พระวรสารและกิจการของอัครทูต
สารบัญ
พระวรสารมัทธิว
1
พระวรสารมารโก
25
พระวรสารลูกา
40
พระวรสารยอห์น
65
กิจการของอัครทูต
84
แมทธิว
23 ดูเถิด หญิงพรหมจารีจะตัง้ ครรภ์และคลอดบุตรชาย และ ่ บุตรนัน เขาจะเรียกชือ ้ ว่า อิมมานูเอล ซึง่ แปลว่า พระเจ ้าทรง อยูก ่ บ ั เรา 24 เมือ ่ โยเซฟตืน ่ ขึน ้ จากหลับ เขาก็ทําตามทีท ่ ต ู สวรรค์ของ พระเจ ้าสัง่ เขา โดยรับภรรยามาเป็ นภรรยา 25 และไม่ได ้หลับนอนกับเธออีกเลยจนเธอได ้ให ้กําเนิด ่ บุตรนัน บุตรชายหัวปี แล ้ว และเขาเรียกชือ ้ ว่าพระเยซู
บทที่ 1 1 หนังสือเรือ ่ งราวเกีย ่ วกับพระเยซูคริสต์ ผู ้เป็ นโอรสของดา วิด ผู ้เป็ นโอรสของอับราฮัม 2 อับราฮัมให ้กําเนิดอิสอัค อิสอัคให ้กําเนิดยาโคบ ยาโคบให ้ กําเนิดยูดาสและพีน ่ ้องของเขา 3 และยูดาสให ้กําเนิดฟาเรศและซาราจากเมืองทามาร์ ฟาเรศให ้กําเนิดเอสโรน และเอสโรนให ้กําเนิดอารัม 4 และอารัมให ้กําเนิดอามีนาดับ และอามีนาดับให ้กําเนิดนา สัน และนาสันให ้กําเนิดซาลมอน 5 และซัลมอนให ้กําเนิดโบอัสจากราฮับ และโบอัสให ้กําเนิด โอเบดจากรูธ และโอเบดให ้กําเนิดเจสซี 6 เจสซีให ้กําเนิดดาวิดซึง่ เป็ นกษั ตริย ์ และดาวิดซึง่ กษั ตริย ์ ให ้กําเนิดซาโลมอนจากนางทีเ่ คยเป็ นภรรยาของอุรย ี าห์ 7 และซาโลมอนให ้กําเนิดโรโบอัม และโรโบอัมให ้กําเนิดอา บียา และอาบียาให ้กําเนิดอาสา 8 และอาสาให ้กําเนิดโยซาฟั ท โยซาฟั ทให ้กําเนิดโยรัม และ โยรัมให ้กําเนิดโอซียาห์ 9 และโอซีอส ั ให ้กําเนิดโยทัม และโยทัมให ้กําเนิดอาคัส และ อาคัสให ้กําเนิดเอเสเคียส 10 และเอเสเคียสให ้กําเนิดมนัสเสส และมนัสเสสให ้กําเนิด อาโมน และอาโมนให ้กําเนิดโยสิอส ั ; 11 โยสิยาห์ให ้กําเนิดเยโคเนียห์และพีน ่ ้องของเขา ใน ช่วงเวลาทีถ ่ ก ู จับไปบาบิลอน 12 และหลังจากพวกเขาถูกนํ าไปยังเมืองบาบิลอน เยโคนิ ยาห์ก็ได ้ให ้กําเนิดซาลาเทียล และซาลาเทียลก็ได ้ให ้กําเนิด โซโรบาเบล ่ อาบีอด 13 และโซโรบาเบลให ้กําเนิดบุตรชือ ู และอาบีอด ู ให ้ กําเนิดเอลียาคิม; และเอลียาคิมให ้กําเนิดอาซอร์ ่ ซาโดก และซาโดกให ้กําเนิด 14 และอาซอร์ให ้กําเนิดบุตรชือ ่ อาคิม และอาคิมให ้กําเนิดบุตรชือ ่ เอลีอด บุตรชือ ู 15 และเอลีอด ู ให ้กําเนิดเอเลอาซาร์ และเอเลอาซาร์ให ้ กําเนิดมัทธาน และมัทธานให ้กําเนิดยาโคบ ่ โยเซฟ ผู ้เป็ นสามีของมารีย ์ ซึง่ พระเยซู 16 ยาโคบมีบต ุ รชือ ื่ เรียกว่าพระคริสต์ก็เกิดมาจากนางมารีย ์ ซึง่ มีชอ ิ สีช ่ วั่ 17 ฉะนัน ้ ตลอดชัว่ อายุคนตัง้ แต่อบ ั ราฮัมถึงดาวิดมีสบ อายุคน และตัง้ แต่ดาวิดจนถูกกวาดไปเป็ นเชลยทีเ่ มืองบาบิ ิ สีช ่ วั่ อายุคน และตัง้ แต่ถก ลอนมีสบ ู กวาดไปเป็ นเชลยทีเ่ มือง ิ สีช ่ วั่ อายุคน บาบิลอนจนถึงพระคริสต์มส ี บ 18 เรือ ่ งราวการประสูตข ิ องพระเยซูคริสต์เป็ นดังนี้ คือ มารีย ์ มารดาของพระองค์ได ้หมัน ้ หมายกับโยเซฟแล ้ว ก่อนทีท ่ งั ้ สองจะได ้อยูก ่ น ิ กัน ปรากฏว่ามารียต ์ งั ้ ครรภ์โดยฤทธิพ ์ ระ วิญญาณบริสท ุ ธิ์ 19 แล ้วโยเซฟสามีของนางเป็ นคนชอบธรรม และไม่ประสงค์ จะให ้นางเป็ นตัวอย่างแก่สาธารณชน จึงคิดจะไล่นางออกไป อย่างลับๆ 20 แต่เมือ ่ โยเซฟกําลังคิดเรือ ่ งเหล่านี้ ทูตสวรรค์ของพระเจ ้า ก็ปรากฏแก่โยเซฟในความฝั นและกล่าวว่า “โยเซฟ บุตรดา วิด เจ ้าอย่ากลัวทีจ ่ ะรับมารียม ์ าเป็ นภรรยาของเจ ้าเลย เพราะว่าสิง่ ทีป ่ ฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็ นโดยพระวิญญาณ บริสท ุ ธิ”์ ่ บุตรนัน 21 และเธอจะให ้กําเนิดบุตรชาย และเจ ้าจงเรียกชือ ้ ว่าเยซู เพราะว่าพระองค์จะทรงช่วยประชากรของพระองค์ให ้ รอดจากบาปของพวกเขา 22 บัดนีส ้ งิ่ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ เพือ ่ ให ้เป็ นไปตามพระดํารัสของพระ เจ ้าทีต ่ รัสผ่านทางผู ้เผยพระวจนะว่า
บทที่ 2 1 ครัน ้ พระเยซูประสูตท ิ เี่ มืองเบธเลเฮมแคว ้นยูเดียในสมัย ของกษั ตริยเ์ ฮโรด ก็มพ ี วกโหราจารย์จากทิศตะวันออกมายัง กรุงเยรูซาเล็ม 2 ถามว่า “ผู ้ทีเ่ กิดมาเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิวนัน ้ อยูท ่ ไี่ หน เพราะพวกเราเห็นดาวของเขาทางทิศตะวันออก และเราก็มา เพือ ่ จะนมัสการพระองค์” 3 เมือ ่ กษั ตริยเ์ ฮโรดได ้ยินคําเหล่านัน ้ พระองค์ก็ทรงโศกเศร ้า และคนทัง้ กรุงเยรูซาเล็มก็โศกเศร ้าไปด ้วย 4 และเมือ ่ พระองค์ได ้ทรงเรียกประชุมพวกหัวหน ้าปุโรหิตและ พวกธรรมาจารย์ของประชาชนทัง้ หมดแล ้ว พระองค์ตรัสถาม พวกเขาว่า “พระคริสต์จะประสูตท ิ ใี่ ด” 5 พวกเขากล่าวแก่เขาว่า "ในเมืองเบธเลเฮมแคว ้นยูเดีย เพราะว่ามีเขียนไว ้โดยผู ้เผยพระวจนะดังนีว้ า่ 6 ส่วนเมืองเบธเลเฮมในแผ่นดินยูดาห์นัน ้ ก็หาได ้เป็ นเมืองที่ เล็กทีส ่ ด ุ ท่ามกลางบรรดาผู ้นํ าของยูดาห์ไม่ เพราะว่าผู ้ว่า ราชการจะออกมาจากเจ ้า ผู ้ทีป ่ กครองชนชาติอส ิ ราเอลของ เรา 7 จากนัน ้ เฮโรดเรียกโหราจารย์มาเป็ นการส่วนตัว ถามพวก เขาอย่างละเอียดว่าดาวนัน ้ ปรากฏขึน ้ เมือ ่ ใด 8 แล ้วท่านส่งพวกเขาไปทีเ่ บธเลเฮมแล ้วตรัสว่า จงไปค ้นหา เด็กน ้อยนัน ้ อย่างขยันขันแข็ง และเมือ ่ พบแล ้ว จงกลับมาแจ ้ง แก่ข ้าพเจ ้าด ้วย เพือ ่ ข ้าพเจ ้าจะได ้ไปนมัสการเขาด ้วย” 9 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินพระราชโองการนัน ้ แล ้ว พวกเขาจึง ออกไป และดูเถิด ดาวซึง่ พวกเขาเห็นทางทิศตะวันออกก็ นํ าหน ้าพวกเขาไป จนกระทั่งมาหยุดอยูท ่ ท ี่ เี่ ด็กน ้อยอยู่ 10 เมือ ่ พวกเขาเห็นดาวนัน ้ พวกเขาก็มค ี วามยินดีเป็ นอย่าง ยิง่ 11 ครัน ้ พวกเขาเข ้าไปในบ ้าน เห็นกุมารกับมารียม ์ ารดาของ พระองค์ จึงกราบลงนมัสการพระองค์ แล ้วเปิ ดหีบสมบัตข ิ อง ตนออก แล ้วนํ าของขวัญมาถวายแด่กม ุ าร ได ้แก่ ทองคํา กํายาน และมดยอบ 12 ครัน ้ เมือ ่ ได ้รับคําเตือนจากพระเจ ้าในความฝั นว่าไม่ควร กลับไปหาเฮโรด พวกเขาจึงออกไปยังเมืองของตนอีกทาง หนึง่ 13 ครัน ้ พวกเขาไปแล ้ว ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าปรากฏแก่โย เซฟในความฝั นและกล่าวว่า จงลุกขึน ้ พากุมารกับมารดาของ เด็กหนีไปอียป ิ ต์ และอยูท ่ น ี่ ั่นจนกว่าเราจะบอกเจ ้า เพราะว่า เฮโรดจะแสวงหากุมารนัน ้ เพือ ่ จะประหารชีวต ิ เสีย” 14 เมือ ่ เขาลุกขึน ้ เขาพาเด็กน ้อยและมารดาของเขาไปยัง อียป ิ ต์ในเวลากลางคืน ้ พระชนม์ ทัง้ นีเ้ พือ 15 และได ้อยูท ่ น ี่ ั่นจนเมือ ่ เฮโรดสิน ่ ให ้ สําเร็จตามพระวจนะของพระเจ ้าทีต ่ รัสไว ้โดยผู ้เผยพระวจนะ ว่า เราได ้เรียกบุตรของเราออกจากอียป ิ ต์ 16 เมือ ่ เฮโรดเห็นว่าพวกโหราจารย์ล ้อเลียนพระองค์ เขาก็ กริว้ มาก จึงส่งคนไปฆ่าเด็กๆ ทัง้ หมดในเบธเลเฮมและ บริเวณใกล ้เคียงทุกแห่ง ตัง้ แต่อายุสองขวบลงไป ซึง่ ตรงกับ เวลาทีเ่ ขาได ้สอบถามพวกโหราจารย์อย่างละเอียด 17 แล ้วคําทีต ่ รัสผ่านทางผู ้เผยพระวจนะเยเรมียก ์ ็สําเร็จ 18 ในพระรามาทรงได ้ยินเสียงครํ่าครวญและร ้องไห ้และครํ่า ครวญเป็ นอันมาก คือราเชลร ้องไห ้ครํ่าครวญถึงลูกๆ ของเธอ 1
แมทธิว
17 และดูเถิด มีเสียงจากสวรรค์ตรัสว่า “ผู ้นีเ้ ป็ นบุตรทีร่ ักของ เรา ผู ้ทีเ่ ราพอใจมาก”
และนางไม่ยอมรับการปลอบโยนเนือ ่ งจากลูกๆ ของเธอไม่ม ี แล ้ว ้ พระชนม์แล ้ว ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าปรากฏ 19 เมือ ่ เฮโรดสิน แก่โยเซฟในความฝั นทีป ่ ระเทศอียป ิ ต์ 20 ตรัสว่า “จงลุกขึน ้ พากุมารกับมารดาของเด็กไปยังแผ่นดิน อิสราเอล เพราะว่าผู ้ทีแ ่ สวงหาชีวต ิ ของกุมารนัน ้ ตายแล ้ว” 21 แล ้วเขาจึงลุกขึน ้ พากุมารกับมารดาของเขาไปยังแผ่นดิน อิสราเอล 22 แต่เมือ ่ ได ้ยินว่าอาร์เคลาอุสครองราชย์ในแคว ้นยูเดียแทน เฮโรดบิดาของตน เขาก็กลัวทีจ ่ ะไปทีน ่ ั่น แต่เมือ ่ เขาได ้ยินคํา เตือนจากพระเจ ้าในความฝั น เขาก็เลยเลีย ่ งไปยังแคว ้นกาลิ ลี ่ นาซาเร็ธ เพือ 23 แล ้วพระองค์มาอาศัยในเมืองหนึง่ ชือ ่ ให ้คํา ่ ว่าชาวนาซา ทีต ่ รัสไว ้โดยผู ้เผยพระวจนะว่า พระองค์จะได ้ชือ เร็ธ เป็ นจริง
บทที่ 4 1 ครัง้ นัน ้ พระวิญญาณทรงนํ าพระเยซูเข ้าไปในถิน ่ ทุรกันดาร เพือ ่ ทรงถูกมารทดลอง ่ บ ิ วันสีส ่ บ ิ คืน พระองค์ก็ 2 และเมือ ่ พระองค์ทรงอดอาหารสีส ทรงหิวต่อไป 3 เมือ ่ ผู ้ทดลองมาหาพระองค์ พระองค์จงึ ตรัสว่า ถ ้าท่านเป็ น พระบุตรของพระเจ ้า จงสัง่ ให ้ก ้อนหินเหล่านีก ้ ลายเป็ นขนม ปั ง 4 พระเยซูตรัสตอบว่า มีเขียนไว ้ว่า มนุษย์จะดํารงชีวต ิ อยูด ่ ้วย อาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได ้ แต่ดํารงชีวต ิ ด ้วยพระวจนะทุก คําทีอ ่ อกจากพระโอษฐ์ของพระเจ ้า 5 แล ้วมารก็พาพระองค์ไปยังนครบริสท ุ ธิ์ แล ้วให ้พระองค์ ประทับบนยอดวิหาร 6 แล ้วตรัสแก่พระองค์วา่ ถ ้าท่านเป็ นพระบุตรของพระเจ ้า จง กระโดดลงไปเถิด เพราะมีคําเขียนไว ้ว่า พระองค์จะทรง มอบหมายให ้เหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ดแ ู ลท่าน และทูต สวรรค์เหล่านัน ้ จะทรงอุ ้มท่านไว ้ในมือของพวกเขา เพือ ่ ว่า เท ้าของท่านจะไม่สะดุดหิน 7 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " มีเขียนไว ้อีกว่า อย่าทดลองพระ เจ ้าผู ้เป็ นพระเจ ้าของเจ ้า" 8 อีกครัง้ หนึง่ มารก็พาพระองค์ขน ึ้ ไปบนภูเขาสูงมาก และ ้ ในโลกพร ้อมทัง้ ความรุง่ เรืองของ แสดงอาณาจักรทัง้ สิน อาณาจักรเหล่านัน ้ ให ้พระองค์ทอดพระเนตร 9 และตรัสแก่ทา่ นว่า เราจะให ้สิง่ ของทัง้ หมดนีแ ้ ก่ทา่ น ถ ้า ท่านยอมกราบลงนมัสการเรา 10 แล ้วพระเยซูจงึ ตรัสกับเขาว่า " จงออกไปจากทีน ่ เี่ ถิด ซาตาน เพราะมีคําเขียนไว ้ว่า จงนมัสการพระเจ ้าผู ้เป็ นพระ เจ ้าของเจ ้า และปรนนิบต ั พ ิ ระองค์แต่ผู ้เดียว" 11 แล ้วมารจึงละพระองค์ไป และมีเหล่าทูตสวรรค์มา ปรนนิบต ั พ ิ ระองค์ 12 ครัน ้ พระเยซูทรงได ้ยินว่ายอห์นถูกขังคุก พระองค์ก็เสด็จ ไปยังแคว ้นกาลิล ี 13 แล ้วพระองค์เสด็จออกจากเมืองนาซาเร็ธไปประทับใน เมืองคาเปอรนาอุม ซึง่ อยูร่ ม ิ ชายฝั่ งทะเลในเขตแดนของเผ่า เศบูลน ุ และเผ่าเนฟทาลี 14 เพือ ่ ให ้เป็ นไปตามคําทีต ่ รัสไว ้โดยเอซายาห์ผู ้เผยพระ วจนะว่า 15 แผ่นดินเศบูลน ุ และแผ่นดินนัฟทาลี ทางริมทะเลฝั่ งตรง ข ้ามแม่นํ้าจอร์แดน คือ แคว ้นกาลิลแ ี ห่งบรรดาประชาชาติ ต่างชาติ 16 ประชาชนผู ้นั่งอยูใ่ นความมืดได ้เห็นความสว่างยิง่ ใหญ่ และผู ้ทีน ่ ั่งอยูใ่ นแดนและเงาแห่งความตายก็มค ี วามสว่างขึน ้ 17 ตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา พระเยซูทรงเริม ่ เทศนาว่า จง กลับใจ เสียใหม่ เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ใกล ้จะมาถึงแล ้ว 18 ขณะทีพ ่ ระเยซูทรงดําเนินอยูร่ ม ิ ทะเลสาบกาลิล ี พระองค์ ทอดพระเนตรเห็นพีน ่ ้องสองคน คือ ซีโมนทีเ่ รียกว่าเปโตร กับอันดรูวน ์ ้องชายของเปโตร กําลังทอดแหอยูใ่ นทะเลสาบ เพราะเขาเป็ นชาวประมง 19 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า จงตามเรามาเถิด และเราจะตัง้ ท่าน ให ้เป็ นผู ้หาคน 20 แล ้วพวกเขาละทิง้ อวนของตนแล ้วติดตามพระองค์ทันที 21 ครัน ้ พระองค์เสด็จต่อไปจากทีน ่ ั่น พระองค์ทอดพระเนตร เห็นพีน ่ ้องอีกสองคน คือ ยากอบบุตรเศเบดีและโยฮัน น ้องชายของยากอบ กําลังซ่อมแหอยูใ่ นเรือกับเศเบดีบด ิ า ของพวกเขา พระองค์จงึ ทรงเรียกพวกเขา
บทที่ 3 1 ในเวลานัน ้ ยอห์นผู ้ให ้บัพติศมามาเทศนาในถิน ่ ทุรกันดาร ของแคว ้นยูเดียว่า 2 และกล่าวว่า จงกลับใจเสียใหม่ เพราะว่าอาณาจักรแห่ง สวรรค์ใกล ้เข ้ามาแล ้ว 3 นีแ ่ หละคือผู ้ทีถ ่ ก ู กล่าวถึงโดยผู ้เผยพระวจนะเอซายาห์วา่ “เสียงผู ้ร ้องในถิน ่ ทุรกันดารว่า จงเตรียมทางสําหรับพระเจ ้า จงทําทางเดินของพระองค์ให ้ตรง” ้ ผ ้าทีท 4 ยอห์นผู ้นีส ้ วมเสือ ่ ําจากขนอูฐ และคาดเข็มขัดหนัง สัตว์ทเี่ อว และกินตั๊กแตนและนํ้ าผึง้ ป่ าเป็ นอาหาร 5 แล ้วพวกเยรูซาเล็มและคนทั่วแคว ้นยูเดียและคนทั่วแคว ้น รอบแม่นํ้าจอร์แดนก็ออกไปหาเขา 6 และได ้รับบัพติศมาจากพระองค์ในแม่นํ้าจอร์แดน โดย สารภาพบาปของตน ี ละพวกสะดูสจ ี ํานวนมากมาเพือ 7 เมือ ่ ท่านเห็นพวกฟาริสแ ่ จะ รับบัพติศมา ท่านจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “โอ พวกงูพษ ิ ใคร เตือนพวกเจ ้าให ้หนีจากพระพิโรธทีจ ่ ะมาถึง?” 8 จงออกผลให ้สมกับการกลับใจเสียเถิด 9 และอย่าคิดนึกในใจว่า เรามีอบ ั ราฮัมเป็ นบิดา เพราะว่าเรา บอกพวกท่านทัง้ หลายว่า พระเจ ้าทรงสามารถให ้บุตรเกิดขึน ้ แก่อบ ั ราฮัมจากก ้อนหินเหล่านีไ้ ด ้ 10 บัดนีข ้ วานก็วางไว ้ทีโ่ คนต ้นไม ้แล ้ว ดังนัน ้ ทุกต ้นไม ้ทีไ่ ม่ เกิดผลดีก็จะถูกโค่นและโยนเข ้ากองไฟ 11 ฉั นให ้พวกท่านรับบัพติศมาด ้วยนํ้ าเพือ ่ แสดงการกลับใจ ใหม่ แต่พระองค์ผู ้จะมาภายหลังฉั นนัน ้ ทรงยิง่ ใหญ่กว่าฉั น ซึง่ ฉั นไม่คค ู่ วรทีจ ่ ะสวมรองเท ้าของพระองค์ พระองค์จะทรง ให ้พวกท่านรับบัพติศมาด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ละด ้วยไฟ 12 ซึง่ พระองค์ถอ ื พัดอยูใ่ นพระหัตถ์ และจะทรงชําระลานข ้าว ของพระองค์ให ้สะอาด และจะทรงเก็บข ้าวสาลีของพระองค์ ไว ้ในยุ ้งฉาง แต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด ้วยไฟทีไ่ ม่มวี ันดับ 13 แล ้วพระเยซูเสด็จจากแคว ้นกาลิลม ี าหายอห์นทีแ ่ ม่นํ้า จอร์แดนเพือ ่ รับบัพติศมาจากเขา 14 แต่ยอห์นห ้ามเขาโดยกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าต ้องการรับบัพติศ มาจากท่าน แต่ทา่ นกลับมาหาข ้าพเจ ้าหรือ?” 15 พระเยซูทรงตอบเขาว่า “ ปล่อยให ้มันเป็ นอย่างนีเ้ ถิด เพราะเราควรทีจ ่ ะทําตามความชอบธรรมทุกประการ” แล ้ว พระองค์ก็ทรงยอมให ้เขาทํา 16 และเมือ ่ พระเยซูทรงรับบัพติศมาแล ้ว ก็เสด็จขึน ้ จากนํ้ า ทันที และดูเถิด ท ้องฟ้ าก็เปิ ดออกให ้พระองค์เห็น และ พระองค์ทรงเห็นพระวิญญาณของพระเจ ้าเสด็จลงมาดุจดัง นกพิราบ และสถิตอยูเ่ หนือพระองค์
2
แมทธิว
22 แล ้วพวกเขาละเรือและบิดาของพวกเขาแล ้วติดตาม พระองค์ทันที 23 แล ้วพระเยซูก็เสด็จไปทั่วแคว ้นกาลิล ี ทรงสัง่ สอนในธรรม ศาลาของพวกเขา ทรงประกาศข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักร และทรงรักษาโรคภัยไข ้เจ็บและโรคภัยไข ้เจ็บต่างๆ ในหมู่ ประชาชน ั ท์ของพระองค์ก็เลือ 24 กิตติศพ ่ งลือไปตลอดทั่วซีเรีย และ พวกเขานํ าคนป่ วยทัง้ หลายทีต ่ ด ิ โรคต่างๆ และความทรมาน คนทีถ ่ ก ู ผีเข ้า คนบ ้า และคนทีเ่ ป็ นอัมพาตมาหาพระองค์ และ พระองค์ทรงรักษาพวกเขา 25 และมีฝงู ชนมากมายติดตามพระองค์มาจากแคว ้นกาลิล ี และจากแคว ้นเดคาโปลิส และจากกรุงเยรูซาเล็ม และจาก แคว ้นยูเดีย และจากฝั่ งแม่นํ้าจอร์แดนข ้างโน ้น
ประพฤติและสอนผู ้อืน ่ ให ้ประพฤติตาม ผู ้นัน ้ จะได ้รับการ เรียกว่าเป็ นผู ้ใหญ่ในอาณาจักรแห่งสวรรค์ 20 เพราะว่าเราบอกพวกท่านว่า ถ ้าความชอบธรรมของพวก ท่านไม่ยงิ่ กว่าความชอบธรรมของพวกธรรมาจารย์และฟาริส ี แล ้ว พวกท่านจะเข ้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได ้เลย 21 ท่านทัง้ หลายเคยได ้ยินคํากล่าวทีก ่ ล่าวไว ้ในสมัยโบราณ ว่า อย่าฆ่าคน และผู ้ใดฆ่าคนจะต ้องถูกพิพากษา 22 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ใดโกรธพีน ่ ้องของตนโดย ไม่มเี หตุ ผู ้นัน ้ จะต ้องถูกพิพากษา และผู ้ใดพูดกับพีน ่ ้องว่า “โง่” ผู ้นัน ้ จะต ้องถูกสภาสูง แต่ผู ้ใดพูดว่า “ไอ ้โง่” ผู ้นัน ้ จะต ้องถูกไฟนรก 23 เพราะฉะนัน ้ ถ ้าท่านนํ าเครือ ่ งบูชาของท่านมาทีแ ่ ท่นบูชา และนึกขึน ้ ได ้ว่าพีน ่ ้องของท่านมีเรือ ่ งขัดเคืองต่อท่าน 24 จงวางเครือ ่ งบูชาของคุณไว ้ตรงหน ้าแท่นบูชา แล ้ว กลับไปคืนดีกบ ั พีน ่ ้องของคุณเสียก่อน แล ้วค่อยกลับมาถวาย เครือ ่ งบูชาของคุณ 25 จงตกลงกับคูค ่ วามของท่านโดยเร็ว ขณะทีท ่ า่ นอยู่ ระหว่างทางกับเขา มิฉะนัน ้ คูค ่ วามจะมอบท่านให ้ผู ้พิพากษา แล ้วผู ้พิพากษาจะมอบท่านให ้เจ ้าหน ้าที่ และท่านจะต ้องถูก ขังในคุก 26 เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่า ท่านจะออกจากทีน ่ ั่นไม่ได ้ เลย จนกว่าจะชําระหนีจ ้ นหมด 27 ท่านทัง้ หลายเคยได ้ยินคํากล่าวทีก ่ ล่าวไว ้ในสมัยโบราณ ว่า อย่าล่วงประเวณี 28 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ใดมองผู ้หญิงเพือ ่ ให ้เกิด ความกําหนัด ก็ได ้ล่วงประเวณีกบ ั นางในใจของเขาแล ้ว 29 และถ ้าตาขวาของท่านทําให ้ท่านหลงผิด จงควักมันออก และโยนมันทิง้ ไป เพราะว่าเป็ นการดีสําหรับท่านทีอ ่ วัยวะ ส่วนหนึง่ จะสูญสลายไป ไม่ใช่วา่ ทัง้ ตัวของท่านจะต ้องถูก โยนลงในนรก 30 ถ ้ามือขวาของท่านทําให ้ท่านหลงผิด จงตัดมันทิง้ เสีย ้ ไป ไม่ใช่ เพราะว่ายังดีกว่าให ้อวัยวะส่วนหนึง่ ของท่านสูญสิน ให ้ร่างกายทัง้ หมดของท่านต ้องถูกโยนลงในนรก 31 มีคํากล่าวไว ้ว่า ผู ้ใดจะหย่าภรรยาของตน ก็ให ้เขียน หนังสือหย่าให ้ภรรยาของตน 32 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ใดหย่าภรรยาของตน เว ้น แต่เพราะเหตุผด ิ ประเวณี ผู ้นัน ้ ก็ทําให ้ภรรยาของตนล่วง ประเวณี และผู ้ใดแต่งงานกับหญิงทีห ่ ย่าแล ้ว ผู ้นัน ้ ก็ลว่ ง ประเวณีด ้วย 33 และท่านทัง้ หลายได ้ยินคํากล่าวจากคนสมัยโบราณว่า อย่าให ้คําสาบาน แต่จงทําตามคําสาบานต่อองค์พระผู ้เป็ น เจ ้า 34 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า อย่าสาบานเลย อย่าสาบาน โดยอ ้างถึงสวรรค์ เพราะว่าสวรรค์เป็ นบัลลังก์ของพระเจ ้า 35 หรือโดยอ ้างถึงแผ่นดินโลก เพราะเป็ นบัลลังก์พระบาท ของพระองค์ หรือโดยอ ้างถึงเยรูซาเล็ม เพราะเป็ นนครของ พระมหากษั ตริยผ ์ ู ้ยิง่ ใหญ่ 36 อย่าสาบานด ้วยศีรษะของตน เพราะท่านไม่อาจทําให ้ผม แม ้เส ้นเดียวขาวหรือดําได ้ 37 แต่จงกล่าวว่า "ใช่, ใช่, ไม่ใช่, ไม่ใช่" เพราะว่าอะไรทีเ่ กิน กว่านีย ้ อ ่ มมาจากความชัว่ 38 ท่านทัง้ หลายเคยได ้ยินคําทีม ่ ก ี ล่าวไว ้ว่า ตาต่อตา ฟั นต่อ ฟั น 39 แต่เราบอกพวกท่านว่า อย่าต่อต ้านคนชัว่ เลย ถ ้าผู ้ใดตบ แก ้มขวาของท่าน จงหันแก ้มซ ้ายให ้เขาด ้วย ้ ของท่านไป ก็ให ้เสือ ้ 40 ถ ้าผู ้ใดจะฟ้ องศาลเพือ ่ จะยึดเสือ คลุมแก่เขาด ้วย 41 และผู ้ใดจะบังคับให ้ท่านไปหนึง่ ไมล์ ก็จงไปกับเขาสอง ไมล์
บทที่ 5 1 และเมือ ่ ทอดพระเนตรเห็นคนมากมาย พระองค์จงึ เสด็จขึน ้ ไปบนภูเขา และเมือ ่ ประทับแล ้ว เหล่าสาวกของพระองค์ก็มา หาพระองค์ 2 แล ้วพระองค์ทรงเปิ ดพระโอษฐ์และทรงสอนพวกเขาว่า 3 ผู ้ยากจนฝ่ ายวิญญาณเป็ นผู ้มีบญ ุ เพราะว่าอาณาจักรแห่ง สวรรค์เป็ นของเขา 4 ผู ้โศกเศร ้าก็เป็ นสุข เพราะว่าเขาทัง้ หลายจะได ้รับการ ปลอบโยน 5 ผู ้อ่อนโยนเป็ นผู ้มีบญ ุ เพราะว่าเขาจะได ้รับแผ่นดินโลกเป็ น มรดก 6 ผู ้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็ นสุข เพราะว่าเขา ทัง้ หลายจะอิม ่ 7 บุคคลใดแสดงความเมตตา ย่อมเป็ นสุข เพราะว่าเขาจะ ได ้รับความเมตตา 8 บุคคลผู ้มีใจบริสท ุ ธิเ์ ป็ นสุข เพราะว่าเขาจะได ้เห็นพระเจ ้า 9 ผู ้สร ้างสันติสข ุ เป็ นสุข เพราะว่าเขาจะได ้เรียกว่าเป็ นบุตร ของพระเจ ้า 10 ผู ้ทีถ ่ ก ู ข่มเหงเพราะความชอบธรรม ก็เป็ นสุข เพราะว่า อาณาจักรแห่งสวรรค์เป็ นของพวกเขา 11 สุขแก่ทา่ นทัง้ หลายเมือ ่ คนทัง้ หลายจะด่าว่า ข่มเหง และ พูดเท็จสารพัดสิง่ เกีย ่ วกับท่านเพราะเรา ่ ชมยินดีและมีความปิ ตอ 12 จงชืน ิ ย่างยิง่ เพราะว่ารางวัลของ ท่านในสวรรค์นัน ้ ยิง่ ใหญ่ เพราะพวกเขาได ้ข่มเหงผู ้เผยพระ วจนะทีอ ่ ยูก ่ อ ่ นท่านเหมือนกัน 13 ท่านทัง้ หลายเป็ นเกลือของแผ่นดินโลก แต่ถ ้าเกลือหมด รสเค็มแล ้ว จะเอาอะไรเค็มได ้อีก เกลือนัน ้ ก็ไม่มป ี ระโยชน์ อะไร มีแต่จะถูกทิง้ ให ้คนเหยียบยํา่ 14 ท่านทัง้ หลายเป็ นความสว่างของโลก เมืองทีต ่ งั ้ อยูบ ่ น ภูเขาไม่สามารถซ่อนไว ้ได ้ 15 ยิง่ กว่านัน ้ ไม่มผ ี ู ้ใดจุดเทียนแล ้ววางไว ้ใต ้ถัง แต่ยอ ่ มตัง้ ่ ไว ้บนเชิงเทียน ซึงจะให ้แสงสว่างแก่ทก ุ คนทีอ ่ ยูใ่ นบ ้าน 16 จงให ้ความสว่างของคุณส่องสว่างแก่คนทัง้ หลาย เพือ ่ ว่า เขาจะได ้เห็นการงานดีทค ี่ ณ ุ ทํา และจะได ้สรรเสริญพระบิดา ของคุณผู ้สถิตในสวรรค์ 17 อย่าคิดว่าเรามาเพือ ่ ทําลายธรรมบัญญัตแ ิ ละคําของผู ้เผย พระวจนะ เราไม่ได ้มาเพือ ่ ทําลาย แต่มาเพือ ่ ทําให ้สําเร็จ 18 เพราะฉั นบอกท่านทัง้ หลายจริงว่า ตราบใดทีฟ ่ ้ าและดินจะ สูญไป แม ้อักษรหนึง่ หรือขีดหนึง่ ก็จะไม่สญ ู ไปจากธรรม บัญญัต ิ จนกว่าทุกสิง่ จะสําเร็จ 19 เพราะฉะนัน ้ ผู ้ใดละเมิดพระบัญญัตข ิ ้อเล็กน ้อยเพียงข ้อ เดียว และสอนคนอืน ่ ให ้ทําอย่างนัน ้ ด ้วย ผู ้นัน ้ จะได ้รับการ เรียกว่าเป็ นผู ้เล็กน ้อยทีส ่ ด ุ ในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู ้ใด
3
แมทธิว
42 จงให ้แก่ผู ้ทีข ่ อจากท่าน และอย่าเมินเฉยต่อผู ้ทีอ ่ ยากขอ ยืมจากท่าน 43 ท่านทัง้ หลายได ้ยินคํากล่าวไว ้ว่า จงรักเพือ ่ นบ ้านและ เกลียดศัตรูของท่าน 44 แต่เราบอกพวกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน จงอวยพรแก่ผู ้ ทีแ ่ ช่งด่าท่าน จงทําดีตอ ่ ผู ้ทีเ่ กลียดชังท่าน และจงอธิษฐาน เพือ ่ ผู ้ทีใ่ ช ้ท่านในทางดูหมิน ่ และข่มเหงท่าน 45 เพือ ่ ท่านทัง้ หลายจะเป็ นบุตรของพระบิดาของท่านผู ้ทรง สถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให ้ดวงอาทิตย์ของ พระองค์ขน ึ้ ส่องสว่างแก่คนชัว่ และคนดี และให ้ฝนตกแก่คน ชอบธรรมและคนอธรรม 46 เพราะว่าถ ้าท่านทัง้ หลายรักผู ้ทีร่ ักท่าน ท่านจะได ้รับ รางวัลอะไร พวกเก็บภาษี ก็ทําอย่างนัน ้ ไม่ใช่หรือ? 47 และถ ้าท่านทัง้ หลายทักทายเฉพาะพีน ่ ้องของตนเท่านัน ้ ท่านได ้ทําอะไรพิเศษกว่าคนอืน ่ ๆ บ ้าง แม ้แต่พวกเก็บภาษี ก็ ไม่ได ้ทําอย่างนัน ้ หรือ? 48 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงเป็ นผู ้สมบูรณ์เหมือนอย่างพระ บิดาของท่านผู ้สถิตในสวรรค์เป็ นผู ้สมบูรณ์
15 แต่ถ ้าพวกท่านไม่ยกโทษให ้แก่ผู ้อืน ่ พระบิดาของพวก ท่านก็จะไม่ทรงยกโทษให ้แก่พวกท่านเหมือนกัน 16 และเมือ ่ พวกท่านถือศีลอด อย่าทําหน ้าเศร ้าเหมือนพวก ่ ใจคด เพราะพวกเขาทําให ้หน ้าของตนดูหมองหม่น หน ้าซือ เพือ ่ ให ้คนอืน ่ เห็นว่าพวกเขาถือศีลอด เราบอกความจริงแก่ พวกท่านว่าพวกเขาได ้รับบําเหน็ จแล ้ว 17 ส่วนท่านเมือ ่ ถือศีลอด จงเจิมศีรษะและล ้างหน ้า 18 เพือ ่ ว่าเจ ้าจะไม่ปรากฏให ้คนเห็นว่าถือศีลอด แต่ให ้ ปรากฏให ้พระบิดาของเจ ้าผู ้ทรงสถิตในทีล ่ ล ี้ บ ั และพระบิดา ของเจ ้าผู ้ทรงเห็นในทีล ่ ล ี้ บ ั จะทรงตอบแทนเจ ้าอย่างเปิ ดเผย 19 อย่าสะสมทรัพย์สมบัตไิ ว ้บนแผ่นดินโลก ซึง่ มอดและสนิม จะกัดกร่อน และซึง่ ขโมยจะเจาะเข ้าไปขโมยไปได ้ 20 แต่จงสะสมทรัพย์สมบัตไิ ว ้ในสวรรค์ ซึง่ ไม่มม ี อดหรือสนิม กัดกร่อนได ้ และทีไ่ ม่มข ี โมยเจาะเข ้าไปขโมยไม่ได ้ 21 เพราะว่าทรัพย์สมบัตข ิ องท่านอยูท ่ ไี่ หน ใจของท่านก็จะ อยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย 22 ตาเป็ นความสว่างของร่างกาย ฉะนัน ้ ถ ้าตาของท่านดี ทัง้ ตัวของท่านก็จะเต็มไปด ้วยความสว่าง 23 แต่ถ ้าตาของท่านไม่ด ี ร่างกายของท่านทัง้ หมดก็จะเต็ม ไปด ้วยความมืด ดังนัน ้ ถ ้าความสว่างทีอ ่ ยูใ่ นตัวท่านเป็ น ั เพียงไร! ความมืด ความมืดนัน ้ จะยิง่ ใหญ่สก 24 ไม่มผ ี ู ้ใดจะปรนนิบต ั ส ิ องเจ ้านายได ้ เพราะว่าเขาจะ เกลียดนายคนหนึง่ และรักอีกคนหนึง่ หรือเขาจะยึดมั่นในนาย คนหนึง่ และดูถก ู อีกคนหนึง่ พวกท่านไม่สามารถปรนนิบต ั ิ พระเจ ้าและเงินทองได ้ 25 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า อย่ากังวลถึงชีวต ิ ของท่านว่าจะกินอะไรหรือจะดืม ่ อะไร และอย่ากังวลถึง ร่างกายของท่านว่าจะนุ่งห่มอะไร ชีวต ิ สําคัญกว่าอาหารมิใช่ ้ หรือ และร่างกายสําคัญกว่าเสือผ ้ามิใช่หรือ? 26 จงดูนกในอากาศ มันไม่หว่าน ไม่เกีย ่ ว ไม่เก็บเข ้ายุ ้งฉาง แต่พระบิดาของพวกท่านผู ้สถิตในสวรรค์ทรงเลีย ้ งดูพวกมัน พวกท่านไม่ดก ี ว่าพวกมันมากนักหรือ? 27 มีใครในพวกท่านบ ้าง โดยความกระวนกระวาย แล ้ว สามารถยืดความสูงของตนออกไปได ้แม ้แต่ศอกเดียว? ้ ผ ้า จงพิจารณาดอกไม ้ใน 28 และทําไมท่านจึงกังวลเรือ ่ งเสือ ทุง่ ว่ามันเติบโตอย่างไร มันไม่ทํางาน มันไม่ปั่นฝ้ าย 29 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า แม ้แต่กษั ตริยซ ์ าโลมอนเมือ ่ ทรงรุง่ เรืองเต็มที่ ก็ไม่ได ้ทรงเครือ ่ งงามเท่าดอกไม ้เหล่านี้ ดอกหนึง่ 30 เพราะฉะนัน ้ ถ ้าพระเจ ้าทรงตกแต่งหญ ้าในทุง่ อย่างนัน ้ ซึง่ เป็ นอยูว่ ันนี้ และพรุง่ นีต ้ ้องทิง้ ในเตาไฟ พระองค์จะไม่ทรง ตกแต่งพวกท่านมากยิง่ กว่านัน ้ หรือ พวกท่านผู ้มีศรัทธาน ้อย? 31เพราะฉะนัน ้ อย่ากระวนกระวายว่า เราจะกินอะไร หรือจะดืม ่ อะไร หรือจะสวมอะไร ้ นี)้ เพราะว่า 32 (เพราะว่าพวกต่างชาติแสวงหาสิง่ ของทัง้ สิน พระบิดาของพวกท่านผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงทราบแล ้วว่า ้ เหล่านี้ พวกท่านต ้องการสิง่ ของทัง้ สิน 33 แต่ทา่ นทัง้ หลายจงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ ้าและ ความชอบธรรมของพระองค์กอ ่ น แล ้วพระองค์จะทรง เพิม ่ เติมสิง่ ของเหล่านีใ้ ห ้ด ้วย 34 อย่ากังวลถึงวันพรุง่ นีเ้ ลย เพราะว่าวันพรุง่ นีจ ้ ะต ้องกังวล ถึงสิง่ ต่างๆ เอง ความชัว่ ร ้ายของวันนัน ้ ก็เพียงพอแล ้วสําหรับ วันนี้
บทที่ 6 1 จงระวังอย่าทําทานต่อหน ้าคนอืน ่ เพือ ่ ให ้คนอืน ่ เห็น มิฉะนัน ้ คุณจะไม่ได ้รับรางวัลจากพระบิดาของคุณผู ้สถิตในสวรรค์ 2 เพราะฉะนัน ้ เมือ ่ ท่านทําทาน อย่าเป่ าแตรเหมือนคนหน ้า ่ ซือใจคดทําในธรรมศาลาและตามถนน เพือ ่ ให ้คนยกย่อง สรรเสริญ เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่า พวกเขาได ้รับบําเหน็ จ ของตนแล ้ว 3 ฝ่ ายท่านเมือ ่ ทําทานอย่าให ้มือซ ้ายของท่านรู ้ว่ามือขวาของ ท่านทําอะไรอยู่ 4 เพือ ่ ให ้ทานของท่านต ้องเป็ นทานลับ และพระบิดาของ ท่านผู ้ทรงเห็นในทีล ่ บ ั จะทรงตอบแทนท่านอย่างเปิ ดเผย ่ ใจคด 5 และเมือ ่ ท่านอธิษฐานอย่าเป็ นเหมือนคนหน ้าซือ เพราะพวกเขาชอบยืนอธิษฐานในธรรมศาลาและตามมุมถนน เพือ ่ ให ้คนอืน ่ เห็น เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่าพวกเขาได ้รับ บําเหน็ จของพวกเขาแล ้ว 6 ส่วนท่านเมือ ่ อธิษฐานจงเข ้าในห ้องลับ และเมือ ่ ปิ ดประตู แล ้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู ้ทรงสถิตในทีล ่ ล ี้ บ ั และพระบิดาของท่านผู ้ทรงเห็นในทีล ่ ล ี้ บ ั จะทรงตอบแทน ท่านอย่างเปิ ดเผย 7 แต่เมือ ่ พวกท่านอธิษฐานอย่าพูดซํ้าซากไร ้ประโยชน์ เหมือนคนต่างชาติทํา เพราะพวกเขาคิดว่าพระเจ ้าจะทรงฟั ง เพราะพูดมาก 8 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านอย่าเป็ นเหมือนเขาเลย เพราะว่าพระ บิดาของพวกท่านทรงทราบสิง่ ทีพ ่ วกท่านต ้องการก่อนทีพ ่ วก ท่านจะขอพระองค์ 9 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านทัง้ หลายจงอธิษฐานอย่างนีว้ า่ ข ้าแต่ พระบิดาของข ้าพเจ ้าทัง้ หลาย ผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให ้ พระนามของพระองค์เป็ นทีน ่ ับถือ 10 ขอให ้แผ่นดินของพระองค์มาถึง ขอให ้พระประสงค์ของ พระองค์สําเร็จในแผ่นดินโลก เช่นเดียวกับในสวรรค์ 11 ขอทรงประทานอาหารแก่เราทุกวันในวันนี้ 12 และขอทรงโปรดยกโทษให ้แก่พวกข ้าพระองค์ เหมือนที่ ข ้าพระองค์ยกโทษให ้แก่ผู ้ทีท ่ ําผิดต่อพวกข ้าพระองค์ 13 และขออย่าทรงนํ าพวกข ้าพระองค์เข ้าไปในความทดลอง แต่โปรดทรงช่วยข ้าพระองค์ให ้พ ้นจากความชัว่ ร ้าย เพราะว่า อาณาจักรและฤทธิเ์ ดชและความรุง่ โรจน์เป็ นของพระองค์ ตลอดไป อาเมน 14 เพราะว่าถ ้าท่านยกโทษให ้มนุษย์ พระบิดาของท่านผู ้สถิต ในสวรรค์ก็จะทรงยกโทษให ้ท่านด ้วย
บทที่ 7 1 อย่าตัดสินผู ้อืน ่ เพือ ่ ท่านจะไม่ต ้องถูกตัดสิน
4
แมทธิว
2 เพราะว่าพวกท่านตัดสินคนอืน ่ อย่างไร เขาก็จะตัดสินพวก ท่านอย่างนัน ้ และพวกท่านวัดให ้เขาด ้วยทะนานอันใด เขาก็ จะวัดให ้ท่านอย่างนัน ้ เช่นกัน 3 และเหตุไฉนท่านจึงมองเห็นผงทีอ ่ ยูใ่ นตาพีน ่ ้องของท่าน แต่ไม่คํานึงถึงไม ้คานทีอ ่ ยูใ่ นตาของท่านเอง? 4 หรืออย่างไรท่านจะกล่าวแก่พน ี่ ้องของท่านว่า 'ให ้ฉั นเขีย ่ ผงออกจากตาของท่าน' แต่ปรากฏว่า มีไม ้คานอยูใ่ นตาของ ท่านเอง? ่ ใจคด จงเขีย 5 เจ ้าคนหน ้าซือ ่ ไม ้ออกจากตาเจ ้าก่อน แล ้วเจ ้า จะเห็นได ้ถนัด จึงจะเขีย ่ ผงออกจากตาพีน ่ ้องเจ ้าได ้ ิ ธิแ 6 อย่าให ้ของศักดิส ์ ท ์ ก่สน ุ ัข และอย่าโยนไข่มก ุ ให ้แก่หมู มิฉะนัน ้ มันจะเหยียบยํา่ ไข่มก ุ นัน ้ และหันกลับมากัดคุณอีก 7 จงขอแล ้วจะได ้ จงหาแล ้วจะพบ จงเคาะแล ้วจะมีเปิ ดให ้ 8 เพราะว่าทุกคนทีข ่ อก็ได ้ ทุกคนทีแ ่ สวงหาก็จะพบ และทุก คนทีเ่ คาะก็จะเปิ ดให ้แก่ทก ุ คนทีเ่ คาะ 9 หรือมีใครในพวกท่านบ ้างทีเ่ มือ ่ ลูกขอขนมปั ง เขาจะยืน ่ ก ้อนหินให ้? 10 หรือถ ้าเขาขอปลา เขาจะถวายงูให ้เขาหรือ? 11 ดังนัน ้ ถ ้าท่านทัง้ หลายซึง่ เป็ นคนชัว่ ยังรู ้จักให ้ของดีแก่ บุตรหลานของตน แล ้วพระบิดาของท่านผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ จะยิง่ ประทานของดีแก่ผู ้ทีข ่ อจากพระองค์มากยิง่ กว่านัน ้ อีก หรือ? 12 เพราะฉะนัน ้ ทุกสิง่ ทีท ่ า่ นปรารถนาให ้ผู ้อืน ่ ทําต่อท่าน จง ทําสิง่ นัน ้ ต่อเขาด ้วย เพราะนีค ่ อ ื ธรรมบัญญัตแ ิ ละคําสัง่ สอน ของบรรดาผู ้เผยพระวจนะ 13 จงเข ้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูทก ี่ ว ้างนัน ้ ก็กว ้าง ่ วามพินาศ และมีคน และทางทีก ่ ว ้างนัน ้ ก็กว ้าง ซึง่ นํ าไปสูค มากมายทีเ่ ข ้าไปทางนัน ้ 14 เพราะว่าประตูซงึ่ นํ าไปถึงชีวต ิ นัน ้ คับแคบ และทางก็แคบ และผู ้ทีพ ่ บก็มน ี ้อย 15 จงระวังผู ้เผยพระวจนะเท็จ ซึง่ มาหาท่านในคราบแกะ แต่ ภายในเป็ นหมาป่ าทีด ่ รุ ้าย 16 พวกท่านจะรู ้จักพวกเขาจากผลของพวกเขา มนุษย์เก็บ องุน ่ จากหนามหรือเก็บมะกอกจากหนาม? ่ มก็ให ้ผลชัว่ 17 แม ้อย่างนัน ้ ต ้นไม ้ทีด ่ ก ี ็ให ้ผลดี แต่ต ้นไม ้ทีเ่ สือ ่ มทรามไม่ 18 ต ้นไม ้ทีด ่ ไี ม่อาจให ้ผลเลวได ้ และต ้นไม ้ทีเ่ สือ อาจให ้ผลดีได ้ 19 ต ้นไม ้ทุกต ้นทีไ่ ม่เกิดผลดีก็จะถูกโค่นและโยนทิง้ ในกอง ไฟ 20 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจะรู ้จักพวกเขาจากผลของพวกเขา 21 ไม่ใช่ทก ุ คนทีเ่ รียกเราว่า 'พระเจ ้า พระเจ ้า' จะได ้เข ้าใน แผ่นดินสวรรค์ แต่ผู ้ทีป ่ ฏิบต ั ต ิ ามพระประสงค์ของพระบิดา ของเราผู ้ทรงอยูใ่ นสวรรค์จะเข ้าได ้ 22 เมือ ่ ถึงวันนัน ้ คนเป็ นอันมากจะกล่าวแก่เราว่า "องค์พระผู ้ เป็ นเจ ้า องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า พวกข ้าพระองค์ได ้เผยพระวจนะ ในพระนามของพระองค์ และได ้ขับผีออกในพระนามของ พระองค์แล ้วหรือ และได ้กระทําการอัศจรรย์มากมายในพระ นามของพระองค์แล ้วหรือ" 23 และเมือ ่ นัน ้ เราจะบอกเขาว่า เราไม่เคยรู ้จักพวกเจ ้าเลย ไปให ้พ ้นจากเรา ผู ้ทําความชัว่ 24 เพราะฉะนัน ้ ผู ้ใดได ้ยินคําของเราเหล่านีแ ้ ละประพฤติตาม เราก็จะเปรียบเขาเหมือนคนฉลาดทีส ่ ร ้างบ ้านไว ้บนศิลา 25 ฝนตกหนัก และนํ้ าท่วม และลมพัดกระโชกใส่บ ้านนัน ้ แต่ บ ้านก็ไม่พังทลาย เพราะว่าบ ้านหลังนัน ้ ตัง้ อยูบ ่ นศิลา 26 และทุกคนทีไ่ ด ้ยินคําของเราเหล่านีแ ้ ละไม่ประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนคนโง่เขลาทีส ่ ร ้างบ ้านของเขาไว ้บนทราย 27 ฝนตกหนัก และนํ้ าท่วม ลมพัดกระโชกเข ้าใส่บ ้านหลังนัน ้ บ ้านก็พังทลายลง และการพังทลายของบ ้านนัน ้ ก็ยงิ่ ใหญ่ มาก
28 เมือ ่ พระเยซูทรงจบคําเทศนาเหล่านีแ ้ ล ้ว ประชาชนก็ ประหลาดใจในคําสอนของพระองค์ ิ ธิอํานาจ 29 เพราะพระองค์ทรงสอนพวกเขาอย่างผู ้มีสท ไม่ใช่เหมือนพวกธรรมาจารย์ บทที่ 8 1 เมือ ่ พระองค์เสด็จลงมาจากภูเขาแล ้ว มีคนมากมายติดตาม พระองค์ไป 2 ทันใดนัน ้ มีคนโรคเรือ ้ นมาบูชาพระองค์แล ้วทูลว่า “พระองค์เจ ้าข ้า หากพระองค์พอพระทัย พระองค์ก็สามารถ ทรงทําให ้ข ้าพระองค์หายสะอาดได ้” 3 พระเยซูทรงยืน ่ พระหัตถ์แตะเขาแล ้วตรัสว่า “ เราพอใจแล ้ว จงสะอาดเถิด” ทันใดนัน ้ โรคเรือ ้ นของเขาก็หาย 4 พระเยซูจงึ ตรัสสัง่ เขาว่า “ อย่าบอกเรือ ่ งนีใ้ ห ้ใครฟั งเลย แต่จงไปแสดงตัวแก่ปโุ รหิต และถวายเครือ ่ งบูชาทีโ่ มเสสสัง่ เพือ ่ เป็ นพยานแก่คนเหล่านัน ้ ” 5 เมือ ่ พระเยซูเสด็จเข ้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม มีนายร ้อย คนหนึง่ มาหาพระองค์ อ ้อนวอนพระองค์วา่ 6 และกล่าวว่า “ท่านเจ ้าข ้า คนรับใช ้ของข ้าพเจ ้านอนอยูท ่ ี่ บ ้าน เป็ นอัมพาต ทรมานมาก” 7 พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาว่า เราจะไปรักษาเขา” 8 นายร ้อยตอบว่า “พระองค์เจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าไม่สมควรทีจ ่ ะให ้ พระองค์เข ้าในบ ้านของข ้าพเจ ้า แต่ขอพระองค์ตรัสเท่านัน ้ และบ่าวของข ้าพเจ ้าก็จะหายโรค” 9 เพราะว่าข ้าพระองค์เป็ นผู ้อยูใ่ ต ้บังคับบัญชา แต่ก็ยังมี ทหารอยูใ่ ต ้บังคับบัญชา ข ้าพระองค์บอกคนนีว้ า่ ไป เขาก็ไป บอกอีกคนว่า มา เขาก็มา บอกคนรับใช ้ของข ้าพระองค์วา่ จงทําสิง่ นี้ เขาก็ทํา 10 เมือ ่ พระเยซูได ้ยินดังนัน ้ พระองค์ก็ประหลาดใจแล ้วตรัส กับบรรดาคนทีต ่ ามมาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลาย ว่าเราไม่เคยพบศรัทธาทีย ่ งิ่ ใหญ่เช่นนีใ้ นอิสราเอลเลย" 11 “เราบอกท่านทัง้ หลายว่า คนเป็ นอันมากจะมาจากทิศ ตะวันออกและทิศตะวันตก จะมาร่วมโต๊ะกับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบในอาณาจักรแห่งสวรรค์” ่ วาม 12 แต่บต ุ รหลานแห่งอาณาจักรนัน ้ จะถูกขับไล่ออกไปสูค มืดภายนอก ทีน ่ ั่นจะมีการร ้องไห ้และขบเขีย ้ วเคีย ้ วฟั น 13 พระเยซูจงึ ตรัสแก่ร ้อยตํารวจโทว่า “ จงไปเถิด และเมือ ่ ่ แล ้ว ก็ให ้เป็ นไปตามนัน ท่านเชือ ้ ” ทันใดนัน ้ บ่าวของเขาก็ หายจากโรค 14เมือ ่ พระเยซูเสด็จเข ้าไปในบ ้านของเปโตร พระองค์เห็นแม่ ภรรยาของเขานอนป่ วยเป็ นไข ้อยู่ 15 และพระองค์ทรงแตะมือเธอ อาการไข ้ก็หาย และเธอจึง ลุกขึน ้ ช่วยเหลือพวกเขา 16 เมือ ่ เย็นลง เขาทัง้ หลายพาคนจํานวนมากทีถ ่ ก ู ผีเข ้ามาหา พระองค์ พระองค์จงึ ทรงขับผีออกด ้วยพระวจนะ และทรง รักษาคนเจ็บป่ วยทุกคน 17 เพือ ่ ให ้เป็ นจริงตามพระวจนะทีต ่ รัสไว ้โดยเอซายาห์ผู ้เผย พระวจนะว่า พระองค์ทรงรับเอาความเจ็บป่ วยของเรา และ ทรงแบกรับความเจ็บไข ้ของเรา 18 เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นฝูงชนมากมายอยูร่ อบพระองค์ พระองค์จงึ ตรัสสัง่ ให ้ข ้ามฟากไป 19 และมีธรรมาจารย์คนหนึง่ มาหาพระองค์และกล่าวกับ พระองค์วา่ “อาจารย์ครับ ข ้าพเจ ้าจะติดตามท่านไปทีใ่ ดก็วา่ มา” 20 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า สุนัขจิง้ จอกยังมีโพรง และนกใน อากาศยังมีรัง แต่บต ุ รมนุษย์ไม่มท ี ท ี่ จ ี่ ะวางศีรษะ 21 สาวกอีกคนหนึง่ ของพระองค์ก็ทล ู พระองค์วา่ “พระองค์ เจ ้าข ้า โปรดให ้ข ้าพเจ ้าไปฝั งศพบิดาของข ้าพเจ ้าก่อน” 5
แมทธิว
11 เมือ ่ พวกฟาริสเี ห็นดังนัน ้ พวกเขาก็กล่าวแก่บรรดาลูก ศิษย์ของพระองค์วา่ “เหตุไฉนอาจารย์ของท่านจึง รับประทานอาหารร่วมกับพวกเก็บภาษี และคนบาป?” 12 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินดังนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขา ว่า “ คนสบายไม่ต ้องการหมอ แต่คนเจ็บป่ วยต ้องการ” 13 แต่ทา่ นทัง้ หลายจงไปเรียนความหมายของข ้อทีว่ า่ เรา ต ้องการความเมตตา ไม่ใช่ต ้องการเครือ ่ งบูชา เพราะว่าเรา ไม่ได ้มาเรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาปให ้กลับใจ 14 แล ้วบรรดาศิษย์ของยอห์นมาหาพระองค์แล ้วทูลว่า "เหตุ ี อ ใดพวกเราและพวกฟาริสถ ื ศีลอดบ่อยๆ แต่บรรดาศิษย์ของ พระองค์ไม่ถอ ื ศีลอด?" 15 พระเยซูจงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ บุตรหลานของเจ ้าบ่าวจะ โศกเศร ้าได ้อย่างไร ตราบใดทีเ่ จ ้าบ่าวยังอยูก ่ บ ั พวกเขา แต่ จะมีวันหนึง่ ทีเ่ จ ้าบ่าวจะถูกพรากจากพวกเขาไป และในเวลา นัน ้ พวกเขาจะอดอาหาร” ้ เก่า เพราะผ ้าทีป 16 ไม่มผ ี ู ้ใดเอาผ ้าใหม่มาปะเสือ ่ ะเข ้าไป ้ ใหม่จะยืดออกจากเสือเก่า และรอยขาดจะยิง่ กว ้างออกไป 17 เช่นเดียวกัน มนุษย์ก็ไม่เอาเหล ้าองุน ่ ใหม่ใส่ในถุงหนังเก่า ถ ้าทําอย่างนัน ้ ถุงหนังจะแตก นํ้ าองุน ่ ก็จะไหลออกมา และ ถุงหนังก็จะพินาศไป แต่ถ ้าเขาเอาเหล ้าองุน ่ ใหม่ใส่ในถุง หนังใหม่ และทัง้ สองอย่างก็ยังคงอยูไ่ ด ้ 18 ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังตรัสคําเหล่านีแ ้ ก่พวกเขาอยู่ มีขน ุ นางคนหนึง่ มาบูชาพระองค์แล ้วกล่าวว่า “ลูกสาวของ ข ้าพเจ ้าเพิง่ ตายไป แต่ทา่ นขอพระองค์เสด็จไปวางพระหัตถ์ บนเธอ แล ้วเธอจะฟื้ นขึน ้ ” 19 แล ้วพระเยซูจงึ ทรงลุกขึน ้ ติดตามพระองค์ไป และเหล่า สาวกของพระองค์ก็ตามไปด ้วย 20 และดูเถิด มีสตรีคนหนึง่ เป็ นโรคตกเลือดมาเป็ นเวลาสิบ ้ ของพระองค์ สองปี เข ้ามาข ้างหลังพระองค์ และแตะชายเสือ ้ ของเขา ฉั นก็จะ 21 เพราะนางคิดในใจว่า “ถ ้าฉั นได ้แตะเสือ หายเป็ นปกติ” 22 แต่พระเยซูทรงหันกลับมาเห็นนางจึงตรัสว่า “ ลูกเอ๋ย จง ่ ของเจ ้าทําให ้เจ ้าหายดี” และนางก็ มีกําลังใจเถิด ความเชือ หายเป็ นปกติตงั ้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา 23 เมือ ่ พระเยซูเสด็จเข ้าไปในบ ้านของนายธรรมศาลา เห็น พวกนักดนตรีและประชาชนกําลังส่งเสียงดัง 24 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ จงถอยไปเถิด เพราะสาวคน นีไ้ ม่ตาย แต่หลับอยู”่ แล ้วพวกเขาจึงหัวเราะเยาะพระองค์ 25 เมือ ่ ประชาชนออกไปแล ้ว พระองค์ก็เสด็จเข ้าไปจับมือ เธอ และสาวใช ้ก็ลก ุ ขึน ้ ่ เสียงเรือ 26 และชือ ่ งนัน ้ ก็แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินนัน ้ 27 เมือ ่ พระเยซูเสด็จไปจากทีน ่ ั่น ก็มช ี ายตาบอดสองคน ติดตามพระองค์ไป ร ้องว่า “บุตรดาวิด ขอทรงเมตตาพวกเรา ด ้วยเถิด” 28 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในบ ้าน คนตาบอดทัง้ สองก็เข ้า ่ ไหมว่าเรา มาหาพระองค์ พระเยซูจงึ ตรัสถามเขาว่า “ เจ ้าเชือ กระทําได ้” พวกเขาทูลพระองค์วา่ “ได ้ พระเจ ้าข ้า” 29 แล ้วพระองค์ทรงแตะตาพวกเขา ตรัสว่า ให ้เป็ นไปตาม ่ ของพวกท่านเถิด ความเชือ 30 ตาของพวกเขาก็เปิ ดขึน ้ และพระเยซูทรงกําชับพวกเขา อย่างเข ้มงวดว่า “ จงระวังอย่าให ้ใครรู ้” 31 แต่เมือ ่ พวกเขาจากไปแล ้ว ก็แพร่ขา่ วเกีย ่ วกับพระองค์ไป ทั่วแคว ้นนัน ้ 32 ครัน ้ พวกเขากําลังออกไป เขาก็พาคนใบ ้คนหนึง่ ทีถ ่ ก ู ผี เข ้ามาหาพระองค์ 33 เมือ ่ ผีถก ู ขับออกแล ้ว คนใบ ้ก็พด ู ได ้ และฝูงชนก็ประหลาด ใจพูดกันว่า ไม่เคยมีใครเห็นเช่นนีใ้ นอิสราเอลมาก่อน ี ล่าวว่า เขาขับผีออกโดยผ่านทางเจ ้าแห่งผี 34 แต่พวกฟาริสก
22 แต่พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ จงตามเรามา และปล่อยให ้คน ตายฝั งคนตายของตนเถิด” 23 เมือ ่ พระองค์เสด็จลงเรือแล ้ว พวกสาวกของพระองค์ก็ตาม พระองค์ไป 24 ทันใดนัน ้ ก็เกิดพายุใหญ่ในทะเลจนคลืน ่ ซัดท่วมเรือ แต่ พระองค์ยังทรงหลับอยู่ 25 เหล่าสาวกของพระองค์มาหาพระองค์แล ้วปลุกพระองค์ โดยกล่าวว่า “พระองค์เจ ้าข ้า ขอทรงช่วยเราด ้วยเถิด เรา กําลังจะพินาศ” 26 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า เหตุใดเจ ้าจึงกลัว ผู ้ซึง่ มี ศรัทธาน ้อย? จากนัน ้ พระองค์จงึ ทรงลุกขึน ้ ตักเตือนลมและ ทะเล แล ้วก็มค ี วามสงบอย่างยิง่ 27 แต่คนเหล่านัน ้ ก็ประหลาดใจและพูดว่า "คนนีเ้ ป็ นคน ่ ฟั งเขา!" อย่างไรหนอ แม ้แต่ลมและทะเลก็ยังเชือ 28 ครัน ้ พระองค์ข ้ามฟากไปยังแดนเกอร์เกเซเนแล ้ว มีคน สองคนซึง่ ถูกผีเข ้าสิงออกมาจากหลุมฝั งศพมาพบพระองค์ พวกเขามีพฤติกรรมดุร ้ายมาก จนไม่มใี ครสามารถผ่านไป ทางนัน ้ ได ้ 29 และดูเถิด พวกเขาร ้องตะโกนว่า “พระเยซู ผู ้เป็ นพระบุตร ของพระเจ ้า เรามีธรุ ะอะไรกับท่าน ท่านมาทีน ่ เี่ พือ ่ จะทรมาน เราก่อนเวลาหรือ?” 30 ไกลจากทีน ่ ั่นมีฝงู หมูจํานวนมากกําลังกินหญ ้าอยู่ 31 ผีเหล่านัน ้ ได ้อ ้อนวอนพระองค์วา่ “ถ ้าท่านขับไล่พวกเรา ออกไป ก็ขอให ้พวกเราเข ้าอยูใ่ นฝูงหมูเถิด” 32 พระองค์ตรัสแก่พวกมันว่า “ จงไป” พวกมันออกไปแล ้วจึง เข ้าไปในฝูงหมู และดูเถิด หมูทงั ้ ฝูงนัน ้ ก็วงิ่ ลงมาทีล ่ าดชันลง ไปในทะเล และตายลงในนํ้ า 33 ส่วนคนเลีย ้ งแกะเหล่านัน ้ ก็หนีเข ้าไปในเมือง เล่าเรือ ่ งราว ทัง้ หมดทีเ่ กิดขึน ้ กับผู ้ทีถ ่ ก ู ผีเข ้าให ้ฟั ง 34 และดูเถิด คนทัง้ เมืองก็ออกมาต ้อนรับพระเยซู เมือ ่ พวก เขาเห็นพระองค์แล ้ว พวกเขาจึงอ ้อนวอนพระองค์ให ้ออกไป จากเขตแดนของพวกเขา บทที่ 9 1 แล ้วพระองค์ก็เสด็จลงเรือข ้ามไปยังเมืองของพระองค์ 2 ดูเถิด เขานํ าคนเป็ นอัมพาตคนหนึง่ ซึง่ นอนอยูบ ่ นเตียงมา ่ ของพวกเขา จึง หาพระองค์ เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นความเชือ ่ ใจเถิด บาปของเจ ้า ตรัสกับคนเป็ นอัมพาตว่า " ลูกเอ๋ย จงชืน ได ้รับการอภัยแล ้ว" 3 และดูเถิด พวกธรรมาจารย์บางคนคิดในใจว่า คนนีพ ้ ด ู หมิน ่ ประมาทพระเจ ้า 4 พระเยซูทรงทราบความคิดของพวกเขาจึงตรัสว่า “ เหตุ ไฉนพวกท่านจึงคิดชัว่ อยูใ่ นใจเล่า” 5 เพราะว่าอะไรจะง่ายกว่ากันระหว่างการพูดว่า บาปของคุณ ได ้รับการอภัยแล ้ว หรือพูดว่า จงลุกขึน ้ เดินไป? ิ ธิอํานาจบน 6 แต่เพือ ่ ให ้ท่านทัง้ หลายรู ้ว่าบุตรมนุษย์มส ี ท แผ่นดินโลกทีจ ่ ะอภัยบาปได ้” (พระองค์จงึ ตรัสแก่คนเป็ น อัมพาตว่า) “ จงลุกขึน ้ ยกทีน ่ อนกลับไปบ ้านเถิด” 7 แล ้วเขาได ้ลุกขึน ้ และเดินทางไปบ ้านของเขา 8 เมือ ่ ฝูงชนเห็นดังนัน ้ พวกเขาก็ประหลาดใจและสรรเสริญ พระเจ ้าผู ้ได ้ประทานอํานาจเช่นนัน ้ แก่คน 9 เมือ ่ พระเยซูเสด็จไปจากทีน ่ ั่น พระองค์เห็นชายคนหนึง่ ่ มัทธิว นั่งอยูท ชือ ่ ด ี่ า่ นเก็บเงิน จึงตรัสกับเขาว่า “ จงตามเรา มา” เขาก็ลก ุ ขึน ้ ติดตามพระองค์ไป 10 เมือ ่ พระเยซูทรงเสวยอาหารอยูใ่ นบ ้าน มีคนเก็บภาษี และ คนบาปจํานวนมากเข ้ามาร่วมนั่งกับพระองค์และเหล่าสาวก ของพระองค์ 6
แมทธิว
35 แล ้วพระเยซูก็เสด็จไปตามเมืองและหมูบ ่ ้านโดยรอบ ทรง สัง่ สอนในธรรมศาลาของพวกเขา ทรงประกาศข่าวประเสริฐ แห่งอาณาจักร และทรงรักษาโรคและความเจ็บป่ วยทุกอย่าง ในหมูป ่ ระชาชน 36 แต่เมือ ่ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นฝูงชน พระองค์ก็ทรง สงสารพวกเขา เพราะเขาท ้อแท ้และกระจัดกระจายไปดัง่ แกะ ไม่มผ ี ู ้เลีย ้ ง 37 แล ้วพระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์วา่ การเก็บ เกีย ่ วมีมาก แต่คนงานมีน ้อย 38 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงอธิษฐานต่อเจ ้าของการเก็บเกีย ่ ว ว่า ให ้ส่งคนงานมาเก็บเกีย ่ วพืชผลของพระองค์
20 เพราะว่าไม่ใช่ตวั ท่านเองทีพ ่ ด ู แต่เป็ นพระวิญญาณแห่ง พระบิดาของท่านซึง่ ตรัสผ่านท่าน 21 และพีช ่ ายจะต ้องมอบพีช ่ ายให ้ถึงแก่ความตาย และพ่อ จะต ้องมอบลูก และลูกๆ จะต ้องลุกขึน ้ ต่อต ้านพ่อแม่ของตน และให ้พวกท่านต ้องถูกประหารชีวต ิ 22 และท่านทัง้ หลายจะถูกคนทัง้ ปวงเกลียดชังเพราะพระ นามของเรา แต่ผู ้ใดทีอ ่ ดทนจนถึงทีส ่ ด ุ ผู ้นัน ้ จะรอด 23 แต่เมือ ่ เขาทัง้ หลายข่มเหงพวกท่านในเมืองนี้ พวกท่าน จงหนีไปยังเมืองอืน ่ เพราะว่าเราบอกพวกท่านจริงว่า พวก ท่านจะไม่มวี ันเดินทางไปทั่วเมืองต่างๆ ของอิสราเอล จนกว่าบุตรมนุษย์จะเสด็จมา 24 ศิษย์ไม่อยูเ่ หนือนายของตน และบ่าวไม่อยูเ่ หนือนายของ ตน 25 ศิษย์จะเรียกตนเองว่าเจ ้านายของตนก็ได ้ และคนรับใช ้จะ เรียกตนเองว่าเจ ้านายของตนก็ได ้ ถ ้าพวกเขาเรียกเจ ้าของ บ ้านว่าเบเอลเซบับ พวกเขาจะเรียกคนในบ ้านของเขาได ้มาก ยิง่ กว่านัน ้ อีกหรือ? 26 เพราะฉะนัน ้ อย่ากลัวพวกเขาเลย เพราะว่าไม่มส ี งิ่ ใดทีถ ่ ก ู ปกปิ ดไว ้ซึง่ จะไม่ถก ู เปิ ดเผย และไม่มส ี งิ่ ใดทีถ ่ ก ู ซ่อนไว ้ซึง่ จะ ไม่ถก ู เปิ ดเผย 27 สิง่ ทีเ่ ราบอกพวกท่านในความมืด พวกท่านจงพูดในที่ สว่าง และสิง่ ทีพ ่ วกท่านได ้ยินในหู พวกท่านจงประกาศบน หลังคาบ ้าน 28 และอย่ากลัวผู ้ทีฆ ่ า่ ทัง้ กาย แต่ไม่มอ ี ํานาจทีจ ่ ะฆ่าจิต วิญญาณ แต่จงกลัวผู ้ทีส ่ ามารถทําลายทัง้ จิตวิญญาณและ กายในนรกได ้ 29 นกกระจอกสองตัวจะขายหนึง่ ฟาร์ธงิ ไม่ได ้หรือ? และ นกกระจอกตัวหนึง่ จะไม่ตกลงบนพืน ้ ดินถ ้าไม่มพ ี ระบิดาของ คุณ 30 ถึงผมบนศีรษะของท่านทัง้ หลายก็ถก ู นับไว ้แล ้วทุกเส ้น 31 เพราะฉะนัน ้ อย่ากลัวเลย ท่านทัง้ หลายมีคา่ มากกว่า นกกระจอกหลายตัว 32 เพราะฉะนัน ้ ผู ้ใดจะสารภาพเราต่อหน ้ามนุษย์ เราย่อม สารภาพผู ้นัน ้ ต่อพระบิดาของเราผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ด ้วย 33 แต่ผู ้ใดจะปฏิเสธเราต่อหน ้ามนุษย์ เราจะปฏิเสธผู ้นัน ้ ต่อ พระพักตร์พระบิดาของเราผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ด ้วย 34 อย่าคิดว่าเรามาเพือ ่ จะส่งสันติภาพมาสูโ่ ลก เราไม่ได ้มา เพือ ่ จะส่งสันติภาพ แต่มาเพือ ่ ส่งดาบ 35 เพราะว่าเรามาเพือ ่ จะให ้ชายมีเรือ ่ งขัดแย ้งกับบิดาของตน และลูกสาวมีเรือ ่ งขัดแย ้งกับมารดา และลูกสะใภ ้มีเรือ ่ ง ขัดแย ้งกับแม่สามี 36 ศัตรูของมนุษย์ก็คอ ื คนในครัวเรือนของเขาเอง 37 ผู ้ทีร่ ักบิดามารดายิง่ กว่าเรา ก็ไม่คค ู่ วรกับเรา และผู ้ใดรัก บุตรชายหรือบุตรสาวยิง่ กว่าเรา ก็ไม่คค ู่ วรกับเรา 38 และผู ้ใดทีไ่ ม่รับเอาไม ้กางเขนของตนไปติดตามเรา ผู ้นัน ้ ก็ไม่คค ู่ วรกับเรา 39 ผู ้ใดพบชีวต ิ ของตนก็จะสูญเสียมันไป และผู ้ใดเสียชีวต ิ ของตนเพราะเห็นแก่เราจะพบมัน 40 ผู ้ทีร่ ับพวกท่านก็รับเรา และผู ้ทีร่ ับเราก็รับพระองค์ทท ี่ รง ใช ้เรามา 41 ผู ้ใดรับผู ้เผยพระวจนะในนามของผู ้เผยพระวจนะจะได ้รับ รางวัลของผู ้เผยพระวจนะ และผู ้ใดรับคนชอบธรรมในนาม ของผู ้ชอบธรรมจะได ้รับรางวัลของผู ้ชอบธรรมเช่นกัน 42 และผู ้ใดจะให ้คนเล็กน ้อยเหล่านีด ้ ม ื่ นํ้ าหนึง่ ถ ้วยในนาม ของสาวกเท่านัน ้ เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า เขา จะสูญเสียรางวัลของเขาไปอย่างแน่นอน
บทที่ 10 1 และเมือ ่ พระองค์ได ้ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์ มาแล ้ว พระองค์ก็ทรงประทานอํานาจให ้พวกเขาขับไล่ วิญญาณชัว่ ร ้าย และรักษาโรคภัยไข ้เจ็บทุกชนิดได ้ ่ ของอัครสาวกทัง้ สิบสองมีดงั นี้ คนแรกคือ ซีโมนที่ 2 ชือ เรียกว่าเปโตร อันดรูวน ์ ้องชายของเปโตร ยากอบบุตรของเศเ บดี และยอห์นน ้องชายของเศเบดี 3 ฟิ ลป ิ และบาร์โธโลมิว โธมัส และมัทธิวคนเก็บภาษี ยา กอบบุตรชายของอัลเฟอัส และเลบเบอัส ซึง่ มีนามสกุลว่า ทัดเดอัส 4 ซีโมนชาวคานาอันและยูดาสอิสคาริโอทผู ้ทรยศต่อ พระองค์ด ้วย 5 สิบสองคนนี้ พระเยซูทรงส่งออกไปและสัง่ เขาว่า อย่าไป ่ วกต่างชาติ และอย่าเข ้าไปในเมืองของชาวสะ ทางทีไ่ ปสูพ มาเรียเลย 6 แต่จงไปหาแกะทีห ่ ลงของชนชาติอส ิ ราเอลดีกว่า 7 ขณะทีพ ่ วกท่านไป จงประกาศประกาศว่า อาณาจักรแห่ง สวรรค์ใกล ้จะมาถึงแล ้ว 8 จงรักษาคนเจ็บป่ วย ให ้คนโรคเรือ ้ นหายจากโรค ให ้คนตาย ฟื้ นขึน ้ ขับผีออก ท่านทัง้ หลายได ้รับเปล่าๆ จงให ้เปล่าๆ 9 อย่าให ้มีทอง เงิน หรือทองเหลืองไว ้ในกระเป๋ าสตางค์ของ คุณ ้ สองตัว หรือสวม 10 หรือเตรียมย่ามเดินทาง หรือสวมเสือ รองเท ้า หรือถือไม ้เท ้า เพราะคนงานสมควรจะได ้รับอาหาร 11 และเมือ ่ ท่านเข ้าไปในเมืองหรือเมืองใด จงสืบดูวา่ ใครเป็ น คนเหมาะสมในเมืองนัน ้ แล ้วจงอยูท ่ น ี่ ั่นจนกว่าจะไปจากทีน ่ ั่น 12 และเมือ ่ ท่านเข ้าไปในบ ้านใด จงทักทายบ ้านนัน ้ 13 ถ ้าบ ้านนัน ้ สมควรได ้รับความดี ก็ขอให ้สันติสข ุ ของท่าน อยูก ่ บ ั บ ้านนัน ้ แต่ถ ้าบ ้านนัน ้ ไม่สมควรได ้รับความดี ก็ให ้สันติ ่ า่ นอีก สุขของท่านกลับคืนมาสูท 14 และผู ้ใดไม่ต ้อนรับท่านและไม่ฟังคําของท่าน เมือ ่ ท่าน ออกจากบ ้านหรือเมืองนัน ้ จงสะบัดฝุ่ นทีเ่ ท ้าของท่านออก 15 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ในวันพิพากษา เมืองโซดอมและเมืองโกโมราห์จะได ้รับโทษเบากว่าเมืองนัน ้ 16 ดูเถิด เราส่งพวกท่านไปดุจแกะอยูท ่ า่ มกลางหมาป่ า จง ฉลาดเหมือนงู และไม่มอ ี น ั ตรายเหมือนนกพิราบ 17 แต่จงระวังคนทัง้ หลายไว ้ เพราะว่าพวกเขาจะมอบท่าน ทัง้ หลายให ้กับสภา และจะเฆีย ่ นตีทา่ นในธรรมศาลาของ พวกเขา 18 และท่านทัง้ หลายจะต ้องถูกนํ าตัวมายังผู ้ว่าราชการและ กษั ตริยเ์ พราะเรา เพือ ่ เป็ นพยานต่อพวกเขาและต่อคน ต่างชาติ 19 แต่เมือ ่ เขามอบท่านไปนัน ้ อย่ากังวลว่าจะพูดอย่างไรหรือ จะพูดอย่างไร เพราะว่าเมือ ่ ถึงเวลานัน ้ พระองค์จะทรง ประทานสิง่ ทีท ่ า่ นพูดให ้แก่ทา่ นอย่างแน่นอน
7
แมทธิว
บทที่ 11
24 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ในวันพิพากษา โทษของ แผ่นดินโซดอมจะได ้รับเบากว่าโทษของท่าน 25 ในเวลานัน ้ พระเยซูตรัสตอบว่า " ข ้าพระองค์ขอบพระคุณ พระองค์ พระบิดาผู ้เป็ นเจ ้าแห่งสวรรค์และโลก ทีพ ่ ระองค์ ทรงซ่อนสิง่ เหล่านีจ ้ ากคนมีปัญญาและผู ้รอบรู ้ แต่ทรง เปิ ดเผยให ้เด็กเล็กๆ เห็น" 26 ก็เป็ นเช่นนัน ้ พระบิดา เพราะว่าพระองค์ทรงเห็นชอบ ดังนัน ้ 27 พระบิดาได ้ทรงมอบสิง่ สารพัดให ้แก่เรา และไม่มใี ครรู ้จัก พระบุตร นอกจากพระบิดา และไม่มใี ครรู ้จักพระบิดา ยกเว ้น พระบุตร และผู ้ทีพ ่ ระบุตรประสงค์จะเปิ ดเผยให ้ทราบ 28 จงมาหาเราทุกคนทีเ่ หน็ ดเหนือ ่ ยและแบกภาระหนัก และ เราจะให ้ท่านทัง้ หลายได ้พักผ่อน 29 จงเอาแอกของเราแบกไว ้ แล ้วเรียนจากเรา เพราะว่าเรา สุภาพอ่อนโยนและมีใจถ่อม และพวกท่านจะได ้พักผ่อนใน จิตวิญญาณของตน 30 เพราะว่าแอกของเราง่ายและภาระของเราก็เบา
1 ครัน ้ พระเยซูทรงสัง่ สาวกสิบสองคนเสร็จแล ้ว พระองค์ก็ เสด็จจากทีน ่ ั่นไปสัง่ สอนและประกาศในเมืองต่างๆ ของพวก เขา 2 เมือ ่ ยอห์นได ้ยินเรือ ่ งการงานของพระคริสต์ในคุก จึงส่ง สาวกสองคนไป 3 และตรัสแก่พระองค์วา่ ท่านเป็ นผู ้ทีจ ่ ะมาหรือ หรือเรา จะต ้องคอยผู ้อืน ่ ? 4 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า จงไปบอกยอห์นอีกถึงสิง่ ที่ ท่านได ้ยินและเห็น 5 คนตาบอดก็มองเห็น คนง่อยเดินได ้ คนโรคเรือ ้ นก็หาย คน หูหนวกก็ได ้ยิน คนตายก็ฟื้นขึน ้ และคนยากจนก็ได ้รับการ ประกาศข่าวประเสริฐแก่พวกเขา 6 และผู ้ใดไม่สะดุดเพราะเรา ผู ้นัน ้ ก็เป็ นสุข 7 เมือ ่ พวกเขาไปแล ้ว พระเยซูจงึ ตรัสกับฝูงชนเกีย ่ วกับยอห์น ่ ว่า “ พวกเจ ้าออกไปในถิน ่ ทุรกันดารเพือ ่ ดูอะไร? ต ้นอ ้อสัน เพราะลมหรือ?” ้ ผ ้าทีอ 8 แต่ทา่ นทัง้ หลายออกไปดูอะไร? ดูคนทีส ่ วมเสือ ่ อ ่ น ้ ผ ้าทีอ นุ่ม? ดูส ิ คนทีส ่ วมเสือ ่ อ ่ นนุ่มก็อยูใ่ นบ ้านของกษั ตริย ์ 9 แต่ทา่ นทัง้ หลายออกไปดูอะไร? เห็นผู ้เผยพระวจนะหรือ? จริงอยู่ เราบอกท่านว่า เห็นยิง่ กว่าผู ้เผยพระวจนะเสียอีก 10 เพราะผู ้นีแ ้ หละทีพ ่ ระคัมภีรเ์ ขียนไว ้ว่า ‘ดูเถิด เราจะส่งทูต ของเราไปข ้างหน ้าท่าน ผู ้ซึง่ จะเตรียมทางไว ้ข ้างหน ้าท่าน’ 11 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ในบรรดาคนทีเ่ กิด จากผู ้หญิงนัน ้ ไม่มผ ี ู ้ใดทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่ายอห์นผู ้ให ้บัพติศมา แม ้ว่าผู ้ทีต ่ ํา่ ต ้อยทีส ่ ด ุ ในอาณาจักรแห่งสวรรค์ก็ยังยิง่ ใหญ่ กว่ายอห์น 12 และตัง้ แต่สมัยยอห์นผู ้ให ้บัพติศมาจนกระทั่งบัดนี้ อาณาจักรแห่งสวรรค์ก็ถก ู รุกราน และผู ้ทีโ่ หดร ้ายก็ยด ึ ครอง ได ้ด ้วยกําลัง 13 เพราะบรรดาผู ้เผยพระวจนะและธรรมบัญญัตก ิ ็เผยพระ วจนะมาจนถึงยอห์น 14 ถ ้าท่านทัง้ หลายจะยอมรับสิง่ นี้ ก็นแ ี่ หละเป็ นเอลียาห์ซงึ่ จะมา 15 ผู ้ใดมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด 16 แต่เราจะเปรียบคนรุน ่ นีก ้ บ ั อะไรดี เขาเปรียบเหมือนเด็กๆ ทีน ่ ั่งอยูก ่ ลางตลาด และร ้องเรียกเพือ ่ นฝูงว่า 17 และตรัสว่า เราได ้เป่ าปี่ ให ้พวกท่านฟั ง และพวกท่านก็ไม่ เต ้นรํา เราได ้ครํ่าครวญให ้พวกท่านฟั ง และพวกท่านก็ไม่ครํ่า ครวญ 18 เพราะยอห์นมาไม่กน ิ ไม่ดม ื่ และคนทัง้ หลายว่า เขามีผ ี เข ้า 19 บุตรมนุษย์มาทัง้ กินและดืม ่ และพวกเขากล่าวว่า ดูเถิด เป็ นคนตะกละและขีเ้ มา เป็ นเพือ ่ นกับคนเก็บภาษี และคนบาป แต่ปัญญาได ้รับการพิสจ ู น์วา่ ชอบธรรมจากลูกๆ ของเธอ 20 แล ้วพระองค์ก็เริม ่ ตําหนิเมืองต่างๆ ทีพ ่ ระองค์ทรงทําการ อัศจรรย์มากมาย เพราะว่าเมืองเหล่านัน ้ ไม่กลับใจ 21 วิบต ั แ ิ ก่เจ ้า เมืองโคราซิน วิบต ั แ ิ ก่เจ ้า เมืองเบธไซดา เพราะว่าถ ้าการอัศจรรย์ซงึ่ กระทําท่ามกลางเจ ้าได ้กระทําใน เมืองไทร์และเมืองซีดอน คนทัง้ สองคงจะได ้กลับใจเสียนาน แล ้ว นุ่งห่มผ ้ากระสอบและเอาขีเ้ ถ ้าใส่ 22 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ในวันพิพากษา เมืองไทร์และ เมืองซีดอนจะได ้รับโทษเบากว่าท่านทัง้ หลาย 23 และเจ ้าเมืองคาเปอรนาอุมซึง่ ถูกยกขึน ้ สูงเทียมสวรรค์ เจ ้าจะต ้องลงไปในนรก เพราะว่าถ ้าการอัศจรรย์ทไี่ ด ้กระทํา ในเจ ้าได ้กระทําในเมืองโซดอม เมืองนัน ้ ก็คงจะอยูม ่ าจนถึง ทุกวันนี้
บทที่ 12 1 ในเวลานัน ้ พระเยซูกําลังเสด็จไปในทุง่ นาในวันสะบาโต และเหล่าสาวกของพระองค์หวิ จึงเริม ่ เด็ดรวงข ้าวมากิน 2 เมือ ่ พวกฟาริสเี ห็นดังนัน ้ จึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “ดูเถิด สาวกของท่านทําสิง่ ทีไ่ ม่ควรทําในวันสะบาโต” 3 แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ พวกเจ ้าไม่เคยอ่านหรือว่า ดาวิดได ้กระทําอย่างไรเมือ ่ เขาและคนทีอ ่ ยูด ่ ้วยหิวโหย 4 พระองค์ได ้เสด็จเข ้าไปในพระนิเวศน์ของพระเจ ้า และเสวย ขนมปั งถวายแด่พระองค์ ซึง่ มิใช่เป็ นสิทธิข ์ องพระองค์ทจ ี่ ะ เสวย เว ้นแต่พวกปุโรหิตเท่านัน ้ 5 หรือว่าพวกท่านไม่ได ้อ่านในธรรมบัญญัตห ิ รือว่าในวันสะบา โต พวกปุโรหิตในวิหารก็ดห ู มิน ่ วันสะบาโตและไม่มค ี วามผิด? 6 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ทีน ่ ม ี่ ผ ี ู ้หนึง่ ใหญ่กว่าพระวิหาร 7 แต่ถ ้าท่านทัง้ หลายได ้รู ้ว่าข ้อนีห ้ มายถึงอะไร คือ เรา ต ้องการความเมตตา ไม่ใช่เครือ ่ งบูชา พวกท่านก็จะไม่ กล่าวโทษผู ้ไม่มค ี วามผิด 8 เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็ นเจ ้าเหนือวันสะบาโตด ้วย 9 เมือ ่ พระองค์เสด็จออกจากทีน ่ ั่นแล ้ว พระองค์ก็เสด็จเข ้าไป ในธรรมศาลาของพวกเขา 10 และดูเถิด มีคนหนึง่ มือเหีย ่ วแห ้ง พวกเขาถามเขาว่า “การ รักษาคนในวันสะบาโตเป็ นสิง่ ทีถ ่ ก ู ต ้องหรือไม่ เพือ ่ พวกเขา จะได ้กล่าวโทษเขาได ้” 11 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ผู ้ใดในพวกท่านมีแกะหนึง่ ตัว และแกะตัวนัน ้ ตกลงไปในบ่อในวันสะบาโต เขาจะไม่จับ แกะตัวนัน ้ ขึน ้ มาหรือ?” 12 แล ้วมนุษย์คนหนึง่ ย่อมดีกว่าแกะมากเพียงไร? เพราะเหตุ นี้ การทําความดีในวันสะบาโตจึงเป็ นสิง่ ทีถ ่ ก ู ต ้อง 13 แล ้วพระองค์ตรัสแก่ชายคนนัน ้ ว่า จงเหยียดมือออกเถิด เขาก็เหยียดมือออก และมือก็กลับเป็ นปกติเหมือนมือข ้างอืน ่ ี ็ออกไปและหารือกันถึงพระองค์วา่ จะ 14 จากนัน ้ พวกฟาริสก ฆ่าพระองค์ได ้อย่างไร 15 แต่เมือ ่ พระเยซูทรงทราบแล ้ว พระองค์จงึ เสด็จออกไป จากทีน ่ ั่น และคนเป็ นอันมากก็ตามพระองค์ไป พระองค์ก็ทรง รักษาคนเหล่านัน ้ ทุกคน 16 และทรงกําชับพวกเขาไม่ให ้บอกพระองค์ให ้รู ้ 17 เพือ ่ ให ้เป็ นไปตามคําทีต ่ รัสไว ้โดยเอซายาห์ผู ้เผยพระ วจนะว่า 18 ดูเถิด ผู ้รับใช ้ของเราซึง่ เราเลือกไว ้ ผู ้เป็ นทีร่ ักของเรา ซึง่ จิตใจเราพอใจ เราจะประทานวิญญาณของเราแก่เขา และ เขาจะประกาศความยุตธิ รรมแก่บรรดาคนต่างชาติ 8
แมทธิว
19 เขาจะไม่ทะเลาะวิวาทและไม่ร ้องไห ้ และไม่มใี ครจะได ้ ยินเสียงของเขาในถนน 20 ไม ้อ ้อชํ้าพระองค์จะไม่ทรงหัก และตะเกียงทีก ่ ําลังคุอยูก ่ ็ ั ชนะ จะไม่ดบ ั จนกว่าพระองค์จะทรงส่งการพิพากษาให ้มีชย 21 และบรรดาประชาชาติตา่ งชาติจะวางใจในพระนามของ พระองค์ 22 ครัน ้ แล ้วมีคนพาคนตาบอดและใบ ้มาหาพระองค์ พระองค์ ทรงรักษาเขาให ้หาย คนตาบอดและใบ ้นัน ้ จึงพูดและ มองเห็นได ้ 23คนทัง้ หลายก็ประหลาดใจแล ้วพูดว่า “คนนีไ้ ม่ใช่บต ุ รของ ดาวิดหรือ?” 24เมือ ่ พวกฟาริสไี ด ้ยินดังนัน ้ ก็พด ู ว่า “คนนีข ้ บ ั ผีออกไม่ได ้ แต่ขบ ั ด ้วยอํานาจของเบเอลเซบูลผู ้เป็ นเจ ้าแห่งผี” 25 พระเยซูทรงทราบความคิดของพวกเขา จึงตรัสแก่พวก เขาว่า อาณาจักรใดๆ ทีแ ่ ตกแยกกันเองก็จะพินาศไป และ เมืองใดๆ หรือบ ้านใดๆ ทีแ ่ ตกแยกกันเองก็จะตัง้ อยูไ่ ม่ได ้ 26 และถ ้าซาตานขับไล่ซาตานออกไป มันก็แตกแยกกันเอง แล ้วอาณาจักรของมันจะตัง้ อยูไ่ ด ้อย่างไร? 27 และถ ้าฉั นขับผีออกโดยเบเอลเซบูล แล ้วบุตรหลานของ ท่านขับมันออกโดยใคร? เพราะฉะนัน ้ ผีเหล่านัน ้ จะเป็ นผู ้ ตัดสินพวกท่าน 28 แต่ถ ้าเราขับผีออกด ้วยพระวิญญาณของพระเจ ้า แผ่นดิน ของพระเจ ้าก็มาถึงพวกท่านแล ้ว 29 มิฉะนัน ้ แล ้ว ใครจะเข ้าไปในบ ้านของคนทีม ่ ก ี ําลังมาก และปล ้นทรัพย์ของเขาได ้อย่างไร เว ้นแต่จะมัดคนทีม ่ ก ี ําลัง มากนัน ้ เสียก่อน แล ้วเขาจะปล ้นทรัพย์ของเขาได ้ 30 ผู ้ทีไ่ ม่อยูก ่ บ ั เราก็เป็ นศัตรูกบ ั เรา และผู ้ทีไ่ ม่รวบรวมไว ้กับ เราย่อมกระจัดกระจายไป 31 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า บาปและการหมิน ่ ประมาททุกประเภทจะได ้รับการอภัยให ้มนุษย์ แต่การหมิน ่ ประมาทพระวิญญาณบริสท ุ ธิจ์ ะไม่ได ้รับการอภัยให ้มนุษย์ เลย 32 และผู ้ใดพูดจาหมิน ่ ประมาทบุตรมนุษย์ ผู ้นัน ้ จะได ้รับการ อภัยให ้ แต่ผู ้ใดพูดจาหมิน ่ ประมาทพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ ผู ้นัน ้ จะไม่ได ้รับการอภัยให ้ ไม่วา่ ในโลกนีห ้ รือในโลกหน ้า 33 จงทําให ้ต ้นไม ้ดีและผลก็ด ี หรือจงทําให ้ต ้นไม ้เลวและผล ก็เลว เพราะว่าเราจะรู ้จักต ้นไม ้ด ้วยผลของมัน 34 โอ เผ่าพันธุง์ พ ู ษ ิ พวกเจ ้าชัว่ แล ้วจะพูดดีได ้อย่างไร เพราะใจก็พด ู แต่สงิ่ ทีด ่ ี ่ 35 คนดีนําสิงดี ๆ ออกมาจากคลังสมบัตอ ิ น ั ดีในหัวใจ และ คนชัว่ นํ าสิง่ ชัว่ ๆ ออกมาจากคลังสมบัตอ ิ น ั ชัว่ ในหัวใจ 36 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ทุกคําทีไ่ ร ้สาระซึง่ มนุษย์พด ู นัน ้ พวกเขาจะต ้องรับผิดชอบในวันพิพากษา 37 เพราะว่าเจ ้าจะชอบธรรมได ้ก็ด ้วยวาจาของเจ ้า และเจ ้าจะ ถูกพิพากษาลงโทษก็ด ้วยวาจาของเจ ้า ี างคนจึงตอบว่า 38 คราวนัน ้ พวกธรรมาจารย์และฟาริสบ “อาจารย์ พวกเราอยากจะเห็นหมายสําคัญจากท่าน” 39 แต่พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ คนชัว่ และเป็ นคนชัว่ แสวงหา หมายสําคัญ และจะไม่มก ี ารหมายสําคัญใดๆ ให ้แก่เขา เว ้นเสียแต่หมายสําคัญของโยนาห์ผู ้เผยพระวจนะเท่านัน ้ 40 เพราะว่าโยนาห์ได ้อยูใ่ นท ้องปลาวาฬสามวันสามคืนฉั น ใด บุตรมนุษย์ก็จะอยูใ่ นใจกลางแผ่นดินสามวันสามคืนฉั นนัน ้ 41 ชนเมืองนิเนเวห์จะลุกขึน ้ ในวันพิพากษาพร ้อมกับคนรุน ่ นี้ และจะกล่าวโทษพวกเขา เพราะว่าพวกเขาได ้กลับใจเมือ ่ ได ้ ยินคําเทศนาของโยนาห์ และดูเถิด ผู ้ทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าโยนาห์ก็ อยูท ่ น ี่ ี่ 42 ราชินแ ี ห่งทิศใต ้จะลุกขึน ้ ในวันพิพากษาพร ้อมกับคนรุน ่ นี้ และจะกล่าวโทษพวกเขา เพราะว่าพระนางได ้มาจากส่วนที่
ไกลทีส ่ ด ุ ของโลกเพือ ่ ฟั งสติปัญญาของซาโลมอน และดูเถิด ผู ้ทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าซาโลมอนก็อยูท ่ น ี่ ี่ 43 เมือ ่ วิญญาณชัว่ ร ้ายออกจากคนแล ้ว มันก็เดินไปตาม สถานทีแ ่ ห ้งแล ้ง แสวงหาทีพ ่ ักพิง แต่ไม่พบเลย 44 แล ้วท่านก็กล่าวว่า ข ้าพเจ ้าจะกลับไปยังเรือนทีข ่ ้าพเจ ้า ได ้ออกมานัน ้ และเมือ ่ ท่านมาแล ้ว ท่านก็พบว่าเรือนนัน ้ ว่าง กวาด และตกแต่งไว ้แล ้ว 45 แล ้วเขาก็ไปเอาผีอน ื่ อีกเจ็ดตนทีช ่ วั่ ร ้ายกว่าเขาไป แล ้วผี เหล่านัน ้ ก็เข ้าไปอาศัยทีน ่ ั่น และในทีส ่ ด ุ คนนัน ้ ก็อยูใ่ นสภาพ ทีเ่ ลวร ้ายกว่าตอนแรก และคนชัว่ รุน ่ นีก ้ ็จะเป็ นเช่นนีต ้ อ ่ ไป 46 ขณะทีพ ่ ระองค์ยังตรัสกับประชาชนอยู่ มารดาและพวกพี่ น ้องของพระองค์ก็ยน ื อยูภ ่ ายนอก ประสงค์จะสนทนากับ พระองค์ 47 แล ้วมีคนหนึง่ กล่าวแก่พระองค์วา่ “ดูเถิด มารดาและพวก พีช ่ ายของท่านยืนอยูข ่ ้างนอก ประสงค์จะพูดคุยกับท่าน” 48 แต่พระองค์ตรัสตอบผู ้ทีบ ่ อกพระองค์วา่ ใครเป็ นมารดา ของเรา? และใครเป็ นพีน ่ ้องของเรา? 49 แล ้วพระองค์ทรงยืน ่ พระหัตถ์ออกไปหาบรรดาสาวกของ พระองค์และตรัสว่า ดูเถิด นีค ่ อ ื มารดาและพีน ่ ้องของเรา 50 เพราะผู ้ใดจะประพฤติตามพระประสงค์ของพระบิดาของ เราผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ ผู ้นัน ้ เป็ นพีช ่ ายน ้องสาวและมารดา ของเรา บทที่ 13 1 วันนัน ้ พระเยซูเสด็จออกจากบ ้านไปประทับอยูร่ ม ิ ทะเลสาบ 2 และคนเป็ นอันมากมารวมกันหาพระองค์ พระองค์จงึ เสด็จ ลงเรือประทับ และคนเป็ นอันมากก็ยน ื อยูบ ่ นฝั่ ง 3 แล ้วพระองค์ก็ตรัสกับเขาหลายประการเป็ นคําอุปมาว่า " ดู เถิด มีคนหนึง่ ออกไปหว่านพืช 4 และเมือ ่ เขาหว่านเมล็ดพืชบางส่วนก็ตกตามทาง และนกก็ มากินเมล็ดพืชเหล่านัน ้ จนหมด 5 บางส่วนตกบนทีท ่ เี่ ป็ นหินซึง่ มีดน ิ ไม่มาก แต่ก็งอกขึน ้ ทันที เพราะดินไม่ลก ึ 6 เมือ ่ พระอาทิตย์ขน ึ้ ต ้นไม ้ก็ถก ู ไฟไหม ้ และเพราะไม่มรี าก จึงเหีย ่ วเฉาไป 7 และบางส่วนก็ตกท่ามกลางหนาม หนามก็งอกขึน ้ มาปก คลุม 8 บางส่วนก็ตกบนดินดี แล ้วเกิดผลร ้อยเท่าบ ้าง หกสิบเท่า บ ้าง สามสิบเท่าบ ้าง 9 ใครมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด 10 เหล่าสาวกมาทูลพระองค์วา่ “เหตุไฉนพระองค์จงึ ตรัสกับ เขาเป็ นคําอุปมา?” 11 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า เพราะว่าข ้อความลึกลับของ อาณาจักรแห่งสวรรค์ถก ู ประทานแก่พวกท่าน แต่คนเหล่านัน ้ ไม่ได ้ถูกประทาน 12 เพราะว่าผู ้ใดมีอยูแ ่ ล ้ว จะได ้รับเพิม ่ เติมให ้ผู ้นัน ้ จนมี เหลือเฟื อ แต่ผู ้ใดไม่ม ี แม ้สิง่ ทีเ่ ขามีก็จะถูกพรากไปจากเขา 13 เพราะฉะนัน ้ เราจึงกล่าวแก่เขาทัง้ หลายโดยเป็ นคําอุปมา เพราะว่าเขาเห็นก็ไม่เห็น ฟั งก็ได ้ยินก็ไม่เข ้าใจ 14 และคําพยากรณ์ของเอซายาห์ก็สําเร็จในพวกเขา ซึง่ กล่าวว่า "พวกเจ ้าจะได ้ยินก็จริง แต่จะไม่เข ้าใจ และเมือ ่ ได ้ เห็นก็จริง แต่จะไม่เข ้าใจ" 15 เพราะว่าชนชาติเหล่านีม ้ ใี จหยาบกระด ้าง หูก็ตงึ และตาก็ ปิ ด เกรงว่าในเวลาหนึง่ เวลาใดพวกเขาจะเห็นด ้วยตาของ ตนเอง ได ้ยินด ้วยหูของตนเอง เข ้าใจด ้วยใจของตนเอง และ กลับใจใหม่ และเราจะรักษาพวกเขาให ้หาย 16 แต่ตาของท่านทัง้ หลายก็เป็ นสุขเพราะได ้เห็น และหูของ ท่านก็เป็ นสุขเพราะได ้ยิน 9
แมทธิว
17 เพราะฉั นบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ผู ้เผยพระ วจนะและผู ้ชอบธรรมเป็ นอันมากปรารถนาจะเห็นสิง่ ทีท ่ า่ น ทัง้ หลายเห็นอยูน ่ ี้ แต่เขาก็ไม่เห็น และปรารถนาจะได ้ยินสิง่ ทีท ่ า่ นทัง้ หลายได ้ยินอยูน ่ ี้ แต่เขาก็ไม่เคยได ้ยิน 18 เพราะฉะนัน ้ ท่านทัง้ หลายจงฟั งคําอุปมาเรือ ่ งผู ้หว่านพืช 19 เมือ ่ ผู ้ใดได ้ยินพระวจนะแห่งแผ่นดินสวรรค์แต่ไม่เข ้าใจ ผู ้ ชัว่ ร ้ายก็มาฉวยเอาสิง่ ทีห ่ ว่านไว ้ในใจของเขาไปเสีย ผู ้นีค ้ อ ื ผู ้ ทีร่ ับเมล็ดพืชทีร่ ม ิ ทาง 20 ส่วนเมล็ดพืชซึง่ ตกในทีท ่ ม ี่ ห ี น ิ นัน ้ คือผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะ แล ้วก็รับทันทีด ้วยความปิ ต ิ 21 แต่เขามิได ้หยั่งรากในตนเอง แต่ทนอยูช ่ วั่ ขณะหนึง่ เพราะว่าเมือ ่ เกิดความทุกข์ยากหรือการข่มเหงต่างๆ ขึน ้ เพราะพระวจนะนัน ้ เขาก็เลิกล ้มไปในทันที 22 และเมล็ดพืชซึง่ ตกกลางพุม ่ หนามนัน ้ คือผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระ วจนะ และความห่วงใยในโลกนี้ และความลวงของทรัพย์ สมบัต ิ รัดพระวจนะนัน ้ เสีย และเขาก็จะไม่เกิดผล 23 ส่วนพืชทีห ่ ว่านลงในดินดีนัน ้ คือผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะและ เข ้าใจ ผู ้ทีอ ่ อกผลร ้อยเท่าบ ้าง หกสิบเท่าบ ้าง สามสิบเท่า บ ้าง 24 พระองค์ตรัสอุปมาอีกเรือ ่ งหนึง่ แก่เขาทัง้ หลายว่า “ อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนคนคนหนึง่ ทีห ่ ว่านเมล็ด พันธุด ์ ใี นทุง่ ของตน 25 เมือ ่ คนทัง้ หลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของเขาก็เข ้ามาหว่าน วัชพืชปนกับข ้าวสาลี แล ้วก็จากไป 26 เมือ ่ ต ้นข ้าวงอกขึน ้ และออกผล ข ้าวละมานก็ปรากฏด ้วย 27 บ่าวของเจ ้าของบ ้านจึงมาแจ ้งแก่นายว่า "นายท่าน ท่าน มิได ้หว่านพืชดีในนาของท่านหรือ? แล ้วข ้าวละมานจะขึน ้ จาก ทีใ่ ด?" 28 นายก็ตอบพวกเขาว่า ศัตรูเป็ นผู ้กระทําเช่นนี้ พวกคนรับ ใช ้จึงพูดกับนายว่า ถ ้าอย่างนัน ้ เจ ้าจะไปรวบรวมพวกเขาไว ้ หรือ? 29 แต่พระองค์ตรัสว่า “อย่าเลย เมือ ่ ท่านทัง้ หลายถอนวัชพืช เกรงว่าข ้าวสาลีจะถอนออกด ้วย” 30 ให ้ทัง้ สองอย่างเติบโตไปด ้วยกันจนถึงฤดูเกีย ่ ว และเมือ ่ ถึงเวลาเกีย ่ ว ฉั นจะพูดกับคนเก็บเกีย ่ วว่า จงเก็บวัชพืชก่อน แล ้วมัดเป็ นฟ่ อนเผาไฟ แต่จงเก็บข ้าวสาลีไว ้ในยุ ้งฉางของ ฉั น” 31 พระองค์ตรัสอุปมาอีกเรือ ่ งหนึง่ แก่เขาว่า “ อาณาจักรแห่ง สวรรค์เปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดทีค ่ นเอาไปหว่านลงในไร่ ของตน 32 เมล็ดนัน ้ เป็ นเมล็ดทีเ่ ล็กทีส ่ ด ุ ในบรรดาเมล็ดทัง้ หมด แต่ เมือ ่ งอกขึน ้ แล ้วก็ใหญ่ทส ี่ ด ุ ในหมูผ ่ ัก และกลายมาเป็ นต ้นไม ้ จนนกในอากาศมาทํารังอาศัยอยูต ่ ามกิง่ ก ้านของต ้นนัน ้ ได ้ 33 พระองค์ตรัสเป็ นอุปมาอีกเรือ ่ งหนึง่ แก่เขาว่า “ อาณาจักร ้ ทีผ แห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเชือ ่ ู ้หญิงคนหนึง่ เอามาผสมใน แป้ งสามถังจนแป้ งทัง้ หมดขึน ้ ฟู” 34 พระเยซูตรัสเรือ ่ งเหล่านีท ้ งั ้ หมดแก่ฝงู ชนเป็ นคําอุปมา และนอกจากคําอุปมาแล ้ว พระองค์ก็ไม่ตรัสกับพวกเขาเลย 35 เพือ ่ ให ้เป็ นจริงตามทีต ่ รัสไว ้โดยผู ้เผยพระวจนะว่า 'เราจะ เปิ ดปากกล่าวคําอุปมา และจะกล่าวสิง่ ทีเ่ ก็บเป็ นความลับมา ตัง้ แต่สร ้างโลก' 36 จากนัน ้ พระเยซูทรงไล่ฝงู ชนไป และเสด็จเข ้าในเรือน และเหล่าสาวกมาหาพระองค์ทล ู ว่า “ขอทรงอธิบายให ้พวก ข ้าพเจ ้าฟั งถึงคําอุปมาเรือ ่ งวัชพืชในทุง่ นา” 37 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า ผู ้หว่านเมล็ดพันธุด ์ ค ี อ ื บุตรมนุษย์ 38 ทุง่ นาหมายถึงโลก เมล็ดพันธุด ์ ห ี มายถึงบุตรแห่งแผ่นดิน โลก วัชพืชหมายถึงบุตรของมารร ้าย ้ สุด 39 ศัตรูผู ้หว่านพืชเหล่านัน ้ คือมาร การเก็บเกีย ่ วคือจุดสิน ของโลก และผู ้เก็บเกีย ่ วคือทูตสวรรค์
40 ฉะนัน ้ วัชพืชถูกเก็บและเผาในไฟฉั นใด ก็จะเป็ นอย่างนัน ้ เมือ ่ ถึงทีส ่ ด ุ ของโลกนี้ 41 แล ้วบุตรมนุษย์จะส่งทูตสวรรค์ของพระองค์ออกไป และ ทูตสวรรค์เหล่านัน ้ จะรวบรวมทุกสิง่ ทีท ่ ําให ้หลงผิด และ บรรดาผู ้ทีท ่ ําความชัว่ ออกจากอาณาจักรของพระองค์ 42 และจะโยนลงในเตาไฟ จะมีการร ้องไห ้และขบเขีย ้ วเคีย ้ ว ฟั น 43 แล ้วผู ้ชอบธรรมจะส่องแสงดุจดวงตะวันในอาณาจักรของ พระบิดาของพวกเขา ใครมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด 44 อีกอย่างหนึง่ อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนสมบัตท ิ ี่ ่ นไว ้ และเพราะ ซ่อนไว ้ในทุง่ นา เมือ ่ ผู ้ใดพบแล ้ว เขาก็ซอ ้ ทุง่ นาแห่งนัน ความยินดี เขาจึงไปขายทุกสิง่ ทีม ่ ี แล ้วซือ ้ 45 อีกประการหนึง่ อาณาจักรแห่งสวรรค์นัน ้ เปรียบเหมือน พ่อค ้าทีแ ่ สวงหาไข่มก ุ อันสวยงาม 46 และเมือ ่ เขาพบไข่มก ุ เม็ดหนึง่ มีคา่ มาก เขาก็ไปขายทุกสิง่ ้ ไข่มก ทีม ่ แ ี ล ้วซือ ุ นัน ้ 47 อาณาจักรแห่งสวรรค์นัน ้ เปรียบเหมือนตาข่ายทีท ่ อดลงใน ทะเล แล ้วจับปลาได ้ทุกชนิด 48 เมือ ่ เต็มแล ้ว พวกเขาก็ลากขึน ้ ฝั่ ง นั่งลงรวบรวมสิง่ ทีด ่ ใี ส่ ภาชนะ แต่สงิ่ ทีไ่ ม่ดก ี ็ทงิ้ ไป ้ โลกก็จะเป็ นดังนี้ ทูตสวรรค์จะออกมาแยก 49 ดังนัน ้ เมือ ่ สิน คนชัว่ ออกจากคนชอบธรรม 50 และจะโยนลงในเตาไฟ จะมีการร ้องไห ้และขบเขีย ้ วเคีย ้ ว ฟั น 51 พระเยซูตรัสถามพวกเขาว่า “ ท่านทัง้ หลายเข ้าใจเรือ ่ ง เหล่านีท ้ งั ้ หมดแล ้วหรือ?” พวกเขาตอบพระองค์วา่ “เข ้าใจ แล ้ว พระเจ ้าข ้า” 52 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " เพราะฉะนัน ้ พวกธรรมา จารย์ทก ุ คนทีร่ ับคําสัง่ สอนเกีย ่ วกับแผ่นดินสวรรค์แล ้ว ก็เป็ น เหมือนเจ ้าของบ ้านทีน ่ ํ าของใหม่และของเก่าออกมาจากคลัง ของตน" 53 เมือ ่ พระเยซูทรงจบคําอุปมาเหล่านีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็เสด็จ จากทีน ่ ั่นไป 54เมือ ่ พระองค์เสด็จมาถึงบ ้านเกิดของพระองค์แล ้ว พระองค์ ก็ทรงสัง่ สอนในธรรมศาลาของพวกเขา จนพวกเขา ประหลาดใจและพูดกันว่า “คนนีไ้ ด ้ปั ญญาและงานมหัศจรรย์ นีม ้ าจากไหน?” 55 คนนีม ้ ใิ ช่ลก ู ช่างไม ้หรือ? มารดาของเขามิใช่มารียห ์ รือ? ่ ยากอบ โยเสส ซีโมน และยูดาสมิใช่ และพีน ่ ้องของเขาชือ หรือ? 56 และน ้องสาวของเขาด ้วย พวกเขาอยูก ่ บ ั เราไม่ใช่หรือ? แล ้วชายผู ้นีเ้ อาสิง่ เหล่านีม ้ าจากไหน? 57 และพวกเขารู ้สึกขุน ่ เคืองในตัวเขา แต่พระเยซูตรัสแก่ พวกเขาว่า " ผู ้เผยพระวจนะย่อมไม่ไร ้เกียรติ เว ้นแต่ในบ ้าน และบ ้านเกิดของตน" 58 และพระองค์ก็ไม่ได ้ทรงทําการอัศจรรย์มากมายทีน ่ ั่น ่ เพราะพวกเขาไม่มค ี วามเชือ บทที่ 14 ั ท์ของพระเยซู 1 ในเวลานัน ้ เฮโรดเจ ้าเมืองได ้ยินกิตติศพ ้ของท่ 2 และตรัสแก่คนรับใช านว่า ผู ้นีค ้ อ ื ยอห์นผู ้ให ้บัพติศมา เขากลับคืนชีพจากบรรดาคนตาย ดังนัน ้ การอัศจรรย์จงึ ปรากฏชัดในตัวเขา 3 เพราะว่าเฮโรดได ้จับโยฮันมัดไว ้และขังคุกไว ้เพราะเห็นแก่ เฮโรเดียสภรรยาของฟิ ลป ิ พีช ่ ายของตน ิ ธิร์ ับนางมา 4 เพราะยอห์นได ้กล่าวแก่ทา่ นว่า “ท่านไม่มส ี ท เป็ นภรรยา” 10
แมทธิว
5 และเมือ ่ พระองค์ต ้องการจะประหารชีวต ิ พระองค์ พระองค์ก็ กลัวฝูงชน เพราะพวกเขาถือว่าพระองค์เป็ นศาสดาพยากรณ์ 6 เมือ ่ มีการฉลองวันเกิดของเฮโรด ธิดาเฮโรเดียสก็เต ้นรําต่อ หน ้าพวกเขา ทําให ้เฮโรดพอใจ 7 แล ้วเขาจึงสัญญาด ้วยคําสาบานว่าจะให ้สิง่ ใดก็ตามทีเ่ ธอ จะขอ 8 แล ้วนางเมือ ่ ได ้ฟั งคําสัง่ ของมารดาของนางแล ้วจึงกล่าวว่า “จงให ้ศีรษะของยอห์นผู ้ให ้บัพติศมาใส่ถาดมาให ้ฉั นทีน ่ ”ี่ 9 และกษั ตริยก ์ ็เสียใจ แต่เพราะเหตุแห่งคําสาบานนัน ้ และ เพราะเหตุของผู ้ทีน ่ ั่งร่วมรับประทานอาหารกับเขา พระองค์ จึงสัง่ ให ้มอบคําสาบานนัน ้ ให ้แก่เธอ ่ 10 แล ้วท่านก็สงคนไปตัดหัวยอห์นในคุก 11 และเขาเอาศีรษะของเขาใส่ถาดมาให ้หญิงสาว และเธอก็ เอาไปให ้แม่ของเธอ 12 แล ้วพวกสาวกของพระองค์มาเอาศพไปฝั ง แล ้วไปทูล พระเยซู 13 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินเรือ ่ งนัน ้ แล ้ว พระองค์จงึ เสด็จออก จากทีน ่ ั่นโดยเรือไปยังทีเ่ ปลีย ่ วแห่งหนึง่ และเมือ ่ ประชาชน ได ้ยินเรือ ่ งนัน ้ พวกเขาก็เดินตามพระองค์ออกจากเมืองต่างๆ 14 เมือ ่ พระเยซูเสด็จออกไปก็ทรงเห็นคนมากมาย และทรง สงสารพวกเขา จึงทรงรักษาคนป่ วยของพวกเขา 15 ครัน ้ เวลาเย็นแล ้ว พวกสาวกของพระองค์มาหาพระองค์ ทูลว่า “ทีน ่ เี่ ป็ นถิน ่ กันดาร และบัดนีก ้ ็เป็ นเวลาล่วงไปแล ้ว จง ้ อาหารกิน” ให ้ประชาชนไปตามหมูบ ่ ้านต่างๆ และซือ 16 แต่พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " พวกเขาไม่จําเป็ นต ้องไป จงให ้พวกเขากินเถิด" 17 พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ ทีน ่ เี่ รามีขนมปั งเพียงห ้าก ้อน และปลาสองตัว 18 ท่านตรัสว่า จงนํ าพวกเขามาหาเรา” 19 แล ้วพระองค์ทรงสัง่ ให ้คนจํานวนมากนั่งลงทีห ่ ญ ้า แล ้ว ทรงรับขนมปั งห ้าก ้อนและปลาสองตัวนัน ้ แล ้วแหงนพระ พักตร์ดฟ ู ้ าสวรรค์ ทรงขอบพระคุณและหักขนมปั งนัน ้ ส่งให ้ เหล่าสาวกของพระองค์ และเหล่าสาวกก็สง่ ให ้คนจํานวน มาก 20 และพวกเขาทัง้ หมดได ้กินจนอิม ่ ส่วนเศษอาหารทีย ่ ัง เหลืออยูน ่ ัน ้ พวกเขาเก็บไปได ้สิบสองตะกร ้าเต็ม 21 และผู ้ทีร่ ับประทานอาหารนัน ้ มีผู ้ชายประมาณห ้าพันคน นอกจากผู ้หญิงและเด็ก 22 แล ้วทันใดนัน ้ พระเยซูได ้สัง่ ให ้เหล่าสาวกของพระองค์ลง เรือข ้ามไปก่อนพระองค์ ขณะทีพ ่ ระองค์ทรงส่งฝูงชนกลับไป 23 และเมือ ่ ทรงไล่ฝงู ชนไปแล ้ว พระองค์ก็เสด็จขึน ้ ไปบน ภูเขาโดยลําพังเพือ ่ อธิษฐาน เมือ ่ ถึงเวลาเย็น พระองค์ยังทรง อยูท ่ น ี่ ั่นแต่ผู ้เดียว 24 ในขณะนัน ้ เรืออยูก ่ ลางทะเลแล ้ว และถูกคลืน ่ ซัดไปมา เพราะลมพัดสวนทาง ่ ามกลางคืน พระเยซูจงึ เดินบนทะเลไปหา 25 เมือ ่ ถึงเวลาสีย พวกเขา 26 เมือ ่ เหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงเดินอยูบ ่ นทะเล พวกเขาก็ ตกใจกลัว พูดกันว่า เป็ นผี และร ้องตะโกนด ้วยความกลัว ่ บานเถิด เราเอง 27 ทันใดนัน ้ พระเยซูตรัสกับเขาว่า จงมีใจชืน อย่ากลัวเลย 28 เปโตรจึงตอบพระองค์วา่ “ถ ้าเป็ นพระองค์จริง ขอทรงแจ ้ง ให ้ข ้าพระองค์เดินบนนํ้ าไปหาพระองค์” 29 และพระองค์ตรัสว่า “ มาเถิด” เมือ ่ เปโตรลงจากเรือแล ้ว เขาก็เดินบนนํ้ าไปหาพระเยซู 30 แต่เมือ ่ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นลมพัดแรง พระองค์ก็ กลัว และเมือ ่ กําลังจะจม พระองค์ก็ร ้องว่า “พระองค์เจ ้า ช่วย ข ้าพระองค์ด ้วย”
31 ทันใดนัน ้ พระเยซูทรงยืน ่ พระหัตถ์ออกไปจับเขาไว ้แล ้ว ตรัสว่า “ โอ ผู ้ซึง่ มีศรัทธาน ้อย เหตุใดเจ ้าจึงสงสัย?” 32 เมือ ่ พระองค์กบ ั เหล่าสาวกขึน ้ เรือแล ้ว ลมก็หยุดลง 33 จากนัน ้ ผู ้ทีอ ่ ยูใ่ นเรือก็มาหมอบกราบพระองค์แล ้วทูลว่า " พระองค์เป็ นพระบุตรของพระเจ ้าจริง" ่ ผ่นดินเยนเนซาเรท 34 เมือ ่ ข ้ามไปแล ้วก็เข ้าสูแ 35 เมือ ่ ผู ้คนในบริเวณนัน ้ รู ้จักพระองค์แล ้ว พวกเขาจึงส่งออก ไปทั่วทัง้ บริเวณนัน ้ แล ้วนํ าคนเจ็บป่ วยทุกคนมาหาพระองค์ ้ ของ 36 และทูลขอพระองค์ให ้ทรงแตะแต่เพียงชายเสือ พระองค์เท่านัน ้ และผู ้ใดได ้แตะก็หายเป็ นปกติดท ี ก ุ ราย บทที่ 15 ี ากกรุงเยรูซาเล็มมาหา 1 ครัง้ นัน ้ พวกธรรมาจารย์และฟาริสจ พระเยซูและกล่าวว่า 2 เหตุใดสาวกของพระองค์จงึ ละเมิดประเพณีของบรรพบุรษ ุ เพราะพวกเขาไม่ล ้างมือเมือ ่ กินขนมปั ง 3 แต่พระองค์ตรัสตอบพวกเขาว่า เหตุไฉนพวกเจ ้าจึงละเมิด พระบัญญัตข ิ องพระเจ ้าด ้วยประเพณีของพวกเจ ้าเล่า? 4 เพราะว่าพระเจ ้าทรงสัง่ ไว ้ว่า จงนับถือบิดามารดาของเจ ้า และผู ้ใดแช่งด่าบิดามารดา ผู ้นัน ้ จะต ้องตายเสีย 5 แต่พวกท่านกลับพูดว่า ผู ้ใดจะกล่าวแก่บด ิ ามารดาของตน ว่า ‘สิง่ ใดทีท ่ า่ นได ้รับประโยชน์จากข ้าพเจ ้า สิง่ นัน ้ เป็ น ของขวัญ’ 6 และอย่าให ้เกียรติบด ิ ามารดาของเขา เขาจะเป็ นอิสระ ดังนัน ้ คุณได ้ทําให ้พระบัญญัตข ิ องพระเจ ้าไร ้ประโยชน์โดย ประเพณีของคุณ ่ ใจคด เอซายาห์ทํานายถึงพวกท่านถูกต ้อง 7 พวกหน ้าซือ แล ้วโดยกล่าวว่า 8 ชนชาติเหล่านีเ้ ข ้ามาใกล ้ข ้าพระองค์ด ้วยปากของพวกเขา และให ้เกียรติข ้าพระองค์ด ้วยริมฝี ปากของพวกเขา แต่ใจของ พวกเขาอยูห ่ า่ งจากข ้าพระองค์ 9 แต่พวกเขาบูชาฉั นโดยไร ้ประโยชน์ โดยสัง่ สอนบัญญัต ิ ของมนุษย์เป็ นหลักคําสอน 10 แล ้วพระองค์ทรงเรียกฝูงชนมาแล ้วตรัสแก่พวกเขาว่า จง ฟั งและเข ้าใจเถิด 11 มิใช่สงิ่ ทีเ่ ข ้าไปในปากจะทําให ้มนุษย์เป็ นมลทิน แต่สงิ่ ที่ ออกจากปากนีแ ่ หละจะทําให ้มนุษย์เป็ นมลทิน” 12 ครัน ้ แล ้วเหล่าสาวกของพระองค์มาทูลพระองค์วา่ " พระองค์ทรงทราบหรือไม่วา่ เมือ ่ พวกฟาริสไี ด ้ยินคําตรัสนัน ้ พวกเขาก็โกรธเคือง" 13 แต่พระเยซูตรัสตอบว่า ต ้นไม ้ทุกต ้นซึง่ พระบิดาของเราผู ้ ทรงสถิตในสวรรค์มไิ ด ้ทรงปลูกไว ้ จะต ้องถูกถอนทิง้ 14 ปล่อยพวกเขาไว ้ตามลําพัง พวกเขาเป็ นผู ้นํ าตาบอดของ คนตาบอด และถ ้าคนตาบอดนํ าคนตาบอด ทัง้ สองจะตกลง ไปในคูนํ้า 15 แล ้วเปโตรตอบพระองค์วา่ “ขอทรงอธิบายอุปมาเรือ ่ งนี้ แก่พวกข ้าพระองค์เถิด” 16 พระเยซูจงึ ตรัสว่า พวกท่านยังไม่มค ี วามเข ้าใจหรือ? 17 พวกท่านยังไม่เข ้าใจหรือว่า สิง่ ใดๆ ทีเ่ ข ้าไปในปากก็ลง ่ ระแสนํ้ า? ไปในท ้อง แล ้วก็ขบ ั ออกไปสูก 18 แต่สงิ่ ทีอ ่ อกจากปากก็ออกมาจากใจ และสิง่ เหล่านัน ้ ทํา ให ้มนุษย์เป็ นมลทิน 19 เพราะความคิดชัว่ ร ้าย การฆ่าคน การผิดประเวณี การผิด ประเวณี การลักขโมย การเป็ นพยานเท็จ การหมิน ่ ประมาท ้ ล ้วนออกมาจากใจทัง้ สิน 20 สิง่ เหล่านีแ ้ หละทีท ่ ําให ้มนุษย์เป็ นมลทิน แต่การ รับประทานอาหารด ้วยมือทีไ่ ม่ได ้ล ้างไม่ทําให ้มนุษย์เป็ น มลทิน 11
แมทธิว
4 คนชัว่ และเป็ นคนนอกรีตแสวงหาหมายสําคัญ และจะไม่ม ี การหมายสําคัญใดๆ ให ้แก่พวกเขา เว ้นเสียแต่หมายสําคัญ ของโยนาห์ผู ้เผยพระวจนะเท่านัน ้ แล ้วท่านก็ละทิง้ พวกเขา และจากไป 5 เมือ ่ พวกสาวกของพระองค์ข ้ามไปอีกฟากหนึง่ พวกเขาลืม เอาขนมปั งมาด ้วย ้ 6 จากนัน ้ พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " จงระวังและระวังเชือ ี ละพวกสะดูส"ี ของพวกฟาริสแ 7 พวกเขาจึงปรึกษากันว่า “เพราะว่าเราไม่ได ้กินขนมปั ง” 8 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบจึงตรัสแก่พวกเขาว่า " โอ ผู ้มีศรัทธา น ้อย เหตุใดพวกท่านจึงเถียงกันถึงเรือ ่ งไม่มข ี นมปั ง" 9 พวกท่านยังไม่เข ้าใจหรือจําไม่ได ้หรือว่าขนมปั งห ้าก ้อนที่ เลีย ้ งคนห ้าพันคนนัน ้ ท่านเก็บทีเ่ หลือได ้กีต ่ ะกร ้า? ่ ันคนนัน 10 หรือขนมปั งเจ็ดก ้อนของคนสีพ ้ ท่านเก็บทีเ่ หลือ ได ้กีต ่ ะกร ้า? 11 เหตุใดพวกท่านจึงไม่เข ้าใจว่าเราไม่ได ้พูดกับพวกท่าน ้ ของพวกฟาริสแ ี ละ ด ้วยเรือ ่ งขนมปั ง และท่านไม่ควรระวังเชือ พวกสะดูส?ี 12 แล ้วพวกเขาจึงเข ้าใจว่าพระองค์ไม่ได ้สัง่ พวกเขาให ้ระวัง ้ ขนมปั ง แต่สงั่ สอนคําสอนของพวกฟาริสแ ี ละพวกสะดูส ี เชือ แทน 13เมือ ่ พระเยซูเสด็จมาถึงเขตเมืองซีซาเรียฟิ ลป ิ ปอย พระองค์ทรงถามเหล่าสาวกของพระองค์วา่ " คนทัง้ หลาย พูดกันว่าเราเป็ นบุตรมนุษย์เป็ นใคร?" 14 พวกเขาจึงกล่าวว่า บางคนว่าเป็ นยอห์นผู ้ให ้บัพติศมา บางคนว่าเป็ นเอลียาห์ และบางคนว่าเป็ นเยเรมียห ์ รือเป็ นผู ้ เผยพระวจนะคนใดคนหนึง่ 15 พระองค์ตรัสถามเขาว่า " แต่พวกท่านบอกว่าเราเป็ น ใคร?" 16 ซีโมนเปโตรตอบว่า พระองค์เป็ นพระคริสต์พระบุตรของ พระเจ ้าผู ้ทรงชีวต ิ 17 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า " เจ ้าได ้รับพระพรแล ้ว ซีโมน บุตรโยนา เพราะว่าเนือ ้ หนังและโลหิตมิได ้เปิ ดเผยพระพรนี้ แก่เจ ้า แต่พระบิดาของเราผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเปิ ดเผย" 18 และฉั นบอกแก่ทา่ นว่า ท่านคือเปโตร และบนศิลานี้ ฉั นจะ สร ้างคริสตจักรของฉั น และประตูแห่งนรกจะไม่สามารถ เอาชนะคริสตจักรได ้ 19 และเราจะมอบกุญแจแห่งแผ่นดินสวรรค์ให ้แก่ทา่ น สิง่ ใด ทีท ่ า่ นจะผูกไว ้บนแผ่นดินโลก สิง่ นัน ้ จะถูกผูกไว ้ในสวรรค์ และสิง่ ใดทีท ่ า่ นจะแก ้ไว ้บนแผ่นดินโลก สิง่ นัน ้ จะถูกแก ้ไว ้ใน สวรรค์ 20 แล ้วพระองค์ทรงกําชับเหล่าสาวกของพระองค์ไม่ให ้บอก ผู ้ใดว่าพระองค์คอ ื พระเยซูคริสต์ ้ จงแก่บรรดาสาวกของ 21 ตัง้ แต่นัน ้ มาพระเยซูทรงเริม ่ ชีแ พระองค์วา่ พระองค์จะต ้องเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และ ต ้องทนทุกข์ทรมานมากมายจากพวกผู ้อาวุโสและพวก ปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ จากนัน ้ จะต ้องถูกประหาร ชีวต ิ แต่จะทรงคืนพระชนม์ในวันทีส ่ าม 22 แล ้วเปโตรจึงเอาพระองค์มา แล ้วเริม ่ ตําหนิพระองค์วา่ “ขอให ้เหตุการณ์นัน ้ อยูห ่ า่ งไกลจากพระองค์เถิด พระเจ ้าข ้า เหตุการณ์นจ ี้ ะไม่เกิดขึน ้ กับพระองค์เลย” 23 แต่พระองค์หันพระพักตร์ตรัสแก่เปโตรว่า “ เจ ้าซาตาน จง ถอยไปจากเรา เจ ้าเป็ นเครือ ่ งกีดขวางเรา เพราะว่าเจ ้าคิดใน สิง่ ทีเ่ ป็ นของพระเจ ้า แต่คด ิ ในสิง่ ทีเ่ ป็ นของมนุษย์” 24 จากนัน ้ พระเยซูจงึ ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์วา่ " ผู ้ใดต ้องการติดตามเรามา ผู ้นัน ้ ต ้องละทิง้ ตนเอง แบกไม ้ กางเขนของตน และติดตามเรามา"
21 แล ้วพระเยซูเสด็จจากทีน ่ ั่น เข ้าไปในเขตเมืองไทร์และ เมืองซีดอน 22 และดูเถิด มีหญิงชาวคานาอันคนหนึง่ มาจากเขตแดนนัน ้ และร ้องทูลพระองค์วา่ "ข ้าแต่พระเจ ้า ผู ้เป็ นพระบุตรดาวิด ขอทรงมีเมตตาข ้าพระองค์เถิด ลูกสาวของข ้าพระองค์ถก ู ผี เข ้าสิงอย่างหนัก" 23 แต่พระองค์ไม่ทรงตอบเธอสักคํา เหล่าสาวกจึงมาทูล วิงวอนพระองค์วา่ “ปล่อยเธอไปเถิด เพราะเธอร ้องเรียกเรา” 24แต่ทา่ นตอบว่า ข ้าพเจ ้ามิได ้ถูกส่งมาเพือ ่ อะไร เว ้นแต่แกะ ทีห ่ ลงของชนชาติอส ิ ราเอลเท่านัน ้ 25 แล ้วนางก็มากราบพระองค์แล ้วกล่าวว่า “พระองค์เจ ้าข ้า โปรดช่วยข ้าพเจ ้าด ้วย” 26แต่พระองค์ตรัสตอบว่า “ ไม่ควรจะเอาขนมปั งของลูกๆ ไป โยนให ้สุนัขกิน” 27 นางจึงกล่าวว่า “จริงแท ้แน่นอน พระเจ ้า แต่สน ุ ัขนัน ้ ย่อม กินเศษอาหารทีต ่ กจากโต๊ะของนายมัน” 28 แล ้วพระเยซูตรัสตอบนางว่า “ หญิงเอ๋ย ศรัทธาของเจ ้า ยิง่ ใหญ่ ขอให ้เป็ นไปตามความปรารถนาของเจ ้าเถิด” และ ลูกสาวของนางก็หายเป็ นปกติตงั ้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา 29 แล ้วพระเยซูเสด็จจากทีน ่ ั่นมายังทะเลสาบกาลิล ี แล ้ว เสด็จขึน ้ ไปบนภูเขาและประทับนั่งทีน ่ ั่น 30 และคนเป็ นอันมากมาหาพระองค์ มีผู ้คนง่อยเปลีย ้ คนตา บอด คนใบ ้ คนพิการ และคนอืน ่ ๆ อีกมากมายมาด ้วย แล ้ว นํ ามาวางทีพ ่ ระบาทของพระเยซู แล ้วพระองค์ก็ทรงรักษา พวกเขา 31 จนคนหมูม ่ ากรู ้สึกแปลกใจเมือ ่ เห็นว่าคนใบ ้สามารถพูดได ้ คนแขนขาพิการหายเป็ นปกติ คนง่อยเดินได ้ คนตาบอด มองเห็นได ้ แล ้วพวกเขาก็สรรเสริญพระเจ ้าของอิสราเอล 32 จากนัน ้ พระเยซูทรงเรียกบรรดาสาวกของพระองค์มาหา แล ้วตรัสว่า “ เราสงสารคนหมูม ่ าก เพราะพวกเขาอยูก ่ บ ั เรา มาสามวันแล ้ว และไม่มอ ี าหารจะกิน เราจะไม่ให ้พวกเขาไป ในขณะทีก ่ ําลังอดอาหาร เพราะเกรงว่าพวกเขาจะเหนือ ่ ย อ่อนระหว่างทาง” 33 และบรรดาลูกศิษย์ของพระองค์ก็ทล ู พระองค์วา่ “ในถิน ่ ทุรกันดารนี้ เราจะมีอาหารมากเพียงไร เพือ ่ เลีย ้ งคนมากมาย ขนาดนัน ้ ได ้?” 34 พระเยซูจงึ ตรัสถามเขาว่า “ ท่านมีขนมปั งกีก ่ ้อน” พวกเขา ตอบว่า “เจ็ดก ้อน” และปลาเล็กๆ อีกสองสามตัว 35 แล ้วพระองค์ทรงสัง่ ให ้ฝูงชนนั่งลงบนพืน ้ 36 แล ้วพระองค์ทรงรับขนมปั งเจ็ดก ้อนและปลาเหล่านัน ้ และ ทรงถวายพระพร และทรงหักขนมปั งเหล่านัน ้ ส่งให ้เหล่า สาวกของพระองค์ และเหล่าสาวกก็สง่ ให ้ฝูงชน 37 และพวกเขาทัง้ หมดก็กน ิ จนอิม ่ และเศษอาหารทีเ่ หลือนัน ้ ก็เก็บไปได ้เจ็ดตะกร ้าเต็ม ่ ันคน นอกจาก 38 และผู ้ทีร่ ับประทานอาหารนัน ้ มีผู ้ชายสีพ ผู ้หญิงและเด็ก 39 แล ้วพระองค์สง่ ฝูงชนไปแล ้วเสด็จลงเรือมาถึงเขตเมือง มักดาลา บทที่ 16 ี บ ี ็มาทดลองพระองค์และขอให ้ 1 พวกฟาริสก ั พวกสะดูสก พระองค์แสดงหมายสําคัญจากสวรรค์ให ้พวกเขาเห็น 2 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เมือ ่ ถึงเวลาเย็น พวกเจ ้าก็พด ู ว่า ' วันนีจ ้ ะอากาศแจ่มใส เพราะท ้องฟ้ าเป็ นสีแดง' 3 ครัน ้ รุง่ เช ้า วันนีจ ้ ะเกิดพายุฝน เพราะท ้องฟ้ าเป็ นสีแดงและ ่ ใจคด พวกท่านมองเห็นพืน มืดครึม ้ โอ ้ พวกคนหน ้าซือ ้ ผิว ของท ้องฟ้ าได ้ แต่พวกท่านมองไม่เห็นสัญญาณแห่งกาล สมัยหรือ? 12
แมทธิว
25เพราะว่าผู ้ใดใคร่รักษาชีวต ิ ของตนไว ้ ผู ้นัน ้ จะเสียชีวต ิ แต่ ผู ้ใดจะเสียชีวต ิ ของตนเพราะเห็นแก่เรา ผู ้นัน ้ จะได ้ชีวต ิ นัน ้ คืน มา 26 เพราะว่ามนุษย์จะได ้ประโยชน์อะไร ถ ้าเขาได ้สิง่ ของทัง้ โลก แต่ต ้องสูญเสียจิตวิญญาณของตนเอง หรือมนุษย์จะเอา สิง่ ใดมาแลกกับจิตวิญญาณของตนเอง? 27 เพราะพระบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด ้วยสง่าราศีแห่งพระบิดา และพร ้อมด ้วยทูตสวรรค์ของพระองค์ และในเวลานัน ้ พระองค์จะทรงตอบแทนมนุษย์ทก ุ คนตามการกระทําของเขา 28 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ในเมือ ่ ยืนอยูท ่ น ี่ ก ี่ ็ม ี บางคนทีย ่ ังจะไม่รู ้รสแห่งความตาย จนกว่าจะได ้เห็นบุตร มนุษย์เสด็จมาในอาณาจักรของพระองค์
19 จากนัน ้ เหล่าสาวกมาหาพระเยซูเป็ นส่วนตัวแล ้วทูลว่า " เหตุใดพวกข ้าพระองค์จงึ ขับไล่เขาออกไปไม่ได ้" ่ ของ 20พระเยซูตรัสตอบเขาทัง้ หลายว่า “ เพราะความไม่เชือ พวกท่าน เพราะว่าเราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า ถ ้าพวก ่ เท่าเมล็ดมัสตาร์ด พวกท่านจะพูดกับภูเขานี้ ท่านมีความเชือ ว่า จงเคลือ ่ นจากทีน ่ ไี่ ปทีโ่ น่น มันก็จะเคลือ ่ นไป และจะไม่ม ี สิง่ ใดทีเ่ ป็ นไปไม่ได ้สําหรับพวกท่าน” 21 แต่พวกผีชนิดนีไ้ ม่ออกไปเว ้นเสียแต่โดยการอธิษฐาน และการอดอาหาร 22 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังอยูใ่ นแคว ้นกาลิล ี พระเยซูตรัสกับ พวกเขาว่า “ บุตรมนุษย์จะถูกมอบไว ้ในมือของมนุษย์ 23 และพวกเขาจะฆ่าเขา และในวันทีส ่ ามเขาจะกลับคืนชีพ ขึน ้ มาใหม่ พวกเขาเสียใจมาก 24เมือ ่ มาถึงเมืองคาเปอรนาอุม ผู ้ทีไ่ ด ้รับเงินค่าภาษี มาหาเป โตรแล ้วกล่าวว่า “เจ ้านายของท่านไม่จา่ ยภาษี หรือ?” 25 พระเยซูตรัสตอบว่า “ใช่” เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในบ ้าน พระองค์จงึ ตรัสห ้ามเขาไว ้โดยตรัสว่า “ ท่านคิดเห็นอย่างไร กษั ตริยแ ์ ห่งแผ่นดินโลกเก็บภาษี หรือส่งส่วยจากใคร จาก บุตรหลานของตนเองหรือจากคนต่างด ้าว” 26 เปโตรจึงตอบเขาว่า “จากคนแปลกหน ้า” พระเยซูจงึ ตรัส กับเขาว่า “ ถ ้าเป็ นอย่างนัน ้ เด็กๆ ก็เป็ นอิสระ” 27 แต่เพือ ่ มิให ้พวกเขาสะดุด ท่านจงไปทีท ่ ะเล แล ้วเหวีย ่ ง เบ็ด แล ้วหยิบปลาตัวแรกทีข ่ น ึ้ มา และเมือ ่ เปิ ดปากมันแล ้ว ท่านก็จะพบเงินหนึง่ เหรียญ จงเอาไปให ้แก่พวกเขาเพือ ่ เรา และท่านเถิด
บทที่ 17 1 และเมือ ่ ผ่านไปหกวัน พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และ ยอห์นพีช ่ ายของยากอบขึน ้ ไปบนภูเขาสูงแห่งหนึง่ แต่ลําพัง 2 และทรงเปลีย ่ นไปต่อหน ้าพวกเขา และพระพักตร์ของ ่ งแสงเหมือนดวงอาทิตย์ และฉลองพระองค์ พระองค์ก็สอ ของพระองค์ก็ขาวเหมือนแสงสว่าง 3 และดูเถิด โมเสสกับเอลียาห์ปรากฏแก่พวกเขาและสนทนา กับพระองค์ 4 เปโตรจึงตอบพระเยซูวา่ “พระองค์เจ ้า การทีเ่ ราได ้อยูท ่ น ี่ ก ี่ ็ ดี ถ ้าพระองค์มพ ี ระประสงค์ ขอให ้พวกเราสร ้างพลับพลาสาม หลังทีน ่ ี่ หลังหนึง่ สําหรับพระองค์ หลังหนึง่ สําหรับโมเสส และหลังหนึง่ สําหรับเอลียาห์” 5 ขณะทีเ่ ขากําลังพูดอยู่ ก็ปรากฏเมฆสุกใสปกคลุมพวกเขา ไว ้ แล ้วมีเสียงออกมาจากเมฆนัน ้ ว่า “ท่านผู ้นีเ้ ป็ นบุตรทีร่ ัก ของเราซึง่ เราพอใจมาก จงฟั งท่านเถิด” 6 เมือ ่ พวกสาวกได ้ยินดังนัน ้ ก็ล ้มลงหน ้าควํา่ และมีความกลัว อย่างยิง่ 7 พระเยซูจงึ เสด็จมาแตะต ้องพวกเขาแล ้วตรัสว่า จงลุกขึน ้ อย่ากลัวเลย 8 เมือ ่ พวกเขาเงยหน ้าขึน ้ ดูก็ไม่เห็นใครเลย เว ้นแต่พระเยซู เท่านัน ้ 9 เมือ ่ พวกเขากําลังลงมาจากภูเขา พระเยซูทรงกําชับพวก เขาว่า " อย่าบอกนิมต ิ นัน ้ ให ้ผู ้ใดฟั งจนกว่าบุตรมนุษย์จะคืน พระชนม์จากความตาย" 10 เหล่าสาวกจึงถามพระองค์วา่ “เหตุไฉนพวกธรรมาจารย์ จึงว่าเอลียาห์จะต ้องมาก่อน?” 11 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ เอลียาห์จะต ้องมาก่อนจริง ๆ และจะฟื้ นฟูทก ุ สิง่ ” 12 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เอลียาห์ได ้มาแล ้ว แต่พวก เขาไม่รู ้จักเขา แต่พวกเขาได ้ทําต่อเขาอย่างทีพ ่ วกเขาคิดจะ ทํา เช่นเดียวกัน บุตรมนุษย์จะต ้องรับโทษจากพวกเขา 13 แล ้วเหล่าสาวกจึงเข ้าใจว่าพระองค์ตรัสแก่พวกเขาถึงยอ ห์นผู ้ให ้บัพติศมา 14 เมือ ่ พวกเขามาถึงฝูงชน มีชายคนหนึง่ มาหาพระองค์ คุกเข่าลง และพูดว่า 15 ขอพระเจ ้าโปรดเมตตาบุตรของข ้าพเจ ้าด ้วย เพราะเขา เป็ นลมบ ้าหมูและทุกข์ร ้อนมาก มักตกไฟและตกนํ้ าอยูบ ่ อ ่ ยๆ 16 และข ้าพเจ ้าได ้พาเขามาหาบรรดาสาวกของพระองค์ แต่ พวกเขาไม่สามารถรักษาเขาให ้หายได ้ 17 จากนัน ้ พระเยซูตรัสตอบว่า " โอ คนในยุคทีข ่ าดศรัทธา และคดโกง เราจะต ้องอยูก ่ บ ั พวกเจ ้านานเท่าใด เราจะต ้อง อดทนกับพวกเจ ้านานเท่าใด จงพาเขามาหาเรา" 18 พระเยซูทรงตักเตือนมาร แล ้วมันก็ออกไปจากเขา และ เด็กก็หายจากอาการป่ วยตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา
บทที่ 18 1 ในเวลานัน ้ สาวกทัง้ หลายมาหาพระเยซูทล ู ว่า "ใครเป็ น ใหญ่ทส ี่ ด ุ ในอาณาจักรแห่งสวรรค์" 2 พระเยซูทรงเรียกเด็กเล็กๆ คนหนึง่ มาหาพระองค์ และทรง ให ้ยืนท่ามกลางพวกเขา 3 และตรัสว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ถ ้าท่าน ไม่กลับใจและเป็ นเหมือนเด็กเล็ก ท่านจะเข ้าในอาณาจักร แห่งสวรรค์ไม่ได ้เลย" 4 เพราะฉะนัน ้ ผู ้ใดถ่อมตนเหมือนเด็กเล็กคนนี้ ผู ้นัน ้ จะ ยิง่ ใหญ่ทส ี่ ด ุ ในอาณาจักรแห่งสวรรค์ 5 และผู ้ใดจะรับเด็กเล็กเช่นนีค ้ นหนึง่ ในนามของเรา ผู ้นัน ้ ก็ รับเราด ้วย ่ ในตัวเราคนใดคน 6 แต่ผู ้ใดทําให ้คนเล็กน ้อยเหล่านีท ้ เี่ ชือ หนึง่ สะดุดล ้มลง ก็จะดีกว่าสําหรับเขาถ ้ามีหน ิ โม่ผก ู ไว ้ทีค ่ อ แล ้วจมลงในทะเลลึก 7 วิบต ั แ ิ ก่โลกเพราะเหตุแห่งการล่วงละเมิด! เพราะว่าจําเป็ น ทีก ่ ารล่วงละเมิดจะต ้องเกิดขึน ้ แต่วบ ิ ต ั แ ิ ก่ผู ้ทีท ่ ําให ้เกิดการ ล่วงละเมิดนัน ้ ! 8 เพราะฉะนัน ้ ถ ้ามือหรือเท ้าท่านทําให ้ท่านหลงผิด จงตัด ่ วี ต มันทิง้ เสีย การเข ้าสูช ิ ด ้วยมือหรือเท ้าด ้วนยังดีกว่ามีมอ ื สองข ้างหรือเท ้าสองข ้างและต ้องถูกโยนลงในไฟนิรันดร์ 9 และถ ้าตาของท่านทําให ้ท่านหลงผิด จงควักมันออกแล ้ว โยนมันทิง้ ไปเถิด จะเข ้าในชีวต ิ ด ้วยตาข ้างเดียวยังดีกว่ามี สองตาแต่ต ้องถูกโยนลงในไฟนรก 10 จงระวังอย่าดูหมิน ่ คนเล็กน ้อยเหล่านีค ้ นใดเลย เพราะว่า เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ในสวรรค์ ทูตสวรรค์ของพวกเขาจะ เฝ้ าดูพระพักตร์ของพระบิดาของเราผู ้สถิตในสวรรค์อยูเ่ สมอ 11 เพราะว่าพระบุตรมนุษย์ได ้มาเพือ ่ ช่วยผู ้ทีห ่ ลงหายไปให ้ รอด 12 ท่านทัง้ หลายคิดอย่างไร ถ ้าคนๆ หนึง่ มีแกะอยูร่ ้อยตัว และแกะตัวหนึง่ หลงทางไป เขาจะไม่ละแกะเก ้าสิบเก ้าตัวนัน ้ ไว ้ แล ้วขึน ้ ไปบนภูเขาเสาะหาแกะทีห ่ ลงทางนัน ้ หรือ? 13
แมทธิว
บทที่ 19
13 และถ ้าเขาพบมันจริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เขาจะมี ่ ชมยินดีกบ ความชืน ั แกะตัวนัน ้ มากกว่าแกะเก ้าสิบเก ้าตัวทีไ่ ม่ หลงไป 14อย่างนัน ้ ก็ตาม พระบิดาของท่านผู ้ทรงสถิตในสวรรค์ไม่ ประสงค์ให ้ผู ้น ้อยเหล่านีค ้ นใดคนหนึง่ พินาศไป 15 และถ ้าพีน ่ ้องของท่านทําผิดต่อท่าน จงไปแจ ้งความผิด นัน ้ แก่เขาสองต่อสองเท่านัน ้ ถ ้าเขาฟั งท่าน ท่านก็ได ้พีน ่ ้อง คืนมา 16 แต่ถ ้าเขาไม่ฟังท่าน จงนํ าคนหนึง่ หรือสองคนไปด ้วย เพือ ่ ให ้มีพยานสองหรือสามคนเพือ ่ ยืนยันทุกคํา 17 ถ ้าเขาไม่ฟังคนเหล่านัน ้ จงไปแจ ้งแก่คริสตจักร แต่ถ ้าเขา ไม่ฟังคริสตจักร จงถือตนเหมือนคนต่างชาติและคนเก็บภาษี 18 จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า สิง่ ใดทีพ ่ วกท่านผูกไว ้บน แผ่นดินโลก สิง่ นัน ้ จะถูกผูกไว ้ในสวรรค์ และสิง่ ใดทีพ ่ วกท่าน แก ้ไว ้บนแผ่นดินโลก สิง่ นัน ้ จะถูกแก ้ไว ้ในสวรรค์ 19 เรากล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายอีกว่า ถ ้าสองคนในพวกท่านตก ลงกันบนแผ่นดินโลกว่าจะขอสิง่ ใด พระบิดาของเราผู ้ทรง สถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทําให ้ด ้วย 20 เพราะว่าทีไ่ หนมีสองสามคนประชุมกันในนามของเรา ที่ นั่นเราก็อยูท ่ า่ มกลางพวกเขา 21 เปโตรจึงมาหาพระองค์แล ้วทูลว่า “พระองค์เจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าจะยกโทษให ้พีน ่ ้องของข ้าพเจ ้ากีค ่ รัง้ ก็ได ้ ถึงเจ็ด ครัง้ เท่านัน ้ หรือ?” 22 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราไม่ได ้บอกท่านว่าเพียงเจ็ด ครัง้ เท่านัน ้ แต่บอกเพียงเจ็ดสิบครัง้ คูณเจ็ด" 23 เพราะฉะนัน ้ อาณาจักรแห่งสวรรค์ก็เปรียบเหมือนกษั ตริย ์ องค์หนึง่ ซึง่ จะทรงคํานึงถึงผู ้รับใช ้ของพระองค์ 24 และเมือ ่ ท่านเริม ่ ทําการคิดบัญชีแล ้ว มีคนพาคนหนึง่ ซึง่ มี หนีอ ้ ยูห ่ นึง่ หมืน ่ ทาเลนต์มาหาท่าน 25 แต่เนือ ่ งจากเขาไม่มเี งินทีจ ่ ะชําระหนี้ พระเจ ้าของเขาจึง สัง่ ให ้ขายเขาพร ้อมกับภรรยาและลูกๆ ของเขา และทุกสิง่ ทุกอย่างทีเ่ ขามี แล ้วนํ าเงินมาชําระหนี้ 26 บ่าวผู ้นัน ้ จึงกราบลงนมัสการพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า ขอ โปรดอดทนกับข ้าพเจ ้าเถิด แล ้วข ้าพเจ ้าจะใช ้หนีใ้ ห ้ท่าน ทัง้ หมด” 27 นายของผู ้รับใช ้ผู ้นัน ้ มีใจกรุณาสงสาร จึงปล่อยเขาไปและ ยกหนีใ้ ห ้ 28 แต่ข ้ารับใช ้ผู ้นัน ้ ออกไปพบเพือ ่ นข ้ารับใช ้คนหนึง่ ซึง่ เป็ น หนีเ้ ขาอยูร่ ้อยเดนาริอน ั จึงจับคนนัน ้ บีบคอว่า จงชดใช ้เงินที่ เจ ้าเป็ นหนีอ ้ ยูน ่ ัน ้ ให ้ฉั นด ้วย 29 และเพือ ่ นผู ้รับใช ้คนนัน ้ ก็กราบลงทีพ ่ ระบาทของเขาและ วิงวอนเขาว่า โปรดอดทนกับข ้าพเจ ้าเถิด และข ้าพเจ ้าจะใช ้ หนีใ้ ห ้เจ ้าทัง้ หมด 30 แต่เขาไม่ยอม จึงไปขังเขาไว ้ในคุกจนกว่าจะชําระหนี้ หมด 31 เมือ ่ พวกเพือ ่ นข ้าราชบริพารเห็นเหตุการณ์ทเี่ กิดขึน ้ พวก เขาก็เสียใจมาก และมาเล่าเหตุการณ์ทงั ้ หมดทีเ่ กิดขึน ้ ให ้ เจ ้านายของตนฟั ง 32 แล ้วเจ ้านายของเขาเรียกคนนัน ้ มาและกล่าวแก่เขาว่า โอ ข ้ารับใช ้ชัว่ เราได ้ยกหนีท ้ งั ้ หมดให ้กับเจ ้า เพราะเจ ้ามีใจ ปรารถนาเรา 33 ท่านไม่ควรจะแสดงความเมตตาต่อเพือ ่ นร่วมงานของ ท่าน เหมือนอย่างทีเ่ ราแสดงความเมตตาต่อท่านหรือ? 34 และเจ ้านายของเขากริว้ และมอบเขาไว ้ให ้เจ ้าหน ้าที่ ทรมาน จนกว่าจะใช ้หนีท ้ เี่ ขาควรได ้รับทัง้ หมด 35 พระบิดาของเราผู ้ทรงสถิตในสวรรค์จะทรงกระทํากับพวก ท่านอย่างนัน ้ เหมือนกัน ถ ้าหากพวกท่านไม่ยกโทษให ้แก่พ ี่ น ้องทุกคนด ้วยใจจริง
1 เมือ ่ พระเยซูตรัสถ ้อยคําเหล่านีเ้ สร็จแล ้ว พระองค์ก็เสด็จ จากแคว ้นกาลิล ี เข ้าไปในเขตแดนของยูเดียฝั่ งแม่นํ้า จอร์แดนข ้างโน ้น 2 และคนจํานวนมากติดตามพระองค์ไป และพระองค์ทรง รักษาพวกเขาทีน ่ ั่น ี าหาพระองค์และลองใจพระองค์ โดยถาม 3 พวกฟาริสม พระองค์วา่ “ชายจะหย่าภรรยาของตนเพราะเหตุใดก็ตาม เป็ นการถูกต ้องหรือไม่?” 4 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ พวกท่านไม่เคยอ่านหรือว่าพระ เจ ้าผู ้สร ้างมนุษย์ในปฐมกาลได ้ทรงสร ้างมนุษย์ให ้เป็ นชาย และหญิง 5 และตรัสว่า เพราะเหตุนบ ี้ รุ ษ ุ จึงจะละบิดามารดาของตน และผูกพันอยูก ่ บ ั ภรรยาของเขา และทัง้ สองจะเป็ นเนือ ้ เดียวกันหรือ? 6 เพราะฉะนัน ้ เขาทัง้ หลายจึงไม่เป็ นสองอีกต่อไป แต่เป็ น เนือ ้ เดียวกัน ดังนัน ้ สิง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรงผูกพันกันไว ้แล ้ว มนุษย์ อย่าได ้แยกออกจากกัน 7 พวกเขาจึงถามเขาว่า “แล ้วทําไมโมเสสจึงสัง่ ให ้เขียน หนังสือหย่าแล ้วไล่เธอไปล่ะ” 8 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " เพราะใจพวกท่านแข็งกระด ้าง โมเสสจึงยอมให ้ท่านทัง้ หลายหย่าภรรยาของตน แต่ตงั ้ แต่ เริม ่ แรกไม่ได ้เป็ นเช่นนัน ้ " 9 และฉั นบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ใดหย่าภรรยาของตน เว ้น แต่เพราะผิดประเวณี แล ้วไปแต่งงานกับคนอืน ่ ผู ้นัน ้ ก็ผด ิ ประเวณี และผู ้ใดแต่งงานกับหญิงทีถ ่ ก ู หย่าแล ้ว ผู ้นัน ้ ก็ผด ิ ประเวณี” 10 เหล่าสาวกของพระองค์ทล ู พระองค์วา่ “ถ ้ากรณีของชาย เป็ นเช่นนีก ้ บ ั ภรรยาของเขา การแต่งงานก็ไม่ใช่เรือ ่ งดี” 11 แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " ทุกคนไม่สามารถรับคํา ตรัสข ้อนีไ้ ด ้ เว ้นแต่ผู ้ทีท ่ รงประทานให ้" 12 เพราะว่ามีขน ั ทีบางคนซึง่ เกิดมาจากครรภ์มารดา มีขน ั ที บางคนซึง่ ถูกมนุษย์ทําให ้เป็ นขันที มีขน ั ทีบางคนทีท ่ ําให ้ ตนเองเป็ นขันทีเพือ ่ เห็นแก่อาณาจักรแห่งสวรรค์ ใคร สามารถรับได ้ก็ให ้รับ 13 ครัง้ นัน ้ พวกเขานํ าเด็กๆ มาหาพระองค์ เพือ ่ ให ้พระองค์ ทรงวางพระหัตถ์บนพวกเขา และอธิษฐาน แต่เหล่าสาวกก็ดุ ว่าพวกเขา 14 แต่พระเยซูตรัสว่า จงยอมให ้เด็กเล็กๆ มาหาเรา อย่าห ้าม เขาเลย เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ยอ ่ มเป็ นของคนเช่น เด็กเหล่านัน ้ 15 แล ้วพระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนพวกเขาแล ้วเสด็จออก จากทีน ่ ั่นไป 16 และดูเถิด มีคนหนึง่ มาทูลพระองค์วา่ “ท่านอาจารย์ทด ี่ ี ข ้าพเจ ้าจะต ้องทําดีประการใด จึงจะได ้ชีวต ิ นิรันดร์” 17 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ เหตุใดท่านจึงเรียกเราว่าดี เพราะ ไม่มผ ี ู ้ดีนอกจากผู ้เดียว คือ พระเจ ้า แต่ถ ้าท่านปรารถนาจะ เข ้าในชีวต ิ ก็จงถือรักษาพระบัญญัตไิ ว ้” 18 พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ข ้อใด?” พระเยซูตรัสว่า “ อย่า ฆ่าคน อย่าล่วงประเวณี อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็ นพยานเท็จ” 19 จงให ้เกียรติบด ิ ามารดาของเจ ้า และจงรักเพือ ่ นบ ้าน เหมือนรักตนเอง 20 ชายหนุ่มคนนัน ้ จึงทูลพระองค์วา่ ข ้าพเจ ้าได ้รักษาสิง่ เหล่านีไ้ ว ้ทุกประการตัง้ แต่เยาว์วัย ข ้าพเจ ้ายังขาดอะไรอีก เล่า? 21 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า “ ถ ้าท่านปรารถนาเป็ นผู ้สมบูรณ์ จง ไปขายสิง่ ของทีท ่ า่ นมี แจกเงินให ้คนยากจน แล ้วท่านจะมี สมบัตใิ นสวรรค์ แล ้วจงมาติดตามเรา” 14
แมทธิว
ิ ของท่านไปเถิด แล ้วไปเถิด ข ้าพเจ ้าจะ 14 จงเอาทรัพย์สน ให ้แก่คนหลังนีเ้ ท่ากับให ้แก่ทา่ น 15 ข ้าพเจ ้าจะทําสิง่ ใดกับของข ้าพเจ ้าก็มใิ ช่หรือ? ตาของ ท่านช่างชัว่ ร ้ายเพราะข ้าพเจ ้าเป็ นคนดีหรือ? 16 ฉะนัน ้ คนทีเ่ ป็ นคนสุดท ้ายจะกลับเป็ นคนแรก และคนที่ เป็ นคนแรกจะกลับเป็ นคนสุดท ้าย เพราะว่าผู ้ทีไ่ ด ้รับเรียกก็ มาก แต่ผู ้ทีไ่ ด ้รับเลือกก็น ้อย 17 และพระเยซูจะเสด็จขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม แล ้วทรงพา สาวกสิบสองคนไปตามทาง และตรัสแก่พวกเขาว่า 18 ดูเถิด เราทัง้ หลายจะขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และบุตร มนุษย์จะถูกมอบให ้แก่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และพวกเขาจะตัดสินลงโทษเขาถึงตาย 19 และจะมอบพระองค์ให ้คนต่างชาติเยาะเย ้ย เฆีย ่ นตี และ ตรึงพระองค์ทก ี่ างเขน และวันทีส ่ ามพระองค์จะทรงฟื้ นคืน พระชนม์ 20 ครัง้ นัน ้ มารดาของบุตรทัง้ หลายแห่งซีเบดีมาหาพระองค์ พร ้อมกับบุตรทัง้ สองของนาง กราบไหว ้พระองค์ และ ปรารถนาสิง่ หนึง่ จากพระองค์ 21 พระองค์ตรัสถามนางว่า “ ท่านต ้องการอะไร” นางจึงทูล ว่า “ขอให ้บุตรทัง้ สองของข ้าพเจ ้าได ้นั่งคนหนึง่ ทางขวามือ และอีกคนทางซ ้ายมือในราชอาณาจักรของพระองค์” 22 แต่พระเยซูตรัสตอบว่า “ ท่านทัง้ หลายไม่ทราบว่าท่านขอ อะไร ท่านดืม ่ ถ ้วยทีเ่ ราจะดืม ่ ได ้หรือไม่ และรับบัพติศมาด ้วย บัพติศมาทีเ่ ราจะรับ ได ้หรือไม่” พวกเขาตอบพระองค์วา่ “เราได ้บัพติศมา” 23 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า พวกเจ ้าจะดืม ่ ถ ้วยของเราจริง และ รับบัพติศมาด ้วยบัพติศมาทีเ่ ราได ้รับ แต่การนั่งทางขวาและ ทางซ ้ายของเรานัน ้ ไม่ใช่หน ้าทีข ่ องเราทีจ ่ ะให ้ แต่ผู ้ทีพ ่ ระ บิดาของเราเตรียมไว ้สําหรับเราจะให ้แก่ผู ้ทีเ่ ราจะให ้ก็จะ ให ้แก่ผู ้ทีเ่ ราจะให ้ 24เมือ ่ สาวกสิบคนได ้ยินดังนัน ้ ก็มค ี วามโกรธต่อพีน ่ ้องสอง คนนัน ้ 25 แต่พระเยซูทรงเรียกพวกเขาทัง้ หลายมาหาพระองค์แล ้ว ตรัสว่า พวกเจ ้าทัง้ หลายรู ้ว่าพวกผู ้ครองของคนต่างชาติยอ ่ ม ครอบครองเหนือพวกเขา และคนใหญ่คนโตก็ใช ้อํานาจ เหนือพวกเขา 26 แต่ในพวกท่านจะไม่เป็ นอย่างนัน ้ เลย แต่ถ ้าผู ้ใดต ้องการ เป็ นใหญ่ในพวกท่าน ผู ้นัน ้ จะต ้องเป็ นผู ้รับใช ้ของพวกท่าน 27 และผู ้ใดต ้องการเป็ นใหญ่ในพวกท่าน ผู ้นัน ้ จะต ้องเป็ น ้ของท่ ผู ้รับใช าน 28 เพราะว่าพระบุตรมนุษย์มไิ ด ้มาเพือ ่ รับการปรนนิบต ั ิ แต่มา เพือ ่ ปรนนิบต ั ิ และประทานชีวต ิ ของพระองค์เป็ นค่าไถ่เพือ ่ คน เป็ นอันมาก 29 เมือ ่ พระองค์กบ ั สาวกออกไปจากเมืองเยรีโค มีคนเป็ นอัน มากติดตามพระองค์ไป 30 และดูเถิด คนตาบอดสองคนนั่งอยูร่ ม ิ ทาง เมือ ่ ได ้ยินว่า พระเยซูเสด็จผ่านมา ก็ร ้องตะโกนว่า "ข ้าแต่พระเจ ้า ผู ้เป็ น พระบุตรดาวิด ขอทรงมีเมตตาข ้าพระองค์เถิด" 31 ฝูงชนก็ตําหนิพวกเขาเพือ ่ ให ้พวกเขาเงียบไว ้ แต่พวกเขา ยิง่ ร ้องตะโกนมากขึน ้ อีกว่า "ขอทรงมีเมตตาเราเถิด พระเจ ้า ผู ้เป็ นพระบุตรดาวิด" 32 พระเยซูจงึ หยุดยืนเรียกพวกเขาแล ้วตรัสว่า “ เจ ้า ทัง้ หลายต ้องการให ้เราทําอะไรให ้เจ ้า?” 33 พวกเขากล่าวแก่พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ขอให ้ตา ของพวกข ้าพเจ ้าได ้เปิ ด” 34 พระเยซูจงึ ทรงมีพระกรุณาต่อพวกเขา และทรงแตะต ้อง ตาของพวกเขา ทันใดนัน ้ ตาของพวกเขาก็มองเห็นได ้ และ พวกเขาก็ตด ิ ตามพระองค์ไป
22 เมือ ่ ชายหนุ่มได ้ยินคําดังกล่าวนัน ้ เขาก็ออกไปด ้วยความ เศร ้าโศก เพราะว่าเขามีทรัพย์สมบัตม ิ ากมาย 23 จากนัน ้ พระเยซูตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์วา่ " เรา บอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า คนรวยจะเข ้าในแผ่นดิน สวรรค์ได ้ยาก" 24 และฉั นบอกท่านทัง้ หลายอีกว่า การทีอ ่ ฐ ู จะลอดรูเข็มยัง ง่ายกว่าการทีค ่ นรวยจะเข ้าในอาณาจักรของพระเจ ้า 25 เมือ ่ บรรดาลูกศิษย์ของพระองค์ได ้ยินดังนัน ้ ก็ประหลาด ใจมาก จึงทูลว่า "ถ ้าอย่างนัน ้ ใครจะรอดได ้" 26 พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกเขาแล ้วตรัสว่า “ สําหรับ มนุษย์สงิ่ นีเ้ ป็ นไปไม่ได ้ แต่สําหรับพระเจ ้าทุกสิง่ เป็ นไปได ้” 27 แล ้วเปโตรตอบพระองค์วา่ "ดูเถิด ข ้าพระองค์ทงั ้ หลายได ้ ละทิง้ ทุกสิง่ แล ้วติดตามพระองค์ไป แล ้วเราจะมีอะไรเล่า?" 28 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า พวกท่านทีต ่ ด ิ ตามเรามา ในการสร ้างใหม่เมือ ่ บุตรมนุษย์จะ ประทับบนพระทีน ่ ั่งแห่งพระสิรริ งุ่ โรจน์ของพระองค์ พวกท่าน ิ สองบัลลังก์ พิพากษาเผ่าสิบสอง ก็จะได ้นั่งบนบัลลังก์สบ ของอิสราเอล 29 และทุกคนทีล ่ ะทิง้ บ ้านเรือน หรือพีน ่ ้อง หรือพีส ่ าว หรือ บิดา หรือมารดา หรือภรรยา หรือบุตร หรือทีด ่ น ิ เพราะเห็น แก่พระนามของเรา จะได ้รับผลตอบแทนร ้อยเท่า และจะได ้ มรดกชีวต ิ นิรันดร์ 30 แต่มห ี ลายคนทีเ่ ป็ นคนต ้นจะเป็ นคนสุดท ้าย และคนทีเ่ ป็ น คนสุดท ้ายจะเป็ นคนต ้น บทที่ 20 1 เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเจ ้าของสวน องุน ่ คนหนึง่ ออกไปจ ้างคนงานมาทํางานในสวนองุน ่ ของตน ้าตรู ตัง้ แต่เช ่ 2 และเมือ ่ ท่านตกลงกับคนงานวันละหนึง่ เดนาริอน ั แล ้ว ท่าน ก็สง่ พวกเขาไปทํางานในสวนองุน ่ ของท่าน 3 เวลาประมาณสามโมง พระองค์ก็เสด็จออกไปอีก เห็นคน อืน ่ ยืนอยูว่ า่ งๆ ในตลาด 4 และตรัสแก่พวกเขาว่า “ท่านทัง้ หลายจงไปทีไ่ ร่องุน ่ เถิด แล ้วข ้าพเจ ้าจะให ้แก่ทา่ นตามสมควร” พวกเขาก็ไป 5 เวลาประมาณบ่ายสามโมงและบ่ายเก ้าโมง พระองค์ก็ ออกไปอีกและทําเหมือนอย่างนัน ้ 6 และเมือ ่ ถึงเวลาบ่ายห ้าโมง พระองค์ก็เสด็จออกไปพบคน อืน ่ ๆ ยืนอยูว่ า่ ง ๆ จึงตรัสแก่พวกเขาว่า เหตุใดพวกท่านจึง ยืนอยูท ่ น ี่ ท ี่ งั ้ วันโดยไม่ทําอะไรเลย? 7 พวกเขาตอบเขาว่า เพราะไม่มใี ครจ ้างพวกเรา เขาจึงบอก พวกเขาว่า พวกท่านจงไปทํางานในไร่องุน ่ ด ้วย และสิง่ ใดที่ พวกท่านสมควรจะได ้รับก็จะได ้สิง่ นัน ้ 8 เมือ ่ ถึงเวลาเย็น เจ ้าของไร่องุน ่ จึงสัง่ คนดูแลไร่องุน ่ ว่า “จง เรียกคนงานมาและจ่ายค่าจ ้างให ้พวกเขา ตัง้ แต่คนสุดท ้าย จนถึงคนทีห ่ นึง่ ” 9 เมือ ่ พวกทีร่ ับจ ้างมาในเวลาประมาณบ่ายห ้าโมง พวกเขาก็ ได ้รับเงินคนละหนึง่ เดนารี 10 แต่เมือ ่ พวกแรกมา พวกเขานึกว่าตนน่าจะได ้รับมากกว่า นัน ้ จึงได ้รับคนละหนึง่ เดนาริอน ั เหมือนกัน 11 เมือ ่ พวกเขาได ้รับแล ้ว พวกเขาก็บน ่ ต่อเจ ้าของบ ้านว่า 12 ตรัสว่า พวกสุดท ้ายนีท ้ ํางานเพียงชัว่ โมงเดียว และท่าน ได ้ให ้พวกเขามีคา่ เท่ากับพวกเราทีแ ่ บกภาระและทนแดด ตลอดวัน 13 แต่ทา่ นตอบคนหนึง่ ในพวกนัน ้ ว่า เพือ ่ นเอ๋ย ฉั นไม่ได ้ทํา ผิดต่อท่านเลย ท่านมิได ้ตกลงกับฉั นด ้วยเงินหนึง่ เดนาริอน ั หรือ?
15
แมทธิว
23 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในวิหาร ขณะทีท ่ รงสัง่ สอนอยู่ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกผู ้เฒ่าของประชาชนมาหา ิ ธิอะไรจึงได ้ทําเช่นนี?้ และใคร พระองค์แล ้วทูลว่า "ท่านมีสท ให ้สิทธิอํานาจนีแ ้ ก่ทา่ น?" 24พระเยซูจงึ ตอบพวกเขาว่า " เราจะถามท่านทัง้ หลายสัก เรือ ่ งหนึง่ เหมือนกัน ถ ้าท่านตอบเรา เราก็จะบอกท่าน เหมือนกันว่าเรากระทําการเหล่านีโ้ ดยอาศัยสิทธิอํานาจใด" 25 พิธบ ี พ ั ติศมาของยอห์นนัน ้ มาจากไหน จากสวรรค์หรือจาก มนุษย์ พวกเขาจึงถกเถียงกันเองว่า ถ ้าเราจะตอบว่า จาก ่ ยอ สวรรค์ พระองค์ก็จะตรัสกับเราว่า ทําไมพวกเจ ้าจึงไม่เชือ ห์น? 26 แต่ถ ้าเราจะพูดว่า มาจากมนุษย์ เราก็กลัวประชาชน เพราะว่าทุกคนถือว่ายอห์นเป็ นผู ้เผยพระวจนะ 27 พวกเขาตอบพระเยซูวา่ “พวกเราไม่ทราบ” พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ฉั นก็จะไม่บอกพวกท่านเหมือนกันว่าฉั น ทําสิง่ เหล่านีโ้ ดยอาศัยอํานาจใด” 28 แต่ทา่ นคิดอย่างไร? มีชายคนหนึง่ มีลก ู ชายสองคน เขาไป หาลูกชายคนแรกแล ้วพูดว่า วันนีล ้ ก ู จงไปทํางานในสวนองุน ่ ของฉั นเถิด 29 นายตอบว่า ข ้าพเจ ้าไม่ไป แต่ภายหลังนายกลับใจแล ้วไป 30 และเขามาหาคนทีส ่ องแล ้วพูดเหมือนกัน เขาตอบว่า ข ้าพเจ ้าไปครับท่าน แต่ไม่ไป 31 สองคนนีใ้ ครทําตามความประสงค์ของบิดาของตน? พวก เขาถามพระองค์วา่ “คนแรก” พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า พวกเก็บภาษี และ หญิงโสเภณีจะเข ้าในอาณาจักรของพระเจ ้าก่อนท่าน ทัง้ หลาย 32 เพราะยอห์นได ้มาหาพวกท่านโดยทางแห่งความชอบ ่ ยอห์น แต่พวกเก็บภาษี และพวก ธรรม และพวกท่านก็ไม่เชือ ่ ยอห์น และเมือ โสเภณีเชือ ่ พวกท่านเห็นแล ้ว พวกท่านก็ไม่ ่ ยอห์นอีก กลับใจทีจ ่ ะเชือ 33 จงฟั งอุปมาอีกเรือ ่ งหนึง่ มีเจ ้าของสวนองุน ่ คนหนึง่ ปลูก สวนองุน ่ แล ้วล ้อมรัว้ รอบสวน ขุดบ่อบีบองุน ่ ในสวน ก่อ หอคอยให ้ชาวสวนเช่า จากนัน ้ จึงออกเดินทางไปต่างแดน 34 เมือ ่ เวลาออกผลใกล ้เข ้ามา เขาก็สง่ ข ้ารับใช ้ของเขาไป หาคนดูแลสวนเพือ ่ จะรับผลของมัน 35 และคนเช่าสวนนัน ้ ก็จับคนใช ้ของเขาไปเฆีย ่ นตีคนหนึง่ ฆ่าคนหนึง่ และขว ้างด ้วยหินคนหนึง่ 36 อีกครัง้ หนึง่ เขาส่งผู ้รับใช ้อืน ่ ๆ ไปมากกว่าครัง้ แรก และ ผู ้รับใช ้เหล่านัน ้ ก็ทํากับเขาเหมือนกัน 37 ในทีส ่ ด ุ เขาจึงส่งลูกชายของเขาไปหาพวกเขาโดยพูดว่า พวกเขาจะเคารพลูกชายของฉั น 38 เมือ ่ คนเช่าสวนเห็นบุตรคนนัน ้ ก็พด ู กันว่า “คนนีแ ้ หละเป็ น ทายาท มาฆ่าเขาเสีย แล ้วยึดเอามรดกของเขาไป” 39 พวกเขาจึงจับคนนัน ้ แล ้วโยนเขาออกไปนอกสวนองุน ่ แล ้วฆ่าเขาเสีย 40 เมือ ่ เจ ้าของสวนองุน ่ มา เขาจะทําอะไรกับคนดูแลสวน เหล่านัน ้ ? 41 พวกเขากล่าวแก่เขาว่า เขาจะทําลายคนชัว่ เหล่านัน ้ อย่าง น่าสังเวช และจะปล่อยสวนองุน ่ ของเขาให ้คนเช่าอืน ่ ซึง่ จะ แบ่งผลให ้เขาตามฤดูกาล 42 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " พวกเจ ้าไม่เคยอ่านพระคัมภีร ์ หรือว่า'ศิลาทีบ ่ รรดาผู ้ก่อสร ้างทิง้ ไว ้ ก็กลายเป็ นศิลามุมเอก นีเ่ ป็ นผลงานขององค์พระผู ้เป็ นเจ ้า และเป็ นสิง่ มหัศจรรย์ใน สายตาของเรา' 43 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า อาณาจักรของพระ เจ ้าจะถูกพรากไปจากท่าน และมอบให ้แก่ประชาชาติหนึง่ ซึง่ จะให ้ผลตามอาณาจักรนัน ้
บทที่ 21 1 ครัน ้ ใกล ้ถึงกรุงเยรูซาเล็มแล ้ว และมาถึงเบธฟาเกใกล ้ภูเขา มะกอกเทศ พระเยซูจงึ ทรงส่งสาวกสองคนไป 2 ตรัสสัง่ เขาว่า “ จงเข ้าไปในหมูบ ่ ้านทีอ ่ ยูต ่ รงข ้ามกับท่าน ทันทีทา่ นจะพบแม่ลาตัวหนึง่ ผูกอยูแ ่ ละมีลก ู ลาอยูด ่ ้วย จงแก ้ แล ้วนํ ามาให ้เรา” 3 และถ ้ามีผู ้ใดว่าอะไรกับพวกท่าน พวกท่านจงบอกว่า ‘พระ เจ ้าต ้องการสิง่ นัน ้ ’ และพระองค์จะทรงส่งสิง่ นัน ้ มาให ้ทันที 4 สิง่ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ เพือ ่ ให ้เป็ นไปตามคําทีต ่ รัสไว ้โดยผู ้เผย พระวจนะว่า 5 จงบอกธิดาแห่งศิโยนว่า ดูเถิด กษั ตริยข ์ องคุณเสด็จมาหา คุณ โดยทรงสุภาพและประทับบนลา และทรงลูกลาเป็ นลูก ลา 6 สาวกเหล่านัน ้ ก็ไปทําตามทีพ ่ ระเยซูสงั่ ้ ผ ้าของตนปูบนลา 7 และนํ าลาและลูกลามา แล ้วเอาเสือ เหล่านัน ้ แล ้วให ้พระองค์ประทับบนลานัน ้ ้ 8 และคนเป็ นอันมากก็เอาเสือผ ้าของตนปูไว ้ตามถนน คนอืน ่ ก็ตด ั กิง่ ไม ้จากต ้นไม ้มาคลุมถนน 9 และฝูงชนซึง่ เดินไปข ้างหน ้าและข ้างหลังต่างก็ร ้องตะโกน ว่า "โฮซันนาแก่โอรสของดาวิด จงทรงพระเจริญผู ้ทีม ่ าใน พระนามของพระเจ ้า โฮซันนาในทีส ่ งู สุด" 10 เมือ ่ พระองค์เสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็ม ประชาชนทัง้ เมืองก็ แตกตืน ่ ถามว่า “ท่านผู ้นีเ้ ป็ นใคร?” 11ฝูงชนจึงกล่าวว่า "นีค ่ อ ื เยซูผู ้เผยพระวจนะจากเมืองนาซา เร็ธแคว ้นกาลิล"ี 12 แล ้วพระเยซูเสด็จเข ้าไปในพระวิหารของพระเจ ้า และขับ ้ ขายในพระวิหารออกไป และทําลายโต๊ะของ ไล่บรรดาผู ้ซือ คนแลกเงิน และทีน ่ ั่งของผู ้ขายนกพิราบ 13 และตรัสแก่พวกเขาว่า มีคําเขียนไว ้ว่า ‘บ ้านของเราจะ เรียกว่าบ ้านแห่งการอธิษฐาน แต่เจ ้าทัง้ หลายมาทําให ้เป็ น ถํ้าของพวกโจร’ 14 คนตาบอดและคนง่อยมาหาพระองค์ในพระวิหาร และ พระองค์ทรงรักษาพวกเขา 15 เมือ ่ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์เห็นสิง่ มหัศจรรย์ทพ ี่ ระองค์ทรงกระทํา และเด็กๆ ร ้องตะโกนอยูใ่ น วิหารว่า “โฮซันนาแด่พระบุตรดาวิด” พวกเขาก็ไม่พอใจ อย่างยิง่ 16 และตรัสแก่เขาว่า เจ ้าได ้ยินสิง่ ทีค ่ นเหล่านีพ ้ ด ู หรือไม่? พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " ใช่แล ้ว พวกเจ ้าไม่เคยอ่าน หรือว่า 'เจ ้าได ้ทําให ้คําสรรเสริญสมบูรณ์จากปากของเด็ก และทารกหรือ? 17 แล ้วพระองค์ก็ทรงละทิง้ พวกเขาแล ้วเสด็จออกจากเมือง ไปประทับอยูท ่ เี่ บธานี และประทับอยูท ่ น ี่ ั่น ้า 18 เมือ ่ รุง่ เช พระองค์เสด็จกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ก็ทรงหิวพระกระยาหาร 19 เมือ ่ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นต ้นมะเดือ ่ อยูร่ ม ิ ทาง พระองค์เสด็จเข ้าไปใกล ้ แต่ไม่พบอะไรเลย มีแต่ใบเท่านัน ้ จึงตรัสกับต ้นมะเดือ ่ นัน ้ ว่า “ อย่าให ้ผลขึน ้ อีกเลยตลอดไป” แล ้วต ้นมะเดือ ่ ก็เหีย ่ วเฉาไปทันที 20 เมือ ่ เหล่าสาวกเห็นดังนัน ้ ก็ประหลาดใจ พูดว่า ต ้นมะเดือ ่ จึงเหีย ่ วเฉาไปในทันใด 21พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ่ และไม่ต ้องสงสัย ท่านจะไม่ ทัง้ หลายว่า ถ ้าท่านมีความเชือ เพียงแต่ทําอย่างทีท ่ ํากับต ้นมะเดือ ่ เท่านัน ้ แต่ถ ้าท่านพูดกับ ภูเขานีว้ า่ จงเคลือ ่ นออกไปลงทะเล ก็จะทําอย่างนัน ้ " ่ ท่านก็จะ 22 สิง่ ใดก็ตามทีท ่ า่ นอธิษฐานขอด ้วยความเชือ ได ้รับ 16
แมทธิว
ี งึ่ กล่าวว่าไม่มก 23 วันนัน ้ เอง พวกสะดูสซ ี ารฟื้ นคืนจากความ ตายมาหาพระองค์ และถามพระองค์วา่ 24 โมเสสกล่าวว่า “อาจารย์ ถ ้าชายใดตายโดยไม่มบ ี ต ุ ร พีช ่ ายหรือน ้องชายจะต ้องแต่งงานกับภรรยาของตน และสืบ ้ สายให ้พีช เชือ ่ ายหรือน ้องชาย” 25 บัดนีเ้ รามีพน ี่ ้องเจ็ดคน คนแรกแต่งงานแล ้วตายและไม่ม ี บุตร จึงทิง้ ภรรยาไว ้ให ้พีช ่ าย 26 เช่นเดียวกันคนทีส ่ อง ทีส ่ าม จนถึงคนทีเ่ จ็ด 27 ในทีส ่ ด ุ หญิงคนนัน ้ ก็ตายด ้วย 28 เพราะฉะนัน ้ ในวันฟื้ นคืนพระชนม์ เธอจะเป็ นภรรยาของ ใครในเจ็ดคนนัน ้ เพราะพวกเขาล ้วนมีเธออยูแ ่ ล ้ว 29 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า พวกเจ ้าผิดแล ้ว เพราะไม่รู ้ พระคัมภีรแ ์ ละไม่รู ้ฤทธิเ์ ดชของพระเจ ้า 30 เพราะว่าเมือ ่ ถึงการฟื้ นคืนพระชนม์นัน ้ เขาทัง้ หลายจะไม่ แต่งงาน หรือถูกยกให ้เป็ นสามีภรรยากัน แต่จะเป็ นเหมือน ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าในสวรรค์ 31 แต่เรือ ่ งการกลับคืนชีพของคนตายนัน ้ พวกท่านไม่เคย อ่านสิง่ ทีพ ่ ระเจ ้าตรัสกับพวกท่านหรือว่า 32 “เราเป็ นพระเจ ้าของอับราฮัม พระเจ ้าของอิสอัค และพระ เจ ้าของยาโคบ พระเจ ้ามิได ้ทรงเป็ นพระเจ ้าของคนตาย แต่ เป็ นพระเจ ้าของคนเป็ น” 33 เมือ ่ ฝูงชนได ้ยินดังนี้ ก็ประหลาดใจในคําสัง่ สอนของ พระองค์ 34 เมือ ่ พวกฟาริสไี ด ้ยินว่าพระองค์ทรงทําให ้พวกสะดูสเี งียบ ลง พวกเขาก็มาประชุมกัน ่ วชาญธรรมาจารย์คนหนึง่ ถามพระเยซูเพือ 35 แล ้วมีผู ้เชีย ่ ลอง ใจพระองค์ โดยกล่าวว่า 36 ท่านอาจารย์ พระบัญญัตข ิ ้อใดสําคัญทีส ่ ด ุ ในธรรมบัญญัต?ิ 37 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เจ ้าจงรักพระเจ ้าผู ้เป็ นพระ เจ ้าของเจ ้าด ้วยสุดใจของเจ ้า และด ้วยสุดจิตวิญญาณของ เจ ้า และด ้วยสุดความคิดของเจ ้า" 38 นั่นแหละเป็ นพระบัญญัตข ิ ้อสําคัญและข ้อแรก 39 ข ้อทีส ่ องก็เหมือนกันคือ จงรักเพือ ่ นบ ้านเหมือนรักตัวเอง ้ ก็ขน 40 ธรรมบัญญัตแ ิ ละคําของผู ้เผยพระวจนะทัง้ สิน ึ้ อยูก ่ บ ั พระบัญญัตส ิ องข ้อนี้ ี ําลังประชุมกันอยู่ พระเยซูทรงถามพวก 41 เมือ ่ พวกฟาริสก เขาว่า 42 พวกเขากล่าวว่า “ พวกท่านคิดอย่างไรกับพระคริสต์ พระองค์ทรงเป็ นบุตรของใคร” พวกเขาจึงตอบพระองค์วา่ “เป็ นบุตรของดาวิด” 43 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “ แล ้วทําไมดาวิดจึงเรียก พระองค์วา่ พระเจ ้าโดยวิญญาณ โดยกล่าวว่า 44 พระเจ ้าตรัสแก่พระเจ ้าของฉั นว่า จงประทับทางขวามือ ของฉั น จนกว่าฉั นจะทําให ้ศัตรูของคุณเป็ นบัลลังก์รองพระ บาทของคุณ 45 ถ ้าดาวิดเรียกพระองค์วา่ พระเจ ้า แล ้วพระองค์จะเป็ นบุตร ของดาวิดได ้อย่างไร? 46 และไม่มผ ี ู ้ใดสามารถตอบพระองค์ได ้สักคํา และตัง้ แต่วัน นัน ้ เป็ นต ้นมา ไม่มใี ครกล ้าทีจ ่ ะถามพระองค์อก ี ต่อไป
44 และผู ้ใดล ้มลงบนศิลานี้ ผู ้นัน ้ จะต ้องแตกหัก แต่ผู ้ใดที่ ศิลานีล ้ ้มทับ ผู ้นัน ้ จะถูกบดขยีจ ้ นแหลกละเอียด 45 เมือ ่ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกฟาริสไี ด ้ยินคําอุปมาของ พระองค์ พวกเขาเข ้าใจว่าพระองค์ทรงหมายถึงพวกเขา 46 แต่เมือ ่ พวกเขาพยายามทีจ ่ ะวางมือบนพระองค์ พวกเขาก็ กลัวฝูงชน เพราะพวกเขาถือว่าพระองค์เป็ นศาสดาพยากรณ์ บทที่ 22 1 แล ้วพระเยซูตรัสตอบพวกเขาอีกครัง้ โดยใช ้คําอุปมาว่า 2 อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนกษั ตริยอ ์ งค์หนึง่ ซึง่ ได ้ จัดพิธอ ี ภิเษกสมรสให ้โอรสของพระองค์ 3 แล ้วทรงส่งข ้าราชบริพารไปเรียกผู ้ทีไ่ ด ้รับเชิญไปงานวิวาห์ แต่พวกเขาก็ไม่ยน ิ ยอม 4 ท่านยังส่งพวกผู ้รับใช ้อืน ่ ไปอีก โดยสัง่ ว่า จงบอกผู ้ทีไ่ ด ้รับ เชิญว่า ดูเถิด เราได ้เตรียมอาหารไว ้แล ้ว วัวและลูกสัตว์อ ้วน ของเราฆ่าเสร็จแล ้ว และทุกสิง่ ก็เตรียมไว ้พร ้อมแล ้ว จงมาใน งานแต่งงานเถิด 5 แต่พวกเขากลับดูหมิน ่ และไปโดยบางคนไปทีไ่ ร่ของตน บางคนก็ไปทําการค ้าขาย 6 ส่วนคนทีเ่ หลือนัน ้ ก็จับคนใช ้ของตนไปทําร ้ายพวกเขา และ สังหารพวกเขาเสีย 7 เมือ ่ กษั ตริยไ์ ด ้ยินเรือ ่ งดังกล่าว พระองค์ก็ทรงกริว้ จึงทรง ส่งกองทัพออกไปทําลายพวกฆาตกรเหล่านัน ้ และเผาเมือง ของพวกเขาเสีย 8 แล ้วท่านจึงตรัสกับคนรับใช ้ของท่านว่า งานสมรสก็พร ้อม แล ้ว แต่ผู ้ทีไ่ ด ้รับเชิญนัน ้ ไม่สมกับงาน 9 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงออกไปตามทางหลวง และถ ้าพวก ท่านพบใครก็ให ้เชิญไปงานแต่งงาน 10 พวกข ้ารับใช ้จึงออกไปตามทางหลวง และรวบรวมทุกคน ทีพ ่ บ ทัง้ ดีและชัว่ แล ้วงานแต่งงานก็เต็มไปด ้วยแขก 11 เมือ ่ กษั ตริยเ์ สด็จมาทอดพระเนตรแขกเหรือ ่ พระองค์ ้ สําหรับงาน ทอดพระเนตรเห็นชายคนหนึง่ ไม่ได ้สวมเสือ แต่งงาน 12 และท่านถามเขาว่า “เพือ ่ นเอ๋ย ทําไมท่านจึงมาทีน ่ โี่ ดย ้ ไม่สวมเสือสําหรับงานแต่งงาน” และเขาก็พด ู ไม่ออก 13 แล ้วกษั ตริยต ์ รัสแก่พวกข ้าราชบริพารว่า จงมัดมือมัดเท ้า คนนี้ แล ้วนํ าเอาไปทิง้ ในทีม ่ ด ื ภายนอก ทีน ่ ั่นจะมีการร ้องไห ้ และขบเขีย ้ วเคีย ้ วฟั น 14 เพราะผู ้ทีไ่ ด ้รับเรียกก็มาก แต่ผู ้ทีไ่ ด ้รับเลือกก็น ้อย 15 ขณะนัน ้ พวกฟาริสไี ปปรึกษากันว่า จะจับผิดคําพูดของ พระองค์ได ้อย่างไร 16 พวกเขาจึงส่งบรรดาศิษย์ของตนกับพวกเฮโรดไปหา พระองค์ โดยกล่าวว่า "อาจารย์ พวกเราทราบอยูว่ า่ ท่านเป็ น ่ สัตย์ และสอนทางของพระเจ ้าจริงๆ และไม่ได ้เอาใจ คนซือ ใส่ใครเลย เพราะว่าท่านไม่เห็นแก่หน ้าใคร" 17 เพราะฉะนัน ้ บอกเราหน่อยว่า ท่านคิดเห็นอย่างไร การ ี าร์เป็ นสิง่ ทีถ จ่ายภาษี ให ้แก่ซซ ่ ก ู ต ้องหรือไม่? 18 แต่พระเยซูทรงทราบความชัว่ ของพวกเขา จึงตรัสว่า " ่ ใจคด" ทําไมพวกเจ ้าจึงลองใจเรา พวกหน ้าซือ 19 จงนํ าเงินภาษี มาให ้ฉั นดู แล ้วพวกเขาก็เอาเงินมาหนึง่ เหรียญให ้กับเขา 20 พระองค์ตรัสถามเขาว่า รูปและคําจารึกนีเ้ ป็ นของใคร? 21 พวกเขากล่าวแก่เขาว่า “ของซีซาร์” แล ้วพระองค์จงึ ตรัส ี าร์ แก่พวกเขาว่า “ ดังนัน ้ จงถวายสิง่ ทีเ่ ป็ นของซีซาร์แก่ซซ และจงถวายสิง่ ทีเ่ ป็ นของพระเจ ้าแด่พระเจ ้า” 22 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินคําเหล่านัน ้ แล ้ว พวกเขาประหลาดใจ และละทิง้ พระองค์แล ้วเดินทางไป
บทที่ 23 1 แล ้วพระเยซูตรัสกับฝูงชนและกับเหล่าสาวกของพระองค์ ว่า ี ั่งบนทีน 2 ตรัสว่า " พวกธรรมาจารย์กบ ั พวกฟาริสน ่ ั่งของ โมเสส" 3 ฉะนัน ้ สิง่ ใดๆ ก็ตามทีพ ่ วกเขาสัง่ ให ้พวกท่านถือปฏิบต ั ิ จง ถือปฏิบต ั แ ิ ละกระทําตาม แต่อย่าทําตามการกระทําของพวก เขา เพราะพวกเขาพูดแต่ไม่ได ้ทํา 17
แมทธิว
ี าบอด จงชําระสิง่ ทีอ 26 โอ ฟาริสต ่ ยูใ่ นถ ้วยและจานเสียก่อน เพือ ่ ภายนอกจะได ้สะอาดด ้วย ่ ใจ 27 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกธรรมาจารย์และฟาริส ี คนหน ้าซือ คด เพราะว่าพวกท่านเป็ นเหมือนหลุมฝั งศพทีฉ ่ าบด ้วยปูน ขาว ข ้างนอกดูงดงาม แต่ข ้างในเต็มไปด ้วยกระดูกคนตาย และสิง่ โสโครกสารพัด 28 พวกท่านก็เหมือนกัน ภายนอกปรากฏว่าชอบธรรมแก่คน ่ ใจคดและความชัว่ ทั่วไป แต่ภายในเต็มไปด ้วยความหน ้าซือ ร ้าย 29 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริส ี คนหน ้า ่ ใจคด เพราะพวกท่านสร ้างหลุมฝั งศพของผู ้เผยพระวจนะ ซือ และตกแต่งหลุมฝั งศพของผู ้ชอบธรรม 30 และจงกล่าวว่า ถ ้าเราอยูใ่ นสมัยบรรพบุรษ ุ ของเรา เราก็ คงจะไม่ได ้มีสว่ นในเลือดของบรรดาผู ้เผยพระวจนะกับเขา 31 เหตุฉะนัน ้ ท่านทัง้ หลายก็เป็ นพยานต่อตนเองว่า ท่าน ทัง้ หลายเป็ นลูกหลานของคนทีฆ ่ า่ บรรดาผู ้เผยพระวจนะ 32 ท่านทัง้ หลายจงทําตามทีบ ่ รรพบุรษ ุ ของท่านได ้กระทํา เถิด 33 พวกงู งูพษ ิ ทัง้ หลาย พวกเจ ้าจะหนีพ ้นคําสาปในนรกได ้ อย่างไร? 34เพราะเหตุนี้ ดูเถิด เราจะส่งผู ้เผยพระวจนะ นักปราชญ์ และธรรมาจารย์ไปหาพวกท่าน และพวกท่านก็จะฆ่าบางคน และตรึงกางเขน และบางคนพวกท่านก็จะเฆีย ่ นตีในธรรม ศาลาของพวกท่าน และข่มเหงพวกเขาจากเมืองหนึง่ ไปยัง อีกเมืองหนึง่ 35 เพือ ่ ให ้โลหิตของคนชอบธรรมซึง่ หลัง่ บนแผ่นดินโลกตก อยูก ่ บ ั พวกท่านทุกคน ตัง้ แต่โลหิตของอาแบลผู ้ชอบธรรม จนถึงโลหิตของซะคาริยาห์ บุตรชายของบาราคิยา ซึง่ พวก ท่านฆ่าระหว่างพระวิหารกับแท่นบูชา 36 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า สิง่ เหล่านีจ ้ ะเกิดขึน ้ กับชัว่ อายุคนนี้ 37 โอ เยรูซาเล็ม เยรูซาเล็ม เจ ้าทีฆ ่ า่ บรรดาผู ้เผยพระวจนะ และขว ้างหินผู ้ทีถ ่ ก ู ส่งมาหาเจ ้า เราปรารถนาจะรวบรวมลูกๆ ของเจ ้าไว ้กีค ่ รัง้ แล ้ว ดังแม่ไก่ทรี่ วบรวมลูกไก่ไว ้ใต ้ปี กของมัน แต่เจ ้ากลับไม่ยอมเลย 38 ดูเถิด บ ้านของเจ ้าจะถูกทิง้ ร ้างให ้เจ ้าไป 39 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ตัง้ แต่นต ี้ อ ่ ไป ท่านจะไม่ เห็นเราอีกเลย จนกว่าท่านจะกล่าวว่า ทรงพระเจริญแก่ผู ้ที่ เสด็จมาในพระนามของพระเจ ้า
4 เพราะพวกเขาผูกภาระหนักและยากลําบากทีต ่ ้องแบกไว ้ และวางไว ้บนบ่ามนุษย์ แต่ตวั พวกเขาเองไม่ยอมขยับมันด ้วย นิว้ เดียว 5 แต่พวกเขากระทําการทุกอย่างเพือ ่ ให ้คนเห็น พวกเขาทํา ้ ให ้กล่องใส่พระธรรมของพวกเขาใหญ่ขน ึ้ และขยายชายเสือ ของพวกเขาให ้ยาวขึน ้ 6 และชอบทีน ่ ั่งอันสูงทีส ่ ด ุ ในงานเลีย ้ งและทีน ่ ั่งอันสูงทีส ่ ด ุ ใน ธรรมศาลา 7 และมีการทักทายกันในตลาด และให ้คนเรียกท่านว่า "รับบี รับบี" 8 แต่ทา่ นทัง้ หลายอย่าให ้ใครเรียกท่านว่า “อาจารย์” เพราะว่าท่านทัง้ หลายมีอาจารย์แต่ผู ้เดียว คือ พระคริสต์ และท่านทัง้ หลายเป็ นพีน ่ ้องกัน 9 และอย่าเรียกใครว่าบิดาบนแผ่นดินโลก เพราะพระบิดา ของท่านมีคนเดียวคือผู ้ทีท ่ รงสถิตในสวรรค์ 10 อย่าให ้คนเหล่านัน ้ เรียกท่านว่า “เจ ้านาย” เพราะว่า เจ ้านายของท่านมีแต่ผู ้เดียวคือพระคริสต์ 11 แต่ผู ้ใดเป็ นใหญ่ทส ี่ ด ุ ในพวกท่าน ผู ้นัน ้ จะต ้องเป็ นผู ้รับใช ้ พวกท่าน 12 และผู ้ใดทีย ่ กย่องตนเองจะถูกทําให ้ตํา่ ลง และผู ้ใดทีถ ่ อ ่ ม ตนจะได ้รับการยกให ้สูงขึน ้ ่ ใจ 13 แต่วบ ิ ต ั แ ิ ก่พวกท่าน ธรรมาจารย์และฟาริส ี คนหน ้าซือ คด เพราะพวกท่านปิ ดประตูอาณาจักรแห่งสวรรค์ไม่ให ้คน เข ้าไป พวกท่านเองก็ไม่เข ้า และพวกท่านก็ไม่ยอมให ้ผู ้ที่ กําลังจะเข ้าได ้เข ้าไปด ้วย ่ ใจคด 14 วิบต ั แ ิ ก่พวกเจ ้า ธรรมาจารย์และฟาริส ี คนหน ้าซือ ิ ของหญิงม่าย และแสร ้งอธิษฐาน เพราะพวกเจ ้าริบทรัพย์สน นาน ๆ ดังนัน ้ พวกเจ ้าจะต ้องรับโทษหนักยิง่ ขึน ้ ่ ใจ 15 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกธรรมาจารย์และฟาริส ี คนหน ้าซือ คด เพราะว่าพวกท่านเดินทางไปทั่วทุกแห่งทัง้ ทางทะเลและ ทางบกเพือ ่ จะได ้คนเข ้ารีตสักคน และเมือ ่ ได ้คนคนนีแ ้ ล ้ว พวกท่านกลับทําให ้เขาเป็ นเด็กนรกมากกว่าพวกท่านถึงสอง เท่า 16 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน ผู ้นํ าทีต ่ าบอด เจ ้าทัง้ หลายทีพ ่ ด ู ว่า 'ผู ้ใด ่ สาบานด ้วยพระวิหาร สิงนัน ้ เป็ นโมฆะ แต่ผู ้ใดสาบานด ้วย ทองคําของพระวิหาร ผู ้นัน ้ เป็ นลูกหนี'้ 17 โอ ้คนโง่เขลาและตาบอด สิง่ ใดสําคัญกว่ากัน ระหว่าง ิ ธิ?์ ทองคําหรือพระวิหารทีท ่ ําให ้ทองคําศักดิส ์ ท 18 และผู ้ใดสาบานด ้วยแท่นบูชา แท่นนัน ้ ก็ไม่มผ ี ล แต่ผู ้ใด สาบานด ้วยเครือ ่ งบูชาบนแท่นนัน ้ ผู ้นัน ้ ก็มค ี วามผิด 19 โอ ้คนโง่เขลาและตาบอดทัง้ หลาย เพราะว่าอะไรจะ สําคัญกว่ากัน เครือ ่ งบูชาหรือแท่นบูชาทีท ่ ําให ้เครือ ่ งบูชา ิ ธิ?์ ศักดิส ์ ท 20 เพราะฉะนัน ้ ผู ้ใดจะสาบานด ้วยแท่นบูชา ก็สาบานด ้วย แท่นบูชานัน ้ และด ้วยทุกสิง่ บนนัน ้ ด ้วย 21 และผู ้ใดจะสาบานโดยพระวิหารก็สาบานโดยพระวิหาร และโดยพระองค์ผู ้ประทับในนัน ้ ด ้วย 22 และผู ้ใดจะสาบานด ้วยสวรรค์ ก็สาบานด ้วยพระทีน ่ ั่งของ พระเจ ้า และด ้วยพระองค์ผู ้ประทับบนพระทีน ่ ั่งนัน ้ ่ ใจ 23 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกธรรมาจารย์และฟาริส ี คนหน ้าซือ คด เพราะพวกท่านถวายทศางค์ของสะระแหน่ ยีห ่ ร่า และ ยีห ่ ร่า แต่พวกท่านละเลยเรือ ่ งสําคัญในธรรมบัญญัต ิ ความ ่ พวกท่านควรทํา ยุตธิ รรม ความเมตตากรุณา และความเชือ สิง่ เหล่านี้ แต่ไม่ควรละเลยเรือ ่ งอืน ่ 24 โอ ้บรรดาผู ้นํ าทางทีต ่ าบอด ซึง่ กรองยุงแต่กลืนอูฐเข ้าไป ่ ใจ 25 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกธรรมาจารย์และฟาริส ี คนหน ้าซือ คด เพราะว่าพวกท่านกลับขัดเกลาถ ้วยชามภายนอก แต่ ภายในถ ้วยชามนัน ้ เต็มไปด ้วยการฉ ้อโกงและการเกิน ขอบเขต
บทที่ 24 1 แล ้วพระเยซูเสด็จออกจากพระวิหาร และเหล่าสาวกของ ้ าคารต่างๆ ในพระวิหารให ้ พระองค์มาหาพระองค์เพือ ่ ชีอ พระองค์เห็น 2 พระเยซูจงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ท่านไม่เห็นสิง่ เหล่านีเ้ ลย หรือ? เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า จะไม่มห ี น ิ ก ้อนใด เหลืออยูซ ่ ้อนทับกันอยูท ่ น ี่ โี่ ดยทีไ่ ม่ถก ู ทิง้ ลง” 3 เมือ ่ พระองค์ประทับอยูบ ่ นภูเขามะกอกเทศ พวกสาวกเข ้า มาหาพระองค์เป็ นส่วนตัว ทูลว่า "ขอทรงบอกพวกเราว่า เหตุการณ์เหล่านีจ ้ ะเกิดขึน ้ เมือ ่ ใด และอะไรเป็ นสัญญาณการ ้ สุดของโลก" เสด็จมาของพระองค์ และการสิน 4 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า " จงระวังอย่าให ้ผู ้ใดล่อลวงพวก ท่านให ้หลง" 5 เพราะว่าจะมีคนจํานวนมากมาอ ้างพระนามของเรา โดย กล่าวว่า เราเป็ นพระคริสต์ และจะหลอกลวงคนเป็ นอันมาก 6 และท่านทัง้ หลายจะได ้ยินเรือ ่ งสงครามและข่าวลือเรือ ่ ง ่ สงคราม จงระวังอย่าตกใจเลย เพราะว่าสิงเหล่านีต ้ ้องเกิดขึน ้ แต่ยังไม่ถงึ ทีส ่ ด ุ 18
แมทธิว
เพราะว่าประชาชาติจะลุกขึน ้ ต่อสู ้ประชาชาติ และอาณาจักร ต่อสู ้อาณาจักร ทัง้ จะเกิดความอดอยาก โรคระบาด และ แผ่นดินไหวในทีต ่ า่ งๆ 8 สิง่ เหล่านีเ้ ป็ นการเริม ่ ต ้นของความโศกเศร ้า 9 แล ้วพวกเขาจะมอบท่านทัง้ หลายไว ้ให ้ทนทุกข์ทรมาน และจะฆ่าท่านเสีย และท่านทัง้ หลายจะถูกเกลียดชังจาก ่ ของเรา บรรดาประชาชาติเพราะชือ 10 ในเวลานัน ้ คนเป็ นอันมากจะสะดุดกัน และจะทรยศกัน และจะเกลียดชังกัน 11 และจะมีผู ้เผยพระวจนะเท็จจํานวนมากเกิดขึน ้ และ หลอกลวงคนเป็ นอันมาก 12 และเพราะความชัว่ จะทวีขน ึ้ ความรักของคนเป็ นอันมาก จะเย็นชาลง 13 แต่ผู ้ใดทนได ้จนถึงทีส ่ ด ุ ผู ้นัน ้ จะรอด 14 และข่าวประเสริฐเรือ ่ งอาณาจักรนีจ ้ ะถูกประกาศไปทั่วโลก ให ้เป็ นพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล ้วจุดจบจะมาถึง 15 เมือ ่ พวกท่านเห็นสิง่ น่าสะอิดสะเอียนซึง่ ทําให ้เกิดความรก ร ้างว่างเปล่า ตามทีผ ่ ู ้เผยพระวจนะดาเนียลได ้กล่าวถึงนัน ้ ั ดิส ิ ธิ์ (ผู ้ใดอ่านก็จงเข ้าใจเถิด) ตัง้ อยูใ่ นสถานทีศ ่ ก ์ ท 16 เวลานัน ้ ให ้ผู ้ทีอ ่ ยูใ่ นแคว ้นยูเดียหนีไปทีภ ่ เู ขา 17 ผู ้ทีอ ่ ยูบ ่ นหลังคาบ ้านอย่าลงมาเอาสิง่ ของออกจากบ ้าน ของตน ้ ผ ้าของตน 18 ผู ้ทีอ ่ ยูต ่ ามทุง่ นาก็อย่ากลับไปเอาเสือ 19 และวิบต ั แ ิ ก่หญิงทีม ่ ค ี รรภ์และผู ้ทีใ่ ห ้นมลูกในยุคนัน ้ ! 20 แต่ทา่ นทัง้ หลายจงอธิษฐานว่าอย่าให ้การหนีของท่าน เกิดขึน ้ ในฤดูหนาวหรือในวันสะบาโต 21 เพราะในครัง้ นัน ้ จะมีความทุกข์ลําบากใหญ่หลวงอย่างที่ ไม่เคยมีตงั ้ แต่เริม ่ โลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มต ี อ ่ ไปอีก เลย ้ ลง ก็จะไม่มม 22 ถ ้ามิได ้ทรงให ้วันเหล่านัน ้ สัน ี นุษย์คนใดรอด ้ ลง ได ้ แต่เพราะเห็นแก่ผู ้ทีถ ่ ก ู เลือก จึงทรงให ้วันเหล่านัน ้ สัน 23 ถ ้าผู ้ใดบอกพวกท่านว่า ดูเถิด พระคริสต์อยูท ่ น ี่ ี่ หรือ อยูท ่ ี่ ่ เลย นั่น อย่าเชือ 24 เพราะจะมีพระคริสต์ปลอมและผู ้เผยพระวจนะปลอม เกิดขึน ้ และจะแสดงหมายสําคัญและการอัศจรรย์ใหญ่ๆ เพือ ่ ว่าถ ้าเป็ นไปได ้ พวกเขาจะหลอกลวงผู ้ทีไ่ ด ้รับเลือกแม ้แต่คน เดียวได ้ 25 ดูเถิด เราได ้บอกท่านทัง้ หลายไว ้ก่อนแล ้ว 26 เพราะฉะนัน ้ ถ ้าใครจะบอกพวกท่านว่า ดูเถิด พระองค์อยู่ ในถิน ่ ทุรกันดาร ก็อย่าออกไปเลย ดูเถิด พระองค์อยูใ่ นห ้อง ่ เลย ลับ ก็อย่าเชือ 27 เพราะว่าฟ้ าแลบมาจากทิศตะวันออก และส่องไปจนถึง ทิศตะวันตกฉั นใด การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็ นอย่าง นัน ้ ฉั นนัน ้ 28 เพราะว่าซากสัตว์อยูท ่ ไี่ หน นกอินทรีก็จะมารวมกันทีน ่ ั่น 29 ทันใดนัน ้ ภายหลังจากความทุกข์ยากในวันเหล่านัน ้ ดวง ่ งแสง และดวงดาวจะ อาทิตย์จะมืดลง และดวงจันทร์จะไม่สอ ่ สะเทือน ร่วงหล่นจากสวรรค์ และพลังอํานาจของสวรรค์จะสัน 30 แล ้วหมายสําคัญแห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏในสวรรค์ และ บรรดาเผ่าพันธุท ์ งั ้ หลายบนแผ่นดินโลกจะครํ่าครวญ และจะ เห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆแห่งสวรรค์ พร ้อมด ้วยฤทธิเ์ ดช และพระสิรริ งุ่ โรจน์ยงิ่ ใหญ่ 31 และพระองค์จะทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์ไปด ้วยเสียง แตรอันดัง และทูตสวรรค์เหล่านัน ้ จะรวบรวมผู ้ทีพ ่ ระองค์ ่ ศ เลือกสรรไว ้จากสีท ิ ตัง้ แต่ขอบฟ้ าข ้างหนึง่ จนสุดขอบฟ้ า ข ้างหนึง่ 32 จงเรียนรู ้คําอุปมาเรือ ่ งต ้นมะเดือ ่ เมือ ่ กิง่ อ่อนและออกใบ แล ้ว พวกท่านก็รู ้ว่าฤดูร ้อนใกล ้เข ้ามาแล ้ว
33 ฉะนัน ้ เมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็นสิง่ เหล่านัน ้ ทัง้ หมด ก็จงรู ้ว่า สิง่ เหล่านัน ้ ใกล ้จะมาถึงแล ้ว คืออยูท ่ ป ี่ ระตู 34 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ชัว่ อายุคนนีจ ้ ะไม่ลว่ งไป จนกว่าทุกสิง่ เหล่านีจ ้ ะสําเร็จ ้ ไป แต่ถ ้อยคําของเราจะไม่สญ ้ ไป 35 ฟ้ าและดินจะสูญสิน ู สิน 36 แต่วันนัน ้ และชัว่ โมงนัน ้ ไม่มใี ครรู ้ แม ้แต่ทต ู สวรรค์ใน สวรรค์ก็ไม่รู ้ รู ้แต่พระบิดาของเราเท่านัน ้ 37 ในสมัยของโนอาห์เป็ นอย่างไร การเสด็จมาของบุตร มนุษย์ก็จะเป็ นอย่างนัน ้ เช่นกัน 38 เพราะว่าเมือ ่ ก่อนนํ้ าท่วมโลกนัน ้ คนทัง้ หลายกินดืม ่ แต่งงานและยกให ้เป็ นสามีภรรยากัน จนถึงวันทีโ่ นอาห์เข ้า ในเรือ 39 และไม่รู ้เลยจนกระทั่งนํ้ าท่วมมาและพาพวกเขาไปหมด ้ ดังนัน สิน ้ การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็ นอย่างนัน ้ เช่นกัน 40 เมือ ่ นัน ้ สองคนจะอยูใ่ นทุง่ นา คนหนึง่ จะถูกรับไป อีกคน หนึง่ จะถูกละไว ้ 41 สตรีสองคนจะกําลังบดข ้าวอยูท ่ โี่ รงสี คนหนึง่ จะถูกพาไป อีกคนหนึง่ จะถูกละไว ้ 42 เพราะฉะนัน ้ จงเฝ้ าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู ้ว่าพระ เจ ้าของพวกท่านจะเสด็จมาเมือ ่ ใด 43 แต่จงรู ้ไว ้ว่า หากเจ ้าของบ ้านรู ้ว่าขโมยจะมายามใด เขา จะเฝ้ าระวังและจะไม่ยอมให ้โจรบุกเข ้าไปในบ ้านของเขา 44 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงเตรียมพร ้อมไว ้ เพราะว่าใน ชัว่ โมงทีท ่ า่ นไม่คด ิ นัน ้ บุตรมนุษย์จะเสด็จมา ื่ สัตย์และฉลาด ทีน 45 แล ้วใครเป็ นผู ้รับใช ้ทีซ ่ อ ่ ายได ้ตัง้ ไว ้ให ้ ดูแลคนใช ้ในบ ้าน เพือ ่ แจกอาหารให ้พวกเขาตามเวลา? 46 ผู ้รับใช ้ผู ้นัน ้ ย่อมเป็ นสุข เมือ ่ นายของเขามาพบว่าเขา กระทําอยูเ่ ช่นนัน ้ 47 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า นายจะตัง้ เขาไว ้ให ้เป็ น ผู ้ปกครองดูแลทรัพย์สมบัตท ิ งั ้ หมดของเขา 48 แต่ถ ้าข ้ารับใช ้ชัว่ นัน ้ คิดในใจว่า ‘นายของข ้าพเจ ้ามาช ้า’ 49 และจะเริม ่ ตีเพือ ่ นผู ้รับใช ้ของเขาและกินและดืม ่ กับคนเมา 50 นายของผู ้รับใช ้ผู ้นัน ้ จะมาในวันทีเ่ ขาไม่คด ิ และในชัว่ โมง ทีเ่ ขาไม่รู ้ตัว ้ ๆ และกําหนดให ้เขาไปอยูก 51 และจะตัดเขาออกเป็ นชิน ่ บ ั ่ ใจคด ทีน พวกคนหน ้าซือ ่ ั่นจะมีการร ้องไห ้และขบเขีย ้ วเคีย ้ ว ฟั น บทที่ 25 1 แล ้วอาณาจักรแห่งสวรรค์จะเปรียบเหมือนหญิงพรหมจารี สิบคนซึง่ ถือตะเกียงของตนออกไปต ้อนรับเจ ้าบ่าว 2 ในจํานวนนัน ้ มีคนฉลาดห ้าคน อีกห ้าคนเป็ นคนโง่ 3 พวกทีโ่ ง่เขลาเอาตะเกียงของตนไป แต่ไม่เอานํ้ ามันไป ด ้วย 4 แต่คนฉลาดนัน ้ เอานํ้ ามันใส่ภาชนะไปกับตะเกียงของตน ด ้วย 5 เมือ ่ เจ ้าบ่าวยังรออยู่ พวกเขาก็หลับและหลับไป 6 ครัน ้ เวลาเทีย ่ งคืนก็มเี สียงร ้องว่า “เจ ้าบ่าวมาแล ้ว จง ออกไปรับท่านเถิด” 7 จากนัน ้ สาวพรหมจารีเหล่านัน ้ ก็ลก ุ ขึน ้ ตกแต่งตะเกียงของ ตน 8 คนโง่ก็พด ู กับคนฉลาดว่า จงแบ่งนํ้ ามันของคุณให ้เราบ ้าง เพราะตะเกียงของเราดับแล ้ว 9 แต่พวกทีม ่ ป ี ั ญญาตอบว่า ไม่ได ้หรอก เดีย ๋ วของจะไม่พอ ้ สําหรับเราและพวกท่าน พวกท่านจงไปหาคนขายแล ้วซือ สําหรับพวกท่านเองดีกว่า ้ เจ ้าบ่าวก็มาถึง และผู ้ทีพ 10 เมือ ่ พวกเขากําลังไปซือ ่ ร ้อม แล ้วก็ได ้เข ้าไปกับเจ ้าบ่าวในงานแต่งงาน แล ้วประตูก็ปิด 19
แมทธิว
11 ภายหลังหญิงพรหมจารีคนอืน ่ ๆ ก็มาร ้องว่า “ท่านเจ ้าข ้า ท่านเจ ้าข ้า เปิ ดประตูให ้พวกเราด ้วย” 12 แต่ทา่ นตอบว่า เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า เรา ไม่รู ้จักท่าน 13 เพราะฉะนัน ้ จงเฝ้ าระวังอยู่ เพราะท่านทัง้ หลายไม่รู ้ว่า พระบุตรมนุษย์จะเสด็จมาเมือ ่ ใดหรือเวลาใด 14 เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์นัน ้ เปรียบเหมือนชายคน หนึง่ จะเดินทางไปเมืองไกล จึงเรียกบรรดาผู ้รับใช ้ของตนมา แล ้วมอบทรัพย์สมบัตข ิ องตนให ้แก่พวกเขา 15 และท่านให ้ห ้าทาเลนต์แก่คนหนึง่ สองทาเลนต์แก่คน หนึง่ หนึง่ ทาเลนต์ แต่ละคนตามความสามารถของตน แล ้ว ท่านก็ออกเดินทางทันที 16 แล ้วคนทีไ่ ด ้รับห ้าทาเลนต์นัน ้ ก็ไปค ้าขายด ้วยทาเลนต์นัน ้ แล ้วได ้กําไรเพิม ่ อีกห ้าทาเลนต์ 17 และคนทีไ่ ด ้รับสองอย่างนัน ้ ก็กําไรมาอีกสองด ้วย 18 ส่วนผู ้ทีไ่ ด ้รับเงินเพียงหยดเดียวไปขุดดินและซ่อนเงิน ของนายเขาไว ้ 19 เมือ ่ ล่วงไปเป็ นเวลานาน นายของผู ้รับใช ้เหล่านัน ้ ก็มาคิด บัญชีกบ ั พวกเขา 20 และคนทีไ่ ด ้รับห ้าทาเลนต์ก็เอาอีกห ้าทาเลนต์มาด ้วย กล่าวว่า 'ท่านเจ ้าข ้า ท่านได ้มอบห ้าทาเลนต์ให ้กับข ้าพเจ ้า ดูเถิด ข ้าพเจ ้าได ้กําไรมาอีกห ้าทาเลนต์' 21 นายของเขาได ้กล่าวแก่เขาว่า ดีแล ้ว เจ ้าเป็ นผู ้รับใช ้ทีด ่ ี ่ สัตย์ เจ ้าซือ ่ สัตย์ในของเล็กน ้อย เราจะตัง้ เจ ้าให ้ดูแล และซือ ของมาก เจ ้าจงร่วมยินดีกบ ั นายของเจ ้าเถิด 22 ผู ้ทีไ่ ด ้รับสองทาเลนต์มาแจ ้งว่า ท่านเจ ้าข ้า ท่านได ้มอบ สองทาเลนต์ให ้กับข ้าพเจ ้า นีแ ่ น่ะ ข ้าพเจ ้าได ้กําไรมาอีกสอง ทาเลนต์ 23 นายของเขาได ้กล่าวแก่เขาว่า ดีแล ้ว เจ ้าเป็ นผู ้รับใช ้ทีด ่ ี ่ สัตย์ เจ ้าซือ ่ สัตย์ในของเล็กน ้อย เราจะตัง้ เจ ้าให ้ดูแล และซือ ของมาก เจ ้าจงร่วมยินดีกบ ั นายของเจ ้าเถิด 24 แล ้วคนทีไ่ ด ้รับทาเลนต์เดียวมาแจ ้งว่า “ท่านเจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าทราบอยูว่ า่ ท่านเป็ นคนเข ้มงวด เก็บเกีย ่ วสิง่ ทีท ่ า่ น ่ ไม่ได ้หว่าน และรวบรวมสิงทีท ่ า่ นไม่ได ้โปรยปราย 25 ข ้าพเจ ้ากลัวจึงไปซ่อนเงินตะลันต์ของท่านไว ้ในดิน ดูเถิด นั่นแหละคือเงินตะลันต์ของท่าน 26 นายของเขาตอบเขาว่า เจ ้าข ้าชัว่ ช ้าและเกียจคร ้าน เจ ้ารู ้ ว่าเราเก็บเกีย ่ วสิง่ ทีเ่ ราไม่ได ้หว่าน และรวบรวมสิง่ ทีเ่ ราไม่ได ้ โปรย 27 เพราะฉะนัน ้ เจ ้าควรเอาเงินของฉั นไปฝากไว ้ทีธ ่ นาคาร แล ้วเมือ ่ ฉั นกลับมา ฉั นก็จะได ้รับเงินของฉั นพร ้อมดอกเบีย ้ ด ้วย ิ ทา 28 เพราะฉะนัน ้ จงเอาเงินทาเลนต์จากเขาไปให ้คนทีม ่ ส ี บ เลนต์ 29 เพราะผู ้ใดมีอยูแ ่ ล ้ว จะได ้รับเพิม ่ เติมจนมีเหลือเฟื อ แต่ผู ้ ทีไ่ ม่ม ี แม ้ซึง่ เขามีอยูก ่ ็จะถูกพรากไปจากเขา 30 จงเอาข ้ารับใช ้ทีไ่ ร ้ประโยชน์นัน ้ ไปทิง้ ในทีม ่ ด ื ภายนอก ที่ นั่นจะมีการร ้องไห ้และขบเขีย ้ วเคีย ้ วฟั น 31 เมือ ่ พระบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด ้วยพระสิรริ งุ่ โรจน์ของ พระองค์ พร ้อมด ้วยเหล่าทูตสวรรค์ทงั ้ หมด เมือ ่ นัน ้ พระองค์ จะประทับบนพระทีน ่ ั่งแห่งพระสิรริ งุ่ โรจน์ของพระองค์ 32 และบรรดาประชาชาติทงั ้ หลายจะถูกรวบรวมไว ้ต่อพระ พักตร์พระองค์ และพระองค์จะแยกพวกเขาออกจากกัน เหมือนผู ้เลีย ้ งแกะแยกแกะออกจากแพะ 33 และพระองค์จะทรงตัง้ แกะไว ้ทางขวาของพระองค์ และ แพะไว ้ทางซ ้าย 34 จากนัน ้ พระราชาจะตรัสแก่ผู ้ทีอ ่ ยูท ่ างขวาของพระองค์วา่ พวกท่านทีไ่ ด ้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมาสืบมรดก ราชอาณาจักรทีเ่ ตรียมไว ้สําหรับพวกท่านตัง้ แต่สร ้างโลก
35 เพราะว่าเมือ ่ ข ้าพเจ ้าหิว พวกท่านก็ให ้เรากิน เมือ ่ ข ้าพเจ ้า กระหาย พวกท่านก็ให ้เราดืม ่ เมือ ่ ข ้าพเจ ้าเป็ นแขกแปลกหน ้า พวกท่านก็ต ้อนรับข ้าพเจ ้าไว ้ ้ ผ ้าเราสวมใส่ เรา 36 เราเปลือยกายและท่านก็ได ้ให ้เสือ เจ็บป่ วยและท่านก็มาเยีย ่ มเรา เราอยูใ่ นคุกและท่านก็มาหา เรา 37 แล ้วบรรดาผู ้ชอบธรรมจะตอบพระองค์วา่ พระองค์เจ ้าข ้า เมือ ่ ใดทีข ่ ้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิว และได ้เลีย ้ งพระองค์ หรือทรงกระหายนํ้ า และได ้ให ้พระองค์ดม ื่ ? 38 เมือ ่ ใดทีเ่ ราเห็นเจ ้าเป็ นแขกแปลกหน ้าและรับไว ้ หรือเห็น ้ ผ ้าให ้เจ ้า? เจ ้าเปลือยกายและสวมเสือ 39 หรือเมือ ่ ไรพวกเราเห็นท่านเจ็บป่ วยหรืออยูใ่ นคุก และ ได ้มาเยีย ่ มท่าน? 40 และพระมหากษั ตริยจ ์ ะทรงตอบและตรัสแก่พวกเขาว่า เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า สิง่ ใดทีท ่ า่ นได ้ทําแก่พ ี่ น ้องของเราผู ้ตํา่ ต ้อยทีส ่ ด ุ คนหนึง่ ท่านก็ได ้ทําแก่เราด ้วย 41 แล ้วพระองค์จะตรัสแก่พวกทีอ ่ ยูท ่ างซ ้ายว่า พวกเจ ้าผู ้ถูก สาปแช่ง จงออกไปจากเรา ไปสูไ่ ฟนิรันดร์ทเี่ ตรียมไว ้สําหรับ มารและเหล่าทูตสวรรค์ของมัน 42 เพราะว่าเราหิวและท่านก็มไิ ด ้ให ้เรากิน เรากระหายนํ้ าและ ท่านก็มไิ ด ้ให ้เราดืม ่ 43 ข ้าพระองค์เป็ นแขกแปลกหน ้า และท่านก็ไม่ต ้อนรับข ้า ้ ผ ้าข ้า พระองค์ไว ้ ข ้าพระองค์เปลือยกาย ท่านก็ไม่ได ้ให ้เสือ พระองค์สวม ข ้าพระองค์เจ็บป่ วยและอยูใ่ นคุก และท่านก็ ไม่ได ้มาเยีย ่ มข ้าพระองค์ 44 แล ้วพวกเขาทัง้ หลายจะตอบพระองค์วา่ ‘พระองค์เจ ้าข ้า เมือ ่ ใดทีข ่ ้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิว หรือทรงกระหายนํ้ า หรือทรงเป็ นแขกแปลกหน ้า หรือเปลือยกาย หรือประชด ประชัน หรืออยูใ่ นคุก และมิได ้ทรงปรนนิบต ั พ ิ ระองค์’ 45 แล ้วพระองค์จะทรงตอบพวกเขาว่า เราบอกความจริงแก่ ท่านทัง้ หลายว่า สิง่ ใดทีพ ่ วกท่านไม่ได ้ทําแก่คนตํา่ ต ้อยทีส ่ ด ุ คนหนึง่ ในพวกนี้ ท่านก็ไม่ได ้ทําแก่เราเช่นกัน 46 และพวกนีจ ้ ะต ้องไปรับโทษทัณฑ์ชวั่ นิรันดร์ แต่ผู ้ชอบ ่ ธรรมจะเข ้าสูชวี ต ิ นิรันดร์ บทที่ 26 1 เมือ ่ พระเยซูทรงจบถ ้อยคําเหล่านีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่ เหล่าสาวกของพระองค์วา่ 2 พวกท่านรู ้ว่าอีกสองวันจะถึงวันฉลองปั สกา และบุตรมนุษย์ จะต ้องถูกทรยศให ้ตรึงกางเขน 3 ครัง้ นัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิต พวกธรรมาจารย์ และพวกผู ้ เฒ่าของประชาชนก็ประชุมกันทีค ่ ฤหาสน์ของมหาปุโรหิต ผู ้มี นามว่าคายาฟาส 4 และปรึกษากันเพือ ่ จะจับพระเยซูด ้วยอุบายแล ้วฆ่าพระองค์ 5 แต่พวกเขากล่าวว่า อย่าทําในวันฉลองเลย เพือ ่ ว่า ประชาชนจะได ้ไม่วน ุ่ วาย 6 ครัน ้ พระเยซูประทับอยูใ่ นหมูบ ่ ้านเบธานี ในบ ้านของซีโมน คนโรคเรือ ้ น 7 มีสตรีคนหนึง่ ถือกล่องหินอ่อนบรรจุนํ้ามันหอมราคาแพง มากมาหาพระองค์ แล ้วเทนํ้ ามันนัน ้ ลงบนศีรษะของพระองค์ ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังนั่งรับประทานอาหาร 8 เมือ ่ เหล่าสาวกของพระองค์เห็นดังนัน ้ ก็ไม่พอใจ จึงพูดกัน ว่า เหตุใดจึงทําให ้ของเหล่านีส ้ ญ ู เปล่าไป เพราะนํ้ ามันหอมนีอ ้ าจขายได ้มาก แล ้วแจกให ้คนยากจนได ้ 10 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบแล ้ว จึงตรัสแก่พวกเขาว่า “ ทําไม เจ ้าจึงกวนใจหญิงนัน ้ เพราะนางได ้กระทําการดีแก่เรา” 11 เพราะว่าคนจนอยูก ่ บ ั ท่านเสมอ แต่เราไม่อยูก ่ บ ั ท่านเสมอ
20
แมทธิว
12 เพราะนางได ้เทนํ้ ามันหอมนีบ ้ นกายข ้าพเจ ้า ก็เพือ ่ งานฝั ง ศพของข ้าพเจ ้า 13 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ทุกทีท ่ ข ี่ า่ วประเสริฐ นีถ ้ ก ู ประกาศไปทั่วโลก สถานทีท ่ ห ี่ ญิงคนนีก ้ ระทําก็จะถูกเล่า ขานเพือ ่ เป็ นทีร่ ะลึกถึงเธอ ่ ยูดาส อิสคาริ 14 จากนัน ้ คนหนึง่ ในพวกสาวกสิบสองคน ชือ โอท ไปหาพวกปุโรหิตใหญ่ 15 แล ้วตรัสแก่พวกเขาว่า “ถ ้าข ้าพเจ ้าจะมอบเขาให ้แก่ทา่ น เจ ้าจะให ้ข ้าพเจ ้าเท่าไร” พวกเขาจึงทําพันธสัญญากับเขา ด ้วยเงินสามสิบเหรียญ 16 และตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมาเขาคอยหาโอกาสทีจ ่ ะทรยศ พระองค์ ้ พวกสาวกมาหา 17 ในวันแรกของเทศกาลกินขนมปั งไร ้เชือ พระเยซูและถามพระองค์วา่ "พระองค์ต ้องการให ้เราเตรียม อาหารปั สกาให ้พระองค์กน ิ ทีไ่ หน" 18 พระองค์ตรัสว่า จงเข ้าไปหาคนคนหนึง่ ในเมือง และบอก เขาว่า พระอาจารย์บอกว่า เวลาของเราใกล ้เข ้ามาแล ้ว เราจะ ฉลองปั สกาทีบ ่ ้านของท่านพร ้อมกับเหล่าสาวกของเรา 19 และสาวกเหล่านัน ้ ก็ทําตามทีพ ่ ระเยซูทรงสัง่ และ จัดเตรียมปั สกาไว ้ 20 เมือ ่ เย็นแล ้ว พระองค์ทรงร่วมประทับนั่งกับสาวกสิบสอง คน 21 เมือ ่ พวกเขากําลังรับประทานอาหาร พระองค์ตรัสว่า " เรา บอกความจริงแก่พวกท่านว่า คนหนึง่ ในพวกท่านจะทรยศต่อ เรา" 22 พวกนัน ้ มีความทุกข์โศกยิง่ นัก และต่างคนต่างถาม พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า คือข ้าพระองค์หรือ?” 23 พระเยซูจงึ ตรัสตอบว่า ผู ้ใดจุม ่ มือลงในจานร่วมกับเรา ผู ้ นัน ้ จะทรยศต่อเรา 24 บุตรมนุษย์จะเสด็จไปตามทีเ่ ขียนไว ้เกีย ่ วกับพระองค์ แต่ วิบต ั แ ิ ก่คนทีท ่ รยศบุตรมนุษย์ หากเขาไม่ได ้เกิดมา ก็คงดี สําหรับเขาแล ้ว 25 ยูดาสผู ้ทรยศพระองค์จงึ ตอบว่า “อาจารย์ คือข ้าพเจ ้าเอง หรือ” พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ ท่านพูดถูก” 26 เมือ ่ พวกเขากําลังรับประทานอาหาร พระเยซูทรงหยิบ ขนมปั งมาขอบพระคุณ แล ้วหักส่งให ้เหล่าสาวกพร ้อมตรัสว่า “ จงรับไปกินเถิด นีค ่ อ ื กายของเรา” 27 แล ้วพระองค์ทรงรับถ ้วย ทรงขอบพระคุณและส่งให ้พวก เขา พร ้อมทัง้ ตรัสว่า จงดืม ่ จากถ ้วยนีก ้ น ั ทุกคนเถิด 28 เพราะนีเ่ ป็ นโลหิตของฉั นแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึง่ ต ้อง หลัง่ เพือ ่ คนจํานวนมากเพือ ่ การอภัยบาป 29 แต่เราบอกพวกท่านว่า เราจะไม่ดม ื่ นํ้ าองุน ่ ผลนีอ ้ ก ี ต่อไป จนกว่าจะถึงวันนัน ้ ทีเ่ ราจะดืม ่ ใหม่กบ ั พวกท่านในอาณาจักร ของพระบิดาของเรา 30 และเมือ ่ พวกเขาร ้องเพลงสรรเสริญแล ้ว พวกเขาก็ออกไป ยังภูเขามะกอก 31 แล ้วพระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ในคืนนีพ ้ วกท่านทุกคน จะสะดุดเพราะเรา เพราะมีคําเขียนไว ้ว่า ‘เราจะตีผู ้เลีย ้ งแกะ และแกะในฝูงจะกระจัดกระจายไป’ 32 แต่เมือ ่ ข ้าพเจ ้ากลับคืนชีพแล ้ว ข ้าพเจ ้าจะไปแคว ้นกาลิล ี ล่วงหน ้าพวกท่าน 33 เปโตรตอบพระองค์วา่ “แม ้คนทัง้ หลายจะสะดุดล ้มเพราะ ท่าน ข ้าพเจ ้าก็จะสะดุดล ้มไม่เลย” 34 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่เจ ้าว่า ใน คืนนีก ้ อ ่ นไก่ขน ั เจ ้าจะปฏิเสธเราสามครัง้ " 35 เปโตรจึงพูดกับพระองค์วา่ “แม ้ว่าข ้าพเจ ้าจะต ้องตาย ร่วมกับพระองค์ ข ้าพเจ ้าก็จะไม่ปฏิเสธพระองค์” สาวกทุกคน ก็พด ู เหมือนกัน
36 แล ้วพระเยซูเสด็จมาพร ้อมกับพวกเขาไปยังทีแ ่ ห่งหนึง่ เรียกว่าเกทเสมนี แล ้วตรัสกับสาวกของพระองค์วา่ “ จงนั่ง อยูท ่ น ี่ ี่ ขณะทีเ่ ราไปอธิษฐานทีโ่ น่น” 37 แล ้วพระองค์พาเปโตรกับลูกชายทัง้ สองของเศเบดีไป ด ้วย และเริม ่ มีความโศกเศร ้าและหนักใจมาก 38 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า จิตใจของเราเป็ นทุกข์โศกยิง่ นัก แทบจะตาย จงอยูท ่ น ี่ แ ี่ ละเฝ้ าระวังกับเรา 39 แล ้วเสด็จไปอีกหน่อยหนึง่ ทรงซบพระพักตร์ลงอธิษฐาน ว่า “ โอ พระบิดาของข ้าพเจ ้า ถ ้าเป็ นไปได ้ ขอให ้ถ ้วยนีผ ้ า่ น พ ้นไปจากข ้าพเจ ้าเถิด อย่างไรก็ตาม อย่าให ้เป็ นไปตามที่ ข ้าพเจ ้าปรารถนา แต่ให ้เป็ นไปตามทีพ ่ ระองค์ปรารถนา” 40 แล ้วพระองค์เสด็จมาถึงสาวกเหล่านัน ้ และทรงพบว่าพวก เขานอนหลับอยู่ จึงตรัสแก่เปโตรว่า “ เหตุใดพวกท่านจึงไม่ เฝ้ ากับเราสักชัว่ โมงหนึง่ เล่า?” 41 จงเฝ้ าระวังและอธิษฐานเพือ ่ จะไม่ให ้ตกอยูใ่ นความ ทดลอง จิตใจเต็มใจแต่เนือ ้ หนังอ่อนแอ 42 พระองค์จงึ เสด็จไปอีกครัง้ หนึง่ แล ้วอธิษฐานว่า “ ข ้าแต่ พระบิดาของข ้าพเจ ้า หากถ ้วยนีจ ้ ะผ่านพ ้นไปจากข ้าพเจ ้า ไม่ได ้ และข ้าพเจ ้าก็ต ้องดืม ่ มัน ขอให ้เป็ นไปตามพระ ประสงค์ของพระองค์” 43 ครัน ้ เสด็จกลับมาก็ทรงพบสาวกเหล่านัน ้ นอนหลับอีก เพราะตาของพวกเขาหนักอึง้ 44 แล ้วพระองค์ทรงละทิง้ พวกเขาไปแล ้วเสด็จไปอีกครัง้ หนึง่ และทรงอธิษฐานเป็ นครัง้ ทีส ่ ามโดยตรัสคําเดิมๆ อีกครัง้ 45 แล ้วพระองค์เสด็จมาหาพวกสาวกของพระองค์แล ้วตรัสว่า “พวกท่าน จงนอนต่อไปและพักผ่อนเถิด ดูเถิด เวลานัน ้ ใกล ้ เข ้ามาแล ้ว และบุตรมนุษย์จะถูกมอบไว ้ในมือของคนบาป” 46 จงลุกขึน ้ ไปกันเถิด ดูเถิด ผู ้ทีท ่ รยศต่อเรามาใกล ้แล ้ว 47 ขณะทีพ ่ ระองค์ยังตรัสอยูน ่ ัน ้ ยูดาสคนหนึง่ ในเหล่าสาวก สิบสองคนมาพร ้อมกับคนหมูม ่ ากถือดาบและกระบองมาจาก พวกหัวหน ้าปุโรหิตและผู ้อาวุโสของประชาชน 48 บัดนีผ ้ ู ้ทีท ่ รยศต่อพระองค์ได ้ให ้สัญญาณแก่พวกเขาโดย กล่าวว่า "ผู ้ใดทีเ่ ราจะจูบก็เป็ นผู ้นัน ้ แหละ จงจับเขาไว ้ให ้ แน่น" 49 ทันใดนัน ้ เขามาหาพระเยซูและกล่าวว่า “สวัสดีอาจารย์” จากนัน ้ เขาก็จบ ู พระองค์ 50 พระเยซูจงึ ตรัสถามเขาว่า “ เพือ ่ นเอ๋ย ท่านมาทีน ่ ท ี่ ําไม” พวกเขาจึงมาวางมือบนพระเยซูและพาพระองค์ไป 51 และดูเถิด คนหนึง่ ในพวกทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระเยซู ยืน ่ มือออกและ ชักดาบออก ฟั นผู ้รับใช ้ของมหาปุโรหิตขาดหู 52 แล ้วพระเยซูจงึ ตรัสกับเขาว่า จงเอาดาบของท่านใส่ฝัก เสีย เพราะว่าคนถือดาบทุกคนจะพินาศเพราะดาบ” 53 ท่านคิดว่าฉั นไม่สามารถอธิษฐานต่อพระบิดาของฉั นได ้ หรือ และในทันทีพระองค์จะประทานกองทูตสวรรค์มากกว่า สิบสองกองให ้แก่ฉัน? 54 แต่ถ ้าเช่นนัน ้ พระคัมภีรท ์ วี่ า่ ต ้องเป็ นเช่นนัน ้ จะสําเร็จได ้ อย่างไร? 55 ในเวลานัน ้ พระเยซูตรัสกับฝูงชนว่า “ พวกเจ ้าออกมาจับ เราเหมือนโจรถือดาบและกระบองหรือ? เรานั่งกับพวกเจ ้าทุก วันเพือ ่ สอนเราในวิหาร แต่พวกเจ ้าก็ไม่สามารถจับเราได ้ 56 แต่เหตุการณ์ทงั ้ หมดนีเ้ กิดขึน ้ เพือ ่ ให ้พระคัมภีรข ์ องผู ้เผย พระวจนะสําเร็จ ต่อมาสาวกทัง้ หมดละทิง้ พระองค์แล ้วหนีไป 57 ผู ้ทีจ ่ ับพระเยซูได ้นํ าพระองค์ไปหาคายาฟาสมหาปุโรหิต ทีซ ่ งึ่ พวกธรรมาจารย์และผู ้อาวุโสกําลังประชุมกันอยู่ 58 แต่เปโตรติดตามพระองค์ไปห่างๆ จนถึงพระราชวังของ มหาปุโรหิต แล ้วเข ้าไปนั่งกับคนใช ้เพือ ่ คอยดูวา่ เรือ ่ งจะจบ ลงอย่างไร
21
แมทธิว
้ ทุง่ หม ้อไว ้ 7 พวกเขาจึงปรึกษากันแล ้วเอาเงินทีไ่ ด ้ไปซือ สําหรับฝั งศพคนแปลกหน ้า 8 เหตุฉะนัน ้ ทุง่ นัน ้ จึงถูกเรียกว่า ทุง่ โลหิต จนถึงทุกวันนี้ 9 ครัง้ นัน ้ พระวจนะทีต ่ รัสผ่านทางผู ้เผยพระวจนะเยเรมียก ์ ็ สําเร็จ ซึง่ ว่า "และพวกเขาเอาเงินสามสิบเหรียญซึง่ เป็ นราคา ของผู ้ทีถ ่ ก ู ตีราคาไว ้ ทีบ ่ ต ุ รหลานของอิสราเอลบางคนตีราคา ไว ้" 10 และทรงมอบให ้แก่ทงุ่ ของช่างปั น ้ หม ้อ ตามทีพ ่ ระเจ ้าทรง มอบหมายแก่ฉัน 11 และพระเยซูทรงยืนอยูต ่ อ ่ หน ้าผู ้ว่าราชการ ผู ้ว่าราชการจึง ถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องพวกยิวใช่ไหม” พระ เยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ ท่านพูดถูก” 12 และเมือ ่ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและผู ้เฒ่าได ้กล่าวโทษ พระองค์ พระองค์ก็ไม่ได ้ทรงตอบสิง่ ใดเลย 13 แล ้วปิ ลาตจึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านไม่ได ้ยินหรือว่า เขากล่าวเรือ ่ งเป็ นอันมากกล่าวโทษท่านเท่าไร?” 14 แต่พระองค์มไิ ด ้ทรงตอบเขาสักคําเดียว จนผู ้ว่าราชการ ประหลาดใจยิง่ นัก 15 ในงานเลีย ้ งนัน ้ ผู ้ว่าราชการมักจะปล่อยนักโทษให ้ ประชาชน ตามทีป ่ ระชาชนต ้องการ ่ บารับบัส 16 ในเวลานัน ้ พวกเขามีนักโทษสําคัญคนหนึง่ ชือ 17 เมือ ่ พวกเขามารวมกันแล ้ว ปิ ลาตจึงถามพวกเขาว่า “ท่าน ต ้องการให ้เราปล่อยใคร บาราบัสหรือเยซูซงึ่ เรียกว่าพระ คริสต์” 18 เพราะท่านรู ้ว่าเขาทัง้ หลายได ้ช่วยท่านไว ้ด ้วยความอิจฉา 19 เมือ ่ เขามาประทับนั่งทีบ ่ ล ั ลังก์พพ ิ ากษา ภรรยาของเขาก็ ส่งข่าวไปหาเขาว่า “อย่าได ้ยุง่ กับผู ้ชอบธรรมคนนัน ้ เลย เพราะวันนีข ้ ้าพเจ ้าต ้องทนทุกข์มากในฝั นเพราะเขา” 20 แต่พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกผู ้เฒ่าก็ยย ุ งฝูงชนให ้ถาม บารับบัสแล ้วฆ่าพระเยซูเสีย 21 ผู ้ว่าราชการจึงถามพวกเขาว่า “พวกเจ ้าต ้องการให ้เรา ปล่อยสองคนนัน ้ คนใด?” พวกเขาตอบว่า “บารับบัส” 22 ปี ลาตจึงถามพวกเขาว่า “ถ ้าอย่างนัน ้ ฉั นจะทําอย่างไรกับ พระเยซูทเี่ รียกว่าพระคริสต์” พวกเขาทัง้ หมดก็พด ู กับเขาว่า “ให ้ตรึงเขาไว ้ทีก ่ างเขน” 23 ผู ้ว่าราชการจึงถามว่า “ทําไม เขาได ้ทําชัว่ อะไร” แต่พวก เขากลับร ้องตะโกนมากขึน ้ ว่า “ให ้ตรึงเขาไว ้ทีไ่ ม ้กางเขน” 24เมือ ่ ปี ลาตเห็นว่าตนไม่สามารถเอาชีวต ิ รอดได ้เลย แต่กลับ เกิดการจลาจลขึน ้ จึงเอานํ้ าล ้างมือต่อหน ้าฝูงชนแล ้วกล่าว ว่า “ข ้าพเจ ้าไม่มค ี วามผิดฐานฆ่าคนชอบธรรมผู ้นี้ พวกท่าน จงจัดการเรือ ่ งนีเ้ อง” 25 แล ้วคนทัง้ หลายก็ตอบว่า โลหิตของเขาจงตกอยูแ ่ ก่เรา และแก่บต ุ รทัง้ หลายของเรา 26 แล ้วท่านปล่อยบารับบัสให ้พวกเขา และเมือ ่ ท่านได ้เฆีย ่ น ตีพระเยซูแล ้ว ท่านก็มอบพระองค์ให ้ตรึงทีก ่ างเขน 27 พวกทหารของผู ้ว่าราชการจึงนํ าพระเยซูเข ้าไปในศาลา กลาง และรวมทหารทัง้ กองไว ้กับพระองค์ ้ ผ ้าของพระองค์ออก แล ้วเอาเสือ ้ 28 แล ้วพวกเขาถอดเสือ คลุมสีแดงมาสวมให ้พระองค์ 29 เมือ ่ พวกเขาเอามงกุฎหนามมาสวมบนหัวของพระองค์ แล ้วเอาไม ้อ ้อใส่ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์ แล ้วก็คก ุ เข่าลง ต่อพระพักตร์พระองค์ และเยาะเย ้ยพระองค์วา่ “สวัสดี กษั ตริยข ์ องชาวยิว!” 30 แล ้วพวกเขาถ่มนํ้ าลายใส่พระองค์ แล ้วเอาอ ้อตีพระเศียร ของพระองค์ ้ คลุมของ 31 เมือ ่ ได ้เยาะเย ้ยพระองค์แล ้ว พวกเขาก็ถอดเสือ พระองค์ออก แล ้วสวมฉลองพระองค์ให ้พระองค์ และนํ า พระองค์ไปตรึงทีไ่ ม ้กางเขน
59 ตอนนัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิต พวกผู ้เฒ่า และบรรดาสภาก็ หาพยานเท็จมากล่าวโทษพระเยซู เพือ ่ จะประหารชีวต ิ พระองค์ 60 แต่ไม่พบพยานเท็จเลย แม ้ว่าจะมีพยานเท็จจํานวนมาก มา แต่ก็ยังไม่พบเลย ในทีส ่ ด ุ มีพยานเท็จสองคนมา 61 และกล่าวว่า คนนีก ้ ล่าวว่า ฉั นสามารถทําลายพระวิหาร ของพระเจ ้า และสร ้างขึน ้ ใหม่ได ้ภายในสามวัน 62 มหาปุโรหิตจึงลุกขึน ้ กล่าวแก่พระองค์วา่ ท่านไม่ตอบ อะไรเลยหรือ? พยานหลักฐานทีก ่ ล่าวโทษท่านเหล่านีค ้ อ ื อะไร? 63 แต่พระเยซูทรงนิง่ เงียบ มหาปุโรหิตจึงตอบพระองค์วา่ “ข ้าพเจ ้าขอสาบานต่อพระเจ ้าผู ้ทรงพระชนม์วา่ ข ้าพเจ ้า ขอให ้ท่านบอกเราว่าท่านเป็ นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ ้า หรือไม่” 64 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า เจ ้าพูดถูก แต่เราบอกเจ ้า ทัง้ หลายว่า ในเวลานีเ้ จ ้าทัง้ หลายจะเห็นบุตรมนุษย์ประทับ อยูท ่ างขวามือของผู ้ทรงฤทธานุภาพ และเสด็จมาบนเมฆ แห่งสวรรค์ ้ ของตนกล่าวว่า เขาพูดหมิน 65 จากนัน ้ มหาปุโรหิตก็ฉก ี เสือ ่ ประมาทพระเจ ้า เราต ้องการพยานอะไรอีก? ดูเถิด บัดนีท ้ า่ น ทัง้ หลายก็ได ้ยินเขาพูดหมิน ่ ประมาทพระเจ ้าแล ้ว 66 พวกท่านคิดอย่างไร? พวกเขาตอบว่า เขาต ้องโทษถึง ตาย 67 แล ้วพวกเขาถ่มนํ้ าลายใส่พระพักตร์ของพระองค์ และตี พระองค์ และคนอืน ่ ๆ ก็ตบพระองค์ด ้วยฝ่ ามือของพวกเขา 68 ตรัสว่า “พระคริสต์ จงพยากรณ์แก่เราเถิดว่า ใครตบเจ ้า?” 69 ในเวลานัน ้ เปโตรนั่งอยูน ่ อกพระราชวัง และมีสาวใช ้คน หนึง่ มาหาเขาพูดว่า “เจ ้าก็อยูก ่ บ ั เยซูแห่งแคว ้นกาลิลด ี ้วย” 70 แต่เปโตรได ้ปฏิเสธต่อหน ้าคนทัง้ ปวงว่า “ข ้าพเจ ้าไม่รู ้ว่า เจ ้าพูดอะไร” 71 ครัน ้ พระองค์ออกไปทีร่ ะเบียง มีสาวใช ้คนหนึง่ เห็นเขาจึง บอกคนทีอ ่ ยูท ่ น ี่ ั่นว่า “คนนีก ้ ็อยูก ่ บ ั เยซูชาวนาซาเร็ธด ้วย” 72 แล ้วเขาปฏิเสธอีกด ้วยคําสาบานว่า "ฉั นไม่รู ้จักคนนัน ้ " 73 ครัน ้ แล ้วคนทัง้ หลายทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้นัน ้ ก็มาหาพระองค์และ กล่าวแก่เปโตรว่า "เจ ้าเองก็เป็ นคนหนึง่ ในพวกเขาด ้วยแน่ ๆ เพราะคําพูดของเจ ้าก็บง่ บอกตัวเจ ้าได ้" 74 แล ้วเขาก็เริม ่ สาปแช่งและสาบานว่า "ข ้าพเจ ้าไม่รู ้จักชาย คนนัน ้ " แล ้วไก่ก็ขน ั ทันที 75 เปโตรจึงระลึกถึงคําทีพ ่ ระเยซูตรัสกับเขาว่า ก่อนไก่ขน ั เจ ้าจะปฏิเสธเราสามครัง้ ” แล ้วเขาก็ออกไปร ้องไห ้ด ้วยความ ขมขืน ่ บทที่ 27 1 เมือ ่ รุง่ เช ้า พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกผู ้เฒ่าของประชาชน ทัง้ หมดก็ปรึกษากันเรือ ่ งพระเยซูเพือ ่ จะประหารชีวต ิ พระองค์ 2 แล ้วพวกเขามัดพระองค์ไว ้แล ้วนํ าออกไปมอบให ้แก่ปอน ทิอส ั ปี ลาตผู ้ว่าราชการ 3 เมือ ่ ยูดาสผู ้ทรยศพระองค์เห็นว่าพระองค์ถก ู ตัดสินลงโทษ ก็กลับใจ นํ าเงินสามสิบเหรียญนัน ้ ไปคืนให ้แก่หัวหน ้าปุโรหิต และผู ้เฒ่า 4 พวกเขากล่าวว่า "ข ้าพเจ ้าได ้ทําบาปทีท ่ รยศต่อเลือดของผู ้ บริสท ุ ธิ"์ พวกเขาจึงกล่าวว่า "แล ้วเรือ ่ งนัน ้ เกีย ่ วอะไรกับเรา" 5 แล ้วท่านก็ทงิ้ เงินเหรียญนัน ้ ไว ้ในพระวิหาร แล ้วจากไป และไปแขวนคอตาย 6 พวกหัวหน ้าปุโรหิตจึงเอาเงินนัน ้ ไปและพูดว่า “เป็ นเรือ ่ งที่ ผิดกฎหมายทีจ ่ ะเอาเงินนัน ้ ใส่ไว ้ในคลังพระวิหาร เพราะเป็ น ค่าโลหิต” 22
แมทธิว
่ ซีโมน 32 ครัน ้ ออกไปแล ้ว พวกเขาพบชาวไซรีนคนหนึง่ ชือ พวกเขาจึงเกณฑ์ให ้เขาแบกไม ้กางเขนของพระองค์ 33 เมือ ่ พวกเขามาถึงสถานทีแ ่ ห่งหนึง่ ทีเ่ รียกว่าโกลโกธา แปลว่า สถานทีก ่ ะโหลกศีรษะ 34 เขาเอานํ้ าส ้มสายชูผสมนํ้ าดีให ้พระองค์ดม ื่ และเมือ ่ พระองค์ทรงชิมแล ้ว พระองค์ก็ไม่ทรงดืม ่ 35 แล ้วพวกเขาก็ตรึงพระองค์ทก ี่ างเขน แล ้วพวกเขาก็แบ่ง ฉลองพระองค์ของพระองค์ โดยจับฉลาก เพือ ่ ให ้คําทีต ่ รัสไว ้ ้ ของเรา โดยผู ้เผยพระวจนะเป็ นจริง ซึง่ ก็คอ ื พวกเขาแบ่งเสือ ้ ของเรา ให ้กัน และพวกเขาก็จับฉลากบนเสือ 36 แล ้วพวกเขาก็นั่งดูพระองค์อยูท ่ น ี่ ั่น 37 และได ้เอาคํากล่าวหาของตนติดไว ้เหนือศีรษะของ พระองค์ โดยเขียนว่า “ผู ้นีค ้ อ ื เยซู กษั ตริยข ์ องชาวยิว” 38 คราวนัน ้ มีโจรสองคนถูกตรึงพร ้อมกับพระองค์ คนหนึง่ อยู่ ข ้างขวา และอีกคนหนึง่ อยูข ่ ้างซ ้าย 39 บรรดาผู ้ทีผ ่ า่ นไปมาต่างก็ดา่ ทอพระองค์ โดยส่ายหัวไป มา 40 และกล่าวว่า เจ ้าผู ้ทําลายพระวิหารและสร ้างขึน ้ ในสามวัน จงช่วยตัวเองเถิด ถ ้าเจ ้าเป็ นพระบุตรของพระเจ ้า จงลงมา จากกางเขนเถิด 41 พวกหัวหน ้าปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์และผู ้เฒ่าก็ ล ้อเลียนพระองค์ด ้วยว่า 42 เขาช่วยคนอืน ่ ได ้ แต่ชว่ ยตัวเองไม่ได ้ ถ ้าเขาเป็ นกษั ตริย ์ ของอิสราเอล ให ้เขาลงมาจากไม ้กางเขนเดีย ๋ วนี้ แล ้วเราจะ ่ เขา เชือ 43 เขาวางใจในพระเจ ้า ถ ้าพระองค์พอพระทัยก็ให ้พระองค์ ทรงช่วยเขาเดีย ๋ วนี้ เพราะว่าเขากล่าวว่า ข ้าพเจ ้าเป็ นพระ บุตรของพระเจ ้า 44 ถึงพวกโจรทีถ ่ ก ู ตรึงกับพระองค์ ก็ยังกัดพระองค์ด ้วย 45 แล ้วความมืดก็ปกคลุมทั่วแผ่นดินตัง้ แต่เวลาเทีย ่ งวันถึง บ่ายสามโมง 46 ครัน ้ เวลาประมาณบ่ายสามโมง พระเยซูทรงร ้องเสียงดัง ว่า “ เอลี เอลี ลามา ซาบัคธานี” หมายความว่า “พระเจ ้าของ ข ้าพเจ ้า พระเจ ้าของข ้าพเจ ้า ทําไมพระองค์ทรงละทิง้ ข ้าพเจ ้า?” 47 ผู ้ทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ั่นบางคนได ้ยินดังนัน ้ ก็พด ู ว่า “คนนีเ้ รียกเอลี ยาห์” 48 ทันใดนัน ้ คนหนึง่ ในพวกเขาวิง่ ไปเอาฟองนํ้ าชุบ นํ้ าส ้มสายชูเสียบกับไม ้อ ้อ แล ้วส่งให ้พระองค์ดม ื่ 49 คนอืน ่ ๆ กล่าวว่า ให ้เราคอยดูวา่ เอลียาห์จะมาช่วยเขา หรือไม่ ิ้ พระชนม์ 50 เมือ ่ พระเยซูทรงร ้องเสียงดังอีกครัง้ ก็สน 51 และดูเถิด ม่านในพระวิหารก็ฉก ี ขาดเป็ นสองท่อนตัง้ แต่ บนจนล่าง แผ่นดินก็ไหว และหินก็แตกสลาย 52 และหลุมฝั งศพก็เปิ ดออก และร่างกายของบรรดาผู ้ ิ ธิท ศักดิส ์ ท ์ ห ี่ ลับใหลก็ลก ุ ขึน ้ มาเป็ นจํานวนมาก 53 และหลังจากพระองค์ทรงคืนพระชนม์แล ้ว พระองค์ก็ออก จากอุโมงค์ฝังศพ และเสด็จเข ้าไปยังนครบริสท ุ ธิ์ และปรากฏ แก่คนเป็ นอันมาก 54 ฝ่ ายนายร ้อยและคนทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์ซงึ่ เฝ้ าดูพระเยซู เมือ ่ เห็นแผ่นดินไหวและเหตุการณ์ตา่ งๆ ทีเ่ กิดขึน ้ พวกเขาก็กลัว ยิง่ นัก จึงพูดกันว่า “แท ้จริงพระองค์นเี้ ป็ นพระบุตรของพระ เจ ้า” 55 มีสตรีหลายคนติดตามพระเยซูจากแคว ้นกาลิลเี พือ ่ ปรนนิบต ั พ ิ ระองค์อยูแ ่ ต่ไกล 56 ซึง่ มีมารียม ์ ักดาลา มารียม ์ ารดาของยากอบและโยเสส และมารดาของบุตรเศเบดีด ้วย ่ โย 57 เมือ ่ เย็นแล ้ว มีเศรษฐีคนหนึง่ จากเมืองอาริมาเธีย ชือ เซฟ ซึง่ เป็ นสาวกของพระเยซูด ้วย
58 เขาไปหาปิ ลาตและขอพระศพของพระเยซู แล ้วปิ ลาตก็ สัง่ ให ้ส่งมอบพระศพนัน ้ 59 เมือ ่ โยเซฟรับร่างนัน ้ ไปแล ้ว เขาก็เอาผ ้าลินน ิ ทีส ่ ะอาดพัน ร่างนัน ้ ไว ้ 60 แล ้วนํ าไปวางไว ้ในอุโมงค์ฝังศพใหม่ของตน ซึง่ ได ้ขุดไว ้ ในศิลา และเขากลิง้ หินใหญ่ปิดประตูอโุ มงค์ฝังศพ แล ้วจาก ไป 61 ขณะนัน ้ เอง มารียม ์ ักดาลาและมารียอ ์ ก ี คนหนึง่ นั่งอยู่ ตรงหน ้าหลุมฝั งศพ 62 วันรุง่ ขึน ้ คือวันถัดจากวันเตรียมการ พวกหัวหน ้าปุโรหิต ี ็มาหาปิ ลาต และพวกฟาริสก 63 กล่าวว่า “ท่านเจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าจําได ้ว่าคนหลอกลวงนัน ้ เมือ ่ ยังมีชวี ต ิ อยูไ่ ด ้พูดไว ้ว่า ‘ล่วงไปสามวันแล ้วเราจะเป็ นขึน ้ ใหม่’ 64 เพราะฉะนัน ้ จงสัง่ ให ้รักษาอุโมงค์ฝังศพไว ้ให ้ดีจนถึงวันที่ สาม มิฉะนัน ้ สาวกของเขาจะมาลักเอาศพไปในเวลา กลางคืน แล ้วประกาศแก่ประชาชนว่า เขาได ้คืนพระชนม์จาก บรรดาคนตายแล ้ว ฉะนัน ้ ความผิดพลาดครัง้ ล่าสุดจะเลวร ้าย ยิง่ กว่าครัง้ แรก” 65 ปี ลาตจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าจงมีคนเฝ้ ายาม ไป เถิด เฝ้ าให ้มั่นคงทีส ่ ด ุ เท่าทีท ่ ําได ้ 66 พวกเขาจึงไปทําให ้อุโมงค์ฝังศพแน่ใจ โดยปิ ดผนึกหิน และวางยามเฝ้ าไว ้ บทที่ 28 ้ วันสะบาโต เมือ 1 ครัน ้ สิน ่ รุง่ เช ้าในวันแรกของสัปดาห์ มารีย ์ มักดาลากับมารียอ ์ ก ี คนหนึง่ มาเพือ ่ ดูอโุ มงค์ฝังศพ 2 และดูเถิด เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าลง มาจากสวรรค์ เข ้ามากลิง้ หินทีป ่ ิ ดประตู แล ้วนั่งบนหินนัน ้ ้ ผ ้าของพระองค์ 3 ใบหน ้าของพระองค์เหมือนสายฟ้ า และเสือ ก็ขาวเหมือนหิมะ ่ และเป็ น 4 และเพราะกลัวทูตนัน ้ ผู ้ดูแลก็กลัวจนตัวสัน เหมือนคนตาย 5 ทูตสวรรค์จงึ ตอบสตรีนัน ้ ว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเรารู ้ว่า พวกเจ ้ากําลังมาหาพระเยซูซงึ่ ถูกตรึงกางเขน” 6 พระองค์ไม่อยูท ่ น ี่ แ ี่ ล ้ว พระองค์ทรงคืนพระชนม์แล ้วตามที่ พระองค์ตรัสไว ้ จงมาดูทซ ี่ งึ่ พระเจ ้าทรงบรรทมอยู่ 7 จงรีบไปบอกพวกสาวกของพระองค์วา่ พระองค์ทรงคืนพระ ชนม์จากความตายแล ้ว และดูเถิด พระองค์เสด็จไปยังแคว ้น กาลิลก ี อ ่ นพวกท่าน พวกท่านจะเห็นพระองค์ทน ี่ ั่น ดูเถิด เรา ได ้บอกพวกท่านแล ้ว 8 แล ้วพวกเธอทัง้ หลายก็ออกไปจากอุโมงค์ฝังศพอย่าง รวดเร็ว ทัง้ ความกลัวและความปิ ตย ิ น ิ ดีเป็ นอันมาก และวิง่ ไป บอกข่าวแก่เหล่าสาวกของพระองค์ 9 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังไปบอกสาวกของพระองค์ ดูเถิด พระ เยซูทรงพบพวกเขาและตรัสว่า “สวัสดี” พวกเขาก็เข ้ามาจับ พระบาทของพระองค์ และนมัสการพระองค์ 10 แล ้วพระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ อย่ากลัวเลย จงไปบอก พีน ่ ้องของเราให ้ไปยังแคว ้นกาลิล ี แล ้วพวกเขาจะได ้พบเรา ทีน ่ ั่น” 11 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังไป มีบางคนในพวกยามเข ้ามาใน เมือง และเล่าเหตุการณ์ทงั ้ หมดทีเ่ กิดขึน ้ ให ้พวกหัวหน ้า ปุโรหิตฟั ง 12 เมือ ่ พวกเขาประชุมกับผู ้เฒ่าและปรึกษากันแล ้ว พวกเขาก็ แจกเงินจํานวนมากให ้กับทหาร 13 พูดว่า “พวกเจ ้าจงพูดว่า ‘พวกสาวกของเขามาลักเอาศพ ไปในเวลากลางคืน ขณะทีพ ่ วกเรากําลังนอนหลับอยู’่
23
แมทธิว
14 ถ ้าเรือ ่ งนีท ้ ราบถึงหูผู ้ว่าราชการ เราก็จะพูดโน ้มน ้าวเขา แล ้วปกป้ องท่านไว ้ 15 พวกเขาจึงรับเงินแล ้วทําตามทีไ่ ด ้รับคําสัง่ สอน และเรือ ่ ง นีก ้ ็ยังคงแพร่สะพัดไปในหมูพ ่ วกยิวจนถึงทุกวันนี้ 16 จากนัน ้ สาวกทัง้ สิบเอ็ดคนก็ไปยังแคว ้นกาลิล ี ถึงภูเขาที่ พระเยซูทรงกําหนดไว ้ 17 เมือ ่ พวกเขาเห็นพระองค์แล ้ว พวกเขาก็กราบพระองค์ แต่ บางคนยังสงสัยอยู่ ้ ใน 18 พระเยซูจงึ เสด็จมาตรัสแก่พวกเขาว่า “ อํานาจทัง้ สิน สวรรค์และในแผ่นดินโลกได ้รับมอบไว ้แก่เราแล ้ว” 19 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงออกไปสัง่ สอนชนทุกชาติ ให ้รับ บัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณ บริสท ุ ธิ์ 20 สอนเขาให ้ถือรักษาทุกสิง่ ทีเ่ ราสัง่ พวกท่านไว ้ และดูเถิด เราจะอยูก ่ บ ั พวกท่านเสมอไป จนกว่าโลกจะสลาย อาเมน
24
พระกิตติคณ ุ ของ มาระโก
22พวกเขาประหลาดใจด ้วยคําสัง่ สอนของพระองค์ เพราะว่า ิ ธิอํานาจ ไม่ใช่เหมือน พระองค์ทรงสอนพวกเขาอย่างผู ้มีสท พวกธรรมาจารย์ 23 และมีชายคนหนึง่ ในธรรมศาลาของพวกเขามีผโี สโครก สิง และเขาร ้องตะโกนว่า 24 และกล่าวว่า “ปล่อยเราไว ้ตามลําพังเถอะ พระเยซูชาวนา ซาเร็ธ เรามีธรุ ะอะไรกับท่าน ท่านมาทําลายพวกเราหรือ ข ้าพเจ ้ารู ้จักท่านแล ้ว ท่านเป็ นใคร คือพระผู ้บริสท ุ ธิข ์ องพระ เจ ้า” 25 พระเยซูจงึ ทรงตักเตือนเขาว่า จงเงียบและออกไปจาก เขาเถิด 26 และเมือ ่ วิญญาณชัว่ ร ้ายได ้ทําร ้ายเขา และร ้องเสียงดัง เขาก็ออกไปจากเขา 27 คนทัง้ หลายก็ประหลาดใจจนถามกันว่า “เรือ ่ งนีค ้ อ ื อะไร คําสอนใหม่นค ี้ อ ื อะไร เพราะว่าพระองค์ทรงใช ้อํานาจสัง่ ่ ฟั งพระองค์” วิญญาณชัว่ ร ้าย และวิญญาณเหล่านัน ้ ก็เชือ ่ เสียงของพระองค์ก็แพร่หลายไปทั่วบริเวณ 28 ทันใดนัน ้ ชือ รอบแคว ้นกาลิล ี 29 เมือ ่ พระองค์กบ ั สาวกออกจากธรรมศาลาแล ้ว พระองค์ก็ เข ้าไปในบ ้านของซีโมนและอันดรูว ์ พร ้อมกับยากอบและโย ฮัน 30 ส่วนแม่ภรรยาของซีโมนนอนป่ วยเป็ นไข ้ ทันใดนัน ้ พวก เขาจึงบอกเขาถึงเรือ ่ งของนาง 31 แล ้วท่านก็เข ้ามาจับมือเธอแล ้วพยุงเธอขึน ้ ทันใดนัน ้ ไข ้ก็ หายจากเธอ และเธอได ้ปรนนิบต ั พ ิ วกเขา 32 เมือ ่ ถึงเวลาเย็นเมือ ่ ดวงอาทิตย์ตก พวกเขาก็พาคน เจ็บป่ วยและคนถูกผีเข ้ามาหาพระองค์ 33 และคนทัง้ เมืองก็มารวมกันอยูท ่ ป ี่ ระตู 34 และพระองค์ทรงรักษาคนจํานวนมากทีเ่ จ็บป่ วยด ้วยโรค ต่างๆ และทรงขับผีออกไปมากมาย และทรงไม่ยอมให ้ผีพด ู เพราะว่ามันรู ้จักพระองค์ 35 และเมือ ่ รุง่ เช ้าพระองค์ทรงตืน ่ ขึน ้ นานก่อนรุง่ เช ้า พระองค์ ก็เสด็จออกไปยังทีเ่ ปลีย ่ วแห่งหนึง่ และทรงอธิษฐานอยูท ่ น ี่ ั่น 36 ฝ่ ายซีโมนกับพวกทีอ ่ ยูด ่ ้วยก็ตด ิ ตามไปด ้วย 37 เมือ ่ พบพระองค์แล ้ว พวกเขาจึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “ทุก คนแสวงหาพระองค์” 38 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เราจงไปยังเมืองอืน ่ ๆ ที่ เราจะไปเพือ ่ เราจะได ้เทศนาทีน ่ ั่นด ้วย เพราะว่าเราออกมา ดังนี”้ 39 แล ้วพระองค์ทรงเทศนาในธรรมศาลาของพวกเขาทั่ว แคว ้นกาลิล ี และทรงขับผีออก 40 และมีคนโรคเรือ ้ นมาหาพระองค์ อ ้อนวอนพระองค์ แล ้ว คุกเข่าลงทูลว่า “ถ ้าพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็สามารถทรง ทําให ้ข ้าพระองค์หายได ้” 41 พระเยซูทรงสงสารเขา จึงทรงยืน ่ พระหัตถ์แตะเขาแล ้ว ตรัสว่า “ เราพอใจแล ้ว จงสะอาดเถิด” 42 เมือ ่ พระองค์ตรัสแล ้ว โรคเรือ ้ นก็หายจากพระองค์ทันที และพระองค์ก็ทรงหายเป็ นปกติ 43 แล ้วท่านได ้สัง่ เขาอย่างเร่งรีบแล ้วส่งเขาไปทันที 44 และตรัสแก่ทา่ นว่า อย่าบอกเรือ ่ งนีก ้ บ ั ใครเลย แต่จงไป แสดงตัวแก่ปโุ รหิต และถวายเครือ ่ งบูชาเพือ ่ การชําระตัวของ ท่านตามทีโ่ มเสสสัง่ ไว ้ เพือ ่ เป็ นพยานแก่คนเหล่านัน ้ 45 แต่เขาออกไปแล ้วเริม ่ ประกาศเรือ ่ งนัน ้ มากและแพร่งพราย ออกไปมาก จนพระเยซูไม่สามารถเข ้าในเมืองได ้อย่าง เปิ ดเผยอีกต่อไป แต่ต ้องประทับอยูภ ่ ายนอกในทีเ่ ปลีย ่ ว และ ผู ้คนจากทุกทิศทุกทางมาหาพระองค์
บทที่ 1 1 จุดเริม ่ ต ้นของข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของ พระเจ ้า 2 ตามทีเ่ ขียนไว ้ในบรรดาผู ้เผยพระวจนะว่า ดูเถิด เราจะส่ง ทูตของเราไปข ้างหน ้าท่าน ผู ้ซึง่ จะเตรียมทางไว ้ข ้างหน ้า ท่าน 3 เสียงผู ้ร ้องในถิน ่ ทุรกันดารว่า จงเตรียมทางสําหรับพระเจ ้า จงทําทางของพระองค์ให ้ตรง 4 ยอห์นทําพิธบ ี พ ั ติศมาในถิน ่ ทุรกันดาร และประกาศเรือ ่ งบัพ ติศมาแห่งการกลับใจเพือ ่ การอภัยบาป 5 และคนทั่วแคว ้นยูเดียและชาวกรุงเยรูซาเล็มก็ออกไปหา พระองค์ และรับบัพติศมาจากพระองค์ในแม่นํ้าจอร์แดน สารภาพบาปของตน ้ ผ ้าขนอูฐและมีหนังคาดเอว และกินตั๊กแตน 6 ยอห์นสวมเสือ และนํ้ าผึง้ ป่ า 7 และทรงเทศนาว่า "จะมีผู ้หนึง่ เสด็จมาภายหลังข ้าพเจ ้าซึง่ ทรงฤทธิย ์ งิ่ กว่าข ้าพเจ ้า ซึง่ ข ้าพเจ ้าไม่คค ู่ วรแม ้แต่จะก ้มลง แก ้เชือกรองเท ้าของพระองค์" 8 ฉั นให ้พวกท่านรับบัพติศมาด ้วยนํ้ า แต่พระองค์จะทรงให ้ พวกท่านรับบัพติศมาด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ 9 คราวนัน ้ พระเยซูเสด็จมาจากเมืองนาซาเร็ธแคว ้นกาลิล ี และทรงรับบัพติศมาจากยอห์นในแม่นํ้าจอร์แดน 10 ครัน ้ พระองค์เสด็จขึน ้ จากนํ้ าแล ้ว พระองค์ก็ทรงเห็นฟ้ า เปิ ดออก และพระวิญญาณเหมือนนกพิราบเสด็จลงมาบน พระองค์ 11 และมีเสียงจากสวรรค์ตรัสว่า เจ ้าเป็ นบุตรทีร่ ักของเรา ผู ้ที่ เราพอใจมาก 12 ทันใดนัน ้ พระวิญญาณทรงนํ าเขาเข ้าไปในถิน ่ ทุรกันดาร ่ บ ิ วัน ถูก 13 และพระองค์ทรงอยูใ่ นถิน ่ ทุรกันดารเป็ นเวลาสีส ซาตานทดลอง และทรงอยูก ่ บ ั สัตว์ป่า และเหล่าทูตสวรรค์มา ปรนนิบต ั พ ิ ระองค์ 14 ครัน ้ ยอห์นถูกจองจําแล ้ว พระเยซูเสด็จมายังแคว ้นกาลิล ี ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรือ ่ งอาณาจักรของพระเจ ้า 15 และตรัสว่า เวลากําหนดมาถึงแล ้ว และอาณาจักรของพระ ่ ข่าวประเสริฐ เจ ้าก็ใกล ้เข ้ามาแล ้ว จงกลับใจใหม่และเชือ 16 เมือ ่ พระองค์เสด็จผ่านไปตามชายทะเลกาลิล ี พระองค์ ทรงเห็นซีโมนกับอันดรูวน ์ ้องชายของเขากําลังทอดแหอยูใ่ น ทะเล เพราะว่าทัง้ สองเป็ นชาวประมง 17 พระเยซูจงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า จงตามเรามาเถิด และเราจะ ตัง้ ท่านให ้เป็ นผู ้หาคน 18 แล ้วพวกเขาละทิง้ อวนของตนแล ้วติดตามพระองค์ทันที 19 เมือ ่ พระองค์เสด็จไปอีกหน่อยหนึง่ พระองค์ทอดพระเนตร เห็นยากอบบุตรเศเบดีและโยฮันน ้องชายของยากอบกําลัง ซ่อมอวนอยูใ่ นเรือ 20 แล ้วพระองค์ก็ทรงเรียกพวกเขาทันที แล ้วพวกเขาละทิง้ ซีเบดีบด ิ าของพวกเขาไว ้ทีเ่ รือกับลูกจ ้าง แล ้วติดตาม พระองค์ไป 21 แล ้วพระองค์กบ ั พวกเขาเข ้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม และ ทันใดนัน ้ เมือ ่ ถึงวันสะบาโต พระองค์ก็เข ้าไปในธรรมศาลา และสัง่ สอน
25
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
บทที่ 2
22 และไม่มผ ี ู ้ใดเอาเหล ้าองุน ่ ใหม่ใส่ในถุงหนังเก่า มิฉะนัน ้ เหล ้าองุน ่ ใหม่จะทําให ้ถุงหนังแตก และเหล ้าองุน ่ ก็จะหก และถุงหนังก็จะเสีย แต่เหล ้าองุน ่ ใหม่จะต ้องใส่ในถุงหนัง ใหม่ 23 ครัน ้ ถึงวันสะบาโต พระองค์ก็เสด็จผ่านทุง่ ข ้าวโพด และ เมือ ่ สาวกของพระองค์ไปเด็ดรวงข ้าวโพด พระองค์ก็ทรง กระทําดังนี้ ี งึ กล่าวกับพระองค์วา่ "ดูเถิด ทําไมในวันสะบา 24พวกฟาริสจ ิ ธิ"์ โตพวกเขาจึงทําสิง่ ทีม ่ ใิ ช่สงิ่ ศักดิส ์ ท 25แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ พวกเจ ้าไม่เคยอ่านหรือ ว่าดาวิดได ้กระทําสิง่ ใดเมือ ่ เขาขัดสนและหิวโหย ทัง้ เขาและ คนทีอ ่ ยูด ่ ้วย?” 26 ในสมัยของอาบียาธาร์มหาปุโรหิต ท่านเข ้าไปในพระ นิเวศน์ของพระเจ ้า และกินขนมปั งแสดงพระธรรมซึง่ มิควรให ้ รับประทานได ้ เว ้นแต่สําหรับปุโรหิตเท่านัน ้ และยังแจกให ้ผู ้ ทีอ ่ ยูก ่ บ ั ท่านด ้วย 27 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า วันสะบาโตนัน ้ ทรงสร ้างขึน ้ เพือ ่ มนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์สร ้างขึน ้ เพือ ่ วันสะบาโต 28 เพราะฉะนัน ้ บุตรมนุษย์จงึ เป็ นเจ ้านายเหนือวันสะบาโต ด ้วย
1 แล ้วภายหลังอีกไม่กวี่ ัน พระองค์ก็เสด็จเข ้าไปในเมืองคาเ ปอรนาอุมอีก และมีคนบอกว่าพระองค์อยูใ่ นบ ้าน 2 ทันใดนัน ้ มีคนเป็ นอันมากมารวมกันจนไม่มท ี ใี่ ห ้รับ แม ้ กระนัน ้ ก็ไม่ถงึ ขนาดทีร่ ออยูห ่ น ้าประตูด ้วยซํ้า แล ้วพระองค์ก็ ทรงเทศนาพระวจนะแก่พวกเขา 3 และเขาทัง้ หลายไปหาพระองค์ แล ้วนํ าคนเป็ นอัมพาตคน ่ นมาด ้วย หนึง่ ซึง่ มีลก ู สีค 4 ครัน ้ เข ้าไปใกล ้เขาไม่ไหวเพราะเหตุบบ ี รัด จึงเปิ ดหลังคา ตรงทีเ่ ขาอยูอ ่ อก แล ้วรือ ้ หลังคาออก จากนัน ้ จึงหย่อนเตียงที่ คนเป็ นอัมพาตนอนอยูล ่ งมา ่ ของพวกเขา จึงตรัสกับคน 5 เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นความเชือ เป็ นอัมพาตว่า “ ลูกเอ๋ย บาปของเจ ้าได ้รับการอภัยแล ้ว” 6 แต่พวกธรรมาจารย์บางคนนั่งอยูท ่ น ี่ ั่น และคิดในใจว่า 7 เหตุใดคนนีจ ้ งึ พูดหมิน ่ ประมาทพระเจ ้าอย่างนี้ ใครจะอภัย บาปได ้นอกจากพระเจ ้าเท่านัน ้ ? 8 และทันใดนัน ้ เมือ ่ พระเยซูทรงรับรู ้ในวิญญาณของพระองค์ ว่าพวกเขาคิดเช่นนีภ ้ ายในใจ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ทําไมพวกท่านจึงคิดเรือ ่ งเหล่านีอ ้ ยูใ่ นใจ?” 9 การพูดกับคนเป็ นอัมพาตว่า บาปของคุณได ้รับการอภัย แล ้ว หรือพูดว่า จงลุกขึน ้ ยกเตียงแล ้วเดินไป นัน ้ จะง่ายกว่า กัน ิ ธิอํานาจบน 10 แต่เพือ ่ ให ้พวกท่านรู ้ว่าบุตรมนุษย์มส ี ท แผ่นดินโลกทีจ ่ ะอภัยบาปได ้ (พระองค์ตรัสแก่คนเป็ นอัมพาต ว่า) 11 เราบอกเจ ้าว่า จงลุกขึน ้ ยกทีน ่ อนของเจ ้า และกลับไป บ ้านของเจ ้าเถิด 12 แล ้วทันใดนัน ้ ท่านก็ลก ุ ขึน ้ ยกเตียงออกไปต่อหน ้าคน ทัง้ หมด ทําเอาคนทัง้ หมดประหลาดใจและสรรเสริญพระเจ ้า ว่า “เราไม่เคยเห็นเช่นนีม ้ าก่อน” 13 แล ้วพระองค์เสด็จไปตามฝั่ งทะเลอีก และฝูงชนทัง้ หมด มาหาพระองค์ แล ้วพระองค์ก็ทรงสัง่ สอนพวกเขา 14 เมือ ่ พระองค์กําลังเสด็จไป พระองค์เห็นเลวีบต ุ รอัลเฟอัส กําลังนั่งอยูท ่ ด ี่ า่ นเก็บเงิน จึงตรัสกับเลวีวา่ “ จงตามเรามา” เลวีจงึ ลุกขึน ้ ติดตามพระองค์ไป 15 เมือ ่ พระเยซูทรงเสวยพระกระยาหารอยูใ่ นบ ้านของ พระองค์ มีคนเก็บภาษี และคนบาปจํานวนมากมานั่งร่วมโต๊ะ กับพระองค์และกับเหล่าสาวกของพระองค์ เพราะมีหลายคน ติดตามพระองค์ไป 16 เมือ ่ พวกธรรมาจารย์และฟาริสเี ห็นพระองค์ทรงรับประทาน อาหารร่วมกับคนเก็บภาษี และคนบาป พวกเขาก็ถามสาวก ของพระองค์วา่ "เหตุใดพระองค์จงึ รับประทานอาหารและดืม ่ ร่วมกับคนเก็บภาษี และคนบาป" 17 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินดังนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขา ว่า คนปกติทั่วไปไม่ต ้องการหมอ แต่คนเจ็บป่ วยต ้องการ หมอ เรามาไม่ใช่เพือ ่ เรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาป ให ้กลับใจ ี ็ถอ 18 พวกสาวกของยอห์นและฟาริสก ื ศีลอด และมาทูล ี งึ ถือศีลอด พระองค์วา่ เหตุใดพวกสาวกของยอห์นและฟาริสจ แต่พวกสาวกของพระองค์กลับไม่ถอ ื ศีลอด? 19 พระเยซูจงึ ตรัสถามพวกเขาว่า “ บุตรหลานของเจ ้าบ่าวจะ อดอาหารในขณะทีเ่ จ ้าบ่าวอยูด ่ ้วยได ้อย่างไร? ตราบใดที่ เจ ้าบ่าวอยูด ่ ้วย พวกเขาก็อดอาหารไม่ได ้” 20 แต่จะมีวันหนึง่ ทีเ่ จ ้าบ่าวจะต ้องจากเขาไป และในวันนัน ้ พวกเขาจะอดอาหาร ้ เก่า มิฉะนัน 21 ไม่มผ ี ู ้ใดเอาผ ้าใหม่มาปะเสือ ้ ผ ้าใหม่ทป ี่ ะติด ้ เก่าออกไป และรอยขาดก็จะยิง่ กว ้างมากขึน ก็จะดึงเสือ ้
บทที่ 3 1 แล ้วพระองค์เสด็จเข ้าไปในธรรมศาลาอีก และพบคนมือ เหีย ่ วคนหนึง่ อยูท ่ น ี่ ั่น 2 พวกเขาคอยดูวา่ พระองค์จะรักษาคนนัน ้ ในวันสะบาโต หรือไม่ เพือ ่ พวกเขาจะได ้กล่าวโทษเขาได ้ 3 แล ้วพระองค์ตรัสแก่คนมือเหีย ่ วว่า จงยืนออกมา 4 พระองค์จงึ ตรัสถามพวกเขาว่า “ ในวันสะบาโตนัน ้ ควรทํา ความดีหรือทําความชัว่ ควรช่วยชีวต ิ หรือควรฆ่า” แต่พวกเขา กลับนิง่ เฉย 5 และเมือ ่ พระองค์ทอดพระเนตรดูพวกเขาโดยรอบด ้วยพระ พิโรธ เพราะทรงเศร ้าพระทัยทีใ่ จของพวกเขาแข็งกระด ้าง พระองค์จงึ ตรัสแก่ชายคนนัน ้ ว่า จงเหยียดมือออกเถิด” ชาย คนนัน ้ จึงเหยียดมือออก และมือของเขาก็กลับคืนเป็ นปกติ เช่นเดียวกับมืออีกข ้างหนึง่ ี ็ออกไป แล ้วปรึกษากับพวกเฮโรดทันทีถงึ 6 พวกฟาริสก พระองค์วา่ จะฆ่าพระองค์ได ้อย่างไร 7 แต่พระเยซูกบ ั เหล่าสาวกของพระองค์เสด็จออกไปยังทะเล และฝูงชนจํานวนมากจากแคว ้นกาลิลต ี ด ิ ตามพระองค์ไป และจากแคว ้นยูเดียติดตามพระองค์ไป 8 และจากกรุงเยรูซาเล็ม และจากเอโดม และจากฟากแม่นํ้า จอร์แดนข ้างโน ้น และจากเมืองไทร์และเมืองซีดอน ฝูงชน จํานวนมาก เมือ ่ พวกเขาได ้ยินเรือ ่ งใหญ่โตทีพ ่ ระองค์ทรง กระทํา ก็มาหาพระองค์ 9 แล ้วพระองค์ตรัสแก่บรรดาสาวกของพระองค์วา่ ควรให ้เรือ เล็กคอยรับพระองค์ไว ้ เพราะคนมากมายจะได ้ไม่เบียดเสียด พระองค์ 10 เพราะพระองค์ได ้ทรงรักษาคนเป็ นอันมาก จนคน ทัง้ หลายเบียดเสียดกันเข ้ามาเพือ ่ จะสัมผัสพระองค์ คือ บรรดาคนทีเ่ ป็ นโรคระบาด 11 และผีโสโครกทัง้ หลายเมือ ่ เห็นพระองค์ ต่างก็หมอบลง กราบพระองค์แล ้วร ้องว่า พระองค์เป็ นพระบุตรของพระเจ ้า 12 แล ้วพระเจ ้าได ้ทรงกําชับพวกเขาอย่างเข ้มงวดไม่ให ้บอก พระองค์ให ้รู ้ 13 แล ้วพระองค์เสด็จขึน ้ ไปบนภูเขา และทรงเรียกผู ้ที่ พระองค์พอพระทัย และเขาก็มาหาพระองค์
26
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
14 และพระองค์ทรงแต่งตัง้ สิบสองคนไว ้ให ้พวกเขาอยูก ่ บ ั พระองค์ และเพือ ่ พระองค์จะได ้ทรงส่งพวกเขาออกไป ประกาศข่าวประเสริฐ 15 และมีฤทธิร์ ักษาโรคภัยไข ้เจ็บและขับไล่ผไี ด ้ 16 และซีโมนพระองค์ทรงขนานนามว่าเปโตร 17 และยากอบบุตรของเศเบดี และโยฮันพีช ่ ายของยากอบ และพระองค์ทรงขนานนามพวกเขาว่า โบอาเนอเจส ซึง่ แปลว่า บุตรแห่งฟ้ าร ้อง 18 และอันดรูว ์ ฟิ ลป ิ บาร์โธโลมิว มัทธิว โทมัส ยากอบบุตร อัลเฟอัส ทัดเดอัส ซีโมนชาวคานาอัน 19 และยูดาส อิสคาริโอท ซึง่ ทรยศพระองค์ และเขา ทัง้ หลายก็เข ้าไปในบ ้าน 20 และฝูงชนก็มารวมกันอีก จนพวกเขาไม่สามารถกินอาหาร ได ้ 21 เมือ ่ เพือ ่ นๆ ของพระองค์ได ้ยินเรือ ่ งนัน ้ พวกเขาก็ออกไป เพือ ่ จับพระองค์ เพราะพวกเขาพูดว่า พระองค์วก ิ ลจริตแล ้ว 22 พวกธรรมาจารย์ทล ี่ งมาจากกรุงเยรูซาเล็มก็พด ู ว่า "เขามี ้อํ เบเอลเซบูล และเขาก็ขบ ั ผีออกโดยใช านาจเจ ้าแห่งผี" 23 แล ้วพระองค์ทรงเรียกพวกเขาเข ้ามาและตรัสแก่พวกเขา เป็ นคําอุปมาว่า " ซาตานจะขับซาตานออกได ้อย่างไร" 24 และถ ้าราชอาณาจักรใดๆ เกิดแตกแยกกัน ราชอาณาจักร นัน ้ จะตัง้ อยูไ่ ม่ได ้ 25 และถ ้าบ ้านใดแตกแยกกัน บ ้านนัน ้ จะตัง้ อยูไ่ ม่ได ้ 26 และถ ้าซาตานลุกขึน ้ ต่อต ้านตนเอง และแตกแยกกัน มันก็ ้ สุดลง ไม่สามารถตัง้ อยูไ่ ด ้ แต่ก็จะสิน 27 ไม่มผ ี ู ้ใดจะเข ้าไปในบ ้านของคนทีม ่ ก ี ําลังมาก และปล ้น ทรัพย์ของเขาได ้ เว ้นแต่เขาจะมัดคนทีม ่ ก ี ําลังมากนัน ้ เสียก่อน แล ้วจึงจะปล ้นทรัพย์ในบ ้านของเขาได ้ 28 จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า บาปทัง้ หมดจะได ้รับการอภัย ให ้แก่บต ุ รแห่งมนุษย์ และคําหมิน ่ ประมาทใดๆ ก็ตามทีพ ่ วก เขาได ้กล่าวดูหมิน ่ 29 แต่ผู ้ใดหมิน ่ ประมาทพระวิญญาณบริสท ุ ธิจ์ ะไม่มวี ันได ้รับ การอภัยโทษ แต่จะต ้องถูกลงโทษนิรันดร์ 30 เพราะพวกเขาพูดว่า เขามีผโี สโครก 31 ขณะนัน ้ พวกพีช ่ ายและมารดาของพระองค์มา ยืนอยูข ่ ้าง นอก ส่งคนไปหาพระองค์ เรียกพระองค์วา่ 32 และฝูงชนก็นั่งอยูร่ อบพระองค์ และพวกเขาก็พด ู กับ พระองค์วา่ "นีแ ่ น่ะ มารดาและพวกพีช ่ ายของพระองค์กําลัง ตามหาพระองค์อยูข ่ ้างนอก" 33 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า ใครเป็ นมารดาของเรา หรือใครเป็ นพีน ่ ้องของเรา? 34 แล ้วพระองค์ทอดพระเนตรดูผู ้ทีน ่ ั่งล ้อมรอบพระองค์แล ้ว ตรัสว่า ดูเถิด นีค ่ อ ื มารดาและพีน ่ ้องของเรา 35 เพราะผู ้ใดประพฤติตามพระประสงค์ของพระเจ ้า ผู ้นัน ้ เป็ น พีช ่ ายและพีส ่ าวและมารดาของเรา
6 แต่เมือ ่ พระอาทิตย์ขน ึ้ ก็ถก ู แดดเผา และเพราะไม่มรี ากจึง เหีย ่ วเฉาไป 7 บางส่วนก็ตกกลางต ้นหนาม ต ้นหนามก็งอกขึน ้ มาปกคลุม จนตาย จึงไม่เกิดผลเลย 8 ส่วนพืชชนิดอืน ่ ๆ ก็ตกบนดินดี และออกผลงอกเงยขึน ้ และ เจริญพันธุ์ มีสามสิบต ้นบ ้าง หกสิบต ้นบ ้าง ร ้อยต ้นบ ้าง 9 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า ใครมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด 10 เมือ ่ พระองค์อยูต ่ ามลําพัง ผู ้ทีอ ่ ยูร่ อบพระองค์พร ้อมกับ สาวกสิบสองคนก็ถามพระองค์ถงึ คําอุปมานัน ้ 11 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " ความลับแห่งอาณาจักรของ พระเจ ้าถูกประทานแก่พวกท่าน แต่สําหรับบรรดาคนภายนอก สิง่ เหล่านีล ้ ้วนกระทํากันเป็ นคําอุปมา" 12 เพือ ่ ว่าเมือ ่ พวกเขาเห็นแล ้ว พวกเขาก็จะเห็น แต่กลับไม่ รับรู ้ และเมือ ่ พวกเขาได ้ยิน พวกเขาก็ได ้ยิน แต่ไม่เข ้าใจ เพือ ่ ว่าเมือ ่ พวกเขากลับใจใหม่ พวกเขาจะไม่ได ้รับการอภัย บาปของพวกเขา 13 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ พวกเจ ้าไม่รู ้จักคําอุปมาข ้อนีห ้ รือ? แล ้วพวกเจ ้าจะรู ้จักคําอุปมาทัง้ หมดได ้อย่างไร?” 14 ผู ้หว่านย่อมหว่านพระวจนะ 15 และพวกเหล่านีค ้ อ ื คนเหล่านัน ้ ทีย ่ น ื อยูร่ ม ิ ทางซึง่ พระวจนะ ถูกหว่านลงไป แต่เมือ ่ พวกเขาได ้ยินแล ้ว ซาตานก็มาทันที และนํ าเอาพระวจนะทีห ่ ว่านลงในใจของพวกเขาไปเสีย 16 และคนเหล่านีก ้ ็เหมือนกันซึง่ หว่านลงในพืน ้ ดินทีม ่ ห ี น ิ เมือ ่ พวกเขาได ้ยินพระวจนะ ก็รับทันทีด ้วยความยินดี 17 และไม่มรี ากในตัวเอง และคงอยูเ่ พียงชัว่ ขณะหนึง่ ต่อมา เมือ ่ เกิดความทุกข์ยากหรือการข่มเหงเพราะพระวจนะนัน ้ พวกเขาก็สะดุดใจทันที 18 และพวกเหล่านีค ้ อ ื ผู ้ทีห ่ ว่านลงในพุม ่ หนาม คือผู ้ทีไ่ ด ้ยิน พระวจนะ 19 ความกังวลในโลกนี้ และความลวงในทรัพย์สมบัต ิ และ ความใคร่ในสิง่ อืน ่ ๆ เข ้ามาครอบงําพระวจนะนัน ้ และก็ไม่ เกิดผล 20 และพวกทีห ่ ว่านลงในดินดี เหล่านีค ้ อ ื ผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะ แล ้วรับไว ้ และเกิดผล สามสิบเท่าบ ้าง หกสิบเท่าบ ้าง ร ้อย เท่าบ ้าง 21 พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ จะจุดตะเกียงไว ้ใต ้ถังหรือใต ้ เตียง หรือจะตัง้ ไว ้บนเชิงตะเกียงไม่ได ้หรือ” 22 เพราะไม่มส ี งิ่ ใดทีถ ่ ก ู ซ่อนไว ้ซึง่ จะไม่ถก ู เปิ ดเผย และไม่ม ี สิง่ ใดทีถ ่ ก ู ปกปิ ดไว ้โดยไม่ได ้เปิ ดเผยออกมา 23 ถ ้าผู ้ใดมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด 24 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า จงระวังสิง่ ทีท ่ า่ นได ้ยินเถิด ท่านจะตวงให ้เขาด ้วยทะนานใด ท่านก็จะได ้รับตวงให ้เขา ด ้วยทะนานนัน ้ และผู ้ทีฟ ่ ั งท่านก็จะได ้รับเพิม ่ ด ้วยทะนานนัน ้ ” 25 เพราะผู ้ใดมีอยูแ ่ ล ้วก็จะได ้รับเพิม ่ เติมให ้ผู ้นัน ้ ส่วนผู ้ใดไม่ มีนัน ้ แม ้สิง่ ทีเ่ ขามีก็จะถูกพรากไปจากเขา 26 และพระองค์ตรัสว่า อาณาจักรของพระเจ ้าก็เป็ นเหมือน คนหว่านเมล็ดพืชลงในดิน 27 และควรจะนอนหลับและลุกขึน ้ ทัง้ กลางวันและกลางคืน และเมล็ดพืชจะงอกและเติบโตขึน ้ เขาไม่รู ้ว่าอย่างไร 28 เพราะว่าแผ่นดินก็ให ้ผลออกมาเอง คือเป็ นใบก่อน แล ้ว จึงเป็ นรวง และหลังจากนัน ้ ก็มเี มล็ดข ้าวทีอ ่ อกเต็มรวง 29 แต่เมือ ่ ผลออกแล ้ว เขาก็เอาเคียวแทงทันที เพราะถึง เวลาเก็บเกีย ่ วแล ้ว 30 แล ้วพระองค์ตรัสว่า เราจะเปรียบราชอาณาจักรของพระ เจ ้าเหมือนกับอะไร หรือจะเปรียบกับสิง่ ใด 31 เปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ด ซึง่ เมือ ่ หว่านลงในดิน ก็ม ี ขนาดเล็กกว่าเมล็ดพืชทัง้ หมดทีม ่ อ ี ยูใ่ นดิน
บทที่ 4 1 แล ้วพระองค์ก็เริม ่ สัง่ สอนทีร่ ม ิ ทะเลอีกครัง้ และมีคน มากมายมารวมกันหาพระองค์ พระองค์จงึ เสด็จลงเรือไป ประทับทีท ่ ะเล และคนทัง้ หมดก็อยูร่ ม ิ ทะเลบนฝั่ ง 2 และพระองค์ทรงสอนพวกเขาหลายเรือ ่ งด ้วยคําอุปมา และ ตรัสแก่พวกเขาในคําสอนของพระองค์วา่ 3 จงฟั งเถิด ดูเถิด มีผู ้หว่านพืชออกไปหว่านพืช 4 และเมือ ่ เขาหว่านพืช ก็มบ ี างส่วนตกตามทาง และนกใน อากาศก็มากินพืชเหล่านัน ้ หมด 5 และบางส่วนก็ตกบนพืน ้ ดินทีเ่ ป็ นหินซึง่ มีดน ิ ไม่มาก แล ้วก็ งอกขึน ้ ทันที เพราะดินไม่ลก ึ 27
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
32 แต่เมือ ่ หว่านลงไปแล ้วก็เจริญเติบโตใหญ่โตกว่าผักอืน ่ ใด ้ และแตกกิง่ ก ้านสาขาใหญ่จนนกในอากาศสามารถมา ทัง้ สิน อาศัยอยูใ่ ต ้ร่มเงาของมันได ้ 33 พระองค์ตรัสพระวจนะกับเขาด ้วยคําอุปมาเช่นนัน ้ เป็ นอัน มาก ตามทีพ ่ วกเขาสามารถฟั งได ้ 34 แต่พระองค์ไม่ตรัสกับเขาโดยเฉพาะคําอุปมา และเมือ ่ พวกเขาอยูต ่ ามลําพัง พระองค์ก็อธิบายเรือ ่ งราวทัง้ หมดให ้ เหล่าสาวกฟั ง 35 และเมือ ่ เย็นวันนัน ้ พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ ให ้เราข ้ามไป ฟากข ้างโน ้นกันเถิด” 36 และเมือ ่ พวกเขาส่งฝูงชนไปแล ้ว พวกเขาจึงพาพระองค์ ไปขณะทีพ ่ ระองค์อยูใ่ นเรือ และยังมีเรือเล็กลําอืน ่ ๆ อยูก ่ บ ั พระองค์ด ้วย 37 และเกิดพายุลมแรงมาก และคลืน ่ ซัดเข ้ามาในเรือจนเรือ เต็มไปหมด 38 และพระองค์ทรงนอนหนุนหมอนอยูใ่ นท ้ายเรือ คน ทัง้ หลายจึงปลุกพระองค์ขน ึ้ ทูลว่า “อาจารย์ พระองค์ไม่ทรง กังวลว่าพวกเราจะพินาศไปหรือ?” 39 พระองค์จงึ ทรงลุกขึน ้ ห ้ามลมและตรัสแก่ทะเลว่า “จงสงบ เถิด” ลมก็หยุด และทะเลก็สงบเงียบอย่างยิง่ 40 พระเยซูจงึ ตรัสแก่พวกเขา ว่า เหตุใดพวกท่านจึงกลัวนัก? เหตุใดพวกท่านจึงไม่มศ ี รัทธา? 41 พวกเขาก็มค ี วามกลัวอย่างยิง่ และพูดกันว่า “คนนีเ้ ป็ นใคร ่ ฟั งเขา” กัน แม ้แต่ลมและทะเลก็ยังเชือ
16 และผู ้ทีเ่ ห็นเหตุการณ์ก็เล่าให ้พวกเขาฟั งถึงเหตุการณ์ท ี่ เกิดขึน ้ กับผู ้ทีถ ่ ก ู ปี ศาจเข ้าสิง และเรือ ่ งหมูด ้วย 17 พวกเขาจึงเริม ่ ขอร ้องให ้พระองค์ออกไปจากเขตแดนของ พวกเขา 18 เมือ ่ พระองค์ลงเรือ คนทีเ่ คยถูกปี ศาจเข ้าสิงก็อธิษฐาน ขอให ้ติดตามพระองค์ไป 19 แต่พระเยซูไม่ทรงยอมให ้เขาทํา แต่ตรัสกับเขาว่า “ จง กลับไปบ ้านหาเพือ ่ นฝูงของเจ ้า แล ้วบอกพวกเขาว่าพระเจ ้า ทรงกระทําสิง่ ยิง่ ใหญ่ใดบ ้างสําหรับเจ ้า และทรงเมตตาเจ ้า” 20 แล ้วเขาได ้ออกเดินทาง และเริม ่ ประกาศในแคว ้นเดคาโป ลิสถึงสิง่ มหัศจรรย์ตา่ งๆ ทีพ ่ ระเยซูได ้ทรงกระทําสําหรับเขา และคนทัง้ หลายก็ประหลาดใจ 21 ครัน ้ พระเยซูเสด็จข ้ามฟากมาโดยเรืออีกครัง้ มีคน มากมายมารวมตัวเพือ ่ เฝ้ าพระองค์ และพระองค์อยูใ่ กล ้ทะเล แล ้ว ่ ไจรัส เข ้ามา เมือ 22 ทันใดนัน ้ มีหัวหน ้าธรรมศาลาคนหนึง่ ชือ ่ เห็นพระองค์แล ้ว เขาก็กราบลงทีพ ่ ระบาทของพระองค์ 23 และวิงวอนพระองค์เป็ นอันมากว่า “ลูกสาวของข ้า พระองค์ป่วยเกือบตาย ขอพระองค์โปรดเสด็จไปวางพระ หัตถ์บนนาง เพือ ่ นางจะหายจากโรค และนางจะมีชวี ต ิ อยู”่ 24 และพระเยซูก็เสด็จไปกับเขา และมีผู ้คนมากมายติดตาม พระองค์ไปและรุมล ้อมพระองค์ 25 และมีสตรีคนหนึง่ เป็ นโรคตกเลือดมาสิบสองปี แล ้ว 26 และได ้ทนทุกข์ทรมานจากแพทย์หลายท่าน และได ้ใช ้ ทรัพย์สมบัตท ิ งั ้ หมดของตนไป แต่ก็ไม่ดข ี น ึ้ เลย กลับยิง่ แย่ ลงไปอีก 27 ครัน ้ นางได ้ยินเรือ ่ งพระเยซู เธอก็เข ้ามาข ้างหลังฝูงชน และแตะฉลองพระองค์ ้ ผ ้าของพระองค์ 28 เพราะนางกล่าวว่า “ถ ้าฉั นได ้แตะแต่เสือ ฉั นก็จะหายเป็ นปกติ” 29 ทันใดนัน ้ โลหิตของนางก็แห ้งเหือด และนางรู ้สึกใน ร่างกายว่านางหายจากโรคระบาดนัน ้ แล ้ว 30 พระเยซูทรงทราบทันทีวา่ ฤทธิอ ์ อกจากพระองค์แล ้ว จึง หันพระองค์ไปมาท่ามกลางฝูงชนแล ้วตรัสว่า " ใครแตะต ้อง ้ ของเรา" เสือ 31 เหล่าสาวกของพระองค์จงึ บอกพระองค์วา่ “ท่านเห็นฝูง ชนเบียดเสียดกันอยูท ่ ท ี่ า่ น ท่านจึงถามเขาว่า ‘ใครแตะต ้อง เรา’ ” 32 แล ้วเขามองดูรอบๆ เพือ ่ ดูวา่ ใครเป็ นคนทําสิง่ นี้ ่ สะท ้าน เพราะรู ้ถึงเหตุการณ์ท ี่ 33ฝ่ ายผู ้หญิงนัน ้ กลัวและสัน เกิดขึน ้ กับตน จึงเข ้ามากราบพระองค์และบอกความจริง ทัง้ หมดให ้พระองค์ฟัง ่ ของเจ ้าทํา 34 พระองค์จงึ ตรัสแก่เธอว่า “ ลูกเอ๋ย ความเชือ ให ้เจ ้าหายจากโรคภัยไข ้เจ็บ จงไปเป็ นสุขและหายจาก โรคภัยไข ้เจ็บเถิด” 35 ขณะทีพ ่ ระองค์ยังตรัสอยู่ มีบางคนมาจากบ ้านนายธรรม ศาลาพูดว่า “ธิดาของท่านตายแล ้ว เหตุใดท่านยังรบกวน อาจารย์อก ี ” 36 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินคําทีต ่ รัสไว ้แล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่ ่ เท่านัน นายธรรมศาลาว่า “ อย่ากลัวเลย จงเชือ ้ ” 37 และพระองค์ไม่ทรงยอมให ้ผู ้ใดติดตามพระองค์ไป เว ้นแต่ เปโตร ยากอบ และยอห์นพีช ่ ายของยากอบ 38 แล ้วพระองค์เสด็จไปทีบ ่ ้านของนายธรรมศาลา ทอดพระเนตรเห็นคนวุน ่ วายและคนร ้องไห ้ครํ่าครวญเป็ นอัน มาก 39 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปแล ้ว พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ทําไมพวกเจ ้าจึงร ้องไห ้วุน ่ วายกันนัก สตรีผู ้นีไ้ ม่ตาย แต่ หลับอยู”่
บทที่ 5 1 แล ้วพวกเขามาถึงฝั่ งตรงข ้ามของทะเล เข ้าไปในแคว ้นกา ดารา 2 เมือ ่ พระองค์เสด็จลงจากเรือ ทันใดนัน ้ มีชายคนหนึง่ ซึง่ มีผ ี โสโครกออกมาจากอุโมงค์ฝังศพมาพบพระองค์ 3 ผู ้ทีอ ่ าศัยอยูท ่ า่ มกลางหลุมศพ และไม่มใี ครสามารถผูกมัด เขาได ้ แม ้กระทั่งด ้วยโซ่ตรวน 4 เพราะว่าเขาเคยถูกพันธนาการด ้วยโซ่ตรวนหลายครัง้ และ ้ ๆ มาแล ้ว ไม่ม ี เขาเคยดึงโซ่ตรวนขาดและหักโซ่ตรวนเป็ นชิน ่ งได ้ ใครสามารถฝึ กเขาให ้เชือ 5 และเขาอยูใ่ นภูเขาและในหลุมฝั งศพเสมอทัง้ กลางวันและ กลางคืน ร ้องไห ้และทําร ้ายตัวเองด ้วยหิน 6 แต่เมือ ่ เห็นพระเยซูอยูแ ่ ต่ไกล เขาก็วงิ่ ไปนมัสการพระองค์ 7 และร ้องเสียงดังว่า “พระเยซู บุตรของพระเจ ้าผู ้สูงสุด ข ้าพเจ ้าเกีย ่ วข ้องอะไรกับท่าน ข ้าพเจ ้าขอสาบานต่อพระเจ ้า ว่า ท่านอย่าทรมานข ้าพเจ ้าเลย” 8 เพราะพระองค์ตรัสแก่เขาว่า เจ ้าวิญญาณชัว่ ร ้าย จงออกไป จากมนุษย์ผู ้นีเ้ ถิด ่ อะไร” มันตอบว่า “ชือ ่ ของฉั นคือลี 9 และท่านถามมัน ว่า “ชือ เจียน เพราะว่าพวกเรามีจํานวนมาก” 10 และท่านได ้วิงวอนพระองค์อย่างยิง่ ว่าอย่าทรงขับไล่พวก เขาออกไปจากแผ่นดินนี้ 11 ในเวลานัน ้ มีหมูฝงู ใหญ่กําลังกินอาหารอยูใ่ กล ้ภูเขา 12 ผีทงั ้ หลายก็อ ้อนวอนพระองค์วา่ “โปรดส่งพวกเราเข ้าไป ในฝูงหมูเถิด เพือ ่ พวกเราจะได ้เข ้าไปในฝูงพวกมัน” 13 พระเยซูจงึ ทรงอนุญาตทันที ผีโสโครกก็ออกไปเข ้าสิงหมู และหมูทงั ้ ฝูงก็วงิ่ ลงเนินชันลงไปในทะเล (มีประมาณสองพัน ตัว) จนสําลักนํ้ าในทะเล 14 และบรรดาผู ้เลีย ้ งหมูก็วงิ่ ไปเล่าเรือ ่ งนัน ้ ในเมืองและใน ชนบท แล ้วพวกเขาออกไปดูวา่ เกิดอะไรขึน ้ 15และเมือ ่ มาถึงพระเยซู พวกเขาเห็นคนทีถ ่ ก ู ผีเข ้าและ ้ ผ ้าและมีจต กองทัพทัง้ กองนั่งอยู่ สวมเสือ ิ ใจปกติ พวกเขาก็ มีความกลัว 28
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
40 พวกเขาหัวเราะเยาะพระองค์ แต่เมือ ่ พระองค์ขบ ั ไล่พวก เขาทัง้ หมดออกไปแล ้ว พระองค์ก็พาพ่อและแม่ของนางสาว คนนัน ้ และคนทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์เข ้าไปในทีท ่ น ี่ างสาวคนนัน ้ นอนอยู่ 41 แล ้วท่านก็จับมือนางสาวนัน ้ แล ้วตรัสแก่นางว่า “ ทาลีธา คูม”ิ ซึง่ แปลว่า “นางสาวเอ๋ย เราบอกเจ ้าให ้ลุกขึน ้ ” ิ สองปี 42 ทันใดนัน ้ นางก็ลก ุ ขึน ้ เดินไป เพราะนางมีอายุสบ ชาวบ ้านต่างประหลาดใจยิง่ นัก 43 และพระองค์ได ้กําชับพวกเขาอย่างเคร่งครัดไม่ให ้ผู ้ใดรู ้ เรือ ่ งนี้ และทรงสัง่ ให ้ประทานอาหารแก่เธอ
19 ดังนัน ้ เฮโรเดียสจึงทะเลาะกับเขา และต ้องการจะฆ่าเขา แต่ทําไม่ได ้ 20 เพราะว่าเฮโรดเกรงกลัวยอห์น เพราะรู ้ว่าเขาเป็ นคนชอบ ิ ธิ์ จึงเฝ้ าดูเขาอยู่ และเมือ ธรรมและศักดิส ์ ท ่ ได ้ฟั งเขาแล ้ว เขาก็กระทําหลายสิง่ หลายอย่าง และฟั งด ้วยความยินดี 21 เมือ ่ ถึงวันเหมาะซึง่ เป็ นวันเกิดของเฮโรด เขาได ้จัดงาน ้ ผู ้ใหญ่ เลีย ้ งอาหารคํา่ แก่บรรดาเจ ้านาย ผู ้บังคับบัญชาชัน และบรรดาหัวหน ้าแคว ้นกาลิล ี 22 เมือ ่ ธิดาของเฮโรเดียสผู ้นัน ้ เข ้ามาเต ้นรํา ทําให ้เฮโรดและ ผู ้ทีน ่ ั่งร่วมกับพระองค์พอใจ กษั ตริยจ ์ งึ ตรัสกับนางสาวนัน ้ ว่า “เจ ้าขอสิง่ ใดจากเรา เราจะให ้สิง่ นัน ้ ” 23 และท่านก็สาบานต่อนางว่า สิง่ ใดทีเ่ จ ้าขอจากเรา เราจะ ให ้สิง่ นัน ้ แก่เจ ้า จนถึงครึง่ หนึง่ ของอาณาจักรของเรา” 24 แล ้วนางก็ออกไปถามมารดาว่า “แม่จะขอสิง่ ใดดี” นาง ตอบว่า “ศีรษะของยอห์นผู ้ให ้บัพติศมา” 25 แล ้วนางก็เข ้าไปเฝ้ ากษั ตริยท ์ ันทีและทูลว่า “ข ้าพเจ ้า ขอให ้พระองค์มอบศีรษะของยอห์นผู ้ให ้บัพติศมาในจานใส่ ้ ” จานให ้ข ้าพเจ ้าทีละชิน 26 และกษั ตริยก ์ ็เศร ้าโศกยิง่ นัก แต่เพราะเห็นแก่คําสาบาน ของพระองค์ และเพราะเห็นแก่ผู ้ทีน ่ ั่งร่วมกับพระองค์ พระองค์ก็มไิ ด ้ทรงปฏิเสธนาง 27 ทันใดนัน ้ กษั ตริยท ์ รงส่งเพชฌฆาตไป และสัง่ ให ้นํ าศีรษะ ของเขาไป และเพชฌฆาตก็ไปตัดศีรษะของเขาในคุก 28 และนํ าศีรษะของเขาใส่ถาดมาให ้หญิงสาวคนนัน ้ และ หญิงสาวคนนัน ้ ก็สง่ ให ้มารดาของเธอ 29 เมือ ่ พวกสาวกของพระองค์ได ้ยินเรือ ่ งนัน ้ พวกเขาก็มาเอา ศพของพระองค์ไปฝั งไว ้ในอุโมงค์ 30 และอัครสาวกเหล่านัน ้ ก็มาประชุมกันกับพระเยซู แล ้วเล่า ทุกสิง่ ให ้พระองค์ฟัง ทัง้ สิง่ ทีพ ่ วกเขาทําและสิง่ ทีพ ่ วกเขาสัง่ สอน 31 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ พวกท่านจงแยกไปอยูใ่ นที่ เปลีย ่ วและพักผ่อนเสียก่อน เพราะว่ามีคนไปมาเป็ นจํานวน มาก และไม่มเี วลาว่างแม ้แต่จะกินอาหาร” 32 แล ้วพวกเขาออกเดินทางไปยังทีท ่ รุ กันดารโดยเรือส่วนตัว 33เมือ ่ ประชาชนเห็นพวกท่านออกไปจากทีน ่ ั่น ก็มห ี ลายคน รู ้จักพระองค์ จึงวิง่ ออกจากเมืองทัง้ หลายไปและพากันมาหา พระองค์ 34เมือ ่ พระเยซูเสด็จออกไปก็ทรงเห็นคนมากมาย และทรง สงสารพวกเขา เพราะพวกเขาเป็ นเหมือนแกะทีไ่ ม่มผ ี ู ้เลีย ้ ง และพระองค์ก็เริม ่ สอนพวกเขาหลายเรือ ่ ง 35 ครัน ้ วันล่วงไปมากแล ้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาหา พระองค์แล ้วทูลว่า “ทีน ่ เี่ ป็ นถิน ่ กันดาร และเวลาก็ลว่ งไปมาก แล ้ว 36 จงไล่พวกเขาออกไปเถิด เพือ ่ พวกเขาจะได ้ออกไปตาม ้ อาหารกิน เพราะว่าพวก ชนบทและตามหมูบ ่ ้านต่างๆ และซือ เขาไม่มอ ี ะไรจะกิน 37 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ จงให ้พวกเขากินเถิด” พวก ้ ขนมปั งมูลค่าสองร ้อยเพ เขาจึงถามพระองค์วา่ “เราจะไปซือ นนีให ้พวกเขากินดีไหม?” 38 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “ พวกท่านมีขนมปั งกีก ่ ้อน” ไปดูเถิด พวกเขารู ้แล ้วจึงกล่าวว่า “มีห ้าก ้อนและปลาสองตัว” 39 แล ้วพระองค์ทรงบัญชาให ้พวกเขาจัดคนทัง้ หมดให ้นั่งลง เป็ นกลุม ่ บนหญ ้าเขียว 40 และพวกเขาก็นั่งลงเป็ นแถวๆ ละร ้อยคนและละห ้าสิบคน 41 และเมือ ่ พระองค์ทรงรับขนมปั งห ้าก ้อนและปลาสองตัว แล ้ว พระองค์ก็แหงนพระพักตร์ดฟ ู ้ าสวรรค์ ทรงขอบพระคุณ แล ้วทรงหักขนมปั งนัน ้ ส่งให ้เหล่าสาวกไปแจกให ้พวกเขา และปลาสองตัวนัน ้ ก็ทรงแบ่งให ้สาวกทุกคน 42 และพวกเขาทัง้ หมดได ้กินจนอิม ่
บทที่ 6 1 แล ้วพระองค์เสด็จออกจากทีน ่ ั่นไปยังบ ้านเกิดของพระองค์ และเหล่าสาวกก็ตามพระองค์ไป 2 ครัน ้ ถึงวันสะบาโต พระองค์ทรงเริม ่ สัง่ สอนในธรรมศาลา และคนเป็ นอันมากทีไ่ ด ้ยินพระองค์ก็ประหลาดใจพูดว่า "คน นีไ้ ด ้สิง่ เหล่านีม ้ าจากไหน? และปั ญญาทีป ่ ระทานให ้แก่เขา เป็ นเช่นนีเ้ ป็ นปั ญญาชนิดใด? แม ้แต่การอัศจรรย์เช่นนีก ้ ็ กระทําได ้โดยพระหัตถ์ของพระองค์?" 3 คนผู ้นีม ้ ใิ ช่ชา่ งไม ้ บุตรของมารีย ์ พีช ่ ายของยากอบ โยเสส ยูดาห์ และซีโมนหรือ? และน ้องสาวของเขาอยูท ่ น ี่ ก ี่ บ ั เรา ไม่ใช่หรือ? และพวกเธอก็ขน ุ่ เคืองในตัวเขา 4 แต่พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " ผู ้เผยพระวจนะย่อมไม่ ได ้รับเกียรติ เว ้นแต่ในบ ้านเมืองของตนเอง ในหมูญ ่ าติพน ี่ ้อง ของตนเอง และในบ ้านของตนเอง" 5 และพระองค์ไม่สามารถทําการอัศจรรย์ใดๆ ได ้ เว ้นแต่จะ วางพระหัตถ์บนคนป่ วยไม่กค ี่ นแล ้วรักษาพวกเขาให ้หาย ่ พระองค์จงึ 6 พระองค์ทรงประหลาดใจเพราะพวกเขาไม่เชือ ่ เสด็จไปสังสอนตามหมูบ ่ ้านต่างๆ 7 แล ้วพระองค์ทรงเรียกสาวกทัง้ สิบสองคนมาแล ้วทรงเริม ่ ส่ง พวกเขาออกไปเป็ นคูๆ่ และทรงประทานอํานาจให ้พวกเขา เหนือผีโสโครก 8 และทรงสัง่ พวกเขาไม่ให ้นํ าสิง่ ใดไปในการเดินทาง เว ้นแต่ ไม ้เท ้าเท่านัน ้ ไม่เอาย่าม ไม่เอาขนมปั ง ไม่เอาเงินใน กระเป๋ า ้ สองตัว 9 แต่จงสวมรองเท ้าแตะ และอย่าสวมเสือ 10 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ เมือ ่ ท่านเข ้าไปในบ ้านใด จง อยูใ่ นทีน ่ ัน ้ จนกว่าจะออกจากบ ้านนัน ้ ” 11 และผู ้ใดไม่ต ้อนรับและไม่ฟังท่าน เมือ ่ ท่านจากไป จง สะบัดฝุ่ นใต ้เท ้าของท่านออกเพือ ่ เป็ นพยานต่อพวกเขา เรา บอกความจริงแก่ทา่ นว่า ในวันพิพากษา เมืองโซดอมและ เมืองโกโมราห์จะได ้รับโทษเบากว่าเมืองนัน ้ 12 พวกเขาออกไปเทศนาสัง่ สอนให ้คนทัง้ หลายกลับใจ 13 พวกเขาจึงขับผีออกไปมากมาย และเจิมนํ้ ามันให ้คน เจ็บป่ วยมากมาย แล ้วก็รักษาพวกเขาให ้หาย ่ 14 และกษั ตริยเ์ ฮโรดทรงได ้ยินเรือ ่ งของพระองค์ (เพราะชือ ของพระองค์เลือ ่ งลือไป) และพระองค์ตรัสว่า ยอห์นผู ้ให ้บัพ ติศมาได ้คืนพระชนม์จากความตาย และเพราะฉะนัน ้ การ อัศจรรย์จงึ ปรากฏชัดขึน ้ ในตัวเขา 15 คนอืน ่ ๆ พูดว่า เป็ นเอลียาห์ คนอืน ่ ๆ พูดว่า เป็ นศาสดา พยากรณ์ หรือเหมือนศาสดาพยากรณ์คนหนึง่ 16 เมือ ่ เฮโรดได ้ยินเรือ ่ งนัน ้ จึงกล่าวว่า “เป็ นยอห์นผู ้ทีเ่ ราตัด ศีรษะเสียแล ้ว เขาได ้คืนพระชนม์จากความตายแล ้ว” 17 เพราะว่าเฮโรดเองก็สง่ คนไปจับยอห์นและมัดเขาไว ้ในคุก เพือ ่ เห็นแก่เฮโรเดียสภรรยาของฟิ ลป ิ พีช ่ ายของเขา เพราะว่า เขาได ้แต่งงานกับเธอ 18 เพราะยอห์นได ้กล่าวแก่เฮโรดว่า “ท่านไม่ชอบรับภรรยา ของพีช ่ าย” 29
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
43 แล ้วพวกเขาเก็บเศษอาหารและปลาได ้สิบสองตะกร ้าเต็ม 44 และผู ้ทีก ่ น ิ ขนมปั งนัน ้ มีประมาณห ้าพันคน 45 แล ้วพระองค์ตรัสสัง่ ให ้สาวกของพระองค์ลงเรือทันทีและ ข ้ามไปอีกฟากหนึง่ ไปยังเมืองเบธไซดา ขณะทีพ ่ ระองค์ทรง ส่งประชาชนกลับไป 46 และเมือ ่ พระองค์ทรงส่งพวกเขาไปแล ้ว พระองค์ก็เสด็จ ขึน ้ ไปบนภูเขาเพือ ่ อธิษฐาน 47 เมือ ่ ถึงเวลาเย็น เรือก็อยูก ่ ลางทะเล ส่วนพระองค์อยูค ่ น เดียวบนฝั่ ง 48 และพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพวกเขากําลังพายเรือกัน อย่างเหนือ ่ ยยาก เพราะลมพัดสวนทางกับพวกเขา เมือ ่ ถึง ่ เวลาประมาณยามสีของคืน พระองค์จงึ เสด็จมาหาพวกเขา โดยเดินบนทะเล และทรงปรารถนาจะเสด็จผ่านไป 49 เมือ ่ พวกเขาเห็นพระองค์เดินอยูบ ่ นทะเล พวกเขาก็คด ิ ว่า เป็ นวิญญาณ จึงร ้องตะโกนว่า 50 เพราะพวกเขาเห็นพระองค์ทก ุ คนก็ตกใจกลัว พระองค์จงึ ่ บานเถิด เราเอง อย่ากลัวเลย ตรัสกับเขาทันทีวา่ จงมีใจชืน 51 แล ้วพระองค์เสด็จขึน ้ ไปหาพวกเขาในเรือ แล ้วลมก็สงบ พวกเขาก็มใี จประหลาดใจและแปลกใจเป็ นอย่างยิง่ 52 เพราะพวกเขามิได ้พิจารณาถึงปาฏิหาริยข ์ องขนมปั งนัน ้ เพราะว่าใจของพวกเขาแข็งกระด ้าง 53 เมือ ่ ข ้ามฟากไปแล ้ว พวกเขาก็มาถึงแผ่นดินเยนเนซาเรท และขึน ้ ฝั่ ง 54 ครัน ้ ลงจากเรือแล ้ว พวกเขาก็รู ้จักพระองค์ทันที 55 แล ้ววิง่ ไปทั่วทัง้ เขตนัน ้ และเริม ่ หามคนเจ็บป่ วยไปในที่ นอนซึง่ พวกเขาได ้ยินว่าพระองค์อยู่ 56 และไม่วา่ พระองค์จะเสด็จไปทีไ่ หน ไม่วา่ จะเป็ นหมูบ ่ ้าน เมือง หรือชนบท พวกเขาก็เอาคนเจ็บป่ วยมาวางตามถนน ้ ของพระองค์ และอ ้อนวอนขอให ้เขาสัมผัสแม ้เพียงชายเสือ และทุกคนทีไ่ ด ้สัมผัสพระองค์ก็หายเป็ นปกติ
10 เพราะโมเสสกล่าวว่า จงนับถือบิดามารดาของเจ ้า และ ผู ้ใดแช่งด่าบิดามารดา ผู ้นัน ้ จะต ้องตาย 11 แต่พวกท่านกลับพูดว่า ถ ้าผู ้ใดกล่าวแก่บด ิ ามารดาของตน ว่า “สิง่ ใดทีท ่ า่ นอาจได ้รับประโยชน์จากข ้าพเจ ้า สิง่ นัน ้ เป็ น โคร์บน ั ” แปลว่า ให ้เป็ นของขวัญ ผู ้นัน ้ ก็จะเป็ นอิสระ 12 และท่านก็ไม่ยอมให ้เขาทําอะไรเพือ ่ บิดาหรือมารดาของ เขาอีกต่อไป 13 โดยทําให ้พระวจนะของพระเจ ้าไม่มผ ี ลใดๆ เลยเพราะ ประเพณีทพ ี่ วกท่านได ้ถ่ายทอดมา และพวกท่านก็ทําสิง่ อืน ่ ๆ ทํานองนีอ ้ ก ี มากมาย 14 และเมือ ่ พระองค์ได ้ทรงเรียกคนทัง้ หลายมาหาพระองค์ แล ้ว พระองค์ได ้ตรัสแก่พวกเขาว่า จงฟั งข ้าพเจ ้าทุกคนและ เข ้าใจเถิด 15 ไม่มส ี งิ่ ใดจากภายนอกมนุษย์ทจ ี่ ะเข ้าไปในมนุษย์แล ้วจะ ทําให ้เขาแปดเปื้ อนได ้ แต่สงิ่ ทีอ ่ อกมาจากมนุษย์ สิง่ เหล่านี้ แหละทีท ่ ําให ้มนุษย์แปดเปื้ อน 16 ถ ้าผู ้ใดมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด 17 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าบ ้านจากฝูงชนแล ้ว พวกสาวกของ พระองค์ก็ถามพระองค์ถงึ เรือ ่ งเปรียบเทียบนัน ้ 18 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกท่านก็ขาดความเข ้าใจ เหมือนกันหรือ? พวกท่านไม่รู ้หรือว่าสิง่ ใดก็ตามทีเ่ ข ้ามาจาก ภายนอกในตัวมนุษย์ มันจะไม่ทําให ้มนุษย์แปดเปื้ อนได ้ 19 เพราะว่ามันไม่เข ้าไปในใจแต่ลงไปในท ้องและออกไปสู่ กระแสนํ้ าชําระอาหารทุกอย่างออกไป? 20 และพระองค์ตรัสว่า สิง่ ทีอ ่ อกมาจากมนุษย์ นั่นแหละทีท ่ ํา ให ้มนุษย์เป็ นมลทิน 21 เพราะว่าจากภายในคือจากใจของมนุษย์ ความคิดชัว่ ร ้าย การล่วงประเวณี การผิดประเวณี การฆ่าคน 22 การลักขโมย ความโลภ ความชัว่ ร ้าย การหลอกลวง ความใคร่ สายตาชัว่ ร ้าย การหมิน ่ ประมาท ความเย่อหยิง่ ความโง่เขลา 23 สิง่ ชัว่ ร ้ายเหล่านีท ้ งั ้ หมดมาจากภายในและทําให ้มนุษย์ เป็ นมลทิน 24 แล ้วพระองค์ก็เสด็จออกจากทีน ่ ั่นไปยังเขตแดนเมืองไทร์ และเมืองซีดอน เข ้าไปในบ ้านหลังหนึง่ โดยไม่ประสงค์จะให ้ ่ นตัวไม่ได ้ ใครรู ้ แต่พระองค์ก็ซอ 25 เพราะสตรีคนหนึง่ ซึง่ มีลก ู สาวเล็กทีถ ่ ก ู ผีโสโครกได ้ยิน ข่าวเกีย ่ วกับพระองค์ ก็เข ้ามากราบพระองค์ ้ ชาติซโี รฟี นเิ ซีย และนางได ้ 26 หญิงนัน ้ เป็ นชาวกรีกซึง่ มีเชือ อ ้อนวอนพระองค์ให ้ขับไล่ปีศาจออกจากลูกสาวของนาง 27 แต่พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ ให ้เด็กๆ กินอิม ่ เสียก่อน เพราะว่าไม่ควรจะเอาขนมปั งของเด็กๆ โยนให ้สุนัขกิน” 28 นางจึงตอบพระองค์วา่ "จริงเจ ้าข ้า แต่สน ุ ัขทีอ ่ ยูใ่ ต ้โต๊ะก็ ยังกินเศษอาหารของลูกๆ" 29 พระองค์ตรัสแก่เธอว่า “ เพราะคํากล่าวนี้ จงไปเถิด ปี ศาจ ได ้ออกจากลูกสาวเจ ้าไปแล ้ว” 30 เมือ ่ นางกลับมาถึงบ ้าน นางก็พบว่าผีออกไปแล ้ว และลูก สาวของนางนอนอยูบ ่ นเตียง 31 แล ้วพระองค์เสด็จจากเขตเมืองไทร์และเมืองซีดอนอีก ครัง้ หนึง่ มาถึงทะเลกาลิล ี ซึง่ อยูท ่ า่ มกลางเขตเมืองเดคาโป ลิส 32 พวกเขานํ าคนหูหนวกพูดติดขัดคนหนึง่ มาหาพระองค์ และขอร ้องให ้พระองค์วางมือบนคนนัน ้ 33 แล ้วพระองค์พาเขาออกจากฝูงชน แล ้วเอาพระหัตถ์ของ พระองค์สอดเข ้าไปในหูของเขา และทรงถุยนํ้ าลายและแตะ ลิน ้ ของเขา 34แล ้วพระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ดฟ ู ้ าสวรรค์ ถอนพระทัย และตรัสแก่เขาว่า “เอฟฟาธา แปลว่า จงเปิ ดออก”
บทที่ 7 ี ละพวกธรรมาจารย์บางคนทีม 1 ครัง้ นัน ้ พวกฟาริสแ ่ าจากกรุง เยรูซาเล็มมาหาพระองค์ 2 และเมือ ่ พวกเขาเห็นสาวกของพระองค์บางคนกินอาหาร ด ้วยมือทีย ่ ังไม่สะอาด คือไม่ได ้ล ้าง พวกเขาก็ตําหนิ ี ละพวกยิวทัง้ ปวงไม่กน 3 เพราะพวกฟาริสแ ิ อาหาร เว ้นแต่ พวกเขาจะล ้างมือบ่อยๆ เพราะยังถือตามประเพณีของบรรพ บุรษ ุ 4 และเมือ ่ พวกเขามาจากตลาด เว ้นแต่พวกเขาจะล ้างตัว เสียก่อน พวกเขาก็ไม่กน ิ อาหาร และมีสงิ่ อืน ่ ๆ อีกมากมายที่ พวกเขาถือไว ้ เช่น การล ้างถ ้วย หม ้อ ภาชนะทองเหลือง และโต๊ะ ี ละพวกธรรมาจารย์จงึ ถามพระองค์วา่ " 5 จากนัน ้ พวกฟาริสแ เหตุใดสาวกของท่านจึงไม่ปฏิบต ั ต ิ ามคําสอนของบรรพบุรษ ุ แต่กลับกินอาหารด ้วยมือทีย ่ ังไม่ได ้ล ้าง" 6 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ เอซายาห์ได ้พยากรณ์ถงึ ่ ใจคดไว ้ถูกแล ้ว เหมือนทีม พวกท่านซึง่ เป็ นคนหน ้าซือ ่ ค ี ํา เขียนไว ้ว่า ‘ประชาชนเหล่านีใ้ ห ้เกียรติเราด ้วยปาก แต่ใจของ พวกเขาอยูห ่ า่ งจากเรา’ 7 แต่พวกเขาบูชาฉั นอย่างไร ้ประโยชน์ โดยนํ าบัญญัตข ิ อง มนุษย์มาสอนเป็ นหลักคําสอน 8 เพราะพวกท่านละทิง้ พระบัญญัตข ิ องพระเจ ้าแล ้ว พวกท่าน ยังถือตามคําสอนของมนุษย์ เช่น การล ้างหม ้อและถ ้วย และ สิง่ อืน ่ ๆ ทีค ่ ล ้ายกันอีกมากมาย 9 แล ้วท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าละทิง้ พระบัญญัตข ิ อง ้ พระเจ ้าเสียสิน เพือ ่ จะได ้รักษาประเพณีของพวกเจ ้าเอง
30
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
35 ทันใดนัน ้ หูของพระองค์ก็เปิ ด และสายทีล ่ น ิ้ ของพระองค์ก็ หลุด และพระองค์ก็พด ู ได ้ชัดเจน 36 และพระองค์ได ้กําชับพวกเขาไม่ให ้บอกเรือ ่ งนีก ้ บ ั ผู ้ใด แต่ ยิง่ พระองค์ได ้กําชับพวกเขามากเท่าใด พวกเขาก็ยงิ่ เผยแพร่ เรือ ่ งนัน ้ มากขึน ้ เท่านัน ้ 37 และพวกเขาก็ประหลาดใจมาก พูดว่า พระองค์ทรงกระทํา ทุกสิง่ ดีหมด ทรงทําให ้คนหูหนวกได ้ยิน และคนใบ ้พูดได ้
23 แล ้วพระองค์ทรงจูงมือคนตาบอดนัน ้ ออกไปนอกเมือง และเมือ ่ ทรงถุยนํ้ าลายลงในตาของเขา และวางพระหัตถ์บน เขาแล ้ว พระองค์จงึ ทรงถามเขาว่าเห็นสิง่ ใดบ ้าง 24เขามองขึน ้ มาแล ้วกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าเห็นมนุษย์เหมือน ต ้นไม ้เดินไปมา 25 แล ้วพระองค์ก็ทรงวางพระหัตถ์บนตาของเขาอีกครัง้ และ ทรงทําให ้เขามองขึน ้ และเขาก็หายเป็ นปกติ และมองเห็น ทุกคนได ้อย่างชัดเจน 26 แล ้วท่านส่งเขากลับบ ้านโดยสัง่ ว่า อย่าเข ้าไปในเมืองและ อย่าบอกเรือ ่ งนีแ ้ ก่ใครในเมืองเลย 27 พระเยซูจงึ เสด็จออกไปยังเมืองต่างๆ ในเขตซีซาเรียฟิ ลป ิ ปี พร ้อมกับเหล่าสาวกของพระองค์ ระหว่างทางพระองค์ก็ ถามเหล่าสาวกของพระองค์วา่ " คนทัง้ หลายว่าเราเป็ นใคร" 28 พวกเขาตอบว่า "ยอห์นผู ้ให ้บัพติศมา" แต่บางคนว่าเป็ น เอลียาห์ และบางคนว่าเป็ นคนหนึง่ ในบรรดาผู ้เผยพระวจนะ 29 พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ แต่พวกท่านบอกว่าเราเป็ นใคร” เปโตรจึงตอบเขาว่า “ท่านเป็ นพระคริสต์” 30 แล ้วพระองค์ก็ทรงกําชับพวกเขาไม่ให ้บอกผู ้ใดเกีย ่ วกับ พระองค์เลย 31 แล ้วพระองค์เริม ่ สัง่ สอนพวกเขาว่า บุตรมนุษย์จะต ้องทน ทุกข์ทรมานหลายประการ ถูกพวกผู ้เฒ่า พวกหัวหน ้าปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์ปฏิเสธ และต ้องถูกประหารชีวต ิ แต่ หลังจากสามวันจะกลับเป็ นขึน ้ ใหม่ 32 และพระองค์ตรัสคํานัน ้ อย่างเปิ ดเผย เปโตรจึงจับพระองค์ แล ้วเริม ่ ตําหนิพระองค์ 33 แต่เมือ ่ พระองค์หันกลับมาทอดพระเนตรดูเหล่าสาวกแล ้ว พระองค์จงึ ตําหนิเปโตรว่า “ เจ ้าซาตาน จงถอยไปจากเรา เพราะเจ ้าคิดอย่างทีม ่ าจากพระเจ ้า แต่คด ิ อย่างทีม ่ าจาก มนุษย์” 34 และเมือ ่ พระองค์ได ้ทรงเรียกประชาชนกับเหล่าสาวกของ พระองค์มาแล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ผู ้ใดต ้องการ ติดตามเรามา ผู ้นัน ้ ก็ต ้องละทิง้ ตนเอง แบกไม ้กางเขนของ ตน และติดตามเรามา” 35 เพราะว่าผู ้ใดต ้องการจะเอาชีวต ิ ของตนรอด ผู ้นัน ้ จะ เสียชีวต ิ แต่ผู ้ใดจะเสียชีวต ิ ของตนเพราะเห็นแก่เราและพระ กิตติคณ ุ ผู ้นัน ้ จะรักษาชีวต ิ ไว ้ได ้ 36 เพราะบุคคลใดจะได ้ประโยชน์อะไร ถ ้าเขาจะได ้สิง่ ของ ้ ในโลก แต่ต ้องสูญเสียจิตวิญญาณของตนเอง? ทัง้ สิน 37 หรือมนุษย์จะเอาสิง่ ใดมาแลกกับชีวต ิ ของตน? 38เพราะฉะนัน ้ ผู ้ใดจะละอายเพราะเราและถ ้อยคําของเราใน สมัยทีเ่ ป็ นชู ้และเป็ นบาปนี้ บุตรมนุษย์ก็จะละอายเพราะผู ้นัน ้ ด ้วย เมือ ่ พระองค์จะเสด็จมาในสง่าราศีของพระบิดาของ พระองค์พร ้อมกับเหล่าทูตสวรรค์ผู ้บริสท ุ ธิ์
บทที่ 8 1 ในเวลานัน ้ ฝูงชนมากมายและไม่มอ ี าหารจะกิน พระเยซูจงึ ทรงเรียกเหล่าสาวกของพระองค์มาหาและตรัสว่า 2 ฉั นมีความเมตตาต่อฝูงชนเหล่านัน ้ เพราะเขาอยูก ่ บ ั ฉั นได ้ สามวันแล ้ว และไม่มอ ี าหารจะกิน 3 และถ ้าเราจะส่งพวกเขากลับไปบ ้านของตนในขณะทีย ่ ังอด อาหารอยู่ พวกเขาจะหมดแรงกลางทาง เพราะว่ามีคนบาง คนในพวกเขาทีม ่ าจากทีไ่ กล 4 เหล่าสาวกของพระองค์จงึ ตอบพระองค์วา่ “คนเราจะเลีย ้ ง คนเหล่านีใ้ นถิน ่ ทุรกันดารนีด ้ ้วยอาหารจากทีใ่ ดได ้?” 5 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “ พวกท่านมีขนมปั งกีก ่ ้อน” พวกเขาตอบว่า “เจ็ดก ้อน” 6 แล ้วพระองค์ทรงสัง่ ให ้ประชาชนนั่งลงบนพืน ้ แล ้วทรงรับ ขนมปั งเจ็ดก ้อนนัน ้ มา ทรงขอบพระคุณ แล ้วทรงหักขนมปั ง นัน ้ ส่งให ้เหล่าสาวกไปแจกให ้พวกเขา และพวกเขาก็แจก ขนมปั งเหล่านัน ้ ต่อหน ้าประชาชน 7 และพวกเขาก็มป ี ลาเล็กๆ อยูบ ่ ้าง พระองค์จงึ ทรงอวยพร และทรงสัง่ ให ้เอาปลาเหล่านัน ้ มาวางต่อหน ้าพวกเขาด ้วย 8 พวกเขาจึงกินจนอิม ่ และเศษเนือ ้ ทีเ่ หลือนัน ้ ก็เก็บไปได ้เจ็ด ตะกร ้า ่ ันคน แล ้วพระองค์จงึ ทรงส่ง 9 และผู ้ทีไ่ ด ้กินนัน ้ มีประมาณสีพ พวกเขาไป 10 แล ้วพระองค์ก็เสด็จลงเรือพร ้อมกับเหล่าสาวกของ พระองค์ มาถึงเขตเมืองดาลมานูธาทันที ี งึ ออกมาและเริม 11 พวกฟาริสจ ่ ซักถามพระองค์ โดยแสวงหา หมายสําคัญจากสวรรค์และลองใจพระองค์ 12 พระองค์ถอนใจหนักและตรัสว่า เหตุใดคนรุน ่ นีจ ้ งึ แสวงหา หมายสําคัญ? เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า จะไม่ม ี การประทานหมายสําคัญใดๆ แก่คนรุน ่ นีเ้ ลย 13 แล ้วพระองค์เสด็จออกจากพวกเขาไปแล ้วเสด็จลงเรือก ลับไปอีกฝั่ งหนึง่ 14 ฝ่ ายสาวกทัง้ สองได ้ลืมเอาขนมปั งไปด ้วย และในเรือก็ไม่ มีใครนํ าขนมปั งไปด ้วยเลย แม ้แต่ก ้อนเดียว ้ ของพวกฟาริส ี 15 แล ้วพระองค์กําชับพวกเขาว่า จงระวังเชือ ้ ของเฮโรด และเชือ 16 พวกเขาจึงปรึกษากันว่า “เพราะว่าเราไม่มข ี นมปั ง” 17เมือ ่ พระเยซูทรงทราบแล ้วจึงตรัสแก่พวกเขาว่า “ เหตุใด พวกท่านจึงคิดเรือ ่ งนีเ้ พราะไม่มข ี นมปั ง พวกท่านยังไม่ เข ้าใจหรือ ใจพวกท่านยังแข็งกระด ้างอยูห ่ รือ?” 18 มีตาแล ้วไม่เห็นหรือ? มีหแ ู ล ้วไม่ได ้ยินหรือ? พวกท่านจํา ไม่ได ้หรือ? 19 เมือ ่ เราหักขนมปั งห ้าก ้อนให ้แก่คนห ้าพันคน พวกท่านเก็บ เศษขนมปั งได ้กีต ่ ะกร ้า? พวกเขาทูลตอบพระองค์วา่ สิบสอง ตะกร ้า. ่ ันคนนัน 20 และเมือ ่ มีคนเจ็ดคนในสีพ ้ พวกท่านเก็บเศษ อาหารได ้กีต ่ ะกร ้า? พวกเขาตอบว่า ได ้เจ็ดใบ 21 พระองค์จงึ ตรัสถามเขาว่า “ เหตุใดท่านจึงไม่เข ้าใจ?” 22 แล ้วพระองค์เสด็จมายังเมืองเบธไซดา พวกเขาพาคนตา ั ผัส บอดคนหนึง่ มาหาพระองค์ และขอร ้องให ้พระองค์สม พระองค์
บทที่ 9 1 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ในพวกท่านทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ี่ มีบางคนทีจ ่ ะไม่รู ้รสแห่ง ความตาย จนกว่าจะได ้เห็นอาณาจักรของพระเจ ้ามาด ้วยฤทธิ์ เดช" 2 และเมือ ่ ล่วงไปได ้หกวันแล ้ว พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึน ้ ไปบนภูเขาสูงแต่ลําพัง แล ้วพระองค์ก็ทรง เปลีย ่ นแปลงพระกายต่อหน ้าพวกเขา 3 และฉลองพระองค์ของพระองค์ก็ขาวผ่องราวกับหิมะ ไม่ม ี ช่างฟอกผ ้าคนใดในโลกสามารถทําให ้ขาวได ้ 4 แล ้วเอลียาห์กบ ั โมเสสก็ปรากฏแก่พวกเขา และพวกเขา กําลังสนทนากับพระเยซู
31
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
5 เปโตรจึงตอบพระเยซูวา่ “อาจารย์ เรารู ้สึกดีทเี่ ราได ้อยูท ่ น ี่ ี่ เรามาสร ้างพลับพลาสามหลังกันเถอะ หลังหนึง่ สําหรับท่าน หลังหนึง่ สําหรับโมเสส และหลังหนึง่ สําหรับเอลียาห์” 6 เพราะเขาไม่รู ้จะพูดอะไร เพราะพวกเขากลัวมาก 7 และมีเมฆมาปกคลุมพวกเขาไว ้ และมีเสียงออกมาจากเมฆ นัน ้ ว่า “ผู ้นีเ้ ป็ นบุตรทีร่ ักของเรา จงฟั งเขาเถิด” 8 ทันใดนัน ้ เมือ ่ พวกเขามองดูรอบๆ ก็ไม่เห็นว่ามีใครอีก เหลือเพียงพระเยซูกบ ั ตนเองเท่านัน ้ 9 เมือ ่ พวกเขากําลังลงมาจากภูเขา พระองค์ได ้กําชับพวกเขา ว่า อย่าบอกเล่าสิง่ ทีไ่ ด ้เห็นให ้ผู ้ใดฟั ง จนกว่าบุตรมนุษย์จะ คืนพระชนม์จากความตาย 10 พวกเขาเก็บคําพูดนัน ้ ไว ้กับตนเอง และสงสัยกันว่า การ คืนพระชนม์จากความตายจะหมายถึงอะไร 11พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “เหตุใดพวกธรรมาจารย์จงึ ว่าเอ ลียาห์จะต ้องมาก่อน?” 12 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ เอลียาห์จะมาเป็ นอันดับ แรกและฟื้ นฟูทก ุ สิง่ จริง ๆ และมีคําเขียนไว ้ถึงบุตรมนุษย์วา่ พระองค์จะต ้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ และถูกมองว่า ไร ้ค่า” 13 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เอลียาห์ได ้มาแล ้วจริง และ คนเหล่านัน ้ ก็ได ้ทํากับเขาอย่างทีเ่ ขาคิดจะทํา ตามทีเ่ ขียนไว ้ เกีย ่ วกับเขา 14 เมือ ่ พระองค์เสด็จมายังบรรดาสาวกของพระองค์ พระองค์ ทอดพระเนตรเห็นฝูงชนมากมายอยูร่ อบพวกเขา และพวก ธรรมาจารย์กําลังซักถามพวกเขาอยูด ่ ้วย 15 ทันใดนัน ้ เมือ ่ คนทัง้ หลายเห็นพระองค์ พวกเขาก็ ประหลาดใจมาก และวิง่ เข ้าไปหาพระองค์และทักทาย พระองค์ 16 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกธรรมาจารย์วา่ พวกท่านมีเรือ ่ ง จะถามเขาอีกเรือ ่ งอะไร? 17 คนหนึง่ ในฝูงชนนัน ้ จึงตอบว่า “อาจารย์ครับ ข ้าพเจ ้านํ า บุตรชายซึง่ มีผใี บ ้มาหาท่าน” 18 และเมือ ่ พระองค์พาเขาไปทีไ่ หน พระองค์ก็ฉก ี เขาขาด เขาก็ฟม ู ฟาย ขบเขีย ้ วเคีย ้ วฟั น และทรุดโทรมลง ข ้าพระองค์ ได ้สัง่ แก่เหล่าสาวกของพระองค์ให ้ขับไล่เขาออกไป แต่พวก เขาทําไม่ได ้ 19 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ คนไม่มศ ี รัทธาเอ๋ย เราจะต ้อง อยูก ่ บ ั เจ ้านานเท่าใด เราจะต ้องอดทนกับเจ ้านานเท่าใด จง พาเขามาหาเราเถิด” 20 และเขาทัง้ หลายพาเขามาหาพระองค์ และเมือ ่ เขาเห็น พระองค์ ผีนัน ้ ก็ทรงทําให ้พระองค์หายโรคทันที และเขาก็ล ้ม ลงกับพืน ้ และร ้องไห ้เป็ นฟอง 21 และท่านถามบิดาว่า “ เรือ ่ งนีเ้ กิดขึน ้ กับท่านมานานเท่าใด แล ้ว” บิดาตอบว่า “เรือ ่ งเด็ก” 22 และบ่อยครัง้ มันก็โยนเขาลงในไฟและลงในนํ้ าเพือ ่ จะฆ่า เขาเสีย แต่ถ ้าท่านสามารถทําสิง่ ใดได ้ ขอท่านโปรดมีเมตตา ต่อเราและช่วยเราด ้วย ่ ได ้ ทุกอย่างย่อม 23พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ถ ้าท่านเชือ ่ ” เกิดขึน ้ ได ้กับผู ้ทีเ่ ชือ 24ทันใดนัน ้ บิดาของเด็กก็ร ้องตะโกนด ้วยนํ้ าตาว่า “พระองค์ ่ โปรดช่วยความไม่เชือ ่ ของข ้าพระองค์ เจ ้าข ้า ข ้าพระองค์เชือ ด ้วย” 25 เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นประชาชนวิง่ เข ้ามารวมกัน พระองค์ จึงทรงตําหนิผโี สโครกนัน ้ ว่า “ เจ ้าผีใบ ้และหูหนวก เราสัง่ เจ ้าให ้ออกมาจากเขา และอย่ากลับเข ้าไปในตัวเขาอีก” 26 และวิญญาณนัน ้ ก็ร ้องไห ้และทําให ้ท่านเจ็บปวด แล ้วก็ ออกจากท่านไป ท่านเป็ นเหมือนคนตาย จนมีหลายคนกล่าว ว่า ท่านตายแล ้ว 27 แต่พระเยซูทรงจับมือเขาพยุงขึน ้ เขาก็ลก ุ ขึน ้
28 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในบ ้าน เหล่าสาวกของพระองค์ ถามพระองค์เป็ นส่วนตัวว่า “เหตุใดพวกเราจึงขับไล่เขา ออกไปไม่ได ้?” 29 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " ผีชนิดนีจ ้ ะออกไม่ได ้เลย เว ้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหารเท่านัน ้ " 30 แล ้วพวกเขาออกเดินทางจากทีน ่ ั่น และผ่านแคว ้นกาลิล ี และพระองค์ไม่ประสงค์ให ้ใครรู ้เรือ ่ งนี้ 31 เพราะพระองค์ทรงสอนบรรดาศิษย์ของพระองค์และตรัส แก่พวกเขาว่า “ บุตรมนุษย์จะถูกมอบไว ้ในมือของมนุษย์ และพวกเขาจะฆ่าพระองค์ เมือ ่ ฆ่าแล ้ว พระองค์จะทรงคืน พระชนม์ในวันทีส ่ าม” 32 แต่พวกเขาไม่เข ้าใจคํากล่าวนัน ้ และไม่กล ้าทีจ ่ ะถาม พระองค์ 33แล ้วพระองค์เสด็จมายังเมืองคาเปอรนาอุม และเมือ ่ อยูใ่ น บ ้าน พระองค์จงึ ทรงถามพวกเขาว่า " เมือ ่ เดินไปตามทาง พวกท่านโต ้เถียงกันเรือ ่ งอะไร?" 34 แต่พวกเขาเงียบอยู่ เพราะระหว่างทางนัน ้ พวกเขาก็ โต ้เถียงกันว่าใครจะเป็ นใหญ่ทส ี่ ด ุ 35 แล ้วพระองค์ทรงนั่งลงแล ้วทรงเรียกสาวกทัง้ สิบสองคน มาแล ้วตรัสแก่พวกเขาว่า “ ถ ้าผู ้ใดปรารถนาจะได ้เป็ นคนแรก ผู ้นัน ้ จะต ้องเป็ นฝ่ ายสุดท ้ายและเป็ นผู ้รับใช ้ของคนทัง้ ปวง” 36 แล ้วพระองค์ทรงนํ าเด็กคนหนึง่ มาวางไว ้ท่ามกลางพวก เขา และเมือ ่ ทรงอุ ้มเด็กนัน ้ ไว ้แล ้ว พระองค์ก็ตรัสแก่พวกเขา ว่า 37 ผู ้ใดจะรับเด็กเช่นนีค ้ นหนึง่ ในนามของเรา ผู ้นัน ้ ก็รับเรา และผู ้ใดจะรับเรา ผู ้นัน ้ ก็รับไม่ใช่เรา แต่รับพระองค์ผู ้ทรงใช ้ เรามา 38 ยอห์นจึงตอบพระองค์วา่ "อาจารย์ พวกข ้าพเจ ้าเห็นคน หนึง่ ขับผีในพระนามของพระองค์ แต่เขามิได ้ติดตามพวกเรา และพวกเราได ้ห ้ามเขา เพราะเขามิได ้ติดตามพวกเรา" 39 แต่พระเยซูตรัสว่า “ อย่าห ้ามเขาเลย เพราะว่าไม่มผ ี ู ้ใดที่ ทําการอัศจรรย์ในนามของเรา แล ้วยังพูดจาใส่ร ้ายเราอย่าง ไม่ใส่ใจอีก” 40 เพราะผู ้ใดไม่ตอ ่ ต ้านเราก็อยูฝ ่ ่ ายเรา 41 เพราะผู ้ใดจะให ้ถ ้วยนํ้ าแก่ทา่ นทัง้ หลายดืม ่ ในนามของเรา เพราะท่านทัง้ หลายเป็ นของพระคริสต์ เราบอกความจริงแก่ ท่านทัง้ หลายว่า ผู ้นัน ้ จะไม่สญ ู เสียบําเหน็ จของเขาเลย ่ ในเราคนใดคน 42 และผู ้ใดจะทําให ้คนเล็กน ้อยเหล่านีท ้ เี่ ชือ หนึง่ สะดุดล ้ม ก็จะดีกว่าสําหรับเขาถ ้าเอาหินโม่ผก ู ไว ้ทีค ่ อ แล ้วโยนลงในทะเล 43 ถ ้ามือของท่านทําให ้ท่านสะดุด จงตัดมันทิง้ เสีย การที่ ่ วี ต ท่านเข ้าสูช ิ ด ้วยมือด ้วนยังดีกว่ามีมอ ื สองข ้างแต่ต ้องตก นรกในไฟทีไ่ ม่มวี ันดับ 44 ซึง่ หนอนของเขาไม่ตาย และไฟก็ไม่ดบ ั 45 ถ ้าเท ้าของคุณทําให ้คุณสะดุด จงตัดมันทิง้ เสีย การเข ้าสู่ ชีวต ิ ด ้วยเท ้าทีพ ่ ก ิ ารยังดีกว่ามีเท ้าสองข ้างแต่ต ้องถูกโยนลง ในนรก ในไฟทีไ่ ม่มวี ันดับ 46 ซึง่ หนอนของเขาไม่ตาย และไฟก็ไม่ดบ ั 47 และถ ้าตาของท่านทําให ้ท่านหลงผิด จงควักมันออกเสีย ่ าณาจักรของพระเจ ้าด ้วยตาข ้างเดียวยังดีกว่ามี การเข ้าสูอ สองตาแต่ต ้องถูกโยนลงในไฟนรก 48 ซึง่ หนอนของเขาไม่ตาย และไฟก็ไม่ดบ ั 49 เพราะว่าคนทุกคนจะต ้องถูกโรยเกลือด ้วยไฟ และเครือ ่ ง บูชาทุกอย่างจะต ้องถูกโรยเกลือด ้วยเกลือ 50 เกลือเป็ นสิง่ ดี แต่ถ ้าเกลือหมดความเค็มแล ้ว พวกท่านจะ ั ติสข เอาอะไรปรุงรสให ้เค็มอีก? จงมีเกลือในตัว และจงมีสน ุ ต่อกัน
32
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
บทที่ 10
25 การทีอ ่ ฐ ู จะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าการทีค ่ นรวยจะเข ้าใน อาณาจักรของพระเจ ้า 26 พวกเขาประหลาดใจมากพูดกันเองว่า "ถ ้าอย่างนัน ้ ใครจะ รอดได ้" 27พระเยซูทรงทอดพระเนตรดูพวกเขาแล ้วตรัสว่า " สําหรับ มนุษย์เป็ นไปไม่ได ้ แต่ไม่สามารถทําได ้สําหรับพระเจ ้า เพราะว่าสําหรับพระเจ ้าทุกสิง่ เป็ นไปได ้" 28 เปโตรจึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “ดูเถิด พวกเราได ้ละทิง้ ทุก สิง่ แล ้วติดตามพระองค์” 29 พระเยซูตรัสตอบว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลาย ว่า ไม่มผ ี ู ้ใดทีล ่ ะทิง้ บ ้านเรือน หรือพีน ่ ้อง หรือพีส ่ าว หรือบิดา หรือมารดา หรือภรรยา หรือบุตร หรือทีด ่ น ิ เพราะเห็นแก่เรา และพระกิตติคณ ุ " 30 แต่ในเวลานีเ้ ขาจะได ้รับตอบแทนร ้อยเท่า คือบ ้านเรือน พี่ น ้อง พีส ่ าว มารดา บุตร หลาน ทีด ่ น ิ พร ้อมทัง้ การข่มเหง และในโลกหน ้าคือชีวต ิ นิรันดร์ 31 แต่มห ี ลายคนทีเ่ ป็ นคนต ้นจะเป็ นคนสุดท ้าย และคนทีเ่ ป็ น คนสุดท ้ายจะเป็ นคนแรก 32 ขณะนัน ้ พวกเขากําลังจะขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระเยซู เสด็จนํ าหน ้าพวกเขาไป พวกเขาประหลาดใจ และเมือ ่ พวก เขาตามมา พวกเขาก็กลัว พระองค์จงึ ทรงพาสาวกทัง้ สิบสอง คนกลับมา แล ้วทรงเริม ่ เล่าให ้พวกเขาฟั งถึงเหตุการณ์ตา่ งๆ ทีจ ่ ะเกิดกับพระองค์ 33 ตรัสว่า ดูเถิด พวกเราจะขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และบุตร มนุษย์จะถูกมอบให ้แก่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และพวกเขาจะตัดสินประหารชีวต ิ เขา และจะมอบเขาให ้แก่ คนต่างชาติ 34 และพวกเขาจะเยาะเย ้ยเขา และจะเฆีย ่ นตีเขา และจะถ่ม นํ้ าลายใส่เขา และจะฆ่าเขาเสีย และในวันทีส ่ ามเขาจะฟื้ นคืน พระชนม์ขน ึ้ ใหม่ 35 ฝ่ ายยากอบกับโยฮันบุตรของเศเบดีมาหาพระองค์แล ้วทูล ว่า “อาจารย์ พวกข ้าพเจ ้าปรารถนาให ้พระองค์ทําสิง่ ใดๆ แก่ พวกข ้าพเจ ้าตามทีพ ่ วกข ้าพเจ ้าปรารถนา” 36 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า " เจ ้าปรารถนาให ้เราทํา อะไรให ้เจ ้าบ ้าง?" 37 พวกเขาทูลต่อพระองค์วา่ “ขอพระองค์โปรดประทานให ้ พวกเราได ้นั่งเบือ ้ งขวาคนหนึง่ และเบือ ้ งซ ้ายคนหนึง่ ในสง่า ราศีของพระองค์” 38 แต่พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ท่านทัง้ หลายไม่เข ้าใจสิง่ ที่ ท่านขอ ท่านจะดืม ่ ถ ้วยทีเ่ ราดืม ่ ได ้หรือ? และรับบัพติศมาด ้วย บัพติศมาทีเ่ ราได ้รับได ้หรือ?” 39 พวกเขาจึงตอบเขาว่า “เราทําได ้” และพระเยซูตรัสแก่ พวกเขาว่า “ พวกเจ ้าจะดืม ่ จากถ ้วยทีเ่ ราดืม ่ และจะรับบัพติศ มาทีเ่ ราได ้รับด ้วย” ิ ธิ์ 40 แต่การทีจ ่ ะนั่งทางขวาและทางซ ้ายของเรานัน ้ ไม่ใช่สท ของเราทีจ ่ ะให ้ แต่จะให ้แก่ผู ้ทีเ่ ตรียมไว ้สําหรับสิง่ ใดก็จะ ให ้แก่คนนัน ้ 41 เมือ ่ สาวกอีกสิบคนได ้ยินเรือ ่ งนีแ ้ ล ้ว ก็เริม ่ ไม่พอใจยากอบ และโยฮันมาก 42 แต่พระเยซูทรงเรียกพวกเขาทัง้ หลายมาหาพระองค์แล ้ว ตรัสว่า พวกเจ ้าทัง้ หลาย รู ้ว่าผู ้ทีน ่ ับว่าเป็ นผู ้ปกครอง ชาวต่างชาติ ล ้วนใช ้อํานาจเหนือพวกเขา และผู ้ใหญ่ของ พวกเขาก็ใช ้สิทธิอํานาจเหนือพวกเขา 43 แต่ในพวกท่านจะไม่เป็ นอย่างนัน ้ เลย แต่ผู ้ใดต ้องการเป็ น ใหญ่ในพวกท่าน ผู ้นัน ้ จะเป็ นผู ้รับใช ้ของพวกท่าน 44 และผู ้ใดในพวกท่านปรารถนาทีจ ่ ะเป็ นหัวหน ้า ผู ้นัน ้ จะต ้องเป็ นผู ้รับใช ้ของทุกคน
1 แล ้วพระองค์ได ้ทรงลุกขึน ้ จากทีน ่ ั่น เข ้าไปในเขตแดนของ ยูเดียทางฝั่ งแม่นํ้าจอร์แดนข ้างโน ้น และประชาชนก็กลับมา หาพระองค์อก ี และพระองค์ทรงสอนพวกเขาอีกเช่นเคย ี าหาพระองค์และถามพระองค์วา่ “ผู ้ชายจะหย่า 2 พวกฟาริสม ภรรยาของตนได ้หรือไม่” พวกเขาลองใจพระองค์ 3 แล ้วพระองค์ตรัสตอบเขาว่า โมเสสได ้สัง่ ท่านไว ้ว่าอย่างไร? 4 พวกเขากล่าวว่า โมเสสยอมให ้เขียนใบหย่าและหย่าร ้าง เธอได ้ 5 พระเยซูทรงตอบเขาว่า " เพราะใจของท่านแข็งกระด ้าง พระองค์จงึ ทรงเขียนบัญญัตข ิ ้อนีใ้ ห ้ท่าน" 6 แต่ตงั ้ แต่เริม ่ สร ้างโลก พระเจ ้าทรงสร ้างพวกเขาให ้เป็ นชาย และหญิง 7 เพราะเหตุนผ ี้ ู ้ชายจึงจะละพ่อแม่ของตน และผูกพันอยูก ่ บ ั ภรรยาของเขา 8 และทัง้ สองนัน ้ จะกลายเป็ นเนือ ้ เดียวกัน ดังนัน ้ เขา ทัง้ หลายจึงไม่เป็ นสองอีกต่อไป แต่เป็ นเนือ ้ เดียวกัน 9 เพราะฉะนัน ้ สิง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรงผูกพันกันแล ้ว มนุษย์อย่าได ้ แยกออกจากกัน 10 และเมือ ่ อยูใ่ นบ ้าน เหล่าสาวกของพระองค์ก็ถามพระองค์ ถึงเรือ ่ งนัน ้ อีกครัง้ หนึง่ 11 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ผู ้ใดหย่าภรรยาของตนแล ้ว ไปแต่งงานกับคนอืน ่ ผู ้นัน ้ ก็ได ้ประพฤติผด ิ ประเวณีตอ ่ นาง” 12 และถ ้าหญิงคนหนึง่ ละทิง้ สามีของตน แล ้วไปแต่งงานกับ คนอืน ่ เธอก็ประพฤติผด ิ ประเวณี ั ผัส 13 พวกเขานํ าเด็กเล็กๆ มาหาพระองค์ เพือ ่ ให ้พระองค์สม พวกเขา และเหล่าสาวกของพระองค์ก็ตําหนิคนทีน ่ ํ าเด็ก เหล่านัน ้ มา 14 แต่เมือ ่ พระเยซูเห็นดังนัน ้ พระองค์ก็ไม่พอพระทัยยิง่ นัก จึงตรัสแก่พวกเขาว่า จงยอมให ้เด็กเล็กๆ มาหาเรา อย่าห ้าม เลย เพราะว่าอาณาจักรของพระเจ ้าเป็ นของคนเช่นเด็ก เหล่านัน ้ 15 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ผู ้ใดไม่รับอาณาจักร ของพระเจ ้าเหมือนเด็กเล็ก ผู ้นัน ้ จะเข ้าในอาณาจักรนัน ้ ไม่ได ้ 16 แล ้วพระองค์ทรงอุ ้มพวกเขาไว ้ในอ ้อมแขน วางพระหัตถ์ บนพวกเขา และทรงอวยพรพวกเขา 17 เมือ ่ พระองค์กําลังเสด็จออกไปตามทาง มีผู ้หนึง่ วิง่ มา คุกเข่าลงทูลถามพระองค์วา่ “ท่านอาจารย์ทด ี่ ี ข ้าพเจ ้า จะต ้องทําอย่างไรจึงจะได ้รับชีวต ิ นิรันดร์” 18 พระเยซูจงึ ตรัสถามเขาว่า “ ทําไมเจ ้าจึงเรียกเราว่าดี ไม่ม ี ใครดีนอกจากพระองค์เดียว คือ พระเจ ้า” 19 ท่านทัง้ หลายรู ้จักบัญญัตแ ิ ล ้ว คือ อย่าล่วงประเวณี อย่า ฆ่าคน อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็ นพยานเท็จ อย่าฉ ้อโกง จงให ้ เกียรติบด ิ ามารดาของท่าน 20 และท่านตอบท่านว่า อาจารย์ ข ้าพเจ ้าได ้ถือปฏิบต ั ต ิ ามสิง่ เหล่านีท ้ ก ุ ประการมาตัง้ แต่เด็ก 21 ครัน ้ พระเยซูทอดพระเนตรเห็นคนนัน ้ พระองค์ทรงรักเขา จึงตรัสแก่เขาว่า “ ท่านยังขาดอยูส ่ งิ่ หนึง่ จงไปขายสิง่ ของที่ ท่านมี แจกเงินให ้คนยากจน แล ้วท่านจะมีสมบัตอ ิ ยูใ่ นสวรรค์ แล ้วมาแบกไม ้กางเขนและติดตามเรา” 22 เมือ ่ ได ้ยินคํานัน ้ เขาก็เศร ้าใจและเดินออกไปด ้วยความ เสียใจ เพราะว่าเขามีทรัพย์สมบัตม ิ ากมาย 23 พระเยซูทรงมองดูรอบๆ แล ้วตรัสแก่เหล่าสาวกของ พระองค์วา่ " คนมั่งมีจะเข ้าในแผ่นดินของพระเจ ้าได ้ยากจริง หนอ" 24 เหล่าสาวกก็ประหลาดใจในคําพูดของพระองค์ แต่พระ เยซูตรัสตอบพวกเขาอีกครัง้ ว่า “ ลูกเอ๋ย ยากจริง ๆ ทีค ่ น วางใจในทรัพย์สมบัตจิ ะเข ้าในแผ่นดินของพระเจ ้าได ้!” 33
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
45 เพราะว่าบุตรมนุษย์มไิ ด ้มาเพือ ่ รับการปรนนิบต ั ิ แต่มาเพือ ่ ปรนนิบต ั ิ และประทานชีวต ิ ของพระองค์เป็ นค่าไถ่คนเป็ นอัน มาก 46และเมือ ่ พระองค์เสด็จออกจากเมืองเจริโคพร ้อมกับเหล่า สาวกและประชาชนเป็ นจํานวนมาก มีบาร์ทเิ มอัสผู ้ตาบอดซึง่ เป็ นบุตรชายของทิเมอัส นั่งขอทานอยูร่ ม ิ ทางหลวง 47เมือ ่ ได ้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธเสด็จมา เขาก็ร ้อง ตะโกนว่า “พระเยซู บุตรดาวิด ขอทรงเมตตาข ้าพระองค์เถิด” 48 มีคนจํานวนมากทีข ่ อร ้องให ้เขาเงียบไว ้ แต่เขากลับร ้อง ตะโกนมากขึน ้ ว่า “บุตรดาวิด ขอทรงมีเมตตาฉั นเถิด” 49 พระเยซูทรงหยุดยืนและสัง่ ให ้เรียกคนตาบอดคนนัน ้ และ พวกเขาจึงเรียกคนตาบอดคนนัน ้ ว่า จงมีกําลังใจขึน ้ เถิด พระองค์กําลังทรงเรียกเจ ้า ้ ของตนแล ้วลุกขึน 50 แล ้วเขาก็ทงิ้ เสือ ้ มาหาพระเยซู 51 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ ท่านอยากให ้เราทําอะไรให ้ ท่าน” คนตาบอดนัน ้ จึงทูลพระองค์วา่ “พระเจ ้าข ้า เพือ ่ ให ้ ข ้าพเจ ้ามองเห็นได ้” ่ ของเจ ้าทํา 52 พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาว่า “ จงไปเถิด ความเชือ ให ้เจ ้าหายเป็ นปกติ” ทันใดนัน ้ เขาก็มองเห็นได ้ และเดินตาม พระเยซูไป
ในพระวิหารออกไป และทรงควํา่ โต๊ะของคนแลกเงิน และที่ นั่งของผู ้ขายนกพิราบ 16 และจะไม่ยอมให ้ผู ้ใดนํ าภาชนะใด ๆ ผ่านพระวิหาร 17 แล ้วพระองค์ทรงสอนพวกเขาว่า “ มีคําเขียนไว ้มิใช่หรือ ่ ว่าเป็ นบ ้านแห่งการอธิษฐาน’ แต่ ว่า ‘บ ้านของเราจะได ้ชือ พวกเจ ้าทัง้ หลายมาทําให ้กลายเป็ นถํ้าของพวกโจร” 18 เมือ ่ พวกธรรมาจารย์และพวกหัวหน ้าปุโรหิตได ้ยินดังนัน ้ ก็ พยายามหาทางทีจ ่ ะฆ่าพระองค์ เพราะพวกเขากลัวพระองค์ เพราะว่าประชาชนทัง้ หมดประหลาดใจในคําสัง่ สอนของ พระองค์ 19 เมือ ่ ถึงเวลาเย็น พระองค์ก็เสด็จออกจากเมืองไป 20 เมือ ่ รุง่ เช ้าเมือ ่ พวกเขาเดินผ่านไป พวกเขาก็เห็นต ้นมะเดือ ่ เหีย ่ วเฉาจนไม่มรี าก 21 เปโตรระลึกถึงพระองค์และทูลว่า “อาจารย์ ดูเถิด ต ้น มะเดือ ่ ทีพ ่ ระองค์สาปแช่งนัน ้ เหีย ่ วเฉาไปแล ้ว” 22พระเยซูจงึ ตอบเขาว่า จงมีศรัทธาในพระเจ ้า 23 เหตุวา่ เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ผู ้ใดทีพ ่ ด ู กับ ภูเขานีว้ า่ จงเคลือ ่ นไปทิง้ ลงในทะเลเถิด และไม่สงสัยในใจ ่ ว่าสิง่ ทีเ่ ขาพูดนัน แต่เชือ ้ จะเกิดขึน ้ เขาก็จะมีสงิ่ ทีเ่ ขาพูดนัน ้ อย่างแน่นอน 24 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า สิง่ ใดทีท ่ า่ น ่ ว่าท่านจะได ้รับ และท่านจะ ปรารถนาเมือ ่ อธิษฐาน จงเชือ ได ้รับสิง่ นัน ้ 25 และเมือ ่ พวกท่านยืนอธิษฐานอยู่ จงยกโทษให ้ ถ ้าพวก ท่านมีเรือ ่ งขัดเคืองใจผู ้ใด เพือ ่ พระบิดาของพวกท่านซึง่ อยู่ ในสวรรค์จะได ้ทรงยกโทษความผิดของพวกท่านด ้วย 26 แต่ถ ้าพวกท่านไม่ยกโทษให ้ พระบิดาของท่านผู ้ทรงอยู่ ในสวรรค์ก็จะไม่ทรงยกโทษให ้แก่ความผิดของพวกท่าน เหมือนกัน 27และพวกเขากลับมายังกรุงเยรูซาเล็มอีก และเมือ ่ พระองค์ กําลังเดินอยูใ่ นพระวิหาร พวกหัวหน ้าปุโรหิต พวกธรรมา จารย์ และผู ้เฒ่าก็มาหาพระองค์ ิ ธิอะไรจึงได ้สิง่ เหล่านี้ 28 และจงกล่าวแก่ทา่ นว่า ท่านมีสท และใครให ้สิทธิทา่ นในการทําเช่นนัน ้ ? 29 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า เราจะถามท่านสักคําถาม หนึง่ เช่นกัน จงตอบเราเถิด และเราจะบอกท่านว่าเรากระทํา การเหล่านีโ้ ดยอาศัยอํานาจใด 30 บัพติศมาของยอห์นนัน ้ มาจากสวรรค์หรือจากมนุษย์ จง ตอบฉั นเถิด 31พวกเขาจึงถกเถียงกันเองว่า ถ ้าเราจะตอบว่า จากสวรรค์ ่ เขา? เขาจะถามว่า แล ้วทําไมพวกเจ ้าจึงไม่เชือ 32 แต่ถ ้าเราจะพูดว่า มาจากมนุษย์ พวกเขากลัวประชาชน เพราะว่ามนุษย์ทก ุ คนถือว่ายอห์นเป็ นผู ้เผยพระวจนะจริงๆ 33 พวกเขาตอบพระเยซูวา่ “พวกเราไม่รู ้” พระเยซูจงึ ตอบ พวกเขาว่า “ ฉั นก็ไม่บอกคุณเหมือนกันว่าฉั นทําสิง่ เหล่านี้ ด ้วยอํานาจอะไร”
บทที่ 11 1 ครัน ้ พระองค์กบ ั สาวกมาถึงเมืองเบธฟาเกและเบธานีใกล ้ ภูเขามะกอกเทศใกล ้กรุงเยรูซาเล็มแล ้ว พระองค์ทรงส่ง สาวกสองคนออกไป 2 แล ้วตรัสแก่เขาว่า จงไปทีห ่ มูบ ่ ้านทีอ ่ ยูต ่ รงข ้ามกับท่าน เมือ ่ ท่านเข ้าไปในหมูบ ่ ้านแล ้ว ท่านจะพบลูกลาตัวหนึง่ ผูกอยูแ ่ ละ ยังไม่เคยมีใครขึน ้ ขีเ่ ลย จงแก ้และจูงมันมา 3 ถ ้าใครถามท่านว่า “ทําไมท่านจึงทําเช่นนี”้ จงบอกว่าพระ เจ ้าทรงต ้องการคนนัน ้ และพระองค์จะส่งเขาไปทีน ่ ั่นทันที 4 พวกเขาจึงไปพบลูกลานัน ้ ผูกไว ้ทีป ่ ระตูข ้างนอกในทีท ่ ี่ สามารถพบเจอได ้สองทาง จึงปล่อยมันไป 5 บางคนทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ั่นถามเขาว่า "พวกท่านทําอะไรเมือ ่ ปล่อยลูกลา?" 6 แล ้วพวกเขาได ้พูดกับพวกเขาตามทีพ ่ ระเยซูได ้สัง่ ไว ้ และ พวกเขาก็ปล่อยพวกเขาไป ้ ผ ้าของตน 7 แล ้วพวกเขานํ าลูกลามาหาพระเยซู แล ้วเอาเสือ ปูบนลูกลา และพระองค์ก็ทรงขีล ่ ก ู ลานัน ้ ้ ผ ้าของตนปูตามหนทาง และ 8 และคนเป็ นอันมากก็เอาเสือ บางคนก็ตด ั กิง่ ไม ้จากต ้นไม ้มาคลุมตามหนทาง 9 ส่วนบรรดาผู ้ทีเ่ ดินไปข ้างหน ้าและผู ้ทีต ่ ามมาต่างก็ร ้องว่า โฮซันนา ขอให ้ผู ้ทีม ่ าในพระนามของพระเจ ้าได ้รับพระพร 10 จงถวายพระพรแก่ราชอาณาจักรของดาวิด บิดาของเรา ซึง่ มาในพระนามของพระเจ ้า โฮซันนาในทีส ่ งู สุด 11 แล ้วพระเยซูเสด็จเข ้ากรุงเยรูซาเล็มและเข ้าไปในพระ วิหาร และเมือ ่ ทอดพระเนตรดูทก ุ สิง่ โดยรอบแล ้ว เวลาเย็นก็ มาถึง พระองค์จงึ เสด็จออกไปยังเบธานีกบ ั สาวกทัง้ สิบสอง คน 12 ครัน ้ รุง่ ขึน ้ เมือ ่ เขาทัง้ สองกลับจากเบธานีแล ้ว พระองค์ก็ ทรงหิว 13 ครัน ้ ทอดพระเนตรเห็นต ้นมะเดือ ่ ต ้นหนึง่ อยูไ่ กลๆ มีใบ จึง เสด็จมาเพือ ่ ดูวา่ มีอะไรอยูบ ่ นต ้นมะเดือ ่ บ ้าง เมือ ่ เสด็จมาถึง ต ้นมะเดือ ่ นัน ้ ไม่เห็นมีแต่ใบเท่านัน ้ เพราะยังไม่ถงึ ฤดูมะเดือ ่ 14 พระเยซูจงึ ตรัสตอบว่า “ ผู ้ใดจะกินผลจากเจ ้าไม่ได ้ ตลอดไป” และเหล่าสาวกของพระองค์ก็ได ้ยินเรือ ่ งนี้ 15และเมือ ่ พระองค์เสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็ม พระเยซูจงึ ้ ขาย เสด็จเข ้าไปในพระวิหาร แล ้วทรงเริม ่ ขับไล่บรรดาผู ้ซือ
บทที่ 12 1 พระองค์จงึ ทรงเริม ่ ตรัสแก่พวกเขาโดยใช ้คําอุปมา มีคน หนึง่ ปลูกองุน ่ แล ้วล ้อมรัว้ ไว ้รอบ ๆ ขุดทีไ่ ว ้สําหรับเก็บองุน ่ และสร ้างหอคอย แล ้วให ้ชาวสวนเช่า จากนัน ้ พระองค์ก็เสด็จ ไปในดินแดนไกล 2 เมือ ่ ถึงฤดูเก็บเกีย ่ ว เขาก็สง่ คนรับใช ้ไปหาคนดูแลสวนองุน ่ เพือ ่ จะรับผลจากสวนองุน ่ นัน ้ จากคนดูแลสวนองุน ่ 3 แล ้วพวกเขาจับเขาและตีเขาแล ้วไล่เขากลับไปมือเปล่า 4 แล ้วเจ ้าของทีด ่ น ิ ส่งคนใช ้คนอืน ่ ไปหาเขาอีก และคนใช ้ก็ เอาหินขว ้างเขาจนศีรษะได ้รับบาดเจ็บ จากนัน ้ ก็ไล่เขา กลับไปในสภาพน่าละอาย 34
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
5 แล ้วท่านส่งคนอีกคนหนึง่ ไป และคนเหล่านัน ้ ก็ฆา่ เขา และ คนอืน ่ ๆ อีกมากมาย โดยเฆีย ่ นตีบ ้าง ฆ่าบ ้าง 6 ครัน ้ ยังมีบต ุ รทีร่ ักคนหนึง่ อยู่ พ่อจึงส่งบุตรนัน ้ ไปหาพวกเขา เป็ นครัง้ สุดท ้าย โดยกล่าวว่า พวกเขาคงจะเคารพบุตรของ เรา 7 แต่คนเช่าสวนเหล่านัน ้ ก็พด ู กันว่า คนนีแ ้ หละเป็ นทายาท มาฆ่าเขาเสีย แล ้วมรดกจะตกเป็ นของเรา” 8 แล ้วพวกเขาจึงจับเขาฆ่าเสียแล ้วโยนทิง้ นอกสวนองุน ่ 9 เจ ้าของสวนองุน ่ จะทําอย่างไร เขาจะมาทําลายคนดูแล สวนองุน ่ เสีย แล ้วมอบสวนองุน ่ ให ้คนอืน ่ ไป 10 และท่านทัง้ หลายไม่ได ้อ่านพระคัมภีรข ์ ้อนีห ้ รือว่า ศิลาซึง่ บรรดาผู ้ก่อสร ้างทิง้ ไว ้ กลับกลายเป็ นศิลามุมเอกแล ้ว 11 การนีเ้ ป็ นผลงานของพระเจ ้า และเป็ นสิง่ มหัศจรรย์ใน สายตาของเรา 12 พวกเขาจึงพยายามทีจ ่ ะจับพระองค์ แต่กลัวประชาชน เพราะพวกเขารู ้ว่าพระองค์ได ้ตรัสคําอุปมาเกีย ่ วกับพวกเขา เอง ดังนัน ้ พวกเขาจึงละพระองค์แล ้วเดินทางไป ี ละพวกเฮโรดบางส่วนไปหา 13 พวกเขาจึงส่งพวกฟาริสแ พระองค์ เพือ ่ จับผิดคําพูดของพระองค์ 14 ครัน ้ มาถึงแล ้ว พวกเขาจึงทูลพระองค์วา่ “อาจารย์ พวก ื่ และไม่เห็นแก่หน ้าใคร ข ้าพเจ ้าทราบอยูว่ า่ ท่านเป็ นผู ้สัตย์ซอ เพราะท่านมิได ้นับถือตัวตนของมนุษย์ แต่สงั่ สอนทางของ ี าร์เป็ นสิง่ ทีช พระเจ ้าอย่างแท ้จริง การจ่ายภาษี ให ้แก่ซซ ่ อบ ธรรมหรือไม่” 15 เราจะให ้หรือไม่ให ้? แต่พระองค์ทรงทราบถึงความหน ้า ่ ใจคดของพวกเขา จึงตรัสแก่พวกเขาว่า “ ทําไมเจ ้าจึง ซือ ล่อลวงเรา จงนํ าเงินมาให ้เราสักเหรียญหนึง่ เพือ ่ เราจะได ้ดู” 16พวกเขาจึงนํ ารูปนัน ้ มา และพระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า รูป และคําจารึกนีเ้ ป็ นของใคร พวกเขาจึงทูลตอบพระองค์วา่ “เป็ นของซีซาร์” 17 พระเยซูจงึ ตอบพวกเขาว่า “ จงถวายสิง่ ทีเ่ ป็ นของซีซาร์ ี าร์ และจงถวายสิง่ ทีเ่ ป็ นของพระเจ ้าแด่พระเจ ้า” พวก แก่ซซ เขาประหลาดใจในพระองค์ ี งึ่ กล่าวว่าไม่มก 18 แล ้วพวกสะดูสซ ี ารฟื้ นคืนชีวต ิ มาหา พระองค์ พวกเขาถามพระองค์วา่ 19 อาจารย์ โมเสสได ้เขียนถึงพวกเราว่า "ถ ้าชายคนหนึง่ ตาย และทิง้ ภรรยาไว ้และไม่มบ ี ต ุ ร ก็ให ้พีช ่ ายหรือน ้องชายรับ ้ สายของพีช ภรรยาของตนไว ้ และสืบเชือ ่ ายหรือน ้องชายไว ้" 20 ในเวลานัน ้ มีพน ี่ ้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยาแล ้วตายไปโดย ไม่มล ี ก ู หลาน ้ สาย 21 คนทีส ่ องจึงรับนางมา แล ้วก็ตายไป และไม่เหลือเชือ ไว ้เลย ส่วนคนทีส ่ ามก็ทําเหมือนกัน 22 และทัง้ เจ็ดคนนัน ้ ก็มน ี างอยูแ ่ ต่ไม่มบ ี ต ุ ร และในทีส ่ ด ุ ผู ้หญิงคนนัน ้ ก็ตายด ้วย 23 ดังนัน ้ ในการกลับคืนชีพเมือ ่ พวกเขาฟื้ นคืนชีพ เธอจะเป็ น ภรรยาของใคร เพราะว่าคนทัง้ เจ็ดได ้มีเธอไว ้เป็ นภรรยาแล ้ว 24พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " พวกท่านเข ้าใจผิดแล ้ว เพราะพวกท่านไม่รู ้พระคัมภีร ์ และไม่รู ้ฤทธิเ์ ดชของพระเจ ้า หรือ?" 25 เพราะเมือ ่ เขาทัง้ หลายจะฟื้ นจากความตาย เขาทัง้ หลาย จะไม่แต่งงาน หรือถูกยกให ้เป็ นสามีภรรยากัน แต่จะเป็ น เหมือนทูตสวรรค์ในสวรรค์ 26 ส่วนเรือ ่ งคนตายทีจ ่ ะกลับคืนชีพนัน ้ พวกท่านไม่เคยอ่าน ในหนังสือของโมเสสหรือว่าพระเจ ้าตรัสกับโมเสสในพุม ่ ไม ้ ว่า “เราเป็ นพระเจ ้าของอับราฮัม พระเจ ้าของอิสอัค และเป็ น พระเจ ้าของยาโคบ” 27 พระองค์มใิ ช่พระเจ ้าของคนตาย แต่เป็ นพระเจ ้าของคน เป็ น ดังนัน ้ พวกท่านจึงผิดมาก
28 และมีธรรมาจารย์คนหนึง่ มาได ้ยินเขาทัง้ หลายโต ้เถียงกัน และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได ้ดี จึงถามพระองค์วา่ “ข ้อใด สําคัญทีส ่ ด ุ ?” 29 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า " บัญญัตข ิ ้อแรกคือ จงฟั งเถิด อิสราเอล พระเจ ้าของเราเป็ นพระเจ ้าองค์เดียว" 30 และท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ ้าของท่านด ้วยสุดใจ ของท่าน และด ้วยสุดจิตวิญญาณของท่าน และด ้วยสุด ความคิดของท่าน และด ้วยสุดกําลังของท่าน นีแ ่ หละเป็ น พระบัญญัตข ิ ้อแรก 31 และข ้อทีส ่ องก็เหมือนกัน คือ จงรักเพือ ่ นบ ้านเหมือนรัก ตัวเอง ไม่มบ ี ญ ั ญัตอ ิ น ื่ ใดทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าบัญญัตส ิ องข ้อนี้ 32 และธรรมาจารย์ก็กล่าวแก่พระองค์วา่ "ดี อาจารย์ ท่านพูด จริง เพราะว่าพระเจ ้ามีเพียงองค์เดียว และไม่มพ ี ระเจ ้าอืน ่ ใด นอกจากพระองค์" 33 และการรักพระองค์ด ้วยสุดใจ และด ้วยสุดความเข ้าใจ และด ้วยสุดจิตวิญญาณ และด ้วยสุดกําลัง และรักเพือ ่ นบ ้าน เหมือนรักตนเอง ก็ยงิ่ ดีกว่าเครือ ่ งเผาบูชาและเครือ ่ งถวาย ้ ทัง้ สิน 34 เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นว่าเขาตอบอย่างมีวจิ ารณญาณ พระองค์จงึ ตรัสแก่เขาว่า “ เจ ้าไม่ไกลจากอาณาจักรของพระ เจ ้าเลย” หลังจากนัน ้ ไม่มใี ครกล ้าถามพระองค์อก ี 35 เมือ ่ พระเยซูทรงสอนอยูใ่ นพระวิหาร พระองค์จงึ ตรัสตอบ ว่า " พวกธรรมาจารย์พด ู ว่าพระคริสต์เป็ นพระบุตรของดาวิด ได ้อย่างไร" 36 เพราะดาวิดเองได ้กล่าวโดยพระวิญญาณบริสท ุ ธิว์ า่ พระ เจ ้าตรัสกับพระเจ ้าของฉั นว่า จงประทับทางขวามือของฉั น จนกว่าฉั นจะทําให ้ศัตรูของท่านเป็ นบัลลังก์รองพระบาทของ ท่าน 37 ดาวิดจึงเรียกพระองค์เองว่าพระเจ ้า แล ้วพระองค์จะเป็ น บุตรของดาวิดจากทีใ่ ดเล่า? ประชาชนทั่วไปได ้ยินพระองค์ ด ้วยความยินดี 38 แล ้วพระองค์ตรัสสัง่ สอนพวกเขาว่า “ จงระวังพวกธรรมา ้ ผ ้ายาวๆ และชอบให ้คน จารย์ซงึ่ ชอบแต่งกายด ้วยเสือ ทักทายในตลาด 39 และทีน ่ ั่งอันสูงเด่นในธรรมศาลา และทีน ่ ั่งอันสูงเด่นใน งานฉลอง 40 ซึง่ กินทําลายบ ้านเรือนของหญิงม่าย และแสร ้งอธิษฐาน ยืดยาว คนเหล่านีจ ้ ะต ้องได ้รับการลงโทษอย่างหนักยิง่ ขึน ้ 41 แล ้วพระเยซูประทับนั่งตรงข ้ามตู ้พระคลัง และ ทอดพระเนตรเห็นประชาชนนํ าเงินใส่ตู ้พระคลัง และคนรวย หลายคนก็นําเงินใส่มาก 42 และมีหญิงม่ายยากจนคนหนึง่ เข ้ามา แล ้วโยนเหรียญเล็ก สองเหรียญลงไป ซึง่ มีคา่ เพียงหนึง่ ฟาร์ธงิ 43 แล ้วพระองค์ทรงเรียกบรรดาสาวกของพระองค์มาและ ตรัสว่า เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า หญิงม่าย ยากจนคนนีไ้ ด ้ใส่เงินลงในตู ้พระคลังมากกว่าทุกคนทีใ่ ส่เงิน ลงไป 44 เพราะพวกเขานํ าความอุดมสมบูรณ์ของตนมาใส่ทงั ้ หมด แต่เนือ ่ งจากเธอขัดสน เธอก็เอาทุกสิง่ ทีเ่ ธอมี คือสิง่ สําหรับ เลีย ้ งชีวต ิ ทัง้ หมดของเธอมาใส่ บทที่ 13 1 เมือ ่ พระองค์เสด็จออกจากพระวิหาร มีสาวกคนหนึง่ ทูล พระองค์วา่ “อาจารย์ ดูซวิ า่ มีหน ิ และอาคารใดบ ้างทีน ่ !ี่ ” 2 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขา ว่า “ท่านเห็นอาคารใหญ่ๆ เหล่านี้ ไหม จะไม่มห ี น ิ ก ้อนใดเหลืออยูซ ่ ้อนทับกันโดยทีไ่ ม่ถก ู พังทลาย”
35
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
3 เมือ ่ พระองค์ประทับอยูบ ่ นภูเขามะกอกเทศตรงข ้ามกับพระ วิหาร เปโตร ยากอบ โยฮัน และอันดรูวท ์ ล ู ถามพระองค์เป็ น การส่วนตัวว่า 4 “จงบอกเราว่าเหตุการณ์เหล่านีจ ้ ะเกิดขึน ้ เมือ ่ ไร? และจะมี หมายสําคัญอะไรเมือ ่ เหตุการณ์ทงั ้ หมดเหล่านีจ ้ ะสําเร็จ?” 5 พระเยซูจงึ ตอบเขาทัง้ หลายว่า จงระวังอย่าให ้ใครล่อลวง พวกท่าน 6 เพราะว่าจะมีคนจํานวนมากมาอ ้างพระนามของเรา โดย กล่าวว่า เราเป็ นพระคริสต์ และจะหลอกลวงคนเป็ นอันมาก 7 และเมือ ่ ท่านทัง้ หลายได ้ยินเรือ ่ งสงครามและข่าวลือเรือ ่ ง สงคราม อย่าวิตกกังวลเลย เพราะว่าสิง่ เหล่านีจ ้ ะต ้องเกิดขึน ้ แต่ยังไม่ถงึ ทีส ่ ด ุ 8 เพราะว่าประชาชาติจะลุกขึน ้ ต่อสู ้ประชาชาติ และ อาณาจักรต่อสู ้อาณาจักรหนึง่ ๆ และจะเกิดแผ่นดินไหวในที่ ต่างๆ และจะมีความอดอยากและความยากลําบาก สิง่ เหล่านี้ เป็ นขัน ้ เริม ่ แรกของความทุกข์โศก 9 แต่จงระวังตัวไว ้เถิด เพราะเขาจะมอบท่านทัง้ หลายให ้สภา และท่านจะถูกเฆีย ่ นตีในธรรมศาลา และท่านจะถูกพาตัวไป ต่อหน ้าผู ้ปกครองและกษั ตริยเ์ พราะเรา เพือ ่ เป็ นพยาน กล่าวโทษพวกเขา 10 และข่าวประเสริฐนัน ้ จะต ้องถูกประกาศออกไปทั่วทุก ประชาชาติกอ ่ น 11 แต่เมือ ่ เขาทัง้ หลายจะนํ าท่านไปและมอบท่านไว ้นัน ้ อย่า คิดล่วงหน ้าว่าจะพูดอะไร และอย่าตรึกตรองเลย แต่จงพูด ทุกสิง่ ทีท ่ รงประทานให ้ท่านในเวลานัน ้ เพราะไม่ใช่ทา่ นเอง ทีพ ่ ด ู แต่เป็ นพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ 12 บัดนีพ ้ น ี่ ้องจะทรยศพีน ่ ้องให ้ถึงตาย พ่อจะทรยศลูก และ ลูกๆ จะลุกขึน ้ ต่อต ้านพ่อแม่ของตน และจะทําให ้พวกท่าน ต ้องถูกประหารชีวต ิ 13 และท่านทัง้ หลายจะถูกคนทัง้ ปวงเกลียดชังเพราะพระ นามของเรา แต่ผู ้ใดทีท ่ นได ้จนถึงทีส ่ ด ุ ผู ้นัน ้ จะรอด 14 แต่เมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็นสิง่ น่าสะอิดสะเอียนซึง่ ทําให ้เกิด ความรกร ้างว่างเปล่า ตามทีผ ่ ู ้เผยพระวจนะดาเนียลกล่าวถึง ยืนอยูใ่ นทีท ่ ไี่ ม่สมควร (ผู ้ทีอ ่ า่ นจงเข ้าใจเถิด) ผู ้ทีอ ่ ยูใ่ นแคว ้น ยูเดียจงหนีไปทีภ ่ เู ขา 15 ผู ้ทีอ ่ ยูบ ่ นหลังคาบ ้านอย่าลงมาในบ ้าน หรือเข ้าไปในบ ้าน เพือ ่ เอาอะไรออกจากบ ้านของตน ้ ผ ้าของตนอีก 16 ส่วนผู ้ทีอ ่ ยูก ่ ลางทุง่ ก็อย่ากลับไปเอาเสือ 17 แต่ความวิบต ั แ ิ ก่หญิงทีม ่ ค ี รรภ์และหญิงทีต ่ ้องดูดนมใน ช่วงเวลาเหล่านัน ้ ! 18 จงอธิษฐานขออย่าให ้ท่านต ้องหนีในฤดูหนาว 19 เพราะในสมัยนัน ้ จะเกิดความทุกข์ลําบากอย่างทีไ่ ม่เคยมี มาตัง้ แต่เริม ่ สร ้างโลกซึง่ พระเจ ้าทรงสร ้างมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มต ี อ ่ ไปอีก 20 และถ ้าพระเจ ้าไม่ได ้ทรงย่นวันเหล่านัน ้ ลง ก็จะไม่มเี นือ ้ หนังใดทีจ ่ ะรอดได ้เลย แต่เพราะเห็นแก่ผู ้ถูกเลือกซึง่ พระองค์ได ้ทรงเลือก พระองค์จงึ ทรงย่นวันเหล่านัน ้ ลง 21 และถ ้ามีผู ้ใดบอกท่านว่า ดูเถิด พระคริสต์อยูท ่ น ี่ ี่ หรือ ดู ่ พระองค์เลย เถิด พระองค์อยูท ่ น ี่ ั่น อย่าเชือ 22 เพราะว่าจะมีพระคริสต์เทียมและผู ้เผยพระวจนะเทียม เกิดขึน ้ และจะแสดงหมายสําคัญและการอัศจรรย์ เพือ ่ ล่อลวงแม ้แต่ผู ้ทีไ่ ด ้รับเลือก ถ ้าเป็ นไปได ้ 23 แต่ทา่ นทัง้ หลายจงระวังไว ้ ดูเถิด เราได ้บอกเรือ ่ งทัง้ หมด ให ้ท่านทราบล่วงหน ้าแล ้ว 24 แต่ในวันเหล่านัน ้ หลังจากความทุกข์ยากนัน ้ แล ้ว ดวง ่ งแสง อาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะไม่สอ 25 และดวงดาวบนฟ้ าจะร่วงหล่น และอํานาจต่างๆ ในฟ้ า ่ สะเทือน สวรรค์จะสัน
26 เมือ ่ นัน ้ พวกเขาจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆด ้วยฤทธิ์ อํานาจและพระสิรริ งุ่ โรจน์ยงิ่ ใหญ่ 27 แล ้วพระองค์จะทรงใช ้ทูตสวรรค์ของพระองค์ รวบรวมผู ้ที่ ่ ศ พระองค์เลือกไว ้จากสีท ิ ตัง้ แต่สด ุ ปลายแผ่นดินโลกจนสุด ปลายฟ้ า 28 จงเรียนรู ้คําอุปมาเรือ ่ งต ้นมะเดือ ่ เมือ ่ กิง่ อ่อนและออกใบ แล ้ว พวกท่านก็รู ้ว่าฤดูร ้อนใกล ้เข ้ามาแล ้ว 29 เช่นเดียวกัน เมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึน ้ จงรู ้ว่าเหตุการณ์นัน ้ ใกล ้จะถึงประตูแล ้ว 30 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ชัว่ อายุคนนีจ ้ ะไม่ลว่ งไป จนกว่าสิง่ ทัง้ หมดนีจ ้ ะเกิดขึน ้ ้ ไป แต่ถ ้อยคําของเราจะไม่สญ ้ ไป 31 ฟ้ าและดินจะสูญสิน ู สิน 32 แต่วันนัน ้ และเวลานัน ้ ไม่มใี ครรู ้ แม ้แต่ทต ู สวรรค์ในสวรรค์ ก็ไม่รู ้ พระบุตรก็ไม่รู ้ นอกจากพระบิดา 33 จงเฝ้ าระวังและอธิษฐาน เพราะเจ ้าทัง้ หลายไม่รู ้ว่าเวลาจะ มาถึงเมือ ่ ใด 34 เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็ นเหมือนชายคนหนึง่ ซึง่ กําลังจะ เดินทางไปไกล เขาได ้ละทิง้ บ ้านของตน และมอบอํานาจให ้ คนรับใช ้ของตน และให ้แต่ละคนทําหน ้าทีข ่ องตน และสัง่ คน เฝ้ าประตูให ้เฝ้ าระวัง 35 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงเฝ้ าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู ้ ว่าเจ ้าของบ ้านจะมาเมือ ่ ใด ตอนเย็น หรือเทีย ่ งคืน หรือเวลา ไก่ขน ั หรือตอนเช ้า 36 อย่าให ้เขามาพบคุณนอนหลับกะทันหัน 37 และสิง่ ทีเ่ ราบอกพวกท่าน เราก็บอกทุกคนว่า จงเฝ้ าระวัง บทที่ 14 1 ครัน ้ ล่วงไปสองวันแล ้ว ก็ถงึ เทศกาลปั สกาและเทศกาล ้ และพวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็ ขนมปั งไร ้เชือ พยายามหาทางจับพระองค์ด ้วยอุบายและประหารชีวต ิ เสีย 2 แต่พวกเขากล่าวว่า อย่าทําในวันฉลองเลย จะได ้ไม่เกิด การวุน ่ วายในหมูป ่ ระชาชน 3 เมือ ่ พระองค์ประทับอยูท ่ บ ี่ ้านเบธานีในบ ้านของซีโมนคน โรคเรือ ้ น เมือ ่ พระองค์กําลังทรงรับประทานอาหาร ก็มส ี ตรีคน หนึง่ เข ้ามาถือกล่องหินอลาบาสเตอร์บรรจุนํ้ามันหอมนาร์ด ซึง่ มีมล ู ค่าสูงมาก นางจึงทุบกล่องนัน ้ แล ้วเทลงบนศีรษะของ พระองค์ 4 และมีบางคนมีความขุน ่ เคืองภายในใจและกล่าวว่า เหตุใด จึงทําให ้นํ้ ามันหอมนีส ้ ญ ู เปล่า? 5 เพราะถ ้าขายได ้เงินมากกว่าสามร ้อยเดนาริอน ั ก็จะได ้เอา ไปแจกคนยากจน” พวกเขาจึงบ่นต่อว่าเธอ 6 พระเยซูจงึ ตรัสว่า “ ปล่อยนางไว ้อย่างนัน ้ เถิด เจ ้าไปยุง่ กับ นางทําไม นางได ้กระทําการดีแก่เราแล ้ว” 7 เพราะว่าคนจนนัน ้ มีอยูก ่ บ ั ท่านเสมอ และเมือ ่ ท่านปรารถนา ก็ทําดีตอ ่ เขาได ้ทุกเมือ ่ แต่เราไม่อยูก ่ บ ั ท่านเสมอไป 8 เธอได ้กระทําสิง่ ทีเ่ ธอสามารถทําได ้แล ้ว คือ เธอมา ล่วงหน ้าเพือ ่ เจิมร่างกายของฉั นเพือ ่ ฝั งศพ 9 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ทุกทีท ่ ข ี่ า่ วประเสริฐนี้ ถูกประกาศไปทั่วโลก สิง่ ทีเ่ ธอได ้ทําก็จะถูกกล่าวถึงเพือ ่ เป็ น ทีร่ ะลึกถึงเธอ 10 และยูดาส อิสคาริโอท หนึง่ ในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไปหาพวกปุโรหิตใหญ่ เพือ ่ จะทรยศพระองค์ให ้พวกเขา 11 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนัน ้ พวกเขาก็ดใี จและสัญญาว่าจะให ้ เงินแก่เขา และเขาพยายามหาวิธท ี จ ี่ ะทรยศต่อเขา ้ เมือ 12 และในวันแรกของเทศกาลกินขนมปั งไร ้เชือ ่ พวกเขา ฆ่าสัตว์ปัสกา เหล่าสาวกของพระองค์ก็ถามพระองค์วา่ " พระองค์ต ้องการให ้พวกเราไปจัดเตรียมทีไ่ หนให ้พระองค์ เสวยปั สกา" 36
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
13 แล ้วพระองค์จงึ ทรงส่งสาวกสองคนออกไป แล ้วตรัสแก่ เขาว่า จงเข ้าไปในเมือง แล ้วจะมีชายคนหนึง่ ถือเหยือกนํ้ ามา พบเจ ้า จงตามเขาไป 14 และเมือ ่ เขาจะเข ้าไปในทีใ่ ดก็ตาม จงบอกเจ ้าของบ ้านว่า พระอาจารย์ตรัสว่า ห ้องรับรองทีเ่ ราจะกินปั สกาพร ้อมกับ เหล่าสาวกของเราอยูท ่ ไี่ หน ้ ้ บนใหญ่ทต 15 และท่านจะชีให ้ท่านเห็นห ้องชัน ี่ กแต่งไว ้ พร ้อมแล ้ว จงจัดเตรียมไว ้ทีน ่ ั่นให ้เรา 16 และพวกสาวกของพระองค์ก็ออกไปและเข ้ามาในเมือง และพบเหมือนทีพ ่ ระองค์ได ้ตรัสแก่พวกเขา แล ้วพวกเขาก็ จัดเตรียมปั สกาไว ้ 17 และเมือ ่ เวลาเย็นพระองค์จะเสด็จมาพร ้อมกับสาวกสิบ สองคน 18 เมือ ่ พวกเขากําลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ พระเยซูก็ตรัส ว่า " เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า ผู ้ใดทีร่ ับประทาน อาหารกับเรา ผู ้นัน ้ จะทรยศต่อเรา" 19 พวกเขาก็เริม ่ เศร ้าโศกและถามพระองค์ทล ี ะคนว่า “เป็ น ฉั นหรือเปล่า” อีกคนหนึง่ ก็ถามว่า “เป็ นฉั นหรือเปล่า” 20 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ เป็ นคนหนึง่ ในสาวกสิบสอง คนทีจ ่ ม ุ่ ในจานกับเรา” 21 บุตรมนุษย์จะไปตามทีเ่ ขียนไว ้เกีย ่ วกับพระองค์ แต่วบ ิ ต ั ิ แก่คนทีท ่ รยศบุตรมนุษย์ หากคนนัน ้ ไม่เคยเกิดมา ก็คงจะดี สําหรับเขา 22 เมือ ่ พวกเขากําลังกินอยู่ พระเยซูทรงหยิบขนมปั งมาถวาย พระพร แล ้วหักส่งให ้พวกเขาพร ้อมตรัสว่า “ จงรับไปกินเถิด นีค ่ อ ื กายของเรา” 23 แล ้วพระองค์ทรงรับถ ้วย และเมือ ่ ทรงขอบพระคุณแล ้ว พระองค์ก็ทรงส่งให ้พวกเขา และพวกเขาทุกคนก็รับไปดืม ่ 24แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า นีค ่ อ ื โลหิตของเราแห่ง พันธสัญญาใหม่ ซึง่ หลัง่ เพือ ่ คนเป็ นอันมาก 25 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า เราจะไม่ดม ื่ นํ้ าองุน ่ ผลนัน ้ อีกต่อไปจนกว่าจะถึงวันนัน ้ ทีเ่ ราจะดืม ่ ใหม่ใน อาณาจักรของพระเจ ้า” 26 และเมือ ่ พวกเขาร ้องเพลงสรรเสริญแล ้ว พวกเขาก็ออกไป ยังภูเขามะกอก 27 พระเยซูจงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ คืนนีพ ้ วกท่านทุกคนจะ สะดุดเพราะเรา เพราะมีคําเขียนไว ้ว่า ‘เราจะตีผู ้เลีย ้ งแกะ และแกะจะกระจัดกระจายไป’ 28 แต่เมือ ่ พระองค์ทรงคืนพระชนม์แล ้ว เราจะไปยังแคว ้นกา ลิลล ี ว่ งหน ้าพวกท่าน 29 แต่เปโตรได ้กล่าวแก่พระองค์วา่ แม ้ทุกคนจะสะดุดใจ แต่ ข ้าพระองค์จะไม่สะดุดใจเลย 30 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่เจ ้าว่า ใน วันนี้ คือคืนนี้ ก่อนไก่ขน ั สองครัง้ เจ ้าจะปฏิเสธเราสามครัง้ " 31 แต่เขาพูดแรงขึน ้ ว่า “ถ ้าข ้าพเจ ้าต ้องตายพร ้อมกับท่าน ข ้าพเจ ้าจะไม่ปฏิเสธท่านเลย” คนเหล่านัน ้ ก็พด ู เหมือนกัน ่ เกทเสมนี แล ้ว 32 แล ้วพระองค์กบ ั สาวกมาถึงทีแ ่ ห่งหนึง่ ชือ พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า จงนั่งอยูท ่ น ี่ ข ี่ ณะทีเ่ ราจะอธิษฐาน 33 แล ้วพระองค์พาเปโตร ยาโคบ และยอห์นไปด ้วย และเริม ่ ตกตะลึงและหนักใจมาก 34 และตรัสแก่เขาว่า จิตวิญญาณของฉั นเศร ้าโศกยิง่ นักจน แทบจะตาย จงอยูท ่ น ี่ แ ี่ ละเฝ้ าระวัง 35 แล ้วพระองค์เสด็จไปข ้างหน ้าอีกหน่อยหนึง่ แล ้วทรง กราบลงกับพืน ้ ดิน ทรงอธิษฐานว่า ถ ้าเป็ นไปได ้ ขอให ้เวลา นัน ้ ผ่านพ ้นไปจากพระองค์ 36 พระองค์ตรัสว่า “ อับบา พระบิดา ทุกสิง่ เป็ นไปได ้สําหรับ พระองค์ โปรดเอาถ ้วยนีผ ้ า่ นพ ้นไปจากข ้าพระองค์เถิด แต่ อย่างไรก็ด ี อย่าให ้เป็ นไปตามทีข ่ ้าพระองค์ปรารถนา แต่ให ้ เป็ นไปตามทีพ ่ ระองค์ปรารถนา”
37 พระองค์จงึ เสด็จมาพบสาวกเหล่านัน ้ นอนหลับ จึงตรัสแก่ เปโตรว่า “ ซีโมน เจ ้านอนหลับอยูห ่ รือ เจ ้าไม่สามารถ เฝ้ ายามสักชัว่ โมงเดียวได ้หรือ” 38 จงเฝ้ าระวังและอธิษฐานเพือ ่ จะได ้ไม่ต ้องถูกทดลอง จิตใจพร ้อมแล ้ว แต่กายยังอ่อนแอ 39 แล ้วพระองค์เสด็จไปอีกครัง้ หนึง่ และทรงอธิษฐานและ ตรัสคําเช่นเดิม 40 เมือ ่ พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์ก็ทรงพบพวกเขานอน หลับอีก (เพราะตาของพวกเขาลืมไม่ขน ึ้ ) และไม่รู ้ว่าจะตอบ พระองค์อย่างไร 41 และพระองค์เสด็จมาครัง้ ทีส ่ ามแล ้วตรัสแก่พวกเขาว่า จง นอนต่อไปและพักผ่อนเถิด เวลานีเ้ พียงพอแล ้ว ดูเถิด บุตร มนุษย์จะถูกมอบไว ้ในมือของคนบาป 42 ลุกขึน ้ ไปกันเถิด ดูเถิด ผู ้ทรยศเราก็มาใกล ้แล ้ว 43 ขณะทีพ ่ ระองค์ยังตรัสอยูน ่ ัน ้ ยูดาสคนหนึง่ ในเหล่าสาวก สิบสองคน พร ้อมด ้วยฝูงชนจํานวนมากทีถ ่ อ ื ดาบและกระบอง มาจากพวกหัวหน ้าปุโรหิต พวกธรรมาจารย์ และผู ้เฒ่า ก็เข ้า มา 44 และผู ้ทีท ่ รยศต่อพระองค์ได ้ให ้สัญญาณแก่พวกเขาโดย กล่าวว่า "ผู ้ใดทีเ่ ราจะจูบก็เป็ นผู ้นัน ้ แหละ จงพาเขาออกไป และพาเขาออกไปอย่างปลอดภัย" 45 เมือ ่ พระองค์มาถึงแล ้ว พระองค์ก็ตรงไปหาเขาและกล่าว ว่า “อาจารย์ อาจารย์” แล ้วก็จบ ู เขา 46 แล ้วพวกเขาวางมือบนเขาแล ้วจับเขาไป ั ดาบฟั นผู ้รับใช ้ของมหา 47 และคนหนึง่ ทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้ๆ ก็ชก ปุโรหิตขาดหู 48 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " พวกเจ ้าออกมาจับเรา เหมือนเป็ นโจรโดยใช ้ดาบและกระบองหรือ?" 49 เราได ้อยูก ่ บ ั พวกท่านทุกวันเพือ ่ สัง่ สอนในวิหาร และพวก ท่านก็ไม่รับเราไว ้ แต่พระคัมภีรจ ์ ะต ้องสําเร็จ 50 แล ้วพวกเขาทัง้ หมดละทิง้ พระองค์แล ้วหนีไป 51 และมีชายหนุ่มคนหนึง่ ห่มผ ้าลินน ิ คลุมร่างเปลือยเปล่า ของตนตามพระองค์ไป พวกชายหนุ่มจึงจับตัวเขาไว ้ 52 แล ้วเขาได ้ทิง้ ผ ้าป่ านแล ้วหนีไปจากพวกเขาโดยเปลือย กาย 53 แล ้วพวกเขานํ าพระเยซูไปหามหาปุโรหิต และมีพวก ปุโรหิตหัวหน ้า พวกผู ้เฒ่า และพวกธรรมาจารย์ทงั ้ หมด ประชุมอยูก ่ บ ั พระองค์ 54 ส่วนเปโตรติดตามพระองค์ไปห่างๆ ไปจนถึงพระราชวัง ของมหาปุโรหิต และนั่งร่วมกับคนรับใช ้ และผิงไฟอยู่ ้ จึงหา 55 พวกหัวหน ้าปุโรหิตกับบรรดาสมาชิกสภาทัง้ สิน พยานมากล่าวโทษพระเยซูเพือ ่ จะประหารชีวต ิ พระองค์ แต่ก็ ไม่พบ 56 เพราะว่ามีหลายคนเป็ นพยานเท็จกล่าวโทษพระองค์ แต่ พยานของเขากลับไม่ตกลงกัน 57 และมีบางคนลุกขึน ้ มาเป็ นพยานเท็จกล่าวโทษพระองค์วา่ 58 เราได ้ยินเขากล่าวว่า เราจะทําลายวิหารนีท ้ ส ี่ ร ้างด ้วยมือ มนุษย์ และภายในสามวัน เราจะสร ้างขึน ้ ใหม่โดยไม่ใช ้มือ มนุษย์ 59 แต่พยานของพวกเขาก็ไม่เห็นด ้วยเช่นกัน 60 มหาปุโรหิตจึงยืนขึน ้ ท่ามกลางฝูงชนและถามพระเยซูวา่ “ท่านไม่ตอบอะไรเลยหรือ? พยานหลักฐานทีก ่ ล่าวโทษท่าน คืออะไร?” 61 แต่พระองค์ไม่ตอบอะไร มหาปุโรหิตจึงถามพระองค์อก ี ว่า “ท่านเป็ นพระคริสต์พระบุตรของผู ้ได ้รับพระพรใช่หรือไม่?” 62 พระเยซูตรัสว่า เราเป็ น และท่านทัง้ หลายจะเห็นบุตร มนุษย์ประทับอยูท ่ างขวามือของผู ้ทรงฤทธานุภาพ และเสด็จ มาบนเมฆแห่งสวรรค์ 37
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
้ ของตนแล ้วกล่าวว่า เราจะ 63 แล ้วมหาปุโรหิตก็ฉก ี เสือ ต ้องการพยานอะไรอีก? 64 ท่านทัง้ หลายได ้ยินคําหมิน ่ ประมาทแล ้ว ท่านคิดเห็น อย่างไร? และพวกเขาทัง้ หมดก็ตด ั สินให ้เขามีความผิดถึง ตาย 65 และบางคนก็เริม ่ ถ่มนํ้ าลายใส่พระองค์ และปิ ดหน ้า พระองค์ และตีพระองค์ พร ้อมกับพูดกับพระองค์วา่ ทํานายซิ” และคนรับใช ้ก็ตบพระองค์ด ้วยฝ่ ามือของพวกเขา 66 ขณะทีเ่ ปโตรอยูข ่ ้างล่างในพระราชวัง มีสาวใช ้คนหนึง่ ของมหาปุโรหิตเข ้ามา 67 เมือ ่ นางเห็นเปโตรกําลังผิงไฟอยู่ นางก็มองดูเขาแล ้ว กล่าวว่า “เจ ้าก็อยูก ่ บ ั เยซูชาวนาซาเร็ธด ้วย” 68 แต่เขาปฏิเสธว่า “ข ้าพเจ ้าไม่รู ้และไม่เข ้าใจสิง่ ทีท ่ า่ นพูด” แล ้วเขาก็ออกไปทีร่ ะเบียง ไก่ก็ขน ั 69 และสาวใช ้คนหนึง่ เห็นเขาอีกครัง้ และเริม ่ พูดกับคนทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้ว่า “คนนีเ้ ป็ นคนหนึง่ ในพวกเขา” 70 แต่พระองค์ก็ปฏิเสธอีก และอีกไม่นานหลังจากนัน ้ ผู ้ทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้ก็พด ู กับเปโตรอีกว่า “เจ ้าเป็ นคนหนึง่ ในพวกเขาแน่ ๆ เพราะเจ ้าเป็ นชาวกาลิล ี และคําพูดของเจ ้าก็สอดคล ้องกับ พวกเขา” 71 แต่เขาเริม ่ สาปแช่งและสาบานโดยกล่าวว่า “ฉั นไม่รู ้จักคน ทีพ ่ วกเจ ้าพูดถึงนี”้ 72 และเมือ ่ ไก่ขน ั ครัง้ ทีส ่ อง เปโตรก็นก ึ ถึงคําทีพ ่ ระเยซูตรัส กับเขาว่า ก่อนไก่ขน ั สองครัง้ เจ ้าจะปฏิเสธเราสามครัง้ เมือ ่ นึกถึงเรือ ่ งนีแ ้ ล ้ว เขาก็ร ้องไห ้
16 ทหารจึงนํ าพระองค์เข ้าไปในห ้องโถงทีเ่ รียกว่า ปราเอโท เรียม และเรียกทหารทัง้ กองมาประชุมกัน ้ ผ ้าสีมว่ งมาสวมให ้พระองค์ และสานมงกุฎ 17 และเขาเอาเสือ หนามไว ้รอบศีรษะของพระองค์ 18 แล ้วเริม ่ ทักทายพระองค์วา่ "สวัสดี กษั ตริยข ์ องชาวยิว!" 19 แล ้วพวกเขาตีพระเศียรของพระองค์ด ้วยอ ้อ และถ่ม นํ้ าลายรดพระองค์ พร ้อมกับคุกเข่าลงนมัสการพระองค์ ้ สี 20 เมือ ่ พวกเขาเยาะเย ้ยพระองค์แล ้ว พวกเขาก็ถอดเสือ ม่วงของพระองค์ออก แล ้วเอาฉลองพระองค์ของพระองค์ สวมให ้ และนํ าพระองค์ออกไปเพือ ่ จะตรึงกางเขน 21 พวกเขาจึงบังคับซีโมนชาวไซรีนผู ้กําลังเดินทางผ่านมา ทางนัน ้ ซึง่ เป็ นบิดาของอเล็กซานเดอร์และรูฟัส ให ้แบกไม ้ กางเขนของพระองค์ไป 22 แล ้วพวกเขานํ าพระองค์ไปยังสถานทีซ ่ งึ่ เรียกว่าโกลโกธา ซึง่ แปลว่า สถานทีข ่ องกะโหลกศีรษะ 23 แล ้วเขาก็ให ้พระองค์ดม ื่ ไวน์ผสมมดยอบ แต่พระองค์ไม่ รับ 24 และเมือ ่ พวกเขาตรึงพระองค์แล ้ว พวกเขาก็แบ่งฉลอง พระองค์ของพระองค์ออก แล ้วจับฉลากว่าแต่ละคนควรจะ เอาอะไร 25 ขณะนัน ้ เป็ นเวลาสามโมง เขาก็ตรึงพระองค์ไว ้ทีก ่ างเขน 26 และมีคํากล่าวหาของเขาเขียนไว ้ข ้างบนว่า "กษั ตริยข ์ อง ชาวยิว" 27 แล ้วเขาเอาโจรสองคนตรึงไว ้กับพระองค์ คนหนึง่ อยูข ่ ้าง ขวาของพระองค์ และอีกคนหนึง่ อยูข ่ ้างซ ้ายของพระองค์ 28 และพระคัมภีรก ์ ็สําเร็จทีว่ า่ 'ท่านถูกนับรวมกับบรรดาผู ้ ละเมิด' 29 และบรรดาผู ้ทีผ ่ า่ นไปมาต่างก็ดา่ ทอพระองค์ โดยส่ายหัว และกล่าวว่า "เจ ้าผู ้ทําลายพระวิหารและสร ้างใหม่ในสามวัน 30 จงช่วยตนเองให ้รอด และลงมาจากกางเขนเถิด 31 ในทํานองเดียวกัน พวกหัวหน ้าปุโรหิตก็ล ้อเลียนและพูด ในหมูพ ่ วกเขาเองกับพวกธรรมาจารย์วา่ พระองค์ชว่ ยคนอืน ่ ได ้ แต่พระองค์ชว่ ยตัวเองไม่ได ้ 32 ขอให ้พระคริสต์กษั ตริยแ ์ ห่งอิสราเอลเสด็จลงมาจาก ่ แต่คนทีถ กางเขนเดีย ๋ วนี้ เพือ ่ เราจะได ้เห็นและเชือ ่ ก ู ตรึง กางเขนพร ้อมกับพระองค์ก็ดา่ ทอพระองค์ 33 เมือ ่ ถึงเวลาบ่ายสามโมง ก็มด ื มัวไปทั่วแผ่นดินจนถึงบ่าย สามโมง 34 ครัน ้ ถึงเวลาสามทุม ่ พระเยซูทรงร ้องเสียงดังว่า “ เอโลอิ เอโลอิ ลามา ซาบัคธานี” ซึง่ แปลว่า “พระเจ ้าของข ้า พระองค์ พระเจ ้าของข ้าพระองค์ เหตุไฉนพระองค์ทรงละทิง้ ข ้าพระองค์?” 35 และบางคนทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ั่น เมือ ่ ได ้ยินดังนัน ้ ก็พด ู ว่า “ดูเถิด เขาเรียกเอลียาห์” 36 และมีคนหนึง่ วิง่ ไปเอาฟองนํ้ าทีเ่ ต็มไปด ้วยนํ้ าส ้มสายชู เสียบกับกก แล ้วส่งให ้พระองค์ดม ื่ โดยกล่าวว่า “อย่าเพิง่ พูด ถึงเรือ ่ งนัน ้ เรามาคอยดูวา่ เอลียาห์จะมาเอาเขาลงหรือไม่” ิ้ พระชนม์ 37พระเยซูทรงร ้องเสียงดัง แล ้วก็สน 38 และม่านในวิหารก็ฉก ี ขาดเป็ นสองท่อนตัง้ แต่บนจนล่าง 39 เมือ ่ นายร ้อยซึง่ ยืนอยูต ่ รงหน ้าพระองค์ เห็นว่าพระองค์ ้ พระชนม์ จึงกล่าวว่า แท ้จริง ทรงร ้องตะโกนเช่นนัน ้ และสิน ชายผู ้นีเ้ ป็ นพระบุตรของพระเจ ้า 40 และมีผู ้หญิงอีกหลายคนมองอยูแ ่ ต่ไกล มีมารียม ์ ักดาลา มารียม ์ ารดาของยากอบผู ้น ้อยและโยเสส และซาโลเม 41 (ซึง่ เมือ ่ พระองค์อยูใ่ นแคว ้นกาลิล ี ก็ได ้ติดตามพระองค์ และปรนนิบต ั พ ิ ระองค์) และมีสตรีอน ื่ ๆ อีกมากมายซึง่ ไป พร ้อมกับพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 42 และเมือ ่ ถึงเวลาเย็น เพราะเป็ นวันเตรียม คือ วันก่อนวันสะ บาโต
บทที่ 15 1 ครัน ้ รุง่ เช ้า พวกหัวหน ้าปุโรหิตได ้ปรึกษากับพวกผู ้เฒ่าและ พวกธรรมาจารย์และสภาทัง้ หมด แล ้วมัดพระเยซูแล ้วนํ า พระองค์ไปมอบให ้แก่ปีลาต 2 ปิ ลาตจึงถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิวหรือ” ปิ ลาตตอบว่า “ ท่านพูดเอง” 3 และพวกหัวหน ้าปุโรหิตก็ได ้กล่าวโทษพระองค์หลาย ประการ แต่พระองค์มไิ ด ้ทรงตอบประการใด 4 ปิ ลาตจึงถามพระองค์อก ี ว่า ท่านไม่ตอบอะไรเลยหรือ? ดูส ิ ว่าพวกเขาเป็ นพยานปรักปรําท่านเป็ นจํานวนเท่าใด 5 แต่พระเยซูยังไม่ทรงตอบสิง่ ใดเลย ทําให ้ปิ ลาตประหลาด ใจ 6 แล ้วในงานเลีย ้ งนัน ้ พระองค์ก็ทรงปล่อยนักโทษคนหนึง่ ให ้ พวกเขา ตามทีพ ่ วกเขาปรารถนา ่ บารับบัส ซึง่ ถูกผูกไว ้กับพวกทีก 7 มีคนหนึง่ ชือ ่ อ ่ กบฏกับเขา และได ้ฆ่าคนในการก่อกบฏครัง้ นัน ้ 8 และฝูงชนร ้องเสียงดังเริม ่ ปรารถนาให ้พระองค์ทําอย่างที่ เขาเคยทํากับพวกเขา 9 แต่ปิลาตตอบพวกเขาว่า "ท่านทัง้ หลายต ้องการให ้เรา ปล่อยกษั ตริยข ์ องชาวยิวให ้แก่ทา่ นหรือ?" 10 เพราะพระองค์ทรงทราบว่า พวกหัวหน ้าปุโรหิตได ้มอบ พระองค์ไว ้ด ้วยความอิจฉา 11 แต่พวกหัวหน ้าปุโรหิตยุยงประชาชนให ้ทรงปล่อยบารับ บัสให ้พวกเขาแทน 12 ปิ ลาตจึงตอบเขาอีกว่า "ถ ้าอย่างนัน ้ พวกเจ ้าจะทํา อย่างไรกับคนทีพ ่ วกเจ ้าเรียกว่ากษั ตริยข ์ องชาวยิว" 13พวกเขาร ้องตะโกนอีกว่า “ตรึงเขาไว ้ทีไ่ ม ้กางเขน” 14 ปิ ลาตจึงถามพวกเขาว่า “ทําไม เขาได ้ทําชัว่ อะไร” พวก เขาจึงตะโกนเสียงดังว่า “ตรึงเขาไว ้ทีไ่ ม ้กางเขน” 15 ดังนัน ้ ปิ ลาตจึงต ้องการจะทําให ้ประชาชนพอใจ จึงปล่อย บารับบัสให ้พวกเขา แล ้วเมือ ่ ได ้เฆีย ่ นตีพระเยซูแล ้ว เขาก็ มอบเขาให ้ไปตรึงทีไ่ ม ้กางเขน 38
พระกิตติคณ ุ ของมาระโก
43 โยเซฟจากอาริมาเธีย ซึง่ เป็ นทีป ่ รึกษาทีน ่ ่านับถือ ผู ้ซึง่ รอ คอยอาณาจักรของพระเจ ้า เข ้ามาหาปี ลาตอย่างกล ้าหาญ และปรารถนาพระกายของพระเยซู ิ้ พระชนม์แล ้ว 44 ปิ ลาตรู ้สึกประหลาดใจทีเ่ ห็นว่าพระองค์สน ิ้ พระชนม์มา จึงเรียกนายร ้อยมาถามพระองค์วา่ พระองค์สน บ ้างหรือยัง 45 เมือ ่ ทราบข่าวจากนายร ้อยแล ้ว จึงมอบศพให ้แก่โยเซฟ ้ ผ ้าลินน ้ ดี แล ้วนํ าพระองค์ลงมา แล ้วพัน 46 และท่านได ้ซือ ิ ชัน พระองค์ด ้วยผ ้าลินน ิ นัน ้ แล ้วฝั งไว ้ในหลุมฝั งศพทีเ่ จาะไว ้ใน ศิลา แล ้วกลิง้ หินปิ ดประตูหลุมฝั งศพ 47 และมารียม ์ ักดาลากับมารียม ์ ารดาของโยเสสได ้เห็นทีซ ่ งึ่ พระองค์ถก ู ฝั งไว ้
18 พวกเขาจะจับงูได ้ และถ ้าพวกเขาดืม ่ สิง่ ทีเ่ ป็ นอันตราย ใดๆ มันจะไม่เป็ นอันตรายแก่พวกเขา พวกเขาจะวางมือบน คนเจ็บป่ วย แล ้วพวกเขาจะหายเป็ นปกติ 19 เมือ ่ พระเจ ้าตรัสแก่พวกเขาแล ้ว พระองค์ทรงถูกรับขึน ้ สู่ สวรรค์ ประทับเบือ ้ งขวาพระหัตถ์ของพระเจ ้า 20 พวกเขาจึงออกไปประกาศไปทั่วทุกแห่ง โดยทีพ ่ ระเจ ้า ทรงร่วมงานกับพวกเขา และทรงยืนยันพระวจนะนัน ้ ด ้วย หมายสําคัญต่างๆ ทีต ่ ามมา อาเมน
บทที่ 16 1 ครัน ้ วันสะบาโตผ่านไปแล ้ว มารียม ์ ักดาลา มารียม ์ ารดาของ ้ เครือ ยากอบ และซาโลเม ได ้ซือ ่ งหอมมาเพือ ่ จะไปเจิมพระ ศพของพระองค์ 2 ครัน ้ รุง่ เช ้าของวันแรกของสัปดาห์ พวกเขาก็มาถึงอุโมงค์ ฝั งศพในเวลาพระอาทิตย์ขน ึ้ 3 พวกเขาจึงพูดกันเองว่า “ใครจะกลิง้ หินออกจากประตูหลุม ฝั งศพของเราได ้” 4 เมือ ่ พวกเขามองดูก็เห็นว่าก ้อนหินนัน ้ ถูกกลิง้ ออกแล ้ว เพราะมันใหญ่โตมาก 5 ครัน ้ เข ้าไปในอุโมงค์ฝังศพแล ้ว พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มคน ้ ยาวสีขาวนั่งอยูท หนึง่ สวมเสือ ่ างขวามือ พวกเขาจึงตกใจ กลัว 6แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “อย่าตกใจเลย พวกเจ ้า ทัง้ หลายมาหาพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ซึง่ ถูกตรึงบนกางเขน พระองค์ทรงคืนพระชนม์แล ้ว พระองค์ไม่อยูท ่ น ี่ ี่ จงดูทท ี่ เี่ ขา วางพระองค์ไว ้” 7 แต่จงไปบอกพวกสาวกของพระองค์และเปโตรเถิดว่า พระองค์เสด็จไปยังแคว ้นกาลิลก ี อ ่ นพวกท่าน พวกท่านจะ เห็นพระองค์ทน ี่ ั่น เหมือนทีพ ่ ระองค์บอกพวกท่านไว ้ 8 พวกเขาจึงออกไปอย่างรวดเร็วและวิง่ หนีจากหลุมฝั งศพ เพราะพวกเขากลัวและตกใจ พวกเขาไม่ได ้พูดอะไรกับใคร เลยเพราะพวกเขากลัว 9 ครัน ้ รุง่ เช ้าในวันต ้นสัปดาห์ พระเยซูทรงคืนพระชนม์ พระองค์ทรงปรากฏแก่มารียม ์ ักดาลาเป็ นคนแรก โดยที่ พระองค์ทรงขับผีเจ็ดตนออกจากมารีย ์ 10 แล ้วนางก็ไปบอกคนทัง้ หลายทีเ่ คยอยูก ่ บ ั พระองค์ซงึ่ กําลังร ้องไห ้ครํ่าครวญ 11 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินว่าพระองค์ทรงมีชวี ต ิ อยู่ และได ้เห็น ่ นางแล ้ว พวกเขาก็ไม่เชือ 12 หลังจากนัน ้ พระองค์ทรงปรากฏพระองค์ในอีกรูปหนึง่ แก่ สองคนนัน ้ ขณะทีพ ่ วกเขากําลังเดินทางเข ้าไปในบ ้านนอก ่ 13 พวกเขาไปบอกพวกทีเ่ หลือแต่ก็ไม่เชือ 14 ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่สาวกสิบเอ็ดคน เมือ ่ พวก เขากําลังรับประทานอาหารอยู่ และทรงตําหนิพวกเขาใน ่ และใจทีแ ่ เรือ ่ งความไม่เชือ ่ ข็งกระด ้าง เพราะพวกเขาไม่เชือ ผู ้ทีไ่ ด ้เห็นพระองค์หลังจากทีพ ่ ระองค์ทรงคืนพระชนม์แล ้ว 15 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า จงออกไปทั่วโลกประกาศ ข่าวประเสริฐแก่คนทัง้ ปวง ่ และรับบัพติศมาผู ้นัน ่ 16 ผู ้ใดเชือ ้ จะรอด แต่ผู ้ใดไม่เชือ จะต ้องถูกสาปแช่ง ่ คือ ในนาม 17 และเครือ ่ งหมายเหล่านีจ ้ ะตามมาสําหรับผู ้เชือ ของเรา พวกเขาจะขับผีออก พวกเขาจะพูดภาษาใหม่ๆ
39
พระวรสารนักบุญลูกา
22 ครัน ้ ท่านออกไปแล ้ว ท่านก็พด ู กับพวกเขาไม่ได ้ และคน ทัง้ หลายก็รู ้ว่าท่านได ้เห็นนิมต ิ ในพระวิหาร ท่านจึงโบกมือ เรียกพวกเขา แต่ยังคงพูดไม่ออก ิ้ สุดลง 23 ครัน ้ เมือ ่ วันปฏิบต ั พ ิ ระราชกิจของพระองค์สน พระองค์ก็เสด็จกลับบ ้านของพระองค์ 24 และภายหลังนัน ้ เอลิซาเบธภรรยาของเขาก็ตงั ้ ครรภ์และ ซ่อนตัวอยูห ่ ้าเดือนโดยพูดว่า 25 พระเจ ้าทรงกระทําเช่นนีก ้ บ ั ข ้าพเจ ้าในวันเวลาทีพ ่ ระองค์ ทอดพระเนตรดูข ้าพเจ ้า เพือ ่ ทรงลบล ้างความอับอายของ ข ้าพเจ ้าท่ามกลางมนุษย์ 26 เมือ ่ ถึงเดือนทีห ่ ก พระเจ ้าทรงส่งทูตสวรรค์กาเบรียลไปยัง ่ นาซาเร็ธ เมืองหนึง่ ในแคว ้นกาลิล ี ชือ ่ โจ 27 ถึงหญิงพรหมจารีทไี่ ด ้หมัน ้ หมายกับชายคนหนึง่ ชือ ่ มารีย ์ เซฟ จากราชวงศ์ดาวิด และหญิงพรหมจารีผู ้นัน ้ ชือ ่ ชมเถิด เจ ้าผู ้ 28 ทูตสวรรค์จงึ มาหาเธอแล ้วกล่าวว่า “จงชืน ได ้รับความโปรดปรานมาก พระเจ ้าสถิตอยูก ่ บ ั เจ ้า เจ ้าได ้รับ พรยิง่ กว่าสตรีใด ๆ” 29 เมือ ่ นางเห็นเขาแล ้ว นางก็ตกใจในคําพูดของเขา และคิด ในใจว่าจะทักทายเขาอย่างไรดี 30 ทูตสวรรค์จงึ กล่าวแก่เธอว่า “มารีย ์ อย่ากลัวเลย เพราะ เจ ้าเป็ นทีโ่ ปรดปรานของพระเจ ้า” 31 และดูเถิด เจ ้าจะตัง้ ครรภ์และคลอดบุตรชาย และจะ ่ บุตรนัน เรียกชือ ้ ว่าเยซู 32 เขาจะยิง่ ใหญ่ และจะทรงเรียกว่าบุตรของผู ้สูงสุด และ พระเจ ้าผู ้เป็ นเจ ้าจะทรงประทานบัลลังก์ของดาวิดบิดาของ เขาให ้แก่เขา 33 และพระองค์จะทรงครอบครองพงศ์พันธุข ์ องยาโคบ ตลอดไป และพระราชอาณาจักรของพระองค์จะไม่มวี ัน ้ สุด สิน 34 แล ้วมารียจ ์ งึ กล่าวแก่ทต ู สวรรค์วา่ “เหตุการณ์นจ ี้ ะเกิดขึน ้ ได ้อย่างไร เพราะฉั นไม่รู ้จักใครเลย” 35 ทูตสวรรค์จงึ ตอบนางว่า “พระวิญญาณบริสท ุ ธิจ์ ะเสด็จลง มาเหนือเจ ้า และฤทธิเ์ ดชของผู ้สูงสุดจะปกคลุมเจ ้า ิ ธิท เพราะฉะนัน ้ บุตรศักดิส ์ ท ์ จ ี่ ะเกิดจากเจ ้าจะได ้เรียกว่าบุตร ของพระเจ ้า” 36 และดูเถิด เอลิซาเบธลูกพีล ่ ก ู น ้องของคุณ เธอก็ตงั ้ ครรภ์ บุตรในวัยชราด ้วย และตอนนีเ้ ธอซึง่ ถูกเรียกว่าเป็ นหมันก็ได ้ หกเดือนแล ้ว 37 เพราะว่าพระเจ ้าจะไม่มส ี งิ่ ใดทีเ่ ป็ นไปไม่ได ้ 38 มารียจ ์ งึ กล่าวว่า “นีค ่ อ ื สาวใช ้ของพระเจ ้า ขอให ้เป็ นไป ตามคําของท่านเถิด” แล ้วทูตสวรรค์ก็จากนางไป 39 ในเวลานัน ้ มารียก ์ ็รบ ี ลุกขึน ้ ไปยังแดนภูเขา ไปสูเ่ มืองหนึง่ แห่งยูดาห์ 40 แล ้วเข ้าไปในบ ้านของซะคาริยาห์ แล ้วทักทายเอลิซาเบธ 41 เมือ ่ เอลิซาเบธได ้ยินคําทักทายของมารีย ์ ทารกในครรภ์ ของเธอก็ดน ิ้ และเอลิซาเบธก็เปี่ ยมด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ 42 และนางก็พด ู ออกมาด ้วยเสียงอันดังว่า เจ ้าได ้รับพระพร ยิง่ กว่าสตรีใด ๆ และลูกทีเ่ กิดในครรภ์ของเจ ้าก็ได ้รับพระพร เช่นกัน 43 และเหตุไฉนจึงเกิดสิง่ นีข ้ น ึ้ แก่ข ้าพเจ ้า ทีม ่ ารดาของพระ เจ ้าของข ้าพเจ ้าจะมาหาข ้าพเจ ้า? 44 เพราะว่าเมือ ่ เสียงคําทักทายของคุณดังขึน ้ ในหูของฉั น ทารกในครรภ์ของฉั นก็ดน ิ้ ด ้วยความยินดี ่ นัน 45 และผู ้หญิงทีไ่ ด ้เชือ ้ เป็ นสุข เพราะว่าสิง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรง บอกเล่าแก่เธอนัน ้ จะเกิดขึน ้ จริง 46 และมารียก ์ ล่าวว่า จิตวิญญาณของฉั นยกย่องพระเจ ้า ื่ ชมยินดีในพระเจ ้าพระผู ้ช่วย 47 และจิตวิญญาณของฉั นก็ชน ให ้รอดของฉั น
บทที่ 1 ่ 1 เพราะว่ามีหลายคนได ้ร่วมกันประกาศเรือ ่ งต่างๆ ทีเ่ ราเชือ กันอย่างแน่นอน 2 ตามทีเ่ ขาทัง้ หลายได ้ส่งมอบให ้แก่เรา ซึง่ เป็ นพยานเห็น ด ้วยตนเองตัง้ แต่ต ้น และเป็ นผู ้ประกาศพระวจนะ 3 ข ้าพเจ ้าเองก็เห็นสมควรทีจ ่ ะเขียนจดหมายถึงท่าน ตามลําดับ เพราะข ้าพเจ ้าเข ้าใจเรือ ่ งต่างๆ เป็ นอย่างดีตงั ้ แต่ ต ้นแล ้ว ท่านเทโอฟิ ลส ั ผู ้เป็ นทีเ่ คารพยิง่ 4 เพือ ่ ท่านจะได ้รู ้ความแน่นอนของสิง่ ต่างๆ ทีท ่ า่ นได ้รับ คําสัง่ สอนไว ้ ่ 5 ในสมัยของเฮโรด กษั ตริยแ ์ ห่งยูเดีย มีปโุ รหิตคนหนึง่ ชือ ซะคาริยาห์ ซึง่ อยูใ่ นสายอาบียา ภรรยาของเขาเป็ นบุตรสาว ่ เอลิซาเบธ ของอาโรน ชือ 6 และเขาทัง้ สองเป็ นคนชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ ้า ้ และ ดําเนินตามพระบัญญัตแ ิ ละข ้อกําหนดของพระเจ ้าทัง้ สิน ไม่มท ี ต ี่ ําหนิ 7 และเธอทัง้ สองไม่มบ ี ต ุ ร เพราะว่าเอลิซาเบธเป็ นหมัน และ ทัง้ สองก็ชรามากแล ้ว 8 และเกิดขึน ้ ว่าขณะทีเ่ ขากําลังปฏิบต ั ห ิ น ้าทีป ่ โุ รหิตต่อพระ พักตร์พระเจ ้าตามลําดับหน ้าทีข ่ องเขา ตามธรรมเนียมของตําแหน่งปุโรหิต เขาจะต ้องจุดธูปเทียน เมือ ่ เข ้าไปในวิหารของพระเจ ้า ้ ก็กําลังอธิษฐานอยูข 10 และฝูงชนทัง้ สิน ่ ้างนอกในเวลาจุดธูป เทียน 11 และมีทต ู สวรรค์ของพระเจ ้าปรากฏแก่เขา ยืนอยูท ่ างขวา ของแท่นเผาเครือ ่ งหอม 12 เมือ ่ ซะคาริยาห์เห็นพระองค์ เขาก็ตกใจและมีความกลัว มาก 13 แต่ทต ู สวรรค์กล่าวแก่เขาว่า “ซะคาริยาห์ อย่ากลัวเลย เพราะคําอธิษฐานของท่านได ้รับการฟั งแล ้ว และเอลิซาเบธ ่ บุตรนัน ภรรยาของท่านจะมีบต ุ รชาย และท่านจงตัง้ ชือ ้ ว่ายอ ห์น” 14 และท่านทัง้ หลายจะมีความยินดีและความยินดี และคน ่ ชมยินดีในการเกิดของเขา เป็ นอันมากจะชืน 15 เพราะว่าเขาจะยิง่ ใหญ่ในสายพระเนตรของพระเจ ้า และ เขาจะไม่ดม ื่ เหล ้าองุน ่ หรือเครือ ่ งดืม ่ ทีม ่ แ ี อลกอฮอล์เลย และ เขาจะเต็มไปด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิต ์ งั ้ แต่ครรภ์มารดาของ เขา 16 และคนอิสราเอลจํานวนมากจะหันกลับมาหาพระเจ ้าของ พวกเขา 17 และเขาจะนํ าหน ้าเขาไปด ้วยวิญญาณและฤทธิเ์ ดชของเอ ลียาห์ เพือ ่ หันใจของบรรดาบิดาให ้มาหาบุตร และหันใจของ ่ ฟั งให ้มาหาปั ญญาของผู ้ชอบธรรม เพือ บรรดาผู ้ไม่เชือ ่ เตรียม ชนชาติหนึง่ ให ้พร ้อมสําหรับพระเจ ้า 18 และซะคาริยาห์ก็กล่าวแก่ทต ู สวรรค์วา่ “ข ้าพเจ ้าจะทราบ เรือ ่ งนีไ้ ด ้อย่างไร เพราะข ้าพเจ ้าเป็ นคนชราและภรรยาของ ข ้าพเจ ้าก็มอ ี ายุมากแล ้ว 19 ทูตสวรรค์ตอบเขาว่า “เราคือกาเบรียลซึง่ ยืนอยูต ่ อ ่ หน ้า พระเจ ้า และเราถูกส่งมาเพือ ่ พูดกับท่านและนํ าข่าวดีนม ี้ าแจ ้ง แก่ทา่ น” 20 และดูเถิด เจ ้าจะเป็ นใบ ้และพูดไม่ได ้ จนกว่าจะถึงวันทีส ่ งิ่ ่ ถ ้อยคําของเรา ซึง่ จะ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ เพราะว่าเจ ้าไม่เชือ สําเร็จเมือ ่ ถึงเวลา 21 ประชาชนคอยซะคาริยาห์ และประหลาดใจทีเ่ ขาอยูใ่ น พระวิหารนานมาก 40
พระวรสารนั กบุญลูกา
48 เพราะพระองค์ทรงมองเห็นฐานะอันตํา่ ต ้อยของสาวใช ้ ของพระองค์ เพราะว่าดูเถิด ตัง้ แต่นต ี้ อ ่ ไปทุกชัว่ คนจะเรียก ข ้าพระองค์วา่ ผู ้ได ้รับพระพร 49 เพราะพระองค์ผู ้ทรงฤทธิไ์ ด ้ทรงกระทําการใหญ่แก่ ข ้าพเจ ้า และพระนามของพระองค์ก็บริสท ุ ธิ์ 50 และพระเมตตาของพระองค์ก็ทรงมีแก่ผู ้ทีย ่ ําเกรงพระองค์ ทุกชัว่ อายุคน 51 พระองค์ทรงแสดงความแข็งแกร่งด ้วยพระกรของพระองค์ พระองค์ทรงกระจายผู ้เย่อหยิง่ ออกไปจากจินตนาการของ จิตใจของพวกเขา 52 พระองค์ทรงถอดผู ้มีอํานาจจากทีน ่ ั่ง และทรงยกย่องผู ้ทีม ่ ี ฐานะตํา่ ต ้อยขึน ้ 53 พระองค์ทรงทําให ้คนหิวโหยอิม ่ ด ้วยสิง่ ดี ๆ และทรงส่ง คนมั่งมีไปมือเปล่า 54 พระองค์ทรงช่วยเหลืออิสราเอลผู ้รับใช ้ของพระองค์ด ้วย การระลึกถึงพระเมตตาของพระองค์ 55 ขณะทีพ ่ ระองค์ตรัสกับบรรพบุรษ ุ ของเรา แก่อบ ั ราฮัมและ แก่พงศ์พันธุข ์ องเขาตลอดไป 56 และมารียอ ์ าศัยอยูก ่ บ ั นางประมาณสามเดือน แล ้วจึงกลับ บ ้านของนาง 57 ครัน ้ ถึงเวลาทีเ่ อลิซาเบธจะคลอดบุตรชาย เธอก็คลอด บุตรชายคนหนึง่ 58 เพือ ่ นบ ้านและลูกพีล ่ ก ู น ้องของนางได ้ยินว่าพระเจ ้าทรง ื่ ชมยินดีกบ แสดงความเมตตาต่อนางมาก และพวกเขาก็ชน ั นางด ้วย 59 ครัน ้ ถึงวันทีแ ่ ปดพวกเขาก็ไปทําพิธส ี ห ุ นัตเด็กนัน ้ และตัง้ ่ เด็กนัน ่ บิดาของเขา ชือ ้ ว่าซะคาริยาห์ ตามชือ ่ ยอ 60 มารดาของเขาตอบว่า ไม่ใช่เช่นนัน ้ แต่เขาจะต ้องชือ ห์น 61 พวกเขาจึงกล่าวแก่เธอว่า “ไม่มผ ี ู ้ใดในญาติของคุณที่ ่ นัน เรียกด ้วยชือ ้ ” 62 แล ้วพวกเขาก็ทําสัญญาณแก่บด ิ าของเขาว่าต ้องการเรียก พระองค์วา่ อย่างไร ่ ของเขา 63 และท่านได ้ขอโต๊ะเขียนหนังสือ และเขียนว่า ชือ คือโยฮัน และทําให ้ทุกคนประหลาดใจ 64 ทันใดนัน ้ ปากของเขาก็เปิ ด และลิน ้ ของเขาหลุด และเขา พูดสรรเสริญพระเจ ้า 65 ความกลัวก็เกิดขึน ้ แก่คนทัง้ ปวงทีอ ่ ยูร่ อบๆ พวกตน และ คําเทศนาทัง้ หลายนีก ้ ็แพร่สะพัดไปทั่วแดนเทือกเขาแห่งยู ดาห์ 66 และทุกคนทีไ่ ด ้ยินก็เก็บเรือ ่ งนีไ้ ว ้ในใจโดยพูดว่า “เด็กนี้ จะเป็ นอย่างไรหนอ!” และพระหัตถ์ของพระเจ ้าอยูก ่ บ ั เขา 67 และซะคาริยาห์บด ิ าของเขาก็เต็มไปด ้วยพระวิญญาณ บริสท ุ ธิแ ์ ละกล่าวคําพยากรณ์วา่ 68 จงสรรเสริญพระเจ ้าผู ้เป็ นพระเจ ้าของอิสราเอล เพราะ พระองค์ได ้เสด็จมาเยีย ่ มและไถ่ประชากรของพระองค์ 69 และทรงสร ้างเขาแห่งความรอดให ้แก่เราในวงศ์วานของ ดาวิดผู ้รับใช ้ของพระองค์ 70 ตามทีพ ่ ระองค์ตรัสผ่านปากของบรรดาผู ้เผยพระวจนะของ พระองค์ซงึ่ ได ้มีมาตัง้ แต่สมัยโลกเริม ่ แรกว่า 71 ว่าเราจะรอดพ ้นจากศัตรูของเรา และจากมือของผู ้ที่ ้ เกลียดชังเราทัง้ สิน 72 เพือ ่ จะสําแดงความเมตตาทีท ่ รงสัญญาไว ้กับบรรพบุรษ ุ ของเรา และระลึกถึงพันธสัญญาบริสท ุ ธิข ์ องพระองค์ 73 คือคําสาบานทีพ ่ ระองค์ทรงสาบานไว ้กับอับราฮัมบิดาของ เรา 74 ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแก่เรา เพือ ่ ว่าเราจะได ้รับ การช่วยให ้พ ้นจากมือศัตรูของเรา และเราจะได ้รับใช ้พระองค์ โดยไม่ต ้องกลัว
ิ ธิแ 75 ด ้วยความศักดิส ์ ท ์ ละความชอบธรรมต่อพระพักตร์ พระองค์ ตลอดชีวต ิ ของเรา 76 และเจ ้าบุตรเอ๋ย จะถูกเรียกว่าศาสดาของผู ้สูงสุด เพราะว่าเจ ้าจะไปเบือ ้ งหน ้าพระพักตร์ของพระเจ ้าเพือ ่ เตรียม ทางของพระองค์ 77 เพือ ่ จะให ้ประชาชนของพระองค์รู ้จักความรอดโดยการ อภัยบาปของพวกเขา 78 โดยพระกรุณาอันอ่อนโยนของพระเจ ้าของเรา ซึง่ แสง ตะวันจากเบือ ้ งบนได ้เสด็จมาเยีย ่ มเยียนเรา 79 เพือ ่ จะให ้ความสว่างแก่ผู ้ทีน ่ ั่งอยูใ่ นความมืดและเงาแห่ง ่ นทางแห่งสันติ ความตาย เพือ ่ นํ าเท ้าของเราไปสูห 80 และเด็กนัน ้ ก็เจริญเติบโตและเข ้มแข็งขึน ้ ในจิตวิญญาณ และอาศัยอยูใ่ นถิน ่ ทุรกันดารจนถึงวันทีเ่ ขาจะปรากฏแก่พวก อิสราเอล บทที่ 2 1 ในสมัยนัน ้ มีพระราชกฤษฎีกาจากซีซาร์ออกัสตัสว่าให ้เก็บ ภาษี คนทัง้ โลก 2 (และการเก็บภาษี นเี้ กิดขึน ้ ครัง้ แรกเมือ ่ ไซรีเนียสเป็ นผู ้ว่า ราชการของซีเรีย) 3 และทุกคนก็ไปเสียภาษี โดยแต่ละคนไปยังเมืองของตน 4 โยเซฟก็ขน ึ้ ไปจากเมืองนาซาเร็ธแคว ้นกาลิล ี สูเ่ มืองเบธเล ้ สายมาจากดา เฮมของดาวิดในแคว ้นยูเดีย (เพราะเขาสืบเชือ วิด) 5 ให ้เสียภาษี รว่ มกับมารียผ ์ ู ้เป็ นภรรยาซึง่ หมัน ้ หมายไว ้ มีบต ุ ร มาก 6 เมือ ่ พวกท่านยังอยูท ่ น ี่ ั่น ก็ถงึ เวลาทีน ่ างจะคลอดบุตร 7 และนางก็ได ้บุตรหัวปี เป็ นชาย แล ้วนางก็เอาผ ้าอ ้อมพัน กายทารกนัน ้ แล ้ววางไว ้ในรางหญ ้า เพราะไม่มท ี วี่ า่ งให ้ใน โรงแรม 8 ในประเทศนัน ้ มีคนเลีย ้ งแกะอยูก ่ ลางทุง่ เฝ้ าแกะของตนใน เวลากลางคืน 9 ทันใดนัน ้ ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าก็ปรากฏแก่พวกเขา และ รัศมีแห่งพระเจ ้าก็ฉายส่องอยูโ่ ดยรอบ พวกเขาก็มค ี วามกลัว อย่างยิง่ 10 ทูตสวรรค์จงึ กล่าวแก่พวกเขาว่า “อย่ากลัวเลย เพราะว่าดู ่ ชมยินดีใหญ่หลวงมาบอกแก่ เถิด เรานํ าข่าวดีแห่งความชืน ท่านทัง้ หลาย ซึง่ จะเกิดแก่คนทัง้ ปวง” 11 เพราะในวันนีพ ้ ระผู ้ช่วยให ้รอดมาเกิดแก่ทา่ นทัง้ หลายใน เมืองของดาวิด คือพระคริสต์องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า 12 นีจ ่ ะเป็ นหมายสําคัญแก่พวกท่าน คือพวกท่านจะพบทารก นัน ้ พันผ ้าอ ้อมนอนอยูใ่ นรางหญ ้า 13 ทันใดนัน ้ มีชาวสวรรค์จํานวนมากมายมาอยูก ่ บ ั ทูตสวรรค์ องค์นัน ้ สรรเสริญพระเจ ้าว่า 14 ขอให ้พระสิรริ งุ่ โรจน์จงมีแด่พระเจ ้าในทีส ่ งู สุด และขอให ้ แผ่นดินโลกเต็มไปด ้วยสันติสข ุ และความเมตตาต่อคน ทัง้ หลาย ่ วรรค์แล ้ว พวก 15 และเมือ ่ เหล่าทูตสวรรค์ไปจากพวกเขาสูส เลีย ้ งแกะก็พด ู กันว่า “เราไปยังเมืองเบธเลเฮมกันเถิด ไปดู เหตุการณ์ทเี่ กิดขึน ้ ซึง่ พระเจ ้าทรงแจ ้งให ้เราทราบ” 16 พวกเขารีบไปพบมารีย ์ โยเซฟ และทารกนอนอยูใ่ นราง หญ ้า 17 เมือ ่ พวกเขาได ้เห็นแล ้ว พวกเขาก็เล่าเรือ ่ งทีเ่ ล่ากันถึงเด็ก นัน ้ ให ้ฟั ง 18 และคนทัง้ ปวงทีไ่ ด ้ยินก็ประหลาดใจในเรือ ่ งทีค ่ นเลีย ้ ง แกะบอกเล่าแก่พวกเขา 19 แต่มารียเ์ ก็บเรือ ่ งราวเหล่านัน ้ ไว ้และคิดอยูใ่ นใจ
41
พระวรสารนั กบุญลูกา
20 และบรรดาคนเลีย ้ งแกะกลับไปสรรเสริญและถวายเกียรติ พระเจ ้าสําหรับทุกสิง่ ทุกอย่างทีพ ่ วกเขาได ้ยินและได ้เห็น ตามทีบ ่ อกเล่าแก่พวกเขา 21 เมือ ่ ครบกําหนดแปดวันแล ้วสําหรับพิธเี ข ้าสุหนัตของเด็ก ่ ของเด็กนัน ่ ไว ้ ชือ ้ จึงถูกเรียกว่า เยซู ตามทีท ่ ต ู สวรรค์ได ้ตัง้ ชือ ก่อนทีเ่ ขาจะตัง้ ครรภ์ ้ สุดลง 22เมือ ่ วันชําระของนางตามธรรมบัญญัตข ิ องโมเสสสิน พวกเขาก็นําพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพือ ่ ถวายแด่พระ เจ ้า 23 (ตามทีเ่ ขียนไว ้ในธรรมบัญญัตข ิ องพระเจ ้าว่า บุตรชายทุก คนทีเ่ บิกครรภ์ จะได ้รับการเรียกว่าเป็ นผู ้บริสท ุ ธิแ ์ ด่พระเจ ้า) 24 และถวายเครือ ่ งบูชาตามทีก ่ ล่าวไว ้ในธรรมบัญญัตข ิ อง พระเจ ้า คือ นกเขาคูห ่ นึง่ หรือ นกพิราบหนุ่มสองตัว ่ ซีเมโอน 25 และดูเถิด มีชายคนหนึง่ อยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็ม ชือ เป็ นคนชอบธรรมและเลือ ่ มใสในพระเจ ้า และกําลังคอยการ ปลอบโยนสําหรับอิสราเอล และพระวิญญาณบริสท ุ ธิท ์ รง สถิตอยูก ่ บ ั เขา 26 และพระวิญญาณบริสท ุ ธิไ์ ด ้ทรงเปิ ดเผยแก่ทา่ นว่า ท่านจะ ไม่เห็นความตายจนกว่าจะได ้เห็นพระคริสต์ของพระเจ ้า 27 และท่านก็เข ้าไปในวิหารโดยพระวิญญาณ และเมือ ่ บิดา มารดานํ ากุมารเยซูเข ้ามาเพือ ่ ปฏิบต ั ต ิ อ ่ พระองค์ตามธรรม เนียมแห่งธรรมบัญญัต ิ 28 แล ้วท่านอุ ้มเขาขึน ้ ไป แล ้วสรรเสริญพระเจ ้าว่า 29 ข ้าแต่พระเจ ้า บัดนีข ้ อให ้ผู ้รับใช ้ของพระองค์ไปเป็ นสุข ตามพระดํารัสของพระองค์เถิด 30 เพราะตาของข ้าพระองค์ได ้เห็นความรอดของพระองค์ แล ้ว 31 ซึง่ พระองค์ได ้ทรงเตรียมไว ้ต่อหน ้าชนชาติทงั ้ ปวง 32 เป็ นแสงสว่างส่องแก่บรรดาประชาชาติตา่ งชาติ และเป็ น สง่าราศีของชนชาติอส ิ ราเอลของพระองค์ 33 โยเซฟกับมารดาของเขาก็ประหลาดใจเพราะสิง่ ทีเ่ ขาพูด ถึงพระองค์ 34 แล ้วสิเมโอนก็อวยพรพวกเขา และกล่าวแก่มารียม ์ ารดา ของเขาว่า ดูเถิด เด็กคนนีจ ้ ะถูกกําหนดให ้เป็ นเหตุให ้หลาย คนในอิสราเอลล ้มลงและลุกขึน ้ ใหม่ และเป็ นสัญญาณทีค ่ น จะพูดต่อต ้าน 35 (แม ้ดาบจะแทงทะลุจต ิ วิญญาณของท่านเองด ้วย) เพือ ่ ความคิดของดวงใจมากมายจะได ้ปรากฏออกมา ่ อันนาเป็ นผู ้เผยพระวจนะ เป็ นธิดาของ 36 มีหญิงคนหนึง่ ชือ ฟานูเอลจากเผ่าอาเซอร์ เธอเป็ นคนชรามากและมีสามีอยูก ่ น ิ ด ้วยกันเจ็ดปี ตงั ้ แต่ยังเป็ นสาวพรหมจารี ่ ี ซงึ่ ไม่ออกไป 37 และเป็ นม่ายมาเป็ นเวลาประมาณแปดสิบสีป จากพระวิหารเลย แต่ปรนนิบต ั พ ิ ระเจ ้าด ้วยการอดอาหารและ อธิษฐานทัง้ กลางวันและกลางคืน 38 และนางก็มาในทันใดนัน ้ ก็ถวายคําขอบพระคุณองค์พระผู ้ เป็ นเจ ้าด ้วย และกล่าวถึงพระองค์ให ้คนทัง้ ปวงทีร่ อคอยการ ไถ่บาปทีก ่ รุงเยรูซาเล็มฟั ง 39 และเมือ ่ เขาทัง้ หลายได ้กระทําทุกสิง่ ตามธรรมบัญญัต ิ ของพระเจ ้าแล ้ว เขาก็กลับไปยังแคว ้นกาลิล ี ถึงเมืองนาซา เร็ธของตน 40 และเด็กนัน ้ ก็เจริญเติบโตและเข ้มแข็งในจิตวิญญาณเต็ม ไปด ้วยสติปัญญา และพระคุณของพระเจ ้าก็อยูก ่ บ ั เขา 41 บิดามารดาของพระองค์จะไปกรุงเยรูซาเล็มในเทศกาลปั สกาทุกปี ิ สองพรรษา เขาก็ขน 42 เมือ ่ พระองค์มพ ี ระชนมายุสบ ึ้ ไปยัง กรุงเยรูซาเล็มตามธรรมเนียมของงานฉลองนัน ้ 43 เมือ ่ ครบกําหนดเวลาแล ้ว ขณะกําลังเดินทางกลับ พระ กุมารเยซูยังอยูค ่ ้างอยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็ม โยเซฟกับมารดา ของพระองค์ไม่รู ้เรือ ่ งนี้
44 แต่พวกเขาคิดว่าพระองค์อยูใ่ นกลุม ่ คนเหล่านัน ้ จึง เดินทางไปได ้วันหนึง่ และตามหาพระองค์ในหมูญ ่ าติพน ี่ ้อง และคนทีร่ ู ้จัก 45 เมือ ่ ไม่พบพระองค์ พวกเขาจึงกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม อีกครัง้ เพือ ่ ตามหาพระองค์ 46 ครัน ้ ล่วงไปสามวันแล ้ว จึงพบพระองค์อยูใ่ นพระวิหาร นั่ง อยูท ่ า่ มกลางพวกหมอฟั งพระองค์และซักถามพวกเขา 47 และทุกคนทีไ่ ด ้ยินก็ประหลาดใจในความเข ้าใจและ คําตอบของพระองค์ 48 เมือ ่ พวกเขาเห็นพระองค์ก็ประหลาดใจ มารดาของ พระองค์จงึ ถามพระองค์วา่ “ลูกเอ๋ย ทําไมเจ ้าจึงทํากับเรา อย่างนี้ ดูเถิด พ่อกับแม่ตามหาเจ ้าด ้วยความโศกเศร ้า” 49 พระเยซูจงึ ตรัสถามเขาว่า “ เหตุใดท่านจึงแสวงหาเรา? ท่านไม่ทราบหรือว่าเราต ้องดําเนินกิจการของพระบิดา?” 50 และพวกเขาไม่เข ้าใจถ ้อยคําทีพ ่ ระองค์ตรัสกับพวกเขา 51 แล ้วพระองค์ก็ลงไปกับเขาทัง้ หลาย และมายังเมืองนาซา เร็ธ และอยูใ่ ต ้บังคับของพวกเขา แต่มารดาของพระองค์ก็ เก็บเรือ ่ งราวเหล่านีไ้ ว ้ในใจ 52 และพระเยซูทรงเจริญเติบโตขึน ้ ทัง้ ในสติปัญญาและใน ด ้านร่างกาย และเป็ นทีช ่ อบต่อพระเจ ้าและต่อมนุษย์ด ้วย บทที่ 3 ิ ห ้าแห่งรัชกาลของทิเบเรียส ซีซาร์ ปอนทิอส 1 บัดนีใ้ นปี ทส ี่ บ ั ปี ลาตเป็ นเจ ้าเมืองยูเดีย และเฮโรดเป็ นเจ ้าเมืองแคว ้นกาลิล ี และฟิ ลป ิ น ้องชายของเขาเป็ นเจ ้าเมืองแคว ้นอิทเู รียและ แคว ้นตราโคนิตส ิ และลีซาเนียสเป็ นเจ ้าเมืองแคว ้นอาบิลน ี 2 อันนัสกับไคอาฟาสซึง่ เป็ นมหาปุโรหิต พระวจนะของพระ เจ ้าจึงมาถึงยอห์นบุตรชายของซะคาริยาห์ในถิน ่ ทุรกันดาร 3 และท่านไปทั่วบริเวณรอบแม่นํ้าจอร์แดน เทศนาเรือ ่ งบัพ ติศมาแห่งการกลับใจเพือ ่ การอภัยบาป 4 ตามทีเ่ ขียนไว ้ในหนังสือถ ้อยคําของเอซายาห์ผู ้เผยพระ วจนะว่า "เสียงผู ้ร ้องในถิน ่ ทุรกันดารว่า จงเตรียมทางสําหรับ พระเจ ้า จงทําทางเดินของพระองค์ให ้ตรง" 5 หุบเขาทุกแห่งจะถูกถมให ้เต็ม และภูเขาและเนินทุกแห่งจะ ถูกทําให ้ตํา่ ลง และทางทีค ่ ดเคีย ้ วจะถูกทําให ้ตรง และทางที่ ขรุขระจะถูกทําให ้เรียบ 6 และมนุษย์ทงั ้ ปวงจะเห็นความรอดของพระเจ ้า 7 แล ้วพระองค์ตรัสแก่ฝงู ชนทีม ่ ารับบัพติศมาจากพระองค์วา่ โอ ชาติงพ ู ษ ิ ใครเตือนพวกเจ ้าให ้หนีจากพระพิโรธทีจ ่ ะมาถึง? 8 เพราะฉะนัน ้ จงออกผลให ้สมกับการกลับใจเสียเถิด และ อย่าเริม ่ พูดกับตัวเองว่า เรามีอบ ั ราฮัมเป็ นบิดา เพราะว่าเรา บอกพวกท่านทัง้ หลายว่า พระเจ ้าทรงสามารถให ้บุตรเกิดขึน ้ แก่อบ ั ราฮัมจากก ้อนหินเหล่านีไ้ ด ้ 9 บัดนีข ้ วานก็วางไว ้ทีโ่ คนต ้นไม ้แล ้ว ทุกต ้นไม ้ทีไ่ ม่เกิดผลดี ก็จะถูกโค่นและโยนเข ้ากองไฟ 10 ประชาชนจึงถามเขาว่า แล ้วเราจะต ้องทําอย่างไร? ้ สองตัวก็จงแบ่งปั น 11 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ผู ้ใดมีเสือ ให ้แก่ผู ้ไม่ม ี และผู ้ใดมีอาหารก็จงทําเช่นเดียวกัน” 12 จากนัน ้ พวกเก็บภาษี ก็มาเพือ ่ รับบัพติศมา และถาม พระองค์วา่ “อาจารย์ เราจะต ้องทําอย่างไร?” 13 แล ้วท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า อย่าเรียกเก็บเกินกว่าที่ กําหนดไว ้ 14 พวกทหารก็ถามเขาเหมือนกันว่า “แล ้วเราจะต ้องทํา อย่างไร” เขาจึงตอบพวกเขาว่า “อย่าทําร ้ายใคร อย่า กล่าวโทษใครเป็ นเท็จ และจงพอใจกับค่าจ ้างของตน” 15 ขณะทีค ่ นทัง้ หลายกําลังคอยและคิดอยูใ่ นใจว่ายอห์นเป็ น พระคริสต์หรือไม่ 42
พระวรสารนั กบุญลูกา
บทที่ 4
16 ยอห์นจึงตอบเขาทัง้ หลายว่า “ข ้าพเจ ้าให ้บัพติศมาแก่ ท่านทัง้ หลายด ้วยนํ้ า แต่จะมีพระองค์หนึง่ ซึง่ ทรงฤทธิย ์ งิ่ กว่า ข ้าพเจ ้ามา และข ้าพเจ ้าไม่คค ู่ วรทีจ ่ ะแก ้เชือกรองเท ้าของ พระองค์ พระองค์จะทรงให ้บัพติศมาแก่ทา่ นทัง้ หลายด ้วย พระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ละด ้วยไฟ 17 ซึง่ พระองค์ถอ ื พัดอยูใ่ นพระหัตถ์ และพระองค์จะทรงชําระ ลานดินของพระองค์ให ้สะอาด และจะทรงรวบรวมข ้าวสาลีไว ้ ในยุ ้งฉางของพระองค์ แต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด ้วยไฟที่ ไม่มวี ันดับ 18 และในคําเทศนาของพระองค์ พระองค์ยังทรงประกาศ เรือ ่ งอืน ่ ๆ อีกมากมายแก่ประชาชน 19 แต่เฮโรดเจ ้าเมืองถูกตําหนิเรือ ่ งนางเฮโรเดียสภรรยา ของฟิ ลป ิ พีช ่ ายของตน และเรือ ่ งชัว่ ทัง้ หมดทีเ่ ฮโรดได ้ทํา 20 นอกจากนี้ เขายังเพิม ่ เติมเรือ ่ งนีอ ้ ก ี ว่า เขาขังยอห์นไว ้ใน คุก 21เมือ ่ คนทัง้ หลายรับบัพติศมาแล ้ว พระเยซูทรงรับบัพติศมา และทรงอธิษฐานอยู่ ฟ้ าสวรรค์ก็เปิ ดออก 22 และพระวิญญาณบริสท ุ ธิเ์ สด็จลงมาบนพระองค์ในรูปร่าง เหมือนนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า เจ ้าเป็ นบุตรที่ รักของเรา เราพอใจเจ ้ามาก 23 และพระเยซูเองก็ทรงมีพระชนมายุประมาณสามสิบ พรรษา เป็ นทีเ่ ข ้าใจกันว่าเป็ นบุตรของโยเซฟ ซึง่ เป็ นบุตร ของเฮลี 24 ซึง่ เป็ นบุตรของมัทธัต ซึง่ เป็ นบุตรของเลวี ซึง่ เป็ นบุตร ของเมลคี ซึง่ เป็ นบุตรของยันนา ซึง่ เป็ นบุตรของโยเซฟ 25 ซึง่ เป็ นบุตรของมัทธาธีอส ั ซึง่ เป็ นบุตรของอาโมส ซึง่ เป็ น บุตรของนาอุม ซึง่ เป็ นบุตรของเอสลี ซึง่ เป็ นบุตรของนากเก 26 ซึง่ เป็ นบุตรของมาอาธ ซึง่ เป็ นบุตรของมัททาธีอส ั ซึง่ เป็ น ่ ่ บุตรของเสเมอี ซึงเป็ นบุตรของโยเซฟ ซึงเป็ นบุตรของยูดาห์ 27 ซึง่ เป็ นบุตรของโยอันนา ซึง่ เป็ นบุตรของเรซา ซึง่ เป็ นบุตร ของโศโรบาเบล ซึง่ เป็ นบุตรของซาลาเทียล ซึง่ เป็ นบุตร ของเนรี 28 ซึง่ เป็ นบุตรของเมลคี ซึง่ เป็ นบุตรของอัดดี ซึง่ เป็ นบุตร ของโคสัม ซึง่ เป็ นบุตรของเอลโมดัม ซึง่ เป็ นบุตรของเออร์ 29 ซึง่ เป็ นบุตรของโฮเซ ซึง่ เป็ นบุตรของเอลีเอเซอร์ ซึง่ เป็ น บุตรของโยริม ซึง่ เป็ นบุตรของมัทธัต ซึง่ เป็ นบุตรของเลวี 30 ซึง่ เป็ นบุตรของสิเมโอน ซึง่ เป็ นบุตรของยูดาห์ ซึง่ เป็ น บุตรของโยเซฟ ซึง่ เป็ นบุตรของโยนัน ซึง่ เป็ นบุตรของเอลี ยาคิม 31 ซึง่ เป็ นบุตรของเมเลอา ซึง่ เป็ นบุตรของเมนัน ซึง่ เป็ นบุตร ของมัททาธา ซึง่ เป็ นบุตรของนาธาน ซึง่ เป็ นบุตรของดาวิด 32 ซึง่ เป็ นบุตรของเจสซี ซึง่ เป็ นบุตรของโอเบด ซึง่ เป็ นบุตร ของโบอาส ซึง่ เป็ นบุตรของซัลมอน ซึง่ เป็ นบุตรของนาสัน 33 ซึง่ เป็ นบุตรของอามีนาดับ ซึง่ เป็ นบุตรของอารัม ซึง่ เป็ น บุตรของเอสโรน ซึง่ เป็ นบุตรของฟาเรส ซึง่ เป็ นบุตรของยู ดาห์ 34 ซึง่ เป็ นบุตรของยาโคบ ซึง่ เป็ นบุตรของอิสอัค ซึง่ เป็ นบุตร ของอับราฮัม ซึง่ เป็ นบุตรของธารา ซึง่ เป็ นบุตรของนาโฮร์ 35 ซึง่ เป็ นบุตรของสารุค ซึง่ เป็ นบุตรของราเกา ซึง่ เป็ นบุตร ของฟาเลค ซึง่ เป็ นบุตรของเฮเบอร์ ซึง่ เป็ นบุตรของซาลา 36 ซึง่ เป็ นบุตรของไคนัน ซึง่ เป็ นบุตรของอาร์ฟัคซาด ซึง่ เป็ น บุตรของเชม ซึง่ เป็ นบุตรของโนอาห์ ซึง่ เป็ นบุตรของลาเมค 37 ซึง่ เป็ นบุตรของมาธูซาลา ซึง่ เป็ นบุตรของเอโนค ซึง่ เป็ น บุตรของยาเรด ซึง่ เป็ นบุตรของมาเลเลเอล ซึง่ เป็ นบุตรของ ไคนัน 38 ซึง่ เป็ นบุตรของเอโนส ซึง่ เป็ นบุตรของเซธ ซึง่ เป็ นบุตร ของอาดัม ซึง่ เป็ นบุตรของพระเจ ้า
1 และพระเยซูทรงเปี่ ยมด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิเ์ สด็จกลับ จากแม่นํ้าจอร์แดน และทรงถูกพระวิญญาณทรงนํ าเข ้าไปใน ถิน ่ ทุรกันดาร ่ บ ิ วัน และในวันนัน 2 พระองค์ทรงถูกมารทดลองเป็ นเวลาสีส ้ ้ วันแล ้ว พระองค์ก็ พระองค์ไม่ได ้เสวยอะไรเลย และเมือ ่ สิน ทรงหิว 3 แล ้วมารก็พด ู กับพระองค์วา่ ถ ้าท่านเป็ นพระบุตรของพระ เจ ้า จงสัง่ หินก ้อนนีใ้ ห ้กลายเป็ นขนมปั ง 4 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " มีเขียนไว ้ว่า มนุษย์จะดํารงชีวต ิ ด ้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได ้ แต่ดํารงชีวต ิ ด ้วยพระวจนะ ทุกคําของพระเจ ้า" 5 แล ้วปี ศาจนํ าพระองค์ขน ึ้ ไปบนภูเขาสูง และแสดง ้ ในโลกให ้พระองค์เห็นในขณะเดียว อาณาจักรทัง้ สิน 6 แล ้วมารก็พด ู กับพระองค์วา่ “เราจะยกอํานาจทัง้ หมดนีแ ้ ละ ความรุง่ เรืองของอํานาจเหล่านัน ้ ให ้แก่ทา่ น เพราะว่าอํานาจ นัน ้ ได ้มอบให ้แก่เราแล ้ว และผู ้ใดทีเ่ ราต ้องการ เราก็จะให ้” 7 ดังนัน ้ ถ ้าท่านปรารถนาจะนมัสการเรา ทุกสิง่ ก็จะเป็ นของ ท่าน 8 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ จงถอยไปจากเรา ซาตาน เพราะมีคําเขียนไว ้ว่า ‘จงนมัสการพระเจ ้าผู ้เป็ นพระเจ ้าของ เจ ้า และปรนนิบต ั พ ิ ระองค์แต่ผู ้เดียว’ 9 แล ้วท่านนํ าพระองค์มายังกรุงเยรูซาเล็ม แล ้วให ้พระองค์ ประทับบนปราการของพระวิหาร แล ้วกล่าวแก่พระองค์วา่ ถ ้า ท่านเป็ นพระบุตรของพระเจ ้า จงกระโดดลงมาจากทีน ่ เี่ ถิด 10 เพราะมีเขียนไว ้ว่า พระองค์จะทรงมอบหมายทูตสวรรค์ ของพระองค์ให ้ดูแลท่าน 11 และพวกเขาจะอุ ้มเจ ้าไว ้ในมือพวกเขา เพือ ่ ว่าเจ ้าจะไม่ได ้ สะดุดเท ้ากับหิน 12พระเยซูจงึ ตอบเขาว่า " มีคํากล่าวไว ้ว่า อย่าทดลองพระ เจ ้าผู ้เป็ นพระเจ ้าของเจ ้า" ้ เสร็จสิน ้ แล ้ว จึงออกไป 13 เมือ ่ มารกระทําการล่อลวงทัง้ สิน จากพระองค์ชวั่ ระยะหนึง่ 14 แล ้วพระเยซูเสด็จกลับไปด ้วยพลังแห่งพระวิญญาณยัง ั ท์ของพระองค์ก็แพร่ออกไปทั่ว แคว ้นกาลิล ี และกิตติศพ แคว ้นโดยรอบ 15 และพระองค์ทรงสัง่ สอนในธรรมศาลาของพวกเขา โดย ได ้รับเกียรติจากคนทัง้ ปวง 16 แล ้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธซึง่ เป็ นสถานทีท ่ ี่ พระองค์เติบโตมา และในวันสะบาโต พระองค์ก็เสด็จเข ้าไป ในธรรมศาลาตามปกติ และทรงยืนขึน ้ เพือ ่ จะอ่านหนังสือ 17 และหนังสือของผู ้เผยพระวจนะเอซายาห์ก็ถก ู มอบให ้แก่ เขา และเมือ ่ เขาได ้เปิ ดหนังสือนัน ้ ออก เขาก็พบจุดทีเ่ ขียนไว ้ ว่า 18 พระวิญญาณของพระเจ ้าทรงสถิตอยูเ่ หนือข ้าพเจ ้า เพราะ พระองค์ทรงเจิมข ้าพเจ ้าไว ้เพือ ่ ประกาศข่าวประเสริฐแก่คน ยากจน พระองค์ทรงใช ้ข ้าพเจ ้ามาเพือ ่ รักษาผู ้ทีช ่ อกชํ้าใจ ประกาศอิสรภาพแก่ผู ้ถูกจองจํา ประกาศให ้คนตาบอด มองเห็นได ้ เพือ ่ ปลดปล่อยผู ้ถูกกดขีใ่ ห ้เป็ นอิสระ 19 เพือ ่ ประกาศข่าวประเสริฐเรือ ่ งปี แห่งความโปรดปรานของ พระเจ ้า 20 แล ้วพระองค์ทรงม ้วนหนังสือนัน ้ แล ้วทรงส่งให ้ศิษยาภิ บาลอีกครัง้ แล ้วทรงประทับนั่งลง สายตาของทุกคนทีอ ่ ยูใ่ น ธรรมศาลาก็จ ้องไปทีพ ่ ระองค์ 21 แล ้วพระองค์จงึ เริม ่ ตรัสแก่พวกเขาว่า วันนีพ ้ ระคัมภีร ์ ํ ตอนนีก ้ ็สาเร็จกับหูของพวกท่านแล ้ว
43
พระวรสารนั กบุญลูกา
22 และทุกคนต่างก็เป็ นพยานถึงพระองค์ และประหลาดใจใน ่ ใจทีอ ถ ้อยคําอันน่าชืน ่ อกจากปากของพระองค์ และพวกเขา ก็พด ู ว่า “คนนีไ้ ม่ใช่ลก ู ของโยเซฟหรือ?” 23 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าคงจะกล่าวสุภาษิตข ้อ นีแ ้ ก่เราว่า ‘หมอเอ๋ย จงรักษาตัวเองเถิด สิง่ ใดทีเ่ ราได ้ยินว่า ท่านทําในเมืองคาเปอรนาอุม ท่านจงทําอย่างนัน ้ ในเมือง ของท่านทีน ่ ’ี่ 24 และท่านตรัสว่า แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ไม่ม ี ศาสดาคนใดได ้รับการยอมรับในประเทศของตน 25 แต่เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ในสมัยเอลียาห์ นัน ้ มีหญิงม่ายมากมายในอิสราเอล เมือ ่ สวรรค์ปิดเสียสามปี หกเดือน และเกิดความอดอยากมากทั่วแผ่นดิน 26 แต่เอลียาห์ไม่ได ้รับการส่งไปหาใครเลย ยกเว ้นแต่ไปหา หญิงม่ายคนหนึง่ ทีเ่ มืองซาเรฟตาในเมืองไซดอน ี ส 27 ในสมัยของเอลีซอ ั ผู ้เผยพระวจนะ มีคนโรคเรือ ้ นจํานวน มากในอิสราเอล แต่ไม่มค ี นใดได ้รับการหายจากโรคเลย ยกเว ้นนาอะมานชาวซีเรีย 28 เมือ ่ คนทัง้ หลายทีอ ่ ยูใ่ นธรรมศาลาได ้ยินสิง่ เหล่านี้ ก็โกรธ มาก 29 จึงลุกขึน ้ ผลักพระองค์ออกไปนอกเมือง แล ้วพาพระองค์ ไปยังเชิงเขาซึง่ เมืองของพวกเขาตัง้ อยู่ เพือ ่ พวกเขาจะได ้ ผลักพระองค์ลงไป 30 แต่พระองค์เสด็จผ่านกลางพวกเขาไปแล ้ว 31 และเสด็จลงไปทีเ่ มืองคาเปอรนาอุมซึง่ เป็ นเมืองหนึง่ ใน แคว ้นกาลิล ี แล ้วทรงสัง่ สอนเขาในวันสะบาโต 32 พวกเขาประหลาดใจด ้วยคําสัง่ สอนของพระองค์ เพราะว่า พระคําของพระองค์มพ ี ลัง 33 ในธรรมศาลามีชายคนหนึง่ มีผป ี ี ศาจสิงอยู่ เขาร ้องเสียง ดังว่า 34 และกล่าวว่า “ปล่อยเราไว ้ตามลําพังเถอะ พระเยซูชาวนา ซาเร็ธ เรามีธรุ ะอะไรกับท่าน ท่านมาทําลายพวกเราหรือ ข ้าพเจ ้ารู ้จักท่านแล ้ว ท่านเป็ นใคร ท่านคือผู ้บริสท ุ ธิข ์ องพระ เจ ้า” 35 พระเยซูจงึ ทรงตักเตือนเขาว่า “ จงเงียบและออกไปจาก เขา” เมือ ่ ปี ศาจเหวีย ่ งเขาลงไปกลางฝูงชน ปี ศาจก็ออกมา จากเขาโดยไม่ทําอันตรายเขาเลย 36 คนทัง้ หลายก็ประหลาดใจและพูดกันว่า "คํานีช ้ า่ ง ประหลาดจริงๆ นะ เพราะว่าท่านทรงบัญชาผีโสโครกด ้วย สิทธิอํานาจและฤทธิเ์ ดช แล ้วผีเหล่านัน ้ ก็ออกไป" ั ท์ของพระองค์ก็ลอ 37 กิตติศพ ื ไปทุกแห่งในแผ่นดินโดยรอบ 38 พระเยซูทรงลุกขึน ้ จากธรรมศาลาและเสด็จเข ้าไปในบ ้าน ของซีโมน มารดาของภรรยาของซีโมนมีไข ้หนัก พวกเขาจึง อ ้อนวอนพระองค์ให ้ช่วยเธอ 39 แล ้วพระองค์ทรงยืนอยูข ่ ้างนาง และทรงตักเตือนไข ้ ไข ้ก็ หายไป และนางก็ลก ุ ขึน ้ ทันทีและทรงปฏิบต ั ศ ิ าสนกิจแก่พวก เขา 40 ครัน ้ ถึงเวลาเย็นลง ผู ้ใดเจ็บป่ วยด ้วยโรคต่างๆ ก็พากันมา หาพระองค์ พระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนคนเหล่านัน ้ ทุกคน แล ้วทรงรักษาพวกเขาให ้หาย 41 และปี ศาจก็ออกมาจากคนจํานวนมาก โดยร ้องตะโกนว่า “ท่านเป็ นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ ้า” พระองค์จงึ ตักเตือนพวกมันไม่ให ้พูด เพราะพวกมันรู ้ว่าพระองค์คอ ื พระ คริสต์ 42 เมือ ่ รุง่ เช ้าพระองค์เสด็จออกไปยังทีเ่ ปลีย ่ ว ประชาชน แสวงหาพระองค์ มาหาพระองค์ แล ้วห ้ามพระองค์ไว ้ไม่ให ้ เสด็จไปจากพวกเขา 43 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า เราต ้องประกาศข่าว ประเสริฐเรือ ่ งอาณาจักรของพระเจ ้าแก่เมืองอืน ่ ด ้วย เพราะว่า เราถูกส่งมาเพราะเหตุน”ี้
44 และพระองค์ทรงเทศนาในธรรมศาลาแห่งแคว ้นกาลิล ี บทที่ 5 1 และเมือ ่ ประชาชนเบียดเสียดพระองค์เพือ ่ ฟั งพระวจนะของ พระเจ ้า พระองค์ก็ทรงยืนอยูท ่ รี่ ม ิ ทะเลสาบเยนเนซาเรท 2 และได ้เห็นเรือสองลํายืนอยูร่ ม ิ ทะเลสาบ แต่ชาวประมง ออกไปจากเรือแล ้ว และกําลังซักอวนอยู่ 3 แล ้วพระองค์เสด็จลงเรือลําหนึง่ ซึง่ เป็ นเรือของซีโมน และ ทรงอ ้อนวอนขอให ้เขาถอยออกไปจากฝั่ งบ ้าง พระองค์ ประทับนั่งและทรงสัง่ สอนประชาชนจากเรือนัน ้ 4 เมือ ่ พระองค์ตรัสเสร็จแล ้ว พระองค์ตรัสแก่ซโี มนว่า “ จง กระโดดลงไปในทีล ่ ก ึ และหย่อนอวนลงเพือ ่ จับปลา” 5 ซีโมนจึงตอบพระองค์วา่ “อาจารย์ พวกข ้าพเจ ้าได ้ทํางาน มาทัง้ คืนแต่ก็ไม่ได ้อะไรกลับมาเลย แต่วา่ ตามคําของท่าน ข ้าพเจ ้าจะหย่อนอวนลง” 6 เมือ ่ พวกเขาทําเสร็จแล ้ว พวกเขาก็ล ้อมปลาไว ้เป็ นจํานวน มาก แล ้วแหของพวกเขาก็ขาด 7 พวกเขาจึงโบกมือเรียกเพือ ่ นร่วมงานทีอ ่ ยูใ่ นเรืออีกลําหนึง่ ให ้มาช่วยพวกเขา และพวกเขาก็มาเติมนํ้ าให ้เต็มเรือทัง้ สอง ลําจนเรือเริม ่ จะจม 8 เมือ ่ ซีโมนเปโตรเห็นดังนัน ้ ก็กราบลงทีพ ่ ระชานุของพระ เยซู ทูลว่า “ขอพระองค์เสด็จออกไปจากข ้าพระองค์เถิด ข ้า พระองค์เป็ นคนบาป พระเจ ้า” 9 เพราะว่าเขาและทุกคนทีอ ่ ยูก ่ บ ั เขาประหลาดใจด ้วยปริมาณ ปลาทีพ ่ วกเขาจับได ้ 10 เช่นเดียวกัน ยากอบและโยฮัน บุตรของเศเบดี ซึง่ เป็ น หุ ้นส่วนกับซีโมน ก็รว่ มมือด ้วย และพระเยซูตรัสกับซีโมนว่า “ อย่ากลัวเลย ตัง้ แต่นไี้ ป เจ ้าจะจับคนได ้” 11 เมือ ่ พวกเขานํ าเรือของตนมาถึงฝั่ งแล ้ว พวกเขาละทิง้ ทุก สิง่ แล ้วติดตามพระองค์ไป 12 ครัน ้ พระองค์อยูใ่ นเมืองหนึง่ มีคนเป็ นโรคเรือ ้ นเต็มไป หมด เห็นพระเยซูก็กราบลงอ ้อนวอนพระองค์วา่ “พระองค์ เจ ้าข ้า หากพระองค์พอพระทัย พระองค์ก็สามารถทําให ้ ข ้าพเจ ้าหายได ้” 13 แล ้วท่านก็ยน ื่ มือไปแตะเขาแล ้วพูดว่า “ ข ้าพเจ ้าพอใจ แล ้ว จงหายเถิด” แล ้วโรคเรือ ้ นก็หายไปจากเขาทันที 14 แล ้วพระองค์กําชับเขาว่าอย่าบอกใครเลย แต่จงไปแสดง ตัวแก่ปโุ รหิต และถวายเครือ ่ งบูชาเพือ ่ การชําระตัวของท่าน ตามทีโ่ มเสสสัง่ เพือ ่ เป็ นพยานแก่คนทัง้ หลาย ั ท์ของพระองค์ก็ยงิ่ แพร่สะพัดมากขึน 15 แต่กต ิ ติศพ ้ และ ประชาชนจํานวนมากมาชุมนุมกันเพือ ่ ฟั งพระองค์และรับการ รักษาโรคต่างๆ ของตน 16 แล ้วพระองค์เสด็จออกไปในถิน ่ ทุรกันดารและทรง อธิษฐาน ี ละพวก 17 วันหนึง่ เมือ ่ พระองค์กําลังสัง่ สอนอยู่ มีพวกฟาริสแ ธรรมาจารย์จากทุกเมืองในแคว ้นกาลิล ี แคว ้นยูเดีย และกรุง เยรูซาเล็ม นั่งอยูด ่ ้วย และฤทธิเ์ ดชของพระเจ ้าก็ปรากฏ สามารถรักษาเขาให ้หายได ้ 18 และดูเถิด มีคนนํ าคนเป็ นอัมพาตคนหนึง่ มานอนบนเตียง และคนทัง้ หลายก็หาทางนํ าคนนัน ้ มาวางตรงหน ้าเขา 19 เมือ ่ พวกเขาหาช่องทางนํ าพระองค์เข ้ามาไม่ได ้เพราะคน มาก จึงขึน ้ ไปบนหลังคาบ ้าน แล ้วหย่อนทีน ่ อนของพระองค์ ลงมาตรงกลางตรงหน ้าพระเยซู จากกระเบือ ้ งปูพน ื้ 20 เมือ ่ พระองค์เห็นศรัทธาของพวกเขา พระองค์จงึ ตรัสแก่ เขาว่า “ บุรษ ุ เอ๋ย บาปของเจ ้าได ้รับการอภัยแล ้ว” ี งึ ปรึกษากันว่า “คนนีท 21 พวกธรรมาจารย์กบ ั พวกฟาริสจ ้ พ ี่ ด ู หมิน ่ ประมาทพระเจ ้าเป็ นใคร ใครจะอภัยบาปได ้ นอกจาก พระเจ ้าเท่านัน ้ ” 44
พระวรสารนั กบุญลูกา
22 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบความคิดของพวกเขา พระองค์จงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " พวกท่านมีเหตุผลอะไรในใจ?" 23 การพูดว่า บาปของคุณได ้รับการอภัยแล ้ว หรือพูดว่า ลุก ขึน ้ เดินไป อะไรจะง่ายกว่ากัน? ิ ธิอํานาจบน 24 แต่เพือ ่ ให ้พวกท่านรู ้ว่าบุตรมนุษย์มส ี ท แผ่นดินโลกทีจ ่ ะอภัยบาปได ้” (พระองค์ตรัสกับคนเป็ น อัมพาตว่า) เราบอกเจ ้าว่า จงลุกขึน ้ ยกทีน ่ อนของเจ ้าและ กลับไปบ ้านของเจ ้าเถิด 25 แล ้วท่านก็ลก ุ ขึน ้ ต่อหน ้าพวกเขาทันที และยกทีน ่ อนของ ท่านขึน ้ แล ้วเสด็จกลับบ ้านของท่าน พร ้อมกับสรรเสริญพระ เจ ้า 26 คนทัง้ หลายก็ประหลาดใจและสรรเสริญพระเจ ้า และมี ความกลัวอย่างยิง่ กล่าวว่า วันนีเ้ ราได ้เห็นสิง่ แปลก ประหลาด 27ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ พระองค์ก็เสด็จออกไปและ ่ เลวี กําลังนั่งอยูท ทอดพระเนตรเห็นคนเก็บภาษี คนหนึง่ ชือ ่ ี่ ด่านเก็บภาษี พระองค์จงึ ตรัสแก่เขาว่า จงตามเรามา 28 แล ้วเขาละทิง้ ทุกสิง่ แล ้วลุกขึน ้ ตามพระองค์ไป 29 และเลวีได ้จัดงานฉลองใหญ่ให ้พระองค์ทบ ี่ ้านของตน และมีพวกเก็บภาษี และคนอืน ่ ๆ มากมายมานั่งร่วมโต๊ะกับ พวกเขา ี องพวกเขาบ่นต่อว่าเหล่า 30 แต่พวกธรรมาจารย์และฟาริสข สาวกของพระองค์วา่ "ทําไมพวกท่านจึงกินและดืม ่ กับคนเก็บ ภาษี และคนบาป?" 31พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า คนปกติดไี ม่ต ้องการหมอ แต่ คนเจ็บป่ วยต ้องการหมอ 32 เราไม่ได ้มาเพือ ่ เรียกคนชอบธรรม แต่มาเรียกคนบาปให ้ กลับใจ 33 พวกเขาจึงกล่าวแก่เขาว่า เหตุใดสาวกของยอห์นจึงถือ ี ็ทํา ศีลอดบ่อยๆ และอธิษฐานภาวนา และสาวกของฟาริสก เช่นเดียวกัน แต่สาวกของท่านกลับกินและดืม ่ ? 34 และท่านตรัสแก่พวกเขาว่า “ พวกเจ ้าจะทําให ้เด็กๆ ของ ห ้องเจ ้าสาวอดอาหารในขณะทีเ่ จ ้าบ่าวยังอยูก ่ บ ั พวกเขาได ้ อย่างไร?” 35 แต่จะมีวันหนึง่ ทีเ่ จ ้าบ่าวจะต ้องจากเขาไป และในวันนัน ้ พวกเขาจะอดอาหาร ้ 36 พระองค์ตรัสเป็ นคําอุปมาแก่เขาด ้วยว่า " ไม่มใี ครเอาชิน ้ ใหม่มาปะทับเสือ ้ เก่า ถ ้าทําอย่างนัน ้ ใหม่นัน เสือ ้ เสือ ้ ก็จะขาด ้ ผ ้าทีเ่ อาออกจากเสือ ้ ใหม่นัน ้ เก่า" และชิน ้ ก็ไม่เข ้ากับเสือ 37 และไม่มใี ครเอาเหล ้าองุน ่ ใหม่ใส่ในขวดเก่า มิฉะนัน ้ เหล ้า องุน ่ ใหม่จะทําให ้ขวดแตก และหก และขวดเหล่านัน ้ ก็จะเน่า เปื่ อยไป 38 แต่เหล ้าองุน ่ ใหม่จะต ้องใส่ในขวดใหม่ และทัง้ สองก็เก็บ รักษาไว ้ได ้ 39 บุคคลหนึง่ ดืม ่ เหล ้าองุน ่ เก่าแล ้วอยากได ้เหล ้าใหม่ทันที เพราะเขากล่าวว่า ของเก่านัน ้ ดีกว่า
5 พระองค์ตรัสแก่พวกเขา ว่า บุตรมนุษย์เป็ นเจ ้าแห่งวันสะบา โตด ้วย 6 ครัน ้ ถึงวันสะบาโตอีกวันหนึง่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในธรรม ศาลาและสัง่ สอน มีชายคนหนึง่ มือขวาเหีย ่ วแห ้งไป ี อยดูวา่ พระองค์จะทรงรักษาคน 7 พวกธรรมาจารย์และฟาริสค ป่ วยในวันสะบาโตหรือไม่ เพือ ่ จะได ้หาข ้อกล่าวหาพระองค์ ได ้ 8 แต่พระองค์ทรงทราบความคิดของพวกเขา จึงตรัสแก่คน มือเหีย ่ วว่า จงลุกขึน ้ และยืนท่ามกลางคนเหล่า นัน ้ เถิด เขาก็ ลุกขึน ้ ยืน 9 แล ้วพระเยซูตรัสแก่เขาว่า เราจะถามท่านทัง้ หลายว่า ในวัน สะบาโต ควรทําความดีหรือทําความชัว่ ควรรักษาชีวต ิ หรือ ทําลายชีวต ิ 10 พระองค์ทอดพระเนตรดูทก ุ คนโดยรอบแล ้วตรัสแก่ชาย คนนัน ้ ว่า “ จงเหยียดมือออก” ชายคนนัน ้ ก็ทําตาม และมือ ของเขาก็กลับเป็ นปกติเหมือนมืออีกข ้างหนึง่ 11 พวกเขาจึงเต็มไปด ้วยความบ ้าคลัง่ และปรึกษากันว่าจะ ทําอย่างไรกับพระเยซูได ้ 12 ครัน ้ ถึงเวลานัน ้ พระองค์เสด็จขึน ้ ไปบนภูเขาเพือ ่ อธิษฐาน และทรงอธิษฐานต่อพระเจ ้าตลอดคืน 13 เมือ ่ รุง่ เช ้าพระองค์ทรงเรียกบรรดาศิษย์ของพระองค์มา ่ พวกเขาว่าอัครสาวก แล ้วทรงเลือกสิบสองคน และทรงตัง้ ชือ ด ้วย ่ ว่าเปโตร) และอันด 14 ซีโมน (ซึง่ พระองค์ได ้ทรงเรียกอีกชือ รูวพ ์ ช ี่ ายของเขา ยากอบและโยฮัน ฟิ ลป ิ และบาร์โธโลมิว 15 มัทธิวและโทมัส ยากอบบุตรของอัลเฟอัส และซีโมนที่ เรียกว่าเซโลเทส 16 และยูดาสพีช ่ ายของยากอบ และยูดาส อิสคาริโอท ซึง่ เป็ นผู ้ทรยศด ้วย 17 แล ้วพระองค์กบ ั พวกเขาลงไปยืนในทีร่ าบพร ้อมกับพวก สาวกของพระองค์ และประชาชนเป็ นจํานวนมากจากทั่ว แคว ้นยูเดียและกรุงเยรูซาเล็ม และจากชายฝั่ งทะเลของเมือง ไทร์และเมืองซีดอน ซึง่ มาเพือ ่ จะฟั งพระองค์และให ้ทรง รักษาโรคของตน 18 และบรรดาผู ้ทีถ ่ ก ู ผีโสโครกรบกวนก็ได ้รับการรักษาให ้ หาย ้ ก็พยายามทีจ 19 และฝูงชนทัง้ สิน ่ ะแตะต ้องพระองค์ เพราะ ฤทธิอ ์ ํานาจออกมาจากพระองค์และรักษาพวกเขาให ้หายทุก คน 20 แล ้วพระองค์ทรงทอดพระเนตรดูเหล่าสาวกของพระองค์ แล ้วตรัสว่า " ท่านทัง้ หลายทีย ่ ากจนจงได ้รับพร เพราะว่า อาณาจักรของพระเจ ้าเป็ นของท่าน" 21 ผู ้ทีห ่ วิ โหยในเวลานีก ้ ็เป็ นสุข เพราะว่าพวกท่านจะอิม ่ ผู ้ที่ ร ้องไห ้ในเวลานีก ้ ็เป็ นสุข เพราะว่าพวกท่านจะได ้หัวเราะ 22 สุขจริงหนอเมือ ่ คนทัง้ หลายเกลียดชังท่าน และเมือ ่ พวก เขาจะแยกท่านออกจากพวกของเขา และจะตําหนิทา่ น และ ่ ท่านว่าชัว่ เพราะเห็นแก่บต เหยียดชือ ุ รมนุษย์ ่ ชมยินดีและโลดเต ้นด ้วย 23 ในวันนัน ้ ท่านทัง้ หลายจงชืน ความปิ ต ิ เพราะว่าดูเถิด รางวัลของท่านจะใหญ่หลวงใน สวรรค์ เพราะว่าบรรพบุรษ ุ ของพวกเขาก็ได ้ทําอย่างนัน ้ ต่อ บรรดาผู ้เผยพระวจนะเหมือนกัน 24 แต่ความวิบต ั แ ิ ก่ทา่ นทัง้ หลายทีม ่ ั่งมี เพราะว่าท่านได ้รับ ความปลอบใจแล ้ว 25 วิบต ั แ ิ ก่ทา่ นทัง้ หลายทีอ ่ ม ิ่ แล ้ว เพราะท่านจะหิว วิบต ั แ ิ ก่ ท่านทัง้ หลายทีห ่ ัวเราะในเวลานี้ เพราะท่านจะครํ่าครวญและ ร ้องไห ้ 26 วิบต ั แ ิ ก่เจ ้าทัง้ หลาย เมือ ่ คนทัง้ หลายจะพูดถึงเจ ้าในทาง ทีด ่ ี เพราะว่าบรรพบุรษ ุ ของพวกเขาก็พด ู อย่างนัน ้ ต่อบรรดาผู ้ เผยพระวจนะเท็จเช่นกัน
บทที่ 6 1 ครัน ้ ถึงวันสะบาโตทีส ่ องหลังจากวันสะบาโตแรก พระองค์ก็ เสด็จผ่านทุง่ ข ้าวโพด และเหล่าสาวกของพระองค์ก็เด็ดรวง ข ้าวโพดมารับประทาน โดยขยีร้ วงข ้าวในมือของตน ี างคนจึงกล่าวกับพวกเขาว่า "ทําไมพวกเจ ้าจึง 2 พวกฟาริสบ ทําสิง่ ทีไ่ ม่ควรทําในวันสะบาโต?" 3 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " พวกเจ ้าไม่เคยอ่านเรือ ่ งนี้ เลยหรือ ทีด ่ าวิดได ้กระทําเมือ ่ หิว และบรรดาคนทีอ ่ ยูด ่ ้วย 4 พระองค์เสด็จเข ้าไปในพระนิเวศน์ของพระเจ ้า และทรงรับ ขนมปั งถวายแด่พระองค์ และทรงให ้ผู ้ทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์ด ้วย ซึง่ ขนมปั งนีห ้ ้ามมิให ้รับประทาน เว ้นแต่เฉพาะปุโรหิตเท่านัน ้ 45
พระวรสารนั กบุญลูกา
27 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายทีก ่ ําลังฟั งอยูว่ า่ จงรักศัตรูของ ท่าน จงทําดีตอ ่ ผู ้ทีเ่ กลียดชังท่าน 28 จงอวยพรแก่ผู ้ทีแ ่ ช่งด่าท่าน และขออธิษฐานให ้ผู ้ทีร่ ับใช ้ ท่านอย่างเหยียดหยาม 29 และผู ้ใดตบแก ้มท่านข ้างหนึง่ จงหันแก ้มอีกข ้างหนึง่ ให ้ ้ คลุมของท่านไป อย่าห ้ามมิให ้เอาเสือ ้ ด ้วย และผู ้ใดเอาเสือ คลุมของท่านไปด ้วย 30 จงให ้แก่ทก ุ คนทีข ่ อสิง่ ของจากท่าน และอย่าขอจากผู ้ที่ เอาสิง่ ของของท่านไป 31 และเมือ ่ ท่านอยากให ้คนอืน ่ ทําต่อท่านอย่างไร ท่านก็ควร ทําต่อเขาอย่างนัน ้ ด ้วย 32 เพราะว่าถ ้าท่านทัง้ หลายรักผู ้ทีร่ ักท่าน ท่านจะขอบคุณ อะไรได ้เล่า เพราะว่าคนบาปก็รักผู ้ทีร่ ักเขาเหมือนกัน 33 และถ ้าท่านทัง้ หลายทําดีแก่ผู ้ทีท ่ ําดีแก่ทา่ น จะได ้รับพระ เกียรติอะไร เพราะคนบาปก็ทําอย่างนัน ้ เหมือนกัน 34 และถ ้าท่านให ้ยืมแก่ผู ้ทีท ่ า่ นหวังว่าจะได ้รับคืนจากเขา ท่านจะขอบคุณอะไร เพราะคนบาปก็ให ้ยืมแก่คนบาปเช่นกัน เพือ ่ จะได ้รับคืนเท่าๆ กัน 35 แต่ทา่ นทัง้ หลายจงรักศัตรูของท่าน จงทําดีและให ้ยืมโดย ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แล ้วท่านทัง้ หลายจะได ้รับรางวัล ใหญ่ และท่านทัง้ หลายจะเป็ นบุตรของผู ้สูงสุด เพราะว่า พระองค์ทรงกรุณาต่อผู ้เนรคุณและต่อผู ้ชัว่ ร ้าย 36 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงมีเมตตากรุณา เหมือนอย่างที่ พระบิดาของพวกท่านมีเมตตากรุณา 37 อย่าตัดสินผู ้อืน ่ แล ้วพวกท่านจะไม่ถก ู ตัดสิน อย่า กล่าวโทษผู ้อืน ่ แล ้วพวกท่านจะไม่ถก ู กล่าวโทษ จงยกโทษ ให ้ผู ้อืน ่ แล ้วพวกท่านจะได ้รับการยกโทษ 38 จงให ้ และท่านจะได ้รับสิง่ นัน ้ จงตวงให ้เต็มตวง ตวงให ้ แน่น เขย่าให ้เข ้ากัน ล ้น ให ้เต็มตวง เพราะท่านตวงให ้ด ้วย ตวงใด ท่านก็จะได ้รับตวงให ้ตามนัน ้ 39 พระองค์ตรัสเป็ นคําอุปมาแก่เขาว่า " คนตาบอดจะนํ าทาง คนตาบอดได ้หรือ ทัง้ สองจะตกลงไปในคูนํ้าไม่ได ้หรือ" 40 ศิษย์ไม่ยงิ่ ใหญ่กว่าอาจารย์ของตน แต่ผู ้ทีส ่ มบูรณ์แล ้วจะ เป็ นเหมือนอาจารย์ของตน 41 และเหตุไฉนท่านจึงมองเห็นผงทีอ ่ ยูใ่ นตาพีน ่ ้องของท่าน แต่ไม่รู ้สึกถึงไม ้คานทีอ ่ ยูใ่ นตาของท่านเอง? 42 เหตุไฉนท่านจึงกล่าวแก่พน ี่ ้องว่า “พีน ่ ้องเอ๋ย ให ้เราเขีย ่ ผงทีอ ่ ยูใ่ นตาท่านออกเถิด” ในเมือ ่ ท่านเองกลับมองไม่เห็น ่ ใจคด จงเขีย ไม ้คานทีอ ่ ยูใ่ นตาท่านเอง ท่านคนหน ้าซือ ่ ไม ้ คานออกจากตาท่านเสียก่อน แล ้วท่านจะเห็นชัดจึงจะเขีย ่ ผง ทีอ ่ ยูใ่ นตาของพีน ่ ้องออกได ้ 43 เพราะว่าต ้นไม ้ดียอ ่ มไม่เกิดผลเลว และต ้นไม ้เลวย่อมไม่ เกิดผลดี 44เพราะว่ารู ้จักต ้นไม ้ทุกต ้นด ้วยผลของมันเอง เพราะว่า มนุษย์ไม่เก็บผลมะเดือ ่ จากหนาม และมนุษย์ไม่เก็บผลองุน ่ จากพุม ่ ไม ้หนาม 45 คนดียอ ่ มนํ าสิง่ ดีออกมาจากคลังสมบัตท ิ ด ี่ แ ี ห่งใจของตน และคนชัว่ ย่อมนํ าสิง่ ชัว่ ออกมาจากคลังสมบัตท ิ ช ี่ วั่ แห่งใจ ของตน เพราะว่าปากของเขาพูดสิง่ ทีอ ่ อกมาจากความอุดม สมบูรณ์แห่งใจ 46 และเหตุไฉนท่านจึงเรียกเราว่า “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า” แต่ ทําไมท่านจึงไม่ทําตามคําทีเ่ ราบอก? 47 ผู ้ใดมาหาเราและฟั งคําพูดของเราและประพฤติตาม เรา จะบอกท่านทัง้ หลายว่าเขาเป็ นเหมือนใคร 48 เขาก็เปรียบเสมือนคนหนึง่ ทีส ่ ร ้างบ ้าน แล ้วขุดลึกลงไป ่ ว แล ้ววางรากฐานไว ้บนศิลา เมือ ่ นํ้ าท่วมขึน ้ มา นํ้ าก็ไหลเชีย เข ้ามาทีบ ่ ้านหลังนัน ้ อย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถทําให ้ หวั่นไหวได ้ เพราะว่าบ ้านหลังนัน ้ วางรากฐานไว ้บนศิลา
49 ส่วนผู ้ทีไ่ ด ้ยินแต่ไม่กระทํานัน ้ ก็เหมือนกับคนหนึง่ ทีส ่ ร ้าง บ ้านบนดินโดยไม่มรี ากฐาน เมือ ่ กระแสนํ้ าพัดกระโชกแรง บ ้านก็พังทลายลงทันที และบ ้านนัน ้ ก็พังทลายลงอย่างมาก บทที่ 7 1 เมือ ่ พระองค์จบคําเทศนาทัง้ หมดต่อหน ้าประชาชนแล ้ว พระองค์ก็เสด็จเข ้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม 2 และคนรับใช ้ของนายร ้อยคนหนึง่ ซึง่ เป็ นทีร่ ักของเขากําลัง ป่ วยและเกือบจะตาย 3 เมือ ่ ท่านได ้ยินเรือ ่ งพระเยซู จึงส่งผู ้เฒ่าของชาวยิวไปหา พระเยซู ทูลวิงวอนให ้พระองค์เสด็จไปรักษาคนรับใช ้ของ ท่าน 4 เมือ ่ พวกเขามาถึงพระเยซู พวกเขาอ ้อนวอนพระองค์ทันที โดยกล่าวว่า "ชายผู ้นีส ้ มควรทีจ ่ ะทําเช่นนีเ้ พือ ่ ใคร" 5 เพราะว่าพระองค์ทรงรักประชาชาติของเรา และทรงสร ้าง ธรรมศาลาให ้เรา 6 จากนัน ้ พระเยซูก็เสด็จไปกับเขา เมือ ่ พระองค์ไม่อยูไ่ กล จากบ ้านแล ้ว นายร ้อยจึงส่งเพือ ่ นไปหาพระองค์แล ้วพูดว่า “พระองค์เจ ้าข ้า อย่าลําบากเลย เพราะข ้าพเจ ้าไม่สมควรให ้ พระองค์เข ้าบ ้านของข ้าพเจ ้า” 7 เหตุฉะนัน ้ ข ้าพเจ ้าเองก็ไม่เห็นว่าสมควรทีจ ่ ะไปหาท่าน แต่ ขอท่านพูดสักคําแล ้วบ่าวของข ้าพเจ ้าก็จะหายจากโรค” 8 เพราะว่าข ้าพระองค์เป็ นผู ้มีตําแหน่งอยูใ่ ต ้บังคับบัญชา และมีทหารอยูใ่ ต ้บังคับบัญชา ข ้าพระองค์บอกคนหนึง่ ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป บอกอีกคนหนึง่ ว่า ‘มา’ เขาก็มา บอกคนรับใช ้ ของข ้าพระองค์วา่ ‘จงทําสิง่ นี’้ เขาก็ทํา 9 เมือ ่ พระเยซูได ้ยินสิง่ เหล่านี้ พระองค์ก็ประหลาดใจในตัว คนนัน ้ หันพระองค์กลับ แล ้วตรัสแก่บรรดาคนทีต ่ ด ิ ตาม พระองค์วา่ “ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เราไม่เคยพบศรัทธาที่ ยิง่ ใหญ่เช่นนีใ้ นอิสราเอลเลย” 10 และเมือ ่ ผู ้รับใช ้กลับมาถึงบ ้าน พบว่าคนรับใช ้ทีป ่ ่ วยนัน ้ หายเป็ นปกติแล ้ว ่ นาอิน และ 11 ครัน ้ วันรุง่ ขึน ้ พระองค์เสด็จไปยังเมืองหนึง่ ชือ สาวกของพระองค์หลายคนพร ้อมด ้วยผู ้คนก็ไปกับเขาด ้วย 12 ครัน ้ พระองค์มาใกล ้ประตูเมือง ก็เห็นชายคนหนึง่ หามศพ ไป เขาเป็ นลูกชายคนเดียวของแม่ และนางก็เป็ นหญิงม่าย และคนในเมืองมากมายก็อยูก ่ บ ั นางด ้วย 13 เมือ ่ พระเจ ้าทอดพระเนตรเห็นนาง พระองค์ก็ทรงสงสาร นาง และตรัสแก่นางว่า “ อย่าร ้องไห ้” 14 พระองค์เสด็จมาแตะศพ และบรรดาผู ้ทีห ่ ามศพก็หยุดยืน แล ้วพระองค์ตรัสว่า “ หนุ่มน ้อย เราบอกเจ ้าว่า จงลุกขึน ้ เถิด” 15 และคนตายนัน ้ ก็ลก ุ ขึน ้ นั่งและเริม ่ พูด และพระองค์ก็ทรง มอบเขาให ้แก่มารดาของเขา 16 ความกลัวก็เกิดขึน ้ แก่คนทัง้ หลาย และพวกเขาสรรเสริญ พระเจ ้าว่า “มีผู ้เผยพระวจนะยิง่ ใหญ่เกิดขึน ้ ท่ามกลางพวก เรา และพระเจ ้าได ้เสด็จมาเยีย ่ มเยียนประชากรของพระองค์” 17 ข่าวลือเรือ ่ งพระองค์ก็แพร่ออกไปทั่วแคว ้นยูเดีย และทั่ว บริเวณโดยรอบ 18 และเหล่าสาวกของยอห์นก็บอกเขาถึงเหตุการณ์ทงั ้ หมด เหล่านัน ้ 19 ยอห์นจึงเรียกสาวกสองคนของตนไปหาพระเยซู แล ้วส่ง พวกเขาไปหาพระองค์โดยถามว่า "ท่านเป็ นผู ้ทีม ่ าหรือ หรือ เราต ้องคอยผู ้อืน ่ " 20 เมือ ่ คนเหล่านัน ้ มาหาพระองค์ พวกเขากล่าวว่า “ยอห์น ผู ้ให ้บัพติศมาส่งพวกเรามาหาท่านโดยถามว่า ท่านเป็ นผู ้ที่ ควรจะมาหรือ? หรือเราต ้องคอยคนอืน ่ ?”
46
พระวรสารนั กบุญลูกา
21 และในเวลานัน ้ พระองค์ทรงรักษาคนเจ็บป่ วยและโรค ระบาด และวิญญาณชัว่ ร ้ายจํานวนมากของพวกเขา และคน ตาบอดหลายคน พระองค์ก็ทรงรักษาให ้มองเห็นได ้ 22 แล ้วพระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ จงไปบอกยอห์นถึงสิง่ ทีเ่ จ ้าได ้เห็นและได ้ยิน คือเรือ ่ งทีค ่ นตาบอดมองเห็น คนง่อย เดินได ้ คนโรคเรือ ้ นหายจากโรค คนหูหนวกได ้ยิน คนตาย เป็ นขึน ้ และข่าวประเสริฐก็ประกาศแก่คนยากจน” 23 และผู ้ใดไม่สะดุดเพราะเรา ผู ้นัน ้ ก็เป็ นสุข 24เมือ ่ ผู ้ส่งข่าวของยอห์นไปแล ้ว พระองค์จงึ เริม ่ ตรัสแก่ ประชาชนเกีย ่ วกับยอห์นว่า “ พวกเจ ้าออกไปในถิน ่ ทุรกันดาร ่ เพราะลมหรือ?” เพือ ่ ดูอะไร? ต ้นอ ้อสัน ้ ผ ้าทีอ 25 แต่ทา่ นทัง้ หลายออกไปดูอะไร? ชายทีส ่ วมเสือ ่ อ ่ น นุ่ม? ดูเถิด ผู ้ทีแ ่ ต่งกายอย่างหรูหราและใช ้ชีวต ิ อย่างสุข สบายกําลังอยูใ่ นราชสํานักของกษั ตริย ์ 26 แต่ทา่ นทัง้ หลายออกไปดูอะไร? เห็นผู ้เผยพระวจนะหรือ? ใช่แล ้ว เราบอกท่านทัง้ หลาย ดูยงิ่ กว่าผู ้เผยพระวจนะเสียอีก 27 นีแ ่ หละคือผู ้ทีพ ่ ระคัมภีรเ์ ขียนไว ้ว่า ‘ดูเถิด เราจะส่งทูต ของเราไปข ้างหน ้าท่าน ผู ้ซึง่ จะเตรียมทางไว ้ข ้างหน ้าท่าน’ 28 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ในบรรดาผู ้ทีเ่ กิดจาก ผู ้หญิงไม่มผ ี ู ้เผยพระวจนะใดยิง่ ใหญ่กว่ายอห์นผู ้ให ้บัพติศมา แต่ผู ้ทีต ่ ํา่ ต ้อยทีส ่ ด ุ ในอาณาจักรของพระเจ ้าก็ยังยิง่ ใหญ่กว่า ยอห์น 29 และคนทัง้ ปวงทีไ่ ด ้ยินเขาและพวกเก็บภาษี ก็ถวายคํา พิพากษาต่อพระเจ ้า โดยรับบัพติศมาของยอห์น ี ละนักกฎหมายปฏิเสธคําปรึกษาของพระ 30 แต่พวกฟาริสแ เจ ้าต่อตนเอง เพราะพวกเขาไม่ได ้รับบัพติศมาจากพระองค์ 31 และพระเจ ้าตรัสว่า ถ ้าเช่นนัน ้ เราจะเปรียบคนในเจเนอเร ชันนีก ้ บ ั อะไร? และพวกเขามีลก ั ษณะอย่างไร? 32 เขาทัง้ หลายเปรียบเสมือนเด็กๆ ทีน ่ ั่งอยูก ่ ลางตลาด ร ้อง เรียกกันและกันว่า "พวกเราได ้เป่ าปี่ ให ้พวกเจ ้า และพวกเจ ้า ก็ไม่เต ้นรํา พวกเราได ้ครํ่าครวญให ้พวกเจ ้า และพวกเจ ้าก็ไม่ ร ้องไห ้" 33 เพราะยอห์นผู ้ให ้บัพติศมาไม่ได ้กินขนมปั งหรือดืม ่ เหล ้า องุน ่ และพวกท่านก็พด ู ว่าเขามีผเี ข ้า 34 บุตรมนุษย์มาทัง้ กินและดืม ่ และพวกท่านก็พด ู ว่า ดูเถิด เป็ นคนตะกละและเป็ นนักเลงสุรา เป็ นเพือ ่ นกับคนเก็บภาษี และคนบาป 35 แต่พระปั ญญาได ้รับการพิสจ ู น์แล ้วว่าชอบธรรมจากลูกๆ ้ ของพระปั ญญาทัง้ สิน ี นหนึง่ ขอให ้พระองค์รับประทานอาหารกับเขา 36 มีฟาริสค ี นนัน พระองค์จงึ เสด็จเข ้าไปในบ ้านของฟาริสค ้ แล ้วประทับนั่ง รับประทานอาหาร 37 และดูเถิด มีสตรีคนหนึง่ ในเมืองซึง่ เป็ นคนบาป เมือ ่ ทราบ ว่าพระเยซูทรงเสวยอาหารอยูใ่ นบ ้านของฟาริส ี นางก็นํา กล่องนํ้ ามันหอมมาด ้วย 38 และมายืนอยูข ่ ้างหลังพระองค์ใกล ้พระบาทร ้องไห ้ และ เริม ่ ล ้างพระบาทของพระองค์ด ้วยนํ้ าตา และเช็ดด ้วยผมของ นาง และจูบพระบาทของพระองค์ และเจิมด ้วยนํ้ ามันหอม ี เี่ ชิญพระองค์เห็นดังนัน 39 เมือ ่ ฟาริสท ้ พระองค์ก็พด ู กับ ตนเองว่า “ถ ้าคนนีเ้ ป็ นผู ้เผยพระวจนะ เขาก็จะรู ้ว่าสตรีผู ้นีท ้ ี่ แตะต ้องเขาเป็ นใครและเป็ นคนอย่างไร เพราะนางเป็ นคน บาป” 40 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ ซีโมน เรามีเรือ ่ งจะพูดกับ ท่าน” เขาจึงกล่าวว่า “อาจารย์ จงพูดต่อไป” 41 มีเจ ้าหนีค ้ นหนึง่ มีลก ู หนีส ้ องคน คนหนึง่ เป็ นหนีห ้ ้าร ้อยเด นาริอน ั อีกคนหนึง่ เป็ นหนีห ้ ้าสิบเดนาริอน ั 42 เมือ ่ ทัง้ สองคนไม่มอ ี ะไรจะชําระหนี้ พระองค์ก็ทรงยกโทษ ให ้ทัง้ สองคนอย่างเปิ ดเผย บอกฉั นทีวา่ ใครในสองคนนีจ ้ ะรัก พระองค์มากกว่ากัน?
43 ซีโมนตอบว่า ข ้าพเจ ้าคิดว่าคนทีเ่ ขายกโทษให ้มากทีส ่ ด ุ คือคนทีเ่ ขายกโทษให ้มากทีส ่ ด ุ และเขากล่าวแก่เขาว่า ท่าน ได ้ตัดสินเขาอย่างถูกต ้องแล ้ว 44 พระองค์จงึ หันไปหาสตรีผู ้นัน ้ แล ้วตรัสแก่ซโี มนว่า “ ท่าน เห็นสตรีผู ้นีห ้ รือไม่ ข ้าพเจ ้าเข ้าไปในบ ้านของท่าน ท่านมิได ้ ให ้ข ้าพเจ ้าดืม ่ นํ้ าล ้างเท ้า แต่สตรีผู ้นัน ้ ได ้ล ้างเท ้าของข ้าพเจ ้า ด ้วยนํ้ าตา และเช็ดด ้วยผมของนาง 45 เจ ้ามิได ้จูบเราเลย แต่ตงั ้ แต่เราเข ้ามา ผู ้หญิงคนนีก ้ ็ไม่ เคยหยุดจูบเท ้าเราเลย 46 ท่านมิได ้ชโลมศีรษะของข ้าพเจ ้าด ้วยนํ้ ามัน แต่หญิงคนนี้ ได ้ชโลมเท ้าของข ้าพเจ ้าด ้วยนํ้ ามัน 47 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านว่า บาปของนางซึง่ มีมากก็ได ้รับ การอภัยแล ้ว เพราะว่านางรักมาก แต่ผู ้ใดได ้รับการอภัยน ้อย ผู ้นัน ้ ก็รักน ้อย 48 แล ้วท่านตรัสแก่เธอว่า บาปของเจ ้าได ้รับการอภัยแล ้ว 49 และผู ้ทีน ่ ั่งร่วมรับประทานอาหารกับพระองค์ก็เริม ่ พูดในใจ ว่า "คนนีเ้ ป็ นใครเล่าทีส ่ ามารถอภัยบาปได ้?" 50 พระองค์ตรัสแก่สตรีนัน ้ ว่า ศรัทธาของเจ ้าได ้ช่วยเจ ้าให ้ รอด จงไปเป็ นสุขเถิด บทที่ 8 1 ต่อมาพระองค์เสด็จไปทั่วทุกเมืองและทุกหมูบ ่ ้าน ทรง ประกาศและประกาศข่าวดีเรือ ่ งอาณาจักรของพระเจ ้า และ สาวกทัง้ สิบสองคนก็อยูก ่ บ ั พระองค์ด ้วย 2 และสตรีบางคนซึง่ ได ้รับการรักษาจากวิญญาณชัว่ ร ้ายและ โรคภัยไข ้เจ็บ มารียท ์ เี่ รียกว่ามักดาลา มีปีศาจเจ็ดตนออกไป จากนาง 3 และโยฮันนาภรรยาของคูซาผู ้รับใช ้ของเฮโรด และซูซาน ิ ของตนให ้ นา และคนอืน ่ ๆ อีกมากมายซึง่ ช่วยดูแลทรัพย์สน เขา 4 ครัน ้ ประชาชนจํานวนมากจากทุกเมืองมารวมกันเฝ้ า พระองค์ พระองค์ก็ตรัสเป็ นอุปมาว่า 5 มีผู ้หว่านเมล็ดพืชออกไปหว่านเมล็ดพืชของตน และ ขณะทีเ่ ขาหว่าน เมล็ดพืชบางส่วนก็ตกอยูร่ ม ิ ทาง และถูก เหยียบยํา่ และนกในอากาศก็มากินเมล็ดพืชนัน ้ เสีย 6 บางส่วนก็ตกบนหิน และเมือ ่ มันงอกขึน ้ มา มันก็เหีย ่ วเฉาไป ้ เพราะขาดความชืน 7 และบางส่วนก็ตกท่ามกลางต ้นหนาม ต ้นหนามก็งอกขึน ้ มา ด ้วยและรัดคอจนตาย 8 ส่วนพืชอืน ่ ๆ ก็ตกบนดินดี แล ้วก็งอกขึน ้ และออกผลร ้อย เท่า เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงร ้องว่า “ ใครมี หูทจ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด” 9 เหล่าสาวกจึงถามพระองค์วา่ “คําอุปมานีจ ้ ะมีความหมายว่า อย่างไร?” 10 พระองค์ตรัสว่า " ข ้อความลึกลับของอาณาจักรของพระ เจ ้านัน ้ ทรงประทานแก่พวกท่าน แต่สําหรับคนอืน ่ นัน ้ ทรง ประทานให ้เป็ นคําอุปมา เพือ ่ ว่าเมือ ่ พวกเขาเห็นก็จะไม่เห็น และเมือ ่ พวกเขาได ้ยินก็จะไม่เข ้าใจ" 11 คําอุปมามีดงั นี้ เมล็ดพืชคือพระวจนะของพระเจ ้า 12 ผู ้ทีอ ่ ยูร่ ะหว่างทางคือผู ้ทีไ่ ด ้ยิน แล ้วปี ศาจก็มาชิงเอาพระ ่ วจนะนัน ้ ออกไปจากใจของพวกเขา เพือ ่ ไม่ให ้พวกเขาเชือ และได ้รับความรอด 13 ผู ้ทีอ ่ ยูบ ่ นศิลา คือผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะแล ้วรับไว ้ด ้วยความ ่ เพียงชัว่ คราว แต่เมือ ยินดี แต่ไม่มรี าก เชือ ่ ถูกทดลองก็ หลงลืมไป 14 ส่วนสิง่ ทีต ่ กกลางพุม ่ หนามนัน ้ ได ้แก่คนทีไ่ ด ้ยินแล ้วก็ ออกไป แต่ความกังวล ทรัพย์สมบัต ิ และความสุขสําราญ แห่งชีวต ิ นีร้ ัดคอไว ้ จึงไม่เกิดผลอันสมบูรณ์ 47
พระวรสารนั กบุญลูกา
15 ส่วนทีด ่ น ิ ดีนัน ้ ได ้แก่คนเหล่านัน ้ ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะด ้วยใจ ่ สัตย์และใจดี แล ้วก็รักษาไว ้ และเกิดผลด ้วยความเพียร ซือ อดทน 16 ไม่มผ ี ู ้ใดจุดตะเกียงแล ้วปิ ดไว ้ในภาชนะหรือวางไว ้ใต ้เตียง แต่ตงั ้ ไว ้บนเชิงตะเกียง เพือ ่ ให ้คนทีเ่ ข ้ามาจะเห็นแสงสว่าง ได ้ 17 เพราะไม่มส ี งิ่ ใดทีถ ่ ก ู ปกปิ ดไว ้ซึง่ จะไม่ถก ู เปิ ดเผย และไม่ มีสงิ่ ใดทีถ ่ ก ู ซ่อนไว ้ซึง่ จะไม่เป็ นทีร่ ู ้จักและปรากฏออกมา 18 จงระวังว่าท่านทัง้ หลายฟั งอย่างไร เพราะว่าผู ้ใดมีอยูแ ่ ล ้ว ผู ้นัน ้ จะได ้รับเพิม ่ เติมให ้ด ้วย ส่วนผู ้ใดไม่ม ี แม ้สิง่ ทีเ่ ขาคิดว่า มีก็จะถูกพรากไปจากเขา 19 ครัน ้ แล ้วมารดาและพวกน ้องชายของพระองค์ก็มาหา พระองค์ แต่ไม่สามารถไปหาพระองค์ได ้เพราะคนจํานวนมาก 20 และมีบางคนบอกพระองค์วา่ มารดาและพีน ่ ้องของท่าน ยืนอยูข ่ ้างนอกต ้องการพบท่าน 21 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า มารดาของเราและพีน ่ ้องของ เรา คือผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะของพระเจ ้าและกระทําตาม 22 วันหนึง่ พระองค์เสด็จลงเรือพร ้อมกับเหล่าสาวก แล ้วตรัส แก่พวกเขาว่า “ พวกเราจงข ้ามทะเลสาบไป” พวกเขาก็ออก เรือไป 23 ขณะทีเ่ ขากําลังล่องเรือ พระองค์บรรทมหลับไป และลม พายุก็พัดเข ้ามาในทะเลสาบ นํ้ าก็เต็มทะเลสาบ และพวกเขา ก็ตกอยูใ่ นอันตราย 24พวกเขามาหาพระองค์แล ้วปลุกพระองค์โดยกล่าวว่า “อาจารย์ อาจารย์ พวกเราจะพินาศอยูแ ่ ล ้ว” แล ้วพระองค์ก็ ทรงลุกขึน ้ และทรงตักเตือนลมและนํ้ าทีป ่ ั่ นป่ วน แล ้วลมก็ หยุด และความสงบก็เกิดขึน ้ ่ ของพวกท่านอยูท 25 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “ความเชือ ่ ี่ ไหน” พวกเขากลัวและสงสัยกันว่า “คนนีเ้ ป็ นใครกัน” เพราะ ่ ฟั งพระองค์ พระองค์ทรงสัง่ ลมและนํ้ าได ้ และลมและนํ้ าก็เชือ 26 และเขาทัง้ หลายมาถึงเมืองกาดาราซึง่ อยูต ่ รงข ้ามกับ แคว ้นกาลิล ี 27 เมือ ่ พระองค์เสด็จลงจากฝั่ ง มีชายคนหนึง่ จากเมืองมาพบ ้ ผ ้า อาศัย พระองค์ เขาถูกผีเข ้าสิงเป็ นเวลานาน ไม่สวมเสือ อยูใ่ นบ ้านใด ๆ ยกเว ้นตามสุสาน 28 เมือ ่ เขาเห็นพระเยซู เขาก็ร ้องตะโกนและกราบลงตรงหน ้า พระองค์ และพูดเสียงดังว่า “พระเยซู บุตรของพระเจ ้าผู ้ สูงสุด ข ้าพเจ ้าเกีย ่ วข ้องอะไรกับท่าน ข ้าพเจ ้าขอร ้องท่าน อย่าทรมานข ้าพเจ ้าเลย” 29 เพราะพระองค์ได ้ทรงบัญชาให ้วิญญาณชัว่ ร ้ายออกจาก ตัวชายคนนัน ้ เพราะว่าวิญญาณชัว่ ร ้ายได ้เข ้าสิงเขาหลาย ครัง้ และเขาถูกล่ามโซ่ตรวนไว ้ และเขาทําลายโซ่ตรวนนัน ้ เสีย และปี ศาจก็ขบ ั ไล่เขาไปในถิน ่ ทุรกันดาร ่ อะไร” มันตอบว่า “ชือ ่ กอง 30 พระเยซูจงึ ตรัสถามมันว่า “ชือ ทหาร” เพราะมีผจ ี ํานวนมากเข ้าสิงในตัวมัน ่ ล 31 พวกเขาจึงขอร ้องพระองค์วา่ อย่าสัง่ ให ้มันออกไปสูท ี่ ก ึ 32 และมีหมูฝงู หนึง่ กําลังหากินอยูบ ่ นภูเขา หมูเหล่านัน ้ จึง อ ้อนวอนพระองค์ให ้ยอมให ้หมูเหล่านัน ้ เข ้าสิงในฝูงหมู เหล่านัน ้ พระองค์ก็ทรงยอมให ้หมูเหล่านัน ้ เข ้าสิงในฝูงหมู เหล่านัน ้ 33 ครัน ้ แล ้วผีเหล่านัน ้ ก็ออกจากตัวมนุษย์ และเข ้าไปในตัว หมู หมูทงั ้ ฝูงก็วงิ่ ลงมาทีล ่ าดชันลงไปในทะเลสาบและถูกบีบ คอตาย 34 เมือ ่ คนเลีย ้ งแกะเห็นเหตุการณ์ทเี่ กิดขึน ้ พวกเขาก็วงิ่ ไป เล่าเรือ ่ งนัน ้ ทัง้ ในเมืองและในชนบท 35 แล ้วพวกเขาออกไปดูสงิ่ ทีเ่ กิดขึน ้ ครัน ้ มาถึงพระเยซูแล ้ว พบชายทีผ ่ อ ี อกจากตัวไปแล ้ว นั่งอยูท ่ พ ี่ ระบาทของพระเยซู ้ ผ ้าและมีจต สวมเสือ ิ ใจแจ่มใส ชายเหล่านัน ้ ก็มค ี วามกลัว
36 ฝ่ ายผู ้ทีเ่ ห็นเหตุการณ์ก็บอกเขาด ้วยว่าคนทีถ ่ ก ู ผีเข ้ารักษา ได ้อย่างไร 37 ครัง้ นัน ้ ฝูงชนทัง้ เมืองกาดาราโดยรอบก็อ ้อนวอนพระองค์ ให ้ออกไปจากพวกเขา เพราะผู ้คนเหล่านัน ้ กลัวมาก พระองค์ จึงเสด็จขึน ้ ไปบนเรือแล ้วเสด็จกลับไปอีก 38 ฝ่ ายคนทีผ ่ อ ี อกจากไปนัน ้ ได ้อ ้อนวอนขอให ้พระองค์อยู่ กับเขา แต่พระเยซูทรงส่งเขาไปโดยตรัสว่า 39 จงกลับไปบ ้านของตนและบอกเล่าให ้คน ทัง้ เมืองฟั งถึง สิง่ ใหญ่โตทีพ ่ ระเจ ้าได ้ทรงกระทําแก่ตน และชายผู ้นัน ้ ก็ไป ประกาศให ้คนทัง้ เมืองทราบถึงสิง่ ใหญ่โตทีพ ่ ระเยซูได ้ทรง กระทําแก่ตน 40 เมือ ่ พระเยซูเสด็จกลับมา ประชาชนก็ต ้อนรับพระองค์ด ้วย ความยินดี เพราะพวกเขาทุกคนกําลังรอคอยพระองค์อยู่ ่ ไจรัส เป็ นหัวหน ้าธรรมศาลา 41 ทันใดนัน ้ มีชายคนหนึง่ ชือ มากราบลงทีพ ่ ระบาทของพระเยซู และอ ้อนวอนพระองค์ให ้ เข ้าไปในบ ้านของเขา 42 เพราะว่าเขามีลก ู สาวคนเดียว อายุประมาณสิบสองปี และ เธอนอนป่ วยหนักอยู่ ขณะทีเ่ ขากําลังเดินไป ประชาชนก็รม ุ ล ้อมเขา 43 และมีสตรีคนหนึง่ เป็ นโรคตกเลือดมาสิบสองปี แล ้ว ซึง่ ได ้ ใช ้เงินทัง้ หมดของตนไปหาหมอ แต่ก็ไม่สามารถรักษาให ้ หายจากโรคใด ๆ ได ้เลย ้ ของพระองค์ 44 ฝ่ ายนางมาข ้างหลังพระองค์และแตะชายเสือ ทันใดนัน ้ โลหิตทีไ่ หลออกก็หยุด 45 พระเยซูจงึ ตรัสถามว่า “ใครแตะต ้องเรา” เมือ ่ ทุกคน ปฏิเสธ เปโตรกับคนทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์จงึ กล่าวว่า “อาจารย์ ฝูงชนเบียดเสียดและเบียดเสียดพระองค์ และถามพระองค์วา่ “ ใครแตะต ้องเรา” 46 พระเยซูตรัสว่า มีผู ้หนึง่ แตะต ้องฉั น เพราะฉั นรู ้สึกว่าพลัง อํานาจออกจากตัวฉั น 47 เมือ ่ หญิงนัน ้ เห็นว่าตนไม่ได ้ซ่อนตัวอยูแ ่ ล ้ว เธอก็เข ้ามาตัว ่ และกราบลงต่อพระพักตร์พระองค์ เล่าเรือ สัน ่ งทีน ่ างสัมผัส พระองค์ตอ ่ หน ้าคนทัง้ ปวงให ้พระองค์ฟังว่าเหตุใดนางจึงได ้ สัมผัสพระองค์ และพระองค์ทรงรักษานางทันที 48 และท่านได ้กล่าวแก่เธอว่า “ ลูกเอ๋ย จงมีกําลังใจเถิด ศรัทธาของเจ ้าทําให ้เจ ้าหายดีแล ้ว จงไปเป็ นสุขเถิด” 49 ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังตรัสอยู่ มีคนมาจากบ ้านนายธรรม ศาลา บอกพระองค์วา่ “ลูกสาวของท่านตายแล ้ว อย่ารบกวน อาจารย์เลย” 50 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินดังนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสตอบเขาว่า ่ เท่านัน “ อย่ากลัวเลย จงเชือ ้ แล ้วเธอจะหายเป็ นปกติ” 51 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในบ ้าน พระองค์ไม่ทรงยอมให ้ ผู ้ใดเข ้าไป เว ้นแต่เปโตร ยากอบ โยฮัน และบิดามารดาของ หญิงสาวคนนัน ้ 52 และทุกคนก็ร ้องไห ้ครํ่าครวญถึงเธอ แต่พระองค์ตรัสว่า อย่าร ้องไห ้เลย เธอไม่ตาย แต่หลับอยู่ 53 พวกเขาจึงหัวเราะเยาะพระองค์ เพราะรู ้ว่าเธอตายแล ้ว 54 แล ้วท่านก็ไล่พวกเขาทัง้ หมดออกไป แล ้วจับมือเธอแล ้ว เรียกว่า “ สาวเอ๋ย จงลุกขึน ้ ” 55 และวิญญาณของนางก็กลับมาอีก และนางก็ลก ุ ขึน ้ ทันที และพระองค์ก็ทรงบัญชาให ้นางกินอาหาร 56 บิดามารดาของนางก็ประหลาดใจ แต่พระองค์กําชับพวก เขาไม่ให ้บอกเล่าสิง่ ทีเ่ กิดขึน ้ กับผู ้ใด บทที่ 9 1 จากนัน ้ พระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์มา ้ และรักษาโรค แล ้วทรงประทานอํานาจเหนือผีปีศาจทัง้ สิน ต่างๆ ให ้แก่พวกเขา 48
พระวรสารนั กบุญลูกา
2 และพระองค์ทรงใช ้พวกเขาไปประกาศข่าวอาณาจักรของ พระเจ ้า และรักษาคนเจ็บป่ วย 3 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ อย่าเอาอะไรไปใช ้ในการ เดินทาง ไม่วา่ จะเป็ นไม ้เท ้า หรือย่าม หรือขนมปั ง หรือเงิน ้ โค ้ตสองตัว” หรือเสือ 4 และเมือ ่ ท่านเข ้าไปในบ ้านใด ท่านก็จงพักอยูท ่ น ี่ ั่นก่อนแล ้ว จึงออกจากบ ้านนัน ้ ไป 5 และผู ้ใดไม่ต ้อนรับพวกท่าน เมือ ่ ท่านออกจากเมืองนัน ้ จง สะบัดฝุ่ นจากเท ้าของท่านออกเพือ ่ เป็ นพยานต่อเขา 6 พวกเขาจึงออกเดินทางไปตามเมืองต่างๆ เผยแพร่พระ กิตติคณ ุ และรักษาคนทุกแห่ง 7 ขณะนัน ้ เฮโรดเจ ้าเมืองได ้ยินเรือ ่ งทัง้ หมดทีเ่ ขาได ้กระทํา และเขาสับสนเพราะมีคํากล่าวแก่บางคนว่ายอห์นได ้คืนพระ ชนม์จากความตาย 8 และบางคนก็วา่ เอลียาห์ได ้ปรากฏตัว และบางคนก็วา่ ผู ้เผย พระวจนะในสมัยโบราณคนหนึง่ กลับคืนชีพอีกครัง้ 9 เฮโรดจึงกล่าวว่า ยอห์นเป็ นผู ้ทีข ่ ้าพเจ ้าได ้ตัดศีรษะ แต่คน นีเ้ ป็ นใครเล่า ทีเ่ ราได ้ยินเรือ ่ งอย่างนี?้ และเขาปรารถนาทีจ ่ ะ พบเขา 10 เมือ ่ อัครสาวกกลับมาแล ้ว พวกเขาก็เล่าให ้พระองค์ฟังถึง ทุกสิง่ ทีพ ่ วกเขากระทํา พระองค์จงึ พาพวกเขาไปยังทีเ่ ปลีย ่ ว แห่งหนึง่ ในเมืองเบธไซดา 11เมือ ่ ประชาชนรู ้เรือ ่ งนีแ ้ ล ้ว พวกเขาก็ตด ิ ตามพระองค์ไป พระองค์ก็ทรงรับพวกเขาไว ้ แล ้วตรัสสัง่ สอนเขาถึงอาณาจักร ของพระเจ ้า และทรงรักษาผู ้ทีต ่ ้องการการรักษา 12 เมือ ่ ใกล ้จะรุง่ เช ้า สาวกทัง้ สิบสองคนก็มาทูลพระองค์วา่ “ให ้ประชาชนไปตามเมืองต่างๆ และในชนบทโดยรอบ แล ้ว พักแรมและหาอาหารกิน เพราะว่าเราอยูใ่ นทีท ่ รุ กันดาร” 13 แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ จงให ้พวกเขากินเถิด” พวกเขาจึงกล่าวว่า “เราไม่มอ ี ะไรเหลือเลย นอกจากขนมปั ง ้ อาหารให ้คน ห ้าก ้อนและปลาสองตัว เว ้นแต่เราจะไปซือ ทัง้ หมดนี”้ 14 เพราะพวกเขามีจํานวนประมาณห ้าพันคน พระองค์จงึ ตรัส แก่พวกสาวกของพระองค์วา่ จงให ้พวกเขานั่งลงเป็ นกลุม ่ ๆ ละห ้าสิบคน 15 แล ้วพวกเขาก็ทําตาม และให ้พวกเขาทัง้ หมดนั่งลง 16 แล ้วพระองค์ทรงรับขนมปั งห ้าก ้อนและปลาสองตัวนัน ้ แล ้วแหงนพระพักตร์ดฟ ู ้ าสวรรค์ ทรงขอบพระคุณและหัก ขนมปั งนัน ้ แล ้วส่งให ้เหล่าสาวกไปแจกให ้ฝูงชน 17 และพวกเขาได ้กินจนอิม ่ ทุกคน และเศษอาหารทีเ่ หลืออยู่ ก็เก็บไปได ้สิบสองตะกร ้า 18 เมือ ่ พระองค์ทรงอธิษฐานอยูต ่ ามลําพัง เหล่าสาวกก็อยู่ กับพระองค์ด ้วย พระองค์จงึ ตรัสถามพวกเขาว่า “ ประชาชน ว่าเราเป็ นใคร?” 19 พวกเขาตอบว่า "ยอห์นผู ้ให ้บัพติศมา" แต่บางคนว่าเป็ น เอลียาห์ และคนอืน ่ ๆ ว่าเป็ นศาสดาพยากรณ์ในสมัยโบราณ คนหนึง่ กลับคืนชีพอีก 20 พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ แต่พวกท่านว่าเราเป็ นใคร” เป โตรตอบว่า “พระคริสต์ของพระเจ ้า” 21 แล ้วท่านได ้กําชับพวกเขาอย่างเข ้มงวด และสัง่ พวกเขา ไม่ให ้บอกเรือ ่ งนีก ้ บ ั ใครเลย 22ตรัสว่า “ บุตรมนุษย์จะต ้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ ถูกพวกผู ้เฒ่าและพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ ปฏิเสธ และจะถูกฆ่า แต่ในวันทีส ่ ามจะทรงคืนพระชนม์ขน ึ้ ” 23พระองค์จงึ ตรัสแก่คนเหล่านัน ้ ว่า " ผู ้ใดต ้องการติดตามเรา มา ผู ้นัน ้ ต ้องละทิง้ ตนเอง และแบกไม ้กางเขนของตนทุกวัน และติดตามเรามา"
24เพราะว่าผู ้ใดต ้องการจะเอาชีวต ิ ของตนรอด ผู ้นัน ้ จะ เสียชีวต ิ แต่ผู ้ใดจะเสียชีวต ิ ของตนเพราะเรา ผู ้นัน ้ จะรักษา ชีวต ิ ไว ้ได ้ ้ แต่ 25 เพราะมนุษย์จะได ้ประโยชน์อะไร ถ ้าเขาได ้โลกทัง้ สิน ต ้องสูญเสียตนเองหรือถูกละทิง้ ไป? 26 เพราะว่าผู ้ใดละอายเพราะเราและถ ้อยคําของเรา บุตร มนุษย์ก็จะละอายเพราะผู ้นัน ้ ด ้วย เมือ ่ พระองค์จะเสด็จมาด ้วย สง่าราศีของพระองค์เอง และของพระบิดาของพระองค์ และ ของเหล่าทูตสวรรค์บริสท ุ ธิ์ 27 แต่เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ผู ้ทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ก ี่ ็ม ี บางคนทีจ ่ ะไม่รู ้รสความตาย จนกว่าจะได ้เห็นอาณาจักรของ พระเจ ้า 28 และภายหลังจากถ ้อยคําเหล่านัน ้ ได ้ประมาณแปดวัน พระองค์ทรงพาเปโตร ยอห์น และยากอบขึน ้ ไปบนภูเขาเพือ ่ อธิษฐาน 29 เมือ ่ พระองค์ทรงอธิษฐาน รูปลักษณ์ของพระองค์ก็ เปลีย ่ นไป และฉลองพระองค์ก็ขาวเป็ นมันเงา 30 และดูเถิด มีชายสองคนคือโมเสสและเอลียาห์สนทนาอยู่ กับพระองค์ 31 ผู ้ได ้ปรากฏด ้วยพระสิรริ งุ่ โรจน์ และกล่าวถึงการ ้ พระชนม์ของพระองค์ ซึง่ พระองค์จะทรงกระทําทีก สิน ่ รุง เยรูซาเล็ม 32 ส่วนเปโตรกับคนทีอ ่ ยูด ่ ้วยก็งว่ งนอนมาก แต่เมือ ่ พวกเขา ตืน ่ ขึน ้ พวกเขาก็เห็นสง่าราศีของพระองค์ และเห็นคนสอง คนทีย ่ น ื อยูก ่ บ ั พระองค์ 33เมือ ่ พวกเขากําลังจากพระองค์ไปแล ้ว เปโตรก็พด ู กับพระ เยซูวา่ “อาจารย์ เรารู ้สึกดีทเี่ ราได ้อยูท ่ น ี่ ี่ ให ้เราสร ้างพลับ พลาสามหลังกันเถอะ หลังหนึง่ สําหรับพระองค์ หลังหนึง่ สําหรับโมเสส และหลังหนึง่ สําหรับเอลียาห์” เปโตรไม่รู ้ว่า กําลังพูดอะไร 34 เมือ ่ พระองค์กําลังตรัสอยูน ่ ัน ้ ก็มเี มฆมาปกคลุมพวกเขา และเมือ ่ พวกเขาเข ้าไปในเมฆนัน ้ พวกเขาก็กลัว 35 และมีเสียงออกมาจากเมฆกล่าวว่า “ผู ้นีเ้ ป็ นบุตรทีร่ ักของ เรา จงฟั งเขาเถิด” 36 เมือ ่ เสียงนัน ้ ผ่านไปแล ้ว พบว่าพระเยซูอยูโ่ ดดเดีย ่ ว พวก เขาจึงเก็บเรือ ่ งนีไ้ ว ้ และในครัง้ นัน ้ พวกเขาไม่เคยบอกใคร เกีย ่ วกับสิง่ ทีพ ่ วกเขาเห็นเลย 37 ครัน ้ ลงมาจากภูเขาในวันรุง่ ขึน ้ มีคนจํานวนมากมาพบ พระองค์ 38 และดูเถิด มีชายคนหนึง่ ในหมูพ ่ วกเขาร ้องออกมาว่า “อาจารย์ ข ้าพเจ ้าขอวิงวอนท่าน โปรดดูลก ู ชายของข ้าพเจ ้า เถิด เพราะเขาเป็ นลูกคนเดียวของข ้าพเจ ้า” 39 และดูเถิด วิญญาณก็เข ้าสิงเขา และเขาก็ร ้องตะโกนอย่าง กะทันหัน วิญญาณนัน ้ ทําให ้เขาฉีกขาดเป็ นฟองอีกครัง้ และ ้ ทําให ้เขามีรอยฟกชําอย่างหนักจนแทบจะจากเขาไป 40 ข ้าพระองค์ได ้วิงวอนเหล่าสาวกของพระองค์ให ้ขับไล่เขา ออกไป แต่พวกเขาทําไม่ได ้ 41 พระเยซูจงึ ตรัสตอบว่า “ คนชัว่ และไร ้ศรัทธา เราจะต ้อง อยูก ่ บ ั เจ ้าและทนเจ ้านานเพียงไร จงพาบุตรของเจ ้ามาทีน ่ ”ี่ 42 ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังจะเสด็จมา ปี ศาจก็ผลักพระองค์ลง แล ้วทําให ้พระองค์เหีย ่ วเฉา พระเยซูจงึ ตักเตือนวิญญาณชัว่ ร ้ายนัน ้ และรักษาเด็กนัน ้ แล ้วมอบเด็กนัน ้ ให ้บิดาของเขาอีก ครัง้ 43 พวกเขาทัง้ หมดประหลาดใจในฤทธิอ ์ ํานาจอันยิง่ ใหญ่ ของพระเจ ้า แต่ขณะทีพ ่ วกเขายังสงสัยในสิง่ ทีพ ่ ระเยซูทรง กระทํา พระองค์ก็ตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์วา่ 44 จงให ้คํากล่าวเหล่านีเ้ ข ้าในหูของคุณ เพราะว่าบุตรมนุษย์ จะถูกมอบไว ้ในมือของมนุษย์ 49
พระวรสารนั กบุญลูกา
45 แต่พวกท่านไม่เข ้าใจคํากล่าวนี้ และมันก็ถก ู ซ่อนไว ้จาก พวกเขา เพือ ่ พวกเขาจะไม่เข ้าใจ และพวกเขากลัวทีจ ่ ะถาม พระองค์ถงึ คํากล่าวนัน ้ 46 แล ้วพวกเขาจึงถกเถียงกันว่าใครในพวกเขายิง่ ใหญ่ทส ี่ ด ุ 47 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบความคิดในใจของพวกเขาแล ้ว จึง ทรงนํ าเด็กคนหนึง่ มาวางไว ้ใกล ้พระองค์ 48 และตรัสแก่พวกเขาว่า ผู ้ใดจะรับเด็กเล็กๆ คนนีใ้ นนาม ของเรา ผู ้นัน ้ ก็รับเรา และผู ้ใดจะรับเรา ผู ้นัน ้ ก็รับพระองค์ท ี่ ทรงใช ้เรามา เพราะว่าผู ้ใดในพวกท่านทุกคน ผู ้ใดทีต ่ ํา่ ต ้อย ทีส ่ ด ุ ผู ้นัน ้ จะเป็ นผู ้ยิง่ ใหญ่” 49 ยอห์นตอบว่า “อาจารย์ พวกข ้าพเจ ้าเห็นคนหนึง่ ขับผี ออกในพระนามของพระองค์ และพวกข ้าพเจ ้าห ้ามเขา เพราะว่าเขาไม่ตด ิ ตามพวกเรา” 50 พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ อย่าห ้ามเขาเลย เพราะว่า ผู ้ใดไม่ตอ ่ ต ้านเรา ย่อมเป็ นฝ่ ายเรา” 51 เมือ ่ ถึงเวลาทีพ ่ ระองค์จะถูกรับขึน ้ ไป พระองค์ก็ตงั ้ พระทัย แน่วแน่ทจ ี่ ะเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 52 แล ้วทรงส่งทูตไปล่วงหน ้าพระองค์ และเขาทัง้ หลายก็เข ้า ไปในหมูบ ่ ้านแห่งหนึง่ ของชาวสะมาเรีย เพือ ่ จัดเตรียมให ้ พระองค์ 53แต่พวกเขาไม่ต ้อนรับพระองค์ เพราะพระพักตร์ดเู หมือน กําลังจะเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 54เมือ ่ สาวกของพระองค์ คือ ยากอบและโยฮัน เห็นดังนี้ จึง ทูลว่า “พระองค์เจ ้าข ้า พระองค์จะทรงให ้พวกข ้าพระองค์ บัญชาให ้ไฟลงมาจากสวรรค์เผาผลาญพวกเขาเหมือนทีเ่ อลี ยาห์ทําหรือไม่?” 55 แต่พระองค์กลับทรงตําหนิพวกเขาและตรัสว่า พวกเจ ้า ทัง้ หลายไม่รู ้ว่าพวกเจ ้ามีวญ ิ ญาณชนิดใด 56 เพราะว่าบุตรมนุษย์มไิ ด ้มาเพือ ่ ทําลายชีวต ิ ของมนุษย์ แต่ มาเพือ ่ ช่วยพวกเขาให ้รอด และพวกเขาจึงไปยังหมูบ ่ ้านอืน ่ 57 ครัน ้ เมือ ่ พวกเขาเดินทางไป มีคนหนึง่ ทูลพระองค์วา่ " พระองค์เจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าจะติดตามพระองค์ไปทุกหนทุกแห่ง" 58 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า สุนัขจิง้ จอกยังมีโพรง และนกใน อากาศยังมีรัง แต่บต ุ รมนุษย์ไม่มท ี ท ี่ จ ี่ ะวางศีรษะ 59 พระองค์ตรัสแก่คนอีกคนหนึง่ ว่า “ จงตามเรามา” แต่เขา ทูลว่า “พระองค์เจ ้าข ้า โปรดให ้ข ้าพเจ ้าไปฝั งศพบิดาของ ข ้าพเจ ้าก่อน” 60 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ คนตายจงฝั งคนตายของตนเถิด แต่เจ ้าจงไปประกาศข่าวอาณาจักรของพระเจ ้า” 61 อีกคนหนึง่ ก็กล่าวว่า พระองค์เจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าจะติดตาม พระองค์ไป แต่ขอให ้ข ้าพเจ ้าไปอําลาพวกเขาซึง่ อยูท ่ บ ี่ ้าน ของข ้าพเจ ้าก่อน 62 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ผู ้ใดเอามือจับคันไถแล ้วหันหลัง กลับ ผู ้นัน ้ ก็ไม่สมควรกับอาณาจักรของพระเจ ้า”
5 และเมือ ่ ท่านเข ้าไปในบ ้านใด จงกล่าวก่อนว่า ขอให ้บ ้านนี้ ั ติสข มีแต่สน ุ ” 6 และถ ้าบุตรแห่งสันติอยูท ่ น ี่ ั่น สันติของท่านจะอยูก ่ บ ั บุตรนัน ้ ่ า่ นอีก ถ ้าไม่ สันติจะกลับคืนสูท 7 จงอยูแ ่ ต่ในบ ้านนัน ้ กินและดืม ่ สิง่ ของทีใ่ ห ้มา เพราะว่า คนงานสมควรได ้รับค่าจ ้างของตน อย่าไปจากบ ้านหนึง่ ไปอีก บ ้านหนึง่ 8 และเมือ ่ ท่านเข ้าไปในเมืองใด ๆ และได ้รับการต ้อนรับ ท่านจงกินของทีว่ างอยูต ่ รงหน ้าท่าน 9 และจงรักษาคนเจ็บป่ วยทีอ ่ ยูใ่ นเมืองนัน ้ และบอกเขาว่า อาณาจักรของพระเจ ้ามาใกล ้พวกท่านแล ้ว 10 แต่ทา่ นเข ้าไปในเมืองใด ๆ และไม่ต ้อนรับท่าน ท่านจง ออกไปตามถนนในเมืองนัน ้ และกล่าวว่า 11 แม ้แต่ฝนละอองจากเมื ุ่ องของท่านซึง่ เกาะติดอยูก ่ บ ั เรา เราก็เช็ดออกจากท่าน แต่ทา่ นทัง้ หลายจงแน่ใจเถิดว่า อาณาจักรของพระเจ ้าใกล ้จะมาถึงท่านแล ้ว 12 แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ในวันนัน ้ โทษของเมืองโซ ดอมจะเบากว่าโทษของเมืองนัน ้ 13 วิบต ั แ ิ ก่เจ ้า เมืองโคราซิน วิบต ั แ ิ ก่เจ ้า เมืองเบธไซดา เพราะว่าถ ้าการอัศจรรย์ทเี่ กิดขึน ้ ในเมืองไทร์และเมืองซีดอน เกิดขึน ้ แล ้ว คนทัง้ สองนัน ้ คงกลับใจนานแล ้ว โดยนั่งห่มผ ้า กระสอบและทิง้ ขีเ้ ถ ้าไว ้ 14 แต่ในวันพิพากษา เมืองไทร์และเมืองซีดอนจะได ้รับโทษ เบากว่าพวกเจ ้า 15 และเจ ้าเมืองคาเปอรนาอุม ซึง่ ถูกยกขึน ้ เทียมฟ้ า เจ ้า จะต ้องถูกผลักลงไปนรก 16 ผู ้ทีฟ ่ ั งพวกท่านก็ฟังเรา ผู ้ทีด ่ ห ู มิน ่ พวกท่านก็ดห ู มิน ่ เรา และผู ้ทีด ่ ห ู มิน ่ เราก็ดห ู มิน ่ ผู ้ทีท ่ รงใช ้เรามา 17 สาวกทัง้ เจ็ดสิบคนนัน ้ กลับมาอีกด ้วยความยินดีโดยกล่าว ว่า “พระองค์เจ ้า แม ้แต่ปีศาจก็ยังยอมอยูใ่ ต ้อํานาจของพวก เราเพราะพระนามของพระองค์” 18 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า เราเห็นซาตานตกลงมา จากสวรรค์เหมือนฟ้ าแลบ 19 ดูเถิด เราให ้พวกท่านมีอํานาจเหยียบงูและแมงป่ อง และ ้ และจะไม่มส มีอํานาจเหนือกําลังศัตรูทงั ้ สิน ี งิ่ ใดทําอันตราย พวกท่านได ้เลย ่ ชมยินดีเลยทีว่ ญ 20 แต่วา่ อย่าชืน ิ ญาณยอมอยูใ่ ต ้บังคับของ ่ ชมยินดีดก ่ ของท่านถูกจารึกไว ้ใน ท่าน แต่จงชืน ี ว่า เพราะชือ สวรรค์ ่ ชมยินดีในพระวิญญาณ 21 ในเวลานัน ้ พระเยซูทรงมีความชืน และตรัสว่า ข ้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ พระบิดา ผู ้เป็ น เจ ้าแห่งสวรรค์และโลก ทีพ ่ ระองค์ทรงซ่อนสิง่ เหล่านีจ ้ ากคน มีปัญญาและผู ้รอบรู ้ และได ้ทรงเปิ ดเผยให ้เด็ก ๆ ทราบ ดังนัน ้ พระบิดา เพราะพระองค์ทรงเห็นว่าเป็ นทีช ่ อบพระทัย 22 พระบิดาได ้ทรงมอบสิง่ สารพัดให ้แก่เรา และไม่มใี ครรู ้ว่า พระบุตรเป็ นใคร นอกจากพระบิดา และใครคือพระบิดา นอกจากพระบุตร และผู ้ทีพ ่ ระบุตรจะทรงเปิ ดเผยพระบิดาให ้รู ้ 23 แล ้วพระองค์จงึ ทรงหันกลับไปหาบรรดาสาวกของ พระองค์แล ้วตรัสเป็ นส่วนตัวว่า “ ตาทัง้ หลายทีม ่ องเห็นสิง่ ที่ พวกท่านเห็นนัน ้ เป็ นสุข” 24 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้เผยพระวจนะและ กษั ตริยเ์ ป็ นอันมากปรารถนาจะเห็นสิง่ ทีพ ่ วกท่านเห็นอยูน ่ ี้ แต่ก็ไม่เคยเห็น และปรารถนาจะได ้ยินสิง่ ทีพ ่ วกท่านได ้ยิน อยูน ่ ี้ แต่ก็ไม่เคยได ้ยิน ่ วชาญธรรมาจารย์คนหนึง่ ยืนขึน 25 ขณะนัน ้ มีผู ้เชีย ้ ลองใจ พระองค์ โดยกล่าวว่า “อาจารย์ ข ้าพเจ ้าจะต ้องทําอะไรจึงจะ ได ้ชีวต ิ นิรันดร์” 26พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ มีอะไรเขียนไว ้ในธรรมบัญญัต?ิ ท่านอ่านได ้อย่างไร?”
บทที่ 10 1 หลังจากเหตุการณ์เหล่านี้ องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าทรงตัง้ พวก เจ็ดสิบคนขึน ้ ไปด ้วย และทรงใช ้พวกเขาไปทีละสองคนต่อ จากพระองค์ ไปยังทุกเมืองและทุกสถานที่ ทีพ ่ ระองค์จะ เสด็จไป 2 เพราะฉะนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสกับเขาว่า การเก็บเกีย ่ วนัน ้ มี มากแต่คนงานมีน ้อย พวกท่านจงอ ้อนวอนเจ ้าของการเก็บ เกีย ่ วให ้ส่งคนงานมาเก็บเกีย ่ วพืชผลของพระองค์ 3 จงไปเถิด ดูเถิด เราส่งท่านทัง้ หลายไปดุจลูกแกะ ท่ามกลางหมาป่ า 4 อย่าพกถุงเงิน หรือย่าม หรือรองเท ้าไปด ้วย และอย่า ทักทายใครตามทาง 50
พระวรสารนั กบุญลูกา
27เขาตอบว่า จงรักพระเจ ้าผู ้เป็ นพระเจ ้าของเจ ้าด ้วยสุดใจ ของเจ ้า และด ้วยสุดจิตวิญญาณของเจ ้า และด ้วยสุดกําลัง ของเจ ้า และด ้วยสุดความคิดของเจ ้า และจงรักเพือ ่ นบ ้าน เหมือนรักตนเอง 28 และท่านได ้กล่าวแก่เขาว่า เจ ้าตอบถูกต ้องแล ้ว จงทําสิง่ นีแ ้ ล ้วเจ ้าจะมีชวี ต ิ อยู่ 29 แต่เขาต ้องการจะแก ้ตัวจึงถามพระเยซูวา่ "แล ้วใครเป็ น เพือ ่ นบ ้านของฉั น" 30 พระเยซูทรงตอบว่า " มีคนหนึง่ ลงจากกรุงเยรูซาเล็มไป ้ ผ ้าของเขาไป ยังเมืองเยรีโค และถูกพวกโจรปล ้นเอาเสือ และทําร ้ายเขา จากนัน ้ ก็ละทิง้ เขาไปจนเกือบจะตาย" 31 บังเอิญมีปโุ รหิตคนหนึง่ ลงมาทางนัน ้ เมือ ่ เห็นแล ้วจึง เสด็จไปเสียอีกฟากหนึง่ 32 ในทํานองเดียวกัน เมือ ่ มีคนเลวีคนหนึง่ มาถึงทีน ่ ัน ้ เขาก็ มาเห็นเขา และผ่านไปอีกฟากหนึง่ 33 แต่ชาวสะมาเรียคนหนึง่ กําลังเดินทางไปถึงทีท ่ เี่ ขาอยู่ และเมือ ่ เห็นเขา เขาก็สงสาร 34 แล ้วไปหาเขาแล ้วพันแผลให ้ โดยเทนํ้ ามันและเหล ้าองุน ่ ลงไป แล ้วให ้นอนบนสัตว์ของตน จากนัน ้ พาไปทีโ่ รงเตี๊ ยม และดูแลเขา 35 และเมือ ่ รุง่ ขึน ้ เมือ ่ เขาจากไป เขาได ้นํ าเงินสองเดนาริอน ั ออกมาให ้เจ ้าของบ ้าน และกล่าวแก่เขาว่า จงดูแลเขาไว ้ และเงินทีท ่ า่ นใช ้จ่ายเกินนัน ้ เมือ ่ ฉั นกลับมา ฉั นจะใช ้ให ้เจ ้า 36 บัดนี้ ท่านคิดว่าใครในสามคนนีท ้ เี่ ป็ นเพือ ่ นบ ้านของคนที่ ถูกโจรปล ้น? 37 และเขากล่าวว่า "ผู ้ทีแ ่ สดงความเมตตาต่อเขา" แล ้วพระ เยซูจงึ ตรัสกับเขาว่า " จงไปและทําเช่นเดียวกัน" 38 ครัน ้ พระองค์เสด็จเข ้าไปในหมูบ ่ ้านแห่งหนึง่ มีหญิงคน ่ มาร์ธาต ้อนรับพระองค์ให ้เข ้าไปในบ ้านของนาง หนึง่ ชือ ่ มารีย ์ ซึง่ นั่งอยูท 39 และนางมีน ้องสาวชือ ่ พ ี่ ระบาทของพระ เยซูและฟั งพระวจนะของพระองค์ 40 ส่วนมาร์ธาก็ยงุ่ อยูก ่ บ ั การปรนนิบต ั ม ิ าก จึงมาหาพระองค์ แล ้วทูลว่า “พระองค์เจ ้า พระองค์ไม่ทรงสนใจหรือทีน ่ ้องสาว ของข ้าพระองค์ทงิ้ ให ้ข ้าพระองค์ปรนนิบต ั แ ิ ต่ผู ้เดียว ขอ พระองค์โปรดสัง่ ให ้เธอช่วยข ้าพระองค์ด ้วย” 41 พระเยซูตรัสตอบเธอว่า “ มาร์ธา มาร์ธา เจ ้ากังวลและ วิตกกังวลกับหลายสิง่ หลายอย่าง 42 แต่สงิ่ ทีจ ่ ําเป็ นมีอยูส ่ งิ่ หนึง่ และมารียไ์ ด ้เลือกส่วนทีด ่ น ี ัน ้ ่ ซึงจะไม่มใี ครเอาไปจากเธอได ้
6 เพราะเพือ ่ นของข ้าพเจ ้ากําลังเดินทางมาหาข ้าพเจ ้า แต่ ข ้าพเจ ้าไม่มอ ี ะไรจะให ้เขาทาน 7 และพระองค์จากข ้างในจะตอบและกล่าวว่า อย่ารบกวนฉั น เลย ประตูก็ปิดแล ้ว และลูกๆ ของฉั นก็นอนอยูก ่ บ ั ฉั นแล ้ว ฉั น ลุกขึน ้ ให ้เจ ้าไม่ได ้ 8 เราบอกท่านทัง้ หลายว่า แม ้เขาจะไม่ลก ุ ขึน ้ หยิบให ้เพราะ เขาเป็ นเพือ ่ น แต่เพราะเขาวิงวอนมาก เขาก็จะลุกขึน ้ หยิบให ้ ตามทีเ่ ขาต ้องการ 9 และเราบอกพวกท่านว่า จงขอแล ้วจะได ้ จงหาแล ้วจะพบ จงเคาะแล ้วจะมีเปิ ดให ้พวกท่าน 10 เพราะทุกคนทีข ่ อก็ได ้ ทุกคนทีแ ่ สวงหาก็จะพบ และทุก คนทีเ่ คาะก็จะเปิ ดให ้แก่พวกเขา 11 ถ ้าบุตรขอขนมปั งจากบิดาคนใด เขาจะยืน ่ ก ้อนหินให ้ หรือถ ้าเขาขอปลา เขาจะยืน ่ งูให ้แทนปลาหรือ 12 หรือถ ้าเขาขอไข่ เขาจะถวายแมงป่ องให ้เขาหรือ? 13 ฉะนัน ้ ถ ้าท่านทัง้ หลายผู ้เป็ นคนชัว่ ยังรู ้จักให ้ของดีแก่บต ุ ร หลานของตน แล ้วพระบิดาของท่านผู ้สถิตในสวรรค์จะยิง่ ประทานพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ก่ผู ้ทีข ่ อจากพระองค์มาก ยิง่ กว่านัน ้ อีกหรือ? 14 พระองค์ทรงขับผีออกและมันก็เป็ นใบ ้ เมือ ่ ผีออกแล ้ว คน ใบ ้ก็พด ู ได ้ ประชาชนก็ประหลาดใจ 15 แต่บางคนพูดว่า พระองค์ทรงขับผีออกโดยอาศัยเบเอล เซบูล ผู ้เป็ นหัวหน ้าแห่งผี 16 คนอืน ่ ๆ พยายามทดลองพระองค์ โดยขอหมายสําคัญ จากสวรรค์จากพระองค์ 17 แต่พระองค์ทรงทราบความคิดของพวกเขา จึงตรัสแก่ พวกเขาว่า อาณาจักรใดๆ ทีแ ่ ตกแยกกันเองก็ยอ ่ มพินาศ และครอบครัวทีแ ่ ตกแยกกันก็จะล่มสลาย 18 ถ ้าซาตานแตกแยกกันเอง อาณาจักรของมันจะตัง้ อยูไ่ ด ้ อย่างไร เพราะท่านทัง้ หลายพูดว่าเราขับผีออกโดยเบเอลเซ บูล 19 และถ ้าเราขับผีออกโดยเบเอลเซบูล แล ้วลูกๆ ของท่าน ทัง้ หลายขับมันออกโดยใคร? เพราะฉะนัน ้ พวกเขาจะเป็ นผู ้ ตัดสินพวกท่านได ้อย่างไร? 20 แต่ถ ้าเราขับผีออกด ้วยนิว้ พระหัตถ์ของพระเจ ้าแล ้ว อาณาจักรของพระเจ ้าก็มาถึงพวกท่านแล ้ว 21 เมือ ่ คนแข็งแรงมีอาวุธรักษาพระราชวังของตน ทรัพย์ สมบัตข ิ องเขาก็จะสงบสุข 22 แต่เมือ ่ มีคนทีแ ่ ข็งแกร่งกว่าเขาเข ้ามาต่อสู ้และเอาชนะเขา ไปได ้ เขาจึงเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ทงั ้ หมดทีเ่ ขาไว ้วางใจไป จากเขา แล ้วแบ่งของทีป ่ ล ้นมาให ้เขา 23 ผู ้ทีไ่ ม่อยูก ่ บ ั เราก็เป็ นศัตรูกบ ั เรา และผู ้ทีไ่ ม่รวบรวมไว ้กับ เราก็เป็ นผู ้กระจัดกระจาย 24 เมือ ่ วิญญาณชัว่ ร ้ายออกจากผู ้ใดแล ้ว มันก็ทอ ่ งเทีย ่ วไปใน ทีแ ่ ห ้งแล ้งเพือ ่ แสวงหาทีพ ่ ักพิง แต่เมือ ่ ไม่พบอะไรเลย มัน จึงกล่าวว่า “ข ้าจะกลับไปยังบ ้านของข ้าทีไ่ ด ้ออกมานัน ้ ” 25 และเมือ ่ พระองค์เสด็จมาก็พบว่าต ้นไม ้นัน ้ ถูกกวาดและ ตกแต่งไว ้แล ้ว 26 แล ้วท่านจึงไปนํ าผีอน ื่ อีกเจ็ดตนทีช ่ วั่ ร ้ายกว่าท่านมา แล ้ว ก็เข ้าไปอาศัยทีน ่ ั่น และสภาพในทีส ่ ด ุ ของมนุษย์คนนีก ้ ็ เลวร ้ายกว่าสภาพแรกอีก” 27 ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังตรัสคําเหล่านัน ้ ก็มห ี ญิงคนหนึง่ ใน พวกนัน ้ ตะโกนเสียงดังกล่าวแก่พระองค์วา่ “ครรภ์ทไี่ ด ้ให ้ กําเนิดพระองค์ และหัวนมทีพ ่ ระองค์ได ้ดูดนัน ้ เป็ นสุข” 28 แต่ทา่ นกล่าวว่า "ยิง่ กว่านัน ้ ผู ้ทีไ่ ด ้ยินพระวจนะของพระ เจ ้าและถือรักษาไว ้ ก็เป็ นสุข" 29 เมือ ่ ประชาชนมารวมกันหนาแน่นขึน ้ พระองค์จงึ เริม ่ ตรัสว่า คนเหล่านีเ้ ป็ นชนชาติชวั่ ร ้าย พวกเขาแสวงหาหมายสําคัญ
บทที่ 11 1 ครัน ้ พระองค์ทรงอธิษฐานอยูใ่ นทีแ ่ ห่งหนึง่ แล ้วทรงจบคํา อธิษฐาน สาวกคนหนึง่ ทูลพระองค์วา่ “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ขอ ทรงสอนพวกข ้าพระองค์ให ้อธิษฐานเหมือนทีย ่ อห์นได ้สอน สาวกของเขา” 2 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เมือ ่ พวกท่านอธิษฐาน จง กล่าวว่า ‘ข ้าแต่พระบิดาของข ้าพเจ ้าทัง้ หลาย ผู ้สถิตใน สวรรค์ ขอให ้พระนามของพระองค์เป็ นทีน ่ ับถือ ขอให ้แผ่นดิน ของพระองค์มาถึง ขอให ้พระประสงค์ของพระองค์สําเร็จใน สวรรค์อย่างไร ก็ให ้สําเร็จในแผ่นดินโลกอย่างนัน ้ ’ 3 โปรดประทานอาหารแก่พวกข ้าพเจ ้าทุกวันทุกเวลา 4 และขอทรงโปรดยกโทษบาปของเรา เพราะเรายกโทษให ้ ่ ารทดลอง ทุกคนทีเ่ ป็ นหนีเ้ ราด ้วย ขออย่าทรงนํ าเราเข ้าสูก แต่ทรงช่วยเราให ้พ ้นจากความชัว่ ร ้าย 5 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า " ใครในพวกท่านมีเพือ ่ นคนหนึง่ และไปหาเพือ ่ นคนนัน ้ ในเวลาเทีย ่ งคืน และพูดกับเขาว่า เพือ ่ นเอ๋ย ขอให ้ฉั นยืมขนมปั งสามก ้อนเถิด 51
พระวรสารนั กบุญลูกา
51 ตัง้ แต่โลหิตของอาแบลจนถึงโลหิตของซะคาริยาห์ซงึ่ ตายระหว่างแท่นบูชากับพระวิหาร เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า รุน ่ นีจ ้ ะต ้องรับโทษเช่นนี้ ่ วชาญกฎหมาย เพราะท่านเอากุญแจ 52 วิบต ั แ ิ ก่ทา่ น ผู ้เชีย แห่งความรู ้ไปเสียแล ้ว ตนเองไม่ได ้เข ้าไป และคนทีเ่ คยเข ้า ไปก็ขด ั ขวางไว ้ 53 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านีแ ้ ก่พวกเขาแล ้ว พวกธรรมา ี ็เริม จารย์และฟาริสก ่ เร่งเร ้าพระองค์อย่างรุนแรง และยุยงให ้ พระองค์ตรัสหลายเรือ ่ งด ้วยกัน 54 คอยดักจับเขาและพยายามจับผิดคําพูดของเขา
แต่จะไม่มก ี ารให ้หมายสําคัญใดๆ แก่เขา เว ้นเสียแต่หมาย สําคัญของโยนาห์ผู ้เผยพระวจนะเท่านัน ้ 30 เพราะว่าโยนาห์เป็ นเครือ ่ งหมายแก่ชาวเมืองนิเนเวห์ฉัน ใด บุตรมนุษย์ก็จะเป็ นเครือ ่ งหมายแก่คนรุน ่ นีฉ ้ ั นนัน ้ 31 ราชินแ ี ห่งทิศใต ้จะลุกขึน ้ ในวันพิพากษาพร ้อมกับผู ้คนใน ยุคนี้ และกล่าวโทษพวกเขา เพราะว่าพระนางได ้มาจากส่วน ทีไ่ กลสุดของแผ่นดินโลกเพือ ่ ฟั งสติปัญญาของซาโลมอน และดูเถิด ผู ้ทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าซาโลมอนก็อยูท ่ น ี่ ี่ 32 ในวันพิพากษา ชนชาวเมืองนิเนเวห์จะลุกขึน ้ พร ้อมกับคน รุน ่ นี้ และจะกล่าวโทษพวกเขา เพราะพวกเขาได ้กลับใจเมือ ่ ได ้ยินคําเทศนาของโยนาห์ และดูเถิด ผู ้ทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าโย นาห์ก็อยูท ่ น ี่ ี่ 33 ไม่มผ ี ู ้ใดจุดตะเกียงแล ้วตัง้ ไว ้ในทีล ่ บ ั หรือใต ้ถัง แต่ตงั ้ ไว ้ บนเชิงตะเกียง เพือ ่ ให ้คนทีเ่ ข ้ามาเห็นแสงสว่าง 34 ตาเป็ นความสว่างของร่างกาย เพราะฉะนัน ้ เมือ ่ ตาของ ท่านดี ทัง้ ตัวของท่านก็เต็มไปด ้วยความสว่าง แต่เมือ ่ ตาของ ท่านไม่ด ี ร่างกายของคุณก็เต็มไปด ้วยความมืดเช่นกัน 35 จงระวังอย่าให ้ความสว่างทีอ ่ ยูใ่ นตัวท่านเป็ นความมืด ้ เต็มไปด ้วยความสว่าง 36 ฉะนัน ้ ถ ้าร่างกายของท่านทัง้ สิน ้ ก็จะเต็มไปด ้วยความสว่าง ไม่มส ี ว่ นมืดเลย ร่างกายทัง้ สิน เหมือนกับแสงเทียนอันสุกสว่างทีใ่ ห ้ความสว่างแก่ทา่ น ี นหนึง่ มาขอร ้อง 37 ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังตรัสอยู่ มีฟาริสค พระองค์ให ้รับประทานอาหารกับเขา แล ้วพระองค์ก็เสด็จเข ้า ไปประทับนั่งรับประทานอาหาร 38 เมือ ่ ฟาริสเี ห็นดังนัน ้ เขาก็ประหลาดใจเพราะเขาไม่ได ้ล ้าง ตัวก่อนรับประทานอาหาร ี ็ทําความ 39 และพระเจ ้าตรัสแก่ทา่ นว่า “ พวกเจ ้าพวกฟาริสก สะอาดถ ้วยชามภายนอก แต่ภายในของพวกเจ ้าเต็มไปด ้วย ความหิวโหยและความชัว่ ร ้าย” 40 คนโง่ทงั ้ หลาย ผู ้ทรงสร ้างสิง่ ภายนอกมิได ้ทรงสร ้างสิง่ ภายในด ้วยหรือ? 41 แต่จงบริจาคทานสิง่ ทีท ่ า่ นมีดก ี ว่า แล ้วทุกสิง่ ก็บริสท ุ ธิ์ สําหรับท่าน 42 แต่วบ ิ ต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกฟาริส ี เพราะว่าพวกท่านถวาย ทศางค์ของสะระแหน่ ขมิน ้ และผักทุกชนิด และละเลยความ ยุตธิ รรมและความรักของพระเจ ้า พวกท่านควรทําสิง่ เหล่านี้ และไม่ควรละเลยสิง่ อืน ่ ด ้วย 43 วิบต ั แ ิ ก่พวกเจ ้า พวกฟาริส ี เพราะว่าพวกเจ ้าชอบทีน ่ ั่ง อันมีเกียรติในธรรมศาลา และชอบให ้คนทักทายในตลาด 44 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริส ี คนหน ้า ่ ใจคด เพราะว่าพวกท่านเป็ นเหมือนหลุมฝั งศพทีไ่ ม่ ซือ ปรากฏให ้เห็น และคนทีเ่ ดินผ่านไปมาบนนัน ้ ก็ไม่รู ้ว่ามีหลุม ศพเหล่านัน ้ ่ วชาญธรรมาจารย์คนหนึง่ ตอบพระองค์วา่ 45 ครัง้ นัน ้ มีผู ้เชีย “อาจารย์ครับ ท่านพูดอย่างนีก ้ ็ดห ู มิน ่ พวกเราด ้วย” ่ วชาญ 46 และพระองค์ตรัสว่า วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน ผู ้เชีย กฎหมายทัง้ หลายด ้วย เพราะพวกท่านได ้แบกภาระอันหนัก อึง้ ให ้แก่ผู ้คน และพวกท่านเองก็ไม่แตะต ้องภาระเหล่านัน ้ ด ้วยนิว้ เดียว 47 วิบต ั แ ิ ก่พวกท่าน เพราะว่าพวกท่านสร ้างหลุมฝั งศพของผู ้ เผยพระวจนะ และบรรพบุรษ ุ ของพวกท่านก็ได ้ฆ่าพวกเขา 48 แท ้จริงพวกท่านเป็ นพยานว่าพวกท่านยินยอมตามการกระ ทําของบรรพบุรษ ุ ของพวกท่าน เพราะพวกเขาฆ่าพวกเขา และพวกท่านสร ้างหลุมฝั งศพของพวกเขา 49 เพราะฉะนัน ้ ปั ญญาของพระเจ ้าจึงตรัสว่า เราจะส่งผู ้เผย พระวจนะและอัครสาวกไปหาพวกเขา และบางคนพวกเขาจะ ฆ่าและข่มเหง 50 เพือ ่ โลหิตของบรรดาผู ้เผยพระวจนะซึง่ หลัง่ ตัง้ แต่สร ้าง โลกจะตกเป็ นภาระของคนรุน ่ นี้
บทที่ 12 1 ในระหว่างนัน ้ ซึง่ มีประชาชนจํานวนมากมายนับไม่ถ ้วนมา ชุมนุมกันจนเหยียบยํา่ กันไปมา พระองค์เริม ่ ตรัสแก่บรรดา ้ ของพวกฟาริส ี คือ สาวกของพระองค์กอ ่ นว่า “ จงระวังเชือ ่ ใจคด” ความหน ้าซือ 2 เพราะไม่มส ี งิ่ ใดทีถ ่ ก ู ปกปิ ดไว ้ซึง่ จะไม่ถก ู เปิ ดเผย และไม่ม ี ่ ่ สิงใดทีถ ่ ก ู ซ่อนไว ้ซึงจะไม่เป็ นทีร่ ู ้จัก 3 เพราะฉะนัน ้ ทุกสิง่ ทีท ่ า่ นพูดในความมืดจะได ้ยินในความ สว่าง และสิง่ ทีท ่ า่ นพูดในหูในห ้องเก็บของจะประกาศบน หลังคาบ ้าน 4 และฉั นบอกพวกท่านเพือ ่ นของฉั นว่า อย่ากลัวผู ้ทีฆ ่ า่ ได ้แต่ ร่างกาย แล ้วภายหลังก็ไม่สามารถทําอะไรได ้อีก 5 แต่เราจะเตือนท่านทัง้ หลายว่าท่านควรจะกลัวใคร จงกลัว พระองค์ผู ้ทีห ่ ลังจากฆ่าแล ้วก็ยังมีอํานาจทีจ ่ ะโยนลงในนรก ได ้ แท ้จริง เราบอกท่านทัง้ หลายว่า จงกลัวพระองค์ 6 นกกระจอกห ้าตัวขายสองฟาร์ธงิ มิใช่หรือ และพระเจ ้าไม่ ทรงลืมนกกระจอกตัวใดตัวหนึง่ เลยหรือ? 7 แม ้แต่เส ้นผมบนศีรษะของท่านก็ถก ู นับไว ้หมดแล ้ว ดังนัน ้ อย่ากลัวเลย ท่านทัง้ หลายมีคา่ มากกว่านกกระจอกหลายตัว 8 และเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ใดสารภาพเราต่อหน ้า มนุษย์ บุตรมนุษย์ก็จะสารภาพผู ้นัน ้ ต่อหน ้าทูตสวรรค์ของ พระเจ ้าด ้วย 9 แต่ผู ้ทีป ่ ฏิเสธเราต่อหน ้ามนุษย์ จะถูกปฏิเสธต่อหน ้าเหล่า ทูตสวรรค์ของพระเจ ้า 10 และผู ้ใดจะพูดคําหมิน ่ ประมาทบุตรมนุษย์ ผู ้นัน ้ จะได ้รับ การอภัยให ้ แต่ผู ้ใดพูดหมิน ่ ประมาทพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ ผู ้ นัน ้ จะได ้รับการอภัยให ้ไม่ได ้ 11 และเมือ ่ เขาพาพวกท่านไปยังธรรมศาลา และไปหา ผู ้ปกครองและผู ้มีอํานาจ พวกท่านอย่ากังวลว่าจะตอบ อย่างไรหรือจะพูดอะไร 12 เพราะว่าพระวิญญาณบริสท ุ ธิจ์ ะทรงสอนท่านทัง้ หลายใน เวลานัน ้ ว่าท่านควรจะพูดอะไร 13 มีคนหนึง่ ในหมูค ่ นเหล่านัน ้ กล่าวกับพระองค์วา่ “อาจารย์ ครับ โปรดบอกพีช ่ ายของฉั นให ้แบ่งมรดกกับฉั นด ้วย” 14 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ บุรษ ุ เอ๋ย ใครได ้ตัง้ เราให ้เป็ นผู ้ พิพากษา หรือเป็ นผู ้แบ่งแยกระหว่างเจ ้า” 15 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า จงระวังและระวังไม่ให ้มี ความโลภ เพราะว่าชีวต ิ ของคนไม่ได ้ขึน ้ อยูก ่ บ ั ความอุดม สมบูรณ์ของสิง่ ของทีเ่ ขามีอยู่ 16 พระองค์ตรัสเป็ นคําอุปมาแก่เขาว่า " ทีด ่ น ิ ของเศรษฐีคน หนึง่ เกิดผลมาก 17 และเขาคิดอยูใ่ นใจว่า ฉั นจะทําอย่างไรดี เพราะไม่ม ี ช่องทางทีจ ่ ะแบ่งปั นผลผลิตของฉั นได ้ 18 และท่านกล่าวว่า ฉั นจะทําดังนี้ ฉั นจะรือ ้ ยุ ้งฉางของฉั นลง แล ้วสร ้างใหม่ให ้ใหญ่ขน ึ้ และฉั นจะเก็บผลไม ้และทรัพย์ สมบัตท ิ งั ้ หมดของฉั นไว ้ทีน ่ ั่น
52
พระวรสารนั กบุญลูกา
19 และเราจะกล่าวแก่จต ิ ใจของเราว่า จิตใจของเรามีทรัพย์ สมบัตม ิ ากมายทีส ่ ะสมไว ้สําหรับหลายปี จงพักผ่อน กิน ดืม ่ และรืน ่ เริงเถิด 20 แต่พระเจ ้าตรัสแก่เขาว่า เจ ้าโง่เขลา ในคืนนีช ้ วี ต ิ เจ ้า จะต ้องถูกเรียกไปจากเจ ้า แล ้วสิง่ ของต่างๆ ทีเ่ จ ้าได ้ จัดเตรียมไว ้นัน ้ จะเป็ นของใครเล่า? 21 ฉะนัน ้ ผู ้ทีส ่ ะสมทรัพย์สมบัตไิ ว ้สําหรับตนเอง และไม่มั่งมี ต่อพระเจ ้า 22 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกสาวกของพระองค์วา่ " เพราะฉะนัน ้ เราบอกพวกท่านทัง้ หลายว่า อย่ากระวนกระวาย ถึงชีวต ิ ของตนว่าจะกินอะไร และอย่ากระวนกระวายถึง ร่างกายของตนว่าจะนุ่งห่มอะไร" 23 ชีวต ิ มีความสําคัญยิง่ กว่าอาหาร และร่างกายมี ้ ผ ้า ความสําคัญยิง่ กว่าเสือ 24 จงพิจารณาดูอก ี า เพราะว่ามันไม่หว่าน มันไม่เกีย ่ ว มันไม่ มีโรงเก็บของและไม่มย ี ุ ้งฉาง และพระเจ ้าทรงเลีย ้ งดูมัน พวก ท่านทัง้ หลายดีกว่านกมากนักหรือ? 25 และใครในพวกท่านโดยความวิตกอาจเพิม ่ ความสูงให ้ ตนเองได ้อีกหนึง่ ศอกหนึง่ ? 26 ดังนัน ้ ถ ้าท่านทัง้ หลายไม่สามารถทําสิง่ เล็กน ้อยนัน ้ ได ้ ทําไมท่านจึงกังวลถึงสิง่ อืน ่ ๆ เล่า? 27 จงพิจารณาดูดอกไม ้ทีข ่ น ึ้ อยูต ่ ามทุง่ นา มันไม่ต ้องทํางาน และไม่ต ้องปั่ นฝ้ าย แต่เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เมือ ่ กษั ตริย ์ ซาโลมอนทรงรุง่ เรืองเต็มที่ พระองค์ก็ไม่ทรงตกแต่งพระองค์ งดงามเท่าดอกไม ้เหล่านีด ้ อกหนึง่ 28 ถ ้าพระเจ ้าทรงตกแต่งหญ ้าทีอ ่ ยูใ่ นทุง่ วันนี้ และพรุง่ นีต ้ ้อง ทิง้ ในเตาไฟ พระองค์จะทรงตกแต่งท่านมากยิง่ ขึน ้ ยิง่ กว่านัน ้ สักเท่าใด โอ ้ ผู ้มีศรัทธาน ้อย? 29 และอย่าเสาะหาว่าจะกินอะไร หรือจะดืม ่ อะไร และอย่ามี ใจสงสัยเลย 30 เพราะบรรดาประชาชาติทั่วโลกแสวงหาสิง่ ของเหล่านัน ้ ้ และพระบิดาของพวกท่านทรงทราบแล ้วว่าพวกท่าน ทัง้ สิน ต ้องการสิง่ ของเหล่านัน ้ 31 แต่ทา่ นทัง้ หลายจงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ ้า และ พระองค์จะทรงเพิม ่ เติมสิง่ ของเหล่านีใ้ ห ้ด ้วย 32 อย่ากลัวเลย ฝูงแกะน ้อย เพราะว่าพระบิดาของเจ ้าชอบ พระทัยทีจ ่ ะประทานอาณาจักรให ้แก่เจ ้า 33 จงขายสิง่ ของทีท ่ า่ นมีและบริจาคทาน จงเตรียมถุงเงินถุง ทองไว ้สําหรับตนเองซึง่ ไม่เก่า มีสมบัตอ ิ ยูใ่ นสวรรค์ซงึ่ ไม่ม ี วันสูญสลาย ทีไ่ ม่มข ี โมยเข ้าใกล ้ และไม่มแ ี มลงมาทําลาย ได ้ 34 เพราะว่าทรัพย์สมบัตข ิ องท่านอยูท ่ ไี่ หน ใจของท่านก็จะ อยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย 35 จงให ้เอวของท่านคาดเอวไว ้ และให ้ตะเกียงของท่านลุก อยู่ 36 และพวกท่านเองก็เป็ นเหมือนคนทีค ่ อยนายของตนเมือ ่ นายจะกลับจากงานแต่งงาน เพือ ่ ว่าเมือ ่ นายมาเคาะประตู พวกเขาจะเปิ ดประตูให ้นายได ้ทันที 37 ผู ้รับใช ้เหล่านัน ้ ซึง่ เมือ ่ นายมาพบกําลังเฝ้ าระวังอยู่ นัน ้ เป็ นสุขจริง เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า นายจะคาด เอวและสัง่ ให ้พวกเขานั่งลงรับประทานอาหาร และจะออกมา ปรนนิบต ั พ ิ วกเขา 38 ถ ้านายมาในยามทีส ่ องหรือยามทีส ่ าม และพบว่าผู ้รับใช ้ เหล่านัน ้ อยูก ่ น ั อย่างนัน ้ ก็เป็ นสุขแล ้ว 39 จงรู ้เถิดว่า หากเจ ้าของบ ้านรู ้ว่าขโมยจะมาเมือ ่ ใด เขาจะ เฝ้ าระวังและจะไม่ให ้ใครบุกรุกบ ้านของเขา 40 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงเตรียมพร ้อมไว ้ เพราะว่าบุตร มนุษย์จะเสด็จมาในชัว่ โมงทีท ่ า่ นไม่คด ิ ฝั น
41 แล ้วเปโตรจึงทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า พระองค์ตรัส อุปมาเรือ ่ งนีแ ้ ก่พวกข ้าพระองค์หรือแก่ทก ุ คนหรือ?” ื่ สัตย์ 42 แล ้วพระเจ ้าตรัสว่า ถ ้าเช่นนัน ้ ใครเป็ นผู ้จัดการทีซ ่ อ และฉลาด ทีน ่ ายจะตัง้ ให ้ดูแลคนใช ้ในบ ้าน เพือ ่ แจกอาหาร ให ้พวกเขาตามเวลา? 43 ผู ้รับใช ้ผู ้นัน ้ ย่อมเป็ นสุข เมือ ่ นายของเขามาพบว่าเขา กระทําอยูเ่ ช่นนัน ้ 44 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า นายจะตัง้ เขาให ้เป็ น ผู ้ปกครองดูแลทุกสิง่ ทีเ่ ขามี 45 แต่ถ ้าบ่าวคนนัน ้ คิดในใจว่า ‘นายของข ้าพเจ ้ามาช ้า’ และ เริม ่ ตีบา่ วชายหญิงและกินดืม ่ และเมามาย ้ผู 46 นายของผู ้รับใช ้นัน ้ จะมาในวันทีเ่ ขาไม่คาดคิด และใน ้ ๆ และจะ ชัว่ โมงทีเ่ ขาไม่รู ้ตัว และจะตัดเขาออกเป็ นชิน ่ กําหนดให ้เขาไปอยูใ่ นส่วนแบ่งของพวกผู ้ไม่เชือ 47 ส่วนผู ้รับใช ้ทีร่ ู ้ความประสงค์ของนาย แต่ไม่เตรียมตัว หรือกระทําตามความประสงค์ของนาย จะต ้องถูกเฆีย ่ นมาก 48 ส่วนผู ้ทีไ่ ม่รู ้และทําสิง่ ทีส ่ มควรจะถูกเฆีย ่ นก็จะถูกเฆีย ่ น เพียงเล็กน ้อย เพราะว่าผู ้ใดได ้รับมาก ผู ้นัน ้ จะต ้องถูก เรียกร ้องมาก และผู ้ใดกระทําผิดมาก ผู ้นัน ้ ก็จะเรียกร ้องมาก ขึน ้ 49 เราจะมาส่งไฟมายังแผ่นดินโลก และเราจะให ้ไฟนัน ้ ลุก อยูเ่ พือ ่ อะไร? 50 แต่เราก็ต ้องรับบัพติศมาอย่างหนึง่ และเราจะต ้องถูก จํากัดจนกว่าจะสําเร็จได ้อย่างไร! 51 พวกท่านคิดว่าเรามาเพือ ่ ให ้เกิดสันติภาพบนแผ่นดินโลก หรือ? เราบอกท่านว่าไม่ใช่ แต่เป็ นการแตกแยกมากกว่า 52 เพราะตัง้ แต่นต ี้ อ ่ ไปในเรือนหนึง่ จะมีคนห ้าคนแตกแยกกัน คือ สามต่อสอง และสองต่อสาม 53 พ่อจะแตกแยกกันอยูก ่ บ ั ลูกชาย และลูกชายก็แตกแยกกัน อยูก ่ บ ั พ่อ แม่จะแตกแยกกันอยูก ่ บ ั ลูกสาว และลูกสาวก็ แตกแยกกันอยูก ่ บ ั แม่ แม่สามีจะแตกแยกกันอยูก ่ บ ั ลูกสะใภ ้ และลูกสะใภ ้จะแตกแยกกันอยูก ่ บ ั แม่สามี 54 และท่านก็กล่าวแก่ประชาชนว่า เมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็น เมฆลอยมาจากทิศตะวันตก ท่านทัง้ หลายก็กล่าวทันทีวา่ ฝน จะตก และก็เป็ นอย่างนัน ้ จริงๆ 55 และเมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็นลมใต ้พัดมา ท่านทัง้ หลายก็พด ู ว่า จะเกิดความร ้อน แล ้วก็เกิดขึน ้ จริง ่ ใจคด พวกท่านแยกแยะลักษณะอากาศ 56 พวกคนหน ้าซือ และแผ่นดินได ้ แต่เหตุใดเวลานีพ ้ วกท่านจึงแยกแยะไม่ได ้? 57 เหตุใดพวกท่านจึงไม่ตด ั สินเองว่าอะไรถูกต ้อง? 58 เมือ ่ ท่านไปกับคูค ่ วามของท่านไปหาผู ้พิพากษา ใน ระหว่างทาง จงพยายามอย่างยิง่ เพือ ่ ท่านจะพ ้นจากความผิด ของเขาได ้ มิฉะนัน ้ ผู ้พิพากษาจะลากท่านไปหาผู ้พิพากษา แล ้วผู ้พิพากษาจะมอบท่านให ้เจ ้าหน ้าที่ แล ้วเจ ้าหน ้าทีจ ่ ะ โยนท่านเข ้าคุก 59 เราบอกเจ ้าว่า เจ ้าจะออกจากทีน ่ ั่นไม่ได ้ จนกว่าจะชําระ หนีจ ้ นหมดเกลีย ้ ง บทที่ 13 1 ครัง้ นัน ้ มีคนมาบอกพระองค์ถงึ เรือ ่ งชาวกาลิล ี ซึง่ ถูกปิ ลาต เอาเลือดของพวกเขาผสมเข ้ากับเครือ ่ งบูชาของพวกเขา 2 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " พวกเจ ้าคิดว่าชาวกาลิล ี เหล่านัน ้ เป็ นคนบาปยิง่ กว่าชาวกาลิลอ ี น ื่ ใดทัง้ หมด เพราะ พวกเขาต ้องทนทุกข์เช่นนีห ้ รือ?" 3 เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ไม่ใช่เลย แต่ถ ้าท่านทัง้ หลายไม่ กลับใจเสียใหม่ ท่านทัง้ หลายจะต ้องพินาศเหมือนกันหมด
53
พระวรสารนั กบุญลูกา
4 หรือพวกสิบแปดคนนัน ้ ซึง่ หอคอยทีซ ่ โี ลอัมได ้พังทับเขา ตายนัน ้ ท่านทัง้ หลายคิดว่าพวกเขาเป็ นคนบาปยิง่ กว่าคนทัง้ ปวงทีอ ่ าศัยอยูใ่ นเยรูซาเล็มหรือ? 5 เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ไม่ใช่เลย แต่ถ ้าท่านทัง้ หลายไม่ กลับใจเสียใหม่ ท่านทัง้ หลายจะต ้องพินาศเหมือนกันหมด 6 พระองค์ตรัสเป็ นอุปมาเรือ ่ งนีด ้ ้วยว่า มีคนหนึง่ ปลูกต ้น มะเดือ ่ ไว ้ในสวนองุน ่ ของตน แล ้วเขามาหาผลทีต ่ ้นมะเดือ ่ นัน ้ แต่ไม่พบเลย 7 แล ้วท่านจึงตรัสแก่คนดูแลสวนองุน ่ ของท่านว่า “ดูเถิด ข ้าพเจ ้ามาหาผลจากต ้นมะเดือ ่ นีส ้ ามปี แล ้ว แต่ไม่พบ จงโค่น มันเสีย เหตุใดจึงทําให ้ดินรกร ้างไป” 8 และเขาตอบเขาว่า “ท่านเจ ้าข ้า ขอปล่อยมันไว ้อีกปี นี้ ข ้าพเจ ้าจะได ้ขุดและใส่ป๋ ยรอบมั ุ น” 9 ถ ้ามันเกิดผลก็ด ี แต่ถ ้าไม่เกิดผลก็จงโค่นมันเสีย 10 วันสะบาโตพระองค์ทรงสัง่ สอนอยูใ่ นธรรมศาลาแห่งหนึง่ 11 และดูเถิด มีสตรีคนหนึง่ มีผเี ข ้าสิงอยูม ่ าสิบแปดปี แล ้ว และก ้มศีรษะลงจนลุกขึน ้ ไม่ได ้เลย 12 เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตรเห็นนาง จึงทรงเรียกนางมาหา แล ้วตรัสว่า " หญิงเอ๋ย เจ ้าหายจากโรคของเจ ้าแล ้ว" 13 แล ้วพระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนนาง ทันใดนัน ้ นางก็ตวั ตรง และสรรเสริญพระเจ ้า 14นายธรรมศาลาจึงตอบด ้วยความไม่พอใจทีพ ่ ระเยซูทรง รักษาโรคในวันสะบาโต และกล่าวแก่ประชาชนว่า "มีหกวันที่ มนุษย์ควรทํางานในวันเหล่านัน ้ จงมารักษาโรคในวัน เหล่านัน ้ เถิด อย่าให ้ถึงวันสะบาโต" ่ ใจคด เจ ้าแต่ละคน 15 พระเจ ้าจึงตรัสตอบเขาว่า “ คนหน ้าซือ ต่างก็ปล่อยวัวหรือลาของตนออกจากคอก แล ้วพาไปกินนํ้ า ในวันสะบาโตไม่ใช่หรือ?” 16 แล ้วสตรีผู ้นีเ้ ป็ นธิดาของอับราฮัม ซึง่ ซาตานได ้ผูกมัดไว ้ เป็ นเวลาสิบแปดปี แล ้ว ไม่ควรหรือทีจ ่ ะได ้รับการปลดปล่อย จากพันธนาการนีใ้ นวันสะบาโต? 17 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านัน ้ แล ้ว ศัตรูของพระองค์ทงั ้ หมด ื่ ชมยินดีในสิง่ อันน่า ก็อาย และประชาชนทัง้ หมดก็ชน สรรเสริญทัง้ หมดทีพ ่ ระองค์ได ้ทรงกระทํา 18 แล ้วพระองค์ตรัสว่า “ อาณาจักรของพระเจ ้าเหมือนอะไร? และเราจะเหมือนอย่างไรได ้?” 19 เปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดทีค ่ นเอาไปปลูกไว ้ในสวน ของตน แล ้วมันก็เติบโตขึน ้ เป็ นต ้นไม ้ใหญ่ และมีนกใน อากาศมาอาศัยอยูต ่ ามกิง่ ก ้านของต ้นไม ้นัน ้ 20 แล ้วพระองค์ตรัสอีกว่า เราจะเปรียบอาณาจักรของพระเจ ้า เหมือนกับอะไร? ้ ทีผ 21 เปรียบเหมือนเชือ ่ ู ้หญิงเอามาผสมในแป้ งสามถังจน แป้ งทัง้ หมดขึน ้ ฟู 22 แล ้วพระองค์เสด็จไปตามเมืองและหมูบ ่ ้านต่างๆ ทรงสัง่ สอนและเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 23 แล ้วมีคนหนึง่ ถามพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า มีผู ้รอด เพียงไม่กค ี่ นหรือ?” พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า 24 จงเพียรพยายามเข ้าทางประตูแคบ เพราะว่าเราบอกพวก ท่านทัง้ หลายว่า คนเป็ นอันมากจะพยายามเข ้า แต่จะเข ้า ไม่ได ้ 25 เมือ ่ เจ ้าของบ ้านลุกขึน ้ และปิ ดประตูแล ้ว และท่าน ทัง้ หลายเริม ่ ยืนอยูข ่ ้างนอกเคาะทีป ่ ระตูวา่ ‘ท่านเจ ้าข ้า ท่าน เจ ้าข ้า โปรดเปิ ดประตูให ้พวกเราด ้วย’ และเจ ้าของบ ้านนัน ้ จะ ตอบท่านทัง้ หลายว่า ‘เราไม่ทราบว่าท่านมาจากไหน’ 26 แล ้วเจ ้าทัง้ หลายจะเริม ่ กล่าวว่า เราได ้กินและดืม ่ ในที่ ประทับของท่าน และท่านได ้สอนในถนนของพวกเรา 27 แต่พระองค์จะตรัสว่า เราบอกพวกท่านว่า เราไม่รู ้จักพวก ท่านมาจากไหน จงออกไปจากเรา พวกท่านผู ้ทําความชัว่ ทุก คน
28 ทีน ่ ั่น จะมีการร ้องไห ้และขบเขีย ้ วเคีย ้ วฟั น เมือ ่ ท่าน ทัง้ หลายเห็นอับราฮัม อิสอัค ยาโคบ และบรรดาผู ้เผยพระ วจนะอยูใ่ นอาณาจักรของพระเจ ้า แต่ตวั ท่านเองกลับถูกขับ ไล่ออกไป 29 และเขาจะมาจากทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศ ใต ้ และจะประทับอยูใ่ นอาณาจักรของพระเจ ้า 30 และดูเถิด มีพวกสุดท ้ายซึง่ จะกลับเป็ นพวกแรก และมี พวกแรกซึง่ จะกลับเป็ นพวกสุดท ้าย ี างคนมาพูดกับพระองค์วา่ “จง 31 ในวันนัน ้ เอง มีพวกฟาริสบ ออกไปจากทีน ่ เี่ ถิด เพราะว่าเฮโรดจะฆ่าคุณ” 32 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ จงไปบอกสุนัขจิง้ จอก นัน ้ ว่า ดูเถิด เราขับผีและรักษาโรคในวันนีแ ้ ละพรุง่ นี้ แล ้ว วันทีส ่ ามเราจะเป็ นผู ้สมบูรณ์” 33 ถึงกระนัน ้ ก็ด ี ข ้าพเจ ้ายังต ้องเดินไปในวันนี้ และพรุง่ นี้ และวันถัดไป เพราะว่าผู ้เผยพระวจนะจะพินาศไปจาก เยรูซาเล็มไม่ได ้ 34 โอ เยรูซาเล็ม เยรูซาเล็ม ผู ้ได ้ฆ่าบรรดาผู ้เผยพระวจนะ และขว ้างหินใส่ผู ้ทีถ ่ ก ู ส่งมาหาเจ ้า เราปรารถนาจะรวบรวม ลูกๆ ของเจ ้าไว ้กีค ่ รัง้ แล ้ว เหมือนไก่ทรี่ วบรวมลูกๆ ของมันไว ้ ใต ้ปี กของมัน แต่เจ ้ากลับไม่ปรารถนาเลย 35 ดูเถิด บ ้านของเจ ้าจะถูกทิง้ ร ้างให ้เจ ้า และเราบอกความ จริงแก่เจ ้าทัง้ หลายว่า พวกเจ ้าจะไม่เห็นเราอีกจนกว่าจะถึง เวลาทีเ่ จ ้าทัง้ หลายจะกล่าวว่า ทรงพระเจริญแก่ผู ้ทีเ่ สด็จมา ในพระนามของพระเจ ้า บทที่ 14 ี ู ้สูงศักดิค 1 ครัน ้ พระองค์เข ้าไปในบ ้านของฟาริสผ ์ นหนึง่ เพือ ่ รับประทานอาหารในวันสะบาโต คนเหล่านัน ้ ก็เห็นพระองค์ 2 และดูเถิด มีคนหนึง่ เป็ นโรคบวมนํ้ าอยูต ่ รงหน ้าพระองค์ 3 พระเยซูทรงตอบพวกธรรมาจารย์และฟาริสวี า่ " การรักษา โรคในวันสะบาโตเป็ นสิง่ ทีผ ่ ด ิ กฏหมายหรือไม่" 4 พวกเขาจึงเงียบไป แล ้วพระองค์ก็ทรงรับเขาไปรักษา แล ้ว ปล่อยเขาไป 5 แล ้วตรัสตอบเขาว่า " ใครในพวกท่านถ ้ามีลาหรือโคตกลง ไปในบ่อ แล ้วจะไม่ฉุดลากมันออกทันทีในวันสะบาโตหรือ" 6 แล ้วพวกเขาไม่สามารถตอบคําถามเหล่านัน ้ แก่พระองค์อก ี 7 แล ้วพระองค์ทรงเล่าอุปมาแก่ผู ้ทีไ่ ด ้รับเชิญ เมือ ่ ทรงสังเกต ้ ยอดอย่างไร และตรัสแก่พวกเขาว่า ดูวา่ พวกเขาเลือกห ้องชัน 8 เมือ ่ ใครก็ตามได ้รับเชิญไปงานแต่งงาน อย่าให ้ไปนั่งใน ห ้องทีส ่ งู ทีส ่ ด ุ เพราะอาจทําให ้มีบค ุ คลทีม ่ เี กียรติมากกว่า ท่านได ้รับเชิญไป 9 และคนเชิญท่านกับเขามาและพูดกับท่านว่า จงให ้ทีน ่ ั่งแก่ คนนี้ และท่านก็เริม ่ รู ้สึกละอายทีจ ่ ะไปนั่งทีต ่ ํา่ ทีส ่ ด ุ 10 แต่เมือ ่ ได ้รับเชิญท่าน จงไปนั่งในห ้องทีต ่ ํา่ ทีส ่ ด ุ เพือ ่ ว่า เมือ ่ ผู ้เชิญท่านมา เขาจะได ้พูดกับท่านว่า เพือ ่ นเอ๋ย จงขึน ้ ไป นั่งทีท ่ ส ี่ งู ขึน ้ ไป แล ้วท่านจะได ้นมัสการต่อหน ้าผู ้ทีน ่ ั่งร่วมโต๊ะ กับท่าน 11 เพราะว่าผู ้ใดยกตนขึน ้ ผู ้นัน ้ จะถูกทําให ้ตํา่ ลง และผู ้ใด ถ่อมตนลง ผู ้นัน ้ จะถูกยกย่องให ้สูงขึน ้ 12 แล ้วพระองค์ตรัสแก่ผู ้ทีเ่ ชิญพระองค์วา่ เมือ ่ ท่าน ทําอาหารมือ ้ เย็นหรืออาหารคํา่ อย่าเชิญมิตรสหาย พีน ่ ้อง ญาติพน ี่ ้อง หรือเพือ ่ นบ ้านทีร่ ํ่ารวยของท่านมา มิฉะนัน ้ พวก เขาจะเรียกท่านกลับมาด ้วย และท่านจะได ้รับการตอบแทน 13 แต่เมือ ่ ท่านจัดงานฉลอง จงเชิญคนจน คนพิการ คนง่อย คนตาบอด 14 และเจ ้าจะได ้รับพระพร เพราะพวกเขาไม่อาจตอบแทน เจ ้าได ้ เพราะว่าเจ ้าจะได ้รับการตอบแทนเมือ ่ ผู ้ชอบธรรม กลับคืนชีพ 54
พระวรสารนั กบุญลูกา
15 เมือ ่ ผู ้หนึง่ ซึง่ นั่งร่วมโต๊ะกับพระองค์ได ้ยินถ ้อยคําเหล่านี้ พระองค์ก็ตรัสแก่เขาว่า “ผู ้ทีไ่ ด ้กินอาหารในอาณาจักรของ พระเจ ้าเป็ นสุข” 16 แล ้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ มีคนหนึง่ จัดงานเลีย ้ งใหญ่ และสัง่ อาหารมากมาย” 17 แล ้วในเวลาอาหารเย็น พระองค์ทรงส่งคนรับใช ้ของ พระองค์ไปบอกผู ้ทีไ่ ด ้รับเชิญว่า “เชิญมาเถิด เพราะทุกสิง่ พร ้อมแล ้ว” 18 และพวกเขาทัง้ หมดก็พร ้อมใจกันหาข ้อแก ้ตัว คนแรก ้ ทีด บอกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าได ้ซือ ่ น ิ ผืนหนึง่ ไว ้ และข ้าพเจ ้า จะต ้องไปดูทด ี่ น ิ แปลงนัน ้ ข ้าพเจ ้าขอร ้องท่านให ้ช่วยขอข ้อ แก ้ตัวให ้ด ้วย” ้ วัวเทียมแอกไว ้ห ้าตัว 19 อีกผู ้หนึง่ กล่าวว่า ข ้าพเจ ้าได ้ซือ และข ้าพเจ ้าจะไปพิสจ ู น์วัวเหล่านัน ้ ข ้าพเจ ้าขอวิงวอนท่าน ให ้โปรดยกโทษให ้ข ้าพเจ ้าด ้วย 20 อีกผู ้หนึง่ กล่าวว่า ข ้าพเจ ้าได ้แต่งงานแล ้ว เหตุฉะนัน ้ ข ้าพเจ ้าไปไม่ได ้ 21 บ่าวคนนัน ้ จึงมาบอกเรือ ่ งเหล่านีใ้ ห ้เจ ้านายของเขาทราบ เจ ้าของบ ้านโกรธจึงสัง่ บ่าวของเขาว่า จงออกไปตามถนน และตรอกซอกซอยในเมืองโดยเร็ว แล ้วพาคนจน คนพิการ คนง่อย และคนตาบอดเข ้ามาทีน ่ ี่ 22 และคนใช ้นัน ้ กล่าวว่า นายเจ ้าข ้า การกระทํานัน ้ ได ้กระทํา ตามทีท ่ า่ นสัง่ แล ้ว และยังมีทวี่ า่ งอีก 23 และพระเจ ้าตรัสสัง่ คนรับใช ้ว่า จงออกไปตามทางใหญ่ และรัว้ ต ้นไม ้ และระดมพวกเขาเข ้ามา เพือ ่ บ ้านของเราจะได ้ เต็ม 24เพราะเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ใดทีไ่ ด ้รับเชิญไปก็จะ ไม่ได ้ลิม ้ รสอาหารมือ ้ เย็นของเราเลย 25 และมีฝงู ชนมากมายไปกับพระองค์ พระองค์จงึ หันไปตรัส แก่พวกเขาว่า 26ถ ้าผู ้ใดมาหาเรา และไม่เกลียดบิดามารดา ภรรยา บุตร หลาน พีน ่ ้อง แม ้กระทั่งชีวต ิ ของตนเองด ้วย ผู ้นัน ้ ก็เป็ นสาวก ของเราไม่ได ้ 27 และผู ้ใดไม่แบกไม ้กางเขนของตนและติดตามเรามา ผู ้นัน ้ ไม่สามารถเป็ นสาวกของเราได ้ 28 เพราะผู ้ใดในพวกท่านเมือ ่ คิดจะสร ้างหอคอย จะไม่นั่งลง คิดราคาเสียก่อนว่าจะมีพอสร ้างให ้เสร็จได ้หรือไม่ 29 เพือ ่ ว่าเมือ ่ พระองค์ได ้ทรงวางรากฐานแล ้ว แต่ไม่สามารถ จะทําให ้สําเร็จได ้ ทุกคนทีไ่ ด ้เห็นก็จะเยาะเย ้ยพระองค์ 30 ว่า “คนนีเ้ ริม ่ ก่อสร ้าง แต่ไม่สามารถก่อสร ้างให ้สําเร็จได ้” 31 หรือกษั ตริยอ ์ งค์ใดเมือ ่ จะไปทําสงครามกับกษั ตริยอ ์ น ื่ จะ ไม่นั่งลงหารือกันก่อนว่า จะสามารถรับมือกษั ตริยท ์ ย ี่ กมาทํา สงครามกับพระองค์ซงึ่ ยกมาด ้วยสองหมืน ่ คนได ้หรือไม่ 32 หรือในขณะทีอ ่ ก ี ฝ่ ายหนึง่ ยังอยูห ่ า่ งออกไปมาก เขากลับ ั ติภาพ ส่งทูตไปและปรารถนาให ้มีสน 33 ฉะนัน ้ ผู ้ใดในพวกท่านทีไ่ ม่สละทุกสิง่ ทีเ่ ขามี ผู ้นัน ้ ไม่ สามารถเป็ นสาวกของเราได ้ 34 เกลือเป็ นสิง่ ดี แต่ถ ้าเกลือหมดรสเค็มแล ้ว จะเอาอะไรปรุง รสได ้อีก? 35 มันไม่เหมาะกับแผ่นดิน และไม่เหมาะกับกองขีเ้ ถ ้าด ้วย คนทัง้ หลายก็ทงิ้ มันเสีย ผู ้ใดมีหท ู จ ี่ ะฟั งก็จงฟั งเถิด
4 ผู ้ใดในพวกท่านทีม ่ แ ี กะร ้อยตัว แล ้วตัวหนึง่ หายไป เขาจะ ไม่ละเก ้าสิบเก ้าตัวนัน ้ ไว ้ในถิน ่ ทุรกันดาร แล ้วออกไปตามหา ตัวทีห ่ ายไปนัน ้ จนกว่าจะพบหรือ? 5 และเมือ ่ เขาพบมันแล ้ว เขาก็วางมันไว ้บนบ่าของเขาด ้วย ความยินดี 6 เมือ ่ เขากลับมาบ ้าน เขาจึงเรียกมิตรสหายและเพือ ่ นบ ้านมา ่ ชมยินดีกบ พร ้อมกันแล ้วพูดว่า จงชืน ั ฉั นเถิด เพราะฉั นได ้พบ แกะทีห ่ ายไปของฉั นแล ้ว ่ ชมยินดีในสวรรค์ก็จะมี 7 เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ความชืน เหมือนกันเพราะคนบาปคนหนึง่ ทีก ่ ลับใจ มากกว่าคนชอบ ธรรมเก ้าสิบเก ้าคนทีไ่ ม่ต ้องการกลับใจเลย 8 หรือหญิงคนใดทีม ่ เี งินสิบเหรียญ แล ้วหายไปหนึง่ เหรียญ เธอจะไม่จด ุ เทียนกวาดบ ้านค ้นหาอย่างขยันขันแข็งจนกว่าจะ พบหรือ? 9 และเมือ ่ พบแล ้ว เธอก็เรียกมิตรสหายและเพือ ่ นบ ้านมา พร ้อมกันแล ้วพูดว่า จงยินดีกบ ั ฉั นเถิด เพราะฉั นได ้พบ ้ ส่วนทีห ชิน ่ ายไปแล ้ว ่ ชมยินดีตอ 10 ฉั นบอกพวกท่านเหมือนกันว่า จะมีความชืน ่ หน ้าเหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ ้า เพราะคนบาปคนเดียวที่ กลับใจ 11 และพระองค์ตรัสว่า ชายคนหนึง่ มีบต ุ รสองคน 12 บุตรคนเล็กพูดกับบิดาว่า “พ่อครับ โปรดแบ่งทรัพย์สมบัต ิ ทีต ่ กเป็ นของพ่อให ้ผมด ้วย” บิดาจึงแบ่งทรัพย์สมบัตข ิ องตน ให ้บุตรทัง้ สอง 13 ไม่นานนัก บุตรคนเล็กก็รวบรวมทรัพย์ทงั ้ หมดเข ้าด ้วยกัน และเดินทางไปยังเมืองไกล และใช ้จ่ายทรัพย์สมบัตข ิ องตน อย่างสุรย ุ่ สุรา่ ยทีน ่ ั่น 14 และเมือ ่ เขาใช ้เงินหมดแล ้ว ก็เกิดความอดอยากอย่าง รุนแรงในแผ่นดินนัน ้ และเขาเริม ่ ขาดแคลน 15 แล ้วเขาไปอาศัยอยูก ่ บ ั ชาวเมืองนัน ้ คนหนึง่ และเขาใช ้ เขาไปเลีย ้ งหมูในทุง่ นาของเขา 16 และเขาอยากกินเปลือกทีห ่ มูกน ิ จนอิม ่ ท ้อง แต่ไม่มใี ครให ้ อะไรเขากิน 17 เมือ ่ เขารู ้สึกตัวขึน ้ แล ้ว จึงกล่าวว่า ลูกจ ้างของพ่อฉั นมี อาหารกินอิม ่ และมีเหลือเฟื อ แต่ฉันจะอดตาย! 18 ฉั นจะลุกขึน ้ ไปหาพ่อของฉั น และพูดกับท่านว่า คุณพ่อ ฉั นได ้กระทําผิดต่อสวรรค์ และต่อหน ้าท่าน ่ ว่าเป็ นลูกของท่านอีก 19 และข ้าพเจ ้าก็ไม่สมควรทีจ ่ ะได ้ชือ ต่อไป โปรดให ้ข ้าพเจ ้าเป็ นเหมือนคนรับใช ้ของท่านคนหนึง่ เถิด 20 แล ้วเขาก็ลก ุ ขึน ้ ไปหาพ่อของเขา แต่เมือ ่ เขายังอยูห ่ า่ ง ออกไปมาก พ่อของเขาเห็นเขาและสงสาร จึงวิง่ ไปกอดคอ เขาและจูบเขา 21 และบุตรนัน ้ จึงกล่าวแก่บด ิ าว่า ข ้าพเจ ้าได ้ทําบาปต่อ ่ ว่า สวรรค์และต่อพระพักตร์พระองค์ และไม่สมควรจะได ้ชือ เป็ นบุตรของพระองค์อก ี ต่อไป ้ ทีด 22 แต่บด ิ าสัง่ ผู ้รับใช ้ของท่านว่า จงนํ าเสือ ่ ท ี ส ี่ ด ุ มาสวมให ้ เขา และเอาแหวนมาสวมทีน ่ วิ้ มือของเขา และเอารองเท ้ามา สวมทีเ่ ท ้าของเขา 23 จงนํ าลูกวัวทีอ ่ ้วนทีส ่ ด ุ มาทีน ่ แ ี่ ละฆ่ามัน แล ้วเราจะกินและ รืน ่ เริงกัน 24เพราะว่าบุตรของเราผู ้นีต ้ ายไปแล ้ว แต่กลับมีชวี ต ิ อีก หายไปแล ้วแต่กลับพบใหม่ และพวกเขาก็เริม ่ มีความรืน ่ เริง กัน 25 ขณะนัน ้ บุตรคนโตของเขาอยูท ่ ท ี่ งุ่ นา และเมือ ่ เขากลับมา ใกล ้ถึงบ ้าน เขาก็ได ้ยินเสียงดนตรีและการเต ้นรํา 26 แล ้วเขาเรียกคนรับใช ้คนหนึง่ มาถามว่าสิง่ เหล่านีห ้ มายถึง อะไร
บทที่ 15 ้ ก็เข ้ามาหาพระองค์ 1 ครัง้ นัน ้ พวกเก็บภาษี และคนบาปทัง้ สิน เพือ ่ ฟั งพระองค์ ี ละพวกธรรมาจารย์ก็บน 2 พวกฟาริสแ ่ ว่า "คนนีต ้ ้อนรับคน บาปและกินอาหารร่วมกับพวกเขา" 3 แล ้วพระองค์ตรัสเป็ นอุปมาให ้พวกเขาฟั งว่า 55
พระวรสารนั กบุญลูกา
27 และท่านได ้กล่าวแก่เขาว่า น ้องชายของท่านกลับมาแล ้ว และบิดาของท่านได ้ฆ่าลูกวัวทีอ ่ ้วนพีแล ้ว เพราะท่านได ้รับ น ้องนัน ้ มาอย่างปลอดภัย 28 และเขาโกรธและไม่ยอมเข ้าไป บิดาของเขาจึงออกมา ขอร ้องเขา 29 และเขาตอบบิดาของเขาว่า ดูเถิด ข ้าพเจ ้ารับใช ้ท่านมา หลายปี แล ้ว และไม่เคยละเมิดพระบัญญัตข ิ องท่านเลย แต่ ท่านก็ยังไม่เคยให ้แพะสักตัวหนึง่ แก่ข ้าพเจ ้า เพือ ่ จะได ้เลีย ้ ง ฉลองกับเพือ ่ นๆ ของข ้าพเจ ้าเลย 30 แต่เมือ ่ บุตรคนนีข ้ องท่านเกิดมา ซึง่ ได ้กินเลีย ้ งชีพของ ท่านโดยคบหญิงโสเภณี ท่านก็ฆา่ ลูกวัวทีอ ่ ้วนทีส ่ ด ุ เพือ ่ เขา 31 และบิดาตรัสแก่เขาว่า ลูกเอ๋ย เจ ้าอยูก ่ บ ั พ่อตลอดไป และ ทุกสิง่ ทีพ ่ อ ่ มีก็เป็ นของเจ ้า 32 สมควรทีเ่ ราจะรืน ่ เริงและยินดี เพราะน ้องชายของท่าน ตายไปแล ้ว แต่กลับมีชวี ต ิ อีก หายไปแล ้วแต่ได ้พบกันใหม่
16 ธรรมบัญญัตแ ิ ละผู ้เผยพระวจนะมีอยูจ ่ นถึงยอห์น ตัง้ แต่ นัน ้ เป็ นต ้นมา ก็มก ี ารประกาศพระราชอาณาจักรของพระเจ ้า และมนุษย์ทก ุ คนก็เร่งรุดเข ้าไป 17 และมันยังง่ายกว่าทีฟ ่ ้ าและดินจะผ่านไป มากกว่าทีธ ่ รรม บัญญัตแ ิ ม ้ข ้อเดียวจะล ้มเหลว 18 ผู ้ใดหย่าภรรยาของตนแล ้วไปแต่งงานกับคนอืน ่ ผู ้นัน ้ ก็ ผิดประเวณี และผู ้ใดแต่งงานกับหญิงทีถ ่ ก ู หย่าจากสามี ผู ้นัน ้ ก็ผด ิ ประเวณีเช่นกัน ้ ผ ้าสีมว่ งและผ ้าลินน ้ ดี และ 19 มีเศรษฐีคนหนึง่ สวมเสือ ิ ชัน รับประทานอาหารอย่างหรูหราทุกวัน ่ ลาซารัส นอนอยูท 20 มีขอทานคนหนึง่ ชือ ่ ป ี่ ระตูบ ้านของเขา มีแผลเต็มตัว 21 และปรารถนาจะกินเศษอาหารทีต ่ กจากโต๊ะของเศรษฐี ยิง่ กว่านัน ้ สุนัขก็มาเลียแผลของเขาด ้วย 22 ต่อมาคนขอทานนัน ้ ก็ตาย และเหล่าทูตสวรรค์ได ้นํ าเขา ไปไว ้ในอ ้อมอกของอับราฮัม ส่วนคนรวยนัน ้ ก็ตายด ้วย และ ถูกฝั งไว ้ 23 และในนรก เมือ ่ พระองค์ทนทุกข์ทรมาน พระองค์ก็แหงน พระพักตร์ขน ึ้ เห็นอับราฮัมอยูแ ่ ต่ไกล และลาซารัสอยูใ่ นอ ้อม อกของเขา 24แล ้วเขาก็ร ้องว่า “ท่านพ่ออับราฮัม ขอเมตตาข ้าพเจ ้าด ้วย เถิด โปรดส่งลาซารัสมาเพือ ่ เอาปลายนิว้ จุม ่ นํ้ ามาทําให ้ลิน ้ ข ้าพเจ ้าเย็นลง เพราะว่าข ้าพเจ ้าถูกทรมานอยูใ่ นเปลวไฟนี”้ 25 แต่อบ ั ราฮัมกล่าวว่า “ลูกเอ๋ย จงจําไว ้ว่าเมือ ่ ยังมีชวี ต ิ อยู่ เจ ้าได ้รับสิง่ ดีๆ มากมาย และลาซารัสก็ได ้รับสิง่ ชัว่ ร ้าย มากมายเช่นกัน แต่บด ั นีเ้ ขาได ้รับการปลอบโยนแล ้ว ส่วนเจ ้า กลับต ้องทนทุกข์ทรมาน” 26 และนอกเหนือจากนี้ ระหว่างพวกเรากับท่านนัน ้ มีเหว ใหญ่ขวางกัน ้ อยู่ ดังนัน ้ ผู ้ทีต ่ ้องการจะผ่านไปจากทีน ่ ม ี่ าหา ท่านจึงข ้ามไปไม่ได ้ และผู ้ทีต ่ ้องการจะผ่านไปจากทีน ่ ั่นมา หาเราก็ข ้ามไปไม่ได ้เช่นกัน 27 แล ้วเขากล่าวว่า ข ้าพเจ ้าขอร ้องท่านว่า คุณพ่อ โปรดส่ง เขาไปทีบ ่ ้านของพ่อข ้าพเจ ้าด ้วย 28 เพราะว่าข ้าพเจ ้ามีพน ี่ ้องห ้าคน เพือ ่ เขาจะได ้เป็ นพยานแก่ พวกเขา เพือ ่ พวกเขาจะได ้ไม่ต ้องมาอยูใ่ นสถานทีท ่ รมานนี้ 29 อับราฮัมตอบเขาว่า “พวกเขามีโมเสสและผู ้เผยพระวจนะ แล ้ว ให ้พวกเขาฟั งพวกเขา” 30 และท่านกล่าวว่า ไม่ใช่เลย อับราฮัมบิดา แต่ถ ้าใครจาก บรรดาคนตายไปหาพวกเขา พวกเขาจะกลับใจ 31 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ถ ้าพวกเขาไม่ฟังโมเสสและ ่ ถือ ถึงแม ้ว่าคนหนึง่ จะฟื้ น คําพยากรณ์ พวกเขาก็จะไม่เชือ จากความตายก็ตาม”
บทที่ 16 1 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกสาวกของพระองค์วา่ มีเศรษฐีคน ิ ของเขา และคนผู ้นัน หนึง่ มีคนดูแลทรัพย์สน ้ ก็ถก ู ฟ้ องว่าได ้ ิ ของเขาไปอย่างสุรย ใช ้จ่ายทรัพย์สน ุ่ สุรา่ ย 2 และท่านเรียกคนนัน ้ มาและกล่าวแก่เขาว่า “ข ้าพเจ ้าได ้ยิน เรือ ่ งนีเ้ กีย ่ วกับเจ ้าได ้อย่างไร จงรายงานเรือ ่ งหน ้าทีข ่ องเจ ้า เพราะเจ ้าจะไม่เป็ นผู ้ดูแลอีกต่อไป” 3 แล ้วผู ้จัดการก็คด ิ ในใจว่า “ฉั นจะทําอย่างไรดี” เพราะนาย ของฉั นจะถอดหน ้าทีผ ่ ู ้จัดการของฉั นไป ฉั นขุดดินไม่เป็ น ฉั น ก็อายทีจ ่ ะขอทาน” 4 ฉั นตัง้ ใจว่าจะทําอย่างไร เพือ ่ ว่าเมือ ่ ฉั นถูกไล่ออกจาก หน ้าทีผ ่ ู ้ดูแลแล ้ว พวกเขาจะรับฉั นเข ้าไปในบ ้านของพวกเขา ได ้ 5 เขาจึงเรียกลูกหนีข ้ องนายเขาแต่ละคนมาหาเขา แล ้วถาม คนแรกว่า “ท่านเป็ นหนีน ้ ายของข ้าพเจ ้าอยูเ่ ท่าไร?” 6 และท่านกล่าวว่า นํ้ ามันหนึง่ ร ้อยถัง ท่านจึงบอกเขาว่า จง เอาบิลของท่านมา นั่งลงทันที แล ้วแก ้เป็ นห ้าสิบถัง 7 แล ้วท่านก็ถามคนอีกคนหนึง่ ว่า “ท่านเป็ นหนีอ ้ ยูเ่ ท่าไร” คน นัน ้ ตอบว่า “เป็ นหนีข ้ ้าวสาลีร ้อยโคระ” แล ้วท่านก็พด ู กับเขา ว่า “จงเอาใบเรียกเก็บเงินของท่านมาเขียนเป็ นแปดสิบโคระ” 8 และพระเจ ้าก็ทรงสรรเสริญผู ้จัดการทีอ ่ ธรรมนัน ้ เพราะว่า เขาได ้กระทําด ้วยความฉลาด เพราะว่าบุตรหลานของโลกนี้ ในรุน ่ ของตนนัน ้ ฉลาดกว่าบุตรหลานของความสว่าง 9 และฉั นบอกพวกท่านว่า จงทําให ้ตนเองมีมต ิ รสหายด ้วย ทรัพย์สมบัตแ ิ ห่งอธรรม เพือ ่ ว่าเมือ ่ พวกท่านล ้มเหลว พวก เขาจะได ้ต ้อนรับพวกท่านเข ้าในทีอ ่ ยูช ่ วั่ นิรันดร์ ื่ สัตย์ในสิง่ เล็กน ้อยจะซือ ่ สัตย์ในสิง่ มากด ้วย และผู ้ 10 ผู ้ทีซ ่ อ ทีอ ่ ยุตธิ รรมในสิง่ เล็กน ้อยจะไม่ยต ุ ธิ รรมในสิง่ มากด ้วย ื่ สัตย์ตอ 11 ฉะนัน ้ ถ ้าท่านทัง้ หลายไม่ซอ ่ ทรัพย์สมบัตอ ิ น ั ไม่ ชอบธรรม แล ้วใครจะมอบทรัพย์สมบัตอ ิ น ั แท ้จริงให ้แก่ทา่ น? ื่ สัตย์ในของของคนอืน 12 และถ ้าท่านทัง้ หลายไม่ซอ ่ แล ้ว ใครจะมอบของอันเป็ นของท่านให ้แก่ทา่ นได ้? 13 ไม่มผ ี ู ้รับใช ้คนใดจะรับใช ้สองนายได ้ เพราะเขาจะเกลียด นายคนหนึง่ และรักอีกคนหนึง่ หรือเขาจะยึดมั่นในนายคน หนึง่ และดูถก ู อีกคนหนึง่ พวกท่านไม่สามารถรับใช ้พระเจ ้า และเงินทองได ้ ี งึ่ เป็ นคนโลภก็ได ้ยินเรือ 14 แม ้แต่พวกฟาริสซ ่ งเหล่านีแ ้ ล ้วก็ เยาะเย ้ยพระองค์ 15 และพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าเป็ นผู ้ทีท ่ ําตนชอบ ธรรมต่อหน ้ามนุษย์ แต่พระเจ ้าทรงทราบจิตใจของพวกเจ ้า เพราะว่าสิง่ ทีไ่ ด ้รับการยกย่องสูงท่ามกลางมนุษย์ เป็ นสิง่ ที่ น่ารังเกียจในสายพระเนตรของพระเจ ้า
บทที่ 17 1 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกสาวกของพระองค์วา่ “ เป็ นไป ไม่ได ้เลยทีจ ่ ะต ้องมีเหตุให ้หลงผิดเกิดขึน ้ แต่วบ ิ ต ั แ ิ ก่ผู ้ทีท ่ ํา ให ้เหตุเหล่านัน ้ เกิดขึน ้ !” 2 มันจะดีกว่าสําหรับเขาถ ้าเอาหินโม่แขวนไว ้ทีค ่ อแล ้วโยน ลงในทะเล มากกว่าทีเ่ ขาจะทําให ้คนเล็กๆ เหล่านีค ้ นใดคน หนึง่ สะดุดล ้ม 3 จงระวังตัวเองไว ้ว่า ถ ้าพีน ่ ้องทําผิดต่อท่าน จงตักเตือนเขา และถ ้าเขากลับใจ จงยกโทษให ้เขา 4 ถ ้าเขาทําผิดต่อท่านถึงเจ็ดครัง้ ในหนึง่ วัน และกลับมาหา ท่านอีกเจ็ดครัง้ โดยกล่าวว่า ข ้าพเจ ้ากลับใจแล ้ว ท่านจงอภัย ให ้เขา 5 และอัครสาวกก็กล่าวแก่องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าว่า ขอทรงเพิม ่ ่ ความเชือของพวกข ้าพระองค์
56
พระวรสารนั กบุญลูกา
31 ในวันนัน ้ ผู ้ทีอ ่ ยูบ ่ นดาดฟ้ าบ ้าน และสิง่ ของของเขาอยูใ่ น บ ้าน อย่าให ้เขาลงมาเอาของเหล่านัน ้ ไป และผู ้ทีอ ่ ยูใ่ นทุง่ นา อย่าให ้เขากลับมาเหมือนกัน 32 จงนึกถึงภรรยาของล็อต 33 ผู ้ใดแสวงหาชีวต ิ ของตนไว ้ ผู ้นัน ้ จะเสียชีวต ิ นัน ้ และผู ้ใด สูญเสียชีวต ิ ของตน ผู ้นัน ้ จะรักษาชีวต ิ นัน ้ ไว ้ได ้ 34 เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ในคืนนัน ้ จะมีชายสองคนนอน อยูใ่ นเตียงเดียวกัน คนหนึง่ จะถูกรับไป และอีกคนหนึง่ จะถูก ทิง้ ไว ้ 35 สตรีสองคนจะกําลังโม่แป้ งด ้วยกัน คนหนึง่ จะถูกรับไป อีกคนหนึง่ จะถูกละไว ้ 36 คนสองคนจะอยูใ่ นทุง่ นา คนหนึง่ จะถูกรับไป และอีกคน หนึง่ จะถูกทิง้ ไว ้ 37 พวกเขาจึงตอบพระองค์วา่ “ทีไ่ หน พระเจ ้า” พระองค์จงึ ตรัสถามพวกเขาว่า “ ทีใ่ ดมีซากศพ นกอินทรีก็จะมารวมกัน ทีน ่ ั่น”
6 และพระเจ ้าตรัสว่า ถ ้าพวกท่านมีศรัทธาเท่าเมล็ดมัสตาร์ด พวกท่านก็สามารถพูดกับต ้นไซคามีนนีว้ า่ จงถอนออกโดย ่ ฟั งท่าน ราก แล ้วไปปลูกในทะเล และมันจะเชือ 7 แต่มใี ครในพวกท่านทีม ่ ค ี นรับใช ้ไถนาหรือเลีย ้ งสัตว์ เมือ ่ คนรับใช ้นัน ้ กลับจากทุง่ นาแล ้ว จะพูดกับเขาทันทีวา่ จงไป นั่งลงกินอาหารเสีย? 8 และจะไม่พด ู กับเขาว่า จงเตรียมอาหารให ้ฉั นรับประทาน และคาดเอวไว ้ และปรนนิบต ั ฉ ิ ั น จนกว่าฉั นจะกินและดืม ่ เสร็จ แล ้วภายหลังคุณจึงจะกินและดืม ่ ได ้หรือ? 9 เขาขอบคุณผู ้รับใช ้คนนัน ้ เพราะเขาทําตามคําสัง่ ของเขา หรือ? ฉั นไม่ทราบ 10 ฉะนัน ้ พวกท่านทัง้ หลาย เมือ ่ ท่านทัง้ หลายได ้กระทําสิง่ ทัง้ ปวงทีไ่ ด ้รับคําสัง่ แล ้ว ก็จงกล่าวว่า เราเป็ นบ่าวทีไ่ ร ้ ประโยชน์ เราได ้กระทําสิง่ ทีเ่ ป็ นหน ้าทีข ่ องเราทีจ ่ ะกระทํา 11 ครัน ้ พระองค์เสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ก็เสด็จ ผ่านไปกลางแคว ้นสะมาเรียและแคว ้นกาลิล ี 12 เมือ ่ พระองค์เสด็จเข ้าไปในหมูบ ่ ้านแห่งหนึง่ มีคนเป็ นโรค เรือ ้ นสิบคนมาพบพระองค์ ยืนอยูแ ่ ต่ไกล 13 พวกเขาจึงเปล่งเสียงกล่าวว่า “พระเยซู พระอาจารย์ ขอ ทรงมีเมตตาพวกเราด ้วย” 14 เมือ ่ พระองค์เห็นพวกเขาแล ้ว พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า จงไปแสดงตัวแก่พวกปุโรหิต เถิด เมือ ่ พวกเขาไป พวกเขาก็ ได ้รับการชําระให ้สะอาด 15 เมือ ่ คนหนึง่ ในพวกเขาเห็นว่าตนหายจากโรคแล ้ว ก็ กลับมาและสรรเสริญพระเจ ้าด ้วยเสียงอันดัง 16 และกราบลงทีพ ่ ระบาทของพระองค์ ขอบพระคุณพระองค์ และเขาเป็ นชาวสะมาเรีย ิ คนหายจากโรคมิใช่หรือ แต่ 17พระเยซูจงึ ตรัสตอบว่า มีสบ เก ้าคนนัน ้ อยูท ่ ไี่ หน 18 ไม่พบผู ้ใดกลับมาถวายพระเกียรติแด่พระเจ ้า เว ้นเสียแต่ คนแปลกหน ้าผู ้นี้ ่ ของเจ ้า 19 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า จงลุกขึน ้ ไปเถิด ความเชือ ทําให ้เจ ้าหายโรคแล ้ว” ี ามพระองค์วา่ อาณาจักรของพระเจ ้า 20 และเมือ ่ พวกฟาริสถ จะมาถึงเมือ ่ ใด พระองค์ก็ทรงตอบพวกเขาว่า อาณาจักรของ พระเจ ้าจะไม่มาโดยให ้สังเกตได ้ 21 และเขาจะไม่พด ู ว่า 'ดูเถิด อยูท ่ น ี่ 'ี่ หรือ 'ดูเถิด อยูท ่ น ี่ ั่น' เพราะว่า ดูเถิด อาณาจักรของพระเจ ้าอยูภ ่ ายในพวกท่าน 22 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกสาวกของพระองค์วา่ “ จะมีวัน ั วันหนึง่ หนึง่ ทีพ ่ วกท่านปรารถนาจะเห็นวันของบุตรมนุษย์สก แต่จะไม่เห็น” 23 และเขาจะพูดกับท่านว่า ดูนส ี่ ิ หรือ ดูนั่นสิ อย่าติดตาม พวกเขา และอย่าติดตามพวกเขา ่ งไป 24 เพราะว่าฟ้ าแลบทีแ ่ ลบออกจากข ้างหนึง่ ใต ้ฟ้ า ก็สอ ถึงข ้างหนึง่ ใต ้ฟ้ าฉั นใด ในวันของพระองค์บต ุ รมนุษย์ก็จะเป็ น ฉั นนัน ้ 25 ก่อนอืน ่ พระองค์จะต ้องทรงทนทุกข์ทรมานหลายประการ และถูกคนรุน ่ นีป ้ ฏิเสธ 26 ในสมัยของโนอาห์เหตุการณ์ก็เป็ นเช่นไร ในสมัยของบุตร มนุษย์เหตุการณ์ก็จะเป็ นอย่างนัน ้ เช่นกัน 27พวกเขากินพวกเขาดืม ่ พวกเขาแต่งงานพวกเขาถูกยกให ้ เป็ นสามีภรรยาจนถึงวันหนึง่ ทีโ่ นอาห์เข ้าในเรือและนํ้ าท่วมก็ ้ ทุกคน เข ้ามาทําลายพวกเขาสิน 28 ในสมัยของโลทก็เหมือนกัน คือเขาได ้กิน พวกเขาดืม ่ ้ ขาย พวกเขาปลูก พวกเขาก่อสร ้าง พวกเขาซือ 29 แต่เมือ ่ ล็อตออกไปจากเมืองโซดอม ก็มไี ฟและกํามะถัน ้ ทุกคน ตกลงมาจากฟ้ ามาทําลายพวกเขาสิน 30 ในวันทีบ ่ ต ุ รมนุษย์จะทรงปรากฏก็จะเป็ นอย่างนี้
บทที่ 18 1 แล ้วพระองค์ตรัสเป็ นคําอุปมาแก่พวกเขาเพือ ่ ว่าคน ทัง้ หลายควรอธิษฐานอยูเ่ สมอและไม่ท ้อถอย 2 ตรัสว่า มีผู ้พิพากษาคนหนึง่ ในเมืองหนึง่ ซึง่ ไม่เกรงกลัว พระเจ ้า และไม่คํานึงถึงมนุษย์ 3 ในเมืองนัน ้ มีหญิงม่ายคนหนึง่ มาหาเขาแล ้วพูดว่า จงแก ้ แค ้นศัตรูของฉั นให ้ข ้าพเจ ้าเถิด 4 และเขาไม่ยอมทําชัว่ ขณะหนึง่ แต่ภายหลังเขาคิดในใจว่า แม ้ว่าฉั นไม่กลัวพระเจ ้าและไม่เห็นแก่หน ้ามนุษย์ก็ตาม 5 แต่เพราะหญิงม่ายคนนีท ้ ําให ้ข ้าพเจ ้าลําบากใจ ข ้าพเจ ้าก็ จะแก ้แค ้นเธอ เพือ ่ ว่าเธอจะสร ้างความรําคาญให ้แก่ข ้าพเจ ้า เพราะเธอมาบ่อย ๆ แล ้วนางจะมาทําให ้ข ้าพเจ ้าลําบากใจ 6 และพระเจ ้าตรัสว่า จงฟั งสิง่ ทีผ ่ ู ้พิพากษาผู ้ไม่ยต ุ ธิ รรมพูด 7 แล ้วพระเจ ้าจะไม่ทรงแก ้แค ้นให ้แก่ผู ้ทีพ ่ ระองค์เลือกไว ้ซึง่ ร ้องหาพระองค์ทงั ้ กลางวันและกลางคืน ถึงแม ้ว่าพระองค์จะ ทรงอดทนกับพวกเขาเป็ นเวลานานหรือ? 8 เราบอกท่านทัง้ หลายว่าพระองค์จะทรงแก ้แค ้นพวกเขา โดยเร็ว แต่เมือ ่ บุตรมนุษย์เสด็จมา พระองค์จะทรงพบศรัทธา บนแผ่นดินโลกหรือไม่? ่ มั่นในตนเองว่าตน 9 พระองค์ตรัสอุปมาเรือ ่ งนีแ ้ ก่บางคนทีเ่ ชือ ชอบธรรมและดูหมิน ่ คนอืน ่ ว่า 10 มีชายสองคนขึน ้ ไปในวิหารเพือ ่ อธิษฐาน คนหนึง่ เป็ นฟาริ สี และอีกคนหนึง่ เป็ นคนเก็บภาษี ี นนัน 11 ฟาริสค ้ ยืนอธิษฐานในใจว่า "ขอบพระคุณพระเจ ้าที่ ข ้าพระองค์มไิ ด ้เป็ นเหมือนคนอืน ่ ๆ ทีเ่ ป็ นคนฉ ้อโกง คนอ ยุตธิ รรม คนล่วงประเวณี และเหมือนคนเก็บภาษี คนนี"้ 12 ฉั นถือศีลอดสองครัง้ ในหนึง่ สัปดาห์ และถวายทศางค์จาก สิง่ ของทัง้ หมดทีฉ ่ ั นมี 13 ส่วนคนเก็บภาษี นัน ้ ยืนอยูห ่ า่ งออกไป ไม่ยอมแหงนหน ้า ขึน ้ ดูฟ้าเลย แต่ตบหน ้าอกของตนว่า “พระเจ ้าทรงโปรด เมตตาต่อข ้าพเจ ้าผู ้เป็ นคนบาปด ้วยเถิด” 14 เราบอกท่านทัง้ หลายว่า คนนีเ้ มือ ่ กลับถึงบ ้านของตนก็ ได ้รับการชอบธรรมมากกว่าอีกคนหนึง่ เพราะว่าทุกคนทีย ่ ก ตัวขึน ้ จะถูกทําให ้ตํา่ ลง และทุกคนทีถ ่ อ ่ มตัวลงจะได ้รับการ ยกให ้สูงขึน ้ ั ผัส 15 พวกเขานํ าเด็กเล็กๆ มาหาพระองค์เพือ ่ ให ้พระองค์สม แต่เมือ ่ เหล่าสาวกเห็นเข ้า พวกเขาก็ดวุ า่ 16 แต่พระเยซูทรงเรียกพวกเขาเข ้ามาแล ้วตรัสว่า จงยอมให ้ เด็กเล็กๆ มาหาเรา อย่าห ้ามพวกเขาเลย เพราะว่าอาณาจักร ของพระเจ ้าเป็ นของคนเช่นเด็กเหล่านัน ้
57
พระวรสารนั กบุญลูกา
บทที่ 19
17 เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า ผู ้ใดไม่รับอาณาจักร ของพระเจ ้าเหมือนเด็กเล็ก ผู ้นัน ้ จะเข ้าในอาณาจักรนัน ้ ไม่ได ้ เลย 18 และมีผู ้ปกครองคนหนึง่ ถามพระองค์วา่ “อาจารย์ทด ี่ ี ข ้าพเจ ้าจะต ้องทําอะไรจึงจะได ้ชีวต ิ นิรันดร์” 19 พระเยซูจงึ ตรัสแก่เขาว่า “ เหตุใดเจ ้าจึงเรียกเราว่าดี ไม่ม ี ใครดีเลยนอกจากคนเดียว คือ พระเจ ้า” 20 ท่านทัง้ หลายรู ้จักบัญญัตแ ิ ล ้ว คือ อย่าล่วงประเวณี อย่า ฆ่าคน อย่าลักทรัพย์ อย่าเป็ นพยานเท็จ จงให ้เกียรติบด ิ า มารดาของเจ ้า 21 และท่านกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าได ้รักษาสิง่ เหล่านีไ้ ว ้ตัง้ แต่ เยาว์วัย 22เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินสิง่ เหล่านีจ ้ งึ ตรัสแก่เขาว่า " แต่ทา่ น ยังขาดอยูส ่ งิ่ หนึง่ จงขายทุกสิง่ ทีม ่ ี แจกจ่ายให ้คนยากจน แล ้วท่านจะมีสมบัตอ ิ ยูใ่ นสวรรค์ แล ้วจงตามเรามา" 23เมือ ่ พระองค์ได ้ยินดังนีก ้ ็เป็ นทุกข์นัก เพราะเขาเป็ นคนมั่งมี มาก 24เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นว่าเขาเป็ นทุกข์นัก พระองค์จงึ ตรัสว่า " คนมั่งมีจะเข ้าในแผ่นดินของพระเจ ้าได ้ยากจริงหนอ" 25 เพราะว่าการทีอ ่ ฐ ู จะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าทีค ่ นรวยจะเข ้า ในอาณาจักรของพระเจ ้า 26 และคนทัง้ หลายทีไ่ ด ้ยินก็พด ู ว่า ถ ้าอย่างนัน ้ ใครจะรอดได ้? ่ 27 และพระองค์ตรัสว่า สิงทีม ่ นุษย์ทําไม่ได ้ เป็ นสิง่ ทีพ ่ ระเจ ้า ทําได ้ 28 แล ้วเปโตรกล่าวว่า ดูเถิด พวกข ้าพเจ ้าได ้ละทิง้ ทุกสิง่ แล ้ว ติดตามพระองค์ไป 29 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ไม่มผ ี ู ้ใดทีล ่ ะทิง้ บ ้านเรือน หรือบิดามารดา หรือ พีน ่ ้อง หรือภรรยา หรือบุตร เพราะเห็นแก่แผ่นดินของพระเจ ้า 30 ใครจะได ้รับมากหลายเท่าในปั จจุบน ั นี้ และในชีวต ิ นิรันดร์ ในโลกหน ้า 31 แล ้วพระเยซูทรงนํ าสาวกสิบสองคนมาหาพระองค์แล ้ว ตรัสว่า “ ดูเถิด เราจะขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และทุกสิง่ ที่ บรรดาผู ้เผยพระวจนะเขียนไว ้เกีย ่ วกับบุตรมนุษย์จะสําเร็จ” 32 เพราะว่าเขาจะถูกมอบให ้แก่พวกต่างชาติ และจะถูกเยาะ เย ้ย ถูกปฏิบต ั อ ิ ย่างเหยียดหยาม และถูกถ่มนํ้ าลายใส่ 33 และพวกเขาจะเฆีย ่ นตีเขา และประหารชีวต ิ เขาเสีย แล ้ว วันทีส ่ ามเขาจะฟื้ นขึน ้ มาใหม่ 34 และพวกเขาไม่เข ้าใจสิง่ เหล่านีเ้ ลย และคํากล่าวนีก ้ ็ถก ู ซ่อนจากพวกเขา และพวกเขาก็ไม่รู ้ถึงสิง่ ทีพ ่ ด ู ออกมา 35 ครัน ้ พระองค์เสด็จมาใกล ้เมืองเยรีโค มีคนตาบอดคนหนึง่ นั่งขอทานอยูร่ ม ิ ทาง 36 เมือ ่ ทรงได ้ยินเสียงคนจํานวนมากเดินผ่านไป จึงทรงถาม ว่าหมายความว่าอย่างไร 37 พวกเขาจึงบอกเขาว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธกําลังเสด็จ ผ่านมา 38 แล ้วเขาร ้องว่า “พระเยซู บุตรดาวิด ขอทรงเมตตาข ้า พระองค์เถิด” 39 ฝ่ ายคนทีเ่ ดินไปข ้างหน ้าก็ตําหนิเขาให ้เงียบไว ้ แต่เขา กลับร ้องตะโกนมากขึน ้ ว่า “บุตรดาวิด ขอทรงมีเมตตาฉั นเถิด” 40 พระเยซูทรงยืนและสัง่ ให ้พาชายคนนัน ้ มาหาพระองค์ เมือ ่ ชายคนนัน ้ มาใกล ้ พระองค์จงึ ตรัสถามเขาว่า 41 พระองค์ตรัสว่า “ ท่านอยากให ้เราทําอะไรให ้ท่าน” เขา ทูลว่า “ข ้าแต่พระเจ ้า ขอให ้ข ้าพเจ ้ามองเห็นได ้” ่ ของ 42 พระเยซูจงึ ตรัสแก่เขาว่า จงมองเห็นเถิด ความเชือ เจ ้าได ้ช่วยเจ ้าให ้รอด 43 ทันใดนัน ้ เขาก็มองเห็นได ้ และติดตามพระองค์ไปพร ้อม กับสรรเสริญพระเจ ้า และเมือ ่ ประชาชนทัง้ ปวงเห็นแล ้ว พวก เขาก็สรรเสริญพระเจ ้า
1 แล ้วพระเยซูจงึ เสด็จเข ้าและผ่านไปทางเมืองเยรีโค ่ ซาเคียส เป็ นหัวหน ้าคนเก็บภาษี 2 ดูเถิด มีชายคนหนึง่ ชือ และเป็ นคนมั่งมี 3 และเขาพยายามทีจ ่ ะเห็นพระเยซูวา่ พระองค์เป็ นใคร แต่ไม่ สามารถทําได ้เพราะคนทั่วไป เพราะเขาเป็ นคนตัวเล็ก 4 แล ้วเขาจึงวิง่ ไปข ้างหน ้าและปี นขึน ้ ต ้นมะเดือ ่ เพือ ่ จะดู พระองค์ เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนัน ้ 5 เมือ ่ พระเยซูเสด็จมาถึงทีน ่ ั่น พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ เห็นเขาแล ้วจึงตรัสแก่เขาว่า “ ศักเคียส จงรีบลงมาเถิด เพราะว่าวันนีข ้ ้าพเจ ้าจะต ้องพักอยูใ่ นบ ้านของท่าน” 6 เขาจึงรีบลงมาต ้อนรับพระองค์ด ้วยความยินดี 7 เมือ ่ พวกเขาเห็นดังนัน ้ พวกเขาทัง้ หมดก็บน ่ กันว่า "เขาไป พักอยูก ่ บ ั คนบาปคนหนึง่ " 8 ฝ่ ายซาเคียสยืนขึน ้ และทูลพระเจ ้าว่า “ดูเถิด พระเจ ้าข ้า ข ้า พระองค์จะแบ่งทรัพย์สมบัตค ิ รึง่ หนึง่ ให ้คนยากจน และถ ้าข ้า ่ พระองค์ได ้เอาสิงใดไปจากใครโดยใส่ร ้าย ข ้าพระองค์จะคืน ให ้สีเ่ ท่า” 9 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า วันนีค ้ วามรอดมาถึงบ ้านนีแ ้ ล ้ว เพราะเขาก็เป็ นบุตรของอับราฮัมด ้วย 10 เพราะว่าบุตรมนุษย์ได ้มาเพือ ่ จะแสวงหาและช่วยผู ้ที่ หายไปให ้รอด 11 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินสิง่ เหล่านี้ พระองค์ก็ตรัสเพิม ่ เติมด ้วย เรือ ่ งเป็ นอุปมา เพราะพระองค์เสด็จมาใกล ้กรุงเยรูซาเล็มแล ้ว และเพราะพวกเขาคิดว่าอาณาจักรของพระเจ ้าจะปรากฏขึน ้ ทันที 12 พระองค์จงึ ตรัสว่า มีขน ุ นางคนหนึง่ เดินทางไปเมืองไกล เพือ ่ รับอาณาจักรสําหรับตนเอง แล ้วจะกลับมา 13 ท่านจึงเรียกคนใช ้ของท่านสิบคน แล ้วมอบเงินสิบปอนด์ ให ้แก่พวกเขา และสัง่ ว่า จงยึดครองไว ้จนกว่าเราจะกลับมา 14 แต่ชาวเมืองของเขาเกลียดชังเขา จึงส่งข่าวไปหาเขา โดยกล่าวว่า พวกเราไม่ต ้องการให ้คนนีค ้ รองอํานาจเหนือ พวกเรา 15 ครัน ้ พระองค์เสด็จกลับมาและรับราชอาณาจักรแล ้ว พระองค์จงึ ทรงสัง่ ให ้เรียกคนใช ้ทีพ ่ ระองค์ได ้มอบเงินให ้มา หาพระองค์ เพือ ่ จะได ้ทราบว่าแต่ละคนได ้กําไรเท่าไรจาก การค ้าขาย 16 ฝ่ ายคนแรกมาพูดว่า พระองค์เจ ้าข ้า เงินหนึง่ ปอนด์ของ พระองค์ได ้กําไรสิบปอนด์ 17 และท่านได ้กล่าวแก่เขาว่า “เจ ้าเป็ นผู ้รับใช ้ทีด ่ ี เพราะเจ ้า ่ สัตย์ในสิง่ เล็กน ้อย เจ ้าจึงมีอํานาจครอบครองสิบเมือง” ซือ 18 คนทีส ่ องมาบอกว่า ท่านเจ ้าข ้า เงินหนึง่ ปอนด์ของท่าน ได ้กําไรห ้าปอนด์ 19 พระองค์ตรัสกับเขาเหมือนกันว่า เจ ้าจงเป็ นผู ้ปกครองห ้า เมืองด ้วย 20 อีกคนหนึง่ มาพูดว่า “ท่านเจ ้าข ้า นีค ่ อ ื เงินหนึง่ ปอนด์ของ ท่าน ซึง่ ข ้าพเจ ้าได ้เก็บไว ้ในผ ้าเช็ดปาก” 21 เพราะว่าข ้าพเจ ้ากลัวท่าน ด ้วยว่าท่านเป็ นคนเคร่งครัด ท่านเก็บสิง่ ทีท ่ า่ นไม่ได ้ลงแรงไว ้ และเกีย ่ วสิง่ ทีท ่ า่ นไม่ได ้ หว่าน 22 และท่านได ้กล่าวแก่เขาว่า “เราจะพิพากษาเจ ้าจากปาก ของเจ ้าเอง เจ ้าผู ้รับใช ้ทีช ่ วั่ ร ้าย เจ ้ารู ้ดีวา่ เราเป็ นคนเคร่งครัด เอาสิง่ ทีเ่ ราไม่ได ้วางไว ้ และเก็บเกีย ่ วสิง่ ทีเ่ ราไม่ได ้หว่าน 23 แล ้วเหตุใดท่านจึงไม่นําเงินของเราไปฝากธนาคาร เพือ ่ ว่าเมือ ่ เรากลับมา เราจะได ้เรียกร ้องเงินของเราเองพร ้อม ดอกเบีย ้ ? 24 และท่านตรัสแก่ผู ้ทีย ่ น ื อยูน ่ ัน ้ ว่า จงเอาหนึง่ ปอนด์จากเขา ิ ปอนด์ ไปให ้ผู ้ทีม ่ ส ี บ 58
พระวรสารนั กบุญลูกา
ิ ปอนด์) 25 (พวกเขากล่าวแก่ทา่ นว่า ท่านมีสบ 26 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ทุกคนทีม ่ อ ี ยูแ ่ ล ้ว จะ ได ้รับเพิม ่ เติมให ้ด ้วย และคนทีไ่ ม่ม ี แม ้สิง่ ทีเ่ ขามีอยูแ ่ ล ้ว จะ ถูกพรากไปจากเขา 27 แต่พวกศัตรูของข ้าพเจ ้าทีไ่ ม่ต ้องการให ้ข ้าพเจ ้า ครอบครองเหนือพวกเขา พวกเขาก็พาพวกเขามาทีน ่ แ ี่ ละฆ่า พวกเขาต่อหน ้าข ้าพเจ ้า 28 เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์เสด็จล่วงหน ้าขึน ้ ไป กรุงเยรูซาเล็ม 29 ครัน ้ พระองค์เสด็จมาใกล ้เมืองเบธฟาเกและเบธานี บน ภูเขาทีเ่ รียกว่าภูเขามะกอกเทศ พระองค์ทรงใช ้สาวกสองคน ไป 30 ตรัสว่า “ จงไปยังหมูบ ่ ้านทีอ ่ ยูต ่ รงข ้ามกับท่าน เมือ ่ เข ้าไป แล ้วจะพบลูกลาตัวหนึง่ ผูกอยูแ ่ ละยังไม่มผ ี ู ้ใดขึน ้ ขีเ่ ลย จงแก ้ และจูงมันมาทีน ่ ั่น” 31 และถ ้ามีผู ้ใดถามท่านว่า เหตุใดท่านจึงปล่อยเขาไป จง ตอบเขาไปว่า เพราะพระเจ ้าทรงต ้องการเขา 32 และคนเหล่านัน ้ ทีถ ่ ก ู ส่งไปก็ไปและพบเหมือนทีพ ่ ระองค์ ตรัสไว ้กับพวกเขา 33 เมือ ่ พวกเขาจะปล่อยลูกลา เจ ้าของลูกลาก็ถามพวกเขาว่า "ทําไมพวกท่านจึงปล่อยลูกลา?" 34พวกเขากล่าวว่า พระเจ ้าทรงต ้องการเขา ้ ของตนปูลง 35 แล ้วพวกเขานํ าลามาหาพระเยซู แล ้วเอาเสือ บนลา และให ้พระเยซูประทับบนลานัน ้ ้ ผ ้าของตนปูตาม 36 เมือ ่ พระองค์เสด็จไป พวกเขาก็เอาเสือ ทาง 37 ครัน ้ พระองค์มาใกล ้จะถึงทีล ่ งจากภูเขามะกอกแล ้ว ้ ก็มค ่ ชมยินดีและสรรเสริญพระเจ ้า บรรดาสาวกทัง้ สิน ี วามชืน ด ้วยเสียงดังเนือ ่ งด ้วยงานมหัศจรรย์ทงั ้ หมดทีพ ่ วกเขาได ้เห็น 38 กล่าวว่า จงถวายพระพรแด่พระมหากษั ตริยผ ์ ู ้เสด็จมาใน ั ติสข พระนามของพระเจ ้า จงมีสน ุ ในสวรรค์ และจงมีพระสิร ิ รุง่ โรจน์ในทีส ่ งู สุด ี างคนในหมูฝ 39 ฟาริสบ ่ งู ชนจึงพูดกับพระองค์วา่ “อาจารย์ จงตักเตือนเหล่าสาวกของท่าน” 40 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ เราบอกพวกท่านทัง้ หลาย ว่า ถ ้าคนเหล่านีน ้ งิ่ เงียบ ก ้อนหินทัง้ หลายก็จะร ้องตะโกน ทันที” 41 เมือ ่ พระองค์เสด็จมาใกล ้ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นเมือง แล ้วทรงร ้องไห ้ 42 โดยตรัสว่า " ถ ้าท่านรู ้จักสิง่ เหล่านีใ้ นสมัยนี้ แม ้แต่ตวั ท่าน เองก็รู ้อยูแ ่ ล ้วว่าสิง่ ใดเป็ นสิง่ ทีท ่ ําให ้ท่านสงบสุข แต่บด ั นีส ้ งิ่ เหล่านัน ้ ถูกซ่อนไว ้จากตาของท่านแล ้ว" ั รูของคุณจะขุดสนามเพลาะล ้อม 43 เพราะจะมีวันหนึง่ ทีศ ่ ต คุณไว ้ และล ้อมคุณไว ้ทุกด ้าน 44 และจะทรงทําให ้เจ ้าราบเรียบไปกับพืน ้ ดิน และลูกๆ ของ ิ า เจ ้าก็อยูใ่ นเจ ้าด ้วย และเขาทัง้ หลายจะไม่ปล่อยให ้มีศล ซ ้อนกันอยูใ่ นเจ ้าเลย เพราะเจ ้าไม่รู ้เวลาแห่งการเสด็จเยือน ของเจ ้า 45 แล ้วพระองค์เสด็จเข ้าไปในพระวิหาร แล ้วทรงเริม ่ ขับไล่ ้ ในพระวิหารออกไป บรรดาผู ้ขายและผู ้ซือ 46 ตรัสแก่เขาว่า มีคําเขียนไว ้ว่า ‘บ ้านของฉั นเป็ นบ ้านแห่ง การอธิษฐาน แต่เจ ้าทัง้ หลายมาทําให ้เป็ นถํ้าของโจร’ 47 และพระองค์ทรงสัง่ สอนในวิหารทุกวัน แต่พวกหัวหน ้า ปุโรหิต พวกธรรมาจารย์ และพวกหัวหน ้าของประชาชน พยายามจะทําลายพระองค์ 48 และไม่พบสิง่ ทีจ ่ ะกระทําได ้ เพราะว่าประชาชนทุกคน สนใจฟั งพระองค์มาก
บทที่ 20 1 วันหนึง่ เมือ ่ พระองค์ทรงสัง่ สอนประชาชนอยูใ่ นวิหารและ ประกาศข่าวประเสริฐ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกธรรมา จารย์กบ ั ผู ้เฒ่าก็เข ้ามาหาพระองค์ ิ ธิใดจึงได ้ 2 และตรัสแก่พระองค์วา่ “จงบอกเราว่า ท่านมีสท สิง่ เหล่านี?้ หรือใครเป็ นผู ้ให ้สิทธิอํานาจนีแ ้ ก่ทา่ น?” 3 แล ้วท่านตอบเขาว่า เราจะถามท่านเรือ ่ งหนึง่ เหมือนกัน จง ตอบเราเถิด 4 บัพติศมาของยอห์นมาจากสวรรค์หรือจากมนุษย์? 5 พวกเขาจึงถกเถียงกันเองว่า ถ ้าเราจะตอบว่า จากสวรรค์ ่ พระองค์? พระองค์ก็จะตรัสว่า แล ้วทําไมพวกท่านจึงไม่เชือ 6 แต่ถ ้าเราตอบว่า มาจากมนุษย์ คนทัง้ หลายก็จะเอาหิน ่ ว่ายอห์นเป็ นศาสดาพยากรณ์ ขว ้างเรา เพราะพวกเขาเชือ 7พวกเขาตอบว่าพวกเขาไม่รู ้ว่ามาจากไหน 8 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " เราก็อย่าบอกพวกท่าน เหมือนกันว่าเรากระทําการเหล่านีโ้ ดยอาศัยสิทธิอํานาจใด" 9 แล ้วพระองค์เริม ่ ตรัสอุปมาเรือ ่ งนีแ ้ ก่ประชาชนว่า มีคนหนึง่ ปลูกสวนองุน ่ แล ้วปล่อยให ้เช่าแก่ชาวสวน แล ้วก็เดินทางไป ต่างประเทศเป็ นเวลานาน 10 เมือ ่ ถึงฤดูนัน ้ เขาจึงส่งคนใช ้คนหนึง่ ไปหาคนเช่าสวนองุน ่ เพือ ่ ให ้เขาแบ่งผลองุน ่ ให ้ แต่คนเช่าสวนนัน ้ กลับเฆีย ่ นตีเขา แล ้วไล่กลับไปมือเปล่า 11 แล ้วเจ ้าของบ ้านอีกคนหนึง่ ก็สง่ คนรับใช ้อีกคนไป และคน เหล่านัน ้ ก็เฆีย ่ นตีเขา และทําให ้อับอาย แล ้วไล่เขากลับไป มือเปล่า 12 แล ้วท่านส่งคนทีส ่ ามไปอีกครัง้ คนเหล่านัน ้ ก็ทําร ้ายเขา แล ้วขับไล่เขาออกไป 13 เจ ้าของไร่องุน ่ จึงกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าจะต ้องทําอย่างไรดี ข ้าพเจ ้าจะส่งลูกชายสุดทีร่ ักของข ้าพเจ ้าไป เผือ ่ ว่าพวกเขา จะเคารพเขาเมือ ่ เห็นเขา” 14 แต่เมือ ่ คนเช่าสวนเห็นชายคนนัน ้ ก็ปรึกษากันว่า “คนนี้ แหละเป็ นทายาท มาเถิด เราจะฆ่าเขาเสีย เพือ ่ มรดกจะได ้ ตกเป็ นของเรา” 15 พวกเขาก็ไล่เขาออกจากสวนองุน ่ แล ้วฆ่าเขาเสีย เจ ้าของ สวนองุน ่ จะทําอย่างไรกับเขา? 16 เขาจะมาทําลายคนดูแลสวนเหล่านีเ้ สีย แล ้วมอบสวนองุน ่ ให ้คนอืน ่ เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนัน ้ พวกเขาก็พด ู ว่า “ขอพระ เจ ้าอย่าทรงทําเช่นนัน ้ เลย” 17 และพระเยซูทอดพระเนตรดูพวกเขาแล ้วตรัสว่า “ ถ ้า เช่นนัน ้ ข ้อทีเ่ ขียนไว ้ว่า ‘ศิลาทีบ ่ รรดาผู ้ก่อสร ้างทิง้ ไว ้ กลับ กลายเป็ นศิลามุมเอก’ นัน ้ หมายความถึงอะไร? 18 ผู ้ใดล ้มลงบนศิลานัน ้ ผู ้นัน ้ จะต ้องแตกหักไป แต่ผู ้ใดที่ ศิลานัน ้ ตกทับ ผู ้นัน ้ จะถูกบดขยีจ ้ นแหลกละเอียด 19 ในเวลานัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็ พยายามจะวางมือบนพระองค์ และพวกเขากลัวประชาชน เพราะพวกเขารู ้ว่าพระองค์ทรงพูดเป็ นอุปมาเรือ ่ งนีต ้ อ ่ พวก เขา 20 พวกเขาเฝ้ าดูเขา และส่งสายลับออกไป ซึง่ แสร ้งทําเป็ นผู ้ ชอบธรรม เพือ ่ จะจับคําพูดของเขา เพือ ่ จะมอบเขาไว ้ในมือ ของผู ้มีอํานาจและสิทธิอํานาจของผู ้ปกครอง 21พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “อาจารย์ พวกเราทราบอยูว่ า่ ท่านพูดและสัง่ สอนถูกต ้อง มิได ้ยอมรับผู ้ใดเป็ นผู ้แทน แต่สงั่ สอนทางของพระเจ ้าอย่างแท ้จริง” ี าร์นัน 22 การทีเ่ ราส่งเครือ ่ งบรรณาการให ้แก่ซซ ้ เป็ นสิง่ ที่ ถูกต ้องหรือไม่? 23 แต่พระองค์ทรงทราบความฉลาดของพวกเขา จึงตรัสแก่ พวกเขาว่า “ ทําไมพวกท่านจึงทดลองเรา?” 59
พระวรสารนั กบุญลูกา
24 จงแสดงเหรียญเพนนีหนึง่ ให ้ฉั นดู รูปและคําอธิบายเป็ น ของใคร พวกเขาตอบว่า เป็ นของซีซาร์ 25 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขา ว่า จงถวายสิง่ ทีเ่ ป็ นของซี ี าร์ และถวายสิง่ ทีเ่ ป็ นของพระเจ ้าแด่พระเจ ้า ซาร์แก่ซซ 26 และพวกเขาไม่สามารถยอมรับคําพูดของพระองค์ตอ ่ หน ้า ประชาชนได ้ ดังนัน ้ พวกเขาจึงประหลาดใจในคําตอบของ พระองค์ และนิง่ เงียบไป ี างคนซึง่ ไม่เชือ ่ เรือ 27 แล ้วพวกสะดูสบ ่ งการเป็ นขึน ้ จากตาย มาหาพระองค์ พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ 28 พระองค์ตรัสว่า “อาจารย์ โมเสสได ้เขียนถึงพวกเราว่า ถ ้า พีช ่ ายผู ้ใดตายและมีภรรยา แต่ไม่มบ ี ต ุ ร ก็ให ้พีช ่ ายรับภรรยา ้ นัน ้ ไว ้ เพือ ่ สืบเชือสายของพีช ่ ายเขา” 29 เพราะฉะนัน ้ จึงมีพน ี่ ้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยาแล ้วก็ตาย โดยไม่มบ ี ต ุ ร 30 พีช ่ ายคนทีส ่ องรับนางเป็ นภรรยา แล ้วเขาก็ตายโดยไม่ม ี บุตร 31 ทีส ่ ามก็รับนางไป และทัง้ เจ็ดคนก็ทําเหมือนกัน แต่ไม่ม ี บุตร แล ้วก็ตายไป 32 ในทีส ่ ด ุ หญิงคนนัน ้ ก็ตายด ้วย 33 เพราะฉะนัน ้ ในวันฟื้ นคืนพระชนม์ นางจะเป็ นภรรยาของ ใคร เพราะว่าเจ็ดคนนัน ้ ได ้มีนางเป็ นภรรยาแล ้ว 34พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า บุตรหลานของโลกนีแ ้ ต่งงาน และถูกยกให ้เป็ นสามีภรรยากัน 35 ส่วนคนเหล่านัน ้ ทีส ่ มควรได ้รับโลกนัน ้ และการคืนชีพจาก ความตายนัน ้ ไม่แต่งงาน และไม่ถก ู ยกให ้เป็ นสามีภรรยากัน 36 พวกเขาจะไม่ตายอีกต่อไป เพราะพวกเขาเท่ากับทูต สวรรค์ และเป็ นบุตรของพระเจ ้า คือเป็ นบุตรแห่งการกลับคืน ชีพ 37 บัดนีค ้ นตายทัง้ หลายกลับคืนชีพแล ้ว แม ้โมเสสก็ได ้แสดง ไว ้ทีพ ่ ม ุ่ ไม ้ โดยเรียกพระเจ ้าว่าพระเจ ้าของอับราฮัม พระ เจ ้าของอิสอัค และพระเจ ้าของยาโคบ 38 เพราะว่าพระองค์มใิ ช่เป็ นพระเจ ้าของคนตาย แต่เป็ นพระ เจ ้าของคนเป็ น เพราะว่าทุกคนมีชวี ต ิ อยูเ่ พือ ่ พระองค์ 39 ครัง้ นัน ้ พวกธรรมาจารย์บางคนจึงตอบว่า “อาจารย์ ท่าน พูดถูกจริงๆ” 40 แล ้วพวกเขาไม่กล ้าทีจ ่ ะถามพระองค์อก ี เลย 41 พระองค์จงึ ตรัสถามพวกเขาว่า “ พวกเขาพูดได ้อย่างไรว่า พระคริสต์เป็ นบุตรของดาวิด” 42 และดาวิดเองก็กล่าวไว ้ในหนังสือสดุดวี า่ พระเจ ้าตรัสแก่ พระเจ ้าของฉั นว่า จงประทับทางขวามือของฉั น 43 จนกว่าเราจะทําให ้ศัตรูของท่านเป็ นบัลลังก์รองพระบาท ของท่าน 44 ดาวิดจึงเรียกพระองค์วา่ พระเจ ้า แล ้วพระองค์จะเป็ นบุตร ของดาวิดได ้อย่างไร? 45 จากนัน ้ พระองค์ตรัสแก่บรรดาสาวกของพระองค์ตอ ่ หน ้า คนทัง้ หลายว่า 46 จงระวังพวกธรรมาจารย์ผู ้ชอบเดินในชุดยาว และชอบให ้ คนทักทายในตลาด และชอบทีน ่ ั่งอันสูงส่งในธรรมศาลา ้ สูงในงานเลีย และทีน ่ ั่งชัน ้ ง 47 ซึง่ กินทําลายบ ้านของหญิงม่าย และอธิษฐานยืดยาวเพือ ่ แสดงให ้เห็น แต่ผู ้นัน ้ จะต ้องได ้รับการลงโทษอย่างหนัก ยิง่ ขึน ้
3 และพระองค์ตรัสว่า เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า หญิงม่ายยากจนคนนีไ้ ด ้ใส่เงินลงไปมากกว่าคนอืน ่ ทุกคน 4 เพราะว่าคนเหล่านีท ้ ก ุ คนได ้นํ าเงินเหลือใช ้ของตนมาถวาย แด่พระเจ ้า แต่ผู ้หญิงคนนีข ้ ด ั สนและนํ าเงินทีม ่ ส ี ําหรับเลีย ้ ง ชีพของตนมาถวายทัง้ หมด 5 ขณะทีบ ่ างคนพูดถึงวิหารว่าตกแต่งด ้วยหินสวยงามและ เครือ ่ งบูชา พระองค์ก็ตรัสว่า ิ า 6 สําหรับสิง่ เหล่านีท ้ ท ี่ า่ นทัง้ หลายเห็นนัน ้ จะมีวันหนึง่ ทีศ ่ ล ทีซ ่ ้อนทับกันจะไม่มวี ันถูกทิง้ ลงมา 7 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “อาจารย์ แต่เมือ ่ ใดเหตุการณ์ เหล่านีจ ้ ะเกิดขึน ้ เมือ ่ ใด และจะมีหมายสําคัญอะไรว่า เหตุการณ์เหล่านีจ ้ ะบังเกิดขึน ้ ” 8 และท่านกล่าวว่า จงระวังอย่าให ้ใครหลอกลวงท่านได ้ เพราะว่าจะมีคนจํานวนมากมาในนามของเราและกล่าวว่า เรา เป็ นพระคริสต์ และถึงเวลาแล ้วทีพ ่ วกท่านจะติดตามพวกเขา ไป อย่าไปติดตามพวกเขาเลย 9 แต่เมือ ่ ท่านทัง้ หลายได ้ยินเรือ ่ งสงครามและความวุน ่ วาย ่ อย่าตกใจกลัว เพราะว่าสิงเหล่านีต ้ ้องเกิดขึน ้ เสียก่อน แต่ยัง ไม่รู ้ว่าจะจบลงเมือ ่ ใด 10 แล ้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า ประชาชาติจะลุกขึน ้ ต่อสู ้กับ ประชาชาติ และอาณาจักรจะลุกขึน ้ ต่อสู ้กับอาณาจักร 11 และจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในทีต ่ า่ งๆ และจะเกิดความอด อยากและโรคระบาด ทัง้ จะมีภาพทีน ่ ่ากลัวและหมายสําคัญ ใหญ่ๆ จากสวรรค์ 12 แต่กอ ่ นหน ้านัน ้ พวกเขาจะวางมือบนตัวคุณ และข่มเหง คุณ มอบคุณไว ้ในธรรมศาลาและในคุก และนํ าคุณไปอยูต ่ อ ่ ่ ของเรา หน ้ากษั ตริยแ ์ ละผู ้ปกครองเพราะชือ 13 และมันจะกลายมาเป็ นพยานหลักฐานแก่คณ ุ 14 เพราะฉะนัน ้ จงตัง้ ใจไว ้ในใจของท่านทัง้ หลายว่า อย่าได ้ คิดตรึกตรองก่อนว่าท่านจะตอบอย่างไร 15 เพราะว่าเราจะประทานวาจาและปั ญญาให ้แก่ทา่ น ซึง่ ศัตรู ของท่านทัง้ หลายจะไม่สามารถโต ้แย ้งหรือต ้านทานได ้ 16 และพวกท่านจะต ้องถูกทรยศโดยบิดามารดา พีน ่ ้อง ญาติ มิตร และมิตรสหาย และบางคนในพวกท่านจะถูกประหาร ชีวต ิ 17 และท่านทัง้ หลายจะถูกคนทัง้ ปวงเกลียดชังเพราะพระ นามของเรา ้ ไป 18 แต่ผมบนศีรษะของท่านสักเส ้นเดียวก็จะไม่สญ ู สิน 19 ด ้วยความเพียรอดทน จิตวิญญาณของท่านจงดํารงอยู่ 20 และเมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็นกองทัพมาล ้อมรอบกรุง เยรูซาเล็ม จงรู ้ว่าความรกร ้างของกรุงนัน ้ ใกล ้เข ้ามาแล ้ว 21 เวลานัน ้ ผู ้ทีอ ่ ยูใ่ นแคว ้นยูเดียจงหนีไปยังภูเขา ผู ้ทีอ ่ ยู่ ระหว่างกลางแคว ้นยูเดียจงออกไป ผู ้ทีอ ่ ยูใ่ นประเทศต่างๆ อย่าให ้เข ้ามาในประเทศนัน ้ 22 เพราะเวลานีจ ้ ะเป็ นวันแห่งการแก ้แค ้น เพือ ่ ว่าทุกสิง่ ที่ เขียนไว ้จะสําเร็จเป็ นจริง 23 แต่ในวันเหล่านัน ้ วิบต ั แ ิ ก่หญิงทีม ่ ค ี รรภ์และผู ้ทีใ่ ห ้นมลูก เพราะว่าจะมีความทุกข์ยากใหญ่หลวงในแผ่นดิน และจะมี พระพิโรธแก่ชนชาติเหล่านี้ 24 และพวกเขาจะล ้มลงด ้วยคมดาบ และจะถูกนํ าไปเป็ น เชลยไปทั่วทุกประเทศ และกรุงเยรูซาเล็มจะถูกเหยียบยํา่ โดยชาวต่างชาติ จนกว่าเวลากําหนดสําหรับคนต่างชาติจะ สําเร็จ 25 และจะมีหมายสําคัญในดวงอาทิตย์ และในดวงจันทร์ และในดวงดาว และจะมีความทุกข์ร ้อนของประชาชาติตา่ งๆ บนโลกด ้วยความฉงนสนเท่ห ์ ทะเลและคลืน ่ คําราม 26 ใจมนุษย์จะหวาดกลัวและกังวลถึงเหตุการณ์ทจ ี่ ะเกิดขึน ้ บนแผ่นดินโลก เพราะว่าพลังอํานาจแห่งสวรรค์จะ ่ สะเทือน สัน
บทที่ 21 1 แล ้วพระองค์ทอดพระเนตรเห็นคนมั่งมีนําเงินบริจาคของ ตนใส่ในตู ้พระคลัง 2 และพระองค์ทอดพระเนตรเห็นหญิงม่ายยากจนคนหนึง่ เอา เหรียญสองเหรียญโปรยลงดิน 60
พระวรสารนั กบุญลูกา
27 เมือ ่ นัน ้ พวกเขาจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาในเมฆด ้วยฤทธิ์ เดชและพระสิรริ งุ่ โรจน์เป็ นอันมาก 28 เมือ ่ สิง่ เหล่านีเ้ ริม ่ เกิดขึน ้ จงมองขึน ้ และผงกศีรษะขึน ้ เพราะการไถ่ของคุณใกล ้เข ้ามาแล ้ว 29 พระองค์ตรัสเป็ นคําอุปมาแก่เขาว่า " จงดูต ้นมะเดือ ่ และ ต ้นไม ้ทุกต ้น" 30 เมือ ่ มันงอกออกมาตอนนี้ ท่านทัง้ หลายก็เห็นและรู ้ด ้วย ตนเองว่าฤดูร ้อนใกล ้จะมาถึงแล ้ว 31 ฉะนัน ้ เมือ ่ ท่านทัง้ หลายเห็นเหตุการณ์เหล่านัน ้ เกิดขึน ้ ก็ จงรู ้ว่าอาณาจักรของพระเจ ้าใกล ้จะมาถึงแล ้ว 32 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ชัว่ อายุคนนีจ ้ ะไม่ลว่ งไป ่ จนกว่าทุกสิงจะสําเร็จ ้ ไป แต่ถ ้อยคําของเราจะไม่สญ ้ ไป 33 ฟ้ าและดินจะสูญสิน ู สิน 34 ท่านทัง้ หลายจงระวังตัวเองไว ้ อย่าให ้จิตใจหมกมุน ่ อยูก ่ บ ั การกินดืม ่ มากเกินไป และการคิดวิตกกังวลกับเรือ ่ งของชีวต ิ นีจ ้ นเกินควร แล ้ววันนัน ้ จะมาถึงท่านโดยไม่รู ้ตัว 35 เพราะว่ามันจะมาเหมือนบ่วงดักคนทัง้ ปวงทีอ ่ าศัยอยูบ ่ น ้ พืน ้ แผ่นดินทัง้ สิน 36 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงเฝ้ าระวังและอธิษฐานอยูเ่ สมอ ิ ธิทจ เพือ ่ พวกท่านจะได ้รับการนับว่ามีสท ี่ ะหนีเหตุการณ์ ทัง้ หมดทีจ ่ ะเกิดขึน ้ และยืนอยูต ่ อ ่ หน ้าบุตรมนุษย์ได ้ 37ในเวลากลางวันพระองค์ทรงสัง่ สอนอยูใ่ นพระวิหาร และ ในเวลากลางคืนพระองค์ทรงออกไปประทับบนภูเขาที่ เรียกว่าภูเขามะกอก 38 และคนทัง้ หลายก็มาหาพระองค์ทพ ี่ ระวิหารแต่เช ้าเพือ ่ ฟั ง พระองค์
15 และพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ข ้าพเจ ้าปรารถนาอย่าง ยิง่ ทีจ ่ ะกินปั สกาครัง้ นีก ้ บ ั พวกท่าน ก่อนทีข ่ ้าพเจ ้าจะทนทุกข์ ทรมาน 16 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า เราจะไม่กน ิ ผลไม ้นัน ้ อีก ต่อไป จนกว่าผลไม ้นัน ้ จะสําเร็จในอาณาจักรของพระเจ ้า” 17 แล ้วพระองค์ทรงรับถ ้วย ทรงขอบพระคุณ และตรัสว่า “ จงรับถ ้วยนีไ้ ปแบ่งกันกิน” 18 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า เราจะไม่ดม ื่ นํ้ าองุน ่ อีก ต่อไป จนกว่าอาณาจักรของพระเจ ้าจะมา” 19 แล ้วพระองค์ทรงรับขนมปั งและทรงขอบพระคุณ แล ้วทรง หักส่งให ้แก่พวกเขาโดยตรัสว่า “ นีค ่ อ ื กายของเรา ซึง่ ได ้ ประทานเพือ ่ พวกท่าน จงทําอย่างนีเ้ พือ ่ ระลึกถึงเรา” 20 ในทํานองเดียวกัน พระองค์ก็ทรงยกถ ้วยขึน ้ หลังอาหาร โดยตรัสว่า “ ถ ้วยนีเ้ ป็ นพันธสัญญาใหม่ในโลหิตของเรา ซึง่ หลัง่ เพือ ่ พวกท่าน” 21 แต่ดเู ถิด มือของผู ้ทีท ่ รยศฉั นก็อยูก ่ บ ั ฉั นบนโต๊ะ 22 และแท ้จริงบุตรมนุษย์ก็จะเสด็จไปตามทีไ่ ด ้ทรงกําหนดไว ้ แต่วบ ิ ต ั แ ิ ก่คนผู ้นัน ้ ทีท ่ รยศพระองค์! 23พวกเขาจึงเริม ่ ถามกันเองว่าใครเป็ นคนควรทําสิง่ นี้ 24 มีการโต ้เถียงกันระหว่างพวกเขาว่าใครควรนับว่าใหญ่ ทีส ่ ด ุ 25 และพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า กษั ตริยข ์ องชนต่างชาติ ย่อมใช ้อํานาจเหนือพวกเขา และผู ้ทีใ่ ช ้สิทธิอํานาจเหนือ พวกเขา เรียกว่า ผู ้ทําคุณประโยชน์ 26 แต่พวกท่านจะไม่เป็ นเช่นนัน ้ เลย ผู ้ใดเป็ นใหญ่ทส ี่ ด ุ ใน พวกท่าน ให ้เป็ นเหมือนผู ้เยาว์ และผู ้ใดเป็ นหัวหน ้า ให ้เป็ น เหมือนผู ้ทีร่ ับใช ้ 27 เพราะว่าผู ้ทีน ่ ั่งรับประทานอาหารหรือผู ้รับใช ้ ผู ้ทีน ่ ั่ง รับประทานอาหารมิใช่หรือ แต่ข ้าพเจ ้าอยูท ่ า่ มกลางพวกท่าน เหมือนกับผู ้รับใช ้ 28 พวกท่านเป็ นผู ้ทีไ่ ด ้ร่วมอยูก ่ บ ั เราในยามทีเ่ ราถูกทดลอง 29 และเราจะกําหนดอาณาจักรให ้แก่ทา่ น เหมือนอย่างทีพ ่ ระ บิดาของเราได ้กําหนดให ้แก่เรา 30 เพือ ่ ท่านทัง้ หลายจะได ้กินและดืม ่ ทีโ่ ต๊ะของเราใน อาณาจักรของเรา และจะนั่งบนบัลลังก์พพ ิ ากษาเผ่าทัง้ สิบ สองของอิสราเอล 31 และองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าตรัสว่า " ซีโมน ซีโมน ดูเถิด ซาตานได ้ปรารถนาจะได ้ตัวเจ ้ามา เพือ ่ จะร่อนเจ ้าเหมือนร่อน ข ้าวสาลี ่ ของท่านจะไม่ 32 แต่เราได ้อธิษฐานเผือ ่ ท่านว่าความเชือ ล ้มเหลว และเมือ ่ ท่านกลับใจแล ้ว จงเสริมกําลังพีน ่ ้องของ ท่าน 33 แล ้วท่านได ้กล่าวแก่พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้า พร ้อมทีจ ่ ะไปกับพระองค์ ทัง้ ในคุกและในความตาย” 34 และพระองค์ตรัสว่า เราบอกเจ ้า เปโตร ว่าวันนีไ้ ก่จะไม่ขน ั ก่อนทีเ่ จ ้าจะปฏิเสธว่าไม่รู ้จักเราถึงสามครัง้ 35 และท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า “ เมือ ่ เราส่งท่านไปโดยไม่ม ี ถุงเงิน กระเป๋ า และรองเท ้า ท่านขาดสิง่ ใดหรือ?” พวกเขา ตอบว่า “ไม่มอ ี ะไร” 36 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " แต่บด ั นี้ ผู ้ใดมีถงุ เงินก็ ให ้เอาไป และให ้เอาย่ามไปด ้วย และผู ้ทีไ่ ม่มด ี าบก็ให ้ขาย ้ คลุมของตนแล ้วซือ ้ ดาบ" เสือ 37 เพราะว่าเราบอกท่านทัง้ หลายว่า เรือ ่ งทีเ่ ขียนไว ้เกีย ่ วกับ เรานัน ้ จะต ้องเกิดขึน ้ อีก ซึง่ ว่า ‘ท่านถูกนับไว ้ในบรรดาคน ้ สุดลงแล ้ว ล่วงละเมิด’ เพราะว่าเรือ ่ งทีเ่ กีย ่ วกับเราจะสิน 38 พวกเขาจึงกล่าวว่า “ท่านเจ ้าข ้า นีแ ่ น่ะ มีดาบสองเล่ม” และพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ พอแล ้ว” 39 แล ้วพระองค์เสด็จออกไปทีภ ่ เู ขามะกอกเทศตามเคย และ เหล่าสาวกของพระองค์ก็ตด ิ ตามพระองค์ไปด ้วย
บทที่ 22 ้ ซึง่ เรียกว่าปั สกาใกล ้จะ 1 บัดนี้ เทศกาลกินขนมปั งไร ้เชือ มาถึงแล ้ว 2 พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็หาทางทีจ ่ ะฆ่า พระองค์ให ้ได ้ เพราะพวกเขากลัวประชาชน 3 แล ้วซาตานเข ้าดลใจยูดาสทีเ่ รียกว่าอิสคาริโอท ซึง่ เป็ นคน ในกลุม ่ สิบสองคน 4 แล ้วท่านก็ไปปรึกษากับพวกหัวหน ้าปุโรหิตและนายทหาร ว่า จะมอบพระองค์ให ้พวกเขาได ้อย่างไร 5 พวกเขาดีใจและตกลงทีจ ่ ะให ้เงินแก่เขา 6 และท่านได ้สัญญาและหาโอกาสทีจ ่ ะมอบพระองค์ให ้แก่ พวกเขาเมือ ่ ไม่มฝ ี งู ชนอยู่ ้ ซึง่ จะต ้องฆ่าปั สกา 7 ครัน ้ ถึงวันฉลองขนมปั งไร ้เชือ 8 แล ้วพระองค์จงึ ทรงใช ้เปโตรกับยอห์นไปตรัสว่า จงไป เตรียมปั สกาให ้พวกเรากินเถิด 9 พวกเขาจึงถามท่านว่า “ท่านต ้องการให ้เราจัดเตรียมที่ ไหน?” 10 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เมือ ่ ท่านทัง้ หลายเข ้าไปใน เมืองแล ้ว จะมีชายคนหนึง่ มาพบท่าน ถือเหยือกนํ้ า จงตาม เขาเข ้าไปในบ ้านทีเ่ ขาจะเข ้าไป” 11 และเจ ้าทัง้ หลายจงพูดกับเจ ้าของบ ้านว่า พระอาจารย์ตรัส แก่เจ ้าว่า ห ้องรับรองแขกทีเ่ ราจะกินปั สกาพร ้อมกับเหล่า สาวกของเราอยูท ่ ไี่ หน? ้ บนใหญ่ทต 12 และท่านจะชีใ้ ห ้ท่านเห็นห ้องชัน ี่ กแต่งไว ้แล ้ว จงจัดเตรียมไว ้ทีน ่ ั่น 13 แล ้วพวกเขาไปและพบเหมือนทีพ ่ ระองค์ตรัสแก่พวกเขา แล ้วพวกเขาก็จัดเตรียมปั สกาไว ้ 14 เมือ ่ ถึงเวลา พระองค์ประทับนั่งพร ้อมกับอัครสาวกทัง้ สิบ สองคน
61
พระวรสารนั กบุญลูกา
40 เมือ ่ พระองค์มาถึงทีแ ่ ห่งนัน ้ แล ้ว พระองค์ตรัสแก่เขาว่า จง อธิษฐานเพือ ่ ว่าพวกท่านจะไม่ถก ู ทดลอง 41 แล ้วพระองค์ก็ถอยห่างจากพวกเขาไปประมาณระยะหินที่ ขว ้างไว ้ แล ้วทรงคุกเข่าลงอธิษฐาน 42 กล่าวว่า “ พระบิดา ถ ้าพระองค์ทรงพอพระทัย ขอให ้ถ ้วย นีเ้ ลือ ่ นพ ้นจากข ้าพระองค์ไปเถิด แต่อย่างไรก็ด ี อย่าให ้ เป็ นไปตามพระทัยของข ้าพระองค์ แต่ให ้เป็ นไปตามพระทัย ของพระองค์เถิด” 43 และมีทต ู สวรรค์ปรากฏแก่เขาจากสวรรค์เพือ ่ ให ้กําลังใจ เขา 44 และเมือ ่ พระองค์มค ี วามทุกข์ทรมานยิง่ นัก พระองค์ก็ทรง อธิษฐานด ้วยใจจริง เหงือ ่ ของพระองค์เป็ นเหมือนหยดเลือด ่ น ขนาดใหญ่ทไี่ หลหยดลงสูพ ื้ ดิน 45 เมือ ่ พระองค์ทรงลุกขึน ้ จากการอธิษฐาน และเสด็จมาหา บรรดาสาวก พระองค์ก็ทรงพบพวกเขานอนหลับอยูด ่ ้วย ความโศกเศร ้า 46 และตรัสแก่เขา ว่า เหตุไฉนพวกท่านจึงนอนหลับ จงลุก ขึน ้ อธิษฐานเพือ ่ จะได ้ไม่ตกในความทดลอง 47 ขณะทีพ ่ ระองค์ยังตรัสอยู่ ก็มค ี นเป็ นอันมาก และผู ้ทีเ่ รียก กันว่า ยูดาส ซึง่ เป็ นคนหนึง่ ในสาวกสิบสองคน เดินไป ข ้างหน ้าพวกเขา และเข ้ามาใกล ้พระเยซูเพือ ่ จูบพระองค์ 48 แต่พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ยูดาส เจ ้าทรยศบุตรมนุษย์ ด ้วยการจูบหรือ?” 49 เมือ ่ คนทัง้ หลายทีอ ่ ยูร่ อบพระองค์เห็นว่าเหตุการณ์จะเกิด ตามมา ก็ทล ู พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า เราจะฟั นด ้วยดาบ หรือ?” 50 และคนหนึง่ ในพวกเขาได ้ฟั นคนรับใช ้ของมหาปุโรหิต ตัด หูขวาของเขาขาด 51 พระเยซูจงึ ตอบว่า “ จงทนทุกข์เพียงเท่านี”้ แล ้วพระองค์ ทรงแตะหูของเขาและรักษาเขาให ้หาย 52 แล ้วพระเยซูตรัสแก่พวกหัวหน ้าปุโรหิต นายทหารรักษา พระวิหาร และพวกผู ้เฒ่าทีม ่ าหาพระองค์วา่ “ พวกเจ ้าจง ออกไปสู ้กับโจรโดยถือดาบและกระบองเหมือนอย่างเคย หรือ?” 53 เมือ ่ เราอยูก ่ บ ั พวกท่านในวิหารทุกวัน พวกท่านก็ไม่ได ้ยืน ่ มือออกมาจับเราเลย แต่เป็ นเวลาของพวกท่านและเป็ น อํานาจของความมืด 54 แล ้วพวกเขาจึงนํ าพระองค์เข ้าไปในบ ้านของมหาปุโรหิต และเปโตรก็ตด ิ ตามไปห่างๆ 55 เมือ ่ พวกเขาก่อไฟขึน ้ กลางห ้องโถง และนั่งลงด ้วยกันแล ้ว เปโตรก็นั่งลงท่ามกลางพวกเขา 56 แต่มส ี าวใช ้คนหนึง่ เห็นเขานั่งอยูใ่ กล ้ไฟ จึงมองดูเขาด ้วย ความสงสัยแล ้วพูดว่า “ชายคนนีอ ้ ยูก ่ บ ั เขาด ้วย” 57 แต่เจ ้านายปฏิเสธเขาว่า “หญิงเอ๋ย ข ้าไม่รู ้จักเขา” 58 ครัน ้ แล ้วสักครูห ่ นึง่ มีอก ี คนหนึง่ เห็นเขา จึงพูดว่า เจ ้าก็ เป็ นพวกนัน ้ ด ้วย เปโตรจึงกล่าวว่า "ท่านเอ๋ย ข ้าพเจ ้าไม่ใช่" 59 เมือ ่ ผ่านไปประมาณหนึง่ ชัว่ โมง มีอก ี คนหนึง่ ยืนยันอย่าง มั่นใจว่า “จริงอยู่ คนคนนีก ้ ็ได ้อยูก ่ บ ั เขาด ้วย เพราะเขาเป็ น ชาวกาลิล”ี 60 เปโตรจึงกล่าวว่า “ท่านชาย ฉั นไม่รู ้ว่าท่านพูดอะไร” และ ทันทีทเี่ ปโตรยังพูดอยู่ ไก่ก็ขน ั 61 และองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าหันมามองเปโตร เปโตรก็ระลึกถึง พระดํารัสของพระเจ ้าทีต ่ รัสกับเขาว่า “ ก่อนไก่ขน ั เจ ้าจะ ปฏิเสธเราสามครัง้ ” 62 แล ้วเปโตรก็ออกไปร ้องไห ้ด ้วยความขมขืน ่ 63 และคนทัง้ หลายทีจ ่ ับกุมพระเยซูก็เยาะเย ้ยและตีพระองค์ 64 และเมือ ่ พวกเขาเอาผ ้าปิ ดตาพระองค์แล ้ว พวกเขาก็ตบ หน ้าพระองค์ และถามพระองค์วา่ จงพยากรณ์วา่ ใครทีต ่ บ เจ ้า?”
65 พวกเขายังพูดจาหมิน ่ ประมาทพระองค์อก ี มากมาย 66 พอรุง่ เช ้า พวกผู ้อาวุโสของประชาชน พวกหัวหน ้าปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์ก็มาประชุมกัน และนํ าพระองค์เข ้าไปใน สภาของพวกเขา แล ้วพูดว่า 67 ท่านเป็ นพระคริสต์หรือ? บอกเรามาเถิด” แล ้วพระองค์ตรัส ่ ” แก่พวกเขาว่า “ ถ ้าเราบอกพวกท่าน พวกท่านก็จะไม่เชือ 68 และถ ้าเราถามท่าน ท่านก็ไม่ตอบเรา และก็ไม่ปล่อยเรา ไปด ้วย 69 ต่อไปนีบ ้ ต ุ รมนุษย์จะประทับทางขวามือของผู ้ทรงฤทธานุ ภาพของพระเจ ้า 70 แล ้วพวกเขาทัง้ หมดก็พด ู ว่า “ท่านเป็ นบุตรของพระเจ ้าใช่ ไหม” พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ ท่านทัง้ หลายพูดว่าเรา เป็ น” 71 พวกเขาจึงกล่าวว่า เราจะต ้องการพยานอะไรอีกเล่า เพราะพวกเราเองก็ได ้ยินจากปากของเขาเอง บทที่ 23 1 และฝูงชนทัง้ หมดก็ลก ุ ขึน ้ พาพระองค์ไปหาปิ ลาต 2 พวกเขาจึงเริม ่ กล่าวโทษเขาว่า พวกเราพบว่าคนนีก ้ ําลัง บิดเบือนประชาชาติ และห ้ามไม่ให ้ส่งเครือ ่ งบรรณาการให ้แก่ ซีซาร์ และยังกล่าวอีกว่าเขาคือพระคริสต์ผู ้เป็ นกษั ตริย ์ 3 ปิ ลาตจึงถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิวใช่ ไหม” ปิ ลาตจึงตอบเขาว่า “ ท่านพูดเองนะ” 4 แล ้วปิ ลาตจึงกล่าวแก่พวกหัวหน ้าปุโรหิตและประชาชนว่า “ฉั นไม่เห็นว่ามีความผิดในตัวคนนีเ้ ลย” 5 พวกเขายิง่ ดุร ้ายมากขึน ้ โดยกล่าวว่า “เขาปลุกปั่ น ประชาชน โดยสัง่ สอนตลอดทั่วพวกยิว ตัง้ แต่แคว ้นกาลิล ี จนกระทั่งทีน ่ ”ี่ 6 เมือ ่ ปี ลาตได ้ยินถึงแคว ้นกาลิล ี จึงถามว่า ชายคนนัน ้ เป็ น ชาวกาลิลห ี รือไม่ 7 เมือ ่ ทรงทราบว่าพระองค์อยูใ่ นเขตอํานาจของเฮโรด พระองค์จงึ ทรงส่งพระองค์ไปหาเฮโรดซึง่ ขณะนัน ้ อยูท ่ ก ี่ รุง เยรูซาเล็มด ้วย 8 เมือ ่ เฮโรดเห็นพระเยซูก็มค ี วามยินดีเป็ นอย่างยิง่ เพราะเขา ปรารถนาทีจ ่ ะเห็นพระองค์มานานแล ้ว เนือ ่ งจากได ้ยิน เรือ ่ งราวต่างๆ มากมายเกีย ่ วกับพระองค์ และเขาหวังว่าจะได ้ เห็นการอัศจรรย์บางอย่างทีพ ่ ระองค์ทํา 9 แล ้วท่านก็ได ้ซักถามพระองค์เป็ นหลายคํา แต่พระองค์มไิ ด ้ ทรงตอบเขาเลย 10 พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็ยน ื ขึน ้ กล่าวโทษพระองค์อย่างรุนแรง 11 แล ้วเฮโรดกับพวกทหารของตนก็ดห ู มิน ่ พระเยซู และ ้ คลุมงดงาม แล ้วส่ง ล ้อเลียนพระองค์ และให ้พระองค์สวมเสือ พระองค์กลับไปหาปี ลาตอีกครัง้ 12 ในวันนัน ้ ปิ ลาตกับเฮโรดได ้เป็ นเพือ ่ นกัน เพราะแต่กอ ่ น พวกเขายังเป็ นศัตรูกน ั 13 และปิ ลาตเมือ ่ ได ้เรียกพวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวก ผู ้ปกครองและประชาชนมาประชุมกัน 14 จึงตรัสแก่พวกเขาว่า พวกท่านนํ าคนนีม ้ าหาข ้าพเจ ้าใน ฐานะผู ้บิดเบือนประชาชน และดูเถิด ข ้าพเจ ้าได ้สอบสวนต่อ หน ้าพวกท่านแล ้ว และไม่พบว่าคนนีม ้ ค ี วามผิดแต่อย่างใด ในเรือ ่ งทีท ่ า่ นกล่าวโทษเขา 15 “ไม่เลย และเฮโรดก็ยังไม่ยอมด ้วย เพราะว่าเราส่งท่าน ไปหาเขา และดูเถิด ไม่มผ ี ู ้ใดกระทําการใดทีส ่ มควรต ้องตาย แก่เขาเลย” 16 เพราะฉะนัน ้ เราจะลงโทษเขาแล ้วก็ปล่อยเขาไป 17 (เพราะจําเป็ นต ้องปล่อยคนหนึง่ ให ้พวกเขาในงานเลีย ้ ง)
62
พระวรสารนั กบุญลูกา
18 พวกเขาร ้องตะโกนทันทีวา่ จงเอาคนนีไ้ ป และปล่อยบา รับบัสมาให ้พวกเรา 19 (ซึง่ ถูกจําคุกเพราะก่อความวุน ่ วายในเมืองและฆ่าคน) 20 ปิ ลาตต ้องการจะปล่อยพระเยซูจงึ พูดกับพวกเขาอีกครัง้ หนึง่ 21แต่พวกเขาร ้องตะโกนว่า ตรึงเขาไว ้ทีก ่ างเขน ตรึงเขาไว ้ที่ กางเขน 22 และท่านได ้ถามพวกเขาเป็ นครัง้ ทีส ่ ามว่า “ทําไม เขาทํา ชัว่ อะไร เราไม่พบสาเหตุแห่งความตายในตัวเขา ดังนัน ้ เรา จะลงโทษเขาและปล่อยเขาไป” 23 พวกเขาร ้องเสียงดังทันทีเพือ ่ สัง่ ให ้ตรึงพระองค์บนไม ้ กางเขน และเสียงของพวกเขาและของพวกหัวหน ้าปุโรหิตก็ ดังมาก 24 แล ้วปิ ลาตก็ตด ั สินให ้เป็ นไปตามทีเ่ ขาเรียกร ้อง 25 แล ้วท่านก็ปล่อยผู ้ทีพ ่ วกเขาปรารถนาให ้ติดคุกเพราะก่อ กบฏและฆ่าคน แต่ทา่ นได ้มอบพระเยซูให ้พวกเขาตามใจ ชอบ 26 เมือ ่ จะนํ าพระองค์ไป พวกเขาได ้จับคนคนหนึง่ ซึง่ เป็ นชาว ไซรีนทีม ่ าจากชนบท แล ้ววางไม ้กางเขนบนเขาเพือ ่ ให ้เขา แบกตามพระเยซูไป 27 และมีผู ้คนมากมายติดตามพระองค์ไป พร ้อมทัง้ ผู ้หญิง ซึง่ ครํ่าครวญและครํ่าครวญต่อพระองค์ด ้วย 28 แต่พระเยซูหันพระพักตร์มาหาพวกเขาและตรัสว่า " ธิดา แห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย อย่าร ้องไห ้เพือ ่ ฉั นเลย แต่จงร ้องไห ้เพือ ่ ตนเองและเพือ ่ ลูกๆ ของพวกท่านเถิด 29 เพราะดูเถิด วันนัน ้ จะมาถึง เมือ ่ เขาจะพูดว่า ผู ้ทีค ่ ลอด บุตรเป็ นหมัน และครรภ์ทไี่ ม่เคยให ้กําเนิด และทารกทีไ่ ม่เคย ให ้นมนัน ้ เป็ นสุข 30 แล ้วพวกเขาจะเริม ่ พูดกับภูเขาว่า ล ้มทับเรา และพูดกับ เนินเขาว่า จงปกคลุมเราไว ้ 31 เพราะถ ้าเขาทําสิง่ เหล่านีบ ้ นต ้นไม ้ทีย ่ ังเขียวอยู่ จะทํา อย่างไรได ้เมือ ่ อยูใ่ นต ้นไม ้ทีแ ่ ห ้งแล ้ง? 32 และยังมีคนร ้ายอีกสองคนซึง่ ถูกนํ าตัวไปประหารชีวต ิ พร ้อมกับพระองค์ด ้วย 33 เมือ ่ มาถึงสถานทีท ่ เี่ รียกว่าเนินเขาคาล์วารี พวกเขาก็ตรึง พระองค์ทน ี่ ั่น พร ้อมกับผู ้ร ้ายทัง้ สองคนนัน ้ คนหนึง่ อยู่ ทางขวา อีกคนหนึง่ อยูท ่ างซ ้าย 34 จากนัน ้ พระเยซูจงึ ตรัสว่า “ พระบิดา โปรดยกโทษให ้พวก เขาเถิด เพราะพวกเขาไม่รู ้ว่าตนกําลังทําอะไร” จากนัน ้ พวก เขาก็นําฉลองพระองค์มาแบ่งกันและจับฉลาก 35 ประชาชนก็ยน ื ดูอยู่ และพวกผู ้ปกครองทีอ ่ ยูด ่ ้วยก็เยาะ เย ้ยพระองค์วา่ “เขาช่วยคนอืน ่ ได ้ ถ ้าเขาเป็ นพระคริสต์ทพ ี่ ระ เจ ้าทรงเลือกไว ้ ก็ให ้เขาช่วยตัวเองเถอะ” 36 พวกทหารก็เยาะเย ้ยพระองค์ โดยเข ้ามาหาพระองค์แล ้ว เอานํ้ าส ้มสายชูมาให ้ 37 และตรัสว่า ถ ้าท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องพวกยิว จงช่วยตัวเอง เถิด 38 และมีจารึกเหนือพระองค์ด ้วยอักษรกรีก ละติน และฮีบรู ว่า "ผู ้นีเ้ ป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิว" 39 และผู ้ร ้ายคนหนึง่ ทีถ ่ ก ู แขวนคอก็ดา่ ว่าพระองค์วา่ “ถ ้า ท่านเป็ นพระคริสต์ จงช่วยตนเองและเราด ้วย” 40 แต่คนอีกกลุม ่ หนึง่ ตอบเขาว่า “เจ ้าไม่กลัวพระเจ ้าหรือ เพราะเจ ้าก็ถก ู ลงโทษเช่นเดียวกัน” 41 และเราก็ได ้รับความยุตธิ รรม เพราะเราได ้รับผลตอบ แทนทีส ่ มควรสําหรับการกระทําของเรา แต่ชายผู ้นีไ้ ม่ได ้ทํา อะไรผิดเลย 42 แล ้วเขากล่าวแก่พระเยซูวา่ "พระองค์เจ ้าข ้า เมือ ่ พระองค์ ่ าณาจักรของพระองค์ โปรดทรงระลึกถึงข ้า เสด็จเข ้าสูอ พระองค์ด ้วย"
43 พระเยซูตรัสกับเขาว่า " เราบอกความจริงแก่เจ ้าว่า วันนี้ เจ ้าจะอยูก ่ บ ั เราในเมืองสวรรค์" 44 และเวลานัน ้ เป็ นเวลาประมาณบ่ายสามโมง ก็เกิดความมืด ทั่วแผ่นดินจนถึงบ่ายสามโมง 45 และดวงอาทิตย์ก็มด ื ลง และม่านในพระวิหารก็ฉก ี ขาดตรง กลาง 46 และเมือ ่ พระเยซูทรงร ้องเสียงดังแล ้ว พระองค์ตรัสว่า “ พระบิดา ข ้าพระองค์ขอฝากจิตวิญญาณของข ้าพระองค์ไว ้ ในพระหัตถ์ของพระองค์” และเมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็ ้ พระชนม์ สิน 47 เมือ ่ นายร ้อยเห็นเหตุการณ์ทเี่ กิดขึน ้ ก็สรรเสริญพระเจ ้า โดยกล่าวว่า “คนนีเ้ ป็ นคนชอบธรรมจริงๆ” 48 และคนทัง้ หมดทีม ่ าร่วมกันเพือ ่ เห็นเหตุการณ์นัน ้ ต่างก็ ตบหน ้าอกของตนแล ้วกลับไป 49 บรรดาคนรู ้จักของพระองค์และพวกผู ้หญิงทีต ่ ด ิ ตาม พระองค์จากแคว ้นกาลิลก ี ็ยน ื อยูห ่ า่ งๆ เพือ ่ ดูเหตุการณ์เหล่านี้ ่ โยเซฟ เป็ นทีป 50 ดูเถิด มีชายคนหนึง่ ชือ ่ รึกษา เขาเป็ นคนดี และชอบธรรม 51 (คนผู ้นัน ้ ไม่ยน ิ ยอมตามคําขอร ้องและการกระทําของพวก เขา) เขามาจากอาริมาเธีย ซึง่ เป็ นเมืองของชาวยิว และเขา ยังรอคอยอาณาจักรของพระเจ ้าด ้วย 52 ชายคนนีไ้ ปหาปิ ลาต และขอทานพระศพพระเยซู 53 แล ้วท่านนํ าศพนัน ้ ลงมา แล ้วห่อด ้วยผ ้าลินน ิ แล ้วฝั งไว ้ใน อุโมงค์ฝังศพทีเ่ จาะไว ้ในหิน ซึง่ ก่อนนีย ้ ังไม่เคยมีใครฝั งศพ มนุษย์ไว ้เลย 54 และวันนัน ้ เป็ นวันจัดเตรียม และวันสะบาโตก็ใกล ้เข ้ามา 55 และสตรีทม ี่ ากับพระองค์จากแคว ้นกาลิลก ี ็ตามไปและเห็น อุโมงค์ฝังศพ และเห็นว่าพระศพของพระองค์ถก ู วางไว ้ อย่างไร 56 แล ้วพวกเขาก็กลับไปเตรียมเครือ ่ งเทศและนํ้ ามันหอม และพักวันสะบาโตตามพระบัญญัต ิ บทที่ 24 1 ครัน ้ ถึงเช ้าตรูใ่ นวันแรกของสัปดาห์ พวกเขาก็ไปทีอ ่ โุ มงค์ ฝั งศพ นํ าเครือ ่ งหอมทีเ่ ตรียมไว ้ไปด ้วย และมีคนอืน ่ ๆ อีก บางคนไปด ้วย 2 และพบก ้อนหินถูกกลิง้ ออกจากหลุมฝั งศพแล ้ว 3 และเมือ ่ เข ้าไปก็ไม่พบพระศพพระเยซูเจ ้า 4 ครัน ้ พวกเขากําลังสับสนอยูม ่ าก ก็มช ี ายสองคนยืนอยูใ่ กล ้ ้ พวกเขา สวมเสือผ ้าแวววาว 5 เมือ ่ พวกเขากลัวและก ้มหน ้าลงถึงพืน ้ ดิน พวกเขาจึงพูดกับ พวกเขาว่า "ทําไมพวกท่านจึงแสวงหาคนเป็ นท่ามกลางคน ตาย?" 6 พระองค์ไม่อยูท ่ น ี่ ี่ แต่ทรงคืนพระชนม์แล ้ว จงระลึกถึงสิง่ ที่ พระองค์ตรัสกับพวกท่านเมือ ่ พระองค์ยังอยูใ่ นแคว ้นกาลิล ี 7 โดยตรัสว่า “บุตรมนุษย์จะต ้องถูกมอบไว ้ในมือของคนบาป และจะต ้องถูกตรึงบนไม ้กางเขน แล ้ววันทีส ่ ามจะกลับคืนชีพ ขึน ้ มาใหม่” 8 และพวกเขาระลึกถึงคําพูดของพระองค์ 9 แล ้วเสด็จกลับมาจากอุโมงค์ฝังศพ และเล่าเรือ ่ งเหตุการณ์ เหล่านัน ้ ทัง้ หมดให ้สาวกสิบเอ็ดคนฟั ง และคนอืน ่ ๆ ทัง้ หมด ฟั งด ้วย 10 มีมารียม ์ ักดาลา โยอันนา มารียม ์ ารดาของยากอบ และ สตรีอน ื่ ๆ ทีอ ่ ยูก ่ บ ั พวกเขา ซึง่ บอกเรือ ่ งเหล่านัน ้ แก่พวกอัคร สาวก 11 และคําพูดของพวกเขาดูเหมือนเป็ นเรือ ่ งเล่าไร ้สาระ และ ่ คําพูดเหล่านัน พวกเขาไม่เชือ ้ 63
พระวรสารนั กบุญลูกา
12 ขณะนัน ้ เปโตรจึงลุกขึน ้ วิง่ ไปทีอ ่ โุ มงค์ฝังศพ ก ้มลงมองดู ผ ้าป่ านทีว่ างอยูโ่ ดดเดีย ่ ว แล ้วจากไป โดยประหลาดใจกับ เหตุการณ์ทเี่ กิดขึน ้ ่ เอ็มมาอูส 13 วันนัน ้ เอง มีคนสองคนไปยังหมูบ ่ ้านหนึง่ ชือ ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มไปประมาณหกสิบสเตอลอง 14 พวกเขาพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ทงั ้ หมดทีเ่ กิดขึน ้ 15 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังพูดคุยและถกเถียงกัน พระเยซูเองก็ เสด็จมาใกล ้และเสด็จไปกับพวกเขา 16 แต่พวกเขามองไม่เห็นว่าตนรู ้จักพระองค์ 17 พระองค์จงึ ตรัสถามเขาว่า “ เมือ ่ พวกท่านเดินไปและเศร ้า โศก พวกท่านพูดคุยกันเรือ ่ งอะไร?” ่ คลีโอปั ส ตอบเขาว่า “ท่านเป็ นเพียง 18 ผู ้หนึง่ ในพวกเขา ชือ คนต่างด ้าวในเยรูซาเล็มเท่านัน ้ หรือ และไม่รู ้เหตุการณ์ท ี่ เกิดขึน ้ ทีน ่ ั่นในวันเวลานี?้ ” 19 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “ เรือ ่ งอะไร” พวกเขาจึงถาม พระองค์วา่ “เกีย ่ วกับพระเยซูแห่งนาซาเร็ธ ซึง่ เป็ นผู ้เผยพระ วจนะทีม ่ ฤ ี ทธิอ ์ ํานาจทัง้ การกระทําและคําพูดต่อหน ้าพระเจ ้า และต่อหน ้าประชาชนทัง้ ปวง” 20 และพวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกผู ้ปกครองของเราได ้มอบ พระองค์ให ้ตัดสินประหารชีวต ิ และตรึงพระองค์ไว ้ทีไ่ ม ้ กางเขน 21 แต่เรามั่นใจว่าพระองค์เป็ นผู ้ทีไ่ ด ้ไถ่อส ิ ราเอล และ นอกเหนือจากนี้ วันนีก ้ ็เป็ นวันทีส ่ ามแล ้วตัง้ แต่เหตุการณ์ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ 22 แม ้สตรีบางคนในพวกของเราก็ทําให ้เราประหลาดใจ เพราะพวกเธอไปถึงอุโมงค์ฝังศพตัง้ แต่เช ้าตรู่ 23เมือ ่ ไม่พบพระศพของพระองค์แล ้ว พวกเขาจึงมาบอกว่า พวกเขาได ้เห็นนิมต ิ จากทูตสวรรค์และบอกว่าพระองค์ยังมี ชีวต ิ อยู่ 24 และบางคนในหมูพ ่ วกเราไปทีอ ่ โุ มงค์ฝังศพ และพบว่า เป็ นอย่างทีผ ่ ู ้หญิงบอก แต่พวกเขาไม่เห็นพระองค์ 25 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า " โอ คนโง่เขลาและมีใจ ่ ทุกสิง่ ทีบ ไม่คล่องแคล่วในการเชือ ่ รรดาผู ้เผยพระวจนะได ้ กล่าวไว ้ 26 พระคริสต์ไม่ควรจะต ้องทนทุกข์ทรมานสิง่ เหล่านี้ และเข ้า ่ วามรุง่ โรจน์ของพระองค์หรือ? สูค 27 แล ้วพระองค์ก็ทรงอธิบายพระคัมภีรถ ์ งึ เรือ ่ งราวทีก ่ ล่าวถึง พระองค์เองให ้พวกเขาฟั งโดยเริม ่ ต ้นตัง้ แต่โมเสสและบรรดา ผู ้เผยพระวจนะทุกคน 28 แล ้วพวกเขาก็มาถึงหมูบ ่ ้านทีพ ่ วกเขาจะไปนัน ้ และเขาทํา เหมือนว่าจะไปไกลกว่านัน ้ 29 พวกเขาจึงบังคับพระองค์วา่ “จงอยูก ่ บ ั พวกเราเถิด เพราะ ใกล ้จะเย็นแล ้วและวันก็ลว่ งไปมากแล ้ว” พระองค์จงึ เสด็จเข ้า ไปพักอยูก ่ บ ั พวกเขา 30 เมือ ่ พระองค์ประทับนั่งรับประทานอาหารกับพวกเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปั งมาถวายพระพร แล ้วหักส่งให ้พวก เขา 31 ตาของพวกเขาก็เปิ ดขึน ้ และพวกเขาก็รู ้จักพระองค์ แล ้ว พระองค์ก็หายไปจากสายตาของพวกเขา 32 พวกเขาจึงพูดกันว่า “ใจของพวกเรามิได ้ร ้อนรุม ่ อยูภ ่ ายใน เมือ ่ พระองค์ตรัสกับเราตามทาง และเมือ ่ พระองค์ทรงอธิบาย พระคัมภีรแ ์ ก่พวกเราไม่ใช่หรือ?” 33ในเวลานัน ้ พวกเขาลุกขึน ้ และกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และพบสาวกสิบเอ็ดคนกําลังชุมนุมกันอยู่ และผู ้ทีอ ่ ยูก ่ บ ั พวก เขา 34 และตรัสว่า พระเจ ้าทรงคืนพระชนม์จริง และทรงปรากฏ แก่ซโี มน 35 พวกเขาจึงเล่าเรือ ่ งต่างๆ ทีเ่ กิดขึน ้ บนทาง และวิธท ี พ ี่ วก เขาจําพระองค์ได ้โดยการหักขนมปั ง
36 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังพูดอย่างนัน ้ พระเยซูเองก็ทรงยืน ท่ามกลางพวกเขาและตรัสกับพวกเขาว่า “ สันติสข ุ จงมีแก่ ท่านทัง้ หลาย” 37 แต่พวกเขากลัวและตกใจกลัว และคิดว่าตนได ้เห็นผี 38 พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า เหตุใดพวกท่านจึงกังวลใจ และเหตุใดความคิดจึงเกิดขึน ้ ในใจของพวกท่าน? 39 จงดูมอ ื และเท ้าของฉั นว่าเป็ นฉั นเอง จงคลําฉั นดูเถิด เพราะว่าวิญญาณไม่มเี นือ ้ และกระดูกดังทีพ ่ วกท่านเห็นว่าฉั น มี 40 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงแสดงพระหัตถ์และพระ บาทให ้เขาเห็น ่ เพราะความยินดีและแปลกใจ 41 เมือ ่ พวกเขายังไม่เชือ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า ทีน ่ ม ี่ อ ี าหารบ ้างไหม? ้ หนึง่ และรังผึง้ ชิน ้ หนึง่ แก่ 42 แล ้วพวกเขาก็ถวายปลานึง่ ชิน พระองค์ 43 แล ้วท่านรับอาหารนัน ้ ไปรับประทานต่อหน ้าพวกเขา 44 แล ้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า ถ ้อยคําเหล่านีท ้ เี่ ราได ้พูด กับพวกท่านเมือ ่ เรายังอยูก ่ บ ั พวกท่านนัน ้ จําเป็ นจะต ้อง สําเร็จทุกสิง่ ทีเ่ ขียนไว ้ในธรรมบัญญัตข ิ องโมเสส ในหนังสือ ผู ้เผยพระวจนะ และในเพลงสดุดเี กีย ่ วกับเรา 45 แล ้วพระองค์ทรงเปิ ดความเข ้าใจของพวกเขาให ้เข ้าใจ พระคัมภีร ์ 46 และตรัสแก่พวกเขาว่า มีเขียนไว ้ดังนีว้ า่ และจําเป็ นทีพ ่ ระ คริสต์จะต ้องทนทุกข์และทรงคืนพระชนม์จากความตายใน วันทีส ่ าม 47 และจะต ้องประกาศเรือ ่ งการกลับใจใหม่และการอภัยบาป ในพระนามของพระองค์ทา่ มกลางบรรดาประชาชาติทงั ้ ปวง เริม ่ ต ้นจากกรุงเยรูซาเล็ม 48 และท่านทัง้ หลายก็เป็ นพยานถึงเรือ ่ งเหล่านัน ้ 49 และดูเถิด เราจะส่งคําสัญญาของพระบิดาของเราไปเหนือ พวกท่าน แต่พวกท่านจงคอยอยูใ่ นเมืองเยรูซาเล็ม จนกว่า พวกท่านจะได ้รับฤทธิเ์ ดชจากบนสูง 50 แล ้วพระองค์ทรงนํ าพวกเขาออกไปจนถึงเบธานี และทรง ยกพระหัตถ์ขน ึ้ และอวยพรพวกเขา 51 และเมือ ่ พระองค์ทรงอวยพรพวกเขา พระองค์ก็ทรงแยก ่ วรรค์ จากพวกเขา และถูกพาขึน ้ สูส 52 แล ้วพวกเขาจึงกราบไหว ้พระองค์แล ้วกลับไปยังกรุง เยรูซาเล็มด ้วยความยินดีอย่างยิง่ 53 และอยูใ่ นพระวิหารตลอดไปสรรเสริญและถวายพระพรแด่ พระเจ ้า สาธุ
64
จอห์น
26 ยอห์นตอบพวกเขาว่า ฉั นให ้บัพติศมาด ้วยนํ้ า แต่มผ ี ู ้หนึง่ ยืนอยูท ่ า่ มกลางพวกท่านซึง่ พวกท่านไม่รู ้จัก ั ดิส 27 พระองค์ผู ้ทีจ ่ ะเสด็จมาภายหลังข ้าพเจ ้า ย่อมมีศก ์ งู กว่า ข ้าพเจ ้า แต่ข ้าพเจ ้าไม่คค ู่ วรแม ้แต่จะแก ้สายรัดรองเท ้าของ พระองค์ 28 สิง่ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ ทีเ่ มืองเบธาบาราฝั่ งตะวันออกของแม่นํ้า จอร์แดน ทีซ ่ งึ่ ยอห์นกําลังให ้บัพติศมา 29 วันรุง่ ขึน ้ ยอห์นเห็นพระเยซูเสด็จมาหาเขา จึงกล่าวว่า “ดู เถิด นีค ่ อ ื ลูกแกะของพระเจ ้า ผู ้ทรงลบล ้างความบาปของ โลก” 30 พระองค์นแ ี้ หละทีข ่ ้าพระองค์ได ้กล่าวว่า ภายหลังข ้า พระองค์จะมีมนุษย์ผู ้หนึง่ เสด็จมาซึง่ จะประเสริฐกว่าข ้า พระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงดํารงอยูก ่ อ ่ นข ้าพระองค์ 31 และฉั นไม่รู ้จักเขา แต่เพือ ่ ให ้เขาปรากฏแก่พวกอิสราเอล ดังนัน ้ ฉั นจึงมาทําบัพติศมาด ้วยนํ้ า 32 และยอห์นได ้ให ้คําพยานว่า ข ้าพเจ ้าเห็นพระวิญญาณ เสด็จลงมาจากสวรรค์เหมือนดังนกพิราบ และสถิตอยูบ ่ น พระองค์ 33แต่ข ้าพเจ ้าไม่รู ้จักพระองค์ แต่พระองค์ทท ี่ รงใช ้ข ้าพเจ ้ามา ให ้บัพติศมาด ้วยนํ้ า พระองค์นัน ้ ได ้ตรัสกับข ้าพเจ ้าว่า "เมือ ่ เจ ้าเห็นพระวิญญาณเสด็จลงมาและสถิตอยูบ ่ นผู ้ใด ผู ้นัน ้ คือ ผู ้ทีใ่ ห ้บัพติศมาด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ"์ 34 และข ้าพเจ ้าได ้เห็นและเป็ นพยานว่า พระองค์นค ี้ อ ื พระ บุตรของพระเจ ้า 35 วันรุง่ ขึน ้ ยอห์นก็ยน ื ขึน ้ อีก พร ้อมกับสาวกของเขาสองคน 36 และเขามองดูพระเยซูขณะทีพ ่ ระองค์ทรงเดินและกล่าวว่า "ดูเถิด ลูกแกะของพระเจ ้า!" 37 เมือ ่ สาวกทัง้ สองได ้ยินพระองค์พด ู เช่นนัน ้ จึงติดตามพระ เยซูไป 38 พระเยซูหันกลับมาเห็นพวกเขาตามมา จึงตรัสถามพวก เขาว่า “ ท่านหาอะไรอยู?่ ” พวกเขาจึงทูลพระองค์วา่ “อาจารย์” (ซึง่ แปลว่า “อาจารย์”) ท่านอยูท ่ ไี่ หน? 39 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ มาดูเถิด” พวกเขาก็ไปเห็นที่ ซึง่ พระองค์ประทับ และได ้พักอยูก ่ บ ั พระองค์ในวันนัน ้ เพราะ เป็ นเวลาประมาณสีโ่ มงเย็น 40 คนหนึง่ ในสองคนทีไ่ ด ้ยินยอห์นพูดและติดตามพระองค์ ไปคืออันดรูว ์ น ้องชายของซีโมนเปโตร 41 ก่อนอืน ่ เขาได ้ไปหาซีโมนพีช ่ ายของตน และบอกเขาว่า “เราพบพระเมสสิยาห์แล ้ว” ซึง่ แปลว่าพระคริสต์ 42 และเขาพาเขามาหาพระเยซู เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตร เห็นเขา พระองค์จงึ ตรัสว่า เจ ้าคือซีโมนบุตรโยนา เจ ้าจะถูก เรียกว่าเคฟาส ซึง่ แปลว่า ก ้อนหิน 43 วันรุง่ ขึน ้ พระเยซูทรงเดินทางไปแคว ้นกาลิล ี และพบฟิ ลป ิ จึงตรัสกับเขาว่า “ จงตามเรามา” 44 ฟิ ลป ิ มาจากเบธไซดา ซึง่ เป็ นเมืองของอันดรูวแ ์ ละเปโตร 45 ฟิ ลป ิ พบนาธานาเอลและบอกเขาว่า “เราได ้พบคนที่ โมเสสเขียนถึงในธรรมบัญญัตแ ิ ละทีบ ่ รรดาผู ้เผยพระวจนะ เขียนถึง คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธ บุตรชายของโยเซฟ” 46 นาธานาเอลจึงถามเขาว่า “จะมีสงิ่ ดีอะไรเกิดขึน ้ จากเมือง นาซาเร็ธได ้เล่า” ฟิ ลป ิ จึงตอบเขาว่า “มาดูเถิด” 47 พระเยซูทอดพระเนตรเห็นนาธานาเอลมาหาพระองค์ จึง ตรัสถึงเขาว่า “ ดูเถิด เขาเป็ นคนอิสราเอลแท ้ และไม่มเี ล่ห ์ เหลีย ่ มใดๆ เลย” 48 นาธานาเอลถามพระองค์วา่ “ท่านรู ้จักเราจากทีใ่ ด” พระ เยซูตรัสตอบเขาว่า “ ก่อนทีฟ ่ ิ ลป ิ จะเรียกท่าน เมือ ่ ท่านอยูใ่ ต ้ ต ้นมะเดือ ่ เราเห็นท่าน” 49 นาธานาเอลตอบพระองค์วา่ “อาจารย์ ท่านเป็ นพระบุตร ของพระเจ ้า ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องอิสราเอล”
บทที่ 1 1 ในปฐมกาลพระวจนะนัน ้ ทรงมีอยู่ และพระวจนะนัน ้ ทรงอยู่ กับพระเจ ้า และพระวจนะนัน ้ เป็ นพระเจ ้า 2 พระองค์นัน ้ ทรงอยูก ่ บ ั พระเจ ้าในตอนเริม ่ ต ้น ั สิง่ เดียวที่ 3 สรรพสิง่ ล ้วนสร ้างขึน ้ โดยพระองค์ และไม่มส ี ก สร ้างขึน ้ โดยปราศจากพระองค์ 4 ในพระองค์มช ี วี ต ิ และชีวต ิ นัน ้ เป็ นความสว่างของมนุษย์ 5 และความสว่างส่องอยูใ่ นความมืด และความมืดไม่เข ้าใจ ความสว่างนัน ้ ่ โยฮัน 6 มีชายคนหนึง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรงส่งมา ชือ 7 ผู ้นีม ้ าเพือ ่ เป็ นพยานเพือ ่ เป็ นพยานถึงความสว่าง เพือ ่ ให ้คน ่ ผ่านทางเขา ทัง้ ปวงเชือ 8 เขาไม่ใช่ความสว่างนัน ้ แต่ถก ู ส่งมาเพือ ่ เป็ นพยานถึงความ สว่างนัน ้ 9 นั่นคือความสว่างแท ้ ซึง่ ส่องสว่างแก่ทก ุ คนทีเ่ ข ้ามาในโลก 10 พระองค์ทรงอยูใ่ นโลก และโลกถูกสร ้างขึน ้ โดยพระองค์ แต่โลกไม่รู ้จักพระองค์ 11 พระองค์เสด็จมายังพวกของพระองค์ แต่พวกของพระองค์ ไม่รับพระองค์ 12 แต่สว่ นบรรดาผู ้ทีร่ ับพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทาน ่ ในพระนาม อํานาจให ้เป็ นบุตรของพระเจ ้า คือ บรรดาผู ้ทีเ่ ชือ ของพระองค์ 13 ซึง่ เกิดมาไม่ใช่จากโลหิต หรือจากความประสงค์ของเนือ ้ หนัง หรือจากความประสงค์ของมนุษย์ แต่เกิดจากพระเจ ้า 14 และพระวาทะได ้ทรงเป็ นมนุษย์ และทรงอยูท ่ า่ มกลาง พวกเรา (และเราได ้เห็นพระสิรข ิ องพระองค์ คือพระสิรท ิ ี่ เหมือนกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา) เต็มไปด ้วย พระคุณและความจริง 15 ยอห์นได ้เป็ นพยานถึงพระองค์และร ้องว่า บุคคลนีเ้ องที่ ข ้าพระองค์พด ู ถึงว่า พระองค์ทก ี่ ําลังจะเสด็จมาภายหลังข ้า ั ดิส พระองค์ ย่อมมีศก ์ งู กว่าข ้าพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรง มีอยูก ่ อ ่ นข ้าพระองค์ 16 และเราทุกคนก็ได ้รับจากความบริบรู ณ์ของพระองค์ เป็ น พระคุณแทนพระคุณ 17 เพราะว่าธรรมบัญญัตน ิ ัน ้ ประทานมาทางโมเสส แต่ พระคุณและความจริงนัน ้ มาทางพระเยซูคริสต์ 18 ไม่มม ี นุษย์คนใดเคยเห็นพระเจ ้าเลย แต่พระบุตรองค์เดียว ผู ้ทรงสถิตอยูใ่ นอ ้อมอกของพระบิดา พระองค์ทรงสําแดง พระเจ ้าแล ้ว 19 นีแ ่ หละเป็ นบันทึกของยอห์น เมือ ่ พวกยิวส่งปุโรหิตและ พวกเลวีจากเยรูซาเล็มไปถามเขาว่า “ท่านเป็ นใคร” 20 และเขาได ้สารภาพและไม่ปฏิเสธ แต่ได ้สารภาพว่า " ข ้าพเจ ้าไม่ใช่พระคริสต์" 21พวกเขาจึงถามเขาว่า “แล ้วท่านเป็ นเอลียาห์หรือ?” เขา ตอบว่า “ข ้าพเจ ้าไม่ใช่” ท่านเป็ นศาสดาพยากรณ์คนนัน ้ หรือ? เขาก็ตอบว่า “ไม่ใช่” 22 พวกเขาจึงถามท่านว่า “ท่านเป็ นใคร” เพือ ่ เราจะได ้ตอบผู ้ ทีส ่ ง่ เรามา ท่านคิดอย่างไรเกีย ่ วกับตัวท่านเอง? 23ท่านกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าเป็ นเสียงของผู ้ทีร่ ้องในถิน ่ ทุรกันดาร ว่า จงปรับทางสําหรับองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าให ้ตรง ดังทีเ่ อซา ยาห์ผู ้เผยพระวจนะกล่าวไว ้ 24ส่วนคนเหล่านัน ้ ทีถ ่ ก ู ส่งมานัน ้ เป็ นพวกฟาริส ี 25 พวกเขาจึงถามเขาว่า "ถ ้าท่านไม่ใช่พระคริสต์ ไม่ใช่เอลี ยาห์ หรือผู ้เผยพระวจนะผู ้นัน ้ ทําไมท่านจึงทําพิธบ ี พ ั ติศมา?" 65
จอห์น
50 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ เพราะเราบอกเจ ้าว่าเราเห็นเจ ้า ่ อย่างนัน อยูใ่ ต ้ต ้นมะเดือ ่ เจ ้าจึงเชือ ้ หรือ? เจ ้าจะเห็นสิง่ ที่ ยิง่ ใหญ่กว่านีอ ้ ก ี ” 51 และพระองค์ตรัสแก่เขาว่า จริงแท ้แน่นอน เราบอกท่าน ทัง้ หลายว่า ภายหลังนีท ้ า่ นจะได ้เห็นสวรรค์เปิ ดออก และ เหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ ้าขึน ้ และลงอยูเ่ หนือบุตรมนุษย์
23 เมือ ่ พระองค์ประทับอยูท ่ ก ี่ รุงเยรูซาเล็มในวันฉลอง ่ ในพระนามของพระองค์ เทศกาลปั สกา มีคนเป็ นอันมากเชือ เพราะพวกเขาเห็นการอัศจรรย์ทพ ี่ ระองค์ทรงกระทํา 24 แต่พระเยซูไม่ได ้ทรงมอบพระองค์เองแก่พวกเขา เพราะ พระองค์ทรงรู ้จักมนุษย์ทก ุ คน 25 และพระองค์ไม่จําเป็ นต ้องให ้ใครมาเป็ นพยานถึงมนุษย์ เพราะพระองค์ทรงทราบว่ามีอะไรอยูใ่ นมนุษย์
บทที่ 2
บทที่ 3
1 และในวันทีส ่ ามมีงานแต่งงานทีเ่ มืองคานาในแคว ้นกาลิล ี และมารดาของพระเยซูก็อยูท ่ น ี่ ั่น 2 ทัง้ พระเยซูและเหล่าสาวกของพระองค์ได ้รับเรียกไปงาน สมรส 3 เมือ ่ พวกเขาต ้องการเหล ้าองุน ่ มารดาของพระเยซูก็บอก พระองค์วา่ “เขาไม่มเี หล ้าองุน ่ แล ้ว” 4 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ หญิงเอ๋ย ข ้าพเจ ้ามีอะไรเกีย ่ วข ้อง กับท่าน เวลาของข ้าพเจ ้ายังมาไม่ถงึ ” 5 มารดาของพระองค์ตรัสแก่คนรับใช ้ว่า “ท่านสัง่ ให ้ทําอะไร ก็จงทําตามนัน ้ ” 6 และมีโอ่งหินตัง้ อยูท ่ น ี่ ั่นหกใบตามแบบทีใ่ ช ้ในการชําระล ้าง ของพวกยิว ใบละสองหรือสามใบ 7 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า จงเติมนํ้ าลงในโอ่งนํ้ าให ้เต็ม และพวกเขาก็เติมนํ้ าจนเต็มถึงขอบ 8 และท่านตรัสแก่พวกเขาว่า จงตักนํ้ าออกและนํ าไปให ้ผู ้ว่า การงานเลีย ้ ง พวกเขาก็นํานํ้ านัน ้ ไป 9 เมือ ่ เจ ้าภาพงานเลีย ้ งชิมนํ้ าทีก ่ ลายเป็ นไวน์แล ้ว และไม่รู ้ว่า มาจากไหน (แต่คนใช ้ทีต ่ ก ั นํ้ ารู ้) เจ ้าภาพงานเลีย ้ งจึงเรียก เจ ้าบ่าว 10 และตรัสแก่ทา่ นว่า "ทุกคนต่างก็เอาไวน์ดม ี าในตอนแรก เมือ ่ ดืม ่ จนดีแล ้วจึงเอาทีแ ่ ย่กว่ามา แต่ทา่ นยังเก็บไวน์ดไี ว ้ จนกระทั่งบัดนี"้ 11 การอัศจรรย์ครัง้ แรกนีพ ้ ระเยซูทรงกระทําทีห ่ มูบ ่ ้านคานา ในแคว ้นกาลิล ี และทรงแสดงพระสิรข ิ องพระองค์ และเหล่า ่ ในพระองค์ สาวกของพระองค์ก็เชือ 12ภายหลังเหตุการณ์นี้ พระองค์เสด็จลงไปยังเมืองคาเปอร นาอุม พร ้อมด ้วยมารดาของพระองค์ พีน ่ ้องของพระองค์ และ เหล่าสาวกของพระองค์ และอยูท ่ น ี่ ั่นเพียงไม่กวี่ ัน 13 เมือ ่ เทศกาลปั สกาของพวกยิวใกล ้เข ้ามาแล ้ว พระเยซูจงึ เสด็จขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 14 และได ้พบคนขายวัว แกะ และนกพิราบในวิหาร และคน รับแลกเงินนั่งอยู่ 15 และเมือ ่ พระองค์ทรงทําเป็ นแส ้ด ้วยเชือกเล็กๆ แล ้ว พระองค์ทรงไล่คนเหล่านัน ้ ทัง้ หมดออกจากพระวิหาร พร ้อม ทัง้ แกะและวัว และทรงเทเงินของผู ้แลกเงิน และทรงควํา่ โต๊ะ 16 และตรัสแก่ผู ้ขายนกพิราบว่า จงเอาสิง่ เหล่านีอ ้ อกไปจาก บ ้าน อย่าทําให ้บ ้านของพระบิดาของฉั นเป็ นบ ้านค ้าขาย 17 และเหล่าสาวกของพระองค์ก็จําได ้ว่ามีคําเขียนไว ้ว่า ` ความกระตือรือร ้นในบ ้านของพระองค์ได ้กินกินข ้าพเจ ้าไป แล ้ว' 18 พวกยิวจึงตอบพระองค์วา่ “ท่านแสดงหมายสําคัญอะไร ให ้พวกเราเห็น เมือ ่ ท่านกระทําสิง่ เหล่านี?้ ” 19 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า จงทําลายพระวิหารนีเ้ สีย แล ้วในสามวันเราจะสร ้างขึน ้ ใหม่ ่ บ ิ หกปี 20 พวกยิวจึงกล่าวว่า พระวิหารนีส ้ ร ้างเสร็จภายในสีส แล ้วท่านจะสร ้างให ้เสร็จภายในสามวันหรือ? 21 แต่พระองค์ตรัสถึงวิหารแห่งร่างกายของพระองค์ 22 เมือ ่ พระองค์ทรงคืนพระชนม์จากบรรดาคนตายแล ้ว พวก สาวกของพระองค์ก็ระลึกได ้ว่าพระองค์ได ้ตรัสดังนีก ้ บ ั พวก ่ พระคัมภีรแ เขา และพวกเขาก็เชือ ์ ละคําทีพ ่ ระเยซูได ้ตรัส
่ นิโคเดมัส เป็ นประมุขของ 1 มีชายคนหนึง่ ในพวกฟาริส ี ชือ ชาวยิว 2 คนนีม ้ าหาพระเยซูในเวลากลางคืนและกล่าวกับพระองค์วา่ “อาจารย์ พวกเราทราบดีวา่ ท่านเป็ นครูทม ี่ าจากพระเจ ้า เพราะไม่มผ ี ู ้ใดทําสิง่ อัศจรรย์เหล่านีไ้ ด ้ เว ้นแต่พระเจ ้าจะทรง อยูก ่ บ ั เขา” 3 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่า ถ ้า ผู ้ใดไม่เกิดใหม่ ผู ้นัน ้ จะเห็นอาณาจักรของพระเจ ้าไม่ได ้" 4 นิโคเดมัสจึงถามพระองค์วา่ “คนชราแล ้วจะเกิดใหม่ได ้ อย่างไร? จะเข ้าในครรภ์มารดาเป็ นครัง้ ทีส ่ องและเกิดใหม่ได ้ อย่างไร?” 5 พระเยซูตรัสตอบว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่า ถ ้าผู ้ใด ไม่ได ้บังเกิดจากนํ้ าและพระวิญญาณ ผู ้นัน ้ จะเข ้าใน อาณาจักรของพระเจ ้าไม่ได ้" 6 สิง่ ทีเ่ กิดจากเนือ ้ หนังก็เป็ นเนือ ้ หนัง สิง่ ทีเ่ กิดจากพระ วิญญาณก็เป็ นวิญญาณ 7 อย่าประหลาดใจทีเ่ ราบอกเจ ้าว่า เจ ้าต ้องเกิดใหม่ 8 ลมก็พัดไปในทีท ่ ม ี่ ันต ้องการ และท่านได ้ยินเสียงลมนัน ้ แต่ทา่ นไม่รู ้ว่าลมมาจากไหนและไปทีไ่ หน เป็ นเช่นนีท ้ ก ุ คนที่ เกิดจากพระวิญญาณ 9 นิโคเดมัสตอบพระองค์วา่ “เหตุการณ์เหล่านีจ ้ ะเป็ นไปได ้ อย่างไร?” 10 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ท่านเป็ นอาจารย์ของอิสราเอล และไม่รู ้สิง่ เหล่านีห ้ รือ?" 11 จริง ๆ จริง ๆ เราบอกท่านว่า เราพูดสิง่ ทีเ่ รารู ้ และเป็ น พยานว่าเราได ้เห็น และท่านก็ไม่รับคําพยานของเรา ่ แล ้วเรา 12 ถ ้าเราบอกท่านถึงเรือ ่ งของโลกแล ้วท่านไม่เชือ ่ ได ้อย่างไร? จะบอกท่านถึงเรือ ่ งสวรรค์ได ้อย่างไร ท่านจะเชือ ่ วรรค์ เว ้นเสียแต่ผู ้ทีล 13 และไม่มม ี นุษย์คนใดได ้ขึน ้ ไปสูส ่ ง มาจากสวรรค์ คือบุตรมนุษย์ซงึ่ สถิตในสวรรค์ 14 และเมือ ่ โมเสสยกงูขน ึ้ ในถิน ่ ทุรกันดาร บุตรมนุษย์ก็ จะต ้องถูกยกขึน ้ เช่นเดียวกัน ่ ในพระองค์จะไม่พน 15 เพือ ่ ผู ้ใดทีเ่ ชือ ิ าศ แต่มช ี วี ต ิ นิรันดร์ 16 เพราะว่าพระเจ ้าทรงรักโลก จนได ้ประทานพระบุตรองค์ เดียวของพระองค์ เพือ ่ ทุกคนทีว่ างใจในพระองค์จะไม่พน ิ าศ ี แต่มช ี วต ิ นิรันดร์ 17 เพราะว่าพระเจ ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกไม่ใช่เพือ ่ พิพากษาโลก แต่เพือ ่ โลกจะได ้รับความรอดโดยพระบุตรนัน ้ ่ ในพระองค์ก็จะไม่ถก ่ ก็ถก 18 ผู ้ทีเ่ ชือ ู พิพากษา แต่ผู ้ทีไ่ ม่เชือ ู ่ ในพระนามของพระบุตร พิพากษาอยูแ ่ ล ้ว เพราะเขาไม่เชือ องค์เดียวของพระเจ ้า 19 หลักของการพิพากษานัน ้ คือความสว่างได ้เข ้ามาในโลก แล ้ว แต่มนุษย์กลับรักความมืดมากกว่าความสว่าง เพราะ กิจการของพวกเขาชัว่ ร ้าย 20 เพราะทุกคนทีป ่ ระพฤติชวั่ ก็เกลียดความสว่าง และไม่ มายังความสว่าง ด ้วยเกรงว่าการกระทําของเขาจะถูกตําหนิ ่ วามสว่าง เพือ 21 แต่ผู ้ทีป ่ ระพฤติตามความจริงก็มาสูค ่ ให ้ การกระทําของเขาปรากฏว่าได ้กระทําโดยพระเจ ้า 66
จอห์น
22 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ พระเยซูกบ ั เหล่าสาวกของ พระองค์ก็เสด็จไปยังแคว ้นยูเดีย และประทับอยูท ่ น ี่ ั่นกับพวก เขา และทรงให ้บัพติศมา 23 ยอห์นก็ให ้บัพติศมาอยูท ่ อ ี่ ายโนนใกล ้เมืองซาลิมด ้วย เพราะทีน ่ ั่นมีนํ้ามาก ยอห์นจึงมาและรับบัพติศมา 24 เพราะยอห์นยังไม่ถก ู จําคุก 25 แล ้วเกิดการโต ้เถียงกันขึน ้ ระหว่างสาวกของยอห์นกับพวก ยิวเรือ ่ งการชําระให ้บริสท ุ ธิ์ 26 พวกเขาจึงมาหายอห์นและกล่าวแก่ทา่ นว่า "อาจารย์ คน ทีอ ่ ยูก ่ บ ั ท่านฝั่ งฟากแม่นํ้าจอร์แดนข ้างโน ้น ผู ้ทีท ่ า่ นเป็ น พยานถึงนัน ้ ดูเถิด ผู ้นัน ้ กําลังทําพิธบ ี พ ั ติศมา และคนทัง้ ปวง ก็พากันไปหาเขา" 27 ยอห์นตอบว่า "มนุษย์จะรับสิง่ ใดไม่ได ้เลย เว ้นแต่จะ ประทานจากสวรรค์ให ้เขา" 28 พวกท่านเองก็เป็ นพยานให ้ฉั นได ้ว่าฉั นพูดว่า ฉั นไม่ใช่ พระคริสต์ แต่ฉันถูกส่งมาเฝ้ าพระองค์ 29 ผู ้ทีม ่ เี จ ้าสาวคือเจ ้าบ่าว แต่มต ิ รสหายของเจ ้าบ่าวทีย ่ น ื ฟั ง ื่ ชมยินดีอย่างยิง่ เมือ เจ ้าบ่าวก็ชน ่ ได ้ยินเสียงเจ ้าบ่าว ดังนัน ้ ่ ชมยินดีของฉั นก็เต็มเปี่ ยมแล ้ว ความชืน 30 พระองค์ต ้องยิง่ ใหญ่ขน ึ้ แต่ฉันต ้องลดน ้อยลง 31 พระองค์ผู ้เสด็จมาจากเบือ ้ งบนทรงเป็ นใหญ่เหนือทุกสิง่ ผู ้ทีม ่ าจากแผ่นดินโลกย่อมเป็ นฝ่ ายโลกและพูดตามแผ่นดิน โลก พระองค์ผู ้เสด็จมาจากสวรรค์ทรงเป็ นใหญ่เหนือทุกสิง่ 32 และสิง่ ทีเ่ ขาได ้เห็นและได ้ยิน เขาก็ยน ื ยัน และไม่มใี คร รับคําพยานของเขา 33 ผู ้ใดได ้รับคําพยานของพระองค์แล ้ว ก็ได ้ประทับตราของ พระองค์ไว ้ว่าพระเจ ้าทรงเป็ นความจริง 34 เพราะผู ้ทีพ ่ ระเจ ้าทรงใช ้มา ย่อมกล่าวพระวจนะของพระ เจ ้า เพราะว่าพระเจ ้ามิได ้ทรงประทานพระวิญญาณอย่าง จํากัดแก่เขา 35 พระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงมอบทุกสิง่ ไว ้ในพระหัตถ์ ของพระองค์ ่ ในพระบุตรก็จะมีชวี ต ่ ในพระ 36 ผู ้ใดเชือ ิ นิรันดร์ ผู ้ใดไม่เชือ บุตรก็จะไม่เห็นชีวต ิ แต่ความพิโรธของพระเจ ้าจะตกอยูก ่ บ ั เขา
10 พระเยซูตรัสตอบนางว่า " ถ ้าเจ ้ารู ้จักของประทานของพระ เจ ้า และรู ้จักผู ้ทีพ ่ ด ู กับเจ ้าว่า จงให ้นํ้ าแก่เราเถิด เจ ้าคงจะขอ จากเขา และเขาคงจะให ้นํ้ าทีม ่ ช ี วี ต ิ แก่เจ ้า" 11 หญิงนัน ้ จึงทูลพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า ท่านไม่มอ ี ะไรทีจ ่ ะ ตัก และบ่อนํ้ าก็ลก ึ แล ้วท่านได ้นํ้ าแห่งชีวต ิ นัน ้ มาจากไหน?” 12 ท่านยิง่ ใหญ่กว่ายาโคบบิดาของเรา ผู ้ซึง่ ให ้บ่อนํ้ านีแ ้ ก่เรา และดืม ่ จากบ่อนัน ้ ทัง้ ตัวเขาเอง และลูกๆ ของเขา และสัตว์ เลีย ้ งของเขาหรือ? 13 พระเยซูตรัสตอบเธอว่า “ ผู ้ใดดืม ่ นํ้ านีก ้ ็จะกระหายอีก” 14 แต่ผู ้ใดดืม ่ นํ้ าซึง่ เราจะให ้เขานัน ้ จะไม่กระหายอีกเลย นํ้ า ซึง่ เราจะให ้เขานัน ้ จะเป็ นเหมือนบ่อนํ้ าในตัวเขาซึง่ พุง่ ขึน ้ สู่ ชีวต ิ นิรันดร์ 15 หญิงนัน ้ ทูลพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า โปรดให ้นํ้ านัน ้ แก่ฉัน เพือ ่ ฉั นจะไม่กระหายอีก และจะได ้ไม่ต ้องมาตักนํ้ าทีน ่ ”ี่ 16 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ ไปเรียกสามีของคุณมาทีน ่ ส ี่ ”ิ 17 หญิงนัน ้ ตอบว่า “ฉั นไม่มส ี ามี” พระเยซูตรัสกับนางว่า “ เจ ้าพูดถูกแล ้ว ว่าฉั นไม่มส ี ามี” 18 เพราะว่าท่านได ้มีสามีห ้าคนแล ้ว และคนทีท ่ า่ นมีอยู่ ขณะนีก ้ ็ไม่ใช่สามีของท่าน ในเรือ ่ งนีท ้ า่ นพูดจริง 19 หญิงนัน ้ กล่าวแก่ทา่ นว่า "ท่านเจ ้าคะ ดิฉันเห็นจริงว่าท่าน เป็ นศาสดาพยากรณ์" 20 บรรพบุรษ ุ ของพวกเราเคยนมัสการบนภูเขานี้ แต่พวกท่าน กลับพูดว่า ทีเ่ ยรูซาเล็มเป็ นสถานทีท ่ ม ี่ นุษย์ควรนมัสการ ่ เราเถิด เวลาจะ 21 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า " หญิงเอ๋ย เชือ มาถึงเมือ ่ พวกเจ ้าจะไม่นมัสการพระบิดาบนภูเขาแห่งนี้ หรือ ทีก ่ รุงเยรูซาเล็ม" 22 พวกท่านนมัสการอะไรพวกท่านไม่รู ้จักเลย เราทราบว่า เรานมัสการอะไร เพราะความรอดมาจากพวกยิว 23 แต่เวลานัน ้ ใกล ้จะมาถึงแล ้ว และบัดนีก ้ ็ถงึ แล ้ว คือเมือ ่ ผู ้ นมัสการอย่างถูกต ้องจะนมัสการพระบิดาด ้วยจิตวิญญาณ และความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาผู ้เช่นนัน ้ นมัสการพระองค์ 24 พระเจ ้าทรงเป็ นวิญญาณ และบรรดาผู ้ทีน ่ มัสการพระองค์ ต ้องนมัสการพระองค์ด ้วยจิตวิญญาณและความจริง 25 หญิงนัน ้ จึงบอกพระองค์วา่ ฉั นรู ้ว่าพระเมสสิยาห์ทเี่ รียกว่า พระคริสต์กําลังจะเสด็จมา เมือ ่ พระองค์เสด็จมา พระองค์จะ ทรงแจ ้งให ้เราทราบทุกสิง่ 26 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า " เราทีพ ่ ด ู กับเจ ้าคือผู ้นัน ้ " 27เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว เหล่าสาวกก็เข ้ามาหา และ ประหลาดใจทีพ ่ ระองค์ทรงสนทนากับสตรีนัน ้ แต่ไม่มช ี ายคน ใดถามว่า “ท่านต ้องการอะไร” หรือ “ท่านสนทนากับนาง ทําไม” 28 หญิงนัน ้ จึงทิง้ หม ้อนํ้ าของตนแล ้วเข ้าไปในเมืองและพูด กับคนเหล่านัน ้ ว่า 29 มาดูบรุ ษ ุ ผู ้หนึง่ ทีเ่ ล่าให ้ข ้าพเจ ้าฟั งถึงสิง่ ทัง้ ปวงทีข ่ ้าพเจ ้า ได ้กระทํา ผู ้นีม ้ ใิ ช่พระคริสต์หรือ? 30 แล ้วพวกเขาออกจากเมืองไปหาพระองค์ 31 ในระหว่างนัน ้ พวกสาวกของพระองค์ก็อ ้อนวอนพระองค์ ว่า “อาจารย์ โปรดรับประทานอาหารเถิด” 32 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ ข ้าพเจ ้ามีอาหารกินซึง่ พวก ท่านไม่รู ้จัก” 33 ดังนัน ้ สาวกทัง้ หลายจึงพูดกันว่า “มีผู ้ใดนํ าอาหารมาให ้ เขารับประทานหรือไม่?” 34 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า อาหารของเราคือการทําตาม พระประสงค์ของพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา และทําให ้งานของ พระองค์สําเร็จ 35 พวกท่านอย่าพูดว่าอีกสีเ่ ดือนจึงจะถึงฤดูเกีย ่ วข ้าวหรือ ดู เถิด เราบอกพวกท่านว่า จงเงยหน ้าขึน ้ ดูทงุ่ นา เพราะว่าทุง่ นานัน ้ ขาวโพลนพร ้อมทีจ ่ ะเกีย ่ วข ้าวแล ้ว
บทที่ 4 1 เมือ ่ องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าทรงทราบว่าพวกฟาริสไี ด ้ยินว่าพระ เยซูทรงสร ้างสาวกและให ้บัพติศมามากกว่ายอห์น 2 (แม ้ว่าพระเยซูเองไม่ได ้ทรงทําพิธบ ี พ ั ติศมา แต่ทรงทําพิธ ี บัพติศมาแก่สาวกของพระองค์) 3 พระองค์เสด็จออกจากแคว ้นยูเดียและเสด็จไปยังแคว ้นกา ลิลอ ี ก ี ครัง้ 4 และเขาจะต ้องผ่านไปสะมาเรีย ่ สิคารในแคว ้นสะมาเ 5 แล ้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองหนึง่ ชือ รีย ใกล ้ทีด ่ น ิ แปลงหนึง่ ทีย ่ าโคบยกให ้แก่โยเซฟบุตรชายของ ตน 6 ในเวลานัน ้ มีบอ ่ นํ้ าของยาโคบอยูท ่ น ี่ ั่น พระเยซูทรงเหนือ ่ ย จากการเดินทาง จึงประทับนั่งทีบ ่ อ ่ นํ้ านัน ้ ขณะนัน ้ เป็ นเวลา ประมาณบ่ายสามโมง 7 หญิงชาวสะมาเรียคนหนึง่ มาตักนํ้ า พระเยซูจงึ ตรัสกับเธอ ว่า “ ให ้ฉั นดืม ่ นํ้ าหน่อย” ้ อาหาร) 8 (เพราะว่าสาวกของพระองค์ได ้เข ้าเมืองไปซือ 9 หญิงชาวสะมาเรียจึงทูลพระองค์วา่ “ท่านผู ้เป็ นยิวจึงขอนํ้ า ดืม ่ จากฉั นซึง่ เป็ นหญิงชาวสะมาเรีย เพราะพวกยิวไม่คบหาส มาคมกับชาวสะมาเรียเลย”
67
จอห์น
36 และผู ้ทีเ่ กีย ่ วก็รับค่าจ ้างและรวบรวมผลไว ้เพือ ่ ชีวต ิ นิรันดร์ ่ ชมยินดีด ้วยกัน เพือ ่ ว่าทัง้ ผู ้หว่านและผู ้ทีเ่ กีย ่ วจะได ้ชืน 37 และคํากล่าวนีเ้ ป็ นจริง คือ คนหนึง่ หว่าน และอีกคนหนึง่ เก็บเกีย ่ ว 38 ฉั นส่งท่านทัง้ หลายไปเก็บเกีย ่ วสิง่ ทีท ่ า่ นมิได ้ลงแรงทํา คนอืน ่ ได ้ลงแรงทํา และท่านทัง้ หลายก็ได ้ร่วมแรงร่วมใจกัน เก็บเกีย ่ วสิง่ เหล่านัน ้ ่ พระองค์ 39 และชาวสะมาเรียจํานวนมากในเมืองนัน ้ ก็เชือ เพราะคําพูดของสตรีผู ้เป็ นพยานว่า “พระองค์บอกฉั นถึงสิง่ ทัง้ ปวงทีฉ ่ ั นได ้ทํา” 40 เมือ ่ ชาวสะมาเรียมาหาพระองค์ พวกเขาอ ้อนวอนขอให ้ พระองค์ประทับอยูก ่ บ ั พวกเขา และพระองค์ก็ประทับอยูท ่ น ี่ ั่น สองวัน ่ เพราะคําพูดของเขาเอง 41 และคนอืน ่ อีกมากมายก็เชือ ่ นัน 42 และได ้ตรัสแก่สตรีนัน ้ ว่า ขณะนีพ ้ วกเราเชือ ้ ไม่ใช่ เพราะคําของท่าน แต่เพราะเราได ้ยินเอง และรู ้ดีวา่ ท่านผู ้นี้ เป็ นพระคริสต์ พระผู ้ช่วยให ้รอดของโลก 43 ครัน ้ ล่วงไปสองวัน พระองค์ก็เสด็จออกจากทีน ่ ั่น และ เสด็จไปยังแคว ้นกาลิล ี 44 เพราะพระเยซูเองทรงเป็ นพยานว่าผู ้เผยพระวจนะไม่ ได ้รับเกียรติในเมืองของตน 45 เมือ ่ พระองค์เสด็จมายังแคว ้นกาลิล ี ชาวกาลิลก ี ็ต ้อนรับ พระองค์ เพราะเห็นเหตุการณ์ทงั ้ ปวงทีพ ่ ระองค์ทรงกระทําใน วันฉลองทีก ่ รุงเยรูซาเล็ม พวกเขาก็ไปร่วมงานฉลองนัน ้ ด ้วย 46พระเยซูจงึ เสด็จกลับมายังเมืองคานาในแคว ้นกาลิลอ ี ก ี ครัง้ ทีน ่ ั่นพระองค์ทรงทําให ้นํ้ ากลายเป็ นไวน์ มีขน ุ นางคน หนึง่ ซึง่ มีบต ุ รป่ วยอยูท ่ เี่ มืองคาเปอรนาอุม 47 ครัน ้ เขาได ้ยินว่าพระเยซูเสด็จมาจากแคว ้นยูเดียไปยัง แคว ้นกาลิล ี จึงไปหาพระองค์และอ ้อนวอนขอให ้เสด็จลงไป รักษาบุตรของพระองค์ เพราะบุตรของพระองค์กําลังจะตาย 48 จากนัน ้ พระเยซูตรัสกับเขาว่า " ถ ้าพวกท่านไม่เห็นหมาย ่ " สําคัญและการอัศจรรย์ พวกท่านก็จะไม่เชือ 49 ขุนนางผู ้นัน ้ กล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า โปรดลงมา เถิด ก่อนทีบ ่ ต ุ รของข ้าพเจ ้าจะตาย” 50 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ จงไปเถิด บุตรของท่านยังมี ่ คําทีพ ชีวต ิ อยู”่ ชายคนนัน ้ ก็เชือ ่ ระเยซูตรัสกับเขา และเขาก็ ไป 51 ขณะทีเ่ ขากําลังลงไป คนรับใช ้ของเขามาพบเขาและบอก เขาว่า บุตรของท่านยังมีชวี ต ิ อยู่ 52 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกเขาว่าพระองค์จะเริม ่ แก ้ไข เมือ ่ ใด พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ เมือ ่ วานนีต ้ อนบ่ายโมง ไข ้ ก็หาย 53 ดังนัน ้ บิดาจึงรู ้ว่าเป็ นเวลาทีพ ่ ระเยซูตรัสกับเขาว่า “ บุตร ่ และทัง้ บ ้านก็เชือ ่ ด ้วย ของท่านยังมีชวี ต ิ อยู”่ เขาเองก็เชือ 54 นีเ่ ป็ นการอัศจรรย์ครัง้ ทีส ่ องทีพ ่ ระเยซูได ้ทรงกระทํา เมือ ่ พระองค์เสด็จออกจากแคว ้นยูเดียไปยังแคว ้นกาลิล ี
6 เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตรเห็นคนนัน ้ นอนอยู่ และทรงทราบ ว่าเขาป่ วยอยูเ่ ป็ นเวลานานแล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่เขาว่า “ เจ ้าปรารถนาจะหายเป็ นปกติหรือ?” 7 คนป่ วยจึงตอบพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า เมือ ่ นํ้ าปั่ นป่ วน ไม่ม ี ใครทีจ ่ ะเอาข ้าพเจ ้าลงไปในสระได ้ แต่เมือ ่ ข ้าพเจ ้ากําลังไป คนอืน ่ ก็ลงไปก่อนแล ้ว” 8 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า จงลุกขึน ้ ยกแคร่ของเจ ้าและเดินไป เถิด 9 ทันใดนัน ้ ชายคนนัน ้ ก็หายเป็ นปกติ และยกทีน ่ อนของเขา เดินไป วันนัน ้ เป็ นวันสะบาโต 10 พวกยิวจึงพูดกับคนทีห ่ ายโรคว่า วันนีเ้ ป็ นวันสะบาโต คุณ ิ ไม่มส ี ทธิท ์ จ ี่ ะแบกทีน ่ อน 11 พระองค์ตรัสตอบพวกเขาว่า "พระองค์ผู ้ทรงทําให ้ ข ้าพเจ ้าหายโรค พระองค์ตรัสกับข ้าพเจ ้าว่า จงยกแคร่ของ เจ ้าขึน ้ แล ้วเดินไป" 12 แล ้วพวกเขาถามเขาว่า "คนทีพ ่ ด ู กับคุณว่า "จงยกเตียง ของคุณเดินไป" นัน ้ เป็ นใคร?" 13 และคนทีไ่ ด ้รับการรักษาให ้หายโรคก็ไม่รู ้ว่าผู ้นัน ้ เป็ นผู ้ใด เพราะว่าพระเยซูเสด็จไปทีน ่ ั่น ขณะทีม ่ ผ ี ู ้คนมากมายอยูท ่ น ี่ ั่น 14 ต่อมาพระเยซูทรงพบคนนัน ้ ทีพ ่ ระวิหารแล ้วตรัสกับเขาว่า “ ดูเถิด เจ ้าหายเป็ นปกติแล ้ว อย่าทําบาปอีกต่อไป มิฉะนัน ้ สิง่ ทีเ่ ลวร ้ายกว่าจะเกิดขึน ้ กับเจ ้า” 15 ชายคนนัน ้ จึงออกไปบอกพวกยิวว่าพระเยซูเป็ นผู ้ทีท ่ ําให ้ เขาหายจากโรค 16 เพราะเหตุนพ ี้ วกยิวจึงข่มเหงพระเยซู และพยายามทีจ ่ ะ ฆ่าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทําการดังกล่าวในวันสะบา โต 17 แต่พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " พระบิดาของเราทรง กระทําการจนบัดนี้ และเราก็กระทําการด ้วย" 18 เพราะฉะนัน ้ พวกยิวยิง่ พยายามทีจ ่ ะฆ่าพระองค์ เพราะ พระองค์ไม่เพียงแต่ละเมิดวันสะบาโตเท่านัน ้ แต่ยังกล่าว ด ้วยว่าพระเจ ้าทรงเป็ นพระบิดาของพระองค์ ทําให ้พระองค์ เท่าเทียมกับพระเจ ้า 19 แล ้วพระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า พระบุตรไม่สามารถทําสิง่ ใดตามลําพังได ้ เว ้นแต่ สิง่ ทีไ่ ด ้เห็นพระบิดาทํา เพราะสิง่ ใดทีพ ่ ระองค์ทํา สิง่ นัน ้ พระ บุตรก็ทําเหมือนกัน" 20 เพราะว่าพระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงแสดงให ้พระ บุตรเห็นทุกสิง่ ทีพ ่ ระองค์ได ้ทรงกระทํา และพระองค์จะทรง แสดงการงานทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่านัน ้ ให ้พระบุตรเห็น เพือ ่ พวกท่าน จะได ้ประหลาดใจ 21 เพราะว่าพระบิดาทรงทําให ้คนตายเป็ นขึน ้ และมีชวี ต ิ ขึน ้ ฉั นใด พระบุตรก็ทรงทําให ้ใครก็ตามทีพ ่ ระองค์ต ้องการมีชวี ต ิ ขึน ้ ฉั นนัน ้ 22 เพราะพระบิดาไม่ทรงพิพากษาใครเลย แต่ทรงมอบการ พิพากษาทัง้ หมดไว ้กับพระบุตร 23 เพือ ่ ให ้มนุษย์ทก ุ คนถวายเกียรติแด่พระบุตร เหมือนที่ ถวายเกียรติแด่พระบิดา ผู ้ใดไม่ถวายเกียรติแด่พระบุตร ผู ้นัน ้ ก็ไม่ถวายเกียรติแด่พระบิดาผู ้ส่งพระบุตรมา 24 แท ้จริง แท ้จริง เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีฟ ่ ั งคําของเรา ่ ในพระองค์ทท และเชือ ี่ รงใช ้เรามา ผู ้นัน ้ ก็จะมีชวี ต ิ นิรันดร์และ ่ วี ต จะไม่ถก ู พิพากษา แต่ได ้ผ่านจากความตายไปสูช ิ แล ้ว 25 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เวลานัน ้ ใกล ้จะมาถึง แล ้ว และบัดนีก ้ ็ถงึ แล ้ว เมือ ่ คนตายจะได ้ยินเสียงของพระ บุตรของพระเจ ้า และบรรดาคนทีไ่ ด ้ยินจะมีชวี ต ิ ี 26 เพราะว่าพระบิดามีชวต ิ ในพระองค์เองฉั นใด พระองค์ก็ ทรงประทานให ้พระบุตรมีชวี ต ิ ในพระองค์ฉันนัน ้ ิ ธิอํานาจในการพิพากษา 27 และทรงประทานให ้พระองค์มส ี ท ด ้วย เพราะพระองค์ทรงเป็ นบุตรมนุษย์
บทที่ 5 1 หลังจากนัน ้ มีงานฉลองของพวกยิว และพระเยซูเสด็จขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 2 ในกรุงเยรูซาเล็มมีสระนํ้ าแห่งหนึง่ ซึง่ ภาษาฮีบรูเรียกว่า เบธสะดา มีระเบียงห ้าแห่ง 3 ในทีน ่ ม ี้ ค ี นป่ วยเป็ นจํานวนมากมาย ตาบอด เดินโซซัด โซเซ และเหีย ่ วเฉา นอนรอเสียงนํ้ าไหล 4 เพราะคราวหนึง่ ทูตสวรรค์ลงมาในสระนํ้ าแล ้วกวนนํ้ า เมือ ่ นัน ้ ผู ้ใดก ้าวลงไปในนํ้ าก่อนหลังจากทีก ่ วนนํ้ าแล ้ว ผู ้นัน ้ ก็จะ หายจากโรคทีเ่ ขาเป็ นอยู่ 5 และมีชายคนหนึง่ อยูท ่ น ี่ ั่นป่ วยมาสามสิบแปดปี แล ้ว 68
จอห์น
28 อย่าประหลาดใจในข ้อนี้ เพราะจะถึงเวลาทีท ่ ก ุ คนทีอ ่ ยูใ่ น อุโมงค์ฝังศพจะได ้ยินเสียงของพระองค์ 29 และจะออกมา คือบรรดาผู ้ได ้ทําดี เพือ ่ การฟื้ นคืนชีวต ิ ่ ารประณาม และบรรดาผู ้ได ้ทําชัว่ เพือ ่ การฟื้ นคืนชีวต ิ สูก 30 เราไม่สามารถทําสิง่ ใดตามอําเภอใจได ้ แต่สงิ่ ทีเ่ ราได ้ยิน เราก็พพ ิ ากษา และการพิพากษาของเราก็ยต ุ ธิ รรม เพราะว่า เราไม่ได ้แสวงหาความประสงค์ของเราเอง แต่แสวงหาความ ประสงค์ของพระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา 31 ถ ้าฉั นเป็ นพยานให ้แก่ตวั ฉั นเอง พยานของฉั นก็ไม่เป็ น ความจริง 32 มีอก ี ผู ้หนึง่ นัน ้ เป็ นพยานถึงฉั น และฉั นรู ้ว่าพยานที่ พระองค์ทรงเป็ นพยานถึงฉั นเป็ นความจริง 33 ท่านทัง้ หลายจึงส่งคนไปหายอห์น และยอห์นก็ได ้เป็ น พยานถึงความจริง 34 แต่ฉันไม่ได ้รับคําพยานจากมนุษย์ แต่ฉันพูดสิง่ เหล่านี้ เพือ ่ ให ้พวกท่านได ้รับความรอด 35 พระองค์ทรงเป็ นแสงส่องสว่างและลุกโชน และท่าน ่ ชมยินดีในความสว่างของพระองค์ ทัง้ หลายก็เต็มใจทีจ ่ ะชืน ชัว่ ระยะเวลาหนึง่ 36 แต่เราก็มพ ี ยานหลักฐานทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าพยานของยอห์น เพราะว่างานทีพ ่ ระบิดามอบหมายให ้เราทําให ้สําเร็จ งานที่ เรากระทําก็เป็ นพยานถึงเราว่าพระบิดาได ้ทรงใช ้เรามา 37 และพระบิดาผู ้ทรงส่งเรามา ทรงเป็ นพยานถึงเรา พวก ท่านไม่เคยได ้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และไม่เคยเห็น รูปร่างของพระองค์ 38 และพระวจนะของพระองค์ก็ไม่ดํารงอยูใ่ นพวกท่าน ่ เพราะว่าผู ้ทีพ ่ ระองค์ทรงใช ้มา พวกท่านก็ไม่เชือ 39 จงค ้นดูพระคัมภีร ์ เพราะพวกท่านคิดว่าในนัน ้ มีชวี ต ิ นิรันดร์ และพระคัมภีรเ์ หล่านัน ้ เป็ นพยานถึงเรา 40 และท่านทัง้ หลายก็ไม่ยอมมาหาเราเพือ ่ จะได ้ชีวต ิ 41 ฉั นไม่ได ้รับเกียรติจากมนุษย์ 42 แต่เรารู ้จักท่านทัง้ หลายว่าท่านไม่มค ี วามรักของพระเจ ้า อยูใ่ นท่าน 43 เราได ้มาในพระนามพระบิดาของเรา และท่านทัง้ หลายไม่ รับเราไว ้ ถ ้าผู ้อืน ่ มาในพระนามของตนเอง ท่านทัง้ หลายก็จะ รับผู ้นัน ้ ไว ้ 44 พวกท่านซึง่ รับเกียรติจากกันและกัน และไม่แสวงหา ่ ได ้อย่างไร? เกียรติทม ี่ าจากพระเจ ้าแต่ผู ้เดียว จะเชือ 45 อย่าคิดว่าเราจะฟ้ องพวกท่านต่อพระบิดา มีผู ้หนึง่ ฟ้ อง พวกท่านคือโมเสสซึง่ พวกท่านไว ้วางใจ ่ โมเสสแล ้ว ท่านก็คงจะเชือ ่ เรา 46 เพราะถ ้าท่านทัง้ หลายเชือ เพราะโมเสสเขียนถึงเรา ่ ข ้อเขียนของเขาแล ้วท่านจะ 47 แต่ถ ้าท่านทัง้ หลายไม่เชือ ่ ถ ้อยคําของเราได ้อย่างไร? เชือ
6 และพระองค์ตรัสดังนีเ้ พือ ่ พิสจ ู น์พระองค์ เพราะว่าพระองค์ เองทรงทราบว่าพระองค์จะทําอย่างไร 7 ฟิ ลป ิ จึงตอบพระองค์วา่ “ขนมปั งราคาสองร ้อยเพนนีก็ยังไม่ พอให ้พวกเขากินกันคนละนิดคนละหน่อย” ่ อันดรูว ์ พีช 8 สาวกคนหนึง่ ของพระองค์ ชือ ่ ายของซีโมนเป โตร กล่าวแก่พระองค์วา่ 9 มีอยูค ่ นหนึง่ มีขนมปั งบาร์เลย์ห ้าก ้อนและปลาเล็กๆ สองตัว แต่เท่านัน ้ จะพออะไรกับคนมากมายเช่นนี?้ 10 พระเยซูจงึ ตรัสว่า “ ให ้พวกผู ้ชายนั่งลง ทีน ่ ั่นมีหญ ้ามาก” พวกผู ้ชายจึงนั่งลง มีจํานวนประมาณห ้าพันคน 11 แล ้วพระเยซูทรงรับขนมปั งนัน ้ และเมือ ่ ทรงขอบพระคุณ แล ้ว พระองค์ก็ทรงแจกให ้เหล่าสาวก และเหล่าสาวกก็แจก ให ้ผู ้ทีน ่ ั่งอยู่ และทรงแจกปลาให ้ด ้วยตามทีพ ่ วกเขาปรารถนา 12 เมือ ่ พวกเขากินอิม ่ แล ้ว พระองค์ตรัสแก่เหล่าสาวกของ พระองค์วา่ จงเก็บเศษอาหารทีเ่ หลือไว ้ เพือ ่ จะไม่ให ้สูญ หายไป 13 ดังนัน ้ พวกเขาจึงรวบรวมเศษขนมปั งบาร์เลย์ห ้าก ้อนซึง่ เหลืออยูจ ่ นเต็มตะกร ้าสิบสองใบ ซึง่ บรรจุเศษขนมปั ง บาร์เลย์ห ้าก ้อนทีเ่ หลือไว ้สําหรับคนทีก ่ น ิ ไปแล ้ว 14 ครัน ้ คนเหล่านัน ้ เห็นการอัศจรรย์ทพ ี่ ระเยซูทรงกระทํา ก็ พูดกันว่า แท ้จริงแล ้ว ผู ้เผยพระวจนะผู ้นัน ้ ทีก ่ ําลังจะเสด็จมา ในโลกเป็ นผู ้สร ้าง 15 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบว่าพวกเขาจะมาจับพระองค์ไปตัง้ เป็ นกษั ตริย ์ พระองค์จงึ เสด็จขึน ้ ไปบนภูเขาอีกแต่ลําพัง พระองค์เอง 16 เมือ ่ ถึงเวลาเย็น สาวกของพระองค์ก็ลงไปทีท ่ ะเล 17 แล ้วพระองค์ก็เสด็จลงเรือข ้ามทะเลไปยังเมืองคาเปอรนา อุม ขณะนัน ้ มืดแล ้ว และพระเยซูก็ยังไม่เสด็จมาหาพวกเขา 18 ทะเลก็เกิดขึน ้ เพราะลมพัดแรง 19 เมือ ่ พวกเขาพายเรือไปได ้ประมาณห ้าห ้ากิโลเมตร พวก เขาก็เห็นพระเยซูเดินอยูบ ่ นทะเล และเข ้ามาใกล ้เรือ พวก เขาก็เริม ่ กลัว 20 แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เป็ นเราเอง อย่ากลัวเลย” 21 แล ้วพวกเขาจึงรับพระองค์ขน ึ้ เรือด ้วยความเต็มใจ และ ทันใดนัน ้ เรือก็ถงึ ฝั่ งทีพ ่ วกเขาจะไป 22 ต่อมาวันหนึง่ เมือ ่ ผู ้คนซึง่ ยืนอยูฝ ่ ั่ งโน ้นของทะเลเห็นว่า ไม่มเี รืออืน ่ อยูท ่ น ี่ ั่นเลย เว ้นแต่ลําทีเ่ หล่าสาวกของพระองค์ ลงไปด ้วย จึงเห็นว่าพระเยซูมไิ ด ้เสด็จไปกับเหล่าสาวกของ พระองค์ลงเรือลํานัน ้ แต่เหล่าสาวกของพระองค์ไปตาม ลําพัง 23 (อย่างไรก็ตาม มีเรือลําอืน ่ มาจากทิเบเรียสใกล ้ไปยัง สถานทีท ่ พ ี่ วกเขากินขนมปั งหลังจากทีพ ่ ระเจ ้าทรง ขอบพระคุณแล ้ว) 24เมือ ่ ฝูงชนเห็นว่าพระเยซูและเหล่าสาวกไม่อยูท ่ น ี่ ั่น จึงลง เรือไปทีเ่ มืองคาเปอรนาอุมเพือ ่ ตามหาพระเยซู 25 ครัน ้ พบพระองค์ทฝ ี่ ั่ งตรงข ้ามแล ้ว พวกเขาจึงกล่าวแก่ พระองค์วา่ “อาจารย์ ท่านมาทีน ่ เี่ มือ ่ ไร” 26 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า พวกท่านแสวงหาเราไม่ใช่เพราะได ้เห็นการ อัศจรรย์ แต่เพราะพวกท่านกินขนมปั งและอิม ่ " 27 อย่าทํางานเพือ ่ อาหารทีเ่ น่าเปื่ อย แต่จงทํางานเพือ ่ อาหารทีค ่ งอยูจ ่ นถึงชีวต ิ นิรันดร์ ซึง่ พระบุตรมนุษย์จะ ประทานให ้แก่ทา่ น เพราะว่าพระเจ ้าพระบิดาได ้ทรง ประทับตราไว ้แก่เขาแล ้ว 28 แล ้วพวกเขาจึงกล่าวแก่ทา่ นว่า เราจะต ้องทําอย่างไร เพือ ่ เราจะกระทําการงานของพระเจ ้าได ้? 29 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ นีแ ่ หละเป็ นงานของพระเจ ้า ่ ในผู ้ทีพ คือให ้ท่านทัง้ หลายเชือ ่ ระองค์ทรงใช ้มา”
บทที่ 6 1 หลังจากนัน ้ พระเยซูก็เสด็จข ้ามทะเลกาลิล ี ซึง่ คือทะเล ทิเบเรียส 2 และคนจํานวนมากติดตามพระองค์ไป เพราะพวกเขาเห็น การอัศจรรย์ทพ ี่ ระองค์ได ้ทรงกระทํากับบรรดาคนเจ็บป่ วย 3 แล ้วพระเยซูเสด็จขึน ้ ไปบนภูเขา และประทับนั่งทีน ่ ั่นกับ เหล่าสาวกของพระองค์ 4 และเทศกาลปั สกาซึง่ เป็ นงานฉลองของพวกยิวก็ใกล ้จะ มาถึงแล ้ว 5 ครัน ้ พระเยซูทรงแหงนพระพักตร์ทอดพระเนตรเห็นคน ้ มากมายมาหาพระองค์ พระองค์จงึ ตรัสแก่ฟิลป ิ ว่า “ เราจะซือ อาหารให ้คนเหล่านีก ้ น ิ ได ้จากทีไ่ หน?”
69
จอห์น
30 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “ถ ้าอย่างนัน ้ ท่านแสดงหมาย ่ ท่าน ท่านจะทําอะไร?” สําคัญอะไรเพือ ่ ให ้เราได ้เห็นและเชือ 31 บรรพบุรษ ุ ของพวกเราได ้กินมานาในถิน ่ ทุรกันดาร เหมือน ทีม ่ เี ขียนไว ้ว่า พระองค์ทรงประทานอาหารจากสวรรค์ให ้พวก เขากิน 32 จากนัน ้ พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า โมเสสไม่ได ้ให ้ขนมปั งจากสวรรค์นัน ้ แก่ทา่ น แต่ พระบิดาของเราประทานขนมปั งจริงจากสวรรค์ให ้แก่ทา่ น" 33 เพราะว่าขนมปั งของพระเจ ้าคือผู ้ทีล ่ งมาจากสวรรค์และ ประทานชีวต ิ ให ้แก่โลก 34 พวกเขาจึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า โปรด ประทานขนมปั งนีแ ้ ก่พวกเราตลอดไปเถิด” 35 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " เราเป็ นอาหารแห่งชีวต ิ ผู ้ ่ ในเราจะไม่กระหายอีก ทีม ่ าหาเราจะไม่หวิ อีกเลย และผู ้ทีเ่ ชือ เลย" 36 แต่เราได ้บอกท่านทัง้ หลายว่า พวกท่านก็เห็นเราแล ้วแต่ก็ ่ ไม่เชือ 37 ทุกคนทีพ ่ ระบิดาประทานให ้แก่เราจะมาหาเรา และผู ้ทีม ่ า หาเรา เราจะไม่ขบ ั ไล่เขาออกไปเลย 38 เพราะว่าเราลงมาจากสวรรค์ ไม่ใช่เพือ ่ จะทําตามความ ประสงค์ของเราเอง แต่เพือ ่ จะทําตามความประสงค์ของ พระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา 39 และนีแ ่ หละเป็ นพระประสงค์ของพระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา เพือ ่ ว่าเราจะไม่สญ ู เสียสิง่ ใดๆ เลยจากทุกคนทีพ ่ ระองค์ได ้ ประทานให ้แก่เรา แต่จะให ้สิง่ นัน ้ เกิดขึน ้ ใหม่อก ี ครัง้ ในวัน สุดท ้าย 40 และนีแ ่ หละเป็ นพระประสงค์ของพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา ่ ในพระองค์ จะได ้มีชวี ต คือว่าทุกคนทีเ่ ห็นพระบุตร และเชือ ิ นิ รันดร์ และเราจะให ้ผู ้นัน ้ ลุกขึน ้ มาในวันสุดท ้าย 41 พวกยิวจึงบ่นพึมพํากับพระองค์ เพราะพระองค์ตรัสว่า “เราเป็ นขนมปั งทีล ่ งมาจากสวรรค์” 42 พวกเขาจึงพูดว่า “คนนีไ้ ม่ใช่เยซู บุตรของโยเซฟ ซึง่ พวกเรารู ้จักพ่อแม่ของเขาหรือ?” แล ้วทําไมเขาจึงพูดว่า ‘ฉั น ลงมาจากสวรรค์’ ? 43 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า “ อย่าบ่นกันเองเลย” 44 ไม่มผ ี ู ้ใดจะมาหาเราได ้ เว ้นเสียแต่พระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา จะทรงชักนํ าเขามา และเราจะให ้เขาลุกขึน ้ มาในวันสุดท ้าย 45 มีเขียนไว ้ในหนังสือของผู ้เผยพระวจนะว่า “ทุกคนจะ ได ้รับการสัง่ สอนจากพระเจ ้า ดังนัน ้ มนุษย์ทก ุ คนทีไ่ ด ้ยิน และได ้เรียนรู ้จากพระบิดาก็จะมาหาเรา” 46 ไม่ใช่วา่ ผู ้ใดได ้เห็นพระบิดา เว ้นแต่ผู ้ทีม ่ าจากพระเจ ้า ผู ้ นัน ้ ได ้เห็นพระบิดา ่ ในเราก็มช 47 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีเ่ ชือ ี วี ต ิ นิรัน ดร์ 48 ฉั นเป็ นขนมปั งแห่งชีวต ิ 49 บรรพบุรษ ุ ของท่านได ้กินมานาในถิน ่ ทุรกันดารแล ้วก็ตาย 50 นีแ ่ หละเป็ นขนมปั งทีล ่ งมาจากสวรรค์ เพือ ่ ให ้มนุษย์กน ิ แล ้วไม่ตาย 51 เราเป็ นขนมปั งแห่งชีวต ิ ทีล ่ งมาจากสวรรค์ ถ ้าใครกิน อาหารนี้ ผู ้นัน ้ จะดํารงชีวต ิ ตลอดไป และขนมปั งทีเ่ ราจะให ้ก็ คือเนือ ้ ของเรา ซึง่ เราจะให ้เพือ ่ ชีวต ิ ของโลก 52 พวกยิวจึงโต ้เถียงกันโดยว่า “คนนีจ ้ ะให ้เนือ ้ ของเขาแก่ เรากินได ้อย่างไร?” 53 จากนัน ้ พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ ท่านทัง้ หลายว่า ถ ้าท่านไม่กน ิ เนือ ้ และดืม ่ โลหิตของบุตร มนุษย์ ท่านก็ไม่มช ี วี ต ิ ในตัวท่านเลย" 54 ผู ้ใดกินเนือ ้ และดืม ่ โลหิตของเรา ผู ้นัน ้ จะมีชวี ต ิ นิรันดร์ และเราจะให ้ผู ้นัน ้ ลุกขึน ้ ในวันสุดท ้าย
55 เพราะว่าเนือ ้ ของเราเป็ นอาหารจริง และโลหิตของเราเป็ น เครือ ่ งดืม ่ จริง 56 ผู ้ทีก ่ น ิ เนือ ้ และดืม ่ โลหิตของเรา ผู ้นัน ้ ก็อยูใ่ นเรา และเราก็ อยูใ่ นเขา 57 ฉั นใดพระบิดาผู ้ทรงพระชนม์ได ้ทรงใช ้เรามา และเรามี ชีวต ิ อยูเ่ พราะพระบิดา ฉั นนัน ้ ผู ้ทีก ่ น ิ เรา ผู ้นัน ้ ก็จะมีชวี ต ิ อยู่ เพราะเรา 58 นีแ ่ หละเป็ นขนมปั งทีล ่ งมาจากสวรรค์ ซึง่ ไม่เหมือนกับ บรรพบุรษ ุ ของท่านทีเ่ คยกินมานาแล ้วตาย แต่ใครกินขนมปั ง นีจ ้ ะยังคงมีชวี ต ิ อยูช ่ วั่ นิรันดร์” 59 พระองค์ตรัสคําเหล่านีใ้ นธรรมศาลา ขณะทีท ่ รงสัง่ สอนใน เมืองคาเปอรนาอุม 60 เมือ ่ สาวกของพระองค์หลายคนได ้ยินดังนี้ พวกเขาก็พด ู ว่า คําสอนนีย ้ ากนัก ใครจะฟั งได ้? 61 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบในพระองค์เองว่าเหล่าสาวกของ พระองค์บน ่ ถึงเรือ ่ งนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เรือ ่ งนี้ ทําให ้พวกท่านขุน ่ เคืองใจหรือ?” 62 หากท่านจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จขึน ้ ไปยังทีซ ่ งึ่ พระองค์เคย เสด็จมาก่อน จะเป็ นอย่างไรบ ้าง? 63 จิตวิญญาณเป็ นสิง่ ทีท ่ ําให ้มีชวี ต ิ ชีวา เนือ ้ หนังไม่ม ี ประโยชน์ใดๆ คําพูดทีเ่ รากล่าวกับพวกท่านนัน ้ เป็ นจิต วิญญาณและเป็ นชีวต ิ ่ เพราะพระเยซูทรงทราบ 64 แต่บางคนในพวกท่านก็ไม่เชือ ่ และใครเล่าทีจ แต่แรกแล ้วว่าใครบ ้างทีไ่ ม่เชือ ่ ะทรยศ พระองค์ 65 และพระองค์ตรัสว่า เพราะฉะนัน ้ เราจึงได ้ตรัสแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ไม่มผ ี ู ้ใดจะมาหาเราได ้ เว ้นเสียแต่พระบิดาของ เราประทานให ้แก่เขา” 66 ตัง้ แต่นัน ้ มาสาวกของพระองค์หลายคนก็เลิกติดตาม พระองค์อก ี ต่อไป 67 แล ้วพระเยซูตรัสแก่สาวกทัง้ สิบสองคนว่า พวกเจ ้าก็จะไป ด ้วยเช่นกันหรือ? 68 ซีโมนเปโตรจึงตอบพระองค์วา่ “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า พวก ข ้าพเจ ้าจะไปหาใครได ้เล่า พระองค์มพ ี ระวจนะแห่งชีวต ิ นิรัน ดร์” ่ และแน่ใจว่า พระองค์ทรงเป็ นพระคริสต์ 69 และพวกเราก็เชือ พระบุตรของพระเจ ้าผู ้ทรงชีวต ิ 70 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราไม่ได ้เลือกพวกเจ ้าสิบ สองคนหรือ และคนหนึง่ ในพวกเจ ้าเป็ นปี ศาจหรือ?" 71 พระองค์ตรัสถึงยูดาส อิสคาริโอท บุตรชายของซีโมน เพราะว่าเขาคือคนทีท ่ รยศต่อพระองค์ เนือ ่ งจากเขาเป็ นหนึง่ ในสาวกสิบสองคน บทที่ 7 1 หลังจากนัน ้ พระเยซูก็เสด็จไปในแคว ้นกาลิล ี เพราะ พระองค์ไม่ประสงค์จะเสด็จไปในดินแดนของชาวยิว เพราะ พวกชาวยิวพยายามทีจ ่ ะฆ่าพระองค์ 2 ในเวลานัน ้ เทศกาลกระโจมของพวกยิวก็ใกล ้จะมาถึงแล ้ว 3 พีน ่ ้องของพระองค์จงึ บอกพระองค์วา่ “จงออกจากทีน ่ ไี่ ป ยังแคว ้นยูเดีย เพือ ่ ให ้เหล่าสาวกของท่านได ้เห็นกิจการที่ ท่านทํา” 4 เพราะไม่มผ ี ู ้ใดทําสิง่ ใดในทีล ่ บ ั และแสวงหาทีจ ่ ะให ้ผู ้อืน ่ รู ้จักพระองค์ ถ ้าท่านทําสิง่ เหล่านี้ จงแสดงตนให ้โลกรู ้ ่ พระองค์ 5 เพราะพวกพีน ่ ้องของพระองค์ก็ไม่เชือ 6 จากนัน ้ พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " เวลาของฉั นยังไม่มา แต่เวลาของพวกท่านพร ้อมอยูเ่ สมอ" 7 โลกไม่อาจเกลียดชังพวกท่านได ้ แต่โลกเกลียดเรา เพราะ เราเป็ นพยานถึงโลกว่าผลงานของโลกนัน ้ ชัว่ ร ้าย 70
จอห์น
8 จงขึน ้ ไปร่วมงานเลีย ้ งนีเ้ ถิด เรายังไม่ขน ึ้ ไปร่วมงานเลีย ้ งนี้ เพราะเวลาของเรายังไม่มาถึง 9 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านีแ ้ ก่พวกเขาแล ้ว พระองค์ยัง ประทับอยูใ่ นแคว ้นกาลิล ี 10 เมือ ่ พวกพีน ่ ้องของพระองค์ขน ึ้ ไปแล ้ว พระองค์ก็เสด็จไป ตามงานเลีย ้ งนัน ้ ด ้วย ไม่ใช่ไปเปิ ดเผย แต่ไปอย่างลับๆ 11 จากนัน ้ พวกยิวจึงตามหาพระองค์ในงานเลีย ้ งและถามว่า “เขาอยูท ่ ไี่ หน” 12 และมีเสียงซุบซิบกันมากมายในหมูป ่ ระชาชนเกีย ่ วกับ พระองค์ บางคนกล่าวว่า เขาเป็ นคนดี คนอืน ่ ๆ กล่าวว่า ไม่ใช่เลย แต่เขาหลอกลวงประชาชน 13 แต่ไม่มใี ครพูดถึงพระองค์อย่างเปิ ดเผยเพราะกลัวพวกยิว 14 ครัน ้ ถึงกลางเทศกาลแล ้ว พระเยซูก็เสด็จขึน ้ ไปในพระ วิหารและทรงสัง่ สอน 15 พวกยิวก็ประหลาดใจและพูดว่า "คนนีร้ ู ้จักวรรณกรรมได ้ อย่างไร ทัง้ ๆ ทีไ่ ม่เคยเรียนมาก่อน" 16พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " คําสอนของฉั นไม่ใช่ของฉั น เอง แต่เป็ นของผู ้ทีท ่ รงใช ้เรามา" 17 ถ ้าผู ้ใดตัง้ ใจประพฤติตามพระประสงค์ของพระองค์ ผู ้นัน ้ จะรู ้ว่าคําสอนนัน ้ มาจากพระเจ ้า หรือว่าเราพูดตามใจเราเอง 18 ผู ้ใดทีพ ่ ด ู ออกมาจากตัวเขาเองนัน ้ ก็แสวงหาเกียรติ สําหรับตนเอง แต่ผู ้ใดทีแ ่ สวงหาเกียรติให ้กับตนเองซึง่ ทรง ใช ้เขามา ผู ้นัน ้ แหละเป็ นผู ้สัตย์จริง และไม่มอ ี ธรรมอยูใ่ นเขา เลย 19 โมเสสมิได ้ให ้ธรรมบัญญัตแ ิ ก่พวกท่านแล ้วหรือ แต่ไม่ม ี ใครรักษาธรรมบัญญัตเิ ลย ทําไมพวกท่านจึงพยายามจะฆ่า ฉั น? 20 ประชาชนจึงตอบว่า ท่านมีผอ ี ยู่ ใครเล่าทีพ ่ ยายามจะฆ่า ท่าน 21 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราได ้กระทําการอย่างหนึง่ และพวกท่านก็ประหลาดใจ" 22 โมเสสจึงให ้พวกท่านเข ้าสุหนัต (ไม่ใช่เพราะเป็ นของ โมเสส แต่เพราะเป็ นของบรรพบุรษ ุ ) และพวกท่านก็ให ้ผู ้ชาย เข ้าสุหนัตในวันสะบาโต 23 ถ ้าคนใดเข ้าสุหนัตในวันสะบาโต เพือ ่ ไม่ให ้ละเมิดธรรม บัญญัตข ิ องโมเสส พวกท่านโกรธเราหรือ เพราะเราทําให ้คน หายป่ วยในวันสะบาโต? 24 อย่าตัดสินโดยดูทล ี่ ก ั ษณะภายนอก แต่จงตัดสินโดยดูท ี่ ความถูกต ้อง 25 แล ้วชาวเยรูซาเล็มบางคนก็พด ู ว่า “คนนีไ้ ม่ใช่หรือทีพ ่ วก เขาพยายามจะฆ่า?” 26 แต่ดเู ถิด เขาพูดอย่างกล ้าหาญ และพวกเขาก็ไม่ยอมพูด อะไรกับเขาเลย พวกผู ้ปกครองรู ้จริงหรือว่านีค ่ อ ื พระคริสต์? 27 แต่เรารู ้จักมนุษย์ผู ้นีว้ า่ เขามาจากไหน แต่เมือ ่ พระคริสต์ เสด็จมา ไม่มใี ครรู ้เลยว่าพระองค์ทรงมาจากไหน 28 เมือ ่ พระเยซูทรงสัง่ สอนอยูใ่ นพระวิหาร พระองค์ก็ทรงร ้อง ว่า “ ท่านทัง้ หลายรู ้จักเรา และรู ้ว่าเรามาจากไหน เราไม่ได ้ มาจากตัวเราเอง แต่พระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามานัน ้ ทรงเป็ นความ จริง ซึง่ ท่านทัง้ หลายไม่รู ้จักพระองค์” 29 แต่ฉันรู ้จักพระองค์ เพราะว่าฉั นมาจากพระองค์ และ พระองค์ได ้ทรงใช ้ฉั นมา 30 แล ้วพวกเขาจึงพยายามทีจ ่ ะจับพระองค์ แต่ไม่มใี ครลงมือ กับพระองค์ เพราะเวลาของพระองค์ยังไม่มาถึง ่ ในพระองค์ และพูดว่า เมือ 31 และประชาชนมากมายก็เชือ ่ พระคริสต์เสด็จมา พระองค์จะทรงกระทําการอัศจรรย์มากยิง่ กว่าทีม ่ นุษย์ผู ้นีก ้ ระทําหรือ? 32 เมือ ่ พวกฟาริสไี ด ้ยินผู ้คนซุบซิบกันเรือ ่ งเช่นนัน ้ เกีย ่ วกับ ี ละหัวหน ้าปุโรหิตจึงส่งเจ ้าหน ้าทีไ่ ปนํ า พระองค์ พวกฟาริสแ พระองค์ไป
33 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาว่า " เราจะอยูก ่ บ ั พวกท่านอีกสัก หน่อยหนึง่ แล ้วเราจะไปหาพระองค์ทท ี่ รงใช ้เรามา" 34 พวกท่านจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และทีซ ่ งึ่ เราอยู่ พวกท่านไปทีน ่ ั่นไม่ได ้ 35 พวกยิวจึงพูดกันว่า “เขาจะไปทีไ่ หนทีเ่ ราจะไม่พบเขา หรือเขาจะไปหาคนต่างชาติทก ี่ ระจัดกระจายและสัง่ สอนคน ต่างชาติหรือ?” 36 พระองค์ตรัสว่า “พวกเจ ้าจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และทีซ ่ งึ่ เราอยูพ ่ วกเจ ้าไปไม่ได ้” หมายความว่าอย่างไร? 37 ในวันสุดท ้ายของเทศกาลซึง่ เป็ นวันใหญ่นัน ้ พระเยซูทรง ยืนและทรงร ้องว่า “ ถ ้าผู ้ใดกระหายนํ้ า ผู ้นัน ้ จงมาหาเราและ ดืม ่ ” ่ ในเรา ตามทีพ 38 ผู ้ทีเ่ ชือ ่ ระคัมภีรไ์ ด ้กล่าวไว ้ว่า จากท ้องผู ้ นัน ้ จะมีแม่นํ้าทีม ่ น ี ํ้ าแห่งชีวต ิ ไหลออกมา ่ ในพระองค์จะ 39 (แต่พระองค์ตรัสถึงพระวิญญาณซึง่ ผู ้ทีเ่ ชือ ได ้รับ เพราะว่าพระวิญญาณบริสท ุ ธิย ์ ังไม่ได ้ประทานมา เพราะว่าพระเยซูยังไม่ได ้รับเกียรติ) 40 เมือ ่ ผู ้คนจํานวนมากได ้ยินคําตรัสนี้ พวกเขาก็พด ู ว่า แท ้จริงท่านผู ้นีเ้ ป็ นศาสดาพยากรณ์” 41 คนอืน ่ ๆ พูดว่า “นีค ่ อ ื พระคริสต์” แต่บางคนก็พด ู ว่า “พระ คริสต์จะเสด็จมาจากแคว ้นกาลิลห ี รือ?” 42 พระคัมภีรไ์ ม่ได ้กล่าวไว ้หรือว่า พระคริสต์จะมาจาก พงศ์พันธุข ์ องดาวิด และจากเมืองเบธเลเฮมทีด ่ าวิดอยู?่ 43 ดังนัน ้ ประชาชนก็แตกแยกกันเพราะเรือ ่ งของเขา 44 และบางคนต ้องการจะจับพระองค์ แต่ไม่มใี ครลงมือกับ พระองค์เลย 45 แล ้วเจ ้าหน ้าทีจ ่ งึ ไปหาพวกหัวหน ้าปุโรหิตและฟาริส ี แล ้ว ถามพวกเขาว่า “ทําไมพวกเจ ้าจึงไม่พาเขาไป?” 46 เจ ้าหน ้าทีต ่ อบว่า ไม่เคยมีใครพูดเหมือนชายผู ้นีเ้ ลย ี งึ ตอบพวกเขาว่า พวกท่านก็ถก 47 พวกฟาริสจ ู หลอกด ้วยแล ้ว หรือ? ี นใดเชือ ่ ในพระองค์บ ้าง 48 มีผู ้ปกครองหรือพวกฟาริสค หรือไม่? 49 แต่ชนชาติเหล่านีท ้ ไี่ ม่รู ้ธรรมบัญญัตก ิ ็ถก ู สาปแช่ง 50 นิโคเดมัสจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า (ผู ้ทีม ่ าหาพระเยซูใน เวลากลางคืน เพราะเขาเป็ นคนหนึง่ ในพวกเขา) 51 ธรรมบัญญัตข ิ องเราพิพากษาคนใดโดยทีย ่ ังไม่ได ้ฟั งเขา และรู ้ว่าเขาทําอะไรหรือไม่? 52 พวกเขาตอบท่านว่า “ท่านก็มาจากแคว ้นกาลิลด ี ้วยหรือ?” จงค ้นหาดูเถิด เพราะว่าไม่มผ ี ู ้เผยพระวจนะคนใดเกิดมาจาก แคว ้นกาลิล”ี 53 แล ้วทุกคนก็กลับไปบ ้านของตน บทที่ 8 1 พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอก 2 และเช ้าตรูพ ่ ระองค์เสด็จเข ้าไปในวิหารอีก และประชาชน ้ มาหาพระองค์ พระองค์ประทับนั่งและทรงสัง่ สอนพวก ทัง้ สิน เขา ี ํ าหญิงคนหนึง่ ซึง่ ถูกจับขณะ 3 พวกธรรมาจารย์และฟาริสน ล่วงประเวณีมาหาพระองค์ แล ้วให ้นางยืนอยูท ่ า่ มกลางพวก เขา 4 พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ “อาจารย์ หญิงคนนีถ ้ ก ู จับขณะ ล่วงประเวณี” 5 โมเสสสัง่ เราไว ้ในธรรมบัญญัตวิ า่ จงเอาหินขว ้างคนเช่นนี้ แต่ทา่ นว่าอย่างไร? 6 พวกเขาพูดอย่างนัน ้ เพือ ่ ลองใจพระองค์เพือ ่ จะได ้ กล่าวโทษพระองค์ แต่พระเยซูทรงก ้มลงเขียนบนพืน ้ ดินด ้วย นิว้ พระหัตถ์ ราวกับว่าพระองค์ไม่ได ้ยินพวกเขา 71
จอห์น
29 และพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามานัน ้ ทรงอยูก ่ บ ั เราแล ้ว พระบิดา มิได ้ทรงละทิง้ เราไว ้ตามลําพัง เพราะว่าเรากระทําสิง่ ทีช ่ อบ พระทัยพระองค์อยูเ่ สมอ ่ ใน 30 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านี้ มีคนเป็ นอันมากก็เชือ พระองค์ ่ ในพระองค์วา่ ถ ้าท่าน 31 แล ้วพระเยซูตรัสแก่พวกยิวทีเ่ ชือ ทัง้ หลายดํารงอยูใ่ นคําของเรา ท่านก็เป็ นสาวกของเราอย่าง แท ้จริง 32 และท่านทัง้ หลายจะรู ้จักความจริง และความจริงจะทําให ้ ท่านทัง้ หลายเป็ นอิสระ 33 พวกเขาตอบเขาว่า เราเป็ นพงศ์พันธุข ์ องอับราฮัม และไม่ เคยเป็ นทาสของใครเลย เหตุใดท่านจึงพูดว่า พวกท่านจะ ได ้รับอิสรภาพ? 34 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ผู ้ใดทําบาป ผู ้นัน ้ ก็เป็ นทาสของบาป" 35 และทาสมิได ้อาศัยอยูใ่ นบ ้านตลอดไป แต่บต ุ รจะคงอยู่ ตลอดไป 36 ดังนัน ้ ถ ้าพระบุตรทรงทําให ้ท่านทัง้ หลายเป็ นอิสระ ท่าน ก็จะเป็ นอิสระอย่างแท ้จริง 37 ฉั นรู ้ว่าท่านทัง้ หลายเป็ นพงศ์พันธุข ์ องอับราฮัม แต่ทา่ น ทัง้ หลายพยายามทีจ ่ ะฆ่าฉั น เพราะคําของฉั นไม่มท ี อ ี่ ยูใ่ น ท่าน 38 ฉั นพูดสิง่ ทีฉ ่ ั นได ้เห็นจากพระบิดาของฉั น และคุณทําสิง่ ทีค ่ ณ ุ ได ้เห็นจากพ่อของคุณ 39 พวกเขาตอบพระองค์วา่ “อับราฮัมเป็ นบิดาของเรา” พระ เยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ ถ ้าท่านทัง้ หลายเป็ นลูกหลานของ อับราฮัม ท่านทัง้ หลายก็คงทําตามการงานของอับราฮัม” 40 แต่บด ั นีท ้ า่ นทัง้ หลายกําลังหาทางทีจ ่ ะฆ่าข ้าพเจ ้า ซึง่ เป็ น คนซึง่ บอกความจริงแก่ทา่ น ซึง่ ข ้าพเจ ้าได ้ยินมาจากพระเจ ้า แต่อบ ั ราฮัมมิได ้ทําเช่นนี้ 41 พวกท่านทําสิง่ ทีพ ่ อ ่ ของท่านทํา แล ้วพวกเขาจึงพูดกับ พระองค์วา่ “พวกเราไม่ได ้เกิดจากการผิดประเวณี เรามีพระ บิดาเพียงองค์เดียวคือพระเจ ้า” 42 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า ถ ้าพระเจ ้าเป็ นพระบิดาของ ท่านแล ้ว ท่านก็จะรักเรา เพราะว่าเราออกมาจากพระเจ ้าและ มิได ้มาจากตัวเราเอง แต่พระองค์ทรงใช ้เรามา 43 เหตุใดท่านจึงไม่เข ้าใจถ ้อยคําของเรา? เพราะท่านไม่ได ้ ยินถ ้อยคําของเรา. 44 พวกท่านเป็ นของมารซึง่ เป็ นพ่อของพวกท่าน และพวก ท่านก็ปรารถนาทีจ ่ ะทําตามความปรารถนาของพ่อของพวก ท่าน มารเป็ นฆาตกรตัง้ แต่ต ้น และไม่ได ้ดํารงอยูใ่ นความจริง เพราะไม่มค ี วามจริงอยูใ่ นมาร เมือ ่ มันพูดโกหก มันก็พด ู ตาม ความคิดของมันเอง เพราะมันเป็ นคนโกหก และเป็ นพ่อของ มัน ่ เรา 45 และเพราะว่าเราบอกความจริงแก่ทา่ น ท่านจึงไม่เชือ 46 มีใครในพวกท่านทีก ่ ล่าวหาว่าเราเป็ นคนบาป? และถ ้าเรา ่ เรา? พูดความจริง ทําไมท่านจึงไม่เชือ 47 ผู ้ทีม ่ าจากพระเจ ้าก็ยอ ่ มฟั งพระวจนะของพระเจ ้า แต่พวก ท่านจึงไม่ฟัง เพราะพวกท่านไม่ใช่ของพระเจ ้า” 48 พวกยิวจึงตอบพระองค์วา่ “เราพูดถูกไหมว่าท่านเป็ นชาว สะมาเรียและมีผส ี งิ ?” 49 พระเยซูทรงตอบว่า " เราไม่มป ี ี ศาจ แต่เราถวายเกียรติแก่ พระบิดาของเรา และพวกท่านดูหมิน ่ เรา" 50 และไม่แสวงหาเกียรติของตนเอง มีผู ้หนึง่ ทีแ ่ สวงหาและ ทรงพิพากษา 51 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ถ ้าผู ้ใดประพฤติตาม คําของเรา ผู ้นัน ้ จะไม่เห็นความตายเลย 52 พวกยิวจึงพูดกับพระองค์วา่ “บัดนีเ้ รารู ้แล ้วว่าท่านถูกผี เข ้าสิง อับราฮัมและบรรดาผู ้เผยพระวจนะตายแล ้ว ส่วนท่าน
7 เมือ ่ พวกเขาถามพระองค์ตอ ่ ไป พระองค์ก็ทรงลุกขึน ้ และ ตรัสแก่พวกเขาว่า ผู ้ใดในพวกท่านไม่มบ ี าป ก็ให ้เอาหิน ขว ้างนางก่อน 8 แล ้วท่านก็ก ้มลงเขียนบนพืน ้ ดินอีกครัง้ 9 ส่วนผู ้ทีไ่ ด ้ยินก็มส ี ํานึกผิดชอบชัว่ ดีของตนเอง จึงออกไปที ละคน เริม ่ ตัง้ แต่คนเฒ่าคนแก่จนคนสุดท ้าย เหลือเพียงพระ เยซูผู ้เดียว และสตรีผู ้นัน ้ ยังยืนอยูท ่ า่ มกลางนัน ้ 10 เมือ ่ พระเยซูทรงลุกขึน ้ และไม่เห็นใครอืน ่ นอกจากผู ้หญิง คนนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสแก่เธอว่า " หญิงเอ๋ย พวกทีก ่ ล่าวหา เจ ้าอยูท ่ ไี่ หน ไม่มใี ครลงโทษเจ ้าเลยหรือ" 11 นางตอบว่า “ไม่มผ ี ู ้ใดเลย พระเจ ้าข ้า” พระเยซูจงึ ตรัสกับ นางว่า “ เราก็ไม่ลงโทษเจ ้าเหมือนกัน ไปเถิด และอย่าทํา บาปอีก” 12 พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาอีกว่า “ เราเป็ นความสว่างของโลก ผู ้ทีต ่ ด ิ ตามเราจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่ง ชีวต ิ ” ี งึ กล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านเป็ นพยานให ้แก่ 13 พวกฟาริสจ ตนเองเท่านัน ้ คําพยานของท่านไม่เป็ นความจริง” 14 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " แม ้ว่าเราเป็ นพยานให ้แก่ตวั เราเอง แต่คําพยานของเราก็เป็ นความจริง เพราะเรารู ้ว่าเรา มาจากไหนและจะไปทีไ่ หน แต่พวกท่านไม่รู ้ว่าเรามาจาก ไหนและจะไปทีไ่ หน 15 ท่านทัง้ หลายตัดสินตามเนือ ้ หนัง แต่เราไม่ได ้ตัดสินใคร เลย 16 แต่ถ ้าเราพิพากษา การพิพากษาของเราก็เป็ นความจริง เพราะว่าเราไม่ได ้อยูค ่ นเดียว แต่เราอยูก ่ บ ั พระบิดาผู ้ทรงใช ้ เรามาด ้วย 17 ในธรรมบัญญัตข ิ องท่านก็มเี ขียนไว ้ด ้วยว่าคําพยานของ สองคนก็เป็ นความจริง 18 ฉั นเป็ นผู ้ทีเ่ ป็ นพยานถึงตัวฉั นเอง และพระบิดาผู ้ทรงใช ้ ฉั นมาเป็ นพยานถึงฉั น 19 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “พระบิดาของท่านอยูท ่ ไี่ หน” พระเยซูตรัสตอบว่า “ ท่านทัง้ หลายไม่รู ้จักเราและพระบิดา ของเรา ถ ้าท่านรู ้จักเราแล ้ว ท่านก็จะรู ้จักพระบิดาของเราด ้วย” 20 พระเยซูตรัสคําเหล่านีข ้ ณะทีท ่ รงสัง่ สอนอยูใ่ นพระวิหาร และไม่มใี ครวางมือบนพระองค์ เพราะเวลาของพระองค์ยังไม่ มาถึง 21 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาอีกครัง้ ว่า " เรากําลังไป แต่พวก เจ ้าจะแสวงหาเรา และจะต ้องตายในบาปของพวกเจ ้า เราไป ทีไ่ หน พวกเจ ้าไปไม่ได ้" 22 พวกยิวจึงกล่าวว่า เขาจะฆ่าตัวตายหรือ เพราะเขาพูดว่า ทีท ่ เี่ ราไปนัน ้ พวกท่านไปไม่ได ้ 23 พระองค์ตรัสแก่พวกเขา ว่า พวกท่านมาจากเบือ ้ งล่าง เรา มาจากเบือ ้ งบน พวกท่านมาจากโลกนี้ เรามิได ้มาจากโลกนี้ 24 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า พวกท่านจะต ้องตาย ่ ว่าเราเป็ นผู ้นัน ในบาปของท่าน เพราะว่าถ ้าท่านไม่เชือ ้ พวก ท่านจะต ้องตายในบาปของท่าน 25 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นใคร” พระเยซูจงึ ตรัส ตอบพวกเขาว่า “ เป็ นคนเดียวกับทีเ่ ราบอกท่านตัง้ แต่ต ้น” 26 เรามีเรือ ่ งมากมายทีจ ่ ะพูดและพิพากษาพวกท่าน แต่ พระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามาทรงเป็ นความจริง และสิง่ ทีเ่ ราได ้ยิน มาจากพระองค์นัน ้ เราก็กล่าวแก่โลก 27พวกเขาไม่เข ้าใจว่าพระองค์ตรัสกับพวกเขาถึงเรือ ่ งพระ บิดา 28 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาว่า “ เมือ ่ ท่านทัง้ หลายได ้ยกบุตร มนุษย์ขน ึ้ แล ้ว ท่านก็จะรู ้ว่าเราเป็ นพระองค์นัน ้ และเรารู ้ว่าเรา ไม่ได ้ทําสิง่ ใดตามลําพัง แต่พระบิดาได ้สอนเรา เราจึงพูดสิง่ เหล่านี”้ 72
จอห์น
ยังพูดว่า ‘ถ ้าใครประพฤติตามคําของเรา ผู ้นัน ้ จะไม่มวี ันลิม ้ รสความตาย’ 53 ท่านยิง่ ใหญ่กว่าอับราฮัมบิดาของเราซึง่ ตายไปแล ้วหรือ? และบรรดาผู ้เผยพระวจนะก็ตายไปแล ้ว ท่านตัง้ ตนเองเป็ น ใคร? 54 พระเยซูทรงตอบว่า “ ถ ้าเราให ้เกียรติตนเอง เกียรติของ เราก็ไม่มค ี วามหมาย ผู ้ทีใ่ ห ้เกียรติเราคือพระบิดาของเรา และพวกท่านก็พด ู ถึงพระองค์วา่ เป็ นพระเจ ้าของพวกท่าน” 55 แต่พวกท่านไม่รู ้จักพระองค์ แต่เรารู ้จักพระองค์ และถ ้า เราพูดว่า เราไม่รู ้จักพระองค์ เราก็จะเป็ นคนโกหกเหมือน พวกท่าน แต่เรารู ้จักพระองค์ และยึดถือคําพูดของพระองค์ ่ ชมยินดีทไี่ ด ้เห็นวันของเรา และ 56 อับราฮัมบิดาของท่านชืน ท่านได ้เห็นแล ้วและมีความยินดี 57 พวกยิวจึงพูดกับเขาว่า “ท่านอายุยังไม่ถงึ ห ้าสิบปี เลย และท่านเคยเห็นอับราฮัมแล ้วหรือ?” 58 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ก่อนอับราฮัมเกิด เราเป็ นอยูแ ่ ล ้ว" 59 แล ้วพวกเขาจึงหยิบก ้อนหินขึน ้ จะขว ้างพระองค์ แต่พระ เยซูทรงซ่อนพระองค์และเสด็จออกจากพระวิหาร เสด็จผ่าน กลางพวกเขา และเสด็จผ่านไป
17 พวกเขาจึงถามคนตาบอดอีกว่า “ท่านว่าอย่างไรเกีย ่ วกับ คนนัน ้ ทีเ่ ขาได ้ทําให ้ตาของท่านเปิ ดได ้” เขาตอบว่า “เขา เป็ นศาสดาพยากรณ์” ่ ว่าเขาเคยตาบอดแต่กลับมองเห็นได ้ 18 แต่พวกยิวไม่เชือ จนกระทั่งพวกเขาเรียกพ่อแม่ของเขาทีม ่ องเห็นเขาได ้มา 19 พวกเขาจึงถามพวกเขาว่า “นีค ่ อ ื บุตรชายของท่านทีพ ่ วก ท่านบอกว่าตาบอดมาตัง้ แต่กําเนิดใช่ไหม? แล ้วบัดนีเ้ ขา มองเห็นได ้อย่างไร?” 20 บิดามารดาของเขาตอบว่า พวกเราทราบว่านีค ่ อ ื ลูกชาย ของเรา และเขาเกิดมาตาบอด 21 แต่ขณะนีเ้ ขามองเห็นได ้อย่างไร เราก็ไม่ทราบว่า หรือ ใครเป็ นผู ้ทําให ้ตาของเขาเปิ ด เราก็ไม่ทราบว่า เขาเป็ น ผู ้ใหญ่แล ้ว จงถามเขาดู เขาจะพูดเองได ้ 22 บิดามารดาของพระองค์พด ู คําเหล่านีเ้ พราะกลัวพวกยิว เพราะพวกยิวตกลงกันแล ้วว่าถ ้าใครยอมรับว่าตนเป็ นพระ คริสต์ ผู ้นัน ้ จะต ้องถูกไล่จากธรรมศาลา 23 เพราะฉะนัน ้ บิดามารดาของเขาจึงกล่าวว่า เขาเป็ นผู ้ใหญ่ แล ้ว จงถามเขาดูเถิด 24 แล ้วพวกเขาจึงเรียกคนตาบอดคนนัน ้ มาอีกและกล่าวกับ เขาว่า “จงสรรเสริญพระเจ ้าเถิด เรารู ้อยูว่ า่ คนนีเ้ ป็ นคนบาป” 25 เขาตอบว่า เขาเป็ นคนบาปหรือไม่ ข ้าพเจ ้าไม่ทราบ สิง่ เดียวทีข ่ ้าพเจ ้ารู ้คือ ข ้าพเจ ้าเคยตาบอด แต่บด ั นีข ้ ้าพเจ ้า มองเห็นได ้ 26 แล ้วพวกเขาจึงถามเขาอีกว่า "เขาทําอะไรกับท่าน? เขา ทําให ้ตาของท่านเปิ ดได ้อย่างไร?" 27 พระองค์ตรัสตอบพวกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าบอกพวกท่านแล ้ว แต่พวกท่านไม่ฟัง เหตุใดพวกท่านยังอยากฟั งอีก พวกท่าน ก็อยากจะเป็ นสาวกของพระองค์ด ้วยหรือ?” 28 แล ้วพวกเขาจึงด่าว่าเขาและกล่าวว่า เจ ้าเป็ นสาวกของ เขา แต่เราเป็ นสาวกของโมเสส 29 เราทราบว่าพระเจ ้าตรัสกับโมเสส ส่วนคนนีเ้ ราไม่ทราบว่า มาจากไหน 30 ชายผู ้นัน ้ ตอบเขาว่า เหตุใดจึงเป็ นเรือ ่ งแปลกประหลาดที่ พวกท่านไม่ทราบว่าเขามาจากไหน แต่เขากลับทําให ้ตาของ ข ้าพเจ ้ามองเห็นได ้ 31 บัดนีเ้ รารู ้แล ้วว่าพระเจ ้ามิได ้ฟั งคนบาป แต่ถ ้าผู ้ใดนับถือ พระเจ ้า และกระทําตามพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ ทรงฟั งผู ้นัน ้ 32 ตัง้ แต่โลกถือกําเนิดมา ไม่เคยมีใครได ้ยินว่ามีมนุษย์คน ใดสามารถรักษาตาของคนทีต ่ าบอดแต่กําเนิดได ้ 33 ถ ้าบุคคลนีไ้ ม่ใช่ของพระเจ ้า เขาคงไม่สามารถทําอะไรได ้ เลย 34 พวกเขาตอบเขาว่า “เจ ้าเกิดมาในบาปทัง้ หมด แล ้วเจ ้าจะ มาสอนเราหรือ” แล ้วพวกเขาจึงขับไล่เขาออกไป 35 พระเยซูทรงได ้ยินว่าเขาขับไล่คนนัน ้ ออกไป และเมือ ่ ทรง ่ ในพระบุตร พบเขาแล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่เขาว่า “ เจ ้าเชือ ของพระเจ ้าหรือไม่” 36 ชายหนุ่มตอบว่า “พระองค์เจ ้าข ้า ผู ้นัน ้ เป็ นใครเล่า ที่ ่ ในพระองค์” ข ้าพเจ ้าจะได ้เชือ 37 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า เจ ้าได ้เห็นเขาแล ้ว และเป็ นผู ้ที่ กําลังพูดกับเจ ้า ่ พระเจ ้า” แล ้วเขาก็กราบ 38 และเขากล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าเชือ นมัสการพระองค์ 39 พระเยซูตรัสว่า “ เราเข ้ามาในโลกนีเ้ พือ ่ การพิพากษา เพือ ่ ให ้คนทีม ่ องไม่เห็นกลับมองเห็นได ้ และเพือ ่ ให ้คนที่ มองเห็นกลับตาบอด” ี างคนทีอ 40 ฟาริสบ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์ได ้ยินถ ้อยคําเหล่านัน ้ ก็ กล่าวกับพระองค์วา่ "พวกเราตาบอดด ้วยหรือ?"
บทที่ 9 1 เมือ ่ พระเยซูเสด็จผ่านไป พระองค์ทรงเห็นคนคนหนึง่ ตา บอดตัง้ แต่กําเนิด 2 เหล่าสาวกจึงถามพระองค์วา่ “อาจารย์ ใครทําบาป ชายคน นีห ้ รือพ่อแม่ของเขา จึงเกิดมาตาบอด” 3 พระเยซูทรงตอบว่า ไม่ใช่วา่ คนนีห ้ รือพ่อแม่ของเขาได ้ทํา บาป แต่เพือ ่ ให ้การงานของพระเจ ้าปรากฏในตัวเขา 4 เราต ้องกระทําการงานของพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามาเมือ ่ ยัง เป็ นวัน และเมือ ่ ยังมีคน ื ก็มาถึง เมือ ่ ไม่มใี ครสามารถทํางาน ได ้ 5 ตราบใดทีฉ ่ ั นยังอยูใ่ นโลก ฉั นก็เป็ นความสว่างของโลก 6 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็ทรงถุยนํ้ าลายลงดิน แล ้วทรง ทําให ้นํ้ าลายนัน ้ กลายเป็ นดินเหนียว และทรงเจิมตาของคน ตาบอดด ้วยดินเหนียวนัน ้ 7 แล ้วตรัสแก่พระองค์วา่ จงไปล ้างตัวในสระซีโลอัมเถิด (ซึง่ แปลว่า ส่งไป) พระองค์จงึ เสด็จไปล ้างตัวแล ้วทรงมองเห็น ได ้ 8 เพือ ่ นบ ้านและคนทัง้ หลายทีเ่ คยเห็นเขาตาบอดมาก่อนจึง พูดกันว่า "คนนีไ้ ม่ใช่คนทีน ่ ั่งขอทานหรือ?" 9 บางคนก็วา่ “เขานีแ ้ หละ” คนอืน ่ ๆ ก็วา่ “เขาเหมือนคนนัน ้ ” แต่คนนัน ้ ก็วา่ “ฉั นนีแ ่ หละ” 10 ดังนัน ้ พวกเขาจึงถามท่านว่า "ตาของท่านหายหาย อย่างไร?" ่ เยซู ทําดินเหนียวทาตาของ 11 ท่านตอบว่า มีคนหนึง่ ชือ ข ้าพเจ ้า และบอกข ้าพเจ ้าว่า จงไปทีส ่ ระสิโลอัมแล ้วล ้างออก ข ้าพเจ ้าก็ไปล ้างตา แล ้วก็มองเห็นได ้ 12 แล ้วพวกเขาจึงถามเขาว่า “เขาอยูท ่ ไี่ หน” เขาตอบว่า “ข ้าพเจ ้าไม่ทราบ” 13พวกเขานํ าผู ้ทีแ ่ ต่กอ ่ นตาบอดไปหาพวกฟาริส ี 14 วันสะบาโตเป็ นวันทีพ ่ ระเยซูทรงปั น ้ ดินเหนียวแล ้วทรงเปิ ด ตาเขา ี งึ ถามเขาอีกว่าเขามองเห็นได ้อย่างไร เขาก็ 15 พวกฟาริสจ ตอบว่า “เขาเอาดินเหนียวทาตาของฉั น แล ้วฉั นก็ล ้างตาแล ้ว ก็มองเห็น” ี างคนจึงกล่าวว่า “คนนีไ้ ม่ใช่ของพระเจ ้า 16 พวกฟาริสบ เพราะเขาไม่รักษาวันสะบาโต” คนอืน ่ ๆ พูดว่า “คนบาปจะทํา อัศจรรย์เช่นนัน ้ ได ้อย่างไร” พวกเขาจึงแตกแยกกัน 73
จอห์น
41 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " ถ ้าพวกท่านตาบอด พวก ท่านก็จะไม่มบ ี าป แต่บด ั นีพ ้ วกท่านพูดว่า เราเห็น ดังนัน ้ บาปของพวกท่านจึงยังคงอยู"่
25 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกพวกท่านแล ้ว และ ่ แต่การงานทีเ่ ราทําในพระนามของพระ พวกท่านก็ไม่เชือ บิดาของเราก็เป็ นพยานถึงเรา" ่ เพราะพวกท่านไม่ได ้เป็ นแกะของเรา 26 แต่พวกท่านไม่เชือ ดังทีเ่ ราบอกพวกท่านไว ้แล ้ว 27 แกะของเราย่อมฟั งเสียงของเรา และเรารู ้จักแกะเหล่านัน ้ และแกะเหล่านัน ้ ก็ตด ิ ตามเรา 28 และเราให ้ชีวต ิ นิรันดร์แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่มวี ัน พินาศ และจะไม่มใี ครแย่งชิงพวกเขาไปจากมือของเราได ้ 29 พระบิดาของเราผู ้ประทานแกะเหล่านัน ้ ให ้แก่เรา ทรง ยิง่ ใหญ่กว่าทุกสิง่ และไม่มผ ี ู ้ใดสามารถแย่งแกะเหล่านัน ้ ไป จากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได ้ 30 เราและพระบิดาของเราเป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน 31 จากนัน ้ พวกยิวก็หยิบก ้อนหินขึน ้ มาอีกครัง้ เพือ ่ จะขว ้าง พระองค์ 32 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " ข ้าพเจ ้าได ้แสดงให ้ท่าน เห็นงานดีหลายประการจากพระบิดาของเรา แล ้วท่านเอาหิน ขว ้างข ้าพเจ ้าเพราะงานดีประการใดเล่า" 33 พวกยิวจึงตอบพระองค์วา่ "เราจะขว ้างท่านไม่ใช่เพราะ การกระทําดี แต่เพราะการหมิน ่ ประมาท และเพราะท่านเป็ น เพียงมนุษย์ แต่ตงั ้ ตัวเป็ นพระเจ ้า" 34พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " ในธรรมบัญญัตข ิ องท่าน ทัง้ หลายมิได ้เขียนไว ้หรือว่า `ท่านทัง้ หลายเป็ นพระเจ ้า? 35 ถ ้าพระองค์ทรงเรียกพวกเขาว่าเป็ นพระเจ ้า ซึง่ พระวจนะ ของพระเจ ้าได ้มาถึงพวกเขา และพระคัมภีรจ ์ ะละเมิดไม่ได ้ 36 พวกท่านจงพูดถึงผู ้ทีพ ่ ระบิดาได ้ทรงชําระให ้บริสท ุ ธิแ ์ ละ ส่งมาในโลกว่า ท่านพูดหมิน ่ ประมาทพระเจ ้า เพราะว่าเราพูด ว่า เราเป็ นพระบุตรของพระเจ ้า ่ เราเลย 37 ถ ้าเราไม่กระทําการของพระบิดาของเรา ก็อย่าเชือ ่ เรา ก็ 38 แต่ถ ้าเรากระทําเช่นนัน ้ แม ้ว่าท่านทัง้ หลายไม่เชือ ่ การงานนัน ่ ว่าพระบิดาอยู่ จงเชือ ้ เถิด เพือ ่ ท่านจะได ้รู ้และเชือ ในเรา และเราอยูใ่ นพระองค์ 39 ดังนัน ้ พวกเขาจึงพยายามจะจับพระองค์อก ี แต่พระองค์ รอดพ ้นจากมือพวกเขาไปได ้ 40 แล ้วเสด็จไปเหนือแม่นํ้าจอร์แดนอีก ไปถึงสถานทีท ่ ย ี่ อ ห์นให ้บัพติศมาครัง้ แรก และพักอยูท ่ น ี่ ั่น 41และมีหลายคนมาหาพระองค์และกล่าวว่า ยอห์นไม่ได ้ทํา สิง่ อัศจรรย์ใดๆ เลย แต่ทก ุ สิง่ ทีย ่ อห์นพูดเกีย ่ วกับบุคคลผู ้นี้ เป็ นความจริง ่ พระองค์ทน 42 และมีหลายคนเชือ ี่ ั่น
บทที่ 10 1 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีเ่ ข ้าไปในคอกแกะ โดยไม่ผา่ นประตู แต่ปีนเข ้าไปทางอืน ่ ผู ้นัน ้ เป็ นขโมยและ โจร 2 แต่ผู ้ทีเ่ ข ้าทางประตูก็เป็ นผู ้เลีย ้ งแกะ 3 ผู ้เฝ้ าประตูจงึ เปิ ดประตูให ้ และแกะก็ฟังเสียงของเขา และ ่ แกะของตนและนํ าพวกมันออกไป เขาเรียกชือ 4 และเมือ ่ ท่านนํ าแกะของท่านออกไป ท่านก็เดินนํ าหน ้า และแกะก็จะติดตามท่านไป เพราะว่าพวกมันรู ้จักเสียงของ ท่าน 5 และคนแปลกหน ้าจะไม่ตด ิ ตามเขา แต่จะหลบหนีจากเขา เพราะพวกเขาไม่รู ้จักเสียงของคนแปลกหน ้า 6 พระเยซูตรัสอุปมาเรือ ่ งนีแ ้ ก่พวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่เข ้าใจ ่ สิงทีพ ่ ระองค์ตรัสกับพวกเขา 7 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาอีกว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า เราเป็ นประตูของแกะ" 8 ทุกคนทีม ่ าอยูก ่ อ ่ นเราล ้วนเป็ นขโมยและโจร แต่แกะไม่ฟัง พวกเขา 9 เราเป็ นประตู ถ ้าผู ้ใดเข ้าไปโดยเรา ผู ้นัน ้ จะรอด และจะเข ้า ออก และจะพบทุง่ หญ ้าเลีย ้ งสัตว์ 10 ขโมยนัน ้ มิใช่มาเพือ ่ จะลักและฆ่าและทําลาย เรามาเพือ ่ เขาจะได ้ชีวต ิ และจะได ้อย่างครบบริบรู ณ์ 11 เราเป็ นผู ้เลีย ้ งแกะทีด ่ ี ผู ้เลีย ้ งแกะทีด ่ ย ี อ ่ มสละชีวต ิ ของตน เพือ ่ แกะ 12 แต่คนรับจ ้างไม่ใช่คนเลีย ้ งแกะ และแกะไม่ได ้เป็ นของเขา เมือ ่ เห็นสุนัขป่ ามา ก็ละทิง้ แกะแล ้วหนีไป แต่สน ุ ัขป่ าก็จับ แกะเหล่านัน ้ และกระจัดกระจายแกะไป 13 ลูกจ ้างหนีเพราะเขาเป็ นลูกจ ้างและไม่สนใจแกะ 14 เราเป็ นผู ้เลีย ้ งแกะทีด ่ ี และเรารู ้จักแกะของเรา และแกะ ของเราก็รู ้จักเรา 15 พระบิดาทรงรู ้จักเราฉั นใด เราก็รู ้จักพระบิดาฉั นนัน ้ และ เราสละชีวต ิ ของเราเพือ ่ แกะ 16 และแกะอืน ่ ซึง่ มิได ้เป็ นของคอกนีเ้ ราก็ม ี แกะเหล่านัน ้ เราก็ ต ้องพามาด ้วย และแกะเหล่านัน ้ จะฟั งเสียงของเรา และจะมี คอกเดียวและมีผู ้เลีย ้ งเพียงคนเดียว 17 เพราะฉะนัน ้ พระบิดาของข ้าพเจ ้าจึงทรงรักข ้าพเจ ้า เพราะว่าข ้าพเจ ้าสละชีวต ิ ของตน เพือ ่ จะเอาชีวต ิ นัน ้ กลับคืน มาอีก 18 ไม่มผ ี ู ้ใดสามารถเอาชีวต ิ นัน ้ ไปจากเราได ้ แต่เราสละมัน ิ ธิทจ ิ ธิทจ ไปจากตัวเราเอง เรามีสท ี่ ะสละมันไป และเรามีสท ี่ ะ เอามันกลับคืนมาได ้ บัญญัตข ิ ้อนีเ้ ราได ้รับมาจากพระบิดา ของเรา 19 ดังนัน ้ พวกยิวจึงแตกแยกกันอีกครัง้ เพราะคํากล่าวเหล่านี้ 20 พวกเขาหลายคนจึงพูดว่า เขามีผแ ี ละเป็ นบ ้า เหตุใดท่าน จึงฟั งเขา? 21 คนอืน ่ ๆ พูดว่า “คําเหล่านีไ้ ม่ใช่คําพูดของผู ้ทีม ่ ผ ี ส ี งิ ผีจะ ทําให ้คนตาบอดมองเห็นได ้หรือ?” 22 และขณะนัน ้ เองเป็ นวันฉลองการถวายพระพรทีก ่ รุง เยรูซาเล็ม และเป็ นฤดูหนาว 23 และพระเยซูทรงดําเนินอยูใ่ นพระวิหารทีเ่ ฉลียงของซาโล มอน 24 แล ้วพวกยิวก็เข ้ามาล ้อมรอบพระองค์และพูดกับพระองค์ ว่า “ท่านจะทําให ้เราสงสัยอยูน ่ านเพียงไร ถ ้าท่านเป็ นพระ คริสต์ ก็จงบอกเรามาตรงๆ เถิด”
บทที่ 11 ่ ลาซารัสป่ วยอยูท 1 บัดนีม ้ ค ี นคนหนึง่ ชือ ่ ห ี่ มูบ ่ ้านเบธานี ซึง่ เป็ นเมืองของมารียแ ์ ละมาร์ธาน ้องสาวของนาง 2 (คือมารียผ ์ ู ้ซึง่ เอานํ้ ามันหอมเจิมพระเยซูและเช็ดพระบาท ่ ลาซารัสกําลัง ของพระองค์ด ้วยผมของนาง ซึง่ มีพช ี่ ายชือ ป่ วยอยู)่ 3 ดังนัน ้ พีส ่ าวของพระองค์จงึ ส่งคนไปทูลพระองค์วา่ " พระองค์เจ ้าข ้า ผู ้ทีพ ่ ระองค์ทรงรักนัน ้ กําลังป่ วยอยู"่ 4 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินดังนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสว่า โรคนีไ้ ม่ถงึ ตาย แต่เกิดขึน ้ เพือ ่ พระสิรข ิ องพระเจ ้า เพือ ่ ว่าพระบุตรของ พระเจ ้าจะได ้ทรงได ้รับเกียรติเพราะโรคนี้ 5 พระเยซูทรงรักมาร์ธาและน ้องสาวของนางและลาซารัส 6 เมือ ่ พระองค์ได ้ยินว่าพระองค์ทรงป่ วย พระองค์ก็ยังประทับ อยูใ่ นทีท ่ พ ี่ ระองค์อยูน ่ ัน ้ อีกสองวัน 7 แล ้วพระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์วา่ “ เรา กลับไปยังแคว ้นยูเดียกันอีกเถิด” 74
จอห์น
8 เหล่าสาวกของพระองค์ทล ู พระองค์วา่ “อาจารย์ เมือ ่ เร็วๆ นีพ ้ วกยิวพยายามจะเอาหินขว ้างพระองค์ แต่พระองค์ยังจะ เสด็จไปทีน ่ ั่นอีกหรือ?” ิ สองชัว่ โมงมิใช่หรือ?” 9 พระเยซูตรัสตอบว่า “ วันหนึง่ มีสบ ถ ้าผู ้ใดเดินในเวลากลางวัน เขาก็จะไม่สะดุด เพราะเขา มองเห็นแสงสว่างของโลกนี้ 10 แต่ถ ้าใครเดินในเวลากลางคืนเขาก็สะดุด เพราะไม่มแ ี สง สว่างในตัวเขา 11 พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้วตรัสแก่พวกเขาว่า “ ลาซารัสเพือ ่ น ของเราหลับอยู่ แต่เราไปเพือ ่ จะปลุกเขาให ้ตืน ่ จากหลับ” 12 จากนัน ้ เหล่าสาวกของพระองค์ก็กล่าวว่า “พระองค์เจ ้าข ้า หากเขาหลับอยู่ เขาก็จะหายดี” 13 แต่พระเยซูตรัสถึงความตายของพระองค์ แต่พวกเขาคิด ว่าพระองค์ตรัสถึงการพักผ่อนในการนอนหลับ 14 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาตรงๆ ว่า " ลาซารัสตายแล ้ว" 15 และเรามีความยินดีเพือ ่ ประโยชน์ของพวกท่านทีเ่ ราไม่ได ้ ่ อย่างไรก็ตาม ให ้เราไปหาเขากัน อยูท ่ น ี่ ั่น เพือ ่ ท่านจะได ้เชือ 16 โธมัสทีเ่ รียกว่า ดิดม ิ ัส จึงกล่าวกับบรรดาศิษย์ด ้วยกันว่า “พวกเราไปด ้วยกันเถิด เพือ ่ จะได ้ตายพร ้อมกับพระองค์” 17 เมือ ่ พระเยซูเสด็จมา พระองค์พบว่าเขานอนอยูใ่ นอุโมงค์ ฝั งศพมาสีว่ ันแล ้ว 18 ในเวลานัน ้ เมืองเบธานีอยูใ่ กล ้กรุงเยรูซาเล็ม ห่างออกไป ประมาณสิบห ้าฟาร์ลอง 19 และพวกยิวจํานวนมากมาหามาร์ธาและมารียเ์ พือ ่ ปลอบใจ พวกเธอเกีย ่ วกับพีช ่ ายของพวกเธอ 20 เมือ ่ มาร์ธาได ้ยินว่าพระเยซูกําลังเสด็จมา เธอก็ไปต ้อนรับ พระองค์ แต่มารียย ์ ังคงนั่งอยูใ่ นบ ้าน 21 แล ้วมาร์ธาก็พด ู กับพระเยซูวา่ “พระเจ ้าข ้า ถ ้าพระองค์อยู่ ทีน ่ ี่ น ้องชายของข ้าพเจ ้าก็คงไม่ตาย” 22 แต่ข ้าพเจ ้ารู ้อยูว่ า่ บัดนี้ สิง่ ใดทีท ่ า่ นจะขอจากพระเจ ้า พระ เจ ้าจะประทานให ้ท่าน 23 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า พีช ่ ายของเจ ้าจะฟื้ นขึน ้ มาอีก 24 มาร์ธาบอกพระองค์วา่ ข ้าพเจ ้าทราบว่าเขาจะฟื้ นขึน ้ อีก ครัง้ ในวันคืนชีพในทีส ่ ด ุ 25 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ เราเป็ นผู ้คืนชีพและเป็ นชีวต ิ ผู ้ที่ ่ ในเรา ถึงแม ้ว่าเขาจะตายไปแล ้ว เขาก็จะกลับมีชวี ต เชือ ิ อีก ่ ในเราจะไม่ตายเลย ท่าน 26 และผู ้ใดทีย ่ ังมีชวี ต ิ อยูแ ่ ละเชือ ่ เรือ เชือ ่ งนีห ้ รือไม่? ่ พระองค์ ข ้าพระองค์เชือ ่ ว่า 27 นางจึงทูลพระองค์วา่ “เชือ พระองค์เป็ นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ ้า ทีจ ่ ะเสด็จมาใน โลก” 28 เมือ ่ นางกล่าวดังนัน ้ แล ้ว นางก็ไปเรียกมารียน ์ ้องสาวของ ตนเป็ นการลับๆ โดยกล่าวว่า “อาจารย์มาแล ้วและทรงเรียก เจ ้า” 29 ครัน ้ นางได ้ยินดังนัน ้ นางก็รบ ี ลุกขึน ้ ไปหาพระองค์ 30 ขณะนัน ้ พระเยซูยังไม่เสด็จเข ้าในเมือง แต่ประทับอยูใ่ นที่ ซึง่ มาร์ธาพบพระองค์ 31 พวกยิวทีอ ่ ยูก ่ บ ั นางในบ ้านและกําลังปลอบใจนาง เมือ ่ เห็นมารียล ์ ก ุ ขึน ้ อย่างรีบเร่งและออกไป พวกเขาก็ตด ิ ตามนาง ไปโดยกล่าวว่า "นางจะไปร ้องไห ้ทีห ่ ลุมฝั งศพทีน ่ ั่น" 32 ครัน ้ มารียม ์ าถึงทีซ ่ งึ่ พระเยซูประทับอยู่ และเห็นพระองค์ แล ้ว จึงกราบลงทีพ ่ ระบาทของพระองค์ ทูลว่า “พระองค์เจ ้า ข ้า ถ ้าพระองค์อยูท ่ น ี่ ี่ พีช ่ ายของข ้าพเจ ้าก็คงไม่ตาย” 33 เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นนางร ้องไห ้ และพวกยิวทีม ่ ากับนางก็ ร ้องไห ้ด ้วย พระองค์ก็ทรงครํ่าครวญและทรงเสียพระทัย 34 และตรัสว่า พวกเจ ้าเอาศพเขาไปไว ้ทีไ่ หน พวกเขาจึง กล่าวแก่เขาว่า “ท่านเจ ้าข ้า มาดูเถิด” 35 พระเยซูทรงร ้องไห ้ 36 พวกยิวจึงกล่าวว่า ดูเถิด พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร
37 และบางคนก็พด ู ว่า บุรษ ุ ผู ้นีท ้ ท ี่ ําให ้คนตาบอดมองเห็นได ้ ไม่สามารถทําให ้แม ้แต่บรุ ษ ุ ผู ้นีไ้ ม่ต ้องตายได ้หรือ? 38 พระเยซูทรงครํ่าครวญในพระองค์อก ี ครัง้ จึงเสด็จไปที่ หลุมฝั งศพ ซึง่ เป็ นถํ้าแห่งหนึง่ และมีหน ิ วางทับอยู่ 39 พระเยซูตรัสว่า “ จงเอาหินออกเสีย” มารธาน ้องสาวของ ผู ้ตายทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ศพของเขามีกลิน ่ เหม็น มาก เพราะเขาตายมาสีว่ ันแล ้ว” 40 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า " เราไม่ได ้บอกเจ ้าหรือว่า ถ ้าเจ ้า ่ เจ ้าก็จะได ้เห็นพระสิรข เชือ ิ องพระเจ ้า" 41 จากนัน ้ พวกเขาจึงเอาหินออกจากทีซ ่ งึ่ คนตายถูกฝั งไว ้ แล ้วพระเยซูทรงแหงนพระพักตร์ขน ึ้ และตรัสว่า “ พระบิดา ข ้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ทท ี่ รงฟั งข ้าพระองค์” 42 และฉั นรู ้ว่าพระองค์ทรงฟั งฉั นเสมอ แต่ทฉ ี่ ั นได ้พูดอย่าง นัน ้ ก็เพือ ่ ประโยชน์ของประชาชนทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ี่ เพือ ่ พวกเขาจะ ่ ว่าพระองค์ทรงใช ้ฉั นมา ได ้เชือ 43 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงร ้องเสียงดังว่า ลาซารัส จงออกมาเถิด 44 และคนตายนัน ้ ก็ออกมา โดยมีผ ้าพันมือและเท ้าไว ้ และ ผ ้าพันหน ้าไว ้ด ้วยผ ้าเช็ดหน ้า พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า จง แก ้เขาและปล่อยเขาไป 45 จากนัน ้ ชาวยิวจํานวนมากทีม ่ าหามารีย ์ และเห็นสิง่ ต่างๆ ่ ในพระองค์ ทีพ ่ ระเยซูทรงกระทํา ก็เชือ ี ละบอกพวกเขาถึงสิง่ ทีพ 46 แต่บางคนไปหาพวกฟาริสแ ่ ระ เยซูได ้กระทํา ี งึ เรียกประชุม 47 ครัง้ นัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกฟาริสจ สภาแล ้วกล่าวว่า เราจะทําอย่างไร เพราะคนนีท ้ ําการอัศจรรย์ มากมาย ่ เขา และ 48 ถ ้าเราปล่อยเขาไว ้เช่นนี้ คนทัง้ หลายก็จะเชือ พวกโรมันก็จะมาเอาทัง้ สถานทีแ ่ ละชาติของเราไป ่ คายาฟาส เป็ นมหาปุโรหิตในปี 49 และคนหนึง่ ในพวกเขา ชือ นัน ้ กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าไม่รู ้เรือ ่ งอะไรเลย 50 และอย่าคิดว่าจะเป็ นประโยชน์แก่เราหากคนหนึง่ จะต ้อง ตายเพือ ่ ประชาชน และคนทัง้ ชาติก็จะไม่พน ิ าศ 51 และเขามิได ้พูดอย่างนัน ้ โดยอ ้างตนเอง แต่เนือ ่ งจากเขา เป็ นมหาปุโรหิตในปี นัน ้ เขาจึงพยากรณ์วา่ พระเยซูจะต ้อง ้ พระชนม์เพือ สิน ่ ประชาชาตินัน ้ 52 และมิใช่แต่เฉพาะแต่ประชาชาตินัน ้ เท่านัน ้ แต่เพือ ่ จะ รวบรวมบุตรของพระเจ ้าทีก ่ ระจัดกระจายกันไว ้เป็ นอันหนึง่ อัน เดียวกัน 53 แล ้วตัง้ แต่วันนัน ้ เป็ นต ้นมาพวกเขาปรึกษากันจะฆ่า พระองค์เสีย 54 เพราะฉะนัน ้ พระเยซูจงึ ไม่เสด็จไปท่ามกลางพวกยิวอย่าง เปิ ดเผยอีกต่อไป แต่เสด็จจากทีน ่ ั่นไปยังแคว ้นใกล ้ถิน ่ ่ เอฟราอิม และประทับอยูท ทุรกันดาร เข ้าไปยังเมืองหนึง่ ชือ ่ ี่ นั่นกับเหล่าสาวกของพระองค์ 55 และเทศกาลปั สกาของพวกยิวใกล ้จะมาถึงแล ้ว และคน จํานวนมากก็ออกจากชนบทไปยังกรุงเยรูซาเล็มก่อน เทศกาลปั สกาเพือ ่ จะชําระตัว 56 แล ้วพวกเขาจึงแสวงหาพระเยซู และขณะทีย ่ น ื อยูใ่ นพระ วิหารก็พด ู กันว่า "พวกเจ ้าคิดอย่างไรทีพ ่ ระองค์จะไม่เสด็จมา ในงานฉลองนี"้ 57 บัดนี้ ทัง้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกฟาริสไี ด ้สัง่ ไว ้ว่า ถ ้า ผู ้ใดรู ้ว่าพระองค์อยูท ่ ไี่ หน ก็ให ้มาบอก เพือ ่ พวกเขาจะได ้พา พระองค์ไป
75
จอห์น
26 ถ ้าผู ้ใดรับใช ้เรา ผู ้นัน ้ ก็ต ้องติดตามเราไปด ้วย และเราอยู่ ทีไ่ หน ผู ้รับใช ้ของเราก็จะอยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย ถ ้าผู ้ใดรับใช ้เรา พระ บิดาของเราจะทรงให ้เกียรติผู ้นัน ้ 27 บัดนีจ ้ ต ิ ใจของข ้าพเจ ้าก็กระวนกระวาย ข ้าพเจ ้าจะกล่าว อย่างไรได ้ พระบิดา โปรดช่วยข ้าพเจ ้าให ้พ ้นจากเวลานีเ้ ถิด แต่เพราะเหตุนี้ ข ้าพเจ ้าจึงมาในเวลานี้ 28 พระบิดา ขอทรงถวายพระเกียรติในพระนามของพระองค์ เถิด จากนัน ้ มีเสียงจากสวรรค์ตรัสว่า เราได ้ถวายพระเกียรติ ในพระนามนัน ้ แล ้ว และจะถวายพระเกียรติในพระนามนัน ้ อีก 29 ฝูงชนทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ั่นและได ้ยินเสียงก็พด ู ว่ามีฟ้าร ้อง คน อืน ่ ๆ พูดว่า มีทต ู สวรรค์พด ู กับเขา 30พระเยซูตรัสตอบว่า " เสียงนีเ้ กิดขึน ้ ไม่ใช่เพือ ่ เรา แต่เพือ ่ พวกท่าน" 31 บัดนีถ ้ งึ เวลาพิพากษาโลกแล ้ว บัดนีผ ้ ู ้ครองโลกจะถูกขับ ไล่ออกไป 32 และเมือ ่ เราถูกยกขึน ้ จากแผ่นดินโลกแล ้ว เราจะดึงดูด มนุษย์ทก ุ คนมาหาเรา 33 พระองค์ตรัสดังนีเ้ พือ ่ แสดงว่าพระองค์จะต ้องตายเช่นใด 34 ประชาชนจึงตอบพระองค์วา่ “พวกเราได ้ยินจากธรรม บัญญัตวิ า่ พระคริสต์จะคงอยูต ่ ลอดไป แล ้วท่านพูดได ้ อย่างไรว่า ‘บุตรมนุษย์จะต ้องถูกยกขึน ้ ’ บุตรมนุษย์คนนีเ้ ป็ น ใคร? 35 จากนัน ้ พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ ความสว่างยังอยูก ่ บ ั พวกท่านอีกชัว่ ขณะหนึง่ จงเดินต่อไปในขณะทีย ่ ังมีความ สว่างอยู่ เพือ ่ ว่าความมืดจะไม่มาถึงพวกท่าน เพราะว่าผู ้ที่ เดินอยูใ่ นความมืดจะไม่รู ้ว่าตนกําลังไปไหน” ่ ในความสว่าง เพือ 36 เมือ ่ ท่านทัง้ หลายมีความสว่าง ก็จงเชือ ่ ท่านทัง้ หลายจะได ้เป็ นบุตรแห่งความสว่าง พระเยซูตรัสดังนี้ แล ้วเสด็จไปและซ่อนพระองค์จากความสว่างนัน ้ 37 แม ้ว่าพระองค์ทรงกระทําการอัศจรรย์มากมายให ้พวก ่ พระองค์ มนุษย์เห็นแล ้ว พวกเขาก็ยังไม่เชือ 38 เพือ ่ คํากล่าวของเอซายาห์ผู ้เผยพระวจนะจะได ้สําเร็จ ซึง่ ่ คําทีเ่ ราบอก ท่านพูดว่า “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ใครเล่าได ้เชือ เล่า?” และพระกรของพระเจ ้าได ้ปรากฏแก่ใคร? ่ เพราะเอซายาห์พด 39 เพราะฉะนัน ้ พวกเขาจึงไม่เชือ ู อีกว่า 40 พระองค์ทรงทําให ้ตาของพวกเขาบอด และทําให ้ใจของ พวกเขาแข็งกระด ้าง เพือ ่ พวกเขาจะได ้ไม่เห็นด ้วยตาของ ตนเอง และไม่เข ้าใจด ้วยใจของตนเอง และกลับใจใหม่ และ เราจะได ้รักษาพวกเขา 41 เมือ ่ เอซายาห์เห็นสง่าราศีของพระองค์ และพูดถึง พระองค์ เขาก็ได ้กล่าวคําเหล่านัน ้ ้ ผู ้ใหญ่หลายคนก็เชือ ่ ใน 42 ถึงกระนัน ้ ก็ด ี บรรดาผู ้ปกครองชัน พระองค์ แต่เพราะพวกฟาริสไี ม่ยอมประกาศพระองค์ให ้คน เหล่านัน ้ รู ้ เพือ ่ ว่าพวกเขาจะไม่ต ้องถูกไล่ออกจากธรรมศาลา 43 เพราะพวกเขาชอบคําสรรเสริญของมนุษย์มากกว่าคํา สรรเสริญของพระเจ ้า ่ ในเราก็ไม่ใช่เชือ ่ 44พระเยซูทรงร ้องไห ้และตรัสว่า " ผู ้ทีเ่ ชือ ่ ในพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา" ในเรา แต่เชือ 45 และผู ้ใดเห็นเราก็เห็นพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา 46 เราได ้มาเป็ นความสว่างในโลก เพือ ่ ทุกคนทีว่ างใจในเรา จะไม่ดํารงอยูใ่ นความมืดอีกต่อไป ่ เราก็จะไม่ 47และถ ้าผู ้ใดได ้ยินถ ้อยคําของเราและไม่เชือ พิพากษาผู ้นัน ้ เพราะว่าเราไม่ได ้มาเพือ ่ พิพากษาโลก แต่มา เพือ ่ ช่วยโลกให ้รอด” 48 ผู ้ใดปฏิเสธเราและไม่รับคําของเรา ผู ้นัน ้ ก็มผ ี ู ้พิพากษา เขา คําทีเ่ รากล่าวนัน ้ จะพิพากษาเขาในวันสุดท ้าย 49 เพราะว่าเรามิได ้พูดจากใจเราเอง แต่พระบิดาผู ้ทรงใช ้เรา มา พระองค์ได ้ทรงบัญชาเราว่าเราควรพูดอะไร และเราควร พูดอย่างไร
บทที่ 12 1 แล ้วก่อนเทศกาลปั สกาหกวัน พระเยซูเสด็จมายังหมูบ ่ ้าน เบธานี ซึง่ เป็ นทีท ่ ล ี่ าซารัสผู ้ตายอยู่ ซึง่ พระองค์ทรงปลุกให ้ ฟื้ นจากความตาย 2 ทีน ่ ั่นพวกเขาจัดงานเลีย ้ งให ้พระองค์ และมาร์ธาก็รับใช ้ แต่ ลาซารัสเป็ นคนหนึง่ ในจํานวนนัน ้ ทีน ่ ั่งร่วมโต๊ะกับพระองค์ 3 แล ้วมารียก ์ ็เอานํ้ ามันหอมนาร์ดหนึง่ ปอนด์ซงึ่ มีราคาแพง มากไปชโลมพระบาทของพระเยซู และเช็ดพระบาทของ พระองค์ด ้วยผมของนาง กลิน ่ นํ้ ามันหอมก็ฟงุ้ ไปทั่วบ ้าน ่ ยูดาส อิสคาริโอท บุตร 4 แล ้วสาวกของพระองค์คนหนึง่ ชือ ของซีโมน ผู ้ทีจ ่ ะทรยศพระองค์ ก็พด ู ว่า 5 เหตุใดจึงไม่ขายนํ้ ามันหอมนีใ้ นราคาสามร ้อยเดนาริอน ั แล ้ว แจกให ้คนยากจน? 6 เขาพูดอย่างนัน ้ ไม่ใช่เพราะเขาเอาใจใส่คนจน แต่เพราะ เขาเป็ นขโมย และถือถุงและเอาสิง่ ของทีใ่ ส่ไว ้ในถุงนัน ้ ไป 7 แล ้วพระเยซูตรัสว่า “ ปล่อยนางไว ้เถิด นางยังเก็บสิง่ นีไ้ ว ้ เพือ ่ วันฝั งศพของเรา” 8 เพราะว่าคนจนพวกท่านก็มอ ี ยูก ่ บ ั ท่านเสมอ แต่วา่ เราไม่ม ี อยูก ่ บ ั ท่านเสมอไป 9 ดังนัน ้ พวกยิวจํานวนมากจึงรู ้ว่าพระองค์อยูท ่ น ี่ ั่น และพวก เขามาไม่ใช่เพือ ่ เห็นพระเยซูเท่านัน ้ แต่เพือ ่ จะได ้พบลาซารัส ซึง่ พระองค์ได ้ทรงปลุกให ้คืนพระชนม์จากความตายด ้วย 10 แต่พวกหัวหน ้าปุโรหิตปรึกษากันว่าจะฆ่าลาซารัสด ้วย ่ พระเยซู 11 เพราะเหตุนัน ้ พวกยิวมากมายจึงออกไปและเชือ 12 วันรุง่ ขึน ้ มีคนจํานวนมากทีม ่ าร่วมงานฉลอง เมือ ่ พวกเขา ได ้ยินว่าพระเยซูเสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็ม 13 ก็ถอ ื กิง่ ต ้นปาล์มออกไปต ้อนรับพระองค์แล ้วร ้องว่า โฮซัน นา ขอให ้กษั ตริยแ ์ ห่งอิสราเอลผู ้เสด็จมาในพระนามของพระ เจ ้าได ้รับพระพร 14 และเมือ ่ พระเยซูทรงพบลูกลาตัวหนึง่ จึงทรงนั่งบนลูกลา นัน ้ ตามทีเ่ ขียนไว ้ว่า 15 อย่ากลัวเลย ธิดาแห่งศิโยน ดูเถิด กษั ตริยข ์ องคุณกําลัง เสด็จมาโดยประทับบนลูกลา 16 ตอนแรกเหล่าสาวกของพระองค์ไม่เข ้าใจเรือ ่ งเหล่านี้ แต่ เมือ ่ พระเยซูทรงได ้รับเกียรติแล ้ว พวกเขาจึงจําได ้ว่ามีเขียน เรือ ่ งเหล่านีไ้ ว ้เกีย ่ วกับพระองค์ และพวกเขาได ้ทําสิง่ เหล่านี้ ต่อพระองค์ 17 เพราะฉะนัน ้ ประชากรทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์เมือ ่ พระองค์ทรง เรียกลาซารัสออกมาจากหลุมฝั งศพของเขา และทรงให ้เขา กลับคืนจากความตาย ก็เป็ นหลักฐานชัดเจน 18 เพราะเหตุนผ ี้ ู ้คนจึงมาพบพระองค์ เพราะได ้ยินว่าพระองค์ ทรงกระทําการอัศจรรย์นัน ้ ี งึ พูดกันเองว่า "พวกเจ ้าเห็นหรือไม่วา่ พวกเจ ้า 19 พวกฟาริสจ ไม่ได ้อะไรเลย ดูเถิด โลกได ้ติดตามเขาไปแล ้ว" 20 และมีพวกกรีกบางคนในหมูพ ่ วกเขาขึน ้ ไปนมัสการในงาน ฉลองนัน ้ 21 บุคคลผู ้นีจ ้ งึ มาหาฟิ ลป ิ ซึง่ มาจากเบธไซดาในแคว ้นกาลิล ี และขอร ้องพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า พวกเราอยากจะเห็นพระ เยซู” 22 ฟิ ลป ิ มาบอกอันดรูว ์ แล ้วอันดรูวก ์ บ ั ฟิ ลป ิ ก็ไปบอกพระเยซู อีกครัง้ 23พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " ถึงเวลาแล ้วทีบ ่ ต ุ รมนุษย์ จะได ้รับพระเกียรติ" 24 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ถ ้าเมล็ดข ้าวสาลีไม่ ตกลงไปในดินและตายไป มันก็คงอยูเ่ พียงลําพัง แต่ถ ้ามัน ตายไป มันก็จะออกผลมาก 25 ผู ้ทีร่ ักชีวต ิ ของตนจะเสียชีวต ิ และผู ้ทีเ่ กลียดชีวต ิ ของตน ในโลกนีจ ้ ะรักษาชีวต ิ นัน ้ ไว ้เพือ ่ ชีวต ิ นิรันดร์ 76
จอห์น
50 และเรารู ้อยูว่ า่ พระบัญญัตข ิ องพระองค์นัน ้ เป็ นชีวต ิ นิรันดร์ ดังนัน ้ สิง่ ใดทีเ่ ราพูด เราก็พด ู อย่างนัน ้ ตามทีพ ่ ระบิดาตรัสกับ เรา
23 ขณะนัน ้ มีสาวกคนหนึง่ ทีพ ่ ระเยซูทรงรักมาเอนกายลงที่ พระทรวงของพระเยซู 24 ซีโมนเปโตรจึงถามพระองค์วา่ ผู ้ทีพ ่ ระองค์ตรัสถึงนัน ้ หมายถึงใคร 25 แล ้วคนนัน ้ ซึง่ นอนอยูท ่ ห ี่ น ้าอกของพระเยซูก็ทล ู ถาม พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ผู ้นัน ้ คือใคร” 26 พระเยซูทรงตอบว่า “ นีแ ่ หละคือผู ้ทีเ่ ราจะเอานํ้ าจิม ้ ให ้ เมือ ่ เราได ้จุม ่ นํ้ าจิม ้ แล ้ว” และเมือ ่ จุม ่ นํ้ าจิม ้ แล ้ว พระองค์ก็ทรง ส่งให ้ยูดาส อิสคาริโอท บุตรของซีโมน 27 และเมือ ่ ได ้พูดจบแล ้ว ซาตานก็เข ้าสิงเขา พระเยซูจงึ ตรัส กับเขาว่า “ ถ ้าท่านทําอย่างนัน ้ ก็จงทําโดยเร็ว” 28 ในเวลานัน ้ ไม่มผ ี ู ้ใดทีร่ ว่ มโต๊ะรู ้ว่าพระองค์ตรัสดังนีด ้ ้วย จุดประสงค์ใด 29 เพราะบางคนคิดว่า เพราะยูดาสถือถุงเงินนัน ้ พระเยซูจงึ ้ สิง่ ของทีเ่ ราต ้องการเพือ ตรัสกับเขาว่า “จงไปซือ ่ กินก่อนวัน ฉลองนัน ้ หรือให ้เขาแบ่งให ้คนยากจนบ ้าง” 30 เมือ ่ รับขนมปั งแล ้วจึงออกไปทันที ตอนนัน ้ เป็ นเวลา กลางคืน 31 เมือ ่ เขาออกไปแล ้ว พระเยซูจงึ ตรัสว่า บัดนีบ ้ ต ุ รมนุษย์ ได ้รับเกียรติแล ้ว และพระเจ ้าก็ได ้รับเกียรติเพราะบุตรมนุษย์ 32 ถ ้าพระเจ ้าได ้รับเกียรติเพราะเขา พระเจ ้าจะทรงทําให ้เขา ได ้รับเกียรติในตัวเขาเอง และจะทรงทําให ้เขาได ้รับเกียรติ ทันที 33 ลูกน ้อยทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าจะอยูก ่ บ ั พวกท่านอีกไม่นาน พวกท่านจะแสวงหาข ้าพเจ ้า และข ้าพเจ ้าบอกพวกยิวว่า ข ้าพเจ ้าจะไปทีใ่ ด พวกท่านไปไม่ได ้ ข ้าพเจ ้าจึงบอกพวก ท่านตอนนีว้ า่ ข ้าพเจ ้าจะพูดกับพวกท่าน 34 เราให ้บัญญัตใิ หม่แก่ทา่ นทัง้ หลาย คือให ้ท่านทัง้ หลายรัก ซึง่ กันและกัน เรารักท่านทัง้ หลายมาแล ้วอย่างไร ท่าน ทัง้ หลายก็จงรักกันอย่างนัน ้ 35 ด ้วยเหตุนค ี้ นทัง้ ปวงจะรู ้ว่าเจ ้าทัง้ หลายเป็ นสาวกของเรา ถ ้าเจ ้าทัง้ หลายรักกัน 36 ซีโมนเปโตรถามพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้า พระองค์จะไป ไหน” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ เราจะไปไหน ในเวลานีเ้ จ ้า ตามเราไม่ได ้ แต่เจ ้าจะตามเราไปภายหลัง” 37 เปโตรจึงทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ทําไมข ้าพเจ ้าจึง ติดตามพระองค์ไม่ได ้ในเวลานี้ ข ้าพเจ ้าจะสละชีวต ิ เพือ ่ พระองค์” 38 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ เจ ้าจะสละชีวต ิ เพือ ่ เราหรือ?” เราบอกเจ ้าจริงๆ ว่า ไก่จะไม่ขน ั จนกว่าเจ ้าจะปฏิเสธเราถึง สามครัง้
บทที่ 13 1 บัดนีก ้ อ ่ นถึงวันฉลองปั สกา เมือ ่ พระเยซูทรงทราบว่าถึง เวลาทีพ ่ ระองค์จะต ้องจากโลกนีไ้ ปหาพระบิดาแล ้ว พระองค์ ทรงรักพวกของพระองค์ซงึ่ อยูใ่ นโลกนีจ ้ นถึงทีส ่ ด ุ 2 และเมือ ่ รับประทานอาหารเย็นเสร็จแล ้ว ปี ศาจได ้ดลใจยู ดาส อิสคาริโอท บุตรของซีโมน ให ้ทรยศต่อพระองค์ 3 พระเยซูทรงทราบว่าพระบิดาได ้มอบทุกสิง่ ไว ้ในพระหัตถ์ ของพระองค์ และพระองค์ทรงมาจากพระเจ ้า และเสด็จไป หาพระเจ ้า 4 พระองค์ทรงลุกขึน ้ จากโต๊ะรับประทานอาหาร และทรงถอด ฉลองพระองค์ออก และทรงหยิบผ ้าเช็ดตัวและคาดเอวไว ้ 5 แล ้วพระองค์ทรงเทนํ้ าลงในอ่าง แล ้วทรงเริม ่ ล ้างเท ้าเหล่า สาวก และเช็ดด ้วยผ ้าเช็ดตัวทีพ ่ ระองค์ทรงคาดเอวไว ้ 6 แล ้วพระองค์จงึ เสด็จมาหาซีโมนเปโตร และเปโตรทูล พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าจะทรงล ้างเท ้าข ้าพเจ ้าหรือ?” 7 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ขณะนีท ้ า่ นไม่ทราบถึงสิง่ ทีเ่ รา กําลังทํา แต่ภายหลังท่านจะทราบ" 8 เปโตรจึงทูลพระองค์วา่ “เจ ้าจะไม่มวี ันล ้างเท ้าของข ้า พระองค์” พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ ถ ้าเราไม่ล ้างเจ ้า เจ ้าก็ ไม่มส ี ว่ นกับข ้าพระองค์” 9 ซีโมนเปโตรทูลพระองค์วา่ “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ไม่เพียงแต่ เท ้าของข ้าพระองค์เท่านัน ้ แต่ทงั ้ มือและศีรษะของข ้า พระองค์ด ้วย” 10 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ผู ้ทีล ่ ้างแล ้วไม่จําเป็ นต ้องล ้าง อะไรนอกจากเท ้าเท่านัน ้ แต่จะสะอาดหมดจด และพวกท่าน ก็สะอาดแล ้วแต่ไม่ทงั ้ หมด" 11 เพราะพระองค์ทรงทราบว่าใครจะทรยศพระองค์ จึงตรัสว่า พวกเจ ้าทัง้ หลายไม่บริสท ุ ธิก ์ น ั ทุกคน 12 เมือ ่ พระองค์ทรงล ้างเท ้าพวกเขาแล ้ว และทรงเอาฉลอง พระองค์ของพระองค์ และประทับนั่งลงอีกครัง้ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้ารู ้หรือไม่วา่ เราทําอะไรแก่พวกเจ ้า? 13 ท่านทัง้ หลายเรียกเราว่า “พระอาจารย์และองค์พระผู ้เป็ น เจ ้า” และท่านก็พด ู ถูก เพราะเราเป็ นเช่นนัน ้ 14 ถ ้าเราซึง่ เป็ นพระเจ ้าและอาจารย์ของท่าน ได ้ล ้างเท ้าของ ท่าน พวกท่านก็ควรจะล ้างเท ้าซึง่ กันและกันด ้วย 15 เพราะว่าเราได ้วางแบบอย่างให ้แก่ทา่ นแล ้ว เพือ ่ ให ้ท่าน ทําอย่างทีเ่ ราได ้ทําแก่ทา่ น 16 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า บ่าวย่อมไม่ยงิ่ ใหญ่ไป กว่านายของตน และผู ้ทีถ ่ ก ู ส่งไปก็ไม่ยงิ่ ใหญ่ไปกว่าผู ้ทีส ่ ง่ เขาไป 17 ถ ้าท่านทัง้ หลายรู ้เรือ ่ งเหล่านีแ ้ ล ้ว ก็เป็ นสุขหากท่าน กระทําตาม 18 เราไม่ได ้พูดถึงพวกท่านทุกคน เรารู ้จักผู ้ทีเ่ ราเลือก แต่ เพือ ่ ให ้ข ้อพระคัมภีรส ์ ําเร็จซึง่ ว่า ผู ้ทีก ่ น ิ ขนมปั งกับเราได ้ยก ส ้นเท ้าขึน ้ ต่อเรา 19 บัดนีเ้ ราบอกพวกท่านก่อนทีเ่ หตุการณ์นจ ี้ ะเกิดขึน ้ เพือ ่ ว่า ่ เมือ ่ มันเกิดขึน ้ แล ้ว พวกท่านจะได ้เชือว่าเราเป็ นผู ้นัน ้ 20 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีร่ ับผู ้ทีเ่ ราส่งไปนัน ้ ก็รับ เรา และผู ้ทีร่ ับเราก็รับผู ้ทีส ่ ง่ เรามา 21 เมือ ่ พระเยซูตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็ทรงเป็ นทุกข์ในพระ วิญญาณ และทรงเป็ นพยานว่า เราบอกความจริงแก่พวกท่าน ว่า คนหนึง่ ในพวกท่านจะทรยศต่อเรา 22 ครัง้ นัน ้ เหล่าสาวกก็มองดูกน ั ไปและสงสัยว่าพระองค์ กําลังพูดถึงใคร
บทที่ 14 ่ ในพระเจ ้า จงเชือ ่ ใน 1 อย่าให ้ใจของท่านกังวลเลย ท่านเชือ เราด ้วย 2 ในบ ้านของพระบิดาของฉั นมีทอ ี่ ยูม ่ ากมาย ถ ้าไม่มฉ ี ั นคงได ้ บอกคุณแล ้ว ฉั นไปจัดเตรียมสถานทีไ่ ว ้สําหรับคุณ 3 และถ ้าเราไปจัดเตรียมสถานทีไ่ ว ้สําหรับพวกท่านแล ้ว เรา จะกลับมาอีกและรับพวกท่านไปอยูก ่ บ ั เรา เพือ ่ ว่าเราอยูท ่ ี่ ไหน พวกท่านก็จะอยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย 4 และท่านก็รู ้ว่าเราจะไปทีไ่ หนและรู ้ทางอย่างไร 5 โธมัสทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า พวกข ้าพเจ ้าไม่ทราบ ว่าพระองค์จะเสด็จไปทีไ่ หน และพวกข ้าพเจ ้าจะทราบทาง นัน ้ ได ้อย่างไร?” 6 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราเป็ นทางนัน ้ เป็ นความจริงและ เป็ นชีวต ิ ไม่มผ ี ู ้ใดมาถึงพระบิดาได ้ นอกจากจะมาทางเรา"
77
จอห์น
7 ถ ้าท่านทัง้ หลายรู ้จักเราแล ้ว ท่านก็จะรู ้จักพระบิดาของเรา ด ้วย และตัง้ แต่นเี้ ป็ นต ้นไป ท่านก็จะรู ้จักพระองค์และได ้เห็น พระองค์ 8 ฟิ ลป ิ จึงทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ขอทรงแสดงพระ บิดาให ้พวกข ้าพระองค์เห็น และแค่นก ี้ ็เพียงพอสําหรับพวก ข ้าพระองค์แล ้ว” 9 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ฟิ ลป ิ เจ ้าได ้อยูก ่ บ ั เราเป็ น เวลานานแล ้วและยังไม่รู ้จักเราเลยหรือ ผู ้ทีไ่ ด ้เห็นเราก็ได ้ เห็นพระบิดา แล ้วเจ ้าจะพูดได ้อย่างไรว่า ‘ขอให ้เราได ้เห็น พระบิดา’ ่ ว่าเราอยูใ่ นพระบิดาและพระบิดาอยูใ่ นเราหรือ? 10 ท่านไม่เชือ ถ ้อยคําทีเ่ รากล่าวกับท่านนัน ้ เราไม่ได ้กล่าวโดยอาศัยเราเอง แต่พระบิดาผู ้สถิตอยูใ่ นเรา พระองค์ทรงกระทําการนัน ้ ่ เราเถิดว่าเราอยูใ่ นพระบิดา และพระบิดาอยูใ่ นเรา 11 จงเชือ ่ เราเพราะงานทีเ่ ราได ้ทํา หรือมิฉะนัน ้ ก็จงเชือ ่ ในเรา ก็จะ 12 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีเ่ ชือ ทํางานทีเ่ ราทําเช่นกัน และเขาจะทํางานทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่านัน ้ เพราะว่าเรากําลังจะไปหาพระบิดาของเรา 13 และสิง่ ใดทีพ ่ วกท่านขอในนามของเรา เราจะทําสิง่ นัน ้ เพือ ่ ว่าพระบิดาจะทรงได ้รับเกียรติในพระบุตร 14 ถ ้าท่านขอสิง่ ใดในนามของเรา เราจะกระทําสิง่ นัน ้ 15 ถ ้าท่านทัง้ หลายรักเรา จงประพฤติตามบัญญัตข ิ องเรา 16 และเราจะอธิษฐานต่อพระบิดา และพระองค์จะประทาน ผู ้ช่วยอีกผู ้หนึง่ ให ้แก่ทา่ น เพือ ่ จะได ้อยูก ่ บ ั ท่านตลอดไป 17 คือพระวิญญาณแห่งความจริง ซึง่ โลกรับไม่ได ้ เพราะไม่ เห็นพระองค์ และไม่รู ้จักพระองค์ แต่ทา่ นทัง้ หลายรู ้จัก พระองค์ เพราะพระองค์ทรงสถิตอยูก ่ บ ั ท่าน และจะอยูใ่ น ท่าน 18 เราจะไม่ละทิง้ ท่านให ้ไร ้ความช่วยเหลือ เราจะมาหาท่าน 19 อีกไม่นานโลกก็จะไม่เห็นเราอีก แต่ทา่ นทัง้ หลายเห็นเรา เพราะว่าเรายังมีชวี ต ิ อยู่ ท่านทัง้ หลายก็จะยังมีชวี ต ิ อยูเ่ ช่นกัน 20 เมือ ่ นัน ้ ท่านทัง้ หลายจะรู ้ว่าเราอยูใ่ นพระบิดาของเรา และ ท่านอยูใ่ นเรา และเราอยูใ่ นท่าน 21 ผู ้ใดมีบญ ั ญัตข ิ องเราและประพฤติตามบัญญัตเิ หล่านัน ้ ผู ้ นัน ้ คือผู ้ทีร่ ักเรา และผู ้ทีร่ ักเรานัน ้ พระบิดาของเราจะทรงรัก เขา และเราจะรักเขา และจะสําแดงตัวให ้เขาเห็น 22 ยูดาสไม่ใช่อส ิ คาริโอทจึงพูดกับพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้า ข ้า เหตุใดพระองค์จงึ ทรงแสดงพระองค์แก่พวกข ้าพระองค์ แต่ไม่ทรงแสดงแก่โลก” 23 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ถ ้าผู ้ใดรักเรา เขาจะประพฤติ ตามคําของเรา และพระบิดาของเราจะทรงรักเขา แล ้วพระ บิดาของเราจะมาหาเขา และเราจะอยูร่ ว่ มกับเขา" 24 ผู ้ทีไ่ ม่รักเราก็ไม่รักษาคําพูดของเรา และคําทีพ ่ วกท่านได ้ ยินนัน ้ ไม่ใช่คําของเรา แต่เป็ นของพระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา 25 ข ้าพเจ ้าได ้กล่าวเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลายในขณะที่ ท่านยังอยูก ่ บ ั ท่าน 26 แต่องค์ผู ้ช่วยคือพระวิญญาณบริสท ุ ธิซ ์ งึ่ พระบิดาจะทรง ส่งมาในนามของเรา พระองค์จะทรงสอนพวกท่านทุกสิง่ และจะทรงทําให ้พวกท่านระลึกถึงทุกสิง่ ซึง่ เราได ้บอกพวก ท่านแล ้ว 27 สันติสข ุ ของเรา เราให ้ไว ้แก่ทา่ น สันติสข ุ ของเรา เราให ้ไว ้ แก่ทา่ น เราไม่ให ้แก่ทา่ นอย่างทีโ่ ลกให ้ อย่าให ้ใจของท่าน วิตกและอย่ากลัว 28 พวกท่านได ้ยินแล ้วว่าเราบอกพวกท่านว่า เราจะไปและจะ ่ กลับมาหาพวกท่านอีก ถ ้าพวกท่านรักเรา พวกท่านก็จะชืน ชมยินดีทเี่ ราบอกว่า เราจะไปหาพระบิดา เพราะว่าพระบิดา ของเรายิง่ ใหญ่กว่าเรา 29 และบัดนีเ้ ราได ้บอกพวกท่านก่อนทีม ่ ันจะเกิดขึน ้ เพือ ่ ว่า ่ เมือ ่ มันเกิดขึน ้ แล ้ว พวกท่านจะได ้เชือ
30 ต่อไปนีเ้ ราจะไม่สนทนากับพวกท่านมากนัก เพราะว่าผู ้ ครองโลกนีจ ้ ะมา และไม่มอ ี ะไรอยูใ่ นตัวเราเลย 31 แต่เพือ ่ โลกจะได ้รู ้ว่าเรารักพระบิดา และพระบิดาได ้ทรง บัญชาเราอย่างไร เราก็กระทําอย่างนัน ้ จงลุกขึน ้ เราไปจาก ทีน ่ ก ี่ น ั เถอะ บทที่ 15 1 เราเป็ นเถาองุน ่ แท ้ และพระบิดาของเราเป็ นผู ้ดูแลรักษา 2 กิง่ ทุกกิง่ ในฉั นทีไ่ ม่เกิดผล พระองค์ก็ทรงตัดทิง้ และกิง่ ทุก กิง่ ทีอ ่ อกผล พระองค์ก็ทรงโค่นทิง้ เพือ ่ ให ้กิง่ เหล่านัน ้ ออก ผลมากขึน ้ 3 บัดนีท ้ า่ นทัง้ หลายก็บริสท ุ ธิแ ์ ล ้วเพราะถ ้อยคําทีเ่ รากล่าวแก่ ท่าน 4 จงอยูใ่ นเรา และเราอยูใ่ นพวกท่าน กิง่ ก ้านไม่สามารถออก ผลได ้เอง เว ้นแต่จะอยูใ่ นเถาองุน ่ ฉั นใด พวกท่านก็จะออก ผลไม่ได ้อีก เว ้นแต่จะอยูใ่ นเรา 5 เราเป็ นเถาองุน ่ และท่านทัง้ หลายเป็ นกิง่ ผู ้ทีด ่ ํารงอยูใ่ นเรา และเราดํารงอยูใ่ นเขา ผู ้นัน ้ จะออกผลมาก เพราะว่าถ ้าไม่ม ี เรา พวกท่านทําสิง่ ใดไม่ได ้เลย 6 ถ ้าผู ้ใดไม่ดํารงอยูใ่ นเรา ผู ้นัน ้ ก็จะถูกทิง้ ไปเหมือนกิง่ และ เหีย ่ วเฉา และผู ้คนก็รวบรวมพวกเขาไว ้แล ้วทิง้ ในกองไฟ แล ้วก็ถก ู เผา 7 ถ ้าท่านทัง้ หลายดํารงอยูใ่ นเรา และคําของเราดํารงอยูใ่ น ท่านแล ้ว ท่านจะขอสิง่ ใดตามทีต ่ ้องการ และสิง่ นัน ้ ก็จะเกิด แก่ทา่ น 8 ด ้วยเหตุนพ ี้ ระบิดาของเราจึงได ้รับเกียรติคอ ื เมือ ่ ท่านออก ผลมาก ท่านก็จะเป็ นสาวกของเรา 9 พระบิดาได ้ทรงรักเราฉั นใด เราก็รักพวกท่านอย่างนัน ้ จง ดําเนินต่อไปในความรักของเรา 10 ถ ้าท่านทัง้ หลายประพฤติตามบัญญัตข ิ องเรา ท่านก็จะ ดํารงอยูใ่ นความรักของเรา เหมือนอย่างทีเ่ ราประพฤติตาม บัญญัตข ิ องพระบิดา และดํารงอยูใ่ นความรักของพระองค์ ่ ชมยินดี 11 สิง่ เหล่านีเ้ ราได ้บอกแก่พวกท่าน เพือ ่ ให ้ความชืน ่ ชมยินดีของพวก ของเราอยูใ่ นพวกท่าน และเพือ ่ ความชืน ท่านจะเต็มเปี่ ยม 12 นีแ ่ หละเป็ นบัญญัตข ิ องเรา คือให ้ท่านทัง้ หลายรักกัน เหมือนดังทีเ่ รารักท่าน 13 ความรักทีย ่ งิ่ ใหญ่ทส ี่ ด ุ ทีม ่ นุษย์คนหนึง่ จะมีได ้คือการสละ ชีวต ิ เพือ ่ มิตรสหายของเขา 14 พวกท่านเป็ นเพือ ่ นเรา ถ ้าพวกท่านกระทําสิง่ ใด ๆ ทีเ่ รา ่ สังพวกท่านไว ้ 15 ตัง้ แต่นต ี้ อ ่ ไปเราจะไม่เรียกพวกท่านว่าบ่าวอีก เพราะว่า บ่าวไม่รู ้ว่านายของเขาทําอะไร แต่เราเรียกพวกท่านว่ามิตร เพราะว่าทุกสิง่ ทีเ่ ราได ้ยินจากพระบิดาของเรา เราได ้สําแดง แก่พวกท่านแล ้ว 16 พวกท่านไม่ได ้เลือกเรา แต่เราได ้เลือกพวกท่าน และได ้ แต่งตัง้ พวกท่านให ้ไปทําให ้เกิดผล และให ้ผลของท่านคงอยู่ เพือ ่ ว่าสิง่ ใดก็ตามทีพ ่ วกท่านขอจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์ก็จะประทานให ้แก่ทา่ น 17 สิง่ เหล่านีเ้ ราสัง่ ท่านทัง้ หลายไว ้ว่า ให ้ท่านทัง้ หลายรักกัน 18 ถ ้าโลกเกลียดชังพวกท่าน พวกท่านก็รู ้ว่าโลกได ้เกลียด ชังเราก่อน 19 ถ ้าท่านทัง้ หลายเป็ นของโลก โลกก็จะรักของท่านทีเ่ ป็ น ของโลก แต่เพราะท่านไม่ได ้เป็ นของโลก แต่เราได ้เลือก ท่านออกจากโลก ฉะนัน ้ โลกจึงเกลียดชังท่าน 20 จงจําคําทีเ่ ราได ้กล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า บ่าวย่อมไม่ ยิง่ ใหญ่กว่านายของเขา ถ ้าพวกเขาข่มเหงเรา พวกเขาก็จะ
78
จอห์น
16 อีกไม่นานพวกท่านก็จะไม่เห็นเรา และต่อไปอีกไม่นาน พวกท่านก็จะเห็นเรา เพราะเราไปหาพระบิดา” 17 ครัน ้ แล ้วสาวกบางคนของพระองค์ก็พด ู กันเองว่า “ที่ พระองค์ตรัสแก่พวกเราว่า ‘อีกหน่อยพวกท่านก็จะไม่เห็นเรา และต่อไปอีกหน่อยพวกท่านก็จะเห็นเรา’ และ ‘เพราะเราไป หาพระบิดา’ หมายความว่าอะไร? 18 พวกเขาจึงพูดว่า “นีห ่ มายความว่าอย่างไรทีพ ่ ระองค์ตรัส ว่า ‘อีกหน่อย’ เราไม่รู ้ว่าพระองค์ตรัสว่าอย่างไร” 19 บัดนีพ ้ ระเยซูทรงทราบว่าพวกเขาปรารถนาจะถาม พระองค์ จึงตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าถามกันเองถึงเรือ ่ งที่ เราพูดว่า ‘อีกหน่อยพวกเจ ้าก็จะไม่เห็นเรา’ หรือ ‘อีกหน่อย พวกเจ ้าก็จะเห็นเรา’ 20 จริง ๆ จริง ๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ท่านจะร ้องไห ้และ ่ ชมยินดี และท่านจะเศร ้าโศก แต่ ครํ่าครวญ แต่โลกจะชืน ความเศร ้าโศกของท่านจะเปลีย ่ นไปเป็ นความยินดี 21 เมือ ่ สตรีจะคลอดบุตรก็มค ี วามโศกเศร ้าเพราะถึงเวลาของ นาง แต่เมือ ่ นางคลอดบุตรแล ้ว นางก็ไม่ระลึกถึงความทุกข์ ระทมอีกต่อไป เพราะมีความยินดีทช ี่ ายคนหนึง่ เกิดมาในโลก 22 และบัดนีท ้ า่ นทัง้ หลายก็มค ี วามทุกข์โศก แต่เราจะเห็น ่ ชมยินดี และไม่มผ ท่านอีก และใจของท่านจะชืน ี ู ้ใดพราก ่ ชมยินดีไปจากท่านได ้ ความชืน 23 และในวันนัน ้ คุณจะไม่ถามอะไรเราอีกเลย จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า สิง่ ใดทีท ่ า่ นจะขอจากพระบิดาใน นามของเรา พระองค์จะประทานสิง่ นัน ้ ให ้แก่ทา่ น 24 จนกระทั่งบัดนีท ้ า่ นทัง้ หลายยังไม่เคยขอสิง่ ใดในนามของ ่ ชมยินดีของ เราเลย จงขอเถิดแล ้วท่านจะได ้รับ เพือ ่ ความชืน ท่านจะเต็มเปี่ ยม 25 สิง่ เหล่านีเ้ ราเคยกล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายเป็ นสุภาษิต แต่ เวลาจะมาถึงเมือ ่ เราจะไม่พด ู กับท่านเป็ นสุภาษิตอีกต่อไป แต่เราจะแสดงให ้ท่านทัง้ หลายทราบอย่างแจ่มแจ ้งถึงพระ บิดา 26 ในวันนัน ้ พวกท่านจะขอในนามของเรา และเราไม่บอก พวกท่านว่า เราจะอธิษฐานพระบิดาเพือ ่ พวกท่าน 27 เพราะว่าพระบิดาเองก็ทรงรักท่านทัง้ หลาย เพราะว่าท่าน ่ ว่าเราออกมาจากพระเจ ้า ได ้รักเราและเชือ 28 เรามาจากพระบิดา และมาในโลกแล ้ว และเราจากโลกนี้ ไปหาพระบิดาอีกครัง้ 29 เหล่าสาวกของพระองค์ก็บอกพระองค์วา่ “ดูเถิด บัดนี้ พระองค์พด ู ชัดเจนแล ้ว และไม่ได ้พูดเป็ นสุภาษิตเลย” 30 บัดนีเ้ ราแน่ใจแล ้วว่าพระองค์ทรงทราบทุกสิง่ และไม่ ่ ว่า จําเป็ นทีใ่ ครจะถามพระองค์อก ี ด ้วยเหตุนเี้ ราจึงเชือ พระองค์ทรงมาจากพระเจ ้า ่ แล ้ว 31พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " บัดนีพ ้ วกท่านเชือ หรือ?" 32 ดูเถิด เวลานัน ้ มาถึงแล ้ว แท ้จริง ก็มาถึงแล ้ว ณ บัดนี้ ที่ พวกท่านจะถูกกระจัดกระจายไปต่างถิน ่ ตามถิน ่ ของตน และ จะทิง้ เราไว ้ตามลําพัง แต่เราไม่อยูต ่ ามลําพัง เพราะพระบิดา อยูก ่ บ ั เรา 33 เราได ้กล่าวสิง่ เหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลาย เพือ ่ ว่าท่านจะได ้มี สันติสข ุ ในตัวเรา ในโลกนีท ้ า่ นจะประสบความทุกข์ยาก แต่ ่ บาน เพราะว่าเราได ้ชนะโลกแล ้ว จงมีใจชืน
ข่มเหงพวกท่านด ้วย ถ ้าพวกเขาประพฤติตามคําของเรา พวก เขาก็จะประพฤติตามคําของท่านด ้วย 21 แต่สงิ่ เหล่านีเ้ ขาจะทําแก่ทา่ นทัง้ หลายเพราะเห็นแก่พระ นามของเรา เพราะเขาไม่รู ้จักพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา 22 หากเราไม่ได ้มาตรัสแก่พวกเขาแล ้ว พวกเขาก็คงจะไม่ม ี บาป แต่บด ั นีพ ้ วกเขาก็ไม่มข ี ้อแก ้ตัวสําหรับบาปของตนอีก แล ้ว 23 ผู ้ทีเ่ กลียดเราก็เกลียดพระบิดาของเราด ้วย 24 ถ ้าเราไม่ได ้ทําการงานท่ามกลางพวกเขาซึง่ ไม่มม ี นุษย์ อืน ่ ใดทําได ้ พวกเขาก็จะไม่มบ ี าป แต่บด ั นีพ ้ วกเขาก็เห็นและ เกลียดทัง้ เราและพระบิดาของเรา 25 แต่เหตุการณ์นเี้ กิดขึน ้ เพือ ่ ให ้คําทีเ่ ขียนไว ้ในธรรมบัญญัต ิ ของพวกเขาสําเร็จ ซึง่ ก็คอ ื พวกเขาเกลียดชังเราโดยไม่ม ี เหตุผล 26 แต่เมือ ่ พระองค์ผู ้ปลอบโยนซึง่ เราจะส่งมาจากพระบิดา คือพระวิญญาณแห่งความจริงซึง่ มาจากพระบิดา พระองค์จะ ทรงเป็ นพยานถึงเรา 27 และท่านทัง้ หลายก็จะเป็ นพยานด ้วย เพราะว่าท่าน ทัง้ หลายได ้อยูก ่ บ ั เราตัง้ แต่ต ้น บทที่ 16 1 เราบอกสิง่ เหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลายเพือ ่ ท่านจะไม่สะดุดใจ 2 เขาจะไล่พวกท่านออกไปจากธรรมศาลา แท ้จริง เวลานัน ้ มาถึงแล ้ว ทีใ่ ครก็ตามทีฆ ่ า่ พวกท่าน จะคิดว่าเขาปฏิบต ั ต ิ อ ่ พระเจ ้า 3 และเขาจะทําสิง่ เหล่านีแ ้ ก่พวกท่าน เพราะเขาไม่รู ้จักพระ บิดาและไม่รู ้จักเรา 4 แต่เราได ้บอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลาย เพือ ่ ว่าเมือ ่ ถึง เวลา ท่านทัง้ หลายจะได ้ระลึกว่าเราบอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ น แล ้ว และเราไม่ได ้บอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ นตัง้ แต่แรก เพราะว่าเราอยูก ่ บ ั ท่านแล ้ว 5 แต่บด ั นีข ้ ้าพเจ ้าจะไปหาพระองค์ผู ้ทรงใช ้ข ้าพเจ ้ามา และ ไม่มใี ครในพวกท่านถามข ้าพเจ ้าว่า “เจ ้าจะไปไหน” 6 แต่เพราะเราได ้กล่าวสิง่ เหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลาย ความ โศกเศร ้าจึงเต็มเปี่ ยมในใจของท่าน 7 แต่เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า การทีเ่ ราจากไป นัน ้ เป็ นประโยชน์แก่ทา่ น เพราะว่าถ ้าเราไม่ไป พระผู ้ช่วยก็จะ ไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ ้าเราจากไป เราจะส่งพระองค์มาหา ท่าน 8 และเมือ ่ พระองค์เสด็จมา พระองค์จะทรงตําหนิโลกในเรือ ่ ง บาปและความชอบธรรมและการพิพากษา ่ ในเรา 9 ของบาป เพราะเขาไม่เชือ 10 ในเรือ ่ งความชอบธรรม เพราะว่าเราไปหาพระบิดาของเรา และท่านทัง้ หลายไม่เห็นเราอีก 11 เรือ ่ งการพิพากษา เพราะว่าเจ ้าแห่งโลกนีก ้ ําลังถูก พิพากษาอยู่ 12 ฉั นยังมีเรือ ่ งอีกมากมายทีจ ่ ะบอกกับพวกท่าน แต่ขณะนี้ พวกท่านยังรับไม่ได ้ 13 เมือ ่ พระองค์คอ ื พระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล ้ว ่ วามจริงทัง้ มวล เพราะ พระองค์จะนํ าท่านทัง้ หลายไปสูค พระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสทุกสิง่ ทีพ ่ ระองค์ได ้ยิน และพระองค์จะทรงแจ ้งให ้ท่านทัง้ หลาย ทราบสิง่ ทีจ ่ ะเกิดขึน ้ 14 พระองค์จะทรงถวายพระเกียรติแก่เรา เพราะว่าพระองค์จะ ทรงรับสิง่ ทีเ่ ราถือไว ้และแสดงสิง่ นัน ้ แก่ทา่ นทัง้ หลาย 15 ทุกสิง่ ทีพ ่ ระบิดามีนัน ้ เป็ นของเรา เหตุฉะนัน ้ เราจึงกล่าวว่า พระองค์จะเอาสิง่ นัน ้ มาจากของเราและจะแสดงสิง่ นัน ้ แก่ ท่านทัง้ หลาย
บทที่ 17 ่ ้ าและ 1 พระเยซูตรัสคําเหล่านีแ ้ ล ้วทรงแหงนพระพักตร์ขน ึ้ สูฟ ตรัสว่า “ พระบิดา เวลานัน ้ มาถึงแล ้ว ขอทรงถวายพระเกียรติ แด่พระบุตรของพระองค์ เพือ ่ พระบุตรของพระองค์จะได ้ ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ด ้วย
79
จอห์น
้ แก่ 2 เพราะพระองค์ได ้ทรงมอบอํานาจเหนือเนือ ้ หนังทัง้ สิน เขา เพือ ่ ให ้เขาประทานชีวต ิ นิรันดร์แก่คนทัง้ หลายทีพ ่ ระองค์ ได ้ประทานแก่เขา 3 และนีแ ่ หละคือชีวต ิ นิรันดร์ คือการทีเ่ ขารู ้จักพระองค์ ผู ้ทรง เป็ นพระเจ ้าเทีย ่ งแท ้องค์เดียว และรู ้จักพระเยซูคริสต์ท ี่ พระองค์ทรงใช ้มา 4 ข ้าพระองค์ได ้ถวายเกียรติพระองค์บนแผ่นดินโลกแล ้ว ข ้า พระองค์ได ้ดําเนินงานทีพ ่ ระองค์มอบหมายให ้ข ้าพระองค์ทํา สําเร็จแล ้ว 5 และบัดนี้ ข ้าแต่พระบิดา โปรดให ้พระองค์ทรงได ้รับเกียรติ แก่ข ้าพเจ ้าตามพระพักตร์ของพระองค์เอง คือเกียรติท ี่ ข ้าพเจ ้าเคยมีรว่ มกับพระองค์กอ ่ นทีโ่ ลกจะเกิดขึน ้ 6 ข ้าพระองค์ได ้สําแดงพระนามของพระองค์แก่คนเหล่านัน ้ ที่ พระองค์ประทานจากโลกให ้แก่ข ้าพระองค์ คนเหล่านัน ้ เคย เป็ นของพระองค์ และพระองค์ได ้ประทานพวกเขาให ้แก่ข ้า พระองค์ และพวกเขาได ้รักษาพระวจนะของพระองค์ 7 บัดนีเ้ ขาทัง้ หลายรู ้แล ้วว่า ทุกสิง่ ทีพ ่ ระองค์ได ้ประทาน ้ ให ้แก่ข ้าพเจ ้านัน ้ ล ้วนมาจากพระองค์ทงั ้ สิน 8 เพราะว่าถ ้อยคําทีพ ่ ระองค์ได ้ประทานแก่ข ้าพระองค์นัน ้ ข ้า พระองค์ได ้มอบให ้แก่เขาทัง้ หลายแล ้ว และพวกเขาได ้รับ ถ ้อยคําเหล่านัน ้ ไว ้ และรู ้แน่วา่ ข ้าพระองค์ออกมาจาก ่ ว่าพระองค์ทรงใช ้ข ้าพระองค์มา พระองค์ และพวกเขาก็เชือ 9 ข ้าพระองค์อธิษฐานเพือ ่ พวกเขา ข ้าพระองค์ไม่ได ้ อธิษฐานเพือ ่ โลก แต่เพือ ่ คนเหล่านัน ้ ทีพ ่ ระองค์ได ้ประทาน ให ้แก่ข ้าพระองค์ เพราะพวกเขาเป็ นของพระองค์ 10 และทุกสิง่ ของฉั นก็เป็ นของคุณ และทุกสิง่ ของคุณก็เป็ น ของฉั น และฉั นก็ได ้รับเกียรติเพราะสิง่ เหล่านัน ้ 11 และบัดนีข ้ ้าพระองค์ไม่มอ ี ยูใ่ นโลกอีกต่อไป แต่คนเหล่านี้ ยังอยูใ่ นโลก และข ้าพระองค์กําลังจะไปหาพระองค์ พระบิดา ิ ธิ์ โปรดทรงรักษาผู ้ทีพ ผู ้ศักดิส ์ ท ่ ระองค์ประทานให ้แก่ข ้า พระองค์ไว ้ในพระนามของพระองค์ เพือ ่ พวกเขาจะได ้เป็ น อันหนึง่ อันเดียวกันเหมือนกับเรา 12 เมือ ่ ข ้าพระองค์ยังอยูก ่ บ ั คนเหล่านัน ้ ในโลกนี้ ข ้าพระองค์ก็ ปกป้ องพวกเขาไว ้ในพระนามของพระองค์ ผู ้ทีพ ่ ระองค์ ประทานให ้แก่ข ้าพระองค์ ข ้าพระองค์ก็ปกป้ องพวกเขาไว ้ และไม่มผ ี ู ้ใดสูญหายไป เว ้นแต่ลก ู แห่งความพินาศเท่านัน ้ เพือ ่ พระคัมภีรจ ์ ะได ้สําเร็จ 13 และบัดนี้ ข ้าพระองค์มาหาพระองค์ และพูดสิง่ เหล่านีใ้ น ่ ชมยินดีของข ้าพระองค์เต็มเปี่ ยม โลก เพือ ่ ให ้ความชืน 14 ข ้าพระองค์ได ้มอบพระวจนะของพระองค์ให ้แก่พวกเขา แล ้ว และโลกได ้เกลียดชังพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ใช่ของ โลก เหมือนอย่างทีข ่ ้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก 15 ข ้าพระองค์ไม่ได ้อธิษฐานขอให ้พระองค์เอาพวกเขา ออกไปจากโลก แต่ขอให ้ทรงปกป้ องพวกเขาไว ้จากความชัว่ ร ้าย 16 พวกเขาไม่ใช่ของโลก เหมือนอย่างทีข ่ ้าพเจ ้าไม่ใช่ของ โลก 17 ขอทรงทําให ้พวกเขาบริสท ุ ธิโ์ ดยความจริงของพระองค์ พระวจนะของพระองค์เป็ นความจริง 18 พระองค์ทรงใช ้ข ้าพเจ ้ามาในโลกฉั นใด ข ้าพเจ ้าก็ทรงใช ้ พวกเขาไปในโลกฉั นนัน ้ 19 และเพือ ่ ประโยชน์ของพวกเขา ฉั นก็ชําระตัวฉั นเองให ้ บริสท ุ ธิ์ เพือ ่ ให ้พวกเขาได ้รับการชําระให ้บริสท ุ ธิโ์ ดยความ จริง 20 ฉั นไม่ได ้อธิษฐานเพือ ่ พวกเขาเหล่านีเ้ ท่านัน ้ แต่เพือ ่ ผู ้ที่ ่ ในตัวฉั นเพราะคําพูดของพวกเขาด ้วย เชือ 21 เพือ ่ เขาทัง้ หลายจะได ้เป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน ดังเช่นที่ พระองค์ผู ้เป็ นพระบิดาทรงอยูใ่ นข ้าพระองค์ และข ้าพระองค์
อยูใ่ นพระองค์ เพือ ่ เขาจะได ้เป็ นอันหนึง่ อันเดียวกันในพวก ่ ว่าพระองค์ทรงใช ้ข ้าพระองค์มา เรา เพือ ่ โลกจะได ้เชือ 22 และความรุง่ โรจน์ทพ ี่ ระองค์ประทานแก่ข ้าพเจ ้า ข ้าพเจ ้า ได ้ประทานให ้แก่เขาทัง้ หลาย เพือ ่ เขาจะได ้เป็ นอันหนึง่ อัน เดียวกัน เหมือนอย่างทีเ่ ราเป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน 23 ข ้าพระองค์อยูใ่ นพวกเขา และพระองค์อยูใ่ นข ้าพระองค์ เพือ ่ พวกเขาจะได ้สมบูรณ์เป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน และเพือ ่ โลกจะได ้รู ้ว่าพระองค์ทรงใช ้ข ้าพระองค์มา และพระองค์ทรง รักพวกเขาเหมือนอย่างทีพ ่ ระองค์ทรงรักข ้าพระองค์ 24 ข ้าแต่พระบิดา ข ้าพระองค์ปรารถนาให ้คนเหล่านัน ้ ที่ พระองค์ได ้ประทานให ้แก่ข ้าพระองค์ อยูก ่ บ ั ข ้าพระองค์ทก ุ ที่ ทีข ่ ้าพระองค์อยู่ เพือ ่ เขาทัง้ หลายจะได ้เห็นสง่าราศีของข ้า พระองค์ ซึง่ พระองค์ได ้ประทานให ้แก่ข ้าพระองค์ เพราะว่า พระองค์ทรงรักข ้าพระองค์กอ ่ นทีจ ่ ะทรงสร ้างโลก 25 ข ้าแต่พระบิดาผู ้ชอบธรรม โลกไม่รู ้จักพระองค์ แต่ข ้า พระองค์รู ้จักพระองค์ และคนเหล่านีร้ ู ้ว่าพระองค์ทรงส่งข ้า พระองค์มา 26 และข ้าพระองค์ได ้ประกาศพระนามของพระองค์แก่พวก เขาแล ้ว และจะประกาศต่อไป เพือ ่ ความรักทีพ ่ ระองค์ทรงรัก ข ้าพระองค์จะอยูใ่ นพวกเขา และข ้าพระองค์จะอยูใ่ นพวกเขา ด ้วย บทที่ 18 1 เมือ ่ พระเยซูตรัสคําเหล่านีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็เสด็จไปกับเหล่า สาวกของพระองค์ข ้ามลําธารซีดรอนซึง่ มีสวนแห่งหนึง่ พระองค์และเหล่าสาวกของพระองค์เข ้าไปในสวนนัน ้ 2 แม ้แต่ยด ู าสผู ้ทรยศพระองค์ก็รู ้จักสถานทีน ่ ัน ้ ด ้วย เพราะ พระเยซูมักจะไปทีน ่ ั่นกับเหล่าสาวกของพระองค์อยูเ่ สมอ 3 ยูดาสจึงรับพวกผู ้ชายและเจ ้าหน ้าทีจ ่ ากพวกหัวหน ้า ี ปุโรหิตและพวกฟาริส แล ้วก็ไปทีน ่ ั่นพร ้อมกับโคมและคบ เพลิงและอาวุธ 4 พระเยซูทรงทราบทุกสิง่ ทีจ ่ ะเกิดขึน ้ กับพระองค์ จึงเสด็จ ออกไปและตรัสแก่พวกเขาว่า " พวกเจ ้ากําลังหาใคร" 5 พวกเขาตอบว่า “พระเยซูชาวนาซาเร็ธ” พระเยซูตรัสตอบ พวกเขาว่า “ เราคือผู ้นัน ้ ” และยูดาสผู ้ทรยศพระองค์ก็ยน ื อยู่ กับพวกเขาด ้วย 6 เมือ ่ พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “เราเป็ น” พวกเขาก็ถอย หลังและล ้มลงกับพืน ้ 7 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกเขาอีกว่า “ ท่านตามหาใคร” พวกเขาตอบว่า “พระเยซูแห่งนาซาเร็ธ” 8 พระเยซูตรัสตอบว่า " เราบอกท่านแล ้วว่าเราเป็ นผู ้นัน ้ ถ ้า ท่านแสวงหาเรา ก็ให ้คนเหล่านีไ้ ปตามทางของพวกเขาเถิด" “ข ้าพระองค์มไิ ด ้สูญเสียผู ้ใดทีพ ่ ระองค์ประทานให ้แก่ข ้า พระองค์เลย” จะเป็ นความจริง 10 ซีโมนเปโตรมีดาบจึงชักดาบออกฟั นคนรับใช ้ของมหา ่ มัลคัส ปุโรหิตและตัดหูขวาของเขาออก คนรับใช ้คนนัน ้ ชือ 11 แล ้วพระเยซูจงึ ตรัสกับเปโตรว่า จงเอาดาบใส่ฝักเสีย ถ ้วย ทีพ ่ ระบิดาของเราประทานให ้แก่เรา เราจะไม่ดม ื่ มันหรือ? 12 จากนัน ้ พวกทหารกับนายทหารและเจ ้าหน ้าทีข ่ องพวกยิว ก็จับพระเยซูมัดไว ้ 13 และนํ าพระองค์ไปหาอันนาสก่อน เพราะอันนาสเป็ นพ่อตา ของคายาฟาส ซึง่ เป็ นมหาปุโรหิตในปี นัน ้ 14 ไคอาฟาสเป็ นผู ้ให ้คําแนะนํ าแก่พวกยิวว่า ควรทีค ่ นหนึง่ จะตายแทนประชาชน 15 ซีโมนเปโตรติดตามพระเยซูไป และสาวกอีกคนหนึง่ ก็ ติดตามไปด ้วย สาวกคนนัน ้ เป็ นทีร่ ู ้จักของมหาปุโรหิต และ ได ้เข ้าไปกับพระเยซูทพ ี่ ระราชวังของมหาปุโรหิต
80
จอห์น
16 แต่เปโตรยืนอยูข ่ ้างนอกทีป ่ ระตู แล ้วสาวกคนนัน ้ ทีม ่ หา ปุโรหิตรู ้จักก็ออกไป และพูดกับหญิงทีเ่ ฝ้ าประตู แล ้วพาเป โตรเข ้าไป 17 แล ้วหญิงเฝ้ าประตูจงึ พูดกับเปโตรว่า “เจ ้าก็เป็ นสาวกของ คนนัน ้ ด ้วยหรือ?” เปโตรตอบว่า “ข ้าพเจ ้ามิใช่” 18 ส่วนคนใช ้และเจ ้าหน ้าทีก ่ ็ยน ื อยูท ่ น ี่ ั่น พวกเขาก่อไฟด ้วย ถ่านเพราะอากาศหนาว และพวกเขาก็ผงิ ไฟกัน ส่วนเปโตรก็ ยืนอยูก ่ บ ั พวกเขาและผิงไฟกัน 19 มหาปุโรหิตจึงถามพระเยซูถงึ เหล่าสาวกของพระองค์และ คําสอนของพระองค์ 20 พระเยซูทรงตอบเขาว่า “ เราพูดอย่างเปิ ดเผยต่อโลก เรา สอนอยูเ่ สมอในธรรมศาลาและในวิหารซึง่ พวกยิวไปอยูเ่ สมอ และเราไม่ได ้พูดอะไรในทีล ่ บ ั เลย” 21 เหตุไฉนท่านจึงถามเรา จงถามผู ้ทีไ่ ด ้ฟั งเราว่าเราได ้พูด อะไรแก่พวกเขา ดูเถิด พวกเขารู ้ว่าเราได ้พูดอะไร 22 เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว เจ ้าหน ้าทีค ่ นหนึง่ ทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้ๆ ก็ได ้ตบพระเยซูด ้วยฝ่ ามือของพระองค์โดยกล่าวว่า “ท่าน ตอบมหาปุโรหิตอย่างนัน ้ หรือ?” 23พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ถ ้าเราพูดชัว่ จงเป็ นพยานถึง ความชัว่ นัน ้ แต่ถ ้าพูดดี ทําไมท่านจึงตบเรา" 24 อันนาสส่งพระเยซูซงึ่ ถูกมัดอยูไ่ ปหาคายาฟาสมหา ปุโรหิต 25 ซีโมนเปโตรจึงยืนผิงไฟอยู่ พวกเขาจึงพูดกับเขาว่า “ท่านก็ไม่ใช่สาวกของเขาด ้วยหรือ?” เขาปฏิเสธและกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าไม่ใช่” 26 ผู ้รับใช ้ของมหาปุโรหิตคนหนึง่ ซึง่ เป็ นญาติของมหา ปุโรหิตซึง่ เปโตรตัดหูของเขาทิง้ ก็พด ู ว่า "ข ้าพเจ ้าไม่เห็นเจ ้า อยูก ่ บ ั เขาในสวนหรือ?" 27 เปโตรปฏิเสธอีกครัง้ แล ้วไก่ก็ขน ั ทันที 28 จากนัน ้ พวกเขานํ าพระเยซูจากคายาฟาไปยังศาล พิพากษา ตอนนัน ้ เป็ นเวลาเช ้าตรู่ พวกเขาเองก็ไม่เข ้าไปใน ศาลพิพากษา เพราะเกรงว่าตนเองจะถูกทําให ้แปดเปื้ อน แต่ เพือ ่ จะได ้กินปั สกาแทน 29 ปิ ลาตจึงออกไปหาพวกเขาแล ้วกล่าวว่า พวกท่านมี ความผิดอะไรต่อคนนี?้ 30 พวกเขาตอบเขาว่า ถ ้าเขามิใช่ผู ้กระทําความผิด เราก็จะ ไม่มอบเขาให ้แก่ทา่ น 31 ปิ ลาตจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “จงนํ าเขาไปพิพากษาตาม ธรรมบัญญัตข ิ องท่าน” พวกยิวจึงกล่าวแก่ปิลาตว่า “พวกเรา ิ ธิท ไม่มส ี ท ์ จ ี่ ะประหารชีวต ิ ใครเลย 32 เพือ ่ คําทีพ ่ ระเยซูตรัสไว ้จะสําเร็จ ซึง่ หมายถึงการ ้ พระชนม์เช่นใด สิน 33 แล ้วปิ ลาตเข ้าไปในศาลพิพากษาอีก และเรียกพระเยซูมา ถามเขาว่า "ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิวใช่ไหม" 34 พระเยซูทรงตอบเขาว่า " ท่านพูดอย่างนัน ้ ด ้วยตนเองหรือ หรือคนอืน ่ บอกท่านถึงเรือ ่ งของเรา" 35 ปี ลาตตอบว่า “ข ้าพเจ ้าเป็ นชาวยิวหรือ? ประชาชาติของ ท่านเองและพวกหัวหน ้าปุโรหิตได ้มอบท่านไว ้กับข ้าพเจ ้า ท่านทําอะไรลงไป?” 36 พระเยซูตรัสตอบว่า " อาณาจักรของเรามิได ้เป็ นของโลก นี้ ถ ้าอาณาจักรของเราเป็ นของโลกนี้ คนของเราก็คงจะต่อสู ้ เพือ ่ ไม่ให ้เราถูกมอบไว ้ในมือของชาวยิว แต่บด ั นี้ อาณาจักร ของเรามิได ้มาจากโลกนี"้ 37 ปี ลาตจึงถามพระองค์วา่ “ถ ้าอย่างนัน ้ ท่านเป็ นกษั ตริย ์ หรือ” พระเยซูทรงตอบว่า “ ท่านพูดว่าเราเป็ นกษั ตริย”์ เราจึง เกิดมาเพือ ่ สิง่ นี้ และเพือ ่ สิง่ นีเ้ องทีเ่ ราเข ้ามาในโลกเพือ ่ เป็ น ่ ในความจริงย่อมฟั งเสียงของ พยานถึงความจริง ทุกคนทีเ่ ชือ เรา
38 ปี ลาตถามเขาว่า “ความจริงคืออะไร” เมือ ่ พูดเช่นนีแ ้ ล ้ว เขาจึงออกไปหาพวกยิวอีกครัง้ และพูดว่า “เราไม่เห็นว่าเขามี ความผิดเลย” 39 แต่พวกท่านมีธรรมเนียมว่าให ้เราปล่อยคนหนึง่ ให ้แก่พวก ท่านในเทศกาลปั สกา แล ้วพวกท่านอยากให ้เราปล่อย กษั ตริยข ์ องชาวยิวให ้แก่พวกท่านหรือ? 40 แล ้วพวกเขาทัง้ หมดก็ร ้องขึน ้ อีกว่า “ไม่ใช่คนนี้ แต่เป็ นบา รับบัส” บารับบัสเป็ นโจร บทที่ 19 1 จากนัน ้ ปิ ลาตจึงนํ าพระเยซูไปเฆีย ่ นตี 2 พวกทหารก็เอามงกุฎหนามมาสวมบนศีรษะของพระองค์ ้ คลุมสีมว่ ง และให ้พระองค์สวมเสือ 3 และกล่าวว่า “สวัสดี กษั ตริยข ์ องชาวยิว!” แล ้วพวกเขาจึง ตบพระองค์ด ้วยมือของพวกเขา 4 ปิ ลาตจึงออกไปอีกและกล่าวแก่พวกเขาว่า “ดูเถิด เรานํ า คนนีอ ้ อกมาให ้ท่านทัง้ หลาย เพือ ่ ให ้ท่านทัง้ หลายทราบว่า เราไม่พบความผิดในตัวเขา” ้ 5 แล ้วพระเยซูก็เสด็จออกมา ทรงสวมมงกุฎหนามและเสือ คลุมสีมว่ ง และปิ ลาตก็พด ู กับพวกเขาว่า “นีค ่ อ ื ชายคนนัน ้ !” 6 เมือ ่ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและเจ ้าหน ้าทีเ่ ห็นพระองค์ พวกเขา ร ้องตะโกนว่า “ตรึงเขาไว ้ทีก ่ างเขน ตรึงเขาไว ้ทีก ่ างเขน” ปี ลาตกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ ้าจงนํ าเขาไปตรึงทีก ่ างเขน เพราะเราไม่เห็นว่าเขามีความผิด” 7 พวกยิวตอบเขาว่า "พวกเรามีธรรมบัญญัต ิ และโดยธรรม บัญญัตข ิ องเรา เขาจะต ้องตาย เพราะเขาได ้ตัง้ ตนเป็ นพระ บุตรของพระเจ ้า" 8 เมือ ่ ปิ ลาตได ้ยินคํานัน ้ ก็ยงิ่ กลัวมากขึน ้ 9 แล ้วเข ้าไปในศาลอีกและถามพระเยซูวา่ “เจ ้ามาจากไหน” แต่พระเยซูไม่ทรงตอบเขา 10 แล ้วปิ ลาตก็กล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านไม่พด ู กับเราหรือ? ท่านไม่รู ้หรือว่าเรามีอํานาจทีจ ่ ะตรึงท่านทีไ่ ม ้กางเขน และมี อํานาจทีจ ่ ะปล่อยท่านได ้? 11 พระเยซูทรงตอบว่า " เจ ้าไม่มอ ี ํานาจเหนือเราเลย เว ้นเสียแต่จะมอบอํานาจนัน ้ แก่เจ ้าจากเบือ ้ งบน เพราะฉะนัน ้ ผู ้ทีม ่ อบเราให ้แก่เจ ้า จึงมีบาปใหญ่ยงิ่ กว่า" 12 ตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา ปิ ลาตก็พยายามทีจ ่ ะปล่อยพระองค์ แต่พวกยิวร ้องตะโกนว่า “ถ ้าท่านปล่อยคนนีไ้ ป ท่านก็ไม่ใช่ มิตรของซีซาร์ ผู ้ใดตัง้ ตนเป็ นกษั ตริยก ์ ็พด ู ต่อต ้านซีซาร์” 13เมือ ่ ปี ลาตได ้ยินถ ้อยคํานัน ้ จึงนํ าพระเยซูออกมา แล ้วนั่ง ลงบนบัลลังก์พพ ิ ากษา ณ ทีแ ่ ห่งหนึง่ ทีเ่ รียกว่า ลานปูถนน แต่ในภาษาฮีบรูเรียกว่า กับบาธา 14 และวันนัน ้ เป็ นเวลาเตรียมปั สกา ราวๆ บ่ายสามโมง พระองค์ตรัสแก่พวกยิวว่า “นีค ่ อ ื กษั ตริยข ์ องพวกท่าน” 15 แต่พวกเขาร ้องตะโกนว่า “เอาเขาไป เอาเขาไป ตรึงเขา ไว ้ทีไ่ ม ้กางเขน” ปี ลาตถามพวกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าจะตรึง กษั ตริยข ์ องท่านทีก ่ างเขนหรือ” พวกหัวหน ้าปุโรหิตตอบว่า “พวกเราไม่มก ี ษั ตริยอ ์ น ื่ ใดนอกจากซีซาร์” 16 แล ้วพระองค์ก็ทรงมอบพระองค์ให ้พวกเขาตรึงบนไม ้ กางเขน แล ้วพวกเขาก็พาพระเยซูไป 17 และพระองค์ทรงแบกไม ้กางเขนเสด็จไปยังสถานทีแ ่ ห่ง หนึง่ ซึง่ เรียกว่า สถานทีก ่ ะโหลกศีรษะ ซึง่ ในภาษาฮีบรู เรียกว่า โกลโกธา 18 พวกเขาตรึงพระองค์ไว ้ทีก ่ างเขน พร ้อมกับคนอืน ่ อีกสอง คน คนละข ้าง และพระเยซูอยูต ่ รงกลาง 19 และปิ ลาตได ้เขียนคํานํ าหน ้าไว ้บนไม ้กางเขน และจารึก ไว ้ว่า พระเยซูแห่งนาซาเร็ธ กษั ตริยข ์ องชาวยิว 81
จอห์น
20 ต่อมาพวกยิวจํานวนมากก็อา่ นข ้อนี้ เพราะว่าสถานทีท ่ ี่ พระเยซูถก ู ตรึงนัน ้ อยูใ่ กล ้กับตัวเมือง และข ้อนีเ้ ขียนไว ้เป็ น ภาษาฮีบรู ภาษากรีก และภาษาละติน 21 จากนัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตของชาวยิวจึงพูดกับปี ลาตว่า "อย่าเขียนว่า กษั ตริยข ์ องชาวยิว" แต่จงเขียนว่า เขากล่าวว่า "ข ้าพเจ ้าเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิว" 22 ปี ลาตตอบว่า สิง่ ทีฉ ่ ั นเขียน ฉั นก็เขียนแล ้ว 23 จากนัน ้ พวกทหารก็ตรึงพระเยซูไว ้ทีก ่ างเขน พวกเขาก็เอา ่ ว่ นให ้ทหารแต่ละคนคนละส่วน ฉลองพระองค์แบ่งเป็ นสีส ้ ของพระองค์ไปด ้วย เสือ ้ ตัวนัน และเอาเสือ ้ ไม่มต ี ะเข็บ ทอ ตัง้ แต่ด ้านบนจรดด ้านล่าง 24พวกเขาจึงพูดกันเองว่า “อย่าฉีกมันออกเลย แต่ให ้เราจับ ฉลากกันว่าใครจะได ้มันมา” เพือ ่ ให ้พระคัมภีรท ์ เี่ ขียนไว ้ว่า ้ ผ ้าของเราให ้พวกเขา และจับฉลากเสือ ้ ผ ้า “พวกเขาแบ่งเสือ ของเราให ้กัน” เป็ นจริง ดังนัน ้ พวกทหารจึงทําตามนัน ้ 25 ในเวลานัน ้ มีมารดาของพระองค์และน ้าสาวของพระองค์ มารียภ ์ รรยาของคลีโอฟั ส และมารียช ์ าวมักดาลา ยืนอยูใ่ กล ้ ไม ้กางเขนของพระเยซู 26เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และ สาวกคนทีพ ่ ระองค์ทรงรักยืนอยูใ่ กล ้ พระองค์จงึ ตรัสกับ มารดาของพระองค์วา่ “ หญิงเอ๋ย นีค ่ อ ื บุตรของคุณ!” 27 แล ้วพระองค์ตรัสแก่สาวกคนนัน ้ ว่า “ นีค ่ อ ื มารดาของท่าน” และตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา สาวกคนนัน ้ ก็พามารดาของท่านกลับ บ ้านของตน 28 หลังจากนัน ้ พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิง่ สําเร็จแล ้ว เพือ ่ พระคัมภีรจ ์ ะสําเร็จ จึงตรัสว่า “ เราหิวนํ้ า” 29 บัดนีม ้ ภ ี าชนะใส่นํ้าส ้มสายชูวางอยู่ และเขาทัง้ หลายเอา ฟองนํ้ าทีใ่ ส่นํ้าส ้มสายชูใส่ลงบนฮิสโซป แล ้วนํ าไปใส่ทพ ี่ ระ โอษฐ์ของพระองค์ 30 เมือ ่ พระเยซูทรงรับนํ้ าส ้มสายชูแล ้ว พระองค์ตรัสว่า สําเร็จ ้ พระชนม์ แล ้ว” แล ้วทรงก ้มพระเศียรสิน 31 เพราะเป็ นการจัดเตรียมไว ้เพือ ่ ไม่ให ้ร่างของคนตายอยูบ ่ น กางเขนในวันสะบาโต (เพราะว่าวันสะบาโตนัน ้ เป็ นวันสําคัญ) พวกยิวจึงขอร ้องปิ ลาตให ้หักขาของคนตาย แล ้วนํ าศพของ พวกเขาไปเสีย 32 ครัน ้ แล ้วพวกทหารก็มาหักขาของคนแรกและคนทีส ่ องที่ ถูกตรึงอยูก ่ บ ั พระองค์ 33 แต่เมือ ่ พวกเขามาถึงพระเยซู และเห็นว่าพระองค์ ้ สินพระชนม์แล ้ว พวกเขาจึงไม่หักขาของพระองค์ ี ้างของพระองค์ แล ้ว 34 แต่ทหารคนหนึง่ ใช ้หอกแทงเข ้าทีส ่ ข โลหิตกับนํ้ าก็ไหลออกมาทันที 35 และผู ้ทีไ่ ด ้เห็นก็เป็ นพยาน และคําพยานของเขาเป็ นความ ่ จริง และเขารู ้ว่าเขาพูดความจริง เพือ ่ ว่าพวกท่านจะได ้เชือ 36 เพราะสิง่ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ เพือ ่ พระคัมภีรจ ์ ะสําเร็จว่า กระดูก ของพระองค์จะไม่หักแม ้แต่น ้อย 37 และพระคัมภีรอ ์ ก ี ข ้อหนึง่ กล่าวว่า พวกเขาจะได ้เห็น พระองค์ผู ้ทีพ ่ วกเขาแทง 38 และหลังจากนี้ โยเซฟจากอาริมาเธียซึง่ เป็ นสาวกของ พระเยซูแต่แอบซ่อนอยูเ่ พราะกลัวพวกยิว ได ้อ ้อนวอนปี ลาต ให ้นํ าพระศพของพระเยซูไป ปี ลาตจึงอนุญาต เขาจึงไปนํ า พระศพของพระเยซูไป 39 นิโคเดมัสก็มาด ้วย ซึง่ มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนครัง้ แรก และนํ าส่วนผสมระหว่างมดยอบกับว่านหางจระเข ้ นํ้ าหนักประมาณหนึง่ ร ้อยปอนด์มาด ้วย 40 แล ้วพวกเขานํ าพระศพของพระเยซูไปพันด ้วยผ ้าผ ้าลินน ิ กับเครือ ่ งเทศตามธรรมเนียมการฝั งของชาวยิว 41 ในบริเวณทีพ ่ ระองค์ถก ู ตรึงนัน ้ มีสวนแห่งหนึง่ และในสวน นัน ้ มีอโุ มงค์ฝังศพใหม่ทย ี่ ังไม่เคยมีใครฝั งมนุษย์ไว ้เลย
42 ดังนัน ้ เขาทัง้ หลายจึงนํ าพระเยซูไปไว ้ทีน ่ ั่น เพราะเป็ นวัน เตรียมของพวกยิว เพราะว่าอุโมงค์ฝังศพก็ใกล ้จะถึงแล ้ว บทที่ 20 1 เช ้าตรูข ่ องวันสัปดาห์ มารียม ์ ักดาลามาถึงทีห ่ ลุมฝั งศพ ขณะทีย ่ ังมืดอยู่ และเห็นว่าหินทีฝ ่ ั งศพถูกยกออกไปแล ้ว 2 แล ้วนางก็วงิ่ ไปหาซีโมนเปโตรและสาวกอีกคนทีพ ่ ระเยซู ทรงรัก แล ้วพูดกับเขาว่า “พวกเขาเอาองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าออก จากหลุมฝั งศพแล ้ว และเราไม่รู ้ว่าพวกเขาเอาพระองค์ไปไว ้ ทีไ่ หน” 3 เปโตรจึงออกไปพร ้อมกับสาวกคนนัน ้ และไปถึงอุโมงค์ฝัง ศพ 4 เขาทัง้ สองจึงวิง่ ไปด ้วยกัน แต่สาวกคนนัน ้ วิง่ เร็วกว่าเปโตร และไปถึงอุโมงค์ฝังศพก่อน 5 และเขาก ้มลงมองเข ้าไป เห็นผ ้าป่ านวางอยู่ แต่เขาไม่ได ้ เข ้าไป 6 แล ้วซีโมนเปโตรก็ตามพระองค์ไป แล ้วเข ้าไปในอุโมงค์ฝัง ศพ เห็นผ ้าป่ านวางอยู่ 7 และผ ้าเช็ดปากทีค ่ ลุมศีรษะของพระองค์ ไม่ได ้วางรวมกับ ผ ้าป่ าน แต่พันไว ้ด ้วยกันเป็ นผืนเดียว 8 ต่อมาสาวกคนนัน ้ ทีไ่ ปถึงอุโมงค์ฝังศพก่อนก็เข ้าไปด ้วย ่ และเขาได ้เห็นและเชือ 9 เพราะพวกเขายังไม่เข ้าใจพระคัมภีรท ์ วี่ า่ พระองค์จะต ้อง คืนพระชนม์จากความตาย 10 จากนัน ้ สาวกทัง้ สองก็กลับบ ้านของตนอีกครัง้ 11 แต่มารียย ์ น ื อยูข ่ ้างนอกทีอ ่ โุ มงค์ฝังศพร ้องไห ้ และเมือ ่ ร ้องไห ้ เธอก็ก ้มลงมองเข ้าไปในอุโมงค์ฝังศพ 12 และได ้เห็นทูตสวรรค์สององค์สวมชุดขาวนั่งอยู่ องค์หนึง่ อยูต ่ รงหัว และอีกองค์หนึง่ อยูต ่ รงเท ้าของทีซ ่ งึ่ ร่างของพระ เยซูเคยบรรทมอยู่ 13 พวกเขาจึงพูดกับนางว่า “หญิงเอ๋ย เหตุใดท่านจึงร ้องไห ้” นางจึงกล่าวกับพวกเขาว่า “เพราะพวกเขาเอาพระเจ ้าของ ฉั นไปแล ้ว และฉั นไม่ทราบว่าพวกเขาเอาพระองค์ไปไว ้ที่ ไหน” 14 เมือ ่ นางกล่าวอย่างนัน ้ แล ้ว นางก็หันกลับไป และเห็นพระ เยซูยน ื อยู่ แต่ไม่รู ้ว่าเป็ นพระเยซู 15 พระเยซูตรัสถามนางว่า “ หญิงเอ๋ย เหตุใดท่านจึงร ้องไห ้ ท่านตามหาใคร” นางคิดว่าพระองค์เป็ นคนดูแลสวน จึงกล่าว กับพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าคะ ถ ้าท่านนํ าพระองค์มาจากทีน ่ ี่ โปรดบอกฉั นด ้วยว่าท่านเอาพระองค์ไปไว ้ทีไ่ หน ฉั นก็จะนํ า พระองค์ไป” 16 พระเยซูตรัสกับเธอว่า “ มารีย”์ เธอจึงหันกลับมาและพูด กับพระองค์วา่ “รับโบนี” ซึง่ แปลว่า “อาจารย์” 17 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ อย่าแตะต ้องเราเลย เพราะว่าเรา ยังไม่ได ้ขึน ้ ไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพีน ่ ้องของเรา และบอกพวกเขาว่า เราจะขึน ้ ไปหาพระบิดาของเราและพระ บิดาของพวกท่าน และไปหาพระเจ ้าของเราและพระเจ ้าของ พวกท่าน” 18 มารียม ์ ักดาลาจึงไปบอกพวกสาวกของพระองค์วา่ นางได ้ เห็นองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าแล ้ว และพระองค์ได ้ตรัสเรือ ่ งเหล่านี้ กับนาง 19 ครัน ้ เย็นวันเดียวกันนัน ้ ซึง่ เป็ นวันแรกของสัปดาห์ เมือ ่ พวกสาวกกําลังปิ ดประตูห ้องทีพ ่ วกยิวอยูเ่ พราะกลัวพวกยิว พระเยซูจงึ เข ้ามายืนท่ามกลางพวกเขาแล ้วตรัสว่า “ สันติสข ุ จงมีแก่ทา่ นทัง้ หลาย” 20 เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงแสดงพระหัตถ์ และพระปรัศว์ของพระองค์ให ้พวกเขาเห็น เมือ ่ สาวกเห็นองค์ พระผู ้เป็ นเจ ้าก็มค ี วามยินดี 82
จอห์น
21 พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาอีกว่า “ สันติสข ุ จงมีแก่ทา่ น ทัง้ หลาย พระบิดาได ้ทรงใช ้เรามาฉั นใด เราก็สง่ ท่าน ทัง้ หลายไปฉั นนัน ้ ” 22 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงเป่ าลมใส่พวกเขา และ ตรัสแก่พวกเขาว่า จงรับพระวิญญาณบริสท ุ ธิเ์ ถิด 23 บาปใดทีท ่ า่ นยกให ้ บาปนัน ้ ก็ได ้รับการยกให ้ และบาปใด ทีท ่ า่ นไม่ยกให ้ บาปนัน ้ ก็จะไม่ยกให ้ 24 แต่โธมัสซึง่ เรียกกันว่า ดิดม ิ ัส หนึง่ ในสาวกสิบสองคน ไม่ได ้อยูก ่ บ ั พวกเขาเมือ ่ พระเยซูเสด็จมา 25 สาวกคนอืน ่ ๆ จึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “พวกเราได ้เห็นองค์ พระผู ้เป็ นเจ ้าแล ้ว” แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ถ ้า ข ้าพเจ ้าไม่เห็นรอยตะปูในพระหัตถ์ของพระองค์ และเอานิว้ สอดเข ้าไปในรอยตะปู และเอามือสอดเข ้าไปในด ้านข ้างของ ่ ” พระองค์ ข ้าพเจ ้าก็จะไม่เชือ 26 และครัน ้ ล่วงไปแปดวันแล ้ว เหล่าสาวกของพระองค์ก็อยู่ ข ้างในอีก พร ้อมทัง้ โธมัสด ้วย ครัน ้ แล ้ว พระเยซูก็เข ้ามา โดย ปิ ดประตูแล ้ว ยืนท่ามกลางพวกเขา แล ้วตรัสว่า “ สันติสข ุ จง มีแก่ทา่ นทัง้ หลาย” 27 แล ้วพระองค์ตรัสแก่โธมัสว่า จงยืน ่ นิว้ มาทีน ่ แ ี่ ละดูมอ ื ของ ฉั น จงยืน ่ มือมาทีน ่ แ ี่ ละแทงเข ้าไปในด ้านข ้างของฉั น และ ่ เถิด อย่าไร ้ศรัทธา แต่จงเชือ 28 โทมัสตอบเขาว่า “พระเจ ้าของข ้าพเจ ้าและพระเจ ้าของ ข ้าพเจ ้า” 29 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " โธมัส เพราะเจ ้าได ้เห็นเรา เจ ้า ่ ผู ้ทีไ่ ม่เห็นเราแต่กลับเชือ ่ ก็เป็ นสุข" จึงเชือ 30 และพระเยซูทรงกระทําหมายสําคัญอืน ่ ๆ มากมายจริงต่อ หน ้าเหล่าสาวกของพระองค์ ซึง่ ไม่ได ้บันทึกไว ้ในหนังสือเล่ม นี:้ ่ ว่าพระเยซูเป็ น 31 แต่สงิ่ ทีเ่ ขียนไว ้ก็เพือ ่ ว่าพวกท่านจะได ้เชือ ่ แล ้ว พวก พระคริสต์ พระบุตรของพระเจ ้า และเมือ ่ มีความเชือ ท่านก็จะมีชวี ต ิ โดยพระนามของพระองค์
9 ครัน ้ พวกเขากลับมาถึงฝั่ งแล ้ว พวกเขาก็เห็นไฟถ่านลุกอยู่ และมีปลาและขนมปั งวางอยูบ ่ นนัน ้ 10 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า จงเอาปลาทีพ ่ วกเจ ้าจับได ้ ตอนนีม ้ าบ ้าง 11 ซีโมนเปโตรจึงขึน ้ ไปลากอวนขึน ้ ฝั่ ง ซึง่ เต็มไปด ้วยปลา ใหญ่ มีถงึ ร ้อยห ้าสิบสามตัว แม ้ว่ามีปลามากมายเช่นนัน ้ ก็ ตาม อวนก็ยังไม่ขาด 12 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ มารับประทานอาหารกัน เถิด” แต่สาวกคนใดไม่กล ้าถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นใคร” เพราะรู ้ดีวา่ พระองค์คอ ื องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า 13 แล ้วพระเยซูเสด็จมาทรงหยิบขนมปั งแจกให ้พวกเขา และ ยังทรงหยิบปลาแจกให ้พวกเขาด ้วย 14 นีเ่ ป็ นครัง้ ทีส ่ ามทีพ ่ ระเยซูทรงปรากฏพระองค์แก่เหล่า สาวกของพระองค์ หลังจากทีพ ่ ระองค์ทรงคืนพระชนม์จาก ความตายแล ้ว 15 เมือ ่ รับประทานอาหารแล ้ว พระเยซูจงึ ตรัสกับซีโมนเปโตร ว่า “ ซีโมน บุตรโยนา เจ ้ารักเรามากกว่าพวกนีห ้ รือ” เขาทูล ตอบพระองค์วา่ “ใช่แล ้ว พระเจ ้า พระองค์ทรงทราบว่าข ้า พระองค์รักพระองค์” พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ จงเลีย ้ งลูก แกะของเราเถิด” 16 พระเยซูตรัสกับเขาอีกครัง้ ว่า “ ซีโมน บุตรโยนา เจ ้ารัก เราไหม” เขาตอบว่า “ใช่แล ้ว พระเจ ้า พระองค์ทรงทราบว่า เรารักพระองค์” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ จงเลีย ้ งแกะของเรา เถิด” 17 พระเยซูตรัสถามเขาครัง้ ทีส ่ ามว่า “ ซีโมน บุตรโยนา เจ ้า รักเราไหม” เปโตรเสียใจเพราะเขาถามเขาเป็ นครัง้ ทีส ่ ามว่า “เจ ้ารักเราไหม” พระองค์จงึ ตรัสตอบเขาว่า “องค์พระผู ้เป็ น เจ ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิง่ พระองค์ทรงทราบว่าฉั นรัก พระองค์” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ จงเลีย ้ งแกะของเราเถิด” 18 จริง ๆ จริง ๆ เราบอกเจ ้าว่า เมือ ่ เจ ้ายังหนุ่ม เจ ้าคาดเข็ม ขัดนิรภัยของตนเอง และเดินไปไหน ๆ ตามทีเ่ จ ้าต ้องการ แต่เมือ ่ เจ ้าแก่แล ้ว เจ ้าจะเหยียดมือออก และคนอืน ่ จะคาด เข็มขัดนิรภัยให ้ และพาเจ ้าไปทีเ่ จ ้าไม่ปรารถนา 19 พระองค์ตรัสดังนีเ้ พือ ่ แสดงว่าพระองค์จะถวายเกียรติแด่ พระเจ ้าด ้วยความตายอย่างไร เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่พระเยซู ว่า จงตามเรามา 20 ครัน ้ เปโตรหันกลับมาเห็นสาวกคนทีพ ่ ระเยซูทรงรักกําลัง ตามมา ซึง่ เอนกายลงทีอ ่ กของพระเยซูขณะรับประทาน อาหารเย็นและกล่าวว่า “พระองค์เจ ้า ใครคือผู ้ทรยศต่อ พระองค์?” 21 เมือ ่ เปโตรเห็นพระเยซูจงึ ทูลว่า "พระองค์เจ ้าข ้า แล ้วคนนี้ จะทําอย่างไร" 22พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ถ ้าเราต ้องการให ้เขายังอยู่ จนกว่าเราจะมา จะเป็ นเรือ ่ งอะไรกับท่านเล่า จงตามเรามา เถิด” 23 ครัน ้ แล ้วคํากล่าวนีจ ้ งึ แพร่สะพัดไปท่ามกลางพวกพีน ่ ้อง ว่าสาวกคนนัน ้ จะไม่ตาย แต่พระเยซูมไิ ด ้ตรัสกับเขาว่า "เขา จะไม่ตาย" แต่ ถ ้าเราต ้องการให ้เขายังอยูจ ่ นกว่าเราจะมา จะ เป็ นเรือ ่ งอะไรกับท่านเล่า? 24คนนีแ ้ หละเป็ นสาวกทีเ่ ป็ นพยานถึงเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ละเขียน เรือ ่ งเหล่านีไ้ ว ้ และเรารู ้อยูว่ า่ คําพยานของเขาเป็ นความจริง 25 และยังมีสงิ่ อืน ่ ๆ อีกมากมายทีพ ่ ระเยซูได ้ทรงกระทํา ซึง่ ถ ้าจะเขียนไว ้ทุกเล่ม ฉั นคิดว่าแม ้แต่โลกทัง้ ใบก็คงไม่พอ บรรจุหนังสือทีเ่ ขียนไว ้นัน ้ อาเมน
บทที่ 21 1 หลังจากนัน ้ พระเยซูทรงปรากฏพระองค์แก่เหล่าสาวกอีก ครัง้ ทีท ่ ะเลทิเบเรียส และทรงแสดงพระองค์เองต่อเรือ ่ งนี้ ด ้วย 2 มีซโี มนเปโตร โธมัสทีเ่ รียกว่า ดิดม ิ ัส และนาธานาเอลจาก เมืองคานาในแคว ้นกาลิล ี และบุตรชายของเศเบดี และสาวก ของเขาอีกสองคนอยูด ่ ้วยกัน 3 ซีโมนเปโตรจึงบอกพวกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าจะไปตกปลา” พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ “พวกเราจะไปกับท่านด ้วย” พวก เขาจึงออกไปและลงเรือทันที แต่คน ื นัน ้ พวกเขาจับปลา ไม่ได ้เลย 4 แต่เมือ ่ รุง่ เช ้ามาถึงพระเยซูทรงยืนอยูบ ่ นฝั่ ง แต่เหล่าสาวก ไม่รู ้ว่าเป็ นพระเยซู 5 แล ้วพระเยซูตรัสถามพวกเขาว่า “ ลูกๆ มีอาหารกินบ ้าง ไหม” พวกเขาตอบว่า “ไม่ม”ี 6 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า จงทอดแหลงทางด ้านขวาของ เรือแล ้วคุณจะพบ ดังนัน ้ พวกเขาจึงทอดแหออกไป แต่ไม่ สามารถลากแหได ้เพราะมีปลามากมาย 7 สาวกทีพ ่ ระเยซูทรงรักจึงกล่าวแก่เปโตรว่า “เป็ นองค์พระผู ้ เป็ นเจ ้า” เมือ ่ ซีโมนเปโตรได ้ยินว่าเป็ นองค์พระผู ้เป็ นเจ ้า เขา ้ คลุมชาวประมงของเขามาให ้เขา (เพราะเขาเปลือย ก็เอาเสือ กายอยู)่ แล ้วก็กระโดดลงไปในทะเล 8 ส่วนสาวกคนอืน ่ ๆ ก็มาโดยเรือเล็กๆ (เพราะไม่ไกลจากฝั่ ง มากนัก แต่ไกลประมาณสองร ้อยศอก) พร ้อมกับลากอวนทีม ่ ี ปลามาด ้วย 83
กิจการของอัครสาวก
19 และเรือ ่ งนัน ้ ก็รู ้กันทั่วกันไปถึงบรรดาคนทัง้ ปวงทีอ ่ าศัยอยู่ ในกรุงเยรูซาเล็ม จนกระทั่งทุง่ นัน ้ ถูกเรียกตามภาษาที่ ถูกต ้องว่า อาเคลดามา ซึง่ แปลว่า ทุง่ โลหิต 20 เพราะมีเขียนไว ้ในหนังสือสดุดวี า่ “ขอให ้ทีอ ่ ยูข ่ องเขารก ร ้างว่างเปล่า และอย่าให ้ผู ้ใดอาศัยอยูท ่ น ี่ ั่นเลย และให ้ผู ้อืน ่ ยึดตําแหน่งบิชอปของเขาไป” 21 เหตุฉะนัน ้ ในบรรดาคนเหล่านีซ ้ งึ่ ได ้อยูร่ ว่ มกับเรา ตลอดเวลาทีพ ่ ระเยซูเจ ้าเสด็จเข ้าออกท่ามกลางเรา 22 เริม ่ ตัง้ แต่การบัพติศมาของยอห์น จนถึงวันทีพ ่ ระองค์ทรง ถูกรับขึน ้ ไปจากเรา จําเป็ นต ้องมีคนๆ หนึง่ ทีไ่ ด ้รับการ สถาปนาให ้เป็ นพยานร่วมกับเราถึงการฟื้ นคืนพระชนม์ของ พระองค์ ั บาส 23 พวกเขาจึงแต่งตัง้ สองคนคือ โยเซฟทีเ่ รียกว่าบาร์ซบ ซึง่ มีนามสกุลว่ายุสทัส และมัทธีอส ั 24พวกเขาจึงอธิษฐานว่า “ข ้าแต่องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ผู ้ทรง ทราบใจของมนุษย์ทงั ้ ปวง ขอพระองค์ทรงโปรดแสดงให ้ เห็นว่าพระองค์ได ้ทรงเลือกใครในสองคนนี”้ 25 เพือ ่ ว่าเขาจะได ้มีสว่ นในการปฏิบต ั ศ ิ าสนกิจนี้ และการ เป็ นอัครสาวก ซึง่ ยูดาสได ้ละทิง้ ไปเพราะความผิดของตนเอง เพือ ่ จะได ้ไปยังสถานทีข ่ องตน 26 พวกเขาจึงจับฉลาก และฉลากนัน ้ ก็ตกแก่มัทธีอส ั และ เขาถูกนับรวมกับอัครสาวกสิบเอ็ดคน
บทที่ 1 1 ข ้าพเจ ้าได ้เขียนข ้อเขียนก่อนหน ้านีแ ้ ล ้ว โอ เธโอฟิ ลส ั เกีย ่ วกับทุกสิง่ ทีพ ่ ระเยซูเริม ่ ทําและสอน 2 จวบจนถึงวันทีพ ่ ระองค์ถก ู รับขึน ้ ไป หลังจากทีพ ่ ระองค์ได ้ ทรงสัง่ โดยพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ก่บรรดาอัครสาวกที่ พระองค์ทรงเลือกไว ้ 3 พระองค์ได ้ทรงปรากฏพระองค์แก่เขาหลังจากทีพ ่ ระองค์ ทรงทนทุกข์ทรมาน โดยแสดงหลักฐานหลายประการทีไ่ ม่ อาจผิดพลาดได ้ พระองค์ทรงปรากฏพระองค์ตอ ่ พวกเขาเป็ น ่ บ ิ วัน และทรงกล่าวถึงเรือ เวลาสีส ่ งราวทีเ่ กีย ่ วกับอาณาจักร ของพระเจ ้า 4 และเมือ ่ ทรงรวมพลกับพวกเขาแล ้ว ทรงสัง่ พวกเขาว่าอย่า ออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม แต่ให ้คอยรับคําสัญญาของพระ บิดา ซึง่ พระองค์ตรัสว่า ท่านทัง้ หลายได ้ยินจากเรา 5 เพราะว่ายอห์นได ้ทําพิธบ ี พ ั ติศมาด ้วยนํ้ าจริง ๆ แต่อก ี ไม่ นานพวกท่านจะรับบัพติศมาด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ 6 เมือ ่ พวกเขามารวมกันแล ้ว พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “พระองค์จะทรงฟื้ นฟูราชอาณาจักรให ้อิสราเอลอีกครัง้ ใน เวลานีห ้ รือไม่?” 7 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า " ไม่ใช่ธรุ ะของพวกท่านทีจ ่ ะรู ้เวลา และวาระทีพ ่ ระบิดาได ้ทรงกําหนดไว ้ด ้วยอํานาจของพระองค์ เอง" 8 แต่ทา่ นทัง้ หลายจะได ้รับพลังเมือ ่ พระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ เสด็จมาเหนือท่าน และท่านทัง้ หลายจะเป็ นพยานของเราทัง้ ในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว ้นยูเดีย แคว ้นสะมาเรีย และจนสุด ปลายแผ่นดินโลก 9 เมือ ่ พระองค์ตรัสสิง่ เหล่านีแ ้ ล ้ว ในขณะทีพ ่ วกเขากําลังดู อยู่ พระองค์ก็ถก ู ยกขึน ้ ไป และมีเมฆมาปกคลุมพระองค์จน พ ้นสายตาของพวกเขา 10 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังมองดูฟ้าอย่างมั่นคงขณะทีพ ่ ระองค์ เสด็จขึน ้ ไป ก็ปรากฏว่ามีชายสองคนมายืนอยูข ่ ้างพวกเขา ้ ผ ้าสีขาว สวมเสือ 11 ซึง่ ได ้กล่าวด ้วยว่า “ชาวกาลิลเี อ๋ย เหตุไฉนท่านจึงยืน มองดูฟ้าสวรรค์ พระเยซูองค์นซ ี้ งึ่ ถูกรับขึน ้ ไปจากพวกท่านสู่ สวรรค์นัน ้ จะเสด็จมาในลักษณะเดียวกับทีท ่ า่ นทัง้ หลายเห็น ่ วรรค์” พระองค์เสด็จขึน ้ สูส 12 แล ้วพวกเขากลับมายังกรุงเยรูซาเล็มจากภูเขาทีเ่ รียกว่า มะกอก ซึง่ อยูห ่ า่ งจากกรุงเยรูซาเล็มไปเป็ นระยะทางเดินได ้ ในวันสะบาโต ้ บนซึง่ มีเปโตร ยา 13 ครัน ้ เข ้าไปแล ้ว พวกเขาขึน ้ ไปห ้องชัน กอบ ยอห์น อันดรูว ์ ฟิ ลป ิ โธมัส บาร์โทโลมิว มัทธิว ยากอบ บุตรอัลเฟอัส ซีโมนเซโลเทส และยูดาสพีช ่ ายของยากอบ อาศัยอยู่ 14 พวกเขาทัง้ หมดก็รว่ มใจอธิษฐานและวิงวอนพร ้อมกับ ผู ้หญิงและมารียม ์ ารดาของพระเยซูและพีน ่ ้องของพระองค์ 15 ในเวลานัน ้ เปโตรยืนขึน ้ ท่ามกลางเหล่าสาวก และกล่าว ่ ทีร่ วมกันมีอยูป ิ ชือ ่ ) ว่า (จํานวนชือ ่ ระมาณร ้อยยีส ่ บ 16 พีน ่ ้องทัง้ หลาย พระคัมภีรข ์ ้อนีซ ้ งึ่ พระวิญญาณบริสท ุ ธิไ์ ด ้ ตรัสไว ้โดยปากของกษั ตริยด ์ าวิดเกีย ่ วกับยูดาส ซึง่ เป็ นผู ้นํ า ทางพวกทีจ ่ ับพระเยซูนัน ้ คงต ้องสําเร็จเป็ นจริงแล ้ว 17 เพราะท่านได ้ถูกนับเข ้ากับพวกเรา และได ้รับส่วนแบ่งใน การปรนนิบต ั น ิ ี้ ื้ ทีด 18 บัดนีค ้ นผู ้นีซ ้ อ ่ น ิ โดยรับผลตอบแทนจากความชัว่ ช ้า ของตน และเขาก็ล ้มลงหัวทิม ่ ลงกลางหลัง และไส ้ของเขาก็ ทะลักออกมาหมด
บทที่ 2 1 เมือ ่ วันเพ็นเทคอสต์มาถึงเต็มที่ พวกเขาทัง้ หมดก็อยูพ ่ ร ้อม เพรียงกันอยูใ่ นทีแ ่ ห่งเดียว 2 ทันใดนัน ้ ก็มเี สียงดังมาจากสวรรค์เหมือนเสียงลมแรงกล ้า และดังไปทั่วบ ้านทีพ ่ วกเขานั่งอยู่ 3 และมีเปลวไฟเป็ นลิน ้ ปรากฏแก่พวกเขาแต่ละคน และอยู่ เหนือพวกเขาแต่ละคน 4 และพวกเขาทัง้ หมดก็เปี่ ยมด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ และ เริม ่ พูดเป็ นภาษาอืน ่ ๆ ตามทีพ ่ ระวิญญาณทรงประทานให ้พูด 5 และมีพวกยิวผู ้เคร่งศาสนาจากทุกชาติใต ้สวรรค์มาอยูท ่ ี่ กรุงเยรูซาเล็ม 6 ครัน ้ เกิดเสียงดังขึน ้ ฝูงชนจึงมารวมตัวและสับสน เพราะทุก คนได ้ยินพวกเขาพูดภาษาของตนเอง 7 คนเหล่านัน ้ ก็ประหลาดใจและอัศจรรย์ใจพูดกันว่า "ดูเถิด คนเหล่านีท ้ พ ี่ ด ู ภาษากาลิลท ี ก ุ คนนัน ้ ไม่ใช่หรือ?" 8 และเราทุกคนจะได ้ยินภาษาของตนเองว่าเราเกิดมาจาก ภาษานัน ้ ได ้อย่างไร? 9 พวกพาร์เธียน มีเดียน เอลาม และผู ้ทีอ ่ าศัยอยูใ่ นเมโสโป เตเมีย ยูเดีย คัปปาโดเซีย ปอนทัส และเอเชีย 10 ฟรีเจียและปั มฟิ เลียในอียป ิ ต์ และในแคว ้นลิเบียรอบไซรีน และคนต่างด ้าวจากโรม ทัง้ ชาวยิวและผู ้เปลีย ่ นศาสนา 11 ชาวครีตและชาวอาหรับ เราได ้ยินพวกเขาพูดถึงการงาน มหัศจรรย์ของพระเจ ้าในภาษาของเรา 12 คนทัง้ หลายก็ประหลาดใจและสงสัยกัน พูดกันว่า “นี่ หมายความว่าอย่างไร?” 13 คนอืน ่ ๆ ล ้อเลียนว่า คนพวกนีเ้ มาเหล ้าองุน ่ ใหม่ 14 แต่เปโตรยืนขึน ้ พร ้อมกับอัครสาวกสิบเอ็ดคน แล ้วตะโกน เสียงดังกล่าวแก่พวกเขาว่า "ท่านชาวแคว ้นยูเดียและท่าน ทัง้ หลายทีอ ่ าศัยอยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็ม จงทราบเรือ ่ งนีแ ้ ละฟั ง คําพูดของข ้าพเจ ้า 15 เพราะพวกเขามิได ้เมาสุราเหมือนอย่างทีท ่ า่ นคิด เพราะว่าเป็ นเวลาเพียงสามโมงเท่านัน ้ 16 แต่เหตุการณ์นก ี้ ็เป็ นไปตามคําทีผ ่ ู ้เผยพระวจนะโจเอลก ล่าวไว ้ 17 และในวันสุดท ้ายจะเกิดขึน ้ พระเจ ้าตรัสว่า เราจะเทพระ วิญญาณของเราลงบนมนุษย์ทก ุ คน บุตรชายและบุตรสาว 84
กิจการของอัครสาวก
37 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนี้ ก็รู ้สึกขัดเคืองใจ จึงกล่าวแก่เป โตรและอัครสาวกอืน ่ ๆ ว่า พีน ่ ้องทัง้ หลาย เราจะต ้องทํา อย่างไร? 38 แล ้วเปโตรจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า จงกลับใจใหม่และรับ บัพติศมาทุกคนในพระนามของพระเยซูคริสต์ เพือ ่ การอภัย บาป และท่านทัง้ หลายจะได ้รับของประทานแห่งพระ วิญญาณบริสท ุ ธิ์ 39 เพราะว่าพระสัญญานัน ้ มีไว ้สําหรับท่านทัง้ หลายและแก่ บุตรหลานของท่านและแก่คนทัง้ ปวงทีอ ่ ยูไ่ กล คือทุกคนที่ พระเจ ้าของเราจะทรงเรียก 40 และท่านยังเป็ นพยานอีกหลายๆ คําและเตือนสติวา่ จง ช่วยตัวเองให ้พ ้นจากคนรุน ่ ทีช ่ วั่ ร ้ายนี้ 41 จากนัน ้ บรรดาผู ้ทีร่ ับคําของเขาด ้วยความยินดีก็รับบัพติศ มา และในวันนัน ้ เองก็มค ี นเข ้าร่วมกับพวกเขาเพิม ่ ขึน ้ อีก ประมาณสามพันคน 42 และเขาทัง้ หลายก็ดําเนินไปอย่างมั่นคงในคําสอนของ อัครสาวก และการร่วมสามัคคีธรรม และการหักขนมปั ง และ การอธิษฐาน 43 จิตวิญญาณทุกคนก็เกิดความกลัว และพวกอัครสาวกก็ กระทําการมหัศจรรย์และหมายสําคัญต่างๆ มากมาย ่ ทัง้ หมดก็อยูร่ วมกันและมีสงิ่ ของร่วมกัน 44 และบรรดาผู ้เชือ 45 และขายทรัพย์สมบัตแ ิ ละสิง่ ของของตน แล ้วแบ่งปั น ให ้กับทุกคนตามทีแ ่ ต่ละคนต ้องการ 46 และพวกเขาร่วมใจกันไปทีว่ ห ิ ารทุกวัน และหักขนมปั ง จากบ ้านหนึง่ ไปอีกบ ้านหนึง่ กินเนือ ้ ของพวกเขาด ้วยความ ยินดีและด ้วยใจบริสท ุ ธิ์ 47 สรรเสริญพระเจ ้าและเป็ นทีโ่ ปรดปรานของประชาชนทัง้ ปวง และพระเจ ้าทรงเพิม ่ ผู ้ทีค ่ วรจะได ้รับความรอดเข ้าใน คริสตจักรทุกวัน
ของท่านจะพยากรณ์ ชายหนุ่มของท่านจะเห็นภาพนิมต ิ และ ชายชราของท่านจะฝั นเห็น 18 และเราจะเทพระวิญญาณของเราลงบนคนใช ้และคนรับใช ้ ของเราในสมัยนัน ้ และพวกเขาจะพยากรณ์วา่ 19 และเราจะแสดงสิง่ มหัศจรรย์ในฟ้ าสวรรค์เบือ ้ งบน และ หมายสําคัญในแผ่นดินเบือ ้ งล่าง เป็ นโลหิตและไฟและไอ ควัน 20 ดวงอาทิตย์จะกลายเป็ นความมืด และดวงจันทร์จะ กลายเป็ นเลือด ก่อนทีว่ ันสําคัญและสําคัญยิง่ ของพระเจ ้าจะ มาถึง 21 และเหตุการณ์นัน ้ จะเกิดขึน ้ ว่า ผู ้ใดทีร่ ้องเรียกพระนาม ของพระเจ ้าก็จะรอด 22 พวกท่านทีเ่ ป็ นชนชาติอส ิ ราเอล จงฟั งคําเหล่านี้ พระเยซู แห่งนาซาเร็ธ ผู ้เป็ นมนุษย์ทพ ี่ ระเจ ้าทรงพอใจในพวกท่าน โดยการอัศจรรย์ การมหัศจรรย์และหมายสําคัญต่างๆ ซึง่ พระ เจ ้าทรงกระทําโดยพระองค์ทา่ มกลางพวกท่าน ดังทีพ ่ วก ท่านเองก็รู ้อยูแ ่ ล ้ว 23 พระองค์นัน ้ ทรงถูกมอบไว ้โดยแผนการอันแน่นอนและ ความรู ้ล่วงหน ้าของพระเจ ้า พวกท่านได ้จับพระองค์ไป และ ด ้วยมือทีช ่ วั่ ร ้ายได ้ตรึงพระองค์และสังหารเสีย 24 พระเจ ้าทรงชุบพระองค์ให ้คืนพระชนม์ โดยทรงขจัดความ เจ็บปวดแห่งความตายเสีย เพราะไม่สามารถจะทรงยึด พระองค์ไว ้ด ้วยความเจ็บปวดนัน ้ ได ้ 25 เพราะดาวิดพูดถึงพระองค์วา่ ข ้าพเจ ้าเห็นองค์พระผู ้เป็ น เจ ้าอยูเ่ บือ ้ งหน ้าข ้าพเจ ้าเสมอ เพราะพระองค์ประทับอยูท ่ าง ขวามือของข ้าพเจ ้า เพือ ่ ข ้าพเจ ้าจะไม่หวั่นไหว ่ ชมยินดี และลิน 26 ดังนัน ้ ใจของข ้าพเจ ้าจึงชืน ้ ของข ้าพเจ ้าก็ มีความยินดี อีกทัง้ เนือ ้ หนังของข ้าพเจ ้าจะได ้พักผ่อนใน ความหวัง 27 เพราะว่าพระองค์จะไม่ทรงละทิง้ จิตวิญญาณของข ้า พระองค์ไว ้ในนรก และพระองค์จะทรงไม่ยอมให ้ผู ้บริสท ุ ธิ์ ่ มสลาย ของพระองค์ต ้องเสือ 28 พระองค์ได ้ทรงแจ ้งให ้ข ้าพเจ ้าทราบถึงทางแห่งชีวต ิ และ จะทรงทําให ้ข ้าพเจ ้ามีความยินดีด ้วยพระพักตร์ของพระองค์ 29 พีน ่ ้องทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าขอกล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายอย่าง ้ ชีวต ตรงไปตรงมาถึงปฐมบรรพบุรษ ุ ดาวิดว่า เขาได ้สิน ิ และ ถูกฝั งไว ้แล ้ว และหลุมฝั งศพของเขายังอยูก ่ บ ั เราจนถึงทุก วันนี้ 30เพราะฉะนัน ้ เพราะท่านเป็ นผู ้เผยพระวจนะและทราบว่า พระเจ ้าทรงสาบานต่อท่านว่า เขาจะทรงตัง้ พระคริสต์ขน ึ้ จาก ผลแห่งเอวของท่านตามเนือ ้ หนัง เพือ ่ ให ้ประทับบนพระทีน ่ ั่ง ของท่าน 31 เมือ ่ เขาเห็นสิง่ นีล ้ ว่ งหน ้า จึงพูดถึงการคืนพระชนม์ของ พระคริสต์วา่ จิตวิญญาณของพระองค์ไม่ได ้ถูกทิง้ ไว ้ในนรก และเนือ ้ หนังของพระองค์ก็ไม่ได ้เน่าเปื่ อย 32 พระเจ ้าทรงให ้พระเยซูนค ี้ น ื พระชนม์ และเราทุกคนเป็ น พยานในเรือ ่ งนี้ 33เพราะฉะนัน ้ เมือ ่ ทรงถูกเชิดชูขน ึ้ โดยพระหัตถ์ขวาของพระ เจ ้า และเมือ ่ ทรงรับพระสัญญาแห่งพระวิญญาณบริสท ุ ธิจ์ าก พระบิดาแล ้ว พระองค์ก็ทรงประทานสิง่ นีล ้ งมา ซึง่ ท่าน ทัง้ หลายเห็นและได ้ยินอยูข ่ ณะนี้ ่ วรรค์ แต่เขากล่าวว่า “องค์ 34 เพราะว่าดาวิดมิได ้เสด็จขึน ้ สูส พระผู ้เป็ นเจ ้าตรัสแก่พระเจ ้าของฉั นว่า จงประทับทางขวามือ ของฉั น 35 จนกว่าเราจะทําให ้ศัตรูของคุณเป็ นบัลลังก์รองพระบาท ของคุณ 36 เพราะฉะนัน ้ บรรดาพงศ์พันธุอ ์ ส ิ ราเอลทัง้ หลายจงทราบ แน่วา่ พระเจ ้าได ้ทรงตัง้ พระเยซูผู ้ซึง่ ท่านทัง้ หลายได ้ตรึงไว ้ บนกางเขน ให ้เป็ นทัง้ พระเจ ้าและพระคริสต์
บทที่ 3 1 ในเวลานัน ้ เปโตรกับโยฮันก็ขน ึ้ ไปในพระวิหารด ้วยกันเมือ ่ ถึงเวลาอธิษฐาน ซึง่ เป็ นเวลาบ่ายสามโมง 2 และมีชายคนหนึง่ เป็ นง่อยตัง้ แต่ครรภ์มารดา ซึง่ เขา ทัง้ หลายนํ ามาวางไว ้ทีป ่ ระตูพระวิหารซึง่ เรียกว่าประตูงามทุก วัน เพือ ่ ขอทานจากคนทีเ่ ข ้าไปในพระวิหาร 3 ครัน ้ เห็นเปโตรกับยอห์นกําลังจะเข ้าพระวิหารก็ขอทาน 4 ฝ่ ายเปโตรและโยฮันจ ้องดูเขาและกล่าวว่า “ดูพวกเราสิ” 5 และท่านเอาใจใส่พวกเขาโดยหวังว่าจะได ้อะไรจากพวก เขาบ ้าง 6 แล ้วเปโตรกล่าวว่า เงินและทองข ้าพเจ ้าไม่ม ี แต่สงิ่ ที่ ข ้าพเจ ้ามีข ้าพเจ ้าจะให ้ท่าน ในนามของพระเยซูคริสต์แห่ง นาซาเร็ธ จงลุกขึน ้ และเดินเถิด 7 แล ้วท่านจับมือขวาของเขาพยุงขึน ้ ทันใดนัน ้ เท ้าและข ้อ เท ้าของเขาก็มก ี ําลัง 8 เขาจึงยืนกระโดดและเดินเข ้าไปในพระวิหารพร ้อมกับพวก เขา เดินและกระโดดไปพร ้อมกับสรรเสริญพระเจ ้า 9 และคนทัง้ หลายเห็นเขาเดินและสรรเสริญพระเจ ้า 10 และเขาทัง้ หลายรู ้ว่าเป็ นพระองค์นัน ้ เองทีน ่ ั่งขอทานอยู่ ณ ประตูงดงามของพระวิหาร และเขาทัง้ หลายก็เต็มไปด ้วย ความประหลาดใจและความตืน ่ ตะลึงในสิง่ ทีเ่ กิดขึน ้ กับ พระองค์ 11 เมือ ่ คนง่อยทีไ่ ด ้รับการรักษาให ้หายนัน ้ กําลังยึดเปโตร และโยฮันไว ้ ประชาชนทัง้ หมดก็วงิ่ ไปหาท่านทัง้ สองที่ เฉลียงซึง่ เรียกว่าเฉลียงของซาโลมอน ด ้วยความประหลาด ใจเป็ นอย่างยิง่ 12 เมือ ่ เปโตรเห็นดังนัน ้ จึงตอบแก่ฝงู ชนว่า "ท่านชาว อิสราเอล เหตุใดท่านจึงประหลาดใจในเรือ ่ งนี้ และเหตุใด 85
กิจการของอัครสาวก
6 แล ้วอันนัสมหาปุโรหิต กับคายาฟาส และยอห์น และอเล็ก ซานเดอร์ กับคนอืน ่ ๆ ทีเ่ ป็ นเครือญาติของมหาปุโรหิต ก็มา รวมกันทีก ่ รุงเยรูซาเล็ม 7 เมือ ่ พวกเขาให ้พวกอัครสาวกยืนท่ามกลางพวกเขาแล ้ว พวกเขาจึงถามว่า พวกเจ ้าทําการนีด ้ ้วยอํานาจใด หรือด ้วย นามใด? 8 จากนัน ้ เปโตรเปี่ ยมด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิจ์ งึ กล่าวแก่ พวกเขาว่า "ท่านผู ้ปกครองประชาชนและผู ้เฒ่าแห่ง อิสราเอล 9 ถ ้าวันนีเ้ ราถูกสอบสวนถึงความดีทไี่ ด ้ทํากับคนทีป ่ ่ วยเป็ น โรคนี้ ว่าเขาหายเป็ นปกติได ้อย่างไร 10 จงให ้พวกท่านทัง้ หลายและแก่ชนชาติอส ิ ราเอลทัง้ ปวง ทราบว่า คนนีจ ้ งึ ยืนอยูต ่ อ ่ หน ้าพวกท่านได ้อย่างสมบูรณ์โดย พระนามของพระเยซูคริสต์แห่งนาซาเร็ธ ซึง่ พวกท่านได ้ตรึง บนไม ้กางเขน และโดยพระเจ ้าได ้ทรงชุบให ้คืนพระชนม์จาก บรรดาคนตาย โดยพระองค์นัน ้ 11 นีแ ่ หละเป็ นศิลาทีพ ่ วกท่านผู ้เป็ นช่างก่อสร ้างทิง้ เสียแล ้ว จนบัดนีไ้ ด ้กลายเป็ นศิลามุมเอกไปแล ้ว 12 อีกทัง้ ไม่มค ี วามรอดในผู ้อืน ่ เลย เพราะว่าใต ้ฟ้ าไม่มพ ี ระ นามอืน ่ ทีป ่ ระทานให ้แก่มนุษย์เพือ ่ ให ้เรารอดได ้ 13 ครัน ้ พวกเขาเห็นความกล ้าหาญของเปโตรกับยอห์น และรู ้ ว่าท่านทัง้ สองเป็ นคนไม่มก ี ารศึกษาและโง่เขลา ก็ประหลาด ใจ และรู ้ว่าท่านทัง้ สองเคยอยูก ่ บ ั พระเยซู 14 และเมือ ่ เห็นคนซึง่ ได ้รับการรักษาให ้หายยืนอยูก ่ บ ั พวก เขา พวกเขาก็ไม่สามารถจะพูดคัดค ้านอะไรได ้ 15 แต่เมือ ่ พวกเขาสัง่ ให ้พวกเขาออกไปจากสภาแล ้ว พวก เขาจึงปรึกษากัน 16 แล ้วกล่าวว่า เราจะทําอย่างไรกับคนเหล่านีด ้ ี เพราะว่า พวกเขาได ้กระทําการอัศจรรย์อน ั เด่นชัดเป็ นทีป ่ ระจักษ์แก่คน ทัง้ ปวงทีอ ่ าศัยอยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็มแล ้ว และเราปฏิเสธไม่ได ้ 17 แต่เพือ ่ ไม่ให ้เรือ ่ งนีแ ้ พร่งพรายไปในหมูป ่ ระชาชนมากขึน ้ ่ นัน เราจึงควรจะขูพ ่ วกเขาอย่างจริงจังว่าอย่าพูดชือ ้ กับใครอีก ต่อไป 18 แล ้วพวกเขาเรียกพวกเขามาและสัง่ ไม่ให ้พูดหรือสอนใน พระนามของพระเยซูเลย 19 เปโตรกับยอห์นตอบพวกเขาว่า "ในสายพระเนตรของพระ เจ ้า การทีจ ่ ะฟั งพวกท่านมากกว่าฟั งพระเจ ้าจะเป็ นการ ถูกต ้องหรือไม่ พวกท่านลองตัดสินดูส"ิ 20 เพราะเราก็พด ู สิง่ ทีเ่ ราได ้เห็นและได ้ยินมาไม่ได ้ 21 เมือ ่ พวกเขาขูพ ่ วกเขาต่อไป พวกเขาก็ปล่อยพวกเขาไป โดยไม่พบว่าจะลงโทษพวกเขาอย่างไรได ้ เพราะกลัว ประชาชน เพราะว่ามนุษย์ทงั ้ หลายต่างก็ถวายพระเกียรติแด่ พระเจ ้าสําหรับสิง่ ทีเ่ กิดขึน ้ ่ บ ิ ปี ซงึ่ ได ้รับการรักษาให ้หาย 22 เพราะชายผู ้นัน ้ มีอายุกว่าสีส โดยอัศจรรย์ 23เมือ ่ ปล่อยไปแล ้ว พวกเขาจึงไปหาพวกของตนและเล่า เรือ ่ งทัง้ หมดทีพ ่ วกหัวหน ้าปุโรหิตและผู ้เฒ่าพูดกับพวกเขา 24เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนัน ้ พวกเขาก็พร ้อมใจกันเปล่งเสียง ทูลพระเจ ้าว่า “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า พระองค์ทรงเป็ นพระเจ ้าผู ้ ทรงสร ้างฟ้ าสวรรค์ แผ่นดินโลก ทะเล และสิง่ ทัง้ ปวงทีม ่ อ ี ยู่ ในทีเ่ หล่านัน ้ 25 พระองค์ตรัสไว ้ด ้วยปากของดาวิดผู ้รับใช ้ของพระองค์วา่ ' ทําไมคนต่างชาติจงึ โกรธแค ้น และประชากรคิดเรือ ่ งไร ้สาระ' 26 บรรดากษั ตริยแ ์ ห่งแผ่นดินโลกก็ลก ุ ขึน ้ และบรรดา ผู ้ปกครองก็รวมตัวกันต่อต ้านพระเจ ้าและพระคริสต์ของ พระองค์ 27 เพราะความจริงแล ้ว ทัง้ เฮโรดและปอนทิอส ั ปี ลาต พร ้อม กับพวกต่างชาติและชนชาติอส ิ ราเอล ก็ได ้รวมตัวกันต่อต ้าน
ท่านจึงจ ้องมองเราด ้วยสายตาเขม่นว่า เราทําให ้คนนีเ้ ดินได ้ ด ้วยอํานาจหรือความบริสท ุ ธิข ์ องเราเอง" 13 พระเจ ้าของอับราฮัม และของอิสอัค และของยาโคบ คือ พระเจ ้าของบรรพบุรษ ุ ของเรา ได ้ทรงถวายพระเกียรติแด่พระ เยซูพระบุตรของพระองค์ ซึง่ ท่านทัง้ หลายได ้มอบไว ้ และได ้ ปฏิเสธพระองค์ตอ ่ หน ้าปี ลาต เมือ ่ เขาตัง้ ใจจะปล่อยพระองค์ ไป 14 แต่พวกท่านได ้ปฏิเสธพระองค์ผู ้บริสท ุ ธิแ ์ ละผู ้ชอบธรรม และปรารถนาให ้ทรงมอบฆาตกรให ้แก่พวกท่าน 15 และได ้ฆ่าเจ ้าผู ้เป็ นเจ ้าแห่งชีวต ิ ซึง่ พระเจ ้าได ้ทรงปลุกให ้ คืนพระชนม์จากบรรดาคนตาย เราเป็ นพยานในเรือ ่ งนี้ ่ 16 และพระนามของพระองค์โดยความเชือในพระนามของ พระองค์ ได ้กระทําให ้คนนีซ ้ งึ่ ท่านทัง้ หลายเห็นและรู ้จัก เข ้มแข็งขึน ้ แท ้จริง ความศรัทธาซึง่ มีโดยพระองค์ได ้กระทํา ให ้คนนีห ้ ายเป็ นปกติอย่างสมบูรณ์ตอ ่ หน ้าท่านทัง้ หลาย 17 บัดนี้ พีน ่ ้องทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าทราบแล ้วว่า พวกท่าน กระทําการนัน ้ เพราะความไม่รู ้ เช่นเดียวกับบรรดาผู ้ปกครอง ของพวกท่านก็กระทําเช่นกัน 18 แต่เหตุการณ์เหล่านัน ้ ซึง่ พระเจ ้าทรงแสดงไว ้ก่อนโดย ปากของผู ้เผยพระวจนะของพระองค์ทก ุ คนว่า พระคริสต์ จะต ้องทนทุกข์ พระองค์ก็ทรงทําให ้สําเร็จเป็ นจริงแล ้ว 19 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านจงกลับใจและหันกลับมามองใหม่ ่ ชืน ่ ใจ เพือ ่ บาปของพวกท่านจะได ้รับการลบล ้าง เมือ ่ เวลาชืน จะมาจากพระพักตร์ของพระเจ ้า 20 และพระองค์จะทรงส่งพระเยซูคริสต์ ซึง่ ได ้ประกาศแก่ ท่านทัง้ หลายก่อนนีไ้ ป 21 พระองค์ซงึ่ สวรรค์จะต ้องรับไว ้จนกว่าจะถึงเวลาทีส ่ รรพสิง่ ่ ภาพเดิม ซึง่ พระเจ ้าได ้ตรัสไว ้โดยปากบรรดาผู ้ จะกลับคืนสูส เผยพระวจนะบริสท ุ ธิข ์ องพระองค์ทก ุ คน ตัง้ แต่เริม ่ โลกมา 22 เพราะโมเสสได ้กล่าวจริงแก่บรรพบุรษ ุ ว่า พระเจ ้าผู ้เป็ น พระเจ ้าของพวกท่านจะทรงตัง้ ผู ้เผยพระวจนะทีเ่ หมือนอย่าง เราขึน ้ มาให ้แก่พวกท่านจากพีน ่ ้องของพวกท่าน พวกท่าน จะต ้องฟั งผู ้นัน ้ ในสิง่ ทัง้ ปวงทีพ ่ ระองค์จะตรัสแก่พวกท่าน 23 และจะเกิดขึน ้ ว่าจิตวิญญาณทุกดวงทีไ่ ม่ฟังผู ้เผยพระ วจนะผู ้นัน ้ จะถูกทําลายจากท่ามกลางประชาชน 24 และบรรดาผู ้เผยพระวจนะตัง้ แต่ซามูเอลเป็ นต ้นมา และ บรรดาผู ้สืบต่อมา ทุกคนทีไ่ ด ้พูดไว ้ ก็เคยบอกล่วงหน ้าถึงวัน เวลาเหล่านีเ้ หมือนกัน 25 ท่านทัง้ หลายเป็ นลูกหลานของบรรดาผู ้เผยพระวจนะ และ ของพันธสัญญาทีพ ่ ระเจ ้าทรงกระทํากับบรรพบุรษ ุ ของเรา โดยตรัสแก่อบ ั ราฮัมว่า บรรดาเผ่าพันธุท ์ งั ้ หลายแห่งแผ่นดิน โลกจะได ้รับพระพรเพราะพงศ์พันธุข ์ องท่าน ่ วรรค์และทรง 26 พระเจ ้าทรงให ้พระบุตรเยซูคริสต์เสด็จขึน ้ สูส ใช ้พระองค์มาอวยพรท่านทัง้ หลาย โดยทรงหันทุกคนให ้พ ้น จากความชัว่ ของตน บทที่ 4 1 ขณะทีพ ่ วกเขากําลังพูดกับประชาชน พวกปุโรหิต หัวหน ้า ี ็เข ้ามาหาพวกเขา วิหาร และพวกสะดูสก 2 เพราะเสียใจทีไ่ ด ้สัง่ สอนประชาชนและประกาศเรือ ่ งการ เป็ นขึน ้ จากความตายโดยทางพระเยซู 3 แล ้วพวกเขาจึงจับพวกเขาขังไว ้จนถึงวันรุง่ ขึน ้ เพราะว่า ตอนนัน ้ เป็ นเวลาเย็นแล ้ว ่ และ 4 แต่บรรดาคนทีไ่ ด ้ยินพระวจนะนัน ้ ก็มจ ี ํานวนมากเชือ จํานวนผู ้คนนัน ้ มีประมาณห ้าพันคน 5 ครัน ้ รุง่ ขึน ้ พวกผู ้ปกครอง พวกผู ้เฒ่า และพวกธรรมาจารย์ ของพวกเขา
86
กิจการของอัครสาวก
ิ ธิข พระเยซูพระกุมารศักดิส ์ ท ์ องพระองค์ ซึง่ พระองค์ได ้เจิม ไว ้ 28 เพือ ่ จะกระทําสิง่ ใดๆ ก็ตามทีพ ่ ระหัตถ์และพระดําริของ พระองค์ได ้ทรงกําหนดไว ้ก่อนให ้กระทํา 29 และบัดนี้ ขอทรงโปรดทอดพระเนตรการขูเ่ ข็ญของพวก เขา และโปรดประทานแก่ผู ้รับใช ้ของพระองค์ ให ้พวกเขา สามารถกล่าวพระวจนะของพระองค์อย่างกล ้าหาญ 30 โดยทรงยืน ่ พระหัตถ์ออกไปรักษาโรค และให ้เครือ ่ งหมาย และการอัศจรรย์เกิดขึน ้ ได ้ในนามของพระเยซู พระบุตรผู ้ ิ ธิข ศักดิส ์ ท ์ องพระองค์ 31 และเมือ ่ พวกเขาอธิษฐานแล ้ว สถานทีท ่ พ ี่ วกเขามา ่ ั ประชุมกันนัน ้ ก็สนสะเทือน และพวกเขาทัง้ หมดก็เปี่ ยมด ้วย พระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ และกล่าวพระวจนะของพระเจ ้าด ้วย ความกล ้าหาญ ่ ก็มใี จเดียวกันและจิตวิญญาณ 32 และคนหมูม ่ ากทีเ่ ชือ เดียวกัน ไม่มใี ครพูดว่าตนมีสงิ่ ของทีเ่ ป็ นของตน แต่ทก ุ คนมี สิง่ ของทีเ่ ป็ นของส่วนรวม 33 และทรงให ้พวกอัครสาวกเป็ นพยานด ้วยพลังยิง่ ใหญ่ถงึ การคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ ้า และพระคุณใหญ่ก็ได ้อยูก ่ บ ั พวกเขาทุกคน 34 และในพวกนัน ้ ก็ไม่มใี ครขัดสน เพราะบรรดาผู ้มีทด ี่ น ิ หรือ บ ้านเรือนก็ขายและนํ าราคาของสิง่ ของทีข ่ ายไปนัน ้ มา 35 แล ้ววางไว ้ทีเ่ ท ้าของอัครสาวก และได ้แจกจ่ายให ้แต่ละ คนตามทีพ ่ วกเขาต ้องการ 36 และโยเสส ซึง่ ได ้รับฉายาว่า บารนาบัส (ซึง่ แปลว่า บุตร แห่งการปลอบโยน) เป็ นชาวเลวีจากดินแดนไซปรัส 37 มีทด ี่ น ิ ก็ขายและนํ าเงินมาวางไว ้ทีเ่ ท ้าของอัครสาวก
13 และส่วนทีเ่ หลือไม่มใี ครสามารถเข ้าร่วมกับพวกมันได ้ แต่ ผู ้คนกลับยกย่องพวกมัน ่ เพิม 14 และมีผู ้เชือ ่ มากขึน ้ ในองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าทัง้ ชายและ หญิงเป็ นจํานวนมาก) 15 ถึงขนาดทีพ ่ วกเขานํ าคนป่ วยออกไปทีถ ่ นน แล ้ววางพวก เขาไว ้บนเตียงและโซฟา เพือ ่ อย่างน ้อยเงาของเปโตรซึง่ เดิน ผ่านไปจะได ้บังพวกเขาบางคน 16 ฝูงชนจํานวนมากจากเมืองต่างๆ ทีอ ่ ยูโ่ ดยรอบก็เข ้าไปใน กรุงเยรูซาเล็ม พาคนป่ วยและบรรดาคนทีม ่ ผ ี โี สโครกสิงมา ด ้วย และทุกคนก็หายจากโรค 17 ขณะนัน ้ มหาปุโรหิตและทุกคนทีอ ่ ยูก ่ บ ั เขา (ซึง่ เป็ นพวก ี สะดูส) ก็ลก ุ ขึน ้ และเต็มไปด ้วยความขุน ่ เคือง 18 แล ้ววางมือบนตัวพวกอัครสาวก และขังไว ้ในคุกสาธารณะ 19 แต่ในเวลากลางคืน ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าเปิ ดประตูคก ุ และนํ าพวกเขาออกไป และกล่าวว่า 20 จงไปยืนในวิหารและประกาศถ ้อยคําแห่งชีวต ิ นีใ้ ห ้ ประชาชนฟั งทัง้ หมด 21 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินเช่นนัน ้ พวกเขาก็เข ้าไปในวิหารแต่ เช ้าตรูแ ่ ละสัง่ สอน แต่มหาปุโรหิตกับผู ้ทีอ ่ ยูก ่ บ ั เขามาเรียก ประชุมสภาพร ้อมกับวุฒส ิ ภาทัง้ หมดของบุตรหลานอิสราเอล แล ้วส่งคนไปทีค ่ ก ุ เพือ ่ ให ้นํ าพวกเขาเข ้ามา 22 แต่เมือ ่ เจ ้าหน ้าทีไ่ ปพบและไม่พบพวกเขาอยูใ่ นคุก จึง กลับมาแจ ้งว่า 23 แล ้วตรัสว่า “แท ้จริงพวกเราพบว่าคุกนัน ้ ปิ ดอยูอ ่ ย่าง ปลอดภัย และคนเฝ้ าก็ยน ื อยูข ่ ้างนอกหน ้าประตู แต่เมือ ่ พวก เราเปิ ดออกก็ไม่พบใครอยูข ่ ้างใน” 24เมือ ่ มหาปุโรหิตและนายทหารรักษาพระวิหารและพวก หัวหน ้าปุโรหิตได ้ยินเรือ ่ งเหล่านี้ ก็สงสัยพวกเขาว่าเรือ ่ ง เหล่านีจ ้ ะเติบโตไปได ้อย่างไร 25 แล ้วมีคนหนึง่ มาบอกพวกเขาว่า "ดูเถิด คนเหล่านัน ้ ซึง่ ท่านทัง้ หลายขังไว ้ในคุกกําลังยืนสอนประชาชนอยูใ่ นพระ วิหาร" 26 แล ้วนายทหารไปและนํ าพวกทหารไปโดยไม่ใช ้ความ รุนแรง เพราะพวกเขากลัวประชาชน เกรงว่าจะถูกขว ้างด ้วย ก ้อนหิน 27 เมือ ่ พวกเขานํ าพวกเขามา พวกเขาก็วางไว ้ต่อหน ้าสภา และมหาปุโรหิตก็ถามพวกเขาว่า 28 โดยกล่าวว่า “พวกเรามิได ้สัง่ พวกเจ ้าไว ้อย่างเคร่งครัดว่า พวกเจ ้าไม่ควรสอนในพระนามนีห ้ รือ? และดูเถิด พวกเจ ้าได ้ แพร่คําสอนของเจ ้าไปทั่วกรุงเยรูซาเล็ม และตัง้ ใจจะนํ า ่ วกเรา” โลหิตของคนนีม ้ าสูพ ่ ฟั งพระเจ ้า 29 เปโตรกับอัครสาวกคนอืน ่ ๆ ตอบว่า เราควรเชือ มากกว่ามนุษย์ 30 พระเจ ้าแห่งบรรพบุรษ ุ ของเราได ้ทรงชุบพระเยซูขน ึ้ ใหม่ ่ ซึงพวกท่านฆ่าและแขวนไว ้บนต ้นไม ้ 31 พระเจ ้าทรงเชิดชูเขาด ้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ให ้ ดํารงตําแหน่งเจ ้านายและพระผู ้ช่วยให ้รอด เพือ ่ จะประทาน การกลับใจแก่อส ิ ราเอล และการอภัยบาป 32 และเราทัง้ หลายเป็ นพยานของพระองค์ถงึ เรือ ่ งเหล่านี้ ่ ฟั ง และพระวิญญาณบริสท ุ ธิซ ์ งึ่ พระเจ ้าประทานให ้ผู ้ทีเ่ ชือ พระองค์ก็เป็ นพยานเช่นกัน 33 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนัน ้ ก็รู ้สึกเจ็บใจ และปรึกษากันจะ ฆ่าพวกท่านทัง้ สองเสีย ่ กามาเลียล เป็ นฟาริส ี เขาเป็ นพวก 34 ในเวลานัน ้ มีคนหนึง่ ชือ ธรรมาจารย์ทโี่ ด่งดังในสายตาประชาชน ยืนขึน ้ ในสภา แล ้ว ่ สังให ้พาพวกอัครสาวกออกไปห่างๆ เล็กน ้อย 35 และตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าคนอิสราเอล จงระวัง ตัวเองว่าจะทําอะไรกับคนเหล่านี้
บทที่ 5 ่ อะนาเนียกับสะฟี ราภรรยาของเขาขาย 1 แต่มช ี ายคนหนึง่ ชือ ทีด ่ น ิ ของตนไป 2 และได ้ยัง้ เงินค่าส่วนหนึง่ ไว ้ โดยทีภ ่ รรยาของเขาก็รู ้ด ้วย แล ้วนํ าเงินส่วนหนึง่ มาวางไว ้ทีเ่ ท ้าของอัครสาวก 3 แต่เปโตรจึงกล่าวว่า "อะนาเนีย ทําไมซาตานจึงครอบงําใจ ของคุณให ้โกหกต่อพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ และเก็บค่าทีด ่ น ิ ส่วนหนึง่ ไว ้?" 4 ขณะทีม ่ ันยังเหลืออยู่ มันก็ไม่ใช่ของท่านหรือ? และเมือ ่ ขายมันไปแล ้ว มันก็ไม่ใช่ของท่านเองหรือ? ทําไมท่านจึงคิด เรือ ่ งนีใ้ นใจ? ท่านไม่ได ้โกหกมนุษย์ แต่โกหกต่อพระเจ ้า ้ ใจ ความกลัว 5 เมือ ่ อะนาเนียได ้ยินคําเหล่านัน ้ ก็ล ้มลงและสิน อย่างยิง่ ใหญ่ก็เกิดขึน ้ แก่ทก ุ คนทีไ่ ด ้ยินเช่นนัน ้ 6 พวกคนหนุ่มจึงลุกขึน ้ พันศพเขาแล ้วนํ าศพออกไปฝั ง 7 เมือ ่ ล่วงไปประมาณสามชัว่ โมง ภรรยาของเขาไม่รู ้ว่าเกิด อะไรขึน ้ จึงเข ้ามา 8 เปโตรจึงตอบนางว่า “บอกฉั นหน่อยเถอะว่าเจ ้าขายทีด ่ น ิ ได ้ราคาเท่านีห ้ รือไม่” นางตอบว่า “ได ้ราคาเท่านี”้ 9 เปโตรจึงถามนางว่า “เหตุใดท่านจึงตกลงกันว่าจะทดลอง พระวิญญาณของพระเจ ้า ดูเถิด เท ้าของพวกทีฝ ่ ั งศพสามี ท่านก็อยูท ่ ป ี่ ระตู และจะพาท่านออกไป” ้ ใจลง 10 แล ้วนางก็ล ้มลงแทบพระบาทของเขาทันที และสิน ชายหนุ่มทัง้ หลายเข ้ามาพบว่านางตายแล ้ว จึงหามนาง ออกไปฝั งไว ้ข ้างสามีของนาง ้ และ 11 ความกลัวอย่างยิง่ ใหญ่ก็เกิดขึน ้ แก่คริสตจักรทัง้ สิน แก่ทก ุ คนทีไ่ ด ้ยินเรือ ่ งเหล่านัน ้ 12 และโดยมือของอัครสาวก ได ้มีการกระทําหมายสําคัญ และการอัศจรรย์หลายประการท่ามกลางประชาชน (และพวก เขาทัง้ หมดก็อยูพ ่ ร ้อมเพรียงกันทีร่ ะเบียงของซาโลมอน)
87
กิจการของอัครสาวก
36 เพราะก่อนหน ้านีม ้ ท ี ด ู าสลุกขึน ้ โอ ้อวดว่าเป็ นผู ้ยิง่ ใหญ่ มี ผู ้คนเข ้าร่วมกับเขาประมาณสีร่ ้อยคน ทูดาสก็ถก ู สังหาร และ ่ ฟั งเขาก็ถก ้ ไป ทุกคนทีเ่ ชือ ู กระจัดกระจายและสูญสิน 37 ต่อมาในสมัยทีค ่ นๆ นี้ ยูดาสแห่งแคว ้นกาลิลไี ด ้ลุกขึน ้ มา เก็บภาษี และได ้ลากผู ้คนจํานวนมากติดตามเขาไป เขาก็ ่ ฟั งเขาก็กระจัด พินาศไปด ้วย และแม ้แต่บรรดาคนทีเ่ ชือ กระจายไปหมด 38 และบัดนีข ้ ้าพเจ ้าบอกท่านทัง้ หลายว่า จงละเว ้นจากคน เหล่านีเ้ สีย และปล่อยพวกเขาไว ้ตามลําพัง เพราะว่าถ ้า คําแนะนํ าหรือการงานนีม ้ าจากมนุษย์ มันก็จะไร ้ผล 39 แต่ถ ้าเป็ นของพระเจ ้า พวกท่านก็ทําลายมันไม่ได ้ เกรงว่า พวกท่านจะกลายเป็ นฝ่ ายต่อสู ้กับพระเจ ้า 40พวกเขาจึงตกลงกับพระองค์ และเมือ ่ พวกเขาเรียกพวก อัครสาวกมาแล ้ว พวกเขาก็เริม ่ ตีพวกเขา แล ้วสัง่ ไม่ให ้พูดใน พระนามของพระเยซู แล ้วก็ปล่อยพวกเขาไป 41 แล ้วพวกเขาออกไปจากทีป ่ ระชุมด ้วยความยินดีทต ี่ น สมควรได ้รับความอับอายเพราะพระนามของพระองค์ 42 และพวกเขาสอนและประกาศเรือ ่ งพระเยซูคริสต์ทก ุ วันใน วิหารและทุกบ ้านไม่หยุด
14 เพราะเราได ้ยินเขาพูดว่า พระเยซูชาวนาซาเร็ธนีจ ้ ะ ทําลายสถานทีน ่ ี้ และจะเปลีย ่ นธรรมเนียมทีโ่ มเสสมอบให ้แก่ เรา 15 และคนทัง้ ปวงทีน ่ ั่งอยูใ่ นสภาก็จ ้องมองดูเขาอย่างมั่นคง เห็นหน ้าของเขาเหมือนกับหน ้าของทูตสวรรค์ บทที่ 7 1 แล ้วมหาปุโรหิตจึงกล่าวว่า “สิง่ เหล่านีเ้ ป็ นความจริงหรือ?” 2 และท่านกล่าวว่า พีน ่ ้องทัง้ หลายและบิดาทัง้ หลาย จงฟั ง เถิด พระเจ ้าแห่งสง่าราศีได ้ปรากฏแก่อบ ั ราฮัมบิดาของเรา เมือ ่ ท่านยังอยูใ่ นเมโสโปเตเมีย ก่อนทีท ่ า่ นจะอาศัยอยูใ่ น เมืองชาราน 3 และตรัสแก่ทา่ นว่า จงออกไปจากเมืองและจากญาติพน ี่ ้อง ของเจ ้า และมายังแผ่นดินทีเ่ ราจะชีใ้ ห ้เจ ้าเห็น 4 แล ้วท่านออกจากแผ่นดินคัลเดียไปอาศัยอยูท ่ ช ี่ าร์ราน และ ้ ชีพแล ้ว ท่านก็ย ้ายท่านจากทีน เมือ ่ บิดาของท่านสิน ่ ั่นมาอยู่ ในแผ่นดินนีท ้ พ ี่ วกท่านอาศัยอยูท ่ ก ุ วันนี้ 5 และพระองค์ไม่ทรงโปรดประทานมรดกใดๆ ในแผ่นดินนัน ้ ให ้แก่เขา แม ้แต่เพียงให ้ย่างเท ้าเข ้าไป แต่พระองค์ก็ทรง สัญญาว่าจะประทานแผ่นดินนัน ้ ให ้แก่เขา และแก่พงศ์พันธุ์ ของเขาภายหลังเขา เมือ ่ เขายังไม่มบ ี ต ุ ร 6 พระเจ ้าตรัสดังนีว้ า่ พงศ์พันธุข ์ องเขาจะอาศัยอยูใ่ นแผ่นดิน แปลกหน ้า และพวกเขาจะจับพวกเขาเป็ นทาส และปฏิบต ั ิ ่ ่ อย่างชัวร ้ายต่อพวกเขาเป็ นเวลาสีร ้อยปี 7 และเราจะพิพากษาประชาชาติซงึ่ พวกเขาจะตกเป็ นทาสอยู่ นัน ้ พระเจ ้าตรัสดังนี้ และภายหลังพวกเขาจะออกมาและรับ ใช ้เราในสถานทีน ่ ี้ 8 และพระเจ ้าได ้ทรงมอบพันธสัญญาการเข ้าสุหนัตแก่ทา่ น และอับราฮัมก็ได ้ให ้กําเนิดอิสอัค และให ้เข ้าสุหนัตในวันที่ แปด อิสอัคก็ได ้ให ้กําเนิดยาโคบ และยาโคบก็ได ้ให ้กําเนิด บรรพบุรษ ุ สิบสองคน 9 บรรพบุรษ ุ อิจฉาจึงขายโยเซฟไปยังอียป ิ ต์ แต่พระเจ ้าทรง อยูก ่ บ ั เขา ้ และทรง 10 และทรงช่วยเขาให ้พ ้นจากความทุกข์ยากทัง้ สิน ประทานความโปรดปรานและปั ญญาแก่เขาในสายพระเนตร ของฟาโรห์ กษั ตริยแ ์ ห่งอียป ิ ต์ และทรงตัง้ เขาให ้เป็ น ้ ของเขา ผู ้ปกครองอียป ิ ต์และบ ้านทัง้ สิน 11 บัดนีเ้ กิดการขาดแคลนอาหารทั่วแผ่นดินอียป ิ ต์และคานา อัน และมีความทุกข์ลําบากใหญ่หลวง บรรพบุรษ ุ ของพวก เราไม่มอ ี าหารกิน 12 เมือ ่ ยาโคบได ้ยินว่ามีข ้าวในอียป ิ ต์ จึงส่งบรรพบุรษ ุ ของ เราออกไปก่อน 13 และคราวทีส ่ องโยเซฟก็ได ้รู ้จักพีน ่ ้องของเขา และฟาโรห์ ก็ได ้รู ้จักญาติของโยเซฟด ้วย 14 โยเซฟจึงเรียกยาโคบบิดาของตนและญาติพน ี่ ้องของตน ทัง้ หมดเจ็ดสิบห ้าคนมาหา ้ ชีวต 15 ยาโคบจึงลงไปยังอียป ิ ต์แล ้วสิน ิ ทัง้ เขาและบรรพ บุรษ ุ ของเรา 16 แล ้วเขาก็นําศพไปฝั งไว ้ทีเ่ มืองเชเคมในอุโมงค์ฝังศพที่ ้ ด ้วยเงินจํานวนหนึง่ จากบุตรชายของฮาโมร์บด อับราฮัมซือ ิ า ของเชเคม 17 เมือ ่ ถึงเวลาแห่งพระสัญญาซึง่ พระเจ ้าทรงสาบานไว ้กับ อับราฮัม ประชากรก็เพิม ่ ขึน ้ และทวีมากขึน ้ ในอียป ิ ต์ 18 จนกระทั่งมีกษั ตริยอ ์ ก ี พระองค์หนึง่ ขึน ้ ครองราชย์ ซึง่ ไม่ รู ้จักโจเซฟ 19 คนนัน ้ ประพฤติอย่างมีเล่หเ์ หลีย ่ มกับญาติพน ี่ ้องของเรา และปฏิบต ั อ ิ ย่างชัว่ ร ้ายต่อบรรพบุรษ ุ ของเรา จนพวกเขาขับ ไล่ลก ู ๆ ของพวกเขาไปเพือ ่ ไม่ให ้พวกเขามีชวี ต ิ อยูไ่ ด ้
บทที่ 6 1 ในสมัยนัน ้ เมือ ่ จํานวนสาวกเพิม ่ ขึน ้ มาก พวกกรีกก็บน ่ ต่อว่า พวกฮีบรู เพราะละเลยพวกม่ายของพวกเขาในการปรนนิบต ั ิ ประจําวัน 2 ครัน ้ นัน ้ อัครสาวกทัง้ สิบสองคนจึงเรียกเหล่าสาวกทัง้ หมด มาหาแล ้วกล่าวว่า “การทีเ่ ราจะละทิง้ พระวจนะของพระเจ ้า แล ้วไปแจกอาหารนัน ้ ไม่สมควรเลย” ื่ เสียงดีเจ็ดคน 3 เพราะฉะนัน ้ พีน ่ ้องทัง้ หลาย จงเลือกคนมีชอ ในพวกท่าน ซึง่ เต็มไปด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ละปั ญญา ซึง่ เราจะแต่งตัง้ ให ้ดูแลธุรกิจนี้ 4 แต่เราจะอุทศ ิ ตนในการอธิษฐานและการประกาศพระวจนะ อยูเ่ สมอ 5 คํากล่าวนัน ้ ก็เป็ นทีพ ่ อใจแก่ฝงู ชนทัง้ หมด พวกเขาจึง ่ และพระวิญญาณบริสท เลือกสเตฟานผู ้เปี่ ยมด ้วยความเชือ ุ ธิ์ และฟิ ลป ิ โปรโครัส นิคาโนร์ ทิโมน ปารเมนัส และนิโคลัสผู ้ เปลีย ่ นมานับถือศาสนาจากเมืองอันทิโอก 6 ซึง่ พวกเขานํ ามาให ้ยืนต่อหน ้าพวกอัครสาวก และเมือ ่ พวก เขาได ้อธิษฐานแล ้ว พวกเขาจึงวางมือบนพวกเขา 7 และพระวจนะของพระเจ ้าก็เจริญขึน ้ และจํานวนสาวกก็เพิม ่ ่ ฟั ง มากขึน ้ ในกรุงเยรูซาเล็ม และพวกปุโรหิตจํานวนมากก็เชือ ่ ความเชือ ่ และฤทธิอ 8 สเตเฟนเต็มไปด ้วยความเชือ ์ ํานาจ จึงทําการ อัศจรรย์และสิง่ มหัศจรรย์ใหญ่ๆ ท่ามกลางประชาชน 9 ครัง้ นัน ้ มีบางคนจากธรรมศาลาทีเ่ รียกว่าธรรมศาลาแห่ง พวกลิเบอร์ตน ิ และพวกชาวไซรีเนีย และพวกชาวอเล็กซาน เดรีย และบางคนจากซีลเิ ซียและเอเชีย ลุกขึน ้ มาโต ้เถียง กับสเทเฟน 10 และพวกเขาไม่สามารถต ้านทานสติปัญญาและจิต วิญญาณทีพ ่ ระองค์ตรัสได ้ 11 แล ้วพวกเขาจึงยุยงคนทัง้ หลายให ้กล่าวว่า “เราได ้ยินเขา พูดคําหมิน ่ ประมาทต่อโมเสสและต่อพระเจ ้า” 12 พวกเขายุยงประชาชนและพวกผู ้เฒ่าและพวกธรรมาจารย์ ให ้ลุกขึน ้ แล ้วเข ้ามาหาพระองค์ จับพระองค์แล ้วนํ าไปยัง สภา 13 และตัง้ พยานเท็จขึน ้ มากล่าวว่า "คนนีไ้ ม่หยุดทีจ ่ ะพูดคํา ั ดิส ิ ธิน หมิน ่ ประมาทต่อสถานทีศ ่ ก ์ ท ์ แ ี้ ละธรรมบัญญัต"ิ
88
กิจการของอัครสาวก
20 ในเวลานัน ้ โมเสสเกิดมามีรป ู ร่างงดงามยิง่ นัก และได ้เลีย ้ ง ดูเขาในบ ้านของบิดาเป็ นเวลาสามเดือน 21 เมือ ่ เขาถูกขับไล่ออกไป ธิดาของฟาโรห์จงึ รับเขาไปเลีย ้ ง ดูเป็ นลูกชายของนาง 22 และโมเสสเป็ นผู ้มีความรู ้ในภูมป ิ ั ญญาของชาวอียป ิ ต์ทก ุ อย่าง และมีความกล ้าหาญทัง้ ในการพูดและการกระทํา ่ บ ิ ปี เต็ม เขาก็เกิดความคิดทีจ 23 เมือ ่ เขามีอายุได ้สีส ่ ะไปเยีย ่ ม พีน ่ ้องของตนซึง่ เป็ นชนชาติอส ิ ราเอล 24 เมือ ่ เห็นคนหนึง่ ถูกข่มเหง เขาก็ปกป้ องเขา และแก ้แค ้นผู ้ ทีถ ่ ก ู กดขี่ โดยฆ่าชาวอียป ิ ต์ 25 เพราะเขาคิดว่าพีน ่ ้องของเขาคงจะเข ้าใจว่า พระเจ ้าจะ ทรงช่วยพวกเขาด ้วยมือของเขา แต่พวกพีน ่ ้องไม่เข ้าใจ 26 ครัน ้ รุง่ ขึน ้ เขาปรากฏกายแก่พวกเขาขณะทีพ ่ วกเขากําลัง ทะเลาะวิวาทกัน และต ้องการจะให ้พวกเขาโต ้เถียงกันอีก โดยกล่าวว่า "ท่านทัง้ หลายเป็ นพีน ่ ้องกัน ทําไมท่านจึง ละเมิดกันและกัน" 27 แต่ผู ้ทีท ่ ําผิดต่อเพือ ่ นบ ้านของเขาผลักเพือ ่ นบ ้านออกไป โดยกล่าวว่า ใครแต่งตัง้ คุณให ้เป็ นผู ้ปกครองและผู ้พิพากษา เหนือพวกเรา? 28 เจ ้าจะฆ่าฉั นเหมือนอย่างเจ ้าฆ่าชาวอียป ิ ต์เมือ ่ วานนีห ้ รือ? 29 เมือ ่ โมเสสได ้ยินคํานัน ้ แล ้วจึงหนีไปอยูเ่ มืองมีเดียน และ ให ้กําเนิดบุตรชายสองคนทีน ่ ั่น ่ ิ 30 ครัน ้ ล่วงไปได ้สีสบปี แล ้ว ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าปรากฏแก่ ท่านในเปลวเพลิงทีพ ่ ม ุ่ ไม ้ในถิน ่ ทุรกันดารแห่งภูเขาซีนา 31 เมือ ่ โมเสสเห็นสิง่ นัน ้ เขาก็ประหลาดใจเมือ ่ เห็นสิง่ นัน ้ และเมือ ่ เขาเข ้าไปใกล ้เพือ ่ ดูสงิ่ นัน ้ พระสุรเสียงของพระเจ ้าก็ มาถึงเขา 32 โมเสสกล่าวว่า “เราเป็ นพระเจ ้าของบรรพบุรษ ุ ของเจ ้า เป็ นพระเจ ้าของอับราฮัม เป็ นพระเจ ้าของอิสอัค และเป็ นพระ ่ และไม่กล ้ามองดู เจ ้าของยาโคบ” โมเสสจึงกลัวจนตัวสัน 33 แล ้วพระเจ ้าตรัสแก่เขาว่า จงถอดรองเท ้าออกจากเท ้า ของเจ ้าเสีย เพราะว่าสถานทีซ ่ งึ่ เจ ้ายืนนีเ้ ป็ นดินแดน ิ ธิ์ ศักดิส ์ ท 34 “ข ้าพเจ ้าได ้เห็นความทุกข์ยากของประชากรของข ้าพเจ ้า ทีอ ่ ยูใ่ นอียป ิ ต์แล ้ว และข ้าพเจ ้าได ้ยินเสียงครํ่าครวญของ พวกเขา และข ้าพเจ ้าก็ลงมาเพือ ่ ช่วยพวกเขาให ้รอดพ ้น และ บัดนี้ จงมาเถิด เราจะส่งเจ ้าไปยังอียป ิ ต์” 35 โมเสสผู ้นีซ ้ งึ่ พวกเขาปฏิเสธโดยกล่าวว่า ใครแต่งตัง้ เจ ้า ให ้เป็ นผู ้ปกครองและผู ้พิพากษา? พระเจ ้าทรงส่งโมเสสผู ้นี้ ไปเป็ นผู ้ปกครองและผู ้ช่วยให ้รอดโดยมือของทูตสวรรค์ท ี่ ปรากฏแก่เขาในพุม ่ ไม ้ 36 แล ้วท่านก็นําพวกเขาออกไป โดยแสดงการอัศจรรย์และ หมายสําคัญในแผ่นดินอียป ิ ต์ ในทะเลแดง และในถิน ่ ่ บ ิ ปี ทุรกันดารสีส 37 โมเสสผู ้นีแ ้ หละทีก ่ ล่าวแก่บรรดาบุตรหลานอิสราเอลว่า พระเจ ้าผู ้เป็ นพระเจ ้าของพวกเจ ้าจะทรงตัง้ ผู ้เผยพระวจนะที่ เหมือนอย่างเราให ้แก่พวกเจ ้าจากพีน ่ ้องของพวกเจ ้า พวก เจ ้าจงฟั งผู ้นัน ้ 38 นีแ ่ หละคือผู ้ทีเ่ คยอยูก ่ บ ั ทูตสวรรค์ซงึ่ พูดกับเขาในภูเขาซี นาในคริสตจักรในถิน ่ ทุรกันดาร และอยูก ่ บ ั บรรพบุรษ ุ ของเรา ่ ิ ซึงได ้รับพระโอวาทอันศักดิส ์ ทธิม ์ าประทานแก่เรา ่ ฟั งเขา แต่กลับผลักไสเขา 39 บรรพบุรษ ุ ของเราไม่ยอมเชือ ออกไปจากพวกเขา และในใจของพวกเขาก็หันกลับไปยัง อียป ิ ต์อก ี ครัง้ 40 แล ้วตรัสแก่อาโรนว่า จงสร ้างพระเจ ้าให ้แก่เราเพือ ่ นํ าหน ้า เรา เพราะว่าโมเสสคนนีท ้ น ี่ ํ าเราออกจากแผ่นดินอียป ิ ต์นัน ้ เราไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึน ้ กับเขา 41 ในสมัยนัน ้ พวกเขาได ้สร ้างรูปลูกโค และถวายเครือ ่ งบูชา ่ ชมยินดีในงานทีม แก่รป ู เคารพ และชืน ่ อ ื ของพวกเขาเองทํา
42 แล ้วพระเจ ้าก็ทรงหันกลับและปล่อยให ้พวกเขาไปบูชา กองทัพแห่งสวรรค์ เหมือนทีเ่ ขียนไว ้ในหนังสือของผู ้เผยพระ วจนะว่า "โอ พวกเจ ้าแห่งอิสราเอล เจ ้าได ้ถวายสัตว์และ ่ บ ิ ปี ในถิน เครือ ่ งบูชาแด่เราเป็ นเวลาสีส ่ ทุรกันดารหรือ?" 43 พวกเจ ้าทัง้ หลายได ้เอาพลับพลาของโมโลคและดาวของ พระเจ ้าเรมแฟนของเจ ้า รูปซึง่ เจ ้าทําขึน ้ เพือ ่ บูชามัน และเรา จะพาพวกเจ ้าออกไปให ้พ ้นบาบิลอน 44 บรรพบุรษ ุ ของเรามีพลับพลาแห่งพยานในถิน ่ ทุรกันดาร ตามทีเ่ ขากําหนดไว ้โดยตรัสกับโมเสสว่าเขาควรจะสร ้างขึน ้ ตามแบบทีเ่ ขาได ้เห็น 45 ซึง่ บรรพบุรษ ุ ของเราทีม ่ าภายหลังก็ได ้นํ ามาพร ้อมกับพระ เยซูไปครอบครองดินแดนของชาวต่างชาติ ซึง่ พระเจ ้าได ้ขับ ไล่ออกไปให ้พ ้นหน ้าบรรพบุรษ ุ ของเรา จนถึงสมัยของ กษั ตริยด ์ าวิด 46 ผู ้ซึง่ ได ้พบความโปรดปรานต่อพระพักตร์พระเจ ้า และ ปรารถนาทีจ ่ ะหาพลับพลาสําหรับพระเจ ้าของยาโคบ 47 แต่ซาโลมอนได ้สร ้างบ ้านให ้พระองค์ 48 แต่องค์ผู ้สูงสุดมิได ้ประทับอยูใ่ นวิหารทีส ่ ร ้างด ้วยมือ มนุษย์ ดังทีผ ่ ู ้เผยพระวจนะกล่าวไว ้ว่า 49 สวรรค์เป็ นบัลลังก์ของเรา และแผ่นดินโลกเป็ นแท่นวาง พระบาทของเรา เจ ้าจะสร ้างบ ้านอะไรให ้เรา? พระเจ ้าตรัส ดังนี?้ หรือสถานทีพ ่ ักผ่อนของเราอยูท ่ ไี่ หน? ่ 50 สิงเหล่านีม ้ อ ื ของเรามิได ้กระทําหรือ? 51 พวกท่านทีค ่ อแข็งและใจไม่แข็งและหูไม่แข็ง พวกท่าน ต่อต ้านพระวิญญาณบริสท ุ ธิอ ์ ยูเ่ สมอ บรรพบุรษ ุ ของพวกท่าน ทําเช่นไร พวกท่านก็ทําอย่างนัน ้ 52 บรรพบุรษ ุ ของท่านไม่เคยข่มเหงผู ้เผยพระวจนะคนใดเลย? และพวกเขายังฆ่าผู ้ทีป ่ ระกาศล่วงหน ้าถึงการเสด็จมาของผู ้ ชอบธรรมอีกด ้วย; และบัดนี้ ท่านทัง้ หลายเป็ นผู ้ทรยศและฆ่า ผู ้เผยพระวจนะเหล่านัน ้ 53 ซึง่ รับธรรมบัญญัตม ิ าจากทูตสวรรค์ แต่ไม่ได ้รักษาไว ้ 54 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินสิง่ เหล่านี้ ก็รู ้สึกเจ็บแปลบทีห ่ ัวใจ และ ขบเขีย ้ วเคีย ้ วฟั นใส่พระองค์ 55 แต่เมือ ่ เขาเปี่ ยมด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ เขาก็เงยหน ้า ขึน ้ ดูฟ้าสวรรค์อย่างมั่นคง เห็นพระสิรข ิ องพระเจ ้า และพระ เยซูทรงยืนอยูเ่ บือ ้ งขวาพระหัตถ์ของพระเจ ้า 56 และกล่าวว่า ดูเถิด ข ้าพเจ ้าเห็นฟ้ าสวรรค์เปิ ดออก และ บุตรมนุษย์ยน ื อยูท ่ างขวาพระหัตถ์ของพระเจ ้า 57 แล ้วพวกเขาก็ร ้องเสียงดัง และปิ ดหูของพวกเขา และวิง่ เข ้าหาเขาด ้วยความพร ้อมเพรียงกัน 58 แล ้วขับไล่เขาออกจากเมืองและเอาหินขว ้างเขา พยาน ้ ผ ้าของตนไว ้ทีเ่ ท ้าของชายหนุ่มคน บุคคลเหล่านัน ้ วางเสือ ่ ซาอูล หนึง่ ชือ 59 พวกเขาจึงเอาหินขว ้างสเตเฟน พร ้อมกับอธิษฐานต่อพระ เจ ้าว่า “พระเยซูเจ ้า ขอทรงรับวิญญาณของข ้าพระองค์เถิด” 60 แล ้วเขาก็คก ุ เข่าลงและร ้องเสียงดังว่า “ข ้าแต่พระเจ ้า โปรดอย่าทรงถือโทษพวกเขาเพราะบาปนี”้ เมือ ่ พูดจบเขาก็ หลับไป บทที่ 8 1 และเซาโลก็ยน ิ ยอมให ้เขาตาย และในเวลานัน ้ ก็เกิดการข่ม เหงคริสตจักรทีก ่ รุงเยรูซาเล็มอย่างรุนแรง และพวกเขา ทัง้ หมดก็กระจัดกระจายไปทั่วแคว ้นยูเดียและสะมาเรีย ยกเว ้นพวกอัครสาวก 2 และคนมีศรัทธาก็นําสตีเฟนไปฝั งศพของเขา และแสดง ความเศร ้าโศกเสียใจอย่างมากต่อเขา 3 ฝ่ ายซาอูลได ้ทําลายคริสตจักร โดยเข ้าไปในทุกบ ้าน จับ ผู ้ชายและผู ้หญิงไปขังคุก 89
กิจการของอัครสาวก
4 เพราะฉะนัน ้ บรรดาผู ้ซึง่ กระจัดกระจายกันไปก็เดินทางไป ทั่วทุกแห่งเพือ ่ ประกาศพระวจนะ 5 แล ้วฟิ ลป ิ ก็ลงไปยังเมืองสะมาเรีย และประกาศเรือ ่ งพระ คริสต์แก่พวกเขา 6 และประชาชนก็พร ้อมใจกันฟั งสิง่ ทีฟ ่ ิ ลป ิ พูด โดยได ้ยินและ เห็นการอัศจรรย์ทเี่ ขากระทํา 7 เพราะผีโสโครกทัง้ หลายร ้องเสียงดังและออกมาจากคน จํานวนมากทีถ ่ ก ู ผีโสโครกเข ้าสิง และคนเป็ นอัมพาตและคน พิการก็หายเป็ นปกติหลายคน ่ ชมยินดีใหญ่หลวง 8 ในเมืองนัน ้ เกิดความชืน ่ ซีโมน ซึง่ เคยใช ้เวทมนตร์ในเมืองนัน 9 มีชายคนหนึง่ ชือ ้ แล ้ว หลอกคนในสะมาเรียโดยบอกว่าตนเป็ นผู ้ยิง่ ใหญ่ 10 คนทัง้ หลายทัง้ ผู ้ใหญ่และคนเล็กต่างก็สนใจฟั งคนนัน ้ โดยกล่าวว่า “ชายผู ้นีเ้ ป็ นฤทธานุภาพใหญ่ยงิ่ ของพระเจ ้า” 11 พวกเขานับถือเขา เพราะเขาทําให ้พวกเขาหลงใหลด ้วย เวทมนตร์มาเป็ นเวลานานแล ้ว ่ ในฟิ ลป 12 แต่เมือ ่ พวกท่านมีความเชือ ิ และประกาศเรือ ่ ง อาณาจักรของพระเจ ้าและพระนามของพระเยซูคริสต์แล ้ว พวกท่านก็รับบัพติศมาทัง้ ชายและหญิง ่ ด ้วย และเมือ 13 ส่วนซีโมนเองเชือ ่ รับบัพติศมาแล ้ว ก็อยูต ่ อ ่ กับฟิ ลป ิ และรู ้สึกประหลาดใจเมือ ่ เห็นการอัศจรรย์และ สัญญาณต่าง ๆ ทีไ่ ด ้กระทํา 14 เมือ ่ พวกอัครสาวกทีอ ่ ยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็มได ้ยินว่าชาวสะ มาเรียได ้รับพระวจนะของพระเจ ้าแล ้ว พวกเขาก็สง่ เปโตร และยอห์นไปหาพวกเขา 15 ครัน ้ พวกเขาลงมาก็อธิษฐานขอพระวิญญาณบริสท ุ ธิใ์ ห ้ คนเหล่านัน ้ 16 (เพราะว่าขณะนัน ้ พระองค์ไม่ได ้ทรงประทับทับพวกเขา เลย มีแต่พวกเขาทีร่ ับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูเจ ้า เท่านัน ้ ) 17 แล ้วพวกเขาจึงวางมือบนพวกเขา แล ้วพวกเขาได ้รับพระ วิญญาณบริสท ุ ธิ์ 18 เมือ ่ ซีโมนเห็นว่าการวางมือของอัครสาวกทําให ้ได ้รับพระ วิญญาณบริสท ุ ธิ์ จึงนํ าเงินมาถวายให ้พวกเขา 19 และตรัสว่า “ขอให ้ข ้าพเจ ้ามีอํานาจนีด ้ ้วย เพือ ่ ว่าผู ้ใดที่ ข ้าพเจ ้าวางมือให ้ ผู ้นัน ้ จะได ้รับพระวิญญาณบริสท ุ ธิ”์ 20 แต่เปโตรกล่าวแก่เขาว่า เงินของคุณให ้พินาศไปพร ้อมกับ ้ ของประทานของพระเจ ้า คุณด ้วย เพราะคุณคิดว่าสามารถซือ ด ้วยเงินได ้ 21 ท่านไม่มส ี ว่ นหรือส่วนแบ่งในเรือ ่ งนีเ้ ลย เพราะว่าใจของ ท่านไม่ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ ้า 22 เพราะฉะนัน ้ จงกลับใจจากความชัว่ นีข ้ องเจ ้า และ อธิษฐานขอพระเจ ้า หากความคิดในใจของเจ ้าจะได ้รับการ อภัย 23 เพราะข ้าพเจ ้าตระหนักว่าเจ ้าอยูใ่ นความขมขืน ่ และอยูใ่ น พันธนาการแห่งความอยุตธิ รรม 24 แล ้วซีโมนตอบว่า “ขอท่านทัง้ หลายโปรดอธิษฐานต่อ องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าเพือ ่ ข ้าพเจ ้าด ้วย อย่าให ้สิง่ ทีท ่ า่ นพูด เหล่านีเ้ กิดขึน ้ กับข ้าพเจ ้าเลย” 25 และเมือ ่ พวกเขาได ้เป็ นพยานและประกาศพระวจนะของ พระเจ ้าแล ้ว พวกเขาก็กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และประกาศ พระกิตติคณ ุ ในหมูบ ่ ้านหลายแห่งของชาวสะมาเรีย 26ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าตรัสแก่ฟิลป ิ ว่า “จงลุกขึน ้ ไปยังทิศ ใต ้ตามทางทีล ่ งมาจากกรุงเยรูซาเล็มถึงเมืองกาซาซึง่ เป็ น ทางเปล่า” 27 แล ้วท่านก็ลก ุ ขึน ้ ไป เห็นชายชาวเอธิโอเปี ยคนหนึง่ เป็ น ขันทีผู ้มีอํานาจมากในสังกัดพระราชินแ ี คนดาซีแห่งชาว เอธิโอเปี ย ผู ้ดูแลทรัพย์สมบัตท ิ งั ้ หมดของพระนาง และมายัง กรุงเยรูซาเล็มเพือ ่ นมัสการ
28 ขณะทีพ ่ ระองค์เสด็จกลับไป นั่งอยูใ่ นรถรบและอ่านเอซา ยาห์ผู ้เผยพระวจนะ 29 จากนัน ้ พระวิญญาณตรัสแก่ฟิลป ิ ว่า จงเข ้าไปใกล ้และร่วม รถม ้าคันนี้ 30 ฟิ ลป ิ จึงวิง่ ไปหาเขา และได ้ยินเขาอ่านหนังสือเอซายาห์ ของผู ้เผยพระวจนะ จึงถามเขาว่า “ท่านเข ้าใจสิง่ ทีท ่ า่ นอ่าน ไหม?” ้ างได ้อย่างไร ถ ้า 31 และท่านตรัสว่า ข ้าพเจ ้าจะหาผู ้ใดมาชีท ้ างได ้” ท่านจึงขอให ้ฟิ ลป ไม่มผ ี ู ้ใดช่วยชีท ิ ขึน ้ ไปนั่งกับเขา 32 ข ้อพระคัมภีรท ์ พ ี่ ระองค์อา่ นนัน ้ มีดงั นี้ พระองค์ถก ู นํ าไป เหมือนแกะทีถ ่ ก ู นํ าไปฆ่า และเหมือนลูกแกะทีใ่ บ ้ต่อหน ้าผู ้ ตัดขนของมัน พระองค์ก็ไม่ทรงเปิ ดปากของมันเช่นกัน 33 ในความอัปยศของพระองค์ การพิพากษาของพระองค์ก็ ถูกยกออกไป และใครจะบอกเล่าถึงยุคสมัยของพระองค์ได ้ เพราะชีวต ิ ของพระองค์ถก ู ยกออกไปจากแผ่นดินโลกแล ้ว 34ขันทีจงึ ตอบฟิ ลป ิ และกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าขอร ้องท่านว่า ผู ้ เผยพระวจนะได ้พูดอย่างนีถ ้ งึ ใคร พูดถึงตนเองหรือพูดถึง ผู ้อืน ่ ” 35 แล ้วฟิ ลป ิ ก็เปิ ดปากของเขา และเริม ่ ต ้นจากพระคัมภีรต ์ อน เดียวกัน และประกาศเรือ ่ งพระเยซูแก่เขา 36 เมือ ่ พวกเขากําลังเดินทางไป พวกเขาก็มาถึงนํ้ าแห่งหนึง่ ขันทีจงึ พูดว่า ดูเถิด ทีน ่ ม ี่ น ี ํ้ า มีอะไรขัดขวางไม่ให ้ฉั นรับบัพ ติศมาได ้? ่ ด ้วยสุดใจ ท่านก็เชือ ่ ได ้” เขา 37ฟิ ลป ิ จึงตอบว่า “ถ ้าท่านเชือ ่ ว่าพระเยซูคริสต์เป็ นพระบุตรของพระ ตอบว่า “ข ้าพเจ ้าเชือ เจ ้า” 38 แล ้วท่านสัง่ ให ้รถหยุด แล ้วเขาทัง้ สองลงไปในนํ้ า ทัง้ ฟิ ลิปกับขันที แล ้วท่านก็ให ้บัพติศมาแก่เขา 39 เมือ ่ ท่านทัง้ สองขึน ้ จากนํ้ าแล ้ว พระวิญญาณของพระเจ ้า ทรงรับฟิ ลป ิ ไป และขันทีไม่เห็นเขาอีก จึงเดินทางต่อไปด ้วย ความยินดี 40 แต่ฟิลป ิ ถูกพบทีเ่ มืองอาโซทัส และเมือ ่ กําลังเดินทางไป เขาก็เทศนาสัง่ สอนในทุกเมือง จนกระทั่งมาถึงเมืองซีซาเรีย บทที่ 9 1 ขณะทีเ่ ซาโลยังขูจ ่ ะฆ่าสาวกของพระเจ ้าอยูน ่ ัน ้ เขาก็ไปหา มหาปุโรหิต 2 และขอให ้เขาเขียนจดหมายไปยังธรรมศาลาต่างๆ ของ เมืองดามัสกัส เพือ ่ ว่าถ ้าเขาพบใครก็ตามทีถ ่ อ ื ทางนี้ ไม่วา่ จะ เป็ นชายหรือหญิง เขาจะจับมัดพามาทีก ่ รุงเยรูซาเล็มได ้ 3 เมือ ่ พระองค์กําลังเสด็จมาใกล ้เมืองดามัสกัส ทันใดนัน ้ ก็ม ี แสงสว่างส่องลงมาจากสวรรค์ล ้อมรอบพระองค์ 4 และเขาได ้ล ้มลงกับพืน ้ ดิน และได ้ยินเสียงตรัสแก่เขาว่า " ซาอูล ซาอูล เจ ้าข่มเหงเราทําไม" 5 และท่านถามว่า “ท่านเป็ นใคร พระเจ ้า” และพระเจ ้าตรัสว่า “ เราคือเยซูทเี่ จ ้าข่มเหง เจ ้าจะเตะตะปูเข ้าทีเ่ จ ้าก็ยาก” ่ และประหลาดใจจึงกล่าวว่า “พระองค์เจ ้า 6 เขาตัวสัน พระองค์ต ้องการให ้ข ้าพเจ ้าทําอะไร” พระเจ ้าจึงตรัสกับเขา ว่า “ จงลุกขึน ้ เข ้าไปในเมือง และจะมีคนบอกเจ ้าว่าเจ ้าต ้อง ทําอะไร” 7 ส่วนคนทัง้ หลายทีเ่ ดินทางไปด ้วยกันก็ยน ื พูดไม่ออก ได ้ยิน เสียงแต่ไม่เห็นใคร 8 แล ้วซาอูลก็ลก ุ ขึน ้ จากพืน ้ ดิน และเมือ ่ ลืมตาขึน ้ ก็ไม่เห็นใคร แต่พวกเขาจูงมือเขาไปพาเข ้าไปในเมืองดามัสกัส 9 และพระองค์ก็ทรงมองไม่เห็นอะไรเลยเป็ นเวลาสามวัน และพระองค์ก็ไม่ได ้กินหรือดืม ่ อะไรด ้วยเลย
90
กิจการของอัครสาวก
่ อานาเนีย และพระเจ ้า 10 ในเมืองดามัสกัสมีสาวกคนหนึง่ ชือ ตรัสกับเขาในนิมต ิ ว่า " อานาเนีย" และเขากล่าวว่า "ดูเถิด ข ้าพเจ ้าอยูท ่ น ี่ ี่ พระเจ ้า" 11 และพระเจ ้าตรัสแก่เขาว่า จงลุกขึน ้ ไปทีถ ่ นนซึง่ เรียกว่า ่ เซาโลจากเมืองทาร์ซส ั ถนนตรง และถามหาชายคนหนึง่ ชือ ในบ ้านของยูดาส เพราะดูเถิด เขากําลังอธิษฐานว่า ่ อะนาเนียเข ้ามาวางมือบน 12 และได ้เห็นนิมต ิ ว่ามีคนหนึง่ ชือ เขาเพือ ่ ให ้เขามองเห็นได ้ 13 แล ้วอะนาเนียก็ตอบว่า “พระองค์เจ ้าข ้า ข ้าพเจ ้าได ้ยิน ิ ธิข หลายคนพูดถึงคนนีว้ า่ เขาทําชัว่ ต่อบรรดาผู ้ศักดิส ์ ท ์ อง พระองค์ทก ี่ รุงเยรูซาเล็มมากเพียงไร 14 และทีน ่ เี่ ขาได ้รับอํานาจจากพวกปุโรหิตใหญ่ให ้จับกุมทุก คนทีเ่ รียกหาพระนามของพระองค์ 15 แต่องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าตรัสแก่ทา่ นว่า จงไปเถิด เพราะว่าคน นัน ้ เป็ นเครือ ่ งมือทีเ่ ราเลือกไว ้ เพือ ่ ประกาศพระนามของเรา ต่อหน ้าบรรดาประชาชาติ และกษั ตริย ์ และบุตรหลานของ อิสราเอล 16 เพราะเราจะแสดงให ้เขาเห็นว่าเขาจะต ้องทนทุกข์ทรมาน มากมายเพียงไรเพราะพระนามของเรา 17 แล ้วอะนาเนียก็ไปและเข ้าไปในบ ้าน วางมือบนเขาแล ้ว กล่าวว่า “พีซ ่ าอูล องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าคือพระเยซูซงึ่ ปรากฏแก่ ท่านระหว่างทางทีท ่ า่ นมา ทรงใช ้ข ้าพเจ ้ามา เพือ ่ ท่านจะได ้ เห็นและเปี่ ยมด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ”์ 18 ทันใดนัน ้ ก็มเี กล็ดเหมือนเกล็ดปลาร่วงจากตาของเขา และเขาก็มองเห็นได ้ทันที และลุกขึน ้ รับบัพติศมา 19 เมือ ่ ท่านรับประทานอาหารแล ้ว ท่านก็มก ี ําลังขึน ้ ในเวลา นัน ้ เซาโลอยูก ่ บ ั พวกสาวกทีเ่ มืองดามัสกัสเป็ นเวลาหลายวัน 20 แล ้วท่านก็เทศนาสัง่ สอนตามธรรมศาลาต่างๆ ว่า พระองค์ ทรงเป็ นพระบุตรของพระเจ ้า 21 แต่คนทัง้ หลายทีไ่ ด ้ยินพระองค์ก็ประหลาดใจและพูดว่า “คนนีไ้ ม่ใช่หรือทีท ่ ําลายพวกทีร่ ้องออกพระนามนีใ้ นกรุง เยรูซาเล็ม แล ้วมาทีน ่ ด ี่ ้วยจุดประสงค์ทจ ี่ ะจับพวกเขาส่งไป ให ้พวกหัวหน ้าปุโรหิต?” 22 แต่ซาอูลยิง่ มีกําลังเพิม ่ มากขึน ้ และทําให ้พวกยิวทีอ ่ าศัย อยูใ่ นเมืองดามัสกัสสับสน โดยพิสจ ู น์วา่ พระองค์เป็ นพระ คริสต์จริงๆ 23 และเมือ ่ ผ่านเวลาไปหลายวันแล ้ว พวกยิวจึงปรึกษากันจะ ฆ่าพระองค์เสีย 24 แต่คนรู ้ว่าซาอูลวางแผนร ้ายอะไร และพวกเขาเฝ้ าอยูท ่ ี่ ประตูเมืองทัง้ กลางวันและกลางคืนเพือ ่ จะฆ่าเขา 25 จากนัน ้ สาวกของพระองค์ได ้นํ าพระองค์ไปในเวลา กลางคืน และหย่อนพระองค์ลงในตะกร ้าทีก ่ ําแพง 26 เมือ ่ เซาโลมาถึงกรุงเยรูซาเล็มแล ้ว เขาพยายามจะคบ ่ ว่าเขา หาสมาคมกับพวกสาวก แต่ทก ุ คนกลัวเขา และไม่เชือ เป็ นสาวกของเขา 27 แต่บารนาบัสได ้นํ าเขาไปหาพวกอัครสาวก แล ้วเล่าให ้ พวกเขาฟั งว่าท่านได ้เห็นพระเจ ้าทีก ่ ลางทาง และพระองค์ได ้ ตรัสกับพระองค์ และท่านได ้เทศนาอย่างกล ้าหาญในเมือง ดามัสกัสในพระนามของพระเยซู 28 และพระองค์อยูก ่ บ ั พวกเขาทัง้ หลายขณะเสด็จเข ้าและ เสด็จออกไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 29 และเขาพูดอย่างกล ้าหาญในพระนามของพระเยซูเจ ้า และโต ้เถียงกับพวกกรีก แต่พวกเขาเข ้ามาเพือ ่ จะฆ่าเขา 30 เมือ ่ พวกพีน ่ ้องทราบเรือ ่ งแล ้ว พวกเขาจึงพาเขาไปทีเ่ มือง ั ซีซาเรีย แล ้วส่งเขาไปทีเ่ มืองทาร์ซส 31 ครัง้ นัน ้ คริสตจักรทัง้ หลายได ้พักผ่อนทั่วแคว ้นยูเดีย แคว ้นกาลิล ี และแคว ้นสะมาเรีย และได ้รับการสร ้างขึน ้ ใหม่ และผู ้คนทีด ่ ําเนินชีวต ิ ในความเกรงกลัวพระเจ ้า และได ้รับ ความปลอบโยนจากพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ ก็เพิม ่ จํานวนขึน ้
32 และเมือ ่ เปโตรเดินทางไปทั่วทุกแห่งแล ้ว เขาก็ลงมาหา พวกธรรมิกชนทีอ ่ าศัยอยูใ่ นเมืองลิดดาด ้วย ่ ไอเนียส ซึง่ นอนป่ วยเป็ น 33 และทีน ่ ั่นเขาพบชายคนหนึง่ ชือ อัมพาตอยูเ่ ป็ นเวลาแปดปี 34 เปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า “ไอเนียส พระเยซูคริสต์ทรงทํา ให ้ท่านหายโรค จงลุกขึน ้ และปูทน ี่ อนเถิด” เขาก็ลก ุ ขึน ้ ทันที 35 และคนทัง้ ปวงทีอ ่ าศัยอยูใ่ นเมืองลิดดาและซาโรนเห็น เขา และหันมาหาพระเจ ้า ่ ทาบิธา ซึง่ แปลว่า โดรคัส 36 ในเวลานัน ้ มีสาวกคนหนึง่ ชือ อยูใ่ นเมืองยัฟฟา เธอเป็ นผู ้หญิงทีม ่ ค ี ณ ุ ธรรมและเป็ นคนทํา ทานมาก 37 ครัน ้ ถึงเวลานัน ้ นางก็ป่วยถึงแก่ความตาย เมือ ่ เขาล ้างตัว ้ บน แล ้ว เขาก็วางนางไว ้ในห ้องชัน 38 เนือ ่ งจากเมืองลิดดาอยูใ่ กล ้กับเมืองยัฟฟา และพวกสาวก ได ้ยินว่าเปโตรอยูท ่ น ี่ ั่น จึงส่งคนสองคนไปหาเขา โดย ขอร ้องให ้เขาอย่าชักช ้าทีจ ่ ะไปหาพวกเขา 39 แล ้วเปโตรก็ลก ุ ขึน ้ ไปกับเขา เมือ ่ เขามาถึง พวกเขาก็พา ้ เขาไปทีห ่ ้องชันบน และบรรดาหญิงม่ายก็ยน ื อยูใ่ กล ้เขา ้ และเสือ ้ ผ ้าทีด ร ้องไห ้ และแสดงเสือ ่ อร์คส ั ทําในขณะทีเ่ ธอ อยูก ่ บ ั พวกเขา 40 แต่เปโตรพาทุกคนออกไป แล ้วคุกเข่าลงอธิษฐาน และ หันมาหาศพแล ้วกล่าวว่า “ทาบิธา จงลุกขึน ้ ” ทาบิธาจึงลืม ตาขึน ้ เมือ ่ เห็นเปโตรจึงลุกขึน ้ นั่ง 41 แล ้วท่านก็ทรงยืน ่ พระหัตถ์ให ้แก่เธอ และทรงพยุงเธอขึน ้ แล ้วทรงเรียกบรรดาธรรมิกชนกับพวกม่ายมาแล ้ว จึงทรงนํ า เธอซึง่ ยังมีชวี ต ิ มาให ้ 42 และเรือ ่ งนีก ้ ็แพร่หลายไปทั่วเมืองยัฟฟา และมีคนเป็ นอัน ่ พระเจ ้า มากเชือ 43 พระองค์ประทับอยูท ่ เี่ มืองยัฟฟาหลายวันกับซีโมนช่าง ฟอกหนัง บทที่ 10 ่ คอร์เนเลียส เป็ นร ้อยนาย 1 ในเมืองซีซาเรีย มีชายคนหนึง่ ชือ ในกองร ้อยทีเ่ รียกว่ากองร ้อยอิตาลี 2 เป็ นคนเลือ ่ มใสในพระเจ ้าและยําเกรงพระเจ ้าพร ้อมทัง้ ครอบครัวของตน เป็ นผู ้ให ้ทานมากมายแก่ประชาชน และ อธิษฐานต่อพระเจ ้าอยูเ่ สมอ 3 เขาเห็นภาพนิมต ิ อย่างชัดเจนเวลาประมาณบ่ายสามโมง มี ทูตสวรรค์ของพระเจ ้ามาหาเขาและกล่าวแก่เขาว่า “โครเน เลียส” 4 เมือ ่ ท่านเห็นคนนัน ้ ก็ตกใจและถามว่า “มีอะไรหรือ พระเจ ้า ข ้า” ท่านจึงกล่าวแก่เขาว่า “คําอธิษฐานและทานของท่าน ได ้ขึน ้ มาเป็ นอนุสรณ์ตอ ่ พระเจ ้าแล ้ว” ่ ซีโมน 5 บัดนีจ ้ งส่งคนไปยังเมืองโยปปา และเรียกคนหนึง่ ชือ ซึง่ มีนามสกุลว่าเปโตรมา ่ ซีโมน ซึง่ บ ้านของท่านอยู่ 6 ท่านพักอยูก ่ บ ั ช่างฟอกหนังชือ ริมทะเล ท่านจะบอกท่านว่าท่านควรทําอย่างไร 7 เมือ ่ ทูตสวรรค์ทพ ี่ ด ู กับโครเนเลียสไปแล ้ว เขาจึงเรียกคนรับ ใช ้ในบ ้านสองคนของเขา พร ้อมกับทหารผู ้เคร่งศาสนาคน หนึง่ ซึง่ คอยรับใช ้เขาอยูเ่ สมอ 8 เมือ ่ ท่านได ้แจ ้งเหตุการณ์เหล่านัน ้ ทัง้ หมดให ้พวกเขาทราบ แล ้ว ท่านจึงส่งพวกเขาไปยังเมืองยัฟฟา 9 วันรุง่ ขึน ้ เมือ ่ พวกเขากําลังเดินทางไปและใกล ้ถึงเมืองแล ้ว เปโตรก็ขน ึ้ ไปบนหลังคาบ ้านเพือ ่ อธิษฐานในเวลาประมาณ บ่ายสามโมง 10 พระองค์ทรงหิวมากและอยากจะรับประทานอาหาร แต่ ่ วังค์ ขณะทีพ ่ วกเขากําลังเตรียมอาหาร พระองค์ก็ทรงเข ้าสูภ
91
กิจการของอัครสาวก
11 และเห็นสวรรค์เปิ ดออก และมีภาชนะชนิดหนึง่ ลงมาทอด ตัวลงมาหาพระองค์ มีลก ั ษณะเหมือนผ ้าผืนใหญ่ทผ ี่ ก ู ไว ้ทัง้ สี่ ่ น มุม แล ้วหย่อนลงสูพ ื้ ดิน ั ว์สเี่ ท ้าทุกชนิดของแผ่นดิน และสัตว์ป่า 12 ซึง่ มีสต สัตว์เลือ ้ ยคลาน และนกในอากาศ 13 และมีเสียงมาถึงท่านว่า “เปโตร จงลุกขึน ้ ฆ่าและกินเถิด” 14 แต่เปโตรกล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนัน ้ เลย พระองค์เจ ้าข ้า เพราะว่าข ้าพเจ ้าไม่เคยกินสิง่ ใดๆ ทีเ่ ป็ นของสามัญหรือของ ทีไ่ ม่บริสท ุ ธิเ์ ลย 15 และมีเสียงตรัสแก่ทา่ นครัง้ ทีส ่ องว่า “สิง่ ใดทีพ ่ ระเจ ้าทรง ชําระแล ้ว อย่าเรียกสิง่ นัน ้ ว่าธรรมดา” ่ วรรค์ 16 สิง่ นีเ้ กิดขึน ้ ถึงสามครัง้ แล ้วภาชนะนัน ้ ก็ถก ู รับขึน ้ สูส อีกครัง้ 17 ขณะนัน ้ เปโตรยังสงสัยอยูใ่ นใจว่านิมต ิ ทีเ่ ขาเห็นนัน ้ หมายถึงอะไร ดูเถิด คนทีส ่ ง่ มาจากโครเนลิอส ั ได ้ไปสืบหา บ ้านของซีโมน และมายืนอยูห ่ น ้าประตู ื่ อีกว่าเปโตร พักอยูท 18 แล ้วเรียกถามว่า ซีโมนซึง่ มีชอ ่ น ี่ ั่น หรือไม่ 19 เมือ ่ เปโตรกําลังครุน ่ คิดถึงนิมต ิ นัน ้ พระวิญญาณก็ตรัสกับ เปโตรว่า “ดูเถิด คนสามคนกําลังตามหาเจ ้า” 20 จงลุกขึน ้ ลงไปและไปกับพวกเขาโดยไม่ต ้องสงสัยใดๆ เพราะว่าเราได ้ส่งพวกเขาไป 21 แล ้วเปโตรลงไปหาคนเหล่านัน ้ ทีโ่ ครเนลิอส ั ส่งมาหาเขา และกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าเป็ นคนทีท ่ า่ นกําลังหาอยูน ่ ี้ เหตุใด ท่านจึงมา?” 22 พวกเขาพูดว่า "โครเนลิอส ั ผู ้เป็ นนายร ้อย ซึง่ เป็ นคนชอบ ื่ เสียงดีทา่ มกลางชนชาติยวิ ธรรม เกรงกลัวพระเจ ้า และมีชอ ้ ทัง้ สิน ได ้รับคําเตือนจากพระเจ ้าโดยทูตสวรรค์ผู ้บริสท ุ ธิใ์ ห ้ ส่งคนไปบอกท่านทีบ ่ ้านของเขา และฟั งคําพูดของท่าน" 23 แล ้วท่านจึงเรียกพวกเขาเข ้ามาพัก และให ้พักอยูท ่ น ี่ ั่น วันรุง่ ขึน ้ เปโตรก็ไปกับพวกเขา และพีน ่ ้องบางคนจากเมือง ยัฟฟาก็ไปด ้วย 24 และในวันรุง่ ขึน ้ หลังจากทีพ ่ วกเขาเข ้าเมืองซีซาเรีย โค รเนเลียสก็คอยพวกเขาอยู่ และได ้เรียกญาติพน ี่ ้องและเพือ ่ น สนิทของเขามาพร ้อมกัน 25 เมือ ่ เปโตรกําลังจะเข ้าไป โครเนเลียสก็ออกมาต ้อนรับเขา และกราบลงทีพ ่ ระบาทของเขาและบูชาเขา 26 แต่เปโตรจับพระองค์ขน ึ้ แล ้วกล่าวว่า จงยืนขึน ้ เถิด ข ้าพเจ ้าก็เป็ นมนุษย์เหมือนกัน 27ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังสนทนาอยู่ พระองค์ก็เสด็จเข ้าไปและ พบคนจํานวนมากกําลังรวมตัวกันอยู่ 28 และท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าทัง้ หลายรู ้ว่าการที่ คนยิวคบหาสมาคมหรือไปเยีย ่ มเยียนคนต่างชาติเป็ นสิง่ ผิด กฎหมาย แต่พระเจ ้าทรงสําแดงแก่ฉันแล ้วว่า ฉั นไม่ควรจะ เรียกใครว่าสามัญหรือไม่บริสท ุ ธิ์ 29 ดังนัน ้ ข ้าพเจ ้าจึงมาหาท่านโดยไม่ได ้โต ้แย ้งทันทีทถ ี่ ก ู เรียก ข ้าพเจ ้าจึงถามท่านว่าท่านส่งคนมาเรียกข ้าพเจ ้าด ้วย จุดประสงค์ใด? 30 และโครเนเลียสกล่าวว่า เมือ ่ สีว่ ันก่อนข ้าพเจ ้าถือศีลอด จนถึงเวลานี้ และเวลาบ่ายสามโมงข ้าพเจ ้าก็อธิษฐานอยูใ่ น บ ้านของข ้าพเจ ้า และดูเถิด มีชายคนหนึง่ ยืนอยูต ่ อ ่ หน ้า ้ ผ ้าสีสดใส ข ้าพเจ ้า สวมเสือ 31 และกล่าวว่า โครเนเลียส คําอธิษฐานของท่านได ้รับการ ฟั งแล ้ว และทานของท่านก็ได ้รับการระลึกถึงในสายพระ เนตรของพระเจ ้า 32 จงส่งคนไปยังเมืองยัฟฟา แล ้วเรียกซีโมนซึง่ มีนามสกุล ว่าเปโตรมา ซึง่ เขาพักอยูใ่ นบ ้านของซีโมนช่างฟอกหนังทีร่ ม ิ ทะเล เมือ ่ เขามาถึง เขาจะพูดกับท่าน
33 ข ้าพเจ ้าจึงส่งคนไปหาท่านทันที และท่านก็ทําได ้ดีมากที่ ได ้มา บัดนี้ เราทุกคนจึงมาอยูต ่ อ ่ หน ้าพระเจ ้า เพือ ่ จะฟั งทุก สิง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรงบัญชาท่านไว ้ 34 เปโตรจึงเปล่งวาจาพูดว่า แท ้จริงบัดนีข ้ ้าพเจ ้าเข ้าใจแจ่ม แจ ้งแล ้วว่า พระเจ ้ามิได ้ทรงลําเอียงแก่ผู ้ใด ๆ เลย 35 แต่ในทุกชาติ คนทีย ่ ําเกรงพระองค์ และประพฤติชอบ ธรรม ก็เป็ นทีโ่ ปรดปรานพระองค์ 36 พระวจนะทีพ ่ ระเจ ้าทรงส่งไปยังบรรดาบุตรหลานของ อิสราเอล โดยประกาศเรือ ่ งสันติภาพโดยทางพระเยซูคริสต์ ว่า (พระองค์ทรงเป็ นพระเจ ้าของทุกคน) 37 เราบอกคํานัน ้ แก่ทา่ นทัง้ หลายซึง่ ได ้ประกาศไปทั่วแคว ้น ยูเดียและเริม ่ ต ้นจากแคว ้นกาลิล ี หลังจากการบัพติศมาทีย ่ อ ห์นประกาศ 38 พระเจ ้าทรงเจิมพระเยซูแห่งนาซาเร็ธด ้วยพระวิญญาณ บริสท ุ ธิแ ์ ละด ้วยฤทธิเ์ ดช พระเยซูเสด็จไปกระทํา คุณประโยชน์และรักษาคนทัง้ หลายทีถ ่ ก ู มารข่มเหง เพราะว่า พระเจ ้าทรงสถิตกับพระองค์ 39 และเราเป็ นพยานถึงเหตุการณ์ทงั ้ ปวงซึง่ พระองค์ได ้ทรง กระทําทัง้ ในแผ่นดินของพวกยิวและในเยรูซาเล็ม ซึง่ พวก เขาได ้สังหารพระองค์และแขวนพระองค์ไว ้บนต ้นไม ้ 40 พระเจ ้าทรงให ้พระองค์คน ื พระชนม์ในวันทีส ่ าม และทรง แสดงให ้พระองค์เห็นอย่างเปิ ดเผย 41 ไม่ใช่เพือ ่ ประชาชนทัง้ หมด แต่เพือ ่ พยานทีพ ่ ระเจ ้าทรง เลือกไว ้ล่วงหน ้า คือเพือ ่ พวกเราทีไ่ ด ้กินและดืม ่ กับพระองค์ หลังจากพระองค์ทรงคืนพระชนม์จากบรรดาคนตาย 42 และพระองค์ตรัสสัง่ เราให ้ประกาศแก่ประชาชนและเป็ น พยานว่า พระเจ ้าทรงตัง้ พระองค์เองให ้เป็ นผู ้พิพากษาคน เป็ นและคนตาย 43 บรรดาผู ้เผยพระวจนะทัง้ หลายก็เป็ นพยานถึงพระองค์วา่ ่ ในพระองค์ก็จะได ้รับการอภัยบาปโดยพระนามของ ผู ้ใดเชือ พระองค์ 44 ขณะทีเ่ ปโตรยังพูดคําเหล่านี้ พระวิญญาณบริสท ุ ธิก ์ ็เสด็จ ลงมาเหนือทุกคนทีไ่ ด ้ยินคํานัน ้ ่ ก็ประหลาดใจ คือบรรดา 45 และบรรดาผู ้ทีเ่ ข ้าสุหนัตซึง่ เชือ คนทีม ่ ากับเปโตร เพราะว่าของประทานแห่งพระวิญญาณ บริสท ุ ธิก ์ ็เทลงบนคนต่างชาติด ้วย 46 เพราะพวกเขาได ้ยินคนเหล่านีพ ้ ด ู ภาษาแปลกๆ และยก ย่องพระเจ ้า แล ้วเปโตรจึงตอบว่า 47 ผู ้ใดจะห ้ามไม่ให ้คนเหล่านีท ้ ไี่ ด ้รับพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ เหมือนเรารับบัพติศมาด ้วยนํ้ าได ้เล่า? 48 และท่านสัง่ ให ้พวกเขารับบัพติศมาในพระนามของพระเจ ้า แล ้วพวกเขาจึงอธิษฐานขอให ้ท่านอยูต ่ อ ่ อีกสักวันหนึง่ บทที่ 11 1 และพวกอัครสาวกกับพีน ่ ้องทีอ ่ ยูใ่ นแคว ้นยูเดียได ้ยินว่าคน ต่างชาติก็รับพระวจนะของพระเจ ้าด ้วย 2 เมือ ่ เปโตรขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ผู ้ทีเ่ ข ้าสุหนัตก็โต ้แย ้ง กับเขา 3 ตรัสว่า เจ ้าเข ้าไปหาคนทีไ่ ม่ได ้เข ้าสุหนัต และรับประทาน อาหารกับเขา 4 แต่เปโตรเล่าเรือ ่ งราวนัน ้ ซํ้าแล ้วซํ้าเล่าตัง้ แต่ต ้น และ อธิบายให ้พวกเขาฟั งตามลําดับว่า 5 ข ้าพเจ ้าอยูใ่ นเมืองยัฟฟาและกําลังอธิษฐานอยู่ และใน อาการสะกดจิต ข ้าพเจ ้าเห็นนิมต ิ มีภาชนะชนิดหนึง่ คล ้าย ่ ม ผ ้าใบผืนใหญ่หย่อนลงมาจากสวรรค์ โดยหย่อนลงทัง้ สีม ุ ภาชนะนัน ้ ก็มาถึงข ้าพเจ ้า
92
กิจการของอัครสาวก
6 เมือ ่ ข ้าพเจ ้าเพ่งดูสงิ่ นัน ้ ข ้าพเจ ้าก็พจ ิ ารณาดูและเห็นสัตว์ส ี่ เท ้าของแผ่นดิน และสัตว์ป่า สัตว์เลือ ้ ยคลาน และนกใน อากาศ 7 แล ้วข ้าพเจ ้าได ้ยินเสียงตรัสแก่ข ้าพเจ ้าว่า ‘เปโตร จงลุกขึน ้ ฆ่าและกินเถิด’ 8 แต่ข ้าพเจ ้าตอบว่า ไม่ใช่เช่นนัน ้ พระเจ ้า เพราะว่าไม่มส ี งิ่ ใดทีเ่ ป็ นของธรรมดาหรือสิง่ ทีไ่ ม่บริสท ุ ธิเ์ ข ้าไปในปาก ข ้าพเจ ้าเลย 9 แต่เสียงตอบข ้าพเจ ้าจากสวรรค์อก ี ครัง้ ว่า "สิง่ ใดทีพ ่ ระเจ ้า ทรงชําระแล ้ว อย่าเรียกสิง่ นัน ้ ว่าธรรมดา" ่ วรรค์ 10 และสิง่ นีเ้ กิดขึน ้ ถึงสามครัง้ แล ้วทุกสิง่ ก็ถก ู ดึงขึน ้ สูส อีกครัง้ 11 ทันใดนัน ้ มีชายสามคนมาทีบ ่ ้านทีข ่ ้าพเจ ้าอยู่ พวกเขาส่ง มาจากเมืองซีซาเรียมาหาข ้าพเจ ้า 12 และพระวิญญาณทรงสัง่ ให ้ข ้าพเจ ้าไปกับเขาโดยไม่สงสัย เลย พีน ่ ้องทัง้ หกคนนีก ้ ็ไปกับเขาด ้วย และเราเข ้าไปในบ ้าน ของชายผู ้นัน ้ 13 และท่านได ้แสดงให ้เราเห็นว่าท่านได ้เห็นทูตสวรรค์อยูใ่ น บ ้านของท่าน ซึง่ มายืนและกล่าวแก่ทา่ นว่า จงส่งคนไปยัง ื่ เล่นว่าเปโตรมา เมืองยัฟฟา และไปเรียกซีโมนซึง่ มีชอ 14 ใครจะกล่าวถ ้อยคําให ้ท่านและครัวเรือนของท่านทัง้ หมด รอดได ้ 15 เมือ ่ ข ้าพเจ ้าเริม ่ พูด พระวิญญาณบริสท ุ ธิก ์ ็เสด็จลงมาบน พวกเขา เหมือนอย่างเสด็จลงมาบนพวกเราเมือ ่ ตอนต ้น 16 แล ้วข ้าพเจ ้าระลึกถึงพระวจนะของพระเจ ้าทีพ ่ ระองค์ตรัส ว่า ' ยอห์นให ้บัพติศมาด ้วยนํ้ า แต่ทา่ นทัง้ หลายจะรับบัพติศ มาด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ'์ 17 เพราะฉะนัน ้ เมือ ่ พระเจ ้าทรงประทานของประทานอย่าง ่ ในพระเยซูคริสต์ เดียวกันกับทีท ่ รงประทานแก่เรา คือผู ้ทีเ่ ชือ ฉั นเป็ นใครเล่าทีส ่ ามารถขัดขวางพระเจ ้าได ้ 18 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินสิง่ เหล่านี้ พวกเขาก็นงิ่ อยู่ แล ้ว สรรเสริญพระเจ ้าโดยกล่าวว่า "ในกรณีนี้ พระเจ ้าได ้ทรง ประทานการกลับใจใหม่แก่คนต่างชาติจนได ้รับชีวต ิ แล ้ว" ่ 19 ฝ่ ายบรรดาผู ้ซึงกระจัดกระจายไปเพราะการข่มเหงที่ เกิดขึน ้ เกีย ่ วกับสเตเฟน ก็เดินทางไปไกลถึงเมืองฟี นเิ ซีย เกาะไซปรัส และเมืองอันทิโอก โดยไม่เทศนาพระวจนะแก่ ใครๆ แต่แก่พวกยิวเท่านัน ้ 20 มีบางคนเป็ นชาวเกาะไซปรัสและไซรีน ซึง่ เมือ ่ ไปถึงเมือง อันทิโอก ก็ได ้กล่าวเทศนาเรือ ่ งพระเยซูเจ ้าแก่ชาวกรีก 21 และพระหัตถ์ของพระเจ ้าอยูก ่ บ ั พวกเขา และคนเป็ นอัน ่ และหันมาหาพระเจ ้า มากก็เชือ 22 ข่าวเรือ ่ งเหล่านัน ้ จึงไปถึงคริสตจักรทีอ ่ ยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาจึงส่งบารนาบัสไปตามทีไ่ กลไปยังเมืองอันทิโอก 23 เมือ ่ ท่านมาถึงและได ้เห็นพระคุณของพระเจ ้า ก็มค ี วาม ยินดี และเตือนสติคนทัง้ หลายให ้ยึดมั่นในพระเจ ้าด ้วยใจ มุง่ มั่น 24 เพราะเขาเป็ นคนดีและเต็มไปด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ ่ และคนเป็ นอันมากก็เข ้าสนิทกับพระเจ ้า และความเชือ ั เพือ 25 จากนัน ้ บารนาบัสได ้ออกเดินทางไปทีเ่ มืองทาร์ซส ่ ตามหาเซาโล 26เมือ ่ พบแล ้ว เขาจึงพาเขาไปทีเ่ มืองอันทิโอก และพวกเขา ได ้ประชุมกับคริสตจักรตลอดทัง้ ปี และสัง่ สอนผู ้คนมากมาย และสาวกได ้รับการเรียกว่าคริสเตียนเป็ นครัง้ แรกในเมือง อันทิโอก 27 ในเวลานัน ้ มีผู ้เผยพระวจนะจากกรุงเยรูซาเล็มมายังเมือง อันทิโอก ่ อากาบัสลุกขึน 28 แล ้วผู ้หนึง่ ในพวกเขาชือ ้ แสดงโดยพระ วิญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนอาหารอย่างใหญ่หลวงทั่ว ทัง้ โลก ซึง่ เกิดขึน ้ ในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอส ั ซีซาร์
29 จากนัน ้ สาวกแต่ละคนก็ตกลงใจกันว่าจะส่งความ ช่วยเหลือไปให ้พีน ่ ้องทีอ ่ าศัยอยูใ่ นแคว ้นยูเดียตาม ความสามารถของตน 30 ซึง่ พวกเขากระทําและส่งไปยังพวกผู ้เฒ่าโดยมือของบาร นาบัสและซาอูล บทที่ 12 1 ในเวลานัน ้ เอง กษั ตริยเ์ ฮโรดทรงยืน ่ พระหัตถ์ออกไปเพือ ่ รบกวนคริสตจักรบางคน 2 และฆ่ายากอบพีช ่ ายของโยฮันด ้วยดาบ 3 และเมือ ่ ทรงเห็นว่าพวกยิวพอใจ พระองค์จงึ ทรงพาเปโตร ้ ) ไปด ้วย (ขณะนัน ้ ก็ถงึ สมัยขนมปั งไร ้เชือ 4 และเมือ ่ จับพระเยซูแล ้ว พระองค์ก็ให ้ขังไว ้ในคุก แล ้วมอบ ่ มูส ี่ วบคุมไว ้ โดยตัง้ พระทัยว่าจะนํ าพระองค์ ไว ้ให ้ทหารสีห ่ ค ออกมาให ้ประชาชนหลังเทศกาลอีสเตอร์ 5 เหตุฉะนัน ้ เปโตรจึงถูกคุมขังไว ้ในคุก แต่คริสตจักรได ้ อธิษฐานต่อพระเจ ้าเพือ ่ เขาโดยไม่หยุดหย่อน 6 และเมือ ่ เฮโรดต ้องการจะพาเปโตรออกมา คืนนัน ้ เอง เป โตรกําลังนอนหลับอยูร่ ะหว่างทหารสองคน มีโซ่สองเส ้นมัด อยู่ ส่วนคนเฝ้ าคุกก็เฝ้ าอยูห ่ น ้าประตู 7 ทันใดนัน ้ ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าก็ปรากฏแก่เปโตร และมี แสงสว่างส่องเข ้ามาในคุก ทูตสวรรค์นัน ้ ตีทข ี่ ้างตัวของเปโตร แล ้วทําให ้ลุกขึน ้ พร ้อมทัง้ กล่าวว่า จงลุกขึน ้ โดยเร็ว” โซ่ตรวน ของเปโตรก็หลุดออกจากมือของเขา 8 ทูตสวรรค์จงึ ตรัสกับเขาว่า จงคาดเข็มขัดและผูกรองเท ้า แตะของเขาไว ้ และเขาก็ทําตาม ทูตสวรรค์จงึ ตรัสกับเขาว่า ้ ของเจ ้าและติดตามเรา จงห่มเสือ 9 และเขาออกไปตามพระองค์ไป โดยไม่รู ้ว่าสิง่ ทีท ่ ต ู สวรรค์ กระทํานัน ้ เป็ นความจริง แต่คด ิ ว่าตนเห็นนิมต ิ 10 ครัน ้ ผ่านเขตทีห ่ นึง่ และเขตทีส ่ องแล ้ว พวกเขาก็มาถึง ประตูเหล็กทีจ ่ ะเข ้าเมือง ประตูนัน ้ เปิ ดให ้พวกเขาเอง พวก เขาจึงออกไปและเดินผ่านถนนสายหนึง่ แล ้วทันใดนัน ้ ทูต สวรรค์ก็ออกไปจากเขา ั ว่า 11 เมือ ่ เปโตรรู ้สึกตัวแล ้วจึงกล่าวว่า บัดนีข ้ ้าพเจ ้ารู ้แน่ชด องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าได ้ทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์มาช่วย ข ้าพเจ ้าให ้พ ้นจากมือของเฮโรด และจากการมุง่ หวังของชาว ยิวทัง้ ปวง 12 เมือ ่ ทรงพิจารณาเรือ ่ งราวแล ้ว พระองค์จงึ เสด็จไปทีบ ่ ้าน ของมารีย ์ มารดาของยอห์น ซึง่ มีนามสกุลว่ามาระโก ทีน ่ ั่นมี หลายคนมารวมกันอธิษฐานอยู่ ่ โรดาเข ้ามาฟั ง 13 เมือ ่ เปโตรเคาะประตูรัว้ มีสาวคนหนึง่ ชือ 14เมือ ่ จําเสียงของเปโตรได ้ เธอจึงไม่เปิ ดประตูด ้วยความ ยินดี แต่วงิ่ เข ้าไปและเล่าให ้เปโตรฟั งว่ายืนอยูห ่ น ้าประตู 15 พวกเขาจึงพูดกับเธอว่า “เจ ้าบ ้าไปแล ้ว” แต่เธอยืนยันว่า เป็ นอย่างนัน ้ จริงๆ พวกเขาจึงกล่าวว่า “เป็ นทูตสวรรค์ของ เขา” 16 แต่เปโตรยังคงเคาะประตูตอ ่ ไป เมือ ่ พวกเขาเปิ ดประตูและ เห็นเขา พวกเขาก็ประหลาดใจ 17 แต่ทา่ นโบกมือให ้พวกเขาเงียบๆ และเล่าให ้พวกเขาฟั ง ว่าพระเจ ้าทรงนํ าท่านออกจากคุกอย่างไร ท่านกล่าวว่า จง ไปบอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ยากอบและพวกพีน ่ ้องเถิด แล ้วท่านก็ จากไปและไปยังทีอ ่ น ื่ 18 ครัน ้ รุง่ เช ้า พวกทหารก็แตกตืน ่ ตกใจกันใหญ่วา่ เกิดอะไร ขึน ้ กับเปโตร 19 เมือ ่ เฮโรดตามหาพระองค์แต่ไม่พบ จึงสอบสวนผู ้ดูแล เมืองและสัง่ ให ้ประหารชีวต ิ พวกเขา พระองค์จงึ เสด็จลงจาก แคว ้นยูเดียไปยังเมืองซีซาเรียและพักอยูท ่ น ี่ ั่น
93
กิจการของอัครสาวก
20 และเฮโรดไม่พอใจพวกไทร์และไซดอนมาก แต่พวกเขา ทัง้ สองก็พร ้อมใจกันมาหาเขา และได ้ยอมให ้บลาสตัสข ้าราช บริพารของกษั ตริยเ์ ป็ นเพือ ่ น และปรารถนาทีจ ่ ะสงบศึก เพราะว่าประเทศของพวกเขาได ้รับการเลีย ้ งดูจากดินแดน ของกษั ตริย ์ 21 เมือ ่ ถึงวันนัด เฮโรดก็ทรงฉลองพระองค์อย่างกษั ตริย ์ ประทับบนบัลลังก์ และทรงปราศรัยต่อพวกเขา 22ประชาชนก็ตะโกนว่า “เป็ นเสียงของพระเจ ้า ไม่ใช่เสียง ของมนุษย์” 23 ทันใดนัน ้ ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าทรงประหารเขา เพราะ เขาไม่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ ้า และเขาก็ถก ู หนอนกัดกิน ้ จนสินพระชนม์ 24 แต่พระคําของพระเจ ้าก็เจริญขึน ้ และแพร่หลายมากขึน ้ ้ แล ้ว 25 เมือ ่ บารนาบัสกับเซาโลปฏิบต ั ภ ิ ารกิจของตนเสร็จสิน ก็กลับจากกรุงเยรูซาเล็ม และพาโยฮันซึง่ มีนามสกุลว่ามาระ โกไปด ้วย
14 ครัน ้ พวกเขาออกเดินทางจากเปอร์กาแล ้ว พวกเขาก็มาถึง เมืองอันทิโอกในแคว ้นปิ ซเิ ดีย และเข ้าไปในธรรมศาลาในวัน สะบาโต แล ้วนั่งลงทีน ่ ั่น 15 เมือ ่ อ่านธรรมบัญญัตก ิ บ ั คําของผู ้เผยพระวจนะแล ้ว พวก ผู ้นํ าของธรรมศาลาก็สง่ คนไปหาพวกท่านว่า พีน ่ ้องทัง้ หลาย หากท่านมีคําตักเตือนใดๆ สําหรับประชาชน ก็จงพูดมาเถิด 16 ครัน ้ แล ้วเปาโลก็ยน ื ขึน ้ โบกมือกล่าวว่า “ท่านผู ้เป็ น อิสราเอลและท่านทัง้ หลายทีย ่ ําเกรงพระเจ ้า จงฟั งเถิด” 17 พระเจ ้าของชนชาติอส ิ ราเอลนีท ้ รงเลือกบรรพบุรษ ุ ของเรา และทรงยกย่องประชากรเมือ ่ เขาอาศัยอยูเ่ ป็ นคนต่างด ้าวใน แผ่นดินอียป ิ ต์ และทรงนํ าพวกเขาออกจากแผ่นดินนัน ้ ด ้วย พระกรอันสูง 18 เมือ ่ พระองค์ได ้ทรงประพฤติตามกิรย ิ ามารยาทของพวก ่ บ ิ ปี แล ้ว เขาในถิน ่ ทุรกันดารมาประมาณสีส 19 และเมือ ่ พระองค์ทรงทําลายเจ็ดประชาชาติออกจาก แผ่นดินคานาอันแล ้ว พระองค์ก็แบ่งดินแดนของพวกเขาโดย จับฉลาก 20 แล ้วพระองค์ก็ทรงมอบผู ้พิพากษาแก่พวกเขาเป็ นเวลา ประมาณสีร่ ้อยห ้าสิบปี จนถึงซามูเอลผู ้เผยพระวจนะ 21 ภายหลังนัน ้ พวกเขาปรารถนาให ้มีกษั ตริย ์ พระเจ ้าจึงทรง ประทานซาอูลบุตรชายของซิส ซึง่ เป็ นคนในเผ่าเบนจามิน ่ บ ิ ปี ให ้แก่พวกเขาเป็ นเวลาสีส 22 และเมือ ่ พระองค์ทรงปลดเขาออกไปแล ้ว พระองค์ได ้ทรง ตัง้ ดาวิดขึน ้ เป็ นกษั ตริยข ์ องพวกเขา และพระองค์ทรงเป็ น พยานถึงดาวิดและตรัสว่า “เราได ้พบดาวิดบุตรเจสซีเป็ นคน ทีถ ่ ก ู ใจเราเอง ซึง่ จะเป็ นผู ้ทําให ้ความประสงค์ของเราทุก ประการสําเร็จ” 23 พระเจ ้าทรงตัง้ พระผู ้ช่วยให ้รอดแก่คนอิสราเอล คือ พระ เยซู ตามคําสัญญาของพระองค์ 24 เมือ ่ ยอห์นได ้เทศนาเรือ ่ งบัพติศมาแห่งการกลับใจใหม่แก่ บรรดาคนอิสราเอลเป็ นครัง้ แรกก่อนทีเ่ ขาจะมา 25 เมือ ่ ยอห์นกําลังปฏิบต ั ห ิ น ้าทีข ่ องตนอยู่ เขาก็กล่าวว่า “ท่านคิดว่าเราเป็ นใครเล่า เราไม่ใช่ผู ้นัน ้ แต่ดเู ถิด ผู ้หนึง่ จะ ่ มาภายหลังเรา ซึงเราไม่คค ู่ วรทีจ ่ ะแก ้รองเท ้าของพระองค์” 26 พีน ่ ้องทัง้ หลาย ลูกหลานของอับราฮัม และคนใดในพวก ท่านทีย ่ ําเกรงพระเจ ้า พระวจนะแห่งความรอดนีก ้ ็ถก ู ส่งมาถึง ท่านแล ้ว 27 เพราะคนทัง้ หลายทีอ ่ าศัยอยูใ่ นกรุงเยรูซาเล็มและพวก ผู ้ปกครองของพวกเขา ไม่รู ้จักพระองค์ และไม่รู ้จักเสียงของ ผู ้เผยพระวจนะซึง่ อ่านกันทุกวันสะบาโต พวกเขาจึงทําให ้ เสียงเหล่านัน ้ สําเร็จโดยกล่าวโทษพระองค์ 28 ถึงแม ้ว่าพวกเขาไม่พบสาเหตุใดทีท ่ ําให ้พระองค์ต ้องตาย พวกเขาก็ยังขอให ้ปิ ลาตประหารชีวต ิ พระองค์เสีย 29 เมือ ่ พวกเขาได ้ทําสําเร็จตามทีเ่ ขียนไว ้เกีย ่ วกับพระองค์ แล ้ว พวกเขาจึงนํ าพระองค์ลงจากต ้นไม ้แล ้วนํ าไปฝั งไว ้ใน อุโมงค์ฝังศพ 30 แต่พระเจ ้าทรงให ้พระองค์คน ื พระชนม์จากความตาย 31 และพระองค์ได ้ทรงปรากฏแก่พวกคนทีร่ ว่ มเดินทางกับ พระองค์จากแคว ้นกาลิลไี ปยังกรุงเยรูซาเล็มเป็ นเวลานาน หลายวัน ซึง่ เป็ นพยานของพระองค์ตอ ่ ประชาชน 32 และเราขอแจ ้งข่าวดีแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า พระสัญญาทีท ่ รง ประทานแก่บรรพบุรษ ุ นัน ้ 33 พระเจ ้าได ้ทรงกระทําให ้สําเร็จตามนัน ้ แก่เราซึง่ เป็ น ลูกหลานของพวกเขา โดยทีพ ่ ระองค์ทรงให ้พระเยซูกลับคืน พระชนม์อก ี ครัง้ เหมือนทีเ่ ขียนไว ้ในสดุดบ ี ททีส ่ องว่า เจ ้า เป็ นบุตรของเรา วันนีเ้ ราได ้ให ้กําเนิดเจ ้าแล ้ว 34 และเกีย ่ วกับเรือ ่ งทีพ ่ ระองค์ทรงชุบให ้เขากลับคืนจาก ่ วามเน่าเปื่ อยอีกต่อไป ความตาย และจะไม่กลับไปสูค
บทที่ 13 1 ในเวลานัน ้ ในคริสตจักรทีอ ่ ยูเ่ มืองอันทิโอกมีผู ้เผยพระวจนะ และครูบางคน เช่น บารนาบัส ซีเมโอนผู ้ถูกเรียกว่านิเกอร์ ลูเ ซียสชาวไซรีน มาเนนผู ้เติบโตมาพร ้อมกับเฮโรดเจ ้าเมือง และเซาโล 2 ขณะทีพ ่ วกเขาทัง้ หลายกําลังปรนนิบต ั พ ิ ระเจ ้าและอด อาหาร พระวิญญาณบริสท ุ ธิต ์ รัสว่า จงแยกบารนาบัสกับเซา โลไว ้เพือ ่ งานทีเ่ ราได ้เรียกพวกเขาทํา 3 เมือ ่ พวกเขาได ้อดอาหารและอธิษฐาน และวางมือบนพวก เขาแล ้ว พวกเขาก็ไล่พวกเขาไป 4 ดังนัน ้ พวกเขาจึงได ้รับการส่งโดยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ์ และ ออกเดินทางไปยังเมืองเซลูเซีย และจากทีน ่ ั่นพวกเขาได ้ ล่องเรือไปยังเกาะไซปรัส 5 เมือ ่ มาถึงเมืองซาลามิส พวกเขาก็เทศนาพระวจนะของพระ เจ ้าในธรรมศาลาของพวกยิว และมีโยฮันคอยรับใช ้พวกเขา ด ้วย 6 ครัน ้ พวกเขาเดินทางไปตามเกาะต่างๆ จนถึงเมืองปาโฟส แล ้ว พวกเขาก็พบหมอผีคนหนึง่ เป็ นผู ้เผยพระวจนะเท็จ เป็ น ่ บาร์เยซู ชาวยิว ชือ ่ เซอร์จอ 7 ซึง่ อยูก ่ บ ั ผู ้ว่าราชการเมืองชือ ิ ส ั เปาโล ซึง่ เป็ นคน ฉลาดหลักแหลม ผู ้เรียกบารนาบัสกับเซาโลมา และ ปรารถนาจะฟั งพระวจนะของพระเจ ้า ่ ของเขาแปลว่าอย่าง 8 แต่เอลีมาสผู ้ทําเวทมนตร์ (เพราะชือ นัน ้ ) ต่อต ้านพวกเขา โดยพยายามจะหันเหผู ้แทนคนนัน ้ ออก ่ จากความเชือ ่ หนึง่ ว่าเปาโล) ก็เปี่ ยมด ้วยพระ 9 จากนัน ้ ซาอูล (ซึง่ มีอก ี ชือ วิญญาณบริสท ุ ธิ์ จ ้องมองเปาโล 10 และกล่าวว่า โอ ผู ้เต็มไปด ้วยเล่หเ์ หลีย ่ มและความชัว่ ร ้าย ทุกอย่าง เจ ้าลูกของปี ศาจ เจ ้าศัตรูของความชอบธรรม ทัง้ หมด เจ ้าจะไม่หยุดบิดเบือนแนวทางทีถ ่ ก ู ต ้องของพระเจ ้า หรือ? 11 ดูเถิด บัดนีพ ้ ระหัตถ์ของพระเจ ้าอยูก ่ บ ั ท่านแล ้ว ท่านก็จะ ตาบอดมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ชวั่ ระยะหนึง่ ทันใดนัน ้ ก็ม ี หมอกและความมืดปกคลุมท่าน ท่านจึงเดินไปหาคนทีจ ่ ะจูง มือท่านไป ่ 12 เมือ ่ ผู ้ช่วยนายอําเภอเห็นเหตุการณ์ทเี่ กิดขึน ้ ก็มค ี วามเชือ และประหลาดใจในคําสัง่ สอนของพระเจ ้า 13 ครัน ้ เปาโลกับพวกของเขาเดินทางจากเมืองปาโฟสไปยัง เมืองเปอร์กาในแคว ้นปั มฟิ เลีย ส่วนโยฮันจากพวกเขาไปแล ้ว ก็กลับไปกรุงเยรูซาเล็ม
94
กิจการของอัครสาวก
พระองค์จงึ ตรัสดังนีว้ า่ เราจะมอบความเมตตาอันแน่นอนของ ดาวิดให ้แก่คณ ุ 35 เพราะเหตุนพ ี้ ระองค์จงึ ตรัสไว ้ในสดุดอ ี น ื่ ว่า “เจ ้าจะไม่ ่ มสลาย” ปล่อยให ้ผู ้บริสท ุ ธิข ์ องเจ ้าเสือ 36 เพราะดาวิดได ้ปรนนิบต ั ค ิ นรุน ่ ของตนตามพระประสงค์ ของพระเจ ้าแล ้ว ก็หลับไปและถูกฝั งไว ้กับบรรพบุรษ ุ ของตน และเห็นความเน่าเปื่ อย 37 แต่พระองค์ซงึ่ พระเจ ้าทรงให ้คืนพระชนม์ขน ึ้ จากตายนัน ้ ่ มโทรมเลย ไม่ได ้ทรงประสบความเสือ 38 เพราะฉะนัน ้ พวกท่านทัง้ หลายจงทราบเถิด พีน ่ ้อง ทัง้ หลายว่า พระเจ ้าทรงประกาศการอภัยบาปแก่พวกท่าน โดยอาศัยพระองค์ผู ้นี้ ่ จึงได ้รับการพิพากษาให ้ 39 และโดยพระองค์นัน ้ ทุกคนทีเ่ ชือ ชอบธรรมจากทุกสิง่ ซึง่ พวกท่านไม่อาจได ้รับการพิพากษา ให ้ชอบธรรมโดยธรรมบัญญัตข ิ องโมเสสได ้ 40 จงระวังไว ้เถิด อย่าให ้เหตุการณ์อย่างทีก ่ ล่าวไว ้ในหนังสือ ของผู ้เผยพระวจนะเกิดขึน ้ แก่พวกท่าน 41 ดูเถิด พวกผู ้ดูหมิน ่ จงประหลาดใจและพินาศไป เพราะว่า เราทําการงานในสมัยของพวกเจ ้า เป็ นงานทีพ ่ วกเจ ้าจะไม่ ่ เลย ถึงแม ้ว่ามีคนมาบอกพวกเจ ้าก็ตาม เชือ 42 เมือ ่ พวกยิวออกไปจากธรรมศาลาแล ้ว ชาวต่างชาติก็ ขอร ้องให ้ประกาศคําเทศนาเหล่านีใ้ ห ้พวกเขาฟั งในวันสะบา โตหน ้า 43 ครัน ้ คริสตจักรแตกแยกแล ้ว พวกยิวและคนเปลีย ่ นมานับ ถือศาสนายิวจํานวนมากก็ตด ิ ตามเปาโลกับบารนาบัสไป ทัง้ สองจึงชักชวนให ้เปาโลกับบารนาบัสดํารงต่อไปในพระคุณ ของพระเจ ้า 44 เมือ ่ ถึงวันสะบาโตถัดไป คนเกือบทัง้ เมืองก็มารวมกันเพือ ่ ฟั งพระวจนะของพระเจ ้า 45 แต่เมือ ่ พวกยิวเห็นคนมากมายก็เกิดความอิจฉา และพูด ขัดแย ้งและดูหมิน ่ สิง่ ทีเ่ ปาโลพูด 46 เปาโลกับบารนาบัสจึงกล ้าพูดว่า “จําเป็ นทีเ่ ราต ้องพูดพระ วจนะของพระเจ ้าแก่พวกท่านก่อน แต่เมือ ่ พวกท่านปฏิเสธ และตัดสินว่าตนเองไม่สมควรได ้รับชีวต ิ นิรันดร์ ดูเถิด เรา กําลังหันไปหาคนต่างชาติ” 47 เพราะองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าได ้ทรงสัง่ เราไว ้อย่างนีว้ า่ เราได ้ ตัง้ เจ ้าไว ้ให ้เป็ นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติตา่ งชาติ เพือ ่ ให ้เจ ้าเป็ นความรอดไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก 48 เมือ ่ บรรดาคนต่างชาติได ้ยินดังนี้ ก็มค ี วามยินดี และ สรรเสริญพระวจนะของพระเจ ้า และบรรดาผู ้ทีไ่ ด ้รับแต่งตัง้ ่ ให ้มีชวี ต ิ นิรันดร์ก็เชือ 49 และพระคําของพระเจ ้าก็ถก ู ประกาศไปทั่วทุกเขต 50 แต่พวกยิวก็ยย ุ งพวกสตรีทเี่ คร่งศาสนาและมีเกียรติและ บุรษ ุ ผู ้เป็ นใหญ่ในเมือง แล ้วข่มเหงเปาโลกับบารนาบัส และ ขับไล่พวกเขาออกไปจากเขตแดนของตน 51 แต่พวกเขาสะบัดฝุ่ นจากเท ้าออกต่อพวกเขา และมาถึง เมืองอิโคเนียม 52 และพวกสาวกก็เต็มไปด ้วยความยินดี และด ้วยพระ วิญญาณบริสท ุ ธิ์
พระคุณของพระองค์ และทรงประทานหมายสําคัญและการ อัศจรรย์ให ้กระทําได ้ด ้วยมือของพวกเขา 4 แต่ฝงู ชนในเมืองนัน ้ ก็แตกแยกกัน ส่วนหนึง่ อยูฝ ่ ่ ายพวกยิว และอีกส่วนหนึง่ อยูฝ ่ ่ ายอัครสาวก 5 และเมือ ่ เกิดการรุกรานทัง้ คนต่างชาติและพวกยิวกับ ผู ้ปกครองของพวกเขา เพือ ่ ใช ้ในทางดูหมิน ่ และขว ้างปาหิน ใส่พวกเขา 6 พวกเขารู ้เรือ ่ งนีจ ้ งึ หนีไปยังเมืองลิสตราและเมืองเดอร์เบ ซึง่ เป็ นเมืองในแคว ้นลิคาโอเนียและไปยังเขตโดยรอบ 7 และพวกเขาก็ประกาศข่าวประเสริฐทีน ่ ั่น 8 และมีชายคนหนึง่ นั่งอยูท ่ เี่ มืองลิสตรา เท ้าของเขาพิการ ตัง้ แต่อยูใ่ นครรภ์มารดา ไม่เคยเดินเลย 9 คนนัน ้ ได ้ยินเปาโลพูด และเขาเห็นเปาโลพูดอย่างมั่นคง และรู ้ว่าเปาโลมีศรัทธาทีจ ่ ะรักษาให ้หายได ้ 10 ตรัสด ้วยเสียงอันดังว่า จงยืนขึน ้ เถิด” เขาก็กระโดดและ เดินไป 11 เมือ ่ ประชาชนเห็นสิง่ ทีเ่ ปาโลกระทํา พวกเขาก็สง่ เสียงพูด เป็ นภาษาลิคาโอเนียว่า “บรรดาพระเจ ้าลงมาหาเราในสภาพ มนุษย์” 12 พวกเขาเรียกบารนาบัสว่าดาวพฤหัสบดี และเรียกเปาโล ว่าดาวพุธ เพราะเปาโลเป็ นคนพูดหน ้าทีส ่ ด ุ 13 จากนัน ้ ปุโรหิตแห่งดาวพฤหัสบดี ซึง่ อยูห ่ น ้าเมืองของ พวกเขา ได ้นํ าวัวและพวงมาลัยมาทีป ่ ระตูเมือง และ ปรารถนาจะทําการบูชายัญร่วมกับประชาชน 14 เมือ ่ อัครสาวก บารนาบัส และเปาโล ได ้ยินเรือ ่ งนัน ้ พวก ้ ผ ้าของตน แล ้ววิง่ เข ้าไปท่ามกลางประชาชน เขาก็ฉก ี เสือ ร ้องตะโกนว่า 15 และกล่าวว่า “ท่านทัง้ หลาย เหตุใดท่านจึงทําสิง่ เหล่านี้ เราเองก็เป็ นมนุษย์ทม ี่ ก ี เิ ลสตัณหาเหมือนกับท่าน และ ประกาศให ้ท่านทัง้ หลายหันจากความไร ้สาระเหล่านีม ้ าหา พระเจ ้าผู ้ทรงชีวต ิ ซึง่ ทรงสร ้างฟ้ าสวรรค์ แผ่นดินโลก ทะเล และสิง่ ทัง้ ปวงทีอ ่ ยูใ่ นนัน ้ 16 ผู ้ทรงเคยยอมให ้ประชาชาติตา่ งๆ ดําเนินตามทางของ ตนเองในครัง้ โบราณ 17 ถึงกระนัน ้ พระองค์ก็ไม่ทรงละเลยพยาน โดยทีพ ่ ระองค์ ทรงกระทําดี และทรงประทานฝนตกจากสวรรค์แก่เรา และ ประทานฤดูทม ี่ ผ ี ลดก ทําให ้จิตใจของเราเต็มเปี่ ยมด ้วย อาหารและความยินดี 18 และเมือ ่ ได ้ยินถ ้อยคําเหล่านี้ พวกเขาก็ห ้ามผู ้คนไว ้แทบ ไม่ได ้ว่าพวกเขายังไม่ได ้ถวายเครือ ่ งบูชาแก่คนเหล่านัน ้ 19 และมีพวกยิวบางคนจากเมืองอันติโอกและเมืองอิโคนีอม ั ไปทีน ่ ั่น พวกเขาชักชวนประชาชน และได ้ขว ้างหินใส่เปาโล แล ้วลากเขาออกไปจากเมือง โดยคิดว่าเปาโลตายแล ้ว 20 เมือ ่ เหล่าสาวกอยูร่ อบพระองค์แล ้ว พระองค์ก็ทรงลุกขึน ้ และเสด็จเข ้าไปในเมือง และวันรุง่ ขึน ้ พระองค์ก็เสด็จไปยัง เมืองเดอร์บก ี บ ั บารนาบัส 21เมือ ่ พวกเขาได ้ประกาศข่าวประเสริฐในเมืองนัน ้ และได ้สัง่ สอนคนจํานวนมากแล ้ว พวกเขาจึงกลับไปยังเมืองลิสตรา เมืองอิโคนีอม ั และเมืองอันทิโอกอีก 22 โดยเตือนสติจต ิ ใจของบรรดาสาวกให ้มั่นคงขึน ้ และ ่ เตือนสติพวกเขาให ้ดําเนินต่อไปในความเชือ และเราจะต ้อง ผ่านความยากลําบากมากมายจึงจะเข ้าในอาณาจักรของพระ เจ ้าได ้ 23 และเมือ ่ พวกเขาทัง้ หลายได ้แต่งตัง้ พวกเขาให ้เป็ นผู ้ อาวุโสในทุกคริสตจักร และได ้อธิษฐานด ้วยการอดอาหาร ่ แล ้ว พวกเขาก็ฝากพวกเขาไว ้กับพระเจ ้าซึง่ พวกเขาเชือ ิ 24 และเมือ ่ พระองค์ทงั ้ หลายเสด็จไปทั่วแคว ้นปิ สเดียแล ้ว พระองค์ก็เสด็จมาถึงแคว ้นปั มฟิ เลีย
บทที่ 14 1 ครัน ้ เมืองอิโคนีอม ั ทัง้ สองเข ้าไปในธรรมศาลาของพวกยิว และพูดจาสัง่ สอนจนทัง้ พวกยิวและพวกกรีกเป็ นจํานวนมาก ่ เชือ ่ ก็ยย 2 แต่พวกยิวทีไ่ ม่เชือ ุ งพวกต่างชาติให ้คิดร ้ายต่อพีน ่ ้อง ของตน 3 ดังนัน ้ พวกเขาจึงอยูเ่ ป็ นเวลานานโดยประกาศอย่างกล ้า หาญในองค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ผู ้ทรงเป็ นพยานถึงพระวจนะแห่ง 95
กิจการของอัครสาวก
25 และเมือ ่ พวกเขาประกาศพระวจนะในเมืองเปอร์กาแล ้ว พวกเขาก็ได ้ลงไปทีเ่ มืองอัททาเลีย 26 แล ้วล่องเรือจากทีน ่ ั่นไปยังเมืองอันติโอก ซึง่ จากทีน ่ ั่น พวกเขาได ้รับการแนะนํ าเข ้าในพระคุณของพระเจ ้าเพือ ่ การ งานทีพ ่ วกเขากระทําสําเร็จ 27 เมือ ่ พวกเขามาถึง และได ้รวบรวมคริสตจักรเข ้าด ้วยกัน แล ้ว พวกเขาก็เล่าถึงทุกสิง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรงกระทํากับพวกเขา ่ แก่คนต่างชาติ และว่าพระองค์ทรงเปิ ดประตูแห่งความเชือ อย่างไร 28 และท่านทัง้ สองก็อยูท ่ น ี่ ั่นกับเหล่าสาวกเป็ นเวลานาน
16 หลังจากนีเ้ ราจะกลับมา และจะสร ้างพลับพลาของดาวิดที่ พังทลายลงขึน ้ ใหม่ และเราจะสร ้างซากปรักหักพังของพลับ พลานัน ้ ขึน ้ ใหม่ และเราจะตัง้ มันขึน ้ ใหม่ 17 เพือ ่ ว่าส่วนทีเ่ หลือของมนุษย์จะได ้แสวงหาพระเจ ้า และ บรรดาคนต่างชาติทงั ้ ปวงซึง่ เรียกขานพระนามของเรา พระ ้ ตรัสดังนี้ เจ ้าผู ้ทรงกระทําสิง่ เหล่านีท ้ งั ้ สิน ้ ตัง้ แต่เริม 18 พระเจ ้าทรงทราบพระราชกิจของพระองค์ทงั ้ สิน ่ โลก 19 เพราะฉะนัน ้ คําตัดสินของฉั นก็คอ ื อย่าให ้เรารบกวนคน ต่างชาติทห ี่ ันมาหาพระเจ ้า 20 แต่เราจงเขียนถึงพวกเขาว่า ให ้งดเว ้นจากการแปดเปื้ อน ของรูปเคารพ และการผิดประเวณี และการถูกรัดคอ และจาก การนองเลือด 21 เพราะแต่กอ ่ นโมเสสมีคนประกาศข่าวประเสริฐอยูใ่ นทุก เมือง และอ่านข่าวประเสริฐของเขาในธรรมศาลาทุกวันสะบา โต 22 แล ้วพวกอัครสาวกและผู ้อาวุโสกับคริสตจักรทัง้ หมดก็ พอใจจะส่งคนกลุม ่ หนึง่ ทีพ ่ วกเขาเลือกไว ้ไปยังเมืองอันทิ โอกพร ้อมกับเปาโลและบารนาบัส คือ ยูดาสทีม ่ น ี ามสกุลว่า ั บาส และซีลาส ซึง่ เป็ นคนสําคัญในพวกพีน บาร์ซบ ่ ้อง 23 และพวกเขาเขียนจดหมายถึงพวกเขาในลักษณะนี้ อัคร สาวกและผู ้อาวุโสและพีน ่ ้องฝากคําทักทายไปยังพีน ่ ้องที่ เป็ นชาวต่างชาติในอันติโอก ซีเรีย และซิลเิ ซีย 24 เพราะว่าเราได ้ยินมาว่า มีบางคนออกไปจากพวกเรา ทีท ่ ํา ให ้พวกท่านลําบากใจด ้วยวาจา หลอกลวงจิตใจของท่าน โดยกล่าวว่า พวกท่านต ้องเข ้าสุหนัตและประพฤติตามธรรม บัญญัต ิ ซึง่ เรามิได ้บัญญัตใิ ห ้เป็ นเช่นนัน ้ 25 เราจึงพร ้อมใจกันส่งคนทีไ่ ด ้รับเลือกไปหาท่านพร ้อมกับ บารนาบัสและเปาโลผู ้เป็ นทีร่ ักของเรา ่ งชีวต 26 บุรษ ุ ผู ้เสีย ิ เพือ ่ พระนามของพระเจ ้าของเราพระเยซู คริสต์ 27 เพราะฉะนัน ้ เราจึงส่งยูดาสกับสิลาสไป ซึง่ จะบอกเรือ ่ ง เหล่านัน ้ แก่ทา่ นทัง้ หลายด ้วยปากเปล่า 28 เพราะพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ละข ้าพเจ ้าทัง้ หลายเห็นชอบ ทีจ ่ ะไม่วางภาระใด ๆ แก่ทา่ นเกินกว่าสิง่ ทีจ ่ ําเป็ นเหล่านี้ 29 จงงดเว ้นจากอาหารทีบ ่ ช ู าแก่รป ู เคารพ และจากเลือด และจากของทีถ ่ ก ู รัดคอ และจากการผิดประเวณี ถ ้าท่าน ่ ข ทัง้ หลายงดเว ้นจากสิง่ เหล่านี้ ท่านก็จะประพฤติด ี จงไปสูส ุ คติ 30 ครัน ้ พวกเขาออกเดินทางแล ้ว พวกเขาจึงมายังเมืองอันทิ โอก และเมือ ่ ได ้รวบรวมฝูงชนไว ้แล ้ว พวกเขาจึงมอบ จดหมายฉบับนัน ้ 31 เมือ ่ พวกเขาอ่านแล ้วพวกเขาก็มค ี วามยินดีเพราะการ ปลอบใจนัน ้ 32 ทัง้ ยูดาสกับสิลาสซึง่ เป็ นศาสดาพยากรณ์ด ้วย จึงได ้ เตือนสติพน ี่ ้องด ้วยวาจาต่างๆ มากมายและยืนยันพวกเขา 33 และเมือ ่ พวกท่านพักอยูท ่ น ี่ ั่นสักพักแล ้ว พวกท่านก็ปล่อย ไปโดยสันติจากพีน ่ ้องไปหาพวกอัครสาวก 34 แม ้กระนัน ้ ซีลาสก็พอใจทีจ ่ ะอยูท ่ น ี่ ั่นต่อไป 35 แต่เปาโลกับบารนาบัสยังอยูใ่ นเมืองอันทิโอกต่อไป โดย สัง่ สอนและประกาศพระวจนะของพระเจ ้าพร ้อมกับคนอืน ่ อีก หลายคนด ้วย 36 ครัน ้ ล่วงไปสองสามวัน เปาโลก็กล่าวแก่บารนาบัสว่า “เรา จงกลับไปเยีย ่ มพีน ่ ้องของเราในทุกเมืองทีเ่ ราได ้ประกาศพระ วจนะของพระเจ ้า และดูวา่ พวกเขาทําอย่างไร” 37 บารนาบัสตัง้ ใจจะพาโยฮันซึง่ มีนามสกุลว่ามาระโกไปด ้วย 38 แต่เปาโลไม่เห็นควรทีจ ่ ะพาเปาโลไปด ้วย เปาโลจึงละ พวกเขาออกจากแคว ้นปั มฟี เลีย และไม่ไปกับพวกเขาที่ ทํางาน
บทที่ 15 1 และมีบางคนลงมาจากแคว ้นยูเดียได ้สอนพีน ่ ้องทัง้ หลาย ว่า ถ ้าพวกท่านไม่เข ้าสุหนัตตามแบบอย่างของโมเสส พวก ท่านก็จะไม่ได ้รับความรอด 2 เมือ ่ เปาโลกับบารนาบัสมีความขัดแย ้งและโต ้เถียงกันมาก กับพวกเขา พวกเขาจึงตกลงกันว่าให ้เปาโลกับบารนาบัสกับ คนอืน ่ ๆ ขึน ้ ไปหาพวกอัครสาวกและผู ้อาวุโสไปยังกรุง เยรูซาเล็มเกีย ่ วกับปั ญหาเรือ ่ งนี้ 3 และเมือ ่ คริสตจักรได ้นํ าพวกเขาไป ท่านทัง้ สองก็ผา่ น เมืองฟี นซ ิ และเมืองสะมาเรีย ประกาศการกลับใจของบรรดา คนต่างชาติ และทําให ้พวกพีน ่ ้องทุกคนมีความปิ ตย ิ น ิ ดีเป็ น อย่างยิง่ 4 เมือ ่ พวกเขามาถึงกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาก็ได ้รับการ ต ้อนรับจากคริสตจักร และจากอัครสาวกและผู ้อาวุโส และ พวกเขาก็เล่าถึงทุกสิง่ ทุกอย่างทีพ ่ ระเจ ้าทรงกระทํากับพวก เขา ี างคนทีเ่ ชือ ่ ได ้ลุกขึน 5 แต่พวกฟาริสบ ้ พูดว่า จําเป็ นต ้องให ้ พวกตนเข ้าสุหนัต และสัง่ ให ้พวกตนถือธรรมบัญญัตข ิ อง โมเสส 6 พวกอัครสาวกและผู ้อาวุโสก็มาประชุมกันเพือ ่ พิจารณา เรือ ่ งนี้ 7 เมือ ่ การโต ้แย ้งกันมากแล ้ว เปโตรจึงลุกขึน ้ กล่าวแก่เขาว่า พีน ่ ้องทัง้ หลาย พวกท่านทราบดีวา่ เมือ ่ นานมาแล ้ว พระเจ ้า ทรงเลือกเราให ้พวกต่างชาติฟังพระวจนะแห่งข่าวประเสริฐ ่ โดยปากของเราและเชือ 8 และพระเจ ้าซึง่ ทรงทราบจิตใจ ทรงเป็ นพยานแก่พวกเขา โดยทรงประทานพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ก่พวกเขา เหมือนที่ ทรงประทานแก่พวกเรา 9 และอย่าทรงแบ่งแยกระหว่างเราและพวกเขาเลย แต่ทรง ่ ชําระใจพวกเขาให ้บริสท ุ ธิโ์ ดยความเชือ 10 เพราะฉะนัน ้ เหตุใดท่านทัง้ หลายจึงทดลองพระเจ ้า โดย วางแอกบนคอของเหล่าสาวก ซึง่ บรรพบุรษ ุ ของเราหรือตัว เราเองก็ไม่สามารถแบกรับได ้? ่ ว่าโดยพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู ้เป็ น 11 แต่เราเชือ เจ ้า เราจึงได ้รับความรอดเหมือนอย่างพวกเขา 12 จากนัน ้ ฝูงชนทัง้ หมดก็เงียบลง และฟั งบารนาบัสกับเปา โลเล่าให ้ฟั งถึงการอัศจรรย์และการมหัศจรรย์ทพ ี่ ระเจ ้าได ้ ทรงกระทําท่ามกลางคนต่างชาติโดยผ่านพวกเขา 13 และเมือ ่ พวกเขาเงียบแล ้ว เจมส์ตอบว่า พีน ่ ้องทัง้ หลาย จงฟั งข ้าพเจ ้าเถิด 14 ซีเมโอนได ้กล่าวไว ้ว่าพระเจ ้าทรงเสด็จมาเยีย ่ ม ชาวต่างชาติครัง้ แรกเพือ ่ ทรงเลือกประชาชนกลุม ่ หนึง่ จาก พวกเขาให ้มาอยูใ่ นพระนามของพระองค์ 15 และถ ้อยคําของผู ้เผยพระวจนะก็สอดคล ้องกับเรือ ่ งนี้ ตามทีเ่ ขียนไว ้ว่า
96
กิจการของอัครสาวก
39 การโต ้เถียงกันระหว่างพวกเขารุนแรงมาก จนทําให ้พวก เขาแยกย ้ายกันไป บารนาบัสจึงพามาระโกล่องเรือไปยังเกาะ ไซปรัส 40 เปาโลจึงเลือกซีลาสแล ้วออกเดินทาง โดยทีพ ่ วกพีน ่ ้อง ได ้แนะนํ าเขาให ้ไปอยูใ่ นพระคุณของพระเจ ้า 41 และท่านก็ไปทั่วแคว ้นซีเรียและซีลเิ ซียเพือ ่ ยืนยัน คริสตจักรต่างๆ
คริสต์ ให ้ออกมาจากนาง” และวิญญาณนัน ้ ก็ออกมาในเวลา นัน ้ 19 เมือ ่ พวกนายของนางเห็นว่าความหวังทีจ ่ ะได ้กําไรของตน หมดไปแล ้ว จึงจับเปาโลกับซีลาสลากเข ้าไปในตลาดไปหา พวกผู ้มีอํานาจ 20 แล ้วนํ าพวกเขาไปหาเจ ้าหน ้าทีป ่ กครองกล่าวว่า คน เหล่านีเ้ ป็ นชาวยิว ก่อความเดือดร ้อนวุน ่ วายแก่เมืองของเรา มาก 21 และจงสัง่ สอนธรรมเนียมซึง่ เราชาวโรมไม่ควรรับหรือ ปฏิบต ั ิ 22 และฝูงชนก็ลก ุ ขึน ้ พร ้อมกันต่อต ้านพวกเขา และบรรดาผู ้ ้ พิพากษาก็ฉก ี เสือผ ้าของพวกเขาออก และสัง่ ให ้เฆีย ่ นตีพวก เขา 23 เมือ ่ พวกเขาเฆีย ่ นพวกเขาหลายครัง้ แล ้ว พวกเขาก็โยน พวกเขาเข ้าไปในคุก และสัง่ ผู ้คุมให ้คุมพวกเขาไว ้ให ้ ปลอดภัย 24 ผู ้ซึง่ รับคํากําชับเช่นนัน ้ แล ้ว ก็ได ้จับพวกเขาไปขังไว ้ใน ้ คุกชันใน แล ้วตรึงเท ้าของพวกเขาไว ้ในโซ่ตรวน 25 เมือ ่ ถึงเวลาเทีย ่ งคืน เปาโลกับสิลาสก็อธิษฐานและร ้อง เพลงสรรเสริญพระเจ ้า และผู ้ถูกจําขังก็ได ้ยินพวกเขา 26ทันใดนัน ้ ก็เกิดแผ่นดินไหวครัง้ ใหญ่ จนรากฐานของคุก ่ สะเทือน และประตูคก สัน ุ ทัง้ หมดก็เปิ ดออกทันที และโซ่ ตรวนของทุกคนก็หลุดออก 27 เมือ ่ ผู ้ดูแลเรือนจําตืน ่ จากการหลับ และเห็นประตูเรือนจํา ั ดาบออกมา และหมายจะฆ่าตัวตาย โดยคิด เปิ ดอยู่ เขาก็ชก ว่านักโทษหนีไปแล ้ว 28 แต่เปาโลร ้องเสียงดังกล่าวว่า “อย่าทําร ้ายตนเองเลย เพราะเราทุกคนอยูท ่ น ี่ ”ี่ ่ และล ้มลงต่อ 29 แล ้วเขาจึงเรียกไฟ แล ้ววิง่ เข ้าไป ตัวสัน หน ้าเปาโลกับซีลาส 30 แล ้วพาพวกเขาออกไปแล ้วกล่าวว่า ท่านทัง้ หลายจะต ้อง ทําอย่างไรจึงจะรอดได ้? ่ ในพระเยซูคริสต์ แล ้วเจ ้าและ 31 พวกเขาจึงกล่าวว่า จงเชือ ครอบครัวของเจ ้าจะรอดด ้วย 32 แล ้วพวกเขานํ าพระวจนะของพระเจ ้ามาบอกเขาและแก่ ทุกคนทีอ ่ ยูใ่ นบ ้านของเขา 33 ในชัว่ โมงเดียวกันนัน ้ เอง นายได ้พาพวกเขาไปล ้าง บาดแผลของพวกเขา และเขาก็รับบัพติศมาทัง้ เขาและทุก คนของเขาทันที 34 และเมือ ่ ท่านได ้นํ าพวกท่านเข ้าไปในบ ้านของท่านแล ้ว ่ ชมยินดี เพราะ ท่านจัดอาหารให ้ท่านทัง้ หลายและมีความชืน ่ พระเจ ้าพร ้อมกับทุกคนในบ ้านของท่าน ท่านได ้เชือ 35 เมือ ่ รุง่ เช ้า พวกผู ้พิพากษาจึงส่งพวกยศสารวัตรไปสัง่ ว่า “จงปล่อยคนเหล่านัน ้ ไป” 36 เจ ้าหน ้าทีค ่ ม ุ ขังจึงบอกแก่เปาโลว่า “เจ ้าหน ้าทีไ่ ด ้ส่งคน มาเพือ ่ ปล่อยพวกท่านไป บัดนีจ ้ งไปเสียเถิด” 37 แต่เปาโลกล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเขาเฆีย ่ นตีเราอย่าง เปิ ดเผยโดยไม่ได ้รับการพิพากษาลงโทษ เนือ ่ งจากเราเป็ น ชาวโรมัน และได ้ขังเราไว ้ในคุก แล ้วบัดนีพ ้ วกเขาจะไล่เรา ออกไปอย่างลับๆ จริงหรือ? แต่ให ้พวกเขามาเองและพาเรา ออกไปเถอะ" ้ ผู ้ใหญ่ก็บอกคําเหล่านีแ 38 และพวกข ้าราชการชัน ้ ก่พวกผู ้ พิพากษา เมือ ่ พวกเขาได ้ยินว่าพวกนัน ้ เป็ นคนโรมัน พวกเขา ก็เริม ่ กลัว 39 พวกเขามาวิงวอนท่านทัง้ สองแล ้วพาออกไป และขอให ้ ท่านออกไปจากเมือง 40 แล ้วพวกเขาออกจากคุกไปในบ ้านของลีเดีย เมือ ่ พวกเขา เห็นพีน ่ ้องเหล่านัน ้ แล ้ว พวกเขาก็ปลอบใจพวกเขาแล ้วออก เดินทาง
บทที่ 16 1 แล ้วพระองค์เสด็จไปยังเมืองเดอร์เบและเมืองลิสตรา และ ่ ทิโมธี เป็ นบุตรของหญิงคน ดูเถิด มีสาวกคนหนึง่ อยูท ่ น ี่ ั่น ชือ ่ แต่บด หนึง่ ซึง่ เป็ นชาวยิวและเชือ ิ าเป็ นชาวกรีก ่ 2 ซึงพีน ่ ้องทีอ ่ ยูใ่ นเมืองลิสตราและเมืองอิโคนีอม ั ก็กล่าวถึง เรือ ่ งนีเ้ ป็ นอย่างดี 3 เปาโลปรารถนาทีจ ่ ะให ้เขาไปด ้วย และพาเขาไปเข ้าสุหนัต เพราะเห็นแก่พวกยิวทีอ ่ ยูใ่ นชุมชนนัน ้ เพราะพวกเขารู ้ดีวา่ บิดาของเขาเป็ นชาวกรีก 4 และเมือ ่ พวกท่านไปตามเมืองต่างๆ พวกเขาก็มอบคําสัง่ ที่ พวกอัครสาวกและผู ้อาวุโสในเยรูซาเล็มกําหนดให ้พวกเขา รักษา ่ และมี 5 และคริสตจักรเหล่านัน ้ ก็ได ้ตัง้ มั่นคงในความเชือ จํานวนเพิม ่ ขึน ้ ทุกวัน 6 ครัน ้ พวกเขาไปทั่วแคว ้นฟรีเจียและแคว ้นกาลาเทียแล ้ว พระวิญญาณบริสท ุ ธิท ์ รงห ้ามไม่ให ้พวกเขาประกาศพระวจนะ ในแคว ้นเอเชีย 7 เมือ ่ พวกเขามาถึงเมืองมิเซียแล ้ว พวกเขาพยายามจะไปที่ เมืองบิทเิ นีย แต่พระวิญญาณไม่ทรงยอมให ้พวกเขาไป 8 เมือ ่ พวกเขากําลังผ่านเมืองมิเซียก็ลงไปทีเ่ มืองโตรอัส 9 ในเวลากลางคืน เปาโลก็ได ้เห็นนิมต ิ เห็นชายชาวมาซิโด เนียคนหนึง่ ยืนอยูแ ่ ละขอร ้องเขาว่า “จงมาในมาซิโดเนียและ ช่วยพวกเราด ้วย” 10 และหลังจากทีท ่ า่ นได ้เห็นนิมต ิ นัน ้ แล ้ว เราจึงพยายามจะ ่ แน่วา่ พระเจ ้าทรงเรียกเรา ไปแคว ้นมาซิโดเนียทันที ด ้วยเชือ ให ้ไปประกาศข่าวประเสริฐแก่พวกเขา 11 เพราะฉะนัน ้ เราจึงออกเดินทางจากเมืองโตรอัส แล ้วมุง่ ตรงไปยังเมืองซาโมธราเซีย และวันรุง่ ขึน ้ เราก็ไปถึงเมืองนี อาโปลิส 12 และจากทีน ่ ั่นไปยังเมืองฟิ ลป ิ ปอย ซึง่ เป็ นเมืองเอกในส่วน มาซิโดเนีย และเป็ นเมืองอาณานิคม และเราพักอยูใ่ นเมือง นัน ้ หลายวัน 13 ในวันสะบาโตพวกเราออกไปจากเมืองโดยทางฝั่ งแม่นํ้า ซึง่ ผู ้คนมักอธิษฐานกัน แล ้วพวกเราก็นั่งลงพูดคุยกับสตรีท ี่ กําลังอยูท ่ น ี่ ั่น ่ ลิเดียเป็ นคนขายผ ้าสีมว่ งจากเมืองเ 14 และมีหญิงคนหนึง่ ชือ ทียทิรา ซึง่ เป็ นคนนับถือพระเจ ้า เธอได ้ฟั งพวกเรา และพระ เจ ้าทรงเปิ ดใจของเธอให ้ใส่ใจกับสิง่ ทีเ่ ปาโลได ้กล่าวไว ้ 15 เมือ ่ เธอและครอบครัวของเธอรับบัพติศมาแล ้ว เธอได ้ ่ สัตย์ตอ ขอร ้องเราว่า “ถ ้าท่านเห็นว่าข ้าพเจ ้าเป็ นผู ้ซือ ่ พระเจ ้า แล ้ว ก็เชิญเข ้ามาในบ ้านของข ้าพเจ ้าและอยูท ่ น ี่ ั่นเถิด” และ เธอได ้บังคับเรา 16 ครัน ้ พวกเราไปสวดมนต์ มีสาวคนหนึง่ ซึง่ มีวญ ิ ญาณ ทํานายดวงเข ้าสิงอยู่ เธอก็ทํานายให ้เจ ้านายของเธอได ้กําไร มาก โดยเธอทํานายว่า 17 คนดังกล่าวนัน ้ ได ้ติดตามเปาโลกับพวกเราไปและร ้องว่า คนเหล่านีเ้ ป็ นผู ้รับใช ้ของพระเจ ้าผู ้สูงสุด ซึง่ แสดงหนทาง แห่งความรอดแก่พวกเรา 18 และนางก็ทําเช่นนีอ ้ ยูห ่ ลายวัน แต่เปาโลเสียใจ จึงหันไป พูดกับวิญญาณนัน ้ ว่า “ข ้าพเจ ้าสัง่ เจ ้าในนามของพระเยซู 97
กิจการของอัครสาวก
21 (เพราะชาวเอเธนส์และคนแปลกหน ้าทีอ ่ ยูท ่ น ี่ ั่นไม่ได ้ใช ้ เวลาไปกับการบอกเล่าหรือฟั งเรือ ่ งใหม่ๆ เลย) 22 ขณะนัน ้ เปาโลยืนอยูก ่ ลางเนินเขามาร์สแล ้วกล่าวว่า “ท่านชาวเอเธนส์ ข ้าพเจ ้าเห็นว่าท่านทัง้ หลายเป็ นคนงมงาย เกินไปในทุกเรือ ่ ง 23 เพราะเมือ ่ ข ้าพเจ ้าผ่านไปและเห็นความศรัทธาของท่าน ข ้าพเจ ้าพบแท่นบูชามีจารึกว่า “แด่พระเจ ้าทีไ่ ม่รู ้จัก” ข ้าพเจ ้าจึงประกาศให ้ท่านทราบว่าท่านบูชาพระองค์แต่ไม่ รู ้จักพระองค์ 24 พระเจ ้าผู ้ทรงสร ้างโลกและสรรพสิง่ ในโลก ทรงเป็ นพระ เจ ้าแห่งสวรรค์และโลก มิได ้ประทับในวิหารทีส ่ ร ้างด ้วยมือ มนุษย์ 25 และพระองค์มไิ ด ้ทรงนมัสการด ้วยมือมนุษย์เสมือนว่าทรง ต ้องการสิง่ หนึง่ สิง่ ใด เพราะว่าพระองค์ประทานชีวต ิ ลม หายใจ และสิง่ ทัง้ ปวงแก่คนทัง้ ปวง 26 และทรงสร ้างมนุษย์ทก ุ ชาติจากเลือดเดียวกันให ้อยูท ่ ั่ว พืน ้ แผ่นดิน และทรงกําหนดเวลาไว ้ล่วงหน ้าและเขตแดนที่ อยูอ ่ าศัยของพวกเขา 27 เพือ ่ พวกเขาจะได ้แสวงหาพระเจ ้า หากพวกเขาจะคลําหา พระองค์ได ้และพบพระองค์ ถึงแม ้ว่าพระองค์จะไม่ทรงอยู่ ห่างไกลจากเราทุกคนก็ตาม 28 เพราะว่าเรามีชวี ต ิ เคลือ ่ นไหว และดํารงอยูโ่ ดยพระองค์ ดังทีก ่ วีบางคนในพวกท่านได ้กล่าวไว ้ว่า "พวกเราเป็ น ลูกหลานของพระองค์" ้ สายของพระเจ ้า เราไม่ควร 29 เพราะฉะนัน ้ เมือ ่ เราเป็ นเชือ คิดว่าพระเจ ้าทรงเป็ นเหมือนทอง เงิน หรือหิน ทีแ ่ กะสลัก ด ้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์ 30 และในช่วงเวลาแห่งความไม่รู ้นี้ พระเจ ้าทรงมองข ้ามไป แต่บด ั นี้ พระองค์ทรงบัญชาให ้มนุษย์ทก ุ คนทุกแห่งกลับใจ ใหม่ 31 เพราะพระองค์ได ้ทรงกําหนดวันหนึง่ ไว ้ ซึง่ พระองค์จะ ทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยบุคคลนัน ้ ซึง่ พระองค์ได ้ทรงกําหนดไว ้ และพระองค์ได ้ทรงให ้ความมั่นใจ แก่คนทัง้ ปวงในเรือ ่ งนัน ้ โดยทีพ ่ ระองค์ได ้ทรงชุบบุคคลนัน ้ ขึน ้ จากบรรดาคนตาย 32 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินเรือ ่ งการคืนชีพของคนตาย บางคนก็ เยาะเย ้ย และคนอืน ่ ๆ ก็กล่าวว่า เราจะฟั งท่านพูดเรือ ่ งนีอ ้ ก ี 33 ดังนัน ้ เปาโลจึงออกไปจากพวกเขา ่ ใน 34 อย่างไรก็ตาม มีบางคนติดตามพระองค์และเชือ จํานวนนัน ้ มี ไดโอนีเซียสแห่งอาเรโอปากอส และผู ้หญิงคน ่ ดามาริส และมีคนอืน หนึง่ ชือ ่ ๆ อีกอยูก ่ บ ั พวกเขา
บทที่ 17 1 ครัน ้ ผ่านเมืองอัมฟิ โปลิสและเมืองอพอลโลเนียแล ้ว พวก เขาก็มาถึงเมืองเทสซาโลนิกา ซึง่ มีธรรมศาลาของพวกยิวอยู่ 2 และเปาโลก็เข ้าไปหาพวกเขาตามกิรย ิ ามารยาทของเขา และโต ้แย ้งกับพวกเขาโดยใช ้พระคัมภีรเ์ ป็ นเวลาสามวันสะ บาโต 3 เปิ ดและอ ้างว่าพระคริสต์จําเป็ นต ้องทรงทนทุกข์และทรง คืนพระชนม์จากความตาย และพระเยซูผู ้ทีฉ ่ ั นประกาศแก่ ท่านนีค ้ อ ื พระคริสต์ ่ และคบหาสมาคมกับเปาโล 4 และบางคนในพวกเขาก็เชือ และซีลาส และมีชาวกรีกทีเ่ คร่งศาสนาเป็ นจํานวนมาก และ สตรีผู ้เป็ นใหญ่จํานวนไม่น ้อย ่ ก็อจิ ฉา จับคนลามกบางคนทีม 5 ส่วนพวกยิวทีไ่ ม่เชือ ่ ี พฤติกรรมตํา่ ช ้ามารวมกัน แล ้วก่อจลาจลทั่วเมือง แล ้วบุกไป ทีบ ่ ้านของยาโสน และพยายามจะพาพวกเขาออกไปหา ประชาชน 6 เมือ ่ ไม่พบแล ้ว พวกเขาจึงลากยาโสนกับพวกพีน ่ ้องบางคน ไปหาพวกผู ้ครองเมืองร ้องว่า “พวกทีท ่ ําให ้โลกกลับหัวกลับ หางก็มาทีน ่ ด ี่ ้วย” 7 ซึง่ ยาโสนได ้ต ้อนรับไว ้ และพวกเหล่านีล ้ ้วนขัดต่อคําสัง่ ของซีซาร์ โดยกล่าวว่ามีกษั ตริยอ ์ ก ี องค์หนึง่ คือเยซู 8 เมือ ่ ได ้ยินสิง่ เหล่านีพ ้ วกเขาจึงก่อความเดือดร ้อนแก่ผู ้คน และผู ้ปกครองเมือง 9 เมือ ่ พวกเขารับประกันตัวยาโสนและคนอืน ่ ๆ แล ้ว พวกเขา ก็ปล่อยพวกเขาไป 10 ครัน ้ กลางดึก พวกพีน ่ ้องจึงส่งเปาโลกับซีลาสไปทีเ่ มือง เบโรอาทันที เมือ ่ เขาไปถึงทีน ่ ั่น เขาก็เข ้าไปในธรรมศาลา ของพวกยิว 11 คนเหล่านีม ้ จ ี ต ิ ใจสูงส่งกว่าผู ้คนในเมืองเธสซาโลนิกา เพราะพวกเขารับพระวจนะด ้วยความเต็มใจ และค ้นดูพระ คัมภีรท ์ ก ุ วัน เพือ ่ ดูวา่ ข ้อความเหล่านัน ้ จะจริงดังทีก ่ ล่าว หรือไม่ ่ 12 เพราะฉะนัน ้ คนเป็ นอันมากในหมูพ ่ วกเขาจึงได ้เชือ รวมทัง้ สตรีผู ้มีเกียรติชาวกรีกด ้วย และผู ้ชายก็มไี ม่น ้อย 13 แต่เมือ ่ พวกยิวในเมืองเธสซาโลนิการู ้ว่าเปาโลประกาศ พระวจนะของพระเจ ้าในเมืองเบโรอา พวกเขาก็ไปทีน ่ ั่นด ้วย และปลุกปั่ นผู ้คน 14 แล ้วพวกพีน ่ ้องก็สง่ เปาโลไปทันทีราวกับว่าจะลงเรือไป ี าสกับทิโมธียังอยูท แต่ซล ่ น ี่ ั่น 15 และคนเหล่านัน ้ ทีน ่ ํ าเปาโลไปส่งเขาไปยังกรุงเอเธนส์ และได ้รับคําสัง่ ให ้บอกซีลาสกับทิโมธีให ้รีบไปหาเขาแล ้ว พวกเขาก็ออกเดินทาง 16 เมือ ่ เปาโลกําลังคอยท่านทัง้ สองอยูใ่ นกรุงเอเธนส์ จิตใจ ของเขาก็ปั่นป่ วนเมือ ่ เห็นว่าเมืองนัน ้ เต็มไปด ้วยการบูชารูป เคารพ 17 เพราะฉะนัน ้ พระองค์จงึ ทรงโต ้เถียงกับพวกยิวและกับผู ้นับ ถือศาสนาในธรรมศาลา และกับผู ้ทีม ่ าพบพระองค์ทต ี่ ลาดทุก วัน 18 ต่อมามีนักปรัชญาบางคนในพวกเอพิควิ เรียนและพวกสโต อิกมาพบเขา และบางคนก็พด ู ว่า “เจ ้าคนเพ ้อเจ ้อคนนีจ ้ ะพูด อะไร” บางคนก็พด ู ว่า “ดูเหมือนเขาจะเป็ นคนนํ าเทพเจ ้าต่าง ถิน ่ มาเผยแพร่ เพราะเขาเทศนาเรือ ่ งพระเยซูและการฟื้ นคืน พระชนม์แก่พวกเขา” 19 พวกเขาจึงนํ าพระองค์ไปยังอาเรโอปากัสแล ้วพูดว่า “เรา ขอทราบได ้ไหมว่าหลักคําสอนใหม่ทท ี่ า่ นพูดถึงนัน ้ คืออะไร” ่ ข 20 เพราะท่านนํ าเรือ ่ งแปลกๆ บางอย่างมาสูห ู องเรา เราจึง อยากทราบว่าสิง่ เหล่านีห ้ มายถึงอะไร
บทที่ 18 1 หลังจากเหตุการณ์เหล่านีแ ้ ล ้ว เปาโลก็ออกจากกรุง เอเธนส์ไปยังเมืองโครินธ์ ่ อาควิลา เกิดทีแ 2 และได ้พบชาวยิวคนหนึง่ ชือ ่ คว ้นปอนทัส ่ พริสซิลลา (เพราะคลอดิ และเพิง่ มาจากอิตาลีกบ ั ภรรยาชือ อัสสัง่ ชาวยิวทุกคนให ้ออกไปจากกรุงโรม) จึงไปหาพวกเขา 3 และเพราะว่าเขาเป็ นผู ้มีอาชีพเดียวกัน เขาจึงอาศัยอยูก ่ บ ั พวกเขาและทํางาน เพราะว่าในอาชีพของพวกเขา พวกเขา จึงเป็ นช่างทําเต็นท์ 4 และท่านก็ได ้ถกเถียงในธรรมศาลาทุกวันสะบาโต และได ้ ชักชวนทัง้ พวกยิวและพวกกรีก 5 เมือ ่ ซีลาสกับทิโมธีกลับมาจากมาซิโดเนียแล ้ว เปาโลก็ เกิดกําลังใจและเป็ นพยานแก่พวกยิวว่าพระเยซูเป็ นพระ คริสต์ 6 เมือ ่ พวกเขาขัดขวางตนเองและพูดดูหมิน ่ พระเจ ้า พระองค์ ้ ผ ้าของพระองค์และตรัสแก่พวกเขาว่า เลือดของ ก็สะบัดเสือ 98
กิจการของอัครสาวก
่ อย่างเข ้มแข็งและ 28 เพราะท่านได ้โน ้มน ้าวพวกยิวให ้เชือ เปิ ดเผยต่อหน ้าสาธารณชน โดยแสดงให ้พวกยิวเห็นโดยพระ คัมภีรว์ า่ พระเยซูคอ ื พระคริสต์
พวกท่านจงตกบนศีรษะของท่านเองเถิด ฉั นสะอาดแล ้ว ตัง้ แต่นต ี้ อ ่ ไปฉั นจะไปหาคนต่างชาติ” 7 แล ้วท่านก็ออกจากทีน ่ ั่น แล ้วเข ้าไปในบ ้านของชายคน ่ ยุสทัส ซึง่ เป็ นคนเคารพบูชาพระเจ ้า และบ ้านของ หนึง่ ชือ เขาติดกับธรรมศาลา 8 และคริสปั สซึง่ เป็ นหัวหน ้าธรรมศาลาพร ้อมทัง้ ครอบครัว ่ ในพระเจ ้า และชาวโครินธ์จํานวนมากทีไ่ ด ้ฟั ง ของเขาเชือ ่ และรับบัพติศมา แล ้วก็เชือ 9 แล ้วพระเจ ้าตรัสกับเปาโลทางนิมต ิ ในเวลากลางคืนว่า อย่า กลัวเลย จงพูดต่อไป อย่าเงียบ 10 เพราะว่าเราอยูก ่ บ ั เจ ้า และจะไม่มใี ครพยายามทําอันตราย เจ ้าได ้ เพราะว่าเรามีประชากรมากในเมืองนี้ 11 และท่านก็อยูท ่ น ี่ ั่นเป็ นเวลาหนึง่ ปี กบ ั หกเดือน โดยสัง่ สอน พระวจนะของพระเจ ้าแก่พวกเขา 12 เมือ ่ กัลลิโอเป็ นผู ้แทนของอาคายา พวกยิวก็รวมใจกันก่อ กบฏต่อต ้านเปาโล และนํ าตัวเขาไปทีบ ่ ล ั ลังก์พพ ิ ากษา ั ชวนคนทัง้ หลายให ้บูชาพระเจ ้าโดยขัด 13 กล่าวว่า คนนีช ้ ก ต่อธรรมบัญญัต ิ 14 เมือ ่ เปาโลกําลังจะเปิ ดปากพูด กัลลิโอก็พด ู กับพวกยิวว่า “ถ ้าเป็ นเรือ ่ งผิดหรือลามกทีช ่ วั่ ร ้าย พวกยิว ข ้าพเจ ้าก็ควรจะ อดทนกับพวกท่าน ่ และธรรมบัญญัตข 15 แต่ถ ้าเป็ นเรือ ่ งของคําพูดและชือ ิ อง ท่าน พวกท่านก็จงพิจารณาดูเถิด เพราะเราจะไม่เป็ นผู ้ตัดสิน เรือ ่ งเหล่านัน ้ 16 แล ้วท่านก็ขบ ั ไล่พวกเขาออกจากบัลลังก์พพ ิ ากษา 17 ชาวกรีกทัง้ หมดจึงจับโซสเธเนส หัวหน ้าธรรมศาลา ไปตี เขาทีบ ่ ล ั ลังก์พพ ิ ากษา แต่กล ั ลิโอไม่สนใจเรือ ่ งเหล่านีเ้ ลย 18 แล ้วเปาโลก็พักอยูท ่ น ี่ ั่นอีกสักพักหนึง่ แล ้วอําลาพีน ่ ้อง แล ้วล่องเรือจากทีน ่ ั่นไปยังแคว ้นซีเรีย โดยมีปริสกิลลาและ อาควิลาไปด ้วย โดยเขาได ้โกนศีรษะทีเ่ มืองเคนเครีย เพราะ เขาได ้ปฏิญาณไว ้ 19 แล ้วท่านมายังเมืองเอเฟซัสแล ้วละทิง้ พวกเขาไว ้ทีน ่ ั่น ส่วนท่านเองเข ้าไปในธรรมศาลาและโต ้เถียงกับพวกยิว 20 เมือ ่ พวกเขาขอให ้พระองค์อยูก ่ บ ั พวกเขาต่อไปอีก พระองค์ก็ไม่ยน ิ ยอม 21 แต่ทา่ นก็กล่าวอําลาพวกเขาโดยกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้า จะต ้องรักษาเทศกาลทีจ ่ ะจัดขึน ้ ในกรุงเยรูซาเล็มนีใ้ ห ้ได ้ แต่ ข ้าพเจ ้าจะกลับไปหาท่านอีกหากพระเจ ้าจะทรงประสงค์” แล ้วท่านก็ออกเดินทางจากเมืองเอเฟซัส 22 เมือ ่ ท่านมาถึงเมืองซีซาเรียแล ้ว ท่านขึน ้ ไปทักทาย คริสตจักร แล ้วลงไปยังเมืองอันทิโอก 23 และเมือ ่ ทรงอยูท ่ น ี่ ั่นสักพักหนึง่ แล ้ว พระองค์ก็เสด็จ ออกไป และเสด็จไปทั่วแคว ้นกาลาเทียและฟรีเจียตามลําดับ เพือ ่ ทรงเสริมกําลังเหล่าสาวกทัง้ หมด ่ อพอลโลส เกิดทีเ่ มืองอเล็กซาน 24 และมีชาวยิวคนหนึง่ ชือ เดรีย เป็ นคนพูดจาไพเราะและมีความรู ้มากในพระคัมภีร ์ เขา เดินทางมายังเมืองเอเฟซัส 25 บุคคลนีไ้ ด ้รับการสัง่ สอนตามทางของพระเจ ้า และ เนือ ่ งจากมีจต ิ ใจแรงกล ้า จึงพูดและสอนเรือ ่ งของพระเจ ้า อย่างขยันขันแข็ง โดยรู ้จักแต่พธิ บ ี พ ั ติศมาของยอห์นเท่านัน ้ 26แล ้วท่านก็เริม ่ พูดในธรรมศาลาอย่างกล ้าหาญ เมือ ่ อาควิล ลากับปริสกิลลาได ้ยินดังนัน ้ พวกเขาจึงพาท่านมาหาพวก เขา แล ้วอธิบายทางของพระเจ ้าให ้เขาฟั งอย่างแจ่มแจ ้ง ยิง่ ขึน ้ 27 เมือ ่ ท่านพร ้อมทีจ ่ ะไปยังแคว ้นอาคายา พีน ่ ้องก็เขียน จดหมายเตือนบรรดาศิษย์ให ้ต ้อนรับท่านไว ้ ครัน ้ ท่านมาถึง ่ ่ พวกเขาก็ชวยเหลือบรรดาศิษย์ทเี่ ชือโดยพระคุณมาก
บทที่ 19 1 ครัน ้ อโปลโลสอยูใ่ นเมืองโครินธ์แล ้ว เปาโลได ้เดินทางไป ถึงเขตตอนบนแล ้ว และพบสาวกบางคน ่ แล ้ว ท่าน 2 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “ตัง้ แต่ทา่ นเชือ ทัง้ หลายได ้รับพระวิญญาณบริสท ุ ธิแ ์ ล ้วหรือยัง?” พวกเขาจึง กล่าวแก่พระองค์วา่ “พวกเราไม่เคยได ้ยินว่ามีพระวิญญาณ บริสท ุ ธิด ์ ้วยซํ้า” 3 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “แล ้วพวกท่านรับบัพติศ มาเพือ ่ อะไร” พวกเขาจึงตอบว่า “รับบัพติศมาเพือ ่ ยอห์น” 4 แล ้วเปาโลกล่าวว่า ยอห์นได ้ทําพิธบ ี พ ั ติศมาแห่งการกลับ ่ ในพระองค์ทจ ใจจริง โดยบอกประชาชนว่าพวกเขาควรเชือ ี่ ะ มาภายหลังเขา คือในพระเยซูคริสต์ 5 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนี้ พวกเขาก็รับบัพติศมาในพระนาม ของพระเยซูเจ ้า 6 เมือ ่ เปาโลวางมือบนพวกเขาแล ้ว พระวิญญาณบริสท ุ ธิก ์ ็ เสด็จลงมาเหนือพวกเขา และพวกเขาก็พด ู ภาษาแปลกๆ และทํานายด ้วย 7 และผู ้ชายทัง้ หมดนัน ้ มีประมาณสิบสองคน 8 ท่านเข ้าไปในธรรมศาลาและเทศนาอย่างกล ้าหาญเป็ น เวลาสามเดือน โดยโต ้แย ้งและชักชวนกันในเรือ ่ งอาณาจักร ของพระเจ ้า ่ แต่พด 9 แต่เมือ ่ คนหลายคนใจแข็งขึน ้ และไม่เชือ ู ร ้ายเรือ ่ ง ทางนัน ้ ต่อหน ้าฝูงชน พระองค์ก็ทรงออกไปจากพวกเขา และ แยกสาวกออกไป โดยโต ้เถียงกันทุกวันในโรงเรียนของทีรัน นัสผู ้หนึง่ 10 และเหตุการณ์นด ี้ ําเนินต่อไปเป็ นเวลาสองปี จนคนทัง้ ปวง ทีอ ่ ยูใ่ นเอเชียทัง้ ชาวยิวและชาวกรีกได ้ยินพระวจนะของพระ เยซูเจ ้า 11 และพระเจ ้าทรงกระทําการอัศจรรย์พเิ ศษด ้วยมือของเปา โล: 12 จนผ ้าเช็ดหน ้าและผ ้ากันเปื้ อนจากร่างกายของเขาถูก นํ ามาวางให ้คนเจ็บป่ วย โรคภัยก็หายไป และวิญญาณร ้ายก็ ออกไปจากคนเหล่านัน ้ 13 คราวนัน ้ พวกยิวบางคนซึง่ เป็ นพวกทีข ่ บ ั ไล่ผไี ด ้พยายาม ใช ้พระนามพระเยซูเจ ้าเหนือพวกทีม ่ วี ญ ิ ญาณชัว่ ร ้าย โดย กล่าวว่า "เราขอสาบานต่อท่านโดยอ ้างพระเยซูทเี่ ปาโล ประกาศอยู"่ 14 และมีบต ุ รชายเจ็ดคนของเสวาซึง่ เป็ นชาวยิวและเป็ น หัวหน ้าปุโรหิตซึง่ กระทําการดังกล่าว 15วิญญาณชัว่ จึงตอบว่า พระเยซูฉันรู ้จัก และเปาโลฉั นก็รู ้จัก แต่พวกคุณเป็ นใคร? 16 แล ้วคนทีม ่ วี ญ ิ ญาณชัว่ สิงอยูใ่ นตัวก็กระโจนเข ้าใส่คน เหล่านัน ้ และเอาชนะพวกเขา และเอาชนะพวกเขาได ้ จน พวกเขาต ้องหนีออกจากบ ้านนัน ้ ในสภาพเปลือยกายและ ได ้รับบาดเจ็บ 17 และเรือ ่ งนีก ้ ็แพร่หลายไปจนทั่วทุกแห่งทัง้ พวกยิวและ พวกกรีกทีอ ่ าศัยอยูใ่ นเมืองเอเฟซัส และพวกเขาทุกคนต่างก็ มีความกลัว และพระนามของพระเจ ้าเยซูก็ได ้รับการยกย่อง ่ มาสารภาพและแสดงให ้เห็นการ 18 และมีหลายคนทีเ่ ชือ กระทําของตน 19 และคนจํานวนมากทีใ่ ช ้ศิลปะแปลกๆ นํ าตําราของตนมา รวมกันและเผาเสียต่อหน ้าคนทัง้ ปวง และพวกเขาคํานวณ ราคาตําราเหล่านัน ้ และพบว่าเป็ นเงินห ้าหมืน ่ เหรียญ
99
กิจการของอัครสาวก
บทที่ 20
20 พระวจนะของพระเจ ้าจึงเจริญขึน ้ อย่างมากและประสบชัย ชนะ ิ้ สุดลงแล ้ว เปาโลตัง้ ใจไว ้ใน 21ภายหลังเหตุการณ์เหล่านีส ้ น จิตวิญญาณว่า เมือ ่ ผ่านแคว ้นมาซิโดเนียและแคว ้นอาคายา แล ้ว เขาจะไปยังกรุงเยรูซาเล็ม โดยกล่าวว่า “เมือ ่ ข ้าพเจ ้า ไปทีน ่ ั่นแล ้ว ข ้าพเจ ้าจะต ้องไปเยีย ่ มชมกรุงโรมด ้วย” 22 ท่านจึงส่งผู ้ช่วยท่านสองคน คือ ทิโมธีกบ ั เอรัสทัส ไปยัง แคว ้นมาซิโดเนีย แต่ทา่ นเองยังพักอยูใ่ นแคว ้นเอเชียชัว่ ระยะ หนึง่ 23 ในเวลานัน ้ ก็เกิดความปั่ นป่ วนไม่น ้อยเกีย ่ วกับทางนัน ้ ่ เดเมทริอส 24 เพราะมีคนคนหนึง่ ชือ ั เป็ นช่างเงินซึง่ ทําแท่น บูชาเงินสําหรับไดอาน่า ทําให ้ช่างฝี มือเหล่านัน ้ มีรายได ้ไม่ น ้อย 25 พระองค์จงึ ทรงเรียกคนงานทีท ่ ําอาชีพเดียวกันมาประชุม แล ้วตรัสว่า ท่านทัง้ หลายทราบดีวา่ เรารํ่ารวยเพราะอาชีพนี้ 26 ยิง่ กว่านัน ้ ท่านทัง้ หลายก็เห็นและได ้ยินว่า ไม่ใช่แต่ใน เมืองเอเฟซัสเท่านัน ้ แต่เกือบตลอดทั่วเอเชีย เปาโลคนนีไ้ ด ้ โน ้มน ้าวใจผู ้คนจํานวนมากให ้ละทิง้ ไป โดยกล่าวว่าสิง่ เหล่านัน ้ ไม่ใช่พระเจ ้า ซึง่ สร ้างขึน ้ ด ้วยมือมนุษย์ 27 เพราะฉะนัน ้ ไม่เพียงแต่การงานของเราจะตกอยูใ่ น อันตรายทีจ ่ ะต ้องสูญเปล่า แต่ยังทําให ้พระวิหารของเทพีได อาน่าผู ้ยิง่ ใหญ่จะต ้องถูกดูหมิน ่ และทําลายความยิง่ ใหญ่ ตระการตาของพระนาง ซึง่ คนเอเชียทัง้ หลายแห่งโลกต่าง บูชาพระองค์ 28 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินถ ้อยคําเหล่านี้ ก็โกรธจัด และร ้อง ตะโกนว่า “พระแม่ไดอาน่าของชาวเอเฟซัสนัน ้ ยิง่ ใหญ่” ั สนอลหม่านไปหมด และเมือ 29 และคนทัง้ เมืองก็สบ ่ จับกาย อัสกับอาริสทารคัสชาวมาซิโดเนียซึง่ เป็ นเพือ ่ นร่วมทางของ เปาโลได ้ ก็รบ ี รุดเข ้าไปในโรงละครทันที 30 เมือ ่ เปาโลอยากเข ้าไปหาประชาชน เหล่าสาวกก็ไม่ยอม ให ้ท่านเข ้าไป 31 หัวหน ้าบางคนในเอเชียซึง่ เป็ นเพือ ่ นของพระองค์ก็สง่ คน ไปหาพระองค์ โดยขอร ้องพระองค์ไม่ให ้เข ้าไปในโรงละคร 32 บางคนก็ร ้องอย่างนี้ บางคนก็ร ้องอย่างนัน ้ เพราะว่าที่ ประชุมเกิดความสับสน และคนส่วนใหญ่ไม่รู ้ว่าพวกเขามา รวมกันทําไม 33 พวกเขาจึงลากอเล็กซานเดอร์ออกจากฝูงชน พวกยิวก็ ผลักเขาออกไป อเล็กซานเดอร์โบกมือและต ้องการจะแก ้ ต่างให ้ประชาชน 34 เมือ ่ พวกเขารู ้ว่าเขาเป็ นชาวยิว ทุกคนก็ร ้องเป็ นเสียง เดียวกันประมาณสองชัว่ โมงว่า “พระไดอาน่าแห่งชาวเอ เฟซัสทรงยิง่ ใหญ่” 35 เมือ ่ เจ ้าหน ้าทีเ่ มืองสงบสติอารมณ์ของประชาชนแล ้ว เขา กล่าวว่า “ชาวเมืองเอเฟซัสเอ๋ย มีใครบ ้างทีไ่ ม่รู ้ว่าชาวเมือง เอเฟซัสเป็ นผู ้บูชาเทพีไดอาน่าผู ้ยิง่ ใหญ่ และบูชารูปเคารพ ทีต ่ กลงมาจากดาวพฤหัสบดี?” 36 เมือ ่ เห็นว่าเรือ ่ งเหล่านีไ้ ม่อาจพูดต่อต ้านได ้ พวกท่านก็ ควรจะนิง่ เงียบและไม่ทําอะไรโดยหุนหันพลันแล่น 37 เพราะท่านทัง้ หลายได ้นํ าคนเหล่านีม ้ า ซึง่ มิใช่เป็ นโจร ปล ้นคริสตจักร หรือเป็ นผู ้ดูหมิน ่ เทวีของท่าน 38 เหตุฉะนัน ้ ถ ้าเดเมทริอส ั กับพวกช่างฝี มือทีอ ่ ยูก ่ บ ั เขามี เรือ ่ งกับใคร กฎหมายก็เปิ ดเผยและมีตวั แทนอยู่ ให ้พวกเขา ฟ้ องกันเองเถอะ 39 แต่ถ ้าพวกท่านซักถามเรือ ่ งอืน ่ ใด ก็ต ้องตัดสินกันในที่ ประชุมอันชอบธรรม 40 เพราะเราอยูใ่ นอันตรายทีจ ่ ะถูกซักถามเกีย ่ วกับความ วุน ่ วายในวันนี้ เพราะไม่มส ี าเหตุใดทีเ่ ราจะต ้องให ้คําอธิบาย เกีย ่ วกับความวุน ่ วายครัง้ นี้ 41 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ทรงให ้เลิกประชุม
1 เมือ ่ ความวุน ่ วายยุตล ิ งแล ้ว เปาโลจึงเรียกเหล่าสาวกมาหา พระองค์ แล ้วกอดพวกเขาไว ้ แล ้วออกเดินทางไปยังแคว ้น มาซิโดเนีย 2 และเมือ ่ ท่านได ้ไปเยีย ่ มเยียนเขตเหล่านัน ้ แล ้ว และได ้ให ้ คําเตือนสติแก่พวกเขาเป็ นอย่างมาก ท่านจึงได ้มายัง ประเทศกรีก 3 และอยูท ่ น ี่ ั่นเป็ นเวลาสามเดือน เมือ ่ พวกยิวดักโจมตี พระองค์ ขณะทีพ ่ ระองค์กําลังจะลงเรือไปยังซีเรีย พระองค์ก็ ตัง้ พระทัยจะเสด็จกลับผ่านมาซิโดเนีย 4 พระองค์เสด็จเข ้าไปในแคว ้นเอเชียโสปาเตอร์แห่งเบโรอา ด ้วย และของชาวเธสะโลนิกา อาริสตาร์คส ั และเสคุนดัส; และกายอัสแห่งเดอร์บ ี และทิโมธี; และของเอเชียทีคก ิ ส ั และ โตรฟิ มัส 5 พวกเหล่านีไ้ ด ้ไปรออยูข ่ ้างหน ้าเพือ ่ เราทีเ่ มืองโตรอัส 6 แล ้วพวกเราก็ลอ ่ งเรือออกจากฟิ ลป ิ ปอยหลังจากวัน ้ และมาถึงพวกเขาทีเ่ มืองโตรอัสใน เทศกาลขนมปั งไร ้เชือ เวลาห ้าวัน และอยูท ่ น ี่ ั่นเจ็ดวัน 7 ครัน ้ ถึงวันแรกของสัปดาห์ เมือ ่ พวกสาวกมาประชุมกันเพือ ่ หักขนมปั ง เปาโลก็เทศนาสัง่ สอนพวกเขา และเตรียมจะออก เดินทางในวันรุง่ ขึน ้ และพูดต่อไปจนเทีย ่ งคืน 8 และมีตะเกียงหลายดวงในห ้องบนทีเ่ ขาทัง้ หลายประชุมกัน อยู่ ่ ยุทค 9 และมีชายหนุ่มคนหนึง่ ชือ ิ ส ั นั่งอยูท ่ ห ี่ น ้าต่าง นอนหลับ สนิท เมือ ่ เปาโลกําลังเทศนาอยูน ่ าน เขาก็หลับไป และพลัด ้ สาม และถูกอุ ้มขึน ตกจากชัน ้ ไปในอากาศจนตาย 10 เปาโลลงไปกราบพระองค์และกอดพระองค์ไว ้แล ้วกล่าว ว่า “อย่าลําบากเลย ชีวต ิ ของเขาอยูใ่ นตัวเขา” 11 ครัน ้ ท่านขึน ้ มาหักขนมปั งและรับประทานอาหารและ สนทนาต่อไปอีกช ้านานจนสว่าง ท่านก็จากไป 12 แล ้วพวกเขานํ าชายหนุ่มนัน ้ มาโดยมีชวี ต ิ และก็มค ี วาม สบายใจไม่น ้อย 13 และพวกเราก็ลงเรือไปก่อนและแล่นไปยังเมืองอัสโซส โดยตัง้ ใจว่าจะรับเปาโลไว ้ทีน ่ ั่น เพราะเปาโลตัง้ ใจไว ้เช่นนัน ้ โดยตัง้ ใจว่าจะออกเดินทางต่อไป 14 เมือ ่ เขามาพบพวกเราทีเ่ มืองอัสโซส พวกเราก็รับเขาเข ้า ไปและมายังเมืองมิทล ิ เี น 15 แล ้วพวกเราก็ลอ ่ งเรือจากทีน ่ ั่น และวันรุง่ ขึน ้ เราก็มาถึงฝั่ ง ตรงข ้ามเกาะคิออส และวันรุง่ ขึน ้ เราก็มาถึงเกาะซามอส และ พักอยูท ่ เี่ มืองโตรกิลเลียม และวันรุง่ ขึน ้ เราก็มาถึงเมืองมิ เลทัส 16 เพราะว่าเปาโลตัง้ ใจไว ้ว่าจะแล่นเรือผ่านเมืองเอเฟซัส เพราะไม่อยากจะใช ้เวลาอยูใ่ นเอเชีย แต่เขาเร่งรีบให ้ถึงกรุง เยรูซาเล็มในวันเพ็นเทคอสต์หากเป็ นไปได ้ 17 และจากเมืองมิเลทัส เขาส่งคนไปยังเมืองเอเฟซัส และ เรียกบรรดาผู ้อาวุโสของคริสตจักรมา 18 เมือ ่ พวกเขามาหาพระองค์ พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าทัง้ หลายก็รู ้ตัง้ แต่วันแรกทีข ่ ้าพเจ ้าเข ้ามาในเอเชียว่า ข ้าพเจ ้าได ้ประพฤติตอ ่ พวกท่านอย่างไรมาตลอด 19 โดยรับใช ้พระเจ ้าด ้วยความถ่อมใจอย่างยิง่ และด ้วยนํ้ าตา และความยากลําบากมากมาย ซึง่ เกิดขึน ้ กับข ้าพเจ ้า เนือ ่ งจากพวกยิวคอยดักจับ 20 และฉั นไม่เคยปิ ดบังสิง่ ใดทีเ่ ป็ นประโยชน์ตอ ่ ท่านเลย แต่ ได ้แสดงให ้ท่านเห็นและได ้สอนท่านต่อหน ้าสาธารณชนและ ตามบ ้านเรือน 21 โดยเป็ นพยานต่อทัง้ พวกยิวและพวกกรีกถึงการกลับใจ ่ ต่อพระเยซูคริสต์องค์พระผู ้เป็ น ใหม่ตอ ่ พระเจ ้า และความเชือ เจ ้าของเรา 100
กิจการของอัครสาวก
22 ดูเถิด บัดนีข ้ ้าพเจ ้าจะต ้องไปยังกรุงเยรูซาเล็มโดยถูกผูก ไว ้โดยวิญญาณ โดยไม่รู ้ว่าอะไรจะเกิดขึน ้ กับข ้าพเจ ้าทีน ่ ั่น 23 เว ้นแต่พระวิญญาณบริสท ุ ธิท ์ รงเป็ นพยานในทุกเมืองว่า พันธนาการและความทุกข์ยากยังคงอยูก ่ บ ั ข ้าพเจ ้า 24 แต่สงิ่ เหล่านีม ้ ไิ ด ้ทําให ้ข ้าพเจ ้าหวั่นไหวเลย และข ้าพเจ ้า ไม่ถอ ื ว่าชีวต ิ ของข ้าพเจ ้าเป็ นสิง่ ทีร่ ักสําหรับข ้าพเจ ้าเอง เพือ ่ ข ้าพเจ ้าจะได ้บรรลุเป้ าหมายของตนด ้วยความยินดี และการ ปรนนิบต ั ท ิ ข ี่ ้าพเจ ้าได ้รับจากองค์พระเยซูเจ ้า คือเป็ นพยาน ถึงข่าวประเสริฐแห่งพระคุณของพระเจ ้า 25 และบัดนีข ้ ้าพเจ ้าทราบแล ้วว่า พวกท่านทุกคนทีข ่ ้าพเจ ้า ได ้ไปประกาศข่าวอาณาจักรของพระเจ ้าในหมูพ ่ วกท่าน จะ ไม่เห็นหน ้าข ้าพเจ ้าอีกต่อไป 26 เพราะฉะนัน ้ ข ้าพเจ ้าขอเอาท่านเป็ นพยานในวันนีว้ า่ ข ้าพเจ ้าบริสท ุ ธิจ์ ากโลหิตของมนุษย์ทก ุ คน 27 เพราะข ้าพเจ ้ามิได ้เลีย ่ งทีจ ่ ะบอกให ้ท่านทัง้ หลายทราบ ้ ของพระเจ ้า ถึงพระดําริทงั ้ สิน 28 เพราะฉะนัน ้ ท่านทัง้ หลายจงระวังตัวและดูแลฝูงแกะทัง้ ปวงทีพ ่ ระวิญญาณบริสท ุ ธิไ์ ด ้ทรงตัง้ ท่านให ้เป็ นผู ้ดูแล เพือ ่ เลีย ้ งดูคริสตจักรของพระเจ ้า ทีพ ่ ระองค์ทรงไถ่ไว ้ด ้วยพระ โลหิตของพระองค์เอง 29 เพราะข ้าพเจ ้าทราบอยูว่ า่ เมือ ่ ข ้าพเจ ้าไปแล ้ว จะมีสน ุ ัข ป่ าตัวร ้ายเข ้ามาในหมูพ ่ วกท่าน และไม่ละเว ้นฝูงแกะเลย 30 ในหมูพ ่ วกท่านเองก็จะมีคนลุกขึน ้ มาพูดจาบิดเบือนเพือ ่ ชักชวนสาวกให ้ติดตามพวกเขา 31 เพราะฉะนัน ้ จงเฝ้ าระวังและจําไว ้ว่าตลอดระยะเวลาสามปี ข ้าพเจ ้าไม่หยุดทีจ ่ ะเตือนสติทก ุ คนด ้วยนํ้ าตาทัง้ กลางวันและ กลางคืน 32 บัดนี้ พีน ่ ้องทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าฝากท่านไว ้กับพระเจ ้าและ กับพระวจนะแห่งพระคุณของพระองค์ ซึง่ สามารถสร ้างท่าน ขึน ้ ได ้ และประทานมรดกให ้ท่านทัง้ หลายร่วมกับบรรดาผู ้ที่ ได ้รับการชําระให ้บริสท ุ ธิ์ ้ ผ ้าของผู ้ใด 33 ข ้าพเจ ้ามิได ้โลภเงินหรือทองหรือเสือ 34 พวกท่านเองก็รู ้อยูแ ่ ล ้วว่ามือเหล่านีไ้ ด ้ช่วยเหลือข ้าพเจ ้า ในเรือ ่ งทีจ ่ ําเป็ นและแก่ผู ้ทีอ ่ ยูก ่ บ ั ข ้าพเจ ้าด ้วย 35 ฉั นได ้แสดงให ้ท่านทัง้ หลายเห็นแล ้วว่า การทีท ่ า่ นทํางาน หนักเช่นนีค ้ วรช่วยเหลือผู ้ทีอ ่ อ ่ นแอ และควรระลึกถึงพระ วจนะของพระเยซูเจ ้าทีพ ่ ระองค์ตรัสว่า การให ้มีความสุขยิง่ กว่าการรับ 36 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็ทรงคุกเข่าลงอธิษฐานกับ พวกเขาเหล่านัน ้ ทุกคน 37 พวกเขาทัง้ หมดก็ร ้องไห ้อย่างหนัก และก ้มลงทีค ่ อของ เปาโล และจูบเขา 38 พวกเขาโศกเศร ้าเสียใจเป็ นอย่างยิง่ เพราะถ ้อยคําที่ พระองค์ตรัสว่า พวกเขาจะไม่เห็นหน ้าพระองค์อก ี ต่อไป พวก เขาจึงพาพระองค์ไปทีเ่ รือ
5 ครัน ้ ครบกําหนดวันเหล่านัน ้ แล ้ว เราจึงออกเดินทาง พวก เขาพาเราพร ้อมด ้วยภรรยาและบุตรทัง้ หลาย จนกระทั่งเรา ออกจากเมือง แล ้วเราก็คก ุ เข่าลงทีฝ ่ ั่ ง และอธิษฐาน 6 เมือ ่ เราลากันแล ้ว เราก็ลงเรือแล ้วพวกเขาก็กลับบ ้าน 7 เมือ ่ เราเดินทางจบจากเมืองไทร์แล ้ว เราจึงมายังเมืองปโต เลไมส์ และทักทายพีน ่ ้อง และพักอยูก ่ บ ั พวกเขาวันหนึง่ 8 วันรุง่ ขึน ้ พวกเราซึง่ เป็ นพวกของเปาโลก็ออกเดินทาง และ มาถึงเมืองซีซาเรีย แล ้วเข ้าไปในบ ้านของฟิ ลป ิ ผู ้ประกาศข่าว ประเสริฐ ซึง่ เป็ นคนหนึง่ ในพวกเจ็ดคนนัน ้ และพักอยูก ่ บ ั เขา ี่ น ซึง่ ทํานายได ้ 9 และชายผู ้นัน ้ ก็มล ี ก ู สาวพรหมจารีสค 10 ครัน ้ พวกเราพักอยูท ่ น ี่ ั่นหลายวันแล ้ว มีผู ้เผยพระวจนะคน ่ หนึง่ ชืออากาบัสลงมาจากแคว ้นยูเดีย 11 ครัน ้ มาถึงเราแล ้ว เขาเอาผ ้าคาดเอวของเปาโลมัดมือและ เท ้าของเขาเอง แล ้วกล่าวว่า พระวิญญาณบริสท ุ ธิต ์ รัสดังนีว้ า่ พวกยิวในกรุงเยรูซาเล็มจะมัดคนทีเ่ ป็ นเจ ้าของผ ้าคาดเอวนี้ อย่างนี้ และจะมอบเขาไว ้ในมือของบรรดาคนต่างชาติ” 12 เมือ ่ เราได ้ยินเช่นนัน ้ เรากับคนทีน ่ ั่นก็ขอร ้องท่านอย่าขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 13 แล ้วเปาโลจึงตอบว่า “เหตุใดท่านจึงร ้องไห ้และทําให ้ใจ ข ้าพเจ ้าสลาย ข ้าพเจ ้าก็เต็มใจไม่เพียงแต่จะต ้องถูกผูกมัด เท่านัน ้ แต่ยังพร ้อมทีจ ่ ะตายทีก ่ รุงเยรูซาเล็มเพือ ่ พระนาม ของพระเยซูเจ ้าด ้วย” ่ เราก็หยุดโดยกล่าวว่า ขอให ้พระ 14 เมือ ่ ท่านไม่ยอมเชือ ประสงค์ของพระเจ ้าสําเร็จ 15 และภายหลังวันเหล่านัน ้ เราได ้ขนรถม ้าของเราขึน ้ ไปยัง กรุงเยรูซาเล็ม 16 มีสาวกบางคนจากเมืองซีซาเรียไปกับเราด ้วย และนํ าคน ่ มนาสันจากเกาะไซปรัสมาด ้วย เป็ นสาวกเก่าแก่ทเี่ รา หนึง่ ชือ จะให ้พักอยูก ่ บ ั เขา 17 เมือ ่ เรามาถึงกรุงเยรูซาเล็มแล ้ว พีน ่ ้องก็ต ้อนรับเราด ้วย ความยินดี 18 ครัน ้ วันรุง่ ขึน ้ เปาโลกับพวกเราก็เข ้าไปหาเจมส์ และพวก ผู ้เฒ่าก็อยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย 19 และเมือ ่ ท่านทักทายพวกเขาแล ้ว ท่านก็ได ้บอกเล่า โดยเฉพาะถึงสิง่ ต่างๆ ทีพ ่ ระเจ ้าได ้ทรงกระทําท่ามกลาง ชาวต่างชาติโดยการรับใช ้ของท่าน 20 เมือ ่ พวกเขาได ้ยินดังนัน ้ พวกเขาก็สรรเสริญพระเจ ้าและ ่ เป็ น กล่าวแก่ทา่ นว่า “พีช ่ าย ท่านเห็นไหมว่ามีชาวยิวทีเ่ ชือ จํานวนนับพันคน และทุกคนล ้วนแต่มใี จศรัทธาในธรรม บัญญัต”ิ 21 และพวกเขาได ้รับแจ ้งถึงท่านว่า ท่านสัง่ สอนชาวยิวทัง้ ปวงทีอ ่ ยูท ่ า่ มกลางคนต่างชาติให ้ละทิง้ โมเสส โดยบอกว่า พวกเขาไม่ควรให ้บุตรหลานของตนเข ้าสุหนัต และไม่ควร ดําเนินตามธรรมเนียม 22 เพราะฉะนัน ้ เหตุใดจึงเป็ นเช่นนัน ้ ฝูงชนจึงต ้องมารวมกัน เพราะเขาจะได ้ยินว่าท่านมาแล ้ว 23 เพราะฉะนัน ้ จงทําอย่างนีต ้ ามทีเ่ ราบอกท่าน คือ เรามีคน ่ นทีไ่ ด ้ปฏิญาณไว ้แล ้ว สีค 24 จงพาพวกเขาไปชําระตัวพร ้อมกับพวกเขา และรับผิดชอบ ร่วมกับพวกเขา เพือ ่ พวกเขาจะได ้โกนหัว และให ้ทุกคนรู ้ว่า เรือ ่ งทีพ ่ วกเขาได ้ยินมาเกีย ่ วกับคุณนัน ้ ไม่จริง แต่คณ ุ เองก็ ดําเนินชีวต ิ อย่างมีระเบียบและรักษาธรรมบัญญัตด ิ ้วย ่ นัน 25 ในส่วนของชาวต่างชาติทเี่ ชือ ้ เราได ้เขียนและสรุปว่า พวกเขาไม่ปฏิบต ั ต ิ ามสิง่ ดังกล่าวเลย ยกเว ้นแต่วา่ พวกเขางด เว ้นจากสิง่ ของทีบ ่ ช ู ารูปเคารพ และงดเว ้นจากเลือด งดเว ้น จากการถูกรัดคอ และงดเว ้นจากการผิดประเวณี 26 แล ้วเปาโลก็พาคนเหล่านัน ้ ไป และวันรุง่ ขึน ้ เขาได ้ชําระ ตัวพร ้อมกับพวกเขาแล ้ว จึงเข ้าไปในพระวิหาร เพือ ่ แสดงว่า
บทที่ 21 1 ครัน ้ เราออกจากทีน ่ ั่นแล ้วและออกเดินทางต่อไป เราก็มงุ่ ตรงไปยังเกาะโคส และในวันรุง่ ขึน ้ ก็มาถึงเกาะโรดส์ และ จากทีน ่ ั่นก็มาถึงเมืองปาทารา 2 เมือ ่ พบเรือลําหนึง่ กําลังจะไปฟิ นเิ ซีย เราจึงลงเรือแล ้วออก เดินทาง 3 เมือ ่ เราพบเกาะไซปรัสแล ้ว เราจึงออกจากเกาะนัน ้ ทางซ ้าย แล ้วแล่นเรือไปซีเรีย แล ้วขึน ้ ฝั่ งทีเ่ มืองไทร์ เพราะว่าเรือ จะต ้องขนถ่ายสิง่ ของลงทีน ่ ั่น 4 และเมือ ่ พวกเราพบสาวกเหล่านัน ้ เราจึงอยูท ่ น ี่ ั่นเจ็ดวัน สาวกเหล่านัน ้ ได ้กล่าวกับเปาโลโดยพระวิญญาณว่าเขาไม่ ควรขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 101
กิจการของอัครสาวก
8 ข ้าพเจ ้าจึงตอบว่า “ท่านเป็ นใคร พระเจ ้าข ้า” พระองค์จงึ ตรัสแก่ข ้าพเจ ้าว่า “ ข ้าพเจ ้าคือเยซูชาวนาซาเร็ธซึง่ ท่านข่ม เหง” 9 ส่วนคนเหล่านัน ้ ทีอ ่ ยูก ่ บ ั ข ้าพเจ ้าเห็นแสงสว่างและกลัว แต่ ไม่ได ้ยินเสียงผู ้ทีพ ่ ด ู กับข ้าพเจ ้า 10 ข ้าพเจ ้าจึงถามว่า “ข ้าพเจ ้าจะต ้องทําอย่างไร พระเจ ้าข ้า” พระเจ ้าตรัสกับข ้าพเจ ้าว่า “ จงลุกขึน ้ และไปยังเมืองดามัสกัส และทีน ่ ั่นจะมีคนบอกเจ ้าถึงทุกสิง่ ทีถ ่ ก ู กําหนดให ้เจ ้าทํา” 11 ครัน ้ ข ้าพเจ ้าไม่เห็นอะไรเพราะเห็นแสงสว่างนัน ้ จึงมีคน มาจูงมือข ้าพเจ ้าเข ้าไปในเมืองดามัสกัส 12 และมีอะนาเนียคนหนึง่ เป็ นผู ้เคร่งศาสนาตามธรรมบัญญัต ิ ื่ เสียงดีในหมูช และมีชอ ่ าวยิวทุกคนทีอ ่ าศัยอยูท ่ น ี่ ั่น 13 ข ้าพเจ ้ามาหาท่านและยืนขึน ้ กล่าวกับข ้าพเจ ้าว่า “พีซ ่ า อูล จงมองเห็นเถิด” และในตอนนัน ้ ข ้าพเจ ้าก็มองดูเขา 14 และท่านกล่าวว่า พระเจ ้าแห่งบรรพบุรษ ุ ของเราได ้ทรง เลือกท่านไว ้ เพือ ่ ท่านจะรู ้จักพระประสงค์ของพระองค์ และ เพือ ่ ให ้ท่านเห็นว่าพระองค์ผู ้ชอบธรรมนัน ้ เป็ นใคร และ เพือ ่ ให ้ท่านได ้ยินพระสุรเสียงจากพระโอษฐ์ของพระองค์ 15 เพราะเจ ้าจะเป็ นพยานของพระองค์ให ้คนทัง้ ปวงทราบถึง สิง่ ทีเ่ จ ้าได ้เห็นและได ้ยิน 16 และบัดนี้ เหตุใดท่านจึงยังรออยู่ จงลุกขึน ้ รับบัพติศมา และชําระบาปของท่านเสีย โดยเรียกขานพระนามของพระ เจ ้า 17 ครัน ้ ข ้าพเจ ้ามายังกรุงเยรูซาเล็มอีก ขณะทีก ่ ําลังอธิษฐาน อยูใ่ นพระวิหาร ข ้าพเจ ้าก็อยูใ่ นภวังค์ 18 และได ้เห็นพระองค์ตรัสกับฉั นว่า จงรีบออกไปจากกรุง เยรูซาเล็มโดยเร็ว เพราะว่าคนเหล่านัน ้ จะไม่รับคําเป็ นพยาน ของเจ ้าเกีย ่ วกับเรา 19 ข ้าพเจ ้าจึงกล่าวว่า “พระองค์เจ ้าข ้า คนเหล่านัน ้ รู ้ว่า ่ ในพระองค์ไว ้ในธรรม ข ้าพเจ ้าได ้ขังและเฆีย ่ นตีบรรดาผู ้ทีเ่ ชือ ศาลาทุกแห่ง ี เพือ 20 และเมือ ่ โลหิตของสเตเฟนผู ้พลีชพ ่ ท่านถูกหลัง่ ฉั นก็ ้ ผ ้าของคน ยืนอยูใ่ กล ้ ๆ และยินยอมให ้เขาตาย และดูแลเสือ ทีฆ ่ า่ เขา 21 แล ้วพระองค์ตรัสแก่ข ้าพเจ ้าว่า จงไปเถิด เราจะส่งเจ ้าไป ยังคนต่างชาติไกลๆ 22 พวกเขาจึงฟั งคํานัน ้ แล ้วตะโกนว่า “จงเอาคนอย่างนีไ้ ป จากแผ่นดินเถิด เพราะว่าไม่สมควรทีเ่ ขาจะอยูต ่ อ ่ ไป” ้ ผ ้าของตนออก และ 23 เมือ ่ พวกเขาร ้องตะโกน และถอดเสือ โปรยฝุ่ นขึน ้ ไปในอากาศ 24 นายทหารสัง่ ให ้นํ าเขาเข ้าไปในปราสาท และสัง่ ให ้ สอบสวนเขาโดยการเฆีย ่ นตี เพือ ่ เขาจะได ้รู ้ว่าเหตุใดพวกเขา จึงร ้องตะโกนต่อต ้านเขาเช่นนัน ้ 25 และเมือ ่ พวกเขามัดเขาด ้วยเชือก เปาโลก็พด ู กับนายร ้อย ทีย ่ น ื อยูต ่ รงนัน ้ ว่า "เป็ นการถูกต ้องตามกฎหมายหรือไม่ทเี่ จ ้า จะเฆีย ่ นคนทีเ่ ป็ นชาวโรมันและยังไม่ถก ู ตัดสินลงโทษ" 26เมือ ่ นายร ้อยได ้ยินดังนัน ้ จึงไปแจ ้งนายร ้อยว่า “จงระวังสิง่ ทีท ่ า่ นทํา เพราะว่าผู ้นีเ้ ป็ นชาวโรมัน” 27 นายทหารจึงมาบอกเขาว่า “บอกข ้าพเจ ้าหน่อย ท่านเป็ น ชาวโรมันหรือเปล่า” เขาตอบว่า “ใช่” 28 นายทหารจึงตอบว่า “ข ้าพเจ ้าได ้รับอิสรภาพนีด ้ ้วยเงิน จํานวนมาก” และเปาโลจึงกล่าวว่า “แต่ข ้าพเจ ้าเกิดมาเป็ น อิสระ” 29 แล ้วพวกผู ้ทีจ ่ ะสอบสวนเขาออกไปทันที และนายทหาร ผู ้บังคับบัญชาก็กลัวเช่นกัน เมือ ่ ทราบว่านายทหารคนนัน ้ เป็ น ชาวโรมัน และเพราะว่าเขาได ้มัดเขาไว ้ 30 ครัน ้ รุง่ ขึน ้ เขาอยากทราบความจริงว่าเหตุใดพวกยิวจึง กล่าวโทษเขา เขาจึงปลดพันธนาการของเขาออก แล ้วสัง่ ให ้
วันชําระตัวนัน ้ ได ้สําเร็จ จนกว่าจะมีการถวายเครือ ่ งบูชาเพือ ่ พวกเขาแต่ละคน ้ เจ็ดวันแล ้ว พวกยิวทีอ 27 เมือ ่ ใกล ้จะสิน ่ ยูใ่ นเอเชียเมือ ่ เห็น พระองค์ในพระวิหารก็ยย ุ งให ้คนทัง้ หลายลุกขึน ้ แล ้ววางมือ บนพระองค์ 28 และร ้องออกไปว่า พวกอิสราเอล จงช่วยกันเถิด ชายคนนี้ คือคนทีส ่ อนมนุษย์ทั่วทุกแห่งให ้ต่อต ้านประชากรและธรรม บัญญัตแ ิ ละสถานทีน ่ ี้ และยังพาพวกกรีกเข ้ามาในวิหารอีก ั ดิส ิ ธิน ด ้วย และทําให ้สถานทีศ ่ ก ์ ท ์ เี้ ป็ นมลทิน 29 (เพราะพวกเขาเคยเห็นโตรฟิ มัสชาวเอเฟซัสอยูก ่ บ ั เปาโล ในเมือง และคิดว่าเปาโลได ้พาเขาเข ้าไปในพระวิหาร) 30 คนทัง้ เมืองก็แตกตืน ่ และผู ้คนก็วงิ่ รวมกันจับเปาโลออก จากพระวิหาร แล ้วประตูก็ปิดทันที 31 เมือ ่ พวกเขากําลังจะฆ่าเขา ก็มข ี า่ วไปถึงนายทหารสูงสุด ของกองทหารว่าคนทัง้ เมืองเยรูซาเล็มกําลังวุน ่ วาย 32 ผู ้ซึง่ นํ าทหารกับนายร ้อยวิง่ ลงไปหาทัง้ สองคนทันที เมือ ่ พวกเขาเห็นนายร ้อยและทหารแล ้ว จึงหยุดตีเปาโล 33 นายทหารคนสนิทจึงเข ้ามาจับเขาแล ้วสัง่ ให ้ล่ามโซ่สอง เส ้นไว ้ และถามว่าเขาเป็ นใครและทําอะไร 34 บางคนก็ร ้องอย่างนี้ บางคนก็ร ้องอย่างนัน ้ ท่ามกลางฝูง ชน และเมือ ่ ไม่รู ้ว่าการจลาจลจะเกิดแน่นอนเมือ ่ ใด เขาจึงสัง่ ให ้นํ าตัวคนนัน ้ เข ้าไปในปราสาท 35 เมือ ่ เขามาถึงบันได ก็ถก ู ทหารพาตัวไปเนือ ่ งจากความ รุนแรงของประชาชน 36 เพราะฝูงชนจํานวนมากตามมาและร ้องว่า “เอาเขาไปเสีย” 37 เมือ ่ จะพาเปาโลเข ้าไปในปราสาท เขาก็พด ู กับนายทหาร ผู ้บังคับบัญชาว่า “ข ้าพเจ ้าขอพูดกับท่านได ้ไหม” ใครพูดว่า “ท่านพูดภาษากรีกได ้ไหม” 38 ท่านไม่ใช่ชาวอียป ิ ต์นัน ้ หรือ ซึง่ ก่อนนีเ้ คยก่อความวุน ่ วาย ่ ันคนเข ้าไปในถิน และนํ าคนฆ่าคนสีพ ่ ทุรกันดาร? 39 แต่เปาโลกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าเป็ นคนยิวซึง่ มาจากเมืองทา ั เมืองหนึง่ ในซีลเิ ซีย เป็ นพลเมืองของเมืองทีไ่ ม่เลวนัก ร์ซส และข ้าพเจ ้าขอร ้องท่าน ขอให ้ข ้าพเจ ้าพูดกับประชาชน 40 เมือ ่ อนุญาตแล ้ว เปาโลจึงยืนบนบันไดและโบกมือเรียก ผู ้คน เมือ ่ ทุกคนเงียบกันหมดแล ้ว เปาโลจึงพูดกับพวกเขา เป็ นภาษาฮีบรูวา่ บทที่ 22 1 พีน ่ ้องทัง้ หลาย ท่านผู ้เป็ นบิดา จงฟั งคําแก ้ตัวของข ้าพเจ ้า ทีข ่ ้าพเจ ้าจะแก ้ให ้ท่านตอนนีเ้ ถิด 2 (และเมือ ่ พวกเขาได ้ยินเขาพูดเป็ นภาษาฮีบรูกบ ั พวกเขา พวกเขาก็ยงิ่ เงียบลง และเขากล่าวว่า) ั ในแคว ้น 3 ข ้าพเจ ้าเป็ นชายชาติยวิ โดยกําเนิดในเมืองทาร์ซส ซีลเิ ซีย แต่เติบโตในเมืองนีภ ้ ายใต ้การดูแลของกามาเลียล และได ้รับการสอนตามหลักธรรมบัญญัตท ิ ส ี่ มบูรณ์แบบของ บรรพบุรษ ุ และมีใจร ้อนรนต่อพระเจ ้า เหมือนกับพวกท่านทุก คนอยูใ่ นทุกวันนี้ 4 ข ้าพเจ ้าได ้ข่มเหงคนเหล่านัน ้ จนตาย โดยมัดและส่งมอบ ให ้คุกทัง้ ชายและหญิง 5 ขณะทีม ่ หาปุโรหิตและพวกผู ้เฒ่าทัง้ หมดก็เป็ นพยานแก่ ข ้าพเจ ้า และข ้าพเจ ้าก็ได ้รับจดหมายจากท่านเหล่านัน ้ ไปยัง พีน ่ ้อง และข ้าพเจ ้าก็ไปทีเ่ มืองดามัสกัส เพือ ่ จับตัวผู ้ทีอ ่ ยูท ่ ี่ นั่นมัดไว ้ทีเ่ ยรูซาเล็มเพือ ่ ทําการลงโทษ 6 ครัน ้ ข ้าพเจ ้าเดินทางไปใกล ้จะถึงเมืองดามัสกัสในเวลา ประมาณเทีย ่ ง ทันใดนัน ้ ก็มแ ี สงสว่างใหญ่ฉายลงมาจาก สวรรค์ล ้อมรอบข ้าพเจ ้าอยู่ 7 ข ้าพเจ ้าก็ล ้มลงกับพืน ้ และได ้ยินเสียงตรัสกับข ้าพเจ ้าว่า " ซาอูล ซาอูล เจ ้าข่มเหงข ้าพเจ ้าทําไม?" 102
กิจการของอัครสาวก
20 แล ้วท่านกล่าวว่า พวกยิวตกลงกันจะขอร ้องท่านให ้พาเปา โลลงไปยังสภาพรุง่ นี้ เหมือนกับว่าพวกเขาจะซักถามเขา อย่างละเอียดมากขึน ้ อีกหน่อย ่ คอยเขา 21 แต่ทา่ นอย่ายอมตามพวกเขาเลย เพราะมีพวกซุม ่ บ ิ คน ซึง่ ได ้สาบานตนไว ้ว่าจะไม่กน อยูม ่ ากกว่าสีส ิ หรือดืม ่ อะไรจนกว่าจะฆ่าเขาได ้ และบัดนีพ ้ วกเขาก็พร ้อมแล ้ว คอย คําสัญญาจากท่าน” 22 นายทหารจึงให ้ชายหนุ่มออกไป และกําชับเขาว่า “อย่า บอกใครว่าเจ ้าได ้แจ ้งเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ข ้าพเจ ้า” 23 แล ้วท่านจึงเรียกนายร ้อยสองคนมาสัง่ ว่า จงเตรียมทหาร สองร ้อยนาย พร ้อมกับทหารม ้าเจ็ดสิบนาย และทหารหอก สองร ้อยนาย ให ้พร ้อมในเวลาสามทุม ่ ของคืนวันนัน ้ 24 และจงเตรียมสัตว์ไว ้ให ้พวกเขา เพือ ่ ให ้พวกเขาขีเ่ ปาโล แล ้วนํ าเขาไปหาเฟลิกซ์ผู ้ว่าราชการอย่างปลอดภัย 25 แล ้วท่านก็ทรงเขียนจดหมายดังต่อไปนี้ 26 คลอดิอส ั ลีเซียส ส่งคําทักทายถึงผู ้ว่าราชการทีเ่ ก่งกาจ ทีส ่ ด ุ เฟลิกซ์ 27 บุคคลนีถ ้ ก ู พวกยิวจับไป และควรจะต ้องถูกฆ่าเสียจาก พวกเขา แต่ข ้าพเจ ้าก็มาพร ้อมกับกองทัพ และช่วยเขาไว ้ได ้ เพราะข ้าพเจ ้าเข ้าใจว่าเขาเป็ นชาวโรมัน 28 และเมือ ่ ข ้าพเจ ้าอยากทราบสาเหตุทพ ี่ วกเขาฟ้ องเขา ข ้าพเจ ้าจึงพาเขามายังสภาของพวกเขา 29 ฉั นถือว่าเขาถูกฟ้ องในข ้อกล่าวหาต่างๆ เกีย ่ วกับกฎหมาย ของพวกเขา แต่ไม่มข ี ้อกล่าวหาใดๆ ทีค ่ วรจะต ้องได ้รับโทษ ถึงตายหรือต ้องถูกจําขัง 30 เมือ ่ มีคนบอกฉั นว่าพวกยิวคอยจ ้องจับผิดชายคนนัน ้ ฉั นก็ ส่งคนมาหาคุณทันที และสัง่ ให ้พวกทีก ่ ล่าวหาเขาไปบอก เรือ ่ งทีพ ่ วกเขากล่าวหาเขาต่อหน ้าคุณ ลาก่อน 31 จากนัน ้ พวกทหารจึงนํ าเปาโลไปทีเ่ มืองแอนทิปาตริสตาม คําสัง่ ของพวกเขาในเวลากลางคืน 32 รุง่ ขึน ้ พวกเขาก็ให ้ทหารม ้าไปกับเขา และกลับไปยัง ปราสาท 33 ครัน ้ มาถึงเมืองซีซาเรียแล ้ว และได ้มอบจดหมายให ้แก่ ผู ้ว่าราชการแล ้ว จึงได ้นํ าเปาโลมาพบเขาด ้วย 34เมือ ่ ผู ้ว่าราชการได ้อ่านจดหมายนัน ้ แล ้ว จึงถามว่าท่านมา จากแคว ้นไหน และเมือ ่ ทราบว่าท่านมาจากแคว ้นซิลเิ ซีย 35 พระองค์ตรัสว่า “ข ้าพเจ ้าจะฟั งท่าน เมือ ่ พวกโจทก์ของ ท่านมาด ้วย” และพระองค์ตรัสสัง่ ให ้คุมขังเขาไว ้ในห ้อง พิพากษาของเฮโรด
พวกหัวหน ้าปุโรหิตกับสภาทัง้ หมดมาปรากฏตัว แล ้วนํ าเปา โลลงมาให ้ยืนต่อหน ้าพวกเขา บทที่ 23 1 ครัน ้ เปาโลเพ่งดูสภาก็เห็นว่า พีน ่ ้องทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าได ้ ประพฤติตนอยูใ่ นมโนธรรมอันบริสท ุ ธิต ์ อ ่ พระพักตร์พระเจ ้ามา จนถึงทุกวันนี้ 2 และอะนาเนียมหาปุโรหิตก็สงั่ ผู ้ทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้เขาให ้ตบปาก เขา 3 แล ้วเปาโลจึงกล่าวแก่เขาว่า "พระเจ ้าจะทรงตบเจ ้า ผู ้เป็ น กําแพงทีฉ ่ าบด ้วยปูนขาว เพราะเจ ้ามานั่งพิพากษาข ้าตาม ธรรมบัญญัต ิ และยังสัง่ ให ้ตบข ้าซึง่ ขัดต่อธรรมบัญญัตห ิ รือ?" 4 และบรรดาคนทีย ่ น ื อยูน ่ ัน ้ ก็พด ู ว่า เจ ้าดูหมิน ่ มหาปุโรหิตของ พระเจ ้าหรือ? 5 แล ้วเปาโลจึงกล่าวว่า พีน ่ ้องทัง้ หลาย ฉั นไม่ทราบว่าเขา เป็ นมหาปุโรหิต เพราะมีคําเขียนไว ้ว่า อย่าพูดจาหมิน ่ ประมาทผู ้ปกครองชนชาติของคุณ 6 แต่เมือ ่ เปาโลรู ้ว่าพวกหนึง่ เป็ นพวกสะดูส ี และอีกพวกหนึง่ เป็ นพวกฟาริส ี จึงร ้องตะโกนในสภาว่า "พีน ่ ้องทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าเป็ นฟาริส ี เป็ นบุตรของฟาริส ี ข ้าพเจ ้าถูกตัง้ คําถาม ถึงความหวังและการกลับคืนชีพของคนตาย" 7 เมือ ่ ท่านกล่าวอย่างนัน ้ แล ้ว ก็เกิดการโต ้เถียงกันระหว่าง ี บ พวกฟาริสก ั พวกสะดูส ี และฝูงชนก็แตกแยกกัน ี ล่าวว่าการฟื้ นคืนจากตายไม่ม ี ทัง้ ทูต 8 เพราะพวกสะดูสก ี ล่าวว่าทัง้ สองมี สวรรค์และวิญญาณไม่ม ี แต่พวกฟาริสก ี ็ลก 9 จึงเกิดร ้องเสียงดังขึน ้ และพวกธรรมาจารย์ฝ่ายฟาริสก ุ ขึน ้ โต ้แย ้งว่า พวกเราไม่พบความชัว่ ใดๆ ในตัวคนนีเ้ ลย แต่ ถ ้ามีวญ ิ ญาณหรือทูตสวรรค์พด ู กับเขา เราอย่าต่อสู ้กับพระ เจ ้าเลย 10 เมือ ่ เกิดการขัดแย ้งกันอย่างรุนแรง นายทหาร ้ เล็กชิน ้ น ้อย จึง ผู ้บังคับบัญชาเกรงว่าเปาโลจะถูกฉีกเป็ นชิน สัง่ ทหารให ้ลงไปนํ าเปาโลออกไปจากพวกนัน ้ โดยใช ้กําลัง และนํ าเข ้าไปในปราสาท 11 ครัน ้ คืนต่อมา พระเจ ้าทรงยืนอยูก ่ บ ั เปาโลและตรัสว่า จงมี ใจร่าเริงเถิด เพราะว่าเจ ้าได ้เป็ นพยานถึงเราในกรุงเยรูซาเล็ม อย่างไร เจ ้าจะต ้องเป็ นพยานในกรุงโรมอย่างนัน ้ ด ้วย 12 เมือ ่ รุง่ เช ้า พวกยิวบางคนก็มารวมตัวกันและสาบานว่าจะ ไม่กน ิ หรือดืม ่ อะไรจนกว่าจะฆ่าเปาโลได ้ ่ บ ิ คนทีร่ ว่ มกันวางแผนร ้ายเช่นนัน 13 และมีกว่าสีส ้ 14พวกเขามาหาพวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู ้เฒ่าแล ้วกล่าวว่า พวกเราได ้ผูกมัดตนเองไว ้ด ้วยคําสาปอันใหญ่หลวงว่า เราจะ ไม่กน ิ อะไรเลยจนกว่าจะฆ่าเปาโลได ้ 15 บัดนี้ พวกท่านกับสภาจงแจ ้งให ้หัวหน ้านายร ้อยทราบว่า ให ้พาเขาลงมาหาพวกท่านพรุง่ นี้ เหมือนกับว่าพวกท่าน อยากจะซักถามเรือ ่ งเขาอย่างละเอียดถีถ ่ ้วนยิง่ ขึน ้ และพวก เราหรือเขามาใกล ้ก็พร ้อมทีจ ่ ะฆ่าเขา 16 เมือ ่ บุตรชายของน ้องสาวเปาโลได ้ยินเรือ ่ งทีพ ่ วกเขาคอย ดักจับอยู่ เขาก็เข ้าไปในปราสาทและแจ ้งให ้เปาโลทราบ 17 จากนัน ้ เปาโลเรียกนายร ้อยคนหนึง่ มาหาพระองค์แล ้ว กล่าวว่า จงพาชายหนุ่มคนนีไ้ ปหาผู ้บังคับบัญชาทหาร เพราะเขามีเรือ ่ งหนึง่ ทีต ่ ้องบอกเขา 18 จึงนํ าคนนัน ้ ไปหาผู ้บังคับการตํารวจ แล ้วกล่าวว่า “เปาโล ผู ้ถูกจําเลยเรียกข ้าพเจ ้าไปหาเขา และขอร ้องให ้พาชายหนุ่ม คนนีม ้ าหาท่าน ซึง่ มีเรือ ่ งจะพูดกับท่าน” 19 นายร ้อยตํารวจจึงจูงมือเขาไปกับเขาโดยลําพังแล ้วถาม เขาว่า “ท่านมีอะไรจะบอกฉั น?”
บทที่ 24 1 เมือ ่ ล่วงไปได ้ห ้าวัน อะนาเนียสมหาปุโรหิตก็ลงไปกับพวก ่ เทอร์ทล ผู ้อาวุโสและกับปราศรัยคนหนึง่ ชือ ู ลัส ซึง่ ไปแจ ้ง ความต่อผู ้ว่าราชการเกีย ่ วกับเปาโล 2 และเมือ ่ เขาถูกเรียกตัวไป เทอร์ทล ู ลัสก็เริม ่ กล่าวโทษเขา โดยกล่าวว่า เมือ ่ เห็นว่าพวกเราได ้รับความสงบสุขมากโดย อาศัยคุณ และเห็นว่างานอันสมควรก็เกิดขึน ้ กับประชาชาติ ของเราโดยการดูแลของคุณ 3. เราขอรับไว ้เสมอและในทุกสถานที่ ข ้าพเจ ้าขอขอบพระ คุณท่านเฟลิกซ์ผู ้สูงศักดิท ์ ส ี่ ด ุ 4 แม ้กระนัน ้ ก็ตาม เพือ ่ ว่าข ้าพเจ ้าจะได ้ไม่ทําให ้ท่านเบือ ่ หน่ายอีกต่อไป ข ้าพเจ ้าขอร ้องท่านว่าข ้าพเจ ้าจะฟั งเราสัก สองสามคําถึงความเมตตาของท่าน 5 เพราะเราพบว่าชายผู ้นีเ้ ป็ นคนชัว่ ร ้ายและเป็ นผู ้ก่อความ วุน ่ วายในหมูช ่ าวยิวทัง้ หลายทั่วโลก และเป็ นหัวหน ้าของ พวกนาซารีน 6 ซึง่ ได ้ไปหาเพือ ่ ทําให ้พระวิหารเป็ นมลทิน เราจับเขาไป และจะได ้พิพากษาเขาตามธรรมบัญญัตข ิ องเรา 103
กิจการของอัครสาวก
7 แต่นายทหารใหญ่ลเี ซียสเข ้ามาหาเรา และนํ าเขาออกไป จากมือเราด ้วยความรุนแรง 8 โดยสัง่ ให ้พวกทีก ่ ล่าวหาเขามาหาท่าน และท่านเองก็จะได ้ สอบสวนพวกเขาด ้วยว่าเรือ ่ งทัง้ หมดนีท ้ เี่ รากล่าวโทษเขานัน ้ เป็ นอย่างไร 9 พวกยิวก็เห็นด ้วย โดยกล่าวว่าสิง่ เหล่านีเ้ ป็ นความจริง 10 เมือ ่ ผู ้ว่าราชการได ้เรียกเปาโลให ้พูดแล ้ว เปาโลจึงตอบว่า “เนือ ่ งจากข ้าพเจ ้าทราบว่าท่านเป็ นผู ้พิพากษาของ ประชาชาตินม ี้ านานหลายปี แล ้ว ข ้าพเจ ้าจึงจะตอบด ้วยความ เต็มใจยิง่ ขึน ้ 11 เพือ ่ ให ้ท่านเข ้าใจได ้ว่า ตัง้ แต่ข ้าพเจ ้าขึน ้ ไปกรุง เยรูซาเล็มเพือ ่ นมัสการนัน ้ ยังอีกเพียงสิบสองวันเท่านัน ้ 12 และพวกเขาไม่พบข ้าพเจ ้าในวิหารกําลังโต ้เถียงกับใคร หรือยุยงประชาชนให ้วุน ่ วาย ไม่วา่ ในธรรมศาลาหรือในเมือง 13 และพวกเขาก็พส ิ จ ู น์เรือ ่ งทีพ ่ วกเขาฟ้ องข ้าพเจ ้าขณะนี้ ไม่ได ้ 14 แต่ข ้าพเจ ้าสารภาพต่อท่านว่า ข ้าพเจ ้านับถือพระเจ ้าแห่ง บรรพบุรษ ุ ของข ้าพเจ ้าตามทางทีเ่ รียกว่าลัทธินอกรีต เพราะ ่ ทุกสิง่ ทีเ่ ขียนไว ้ในธรรมบัญญัตแ ข ้าพเจ ้าเชือ ิ ละในหนังสือ ของผู ้เผยพระวจนะ 15 และมีความหวังในพระเจ ้าซึง่ พวกเขาเองก็หวังเช่นกันว่า การกลับคืนชีพจากความตาย ทัง้ คนชอบธรรมและคนอธรรม จะเกิดขึน ้ 16 และในเรือ ่ งนี้ ข ้าพเจ ้าฝึ กฝนตนเองให ้มีจต ิ สํานึกทีบ ่ ริสท ุ ธิ์ เสมอ ปราศจากความผิดต่อพระเจ ้าและต่อมนุษย์ 17 ครัน ้ ล่วงไปหลายปี แล ้ว ข ้าพเจ ้ามานํ าทานและเครือ ่ งบูชา มาให ้ประชาชาติของข ้าพเจ ้า 18 ครัน ้ นัน ้ พวกยิวบางคนจากเอเชียก็พบข ้าพเจ ้าอยูใ่ นพระ วิหาร ได ้รับการชําระให ้บริสท ุ ธิ์ ไม่มค ี นมากมายและไม่ วุน ่ วาย 19 ใครจะอยูท ่ น ี่ ต ี่ อ ่ ท่านก่อนและคัดค ้านฉั น 20 หรือถ ้าพวกเขาพบการกระทําชัว่ ใด ๆ ในตัวฉั น ขณะทีฉ ่ ัน ยืนอยูต ่ อ ่ หน ้าสภา 21 เว ้นแต่เสียงนีเ้ ท่านัน ้ ทีข ่ ้าพเจ ้าร ้องขึน ้ เมือ ่ ยืนอยูท ่ า่ มกลาง พวกเขาว่า ข ้าพเจ ้าถูกพวกท่านซักถามถึงเรือ ่ งการคืนชีพ ของคนตายในวันนี้ 22เมือ ่ เฟลิกซ์ได ้ยินเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ละมีความรู ้ดีขน ึ้ เกีย ่ วกับ เรือ ่ งนัน ้ แล ้ว เขาเลือ ่ นไปก่อนแล ้วกล่าวว่า เมือ ่ ลีเซียสผู ้เป็ น ้ แม่ทัพนายกองลงมา ฉั นจะทราบเรือ ่ งราวของคุณให ้หมดสิน ่ 23 และท่านได ้สังนายร ้อยให ้ดูแลเปาโลไว ้ และให ้ปล่อยเขา เป็ นอิสระ และห ้ามไม่ให ้ผู ้รู ้จักเปาโลคนใดปฏิบต ั ศ ิ าสนกิจ หรือมาหาท่าน ิ ลา 24เมือ ่ ล่วงไปได ้หลายวันแล ้ว เมือ ่ เฟลิกซ์มากับดรูซล ภรรยาของเขาซึง่ เป็ นชาวยิว เขาจึงให ้คนไปเรียกเปาโลมา ่ ในพระคริสต์ และฟั งเรือ ่ งความเชือ 25 ขณะทีเ่ ขากําลังถกเถียงถึงความชอบธรรม ความ ่ และ พอประมาณ และการตัดสินทีจ ่ ะมาถึง เฟลิกซ์ก็ตวั สัน ตอบว่า "คราวนีเ้ จ ้าจงไปเถิด เมือ ่ มีเวลาเหมาะสม เราจะเรียก เจ ้า" 26 เขาหวังด ้วยว่าเปาโลจะได ้รับเงินเพือ ่ จะปล่อยเปาโลไป จึงส่งคนไปตามเปาโลมาบ่อยขึน ้ และสนทนากับเขา ิ ส 27 แต่หลังจากผ่านไปสองปี ปอร์ซอ ั เฟสตัสก็เข ้ามาใน ห ้องของเฟลิกซ์ และเฟลิกซ์ต ้องการแสดงความพอใจต่อ ชาวยิว จึงปล่อยให ้เปาโลถูกมัดไว ้
2 จากนัน ้ มหาปุโรหิตและพวกหัวหน ้าชาวยิวก็แจ ้งความต่อ เปาโลและวิงวอนเขา 3 และขอความเมตตาต่อเขาโดยส่งคนไปตามพระเยซูไปยัง ่ อยูก กรุงเยรูซาเล็ม โดยคอยซุม ่ ลางทางเพือ ่ จะฆ่าพระองค์ 4 แต่เฟสทัสตอบว่า ให ้คุมเปาโลไว ้ทีเ่ มืองซีซาเรีย แล ้วเขา จะจากไปทีน ่ ั่นในไม่ช ้า 5 เพราะฉะนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสว่า “ผู ้ใดในพวกท่านสามารถ เชิญลงไปกับข ้าพเจ ้าและกล่าวโทษบุคคลนี้ ถ ้าเขามี พฤติกรรมชัว่ ร ้ายประการใด” 6 และเมือ ่ ท่านพักอยูก ่ บ ั พวกเขาเกินสิบวันแล ้ว ท่านก็ลงไป ยังเมืองซีซาเรีย วันรุง่ ขึน ้ ท่านนั่งบนบัลลังก์พพ ิ ากษาและสัง่ ให ้นํ าเปาโลเข ้ามา 7 ครัน ้ ท่านมาถึงแล ้ว พวกยิวทีล ่ งมาจากกรุงเยรูซาเล็มก็ยน ื ล ้อมรอบและกล่าวโทษเปาโลเป็ นอันมาก แต่ก็พส ิ จ ู น์ไม่ได ้ 8 ขณะทีเ่ ขากําลังแก ้ต่างให ้แก่ตนเองว่า "ฉั นไม่ได ้ทําอะไร ผิดต่อธรรมบัญญัตข ิ องพวกยิว ต่อพระวิหาร หรือต่อซีซาร์ เลย ฉั นไม่ได ้ทําอะไรผิดเลย" 9 แต่เฟสทัสต ้องการจะทําให ้พวกยิวพอใจจึงตอบเปาโลว่า “เจ ้าจะขึน ้ ไปกรุงเยรูซาเล็มและให ้ข ้าพเจ ้าพิพากษาเรือ ่ ง เหล่านีท ้ น ี่ ั่นหรือ?” 10 จากนัน ้ เปาโลกล่าวว่า ข ้าพเจ ้ายืนอยู่ ณ บัลลังก์พพ ิ ากษา ของซีซาร์ ซึง่ ข ้าพเจ ้าควรจะถูกพิพากษาทีน ่ ั่น ข ้าพเจ ้าไม่ได ้ ทําผิดต่อพวกยิวแต่อย่างใด ดังทีท ่ า่ นทราบดี 11 เพราะว่าถ ้าข ้าพเจ ้าเป็ นผู ้กระทําผิด หรือได ้กระทําการอัน ควรแก่ความตาย ข ้าพเจ ้าก็ไม่ยอมตาย แต่ถ ้าไม่มเี รือ ่ ง เหล่านีซ ้ งึ่ คนเหล่านัน ้ กล่าวโทษข ้าพเจ ้า ก็ไม่มผ ี ู ้ใดจะมอบ ข ้าพเจ ้าให ้พวกเขาได ้ ข ้าพเจ ้าขออุทธรณ์ตอ ่ ซีซาร์ 12 เมือ ่ เฟสทัสหารือกับสภาแล ้ว เขาก็ตอบว่า “ท่านได ้ อุทธรณ์ถงึ ซีซาร์แล ้วหรือ?” ท่านจะไปฟ้ องซีซาร์หรือ? 13 เมือ ่ ล่วงไปได ้หลายวัน กษั ตริยอ ์ ากริปปาและเบอร์นส ิ ก็ เสด็จมายังเมืองซีซาเรียเพือ ่ ทักทายเฟสทัส 14 ครัน ้ พวกเขาอยูท ่ น ี่ ั่นหลายวันแล ้ว เฟสทัสก็เล่าเรือ ่ งของ เปาโลให ้กษั ตริยฟ ์ ั งว่า "มีชายคนหนึง่ ถูกเฟลิกซ์จองจําไว ้ 15 เมือ ่ ข ้าพเจ ้าอยูก ่ รุงเยรูซาเล็ม พวกหัวหน ้าปุโรหิตและผู ้ เฒ่าของชาวยิวมาแจ ้งความเกีย ่ วกับเขา ข ้าพเจ ้าหวังว่าจะมี การพิพากษาลงโทษเขา 16 ข ้าพเจ ้าตอบว่า ไม่ใช่ลก ั ษณะทีช ่ าวโรมันมีทจ ี่ ะส่งตัว ผู ้ต ้องหาไปตาย ก่อนทีผ ่ ู ้ต ้องหาจะได ้เผชิญหน ้ากับผู ้ต ้องหา ิ ธิชแ ี้ จงเกีย และมีสท ่ วกับความผิดทีถ ่ ก ู กล่าวหาต่อเขา 17 ครัน ้ เมือ ่ พวกเขามาถึงทีน ่ แ ี่ ล ้ว ข ้าพเจ ้าก็นั่งบนบัลลังก์ ั ช ้าในวันรุง่ ขึน พิพากษาโดยไม่ชก ้ และสัง่ ให ้นํ าชายคนนัน ้ ออกมา 18 เมือ ่ พวกโจทก์ลก ุ ขึน ้ มา พวกเขาก็ไม่ได ้กล่าวหาสิง่ ใด ๆ ตามทีฉ ่ ั นคิดเลย 19 แต่พวกเขาก็มข ี ้อสงสัยบางประการต่อพระองค์ด ้วยเรือ ่ ง ่ โชคลางของตนเอง และเรือ ความเชือ ่ งพระเยซูผู ้หนึง่ ซึง่ ้ พระชนม์แล ้ว แต่เปาโลยืนยันว่าพระองค์ยังมีชวี ต สิน ิ อยู่ 20 และเพราะข ้าพเจ ้าสงสัยในคําถามลักษณะนัน ้ จึงถามเขา ว่าเขาจะยอมไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพือ ่ ให ้มีการพิจารณาคดีท ี่ นั่นหรือไม่ 21 แต่เมือ ่ เปาโลได ้อุทธรณ์ขอให ้สงวนตัวไว ้เพือ ่ นํ าไปให ้ออ กัสตัสพิจารณา ฉั นจึงสัง่ ให ้คุมตัวเขาไว ้จนกว่าจะส่งเขาไป หาซีซาร์ได ้ 22 แล ้วอากริปปาก็พด ู กับเฟสทัสว่า “ข ้าพเจ ้าเองก็อยากจะ ฟั งชายคนนัน ้ เหมือนกัน” เฟสทัสกล่าวว่า “พรุง่ นีเ้ จ ้าจะได ้ฟั ง เขา” 23 ครัน ้ รุง่ ขึน ้ เมือ ่ อากริปปาและเบอร์นส ิ มาถึง พร ้อมกับ ้ ผู ้ใหญ่ และผู ้นํ าของเมือง เปาโลก็ถก ผู ้บังคับบัญชาชัน ู นํ าตัว ออกมาด ้วยท่าทางโอ่อา่ โอ่อา่ ตามคําสัง่ ของเฟสทัส
บทที่ 25 1 เมือ ่ เฟสทัสมาถึงจังหวัดนัน ้ แล ้ว หลังจากสามวัน เขาก็ เดินทางจากเมืองซีซาเรียไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 104
กิจการของอัครสาวก
24เฟสทัสจึงกล่าวว่า "ข ้าแต่กษั ตริยอ ์ ากริปปา และบรรดาคน ทีอ ่ ยูท ่ น ี่ ก ี่ บ ั พวกเรา ท่านทัง้ หลายเห็นชายผู ้นีท ้ พ ี่ วกยิว ทัง้ หมดได ้โต ้ตอบข ้าพเจ ้า ทัง้ ทีเ่ ยรูซาเล็มและทีน ่ ด ี่ ้วย โดย ร ้องว่าเขาไม่ควรมีชวี ต ิ อยูต ่ อ ่ ไปอีก" 25 แต่เมือ ่ ฉั นพบว่าเขาไม่ได ้ทําสิง่ ใดทีส ่ มควรต ้องตาย และ เขาเองก็ได ้อุทธรณ์ตอ ่ ออกัสตัส ฉั นจึงตัดสินใจจะส่งเขาไป 26 ข ้าพเจ ้าไม่มเี รือ ่ งใดแน่นอนทีจ ่ ะเขียนถึงท่านผู ้เป็ นนาย ข ้าพเจ ้าจึงได ้นํ าเขามาเฝ้ าท่านโดยเฉพาะต่อหน ้าท่าน โอ กษั ตริยอ ์ ากริปปา เพือ ่ ว่าเมือ ่ ได ้ตรวจสอบแล ้วจะได ้มีเรือ ่ งที่ จะเขียนถึงท่านบ ้าง 27 เพราะข ้าพเจ ้าเห็นว่าการส่งนักโทษไปนัน ้ ไม่สมควร และ มิได ้กล่าวถึงความผิดทีถ ่ ก ู กล่าวหาต่อเขาด ้วย
16 แต่จงลุกขึน ้ ยืนเถิด เพราะว่าเราปรากฏแก่เจ ้าก็เพือ ่ จะตัง้ เจ ้าให ้เป็ นผู ้รับใช ้และเป็ นพยานทัง้ สองถึงสิง่ ต่างๆ ทีเ่ จ ้าได ้ เห็น และถึงสิง่ ต่างๆ ทีเ่ ราจะปรากฏแก่เจ ้า 17 และทรงช่วยเจ ้าให ้พ ้นจากชนชาติและจากบรรดา ประชาชาติซงึ่ บัดนีเ้ ราจะส่งเจ ้าไปหาพวกเขา 18 เพือ ่ เปิ ดตาพวกเขา และหันพวกเขาจากความมืดมาสู่ ความสว่าง และจากอํานาจของซาตานมาหาพระเจ ้า เพือ ่ พวกเขาจะได ้รับการอภัยบาป และได ้รับมรดกท่ามกลางคน ่ ทีอ เหล่านัน ้ ทีไ่ ด ้รับการชําระให ้บริสท ุ ธิโ์ ดยความเชือ ่ ยูใ่ นฉั น 19 ดังนัน ้ ข ้าแต่กษั ตริยอ ์ ากริปปา ข ้าพระองค์มไิ ด ้ขัดขืนต่อ นิมต ิ จากสวรรค์ 20 แต่พระองค์ได ้ทรงสําแดงแก่พวกทีอ ่ ยูใ่ นเมืองดามัสกัส และทีก ่ รุงเยรูซาเล็มและทั่วทุกเขตแดนของแคว ้นยูเดียและ ต่อจากนัน ้ ก็แก่คนต่างชาติวา่ พวกเขาควรกลับใจและหันมา หาพระเจ ้า และกระทําการทีส ่ มควรกับการกลับใจใหม่ 21 เพราะเหตุนพ ี้ วกยิวจึงจับข ้าพระองค์ในพระวิหาร และ พยายามจะฆ่าข ้าพระองค์ 22 เมือ ่ ฉั นได ้รับการช่วยเหลือจากพระเจ ้าแล ้ว ฉั นก็ยังคงอยู่ จนถึงทุกวันนี้ โดยเป็ นพยานให ้ทัง้ ผู ้ใหญ่และผู ้น ้อยเห็น โดย ไม่พด ู อะไรอืน ่ ใดนอกจากสิง่ ทีบ ่ รรดาผู ้เผยพระวจนะและ โมเสสกล่าวไว ้ว่าจะเกิดขึน ้ 23 ว่าพระคริสต์จะต ้องทนทุกข์ทรมาน และว่าพระองค์จะเป็ น คนแรกทีจ ่ ะคืนพระชนม์จากความตาย และจะแสดงความ สว่างแก่คนทัง้ หลายและแก่คนต่างชาติ 24 ขณะทีเ่ ขากําลังพูดเรือ ่ งนี้ เฟสทัสก็พด ู ด ้วยเสียงอันดังว่า “เปาโล เจ ้าเสียสติไปแล ้ว ความรู ้มากทําให ้เจ ้าคลัง่ ” 25 แต่ทา่ นกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าไม่ได ้บ ้า ท่านเฟสทัสผู ้สูงศักดิ์ ั ปชัญญะเท่านัน แต่ข ้าพเจ ้าจะพูดแต่คําจริงและคําทีม ่ ส ี ติสม ้ 26 เพราะว่ากษั ตริยท ์ รงทราบเรือ ่ งเหล่านี้ และข ้าพเจ ้าก็พด ู ต่อหน ้าพระองค์อย่างเปิ ดเผย ข ้าพเจ ้าแน่ใจว่าเรือ ่ งเหล่านีไ้ ม่ ั เรือ ่ นเร ้นจากพระองค์ เพราะสิง่ นีไ้ ม่ได ้ มีสก ่ งเดียวทีซ ่ อ กระทํากันในทีล ่ บ ั ่ บรรดาผู ้เผยพระวจนะหรือไม่ 27 กษั ตริยอ ์ ากริปปา ท่านเชือ ่ ข ้าพเจ ้าทราบว่าท่านเชือ 28 แล ้วอากริปปาจึงตรัสแก่เปาโลว่า “เจ ้าเกือบจะชักชวน ข ้าพเจ ้าให ้เป็ นคริสเตียนได ้แล ้ว” 29 และเปาโลกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าปรารถนาให ้ไม่เพียงแต่ทา่ น เท่านัน ้ แต่ทก ุ คนทีฟ ่ ั งข ้าพเจ ้าในวันนีเ้ ป็ นเหมือนข ้าพเจ ้า เกือบทุกประการ ยกเว ้นเครือ ่ งพันธนาการเหล่านี้ 30 เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว กษั ตริยก ์ ็ทรงลุกขึน ้ พร ้อมทัง้ ผู ้ว่าราชการ และเบอร์นส ิ และคนทีน ่ ั่งอยูก ่ บ ั พวกเขา 31 เมือ ่ พวกเขาไปแล ้ว พวกเขาพูดคุยกันเองว่า “คนนีไ้ ม่ได ้ ทําอะไรทีส ่ มควรแก่ความตายหรือต ้องถูกจองจํา” 32 แล ้วอากริปปาจึงตรัสแก่เฟสทัสว่า “ถ ้าคนนีไ้ ม่ยน ื่ อุทธรณ์ ต่อซีซาร์ เขาก็อาจจะได ้รับอิสรภาพก็ได ้”
บทที่ 26 ิ ธิทจ 1 แล ้วอากริปปาจึงกล่าวแก่เปาโลว่า “เจ ้ามีสท ี่ ะพูดแทน ตนเองได ้” แล ้วเปาโลก็ยน ื่ มือออกไปและตอบคําถามของ ตนเองว่า 2 ข ้าพเจ ้าคิดว่าข ้าพเจ ้าเป็ นสุข กษั ตริยอ ์ ากริปปา เพราะว่า ข ้าพเจ ้าจะต ้องตอบคําถามของข ้าพเจ ้าต่อพระพักตร์พระองค์ ในวันนี้ เกีย ่ วกับเรือ ่ งทัง้ หมดทีข ่ ้าพเจ ้าถูกกล่าวหาจากชาว ยิว ่ วชาญในธรรมเนียม 3 เพราะข ้าพเจ ้าทราบดีวา่ ท่านเป็ นผู ้เชีย ปฏิบต ั แ ิ ละปั ญหาต่างๆ ของพวกยิว ดังนัน ้ ข ้าพเจ ้าจึงวิงวอน ท่านให ้อดทนฟั งข ้าพเจ ้า 4 การดําเนินชีวต ิ ของข ้าพเจ ้าตัง้ แต่เยาว์วัย คือครัง้ แรกทีอ ่ ยู่ ท่ามกลางประชาชาติของข ้าพเจ ้าทีก ่ รุงเยรูซาเล็มนัน ้ เป็ นที่ ทราบกันดีแก่พวกยิวทัง้ หลาย 5 ซึง่ รู ้จักข ้าพเจ ้าตัง้ แต่ต ้น หากเขาจะยืนยัน ว่าข ้าพเจ ้าเป็ น ี ามนิกายทีเ่ คร่งครัดทีส พวกฟาริสต ่ ด ุ ในศาสนาของเรา 6 และบัดนีข ้ ้าพเจ ้ายืนขึน ้ และถูกพิพากษาเพราะความหวัง ของคําสัญญาทีพ ่ ระเจ ้าทรงประทานแก่บรรพบุรษ ุ ของพวก เรา 7 เผ่าทัง้ สิบสองของพวกเราซึง่ รับใช ้พระเจ ้าทันทีทงั ้ กลางวัน และกลางคืน หวังว่าจะได ้รับคําสัญญานัน ้ เพราะความหวังนี้ กษั ตริยอ ์ ากริปปา ข ้าพเจ ้าจึงถูกพวกยิวกล่าวหา 8 เหตุไฉนท่านจึงคิดว่าการทีพ ่ ระเจ ้าทรงทําให ้คนตายฟื้ นขึน ้ ่ ? เป็ นเรือ ่ งเหลือเชือ 9 ฉั นเคยคิดในใจของฉั นเองว่าฉั นควรทําหลายสิง่ หลาย อย่างทีข ่ ด ั ต่อพระนามของพระเยซูแห่งนาซาเร็ธ 10 ซึง่ ฉั นได ้กระทําในกรุงเยรูซาเล็ม และฉั นได ้ขังพวกวิสท ุ ธิ ชนจํานวนมากไว ้ในคุก โดยรับอํานาจจากพวกปุโรหิตใหญ่ และเมือ ่ พวกเขาถูกประหารชีวต ิ ฉั นก็แสดงท่าทีตอ ่ ต ้านพวก เขา 11 และฉั นก็ลงโทษพวกเขาบ่อยๆ ในทุกธรรมศาลา และ บังคับให ้พวกเขาพูดหมิน ่ ประมาท และเนือ ่ งจากฉั นโกรธ พวกเขาอย่างมาก ฉั นก็ขม ่ เหงพวกเขาไปจนถึงเมืองต่างถิน ่ 12 เมือ ่ ข ้าพเจ ้าไปยังเมืองดามัสกัสด ้วยอํานาจและคําสัง่ จาก หัวหน ้าปุโรหิต 13 เมือ ่ เวลาเทีย ่ งวัน ข ้าแต่พระราชา ข ้าพเจ ้าเห็นแสงสว่าง จากสวรรค์สาดส่องลงมาเหนือความสว่างไสวของดวง อาทิตย์ ส่องอยูโ่ ดยรอบข ้าพเจ ้าและผู ้ทีร่ ว่ มเดินทางไปกับ ข ้าพเจ ้า 14 ครัน ้ พวกเราล ้มลงกับพืน ้ แล ้ว ข ้าพเจ ้าได ้ยินเสียงตรัสกับ ข ้าพเจ ้าเป็ นภาษาฮีบรูวา่ “ ซาอูล ซาอูล ทําไมเจ ้าจึงข่มเหง ข ้าพเจ ้า การทีเ่ จ ้าจะเตะตะปูก็ยากนัก” 15 ข ้าพเจ ้าจึงถามว่า “ท่านเป็ นใคร พระเจ ้า” เขาจึงตอบว่า “ ข ้าพเจ ้าคือเยซูผู ้ทีท ่ า่ นข่มเหง”
บทที่ 27 1 เมือ ่ เราตกลงกันว่าพวกเราจะต ้องแล่นเรือไปยังประเทศ อิตาลี พวกเขาจึงมอบเปาโลกับนักโทษคนอืน ่ ๆ บางคนไว ้ ่ ยูเลียส ซึง่ เป็ นนายร ้อยในกองทหารของออ กับผู ้หนึง่ ชือ กัสตัส 2 เราจึงลงเรือลําหนึง่ มาจากเมืองอัดรามิททิอม ุ โดยตัง้ ใจจะ แล่นไปตามฝั่ งเอเชีย มีอริสทารคัส ชาวมาซิโดเนียจากเมือง เทสซาโลนิกาอยูก ่ บ ั เราด ้วย 3 วันรุง่ ขึน ้ เราก็มาถึงเมืองซีดอน ยูเลียสได ้อ ้อนวอนเปาโล อย่างสุภาพ และอนุญาตให ้เขาไปหาเพือ ่ นๆ เพือ ่ พักผ่อน 4 เมือ ่ เราออกจากทีน ่ ั่นแล ้ว เราก็แล่นไปทางด ้านใต ้เกาะ ไซปรัส เพราะลมพัดสวนทาง 105
กิจการของอัครสาวก
ิ วา เมือ 28 และเมือ ่ เป่ าแตรไปก็พบว่าลึกถึงยีส ่ บ ่ พวกเขาไป ไกลกว่านีอ ้ ก ี หน่อย พวกเขาเป่ าแตรอีกและพบว่าลึกสิบห ้าวา 29 พวกเขากลัวว่าเราอาจจะตกลงไปบนโขดหิน จึงทอดสมอ ่ น ท ้ายเรือสีอ ั และอธิษฐานขอให ้วันนัน ้ มาถึง 30 ขณะทีพ ่ วกกะลาสีกําลังจะหนีออกจากเรือ โดยปล่อยเรือ ลงในทะเล พวกเขาก็ทําหน ้าบูดบึง้ ราวกับว่าจะทอดสมอออก จากหัวเรือ 31 เปาโลจึงกล่าวแก่นายร ้อยและพวกทหารว่า "ถ ้าพวกท่าน ไม่อยูใ่ นเรือ พวกท่านก็จะรอดไม่ได ้" 32 พวกทหารจึงตัดเชือกทีผ ่ ก ู เรือให ้ตกลงไป 33 เมือ ่ รุง่ เช ้าเปาโลก็ขอร ้องคนเหล่านัน ้ ให ้กินอาหาร โดย ิ ่ กล่าวว่า “วันนีเ้ ป็ นวันทีส ่ บสีทท ี่ า่ นทัง้ หลายอยูแ ่ ละอดอาหาร โดยไม่รับประทานอาหารใดๆ เลย” 34 เพราะฉะนัน ้ ข ้าพเจ ้าจึงขอร ้องท่านให ้กินอาหารบ ้าง เพราะนีเ่ พือ ่ สุขภาพของท่าน เส ้นผมแม ้เส ้นเดียวจะไม่รว่ ง จากศีรษะของพวกท่านเลย 35 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงหยิบขนมปั งและถวาย การขอบพระคุณพระเจ ้าต่อหน ้าพวกเขาทุกคน แล ้วทรงหัก ขนมปั งแล ้วทรงเริม ่ เสวย 36 แล ้วทุกคนก็มใี จร่าเริง และรับประทานอาหารด ้วย 37 และพวกเราอยูใ่ นเรือทัง้ หมดสองร ้อยหกสิบหกคน 38 เมือ ่ พวกเขากินอิม ่ แล ้ว พวกเขาก็ผอ ่ นเรือให ้เบาลง และ โยนข ้าวสาลีลงในทะเล 39 เมือ ่ รุง่ เช ้าพวกเขาก็ยังไม่รู ้จักแผ่นดินนัน ้ แต่ได ้พบลําธาร สายหนึง่ มีฝั่ง จึงคิดจะยัดเรือเข ้าไปในลําธารนัน ้ ถ ้าเป็ นไปได ้ 40 และเมือ ่ พวกเขาได ้ยกสมอเรือขึน ้ แล ้ว พวกเขาก็ทอดสมอ ลงไปในทะเล คลายเชือกผูกหางเสือ และชักใบหลักขึน ้ รับ ลม แล ้วแล่นเข ้าฝั่ ง 41 และเรือก็ตกลงไปในบริเวณทีท ่ ะเลสองฝั่ งมาบรรจบกัน เรือก็เกยตืน ้ ส่วนลําหน ้าก็ตด ิ แน่นไม่เคลือ ่ นตัวได ้ แต่ลําท ้าย ก็แตกเพราะแรงของคลืน ่ 42 พวกทหารจึงปรึกษากันว่า จะฆ่าพวกนักโทษเสีย เพือ ่ ว่า ไม่มใี ครจะว่ายนํ้ าหนีไปได ้ 43 แต่ร ้อยนายต ้องการช่วยเปาโลจึงขัดขวางพวกเขาไม่ให ้ ทําตามทีต ่ งั ้ ใจไว ้ และสัง่ ให ้ผู ้ทีว่ า่ ยนํ้ าเป็ นให ้กระโดดลง ทะเลก่อนแล ้วจึงขึน ้ ฝั่ ง ้ ส่วน 44 ส่วนทีเ่ หลือก็อยูบ ่ นกระดาน และบางส่วนก็อยูบ ่ นชิน ทีแ ่ ตกหักของเรือ และแล ้วพวกเขาก็หนีขน ึ้ ฝั่ งได ้อย่าง ปลอดภัย
5 ครัน ้ เราล่องเรือไปเหนือทะเลซีลเิ ซียและทะเลปั มฟิ เลีย แล ้ว จึงมาถึงเมืองไมราซึง่ เป็ นเมืองในแคว ้นลีเซีย 6 ณ ทีน ่ ัน ้ นายร ้อยพบเรือลําหนึง่ จากเมืองอเล็กซานเดรีย กําลังแล่นไปประเทศอิตาลี จึงให ้เราอยูใ่ นเรือลํานัน ้ 7 เมือ ่ เราล่องเรือไปช ้า ๆ หลายวันแล ้ว และเกือบจะมาถึงที่ เมืองกนีดส ั โดยทีล ่ มไม่พัดแรงพอ เราจึงล่องเรือไปทางด ้าน ใต ้ของเกาะครีต ตรงข ้ามกับเมืองซัลโมเน 8 และเมือ ่ ผ่านไปได ้สักพักก็มาถึงทีแ ่ ห่งหนึง่ ซึง่ เรียกว่า ท่าเรืออันงดงาม ใกล ้ ๆ กับเมืองลาเซีย 9 ครัน ้ เวลาล่วงไปมากแล ้ว และการเดินเรือก็เป็ นอันตราย เพราะเวลาอดอาหารผ่านไปแล ้ว เปาโลจึงตักเตือนพวกเขา ว่า 10 และได ้กล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า "ท่านทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้า เห็นว่าการเดินทางครัง้ นีจ ้ ะมีอน ั ตรายและได ้รับความเสียหาย มาก ไม่เพียงแต่กบ ั สินค ้าและเรือเท่านัน ้ แต่รวมถึงชีวต ิ ของ เราด ้วย" ่ กัปตันและเจ ้าของเรือมากกว่าสิง่ 11 ถึงกระนัน ้ นายร ้อยก็เชือ ทีเ่ ปาโลพูดไว ้ 12 และเนือ ่ งจากท่าเรือนัน ้ ไม่เหมาะแก่การจอดในช่วงฤดู หนาว ผู ้คนส่วนใหญ่จงึ แนะนํ าให ้ออกเดินทางจากทีน ่ ั่นด ้วย หากพวกเขาจะสามารถไปถึงเมืองเฟนิซได ้ และไปจอด ในช่วงฤดูหนาวทีน ่ ั่น ซึง่ เป็ นท่าเรือในเกาะครีต และตัง้ อยู่ ทางตะวันตกเฉียงใต ้และตะวันตกเฉียงเหนือ 13 เมือ ่ ลมใต ้พัดเบาๆ คิดว่าตนบรรลุเป้ าหมายแล ้ว จึงออก เดินเรือไปใกล ้เกาะครีต 14 แต่ไม่นานก็มล ี มพายุรน ุ แรงทีเ่ รียกว่า ยูโรไคลดอน พัด เข ้ามา 15 เมือ ่ เรือถูกพายุพัด และไม่อาจต ้านลมได ้ เราจึงปล่อยให ้ เรือแล่นออกไป ่ คลอดา เราต ้องทํางาน 16 และเมือ ่ วิง่ ไปใต ้เกาะแห่งหนึง่ ชือ มากเพือ ่ จะแล่นเรือมา 17 เมือ ่ พวกเขายกขึน ้ แล ้ว พวกเขาก็ใช ้เชือกช่วยรองรับเรือ และกลัวว่าจะตกลงไปในทรายดูด พวกเขาจึงถอดใบเรือและ แล่นไป 18 ครัน ้ พวกเราถูกพายุพัดกระหนํ่าอย่างหนัก วันรุง่ ขึน ้ พวก เขาก็ผอ ่ นเรือให ้เบาลง 19 และในวันทีส ่ ามเราก็ทงิ้ อุปกรณ์เรือออกไปด ้วยมือเราเอง 20 เมือ ่ ดวงอาทิตย์และดวงดาวไม่ปรากฏให ้เห็นติดต่อกัน หลายวัน และพายุใหญ่กําลังโหมกระหนํ่าพวกเรา ความหวัง ทัง้ หมดทีว่ า่ เราจะรอดก็หมดไป 21 แต่หลังจากอดกลัน ้ อยูเ่ ป็ นเวลานานแล ้ว เปาโลก็ยน ื ขึน ้ ท่ามกลางพวกเขาและกล่าวว่า ท่านทัง้ หลาย ท่านควรได ้ฟั ง ข ้าพเจ ้า และไม่ควรหลบหนีออกจากเกาะครีต แต่กลับได ้รับ อันตรายและสูญเสียเช่นนี้ ่ บาน เพราะว่าจะ 22 และบัดนีฉ ้ ั นขอเตือนพวกท่านให ้มีใจชืน ไม่มก ี ารสูญเสียชีวต ิ ผู ้ใดในพวกท่าน เว ้นแต่เรือเท่านัน ้ 23 เพราะเมือ ่ คืนนี้ ทูตสวรรค์ของพระเจ ้าผู ้ซึง่ ข ้าพเจ ้าเป็ น และเป็ นผู ้รับใช ้ ได ้ยืนอยูข ่ ้างข ้าพเจ ้า 24กล่าวว่า “อย่ากลัวเลย เปาโล เจ ้าจะต ้องถูกนํ าตัวไปเฝ้ าซี ซาร์ และดูเถิด พระเจ ้าได ้ทรงมอบทุกคนทีล ่ อ ่ งเรือไปกับเจ ้า ให ้กับเจ ้า” 25 เหตุฉะนัน ้ ท่านผู ้มีเกียรติทงั ้ หลาย จงมีใจกล ้าเถิด เพราะ ่ พระเจ ้าว่าเหตุการณ์จะเป็ นไปตามทีท ข ้าพเจ ้าเชือ ่ รงบอก ข ้าพเจ ้าไว ้ 26 แต่เราจะต ้องถูกทิง้ ไว ้บนเกาะแห่งหนึง่ ิ สีแ ่ ล ้ว ขณะทีเ่ รากําลังถูกพัดไปมาในอาเดรีย 27 เมือ ่ คืนทีส ่ บ ประมาณเทีย ่ งคืน พวกกะลาสีเรือเห็นว่าใกล ้จะถึงแผ่นดิน แล ้ว
บทที่ 28 ่ เมลิตา 1 เมือ ่ หนีออกไปแล ้วพวกเขาจึงรู ้ว่าเกาะนัน ้ ชือ 2 และพวกคนป่ าเถือ ่ นก็แสดงความกรุณาต่อเราไม่ใช่น ้อย เลย โดยก่อไฟต ้อนรับเราทุกคนเพราะฝนทีต ่ กในขณะนีแ ้ ละ ความหนาวเย็น 3 เมือ ่ เปาโลรวบรวมกิง่ ไม ้มามัดหนึง่ แล ้ววางลงในไฟ ก็มงี ู พิษตัวหนึง่ ออกมาจากความร ้อน แล ้วเกาะทีม ่ อ ื ของเปาโล 4 เมือ ่ พวกคนป่ าเถือ ่ นเห็นสัตว์ร ้ายติดอยูบ ่ นมือของชายคน นัน ้ พวกเขาก็พด ู กันว่า “ชายคนนีเ้ ป็ นฆาตกรแน่นอน ถึงแม ้ว่าเขาจะหนีรอดจากทะเลมาได ้ แต่การแก ้แค ้นก็ไม่ ยอมให ้เขาตาย” 5 และเขาสลัดสัตว์ร ้ายนัน ้ ลงไปในกองไฟ แต่ไม่เป็ นอันตราย ใดๆ 6 อย่างไรก็ตาม พวกเขาเห็นว่าพระองค์บวมขึน ้ หรือล ้มลง ตายทันที แต่เมือ ่ ได ้ดูอยูพ ่ ักหนึง่ และไม่เห็นมีอน ั ตรายใด ๆ เกิดขึน ้ กับพระองค์ พวกเขาก็เปลีย ่ นใจและกล่าวว่าพระองค์ เป็ นพระเจ ้า
106
กิจการของอัครสาวก
7 ในบริเวณเดียวกันนัน ้ มีทรัพย์สมบัตข ิ องหัวหน ้าเกาะคน ่ ปูบลิอส หนึง่ ชือ ั ซึง่ ต ้อนรับเราและพักกับเราอย่างมีนํ้าใจเป็ น เวลาสามวัน 8 ครัน ้ บิดาของปูบลิอส ั ก็ล ้มป่ วยเป็ นไข ้และเป็ นแผลเลือด เปาโลจึงเข ้าไปอธิษฐานภาวนาและวางมือบนเขาแล ้วก็ รักษาเขาให ้หาย 9 เมือ ่ ทําอย่างนีแ ้ ล ้ว คนอืน ่ ๆ ทีม ่ โี รคภัยไข ้เจ็บบนเกาะก็มา หาและหายจากโรคด ้วย 10 พวกเขาได ้ให ้เกียรติเราด ้วยเกียรติยศมากมาย และเมือ ่ เราจากไป พวกเขาก็ตก ั เตือนเราด ้วยสิง่ ของทีจ ่ ําเป็ น 11 และเมือ ่ ล่วงไปสามเดือน เราก็ออกเดินทางโดยเรือลํา หนึง่ แห่งเมืองอเล็กซานเดรีย ซึง่ จอดพักอยูบ ่ นเกาะในช่วง ั ลักษณ์ของแคสเตอร์และพอลลักซ์ ฤดูหนาว ซึง่ มีสญ 12 และเราจอดเรือทีเ่ มืองซีราคิวส์และพักอยูท ่ น ี่ ั่นสามวัน 13 และจากทีน ่ ั่นเราก็ไปเอาเข็มทิศมาและมาถึงเรจีอม ุ วัน หนึง่ ลมใต ้ก็พัดมา และวันรุง่ ขึน ้ เราก็มาถึงปูเตโอลี 14 ซึง่ พวกเราพบพีน ่ ้องและถูกขอให ้พักอยูก ่ บ ั พวกเขาเจ็ดวัน แล ้วพวกเราก็เดินทางไปยังกรุงโรม 15 และเมือ ่ พวกพีน ่ ้องทีน ่ ั่นได ้ยินข่าวถึงพวกเรา พวกเขาก็ ออกมาต ้อนรับเราทีอ ่ ป ั ปี โอรัวและตามร ้านเหล ้าสามแห่ง เมือ ่ เปาโลเห็นพวกเรา ก็ขอบคุณพระเจ ้าและมีกําลังใจขึน ้ 16 เมือ ่ เรามาถึงกรุงโรม นายร ้อยก็มอบนักโทษให ้แก่ผู ้ บัญชาการทหารรักษาพระองค์ แต่เปาโลได ้รับอนุญาตให ้อยู่ คนเดียวกับทหารคนหนึง่ ซึง่ คอยดูแลเขา 17 ครัน ้ ล่วงไปสามวันแล ้ว เปาโลจึงเรียกพวกหัวหน ้าชาวยิว มาประชุมกัน และเมือ ่ พวกเขามาประชุมกันแล ้ว เขาจึงกล่าว กับพวกเขาว่า "พีน ่ ้องทัง้ หลาย ถึงแม ้ว่าข ้าพเจ ้าไม่ได ้ทําผิด อะไรต่อประชาชนหรือต่อธรรมเนียมของบรรพบุรษ ุ ของ ข ้าพเจ ้าเลย ข ้าพเจ ้าก็ยังถูกมอบเป็ นเชลยจากกรุงเยรูซาเล็ม ไปอยูใ่ นมือของพวกโรมัน" 18 ซึง่ เมือ ่ ได ้สอบสวนข ้าพเจ ้าแล ้ว ก็ทรงยอมปล่อยข ้าพเจ ้า ไป เพราะว่าไม่มเี หตุอน ั ใดให ้ต ้องตายในตัวข ้าพเจ ้าเลย 19 แต่เมือ ่ พวกยิวพูดต่อต ้าน ฉั นจึงถูกบังคับให ้ยืน ่ อุทธรณ์ตอ ่ ซีซาร์ ไม่ใช่วา่ ฉั นควรจะกล่าวโทษประชาชาติของฉั นด ้วย เรือ ่ งนี้ 20เพราะเหตุนเี้ องทีข ่ ้าพเจ ้าเรียกท่านมาเพือ ่ จะพบท่านและ พูดคุยกับท่าน เพราะว่าข ้าพเจ ้าถูกพันธนาการด ้วยโซ่ตรวนนี้ ก็เพือ ่ ความหวังของอิสราเอล 21 พวกเขาจึงกล่าวแก่ทา่ นว่า “พวกเราไม่ได ้รับจดหมายจาก แคว ้นยูเดียเกีย ่ วกับท่าน และไม่มพ ี น ี่ ้องคนใดทีม ่ าแสดงหรือ พูดร ้ายถึงท่านเลย” 22 แต่เราอยากฟั งความคิดเห็นของท่าน เพราะเรารู ้ว่ามี คําพูดทีก ่ ล่าวร ้ายลัทธินท ี้ ก ุ แห่ง 23 และเมือ ่ พวกเขาได ้นัดวันกับพระองค์แล ้ว ก็มห ี ลายคนมา หาพระองค์ทท ี่ พ ี่ ักของพระองค์ พระองค์จงึ อธิบายและเป็ น พยานถึงอาณาจักรของพระเจ ้าแก่เขา โดยชักชวนพวกเขา ่ ในพระเยซู ทัง้ จากธรรมบัญญัตข ให ้เชือ ิ องโมเสส และจาก บรรดาผู ้เผยพระวจนะ ตัง้ แต่เช ้าจนเย็น ่ สิง่ ทีเ่ ขาพูด และบางคนก็ไม่เชือ ่ 24บางคนก็เชือ 25 และเมือ ่ พวกเขาไม่ตกลงกันจึงออกไป หลังจากทีเ่ ปาโล พูดคําเดียวว่า "พระวิญญาณบริสท ุ ธิต ์ รัสกับบรรพบุรษ ุ ของ เราโดยผ่านเอซายาห์ผู ้เผยพระวจนะว่า ถูกต ้องแล ้ว" 26 ตรัสว่า จงไปหาชนชาติเหล่านีแ ้ ละกล่าวว่า พวกเจ ้าได ้ยิน ก็จะได ้ยิน แต่จะไม่เข ้าใจ พวกเจ ้าเห็นก็จะเห็น แต่จะไม่ เข ้าใจ 27 เพราะว่าใจของชนชาติเหล่านีก ้ ลายเป็ นหยาบ และหูของ พวกเขาก็ตงึ และตาของพวกเขาก็ปิด เกรงว่าพวกเขาจะเห็น ด ้วยตาของพวกเขา และได ้ยินด ้วยหูของพวกเขา และเข ้าใจ
ด ้วยจิตใจของพวกเขา และจะกลับใจใหม่ และเราจะได ้รักษา พวกเขา” 28 เพราะฉะนัน ้ จงให ้พวกท่านทราบเถิดว่า ความรอดของ พระเจ ้าได ้ถูกส่งไปยังคนต่างชาติแล ้ว และพวกเขาจะได ้ยิน เรือ ่ งนี้ 29 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านีแ ้ ล ้ว พวกยิวก็จากไป และ ถกเถียงกันอย่างดุเดือด 30 และเปาโลได ้อาศัยอยูใ่ นบ ้านทีเ่ ช่าของตนเป็ นเวลาสองปี เต็ม และได ้ต ้อนรับทุกคนทีเ่ ข ้ามาหาเขา 31 โดยประกาศข่าวอาณาจักรของพระเจ ้า และสัง่ สอน เรือ ่ งราวเกีย ่ วกับพระเยซูคริสต์องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าอย่างมั่นใจ และไม่มใี ครห ้ามพระองค์ได ้
107