�ำเร็จของ Zilingo ด้วยความไว้ใจและความเชื่อมั่นที่มีให้เรามาตลอด เราจึงขอ ตอบแทนด้วยการผลักดันร้านค้าให้สามารถสร้างยอดขายที่ดียิ่งขึ้น น�ำเสนอข้อมูลด้าน

เทรนด์ใหม่ๆ ช่วยเหลือด้านการเข้าถึงเงินทุน และเทคโนโลยี รวมถึงให้ความส�ำคัญกับ ร้านค้ารายเล็กที่ท�ำผลงานได้ยอดเยี่ยม” ส�ำหรับคู่ค้ารายส�ำคัญของ Zilingo นั้นคือ คู่ค้าที่ได้เปิดโอกาสให้กับทาง Zilingo ได้ เข้าไปช่วยพัฒนาธุรกิจให้เติบโตขึ้น ทั้งในแง่ของการช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียน การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการจัดการสินค้า ทั้งในด้านการตรวจสอบคุณภาพ (QC) และ การผลิต รวมถึง Zilingo ยังช่วยในการส่งเสริมด้านการตลาดเพื่อผลักดันยอดขายของ คู่ค้าให้เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับ Zilingo Asia Mall Zilingo Asia Mall คือแพลตฟอร์มการขายส่งออนไลน์ที่เชื่อมต่อธุรกิจ ให้ผู้ซื้อเข้า ถึงเครือข่ายของผู้ผลิตและจัดจ�ำหน่ายสินค้าทั่วโลก ด้วยบริการแบบครบวงจร เพื่อ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขายที่เป็นโรงงาน ผู้ผลิต หรือ ผู้จัดจ�ำหน่าย เรามี บริการด้านการจัดซื้อ-ขาย บริการด้านการตลาด บริการด้านซอฟต์แวร์ส�ำหรับการ จัดการโรงงาน บริการขนส่ง และบริการการเงิน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ zilingoasiamall.com

MAGKETING l 14


PODIUM

ไอ.ซี.ซี.เปิดตัว “คอลลาจีไฟว์” คอลลาเจนเกรดพรีเมี่ยมเจาะตลาดวัยซีเนียร์ กาญจนา ตั้งเสรีสุขสันต์ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายสินค้าและการตลาด บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์ เนชั่นแนล จ�ำกัด (มหาชน) เผยถึงเทรนด์การขับเคลื่อนตลาดของเจนเนอเรชั่น Silver Age ว่า เทรนด์ของตลาดผู้สูงวัยถือว่าเป็นตลาดที่ก�ำลังเป็นที่จับตามองของธุรกิจ มากมายในขณะนี้ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีกลุ่มผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.4% และท�ำให้ประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ส่งผลให้ ประชากรกลุ่มนี้กลายเป็นผู้มีอ�ำนาจต่อรองในการซื้อสูง เพราะมีก�ำลังเงินเหลือเพื่อ การใช้จ่าย (Disposable Income) ที่สูงมาก จากการท�ำงานหนักมาทั้งชีวิต ปัจจัยดัง กล่าวถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายไอเดียให้ บริษัท ไอ.ซี.ซีฯ ในการออก สินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรกลุ่มนี้ “วิธีคิดและพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มสูงวัยจะไม่เหมือนกับกลุ่มอื่น และจะเป็นไปใน ลักษณะของ Silence Consumer คือมีความรู้และประสบการณ์สูง และมีการปรับ ตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Facebook, Instagram, Youtube หรือแม้กระทั่ง การใช้ Google ในการหาข้อมูล และโดยส่วนใหญ่นิยมใช้ Line ในการติดต่อสื่อสาร กับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือกับลูกหลาน แต่ในทางกลับกันจะไม่ค่อยแสดงออกหรือพูดใน สิ่งที่ต้องการตรงๆ ซึ่งเราถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าสนใจ ในการปรับแนวทางการ ท�ำการตลาด และการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ดังนั้นการออกสินค้าใหม่ จึงต้อง เป็นสินค้าที่ช่วยเหลือ หรือช่วย ‘คลายความกังวล’ ได้จริง ๆ โดยความกังวลใจหลัก ของผู้สูงวัยมักจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือกังวลว่าตนเองจะเป็น ภาระของลูกหลาน ท�ำให้ปิดโอกาสตัวเองในการท�ำกิจกรรมร่วมกับลูกหลาน จนเกิด เป็นผลกระทบด้านความสุข ความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา ไอ.ซี.ซีฯ มองถึงโอกาสในการเข้าถึงเศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy ด้วยการ ใช้แบรนด์ในมืออย่าง ‘BSC Happy Age’ มุ่งมั่นค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงวัย ได้ใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่ออกสู่ตลาดใน ปี 2020 คือกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่คิดค้นมาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์ 5 ปัญหา หลักของผู้สูงวัย คือ กระดูก – เส้นเอ็น และข้อต่อ – สายตา – ผิวพรรณ – ผมและ เล็บ สอดคล้องกับผลการส�ำรวจความกังวลเรื่องสุขภาพของคนวัย 50 ปี ขึ้นไป พบ ว่าความกังวลเรื่องกระดูกและข้อต่อมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยเรื่องของสายตา และ เรื่องของเส้นผมและเล็บ จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกรดพรีเมียมของไอ.ซี. ซี.ฯ อย่าง ‘Collagee 5’ (คอลลาจีไฟว์) ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าคอลลาเจน ทั่วไป ช่วยคลายความกังวลทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถสนองต่อไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Silver Age ได้เป็นอย่างดี” กาญจนา กล่าวต่อว่า Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์) จากแบรนด์ BSC Happy Age เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเกรดพรีเมียมที่เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคสูงวัย ซีเนียร์ ผสานคุณภาพจาก 9 ส่วนผสมพลังธรรมชาติจากทั่วโลก ได้แก่ คอลลาเจนไตร เปปไทด์, ยูซี-ทู, อะเซโรล่าเชอร์รี่, สารสกัดจาก งาด�ำ, แคลเซียมแอลทรีโอเนต, โค เอนไซม์คิวเท็น, สารสกัดจากดอกดาวเรือง, สารสกัดจากเปลือกสน และกระดูกอ่อน ปลาฉลาม พร้อมผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ภายใต้โรงงานที่ได้รับการรับรอง ระบบ GMP และ HACCP ในระดับสากล ทุกขั้นตอนการผลิต ควบคุมโดยเภสัชกร

ท�ำให้ได้คอลลาเจนที่บริสุทธิ์ ไร้กลิ่นคาว ไม่แต่งกลิ่น-รส ไม่มีน�้ำตาล ปราศจากสารกัน เสีย และไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีลักษณะเป็นผงละเอียด ละลายในน�้ำ เปล่าอุณหภูมิห้อง สามารถดูดซึมสู่ร่างกายได้ง่าย และน�ำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยัง ควบคุมปริมาณสารส�ำคัญที่ร่างกายควรได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี กาญจนา กล่าวอีกว่า “ปัจจุบันตลาดธุรกิจอาหารเสริมของไทยมีมูลค่ามากกว่า 8.5 แสนล้านบาท การส่งผลิตภัณฑ์ Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์) เข้าร่วมชิงส่วนแบ่งจาก ตลาดกลุ่มนี้จึงกลายเป็นภารกิจที่ท้าทายของ ไอ.ซี.ซีฯ อย่างมาก แต่ที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีข้อได้เปรียบจากการเติบโตของกลุ่ม Silver Age ที่เปลี่ยนมุม มองของกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยไปจากเดิม เพราะกว่าครึ่งของกลุ่ม Silver Age จะมอง หาสิ่งที่สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้ ทั้งความรู้สึกที่ดูเด็กกว่าอายุจริง ต้องการร่างกายที่แข็งแรงเพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือได้ท�ำในสิ่งที่ตนเองรัก หรือสิ่งที่ ไม่มีโอกาสได้ท�ำตอนอายุน้อย รวมถึงมีความแข็งแรงพอที่จะออกไปใช้ชีวิตนอกรั้วบ้าน ที่ส�ำคัญก�ำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้มีสูง ทั้งยังปราศจากความกังวลเพราะมีสิ่งที่ต้องรับ ผิดชอบในชีวิตน้อยลง ดังนั้นแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์และแบรนด์ BSC Happy Age ที่มีคุณประโยชน์สูงสุดจากสารส�ำคัญในธรรมชาติ มีราคาที่คุ้มค่า และเข้าถึงง่าย จึง ตอบโจทย์ด้านคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี กลางปี 2019 ทางบริษัทฯ ได้ทดลองท�ำการวางจ�ำหน่ายสินค้า Collagee 5 (คอลลา จีไฟว์) ในช่องทางออนกราวน์และออนไลน์ พบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป้า หมายเกินคาดจนเกิดภาวะสินค้าขาดตลาด เพราะด้วยผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ท�ำให้เกิด การบอกต่อจนกลายเป็น Word of Mouth

MAGKETING l 15


PODIUM

MAGKETING l 16


BEHAVIOR

PIXABAY

ไทยติดอันดับ ประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนใช้เงินผ่านมือถือ เรื่อง : พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง

นีลเส็น (Nielsen) และอาลีเพย์ (Alipay) ร่วมกันเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุดของการเดินทางไปต่างประเทศของ ชาวจีน รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยวจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 3

MAGKETING l 17


BEHAVIOR

จากผลการส�ำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวจีน 4,837 คน และผู้ประกอบการ หรือผู้ค้าในต่างประเทศ 547 ราย พบว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงรักษา ความเป็นผู้น�ำส�ำหรับการบริการช�ำระเงินผ่านมือถือโดยนักท่องเที่ยวจีน โดยใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศสิงคโปร์และประเทศไทยไทยครองอันดับที่ 1 และ 6 ตามล�ำดับจากการจัดอันดับทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภูมิภาคดังกล่าวมีการ พัฒนาที่ดีในเรื่องโซลูชั่นการช�ำระเงินผ่านมือถือ ส่วนประเทศอื่นๆ ใน "10 ประเทศ ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือมากที่สุด" ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ เป็นประเทศแรกๆ ที่มีการปรับใช้โซลูชั่นการช�ำระเงินผ่านมือถือ ผู้ค้าเกือบ ทุกราย (97%) ระบุว่ามีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในแง่ ของการใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือและยอดใช้จ่ายผ่านมือถือของนักท่องเที่ยวจีน ผลลัพธ์ดังกล่าวกระตุ้นให้ผู้ค้าในต่างประเทศหันมาสนใจและขยายขอบเขตการใช้งาน แพลตฟอร์มการช�ำระเงินผ่านมือถือของจีนเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนการ ด�ำเนินงานไปสู่ระบบดิจิทัล โดยเกือบ 7 ใน 10 (66%) ของผู้ค้าที่ตอบแบบสอบถาม ในสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร มีแผนที่จะขยายการด�ำเนินงานร้านค้า ออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มการช�ำระเงินบนมือถือของชาวจีน รวมทั้งขยายกิจกรรมด้าน การตลาดและการส่งเสริมการขายโดยอาศัยแพลตฟอร์มดังกล่าว ทั้งนี้ 78% ของผู้ค้าที่ตอบแบบสอบถามในสหราชอาณาจักรระบุว่ามีความเป็นไป ได้ที่จะแนะน�ำบริการอาลีเพย์ให้กับผู้ค้ารายอื่นๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส�ำหรับการใช้งานระบบดิจิทัลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและผล ประกอบการของธุรกิจ จัสติน ซาร์เจนต์ ประธานของนีลเส็น ไชน่า (Nielsen China) กล่าวว่า "ระดับการใช้ งานบริการช�ำระเงินผ่านมือถือของจีน (สัดส่วนของธุรกรรมการช�ำระเงินผ่านมือถือ โดยนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ) และความถี่ของการใช้งาน (ยอดใช้จ่าย ทั้งหมดที่ผ่านการช�ำระเงินด้วยมือถือโดยนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ) ยัง คงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในระดับเชิงลึกมากขึ้นของโซลูชั่น การช�ำระเงินผ่านมือถือของจีนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก" แองเจล เจา ประธานกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศของแอนท์ ไฟแนนเชียล (Ant Financial) กล่าวว่า "ผู้ค้าในต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะปรับใช้บริการดิจิทัลเพิ่ม มากขึ้น นอกเหนือจากบริการช�ำระเงิน เพราะจะช่วยธุรกิจทั่วไปปรับตัวสอดรับ กับเศรษฐกิจดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการน�ำเสนอประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalized Experiences) ส�ำหรับผู้บริโภคทั่วโลก อาลีเพย์ ซึ่งเป็นอีโคซิสเต็มส์ ของอาลีบาบา มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของธุรกิจ ช่วยให้ ผู้ค้าทั่วโลกสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและได้รับประโยชน์จากธุรกิจท่องเที่ยว ทั่วโลกที่ก�ำลังเฟื่องฟู" รายงานดังกล่าวน�ำเสนอแง่มุมใหม่ๆ เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลของ ธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศในช่วงเวลาที่ธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์มีการผสานรวม เข้าด้วยกัน ขณะเดียวกับที่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศก็มีอิทธิพลในการ ใช้จ่ายระหว่างเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น

ข้อมูลส�ำคัญที่ระบุในรายงาน : ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเทศปลายทาง ในบรรดาประเทศทั้งหมดที่ตอบแบบสอบถาม การใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือของ จีนในสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงสุด โดยสิงคโปร์ครองอันดับ 1 - 77% ของนักท่องเที่ยวจีนในสิงคโปร์ใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือส�ำหรับธุรกรรม ของตน ยอดใช้จ่ายทั้งหมดผ่านการช�ำระเงินด้วยมือถือของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากใน ประเทศที่มีการปรับใช้ระบบช�ำระเงินผ่านมือถือของจีนอย่างแพร่หลาย - ในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อัตราการใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือ ถือของนักท่องเที่ยวจีนอยู่ในระดับสูงที่ 70% ทั้งในปี 2561 และ 2562 - นอกจากนี้ ยอดใช้จ่ายทั้งหมดของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 14% ในสิงคโปร์และไทย และ 23% ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ในช่วงระหว่างปี 2561 ถึง 2562 ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ค้า ผู้ค้าในต่างประเทศยกระดับการใช้งานแพลตฟอร์มการช�ำระเงินผ่านมือถือของจีน ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนการด�ำเนินงานสู่ระบบดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น - 66% ของผู้ค้าที่ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร มี แผนที่จะขยายการด�ำเนินงานร้านค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มการช�ำระเงินบนมือถือ ของจีน และ 66% มีแผนที่จะขยายกิจกรรมด้านการตลาดและการส่งเสริมการขาย โดยอาศัยแพลตฟอร์มการช�ำระเงินบนมือถือของจีน ผู้ค้าในต่างประเทศพบว่าการใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือโดยนักท่องเที่ยวจีนนั้น จะพบเห็นได้ทั่วไปเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องใน แต่ละปี - 97% ของผู้ค้าที่ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์ระบุว่า มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างต่อ เนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในแง่ของการใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือและยอดใช้ จ่ายผ่านมือถือของลูกค้าชาวจีน - 78% ของผู้ค้าที่ตอบแบบสอบถามในสหราชอาณาจักรระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ ตนเองจะแนะน�ำอาลีเพย์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มช�ำระเงินผ่านมือถือชั้นน�ำของจีน ให้กับผู้ ค้ารายอื่นๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส�ำหรับการใช้งานระบบ ดิจิทัลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและผลประกอบการของธุรกิจ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการช�ำระเงินผ่านมือถือ - สัดส่วนของนักท่องเที่ยวจีนที่ใช้บริการช�ำระเงินผ่านมือถือขณะที่เดินทางไปต่าง ประเทศในช่วงปี 2562 ยังอยู่ในระดับคงที่เมื่อเทียบกับปี 2561 นอกจากนั้น ระดับ

MAGKETING l 18


BEHAVIOR

การใช้งานบริการช�ำระเงินผ่านมือถือ (สัดส่วนของธุรกรรม) และความถี่ของการใช้งาน (ยอดใช้จ่ายทั้งหมด) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ชมมากที่สุดในปี 2562 และเป็น 10 ประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดส�ำหรับแผนการ เดินทางไปต่างประเทศในปี 2563

- ในปี 2562 ราว 3.4 ใน 10 ของการช�ำระเงินที่ด�ำเนินการโดยนักท่องเที่ยวจีนแต่ละ คนระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศเป็นการช�ำระเงินผ่านมือถือ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก ปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 3.2 ใน 10 ของการช�ำระเงิน

3 ปัจจัยส�ำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการในต่าง ประเทศของนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่ วิธีการช�ำระเงินที่ผู้ค้ายอมรับ (37%), ความหลาก หลายและคุณภาพของสินค้า (36%) และราคาสินค้า (36%)

- ยอดช�ำระเงินผ่านมือถือต่อคนของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยยอดใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวที่ เกิดในช่วงทศวรรษ 1990 เพิ่มขึ้นกว่า 35% ในปี 2561

ในปี 2562 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นักท่องเที่ยวจีนที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1990 มี ยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 12% ส�ำหรับการเดินทางไปต่างประเทศต่อครั้ง ขณะที่นัก ท่องเที่ยวที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1980 มียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 15% การใช้จ่ายระหว่าง การเดินทางที่เพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นผลมาจากความต้องการที่จะสัมผัสประสบการณ์และ วัฒนธรรมเชิงท้องถิ่นในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้น

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ในปี 2562 จุดหมายปลายทางที่อยู่ในช่วงระยะการเดินทางด้วยเครื่องบิน 4 ชั่วโมง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย และสิงคโปร์ ยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส�ำหรับนักท่องเที่ยวจีน

- 70% ของนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennial) จะค้นหาข้อมูลอย่างจริงจัง เกี่ยวกับที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว แม้กระทั่งหลังจากที่เดินทางมาถึง ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางแล้ว

- นอกจากนี้ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และแคนาดา ติดอันดับ 10 ประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมีความ สนใจที่จะเดินทางไปยังประเทศที่พูดภาษาอังกฤษมากขึ้น

- กว่า 50% ของนักท่องเที่ยวที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1990 เลือกที่พักโฮมสเตย์และที่พัก ขนาดเล็กแบบ B&B มากกว่าโรงแรม

- ไทยและสิงคโปร์ติดอันดับอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเยี่ยม

- 34% ของนักท่องเที่ยวที่เกิดหลังปี 1990 รับชมคอนเสิร์ตหรือการแสดงบนเวทีใน ต่างประเทศ ขณะที่ 26% รับชมกิจกรรมการแข่งขันกีฬากลางแจ้ง

MAGKETING l 19


CASE STUDY

NEW GAMES ++

THE GREEN MISSION

MAGKETING VOL.45

MAGKETING l 20


CASE STUDY

iNTROdUCTION เรื่อง : บัณฑิต โชคสิทธิกร

กรีนมาร์เก็ตติ้งได้ก้าวสู่แนวคิดในเชิงลึกมากกว่าการอนุรักษ์ดินน�้ำและ อากาศในรูปแบบเดิม แต่ได้พัฒนาสู่รูปแบบของโครงการที่มุ่งรักษา สมดุลสิ่งแวดล้อม ในลักษณะของการสร้างความยั่งยืนมากขึ้น เป็นผล มาจากการสะสมความรู้และประสบการณ์และน�ำมาต่อยอดโครงการให้ สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

MAGKETING l 21


CASE STUDY

ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยปัจจุบัน สามารถสร้างรายได้ในกลุ่มกว่า 40 ล้านบาทต่อปี มี ปริมาณอ้อยสดสะอาดกว่า 100,000 ตันต่อปี”

มิ ต รผล : หนองแซงโมเดล ปี 2560 กลุ่มมิตรผลมีแนวคิดในการน�ำโครงการ “หนองแซงโมเดล” หมู่บ้านต้นแบบ อ้อยสดสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ที่พัฒนาร่วมกับเกษตรกรในชุมชน บ้านหนองแซง อ�ำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เพื่อแก้วิกฤติการเก็บเกี่ยวอ้อยด้วย แนวทางรวมคน ร่วมคิด ร่วมท�ำ ร่วมรับ “ร่วมอยู่...ร่วมเจริญ” สร้างระบบจัดการไร่ อ้อยที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนตามหลักการเกษตรสมัยใหม่ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ซึ่งประสบผลส�ำเร็จ สามารถสร้างผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้แรงงาน พร้อมอนุรักษ์ดินน�้ำ และอากาศจนได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก Bonsucro ผู้บริหาร กลุ่มมิตรผล มองว่า “จากการคลุกคลีกับเกษตรกรไร่อ้อยมายาวนาน เรา เล็งเห็นว่าปัญหาส�ำคัญของการท�ำไร่อ้อยเกิดจากการที่เกษตรกรต่างคนต่างท�ำ การ ขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อย ท�ำให้ต้นทุนสูง เราจึงเข้าไปส่งเสริมองค์ความรู้ให้ เกษตรกรไร่อ้อยหนองแซงพร้อมแนะน�ำแนวทางการแก้ไขปัญหา ช่วยประสานให้เกิด การรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกันในด้านทรัพยากรและแรงงาน” โดยใช้หลักการจัดการตามแบบเกษตรสมัยใหม่ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” เพื่อช่วย เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างวิถีการท�ำไร่อ้อยแบบยั่งยืน โดยเริ่มด�ำเนินการจาก เปลี่ยนแนวคิดการท�ำไร่อ้อย ให้ความรู้ที่ถูกต้องทั้งด้านวิชาการ ทั้งจากแปลงสาธิต และศึกษาจากผู้ประสบความส�ำเร็จมาแล้ว การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างระบบ ฟาร์มอัจฉริยะเพื่อควบคุมการท�ำงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่ ระบบการบริหาร จัดการน�้ำในไร่ ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตอ้อย และเป็นการสร้างวิถีของการท�ำเกษตรที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน กลุ่มการด�ำเนินงานการเก็บเกี่ยวอ้อย แบ่งกลุ่มงานเป็น 5 กลุ่ม มีกลุ่มรถตัดเป็น แกน ร่วมด้วยกลุ่มรถกล่อง, กลุ่มรถไถ, กลุ่มวีแนส และกลุ่มอ้อยมัด พร้อมจัดตั้ง Sugarcane Logistics Control Center ใช้สัญญาณดาวเทียม GPS ควบคุมและ ติดตามรถตัดและรถบรรทุกอ้อย แจ้งคิวรถตัดและออกใบสั่งตัดอ้อยแบบออนไลน์ พร้อมรายงานปริมาณอ้อยของรถบรรทุก และรายงานระยะการขนส่งอ้อยตัดสดจาก แปลงเข้าสู่โรงงาน (Cut to Crush) อย่างสม�่ำเสมอ เป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวไร่อ้อยของเกษตรกรชาวไร่อ้อย กลาย เป็น “หนองแซงโมเดล” สร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรจากการพัฒนาคุณภาพและ ปริมาณของผลผลิต รักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน อย่างยั่งยืน และได้รับการรับรองมาตรฐาน Bonsucro ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกใน การผลิตอ้อยและน�้ำตาลอย่างยั่งยืน ช่วยยกระดับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม อ้อยของไทยสู่ระดับสากล ด้านกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยหนองแซง มองว่า “ความส�ำเร็จในวันนี้ไม่ได้เกิดจาก ความบังเอิญ แต่เกิดจากการปฎิวัติของชาวไร่อ้อยหนองแซงที่มารวมคน ร่วมกันคิด และร่วมกันท�ำ พร้อมการสนับสนุนจากโรงงานมิตรผลให้ใช้หลักเกษตรสมัยใหม่มาแก้ วิกฤติการเก็บเกี่ยวไร่อ้อย จนสามารถจัดการทรัพยากรได้ดีขึ้น ผลผลิตดีขึ้น พร้อมการ สนับสนุนด้านความรู้ การน�ำอุปกรณ์เครื่องจักร และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาการ เก็บเกี่ยวไร่อ้อยอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ลดการขาดทุน ราย

หนองแซงโมเดล จึงเป็นต้นแบบหมู่บ้านสดสะอาด มาตรฐานระดับโลก เพื่อคุณภาพ ชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ที่จะกลายเป็นเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษางานการท�ำไร่และ เก็บเกี่ยวอ้อยที่มีประสิทธิภาพส�ำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ และกลุ่มมิตรผล จะร่วมกับเกษตรกรหนองแซงเดินหน้าพัฒนาให้พื้นที่ไร่อ้อยได้รับการรับรองมาตรฐาน Bonsucro อย่างต่อเนื่อง จาก 5,000 ไร่ ขยายให้ครบพื้นที่ทั้งหมด 13,000 ไร่ หรือ 100% ภายในปี 2562 เนสท์เล่

เนสท์ เ ล่ : สิ่ ง แวดล้ อ มยั่ ง ยื น

ปี 2562 เนสท์เล่ประกาศพันธกิจระดับโลกในการมุ่งมั่นลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2050 หรือพ.ศ. 2593 ซึ่งเป้าหมายนี้สอดคล้องกับ ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส การประกาศพันธกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการเร่งด�ำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกมาตลอดทศวรรษ ซึ่งกว่าสี่ ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเป้าหมายให้เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อรักษาระดับการ เพิ่มของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส โดยเนสท์เล่มุ่งมั่นเป็นผู้น�ำในการเร่ง ด�ำเนินการเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และในอีกสองปีข้างหน้า จะ มีการวางแผนกรอบเวลาชัดเจน พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายระหว่างด�ำเนินงานให้สอดคล้อง กับเป้าหมายใหญ่ในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศา เซลเซียส รวมทั้งติดตามผลทุกปีเพื่อให้มั่นใจว่าการด�ำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดที่มวล มนุษยชาติต้องเผชิญ ทั้งยังเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ส่งผลต่ออนาคตในการด�ำเนินธุรกิจ ของเรา” มาร์ก ชไนเดอร์ ซีอีโอของเนสท์เล่ กล่าว “เราหมดเวลาที่จะหลีกเลี่ยงผลก ระทบจากภาวะโลกร้อน เราจึงต้องตั้งเป้าหมายที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อลดอัตราการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในอนาคตให้เป็นศูนย์ให้ได้ ด้วยทรัพยากรต่างๆ ที่เนสท์เล่ มี รวมถึงวิทยาการความรู้ต่างๆ ในอุตสาหกรรม เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้ง ส�ำคัญให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งเส้นทางสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว และเราก�ำลังเร่งมืออย่างสุดความสามารถในการท�ำภารกิจนี้ให้ส�ำเร็จ” เขากล่าวเสริม แผนปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายในปี 2050 ประกอบด้วย - เร่งปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์และทางเลือกของผู้บริโภค เนสท์เล่ จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีโภชนาการที่เหมาะสมมาก ขึ้น ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ท�ำจากพืช นอกจากนี้ เนสท์เล่จะหา แนวทางปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจาก ความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์หลัก

MAGKETING l 22


CASE STUDY

PEXELS

ของเนสท์เล่จึงต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมทั้งเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ขยายโครงการด้านการเกษตรเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนเพิ่มขึ้น เนสท์เล่จะเดินหน้า โครงการต่างๆ ที่ท�ำกับเกษตรกรเพื่อฟื้นฟูสภาพดินและจ�ำกัดการปล่อยก๊าซเรือน กระจก ซึ่งรวมถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์นมให้ดีขึ้น การเร่งด�ำเนินการ ปกป้องผืนป่า ด้วยการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยสร้างสังคมการเกษตรที่แข็งแกร่ง ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทน 100% ทั้งในโรงงาน คลังสินค้า ระบบโลจิสติ กส์ และส�ำนักงานต่างๆ ทั่วโลกของเนสท์เล่ ปัจจุบันหนึ่งในสามของโรงงานเนสท์เล่ ทั้งหมดได้ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทน 100% แล้ว และจะเพิ่มปริมาณการใช้ พลังงานจากทรัพยากรหมุนเวียนให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนจาก บริษัทคู่ค้าในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น พลังงานลม และ พลังงานแสงอาทิตย์ การจ�ำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ต้องอาศัยการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทั้งอุตสาหกรรม ภาครัฐและสังคมทั้งระบบ ซึ่งเนสท์เล่จะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ร่วมเดินหน้า ไปสู่เป้าหมาย 1.5 องศาด้วยกัน ซึ่งการออกกฎหมายที่สนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว จะช่วยลดอุปสรรคในการขยายตลาดพลังงานทดแทน จูงใจให้เกิดนวัตกรรมในภาค เกษตรและป่าไม้ที่จะช่วยลดคาร์บอนได้มากขึ้น และช่วยก�ำหนดราคาคาร์บอนด้วย แม็กดิ บาตาโต รองประธานคณะกรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ เนสท์เล่ กล่าวว่า “เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางสู่เป้าหมาย 1.5 องศา เราต้องปรับรูป แบบการด�ำเนินงานใหม่ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งส�ำคัญทั้งในด้านการผลิตส่วน ผสมรวมทั้งการหาแหล่งวัตถุดิบ เราจ�ำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากบริษัทคู่ค้าเพื่อ

ท�ำให้ภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้เป็นจริงให้ได้” เป้าหมาย 2050 ของเนสท์เล่ ท�ำให้การด�ำเนินการอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกทั้งระบบห่วงโซ่อุปทานมีความชัดเจนเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เนสท์เล่ ยังบริหารเส้นทางการขนส่งในระบบการกระจายสินค้าและคลังสินค้าต่างๆ ให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ อีกด้วย ทั้งนี้ ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาศูนย์กระจายสินค้า 100 แห่งของบริษัทสามารถลดการปล่อย ก๊าซรวมกันได้เกือบ 40% เนสท์เล่ได้ปฏิบัติการอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีการจัดซื้อจัดหา วัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และเป็นไปตามแผนสู่เป้าหมายการไม่ท�ำลายป่า โดย ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากห่วงโซ่ทางคุณค่าทั้ง ระบบ ลดลงเทียบเท่ากับการไม่ใช้รถถึง 1.2 ล้านคันบนท้องถนน นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว เนสท์เล่ยังมีแนวคิดในการขยายขอบเขตด้านสิ่ง แวดล้อมไปยังหน่วยอื่นๆขององค์กร โดยในปี 2562 ได้เปิดสถาบันวิทยาศาสตร์บรรจุ ภัณฑ์ (Institute of Packaging Sciences) แห่งแรกในอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งอยู่ที่ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ ปลอดภัย ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งเป็นปัญหาระดับ โลก มาร์ค ชไนเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเนสท์เล่ กล่าวในงานเปิดสถาบันฯ ว่า “จากวิสัยทัศน์ของเราที่ต้องการให้โลกใบนี้ไม่มีบรรจุภัณฑ์ใดๆ ของเนสท์เล่ที่ต้อง ก�ำจัดด้วยการฝังกลบหรือกลายเป็นขยะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวเราจึงใช้บรรจุ ภัณฑ์ที่สามารถน�ำกลับมาใช้ใหม่ได้ และริเริ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระบบ

MAGKETING l 23


CASE STUDY

การรีไซเคิลในแต่ละประเทศ และน�ำเสนอแผนการส่งคืนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (Deposit Schemes) เพื่อร่วมสร้างโลกที่ปราศจากขยะให้เกิดขึ้น โดยสถาบันวิทยาศาสตร์บรรจุ ภัณฑ์แห่งนี้จะช่วยให้เราคิดค้นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส�ำหรับ ผลิตภัณฑ์ในทุกหน่วยธุรกิจและทุกกลุ่มตลาดของเนสท์เล่ได้” ส�ำหรับ สถาบันวิทยาศาสตร์บรรจุภัณฑ์ของเนสท์เล่ มีขอบเขตการท�ำงานที่มุ่งเน้น ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลากหลายสาขา เช่น บรรจุภัณฑ์ชนิดเติมหรือน�ำมา ใช้ใหม่ได้ (Refillable or reusable packaging) บรรจุภัณฑ์จากวัสดุที่ง่ายต่อการ จัดการ (Simplified Packaging Materials) บรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล (Recycled Packaging Materials) กระดาษเคลือบคุณภาพสูงที่สามารถป้องกันการซึมผ่าน ของอากาศและความชื้นได้ดี (High-Performance Barrier Papers) รวมทั้งวัสดุ ชีวภาพ (Bio-based materials) วัสดุที่ย่อยสลายได้และสามารถน�ำมาหมักท�ำปุ๋ยได้ (Compostable materials) และวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable materials) สเตฟาน พัลเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของเนสท์เล่ กล่าวว่า “เนสท์เล่ให้ ความส�ำคัญกับการลดปริมาณขยะพลาสติกและลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ เชี่ยวชาญของเนสท์เล่ก�ำลังร่วมมือกับศูนย์วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซัพพลายเออร์ สถาบันวิจัย และสตาร์ตอัพหลายแห่ง เพื่อพัฒนาและทดสอบวัสดุบรรจุภัณฑ์และ ระบบต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" "โดยสถาบันวิทยาศาสตร์บรรจุภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยังช่วยยกระดับความสามารถด้านการวิจัยในส่วนของความปลอดภัยด้านอาหาร การ วิเคราะห์ข้อมูล และวิทยาศาสตร์การอาหารอีกด้วย” แซนเดอร์ เดฟรุยต์ หัวหน้าฝ่าย New Plastics Economy จาก มูลนิธิเอลเลน แม คอาเธอร์ กล่าวว่า “เนสท์เล่เป็นหนึ่งในองค์กรแรกๆ ที่ลงนามใน New Plastics Economy Global Commitment ซึ่งเป็นการก�ำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการก�ำจัด ขยะพลาสติกและมลพิษตั้งแต่ต้นทาง และถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่บริษัทผู้ผลิตสินค้า อุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลกได้ให้ความส�ำคัญกับการวิจัยเพิ่มขึ้น และทุ่มเทความ สามารถที่มีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าว” เนสท์เล่ ด�ำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่เป้าหมายพันธกิจด้านบรรจุภัณฑ์ปี 2025 และได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่จากเทคโนโลยีล�้ำสมัย ซึ่งเกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ผู้เชี่ยวชาญและซัพพลายเออร์ด้านบรรจุภัณฑ์ของเนสท์เล่ โดยใช้เวลาไม่ถึง 12 เดือน ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์กระดาษที่สามารถน�ำไปรีไซเคิลได้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น Nesquik All Natural cocoa powder และ YES! snack bars

การสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้การวิจัยและพัฒนาในการอนุรักษ์สิ่ง แวดล้อม และจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน วาง Green Roadmap ผลักดัน 4 ค�ำมั่น สัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management | Energy Saving & Generation | Smart Move และ Sustainability เพื่อโลกและคุณภาพชีวิตที่ดีในการอาศัยอยู่ของลูกบ้าน แสนสิริและประชาคมโลกอย่างยั่งยืน อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริที่ไม่เพียงแค่การพัฒนาหรือสร้างที่อยู่อาศัย แต่แสน สิริยังมุ่งมั่นส่งมอบไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้าภายใต้แนวคิด customer-centric หรือความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งที่ส�ำคัญสูงสุดเพื่อเติมเต็มไลฟ์ สไตล์การอยู่อาศัยให้กับลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด แสนสิริยังมีแนวคิดในการเดินหน้าเป็นผู้น�ำเพื่อผลักดันและเซตมาตรฐานใหม่ให้ กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในด้าน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง จริงจังและยั่งยืน โดยการให้ความส�ำคัญทั้งในด้านลดการใช้พลังงาน และการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมโลก ที่ผ่านมา แสนสิริได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) และร่วมมือกับพันธมิตรจาก สถาบันฯ และบริษัทฯ ชั้นน�ำระดับโลกกว่า 20 ราย เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจัดการพลังงานอย่าง ยั่งยืน โดยเริ่มน�ำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการทดสอบเข้าสู่กระบวนการติดตั้งใน โครงการน�ำร่องต่างๆ อาทิ โครงการ Cooliving Designed Home นวัตกรรมบ้าน ระบายความร้อน การพัฒนาและติดตั้งกังหันลม ผลิตไฟฟ้า Wind Turbine รวมถึง การเปิดตัว Smart Move แพลตฟอร์มบริการเช่ารถพลังงานไฟฟ้า 100% เพื่ออ�ำนวย ความสะดวกให้กับลูกบ้าน เป็นต้น ส�ำหรับโมเดลธุรกิจเปลี่ยนโลก “Sansiri Green Mission” ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจ หมุนเวียน ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์เฉลี่ย 2,120 ตัน ซึ่ง การด�ำเนินงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในครั้งนี้ "แสนสิริ" ได้น�ำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มาประยุกต์ให้เข้ากับแบรนด์ดีเอ็นเอ (DNAs) ของบริษัท ด้วยแรงขับเคลื่อนจาก ทัศนคติที่พร้อมเปิดรับและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัย สมบูรณ์แบบ

แสนสิริ

โดยเน้นย�้ำถึงความส�ำคัญของแนวทางการจัดการของเสียและผลกระทบด้านสิ่ง แวดล้อมแบบบูรณาการ บนหลักการ 2 ข้อใหญ่ ได้แก่ การรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์สูงสุด และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอด วงจรการบริโภคให้น้อยที่สุด สอดรับกับ แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ ประเทศ (พ.ศ. 2559 – 2564) เพื่อแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ตามนโยบายรัฐบาลที่ ก�ำหนดให้เป็น "วาระแห่งชาติ"

ปี 2561 แสนสิริได้น�ำแนวคิดโมเดล "แสนสิริ กรีน มิชชั่น – Sansiri Green Mission" สะท้อนปรัชญาของแนวคิด "เศรษฐกิจหมุนเวียน" หรือ "Circular Economy" ผสาน

รวมถึงร่างแผนจัดการขยะพลาสติกอย่างบูรณาการ (พ.ศ. 2560 - 2564) เกิดเป็น โมเดลต้นแบบภายใต้ชื่อ "แสนสิริ กรีน มิชชั่น – Sansiri Green Mission" อันจะ เป็นจุดเปลี่ยนครั้งส�ำคัญกับการเป็นผู้ก�ำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในอนาคตที่เข้าใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมี Green

แสนสิ ริ : กรี น มิ ช ชั่ น

MAGKETING l 24


CASE STUDY

Roadmap เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน ในทุกโครงการใหม่ของแสนสิริ ภายใต้ 4 ค�ำมั่น สัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management | Energy Saving & Generation | Smart Move และ Sustainability แสนสิริได้เตรียมงบประมาณไว้ 50 ล้านบาท ระหว่างปี พ.ศ. 2562 - 2564 โดยมุ่ง มั่งสร้างความเป็นเลิศสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานและก�ำจัดของเสีย ซึ่งในด้าน Waste Management หรือ การจัดการ ของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทวางจุดยืนที่ชัดเจน ในการลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างทั้งในรูปแบบ ก่ออิฐฉาบปูนและพรีคาสต์สู่นวัตกรรม "Earth Blox" ที่น�ำเศษคอนกรีตมวลเบาเหลือ ใช้จากการก่อสร้างกลับมาเป็นส่วนผสมในการแปรรูป เพื่อสร้างบล็อกคอนกรีตใหม่ น�ำกลับมาใช้ท�ำแผ่นทางเท้า ช่องลมระบายอากาศ และของตกแต่งภายในแลนด์สเคป โดยนับจากนี้ บริษัทจะเพิ่มการใช้การก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสต์ในการก่อสร้าง คอนโดมิเนียมจาก 50% เป็น 80% ภายในปีพ.ศ. 2564 ซึ่งจะสามารถลดขยะ คอนกรีตที่เกิดจากการก่อสร้างโดยวิธีก่ออิฐฉาบปูนได้ถึง 1,600 ตันต่อปี ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) ได้มากกว่า 48 ตันต่อปี เท่ากับพื้นที่สีเขียวของป่าไม้ 36 ไร่ รวมทั้งตั้งเป้าหมายในการเดินหน้า ประกาศภารกิจ ในการลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างในโรงงานพรีคาสต์ ของแสนสิริเป็น 0% หรือ Zero Waste ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2562 ในด้านการก�ำจัดขยะจากการบริโภคของลูกบ้าน บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 600,000 บาท ติดตั้งเครื่อง Food Waste Machine จ�ำนวน 10 เครื่อง บนพื้นที่ส่วนกลาง ในทุกโครงการแนวสูงที่จะพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าหมาย ขยายการใช้งานใน 23 โครงการ ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยในช่วงปีแรกสามารถแปรรูป ขยะมูลฝอยได้มากถึง 18 ตันต่อปี จาก 10 โครงการ และคาดว่าเมื่อครบทั้งสิ้น 23 โครงการ จะสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยเฉลี่ย 42 ตันต่อปี นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้ง Refun Machine เครื่องรับคืน ขวดพลาสติกและกระป๋อง ในทุกโครงการแนวสูง รวมทั้งสิ้น 23 โครงการ ภายในปี พ.ศ. 2564 และร่วมมือกับ สตาร์ทอัพในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Goo Greens เพื่อน�ำเสนอความรู้เกี่ยวกับ การแยกขยะให้กับลูกบ้าน และให้ลูกบ้านได้สนุกกับการสะสมคะแนนเพื่อแลกของ สมนาคุณต่างๆ ซึ่งเริ่มน�ำมาใช้แล้ว ทั้งในโครงการแนวราบ ที่เศรษฐสิริ จรัญฯ-ปิ่น เกล้า และโครงการแนวสูงภายในฮาบิโตะมอลล์ รวมทั้งได้น�ำร่องติดตั้งเครื่อง Home bio gas หรือนวัตกรรมเครื่องเปลี่ยนขยะมูลฝอย เป็นก๊าซหุงต้มที่โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ และในส่วนของ ส�ำนักงานใหญ่ เซลล์ ออฟฟิศ และเซลล์ แกลอรี่ บริษัทตั้งเป้าหมายในการยกเลิกการใช้ขวดน�้ำดื่มพลาสติก 100% ภายในปลายปีหน้า แสนสิริยังได้ส่งเสริมการพัฒนาด้าน Energy Saving & Generation เพื่อผลิตพลังงาน ไฟฟ้าทดแทนให้กับโครงการต่างๆ ของบริษัท โดยมีแผนติดตั้ง Solar Roof ครอบคลุม 31 โครงการ ภายในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2 เมกกะวัตต์ พลังงานสะอาดที่ผลิตได้เทียบเท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนถึง 1,400 ล้าน เครื่อง ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2,223 ตันต่อปี หรือคิดเป็นพื้นที่ป่าสี

เขียวประมาณ 1,600 ไร่ นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนลดการใช้พลังงานในโครงการที่อยู่อาศัยทั้งในโครงการ แนวราบและแนวสูง ด้วยการใช้นวัตกรรมที่ช่วยถ่ายเทอากาศและลดอุณหภูมิในที่อยู่ อาศัย ได้แก่ นวัตกรรม Cooliving Designed Home ที่ประกอบด้วย Solar Attic การใช้พัดลมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลด ความร้อนใต้หลังคาบ้าน ท�ำให้อากาศ ภายในตัวบ้านเย็นลง และ Shading Screen ระแนงกันแดดที่ออกแบบโดยค�ำนึงถึง ทิศทางของบ้าน เป็นต้น ส่วนในด้านการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ สมบูรณ์แบบ หรือ "Smart Move" บริษัทได้น�ำเสนอแนวคิด Complete your living experience และร่วมมือกับ 4 พันธมิตรหลัก Honda, Haupcar, SHARGE และ EA Anywhere สร้างแพลตฟอร์มบริการยานพาหนะระบบเช่า รวมทั้งติดตั้ง Electronic car sharing และ EV Charger ครบทุกโครงการแนวสูงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้น ไป ซึ่งปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 5 สถานีรวม 11 คัน และเตรียมเพิ่มอีก 4 สถานีรวม 6 คัน ในปีหน้า คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 7.5 ตันต่อปี หรือคิดเป็น พื้นที่ป่าสีเขียวประมาณ 5.7 ไร่ พร้อมกันนี้ ยังได้วางเป้าหมายเพื่อต่อยอดโดยเปิดตัว พันธมิตรใหม่ e-scooter ให้บริการใน 2 โครงการส�ำคัญอีกด้วย และสุดท้ายในส่วนของ Sustainability การบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน บริษัทได้เตรียมความพร้อมสร้างความร่วมมือกับองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยนับ เป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่จับมือกับกลุ่มอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในเมือง หรือ Big Tree เพื่อจัดการต้นไม้ใหญ่ในโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยน�ำหลักสูตรรุกขกรรม มาอบรม นิติบุคคลและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการ ดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ให้สวยงามและ ยั่งยืนในทุกโครงการ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของลูกบ้านและรักษาสภาพแวดล้อม ให้ร่มรื่นและเพิ่มมูลค่าโครงการ นอกจากนี้ ยังให้ความส�ำคัญด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน หรือ Sustainability design ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการออกแบบ ให้ลดการใช้ทรัพยากรและ พลังงาน ผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างลงตัว อาทิ การออกแบบที่พักตอบ โจทย์ เรื่องอยู่สบายและลดอุณหภูมิภายในบ้าน เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงาน ด้วยนวัตกรรม Cooliving Designed Home ในโครงการแนวราบ และนวัตกรรม Ventilation Door คอนโดมิเนียมหายใจได้ใช้ในโครงการแนวสูง ซึ่งปัจจุบัน บริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค เป็น "Green Condominium" เต็มรูปแบบ โครงการแรก และจะน�ำแนวคิดไปต่อยอดปรับใช้กับ โครงการที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตทุกโครงการ" Sansiri Green Mission ทั้ง 4 ค�ำมั่นสัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management | Smart Move | Energy Saving & Generation และ Sustainability นับ เป็นการผสมผสานนวัตกรรมสีเขียวตลอดวงจรธุรกิจ และเป็นโมเดลแรกของวงการ อสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมสอดรับแนวคิดเศรษฐกิจ หมุนเวียนครบทุกวงจร ตั้งแต่ Reduce – Recycle – Design – Retailer – Consumers ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 3 ปี Sansiri Green Mission จะเป็นกุญแจขับเคลื่อน การสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืนด้านพลังงาน อันจะน�ำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้ง ส�ำคัญที่จะยกระดับมาตรฐานของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวสู่การให้ความ ส�ำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

MAGKETING l 25


FACTOR

PEXELS

ปรับลดจีดีพี เหตุเศรษฐกิจไทยติดไวรัส เรื่อง : ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย

เดิมสำ�นักวิจัยมองภาพเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 2.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุน 3 ด้าน จากการย้ายฐานการลงทุน มาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และการท่องเที่ยว แต่ช่วงนี้เกิดภาพที่กลับข้างกันเมื่อ 3 ปัจจัยข้างต้นกลายเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจ ต่างชาติชะลอลงทุน งบประมาณมีความล่าช้าไม่ผ่านสภาฯ ซึ่งมีผลให้การเบิกจ่ายลดลง การลงทุนภาครัฐอาจติดลบ

MAGKETING l 26


FACTOR

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ส�ำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เดิมส�ำนักวิจัยมองภาพเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 2.7% โดยมีปัจจัย สนับสนุน 3 ด้าน จากการย้ายฐานการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และ การท่องเที่ยว แต่ช่วงนี้เกิดภาพที่กลับข้างกันเมื่อ 3 ปัจจัยข้างต้นกลายเป็นความเสี่ยง เศรษฐกิจ ต่างชาติชะลอลงทุน งบประมาณมีความล่าช้าไม่ผ่านสภาฯ ซึ่งมีผลให้การ เบิกจ่ายลดลง การลงทุนภาครัฐอาจติดลบ อีกทั้งเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนาในจีนและมีผู้ติดเชื้อหลายประเทศรวมทั้งไทยมี ผลกระทบให้จ�ำนวนนักท่องเที่ยวมีโอกาสติดลบยาวในช่วงครึ่งปีแรก ครึ่งปีแรกจึงมีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต�่ำกว่า 2% จากปัจจัยลบเบื้อง ต้น แต่คาดว่าปัจจัยดังกล่าวมีผลชั่วคราวคือราว 1-2 ไตรมาสและน่าจะฟื้นตัวโดยเร็ว และจะท�ำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เหนือ 3% ในช่วงครึ่งปีหลัง ส�ำนักวิจัยฯได้ปรับ ลดการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2563 ลงจาก 2.7% เหลือ 2.3% นอกจากนี้ เมื่อนโยบายการคลังไม่สามารถน�ำมาใช้กระตุ้น ทางคณะกรรมการนโยบาย การเงิน (กนง.) อาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% สู่ระดับ 0.75% ต่อปี โดย คาดว่าจะเริ่มลดในรอบการประชุมวันที่ 5 ก.พ.นี้ ด้านค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าต่อ เนื่องได้ยาวถึงระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ก่อนจะพลิก กลับมาแข็งค่าปิดปลายปีได้ในระดับ 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ดร.อมรเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยตอนนี้เปรียบเหมือนคนติดไวรัสโคโรนา มี อาการ ไข้สูง หายใจติดขัด และไออาการไข้สูง มาจากรายได้การท่องเที่ยวที่น่าจะลดลง มากกว่า 1 แสนล้านบาท จากการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงครึ่งปีแรก หากเทียบช่วงที่ไวรัสซาร์สหรือไข้หวัดหมู H1N1 ระบาดในจีน จ�ำนวน นักท่องเที่ยวในไทยหดตัวสูงถึง 20% แต่ในอดีตสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนมีเพียง 7% ปัจจุบันสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนมีมากกว่า 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้น หากเหตุการณ์ซ�้ำรอย ผลกระทบรอบนี้จะรุนแรงกว่ารอบก่อน โดยเฉ พาะม.ค.และก.พ. เป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวจีนมาไทยมากกว่า 1 ล้านคน/เดือน ถ้านัก ท่องเที่ยวจีนชะลอการท่องเที่ยวออกนอกประเทศ ไทยซื่งเป็นเป้าหมายการเดินทางล�ำ ดับต้นๆ ของจีนจะได้รับผลกระทบจากรายได้การท่องเที่ยวหดตัว การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมีโอกาสลดลงมาก เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวลดลงจาก ภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ขนส่ง ค้าปลีก อาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กับการท่องเที่ยว การที่เศรษฐกิจไทยพึ่งการท่องเที่ยวมากกว่า 10% ของ GDP หาก หายไปก็เป็นไข้หนาวสั่นได้ อาการที่สองคือหายใจติดขัด จากงบประมาณที่ยังไม่ผ่านสภาฯ เดิมคาดว่างบประมาณ น่าจะน�ำมากระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่น เร่งการเบิกจ่ายเพื่อประคองเศรษฐกิจ ได้ แต่วันนี้การจะท�ำอะไรก็ติดขัดเหมือนหายใจไม่เต็มปอดด้วยงบประมาณปีก่อนที่ เหลือน้อยและไม่สามารถน�ำมาเร่งลงทุนโครงการใหม่สร้างความเชื่อมั่นได้เต็มที่ และอาการสุดท้ายคืออาการไอ อาจต่างจากไวรัสนี้เพราะเป็นไอแห้งๆ ด้วยภาวะภัย แล้งที่กระทบรายได้ภาคเกษตร โดยเฉพาะปริมาณน�้ำในเขื่อนที่ลดลงมากในภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งน่าจะกระทบปริมาณข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆที่ส�ำคัญ และ

ต้องระวังว่า ปริมาณน�้ำที่ลดลงจะไม่ลามไปกระทบภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ในกลุ่มที่ต้องใช้น�้ำมาก ที่ส�ำคัญในเรื่องภัยแล้ง คือ เมื่อรายได้ภาคเกษตรหดหาย ก�ำลัง ซื้อของครัวเรือนที่มีรายได้น้อยลดลง เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะชะลอโดยเฉพาะ ในภาคชนบทและในต่างจังหวัดมากกว่าปีก่อนๆ อย่างไรก็ดี อาการของโรคเหล่านี้จะหายในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะเป็นเรื่องที่ควบคุม และแก้ไขได้ ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ หากการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนาควบคุมได้ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย งบประมาณผ่านสภาฯ รัฐบาลสามารถออกมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจและเร่งลงทุนได้ เอกชนมีความเชื่อมั่น เศรษฐกิจไทยมีโอกาสทะยานได้เหนือ 3% ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากภาคการส่งออกที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจ และผลักดันการลงทุนภาคเอกชนไปพร้อมกัน ส�ำนักวิจัยฯ มองว่า หากเปรียบเทียบปัญหาสงครามการค้าปีก่อนกับปัญหาไวรัส โคโรนาปีนี้ สงครามการค้ากระทบเศรษฐกิจไทยแรงกว่า เพราะกระทบภาคการส่งออก ที่มีสัดส่วนมากกว่า 60% ของ GDP อีกทั้งมีผลต่อการจ้างงานและการบริโภคในวง กว้าง และเป็นปัญหาลากยาว ขณะที่ภัยจากไวรัสโคโรนาแม้กระทบต่อชีวิตคนแรงกว่า แต่กระทบภาคเศรษฐกิจในวงจ�ำกัด และน่าจะควบคุมได้ภายในเวลาอันสั้น "นอกจากลดดอกเบี้ย ปล่อยเงินบาทให้อ่อนในการประคองเศรษฐกิจแล้ว เรายังเหลือ เครื่องมืออื่นอีกไหมในการกระตุ้นไม่ให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต�่ำกว่า 2% หรือเสี่ยงต�่ำ สุดในรอบ 21 ไตรมาสหรือนับจากไตรมาส 4 ปี 2557 สิ่งที่ต้องท�ำเร่งด่วนคือการสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับประชาชนไทยและนักท่องเที่ยวว่ารัฐบาลไทยสามารถควบคุมการ แพร่ระบาดของโรคได้ แม้อาจต้องสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวบ้างในระยะสั้น แต่ก็ จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและท�ำให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้เร็ว" นอกจากนี้ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวหาตลาดใหม่ หรือส่งเสริม ให้คนไทยมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นก็นับเป็นอีกมาตรการที่จะช่วยให้ภาคการ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฟื้นได้เร็ว ขณะที่ภาคเกษตรและปัญหาก�ำลังซื้อในภาคชนบทที่อ่อนแอนั้นเป็นปัญหาเชิง โครงสร้างระยะยาวที่น่าจะได้รับการดูแลควบคู่ไปกับการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ "เรามองการจ้างคนในพื้นที่เพื่อสร้างสาธารณูปโภคในท้องถิ่น เช่น ถนน ระบบ ชลประทาน ที่กักเก็บน�้ำ หรือแม้แต่การสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อดูแลผู้สูงอายุก็อาจเป็นการ สร้างงานในพื้นที่ด้วยงบลงทุนที่ช่วยกระจายรายได้ด้วย สุดท้ายในระยะสั้น เราน่าจะ ต้องพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตของภาคเอกชน เตรียมรับมือการแข่งขันด้านการส่ง ออกอีกรอบในช่วงครึ่งหลังของปีเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้น สงครามการค้าคลี่คลาย การส่ง ออกแม้จะเป็นความหวังแต่เราต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ" "ซึ่งจะท�ำได้ด้วยการลงทุนด้านเครื่องจักร วันนี้จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนในช่วงที่มี ความไม่แน่นอน ต้นทุนทางการเงินต�่ำ ในการเร่งลงทุน และหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้น ตัวได้เร็วในครึ่งหลังของปี" ดร.อมรเทพ กล่าว

MAGKETING l 27


DIGITAL LIFE

Pexels

เผยสถิติ

เคป็อปครองโลกสตรีมมิ่ง

เรื่อง : SPOTIFY

นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงเดือนมกราคม 2563 สัดส่วนการฟัง (และแฟนๆ) แนวเพลงเคป็อปบน Spotify เพิ่ม ขึ้นมากกว่า 1,800% และปัจจุบันเพลย์ลิสต์ "K-Pop Daebak" มีจำ�นวนผู้ติดตามมากกว่า 2.4 ล้านคน นับ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพลงเคป็อปบน Spotify ถูกสตรีมไปแล้วมากกว่า 134,000 ล้านนาที

MAGKETING l 28


DIGITAL LIFE

Spotify เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของเพลงเคป็อปมานับตั้งแต่ ปล่อยเพลย์ลิสต์เคป็อป เพลย์ลิสต์แรก "K-Pop Daebak" เมื่อปี 2557 วันนี้ Spotify บริการมิวสิคสตรีมมิ่ง ระดับโลก ที่เป็นที่นิยมที่สุด ขอเล่าให้ฟังถึงสถิติและกระแสนิยมต่างๆ ที่จะแสดงให้ เห็นว่าโลกของเราตกหลุมรักกระแสเคป็อปมาก เพียงใด

ร่วมกับ Spotify โดยเฉพาะ ซึ่งภายใน นั้นจะมีคอนเทนต์ออริจินัลจากหนุ่มๆ BTS อีก ด้วย

นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงเดือนมกราคม 2563 สัดส่วนการฟัง (และแฟนๆ) แนวเพลงเค ป็อปบน Spotify เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,800% และปัจจุบันเพลย์ลิสต์ "K-Pop Daebak" มีจ�ำนวนผู้ติดตามมากกว่า 2.4 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพลงเคป็อปบน Spotify ถูกสตรีมไปแล้วมากกว่า 134,000 ล้านนาที

- ปัจจุบันเพลงเคป็อปบน Spotify ถูกสตรีมไปแล้วมากกว่า 41,000 ล้านครั้ง

แล้วกระแสเคป็อปยังโดดเด่นอย่างไรอีกบ้าง? BTS วงเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ปล่อยอัลบั้มใหม่ของพวกเขาที่ชื่อว่า MAP OF THE SOUL : 7 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่การท�ำลายสถิตินั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ส�ำหรับ BTS และมีหลายเหตุการณ์ที่เป็นหมุดหมายส�ำคัญ ระหว่างการเดินทางของ BTS กับ Spotify เช่น - ในปี 2562 BTS เป็นวงแรกของเอเชียที่มีผู้สตรีมเพลงบน Spotify เกินกว่า 5,000 ล้านครั้ง - สถิติเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ระบุว่าเพลงของ BTS ถูกสตรีมไปมากกว่า 8,000 ล้าน ครั้ง และในปี 2562 เพียงปีเดียว เพลงของ BTS ถูกสตรีมไปมากกว่า 3,000 ล้านครั้ง - ในเดือนกันยายน 2560 BTS กลายเป็นศิลปินเคป็อปวงแรกที่ติดชาร์ต Global 50 ของ Spotify ด้วยเพลง "DNA." - BTS เป็นเจ้าของเพลงเคป็อปที่มีจ�ำนวนการสตรีมสูงสุดบน Spotify ซึ่งก็คือเพลง "Boy With Luv" featuring Halsey โดยถูกสตรีมไปมากกว่า 380 ล้านครั้ง และ เนื่องจากเพลงดังกล่าวเพิ่งปล่อยออกมาเมื่อ เดือนเมษายน 2562 จึงหมายความว่า เพลงนี้ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 ปีในการกลายมาเป็นเพลงเคป็อปที่มี จ�ำนวนการสตรีม สูงสุดบน Spotify "เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ากระแสเคป็อปได้โด่งดังไปทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเรา ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน ต่อ ปรากฏการณ์นี้บน Spotify" Kossy Ng, Head of Artist and Label Marketing in Asia กล่าว "เคป็อปคือแนว เพลงแรกจากเอเชียที่ดังก้อง กังวาลไปถึงผู้ฟังทั่วโลกอย่างแท้จริง แฟนๆ เคป็อปเป็นหนึ่งในบรรดาแฟนคลับที่ทุ่มเท และกระตือรือร้นมากที่สุด และกลุ่มแฟนคลับเคป็อปนั้นไม่เหมือนใคร ทั้งในแง่ของวิธี ที่แฟนคลับร่วมท�ำงาน สื่อสาร และเชื่อมโยงถึงกัน จึงไม่เป็นที่กังขาเลยว่าความโด่งดัง ของกระแสเคป็อปนั้นมีแต่จะเติบโตต่อเนื่องและเราก็ตื่นเต้น ที่จะได้เดินหน้าผลักดัน การค้นพบ และร่วมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างศิลปินเคป็อปกับแฟนคลับทั่วโลก" ในปี 2558 Spotify เปิดตัว "ฮับ" ส�ำหรับแนวเพลงเคป็อปโดยเฉพาะ ซึ่งภายใน "ฮับ" ดังกล่าวประกอบไปด้วย เพลย์ลิสต์ต่างๆ ที่ครอบคลุมแนวเพลงเคป็อปทั้งหมด ตั้งแต่ ศิลปินดาวรุ่ง ไปจนถึงผลงานที่เป็นการ collaborations รวมทั้งเพลงประกอบละคร และภาพยนตร์เกาหลีหรือ OSTs นอกจากนี้ แฟนๆ ยังสามารถตามไปฟัง MAP OF THE SOUL : 7 The Enhanced Album เพลย์ลิสต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ BTS ท�ำขึ้นมา

ไฮไลต์ของวงการเคป็อปที่เกิดขึ้นบน Spotify

- 53% ของผู้ฟังเพลงเคป็อปอายุระหว่าง 18-24 ปี และ 73% ของผู้ฟังเพลงเคป็อป เป็นเพศหญิง - ผู้ใช้ Spotify ทั่วโลกเพิ่มเพลงเคป็อปเข้าไปในเพลย์ลิสต์ต่างๆ แล้วมากกว่า 9read 6 ล้านเพลย์ลิสต์ - 10 ประเทศที่สตรีมเพลงเคป็อปมากที่สุดในช่วงนี้ (ภายใน 90 วันที่ผ่านมา) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น บราซิล และเม็กซิโก ตามล�ำดับ (โปรดดู รายชื่อทั้ง 10 ประเทศเต็มๆ ด้านล่าง) - มีการสตรีมเพลงเคป็อปในทั้ง 79 ประเทศที่ Spotify ให้บริการ และอัตราการฟังเพ ลงเคป็อปในประเทศด้านล่างนี้ก�ำลังขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด (ตัวเลขเปอร์เซ็นต์แสดง ถึง อัตราการเติบโตของการสตรีมเพลงเคป็อประหว่างเดือนมกราคม 2562 - มกราคม 2563) > อียิปต์ - 33% > เวียดนาม - 30% > ฝรั่งเศส - 13% > โคลอมเบีย - 8% - ศิลปินเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ได้แก่ BTS, BLACKPINK, EXO, TWICE และ Red Velvet (โปรดดูรายชื่อ 10 ศิลปินที่ถูกสตรีมมากที่สุดได้ด้านล่าง) เพลงของ BTS ถูกสตรีมบน Spotify ไปมากกว่า 8,000 ล้านครั้ง - เพลงเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify คือเพลง "Boy With Luv" ผลงานของ BTS และ Halsey นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ซึ่งนับเป็นความร่วมมือระหว่างโลกตะวัน ออกกับโลกตะวันตก เพลงดังกล่าวถูกสตรีมไปมากกว่า 380 ล้านครั้ง (โปรดดูรายชื่อ 10 เพลงที่ถูกสตรีมมากที่สุดได้ด้านล่าง) 10 ประเทศที่สตรีมเพลงเคป็อปมากที่สุดในช่วงนี้ (ข้อมูลจากการสตรีมเพลง ภายใน 90 วันที่ผ่านมา) : 1. สหรัฐอเมริกา 2. อินโดนีเซียย 3. ฟิลิปปินส์ 4. ญี่ปุ่น 5. บราซิล 6. เม็กซิโก 7. ไทย 8. มาเลเซีย

MAGKETING l 29


DIGITAL LIFE

8. Monsta X 9. iKON 10. NCT 127 เพลงเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ทั่วโลก (สถิติเดือนมกราคม 2557 มกราคม 2563): 1. "Boy With Luv" - BTS, Halsey 2. "Kiss and Make Up" - BLACKPINK, Dua Lipa 3. "FAKE LOVE" - BTS 4. "Kill This Love" - BLACKPINK 5. "DNA" - BTS 6. "DDU-DU DDU-DU" - BLACKPINK 7. "Blood Sweat & Tears" - BTS 8. "Gangnam Style (?????)" - PSY 9. "SOLO" - JENNIE 10. "As If It's Your Last" - BLACKPINK ศิลปินเคป็อปที่มีถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ในประเทศไทย (สถิติเดือน มกราคม 2557 - มกราคม 2563): 1. BTS 2. BLACKPINK 3. Red Velvet 4. EXO 5. GOT7 6. TWICE 7. NCT 127 8. iKON 9. TAEYEON 10. SEVENTEEN

Freepik

9. แคนาดา 10. สิงคโปร์ ศิลปินเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ทั่วโลก (สถิติเดือนมกราคม 2557 - มกราคม 2563): 1. BTS 2. BLACKPINK 3. EXO 4. TWICE 5. Red Velvet 6. BIGBANG 7. SEVENTEEN

เพลงเคป็อปที่ถูกสตรีมมากที่สุดบน Spotify ในประเทศไทย (สถิติเดือนมกราคม 2557 - มกราคม 2563): 1. "Kill This Love" - BLACKPINK 2. "SOLO" - JENNIE 3. "Boy With Luv (feat. Halsey)" - BTS, Halsey 4. "DDU-DU DDU-DU" - BLACKPINK 5. "As If It's Your Last" - BLACKPINK 6. "Forever Young" - BLACKPINK 7. "LOVE SCENARIO" - iKON 8. "Don't Know What To Do" - BLACKPINK 9. "Psycho" - Red Velvet 10. "La Vie en Rose" - IZ*ONE

MAGKETING l 30


hat Pay

DIGITAL LIFE

คาดการณ์

ภัยคุกคามโมบายจากโจรไซเบอร์

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่และทศวรรษใหม่ด้วยการเพิ่มจ�ำนวนของโมบายมัลแวร์และกลุ่ม อาชญากรไซเบอร์ที่หาประโยชน์จากโมบายดีไวซ์อุปกรณ์สื่อสารพกพาทั้งหลาย รวม ทั้งกลุ่มคุกคามที่ใช้วิธีการและเครื่องมือเข้าโจมตีแบบใหม่ และยังมีประเด็นใหม่ๆ ที่แค สเปอร์สกี้คาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การคาดการณ์นี้มาจากการสังเกตการณ์และการค้นคว้าของทีมวิเคราะห์และวิจัย ของแคสเปอร์สกี้ (Global Research and Analysis Team - GReAT) เมื่อปีที่ผ่าน มา ผนวกกับเทรนด์ทิศทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น แนวทางและให้ความเข้าใจด้วข้อมูลเชิงลึกแก่อุตสาหกรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ และผู้ที่ เกี่ยวข้องที่อยู่ภายในภูมิภาคนี้ ภัยคุกคามโมบาย ปีที่ผ่านมามีรายงานพบ Android และ iOS 0-days อยู่ไม่น้อย เช่น สปายแวร์ watering hole ถูกพบ บน iOS ขโมยข้อมูลส�ำคัญเช่นรูปภาพใน iMessage และโล เกชั่น GPS มีความพยายามเจาะเข้าโมบายแพลตฟอร์มมากขึ้น ซึ่งทางแคสเปอร์สกี้คาดว่าจะมี ภัยคุกคามมากขึ้นเมื่อการอาศัยช่องโหว่เป็นตัวสร้างเงื่อนไขทางการคุกคามและหาเงิน กลายมาเป็นเรื่องทั่วไปส�ำหรับผู้ร้ายไซเบอร์ และราคาที่ลดลงพอที่พวกนี้จะหาซื้อมา ใช้ในการประกอบอาชญากรรมได้ เทคนิคและแพลตฟอร์มใหม่จากผู้ก่อภัยคุกคามหน้าเดิม ในปี 2019 นักวิจัยแคสเปอร์สกี้พบผู้ก่อภัยคุกคาม Advanced Persistent Threats (APT) เพ่นพ่านในภูมิภาคนี้ มีเทคนิคและวิธีการใหม่ เช่น ใช้ steganography ของ Ocean Lotus หรือมัลแวร์ในภาษา Nim ของ Zebrocy หรือใช้ไฟล์ไม่พึงประสงค์

LNK ของ HoneyMyte นักวิจัยยังพบ Ocean Lotus กับมัลแวร์ iOS ตัวใหม่ในปี 2019 ซึ่ง threat actor ตัว นี้ใช้เทคนิคใหม่เพื่อป่วนการวิเคราะห์มัลแวร์ให้ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก การโจมตีที่เล็งเป้าประเทศในยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ แคสเปอร์สกี้พบผู้ก่อภัยคุกคามบางกลุ่มที่มาก่อกวนบางประเทศในภูมิภาคนี้ที่มีความ เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ (Belt and Road Initiative หรือ BRI) เช่น Ocean Lotus, Lucky Mouse และ HoneyMyte และมีพัฒนาการขึ้นมากใน หลายแง่มุม คาดว่าน่าจะได้เห็นการโจมตีที่ได้มีความเกี่ยวโยงกับรูปแบบนี้มากขึ้น BRI เป็นโปรแกรมมีเป้าหมายเพื่อโยงจีนกับโลกภายนอก เปิดตัวเมื่อปี 2019 มี แผนการที่จะเชื่อมโยงจีนกับอีกสามทวีป เอเชีย แอฟริกา และยุโรป ผ่านเครือข่ายที่ โยงใยทั้งทางบกและทางทะเล จุดมุ่งหมายสูงสุดคือสนับสนุนการค้าและการเติบโตทาง เศรษฐกิจ รวมทั้งเร่งรองรับการเป็นหนึ่งเดียวกันของทั้งภูมิภาค การโจมตีซัพพลายเชนยังเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่สุดอย่างหนึ่ง ปีที่ผ่านมา นักวิจัยจากแคสเปอร์สกี้ได้ค้นพบการรั่วไหลของซอฟต์แวร์ด้านซัพพลาย เชนในหลายบริษัทในเอเชีย โดยเชื่อกันว่าผู้ก่อภัยคุกคามในชื่อ ShadowPad/ ShadowHammer มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีประเภทนี้ น่าสังเกตุว่าจากการส�ำรวจของแคสเปอร์สกี้พบว่าการโจมตีซัพพลายเชนที่ประสบ ความส�ำเร็จสามารถก่อความเสียหายมูลค่าสูงได้ถึง 2.57 ล้านเหรียญสหรัฐโดยเฉลี่ย เลยทีเดียว

MAGKETING l 31


RESEARCH

PIXABAY

ความท้าทาย ของสังคมผู้สูงวัย เรื่อง : สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

จากสังคมที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย สู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์และสังคมสูงวัยระดับสูงสุดปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) เป็นปี ที่สื่อทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำ�ลังพัฒนาทั่วโลก ได้ให้ความสำ�คัญกับความเห็นของบริษัทจัดอันดับความน่า เชื่อถือ มูดี้ส์ (Moody's) ที่ว่า จำ�นวนมากกว่า 60 % ของประเทศที่จัดอันดับโดยมูดี้ส์ (Moody's) จะก้าวเข้าสู่การสูงวัย อย่างเป็นทางการในปีนี้

MAGKETING l 32


RESEARCH

จากสังคมที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย สู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์และสังคมสูงวัยระดับสูงสุด ปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) เป็นปีที่สื่อทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่ก�ำลัง พัฒนาทั่วโลก ได้ให้ความส�ำคัญกับความเห็นของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ (Moody's) ที่ว่า จ�ำนวนมากกว่า 60 % ของประเทศที่จัดอันดับโดยมูดี้ส์ (Moody's) จะก้าวเข้าสู่การสูงวัยอย่างเป็นทางการในปีนี้ จ�ำนวนประเทศที่เป็นประเทศที่มีสังคมสูงวัยระดับสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 13 ประเทศใน ปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) และ 34 ประเทศในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) จากเดิม 3 ประเทศ (ประเทศเยอรมัน อิตาลี และญี่ปุ่น) ในปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) ความเห็นนี้สะท้อนถึงความกังวลในรายงานของมูดี้ส์ (Moody's) ในหัวข้อ "ประชากร สูงวัยจะท�ำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแผ่วลงในช่วง 20 ปีข้างหน้า" ซึ่ง สามารถติดตามได้ที่ www.moodys.com จากการอ้างอิงจากค�ำนิยามที่องค์การ สหประชาชาติใช้บ่อยครั้ง ประชากรจะเข้าสู่การสูงวัยเมื่อ 10% ของจ�ำนวนประชากร ทั้งหมดมีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า และ 7% ของจ�ำนวนประชากรทั้งหมดมีอายุ 65 ปี หรือมากกว่า และสังคมจะเปลี่ยนสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์เมื่อจ�ำนวนประชากรที่ มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่า เป็นสัดส่วนที่มากกว่า 14% และสังคมสูงวัยระดับสูงสุดเป็น สัดส่วนที่มากกว่า 20% ของจ�ำนวนประชากรทั้งหมด ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในแถวหน้า ๆ ของประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างที่ เปลี่ยนจากสังคมที่จะก้าวเข้าสู่สังคม ผู้สูงวัยสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ในอีกไม่ถึงสิบปี ข้างหน้า และจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสูงสุดในอีกประมาณ 15 ปีจากนี้ จากการอ้างอิงจากข้อมูลสมมุติฐานระดับกลางล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ จ�ำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 10.5% ของ ประชากรทั้งหมดในปี ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) เป็น 13% ในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) เป็น 19.5% ในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) และเป็น 25.9% ในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) จากการอ้างอิงจากส�ำมะโนประชากรและเคหะประจ�ำปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) ที่จัด ท�ำโดยส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติแห่งประเทศไทยได้จัดท�ำการคาดประมาณระยะเวลา 30 ปีของการเพิ่มประชากร และได้คาดประมาณว่า จ�ำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ในประเทศไทยจะเพิ่ม ขึ้นจาก 8.5 ล้านคน หรือเทียบเป็นจ�ำนวนประชากร 13.2% ของประชากรทั้งหมดใน ปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) เป็น 12.6 ล้านคน (19.1%) ในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) เป็น 17.6 ล้านคน (26.6%) ในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) และเป็น 20.5 ล้านคน (32.1%) ในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) และประเทศไทยได้ถูกจัดเป็นอันดับสองรอง จากประเทศสิงคโปร์ ในบรรดากลุ่มประเทศในอาเซียน ที่มีประชากรสูงวัยสูงที่สุด ความท้าทายของประชากรสูงวัย ตัวบ่งชี้ของการสูงวัยของประชากรที่รวดเร็ว ได้แก่ รายงานของมูดี้ส์ (Moody's) ที่ กล่าวถึงดังข้างต้น ได้สะท้อนถึงความกังวลเรื่องความท้าทายเรื่องความน่าเชื่อถือที่ รัฐบาลและบริษัทจะต้องเผชิญในโลกที่เข้าสู่การสูงวัยนี้ และได้กล่าวว่า "การปันผล ทางประชากรที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในอดีตจะเปลี่ยนเป็นภาษีประชากร ที่จะท�ำให้การเติบโตของเศรษฐกิจช้าในเกือบทุก ๆ ประเทศทั่วโลกในที่สุด"

ความเห็นข้างต้นเกี่ยวกับดัชนี "โกลบอล เอจวอทช์ อินเด็กซ์" (Global AgeWatch Index) ประจ�ำปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) ชี้ว่าเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วดูดีขึ้นในที่ที่ดี ส�ำหรับการสูงวัย และเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจที่ก�ำลังพัฒนาการสูงวัย ถือว่าค่อนข้างซับ ซ้อนเพราะในขณะที่ประชากรสูงวัยอย่างรวดเร็วแต่ว่ารายได้ยังอยู่ในระดับที่ต�่ำ หนึ่งในความล้มเหลวที่คาดการณ์ได้เป็นผลมาจากการสูงวัยอย่างรวดเร็วของประชากร ในเศรษฐกิจที่ก�ำลังพัฒนา รวมถึงความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในส่วนของสถานบริการ สาธารณสุข ในประเทศที่มีเศรษฐกิจรายได้ปานกลางระดับล่างอย่างประเทศไทย เป็นต้น อัตราการสูงวัยที่รวดเร็วของประชากรที่เข้าสู่สังคมที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย สู่สังคมสูงวัย โดยสมบูรณ์ บวกกับอัตราการเกิดที่ต�่ำท�ำให้แรงงานหดตัวลง จะท�ำให้มีแนวโน้มที่จะ ขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว อัตราเจริญพันธุ์รวมในผู้หญิงไทยในขณะ นี้ยังต�่ำกว่าระดับทดแทน ถ้าเทียบจากประสบการณ์ของประเทศอื่น ๆ ที่เคยมีอัตรา เจริญพันธุ์รวมที่ต�่ำ การที่อัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยที่จะเพิ่มมากกว่าระดับทดแทนภายใน 10 หรือ 20 ปีข้างหน้านี้น่าจะเป็นไปไม่ได้ จากการคาดประมาณจ�ำนวนประชากรของ ประเทศไทยในช่วงปี ค.ศ. 2010 – 2040 (พ.ศ. 2553 - 2583) โดยส�ำนักงานคณะ กรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า จ�ำนวนประชากรไทยคาดว่าจะเพิ่ม ขึ้นจาก 63.8 ล้านคนในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) และแตะระดับสูงสุดที่ 66.2 ล้าน คนในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) และจากนั้นจะลดลงเป็น 63.8 ล้านคนอีกครั้งในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) จากการอ้างอิงจากส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จ�ำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นขนาด 2.5 เท่า จาก 8.4 ล้านคนในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) เป็น 20.5 ล้านคนในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) ในขณะที่ประชากรที่มีอายุมากกว่า 70 ปีและ 80 ปีจะมีจ�ำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า และประชากรผู้ที่สูงวัยมากสุดจะเพิ่มขึ้นเป็นจ�ำนวนหนึ่งในสี่ การเปลี่ยนผ่านประชากรอาจถูกคาดได้ว่า จะมีผลกระทบทางลบต่อความมั่นคง ยามชรา ภายในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) อัตราส่วนภาวะต้องพึ่งพิงคาดว่าจะเป็น 58.3% สื่อว่าอัตราส่วนคือ ประชากรวัยท�ำงาน 2 คนต่อการดูแลประชากรสูงวัย 1 คน เมื่อเทียบกับ 7 คนในปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) ถ้าไม่มีนโยบายที่คิดขึ้นใหม่ประเทศไทยจะต้องรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทาง ประชากรดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศจะต้องเผชิญกับ (ก) การเติบโตของ เศรษฐกิจที่ช้าลง (ข) แรงงานที่ลดลงอยู่เรื่อยๆ (ค) การเกิดของการละเลยผู้สูงวัยที่มาก ขึ้น ถ้าประชากรชาวไทยมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้และมีอัตราการออมที่ต�่ำ รัฐบาลไทยควรจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นใจว่าประชากรไทย จะมีความพร้อม ทางด้านการเงินส�ำหรับช่วงสูงวัย ส่งเสริมการออมภาคครัวเรือนและสร้างประกัน สังคมช่วงสูงวัย สภาพแวดล้อมทางการเงินที่ดีและการจัดการทางการเงินที่ดีจ�ำเป็นที่ จะต้องถูกจัดให้เหมาะ เพื่อกระตุ้นการออมภาคครัวเรือน

MAGKETING l 33


RESEARCH

พิษไวรัส ท�ำธุรกิจโรงแรมสูญรายได้กว่าสองหมื่นล้าน เรื่อง : ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics (ทีเอ็มบี อนาลิติกส์) เผยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ทำ�ตลาด นักท่องเที่ยวจีนของไทยครึ่งปีแรกหายไปกว่า 2.4 ล้านคน ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวทั้งปี 63 สูญรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทหรือ 0.7% ของจีดีพี

MAGKETING l 34


RESEARCH

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics (ทีเอ็มบี อนาลิติกส์) เผยการ แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ท�ำตลาดนักท่องเที่ยวจีนของไทยครึ่งปีแรกหายไปกว่า 2.4 ล้านคน ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวทั้งปี 63 สูญรายได้กว่า 1 แสนล้าน บาทหรือ 0.7% ของจีดีพี โดยธุรกิจโรงแรม 7,500 ราย กระทบหนักชวดรายได้ 2.8 หมื่นล้านบาท เป็นผู้ ประกอบการขนาดกลาง 459 รายและขนาดเล็ก 6,990 ราย ขณะที่คุณภาพสินเชื่อ โรงแรมขนาดกลางเปราะบางยอด NPL รวมหนี้ที่ต้องระวัง (SM) สูงถึง 18% พร้อม แนะภาครัฐและเอกชนเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ คาดระดับความรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวไทยจากไวรัสโคโรนาอยู่ที่ 70% ของกรณี โรคระบาดซาร์ส โดยพิจารณาจากปัจจัยระยะเวลาการแพร่ระบาดจากจุดเริ่มต้นจน สิ้นสุด พบว่าการรับรู้การระบาดของไวรัสโคโรนาเกิดขึ้นเร็ว และมีแนวโน้มที่จะยุติการ แพร่ระบาดได้เร็วกว่ากรณีของโรคซาร์สที่เกิดขึ้นในปี 2546 เนื่องจากการด�ำเนินการที่รวดเร็วและเข้มงวดของรัฐบาลจีนในการป้องกันและควบคุม โรคไม่ให้แพร่กระจาย ไม่ว่าจะเป็นการระงับการเดินทางเข้าออกเมืองอู่ฮั่นและเมือ งอื่นๆ ในมณฑลหูเป่ย การสั่งห้ามจัดกรุ๊ปทัวร์เข้าออกประเทศจีน การสั่งปิดสถานที่ เลนด์มาร์คในเมืองต่างๆ รวมถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของประเทศอื่นๆ ที่ พบผู้ติดเชื้อ ซึ่งคาดว่าจะท�ำให้ผลกระทบความรุนแรงจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในครั้งนี้อยู่ในวงจ�ำกัด โดยจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยหนักสุดในไตรมาสแรกซึ่งเป็นฤดูกาล ท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีน ท�ำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 1.5 ล้านคน และทยอยปรับ ดีขึ้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย จนกลับมาอยู่ในระดับปกติได้ในช่วงกลางปี FREEPIK

ดังนั้น ภาพรวมดีกรีผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อภาคการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 70% โดยคาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนลดลง 2.4 ล้านคนในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่จะเริ่มกลับมา ขยายตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้จ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมทั้งปี 2563 จะอยู่ที่ 38.7 ล้านคน ลดลงจากระดับ 40.8 ล้านคนตามคาดการณ์เดิม และรายได้ ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้องลดลงกว่า 1 แสนล้านบาทหรือคิดเป็น 0.7% ของจีดีพี รายได้ภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงมาจากธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและค้าปลีก จะสูญ เสียรายได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่อรายได้ภาคการท่องเที่ยว โดยแบ่งเป็นรายภาคธุรกิจพบว่ารายได้ธุรกิจโรงแรมหายไป 2.84 หมื่นล้านบาท(27%) เช่นเดียวกับการลดลงของรายได้ในธุรกิจค้าปลีกอีก 2.84 หมื่นล้านบาท (27%) และ ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหารลดลง 1.89 หมื่นล้านบาท (18%) และที่เหลือ (ค่าเดินทาง ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว และอื่นๆ) หายไป 2.92 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในแง่ผู้ประกอบ การไทยในระดับสูงคือธุรกิจโรงแรม โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมที่อยู่ในข่ายได้รับผลก ระทบถึง 7,500 ราย ในขณะที่ ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร และอื่นๆ คาดว่าจะได้รับ ผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเชนธุรกิจของผู้ประกอบการชาวจีน "ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลางได้รับผลกระทบหนักสุด" ในมิติผู้ประกอบการพบว่า

รายได้ของธุรกิจโรงแรมที่ลดลง 2.84 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของผู้ประกอบการ ธุรกิจโรงแรมขนาดกลาง คาดว่าจะมีรายได้ลดลงถึง 49% ของผลกระทบรวม รองลง มาเป็นธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก 31% และธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ 20% ตามล�ำดับ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบระดับสูงจะอยู่ในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมท่องเที่ยว 7 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ (32%) ภูเก็ต (29%) ชลบุรี (14%) กระบี่ (7%) สุราษฎร์ธานี (7%) เชียงใหม่ (5%) และพังงา (2%) ซึ่งมีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม รวม 4,763 ราย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 65% ของจ�ำนวนผู้ประกอบโรงแรมไทยทั้ง ประเทศ คุณภาพสินเชื่อธุรกิจโรงแรมขนาดกลางเปราะบาง และมีแนวโน้มแย่ลงจากผลกระ ทบไวรัส สะท้อนจาก ณ สิ้นปี 2562 ระดับ NPL อยู่ที่ 5.1% และมีหนี้ SM ที่ต้องเฝ้า ระวังสูงถึง 13% รองมาเป็นธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กมีสัดส่วน NPL และหนี้ SM อยู่ที่ 4.1%และ 2.4% ตามล�ำดับ อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาด และผลก ระทบที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการที่เป็นซัพพลายเชนของภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนทุก ภาคส่วนควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่ เกี่ยวข้อง

MAGKETING l 35


MOVEMENT

MAGKETING l 36


MOVEMENT

AIRASIA แอร์เอเชียจัดแคมเปญต่อเนื่องทุกเส้นทางภายในประเทศโดยครั้งนี้เป็นรูปแบบของโค้ดพิเศษ ลดเพิ่มอีก 100 บาท ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน ไม่จ�ำกัดจ�ำนวนครั้ง เพียงกรอกโค้ด “FDOFF100” ส�ำหรับทุกที่นั่ง เส้นทางบินภายในประเทศ พิเศษ 3 วัน เท่านั้น 24-26 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ www.airasia.com ส�ำหรับสมาชิก BIG เริ่มต้นเพียง 550 บาทเท่านั้น Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

HOMEPRO โฮมโปรจัดโปรโมชั่น ‘ซื้อ 1 แถม 1’ ส�ำหรับสินค้าของตกแต่งบ้านที่ร่วมรายการ และ “HomePro BOMB POINT” ส�ำหรับสมาชิกบัตรโฮมการ์ดซื้อสินค้าพร้อมใช้คะแนนแทนส่วนลด สูงสุดถึง 20% เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2563 – 23 ก.พ.2563 ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ Strategy

:: แถมสินค้า (Buy 1 Get 1 Free)

EST เครื่องดื่มเอส โดยบริษัท ไทยดริ้งค์ จ�ำกัด ใช้งบกว่า 80 ล้านบาท จัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นการบริโภคบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว เปิดแคมเปญ “เอส โคล่า พระเอกของมื้ออร่อย” ดึง “เจมส์ จิรายุ” เสริมทัพความซ่าให้กับแก๊งพระเอกคนดีที่ไหน “บอย ปกรณ์” “เกรท วรินทร” และ “อาเล็ก ธีรเดช” แท็กทีมตะลุยเติมความซ่าสดชื่นให้ทุกมื้ออร่อยของคนไทยในร้านอาหาร ทั่วประเทศ ต่อยอดความส�ำเร็จแคมเปญที่ผ่านมา สร้างโอกาสการดื่ม “เอส โคล่า” คู่ทุกมื้ออาหาร Strategy

:: พรีเซ็นเตอร์

(Presenter)

BOOTS “บู๊ทส์ ประเทศไทย” ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นน�ำ จัดแคมเปญ “Boots SALE up to 75%” ลดราคาสินค้าสุขภาพและความงามแบรนด์ดังกว่า 5,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 75%

Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

MAGKETING l 37


MOVEMENT

MERCEDES-BENZ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จัดกิจกรรม “Mercedes-Benz Driving Events 2020” กิจกรรมฝึกอบรมเทคนิคการ ขับขี่ปลอดภัย สร้างความรู้ความเข้าใจในนวัตกรรมด้านความปลอดภัยระดับโลกตามมาตรฐานของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดย ทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพจากประเทศออสเตรเลียร่วมฝึกทักษะการขับขี่อย่างใกล้ชิด พร้อมรถรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 24 รุ่น มาให้ได้ ทดสอบกันอย่างครบครันในทุกเซ็กเมนต์ Strategy

:: การจัดกิจกรรมอบรม

(Workshop)

HOOQ ฮุค ประเทศไทย น�ำเสนอภาพยนตร์และซีรีส์ HOOQ Original Series แรกแห่งปี 2020 เรื่อง Someone ซึ่งเป็นซีรีส์ 8 เรื่องสั้นจบในตอน เป็นเรื่องราวที่สะท้อนแง่คิดของสังคมในปัจจุบันที่เกิดรอบตัวว่าเราไม่ควรด่วนสรุปหรือตัดสินใครเร็ว เกินไป โดยที่เราอาจจะไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังของสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความกดดันของสังคมอาจจะท�ำให้ครอบครัวนั้นต้อง พลัดพรากจากคนที่รักอยู่ก็เป็นไปได้ Strategy

:: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

(New Product Development)

HAIER บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด จัดกิจกรรม “มอบหน้ากากอนามัยกว่า 8,000 ชิ้น ป้องกันไวรัสโคโรน่าและห่างไกลจากมลภาวะ ให้แก่เด็กนักเรียนในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่ 35 ส�ำนักงานเขตลาดกระบัง กว่า 10 แห่ง” พร้อมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ เพื่อแสดงความห่วงใยเยาวชนและบุคลากร Strategy

:: การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR)

TRUEMOVE H ทรูมูฟ เอช เปิดจองสมาร์ทโฟนแฟลกชิป Samsung Galaxy S20, S20+ และ S20 Ultra ส�ำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ราย เดือน รับส่วนลดสูงสุด 12,500 บาท พร้อมรับทรูพอยท์สูงสุด 2,500 คะแนน เมื่อสมัครแพคเกจรายเดือน 1,499 บาท ขึ้น ไป รับทรูแบล็คการ์ดฟรี 1 ปี พร้อมดูฟรีทรูพรีเมียร์ลีกตลอดฤดูกาล 2019/20 ผ่านแอพ TrueID Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

MAGKETING l 38


MOVEMENT

HAIER ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนรายใหม่กับทีมสโมสรฟุตบอล นครปฐมยูไนเต็ด เสือป่าราชา ตลอดปี 2020 พร้อมเปิดตัวนักเตะและชุดแข่งขันใหม่ ประจ�ำฤดูกาล ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NAKHONPATHOM UNITED WE ARE COMING BACK” เตรียมท้าแข้งสู้ศึกไทยลีก 2 รายการ M-150 Championship Strategy

:: การเป็นผู้สนับสนุนด้านกีฬา

(Sport Sponsorship Marketing)

WAIWAI บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไว จัดโปรโมชั่นลดราคาบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปไวไวชนิดชาม 70 กรัม 6 รสชาติ คือ ไวไวปรุงส�ำเร็จ (ชนิด ชาม) , ไวไวรสต้มย�ำกุ้งน�้ำข้น สูตรพริกเผา เส้นแบน (ชนิดชาม) , ไวไวรสต้มย�ำ (สูตรดั้งเดิม) (ชนิดชาม), ไวไว รสหอย ลายผัดฉ่า (ชนิดชาม), ไวไวรสหมูย่าง และ ไวไวรสกระดูกหมูต้มย�ำ (ชนิดชาม) จากราคาปกติชามละ 25 บาท เหลือเพียง ชามละ 23 บาท เฉพาะที่ 7-Eleven เท่านั้น Strategy

:: การลดราคาเฉพาะช่วงเวลา

THAISMILE สายการบินไทยสมายล์ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดเส้นทางใหม่ เชียงใหม่-เกาสง (CNXKHH) ตอกย�้ำสายการบินฟูลเซอร์วิสชั้นน�ำในภูมิภาค ด้วยมาตรฐานการบินและบริการยอดเยี่ยมระดับโลก

Strategy

:: การพัฒนาบริการใหม่

(New Service Development)

WAIWAI บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป “ไวไว” จับมือกับมหาวิทยาลัยรังสิต น�ำทีมจัดกิจกรรมเวิร์คช้อป โครงการประกวดท�ำหนังสั้น “WAIWAI INSPIRATION FILM PROJECT พาฝันไปปั้นหนัง” ชิงเงินรางวัลกว่า 250,000 บาท กิจกรรมสร้างสรรค์สังคมให้ตระหนัก ถึงคุณค่าการลงมือท�ำ ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ และสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ Strategy

:: การจัดประกวด

(Contests)

MAGKETING l 39


+

หากคุณต้องการไอเดีย+จุดประกายความคิดทางธุรกิจ พร้อมกับศึกษาข้อมูลสภาวะการแข่งขันอย่างรอบด้าน

+

“แมกเก็ตติ้ง

แมกเก็ตติ้ง

(MAGKETING)”

(MAGKETING)

นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด (E-Magazine) ราย 2 เดือน ประเภท Free view ซึ่งน�ำเสนอข่าว ความเคลื่อนไหว ข่าวเชิงวิเคราะห์ รวมถึงข้อมูล ในรูปแบบ Database ในแวดวงธุรกิจการตลาด สามารถเลือกช่องทางการอ่านได้หลากหลาย

พร้อมเสิร์ฟฟรี ทุกที่ ทุกเวลา อ่านได้ทันทีที่

ทั้งการดาวน์โหลดนิตยสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ

Computer PC , MAC , Notebook หรือเปิดวิวผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บไว้ดูได้ทั้งใน

Smartphone , Phablet , Tablet , iPad


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook