Skip to main content

Thai - The Gospel of John

Page 1

จอห์น บทที่ 1 1 ในปฐมกาลพระวจนะนัน ้ ทรงมีอยู่ และพระวจนะนัน ้ ทรงอยู่ กับพระเจ ้า และพระวจนะนัน ้ เป็ นพระเจ ้า 2 พระองค์นัน ้ ทรงอยูก ่ บ ั พระเจ ้าในตอนเริม ่ ต ้น ั สิง่ เดียวที่ 3 สรรพสิง่ ล ้วนสร ้างขึน ้ โดยพระองค์ และไม่มส ี ก สร ้างขึน ้ โดยปราศจากพระองค์ 4 ในพระองค์มช ี วี ต ิ และชีวต ิ นัน ้ เป็ นความสว่างของมนุษย์ 5 และความสว่างส่องอยูใ่ นความมืด และความมืดไม่เข ้าใจ ความสว่างนัน ้ ่ โยฮัน 6 มีชายคนหนึง่ ทีพ ่ ระเจ ้าทรงส่งมา ชือ 7 ผู ้นีม ้ าเพือ ่ เป็ นพยานเพือ ่ เป็ นพยานถึงความสว่าง เพือ ่ ให ้คน ่ ผ่านทางเขา ทัง้ ปวงเชือ 8 เขาไม่ใช่ความสว่างนัน ้ แต่ถก ู ส่งมาเพือ ่ เป็ นพยานถึงความ สว่างนัน ้ 9 นั่นคือความสว่างแท ้ ซึง่ ส่องสว่างแก่ทก ุ คนทีเ่ ข ้ามาในโลก 10 พระองค์ทรงอยูใ่ นโลก และโลกถูกสร ้างขึน ้ โดยพระองค์ แต่โลกไม่รู ้จักพระองค์ 11 พระองค์เสด็จมายังพวกของพระองค์ แต่พวกของพระองค์ ไม่รับพระองค์ 12 แต่สว่ นบรรดาผู ้ทีร่ ับพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทาน ่ ในพระนาม อํานาจให ้เป็ นบุตรของพระเจ ้า คือ บรรดาผู ้ทีเ่ ชือ ของพระองค์ 13 ซึง่ เกิดมาไม่ใช่จากโลหิต หรือจากความประสงค์ของเนือ ้ หนัง หรือจากความประสงค์ของมนุษย์ แต่เกิดจากพระเจ ้า 14 และพระวาทะได ้ทรงเป็ นมนุษย์ และทรงอยูท ่ า่ มกลาง พวกเรา (และเราได ้เห็นพระสิรข ิ องพระองค์ คือพระสิรท ิ ี่ เหมือนกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา) เต็มไปด ้วย พระคุณและความจริง 15 ยอห์นได ้เป็ นพยานถึงพระองค์และร ้องว่า บุคคลนีเ้ องที่ ข ้าพระองค์พด ู ถึงว่า พระองค์ทก ี่ ําลังจะเสด็จมาภายหลังข ้า ั ดิส พระองค์ ย่อมมีศก ์ งู กว่าข ้าพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรง มีอยูก ่ อ ่ นข ้าพระองค์ 16 และเราทุกคนก็ได ้รับจากความบริบรู ณ์ของพระองค์ เป็ น พระคุณแทนพระคุณ 17 เพราะว่าธรรมบัญญัตน ิ ัน ้ ประทานมาทางโมเสส แต่ พระคุณและความจริงนัน ้ มาทางพระเยซูคริสต์ 18 ไม่มม ี นุษย์คนใดเคยเห็นพระเจ ้าเลย แต่พระบุตรองค์เดียว ผู ้ทรงสถิตอยูใ่ นอ ้อมอกของพระบิดา พระองค์ทรงสําแดง พระเจ ้าแล ้ว 19 นีแ ่ หละเป็ นบันทึกของยอห์น เมือ ่ พวกยิวส่งปุโรหิตและ พวกเลวีจากเยรูซาเล็มไปถามเขาว่า “ท่านเป็ นใคร” 20 และเขาได ้สารภาพและไม่ปฏิเสธ แต่ได ้สารภาพว่า " ข ้าพเจ ้าไม่ใช่พระคริสต์" 21พวกเขาจึงถามเขาว่า “แล ้วท่านเป็ นเอลียาห์หรือ?” เขา ตอบว่า “ข ้าพเจ ้าไม่ใช่” ท่านเป็ นศาสดาพยากรณ์คนนัน ้ หรือ? เขาก็ตอบว่า “ไม่ใช่” 22 พวกเขาจึงถามท่านว่า “ท่านเป็ นใคร” เพือ ่ เราจะได ้ตอบผู ้ ทีส ่ ง่ เรามา ท่านคิดอย่างไรเกีย ่ วกับตัวท่านเอง? 23ท่านกล่าวว่า ข ้าพเจ ้าเป็ นเสียงของผู ้ทีร่ ้องในถิน ่ ทุรกันดาร ว่า จงปรับทางสําหรับองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าให ้ตรง ดังทีเ่ อซา ยาห์ผู ้เผยพระวจนะกล่าวไว ้ 24ส่วนคนเหล่านัน ้ ทีถ ่ ก ู ส่งมานัน ้ เป็ นพวกฟาริส ี 25 พวกเขาจึงถามเขาว่า "ถ ้าท่านไม่ใช่พระคริสต์ ไม่ใช่เอลี ยาห์ หรือผู ้เผยพระวจนะผู ้นัน ้ ทําไมท่านจึงทําพิธบ ี พ ั ติศมา?"

26 ยอห์นตอบพวกเขาว่า ฉั นให ้บัพติศมาด ้วยนํ้ า แต่มผ ี ู ้หนึง่ ยืนอยูท ่ า่ มกลางพวกท่านซึง่ พวกท่านไม่รู ้จัก ั ดิส 27 พระองค์ผู ้ทีจ ่ ะเสด็จมาภายหลังข ้าพเจ ้า ย่อมมีศก ์ งู กว่า ข ้าพเจ ้า แต่ข ้าพเจ ้าไม่คค ู่ วรแม ้แต่จะแก ้สายรัดรองเท ้าของ พระองค์ 28 สิง่ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ ทีเ่ มืองเบธาบาราฝั่ งตะวันออกของแม่นํ้า จอร์แดน ทีซ ่ งึ่ ยอห์นกําลังให ้บัพติศมา 29 วันรุง่ ขึน ้ ยอห์นเห็นพระเยซูเสด็จมาหาเขา จึงกล่าวว่า “ดู เถิด นีค ่ อ ื ลูกแกะของพระเจ ้า ผู ้ทรงลบล ้างความบาปของ โลก” 30 พระองค์นแ ี้ หละทีข ่ ้าพระองค์ได ้กล่าวว่า ภายหลังข ้า พระองค์จะมีมนุษย์ผู ้หนึง่ เสด็จมาซึง่ จะประเสริฐกว่าข ้า พระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงดํารงอยูก ่ อ ่ นข ้าพระองค์ 31 และฉั นไม่รู ้จักเขา แต่เพือ ่ ให ้เขาปรากฏแก่พวกอิสราเอล ดังนัน ้ ฉั นจึงมาทําบัพติศมาด ้วยนํ้ า 32 และยอห์นได ้ให ้คําพยานว่า ข ้าพเจ ้าเห็นพระวิญญาณ เสด็จลงมาจากสวรรค์เหมือนดังนกพิราบ และสถิตอยูบ ่ น พระองค์ 33แต่ข ้าพเจ ้าไม่รู ้จักพระองค์ แต่พระองค์ทท ี่ รงใช ้ข ้าพเจ ้ามา ให ้บัพติศมาด ้วยนํ้ า พระองค์นัน ้ ได ้ตรัสกับข ้าพเจ ้าว่า "เมือ ่ เจ ้าเห็นพระวิญญาณเสด็จลงมาและสถิตอยูบ ่ นผู ้ใด ผู ้นัน ้ คือ ผู ้ทีใ่ ห ้บัพติศมาด ้วยพระวิญญาณบริสท ุ ธิ"์ 34 และข ้าพเจ ้าได ้เห็นและเป็ นพยานว่า พระองค์นค ี้ อ ื พระ บุตรของพระเจ ้า 35 วันรุง่ ขึน ้ ยอห์นก็ยน ื ขึน ้ อีก พร ้อมกับสาวกของเขาสองคน 36 และเขามองดูพระเยซูขณะทีพ ่ ระองค์ทรงเดินและกล่าวว่า "ดูเถิด ลูกแกะของพระเจ ้า!" 37 เมือ ่ สาวกทัง้ สองได ้ยินพระองค์พด ู เช่นนัน ้ จึงติดตามพระ เยซูไป 38 พระเยซูหันกลับมาเห็นพวกเขาตามมา จึงตรัสถามพวก เขาว่า “ ท่านหาอะไรอยู?่ ” พวกเขาจึงทูลพระองค์วา่ “อาจารย์” (ซึง่ แปลว่า “อาจารย์”) ท่านอยูท ่ ไี่ หน? 39 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ มาดูเถิด” พวกเขาก็ไปเห็นที่ ซึง่ พระองค์ประทับ และได ้พักอยูก ่ บ ั พระองค์ในวันนัน ้ เพราะ เป็ นเวลาประมาณสีโ่ มงเย็น 40 คนหนึง่ ในสองคนทีไ่ ด ้ยินยอห์นพูดและติดตามพระองค์ ไปคืออันดรูว ์ น ้องชายของซีโมนเปโตร 41 ก่อนอืน ่ เขาได ้ไปหาซีโมนพีช ่ ายของตน และบอกเขาว่า “เราพบพระเมสสิยาห์แล ้ว” ซึง่ แปลว่าพระคริสต์ 42 และเขาพาเขามาหาพระเยซู เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตร เห็นเขา พระองค์จงึ ตรัสว่า เจ ้าคือซีโมนบุตรโยนา เจ ้าจะถูก เรียกว่าเคฟาส ซึง่ แปลว่า ก ้อนหิน 43 วันรุง่ ขึน ้ พระเยซูทรงเดินทางไปแคว ้นกาลิล ี และพบฟิ ลป ิ จึงตรัสกับเขาว่า “ จงตามเรามา” 44 ฟิ ลป ิ มาจากเบธไซดา ซึง่ เป็ นเมืองของอันดรูวแ ์ ละเปโตร 45 ฟิ ลป ิ พบนาธานาเอลและบอกเขาว่า “เราได ้พบคนที่ โมเสสเขียนถึงในธรรมบัญญัตแ ิ ละทีบ ่ รรดาผู ้เผยพระวจนะ เขียนถึง คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธ บุตรชายของโยเซฟ” 46 นาธานาเอลจึงถามเขาว่า “จะมีสงิ่ ดีอะไรเกิดขึน ้ จากเมือง นาซาเร็ธได ้เล่า” ฟิ ลป ิ จึงตอบเขาว่า “มาดูเถิด” 47 พระเยซูทอดพระเนตรเห็นนาธานาเอลมาหาพระองค์ จึง ตรัสถึงเขาว่า “ ดูเถิด เขาเป็ นคนอิสราเอลแท ้ และไม่มเี ล่ห ์ เหลีย ่ มใดๆ เลย” 48 นาธานาเอลถามพระองค์วา่ “ท่านรู ้จักเราจากทีใ่ ด” พระ เยซูตรัสตอบเขาว่า “ ก่อนทีฟ ่ ิ ลป ิ จะเรียกท่าน เมือ ่ ท่านอยูใ่ ต ้ ต ้นมะเดือ ่ เราเห็นท่าน” 49 นาธานาเอลตอบพระองค์วา่ “อาจารย์ ท่านเป็ นพระบุตร ของพระเจ ้า ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องอิสราเอล”


จอห์น

50 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ เพราะเราบอกเจ ้าว่าเราเห็นเจ ้า ่ อย่างนัน อยูใ่ ต ้ต ้นมะเดือ ่ เจ ้าจึงเชือ ้ หรือ? เจ ้าจะเห็นสิง่ ที่ ยิง่ ใหญ่กว่านีอ ้ ก ี ” 51 และพระองค์ตรัสแก่เขาว่า จริงแท ้แน่นอน เราบอกท่าน ทัง้ หลายว่า ภายหลังนีท ้ า่ นจะได ้เห็นสวรรค์เปิ ดออก และ เหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ ้าขึน ้ และลงอยูเ่ หนือบุตรมนุษย์ บทที่ 2 1 และในวันทีส ่ ามมีงานแต่งงานทีเ่ มืองคานาในแคว ้นกาลิล ี และมารดาของพระเยซูก็อยูท ่ น ี่ ั่น 2 ทัง้ พระเยซูและเหล่าสาวกของพระองค์ได ้รับเรียกไปงาน สมรส 3 เมือ ่ พวกเขาต ้องการเหล ้าองุน ่ มารดาของพระเยซูก็บอก พระองค์วา่ “เขาไม่มเี หล ้าองุน ่ แล ้ว” 4 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ หญิงเอ๋ย ข ้าพเจ ้ามีอะไรเกีย ่ วข ้อง กับท่าน เวลาของข ้าพเจ ้ายังมาไม่ถงึ ” 5 มารดาของพระองค์ตรัสแก่คนรับใช ้ว่า “ท่านสัง่ ให ้ทําอะไร ก็จงทําตามนัน ้ ” 6 และมีโอ่งหินตัง้ อยูท ่ น ี่ ั่นหกใบตามแบบทีใ่ ช ้ในการชําระล ้าง ของพวกยิว ใบละสองหรือสามใบ 7 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า จงเติมนํ้ าลงในโอ่งนํ้ าให ้เต็ม และพวกเขาก็เติมนํ้ าจนเต็มถึงขอบ 8 และท่านตรัสแก่พวกเขาว่า จงตักนํ้ าออกและนํ าไปให ้ผู ้ว่า การงานเลีย ้ ง พวกเขาก็นํานํ้ านัน ้ ไป 9 เมือ ่ เจ ้าภาพงานเลีย ้ งชิมนํ้ าทีก ่ ลายเป็ นไวน์แล ้ว และไม่รู ้ว่า มาจากไหน (แต่คนใช ้ทีต ่ ก ั นํ้ ารู ้) เจ ้าภาพงานเลีย ้ งจึงเรียก เจ ้าบ่าว 10 และตรัสแก่ทา่ นว่า "ทุกคนต่างก็เอาไวน์ดม ี าในตอนแรก เมือ ่ ดืม ่ จนดีแล ้วจึงเอาทีแ ่ ย่กว่ามา แต่ทา่ นยังเก็บไวน์ดไี ว ้ จนกระทั่งบัดนี"้ 11 การอัศจรรย์ครัง้ แรกนีพ ้ ระเยซูทรงกระทําทีห ่ มูบ ่ ้านคานา ในแคว ้นกาลิล ี และทรงแสดงพระสิรข ิ องพระองค์ และเหล่า ่ ในพระองค์ สาวกของพระองค์ก็เชือ 12ภายหลังเหตุการณ์นี้ พระองค์เสด็จลงไปยังเมืองคาเปอร นาอุม พร ้อมด ้วยมารดาของพระองค์ พีน ่ ้องของพระองค์ และ เหล่าสาวกของพระองค์ และอยูท ่ น ี่ ั่นเพียงไม่กวี่ ัน 13 เมือ ่ เทศกาลปั สกาของพวกยิวใกล ้เข ้ามาแล ้ว พระเยซูจงึ เสด็จขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 14 และได ้พบคนขายวัว แกะ และนกพิราบในวิหาร และคน รับแลกเงินนั่งอยู่ 15 และเมือ ่ พระองค์ทรงทําเป็ นแส ้ด ้วยเชือกเล็กๆ แล ้ว พระองค์ทรงไล่คนเหล่านัน ้ ทัง้ หมดออกจากพระวิหาร พร ้อม ทัง้ แกะและวัว และทรงเทเงินของผู ้แลกเงิน และทรงควํา่ โต๊ะ 16 และตรัสแก่ผู ้ขายนกพิราบว่า จงเอาสิง่ เหล่านีอ ้ อกไปจาก บ ้าน อย่าทําให ้บ ้านของพระบิดาของฉั นเป็ นบ ้านค ้าขาย 17 และเหล่าสาวกของพระองค์ก็จําได ้ว่ามีคําเขียนไว ้ว่า ` ความกระตือรือร ้นในบ ้านของพระองค์ได ้กินกินข ้าพเจ ้าไป แล ้ว' 18 พวกยิวจึงตอบพระองค์วา่ “ท่านแสดงหมายสําคัญอะไร ให ้พวกเราเห็น เมือ ่ ท่านกระทําสิง่ เหล่านี?้ ” 19 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า จงทําลายพระวิหารนีเ้ สีย แล ้วในสามวันเราจะสร ้างขึน ้ ใหม่ ่ บ ิ หกปี 20 พวกยิวจึงกล่าวว่า พระวิหารนีส ้ ร ้างเสร็จภายในสีส แล ้วท่านจะสร ้างให ้เสร็จภายในสามวันหรือ? 21 แต่พระองค์ตรัสถึงวิหารแห่งร่างกายของพระองค์ 22 เมือ ่ พระองค์ทรงคืนพระชนม์จากบรรดาคนตายแล ้ว พวก สาวกของพระองค์ก็ระลึกได ้ว่าพระองค์ได ้ตรัสดังนีก ้ บ ั พวก ่ พระคัมภีรแ เขา และพวกเขาก็เชือ ์ ละคําทีพ ่ ระเยซูได ้ตรัส

23 เมือ ่ พระองค์ประทับอยูท ่ ก ี่ รุงเยรูซาเล็มในวันฉลอง ่ ในพระนามของพระองค์ เทศกาลปั สกา มีคนเป็ นอันมากเชือ เพราะพวกเขาเห็นการอัศจรรย์ทพ ี่ ระองค์ทรงกระทํา 24 แต่พระเยซูไม่ได ้ทรงมอบพระองค์เองแก่พวกเขา เพราะ พระองค์ทรงรู ้จักมนุษย์ทก ุ คน 25 และพระองค์ไม่จําเป็ นต ้องให ้ใครมาเป็ นพยานถึงมนุษย์ เพราะพระองค์ทรงทราบว่ามีอะไรอยูใ่ นมนุษย์ บทที่ 3 ่ นิโคเดมัส เป็ นประมุขของ 1 มีชายคนหนึง่ ในพวกฟาริส ี ชือ ชาวยิว 2 คนนีม ้ าหาพระเยซูในเวลากลางคืนและกล่าวกับพระองค์วา่ “อาจารย์ พวกเราทราบดีวา่ ท่านเป็ นครูทม ี่ าจากพระเจ ้า เพราะไม่มผ ี ู ้ใดทําสิง่ อัศจรรย์เหล่านีไ้ ด ้ เว ้นแต่พระเจ ้าจะทรง อยูก ่ บ ั เขา” 3 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่า ถ ้า ผู ้ใดไม่เกิดใหม่ ผู ้นัน ้ จะเห็นอาณาจักรของพระเจ ้าไม่ได ้" 4 นิโคเดมัสจึงถามพระองค์วา่ “คนชราแล ้วจะเกิดใหม่ได ้ อย่างไร? จะเข ้าในครรภ์มารดาเป็ นครัง้ ทีส ่ องและเกิดใหม่ได ้ อย่างไร?” 5 พระเยซูตรัสตอบว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ นว่า ถ ้าผู ้ใด ไม่ได ้บังเกิดจากนํ้ าและพระวิญญาณ ผู ้นัน ้ จะเข ้าใน อาณาจักรของพระเจ ้าไม่ได ้" 6 สิง่ ทีเ่ กิดจากเนือ ้ หนังก็เป็ นเนือ ้ หนัง สิง่ ทีเ่ กิดจากพระ วิญญาณก็เป็ นวิญญาณ 7 อย่าประหลาดใจทีเ่ ราบอกเจ ้าว่า เจ ้าต ้องเกิดใหม่ 8 ลมก็พัดไปในทีท ่ ม ี่ ันต ้องการ และท่านได ้ยินเสียงลมนัน ้ แต่ทา่ นไม่รู ้ว่าลมมาจากไหนและไปทีไ่ หน เป็ นเช่นนีท ้ ก ุ คนที่ เกิดจากพระวิญญาณ 9 นิโคเดมัสตอบพระองค์วา่ “เหตุการณ์เหล่านีจ ้ ะเป็ นไปได ้ อย่างไร?” 10 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ท่านเป็ นอาจารย์ของอิสราเอล และไม่รู ้สิง่ เหล่านีห ้ รือ?" 11 จริง ๆ จริง ๆ เราบอกท่านว่า เราพูดสิง่ ทีเ่ รารู ้ และเป็ น พยานว่าเราได ้เห็น และท่านก็ไม่รับคําพยานของเรา ่ แล ้วเรา 12 ถ ้าเราบอกท่านถึงเรือ ่ งของโลกแล ้วท่านไม่เชือ ่ ได ้อย่างไร? จะบอกท่านถึงเรือ ่ งสวรรค์ได ้อย่างไร ท่านจะเชือ ่ วรรค์ เว ้นเสียแต่ผู ้ทีล 13 และไม่มม ี นุษย์คนใดได ้ขึน ้ ไปสูส ่ ง มาจากสวรรค์ คือบุตรมนุษย์ซงึ่ สถิตในสวรรค์ 14 และเมือ ่ โมเสสยกงูขน ึ้ ในถิน ่ ทุรกันดาร บุตรมนุษย์ก็ จะต ้องถูกยกขึน ้ เช่นเดียวกัน ่ ในพระองค์จะไม่พน 15 เพือ ่ ผู ้ใดทีเ่ ชือ ิ าศ แต่มช ี วี ต ิ นิรันดร์ 16 เพราะว่าพระเจ ้าทรงรักโลก จนได ้ประทานพระบุตรองค์ เดียวของพระองค์ เพือ ่ ทุกคนทีว่ างใจในพระองค์จะไม่พน ิ าศ ี แต่มช ี วต ิ นิรันดร์ 17 เพราะว่าพระเจ ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกไม่ใช่เพือ ่ พิพากษาโลก แต่เพือ ่ โลกจะได ้รับความรอดโดยพระบุตรนัน ้ ่ ในพระองค์ก็จะไม่ถก ่ ก็ถก 18 ผู ้ทีเ่ ชือ ู พิพากษา แต่ผู ้ทีไ่ ม่เชือ ู ่ ในพระนามของพระบุตร พิพากษาอยูแ ่ ล ้ว เพราะเขาไม่เชือ องค์เดียวของพระเจ ้า 19 หลักของการพิพากษานัน ้ คือความสว่างได ้เข ้ามาในโลก แล ้ว แต่มนุษย์กลับรักความมืดมากกว่าความสว่าง เพราะ กิจการของพวกเขาชัว่ ร ้าย 20 เพราะทุกคนทีป ่ ระพฤติชวั่ ก็เกลียดความสว่าง และไม่ มายังความสว่าง ด ้วยเกรงว่าการกระทําของเขาจะถูกตําหนิ ่ วามสว่าง เพือ 21 แต่ผู ้ทีป ่ ระพฤติตามความจริงก็มาสูค ่ ให ้ การกระทําของเขาปรากฏว่าได ้กระทําโดยพระเจ ้า


จอห์น

22 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ พระเยซูกบ ั เหล่าสาวกของ พระองค์ก็เสด็จไปยังแคว ้นยูเดีย และประทับอยูท ่ น ี่ ั่นกับพวก เขา และทรงให ้บัพติศมา 23 ยอห์นก็ให ้บัพติศมาอยูท ่ อ ี่ ายโนนใกล ้เมืองซาลิมด ้วย เพราะทีน ่ ั่นมีนํ้ามาก ยอห์นจึงมาและรับบัพติศมา 24 เพราะยอห์นยังไม่ถก ู จําคุก 25 แล ้วเกิดการโต ้เถียงกันขึน ้ ระหว่างสาวกของยอห์นกับพวก ยิวเรือ ่ งการชําระให ้บริสท ุ ธิ์ 26 พวกเขาจึงมาหายอห์นและกล่าวแก่ทา่ นว่า "อาจารย์ คน ทีอ ่ ยูก ่ บ ั ท่านฝั่ งฟากแม่นํ้าจอร์แดนข ้างโน ้น ผู ้ทีท ่ า่ นเป็ น พยานถึงนัน ้ ดูเถิด ผู ้นัน ้ กําลังทําพิธบ ี พ ั ติศมา และคนทัง้ ปวง ก็พากันไปหาเขา" 27 ยอห์นตอบว่า "มนุษย์จะรับสิง่ ใดไม่ได ้เลย เว ้นแต่จะ ประทานจากสวรรค์ให ้เขา" 28 พวกท่านเองก็เป็ นพยานให ้ฉั นได ้ว่าฉั นพูดว่า ฉั นไม่ใช่ พระคริสต์ แต่ฉันถูกส่งมาเฝ้ าพระองค์ 29 ผู ้ทีม ่ เี จ ้าสาวคือเจ ้าบ่าว แต่มต ิ รสหายของเจ ้าบ่าวทีย ่ น ื ฟั ง ื่ ชมยินดีอย่างยิง่ เมือ เจ ้าบ่าวก็ชน ่ ได ้ยินเสียงเจ ้าบ่าว ดังนัน ้ ่ ชมยินดีของฉั นก็เต็มเปี่ ยมแล ้ว ความชืน 30 พระองค์ต ้องยิง่ ใหญ่ขน ึ้ แต่ฉันต ้องลดน ้อยลง 31 พระองค์ผู ้เสด็จมาจากเบือ ้ งบนทรงเป็ นใหญ่เหนือทุกสิง่ ผู ้ทีม ่ าจากแผ่นดินโลกย่อมเป็ นฝ่ ายโลกและพูดตามแผ่นดิน โลก พระองค์ผู ้เสด็จมาจากสวรรค์ทรงเป็ นใหญ่เหนือทุกสิง่ 32 และสิง่ ทีเ่ ขาได ้เห็นและได ้ยิน เขาก็ยน ื ยัน และไม่มใี คร รับคําพยานของเขา 33 ผู ้ใดได ้รับคําพยานของพระองค์แล ้ว ก็ได ้ประทับตราของ พระองค์ไว ้ว่าพระเจ ้าทรงเป็ นความจริง 34 เพราะผู ้ทีพ ่ ระเจ ้าทรงใช ้มา ย่อมกล่าวพระวจนะของพระ เจ ้า เพราะว่าพระเจ ้ามิได ้ทรงประทานพระวิญญาณอย่าง จํากัดแก่เขา 35 พระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงมอบทุกสิง่ ไว ้ในพระหัตถ์ ของพระองค์ ่ ในพระบุตรก็จะมีชวี ต ่ ในพระ 36 ผู ้ใดเชือ ิ นิรันดร์ ผู ้ใดไม่เชือ บุตรก็จะไม่เห็นชีวต ิ แต่ความพิโรธของพระเจ ้าจะตกอยูก ่ บ ั เขา บทที่ 4 1 เมือ ่ องค์พระผู ้เป็ นเจ ้าทรงทราบว่าพวกฟาริสไี ด ้ยินว่าพระ เยซูทรงสร ้างสาวกและให ้บัพติศมามากกว่ายอห์น 2 (แม ้ว่าพระเยซูเองไม่ได ้ทรงทําพิธบ ี พ ั ติศมา แต่ทรงทําพิธ ี บัพติศมาแก่สาวกของพระองค์) 3 พระองค์เสด็จออกจากแคว ้นยูเดียและเสด็จไปยังแคว ้นกา ลิลอ ี ก ี ครัง้ 4 และเขาจะต ้องผ่านไปสะมาเรีย ่ สิคารในแคว ้นสะมาเ 5 แล ้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองหนึง่ ชือ รีย ใกล ้ทีด ่ น ิ แปลงหนึง่ ทีย ่ าโคบยกให ้แก่โยเซฟบุตรชายของ ตน 6 ในเวลานัน ้ มีบอ ่ นํ้ าของยาโคบอยูท ่ น ี่ ั่น พระเยซูทรงเหนือ ่ ย จากการเดินทาง จึงประทับนั่งทีบ ่ อ ่ นํ้ านัน ้ ขณะนัน ้ เป็ นเวลา ประมาณบ่ายสามโมง 7 หญิงชาวสะมาเรียคนหนึง่ มาตักนํ้ า พระเยซูจงึ ตรัสกับเธอ ว่า “ ให ้ฉั นดืม ่ นํ้ าหน่อย” ้ อาหาร) 8 (เพราะว่าสาวกของพระองค์ได ้เข ้าเมืองไปซือ 9 หญิงชาวสะมาเรียจึงทูลพระองค์วา่ “ท่านผู ้เป็ นยิวจึงขอนํ้ า ดืม ่ จากฉั นซึง่ เป็ นหญิงชาวสะมาเรีย เพราะพวกยิวไม่คบหาส มาคมกับชาวสะมาเรียเลย”

10 พระเยซูตรัสตอบนางว่า " ถ ้าเจ ้ารู ้จักของประทานของพระ เจ ้า และรู ้จักผู ้ทีพ ่ ด ู กับเจ ้าว่า จงให ้นํ้ าแก่เราเถิด เจ ้าคงจะขอ จากเขา และเขาคงจะให ้นํ้ าทีม ่ ช ี วี ต ิ แก่เจ ้า" 11 หญิงนัน ้ จึงทูลพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า ท่านไม่มอ ี ะไรทีจ ่ ะ ตัก และบ่อนํ้ าก็ลก ึ แล ้วท่านได ้นํ้ าแห่งชีวต ิ นัน ้ มาจากไหน?” 12 ท่านยิง่ ใหญ่กว่ายาโคบบิดาของเรา ผู ้ซึง่ ให ้บ่อนํ้ านีแ ้ ก่เรา และดืม ่ จากบ่อนัน ้ ทัง้ ตัวเขาเอง และลูกๆ ของเขา และสัตว์ เลีย ้ งของเขาหรือ? 13 พระเยซูตรัสตอบเธอว่า “ ผู ้ใดดืม ่ นํ้ านีก ้ ็จะกระหายอีก” 14 แต่ผู ้ใดดืม ่ นํ้ าซึง่ เราจะให ้เขานัน ้ จะไม่กระหายอีกเลย นํ้ า ซึง่ เราจะให ้เขานัน ้ จะเป็ นเหมือนบ่อนํ้ าในตัวเขาซึง่ พุง่ ขึน ้ สู่ ชีวต ิ นิรันดร์ 15 หญิงนัน ้ ทูลพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า โปรดให ้นํ้ านัน ้ แก่ฉัน เพือ ่ ฉั นจะไม่กระหายอีก และจะได ้ไม่ต ้องมาตักนํ้ าทีน ่ ”ี่ 16 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ ไปเรียกสามีของคุณมาทีน ่ ส ี่ ”ิ 17 หญิงนัน ้ ตอบว่า “ฉั นไม่มส ี ามี” พระเยซูตรัสกับนางว่า “ เจ ้าพูดถูกแล ้ว ว่าฉั นไม่มส ี ามี” 18 เพราะว่าท่านได ้มีสามีห ้าคนแล ้ว และคนทีท ่ า่ นมีอยู่ ขณะนีก ้ ็ไม่ใช่สามีของท่าน ในเรือ ่ งนีท ้ า่ นพูดจริง 19 หญิงนัน ้ กล่าวแก่ทา่ นว่า "ท่านเจ ้าคะ ดิฉันเห็นจริงว่าท่าน เป็ นศาสดาพยากรณ์" 20 บรรพบุรษ ุ ของพวกเราเคยนมัสการบนภูเขานี้ แต่พวกท่าน กลับพูดว่า ทีเ่ ยรูซาเล็มเป็ นสถานทีท ่ ม ี่ นุษย์ควรนมัสการ ่ เราเถิด เวลาจะ 21 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า " หญิงเอ๋ย เชือ มาถึงเมือ ่ พวกเจ ้าจะไม่นมัสการพระบิดาบนภูเขาแห่งนี้ หรือ ทีก ่ รุงเยรูซาเล็ม" 22 พวกท่านนมัสการอะไรพวกท่านไม่รู ้จักเลย เราทราบว่า เรานมัสการอะไร เพราะความรอดมาจากพวกยิว 23 แต่เวลานัน ้ ใกล ้จะมาถึงแล ้ว และบัดนีก ้ ็ถงึ แล ้ว คือเมือ ่ ผู ้ นมัสการอย่างถูกต ้องจะนมัสการพระบิดาด ้วยจิตวิญญาณ และความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาผู ้เช่นนัน ้ นมัสการพระองค์ 24 พระเจ ้าทรงเป็ นวิญญาณ และบรรดาผู ้ทีน ่ มัสการพระองค์ ต ้องนมัสการพระองค์ด ้วยจิตวิญญาณและความจริง 25 หญิงนัน ้ จึงบอกพระองค์วา่ ฉั นรู ้ว่าพระเมสสิยาห์ทเี่ รียกว่า พระคริสต์กําลังจะเสด็จมา เมือ ่ พระองค์เสด็จมา พระองค์จะ ทรงแจ ้งให ้เราทราบทุกสิง่ 26 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า " เราทีพ ่ ด ู กับเจ ้าคือผู ้นัน ้ " 27เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว เหล่าสาวกก็เข ้ามาหา และ ประหลาดใจทีพ ่ ระองค์ทรงสนทนากับสตรีนัน ้ แต่ไม่มช ี ายคน ใดถามว่า “ท่านต ้องการอะไร” หรือ “ท่านสนทนากับนาง ทําไม” 28 หญิงนัน ้ จึงทิง้ หม ้อนํ้ าของตนแล ้วเข ้าไปในเมืองและพูด กับคนเหล่านัน ้ ว่า 29 มาดูบรุ ษ ุ ผู ้หนึง่ ทีเ่ ล่าให ้ข ้าพเจ ้าฟั งถึงสิง่ ทัง้ ปวงทีข ่ ้าพเจ ้า ได ้กระทํา ผู ้นีม ้ ใิ ช่พระคริสต์หรือ? 30 แล ้วพวกเขาออกจากเมืองไปหาพระองค์ 31 ในระหว่างนัน ้ พวกสาวกของพระองค์ก็อ ้อนวอนพระองค์ ว่า “อาจารย์ โปรดรับประทานอาหารเถิด” 32 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ ข ้าพเจ ้ามีอาหารกินซึง่ พวก ท่านไม่รู ้จัก” 33 ดังนัน ้ สาวกทัง้ หลายจึงพูดกันว่า “มีผู ้ใดนํ าอาหารมาให ้ เขารับประทานหรือไม่?” 34 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า อาหารของเราคือการทําตาม พระประสงค์ของพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา และทําให ้งานของ พระองค์สําเร็จ 35 พวกท่านอย่าพูดว่าอีกสีเ่ ดือนจึงจะถึงฤดูเกีย ่ วข ้าวหรือ ดู เถิด เราบอกพวกท่านว่า จงเงยหน ้าขึน ้ ดูทงุ่ นา เพราะว่าทุง่ นานัน ้ ขาวโพลนพร ้อมทีจ ่ ะเกีย ่ วข ้าวแล ้ว


จอห์น

36 และผู ้ทีเ่ กีย ่ วก็รับค่าจ ้างและรวบรวมผลไว ้เพือ ่ ชีวต ิ นิรันดร์ ่ ชมยินดีด ้วยกัน เพือ ่ ว่าทัง้ ผู ้หว่านและผู ้ทีเ่ กีย ่ วจะได ้ชืน 37 และคํากล่าวนีเ้ ป็ นจริง คือ คนหนึง่ หว่าน และอีกคนหนึง่ เก็บเกีย ่ ว 38 ฉั นส่งท่านทัง้ หลายไปเก็บเกีย ่ วสิง่ ทีท ่ า่ นมิได ้ลงแรงทํา คนอืน ่ ได ้ลงแรงทํา และท่านทัง้ หลายก็ได ้ร่วมแรงร่วมใจกัน เก็บเกีย ่ วสิง่ เหล่านัน ้ ่ พระองค์ 39 และชาวสะมาเรียจํานวนมากในเมืองนัน ้ ก็เชือ เพราะคําพูดของสตรีผู ้เป็ นพยานว่า “พระองค์บอกฉั นถึงสิง่ ทัง้ ปวงทีฉ ่ ั นได ้ทํา” 40 เมือ ่ ชาวสะมาเรียมาหาพระองค์ พวกเขาอ ้อนวอนขอให ้ พระองค์ประทับอยูก ่ บ ั พวกเขา และพระองค์ก็ประทับอยูท ่ น ี่ ั่น สองวัน ่ เพราะคําพูดของเขาเอง 41 และคนอืน ่ อีกมากมายก็เชือ ่ นัน 42 และได ้ตรัสแก่สตรีนัน ้ ว่า ขณะนีพ ้ วกเราเชือ ้ ไม่ใช่ เพราะคําของท่าน แต่เพราะเราได ้ยินเอง และรู ้ดีวา่ ท่านผู ้นี้ เป็ นพระคริสต์ พระผู ้ช่วยให ้รอดของโลก 43 ครัน ้ ล่วงไปสองวัน พระองค์ก็เสด็จออกจากทีน ่ ั่น และ เสด็จไปยังแคว ้นกาลิล ี 44 เพราะพระเยซูเองทรงเป็ นพยานว่าผู ้เผยพระวจนะไม่ ได ้รับเกียรติในเมืองของตน 45 เมือ ่ พระองค์เสด็จมายังแคว ้นกาลิล ี ชาวกาลิลก ี ็ต ้อนรับ พระองค์ เพราะเห็นเหตุการณ์ทงั ้ ปวงทีพ ่ ระองค์ทรงกระทําใน วันฉลองทีก ่ รุงเยรูซาเล็ม พวกเขาก็ไปร่วมงานฉลองนัน ้ ด ้วย 46พระเยซูจงึ เสด็จกลับมายังเมืองคานาในแคว ้นกาลิลอ ี ก ี ครัง้ ทีน ่ ั่นพระองค์ทรงทําให ้นํ้ ากลายเป็ นไวน์ มีขน ุ นางคน หนึง่ ซึง่ มีบต ุ รป่ วยอยูท ่ เี่ มืองคาเปอรนาอุม 47 ครัน ้ เขาได ้ยินว่าพระเยซูเสด็จมาจากแคว ้นยูเดียไปยัง แคว ้นกาลิล ี จึงไปหาพระองค์และอ ้อนวอนขอให ้เสด็จลงไป รักษาบุตรของพระองค์ เพราะบุตรของพระองค์กําลังจะตาย 48 จากนัน ้ พระเยซูตรัสกับเขาว่า " ถ ้าพวกท่านไม่เห็นหมาย ่ " สําคัญและการอัศจรรย์ พวกท่านก็จะไม่เชือ 49 ขุนนางผู ้นัน ้ กล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า โปรดลงมา เถิด ก่อนทีบ ่ ต ุ รของข ้าพเจ ้าจะตาย” 50 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ จงไปเถิด บุตรของท่านยังมี ่ คําทีพ ชีวต ิ อยู”่ ชายคนนัน ้ ก็เชือ ่ ระเยซูตรัสกับเขา และเขาก็ ไป 51 ขณะทีเ่ ขากําลังลงไป คนรับใช ้ของเขามาพบเขาและบอก เขาว่า บุตรของท่านยังมีชวี ต ิ อยู่ 52 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกเขาว่าพระองค์จะเริม ่ แก ้ไข เมือ ่ ใด พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ เมือ ่ วานนีต ้ อนบ่ายโมง ไข ้ ก็หาย 53 ดังนัน ้ บิดาจึงรู ้ว่าเป็ นเวลาทีพ ่ ระเยซูตรัสกับเขาว่า “ บุตร ่ และทัง้ บ ้านก็เชือ ่ ด ้วย ของท่านยังมีชวี ต ิ อยู”่ เขาเองก็เชือ 54 นีเ่ ป็ นการอัศจรรย์ครัง้ ทีส ่ องทีพ ่ ระเยซูได ้ทรงกระทํา เมือ ่ พระองค์เสด็จออกจากแคว ้นยูเดียไปยังแคว ้นกาลิล ี บทที่ 5 1 หลังจากนัน ้ มีงานฉลองของพวกยิว และพระเยซูเสด็จขึน ้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม 2 ในกรุงเยรูซาเล็มมีสระนํ้ าแห่งหนึง่ ซึง่ ภาษาฮีบรูเรียกว่า เบธสะดา มีระเบียงห ้าแห่ง 3 ในทีน ่ ม ี้ ค ี นป่ วยเป็ นจํานวนมากมาย ตาบอด เดินโซซัด โซเซ และเหีย ่ วเฉา นอนรอเสียงนํ้ าไหล 4 เพราะคราวหนึง่ ทูตสวรรค์ลงมาในสระนํ้ าแล ้วกวนนํ้ า เมือ ่ นัน ้ ผู ้ใดก ้าวลงไปในนํ้ าก่อนหลังจากทีก ่ วนนํ้ าแล ้ว ผู ้นัน ้ ก็จะ หายจากโรคทีเ่ ขาเป็ นอยู่ 5 และมีชายคนหนึง่ อยูท ่ น ี่ ั่นป่ วยมาสามสิบแปดปี แล ้ว

6 เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตรเห็นคนนัน ้ นอนอยู่ และทรงทราบ ว่าเขาป่ วยอยูเ่ ป็ นเวลานานแล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่เขาว่า “ เจ ้าปรารถนาจะหายเป็ นปกติหรือ?” 7 คนป่ วยจึงตอบพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า เมือ ่ นํ้ าปั่ นป่ วน ไม่ม ี ใครทีจ ่ ะเอาข ้าพเจ ้าลงไปในสระได ้ แต่เมือ ่ ข ้าพเจ ้ากําลังไป คนอืน ่ ก็ลงไปก่อนแล ้ว” 8 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า จงลุกขึน ้ ยกแคร่ของเจ ้าและเดินไป เถิด 9 ทันใดนัน ้ ชายคนนัน ้ ก็หายเป็ นปกติ และยกทีน ่ อนของเขา เดินไป วันนัน ้ เป็ นวันสะบาโต 10 พวกยิวจึงพูดกับคนทีห ่ ายโรคว่า วันนีเ้ ป็ นวันสะบาโต คุณ ิ ไม่มส ี ทธิท ์ จ ี่ ะแบกทีน ่ อน 11 พระองค์ตรัสตอบพวกเขาว่า "พระองค์ผู ้ทรงทําให ้ ข ้าพเจ ้าหายโรค พระองค์ตรัสกับข ้าพเจ ้าว่า จงยกแคร่ของ เจ ้าขึน ้ แล ้วเดินไป" 12 แล ้วพวกเขาถามเขาว่า "คนทีพ ่ ด ู กับคุณว่า "จงยกเตียง ของคุณเดินไป" นัน ้ เป็ นใคร?" 13 และคนทีไ่ ด ้รับการรักษาให ้หายโรคก็ไม่รู ้ว่าผู ้นัน ้ เป็ นผู ้ใด เพราะว่าพระเยซูเสด็จไปทีน ่ ั่น ขณะทีม ่ ผ ี ู ้คนมากมายอยูท ่ น ี่ ั่น 14 ต่อมาพระเยซูทรงพบคนนัน ้ ทีพ ่ ระวิหารแล ้วตรัสกับเขาว่า “ ดูเถิด เจ ้าหายเป็ นปกติแล ้ว อย่าทําบาปอีกต่อไป มิฉะนัน ้ สิง่ ทีเ่ ลวร ้ายกว่าจะเกิดขึน ้ กับเจ ้า” 15 ชายคนนัน ้ จึงออกไปบอกพวกยิวว่าพระเยซูเป็ นผู ้ทีท ่ ําให ้ เขาหายจากโรค 16 เพราะเหตุนพ ี้ วกยิวจึงข่มเหงพระเยซู และพยายามทีจ ่ ะ ฆ่าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทําการดังกล่าวในวันสะบา โต 17 แต่พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " พระบิดาของเราทรง กระทําการจนบัดนี้ และเราก็กระทําการด ้วย" 18 เพราะฉะนัน ้ พวกยิวยิง่ พยายามทีจ ่ ะฆ่าพระองค์ เพราะ พระองค์ไม่เพียงแต่ละเมิดวันสะบาโตเท่านัน ้ แต่ยังกล่าว ด ้วยว่าพระเจ ้าทรงเป็ นพระบิดาของพระองค์ ทําให ้พระองค์ เท่าเทียมกับพระเจ ้า 19 แล ้วพระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า พระบุตรไม่สามารถทําสิง่ ใดตามลําพังได ้ เว ้นแต่ สิง่ ทีไ่ ด ้เห็นพระบิดาทํา เพราะสิง่ ใดทีพ ่ ระองค์ทํา สิง่ นัน ้ พระ บุตรก็ทําเหมือนกัน" 20 เพราะว่าพระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงแสดงให ้พระ บุตรเห็นทุกสิง่ ทีพ ่ ระองค์ได ้ทรงกระทํา และพระองค์จะทรง แสดงการงานทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่านัน ้ ให ้พระบุตรเห็น เพือ ่ พวกท่าน จะได ้ประหลาดใจ 21 เพราะว่าพระบิดาทรงทําให ้คนตายเป็ นขึน ้ และมีชวี ต ิ ขึน ้ ฉั นใด พระบุตรก็ทรงทําให ้ใครก็ตามทีพ ่ ระองค์ต ้องการมีชวี ต ิ ขึน ้ ฉั นนัน ้ 22 เพราะพระบิดาไม่ทรงพิพากษาใครเลย แต่ทรงมอบการ พิพากษาทัง้ หมดไว ้กับพระบุตร 23 เพือ ่ ให ้มนุษย์ทก ุ คนถวายเกียรติแด่พระบุตร เหมือนที่ ถวายเกียรติแด่พระบิดา ผู ้ใดไม่ถวายเกียรติแด่พระบุตร ผู ้นัน ้ ก็ไม่ถวายเกียรติแด่พระบิดาผู ้ส่งพระบุตรมา 24 แท ้จริง แท ้จริง เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีฟ ่ ั งคําของเรา ่ ในพระองค์ทท และเชือ ี่ รงใช ้เรามา ผู ้นัน ้ ก็จะมีชวี ต ิ นิรันดร์และ ่ วี ต จะไม่ถก ู พิพากษา แต่ได ้ผ่านจากความตายไปสูช ิ แล ้ว 25 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า เวลานัน ้ ใกล ้จะมาถึง แล ้ว และบัดนีก ้ ็ถงึ แล ้ว เมือ ่ คนตายจะได ้ยินเสียงของพระ บุตรของพระเจ ้า และบรรดาคนทีไ่ ด ้ยินจะมีชวี ต ิ ี 26 เพราะว่าพระบิดามีชวต ิ ในพระองค์เองฉั นใด พระองค์ก็ ทรงประทานให ้พระบุตรมีชวี ต ิ ในพระองค์ฉันนัน ้ ิ ธิอํานาจในการพิพากษา 27 และทรงประทานให ้พระองค์มส ี ท ด ้วย เพราะพระองค์ทรงเป็ นบุตรมนุษย์


จอห์น

28 อย่าประหลาดใจในข ้อนี้ เพราะจะถึงเวลาทีท ่ ก ุ คนทีอ ่ ยูใ่ น อุโมงค์ฝังศพจะได ้ยินเสียงของพระองค์ 29 และจะออกมา คือบรรดาผู ้ได ้ทําดี เพือ ่ การฟื้ นคืนชีวต ิ ่ ารประณาม และบรรดาผู ้ได ้ทําชัว่ เพือ ่ การฟื้ นคืนชีวต ิ สูก 30 เราไม่สามารถทําสิง่ ใดตามอําเภอใจได ้ แต่สงิ่ ทีเ่ ราได ้ยิน เราก็พพ ิ ากษา และการพิพากษาของเราก็ยต ุ ธิ รรม เพราะว่า เราไม่ได ้แสวงหาความประสงค์ของเราเอง แต่แสวงหาความ ประสงค์ของพระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา 31 ถ ้าฉั นเป็ นพยานให ้แก่ตวั ฉั นเอง พยานของฉั นก็ไม่เป็ น ความจริง 32 มีอก ี ผู ้หนึง่ นัน ้ เป็ นพยานถึงฉั น และฉั นรู ้ว่าพยานที่ พระองค์ทรงเป็ นพยานถึงฉั นเป็ นความจริง 33 ท่านทัง้ หลายจึงส่งคนไปหายอห์น และยอห์นก็ได ้เป็ น พยานถึงความจริง 34 แต่ฉันไม่ได ้รับคําพยานจากมนุษย์ แต่ฉันพูดสิง่ เหล่านี้ เพือ ่ ให ้พวกท่านได ้รับความรอด 35 พระองค์ทรงเป็ นแสงส่องสว่างและลุกโชน และท่าน ่ ชมยินดีในความสว่างของพระองค์ ทัง้ หลายก็เต็มใจทีจ ่ ะชืน ชัว่ ระยะเวลาหนึง่ 36 แต่เราก็มพ ี ยานหลักฐานทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่าพยานของยอห์น เพราะว่างานทีพ ่ ระบิดามอบหมายให ้เราทําให ้สําเร็จ งานที่ เรากระทําก็เป็ นพยานถึงเราว่าพระบิดาได ้ทรงใช ้เรามา 37 และพระบิดาผู ้ทรงส่งเรามา ทรงเป็ นพยานถึงเรา พวก ท่านไม่เคยได ้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และไม่เคยเห็น รูปร่างของพระองค์ 38 และพระวจนะของพระองค์ก็ไม่ดํารงอยูใ่ นพวกท่าน ่ เพราะว่าผู ้ทีพ ่ ระองค์ทรงใช ้มา พวกท่านก็ไม่เชือ 39 จงค ้นดูพระคัมภีร ์ เพราะพวกท่านคิดว่าในนัน ้ มีชวี ต ิ นิรันดร์ และพระคัมภีรเ์ หล่านัน ้ เป็ นพยานถึงเรา 40 และท่านทัง้ หลายก็ไม่ยอมมาหาเราเพือ ่ จะได ้ชีวต ิ 41 ฉั นไม่ได ้รับเกียรติจากมนุษย์ 42 แต่เรารู ้จักท่านทัง้ หลายว่าท่านไม่มค ี วามรักของพระเจ ้า อยูใ่ นท่าน 43 เราได ้มาในพระนามพระบิดาของเรา และท่านทัง้ หลายไม่ รับเราไว ้ ถ ้าผู ้อืน ่ มาในพระนามของตนเอง ท่านทัง้ หลายก็จะ รับผู ้นัน ้ ไว ้ 44 พวกท่านซึง่ รับเกียรติจากกันและกัน และไม่แสวงหา ่ ได ้อย่างไร? เกียรติทม ี่ าจากพระเจ ้าแต่ผู ้เดียว จะเชือ 45 อย่าคิดว่าเราจะฟ้ องพวกท่านต่อพระบิดา มีผู ้หนึง่ ฟ้ อง พวกท่านคือโมเสสซึง่ พวกท่านไว ้วางใจ ่ โมเสสแล ้ว ท่านก็คงจะเชือ ่ เรา 46 เพราะถ ้าท่านทัง้ หลายเชือ เพราะโมเสสเขียนถึงเรา ่ ข ้อเขียนของเขาแล ้วท่านจะ 47 แต่ถ ้าท่านทัง้ หลายไม่เชือ ่ ถ ้อยคําของเราได ้อย่างไร? เชือ บทที่ 6 1 หลังจากนัน ้ พระเยซูก็เสด็จข ้ามทะเลกาลิล ี ซึง่ คือทะเล ทิเบเรียส 2 และคนจํานวนมากติดตามพระองค์ไป เพราะพวกเขาเห็น การอัศจรรย์ทพ ี่ ระองค์ได ้ทรงกระทํากับบรรดาคนเจ็บป่ วย 3 แล ้วพระเยซูเสด็จขึน ้ ไปบนภูเขา และประทับนั่งทีน ่ ั่นกับ เหล่าสาวกของพระองค์ 4 และเทศกาลปั สกาซึง่ เป็ นงานฉลองของพวกยิวก็ใกล ้จะ มาถึงแล ้ว 5 ครัน ้ พระเยซูทรงแหงนพระพักตร์ทอดพระเนตรเห็นคน ้ มากมายมาหาพระองค์ พระองค์จงึ ตรัสแก่ฟิลป ิ ว่า “ เราจะซือ อาหารให ้คนเหล่านีก ้ น ิ ได ้จากทีไ่ หน?”

6 และพระองค์ตรัสดังนีเ้ พือ ่ พิสจ ู น์พระองค์ เพราะว่าพระองค์ เองทรงทราบว่าพระองค์จะทําอย่างไร 7 ฟิ ลป ิ จึงตอบพระองค์วา่ “ขนมปั งราคาสองร ้อยเพนนีก็ยังไม่ พอให ้พวกเขากินกันคนละนิดคนละหน่อย” ่ อันดรูว ์ พีช 8 สาวกคนหนึง่ ของพระองค์ ชือ ่ ายของซีโมนเป โตร กล่าวแก่พระองค์วา่ 9 มีอยูค ่ นหนึง่ มีขนมปั งบาร์เลย์ห ้าก ้อนและปลาเล็กๆ สองตัว แต่เท่านัน ้ จะพออะไรกับคนมากมายเช่นนี?้ 10 พระเยซูจงึ ตรัสว่า “ ให ้พวกผู ้ชายนั่งลง ทีน ่ ั่นมีหญ ้ามาก” พวกผู ้ชายจึงนั่งลง มีจํานวนประมาณห ้าพันคน 11 แล ้วพระเยซูทรงรับขนมปั งนัน ้ และเมือ ่ ทรงขอบพระคุณ แล ้ว พระองค์ก็ทรงแจกให ้เหล่าสาวก และเหล่าสาวกก็แจก ให ้ผู ้ทีน ่ ั่งอยู่ และทรงแจกปลาให ้ด ้วยตามทีพ ่ วกเขาปรารถนา 12 เมือ ่ พวกเขากินอิม ่ แล ้ว พระองค์ตรัสแก่เหล่าสาวกของ พระองค์วา่ จงเก็บเศษอาหารทีเ่ หลือไว ้ เพือ ่ จะไม่ให ้สูญ หายไป 13 ดังนัน ้ พวกเขาจึงรวบรวมเศษขนมปั งบาร์เลย์ห ้าก ้อนซึง่ เหลืออยูจ ่ นเต็มตะกร ้าสิบสองใบ ซึง่ บรรจุเศษขนมปั ง บาร์เลย์ห ้าก ้อนทีเ่ หลือไว ้สําหรับคนทีก ่ น ิ ไปแล ้ว 14 ครัน ้ คนเหล่านัน ้ เห็นการอัศจรรย์ทพ ี่ ระเยซูทรงกระทํา ก็ พูดกันว่า แท ้จริงแล ้ว ผู ้เผยพระวจนะผู ้นัน ้ ทีก ่ ําลังจะเสด็จมา ในโลกเป็ นผู ้สร ้าง 15 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบว่าพวกเขาจะมาจับพระองค์ไปตัง้ เป็ นกษั ตริย ์ พระองค์จงึ เสด็จขึน ้ ไปบนภูเขาอีกแต่ลําพัง พระองค์เอง 16 เมือ ่ ถึงเวลาเย็น สาวกของพระองค์ก็ลงไปทีท ่ ะเล 17 แล ้วพระองค์ก็เสด็จลงเรือข ้ามทะเลไปยังเมืองคาเปอรนา อุม ขณะนัน ้ มืดแล ้ว และพระเยซูก็ยังไม่เสด็จมาหาพวกเขา 18 ทะเลก็เกิดขึน ้ เพราะลมพัดแรง 19 เมือ ่ พวกเขาพายเรือไปได ้ประมาณห ้าห ้ากิโลเมตร พวก เขาก็เห็นพระเยซูเดินอยูบ ่ นทะเล และเข ้ามาใกล ้เรือ พวก เขาก็เริม ่ กลัว 20 แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เป็ นเราเอง อย่ากลัวเลย” 21 แล ้วพวกเขาจึงรับพระองค์ขน ึ้ เรือด ้วยความเต็มใจ และ ทันใดนัน ้ เรือก็ถงึ ฝั่ งทีพ ่ วกเขาจะไป 22 ต่อมาวันหนึง่ เมือ ่ ผู ้คนซึง่ ยืนอยูฝ ่ ั่ งโน ้นของทะเลเห็นว่า ไม่มเี รืออืน ่ อยูท ่ น ี่ ั่นเลย เว ้นแต่ลําทีเ่ หล่าสาวกของพระองค์ ลงไปด ้วย จึงเห็นว่าพระเยซูมไิ ด ้เสด็จไปกับเหล่าสาวกของ พระองค์ลงเรือลํานัน ้ แต่เหล่าสาวกของพระองค์ไปตาม ลําพัง 23 (อย่างไรก็ตาม มีเรือลําอืน ่ มาจากทิเบเรียสใกล ้ไปยัง สถานทีท ่ พ ี่ วกเขากินขนมปั งหลังจากทีพ ่ ระเจ ้าทรง ขอบพระคุณแล ้ว) 24เมือ ่ ฝูงชนเห็นว่าพระเยซูและเหล่าสาวกไม่อยูท ่ น ี่ ั่น จึงลง เรือไปทีเ่ มืองคาเปอรนาอุมเพือ ่ ตามหาพระเยซู 25 ครัน ้ พบพระองค์ทฝ ี่ ั่ งตรงข ้ามแล ้ว พวกเขาจึงกล่าวแก่ พระองค์วา่ “อาจารย์ ท่านมาทีน ่ เี่ มือ ่ ไร” 26 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า พวกท่านแสวงหาเราไม่ใช่เพราะได ้เห็นการ อัศจรรย์ แต่เพราะพวกท่านกินขนมปั งและอิม ่ " 27 อย่าทํางานเพือ ่ อาหารทีเ่ น่าเปื่ อย แต่จงทํางานเพือ ่ อาหารทีค ่ งอยูจ ่ นถึงชีวต ิ นิรันดร์ ซึง่ พระบุตรมนุษย์จะ ประทานให ้แก่ทา่ น เพราะว่าพระเจ ้าพระบิดาได ้ทรง ประทับตราไว ้แก่เขาแล ้ว 28 แล ้วพวกเขาจึงกล่าวแก่ทา่ นว่า เราจะต ้องทําอย่างไร เพือ ่ เราจะกระทําการงานของพระเจ ้าได ้? 29 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ นีแ ่ หละเป็ นงานของพระเจ ้า ่ ในผู ้ทีพ คือให ้ท่านทัง้ หลายเชือ ่ ระองค์ทรงใช ้มา”


จอห์น

30 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “ถ ้าอย่างนัน ้ ท่านแสดงหมาย ่ ท่าน ท่านจะทําอะไร?” สําคัญอะไรเพือ ่ ให ้เราได ้เห็นและเชือ 31 บรรพบุรษ ุ ของพวกเราได ้กินมานาในถิน ่ ทุรกันดาร เหมือน ทีม ่ เี ขียนไว ้ว่า พระองค์ทรงประทานอาหารจากสวรรค์ให ้พวก เขากิน 32 จากนัน ้ พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า โมเสสไม่ได ้ให ้ขนมปั งจากสวรรค์นัน ้ แก่ทา่ น แต่ พระบิดาของเราประทานขนมปั งจริงจากสวรรค์ให ้แก่ทา่ น" 33 เพราะว่าขนมปั งของพระเจ ้าคือผู ้ทีล ่ งมาจากสวรรค์และ ประทานชีวต ิ ให ้แก่โลก 34 พวกเขาจึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า โปรด ประทานขนมปั งนีแ ้ ก่พวกเราตลอดไปเถิด” 35 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " เราเป็ นอาหารแห่งชีวต ิ ผู ้ ่ ในเราจะไม่กระหายอีก ทีม ่ าหาเราจะไม่หวิ อีกเลย และผู ้ทีเ่ ชือ เลย" 36 แต่เราได ้บอกท่านทัง้ หลายว่า พวกท่านก็เห็นเราแล ้วแต่ก็ ่ ไม่เชือ 37 ทุกคนทีพ ่ ระบิดาประทานให ้แก่เราจะมาหาเรา และผู ้ทีม ่ า หาเรา เราจะไม่ขบ ั ไล่เขาออกไปเลย 38 เพราะว่าเราลงมาจากสวรรค์ ไม่ใช่เพือ ่ จะทําตามความ ประสงค์ของเราเอง แต่เพือ ่ จะทําตามความประสงค์ของ พระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา 39 และนีแ ่ หละเป็ นพระประสงค์ของพระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา เพือ ่ ว่าเราจะไม่สญ ู เสียสิง่ ใดๆ เลยจากทุกคนทีพ ่ ระองค์ได ้ ประทานให ้แก่เรา แต่จะให ้สิง่ นัน ้ เกิดขึน ้ ใหม่อก ี ครัง้ ในวัน สุดท ้าย 40 และนีแ ่ หละเป็ นพระประสงค์ของพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา ่ ในพระองค์ จะได ้มีชวี ต คือว่าทุกคนทีเ่ ห็นพระบุตร และเชือ ิ นิ รันดร์ และเราจะให ้ผู ้นัน ้ ลุกขึน ้ มาในวันสุดท ้าย 41 พวกยิวจึงบ่นพึมพํากับพระองค์ เพราะพระองค์ตรัสว่า “เราเป็ นขนมปั งทีล ่ งมาจากสวรรค์” 42 พวกเขาจึงพูดว่า “คนนีไ้ ม่ใช่เยซู บุตรของโยเซฟ ซึง่ พวกเรารู ้จักพ่อแม่ของเขาหรือ?” แล ้วทําไมเขาจึงพูดว่า ‘ฉั น ลงมาจากสวรรค์’ ? 43 พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า “ อย่าบ่นกันเองเลย” 44 ไม่มผ ี ู ้ใดจะมาหาเราได ้ เว ้นเสียแต่พระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา จะทรงชักนํ าเขามา และเราจะให ้เขาลุกขึน ้ มาในวันสุดท ้าย 45 มีเขียนไว ้ในหนังสือของผู ้เผยพระวจนะว่า “ทุกคนจะ ได ้รับการสัง่ สอนจากพระเจ ้า ดังนัน ้ มนุษย์ทก ุ คนทีไ่ ด ้ยิน และได ้เรียนรู ้จากพระบิดาก็จะมาหาเรา” 46 ไม่ใช่วา่ ผู ้ใดได ้เห็นพระบิดา เว ้นแต่ผู ้ทีม ่ าจากพระเจ ้า ผู ้ นัน ้ ได ้เห็นพระบิดา ่ ในเราก็มช 47 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีเ่ ชือ ี วี ต ิ นิรัน ดร์ 48 ฉั นเป็ นขนมปั งแห่งชีวต ิ 49 บรรพบุรษ ุ ของท่านได ้กินมานาในถิน ่ ทุรกันดารแล ้วก็ตาย 50 นีแ ่ หละเป็ นขนมปั งทีล ่ งมาจากสวรรค์ เพือ ่ ให ้มนุษย์กน ิ แล ้วไม่ตาย 51 เราเป็ นขนมปั งแห่งชีวต ิ ทีล ่ งมาจากสวรรค์ ถ ้าใครกิน อาหารนี้ ผู ้นัน ้ จะดํารงชีวต ิ ตลอดไป และขนมปั งทีเ่ ราจะให ้ก็ คือเนือ ้ ของเรา ซึง่ เราจะให ้เพือ ่ ชีวต ิ ของโลก 52 พวกยิวจึงโต ้เถียงกันโดยว่า “คนนีจ ้ ะให ้เนือ ้ ของเขาแก่ เรากินได ้อย่างไร?” 53 จากนัน ้ พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ ท่านทัง้ หลายว่า ถ ้าท่านไม่กน ิ เนือ ้ และดืม ่ โลหิตของบุตร มนุษย์ ท่านก็ไม่มช ี วี ต ิ ในตัวท่านเลย" 54 ผู ้ใดกินเนือ ้ และดืม ่ โลหิตของเรา ผู ้นัน ้ จะมีชวี ต ิ นิรันดร์ และเราจะให ้ผู ้นัน ้ ลุกขึน ้ ในวันสุดท ้าย

55 เพราะว่าเนือ ้ ของเราเป็ นอาหารจริง และโลหิตของเราเป็ น เครือ ่ งดืม ่ จริง 56 ผู ้ทีก ่ น ิ เนือ ้ และดืม ่ โลหิตของเรา ผู ้นัน ้ ก็อยูใ่ นเรา และเราก็ อยูใ่ นเขา 57 ฉั นใดพระบิดาผู ้ทรงพระชนม์ได ้ทรงใช ้เรามา และเรามี ชีวต ิ อยูเ่ พราะพระบิดา ฉั นนัน ้ ผู ้ทีก ่ น ิ เรา ผู ้นัน ้ ก็จะมีชวี ต ิ อยู่ เพราะเรา 58 นีแ ่ หละเป็ นขนมปั งทีล ่ งมาจากสวรรค์ ซึง่ ไม่เหมือนกับ บรรพบุรษ ุ ของท่านทีเ่ คยกินมานาแล ้วตาย แต่ใครกินขนมปั ง นีจ ้ ะยังคงมีชวี ต ิ อยูช ่ วั่ นิรันดร์” 59 พระองค์ตรัสคําเหล่านีใ้ นธรรมศาลา ขณะทีท ่ รงสัง่ สอนใน เมืองคาเปอรนาอุม 60 เมือ ่ สาวกของพระองค์หลายคนได ้ยินดังนี้ พวกเขาก็พด ู ว่า คําสอนนีย ้ ากนัก ใครจะฟั งได ้? 61 เมือ ่ พระเยซูทรงทราบในพระองค์เองว่าเหล่าสาวกของ พระองค์บน ่ ถึงเรือ ่ งนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า “ เรือ ่ งนี้ ทําให ้พวกท่านขุน ่ เคืองใจหรือ?” 62 หากท่านจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จขึน ้ ไปยังทีซ ่ งึ่ พระองค์เคย เสด็จมาก่อน จะเป็ นอย่างไรบ ้าง? 63 จิตวิญญาณเป็ นสิง่ ทีท ่ ําให ้มีชวี ต ิ ชีวา เนือ ้ หนังไม่ม ี ประโยชน์ใดๆ คําพูดทีเ่ รากล่าวกับพวกท่านนัน ้ เป็ นจิต วิญญาณและเป็ นชีวต ิ ่ เพราะพระเยซูทรงทราบ 64 แต่บางคนในพวกท่านก็ไม่เชือ ่ และใครเล่าทีจ แต่แรกแล ้วว่าใครบ ้างทีไ่ ม่เชือ ่ ะทรยศ พระองค์ 65 และพระองค์ตรัสว่า เพราะฉะนัน ้ เราจึงได ้ตรัสแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ไม่มผ ี ู ้ใดจะมาหาเราได ้ เว ้นเสียแต่พระบิดาของ เราประทานให ้แก่เขา” 66 ตัง้ แต่นัน ้ มาสาวกของพระองค์หลายคนก็เลิกติดตาม พระองค์อก ี ต่อไป 67 แล ้วพระเยซูตรัสแก่สาวกทัง้ สิบสองคนว่า พวกเจ ้าก็จะไป ด ้วยเช่นกันหรือ? 68 ซีโมนเปโตรจึงตอบพระองค์วา่ “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า พวก ข ้าพเจ ้าจะไปหาใครได ้เล่า พระองค์มพ ี ระวจนะแห่งชีวต ิ นิรัน ดร์” ่ และแน่ใจว่า พระองค์ทรงเป็ นพระคริสต์ 69 และพวกเราก็เชือ พระบุตรของพระเจ ้าผู ้ทรงชีวต ิ 70 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราไม่ได ้เลือกพวกเจ ้าสิบ สองคนหรือ และคนหนึง่ ในพวกเจ ้าเป็ นปี ศาจหรือ?" 71 พระองค์ตรัสถึงยูดาส อิสคาริโอท บุตรชายของซีโมน เพราะว่าเขาคือคนทีท ่ รยศต่อพระองค์ เนือ ่ งจากเขาเป็ นหนึง่ ในสาวกสิบสองคน บทที่ 7 1 หลังจากนัน ้ พระเยซูก็เสด็จไปในแคว ้นกาลิล ี เพราะ พระองค์ไม่ประสงค์จะเสด็จไปในดินแดนของชาวยิว เพราะ พวกชาวยิวพยายามทีจ ่ ะฆ่าพระองค์ 2 ในเวลานัน ้ เทศกาลกระโจมของพวกยิวก็ใกล ้จะมาถึงแล ้ว 3 พีน ่ ้องของพระองค์จงึ บอกพระองค์วา่ “จงออกจากทีน ่ ไี่ ป ยังแคว ้นยูเดีย เพือ ่ ให ้เหล่าสาวกของท่านได ้เห็นกิจการที่ ท่านทํา” 4 เพราะไม่มผ ี ู ้ใดทําสิง่ ใดในทีล ่ บ ั และแสวงหาทีจ ่ ะให ้ผู ้อืน ่ รู ้จักพระองค์ ถ ้าท่านทําสิง่ เหล่านี้ จงแสดงตนให ้โลกรู ้ ่ พระองค์ 5 เพราะพวกพีน ่ ้องของพระองค์ก็ไม่เชือ 6 จากนัน ้ พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " เวลาของฉั นยังไม่มา แต่เวลาของพวกท่านพร ้อมอยูเ่ สมอ" 7 โลกไม่อาจเกลียดชังพวกท่านได ้ แต่โลกเกลียดเรา เพราะ เราเป็ นพยานถึงโลกว่าผลงานของโลกนัน ้ ชัว่ ร ้าย


จอห์น

8 จงขึน ้ ไปร่วมงานเลีย ้ งนีเ้ ถิด เรายังไม่ขน ึ้ ไปร่วมงานเลีย ้ งนี้ เพราะเวลาของเรายังไม่มาถึง 9 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านีแ ้ ก่พวกเขาแล ้ว พระองค์ยัง ประทับอยูใ่ นแคว ้นกาลิล ี 10 เมือ ่ พวกพีน ่ ้องของพระองค์ขน ึ้ ไปแล ้ว พระองค์ก็เสด็จไป ตามงานเลีย ้ งนัน ้ ด ้วย ไม่ใช่ไปเปิ ดเผย แต่ไปอย่างลับๆ 11 จากนัน ้ พวกยิวจึงตามหาพระองค์ในงานเลีย ้ งและถามว่า “เขาอยูท ่ ไี่ หน” 12 และมีเสียงซุบซิบกันมากมายในหมูป ่ ระชาชนเกีย ่ วกับ พระองค์ บางคนกล่าวว่า เขาเป็ นคนดี คนอืน ่ ๆ กล่าวว่า ไม่ใช่เลย แต่เขาหลอกลวงประชาชน 13 แต่ไม่มใี ครพูดถึงพระองค์อย่างเปิ ดเผยเพราะกลัวพวกยิว 14 ครัน ้ ถึงกลางเทศกาลแล ้ว พระเยซูก็เสด็จขึน ้ ไปในพระ วิหารและทรงสัง่ สอน 15 พวกยิวก็ประหลาดใจและพูดว่า "คนนีร้ ู ้จักวรรณกรรมได ้ อย่างไร ทัง้ ๆ ทีไ่ ม่เคยเรียนมาก่อน" 16พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " คําสอนของฉั นไม่ใช่ของฉั น เอง แต่เป็ นของผู ้ทีท ่ รงใช ้เรามา" 17 ถ ้าผู ้ใดตัง้ ใจประพฤติตามพระประสงค์ของพระองค์ ผู ้นัน ้ จะรู ้ว่าคําสอนนัน ้ มาจากพระเจ ้า หรือว่าเราพูดตามใจเราเอง 18 ผู ้ใดทีพ ่ ด ู ออกมาจากตัวเขาเองนัน ้ ก็แสวงหาเกียรติ สําหรับตนเอง แต่ผู ้ใดทีแ ่ สวงหาเกียรติให ้กับตนเองซึง่ ทรง ใช ้เขามา ผู ้นัน ้ แหละเป็ นผู ้สัตย์จริง และไม่มอ ี ธรรมอยูใ่ นเขา เลย 19 โมเสสมิได ้ให ้ธรรมบัญญัตแ ิ ก่พวกท่านแล ้วหรือ แต่ไม่ม ี ใครรักษาธรรมบัญญัตเิ ลย ทําไมพวกท่านจึงพยายามจะฆ่า ฉั น? 20 ประชาชนจึงตอบว่า ท่านมีผอ ี ยู่ ใครเล่าทีพ ่ ยายามจะฆ่า ท่าน 21 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราได ้กระทําการอย่างหนึง่ และพวกท่านก็ประหลาดใจ" 22 โมเสสจึงให ้พวกท่านเข ้าสุหนัต (ไม่ใช่เพราะเป็ นของ โมเสส แต่เพราะเป็ นของบรรพบุรษ ุ ) และพวกท่านก็ให ้ผู ้ชาย เข ้าสุหนัตในวันสะบาโต 23 ถ ้าคนใดเข ้าสุหนัตในวันสะบาโต เพือ ่ ไม่ให ้ละเมิดธรรม บัญญัตข ิ องโมเสส พวกท่านโกรธเราหรือ เพราะเราทําให ้คน หายป่ วยในวันสะบาโต? 24 อย่าตัดสินโดยดูทล ี่ ก ั ษณะภายนอก แต่จงตัดสินโดยดูท ี่ ความถูกต ้อง 25 แล ้วชาวเยรูซาเล็มบางคนก็พด ู ว่า “คนนีไ้ ม่ใช่หรือทีพ ่ วก เขาพยายามจะฆ่า?” 26 แต่ดเู ถิด เขาพูดอย่างกล ้าหาญ และพวกเขาก็ไม่ยอมพูด อะไรกับเขาเลย พวกผู ้ปกครองรู ้จริงหรือว่านีค ่ อ ื พระคริสต์? 27 แต่เรารู ้จักมนุษย์ผู ้นีว้ า่ เขามาจากไหน แต่เมือ ่ พระคริสต์ เสด็จมา ไม่มใี ครรู ้เลยว่าพระองค์ทรงมาจากไหน 28 เมือ ่ พระเยซูทรงสัง่ สอนอยูใ่ นพระวิหาร พระองค์ก็ทรงร ้อง ว่า “ ท่านทัง้ หลายรู ้จักเรา และรู ้ว่าเรามาจากไหน เราไม่ได ้ มาจากตัวเราเอง แต่พระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามานัน ้ ทรงเป็ นความ จริง ซึง่ ท่านทัง้ หลายไม่รู ้จักพระองค์” 29 แต่ฉันรู ้จักพระองค์ เพราะว่าฉั นมาจากพระองค์ และ พระองค์ได ้ทรงใช ้ฉั นมา 30 แล ้วพวกเขาจึงพยายามทีจ ่ ะจับพระองค์ แต่ไม่มใี ครลงมือ กับพระองค์ เพราะเวลาของพระองค์ยังไม่มาถึง ่ ในพระองค์ และพูดว่า เมือ 31 และประชาชนมากมายก็เชือ ่ พระคริสต์เสด็จมา พระองค์จะทรงกระทําการอัศจรรย์มากยิง่ กว่าทีม ่ นุษย์ผู ้นีก ้ ระทําหรือ? 32 เมือ ่ พวกฟาริสไี ด ้ยินผู ้คนซุบซิบกันเรือ ่ งเช่นนัน ้ เกีย ่ วกับ ี ละหัวหน ้าปุโรหิตจึงส่งเจ ้าหน ้าทีไ่ ปนํ า พระองค์ พวกฟาริสแ พระองค์ไป

33 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาว่า " เราจะอยูก ่ บ ั พวกท่านอีกสัก หน่อยหนึง่ แล ้วเราจะไปหาพระองค์ทท ี่ รงใช ้เรามา" 34 พวกท่านจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และทีซ ่ งึ่ เราอยู่ พวกท่านไปทีน ่ ั่นไม่ได ้ 35 พวกยิวจึงพูดกันว่า “เขาจะไปทีไ่ หนทีเ่ ราจะไม่พบเขา หรือเขาจะไปหาคนต่างชาติทก ี่ ระจัดกระจายและสัง่ สอนคน ต่างชาติหรือ?” 36 พระองค์ตรัสว่า “พวกเจ ้าจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และทีซ ่ งึ่ เราอยูพ ่ วกเจ ้าไปไม่ได ้” หมายความว่าอย่างไร? 37 ในวันสุดท ้ายของเทศกาลซึง่ เป็ นวันใหญ่นัน ้ พระเยซูทรง ยืนและทรงร ้องว่า “ ถ ้าผู ้ใดกระหายนํ้ า ผู ้นัน ้ จงมาหาเราและ ดืม ่ ” ่ ในเรา ตามทีพ 38 ผู ้ทีเ่ ชือ ่ ระคัมภีรไ์ ด ้กล่าวไว ้ว่า จากท ้องผู ้ นัน ้ จะมีแม่นํ้าทีม ่ น ี ํ้ าแห่งชีวต ิ ไหลออกมา ่ ในพระองค์จะ 39 (แต่พระองค์ตรัสถึงพระวิญญาณซึง่ ผู ้ทีเ่ ชือ ได ้รับ เพราะว่าพระวิญญาณบริสท ุ ธิย ์ ังไม่ได ้ประทานมา เพราะว่าพระเยซูยังไม่ได ้รับเกียรติ) 40 เมือ ่ ผู ้คนจํานวนมากได ้ยินคําตรัสนี้ พวกเขาก็พด ู ว่า แท ้จริงท่านผู ้นีเ้ ป็ นศาสดาพยากรณ์” 41 คนอืน ่ ๆ พูดว่า “นีค ่ อ ื พระคริสต์” แต่บางคนก็พด ู ว่า “พระ คริสต์จะเสด็จมาจากแคว ้นกาลิลห ี รือ?” 42 พระคัมภีรไ์ ม่ได ้กล่าวไว ้หรือว่า พระคริสต์จะมาจาก พงศ์พันธุข ์ องดาวิด และจากเมืองเบธเลเฮมทีด ่ าวิดอยู?่ 43 ดังนัน ้ ประชาชนก็แตกแยกกันเพราะเรือ ่ งของเขา 44 และบางคนต ้องการจะจับพระองค์ แต่ไม่มใี ครลงมือกับ พระองค์เลย 45 แล ้วเจ ้าหน ้าทีจ ่ งึ ไปหาพวกหัวหน ้าปุโรหิตและฟาริส ี แล ้ว ถามพวกเขาว่า “ทําไมพวกเจ ้าจึงไม่พาเขาไป?” 46 เจ ้าหน ้าทีต ่ อบว่า ไม่เคยมีใครพูดเหมือนชายผู ้นีเ้ ลย ี งึ ตอบพวกเขาว่า พวกท่านก็ถก 47 พวกฟาริสจ ู หลอกด ้วยแล ้ว หรือ? ี นใดเชือ ่ ในพระองค์บ ้าง 48 มีผู ้ปกครองหรือพวกฟาริสค หรือไม่? 49 แต่ชนชาติเหล่านีท ้ ไี่ ม่รู ้ธรรมบัญญัตก ิ ็ถก ู สาปแช่ง 50 นิโคเดมัสจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า (ผู ้ทีม ่ าหาพระเยซูใน เวลากลางคืน เพราะเขาเป็ นคนหนึง่ ในพวกเขา) 51 ธรรมบัญญัตข ิ องเราพิพากษาคนใดโดยทีย ่ ังไม่ได ้ฟั งเขา และรู ้ว่าเขาทําอะไรหรือไม่? 52 พวกเขาตอบท่านว่า “ท่านก็มาจากแคว ้นกาลิลด ี ้วยหรือ?” จงค ้นหาดูเถิด เพราะว่าไม่มผ ี ู ้เผยพระวจนะคนใดเกิดมาจาก แคว ้นกาลิล”ี 53 แล ้วทุกคนก็กลับไปบ ้านของตน บทที่ 8 1 พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอก 2 และเช ้าตรูพ ่ ระองค์เสด็จเข ้าไปในวิหารอีก และประชาชน ้ มาหาพระองค์ พระองค์ประทับนั่งและทรงสัง่ สอนพวก ทัง้ สิน เขา ี ํ าหญิงคนหนึง่ ซึง่ ถูกจับขณะ 3 พวกธรรมาจารย์และฟาริสน ล่วงประเวณีมาหาพระองค์ แล ้วให ้นางยืนอยูท ่ า่ มกลางพวก เขา 4 พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ “อาจารย์ หญิงคนนีถ ้ ก ู จับขณะ ล่วงประเวณี” 5 โมเสสสัง่ เราไว ้ในธรรมบัญญัตวิ า่ จงเอาหินขว ้างคนเช่นนี้ แต่ทา่ นว่าอย่างไร? 6 พวกเขาพูดอย่างนัน ้ เพือ ่ ลองใจพระองค์เพือ ่ จะได ้ กล่าวโทษพระองค์ แต่พระเยซูทรงก ้มลงเขียนบนพืน ้ ดินด ้วย นิว้ พระหัตถ์ ราวกับว่าพระองค์ไม่ได ้ยินพวกเขา


จอห์น

7 เมือ ่ พวกเขาถามพระองค์ตอ ่ ไป พระองค์ก็ทรงลุกขึน ้ และ ตรัสแก่พวกเขาว่า ผู ้ใดในพวกท่านไม่มบ ี าป ก็ให ้เอาหิน ขว ้างนางก่อน 8 แล ้วท่านก็ก ้มลงเขียนบนพืน ้ ดินอีกครัง้ 9 ส่วนผู ้ทีไ่ ด ้ยินก็มส ี ํานึกผิดชอบชัว่ ดีของตนเอง จึงออกไปที ละคน เริม ่ ตัง้ แต่คนเฒ่าคนแก่จนคนสุดท ้าย เหลือเพียงพระ เยซูผู ้เดียว และสตรีผู ้นัน ้ ยังยืนอยูท ่ า่ มกลางนัน ้ 10 เมือ ่ พระเยซูทรงลุกขึน ้ และไม่เห็นใครอืน ่ นอกจากผู ้หญิง คนนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสแก่เธอว่า " หญิงเอ๋ย พวกทีก ่ ล่าวหา เจ ้าอยูท ่ ไี่ หน ไม่มใี ครลงโทษเจ ้าเลยหรือ" 11 นางตอบว่า “ไม่มผ ี ู ้ใดเลย พระเจ ้าข ้า” พระเยซูจงึ ตรัสกับ นางว่า “ เราก็ไม่ลงโทษเจ ้าเหมือนกัน ไปเถิด และอย่าทํา บาปอีก” 12 พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาอีกว่า “ เราเป็ นความสว่างของโลก ผู ้ทีต ่ ด ิ ตามเราจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่ง ชีวต ิ ” ี งึ กล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านเป็ นพยานให ้แก่ 13 พวกฟาริสจ ตนเองเท่านัน ้ คําพยานของท่านไม่เป็ นความจริง” 14 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " แม ้ว่าเราเป็ นพยานให ้แก่ตวั เราเอง แต่คําพยานของเราก็เป็ นความจริง เพราะเรารู ้ว่าเรา มาจากไหนและจะไปทีไ่ หน แต่พวกท่านไม่รู ้ว่าเรามาจาก ไหนและจะไปทีไ่ หน 15 ท่านทัง้ หลายตัดสินตามเนือ ้ หนัง แต่เราไม่ได ้ตัดสินใคร เลย 16 แต่ถ ้าเราพิพากษา การพิพากษาของเราก็เป็ นความจริง เพราะว่าเราไม่ได ้อยูค ่ นเดียว แต่เราอยูก ่ บ ั พระบิดาผู ้ทรงใช ้ เรามาด ้วย 17 ในธรรมบัญญัตข ิ องท่านก็มเี ขียนไว ้ด ้วยว่าคําพยานของ สองคนก็เป็ นความจริง 18 ฉั นเป็ นผู ้ทีเ่ ป็ นพยานถึงตัวฉั นเอง และพระบิดาผู ้ทรงใช ้ ฉั นมาเป็ นพยานถึงฉั น 19 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “พระบิดาของท่านอยูท ่ ไี่ หน” พระเยซูตรัสตอบว่า “ ท่านทัง้ หลายไม่รู ้จักเราและพระบิดา ของเรา ถ ้าท่านรู ้จักเราแล ้ว ท่านก็จะรู ้จักพระบิดาของเราด ้วย” 20 พระเยซูตรัสคําเหล่านีข ้ ณะทีท ่ รงสัง่ สอนอยูใ่ นพระวิหาร และไม่มใี ครวางมือบนพระองค์ เพราะเวลาของพระองค์ยังไม่ มาถึง 21 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาอีกครัง้ ว่า " เรากําลังไป แต่พวก เจ ้าจะแสวงหาเรา และจะต ้องตายในบาปของพวกเจ ้า เราไป ทีไ่ หน พวกเจ ้าไปไม่ได ้" 22 พวกยิวจึงกล่าวว่า เขาจะฆ่าตัวตายหรือ เพราะเขาพูดว่า ทีท ่ เี่ ราไปนัน ้ พวกท่านไปไม่ได ้ 23 พระองค์ตรัสแก่พวกเขา ว่า พวกท่านมาจากเบือ ้ งล่าง เรา มาจากเบือ ้ งบน พวกท่านมาจากโลกนี้ เรามิได ้มาจากโลกนี้ 24 เพราะฉะนัน ้ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า พวกท่านจะต ้องตาย ่ ว่าเราเป็ นผู ้นัน ในบาปของท่าน เพราะว่าถ ้าท่านไม่เชือ ้ พวก ท่านจะต ้องตายในบาปของท่าน 25 พวกเขาจึงถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นใคร” พระเยซูจงึ ตรัส ตอบพวกเขาว่า “ เป็ นคนเดียวกับทีเ่ ราบอกท่านตัง้ แต่ต ้น” 26 เรามีเรือ ่ งมากมายทีจ ่ ะพูดและพิพากษาพวกท่าน แต่ พระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามาทรงเป็ นความจริง และสิง่ ทีเ่ ราได ้ยิน มาจากพระองค์นัน ้ เราก็กล่าวแก่โลก 27พวกเขาไม่เข ้าใจว่าพระองค์ตรัสกับพวกเขาถึงเรือ ่ งพระ บิดา 28 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาว่า “ เมือ ่ ท่านทัง้ หลายได ้ยกบุตร มนุษย์ขน ึ้ แล ้ว ท่านก็จะรู ้ว่าเราเป็ นพระองค์นัน ้ และเรารู ้ว่าเรา ไม่ได ้ทําสิง่ ใดตามลําพัง แต่พระบิดาได ้สอนเรา เราจึงพูดสิง่ เหล่านี”้

29 และพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามานัน ้ ทรงอยูก ่ บ ั เราแล ้ว พระบิดา มิได ้ทรงละทิง้ เราไว ้ตามลําพัง เพราะว่าเรากระทําสิง่ ทีช ่ อบ พระทัยพระองค์อยูเ่ สมอ ่ ใน 30 เมือ ่ พระองค์ตรัสคําเหล่านี้ มีคนเป็ นอันมากก็เชือ พระองค์ ่ ในพระองค์วา่ ถ ้าท่าน 31 แล ้วพระเยซูตรัสแก่พวกยิวทีเ่ ชือ ทัง้ หลายดํารงอยูใ่ นคําของเรา ท่านก็เป็ นสาวกของเราอย่าง แท ้จริง 32 และท่านทัง้ หลายจะรู ้จักความจริง และความจริงจะทําให ้ ท่านทัง้ หลายเป็ นอิสระ 33 พวกเขาตอบเขาว่า เราเป็ นพงศ์พันธุข ์ องอับราฮัม และไม่ เคยเป็ นทาสของใครเลย เหตุใดท่านจึงพูดว่า พวกท่านจะ ได ้รับอิสรภาพ? 34 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ผู ้ใดทําบาป ผู ้นัน ้ ก็เป็ นทาสของบาป" 35 และทาสมิได ้อาศัยอยูใ่ นบ ้านตลอดไป แต่บต ุ รจะคงอยู่ ตลอดไป 36 ดังนัน ้ ถ ้าพระบุตรทรงทําให ้ท่านทัง้ หลายเป็ นอิสระ ท่าน ก็จะเป็ นอิสระอย่างแท ้จริง 37 ฉั นรู ้ว่าท่านทัง้ หลายเป็ นพงศ์พันธุข ์ องอับราฮัม แต่ทา่ น ทัง้ หลายพยายามทีจ ่ ะฆ่าฉั น เพราะคําของฉั นไม่มท ี อ ี่ ยูใ่ น ท่าน 38 ฉั นพูดสิง่ ทีฉ ่ ั นได ้เห็นจากพระบิดาของฉั น และคุณทําสิง่ ทีค ่ ณ ุ ได ้เห็นจากพ่อของคุณ 39 พวกเขาตอบพระองค์วา่ “อับราฮัมเป็ นบิดาของเรา” พระ เยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ ถ ้าท่านทัง้ หลายเป็ นลูกหลานของ อับราฮัม ท่านทัง้ หลายก็คงทําตามการงานของอับราฮัม” 40 แต่บด ั นีท ้ า่ นทัง้ หลายกําลังหาทางทีจ ่ ะฆ่าข ้าพเจ ้า ซึง่ เป็ น คนซึง่ บอกความจริงแก่ทา่ น ซึง่ ข ้าพเจ ้าได ้ยินมาจากพระเจ ้า แต่อบ ั ราฮัมมิได ้ทําเช่นนี้ 41 พวกท่านทําสิง่ ทีพ ่ อ ่ ของท่านทํา แล ้วพวกเขาจึงพูดกับ พระองค์วา่ “พวกเราไม่ได ้เกิดจากการผิดประเวณี เรามีพระ บิดาเพียงองค์เดียวคือพระเจ ้า” 42 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า ถ ้าพระเจ ้าเป็ นพระบิดาของ ท่านแล ้ว ท่านก็จะรักเรา เพราะว่าเราออกมาจากพระเจ ้าและ มิได ้มาจากตัวเราเอง แต่พระองค์ทรงใช ้เรามา 43 เหตุใดท่านจึงไม่เข ้าใจถ ้อยคําของเรา? เพราะท่านไม่ได ้ ยินถ ้อยคําของเรา. 44 พวกท่านเป็ นของมารซึง่ เป็ นพ่อของพวกท่าน และพวก ท่านก็ปรารถนาทีจ ่ ะทําตามความปรารถนาของพ่อของพวก ท่าน มารเป็ นฆาตกรตัง้ แต่ต ้น และไม่ได ้ดํารงอยูใ่ นความจริง เพราะไม่มค ี วามจริงอยูใ่ นมาร เมือ ่ มันพูดโกหก มันก็พด ู ตาม ความคิดของมันเอง เพราะมันเป็ นคนโกหก และเป็ นพ่อของ มัน ่ เรา 45 และเพราะว่าเราบอกความจริงแก่ทา่ น ท่านจึงไม่เชือ 46 มีใครในพวกท่านทีก ่ ล่าวหาว่าเราเป็ นคนบาป? และถ ้าเรา ่ เรา? พูดความจริง ทําไมท่านจึงไม่เชือ 47 ผู ้ทีม ่ าจากพระเจ ้าก็ยอ ่ มฟั งพระวจนะของพระเจ ้า แต่พวก ท่านจึงไม่ฟัง เพราะพวกท่านไม่ใช่ของพระเจ ้า” 48 พวกยิวจึงตอบพระองค์วา่ “เราพูดถูกไหมว่าท่านเป็ นชาว สะมาเรียและมีผส ี งิ ?” 49 พระเยซูทรงตอบว่า " เราไม่มป ี ี ศาจ แต่เราถวายเกียรติแก่ พระบิดาของเรา และพวกท่านดูหมิน ่ เรา" 50 และไม่แสวงหาเกียรติของตนเอง มีผู ้หนึง่ ทีแ ่ สวงหาและ ทรงพิพากษา 51 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ถ ้าผู ้ใดประพฤติตาม คําของเรา ผู ้นัน ้ จะไม่เห็นความตายเลย 52 พวกยิวจึงพูดกับพระองค์วา่ “บัดนีเ้ รารู ้แล ้วว่าท่านถูกผี เข ้าสิง อับราฮัมและบรรดาผู ้เผยพระวจนะตายแล ้ว ส่วนท่าน


จอห์น

ยังพูดว่า ‘ถ ้าใครประพฤติตามคําของเรา ผู ้นัน ้ จะไม่มวี ันลิม ้ รสความตาย’ 53 ท่านยิง่ ใหญ่กว่าอับราฮัมบิดาของเราซึง่ ตายไปแล ้วหรือ? และบรรดาผู ้เผยพระวจนะก็ตายไปแล ้ว ท่านตัง้ ตนเองเป็ น ใคร? 54 พระเยซูทรงตอบว่า “ ถ ้าเราให ้เกียรติตนเอง เกียรติของ เราก็ไม่มค ี วามหมาย ผู ้ทีใ่ ห ้เกียรติเราคือพระบิดาของเรา และพวกท่านก็พด ู ถึงพระองค์วา่ เป็ นพระเจ ้าของพวกท่าน” 55 แต่พวกท่านไม่รู ้จักพระองค์ แต่เรารู ้จักพระองค์ และถ ้า เราพูดว่า เราไม่รู ้จักพระองค์ เราก็จะเป็ นคนโกหกเหมือน พวกท่าน แต่เรารู ้จักพระองค์ และยึดถือคําพูดของพระองค์ ่ ชมยินดีทไี่ ด ้เห็นวันของเรา และ 56 อับราฮัมบิดาของท่านชืน ท่านได ้เห็นแล ้วและมีความยินดี 57 พวกยิวจึงพูดกับเขาว่า “ท่านอายุยังไม่ถงึ ห ้าสิบปี เลย และท่านเคยเห็นอับราฮัมแล ้วหรือ?” 58 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า ก่อนอับราฮัมเกิด เราเป็ นอยูแ ่ ล ้ว" 59 แล ้วพวกเขาจึงหยิบก ้อนหินขึน ้ จะขว ้างพระองค์ แต่พระ เยซูทรงซ่อนพระองค์และเสด็จออกจากพระวิหาร เสด็จผ่าน กลางพวกเขา และเสด็จผ่านไป บทที่ 9 1 เมือ ่ พระเยซูเสด็จผ่านไป พระองค์ทรงเห็นคนคนหนึง่ ตา บอดตัง้ แต่กําเนิด 2 เหล่าสาวกจึงถามพระองค์วา่ “อาจารย์ ใครทําบาป ชายคน นีห ้ รือพ่อแม่ของเขา จึงเกิดมาตาบอด” 3 พระเยซูทรงตอบว่า ไม่ใช่วา่ คนนีห ้ รือพ่อแม่ของเขาได ้ทํา บาป แต่เพือ ่ ให ้การงานของพระเจ ้าปรากฏในตัวเขา 4 เราต ้องกระทําการงานของพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามาเมือ ่ ยัง เป็ นวัน และเมือ ่ ยังมีคน ื ก็มาถึง เมือ ่ ไม่มใี ครสามารถทํางาน ได ้ 5 ตราบใดทีฉ ่ ั นยังอยูใ่ นโลก ฉั นก็เป็ นความสว่างของโลก 6 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็ทรงถุยนํ้ าลายลงดิน แล ้วทรง ทําให ้นํ้ าลายนัน ้ กลายเป็ นดินเหนียว และทรงเจิมตาของคน ตาบอดด ้วยดินเหนียวนัน ้ 7 แล ้วตรัสแก่พระองค์วา่ จงไปล ้างตัวในสระซีโลอัมเถิด (ซึง่ แปลว่า ส่งไป) พระองค์จงึ เสด็จไปล ้างตัวแล ้วทรงมองเห็น ได ้ 8 เพือ ่ นบ ้านและคนทัง้ หลายทีเ่ คยเห็นเขาตาบอดมาก่อนจึง พูดกันว่า "คนนีไ้ ม่ใช่คนทีน ่ ั่งขอทานหรือ?" 9 บางคนก็วา่ “เขานีแ ้ หละ” คนอืน ่ ๆ ก็วา่ “เขาเหมือนคนนัน ้ ” แต่คนนัน ้ ก็วา่ “ฉั นนีแ ่ หละ” 10 ดังนัน ้ พวกเขาจึงถามท่านว่า "ตาของท่านหายหาย อย่างไร?" ่ เยซู ทําดินเหนียวทาตาของ 11 ท่านตอบว่า มีคนหนึง่ ชือ ข ้าพเจ ้า และบอกข ้าพเจ ้าว่า จงไปทีส ่ ระสิโลอัมแล ้วล ้างออก ข ้าพเจ ้าก็ไปล ้างตา แล ้วก็มองเห็นได ้ 12 แล ้วพวกเขาจึงถามเขาว่า “เขาอยูท ่ ไี่ หน” เขาตอบว่า “ข ้าพเจ ้าไม่ทราบ” 13พวกเขานํ าผู ้ทีแ ่ ต่กอ ่ นตาบอดไปหาพวกฟาริส ี 14 วันสะบาโตเป็ นวันทีพ ่ ระเยซูทรงปั น ้ ดินเหนียวแล ้วทรงเปิ ด ตาเขา ี งึ ถามเขาอีกว่าเขามองเห็นได ้อย่างไร เขาก็ 15 พวกฟาริสจ ตอบว่า “เขาเอาดินเหนียวทาตาของฉั น แล ้วฉั นก็ล ้างตาแล ้ว ก็มองเห็น” ี างคนจึงกล่าวว่า “คนนีไ้ ม่ใช่ของพระเจ ้า 16 พวกฟาริสบ เพราะเขาไม่รักษาวันสะบาโต” คนอืน ่ ๆ พูดว่า “คนบาปจะทํา อัศจรรย์เช่นนัน ้ ได ้อย่างไร” พวกเขาจึงแตกแยกกัน

17 พวกเขาจึงถามคนตาบอดอีกว่า “ท่านว่าอย่างไรเกีย ่ วกับ คนนัน ้ ทีเ่ ขาได ้ทําให ้ตาของท่านเปิ ดได ้” เขาตอบว่า “เขา เป็ นศาสดาพยากรณ์” ่ ว่าเขาเคยตาบอดแต่กลับมองเห็นได ้ 18 แต่พวกยิวไม่เชือ จนกระทั่งพวกเขาเรียกพ่อแม่ของเขาทีม ่ องเห็นเขาได ้มา 19 พวกเขาจึงถามพวกเขาว่า “นีค ่ อ ื บุตรชายของท่านทีพ ่ วก ท่านบอกว่าตาบอดมาตัง้ แต่กําเนิดใช่ไหม? แล ้วบัดนีเ้ ขา มองเห็นได ้อย่างไร?” 20 บิดามารดาของเขาตอบว่า พวกเราทราบว่านีค ่ อ ื ลูกชาย ของเรา และเขาเกิดมาตาบอด 21 แต่ขณะนีเ้ ขามองเห็นได ้อย่างไร เราก็ไม่ทราบว่า หรือ ใครเป็ นผู ้ทําให ้ตาของเขาเปิ ด เราก็ไม่ทราบว่า เขาเป็ น ผู ้ใหญ่แล ้ว จงถามเขาดู เขาจะพูดเองได ้ 22 บิดามารดาของพระองค์พด ู คําเหล่านีเ้ พราะกลัวพวกยิว เพราะพวกยิวตกลงกันแล ้วว่าถ ้าใครยอมรับว่าตนเป็ นพระ คริสต์ ผู ้นัน ้ จะต ้องถูกไล่จากธรรมศาลา 23 เพราะฉะนัน ้ บิดามารดาของเขาจึงกล่าวว่า เขาเป็ นผู ้ใหญ่ แล ้ว จงถามเขาดูเถิด 24 แล ้วพวกเขาจึงเรียกคนตาบอดคนนัน ้ มาอีกและกล่าวกับ เขาว่า “จงสรรเสริญพระเจ ้าเถิด เรารู ้อยูว่ า่ คนนีเ้ ป็ นคนบาป” 25 เขาตอบว่า เขาเป็ นคนบาปหรือไม่ ข ้าพเจ ้าไม่ทราบ สิง่ เดียวทีข ่ ้าพเจ ้ารู ้คือ ข ้าพเจ ้าเคยตาบอด แต่บด ั นีข ้ ้าพเจ ้า มองเห็นได ้ 26 แล ้วพวกเขาจึงถามเขาอีกว่า "เขาทําอะไรกับท่าน? เขา ทําให ้ตาของท่านเปิ ดได ้อย่างไร?" 27 พระองค์ตรัสตอบพวกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าบอกพวกท่านแล ้ว แต่พวกท่านไม่ฟัง เหตุใดพวกท่านยังอยากฟั งอีก พวกท่าน ก็อยากจะเป็ นสาวกของพระองค์ด ้วยหรือ?” 28 แล ้วพวกเขาจึงด่าว่าเขาและกล่าวว่า เจ ้าเป็ นสาวกของ เขา แต่เราเป็ นสาวกของโมเสส 29 เราทราบว่าพระเจ ้าตรัสกับโมเสส ส่วนคนนีเ้ ราไม่ทราบว่า มาจากไหน 30 ชายผู ้นัน ้ ตอบเขาว่า เหตุใดจึงเป็ นเรือ ่ งแปลกประหลาดที่ พวกท่านไม่ทราบว่าเขามาจากไหน แต่เขากลับทําให ้ตาของ ข ้าพเจ ้ามองเห็นได ้ 31 บัดนีเ้ รารู ้แล ้วว่าพระเจ ้ามิได ้ฟั งคนบาป แต่ถ ้าผู ้ใดนับถือ พระเจ ้า และกระทําตามพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ ทรงฟั งผู ้นัน ้ 32 ตัง้ แต่โลกถือกําเนิดมา ไม่เคยมีใครได ้ยินว่ามีมนุษย์คน ใดสามารถรักษาตาของคนทีต ่ าบอดแต่กําเนิดได ้ 33 ถ ้าบุคคลนีไ้ ม่ใช่ของพระเจ ้า เขาคงไม่สามารถทําอะไรได ้ เลย 34 พวกเขาตอบเขาว่า “เจ ้าเกิดมาในบาปทัง้ หมด แล ้วเจ ้าจะ มาสอนเราหรือ” แล ้วพวกเขาจึงขับไล่เขาออกไป 35 พระเยซูทรงได ้ยินว่าเขาขับไล่คนนัน ้ ออกไป และเมือ ่ ทรง ่ ในพระบุตร พบเขาแล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่เขาว่า “ เจ ้าเชือ ของพระเจ ้าหรือไม่” 36 ชายหนุ่มตอบว่า “พระองค์เจ ้าข ้า ผู ้นัน ้ เป็ นใครเล่า ที่ ่ ในพระองค์” ข ้าพเจ ้าจะได ้เชือ 37 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า เจ ้าได ้เห็นเขาแล ้ว และเป็ นผู ้ที่ กําลังพูดกับเจ ้า ่ พระเจ ้า” แล ้วเขาก็กราบ 38 และเขากล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าเชือ นมัสการพระองค์ 39 พระเยซูตรัสว่า “ เราเข ้ามาในโลกนีเ้ พือ ่ การพิพากษา เพือ ่ ให ้คนทีม ่ องไม่เห็นกลับมองเห็นได ้ และเพือ ่ ให ้คนที่ มองเห็นกลับตาบอด” ี างคนทีอ 40 ฟาริสบ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์ได ้ยินถ ้อยคําเหล่านัน ้ ก็ กล่าวกับพระองค์วา่ "พวกเราตาบอดด ้วยหรือ?"


จอห์น

41 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า " ถ ้าพวกท่านตาบอด พวก ท่านก็จะไม่มบ ี าป แต่บด ั นีพ ้ วกท่านพูดว่า เราเห็น ดังนัน ้ บาปของพวกท่านจึงยังคงอยู"่ บทที่ 10 1 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีเ่ ข ้าไปในคอกแกะ โดยไม่ผา่ นประตู แต่ปีนเข ้าไปทางอืน ่ ผู ้นัน ้ เป็ นขโมยและ โจร 2 แต่ผู ้ทีเ่ ข ้าทางประตูก็เป็ นผู ้เลีย ้ งแกะ 3 ผู ้เฝ้ าประตูจงึ เปิ ดประตูให ้ และแกะก็ฟังเสียงของเขา และ ่ แกะของตนและนํ าพวกมันออกไป เขาเรียกชือ 4 และเมือ ่ ท่านนํ าแกะของท่านออกไป ท่านก็เดินนํ าหน ้า และแกะก็จะติดตามท่านไป เพราะว่าพวกมันรู ้จักเสียงของ ท่าน 5 และคนแปลกหน ้าจะไม่ตด ิ ตามเขา แต่จะหลบหนีจากเขา เพราะพวกเขาไม่รู ้จักเสียงของคนแปลกหน ้า 6 พระเยซูตรัสอุปมาเรือ ่ งนีแ ้ ก่พวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่เข ้าใจ ่ สิงทีพ ่ ระองค์ตรัสกับพวกเขา 7 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาอีกว่า " เราบอกความจริงแก่ทา่ น ทัง้ หลายว่า เราเป็ นประตูของแกะ" 8 ทุกคนทีม ่ าอยูก ่ อ ่ นเราล ้วนเป็ นขโมยและโจร แต่แกะไม่ฟัง พวกเขา 9 เราเป็ นประตู ถ ้าผู ้ใดเข ้าไปโดยเรา ผู ้นัน ้ จะรอด และจะเข ้า ออก และจะพบทุง่ หญ ้าเลีย ้ งสัตว์ 10 ขโมยนัน ้ มิใช่มาเพือ ่ จะลักและฆ่าและทําลาย เรามาเพือ ่ เขาจะได ้ชีวต ิ และจะได ้อย่างครบบริบรู ณ์ 11 เราเป็ นผู ้เลีย ้ งแกะทีด ่ ี ผู ้เลีย ้ งแกะทีด ่ ย ี อ ่ มสละชีวต ิ ของตน เพือ ่ แกะ 12 แต่คนรับจ ้างไม่ใช่คนเลีย ้ งแกะ และแกะไม่ได ้เป็ นของเขา เมือ ่ เห็นสุนัขป่ ามา ก็ละทิง้ แกะแล ้วหนีไป แต่สน ุ ัขป่ าก็จับ แกะเหล่านัน ้ และกระจัดกระจายแกะไป 13 ลูกจ ้างหนีเพราะเขาเป็ นลูกจ ้างและไม่สนใจแกะ 14 เราเป็ นผู ้เลีย ้ งแกะทีด ่ ี และเรารู ้จักแกะของเรา และแกะ ของเราก็รู ้จักเรา 15 พระบิดาทรงรู ้จักเราฉั นใด เราก็รู ้จักพระบิดาฉั นนัน ้ และ เราสละชีวต ิ ของเราเพือ ่ แกะ 16 และแกะอืน ่ ซึง่ มิได ้เป็ นของคอกนีเ้ ราก็ม ี แกะเหล่านัน ้ เราก็ ต ้องพามาด ้วย และแกะเหล่านัน ้ จะฟั งเสียงของเรา และจะมี คอกเดียวและมีผู ้เลีย ้ งเพียงคนเดียว 17 เพราะฉะนัน ้ พระบิดาของข ้าพเจ ้าจึงทรงรักข ้าพเจ ้า เพราะว่าข ้าพเจ ้าสละชีวต ิ ของตน เพือ ่ จะเอาชีวต ิ นัน ้ กลับคืน มาอีก 18 ไม่มผ ี ู ้ใดสามารถเอาชีวต ิ นัน ้ ไปจากเราได ้ แต่เราสละมัน ิ ธิทจ ิ ธิทจ ไปจากตัวเราเอง เรามีสท ี่ ะสละมันไป และเรามีสท ี่ ะ เอามันกลับคืนมาได ้ บัญญัตข ิ ้อนีเ้ ราได ้รับมาจากพระบิดา ของเรา 19 ดังนัน ้ พวกยิวจึงแตกแยกกันอีกครัง้ เพราะคํากล่าวเหล่านี้ 20 พวกเขาหลายคนจึงพูดว่า เขามีผแ ี ละเป็ นบ ้า เหตุใดท่าน จึงฟั งเขา? 21 คนอืน ่ ๆ พูดว่า “คําเหล่านีไ้ ม่ใช่คําพูดของผู ้ทีม ่ ผ ี ส ี งิ ผีจะ ทําให ้คนตาบอดมองเห็นได ้หรือ?” 22 และขณะนัน ้ เองเป็ นวันฉลองการถวายพระพรทีก ่ รุง เยรูซาเล็ม และเป็ นฤดูหนาว 23 และพระเยซูทรงดําเนินอยูใ่ นพระวิหารทีเ่ ฉลียงของซาโล มอน 24 แล ้วพวกยิวก็เข ้ามาล ้อมรอบพระองค์และพูดกับพระองค์ ว่า “ท่านจะทําให ้เราสงสัยอยูน ่ านเพียงไร ถ ้าท่านเป็ นพระ คริสต์ ก็จงบอกเรามาตรงๆ เถิด”

25 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " เราบอกพวกท่านแล ้ว และ ่ แต่การงานทีเ่ ราทําในพระนามของพระ พวกท่านก็ไม่เชือ บิดาของเราก็เป็ นพยานถึงเรา" ่ เพราะพวกท่านไม่ได ้เป็ นแกะของเรา 26 แต่พวกท่านไม่เชือ ดังทีเ่ ราบอกพวกท่านไว ้แล ้ว 27 แกะของเราย่อมฟั งเสียงของเรา และเรารู ้จักแกะเหล่านัน ้ และแกะเหล่านัน ้ ก็ตด ิ ตามเรา 28 และเราให ้ชีวต ิ นิรันดร์แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่มวี ัน พินาศ และจะไม่มใี ครแย่งชิงพวกเขาไปจากมือของเราได ้ 29 พระบิดาของเราผู ้ประทานแกะเหล่านัน ้ ให ้แก่เรา ทรง ยิง่ ใหญ่กว่าทุกสิง่ และไม่มผ ี ู ้ใดสามารถแย่งแกะเหล่านัน ้ ไป จากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได ้ 30 เราและพระบิดาของเราเป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน 31 จากนัน ้ พวกยิวก็หยิบก ้อนหินขึน ้ มาอีกครัง้ เพือ ่ จะขว ้าง พระองค์ 32 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " ข ้าพเจ ้าได ้แสดงให ้ท่าน เห็นงานดีหลายประการจากพระบิดาของเรา แล ้วท่านเอาหิน ขว ้างข ้าพเจ ้าเพราะงานดีประการใดเล่า" 33 พวกยิวจึงตอบพระองค์วา่ "เราจะขว ้างท่านไม่ใช่เพราะ การกระทําดี แต่เพราะการหมิน ่ ประมาท และเพราะท่านเป็ น เพียงมนุษย์ แต่ตงั ้ ตัวเป็ นพระเจ ้า" 34พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " ในธรรมบัญญัตข ิ องท่าน ทัง้ หลายมิได ้เขียนไว ้หรือว่า `ท่านทัง้ หลายเป็ นพระเจ ้า? 35 ถ ้าพระองค์ทรงเรียกพวกเขาว่าเป็ นพระเจ ้า ซึง่ พระวจนะ ของพระเจ ้าได ้มาถึงพวกเขา และพระคัมภีรจ ์ ะละเมิดไม่ได ้ 36 พวกท่านจงพูดถึงผู ้ทีพ ่ ระบิดาได ้ทรงชําระให ้บริสท ุ ธิแ ์ ละ ส่งมาในโลกว่า ท่านพูดหมิน ่ ประมาทพระเจ ้า เพราะว่าเราพูด ว่า เราเป็ นพระบุตรของพระเจ ้า ่ เราเลย 37 ถ ้าเราไม่กระทําการของพระบิดาของเรา ก็อย่าเชือ ่ เรา ก็ 38 แต่ถ ้าเรากระทําเช่นนัน ้ แม ้ว่าท่านทัง้ หลายไม่เชือ ่ การงานนัน ่ ว่าพระบิดาอยู่ จงเชือ ้ เถิด เพือ ่ ท่านจะได ้รู ้และเชือ ในเรา และเราอยูใ่ นพระองค์ 39 ดังนัน ้ พวกเขาจึงพยายามจะจับพระองค์อก ี แต่พระองค์ รอดพ ้นจากมือพวกเขาไปได ้ 40 แล ้วเสด็จไปเหนือแม่นํ้าจอร์แดนอีก ไปถึงสถานทีท ่ ย ี่ อ ห์นให ้บัพติศมาครัง้ แรก และพักอยูท ่ น ี่ ั่น 41และมีหลายคนมาหาพระองค์และกล่าวว่า ยอห์นไม่ได ้ทํา สิง่ อัศจรรย์ใดๆ เลย แต่ทก ุ สิง่ ทีย ่ อห์นพูดเกีย ่ วกับบุคคลผู ้นี้ เป็ นความจริง ่ พระองค์ทน 42 และมีหลายคนเชือ ี่ ั่น บทที่ 11 ่ ลาซารัสป่ วยอยูท 1 บัดนีม ้ ค ี นคนหนึง่ ชือ ่ ห ี่ มูบ ่ ้านเบธานี ซึง่ เป็ นเมืองของมารียแ ์ ละมาร์ธาน ้องสาวของนาง 2 (คือมารียผ ์ ู ้ซึง่ เอานํ้ ามันหอมเจิมพระเยซูและเช็ดพระบาท ่ ลาซารัสกําลัง ของพระองค์ด ้วยผมของนาง ซึง่ มีพช ี่ ายชือ ป่ วยอยู)่ 3 ดังนัน ้ พีส ่ าวของพระองค์จงึ ส่งคนไปทูลพระองค์วา่ " พระองค์เจ ้าข ้า ผู ้ทีพ ่ ระองค์ทรงรักนัน ้ กําลังป่ วยอยู"่ 4 เมือ ่ พระเยซูทรงได ้ยินดังนัน ้ พระองค์จงึ ตรัสว่า โรคนีไ้ ม่ถงึ ตาย แต่เกิดขึน ้ เพือ ่ พระสิรข ิ องพระเจ ้า เพือ ่ ว่าพระบุตรของ พระเจ ้าจะได ้ทรงได ้รับเกียรติเพราะโรคนี้ 5 พระเยซูทรงรักมาร์ธาและน ้องสาวของนางและลาซารัส 6 เมือ ่ พระองค์ได ้ยินว่าพระองค์ทรงป่ วย พระองค์ก็ยังประทับ อยูใ่ นทีท ่ พ ี่ ระองค์อยูน ่ ัน ้ อีกสองวัน 7 แล ้วพระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์วา่ “ เรา กลับไปยังแคว ้นยูเดียกันอีกเถิด”


จอห์น

8 เหล่าสาวกของพระองค์ทล ู พระองค์วา่ “อาจารย์ เมือ ่ เร็วๆ นีพ ้ วกยิวพยายามจะเอาหินขว ้างพระองค์ แต่พระองค์ยังจะ เสด็จไปทีน ่ ั่นอีกหรือ?” ิ สองชัว่ โมงมิใช่หรือ?” 9 พระเยซูตรัสตอบว่า “ วันหนึง่ มีสบ ถ ้าผู ้ใดเดินในเวลากลางวัน เขาก็จะไม่สะดุด เพราะเขา มองเห็นแสงสว่างของโลกนี้ 10 แต่ถ ้าใครเดินในเวลากลางคืนเขาก็สะดุด เพราะไม่มแ ี สง สว่างในตัวเขา 11 พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้วตรัสแก่พวกเขาว่า “ ลาซารัสเพือ ่ น ของเราหลับอยู่ แต่เราไปเพือ ่ จะปลุกเขาให ้ตืน ่ จากหลับ” 12 จากนัน ้ เหล่าสาวกของพระองค์ก็กล่าวว่า “พระองค์เจ ้าข ้า หากเขาหลับอยู่ เขาก็จะหายดี” 13 แต่พระเยซูตรัสถึงความตายของพระองค์ แต่พวกเขาคิด ว่าพระองค์ตรัสถึงการพักผ่อนในการนอนหลับ 14 แล ้วพระเยซูตรัสกับเขาตรงๆ ว่า " ลาซารัสตายแล ้ว" 15 และเรามีความยินดีเพือ ่ ประโยชน์ของพวกท่านทีเ่ ราไม่ได ้ ่ อย่างไรก็ตาม ให ้เราไปหาเขากัน อยูท ่ น ี่ ั่น เพือ ่ ท่านจะได ้เชือ 16 โธมัสทีเ่ รียกว่า ดิดม ิ ัส จึงกล่าวกับบรรดาศิษย์ด ้วยกันว่า “พวกเราไปด ้วยกันเถิด เพือ ่ จะได ้ตายพร ้อมกับพระองค์” 17 เมือ ่ พระเยซูเสด็จมา พระองค์พบว่าเขานอนอยูใ่ นอุโมงค์ ฝั งศพมาสีว่ ันแล ้ว 18 ในเวลานัน ้ เมืองเบธานีอยูใ่ กล ้กรุงเยรูซาเล็ม ห่างออกไป ประมาณสิบห ้าฟาร์ลอง 19 และพวกยิวจํานวนมากมาหามาร์ธาและมารียเ์ พือ ่ ปลอบใจ พวกเธอเกีย ่ วกับพีช ่ ายของพวกเธอ 20 เมือ ่ มาร์ธาได ้ยินว่าพระเยซูกําลังเสด็จมา เธอก็ไปต ้อนรับ พระองค์ แต่มารียย ์ ังคงนั่งอยูใ่ นบ ้าน 21 แล ้วมาร์ธาก็พด ู กับพระเยซูวา่ “พระเจ ้าข ้า ถ ้าพระองค์อยู่ ทีน ่ ี่ น ้องชายของข ้าพเจ ้าก็คงไม่ตาย” 22 แต่ข ้าพเจ ้ารู ้อยูว่ า่ บัดนี้ สิง่ ใดทีท ่ า่ นจะขอจากพระเจ ้า พระ เจ ้าจะประทานให ้ท่าน 23 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า พีช ่ ายของเจ ้าจะฟื้ นขึน ้ มาอีก 24 มาร์ธาบอกพระองค์วา่ ข ้าพเจ ้าทราบว่าเขาจะฟื้ นขึน ้ อีก ครัง้ ในวันคืนชีพในทีส ่ ด ุ 25 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ เราเป็ นผู ้คืนชีพและเป็ นชีวต ิ ผู ้ที่ ่ ในเรา ถึงแม ้ว่าเขาจะตายไปแล ้ว เขาก็จะกลับมีชวี ต เชือ ิ อีก ่ ในเราจะไม่ตายเลย ท่าน 26 และผู ้ใดทีย ่ ังมีชวี ต ิ อยูแ ่ ละเชือ ่ เรือ เชือ ่ งนีห ้ รือไม่? ่ พระองค์ ข ้าพระองค์เชือ ่ ว่า 27 นางจึงทูลพระองค์วา่ “เชือ พระองค์เป็ นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ ้า ทีจ ่ ะเสด็จมาใน โลก” 28 เมือ ่ นางกล่าวดังนัน ้ แล ้ว นางก็ไปเรียกมารียน ์ ้องสาวของ ตนเป็ นการลับๆ โดยกล่าวว่า “อาจารย์มาแล ้วและทรงเรียก เจ ้า” 29 ครัน ้ นางได ้ยินดังนัน ้ นางก็รบ ี ลุกขึน ้ ไปหาพระองค์ 30 ขณะนัน ้ พระเยซูยังไม่เสด็จเข ้าในเมือง แต่ประทับอยูใ่ นที่ ซึง่ มาร์ธาพบพระองค์ 31 พวกยิวทีอ ่ ยูก ่ บ ั นางในบ ้านและกําลังปลอบใจนาง เมือ ่ เห็นมารียล ์ ก ุ ขึน ้ อย่างรีบเร่งและออกไป พวกเขาก็ตด ิ ตามนาง ไปโดยกล่าวว่า "นางจะไปร ้องไห ้ทีห ่ ลุมฝั งศพทีน ่ ั่น" 32 ครัน ้ มารียม ์ าถึงทีซ ่ งึ่ พระเยซูประทับอยู่ และเห็นพระองค์ แล ้ว จึงกราบลงทีพ ่ ระบาทของพระองค์ ทูลว่า “พระองค์เจ ้า ข ้า ถ ้าพระองค์อยูท ่ น ี่ ี่ พีช ่ ายของข ้าพเจ ้าก็คงไม่ตาย” 33 เมือ ่ พระเยซูทรงเห็นนางร ้องไห ้ และพวกยิวทีม ่ ากับนางก็ ร ้องไห ้ด ้วย พระองค์ก็ทรงครํ่าครวญและทรงเสียพระทัย 34 และตรัสว่า พวกเจ ้าเอาศพเขาไปไว ้ทีไ่ หน พวกเขาจึง กล่าวแก่เขาว่า “ท่านเจ ้าข ้า มาดูเถิด” 35 พระเยซูทรงร ้องไห ้ 36 พวกยิวจึงกล่าวว่า ดูเถิด พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร

37 และบางคนก็พด ู ว่า บุรษ ุ ผู ้นีท ้ ท ี่ ําให ้คนตาบอดมองเห็นได ้ ไม่สามารถทําให ้แม ้แต่บรุ ษ ุ ผู ้นีไ้ ม่ต ้องตายได ้หรือ? 38 พระเยซูทรงครํ่าครวญในพระองค์อก ี ครัง้ จึงเสด็จไปที่ หลุมฝั งศพ ซึง่ เป็ นถํ้าแห่งหนึง่ และมีหน ิ วางทับอยู่ 39 พระเยซูตรัสว่า “ จงเอาหินออกเสีย” มารธาน ้องสาวของ ผู ้ตายทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ศพของเขามีกลิน ่ เหม็น มาก เพราะเขาตายมาสีว่ ันแล ้ว” 40 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า " เราไม่ได ้บอกเจ ้าหรือว่า ถ ้าเจ ้า ่ เจ ้าก็จะได ้เห็นพระสิรข เชือ ิ องพระเจ ้า" 41 จากนัน ้ พวกเขาจึงเอาหินออกจากทีซ ่ งึ่ คนตายถูกฝั งไว ้ แล ้วพระเยซูทรงแหงนพระพักตร์ขน ึ้ และตรัสว่า “ พระบิดา ข ้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ทท ี่ รงฟั งข ้าพระองค์” 42 และฉั นรู ้ว่าพระองค์ทรงฟั งฉั นเสมอ แต่ทฉ ี่ ั นได ้พูดอย่าง นัน ้ ก็เพือ ่ ประโยชน์ของประชาชนทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ี่ เพือ ่ พวกเขาจะ ่ ว่าพระองค์ทรงใช ้ฉั นมา ได ้เชือ 43 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงร ้องเสียงดังว่า ลาซารัส จงออกมาเถิด 44 และคนตายนัน ้ ก็ออกมา โดยมีผ ้าพันมือและเท ้าไว ้ และ ผ ้าพันหน ้าไว ้ด ้วยผ ้าเช็ดหน ้า พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า จง แก ้เขาและปล่อยเขาไป 45 จากนัน ้ ชาวยิวจํานวนมากทีม ่ าหามารีย ์ และเห็นสิง่ ต่างๆ ่ ในพระองค์ ทีพ ่ ระเยซูทรงกระทํา ก็เชือ ี ละบอกพวกเขาถึงสิง่ ทีพ 46 แต่บางคนไปหาพวกฟาริสแ ่ ระ เยซูได ้กระทํา ี งึ เรียกประชุม 47 ครัง้ นัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกฟาริสจ สภาแล ้วกล่าวว่า เราจะทําอย่างไร เพราะคนนีท ้ ําการอัศจรรย์ มากมาย ่ เขา และ 48 ถ ้าเราปล่อยเขาไว ้เช่นนี้ คนทัง้ หลายก็จะเชือ พวกโรมันก็จะมาเอาทัง้ สถานทีแ ่ ละชาติของเราไป ่ คายาฟาส เป็ นมหาปุโรหิตในปี 49 และคนหนึง่ ในพวกเขา ชือ นัน ้ กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าไม่รู ้เรือ ่ งอะไรเลย 50 และอย่าคิดว่าจะเป็ นประโยชน์แก่เราหากคนหนึง่ จะต ้อง ตายเพือ ่ ประชาชน และคนทัง้ ชาติก็จะไม่พน ิ าศ 51 และเขามิได ้พูดอย่างนัน ้ โดยอ ้างตนเอง แต่เนือ ่ งจากเขา เป็ นมหาปุโรหิตในปี นัน ้ เขาจึงพยากรณ์วา่ พระเยซูจะต ้อง ้ พระชนม์เพือ สิน ่ ประชาชาตินัน ้ 52 และมิใช่แต่เฉพาะแต่ประชาชาตินัน ้ เท่านัน ้ แต่เพือ ่ จะ รวบรวมบุตรของพระเจ ้าทีก ่ ระจัดกระจายกันไว ้เป็ นอันหนึง่ อัน เดียวกัน 53 แล ้วตัง้ แต่วันนัน ้ เป็ นต ้นมาพวกเขาปรึกษากันจะฆ่า พระองค์เสีย 54 เพราะฉะนัน ้ พระเยซูจงึ ไม่เสด็จไปท่ามกลางพวกยิวอย่าง เปิ ดเผยอีกต่อไป แต่เสด็จจากทีน ่ ั่นไปยังแคว ้นใกล ้ถิน ่ ่ เอฟราอิม และประทับอยูท ทุรกันดาร เข ้าไปยังเมืองหนึง่ ชือ ่ ี่ นั่นกับเหล่าสาวกของพระองค์ 55 และเทศกาลปั สกาของพวกยิวใกล ้จะมาถึงแล ้ว และคน จํานวนมากก็ออกจากชนบทไปยังกรุงเยรูซาเล็มก่อน เทศกาลปั สกาเพือ ่ จะชําระตัว 56 แล ้วพวกเขาจึงแสวงหาพระเยซู และขณะทีย ่ น ื อยูใ่ นพระ วิหารก็พด ู กันว่า "พวกเจ ้าคิดอย่างไรทีพ ่ ระองค์จะไม่เสด็จมา ในงานฉลองนี"้ 57 บัดนี้ ทัง้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและพวกฟาริสไี ด ้สัง่ ไว ้ว่า ถ ้า ผู ้ใดรู ้ว่าพระองค์อยูท ่ ไี่ หน ก็ให ้มาบอก เพือ ่ พวกเขาจะได ้พา พระองค์ไป


จอห์น

บทที่ 12 1 แล ้วก่อนเทศกาลปั สกาหกวัน พระเยซูเสด็จมายังหมูบ ่ ้าน เบธานี ซึง่ เป็ นทีท ่ ล ี่ าซารัสผู ้ตายอยู่ ซึง่ พระองค์ทรงปลุกให ้ ฟื้ นจากความตาย 2 ทีน ่ ั่นพวกเขาจัดงานเลีย ้ งให ้พระองค์ และมาร์ธาก็รับใช ้ แต่ ลาซารัสเป็ นคนหนึง่ ในจํานวนนัน ้ ทีน ่ ั่งร่วมโต๊ะกับพระองค์ 3 แล ้วมารียก ์ ็เอานํ้ ามันหอมนาร์ดหนึง่ ปอนด์ซงึ่ มีราคาแพง มากไปชโลมพระบาทของพระเยซู และเช็ดพระบาทของ พระองค์ด ้วยผมของนาง กลิน ่ นํ้ ามันหอมก็ฟงุ้ ไปทั่วบ ้าน ่ ยูดาส อิสคาริโอท บุตร 4 แล ้วสาวกของพระองค์คนหนึง่ ชือ ของซีโมน ผู ้ทีจ ่ ะทรยศพระองค์ ก็พด ู ว่า 5 เหตุใดจึงไม่ขายนํ้ ามันหอมนีใ้ นราคาสามร ้อยเดนาริอน ั แล ้ว แจกให ้คนยากจน? 6 เขาพูดอย่างนัน ้ ไม่ใช่เพราะเขาเอาใจใส่คนจน แต่เพราะ เขาเป็ นขโมย และถือถุงและเอาสิง่ ของทีใ่ ส่ไว ้ในถุงนัน ้ ไป 7 แล ้วพระเยซูตรัสว่า “ ปล่อยนางไว ้เถิด นางยังเก็บสิง่ นีไ้ ว ้ เพือ ่ วันฝั งศพของเรา” 8 เพราะว่าคนจนพวกท่านก็มอ ี ยูก ่ บ ั ท่านเสมอ แต่วา่ เราไม่ม ี อยูก ่ บ ั ท่านเสมอไป 9 ดังนัน ้ พวกยิวจํานวนมากจึงรู ้ว่าพระองค์อยูท ่ น ี่ ั่น และพวก เขามาไม่ใช่เพือ ่ เห็นพระเยซูเท่านัน ้ แต่เพือ ่ จะได ้พบลาซารัส ซึง่ พระองค์ได ้ทรงปลุกให ้คืนพระชนม์จากความตายด ้วย 10 แต่พวกหัวหน ้าปุโรหิตปรึกษากันว่าจะฆ่าลาซารัสด ้วย ่ พระเยซู 11 เพราะเหตุนัน ้ พวกยิวมากมายจึงออกไปและเชือ 12 วันรุง่ ขึน ้ มีคนจํานวนมากทีม ่ าร่วมงานฉลอง เมือ ่ พวกเขา ได ้ยินว่าพระเยซูเสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็ม 13 ก็ถอ ื กิง่ ต ้นปาล์มออกไปต ้อนรับพระองค์แล ้วร ้องว่า โฮซัน นา ขอให ้กษั ตริยแ ์ ห่งอิสราเอลผู ้เสด็จมาในพระนามของพระ เจ ้าได ้รับพระพร 14 และเมือ ่ พระเยซูทรงพบลูกลาตัวหนึง่ จึงทรงนั่งบนลูกลา นัน ้ ตามทีเ่ ขียนไว ้ว่า 15 อย่ากลัวเลย ธิดาแห่งศิโยน ดูเถิด กษั ตริยข ์ องคุณกําลัง เสด็จมาโดยประทับบนลูกลา 16 ตอนแรกเหล่าสาวกของพระองค์ไม่เข ้าใจเรือ ่ งเหล่านี้ แต่ เมือ ่ พระเยซูทรงได ้รับเกียรติแล ้ว พวกเขาจึงจําได ้ว่ามีเขียน เรือ ่ งเหล่านีไ้ ว ้เกีย ่ วกับพระองค์ และพวกเขาได ้ทําสิง่ เหล่านี้ ต่อพระองค์ 17 เพราะฉะนัน ้ ประชากรทีอ ่ ยูก ่ บ ั พระองค์เมือ ่ พระองค์ทรง เรียกลาซารัสออกมาจากหลุมฝั งศพของเขา และทรงให ้เขา กลับคืนจากความตาย ก็เป็ นหลักฐานชัดเจน 18 เพราะเหตุนผ ี้ ู ้คนจึงมาพบพระองค์ เพราะได ้ยินว่าพระองค์ ทรงกระทําการอัศจรรย์นัน ้ ี งึ พูดกันเองว่า "พวกเจ ้าเห็นหรือไม่วา่ พวกเจ ้า 19 พวกฟาริสจ ไม่ได ้อะไรเลย ดูเถิด โลกได ้ติดตามเขาไปแล ้ว" 20 และมีพวกกรีกบางคนในหมูพ ่ วกเขาขึน ้ ไปนมัสการในงาน ฉลองนัน ้ 21 บุคคลผู ้นีจ ้ งึ มาหาฟิ ลป ิ ซึง่ มาจากเบธไซดาในแคว ้นกาลิล ี และขอร ้องพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าข ้า พวกเราอยากจะเห็นพระ เยซู” 22 ฟิ ลป ิ มาบอกอันดรูว ์ แล ้วอันดรูวก ์ บ ั ฟิ ลป ิ ก็ไปบอกพระเยซู อีกครัง้ 23พระเยซูจงึ ตรัสตอบพวกเขาว่า " ถึงเวลาแล ้วทีบ ่ ต ุ รมนุษย์ จะได ้รับพระเกียรติ" 24 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ถ ้าเมล็ดข ้าวสาลีไม่ ตกลงไปในดินและตายไป มันก็คงอยูเ่ พียงลําพัง แต่ถ ้ามัน ตายไป มันก็จะออกผลมาก 25 ผู ้ทีร่ ักชีวต ิ ของตนจะเสียชีวต ิ และผู ้ทีเ่ กลียดชีวต ิ ของตน ในโลกนีจ ้ ะรักษาชีวต ิ นัน ้ ไว ้เพือ ่ ชีวต ิ นิรันดร์

26 ถ ้าผู ้ใดรับใช ้เรา ผู ้นัน ้ ก็ต ้องติดตามเราไปด ้วย และเราอยู่ ทีไ่ หน ผู ้รับใช ้ของเราก็จะอยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย ถ ้าผู ้ใดรับใช ้เรา พระ บิดาของเราจะทรงให ้เกียรติผู ้นัน ้ 27 บัดนีจ ้ ต ิ ใจของข ้าพเจ ้าก็กระวนกระวาย ข ้าพเจ ้าจะกล่าว อย่างไรได ้ พระบิดา โปรดช่วยข ้าพเจ ้าให ้พ ้นจากเวลานีเ้ ถิด แต่เพราะเหตุนี้ ข ้าพเจ ้าจึงมาในเวลานี้ 28 พระบิดา ขอทรงถวายพระเกียรติในพระนามของพระองค์ เถิด จากนัน ้ มีเสียงจากสวรรค์ตรัสว่า เราได ้ถวายพระเกียรติ ในพระนามนัน ้ แล ้ว และจะถวายพระเกียรติในพระนามนัน ้ อีก 29 ฝูงชนทีย ่ น ื อยูท ่ น ี่ ั่นและได ้ยินเสียงก็พด ู ว่ามีฟ้าร ้อง คน อืน ่ ๆ พูดว่า มีทต ู สวรรค์พด ู กับเขา 30พระเยซูตรัสตอบว่า " เสียงนีเ้ กิดขึน ้ ไม่ใช่เพือ ่ เรา แต่เพือ ่ พวกท่าน" 31 บัดนีถ ้ งึ เวลาพิพากษาโลกแล ้ว บัดนีผ ้ ู ้ครองโลกจะถูกขับ ไล่ออกไป 32 และเมือ ่ เราถูกยกขึน ้ จากแผ่นดินโลกแล ้ว เราจะดึงดูด มนุษย์ทก ุ คนมาหาเรา 33 พระองค์ตรัสดังนีเ้ พือ ่ แสดงว่าพระองค์จะต ้องตายเช่นใด 34 ประชาชนจึงตอบพระองค์วา่ “พวกเราได ้ยินจากธรรม บัญญัตวิ า่ พระคริสต์จะคงอยูต ่ ลอดไป แล ้วท่านพูดได ้ อย่างไรว่า ‘บุตรมนุษย์จะต ้องถูกยกขึน ้ ’ บุตรมนุษย์คนนีเ้ ป็ น ใคร? 35 จากนัน ้ พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ ความสว่างยังอยูก ่ บ ั พวกท่านอีกชัว่ ขณะหนึง่ จงเดินต่อไปในขณะทีย ่ ังมีความ สว่างอยู่ เพือ ่ ว่าความมืดจะไม่มาถึงพวกท่าน เพราะว่าผู ้ที่ เดินอยูใ่ นความมืดจะไม่รู ้ว่าตนกําลังไปไหน” ่ ในความสว่าง เพือ 36 เมือ ่ ท่านทัง้ หลายมีความสว่าง ก็จงเชือ ่ ท่านทัง้ หลายจะได ้เป็ นบุตรแห่งความสว่าง พระเยซูตรัสดังนี้ แล ้วเสด็จไปและซ่อนพระองค์จากความสว่างนัน ้ 37 แม ้ว่าพระองค์ทรงกระทําการอัศจรรย์มากมายให ้พวก ่ พระองค์ มนุษย์เห็นแล ้ว พวกเขาก็ยังไม่เชือ 38 เพือ ่ คํากล่าวของเอซายาห์ผู ้เผยพระวจนะจะได ้สําเร็จ ซึง่ ่ คําทีเ่ ราบอก ท่านพูดว่า “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ใครเล่าได ้เชือ เล่า?” และพระกรของพระเจ ้าได ้ปรากฏแก่ใคร? ่ เพราะเอซายาห์พด 39 เพราะฉะนัน ้ พวกเขาจึงไม่เชือ ู อีกว่า 40 พระองค์ทรงทําให ้ตาของพวกเขาบอด และทําให ้ใจของ พวกเขาแข็งกระด ้าง เพือ ่ พวกเขาจะได ้ไม่เห็นด ้วยตาของ ตนเอง และไม่เข ้าใจด ้วยใจของตนเอง และกลับใจใหม่ และ เราจะได ้รักษาพวกเขา 41 เมือ ่ เอซายาห์เห็นสง่าราศีของพระองค์ และพูดถึง พระองค์ เขาก็ได ้กล่าวคําเหล่านัน ้ ้ ผู ้ใหญ่หลายคนก็เชือ ่ ใน 42 ถึงกระนัน ้ ก็ด ี บรรดาผู ้ปกครองชัน พระองค์ แต่เพราะพวกฟาริสไี ม่ยอมประกาศพระองค์ให ้คน เหล่านัน ้ รู ้ เพือ ่ ว่าพวกเขาจะไม่ต ้องถูกไล่ออกจากธรรมศาลา 43 เพราะพวกเขาชอบคําสรรเสริญของมนุษย์มากกว่าคํา สรรเสริญของพระเจ ้า ่ ในเราก็ไม่ใช่เชือ ่ 44พระเยซูทรงร ้องไห ้และตรัสว่า " ผู ้ทีเ่ ชือ ่ ในพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา" ในเรา แต่เชือ 45 และผู ้ใดเห็นเราก็เห็นพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา 46 เราได ้มาเป็ นความสว่างในโลก เพือ ่ ทุกคนทีว่ างใจในเรา จะไม่ดํารงอยูใ่ นความมืดอีกต่อไป ่ เราก็จะไม่ 47และถ ้าผู ้ใดได ้ยินถ ้อยคําของเราและไม่เชือ พิพากษาผู ้นัน ้ เพราะว่าเราไม่ได ้มาเพือ ่ พิพากษาโลก แต่มา เพือ ่ ช่วยโลกให ้รอด” 48 ผู ้ใดปฏิเสธเราและไม่รับคําของเรา ผู ้นัน ้ ก็มผ ี ู ้พิพากษา เขา คําทีเ่ รากล่าวนัน ้ จะพิพากษาเขาในวันสุดท ้าย 49 เพราะว่าเรามิได ้พูดจากใจเราเอง แต่พระบิดาผู ้ทรงใช ้เรา มา พระองค์ได ้ทรงบัญชาเราว่าเราควรพูดอะไร และเราควร พูดอย่างไร


จอห์น

50 และเรารู ้อยูว่ า่ พระบัญญัตข ิ องพระองค์นัน ้ เป็ นชีวต ิ นิรันดร์ ดังนัน ้ สิง่ ใดทีเ่ ราพูด เราก็พด ู อย่างนัน ้ ตามทีพ ่ ระบิดาตรัสกับ เรา บทที่ 13 1 บัดนีก ้ อ ่ นถึงวันฉลองปั สกา เมือ ่ พระเยซูทรงทราบว่าถึง เวลาทีพ ่ ระองค์จะต ้องจากโลกนีไ้ ปหาพระบิดาแล ้ว พระองค์ ทรงรักพวกของพระองค์ซงึ่ อยูใ่ นโลกนีจ ้ นถึงทีส ่ ด ุ 2 และเมือ ่ รับประทานอาหารเย็นเสร็จแล ้ว ปี ศาจได ้ดลใจยู ดาส อิสคาริโอท บุตรของซีโมน ให ้ทรยศต่อพระองค์ 3 พระเยซูทรงทราบว่าพระบิดาได ้มอบทุกสิง่ ไว ้ในพระหัตถ์ ของพระองค์ และพระองค์ทรงมาจากพระเจ ้า และเสด็จไป หาพระเจ ้า 4 พระองค์ทรงลุกขึน ้ จากโต๊ะรับประทานอาหาร และทรงถอด ฉลองพระองค์ออก และทรงหยิบผ ้าเช็ดตัวและคาดเอวไว ้ 5 แล ้วพระองค์ทรงเทนํ้ าลงในอ่าง แล ้วทรงเริม ่ ล ้างเท ้าเหล่า สาวก และเช็ดด ้วยผ ้าเช็ดตัวทีพ ่ ระองค์ทรงคาดเอวไว ้ 6 แล ้วพระองค์จงึ เสด็จมาหาซีโมนเปโตร และเปโตรทูล พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าจะทรงล ้างเท ้าข ้าพเจ ้าหรือ?” 7 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ขณะนีท ้ า่ นไม่ทราบถึงสิง่ ทีเ่ รา กําลังทํา แต่ภายหลังท่านจะทราบ" 8 เปโตรจึงทูลพระองค์วา่ “เจ ้าจะไม่มวี ันล ้างเท ้าของข ้า พระองค์” พระเยซูจงึ ตรัสตอบเขาว่า “ ถ ้าเราไม่ล ้างเจ ้า เจ ้าก็ ไม่มส ี ว่ นกับข ้าพระองค์” 9 ซีโมนเปโตรทูลพระองค์วา่ “องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า ไม่เพียงแต่ เท ้าของข ้าพระองค์เท่านัน ้ แต่ทงั ้ มือและศีรษะของข ้า พระองค์ด ้วย” 10 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ผู ้ทีล ่ ้างแล ้วไม่จําเป็ นต ้องล ้าง อะไรนอกจากเท ้าเท่านัน ้ แต่จะสะอาดหมดจด และพวกท่าน ก็สะอาดแล ้วแต่ไม่ทงั ้ หมด" 11 เพราะพระองค์ทรงทราบว่าใครจะทรยศพระองค์ จึงตรัสว่า พวกเจ ้าทัง้ หลายไม่บริสท ุ ธิก ์ น ั ทุกคน 12 เมือ ่ พระองค์ทรงล ้างเท ้าพวกเขาแล ้ว และทรงเอาฉลอง พระองค์ของพระองค์ และประทับนั่งลงอีกครัง้ พระองค์จงึ ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้ารู ้หรือไม่วา่ เราทําอะไรแก่พวกเจ ้า? 13 ท่านทัง้ หลายเรียกเราว่า “พระอาจารย์และองค์พระผู ้เป็ น เจ ้า” และท่านก็พด ู ถูก เพราะเราเป็ นเช่นนัน ้ 14 ถ ้าเราซึง่ เป็ นพระเจ ้าและอาจารย์ของท่าน ได ้ล ้างเท ้าของ ท่าน พวกท่านก็ควรจะล ้างเท ้าซึง่ กันและกันด ้วย 15 เพราะว่าเราได ้วางแบบอย่างให ้แก่ทา่ นแล ้ว เพือ ่ ให ้ท่าน ทําอย่างทีเ่ ราได ้ทําแก่ทา่ น 16 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า บ่าวย่อมไม่ยงิ่ ใหญ่ไป กว่านายของตน และผู ้ทีถ ่ ก ู ส่งไปก็ไม่ยงิ่ ใหญ่ไปกว่าผู ้ทีส ่ ง่ เขาไป 17 ถ ้าท่านทัง้ หลายรู ้เรือ ่ งเหล่านีแ ้ ล ้ว ก็เป็ นสุขหากท่าน กระทําตาม 18 เราไม่ได ้พูดถึงพวกท่านทุกคน เรารู ้จักผู ้ทีเ่ ราเลือก แต่ เพือ ่ ให ้ข ้อพระคัมภีรส ์ ําเร็จซึง่ ว่า ผู ้ทีก ่ น ิ ขนมปั งกับเราได ้ยก ส ้นเท ้าขึน ้ ต่อเรา 19 บัดนีเ้ ราบอกพวกท่านก่อนทีเ่ หตุการณ์นจ ี้ ะเกิดขึน ้ เพือ ่ ว่า ่ เมือ ่ มันเกิดขึน ้ แล ้ว พวกท่านจะได ้เชือว่าเราเป็ นผู ้นัน ้ 20 แท ้จริงเราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีร่ ับผู ้ทีเ่ ราส่งไปนัน ้ ก็รับ เรา และผู ้ทีร่ ับเราก็รับผู ้ทีส ่ ง่ เรามา 21 เมือ ่ พระเยซูตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็ทรงเป็ นทุกข์ในพระ วิญญาณ และทรงเป็ นพยานว่า เราบอกความจริงแก่พวกท่าน ว่า คนหนึง่ ในพวกท่านจะทรยศต่อเรา 22 ครัง้ นัน ้ เหล่าสาวกก็มองดูกน ั ไปและสงสัยว่าพระองค์ กําลังพูดถึงใคร

23 ขณะนัน ้ มีสาวกคนหนึง่ ทีพ ่ ระเยซูทรงรักมาเอนกายลงที่ พระทรวงของพระเยซู 24 ซีโมนเปโตรจึงถามพระองค์วา่ ผู ้ทีพ ่ ระองค์ตรัสถึงนัน ้ หมายถึงใคร 25 แล ้วคนนัน ้ ซึง่ นอนอยูท ่ ห ี่ น ้าอกของพระเยซูก็ทล ู ถาม พระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ผู ้นัน ้ คือใคร” 26 พระเยซูทรงตอบว่า “ นีแ ่ หละคือผู ้ทีเ่ ราจะเอานํ้ าจิม ้ ให ้ เมือ ่ เราได ้จุม ่ นํ้ าจิม ้ แล ้ว” และเมือ ่ จุม ่ นํ้ าจิม ้ แล ้ว พระองค์ก็ทรง ส่งให ้ยูดาส อิสคาริโอท บุตรของซีโมน 27 และเมือ ่ ได ้พูดจบแล ้ว ซาตานก็เข ้าสิงเขา พระเยซูจงึ ตรัส กับเขาว่า “ ถ ้าท่านทําอย่างนัน ้ ก็จงทําโดยเร็ว” 28 ในเวลานัน ้ ไม่มผ ี ู ้ใดทีร่ ว่ มโต๊ะรู ้ว่าพระองค์ตรัสดังนีด ้ ้วย จุดประสงค์ใด 29 เพราะบางคนคิดว่า เพราะยูดาสถือถุงเงินนัน ้ พระเยซูจงึ ้ สิง่ ของทีเ่ ราต ้องการเพือ ตรัสกับเขาว่า “จงไปซือ ่ กินก่อนวัน ฉลองนัน ้ หรือให ้เขาแบ่งให ้คนยากจนบ ้าง” 30 เมือ ่ รับขนมปั งแล ้วจึงออกไปทันที ตอนนัน ้ เป็ นเวลา กลางคืน 31 เมือ ่ เขาออกไปแล ้ว พระเยซูจงึ ตรัสว่า บัดนีบ ้ ต ุ รมนุษย์ ได ้รับเกียรติแล ้ว และพระเจ ้าก็ได ้รับเกียรติเพราะบุตรมนุษย์ 32 ถ ้าพระเจ ้าได ้รับเกียรติเพราะเขา พระเจ ้าจะทรงทําให ้เขา ได ้รับเกียรติในตัวเขาเอง และจะทรงทําให ้เขาได ้รับเกียรติ ทันที 33 ลูกน ้อยทัง้ หลาย ข ้าพเจ ้าจะอยูก ่ บ ั พวกท่านอีกไม่นาน พวกท่านจะแสวงหาข ้าพเจ ้า และข ้าพเจ ้าบอกพวกยิวว่า ข ้าพเจ ้าจะไปทีใ่ ด พวกท่านไปไม่ได ้ ข ้าพเจ ้าจึงบอกพวก ท่านตอนนีว้ า่ ข ้าพเจ ้าจะพูดกับพวกท่าน 34 เราให ้บัญญัตใิ หม่แก่ทา่ นทัง้ หลาย คือให ้ท่านทัง้ หลายรัก ซึง่ กันและกัน เรารักท่านทัง้ หลายมาแล ้วอย่างไร ท่าน ทัง้ หลายก็จงรักกันอย่างนัน ้ 35 ด ้วยเหตุนค ี้ นทัง้ ปวงจะรู ้ว่าเจ ้าทัง้ หลายเป็ นสาวกของเรา ถ ้าเจ ้าทัง้ หลายรักกัน 36 ซีโมนเปโตรถามพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้า พระองค์จะไป ไหน” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ เราจะไปไหน ในเวลานีเ้ จ ้า ตามเราไม่ได ้ แต่เจ ้าจะตามเราไปภายหลัง” 37 เปโตรจึงทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ทําไมข ้าพเจ ้าจึง ติดตามพระองค์ไม่ได ้ในเวลานี้ ข ้าพเจ ้าจะสละชีวต ิ เพือ ่ พระองค์” 38 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ เจ ้าจะสละชีวต ิ เพือ ่ เราหรือ?” เราบอกเจ ้าจริงๆ ว่า ไก่จะไม่ขน ั จนกว่าเจ ้าจะปฏิเสธเราถึง สามครัง้ บทที่ 14 ่ ในพระเจ ้า จงเชือ ่ ใน 1 อย่าให ้ใจของท่านกังวลเลย ท่านเชือ เราด ้วย 2 ในบ ้านของพระบิดาของฉั นมีทอ ี่ ยูม ่ ากมาย ถ ้าไม่มฉ ี ั นคงได ้ บอกคุณแล ้ว ฉั นไปจัดเตรียมสถานทีไ่ ว ้สําหรับคุณ 3 และถ ้าเราไปจัดเตรียมสถานทีไ่ ว ้สําหรับพวกท่านแล ้ว เรา จะกลับมาอีกและรับพวกท่านไปอยูก ่ บ ั เรา เพือ ่ ว่าเราอยูท ่ ี่ ไหน พวกท่านก็จะอยูท ่ น ี่ ั่นด ้วย 4 และท่านก็รู ้ว่าเราจะไปทีไ่ หนและรู ้ทางอย่างไร 5 โธมัสทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า พวกข ้าพเจ ้าไม่ทราบ ว่าพระองค์จะเสด็จไปทีไ่ หน และพวกข ้าพเจ ้าจะทราบทาง นัน ้ ได ้อย่างไร?” 6 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " เราเป็ นทางนัน ้ เป็ นความจริงและ เป็ นชีวต ิ ไม่มผ ี ู ้ใดมาถึงพระบิดาได ้ นอกจากจะมาทางเรา"


จอห์น

7 ถ ้าท่านทัง้ หลายรู ้จักเราแล ้ว ท่านก็จะรู ้จักพระบิดาของเรา ด ้วย และตัง้ แต่นเี้ ป็ นต ้นไป ท่านก็จะรู ้จักพระองค์และได ้เห็น พระองค์ 8 ฟิ ลป ิ จึงทูลพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้าข ้า ขอทรงแสดงพระ บิดาให ้พวกข ้าพระองค์เห็น และแค่นก ี้ ็เพียงพอสําหรับพวก ข ้าพระองค์แล ้ว” 9 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ฟิ ลป ิ เจ ้าได ้อยูก ่ บ ั เราเป็ น เวลานานแล ้วและยังไม่รู ้จักเราเลยหรือ ผู ้ทีไ่ ด ้เห็นเราก็ได ้ เห็นพระบิดา แล ้วเจ ้าจะพูดได ้อย่างไรว่า ‘ขอให ้เราได ้เห็น พระบิดา’ ่ ว่าเราอยูใ่ นพระบิดาและพระบิดาอยูใ่ นเราหรือ? 10 ท่านไม่เชือ ถ ้อยคําทีเ่ รากล่าวกับท่านนัน ้ เราไม่ได ้กล่าวโดยอาศัยเราเอง แต่พระบิดาผู ้สถิตอยูใ่ นเรา พระองค์ทรงกระทําการนัน ้ ่ เราเถิดว่าเราอยูใ่ นพระบิดา และพระบิดาอยูใ่ นเรา 11 จงเชือ ่ เราเพราะงานทีเ่ ราได ้ทํา หรือมิฉะนัน ้ ก็จงเชือ ่ ในเรา ก็จะ 12 จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ผู ้ทีเ่ ชือ ทํางานทีเ่ ราทําเช่นกัน และเขาจะทํางานทีย ่ งิ่ ใหญ่กว่านัน ้ เพราะว่าเรากําลังจะไปหาพระบิดาของเรา 13 และสิง่ ใดทีพ ่ วกท่านขอในนามของเรา เราจะทําสิง่ นัน ้ เพือ ่ ว่าพระบิดาจะทรงได ้รับเกียรติในพระบุตร 14 ถ ้าท่านขอสิง่ ใดในนามของเรา เราจะกระทําสิง่ นัน ้ 15 ถ ้าท่านทัง้ หลายรักเรา จงประพฤติตามบัญญัตข ิ องเรา 16 และเราจะอธิษฐานต่อพระบิดา และพระองค์จะประทาน ผู ้ช่วยอีกผู ้หนึง่ ให ้แก่ทา่ น เพือ ่ จะได ้อยูก ่ บ ั ท่านตลอดไป 17 คือพระวิญญาณแห่งความจริง ซึง่ โลกรับไม่ได ้ เพราะไม่ เห็นพระองค์ และไม่รู ้จักพระองค์ แต่ทา่ นทัง้ หลายรู ้จัก พระองค์ เพราะพระองค์ทรงสถิตอยูก ่ บ ั ท่าน และจะอยูใ่ น ท่าน 18 เราจะไม่ละทิง้ ท่านให ้ไร ้ความช่วยเหลือ เราจะมาหาท่าน 19 อีกไม่นานโลกก็จะไม่เห็นเราอีก แต่ทา่ นทัง้ หลายเห็นเรา เพราะว่าเรายังมีชวี ต ิ อยู่ ท่านทัง้ หลายก็จะยังมีชวี ต ิ อยูเ่ ช่นกัน 20 เมือ ่ นัน ้ ท่านทัง้ หลายจะรู ้ว่าเราอยูใ่ นพระบิดาของเรา และ ท่านอยูใ่ นเรา และเราอยูใ่ นท่าน 21 ผู ้ใดมีบญ ั ญัตข ิ องเราและประพฤติตามบัญญัตเิ หล่านัน ้ ผู ้ นัน ้ คือผู ้ทีร่ ักเรา และผู ้ทีร่ ักเรานัน ้ พระบิดาของเราจะทรงรัก เขา และเราจะรักเขา และจะสําแดงตัวให ้เขาเห็น 22 ยูดาสไม่ใช่อส ิ คาริโอทจึงพูดกับพระองค์วา่ “พระองค์เจ ้า ข ้า เหตุใดพระองค์จงึ ทรงแสดงพระองค์แก่พวกข ้าพระองค์ แต่ไม่ทรงแสดงแก่โลก” 23 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ถ ้าผู ้ใดรักเรา เขาจะประพฤติ ตามคําของเรา และพระบิดาของเราจะทรงรักเขา แล ้วพระ บิดาของเราจะมาหาเขา และเราจะอยูร่ ว่ มกับเขา" 24 ผู ้ทีไ่ ม่รักเราก็ไม่รักษาคําพูดของเรา และคําทีพ ่ วกท่านได ้ ยินนัน ้ ไม่ใช่คําของเรา แต่เป็ นของพระบิดาผู ้ทรงใช ้เรามา 25 ข ้าพเจ ้าได ้กล่าวเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลายในขณะที่ ท่านยังอยูก ่ บ ั ท่าน 26 แต่องค์ผู ้ช่วยคือพระวิญญาณบริสท ุ ธิซ ์ งึ่ พระบิดาจะทรง ส่งมาในนามของเรา พระองค์จะทรงสอนพวกท่านทุกสิง่ และจะทรงทําให ้พวกท่านระลึกถึงทุกสิง่ ซึง่ เราได ้บอกพวก ท่านแล ้ว 27 สันติสข ุ ของเรา เราให ้ไว ้แก่ทา่ น สันติสข ุ ของเรา เราให ้ไว ้ แก่ทา่ น เราไม่ให ้แก่ทา่ นอย่างทีโ่ ลกให ้ อย่าให ้ใจของท่าน วิตกและอย่ากลัว 28 พวกท่านได ้ยินแล ้วว่าเราบอกพวกท่านว่า เราจะไปและจะ ่ กลับมาหาพวกท่านอีก ถ ้าพวกท่านรักเรา พวกท่านก็จะชืน ชมยินดีทเี่ ราบอกว่า เราจะไปหาพระบิดา เพราะว่าพระบิดา ของเรายิง่ ใหญ่กว่าเรา 29 และบัดนีเ้ ราได ้บอกพวกท่านก่อนทีม ่ ันจะเกิดขึน ้ เพือ ่ ว่า ่ เมือ ่ มันเกิดขึน ้ แล ้ว พวกท่านจะได ้เชือ

30 ต่อไปนีเ้ ราจะไม่สนทนากับพวกท่านมากนัก เพราะว่าผู ้ ครองโลกนีจ ้ ะมา และไม่มอ ี ะไรอยูใ่ นตัวเราเลย 31 แต่เพือ ่ โลกจะได ้รู ้ว่าเรารักพระบิดา และพระบิดาได ้ทรง บัญชาเราอย่างไร เราก็กระทําอย่างนัน ้ จงลุกขึน ้ เราไปจาก ทีน ่ ก ี่ น ั เถอะ บทที่ 15 1 เราเป็ นเถาองุน ่ แท ้ และพระบิดาของเราเป็ นผู ้ดูแลรักษา 2 กิง่ ทุกกิง่ ในฉั นทีไ่ ม่เกิดผล พระองค์ก็ทรงตัดทิง้ และกิง่ ทุก กิง่ ทีอ ่ อกผล พระองค์ก็ทรงโค่นทิง้ เพือ ่ ให ้กิง่ เหล่านัน ้ ออก ผลมากขึน ้ 3 บัดนีท ้ า่ นทัง้ หลายก็บริสท ุ ธิแ ์ ล ้วเพราะถ ้อยคําทีเ่ รากล่าวแก่ ท่าน 4 จงอยูใ่ นเรา และเราอยูใ่ นพวกท่าน กิง่ ก ้านไม่สามารถออก ผลได ้เอง เว ้นแต่จะอยูใ่ นเถาองุน ่ ฉั นใด พวกท่านก็จะออก ผลไม่ได ้อีก เว ้นแต่จะอยูใ่ นเรา 5 เราเป็ นเถาองุน ่ และท่านทัง้ หลายเป็ นกิง่ ผู ้ทีด ่ ํารงอยูใ่ นเรา และเราดํารงอยูใ่ นเขา ผู ้นัน ้ จะออกผลมาก เพราะว่าถ ้าไม่ม ี เรา พวกท่านทําสิง่ ใดไม่ได ้เลย 6 ถ ้าผู ้ใดไม่ดํารงอยูใ่ นเรา ผู ้นัน ้ ก็จะถูกทิง้ ไปเหมือนกิง่ และ เหีย ่ วเฉา และผู ้คนก็รวบรวมพวกเขาไว ้แล ้วทิง้ ในกองไฟ แล ้วก็ถก ู เผา 7 ถ ้าท่านทัง้ หลายดํารงอยูใ่ นเรา และคําของเราดํารงอยูใ่ น ท่านแล ้ว ท่านจะขอสิง่ ใดตามทีต ่ ้องการ และสิง่ นัน ้ ก็จะเกิด แก่ทา่ น 8 ด ้วยเหตุนพ ี้ ระบิดาของเราจึงได ้รับเกียรติคอ ื เมือ ่ ท่านออก ผลมาก ท่านก็จะเป็ นสาวกของเรา 9 พระบิดาได ้ทรงรักเราฉั นใด เราก็รักพวกท่านอย่างนัน ้ จง ดําเนินต่อไปในความรักของเรา 10 ถ ้าท่านทัง้ หลายประพฤติตามบัญญัตข ิ องเรา ท่านก็จะ ดํารงอยูใ่ นความรักของเรา เหมือนอย่างทีเ่ ราประพฤติตาม บัญญัตข ิ องพระบิดา และดํารงอยูใ่ นความรักของพระองค์ ่ ชมยินดี 11 สิง่ เหล่านีเ้ ราได ้บอกแก่พวกท่าน เพือ ่ ให ้ความชืน ่ ชมยินดีของพวก ของเราอยูใ่ นพวกท่าน และเพือ ่ ความชืน ท่านจะเต็มเปี่ ยม 12 นีแ ่ หละเป็ นบัญญัตข ิ องเรา คือให ้ท่านทัง้ หลายรักกัน เหมือนดังทีเ่ รารักท่าน 13 ความรักทีย ่ งิ่ ใหญ่ทส ี่ ด ุ ทีม ่ นุษย์คนหนึง่ จะมีได ้คือการสละ ชีวต ิ เพือ ่ มิตรสหายของเขา 14 พวกท่านเป็ นเพือ ่ นเรา ถ ้าพวกท่านกระทําสิง่ ใด ๆ ทีเ่ รา ่ สังพวกท่านไว ้ 15 ตัง้ แต่นต ี้ อ ่ ไปเราจะไม่เรียกพวกท่านว่าบ่าวอีก เพราะว่า บ่าวไม่รู ้ว่านายของเขาทําอะไร แต่เราเรียกพวกท่านว่ามิตร เพราะว่าทุกสิง่ ทีเ่ ราได ้ยินจากพระบิดาของเรา เราได ้สําแดง แก่พวกท่านแล ้ว 16 พวกท่านไม่ได ้เลือกเรา แต่เราได ้เลือกพวกท่าน และได ้ แต่งตัง้ พวกท่านให ้ไปทําให ้เกิดผล และให ้ผลของท่านคงอยู่ เพือ ่ ว่าสิง่ ใดก็ตามทีพ ่ วกท่านขอจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์ก็จะประทานให ้แก่ทา่ น 17 สิง่ เหล่านีเ้ ราสัง่ ท่านทัง้ หลายไว ้ว่า ให ้ท่านทัง้ หลายรักกัน 18 ถ ้าโลกเกลียดชังพวกท่าน พวกท่านก็รู ้ว่าโลกได ้เกลียด ชังเราก่อน 19 ถ ้าท่านทัง้ หลายเป็ นของโลก โลกก็จะรักของท่านทีเ่ ป็ น ของโลก แต่เพราะท่านไม่ได ้เป็ นของโลก แต่เราได ้เลือก ท่านออกจากโลก ฉะนัน ้ โลกจึงเกลียดชังท่าน 20 จงจําคําทีเ่ ราได ้กล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า บ่าวย่อมไม่ ยิง่ ใหญ่กว่านายของเขา ถ ้าพวกเขาข่มเหงเรา พวกเขาก็จะ


จอห์น

ข่มเหงพวกท่านด ้วย ถ ้าพวกเขาประพฤติตามคําของเรา พวก เขาก็จะประพฤติตามคําของท่านด ้วย 21 แต่สงิ่ เหล่านีเ้ ขาจะทําแก่ทา่ นทัง้ หลายเพราะเห็นแก่พระ นามของเรา เพราะเขาไม่รู ้จักพระองค์ผู ้ทรงใช ้เรามา 22 หากเราไม่ได ้มาตรัสแก่พวกเขาแล ้ว พวกเขาก็คงจะไม่ม ี บาป แต่บด ั นีพ ้ วกเขาก็ไม่มข ี ้อแก ้ตัวสําหรับบาปของตนอีก แล ้ว 23 ผู ้ทีเ่ กลียดเราก็เกลียดพระบิดาของเราด ้วย 24 ถ ้าเราไม่ได ้ทําการงานท่ามกลางพวกเขาซึง่ ไม่มม ี นุษย์ อืน ่ ใดทําได ้ พวกเขาก็จะไม่มบ ี าป แต่บด ั นีพ ้ วกเขาก็เห็นและ เกลียดทัง้ เราและพระบิดาของเรา 25 แต่เหตุการณ์นเี้ กิดขึน ้ เพือ ่ ให ้คําทีเ่ ขียนไว ้ในธรรมบัญญัต ิ ของพวกเขาสําเร็จ ซึง่ ก็คอ ื พวกเขาเกลียดชังเราโดยไม่ม ี เหตุผล 26 แต่เมือ ่ พระองค์ผู ้ปลอบโยนซึง่ เราจะส่งมาจากพระบิดา คือพระวิญญาณแห่งความจริงซึง่ มาจากพระบิดา พระองค์จะ ทรงเป็ นพยานถึงเรา 27 และท่านทัง้ หลายก็จะเป็ นพยานด ้วย เพราะว่าท่าน ทัง้ หลายได ้อยูก ่ บ ั เราตัง้ แต่ต ้น บทที่ 16 1 เราบอกสิง่ เหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลายเพือ ่ ท่านจะไม่สะดุดใจ 2 เขาจะไล่พวกท่านออกไปจากธรรมศาลา แท ้จริง เวลานัน ้ มาถึงแล ้ว ทีใ่ ครก็ตามทีฆ ่ า่ พวกท่าน จะคิดว่าเขาปฏิบต ั ต ิ อ ่ พระเจ ้า 3 และเขาจะทําสิง่ เหล่านีแ ้ ก่พวกท่าน เพราะเขาไม่รู ้จักพระ บิดาและไม่รู ้จักเรา 4 แต่เราได ้บอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลาย เพือ ่ ว่าเมือ ่ ถึง เวลา ท่านทัง้ หลายจะได ้ระลึกว่าเราบอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ น แล ้ว และเราไม่ได ้บอกเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ก่ทา่ นตัง้ แต่แรก เพราะว่าเราอยูก ่ บ ั ท่านแล ้ว 5 แต่บด ั นีข ้ ้าพเจ ้าจะไปหาพระองค์ผู ้ทรงใช ้ข ้าพเจ ้ามา และ ไม่มใี ครในพวกท่านถามข ้าพเจ ้าว่า “เจ ้าจะไปไหน” 6 แต่เพราะเราได ้กล่าวสิง่ เหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลาย ความ โศกเศร ้าจึงเต็มเปี่ ยมในใจของท่าน 7 แต่เราบอกความจริงแก่ทา่ นทัง้ หลายว่า การทีเ่ ราจากไป นัน ้ เป็ นประโยชน์แก่ทา่ น เพราะว่าถ ้าเราไม่ไป พระผู ้ช่วยก็จะ ไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ ้าเราจากไป เราจะส่งพระองค์มาหา ท่าน 8 และเมือ ่ พระองค์เสด็จมา พระองค์จะทรงตําหนิโลกในเรือ ่ ง บาปและความชอบธรรมและการพิพากษา ่ ในเรา 9 ของบาป เพราะเขาไม่เชือ 10 ในเรือ ่ งความชอบธรรม เพราะว่าเราไปหาพระบิดาของเรา และท่านทัง้ หลายไม่เห็นเราอีก 11 เรือ ่ งการพิพากษา เพราะว่าเจ ้าแห่งโลกนีก ้ ําลังถูก พิพากษาอยู่ 12 ฉั นยังมีเรือ ่ งอีกมากมายทีจ ่ ะบอกกับพวกท่าน แต่ขณะนี้ พวกท่านยังรับไม่ได ้ 13 เมือ ่ พระองค์คอ ื พระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล ้ว ่ วามจริงทัง้ มวล เพราะ พระองค์จะนํ าท่านทัง้ หลายไปสูค พระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสทุกสิง่ ทีพ ่ ระองค์ได ้ยิน และพระองค์จะทรงแจ ้งให ้ท่านทัง้ หลาย ทราบสิง่ ทีจ ่ ะเกิดขึน ้ 14 พระองค์จะทรงถวายพระเกียรติแก่เรา เพราะว่าพระองค์จะ ทรงรับสิง่ ทีเ่ ราถือไว ้และแสดงสิง่ นัน ้ แก่ทา่ นทัง้ หลาย 15 ทุกสิง่ ทีพ ่ ระบิดามีนัน ้ เป็ นของเรา เหตุฉะนัน ้ เราจึงกล่าวว่า พระองค์จะเอาสิง่ นัน ้ มาจากของเราและจะแสดงสิง่ นัน ้ แก่ ท่านทัง้ หลาย

16 อีกไม่นานพวกท่านก็จะไม่เห็นเรา และต่อไปอีกไม่นาน พวกท่านก็จะเห็นเรา เพราะเราไปหาพระบิดา” 17 ครัน ้ แล ้วสาวกบางคนของพระองค์ก็พด ู กันเองว่า “ที่ พระองค์ตรัสแก่พวกเราว่า ‘อีกหน่อยพวกท่านก็จะไม่เห็นเรา และต่อไปอีกหน่อยพวกท่านก็จะเห็นเรา’ และ ‘เพราะเราไป หาพระบิดา’ หมายความว่าอะไร? 18 พวกเขาจึงพูดว่า “นีห ่ มายความว่าอย่างไรทีพ ่ ระองค์ตรัส ว่า ‘อีกหน่อย’ เราไม่รู ้ว่าพระองค์ตรัสว่าอย่างไร” 19 บัดนีพ ้ ระเยซูทรงทราบว่าพวกเขาปรารถนาจะถาม พระองค์ จึงตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ ้าถามกันเองถึงเรือ ่ งที่ เราพูดว่า ‘อีกหน่อยพวกเจ ้าก็จะไม่เห็นเรา’ หรือ ‘อีกหน่อย พวกเจ ้าก็จะเห็นเรา’ 20 จริง ๆ จริง ๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า ท่านจะร ้องไห ้และ ่ ชมยินดี และท่านจะเศร ้าโศก แต่ ครํ่าครวญ แต่โลกจะชืน ความเศร ้าโศกของท่านจะเปลีย ่ นไปเป็ นความยินดี 21 เมือ ่ สตรีจะคลอดบุตรก็มค ี วามโศกเศร ้าเพราะถึงเวลาของ นาง แต่เมือ ่ นางคลอดบุตรแล ้ว นางก็ไม่ระลึกถึงความทุกข์ ระทมอีกต่อไป เพราะมีความยินดีทช ี่ ายคนหนึง่ เกิดมาในโลก 22 และบัดนีท ้ า่ นทัง้ หลายก็มค ี วามทุกข์โศก แต่เราจะเห็น ่ ชมยินดี และไม่มผ ท่านอีก และใจของท่านจะชืน ี ู ้ใดพราก ่ ชมยินดีไปจากท่านได ้ ความชืน 23 และในวันนัน ้ คุณจะไม่ถามอะไรเราอีกเลย จริงๆ จริงๆ เราบอกท่านทัง้ หลายว่า สิง่ ใดทีท ่ า่ นจะขอจากพระบิดาใน นามของเรา พระองค์จะประทานสิง่ นัน ้ ให ้แก่ทา่ น 24 จนกระทั่งบัดนีท ้ า่ นทัง้ หลายยังไม่เคยขอสิง่ ใดในนามของ ่ ชมยินดีของ เราเลย จงขอเถิดแล ้วท่านจะได ้รับ เพือ ่ ความชืน ท่านจะเต็มเปี่ ยม 25 สิง่ เหล่านีเ้ ราเคยกล่าวแก่ทา่ นทัง้ หลายเป็ นสุภาษิต แต่ เวลาจะมาถึงเมือ ่ เราจะไม่พด ู กับท่านเป็ นสุภาษิตอีกต่อไป แต่เราจะแสดงให ้ท่านทัง้ หลายทราบอย่างแจ่มแจ ้งถึงพระ บิดา 26 ในวันนัน ้ พวกท่านจะขอในนามของเรา และเราไม่บอก พวกท่านว่า เราจะอธิษฐานพระบิดาเพือ ่ พวกท่าน 27 เพราะว่าพระบิดาเองก็ทรงรักท่านทัง้ หลาย เพราะว่าท่าน ่ ว่าเราออกมาจากพระเจ ้า ได ้รักเราและเชือ 28 เรามาจากพระบิดา และมาในโลกแล ้ว และเราจากโลกนี้ ไปหาพระบิดาอีกครัง้ 29 เหล่าสาวกของพระองค์ก็บอกพระองค์วา่ “ดูเถิด บัดนี้ พระองค์พด ู ชัดเจนแล ้ว และไม่ได ้พูดเป็ นสุภาษิตเลย” 30 บัดนีเ้ ราแน่ใจแล ้วว่าพระองค์ทรงทราบทุกสิง่ และไม่ ่ ว่า จําเป็ นทีใ่ ครจะถามพระองค์อก ี ด ้วยเหตุนเี้ ราจึงเชือ พระองค์ทรงมาจากพระเจ ้า ่ แล ้ว 31พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า " บัดนีพ ้ วกท่านเชือ หรือ?" 32 ดูเถิด เวลานัน ้ มาถึงแล ้ว แท ้จริง ก็มาถึงแล ้ว ณ บัดนี้ ที่ พวกท่านจะถูกกระจัดกระจายไปต่างถิน ่ ตามถิน ่ ของตน และ จะทิง้ เราไว ้ตามลําพัง แต่เราไม่อยูต ่ ามลําพัง เพราะพระบิดา อยูก ่ บ ั เรา 33 เราได ้กล่าวสิง่ เหล่านีแ ้ ก่ทา่ นทัง้ หลาย เพือ ่ ว่าท่านจะได ้มี สันติสข ุ ในตัวเรา ในโลกนีท ้ า่ นจะประสบความทุกข์ยาก แต่ ่ บาน เพราะว่าเราได ้ชนะโลกแล ้ว จงมีใจชืน บทที่ 17 ่ ้ าและ 1 พระเยซูตรัสคําเหล่านีแ ้ ล ้วทรงแหงนพระพักตร์ขน ึ้ สูฟ ตรัสว่า “ พระบิดา เวลานัน ้ มาถึงแล ้ว ขอทรงถวายพระเกียรติ แด่พระบุตรของพระองค์ เพือ ่ พระบุตรของพระองค์จะได ้ ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ด ้วย


จอห์น

้ แก่ 2 เพราะพระองค์ได ้ทรงมอบอํานาจเหนือเนือ ้ หนังทัง้ สิน เขา เพือ ่ ให ้เขาประทานชีวต ิ นิรันดร์แก่คนทัง้ หลายทีพ ่ ระองค์ ได ้ประทานแก่เขา 3 และนีแ ่ หละคือชีวต ิ นิรันดร์ คือการทีเ่ ขารู ้จักพระองค์ ผู ้ทรง เป็ นพระเจ ้าเทีย ่ งแท ้องค์เดียว และรู ้จักพระเยซูคริสต์ท ี่ พระองค์ทรงใช ้มา 4 ข ้าพระองค์ได ้ถวายเกียรติพระองค์บนแผ่นดินโลกแล ้ว ข ้า พระองค์ได ้ดําเนินงานทีพ ่ ระองค์มอบหมายให ้ข ้าพระองค์ทํา สําเร็จแล ้ว 5 และบัดนี้ ข ้าแต่พระบิดา โปรดให ้พระองค์ทรงได ้รับเกียรติ แก่ข ้าพเจ ้าตามพระพักตร์ของพระองค์เอง คือเกียรติท ี่ ข ้าพเจ ้าเคยมีรว่ มกับพระองค์กอ ่ นทีโ่ ลกจะเกิดขึน ้ 6 ข ้าพระองค์ได ้สําแดงพระนามของพระองค์แก่คนเหล่านัน ้ ที่ พระองค์ประทานจากโลกให ้แก่ข ้าพระองค์ คนเหล่านัน ้ เคย เป็ นของพระองค์ และพระองค์ได ้ประทานพวกเขาให ้แก่ข ้า พระองค์ และพวกเขาได ้รักษาพระวจนะของพระองค์ 7 บัดนีเ้ ขาทัง้ หลายรู ้แล ้วว่า ทุกสิง่ ทีพ ่ ระองค์ได ้ประทาน ้ ให ้แก่ข ้าพเจ ้านัน ้ ล ้วนมาจากพระองค์ทงั ้ สิน 8 เพราะว่าถ ้อยคําทีพ ่ ระองค์ได ้ประทานแก่ข ้าพระองค์นัน ้ ข ้า พระองค์ได ้มอบให ้แก่เขาทัง้ หลายแล ้ว และพวกเขาได ้รับ ถ ้อยคําเหล่านัน ้ ไว ้ และรู ้แน่วา่ ข ้าพระองค์ออกมาจาก ่ ว่าพระองค์ทรงใช ้ข ้าพระองค์มา พระองค์ และพวกเขาก็เชือ 9 ข ้าพระองค์อธิษฐานเพือ ่ พวกเขา ข ้าพระองค์ไม่ได ้ อธิษฐานเพือ ่ โลก แต่เพือ ่ คนเหล่านัน ้ ทีพ ่ ระองค์ได ้ประทาน ให ้แก่ข ้าพระองค์ เพราะพวกเขาเป็ นของพระองค์ 10 และทุกสิง่ ของฉั นก็เป็ นของคุณ และทุกสิง่ ของคุณก็เป็ น ของฉั น และฉั นก็ได ้รับเกียรติเพราะสิง่ เหล่านัน ้ 11 และบัดนีข ้ ้าพระองค์ไม่มอ ี ยูใ่ นโลกอีกต่อไป แต่คนเหล่านี้ ยังอยูใ่ นโลก และข ้าพระองค์กําลังจะไปหาพระองค์ พระบิดา ิ ธิ์ โปรดทรงรักษาผู ้ทีพ ผู ้ศักดิส ์ ท ่ ระองค์ประทานให ้แก่ข ้า พระองค์ไว ้ในพระนามของพระองค์ เพือ ่ พวกเขาจะได ้เป็ น อันหนึง่ อันเดียวกันเหมือนกับเรา 12 เมือ ่ ข ้าพระองค์ยังอยูก ่ บ ั คนเหล่านัน ้ ในโลกนี้ ข ้าพระองค์ก็ ปกป้ องพวกเขาไว ้ในพระนามของพระองค์ ผู ้ทีพ ่ ระองค์ ประทานให ้แก่ข ้าพระองค์ ข ้าพระองค์ก็ปกป้ องพวกเขาไว ้ และไม่มผ ี ู ้ใดสูญหายไป เว ้นแต่ลก ู แห่งความพินาศเท่านัน ้ เพือ ่ พระคัมภีรจ ์ ะได ้สําเร็จ 13 และบัดนี้ ข ้าพระองค์มาหาพระองค์ และพูดสิง่ เหล่านีใ้ น ่ ชมยินดีของข ้าพระองค์เต็มเปี่ ยม โลก เพือ ่ ให ้ความชืน 14 ข ้าพระองค์ได ้มอบพระวจนะของพระองค์ให ้แก่พวกเขา แล ้ว และโลกได ้เกลียดชังพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ใช่ของ โลก เหมือนอย่างทีข ่ ้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก 15 ข ้าพระองค์ไม่ได ้อธิษฐานขอให ้พระองค์เอาพวกเขา ออกไปจากโลก แต่ขอให ้ทรงปกป้ องพวกเขาไว ้จากความชัว่ ร ้าย 16 พวกเขาไม่ใช่ของโลก เหมือนอย่างทีข ่ ้าพเจ ้าไม่ใช่ของ โลก 17 ขอทรงทําให ้พวกเขาบริสท ุ ธิโ์ ดยความจริงของพระองค์ พระวจนะของพระองค์เป็ นความจริง 18 พระองค์ทรงใช ้ข ้าพเจ ้ามาในโลกฉั นใด ข ้าพเจ ้าก็ทรงใช ้ พวกเขาไปในโลกฉั นนัน ้ 19 และเพือ ่ ประโยชน์ของพวกเขา ฉั นก็ชําระตัวฉั นเองให ้ บริสท ุ ธิ์ เพือ ่ ให ้พวกเขาได ้รับการชําระให ้บริสท ุ ธิโ์ ดยความ จริง 20 ฉั นไม่ได ้อธิษฐานเพือ ่ พวกเขาเหล่านีเ้ ท่านัน ้ แต่เพือ ่ ผู ้ที่ ่ ในตัวฉั นเพราะคําพูดของพวกเขาด ้วย เชือ 21 เพือ ่ เขาทัง้ หลายจะได ้เป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน ดังเช่นที่ พระองค์ผู ้เป็ นพระบิดาทรงอยูใ่ นข ้าพระองค์ และข ้าพระองค์

อยูใ่ นพระองค์ เพือ ่ เขาจะได ้เป็ นอันหนึง่ อันเดียวกันในพวก ่ ว่าพระองค์ทรงใช ้ข ้าพระองค์มา เรา เพือ ่ โลกจะได ้เชือ 22 และความรุง่ โรจน์ทพ ี่ ระองค์ประทานแก่ข ้าพเจ ้า ข ้าพเจ ้า ได ้ประทานให ้แก่เขาทัง้ หลาย เพือ ่ เขาจะได ้เป็ นอันหนึง่ อัน เดียวกัน เหมือนอย่างทีเ่ ราเป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน 23 ข ้าพระองค์อยูใ่ นพวกเขา และพระองค์อยูใ่ นข ้าพระองค์ เพือ ่ พวกเขาจะได ้สมบูรณ์เป็ นอันหนึง่ อันเดียวกัน และเพือ ่ โลกจะได ้รู ้ว่าพระองค์ทรงใช ้ข ้าพระองค์มา และพระองค์ทรง รักพวกเขาเหมือนอย่างทีพ ่ ระองค์ทรงรักข ้าพระองค์ 24 ข ้าแต่พระบิดา ข ้าพระองค์ปรารถนาให ้คนเหล่านัน ้ ที่ พระองค์ได ้ประทานให ้แก่ข ้าพระองค์ อยูก ่ บ ั ข ้าพระองค์ทก ุ ที่ ทีข ่ ้าพระองค์อยู่ เพือ ่ เขาทัง้ หลายจะได ้เห็นสง่าราศีของข ้า พระองค์ ซึง่ พระองค์ได ้ประทานให ้แก่ข ้าพระองค์ เพราะว่า พระองค์ทรงรักข ้าพระองค์กอ ่ นทีจ ่ ะทรงสร ้างโลก 25 ข ้าแต่พระบิดาผู ้ชอบธรรม โลกไม่รู ้จักพระองค์ แต่ข ้า พระองค์รู ้จักพระองค์ และคนเหล่านีร้ ู ้ว่าพระองค์ทรงส่งข ้า พระองค์มา 26 และข ้าพระองค์ได ้ประกาศพระนามของพระองค์แก่พวก เขาแล ้ว และจะประกาศต่อไป เพือ ่ ความรักทีพ ่ ระองค์ทรงรัก ข ้าพระองค์จะอยูใ่ นพวกเขา และข ้าพระองค์จะอยูใ่ นพวกเขา ด ้วย บทที่ 18 1 เมือ ่ พระเยซูตรัสคําเหล่านีแ ้ ล ้ว พระองค์ก็เสด็จไปกับเหล่า สาวกของพระองค์ข ้ามลําธารซีดรอนซึง่ มีสวนแห่งหนึง่ พระองค์และเหล่าสาวกของพระองค์เข ้าไปในสวนนัน ้ 2 แม ้แต่ยด ู าสผู ้ทรยศพระองค์ก็รู ้จักสถานทีน ่ ัน ้ ด ้วย เพราะ พระเยซูมักจะไปทีน ่ ั่นกับเหล่าสาวกของพระองค์อยูเ่ สมอ 3 ยูดาสจึงรับพวกผู ้ชายและเจ ้าหน ้าทีจ ่ ากพวกหัวหน ้า ี ปุโรหิตและพวกฟาริส แล ้วก็ไปทีน ่ ั่นพร ้อมกับโคมและคบ เพลิงและอาวุธ 4 พระเยซูทรงทราบทุกสิง่ ทีจ ่ ะเกิดขึน ้ กับพระองค์ จึงเสด็จ ออกไปและตรัสแก่พวกเขาว่า " พวกเจ ้ากําลังหาใคร" 5 พวกเขาตอบว่า “พระเยซูชาวนาซาเร็ธ” พระเยซูตรัสตอบ พวกเขาว่า “ เราคือผู ้นัน ้ ” และยูดาสผู ้ทรยศพระองค์ก็ยน ื อยู่ กับพวกเขาด ้วย 6 เมือ ่ พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “เราเป็ น” พวกเขาก็ถอย หลังและล ้มลงกับพืน ้ 7 แล ้วพระองค์ตรัสถามพวกเขาอีกว่า “ ท่านตามหาใคร” พวกเขาตอบว่า “พระเยซูแห่งนาซาเร็ธ” 8 พระเยซูตรัสตอบว่า " เราบอกท่านแล ้วว่าเราเป็ นผู ้นัน ้ ถ ้า ท่านแสวงหาเรา ก็ให ้คนเหล่านีไ้ ปตามทางของพวกเขาเถิด" “ข ้าพระองค์มไิ ด ้สูญเสียผู ้ใดทีพ ่ ระองค์ประทานให ้แก่ข ้า พระองค์เลย” จะเป็ นความจริง 10 ซีโมนเปโตรมีดาบจึงชักดาบออกฟั นคนรับใช ้ของมหา ่ มัลคัส ปุโรหิตและตัดหูขวาของเขาออก คนรับใช ้คนนัน ้ ชือ 11 แล ้วพระเยซูจงึ ตรัสกับเปโตรว่า จงเอาดาบใส่ฝักเสีย ถ ้วย ทีพ ่ ระบิดาของเราประทานให ้แก่เรา เราจะไม่ดม ื่ มันหรือ? 12 จากนัน ้ พวกทหารกับนายทหารและเจ ้าหน ้าทีข ่ องพวกยิว ก็จับพระเยซูมัดไว ้ 13 และนํ าพระองค์ไปหาอันนาสก่อน เพราะอันนาสเป็ นพ่อตา ของคายาฟาส ซึง่ เป็ นมหาปุโรหิตในปี นัน ้ 14 ไคอาฟาสเป็ นผู ้ให ้คําแนะนํ าแก่พวกยิวว่า ควรทีค ่ นหนึง่ จะตายแทนประชาชน 15 ซีโมนเปโตรติดตามพระเยซูไป และสาวกอีกคนหนึง่ ก็ ติดตามไปด ้วย สาวกคนนัน ้ เป็ นทีร่ ู ้จักของมหาปุโรหิต และ ได ้เข ้าไปกับพระเยซูทพ ี่ ระราชวังของมหาปุโรหิต


จอห์น

16 แต่เปโตรยืนอยูข ่ ้างนอกทีป ่ ระตู แล ้วสาวกคนนัน ้ ทีม ่ หา ปุโรหิตรู ้จักก็ออกไป และพูดกับหญิงทีเ่ ฝ้ าประตู แล ้วพาเป โตรเข ้าไป 17 แล ้วหญิงเฝ้ าประตูจงึ พูดกับเปโตรว่า “เจ ้าก็เป็ นสาวกของ คนนัน ้ ด ้วยหรือ?” เปโตรตอบว่า “ข ้าพเจ ้ามิใช่” 18 ส่วนคนใช ้และเจ ้าหน ้าทีก ่ ็ยน ื อยูท ่ น ี่ ั่น พวกเขาก่อไฟด ้วย ถ่านเพราะอากาศหนาว และพวกเขาก็ผงิ ไฟกัน ส่วนเปโตรก็ ยืนอยูก ่ บ ั พวกเขาและผิงไฟกัน 19 มหาปุโรหิตจึงถามพระเยซูถงึ เหล่าสาวกของพระองค์และ คําสอนของพระองค์ 20 พระเยซูทรงตอบเขาว่า “ เราพูดอย่างเปิ ดเผยต่อโลก เรา สอนอยูเ่ สมอในธรรมศาลาและในวิหารซึง่ พวกยิวไปอยูเ่ สมอ และเราไม่ได ้พูดอะไรในทีล ่ บ ั เลย” 21 เหตุไฉนท่านจึงถามเรา จงถามผู ้ทีไ่ ด ้ฟั งเราว่าเราได ้พูด อะไรแก่พวกเขา ดูเถิด พวกเขารู ้ว่าเราได ้พูดอะไร 22 เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว เจ ้าหน ้าทีค ่ นหนึง่ ทีย ่ น ื อยูใ่ กล ้ๆ ก็ได ้ตบพระเยซูด ้วยฝ่ ามือของพระองค์โดยกล่าวว่า “ท่าน ตอบมหาปุโรหิตอย่างนัน ้ หรือ?” 23พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " ถ ้าเราพูดชัว่ จงเป็ นพยานถึง ความชัว่ นัน ้ แต่ถ ้าพูดดี ทําไมท่านจึงตบเรา" 24 อันนาสส่งพระเยซูซงึ่ ถูกมัดอยูไ่ ปหาคายาฟาสมหา ปุโรหิต 25 ซีโมนเปโตรจึงยืนผิงไฟอยู่ พวกเขาจึงพูดกับเขาว่า “ท่านก็ไม่ใช่สาวกของเขาด ้วยหรือ?” เขาปฏิเสธและกล่าวว่า “ข ้าพเจ ้าไม่ใช่” 26 ผู ้รับใช ้ของมหาปุโรหิตคนหนึง่ ซึง่ เป็ นญาติของมหา ปุโรหิตซึง่ เปโตรตัดหูของเขาทิง้ ก็พด ู ว่า "ข ้าพเจ ้าไม่เห็นเจ ้า อยูก ่ บ ั เขาในสวนหรือ?" 27 เปโตรปฏิเสธอีกครัง้ แล ้วไก่ก็ขน ั ทันที 28 จากนัน ้ พวกเขานํ าพระเยซูจากคายาฟาไปยังศาล พิพากษา ตอนนัน ้ เป็ นเวลาเช ้าตรู่ พวกเขาเองก็ไม่เข ้าไปใน ศาลพิพากษา เพราะเกรงว่าตนเองจะถูกทําให ้แปดเปื้ อน แต่ เพือ ่ จะได ้กินปั สกาแทน 29 ปิ ลาตจึงออกไปหาพวกเขาแล ้วกล่าวว่า พวกท่านมี ความผิดอะไรต่อคนนี?้ 30 พวกเขาตอบเขาว่า ถ ้าเขามิใช่ผู ้กระทําความผิด เราก็จะ ไม่มอบเขาให ้แก่ทา่ น 31 ปิ ลาตจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “จงนํ าเขาไปพิพากษาตาม ธรรมบัญญัตข ิ องท่าน” พวกยิวจึงกล่าวแก่ปิลาตว่า “พวกเรา ิ ธิท ไม่มส ี ท ์ จ ี่ ะประหารชีวต ิ ใครเลย 32 เพือ ่ คําทีพ ่ ระเยซูตรัสไว ้จะสําเร็จ ซึง่ หมายถึงการ ้ พระชนม์เช่นใด สิน 33 แล ้วปิ ลาตเข ้าไปในศาลพิพากษาอีก และเรียกพระเยซูมา ถามเขาว่า "ท่านเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิวใช่ไหม" 34 พระเยซูทรงตอบเขาว่า " ท่านพูดอย่างนัน ้ ด ้วยตนเองหรือ หรือคนอืน ่ บอกท่านถึงเรือ ่ งของเรา" 35 ปี ลาตตอบว่า “ข ้าพเจ ้าเป็ นชาวยิวหรือ? ประชาชาติของ ท่านเองและพวกหัวหน ้าปุโรหิตได ้มอบท่านไว ้กับข ้าพเจ ้า ท่านทําอะไรลงไป?” 36 พระเยซูตรัสตอบว่า " อาณาจักรของเรามิได ้เป็ นของโลก นี้ ถ ้าอาณาจักรของเราเป็ นของโลกนี้ คนของเราก็คงจะต่อสู ้ เพือ ่ ไม่ให ้เราถูกมอบไว ้ในมือของชาวยิว แต่บด ั นี้ อาณาจักร ของเรามิได ้มาจากโลกนี"้ 37 ปี ลาตจึงถามพระองค์วา่ “ถ ้าอย่างนัน ้ ท่านเป็ นกษั ตริย ์ หรือ” พระเยซูทรงตอบว่า “ ท่านพูดว่าเราเป็ นกษั ตริย”์ เราจึง เกิดมาเพือ ่ สิง่ นี้ และเพือ ่ สิง่ นีเ้ องทีเ่ ราเข ้ามาในโลกเพือ ่ เป็ น ่ ในความจริงย่อมฟั งเสียงของ พยานถึงความจริง ทุกคนทีเ่ ชือ เรา

38 ปี ลาตถามเขาว่า “ความจริงคืออะไร” เมือ ่ พูดเช่นนีแ ้ ล ้ว เขาจึงออกไปหาพวกยิวอีกครัง้ และพูดว่า “เราไม่เห็นว่าเขามี ความผิดเลย” 39 แต่พวกท่านมีธรรมเนียมว่าให ้เราปล่อยคนหนึง่ ให ้แก่พวก ท่านในเทศกาลปั สกา แล ้วพวกท่านอยากให ้เราปล่อย กษั ตริยข ์ องชาวยิวให ้แก่พวกท่านหรือ? 40 แล ้วพวกเขาทัง้ หมดก็ร ้องขึน ้ อีกว่า “ไม่ใช่คนนี้ แต่เป็ นบา รับบัส” บารับบัสเป็ นโจร บทที่ 19 1 จากนัน ้ ปิ ลาตจึงนํ าพระเยซูไปเฆีย ่ นตี 2 พวกทหารก็เอามงกุฎหนามมาสวมบนศีรษะของพระองค์ ้ คลุมสีมว่ ง และให ้พระองค์สวมเสือ 3 และกล่าวว่า “สวัสดี กษั ตริยข ์ องชาวยิว!” แล ้วพวกเขาจึง ตบพระองค์ด ้วยมือของพวกเขา 4 ปิ ลาตจึงออกไปอีกและกล่าวแก่พวกเขาว่า “ดูเถิด เรานํ า คนนีอ ้ อกมาให ้ท่านทัง้ หลาย เพือ ่ ให ้ท่านทัง้ หลายทราบว่า เราไม่พบความผิดในตัวเขา” ้ 5 แล ้วพระเยซูก็เสด็จออกมา ทรงสวมมงกุฎหนามและเสือ คลุมสีมว่ ง และปิ ลาตก็พด ู กับพวกเขาว่า “นีค ่ อ ื ชายคนนัน ้ !” 6 เมือ ่ พวกหัวหน ้าปุโรหิตและเจ ้าหน ้าทีเ่ ห็นพระองค์ พวกเขา ร ้องตะโกนว่า “ตรึงเขาไว ้ทีก ่ างเขน ตรึงเขาไว ้ทีก ่ างเขน” ปี ลาตกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ ้าจงนํ าเขาไปตรึงทีก ่ างเขน เพราะเราไม่เห็นว่าเขามีความผิด” 7 พวกยิวตอบเขาว่า "พวกเรามีธรรมบัญญัต ิ และโดยธรรม บัญญัตข ิ องเรา เขาจะต ้องตาย เพราะเขาได ้ตัง้ ตนเป็ นพระ บุตรของพระเจ ้า" 8 เมือ ่ ปิ ลาตได ้ยินคํานัน ้ ก็ยงิ่ กลัวมากขึน ้ 9 แล ้วเข ้าไปในศาลอีกและถามพระเยซูวา่ “เจ ้ามาจากไหน” แต่พระเยซูไม่ทรงตอบเขา 10 แล ้วปิ ลาตก็กล่าวแก่พระองค์วา่ “ท่านไม่พด ู กับเราหรือ? ท่านไม่รู ้หรือว่าเรามีอํานาจทีจ ่ ะตรึงท่านทีไ่ ม ้กางเขน และมี อํานาจทีจ ่ ะปล่อยท่านได ้? 11 พระเยซูทรงตอบว่า " เจ ้าไม่มอ ี ํานาจเหนือเราเลย เว ้นเสียแต่จะมอบอํานาจนัน ้ แก่เจ ้าจากเบือ ้ งบน เพราะฉะนัน ้ ผู ้ทีม ่ อบเราให ้แก่เจ ้า จึงมีบาปใหญ่ยงิ่ กว่า" 12 ตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา ปิ ลาตก็พยายามทีจ ่ ะปล่อยพระองค์ แต่พวกยิวร ้องตะโกนว่า “ถ ้าท่านปล่อยคนนีไ้ ป ท่านก็ไม่ใช่ มิตรของซีซาร์ ผู ้ใดตัง้ ตนเป็ นกษั ตริยก ์ ็พด ู ต่อต ้านซีซาร์” 13เมือ ่ ปี ลาตได ้ยินถ ้อยคํานัน ้ จึงนํ าพระเยซูออกมา แล ้วนั่ง ลงบนบัลลังก์พพ ิ ากษา ณ ทีแ ่ ห่งหนึง่ ทีเ่ รียกว่า ลานปูถนน แต่ในภาษาฮีบรูเรียกว่า กับบาธา 14 และวันนัน ้ เป็ นเวลาเตรียมปั สกา ราวๆ บ่ายสามโมง พระองค์ตรัสแก่พวกยิวว่า “นีค ่ อ ื กษั ตริยข ์ องพวกท่าน” 15 แต่พวกเขาร ้องตะโกนว่า “เอาเขาไป เอาเขาไป ตรึงเขา ไว ้ทีไ่ ม ้กางเขน” ปี ลาตถามพวกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าจะตรึง กษั ตริยข ์ องท่านทีก ่ างเขนหรือ” พวกหัวหน ้าปุโรหิตตอบว่า “พวกเราไม่มก ี ษั ตริยอ ์ น ื่ ใดนอกจากซีซาร์” 16 แล ้วพระองค์ก็ทรงมอบพระองค์ให ้พวกเขาตรึงบนไม ้ กางเขน แล ้วพวกเขาก็พาพระเยซูไป 17 และพระองค์ทรงแบกไม ้กางเขนเสด็จไปยังสถานทีแ ่ ห่ง หนึง่ ซึง่ เรียกว่า สถานทีก ่ ะโหลกศีรษะ ซึง่ ในภาษาฮีบรู เรียกว่า โกลโกธา 18 พวกเขาตรึงพระองค์ไว ้ทีก ่ างเขน พร ้อมกับคนอืน ่ อีกสอง คน คนละข ้าง และพระเยซูอยูต ่ รงกลาง 19 และปิ ลาตได ้เขียนคํานํ าหน ้าไว ้บนไม ้กางเขน และจารึก ไว ้ว่า พระเยซูแห่งนาซาเร็ธ กษั ตริยข ์ องชาวยิว


จอห์น

20 ต่อมาพวกยิวจํานวนมากก็อา่ นข ้อนี้ เพราะว่าสถานทีท ่ ี่ พระเยซูถก ู ตรึงนัน ้ อยูใ่ กล ้กับตัวเมือง และข ้อนีเ้ ขียนไว ้เป็ น ภาษาฮีบรู ภาษากรีก และภาษาละติน 21 จากนัน ้ พวกหัวหน ้าปุโรหิตของชาวยิวจึงพูดกับปี ลาตว่า "อย่าเขียนว่า กษั ตริยข ์ องชาวยิว" แต่จงเขียนว่า เขากล่าวว่า "ข ้าพเจ ้าเป็ นกษั ตริยข ์ องชาวยิว" 22 ปี ลาตตอบว่า สิง่ ทีฉ ่ ั นเขียน ฉั นก็เขียนแล ้ว 23 จากนัน ้ พวกทหารก็ตรึงพระเยซูไว ้ทีก ่ างเขน พวกเขาก็เอา ่ ว่ นให ้ทหารแต่ละคนคนละส่วน ฉลองพระองค์แบ่งเป็ นสีส ้ ของพระองค์ไปด ้วย เสือ ้ ตัวนัน และเอาเสือ ้ ไม่มต ี ะเข็บ ทอ ตัง้ แต่ด ้านบนจรดด ้านล่าง 24พวกเขาจึงพูดกันเองว่า “อย่าฉีกมันออกเลย แต่ให ้เราจับ ฉลากกันว่าใครจะได ้มันมา” เพือ ่ ให ้พระคัมภีรท ์ เี่ ขียนไว ้ว่า ้ ผ ้าของเราให ้พวกเขา และจับฉลากเสือ ้ ผ ้า “พวกเขาแบ่งเสือ ของเราให ้กัน” เป็ นจริง ดังนัน ้ พวกทหารจึงทําตามนัน ้ 25 ในเวลานัน ้ มีมารดาของพระองค์และน ้าสาวของพระองค์ มารียภ ์ รรยาของคลีโอฟั ส และมารียช ์ าวมักดาลา ยืนอยูใ่ กล ้ ไม ้กางเขนของพระเยซู 26เมือ ่ พระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และ สาวกคนทีพ ่ ระองค์ทรงรักยืนอยูใ่ กล ้ พระองค์จงึ ตรัสกับ มารดาของพระองค์วา่ “ หญิงเอ๋ย นีค ่ อ ื บุตรของคุณ!” 27 แล ้วพระองค์ตรัสแก่สาวกคนนัน ้ ว่า “ นีค ่ อ ื มารดาของท่าน” และตัง้ แต่นัน ้ เป็ นต ้นมา สาวกคนนัน ้ ก็พามารดาของท่านกลับ บ ้านของตน 28 หลังจากนัน ้ พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิง่ สําเร็จแล ้ว เพือ ่ พระคัมภีรจ ์ ะสําเร็จ จึงตรัสว่า “ เราหิวนํ้ า” 29 บัดนีม ้ ภ ี าชนะใส่นํ้าส ้มสายชูวางอยู่ และเขาทัง้ หลายเอา ฟองนํ้ าทีใ่ ส่นํ้าส ้มสายชูใส่ลงบนฮิสโซป แล ้วนํ าไปใส่ทพ ี่ ระ โอษฐ์ของพระองค์ 30 เมือ ่ พระเยซูทรงรับนํ้ าส ้มสายชูแล ้ว พระองค์ตรัสว่า สําเร็จ ้ พระชนม์ แล ้ว” แล ้วทรงก ้มพระเศียรสิน 31 เพราะเป็ นการจัดเตรียมไว ้เพือ ่ ไม่ให ้ร่างของคนตายอยูบ ่ น กางเขนในวันสะบาโต (เพราะว่าวันสะบาโตนัน ้ เป็ นวันสําคัญ) พวกยิวจึงขอร ้องปิ ลาตให ้หักขาของคนตาย แล ้วนํ าศพของ พวกเขาไปเสีย 32 ครัน ้ แล ้วพวกทหารก็มาหักขาของคนแรกและคนทีส ่ องที่ ถูกตรึงอยูก ่ บ ั พระองค์ 33 แต่เมือ ่ พวกเขามาถึงพระเยซู และเห็นว่าพระองค์ ้ สินพระชนม์แล ้ว พวกเขาจึงไม่หักขาของพระองค์ ี ้างของพระองค์ แล ้ว 34 แต่ทหารคนหนึง่ ใช ้หอกแทงเข ้าทีส ่ ข โลหิตกับนํ้ าก็ไหลออกมาทันที 35 และผู ้ทีไ่ ด ้เห็นก็เป็ นพยาน และคําพยานของเขาเป็ นความ ่ จริง และเขารู ้ว่าเขาพูดความจริง เพือ ่ ว่าพวกท่านจะได ้เชือ 36 เพราะสิง่ เหล่านีเ้ กิดขึน ้ เพือ ่ พระคัมภีรจ ์ ะสําเร็จว่า กระดูก ของพระองค์จะไม่หักแม ้แต่น ้อย 37 และพระคัมภีรอ ์ ก ี ข ้อหนึง่ กล่าวว่า พวกเขาจะได ้เห็น พระองค์ผู ้ทีพ ่ วกเขาแทง 38 และหลังจากนี้ โยเซฟจากอาริมาเธียซึง่ เป็ นสาวกของ พระเยซูแต่แอบซ่อนอยูเ่ พราะกลัวพวกยิว ได ้อ ้อนวอนปี ลาต ให ้นํ าพระศพของพระเยซูไป ปี ลาตจึงอนุญาต เขาจึงไปนํ า พระศพของพระเยซูไป 39 นิโคเดมัสก็มาด ้วย ซึง่ มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนครัง้ แรก และนํ าส่วนผสมระหว่างมดยอบกับว่านหางจระเข ้ นํ้ าหนักประมาณหนึง่ ร ้อยปอนด์มาด ้วย 40 แล ้วพวกเขานํ าพระศพของพระเยซูไปพันด ้วยผ ้าผ ้าลินน ิ กับเครือ ่ งเทศตามธรรมเนียมการฝั งของชาวยิว 41 ในบริเวณทีพ ่ ระองค์ถก ู ตรึงนัน ้ มีสวนแห่งหนึง่ และในสวน นัน ้ มีอโุ มงค์ฝังศพใหม่ทย ี่ ังไม่เคยมีใครฝั งมนุษย์ไว ้เลย

42 ดังนัน ้ เขาทัง้ หลายจึงนํ าพระเยซูไปไว ้ทีน ่ ั่น เพราะเป็ นวัน เตรียมของพวกยิว เพราะว่าอุโมงค์ฝังศพก็ใกล ้จะถึงแล ้ว บทที่ 20 1 เช ้าตรูข ่ องวันสัปดาห์ มารียม ์ ักดาลามาถึงทีห ่ ลุมฝั งศพ ขณะทีย ่ ังมืดอยู่ และเห็นว่าหินทีฝ ่ ั งศพถูกยกออกไปแล ้ว 2 แล ้วนางก็วงิ่ ไปหาซีโมนเปโตรและสาวกอีกคนทีพ ่ ระเยซู ทรงรัก แล ้วพูดกับเขาว่า “พวกเขาเอาองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าออก จากหลุมฝั งศพแล ้ว และเราไม่รู ้ว่าพวกเขาเอาพระองค์ไปไว ้ ทีไ่ หน” 3 เปโตรจึงออกไปพร ้อมกับสาวกคนนัน ้ และไปถึงอุโมงค์ฝัง ศพ 4 เขาทัง้ สองจึงวิง่ ไปด ้วยกัน แต่สาวกคนนัน ้ วิง่ เร็วกว่าเปโตร และไปถึงอุโมงค์ฝังศพก่อน 5 และเขาก ้มลงมองเข ้าไป เห็นผ ้าป่ านวางอยู่ แต่เขาไม่ได ้ เข ้าไป 6 แล ้วซีโมนเปโตรก็ตามพระองค์ไป แล ้วเข ้าไปในอุโมงค์ฝัง ศพ เห็นผ ้าป่ านวางอยู่ 7 และผ ้าเช็ดปากทีค ่ ลุมศีรษะของพระองค์ ไม่ได ้วางรวมกับ ผ ้าป่ าน แต่พันไว ้ด ้วยกันเป็ นผืนเดียว 8 ต่อมาสาวกคนนัน ้ ทีไ่ ปถึงอุโมงค์ฝังศพก่อนก็เข ้าไปด ้วย ่ และเขาได ้เห็นและเชือ 9 เพราะพวกเขายังไม่เข ้าใจพระคัมภีรท ์ วี่ า่ พระองค์จะต ้อง คืนพระชนม์จากความตาย 10 จากนัน ้ สาวกทัง้ สองก็กลับบ ้านของตนอีกครัง้ 11 แต่มารียย ์ น ื อยูข ่ ้างนอกทีอ ่ โุ มงค์ฝังศพร ้องไห ้ และเมือ ่ ร ้องไห ้ เธอก็ก ้มลงมองเข ้าไปในอุโมงค์ฝังศพ 12 และได ้เห็นทูตสวรรค์สององค์สวมชุดขาวนั่งอยู่ องค์หนึง่ อยูต ่ รงหัว และอีกองค์หนึง่ อยูต ่ รงเท ้าของทีซ ่ งึ่ ร่างของพระ เยซูเคยบรรทมอยู่ 13 พวกเขาจึงพูดกับนางว่า “หญิงเอ๋ย เหตุใดท่านจึงร ้องไห ้” นางจึงกล่าวกับพวกเขาว่า “เพราะพวกเขาเอาพระเจ ้าของ ฉั นไปแล ้ว และฉั นไม่ทราบว่าพวกเขาเอาพระองค์ไปไว ้ที่ ไหน” 14 เมือ ่ นางกล่าวอย่างนัน ้ แล ้ว นางก็หันกลับไป และเห็นพระ เยซูยน ื อยู่ แต่ไม่รู ้ว่าเป็ นพระเยซู 15 พระเยซูตรัสถามนางว่า “ หญิงเอ๋ย เหตุใดท่านจึงร ้องไห ้ ท่านตามหาใคร” นางคิดว่าพระองค์เป็ นคนดูแลสวน จึงกล่าว กับพระองค์วา่ “ท่านเจ ้าคะ ถ ้าท่านนํ าพระองค์มาจากทีน ่ ี่ โปรดบอกฉั นด ้วยว่าท่านเอาพระองค์ไปไว ้ทีไ่ หน ฉั นก็จะนํ า พระองค์ไป” 16 พระเยซูตรัสกับเธอว่า “ มารีย”์ เธอจึงหันกลับมาและพูด กับพระองค์วา่ “รับโบนี” ซึง่ แปลว่า “อาจารย์” 17 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า “ อย่าแตะต ้องเราเลย เพราะว่าเรา ยังไม่ได ้ขึน ้ ไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพีน ่ ้องของเรา และบอกพวกเขาว่า เราจะขึน ้ ไปหาพระบิดาของเราและพระ บิดาของพวกท่าน และไปหาพระเจ ้าของเราและพระเจ ้าของ พวกท่าน” 18 มารียม ์ ักดาลาจึงไปบอกพวกสาวกของพระองค์วา่ นางได ้ เห็นองค์พระผู ้เป็ นเจ ้าแล ้ว และพระองค์ได ้ตรัสเรือ ่ งเหล่านี้ กับนาง 19 ครัน ้ เย็นวันเดียวกันนัน ้ ซึง่ เป็ นวันแรกของสัปดาห์ เมือ ่ พวกสาวกกําลังปิ ดประตูห ้องทีพ ่ วกยิวอยูเ่ พราะกลัวพวกยิว พระเยซูจงึ เข ้ามายืนท่ามกลางพวกเขาแล ้วตรัสว่า “ สันติสข ุ จงมีแก่ทา่ นทัง้ หลาย” 20 เมือ ่ พระองค์ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงแสดงพระหัตถ์ และพระปรัศว์ของพระองค์ให ้พวกเขาเห็น เมือ ่ สาวกเห็นองค์ พระผู ้เป็ นเจ ้าก็มค ี วามยินดี


จอห์น

21 พระเยซูจงึ ตรัสกับเขาอีกว่า “ สันติสข ุ จงมีแก่ทา่ น ทัง้ หลาย พระบิดาได ้ทรงใช ้เรามาฉั นใด เราก็สง่ ท่าน ทัง้ หลายไปฉั นนัน ้ ” 22 เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ทรงเป่ าลมใส่พวกเขา และ ตรัสแก่พวกเขาว่า จงรับพระวิญญาณบริสท ุ ธิเ์ ถิด 23 บาปใดทีท ่ า่ นยกให ้ บาปนัน ้ ก็ได ้รับการยกให ้ และบาปใด ทีท ่ า่ นไม่ยกให ้ บาปนัน ้ ก็จะไม่ยกให ้ 24 แต่โธมัสซึง่ เรียกกันว่า ดิดม ิ ัส หนึง่ ในสาวกสิบสองคน ไม่ได ้อยูก ่ บ ั พวกเขาเมือ ่ พระเยซูเสด็จมา 25 สาวกคนอืน ่ ๆ จึงกล่าวแก่พระองค์วา่ “พวกเราได ้เห็นองค์ พระผู ้เป็ นเจ ้าแล ้ว” แต่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ถ ้า ข ้าพเจ ้าไม่เห็นรอยตะปูในพระหัตถ์ของพระองค์ และเอานิว้ สอดเข ้าไปในรอยตะปู และเอามือสอดเข ้าไปในด ้านข ้างของ ่ ” พระองค์ ข ้าพเจ ้าก็จะไม่เชือ 26 และครัน ้ ล่วงไปแปดวันแล ้ว เหล่าสาวกของพระองค์ก็อยู่ ข ้างในอีก พร ้อมทัง้ โธมัสด ้วย ครัน ้ แล ้ว พระเยซูก็เข ้ามา โดย ปิ ดประตูแล ้ว ยืนท่ามกลางพวกเขา แล ้วตรัสว่า “ สันติสข ุ จง มีแก่ทา่ นทัง้ หลาย” 27 แล ้วพระองค์ตรัสแก่โธมัสว่า จงยืน ่ นิว้ มาทีน ่ แ ี่ ละดูมอ ื ของ ฉั น จงยืน ่ มือมาทีน ่ แ ี่ ละแทงเข ้าไปในด ้านข ้างของฉั น และ ่ เถิด อย่าไร ้ศรัทธา แต่จงเชือ 28 โทมัสตอบเขาว่า “พระเจ ้าของข ้าพเจ ้าและพระเจ ้าของ ข ้าพเจ ้า” 29 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า " โธมัส เพราะเจ ้าได ้เห็นเรา เจ ้า ่ ผู ้ทีไ่ ม่เห็นเราแต่กลับเชือ ่ ก็เป็ นสุข" จึงเชือ 30 และพระเยซูทรงกระทําหมายสําคัญอืน ่ ๆ มากมายจริงต่อ หน ้าเหล่าสาวกของพระองค์ ซึง่ ไม่ได ้บันทึกไว ้ในหนังสือเล่ม นี:้ ่ ว่าพระเยซูเป็ น 31 แต่สงิ่ ทีเ่ ขียนไว ้ก็เพือ ่ ว่าพวกท่านจะได ้เชือ ่ แล ้ว พวก พระคริสต์ พระบุตรของพระเจ ้า และเมือ ่ มีความเชือ ท่านก็จะมีชวี ต ิ โดยพระนามของพระองค์ บทที่ 21 1 หลังจากนัน ้ พระเยซูทรงปรากฏพระองค์แก่เหล่าสาวกอีก ครัง้ ทีท ่ ะเลทิเบเรียส และทรงแสดงพระองค์เองต่อเรือ ่ งนี้ ด ้วย 2 มีซโี มนเปโตร โธมัสทีเ่ รียกว่า ดิดม ิ ัส และนาธานาเอลจาก เมืองคานาในแคว ้นกาลิล ี และบุตรชายของเศเบดี และสาวก ของเขาอีกสองคนอยูด ่ ้วยกัน 3 ซีโมนเปโตรจึงบอกพวกเขาว่า “ข ้าพเจ ้าจะไปตกปลา” พวกเขาจึงบอกพระองค์วา่ “พวกเราจะไปกับท่านด ้วย” พวก เขาจึงออกไปและลงเรือทันที แต่คน ื นัน ้ พวกเขาจับปลา ไม่ได ้เลย 4 แต่เมือ ่ รุง่ เช ้ามาถึงพระเยซูทรงยืนอยูบ ่ นฝั่ ง แต่เหล่าสาวก ไม่รู ้ว่าเป็ นพระเยซู 5 แล ้วพระเยซูตรัสถามพวกเขาว่า “ ลูกๆ มีอาหารกินบ ้าง ไหม” พวกเขาตอบว่า “ไม่ม”ี 6 พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า จงทอดแหลงทางด ้านขวาของ เรือแล ้วคุณจะพบ ดังนัน ้ พวกเขาจึงทอดแหออกไป แต่ไม่ สามารถลากแหได ้เพราะมีปลามากมาย 7 สาวกทีพ ่ ระเยซูทรงรักจึงกล่าวแก่เปโตรว่า “เป็ นองค์พระผู ้ เป็ นเจ ้า” เมือ ่ ซีโมนเปโตรได ้ยินว่าเป็ นองค์พระผู ้เป็ นเจ ้า เขา ้ คลุมชาวประมงของเขามาให ้เขา (เพราะเขาเปลือย ก็เอาเสือ กายอยู)่ แล ้วก็กระโดดลงไปในทะเล 8 ส่วนสาวกคนอืน ่ ๆ ก็มาโดยเรือเล็กๆ (เพราะไม่ไกลจากฝั่ ง มากนัก แต่ไกลประมาณสองร ้อยศอก) พร ้อมกับลากอวนทีม ่ ี ปลามาด ้วย

9 ครัน ้ พวกเขากลับมาถึงฝั่ งแล ้ว พวกเขาก็เห็นไฟถ่านลุกอยู่ และมีปลาและขนมปั งวางอยูบ ่ นนัน ้ 10 พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า จงเอาปลาทีพ ่ วกเจ ้าจับได ้ ตอนนีม ้ าบ ้าง 11 ซีโมนเปโตรจึงขึน ้ ไปลากอวนขึน ้ ฝั่ ง ซึง่ เต็มไปด ้วยปลา ใหญ่ มีถงึ ร ้อยห ้าสิบสามตัว แม ้ว่ามีปลามากมายเช่นนัน ้ ก็ ตาม อวนก็ยังไม่ขาด 12 พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ มารับประทานอาหารกัน เถิด” แต่สาวกคนใดไม่กล ้าถามพระองค์วา่ “ท่านเป็ นใคร” เพราะรู ้ดีวา่ พระองค์คอ ื องค์พระผู ้เป็ นเจ ้า 13 แล ้วพระเยซูเสด็จมาทรงหยิบขนมปั งแจกให ้พวกเขา และ ยังทรงหยิบปลาแจกให ้พวกเขาด ้วย 14 นีเ่ ป็ นครัง้ ทีส ่ ามทีพ ่ ระเยซูทรงปรากฏพระองค์แก่เหล่า สาวกของพระองค์ หลังจากทีพ ่ ระองค์ทรงคืนพระชนม์จาก ความตายแล ้ว 15 เมือ ่ รับประทานอาหารแล ้ว พระเยซูจงึ ตรัสกับซีโมนเปโตร ว่า “ ซีโมน บุตรโยนา เจ ้ารักเรามากกว่าพวกนีห ้ รือ” เขาทูล ตอบพระองค์วา่ “ใช่แล ้ว พระเจ ้า พระองค์ทรงทราบว่าข ้า พระองค์รักพระองค์” พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ จงเลีย ้ งลูก แกะของเราเถิด” 16 พระเยซูตรัสกับเขาอีกครัง้ ว่า “ ซีโมน บุตรโยนา เจ ้ารัก เราไหม” เขาตอบว่า “ใช่แล ้ว พระเจ ้า พระองค์ทรงทราบว่า เรารักพระองค์” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ จงเลีย ้ งแกะของเรา เถิด” 17 พระเยซูตรัสถามเขาครัง้ ทีส ่ ามว่า “ ซีโมน บุตรโยนา เจ ้า รักเราไหม” เปโตรเสียใจเพราะเขาถามเขาเป็ นครัง้ ทีส ่ ามว่า “เจ ้ารักเราไหม” พระองค์จงึ ตรัสตอบเขาว่า “องค์พระผู ้เป็ น เจ ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิง่ พระองค์ทรงทราบว่าฉั นรัก พระองค์” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ จงเลีย ้ งแกะของเราเถิด” 18 จริง ๆ จริง ๆ เราบอกเจ ้าว่า เมือ ่ เจ ้ายังหนุ่ม เจ ้าคาดเข็ม ขัดนิรภัยของตนเอง และเดินไปไหน ๆ ตามทีเ่ จ ้าต ้องการ แต่เมือ ่ เจ ้าแก่แล ้ว เจ ้าจะเหยียดมือออก และคนอืน ่ จะคาด เข็มขัดนิรภัยให ้ และพาเจ ้าไปทีเ่ จ ้าไม่ปรารถนา 19 พระองค์ตรัสดังนีเ้ พือ ่ แสดงว่าพระองค์จะถวายเกียรติแด่ พระเจ ้าด ้วยความตายอย่างไร เมือ ่ ตรัสดังนีแ ้ ล ้ว พระองค์จงึ ตรัสแก่พระเยซู ว่า จงตามเรามา 20 ครัน ้ เปโตรหันกลับมาเห็นสาวกคนทีพ ่ ระเยซูทรงรักกําลัง ตามมา ซึง่ เอนกายลงทีอ ่ กของพระเยซูขณะรับประทาน อาหารเย็นและกล่าวว่า “พระองค์เจ ้า ใครคือผู ้ทรยศต่อ พระองค์?” 21 เมือ ่ เปโตรเห็นพระเยซูจงึ ทูลว่า "พระองค์เจ ้าข ้า แล ้วคนนี้ จะทําอย่างไร" 22พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ ถ ้าเราต ้องการให ้เขายังอยู่ จนกว่าเราจะมา จะเป็ นเรือ ่ งอะไรกับท่านเล่า จงตามเรามา เถิด” 23 ครัน ้ แล ้วคํากล่าวนีจ ้ งึ แพร่สะพัดไปท่ามกลางพวกพีน ่ ้อง ว่าสาวกคนนัน ้ จะไม่ตาย แต่พระเยซูมไิ ด ้ตรัสกับเขาว่า "เขา จะไม่ตาย" แต่ ถ ้าเราต ้องการให ้เขายังอยูจ ่ นกว่าเราจะมา จะ เป็ นเรือ ่ งอะไรกับท่านเล่า? 24คนนีแ ้ หละเป็ นสาวกทีเ่ ป็ นพยานถึงเรือ ่ งเหล่านีแ ้ ละเขียน เรือ ่ งเหล่านีไ้ ว ้ และเรารู ้อยูว่ า่ คําพยานของเขาเป็ นความจริง 25 และยังมีสงิ่ อืน ่ ๆ อีกมากมายทีพ ่ ระเยซูได ้ทรงกระทํา ซึง่ ถ ้าจะเขียนไว ้ทุกเล่ม ฉั นคิดว่าแม ้แต่โลกทัง้ ใบก็คงไม่พอ บรรจุหนังสือทีเ่ ขียนไว ้นัน ้ อาเมน


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Thai - The Gospel of John by Filipino Tracts and Literature Society Inc. - Issuu